รีวิวฉบับที่ 1455 … สวัสดีค่ะ วันนี้จะพาไปชมตึกเสร็จของโครงการ IDEO Q สยาม-ราชเทวี เป็นคอนโด High Rise 36 ชั้น ตัวโครงการตั้งอยู่ติดกับถนนเพชรบุรี ใกล้ BTS สถานีราชเทวี 390 ม. โครงการนี้เน้นความเป็นส่วนตัวในการขึ้นห้องพักด้วย Private Lift และส่วนที่เป็นไฮท์ไลท์คือพื้นที่ส่วนกลางที่วางบนชั้น 30 แบบเต็มชั้น เป็นสระว่ายน้ำแบบยาววนรอบอาคาร ล้อมรอบ Library และ Social Club ที่ออกแบบมาเป็นห้องผนังกระจก เป็นรับวิวแบบ 360 องศากันเลย จะเป็นอย่างไรไปชมกันค่ะ

Fact @ 24 October 2017

  • Ideo Q Siam-Ratchathewi (ไอดีโอ คิว สยาม-ราชเทวี )
  • บริษัท  อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์  จำกัด (มหาชน)
  • LUXURY – SUPER LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ถ.เพชรบุรี เขตราชเทวี กทม.
  • คอนโด High Rise 36 ชั้น 1 อาคาร 552 ยูนิต
  • ที่ดินประมาณ 2-1-60.1 ไร่
  • 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 29.5 – 37 ตร.ม.
  • 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 51 ตร.ม.
  • 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 62 – 69 ตร.ม.
  • จำนวนที่จอดรถช่องจอด 258 คัน คิดเป็น 46%
  • สร้างเสร็จพร้อมอยู่
  • ราคาเริ่มต้นประมาณ 5.69 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการประมาณ 200,000 บาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด 187,xxx – 222,xxx บาท/ตร.ม.
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS ราชเทวี ได้ที่: มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS ราชเทวี 
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  •  Tel : 02-316-2222

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.752548,100.534961

แผนที่จากทางโครงการ

แผนที่จากทางโครงการนะคะ ตัวโครงการจะอยู่บนถนนเพชรบุรี ฝั่งขาออกมุ่งหน้าประตูน้ำ โดยอยู่ห่างจากแยกราชเทวีประมาณ 310 เมตร และห่างจากรถไฟฟ้า BTS สถานีราชเทวีประมาณ 390 เมตร อยู่ติดกับเพชรบุรีซอย 11 ซึ่งตรงข้ามโครงการคือ ซอยเพชรบุรี 20 ในแผนที่จะเน้นว่าในอนาคต จะมีส่วนของรถไฟฟ้าสายสีส้มมาเสริมในเรื่องของทำเลบริเวณนี้ สำหรับรายละเอียดของตำแหน่งที่ตั้งโครงการ Mr.Oe เคยเขียนไว้โดยละเอียดแล้วตามลิงค์ด้านล่างนี้นะคะ

โครงการ IDEO Q สยาม-ราชเทวี เริ่มเปิดตัวในปี 2015 ตอนนี้ก็ผ่านมา 2 ปีกว่าแล้ว บรรยากาศบนถนนเส้นนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปอยู่เหมือนกัน เพราะคอนโดต่างๆ ที่เคยเริ่มก่อสร้างตอนนี้ก็เห็นเป็นรูปเป็นร่างกันแล้ว จึงจะเห็นเพื่อนบ้านคอนโดผุดขึ้นเต็มไปหมดเลยนะคะ

จากมุมนี้จะเห็นแยกราชเทวี ซึ่งเป็นแยกที่มีสะพานข้ามแยกช่วยให้ไม่ต้องติดไฟแดงด้วยนะ ถ้าจะมาโครงการก็สามารถใช้สะพานข้ามแยกได้ เพราะมีระยะที่ลงจากสะพานแล้วสามารถชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้าโครงการทันอยู่นะ

ภาพรวมโครงการที่มองจากฝั่งตรงข้าม เป็นอาคารสีเทาดูทันสมัย

พื้นที่ด้านข้างโครงการทางฝั่งซ้ายคือ ซอยเพชรบุรี 11 ช่วงที่ถ่ายภาพก็เห็นมีรถวิ่งเข้าออกเยอะเหมือนกัน คิดว่าอาจจะเป็นซอยลัดที่ทะลุมาจากถนนราชปรารภได้ ใครที่มีข้อมมูลของทางลัดเส้นนี้มาแชร์กันได้นะคะ

รั้วโครงการด้านหน้าดูโปร่งๆ ไม่ทึบ ซึ่งโครงการตั้งใจให้แนวต้นไม้สีเขียวช่วยกั้นพื้นที่ภายในกับภายนอกโครงการ ทำให้ถนนบริเวณด้านหน้านี้ดูร่มรื่นนะคะ

มองไปอีกฝั่งของโครงการจะติดกับอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น และอยู่ใกล้กับสะพานลอย ทำให้เดินข้ามถนนได้ง่ายและสามารถเดินลัดไปสยามพารากอนผ่านทางซอยกรุงเทพการบัญชี ในระยะประมาณ 650 ม. ได้เลยนะคะ

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • พันธุ์ทิพย์พลาซ่า ~ 300 ม.
  • แพลตตินั่ม ~ 550 ม.
  • Siam Paragon ~ 650 ม.
  • ประตูน้ำเซ็นเตอร์ ~ 750 ม.
  • The Palladium ~ 750 ม.
  • ตึกใบหยก, Indra Square ~ 850 ม.
  • Siam, Siam Center ~ 1 กม.
  • Central World ~ 1.1 กม.
  • Siam Discovery ~ 1.2 กม.
  • Gaysorn Plaza ~ 1.2 กม.
  • มาบุญครอง ~ 1.3 กม.
  • เซ็นทรัลชิดลม ~ 1.8 กม.
  • Central Embassy ~ 2 กม.

 


เจาะลึกตัวโครงการ

ภาพรวมภายนอกอาคาร IDEO Q สยาม-ราชเทวี การออกแบบเน้นเส้นสายในแนวตั้ง รูปแบบแปลกตา โทนสีที่ใช้จะเป็นสีเทาอ่อนตัดกับเทาเข้ม ด้านล่างชั้นจอดรถจะมีลวดลายของ Vertical Garden ลากยาวไปจนถึงสวนชั้น 8 ด้านบนสุดติดด้วยโลโก้ของโครงการ IDEO Q แบบเห็นเด่นชัดมาแต่ไกล

จุดเด่นของโครงการคือการวาง Facility ไว้ที่ชั้น 8, 29M, 30 ,30M และ ดาดฟ้า นะคะ โดยจุดเด่นก็อยู่ที่ชั้น 30 นั่นแหละ จัดเป็น Facility แบบเต็ม Floor มี Sky Pool 360 องศา, Fitness, Library, Business Center, Social Club ใครที่มีห้องได้วิวไม่ค่อยสวย ก็ขึ้นมานั่งดูวิวที่ชั้นนี้ได้ หรือสวนชั้นดาดฟ้าได้ และจุดเด่นอีกอย่างที่โครงการจัดให้มาคือ Private Lift เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยมากกว่าโครงการทั่วๆ ไปค่ะ

Master Plan ของโครงการ ดูแนวการวนรถนะคะ ต้องวนมา Drop ด้านหลัง เพราะส่วน Lobby และโถงลิฟท์อยู่ด้านนี้ แยกขึ้นโซนใครโซนมัน ส่วนด้านหน้าจะมีร้านค้า 2 ยูนิต ซึ่งต้องรอดูกันต่อไปว่าจะเป็นร้านอะไรนะคะ ทางเข้าโครงการด้านหน้าอยู่ติดกับถนนหลักอย่างเพชรบุรี ด้านข้างทางทิศตะวันตกติดกับซอยเพชรบุรี 11 ซึ่งเป็นรั้วของโครงการสูงประมาณ 3.5 เมตร พื้นที่ชั้น 1 ของโครงการไม่มีห้องพักอาศัย จะเป็นพื้นที่ของลานจอดรถซึ่งมีช่องจอด 258 คัน คิดเป็น 46% ซึ่งเป็นแบบไม่ Fix ช่องจอดนะคะ การวนรถภายในโครงการตามรูปแบบลูกศรประกอบเลยค่ะ

บรรยากาศด้านหน้าของโครงการด้านที่ติดกับถนนเพชรบุรี ซึ่งเป็นทางเข้าออกหลักทางเดียวของโครงการ เป็นทางเข้าออกของรถ เข้า 1 เลน ออก 1 เลน และแยกทางเข้าสำหรับคนเดินไว้เรียบร้อย

ทางเข้าโครงการจะมีไม้กระดกเปิดปิดด้วยระบบ Key Card (แต่ตอนนี้ไม้กระดกยังไม่ได้ถูกติดตั้งนะคะ) นอกจากนี้ก็จะมี ร.ป.ภ รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงและกล้อง CCTV บริเวณป้อมยามทางเข้า – ออกโครงการ

เข้ามาด้านในแล้วมองกลับไปที่รั้วด้านหน้าโครงการ เป็นพื้นที่สวนส่วนหนึ่งในชั้น Ground Floor ที่ถูกจัดมาให้อยู่หน้าโครงการ ไม่กว้างมากแต่ยาวตลอดหน้าโครงการ ดังนั้นประโยชน์การใช้งานหลักๆ น่าจะใช้เป็นตัวแบ่งเขตที่ดินและเป็น Buffer Zone ระหว่างทางเดินภายนอกโครงการ กับพื้นที่อยู่อาศัยภายในโครงการมากกว่า

เดินผ่านตรงเข้ามาในโครงการตามเส้นทางเดินรถ สังเกตได้ว่าโครงการนี้เค้าหลบ Lobby ให้มาเข้าทางด้านข้างอาคารแทน เพื่อช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยให้แยกไกลออกมาจากด้านหน้าทางเข้า

บริเวณหน้าทางเข้าอาคารจะมี Drop Off ที่ลูกบ้านสามารถแวะจอดส่งคนตรงนี้ก่อนได้

ผ่าน Drop-Off มา ฝั่งซ้ายมีช่องให้จอดรถใต้ตึกอยู่ตลอดแนวหน้าอาคาร ก็จอดได้ประมาณ 12-13 คัน สำหรับแขกของลูกบ้านก็สามารถจอดบริเวณนี้ได้ เพราะไม่ต้องใช้ Key Card นะคะ

เดินผ่านมาถึงด้านหลังโครงการก็จะมีสวนบนชั้น Ground Floor อีกตำแหน่งหนึ่ง

บรรยากาศภายในสวนดูร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่ม

วนรถมาตามอาคารที่ฝั่งซอยเพชรบุรี 11 จะเห็นทางเข้า-ออก ที่จอดรถบนอาคารอยู่ทางฝั่งซ้าย

ทางเข้าที่จอดรถจะต้องใช้ Key Crad ในการผ่านเข้า-ออก จึงเป็นที่จอดรถของลูกบ้านเท่านั้น

บรรยากาศภายในที่จอดรถจะมีช่องแสงธรรมชาติไม่เยอะนะคะ เลยต้องพึ่งแสงจากหลอดไฟพอสมควร

จากบริเวณที่จอดรถก็สามารถเข้าอาคารได้เลย ด้วย Private Lift ที่จะขึ้นถึงห้องพักเลย แบบนี้ก็ต้องจำตำแหน่งลิฟต์กันให่ดีๆ นะคะ แต่อยู่ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ชินไปแหละเนอะ

ออกมาจากที่จอดรถก็วนตามทางวนรถโครงการมาโผล่ทางด้านหน้า

สาระสำคัญของพื้นที่ด้านหน้าคือเป็นตำแหน่งของ Shop 2 ยูนิต ซึ่งต้องรอดูกันต่อไปว่าจะเป็นร้านอะไร

ต่อไปมาชมพื้นที่ภายในอาคารกันบ้าง สำหรับประตูทางเข้า Lobby จะต้องใช้ Key Card ตั้งแต่ตรงนี้เลยนะคะ ซึ่งโครงการส่วนใหญ่จะให้แขกของลูกบ้านสามารถเข้ามานั่งรอด้านในได้ แต่สำหรับโครงการนี้เน้นความปลอดภัยให้เป็นพิเศษ ถ้ามีแขกมาหาก็ต้องให้ลูกบ้านมาเปิดประตูให้ตั้งแต่ Lobby นะคะ

ต่อไปจะพาเข้ามาดูในตัวอาคารกันบ้าง เริ่มจากที่ Lobby ของอาคาร ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น มี Reception ดูแลอยู่ตรงกับทางเข้าเลย ถ้าใครสนในจะมาขอชมห้องตัวอย่างก็ติดต่อได้ที่บริเวณนี้นะคะ

บรรยากาศภายใน Lobby ดูโปร่งโล่งด้วยระยะจากพื้นถึงฝ้าที่สูงเป็นพิเศษ และยังได้แสงธรรมชาติที่ส่องผ่านผนังกระจกเข้ามาทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นดี

จากบริเวณ Reception จะแบ่งพื้นที่ Lobby ออกเป็น 2 ฝั่ง ซ้ายขวา เป็น Lobby ทางยาวเพื่อเป็นทางเข้าของ Private Lift ทุกตัวค่ะ

จาก Reception ก็เลี้ยวขวาตามทางเดินมา ฝั่งซ้ายจะมีห้อง Mail Box อยู่ในส่วนนี้ก็จะตรงข้ามกับชุดโซฟารับแขก

ชุดโซฟาใน Lobby ของที่นี่จะจัดไว้ในหลายมุมมากๆ นะคะ ถือว่าจัดมาให้ใช้งานกันอย่างสบายๆ เลยเพราะใช้แชร์กับเพื่อนบ้านเพียง 552 ยูนิต

บรรยากาศในส่วนห้อง Mail Box จะเป็นช่องเล็กๆใส่จดหมาย

มีลูกเล่นของการใช้ไฟมาช่วยให้ห้องจดหมายดูสว่าง เป็นการออกแบบที่เก๋ๆ ดีนะ

เดินต่อไปตามทางเดิน ก็จะเป็นพื้นที่ Lobby อีกส่วนหนึ่ง

บริเวณนี้ก็จะมีห้องน้ำส่วนกลางบนชั้น Ground

บรรยากาศภายในห้องน้ำส่วนกลางตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น ปูกระเบื้องทั้งหมดทำให้ดูดี ไม่เก่าเร็ว และทำความสะอาดง่ายนะคะ

อีกฝั่งหนึ่งของ Lobby ก็จะเป็นพื้นที่นั่งเล่นรับแขกอีกฝั่ง ซึ่งก็จะมี Private Lobby ในส่วนของห้องทาง Corridor ฝั่งนี้เช่นกัน

ใครพักทางโซนนี้ก็จะมีชุดโซฟานั่งเล่นจัดไว้ให้หลายชุดเช่นกัน และได้บรรยากาศที่ดูหรูหรา แต่อบอุ่นด้วยแสงธรรมชาติที่ผ่านผนังกระจกเข้ามา

เดินตรงมาสุดก็จะเป็นส่วนของโถงลิฟท์ของอาคาร ใครอยู่ห้องตำแหน่งไหน ต้องขึ้นลิฟต์ตัวไหน ก็เดินไปขึ้นที่ตัวนั้นๆ ได้เลย

ด้านบนหน้าลิฟท์จะมีหน้าปัด Digital แสดงชั้นที่ลิฟท์หยุดอยู่  ภายในลิฟต์สว่างพอสมควรทีเดียววัสดุโดยรอบเป็นสแตนเลส มุมบนติดกล้อง CCTV เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ลิฟท์ค่ะ

ปุ่มกดภายในลิฟท์จะใช้คู่กับ Key Card นะคะ โดยลิฟท์จะถูกล็อกชั้นให้ใช้ได้เฉพาะชั้นที่พักอาศัยและชั้นที่มี Facilities ส่วนกลางเท่านั้นค่ะ

ชั้น 2 – 7 ของตัวโครงการเป็นที่จอดรถ จำนวนที่จอดรถช่องจอด 258 คัน คิดเป็น 46% ถ้ารวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 49% ให้สิทธิในการจอดรถยูนิตละ 1 คันแบบไม่ fix

ชั้น 8 คือชั้นที่เริ่มมีห้องพักอาศัยแล้วนะคะ มี 12 ห้อง ทุกห้องมี Private Lift ไม่ใช่ลิฟท์ส่วนตัวนะ เพราะยังแชร์ใช้กับห้องที่อยู่ในแนวตั้งแนวเดียวกัน แต่ที่เรียก Private Lift เพราะมันเปิดประตูออกจากลิฟท์แล้ว อยู่ในส่วนห้องเราเลย โดยจะมีประตูกั้นส่วนในห้องอีกประตู (ห้องมี 2 ประตู ประตูนอกกับประตูใน) เวลาพาใครมาบ้านก็ไม่ต้องเคอะเขิล เปิดเข้าห้องไม่มีคนเห็น… ยกเว้นคนที่ดันขึ้นลิฟท์มาพร้อมกัน อ้อ!ถ้าเป็นห้องแบบ 1 Bed ถ้าประตูลิฟท์เปิดออกมาจะเห็นเป็นครัวนะคะ ทุกห้องเลย.. ลิฟท์ลักษณะนี้มีดีมีเสีย ข้อดีบอกไปแล้วหนึ่ง อีกหนึ่งคือรอลิฟท์ไม่น่าจะนาน เพราะคนแชร์กันใช้น้อย

ข้อเสียของลิฟท์แบบนี้ก็มีนะ คือสาวๆบางคน อาจจะกังวล เกิดขึ้นลิฟท์แล้วมีชายหนุ่มขึ้นตามมาด้วย เพราะพอเปิดประตูลิฟท์ปั๊บ มันก็ในห้องเราเลยนะ บางท่านอาจจะตะขิดตะขวงใจอยู่บ้าง ในลิฟท์มีทีวีวงจรปิดให้นะคะ ส่วนโถงทางเดินด้านนอกที่นี่แปลก จะไม่มีลิฟท์โดยสารรวมแล้ว แต่จะมีลิฟท์ส่วนกลาง ที่เป็น Service Lift แทน 1 ตัว ซึ่งถ้า Private Lift เสียเมื่อไรก็เลี่ยงมาใช้แทนได้จนกว่าจะซ่อมเสร็จ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ของสวนส่วนกลางหลักๆ ที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จัดไว้ให้เป็นพื้นที่นั่งเล่น ชมวิว เปลี่ยนบรรยากาศได้

บริเวณกลางโถงทางเดินของชั้นนี้จะมีทางเข้าของสวนส่วนกลางหลักๆ บนชั้นนี้จะอยู่ทางฝั่งซ้าย

ทางเข้า Roof Garden บนชั้นนี้จะต้องแสกนเข้าออกด้วย Key Card อีกเช่นกัน

พื้นที่สวนส่วนกลางมีเป็น Step ลงไปชั้นล่าง จึงมีระดับที่ต่ำกว่าห้องพัก

ออกมาที่สวนส่วนกลางของชั้นนี้จะได้วิวเมืองในระดับที่ไม่ได้สูงนัก แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไรนะคะ เพราะแปลงที่ดินที่ติดกันเป็นบ้านพักอาศัย 2 ชั้น ทำให้มีระยะระหว่างอาคารพอสมควร

บรรยากาศภายในสวนก็จะมีความร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่ม มีแนวขอบกระถางต้นไม้ที่ใช้นั่งเล่นได้ตลอดแนว ซึ่งวิวที่ได้ก็จะเป็นวิวเมือง

อีกฝั่งหนึ่งของสวนก็จะเป็นบรรยากาศแบบเดียวกัน

ข้อดีของสวนส่วนกลางที่ถูกลดระดับลงมา ช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวของห้องพักวิวสวนในชั้นนี้ เพราะระดับสายตาของผู้ที่มาใช้สวนจะไม่สามารถมองผ่านเข้าไปในห้องพักได้ตรงๆ เลย เป็ยข้อดีของห้องพักวิวสวนของโครงการนี้นะคะ

ผังชั้น 9 – 28 เป็นส่วนพักอาศัยแบบจริงๆจังๆล่ะ เป็นใช้ที่มีความหนาแน่นของจำนวนยูนิตมากที่สุดคือ 22 ยูนิต โถงทางเดินจะเป็นตามรูปอาคารเลยนะคะ ทุกห้องจะมี Private Lift หมด จะสังเกตุเห็นว่าห้องแบบ 2 Bed จะอยู่ตำแหน่งมุมทั้ง 4 ด้านนะ

ชั้น 29 โดยรวมจะเหมือนชั้นก่อนหน้านี้เกือบหมด เพียงแต่จะมีห้องมุม 2 ห้องทางทิศใต้ เป็นส่วนหลังคาด้านบนของห้องเหล่านั้นแทน เลยเหลือแค่ 20 ยูนิต

ชั้น 29 M จะอยู่ใต้ชั้น Facilities หลักข้างบน ฝั่งขวาเป็นห้องของงานระบบสระน้ำต่าง ห้องตรงกลางเล็กเป็นห้องสตีม ซาวน์น่า และห้องซักผ้า ชั้นนี้ต้องใช้เดินลงมาจากชั้น 30 เอานะ (ดูรูปถัดไปประกอบเพิ่ม)

ชั้น 30 เป็นสระว่ายน้ำ Sky Pool สามารถเห็นวิว City View รอบด้าน 360 องศา ตรงใจกลางสระจะเป็นส่วนของ Library, Business Center, Social Club มีชั้นลอยเหนือสระว่ายน้ำเป็นห้องออกกำลังกาย ที่ใช้กระจกเพื่อให้สามารถเห็นวิว City View เช่นเดียวกัน (คือชั้น 30M นั่นเอง)

ชั้น 30 เป็นพื้นที่ส่วนกลางทั้งชั้น มีขนาดใหญ่ทีเดียว เราจะเริ่มต้นพาชมจากส่วนของ Library แล้วเดินยาวไปจนสุด Social Club นะคะ จาก Private Lift ของแต่ละห้องก็จะขึ้นมาที่ชั้นนี้ได้ทั้งหมด แต่จะขึ้นมาที่ส่วนไหนก็แล้วแต่ตำแหน่งของลิฟต์นั้นๆ แต่ทั้งชั้นก็สามารถเดินเชื่อมกันได้ทั้งหมด ในส่วนนี้จะเป็น Private Lift ที่ขึ้นมายัง Library ค่ะ

บรรยากาศของพื้นที่ส่วนกลางใน Library มีความโปร่งโล่ง ด้วยผนังกระจกที่ล้อมอาคารเกือบทั้งหมด ทำให้เราสามารถเห็นวิวจากชั้นได้เกือบทุกมุมเลย โครงการจึงจัดชุดโซฟาไว้ให้นั่งเล่นได้หลายตำแหน่ง

และในแต่ละมุมก็จะเป็นประตูกระจกที่เปิดออกได้ ทำให้สามารถเชื่อมกับสระว่ายน้ำได้จากหลายจุด

เวลานั่งเล่นเบื่อๆ ก็เปลี่ยนบรรยากาศมานั่งชมวิวเมืองมุมสูง ริมสระได้

ภายในส่วน Library ก็จะมี Business Center ที่เป็นห้องทำงานแบบ Private ให้ลูกบ้านมาจองใช้งานกันได้

บรรยากาศภายใน Business Center จะมีโต๊ะทำงานไว้ให้ใช้ได้ ลูกบ้านสามารถใช้เป็นห้องประชุม ห้องทำงาน

เดินตรงไปตามทางเดินเพื่อเชื่อมไปยังห้อง Social Club ที่อยู่ตรงกลางอาคาร

ทางเชื่อมระหว่าง Library และ Social Club จะมีช่องเปิดระหว่างอาคารที่เป็นทางเดินลงสระว่ายน้ำอีกตำแหน่งหนึ่ง

ใครที่ไม่ได้อยากเล่นน้ำหนักๆ ก็สามารถมานอนชมวิวชิวๆ เอาเท้าแช่น้ำได้

จากมุมของ Daybed จะเปิดให้เห็นวิวมุมกว้างทางทิศตะวันออก ถ้าอยากว่ายน้ำก็สามารถเดินลงเพื่อไปว่ายน้ำทางยาวได้

มองมาอีกฝั่งหนึ่งของสระก็จะเป็นทางยาวให้ว่ายวนได้รอบอาคารเลย ภายในสระจะมีมุมให้นั่งเล่นแช่น้ำ

หันมาอีกฝั่งหนึ่งของสระก็จะเป็นลักษณะเดียวกัน มีที่นั่งชิวริมน้ำและมีทางลงสระอีกเช่นกัน

ฝั่งนี้ก็จะได้วิวทางทิศตะวันตก สระว่ายน้ำแบบนี้มีความกว้างไม่มาก แบบถ้า 2 คนพอว่ายสวนกันได้ แต่บางช่วงก็ว่ายได้คนเดียว จึงไม่เหมาะกับการว่ายทางยาวเท่าไหร่ ยกเว้นว่าจะมาว่ายในช่วงที่ไม่ค่อยมีคนใช้งานนะคะ

เดินตามแนวทางเดินต่อไปก็จะเข้าสู่พื้นที่ของ Social Club

บรรยากาศภายใน Social Club จัดพื้นที่ไว้ให้มีเกมส์ และพื้นที่นั่งเล่น ผนังเป็นกระจกทั้ง 2 ฝั่ง ทำให้ได้แสงธรรมชาติผ่านเข้าเยอะ แต่ไม่โดนแบบตรงๆ ซะทีเดียว เพราะมีชายคาด้านนอกช่วยบังอยู่ส่วนหนึ่ง

บริเวณพื้นที่นั่งเล่น ก็ออกแบบมาดูน่าใช้งาน แถมมีปลั๊กไฟติดมาให้ด้วย

มองผ่านกระจกออกไปจะเป็นพื้นที่นั่งเล่นแบบกึ่ง Outdoor อยู่ติดสระว่ายน้ำ

บรรยากาศก็จะประมาณนี้ ดูชิวๆ สบายๆ

จากห้องนี้ก็จะพาเดินตามแนวทางเดินไปยัง Social Club อีกห้องหนึ่ง ที่จะจัดฟังก์ชันไว้ต่างกันเล็กน้อย ระหว่างทางเดินก็จะผ่านบริเวณ Shallow Pool ค่ะ

บรรยากาศบริเวณ Shallow Pool เป็นพื้นที่นั่งเล่นในสระตื้นๆ มี Day Bed และมุมนั่งเล่นหลายแบบ

และแน่นอนว่าถูกออกแบบมาให้เปิดวิวโดยรอบอีกเช่นกัน

จากบริเวณนี้จะมีบันไดสำหรับเดินขึ้นไป Fitness หรือหากต้องการเปลี่ยนเสื้อผ้า เก็บของในล็อกเกอร์หรือเข้าห้องน้ำ ก็เดินลงบันไดไปครึ่งชั้นค่ะ

หน้าตาของบันไดดูโปร่งๆ เข้ากับบรรยากาศ ทั้งราวกันตกก็ใช้เป็นกระจกทั้งหมดเลยค่ะ

ขึ้นมาดู Fitness ที่ชั้นบนกันก่อนนะคะ

เปิดเข้ามาภายในจะเจอกับเครื่องออกกำลังกาย ที่จัดวางให้หันหน้าออกไปทางผนังกระจกเพื่อชมวิวได้สะดวก

ภายในห้องก็จัดเครื่องออกกำลังกายต่างๆ มาให้เลือกใช้งานกันหลายเครื่อง นับเครื่องออกกำลังกายทั้งหมดประมาณ 14-15 เครื่อง ซึ่งถือว่าให้มาเยอะพอสมควรเลยค่ะ น่าจะเพียงพอกับการใช้งานของลูกบ้าน

บรรยากาศอีกฝั่งภายใน Fitness จะเห็นว่ามีทางเดินเข้าไปด้านในอีกนะคะ

ด้านในก็จะจัดวางเครื่องเล่นไว้ในมุมต่างๆ เน้นเป็นมุมที่ติดกับช่องแสง ทำให้เวลาเล่นก็ชมวิวไปได้ ไม่อึดอัด

ลงมาดูห้องน้ำที่ชั้น 29 M กันบ้างนะคะ เริ่มจากห้องน้ำหญิง ภายในมีพื้นที่กว้างพอสมควร ฝั่งขวาเป็นตู้ล็อกเกอร์ ลูกบ้านก็สามารถนำเสื้อผ้า อุปกรณ์อาบน้ำ ขึ้นมาใส่ไว้ที่นี่ได้สะดวก

ผนังห้องส่วนใหญ่จะกรุกระจกทำให้ภายในดูไม่อึดอัด

ภายในห้องน้ำก็จะแบ่งเป็นห้องสุขา 3 ห้องทางซ้ายมือ ส่วนทางขวาเป็นห้องอาบน้ำและห้อง Steam ค่ะ

ภายในห้องสุขามีความกว้างใช้งานได้สะดวก และมีห้องอาบน้ำเอาไว้สำหรับล้างตัวเวลาว่ายน้ำเสร็จ ผนังและพื้นปูด้วยกระเบื้องทั้งหมด ดูเรียบร้อย น่าใช้งาน

ส่วนน้ำผู้ชายก็จะคล้ายๆ กันนะคะ ต่างกันนิดหน่อยตรงที่จะได้เป็นห้อง Sauna แทน Steam ค่ะ

ออกมาที่โถงทางเดินกันต่อจะพาไปชม Social Club ที่จัดไว้เป็นอีกฟังก์ชันหนึ่งกันค่ะ

บรรยากาศภายในห้องนี้จัดให้มี Counter ครัวอยู่ตรงกลาง เป็นพื้นที่ๆ ลูกบ้านสามารถมาใช้จัดปาร์ตี้เล็กๆ ได้ เผื่อใครที่ห้องอยู่ในชั้นไม่สูงนักก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศขึ้นมาทานอาหารไป ชมวิวไป บนชั้นสูงๆ กันบ้าง

ทางโครงการก็จัดซิ้งค์ล้างจาน และ Pantry สำหรับเตรียมอาหารไว้ให้เรียบร้อย

นอกจากนี้ก็จะมีชุดโซฟานั่งเล่นตามมุมต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะได้เป็นบรรยากาศแบบริมสระ

มีทั้งชุดโซฟาเล็กใหญ่ ให้เลือกใช้งานได้

ส่วนผนังกระจกทำไว้เป็นประตูบานเลื่อนสามารถเปิดรับลม หรือแช่เท้าเล่นๆ ก็ทำได้ จัดเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่น่าใช้งานจริงๆ

 

ถัดมาชั้นที่ 31-33 จะกลับมาที่ชั้นพักอาศัยอีกครั้ง แต่ชั้นนี้จำมียูนิตรวมน้อยหน่อยเพราะมีห้องไซส์ใหญ่สุดคือแบบ D3 และ D3M มาแทน เหลือ 14 ยูนิต และจำนวนลิฟท์น้อยลงตามไปด้วยเหลือ Private Lift 8 ตัว และ Service 1 ตัว

ชั้น 34-36 เหมือนกับชั้นก่อนหน้านี้ มีห้องลดไปอีก 2 ห้อง ตามรูปแบบอาคาร Facade ที่สโลฟเข้ามา ทำให้เหลือยูนิตพักอาศัยแค่ 12 ยูนิต

เนื่องจากทำเลของโครงการที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองจึงเลี่ยงไม่ได้ที่บางมุมจะโดนบล๊อกวิวด้วยตึกสูงที่อยู่ห่างกันไม่ไกลนัก แต่ในหลายๆ มุมก็ยังได้วิวที่เปิดโล่งอยู่ ก็จะเห็นเป็นวิวตึกสูงที่อยู่ไกลๆ ต่อไปจะขอสรุปวิวที่ได้จากมุมต่าางๆ บนอาคาร ดังนี้

ทางทิศตะวันออก จะหันไปทางถนนราชดำริ ถนนราชปรารภซึ่งเป็นที่ตั้งของ Central world และตึกใบหยก 2 ฝั่งนี้จะไม่ได้มีอาคารสูงบังในระยะใกล้ จึงจะเห็นวิวเมืองกว้างๆ แบบนี้นะคะ

ทิศใต้ จะหันออกถนนเพชรบุรี ทางทิศนี้จะมีคอนโดบล๊อกวิวอยู่หลายอาคาร ทั้งที่สร้างเสร็จแล้ว กำลังสร้างอยู่ และกำลังจะขึ้นใหม่ แต่ไม่ได้มีผลต่อวิวมากนะคะ เพราะห้องส่วนใหญ่ของโครงการหันออกทางตะวันออกตะวันตกค่ะ จะมีห้องมุมของอาคารทางฝั่งนี้ที่จะมีผลกระทบนะคะ

ทิศตะวันตกหันออกทางถนนพญาไท ซึ่งเป็นถนนที่มีความฮอตฮิตของการเป็นทำเลคอนโดอย่างมาก เพราะเป็นแนวของรถไฟฟ้าสายหลักด้วย จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะเห็นแนวคอนโดเรียงไปตามถนนแบบนี้นะคะ แต่ก็ถือว่าไม่ได้ประชิดซะจนอึดอัดเท่าไหร่ เพราะที่ดินติดกันทางฝั่งนี้เป็นบ้านพักอาศัย 2 ชั้น พื้นที่ค่อนข้างกว้าง ที่ช่วยเป็น Buffer ได้อย่างดี แต่ในอนาคตก็ไม่มีอะไรการันตีได้นะคะ

สุดท้ายคือวิวทางทิศเหนือที่หันไปทางถนนศรีอยุธยา ฝั่งนี้เป็นพื้นที่ในซอยเพชรบุรีฝั่งเลขคี่ ส่วนใหญ่จึงเป็นอาคารไม่สูงนัก จึงได้วิวโล่งๆ แต่ก็จะมีคอนโดริมถนนพญาไททางฝั่งซ้ายที่ขึ้นมาบล๊อกวิวอยู่นิดหน่อยค่ะ

ชั้นบนสุด ดาดฟ้าจะเป็นสวนเดินเล่นธรรมดา ไม่มีห้องอะไรเป็นพิเศษ เผื่อใครอยากมาดูวิวสวยๆชั้นนี้เปลี่ยนบรรยากาศของห้องตัวเองบ้าง

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Private Lift 12 ตัว / Service Lift 1 ตัว
  • Lobby + ยูนิตร้านค้า 2 ยูนิต (ยังไม่กำหนด)
  • สวนหย่อมรอบโครงการ / สวนชั้น 8
  • Sky Pool 360 องศา & Kid Pool
  • Social Club
  • Library
  • Lounge
  • Business Center
  • Fitness
  • Steam & Sauna
  • Laundry Room
  • Garden Roof
  • Access Key Card
  • รปภ & CCTV 24 ชั่วโมง
  • ที่จอดรถช่องจอด 258 คัน คิดเป็น 46% ถ้ารวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 49%

 


Product Walkthrough

ผังห้อง 1 Bedroom Type B1 ขนาด 29.5 ตารางเมตร จุดเด่นของผังห้องโครงการนี้คือการได้ Private Lift ที่ขึ้นมาส่งถึงในตัวห้องเลย ประตูห้องจึงถูกออกแบบมาให้เป็น 2 ชั้น คือมีประตูหลักที่กั้นระหว่างโถงทางเดินกับห้องพักอาศัย (บริเวณห้องครัว) ไว้ใช้สำหรับออกไปทิ้งขยะหรือไปบันไดหนีไฟ กับอีกประตูหนึ่งที่กั้นระหว่างพื้นที่ครัวและพื้นที่ส่วน Living ด้านใน ซึ่งประตูในอันนี้เขาจะติด Digital Door Lock มาให้ด้วย  การใช้งานสะดวกและ Private ดี  แต่สำหรับลูกบ้านที่ยังกังวลเรื่องความปลอดภัย คิดว่าสามารถโหวตกันเพื่อติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มได้ เช่น ปุ่มแจ้งเตือนฉุกเฉิน ที่หน้าโถงลิฟท์ของทุกห้อง มีไว้ให้อุ่นใจยังดีกว่าไม่มีอะไรปิดเลย..ใช่ไหมคะ

การวางแปลนของห้องเป็นห้องขนาดเล็กที่ลงตัว ส่วนครัวได้เป็นครัวปิด ในตำแหน่งอยู่ติดกับประตูทางเข้าห้องเลย ทำให้ต้องอาศัยการระบายอากาศจากเครื่องดูดควันเท่านั้น จึงยังเหมาะกับการเตรียมอาหารอาหารเบาๆ ไม่เน้นผัด หรืออาหารที่มีกลิ่นแรงๆ มากๆ การวางตำแหน่งครัวอยู่ด้านหน้าดีตรงที่ ถ้าวันไหนไปช้อปปิ้งของกินของใช้เข้าบ้านมาหนักๆ พอมาถึงห้องปุ๊บก็เอามาวางพักไว้ตรงนี้ได้ หรือเก็บของสดเข้าตู้เย็นได้เลย ส่วนถัดไปเป็นพื้นที่พักผ่อน ที่จัดเอาส่วน Living และ Bedroom มาจัดให้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เพิ่มฟังก์ชันด้วยประตูกั้นห้องที่กั้นระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องนอน ซึ่งมีข้อดีคือเวลามีแขกมาก็สามารถดึงประตูบานเลื่อนออกมากั้นพื้นที่ห้องนอนกับห้องนั่งเล่นได้ ส่วนเวลาที่อยู่คนเดียวก็สามารถเปิดประตูเลื่อนออก แล้วนอนดูทีวีจากบนเตียงได้เลย เป็นการใช้ประโยชน์พื้นที่ใช้สอยของห้องได้เต็มที่ ห้องน้ำมีตำแหน่งอยู่ในห้องนอนทำให้เวลาจะอยากเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนก็สะดวกดี แต่เวลาที่แขกมาเยี่ยมขอเข้าห้องน้ำก็ต้องเดินผ่านห้องนอนนะคะ ส่วนระเบียงจะอยู่ด้านในติดกับพื้นที่นั่งเล่นมีขนาดที่ใช้งานได้จริงค่ะ

โครงการนี้ในช่วงตอนเปิดตัวจัดขายห้องแบบ Fully Fitted ซึ่งปัจจุบันเมื่อโครงการสร้างเสร็จเรียบร้อยได้มีการเปลี่ยนรูปแบบการขายเฉพาะห้อง 1 Bedroom ขนาด 29.5 และ 34 ตร.ม. เป็นแบบ Fully Furnished แล้วนะคะ เฟอร์นิเจอร์จะได้ตามห้องตัวอย่างเลย ซึ่งเป็นของ SB ตามใบโบว์ชัวร์นี้ แต่จะไม่รวม Wallpaper, ฟูก และเครื่องใช้ไฟฟ้าค่ะ

เริ่มจากประตูหน้าห้อง ส่วนโถงทางเดินด้านนอกประตูหน้าห้องได้บานไม้ปิดผิวด้วยลามิเนต สูงประมาณ 2 ม. พร้อมมือจับแบบก้านโยก

ระดับของพื้นห้องจะยกขึ้นมาสูงกว่าพื้นโถงทางเดินอีกหน่อย ในกรณีที่หากห้องข้างเคียงเกิดท่อแตกหรือน้ำรั่วแล้วน้ำไหลออกมาตามทางเดิน การยกระดับพื้นแบบนี้จะช่วยป้องกันน้ำเข้าห้องได้ ซึ่งกันได้ดีกว่าแบบที่เป็นธรณีประตู เพราะคอนโดส่วนใหญ่จะทำธรณีประตูไม่สูงนักและหากวัสดุเป็นไม้ก็อาจบวมน้ำได้ค่ะ

เข้ามาในส่วนห้อง ขวามือจะเป็นประตูลิฟท์ ซ้ายมือจะเป็นส่วนของ Pantry ครัว มองตรงไปจะเป็นประตูกั้นห้องอีกชั้นหนึ่งบานประตูจะเป็นเหมือนกับด้านหน้า แต่จะมี Digital Door Lock ของ YALE เพิ่มมาให้  ห้องแบบ 1 Bed ถ้าประตูลิฟท์เปิดออกมาจะเจอกับส่วนครัวก่อน ทุกห้องเลยนะคะ

Lift จะอยู่ด้านหลังประตูแบบนี้ ข้อดีก็คือเราแค่แชร์ลิฟต์กับห้องข้างๆ และห้องที่อยู่ในตำแหน่งเดียวกันของชั้นอื่นๆ เท่านั้น ทำให้อัตราส่วนลิฟต์น้อย ไม่ต้องใช้ร่วมกันทั้งอาคาร

ถ้าออกมาจาก Private Lift ก็จะมาโผล่ในส่วนครัวแบบนี้ แค่ก้าวออกจากลิฟต์ก็ถึงห้องเลย แต่คิดในมุมกลับก็เป็นข้อเสียได้เหมือนกันนะ เช่น สาวๆ บางคน เกิดขึ้นลิฟท์แล้วมีชายหนุ่มขึ้นตามมาด้วย พอเปิดประตูลิฟท์ปั๊บมันก็ถึงพื้นที่ในห้องเราเลยนะ นี่ถ้าใครดันรีบๆ แล้วไม่ได้ล้างจานพูนไว้ ก็เขิลๆ อยู่นะ..

มาดูพื้นที่ครัวกันก่อนเลย ห้องนี้เป็นครัวแบบปิดก็จริง แต่ด้วยตำแหน่งที่อยู่ด้านในอาคารจึงต้องพึ่งระบบระบายอากาศล้วนๆ จึงยังไม่เหมาะที่จะทำอาหารหนักๆ หรือที่มีกลิ่นแรงเท่าไหร่ ส่วนนี้จะ Built-in เคาน์เตอร์ครัวไว้ให้ ใต้เคาน์เตอร์มีที่วางเครื่องซักผ้าไว้เรียบร้อย

มือจับตู้ถูกออกแบบให้มีช่อองสำหรับสอดมือไปเปิดตู้ได้สะดวก

มาดูส่วนบนของเคาน์เตอร์ครัวกันบ้าง ให้ช่องเคาน์เตอร์มา 3 ช่องนะคะ ช่องหนึ่งเป็นซิงค์ล้างจาน อีกช่องเป็นเตาไฟฟ้าพร้อมเครื่องดูดควัน ตรงกลางเป็นเคาน์เตอร์โล่งไว้ให้เป็นพื้นที่เตรียมอาหาร Top Counter ได้วัสดุเป็นหินสังเคราะห์ Blacksplash เค้าติดกระเบื้องเซรามิกกันเลอะไว้ให้แล้ว พร้อมช่องเสียบปลั๊กไฟมาให้ 1 จุด ใต้ Counter

เตาไฟฟ้า 2 หัวและที่ดูดควันได้ของ MEX โดยจะต่อท่อดูดควันออกไปข้างนอกให้เรียบร้อย

ส่วนอ่างล้างจาน ลองปิด-เปิดให้ดูนะคะ เวลาเราไม่ได้ใช้งานส่วนล้าง ก็ปิดเอาไว้ จะได้พื้นที่เตรียมอาหารเพิ่มขึ้น

ฟังก์ชั่นภายในตู้เก็บของด้านบน เปิดมาจะเป็นแบบนี้ มีคัทเอาท์ไฟอยู่ด้านในด้วย ตัว Fitting ทุกอันเป็น Soft Close นะคะ

ด้านข้าง Pantry จะเว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นไว้ให้ ในห้องตัวอย่างติดตั้งตู้เย็นขนาด 9.5 คิวไว้ เวลาเลือกซื้อตู้เย็นเข้าห้องอย่าลืมคำนึงเรื่องขนาดพื้นที่วางด้วยนะคะ

เปิดประตูอีกชั้นหนึ่งเพื่อเข้ามายังพื้นที่พักผ่อนบ้าง วัสดุพื้นจะแตกต่างจากครัวนะคะ พื้นครัวจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ซึ่งมีข้อดีที่หากทำครัวแล้วมีคราบกระเด็นมาที่พื้นก็สามารถทำความสะอาดได้ง่าย ส่วนภายในพื้นที่ห้องหลักๆ จะปูด้วยไม้ Engineering ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นขึ้นค่ะ

ถ่ายให้ดูภาพรวมของ Living Area ซึ่งตอนนี้ขายแบบ Fully Furnished แล้วนะคะ ก็จะได้เฟอร์ฯ เหมือนในห้องตัวอย่างเลย โทนสีออกเป็นสีเบจ ซึ่งจริงๆ จะมีให้เลือก 2 โทนคือสีเบจและสีเทานะคะ

จากด้านในห้องมองกลับมาจะเห็นภาพรวมของห้องทั้งหมดนะคะ พื้นที่ใช้สอยหลักๆ จะแบ่งครึ่ง ฝั่งซ้ายเป็น Living ส่วนฝั่งขวาเป็นห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว กั้นพื้นที่ด้วยประตูบานเลื่อนที่จะเลื่อนมาปิดได้ ตามแนวเส้นประสีเหลืองค่ะ

โครงการ Built-in ตู้เก็บรองเท้ามาให้ติดกับประตูห้องเลย ภายในแบ่งเป็นชั้นๆ หน้าบานเป็นบานกระจกแบบ Coated Glass Panel with Aluminium Edge ทำให้ได้ความเงาของกระจกด้านหน้าที่ช่วยเพิ่มความหรูหรา แต่ก็ไม่สามารถมองเห็นสิ่งของด้านใน

ลักษณะของมือจับตู้ ถูกออกแบบให้ติดมาเป็นชิ้นเดียวกับตู้เลยดูสวยดี

อีกฝั่งหนึ่งได้เป็นโต๊ะทานอาหารแบบ 2 ที่นั่ง จากขนาดโต๊ะสามารถใช้งานได้จริง วางจานข้าวและกับข้าวได้สัก 2 อย่าง ถ้าครอบครัวไหนชอบทานกับข้าวหลายๆ อย่าง โต๊ะก็จะแน่นๆ หน่อย ลองหาโต๊ะแบบที่สามารถพับเก็บและขยายได้ก็จะมีพื้นที่ให้วางจานอาหารเพิ่มขึ้น

ลองขยับเก้าอี้ดู ก็มีพื้นที่เหลือพอให้เข้าไปนั่งได้สะดวก

ถัดมาในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นมีการจัดวางชุดโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง ระยะดูทีวีของห้องนั่งเล่น มีระยะห่างประมาณ 2.2 เมตร มีขนาดทีวีที่เหมาะสมอยู่ที่ 46 นิ้ว นอกจากนี้ยังได้โต๊ะกลางตามห้องตัวอย่างที่จะแถมมาให้ในห้องจริงค่ะ

ชุดโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง ที่ได้ในห้องนั่งเล่น พร้อมโต๊ะกลางตามแบบในห้องตัวอย่าง โต๊ะกลางตัวนี้สามารถสอดขาไปใต้เก้าอี้แล้วใช้เป็นโต๊ะวางโน๊ตบุ๊คทำงานได้ ทำให้สามารถนั่งเเล่นโน๊ตบุ๊คและดูทีวีไปด้วยได้

มีระยะระหว่างโซฟาและชั้นวางทีวีพอสมควร เมื่อวางโต๊ะกลางแล้วก็ยังเหลือพื้นที่ให้เดินผ่านเข้าไปยังระเบียงได้

ชั้นวางทีวีที่ได้จะเป็นตู้ลิ้นชัก 6 บาน วัสดุให้มาเป็น Set เดียวกับตู้วางรองเท้า

จากห้องนั่งเล่นมีประตูกระจกบานเลื่อนเปิดออกไประเบียง เป็นประตูแบบ 3 ตอน ทำให้เปิดประตูได้กว้าง ตัวเฟรมวงกบเป็นอลูมิเนียมอบสีดำ ส่วนตัวบานเป็นกระจกตัดแสงช่วยลดความร้อนจากแสงภายนอกเข้าในห้องได้ดี

ตัวล็อกจะเป็นตัวล็อกแบบฝังกับประตูแบบทั่วไป มีการกันเสียงและฝุ่นเข้าห้องด้วยเส้นกำมะหยี่

รางประตูจะอยู่เป็นระนาบเดียวกับพื้น หากฝนตกแล้วนำขังที่ระเบียงก็อาจเข้าห้องได้ จึงต้องระวังไม่ให้ท่อระบายน้ำตัน พื้นที่ระเบียงมีขนาด 0.8 x 2.3 ม. ใช้สำหรับตากผ้า และวางกระถางต้นไม้ได้นิดหน่อย ส่วนราวกันตกเลือกใช้เป็นราวเหล็กทาสีเทา

ส่วนที่ดีของระเบียงนี้คือ มีการจัดวางตำแหน่งของ Condensing Unit ไว้อยู่ด้านบน และจัดวางแบบปล่อยลมร้อนออกนอกอาคาร ทำให้ความร้อนไม่สะสมอยู่ที่ระเบียง จึงสามารถใช้พื้นที่ระเบียงได้เต็มที่

ต่อไปมาดูห้องนอนกันต่อจะอยู่ด้านหลังห้องนั่งเล่น แยกส่วนกันด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอน วัสดุประตูเป็นบานไม้ทึบปิดผิวลามิเนต เวลาอยู่ห้องคนเดียวก็สามารถเปิดบานเลื่อน นอนดูทีวีจากบนเตียงได้เลย

บานประตูเป็นแบบ 3 ตอน ใช้รางบนรางเดียว ทำให้พื้นด้านล่างเชื่อมต่อกัน โครงการออกแบบช่องเก็บประตูไว้เรียบร้อย เวลาเปิดประตูก็สามารถเดินเชื่อมทั้ง 2 ห้องได้เต็มพื้นที่

ด้านในห้องนอนจัด Furniture มาให้ ได้แก่ เตียงขนาด 5 ฟุตวางไว้ตรงกลาง ก็ยังเหลือพื้นที่ข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่ง ให้เดินขึ้นเตียงได้สะดวก

ส่วนหัวเตียงจะได้โต๊ะหัวเตียงและ Decoration ผนังเหมือนในห้งอตัวอย่างเลย

โต๊ะหัวเตียงที่ให้ แบ่งเป็นตู้ลิ้นชัก 2 ตู้ ตามแบบนี้เลยนะคะ

ในห้องนอนมีหน้าต่างบานใหญ่ ที่แม้ไม่ได้เป็นบานเดียวเต็มบานแต่ก็ช่วยรับแสงธรรมชาติเข้ามาในห้องได้เพียงพอ ทำให้สามารถนอนชมวิวได้จากบนเตียงเลยนะคะ ซึ่งทางโครงการจะติดตั้งม่านไว้ให้ด้วยนะคะ ซึ่งก็จะได้ม่านทึบ (Dim-Out Curtain) เหมือนในห้องตัวอย่าง

โดยหน้าต่างจะมีบานกระทุ้งอยู่ 1 บาน สามารถเปิดได้กว้างแค่ประมาณนึง พอให้ลมผ่านเข้าออกเพื่อระบายอากาศได้

วัสดุของตัววงกบและลูกบิดเปิดปิดที่ให้มาดูแข็งแรงดี

ภายในห้องนอนอีกฝั่งหนึ่งเป็นพื้นที่แต่งตัวและห้องน้ำค่ะ

ตู้เสื้อผ้าที่โครงการ Built-in ไว้ให้จะเป็นตู้บานเลื่อน 2 บาน ห้องจริงที่ส่งมอบให้ลูกบ้านก็จะได้แบบนี้เลยนะคะ

ฝั่งตรงข้ามตู้เสื้อผ้าเป็นโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมสตูล ให้มาพร้อมกระจก Size นี้ค่ะ

ภายในห้องน้ำจะถูกแยกส่วนเปียกและส่วนแห้งชัดเจนด้วยฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัยและขอบธรณี ผนังและพื้นโดยรอบเป็นกระเบื้องทั้งหมด แต่พื้นภายในห้องน้ำจะเป็นกระเบื้องเซรามิก เพื่อช่วยกันลื่นภายใน้ห้องน้ำค่ะ

อ่างหน้าทรงเหลี่ยมสีขาว ของ Kohler มาพร้อมก๊อกน้ำโครเมี่ยมเปิด – ปิดโ ดยการบิดซ้ายขวาจาก Grohe

หน้าตาของก๊อกจาก Grohe ส่วนใต้อ่างเป็นลิ้นชักเลื่อนเปิดออกมาสุดได้เท่านี้ เอาไว้เก็บของใช้งานทั่วไป

ชุดสุขภัณฑ์ของ Kohler ขวามือมีที่แขวนกระดาษชำระ แบะซ้ายมือมีที่ฉีดน้ำ และหัวก๊อกเล็กมาให้ ของ Grohe โดยรอบโถสุขภัณฑ์มีการเว้นพื้นที่ไว้พอสมควรเพื่อให้สะดวกในการหยิบทิชชู่และสายฉีดชำระ

ฉากกั้นอาบน้ำกระจกแยกพื้นที่ส่วนเปียก ใช้ประตูกระจกบานสวิง

โครงการมีการเก็บรายละเอียดตามขอบประตูได้เรียบร้อยดี เช่น มีการติดขอบยางที่ประตูกั้นอาบน้ำเพื่อช่วยกันน้ำไม่ให้กระเด็นออกมาได้ ตัวจับฉากกั้นเปิด-ปิด มีการเซาะร่องด้านล่างให้จับได้สะดวก และด้านล่างจะติด Door Stopper มาให้ เพื่อกันประตูกระจกกระแทกกับผนังค่ะ

ชุดฝักบัว & Rain Shower ที่ได้มา ของ Grohe ดูดีหน่อย มีที่วางอุปกรณ์เล็กมาให้จุดนึง โครงการเค้าทำมาให้ทั้ง 2 แบบเพราะว่าเผื่อใครไม่อยากอาบแบบ Rain Shower ก็มาใช้ฝักบัวแทนนะ

หน้าตาของฝักบัว Grohe มีขนาดจับได้ถนัดมือดี มาพร้อมก๊อกเปิดปิดแบบแยกน้ำร้อนน้ำเย็นไว้ให้เรียบร้อย

พื้นที่อาบน้ำมีขนาดประมาณ กว้าง 0.8 x 1.5 เมตร เป็นระยะที่สามารถใช้งานได้จริง ไม่กว้างและแคบจนเกินไป

พื้นห้องน้ำลดระดับลงมาจากพื้นห้องนอนอีกนิดหนึ่ง เพื่อกันน้ำจากภายในห้องน้ำไหลออกไปส่วนอยู่อาศัยอื่นๆ จบขอบด้วยกระเบื้อง ซึ่งมีความทนทานต่อการใช้งานในห้องน้ำ มาพร้อม Door Stopper ด้านหลังประตู ส่วนพื้นที่อาบน้ำจะมีขอบธรณีกั้นอีกทีหนึ่ง ทำให้แยกการใช้งานพื้นที่เปียกแห้งได้เป็นสัดส่วน

ผังห้อง 1 Bedroom Type B1 ขนาด 34 ตารางเมตร ผังห้องจะคล้ายกับแบบแรกเลย ต่างกันตรงพื้นที่ระเบียงที่ห้องนี้จะได้แบบ Signature ของห้องตระกูล IDEO คือได้ระเบียงที่มีหน้าต่าง 2 ชั้น และแยกห้องเก็บคอมแอร์ต่างหาก ทำให้ใช้งาน ระเบียงได้หลากหลายมาก จะเป็นพื้นที่นั่งเล่นที่ขยายออกก็ได้ จะเปิดหน้าต่างบานนอก เพื่อตากผ้าก็ได้ หรือในวันฝนตกก็ตากผ้าได้ ไม่ต้องกลัวระเบียงเปียก ส่วนคอมแอร์ที่แยกไปอยู่ต่างหาก ทำให้ระเบียงไม่มีลมร้อน ปลูกต้นไม้หรือนั่งเล่นที่ระเบียงได้ ..แต่ห้องนี้จะมีข้อเสียนิดนึง คือห้องนอนจะมีช่องเปิด รับวิวส่วนหน้าต่างห้องที่ค่อนข้างเล็ก แต่สามารถวางโซฟาเล็กหรือโต๊ะทำงานตรงนั้นได้ค่ะ

เฟอร์นิเจอร์ที่ได้สำหรับห้อง Type นี้ จะได้ของ SB เช่นเดียวกันกับห้องแรก แต่หน้าตาของเฟอร์ฯ จะต่างกันนิดหน่อย ไปดูห้องจริงกันเลยค่ะ

เปิดเข้าส่วนแรกของห้องก็จะเป็นส่วนครัวเหมือนกับแบบแรกเป๊ะเลย ฝั่งขวามี Private Lift ส่วนตรงไปเป็นประตู้อีกชั้นหนึ่งสำหรับเข้าส่วนพักผ่อนหลักของห้อง ในห้องครัวก็จะได้เคาน์เตอร์เหมือนแบบแรกเลยนะคะ

เข้ามาในพื้นที่ Living ก็จะจัดแปลนเหมือนห้องแรก ต่างกันที่ขนาดของพื้นที่ใช้สอยจะใหญ่กว่าหน่อย ทำให้ใช้งานสะดวกขึ้น

เข้ามาในห้องแล้วมองย้อนกลับไป ฝั่งซ้ายเป็นส่วน Living ส่วนฝั่งขวาเป็นห้องนอนที่มีห้องน้ำอยู่ในตัว

เฟอร์นิเจอร์ที่ได้ของห้องนี้ก็จะมีตู้รองเท้า Built-in ไว้ให้เป็นตู้บานเปิด 2 ฝั่ง ขนาดใหญ่กว่าตู้ในห้องแรก แต่วัสดุจะเหมือนกันนะคะ เฟอร์ฯจะเลือกโทนสีได้ คือสีเทาตามแบบในห้องนี้ หรือสีเบจตามแบบในห้องแรกก็ได้ค่ะ

พื้นที่นั่งเล่นจะดูโปร่งเพราะได้แสงธรรมชาติเข้ามาจากประตูกระจกด้านข้าง สำหรับห้องนี้ก็จะได้ชุดโซฟา โต๊ะกลางและชั้นวางทีวีครบแบบนี้ แต่โซฟาจะมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าห้องแรกนะคะ

ติดกันเป็นระเบียงที่เป็นเอกลักษณ์ของตระกูล IDEO ที่จะทำเป็นกระจกหน้าต่างอีกหนึ่งชั้น ปิดอยู่ตรงกันตก  ทำให้ห้องนี้สามารถใช้งานระเบียงได้หลากหลาย จะเปิดต่อเชื่อมเหมือนเป็นพื้นที่ภายในก็ได้ เพราะมีหน้าต่างปิดอีกชั้น หรือจะเปิด เพื่อให้เป็นระเบียกปกติ เพื่อตากผ้าก็ได้

บานประตูกั้นส่วนของระเบียง เป็นประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนแบบนี้ทำให้เปิดประตูได้กว้าง กระจกได้เป็นกระจกตัดแสงช่วยลดความร้อนที่เข้ามาในห้อง พื้นที่ในส่วนของระเบียงมีขนาดประมาณ 1.2 x 2.6 เมตร

ราวกันตกและหน้าต่างด้านนอก เป็นกระจกบานเลื่อน 2 ตอน

ห้องเก็บคอมแอร์ ทำเป็นสัดส่วนมิดชิด ทำให้สามารถใช้พื้นที่ระเบียงได้เต็มที่

ไปดูห้องนอนกันต่อนะคะ จะอยู่ด้านหลังชุดโซฟาเช่นเดียวกับห้องแรก ซึ่งพื้นที่นี้จะมีประตูบานเลื่อน 4 ตอน ที่เอาไว้กั้นส่วนห้องนอนกับ Living Area ประตูเป็นแบบแขวนรางบน จึงไม่มีรางด้านล่าง มีข้อดีคือทำให้เดินเชื่อมกันได้อย่างต่อเนื่อง ประตูเลื่อนง่ายดี แต่ข้อระวังคือบานแบบนี้ต้องติดตั้งให้ดีมากๆ ไม่หย่อน และต้องเว้นระยะห่างจากพื้นไว้พอสมควร ดังนั้น จะปิดได้ไม่สนิท กันแมลง และเสียงไม่ได้นะคะ

พื้นที่ข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่ง เหลือให้ขึ้นเตียงได้สะดวก และสามารถวางโต๊ะหัวเตียงได้ ซึ่งทางโครงการจะ Built-in หัวเตียงและเฟอร์ฯ มาให้แบบนี้เลยนะคะ

หันมามองทางขวาจะมีช่องหน้าต่างรับแสงอยู่ 1 บานเป็นบานกระทุ้ง (ผนังห้องของจริงเป็นฉาบเรียบทาสีธรรมดานะ) มีแอร์ในห้องนอนให้อีก 1 ตัว ส่วนทีวีโครงการเค้าทำ Idea ไว้ให้ดูเผื่ออยู่กัน 2 คน ถ้าคนนึงอยากนอนดูทีวี อีกคนนึงดูในห้องนั่งเล่น ก็สามารถติดทีวีแบบแขวนผนัง และซื้อชุดขาแขวนทีวี ที่มันสามารถเอียงองศามาทางเตียงนอนได้

ด้านข้างเตียงมีพื้นที่ใช้สอยเล็กๆ ที่มันไม่ได้เป็นกระจกบานใหญ่เต็มๆ แบบห้องแรกเพราะต้องเสียพื้นที่ทำห้องเก็บ Condensing Unit แยก ทำให้ห้องนอนเหลือพื้นที่รับวิวและแสงแค่นี้ ซึ่งเค้าเอาโซฟาเล็กมาตั้งให้ดู ส่วนตัวคิดว่านั่งไม่สนุก มันเหงานั่งได้คนเดียว เข่าก็อาจติดโต๊ะหัวเตียงอีก ควรจะวางเป็นโต๊ะนั่งทำงานจะใช้งานคุ้มกว่า

ฝั่งนี้เป็นพื้นที่ด้านหน้าห้องน้ำ ก็จะ Built-in ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งให้ เฟอร์ฯก็จะเหมือนกับห้องแบบแรก แต่ห้องนี้แต่ง Theme เทา มาให้ดูเป็นตัวอย่างนะคะ

ส่วนของโต๊ะเครื่องแป้งจะมีฟังก์ชันแบบนี้ ทำให้มีช่องเก็บของเยอะทีเดียว แต่ถ้าเป็นคุณผู้ชายที่ต้องการใช้โต๊ะทำงานมากกว่า มุมนี้ก็เหมาะจะวางโต๊ะเขียนหนังสือได้นะคะ

มาดูบรรยากาศภายในห้องน้ำ ภายในจะได้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ภายในห้องน้ำที่ได้รับจะเหมือนกับห้องแบบแรกคือจะได้ของ Kohler และ Grohe เป็นหลักนะคะ

พื้นที่ด้านในมีขนาดกะทัดรัด และจัดแบ่งพื้นที่ภายในเป็นส่วนเปียกและส่วนแห้งไว้ชัดเจน

ส่วนที่ต่างจากห้องแรก คือขนาดพื้นที่อาบน้ำที่เล็กลงหน่อยเหลือประมาณ 1 x 1 เมตร พอใช้งานได้

สวิทช์ และ ปลั๊กไฟ ภายในห้องหน้าตาจะเป็นแบบนี้ทั้งหมด ของ Schneider

 

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 24 October 2017

  • แบบ C1 ชั้น 22 ห้อง 22-11 เนื้อที่ 51.58 ตร.ม. ราคา 9.3 ล้านบาท หรือ 180,302.44 บาท/ตร.ม.
  • แบบ B1M ชั้น 17 ห้อง 17-04 เนื้อที่ 34.11 ตร.ม. ราคา 6.8 ล้านบาท หรือ 199,355.03 บาท/ตร.ม.
  • แบบ A1M ชั้น 12A ห้อง 12A-08 เนื้อที่ 29.7 ตร.ม. ราคา 5.93 ล้านบาท หรือ 199,663.3 บาท/ตร.ม.
  • แบบ B1M ชั้น 28 ห้อง 28-04 เนื้อที่ 34.11 ตร.ม. ราคา 7.15 ล้านบาท หรือ 209,615.95 บาท/ตร.ม.
  • แบบ C1 ชั้น 31 ห้อง 31-11 เนื้อที่ 51.58 ตร.ม. ราคา 11 ล้านบาท หรือ 213,260.95 บาท/ตร.ม.
  • แบบ A1M ชั้น 36 ห้อง 36-08 เนื้อที่ 29.7 ตร.ม. ราคา 6.62 ล้านบาท หรือ 222,895.62 บาท/ตร.ม.

 

  • Fully Fitted
  • เพดานสูง 2.6 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • จอง 50,000 บาท
  • ทำสัญญา 5%
  • ดาวน์ 8% ผ่อนดาวน์ 19 งวด
  • ค่ากองทุน 600 บาทต่อตารางเมตร
  • ค่าส่วนกลาง 65 บาท/ตารางเมตร/เดือน
  • ค่าธรรมเนียมการโอน ผู้จะซื้อและผู้จะขายชำระคนละครึ่ง

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

IDEO Q สยาม-ราชเทวี อยู่ในทำเลที่เรียกว่าใจกลางเมืองเกาะอิงแอบแนบชิดสยาม ตัวทำเลโครงการ อยู่ติดถนนใหญ่บนถนนเพชรบุรีใกล้แยกราชเทวี และไม่ไกลจากประตูน้ำ ซึ่งตำแหน่งที่ตั้งถ้าเป็นคนขยันเดินหน่อย นี่แทบจะเรียกว่าสะดวกมาก เพราะอยู่ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีราชเทวีประมาณ 390 เมตร และพอที่จะเดินไปสยามพารากอนได้ด้วยประมาณ 650 เมตร รายรอบโครงการก็มีร้านค้า และร้านอาหารให้พอได้พึ่งพิงบ้าง แต่ถ้าเดินสัก 300 เมตรมาแถวๆหน้าพันธุ์ทิพย์นี่เรียกว่าอุดมสมบูรณ์สุดๆทีเดียวเชียว ส่วนสาธารณูปโภครอบโครงการในระยะที่พอจะเดินทางไปได้ใกล้ๆ เรียกว่า อยู่ในระดับหล่อเลือกได้ เพราะมาสยาม มาพารากอน Central World ชิดลม เพลินจิต ไม่ยากและใกล้มาก ซึ่งเหล่านี้คือแหล่งชอปปิ้งที่สมบูรณ์สุดของประเทศแล้ว เลือกได้เลยว่าจะนั่ง BTS ไป หรือขับรถไป ไม่ยากทั้งคู่ ส่วนแหล่งช้อปย่านประตูน้ำ นี่ไม่ต้องพูดถึงเนอะ ยิ่งใกล้ไปใหญ่

การเดินทางโดยรถยนต์ สะดวกมากในวันและช่วงที่รถไม่ติด แต่ต้องทำใจหน่อยนะคะว่านี่มันย่านกลางเมือง รถมันจะค่อนข้างติดเรียกว่าทุกวันในชั่วโมงเร่งด่วนก็ว่าได้ ข้อดีในการเดินทางด้วยรถคือ เข้าเมืองง่าย ไปได้หลายทางพอใช้ แต่น่ารำคาญเรื่องการห้ามเลี้ยว ห้ามกลับรถ และรถติดนี่แหละ โดยเฉพาะขากลับบ้าน นี่ต้องวางแผนดีๆเลย ไม่งั้นที่เห็นว่าใกล้ๆ จะกลายเป็นใช้เวลานานแบบไม่น่าเชื่อได้เหมือนกัน สัดส่วนที่จอดรถในช่องจอด 46% ยังไม่รวมซ้อนคัน ซ้อนแล้วเป็น 49% เมื่อพิจารณาจากความสะดวกในการไม่ใช้รถแล้ว ถือว่ายังน้อยนะ โครงการและราคาระดับนี้อยู่ในหมวดของ Luxury ขึ้นไปเป็น Super Luxury แล้ว น่าจะได้เยอะกว่านี้หน่อย

สำหรับคนไม่ใช้รถ นี่เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ คนไม่ใช้รถ อยู่ได้แบบ สบายๆ แม้จะไม่ได้ติดรถไฟฟ้าแบบบันไดสถานีพาดเข้าโครงการ เหมือนเพื่อนบ้านย่านนี้หลายตึก แต่ก็อยู่ในระยะเดินไม่ลำบาก 390 เมตรถึงบันไดเลื่อนของสถานี คงพอเดินได้ไม่ยากนัก ในอนาคตจะมีส่วนของรถไฟฟ้าสายสีส้มมาเสริมในศักยภาพทำเลโครงการเพิ่มไปอีก แต่คงยังไม่ใช่เร็วๆนี้คาดว่าไม่ต่ำกว่า 5 ปีแน่ ด้านหน้าโครงการอยู่ในทำเลที่เรียกรถได้ 24 ชั่วโมง มีป้ายรถเมล์ใกล้หน้าโครงการบริเวณสะพานลอยและตรงข้ามโครงการ อีกทั้งแถวนี้ Taxi, พี่วินชุกชุมมากมาย และมีห้างดีๆอยู่ในระยะเดินด้วย

การออกแบบโครงการทำออกมาค่อนข้างโดดเด่นแปลกตา หน้าตาดีทีเดียว ยิ่งเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านบนถนนเดียวกัน IDEO Q ก็คงเด้งออกมาเด่นอยู่คนเดียวในตอนนี้ แต่เราจะไม่พูดกันเรื่องความสวยงาม เพราะคนเราชอบไม่เหมือนกัน ว่ากันที่การใช้งาน ตัวส่วนกลาง ออกแบบมาดูดี น่าใช้ แต่ละคนต้องดูว่าเราชอบแบบนี้ไหม โดยส่วนกลางหลักจะจัดอยู่ที่ชั้น 30 อย่าง Sky Pool, Kid Pool, Social Club, Business Center, Library, Lounge ซึ่งจากทุกส่วนจะมองเห็น City View ได้ทุกด้าน น่าใช้งานมากทีเดียว

จุดเด่นที่ “ลิฟท์” ที่เปิดเข้าห้องได้เลย ซึ่งมันดีสะดวกและ Private มาก สำหรับหลายๆคน แต่มีเรื่องที่น่ากังวลคือ “ความปลอดภัย” ซึ่งแม้ว่าทางโครงการจัดทำประตูกั้นห้องหน้าลิฟท์ไว้ให้อีกชุด ก็ต้องเลือกดูดีๆนะคะ เพราะความสะดวกของห้องแต่ละ Type มันไม่เหมือนกัน…  ส่วนการออกแบบห้อง ตัวห้อง 1 Bedroom เป็นรูปแบบมาตรฐานของ Ideo ที่ทำออกมาได้ลงตัวอยู่แล้ว โดยเฉพาะระเบียง ส่วนห้อง 1+1 แนะนำให้เจ้าของห้องใช้ Built in ในหลายๆจุด เพื่อความลงตัวและพื้นที่ใช้สอย+เก็บของได้คุ้มๆ

วัสดุอุปกรณ์ของที่ให้มา เป็นแบบ Fully Fitted ยกเว้นแบบ 1 Bedroom ที่ตอนนี้ขายเป็นแบบ Fully Furnished จึงขอแยกพูดทีละประเด็น สำหรับห้องที่ขายแบบ Fully Fitted เมื่อเทียบกับระดับราคาแล้ว ถือว่าค่อนข้างได้มาน้อยนะคะ ในระดับราคา 200,000 บาทต่อตารางเมตร ต้องแต่งห้องใหม่เองเพิ่มเยอะอยู่นะ ภายในห้องจะได้ Pantry ครัว มี Hob & Hood และอ่างล้างจานของ MEX วัสดุผิวปิดท็อปครัวเป็นหินสังเคราะห์ ห้องน้ำ ชุดหัวก๊อกของ GROHE สุขภัณฑ์ Kohler พื้นห้องโถง Engineering Wood ส่วนพื้นครัว,ระเบียง,ห้องน้ำ เป็นกระเบื้องแรนิตโต้ 60 x 60 cm. มี Digital Doorlock ของ YALE ระยะพื้นถึงฝ้า 2.65 เมตร แต่สำหรับห้อง 1 Bedroom ที่ได้แบบ Fully Furnished จะได้เฟอร์ฯทั้งหมดเหมือนในห้องตัวอย่าง ถือว่าให้มาสมราคาดีค่ะ

สาธารณูปโภคมีมาให้ค่อนข้างครบและสมบูรณ์ โครงการนี้วาง Facility ไว้ที่ชั้น 8, 29M, 30 ,30M และ ดาดฟ้า นะคะ โดยจุดเด่นก็อยู่ที่ชั้น 30 นั่นแหละ จัดเป็น Facility แบบเต็ม Floor มี Sky Pool 360 องศา, Fitness, Library, Business Center, Social Club ใครที่มีห้องได้วิวไม่ค่อยสวย ก็ขึ้นมานั่งดูวิวที่ชั้นนี้ได้ หรือสวนชั้นดาดฟ้าได้ ส่วนที่แปลกคือลิฟท์ ที่เป็น Private ถึงห้องตัวเองเลย รูปแบบลิฟท์ที่มีลิฟท์จะมี Service Lift 1 ตัว + Private Lift 12 ตัว รวมทั้งโครงการมีลิฟท์ 13 ตัว น่าจะพอใช้นะ

 

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 200,000 บาท/ตร.ม., 24 October 2017

  • ทำเล 8/10 –ทำเลดี ใกล้สยามพารากอน, Platinum, Pantip แบบเดินไปได้ มีความอุดมสมบูรณ์ แต่ราคานี้มีตัวเลือกในทำเลที่ดีๆ ให้เลือกได้เยอะ
  • เดินทางด้วยรถ 7.5/10 – สะดวกและใกล้ใจกลางเมืองมาก แต่ก็ต้องทำใจเรื่องรถติดด้วยเช่นกัน และจำนวนที่จอดรถยังน้อยเมื่อเทียบ กับคู่แข่ง
  • ไม่ใช้รถ 8/10 – สะดวก ห่างรถไฟฟ้าราชเทวี 390 ม. ติดถนนใหญ่ หารถสาธารณะง่าย เหมาะกับคนที่ไม่คิดจะใช้รถเลย
  • วัสดุ 7.5/10 – สำหรับห้อง 1Bedroom ที่ให้เฟอร์ฯ มาครบ ถือว่าได้ของสมราคา แต่ห้องขนาดใหญ่ขึ้น ที่ขายแบบ Fully Fitted ถือว่าให้ของมาน้อย ไปหน่อยนะคะ
  • แบบ 8/10 – ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางน่าใช้งาน และอยู่บนชั้น 30 ห้องพักได้ Private Lift พื้นที่ในห้องจัดฟังก์ชันได้ลงตัว ในขนาดที่ใช้งานได้จริง
  • สาธารณูปโภค 9/10 – เป็นจุดเด่นของโครงการที่จัดพื้นที่ ส่วนกลางเต็มชั้นบนชั้น 36 และชั้น 36 M แถมเปิดวิวรอบอาคาร ด้วยผนังกระจก

 

  • LUXURY – SUPER LUXURY CLASS
  • 7.95 / 10.00

 

BOTTOM LINE

Ideo Q สยาม-ราชเทวี เป็นคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองที่เหมาะกับคนที่มองหาบ้านที่อยู่ใกล้ย่านสยาม หรือประตูน้ำ แบบพอจะเดินไปได้ มีความอุดมสมบูรณ์ครบเครื่องรายรอบโครงการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS สะดวก ต้องการลดการใช้รถ หรือเบื่อเต็มทีแล้วกับการขับรถเข้าเมือง เป็นคนไม่เรื่องมากเรื่องวิว มีนิสัยเลือกของมองที่ความโดดเด่นสะดุดตา มี Brand Name หน่อย ไม่ได้สนใจไล่หาของที่ถูกที่สุด มีงบประมาณระดับ 5.69-13 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนที่ 42,000 – 91,000 บาท