รีวิวฉบับที่ 1720….สำหรับใครที่มองหาคอนโดใกล้ที่ทำงานใจกลางเมืองอย่างสาทร คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนใหญ่ราคาต่อตารางเมตรสูงเกินแสนบาทต่อตารางเมตรกันไปหมดแล้ว วันนี้จะพาไปชม Blossom Condo @ สาทร-เจริญราษฎร์ กลุ่มคอนโด Low Rise และ โฮมออฟฟิศ ที่ราคาพอหยิบจับได้ ตั้งอยู่บนถนนเจริญราษฎร์ ห่างจากสาทรมาหน่อยแต่เดินทางเข้าถึงแหล่งงานได้สะดวก อีกทั้งยังใกล้ทางด่วนอีกด้วย ส่วนกลางมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่พร้อมสระว่ายน้ำสไตล์รีสอร์ท ในราคาเริ่มต้น 2.79 ล้านบาท จาก Siamese Asset โครงการจะเป็นอย่างไรไปชมกันเลยค่ะ

Fact @ 25 October 2018

  • Blossom condo @ Sathorn – Charoenrat (บลอสซั่ม คอนโด แอท สาทร-เจริญราษฎ์)
  • บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด
  • UPPER CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : สาทร
  • โครงการประกอบด้วย 6 อาคาร แบ่งเป็น
    • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 4 อาคาร จำนวนห้องพักรวม 776 ยูนิต
      • อาคาร A 228 ยูนิต
      • อาคาร C 211 ยูนิต
      • อาคาร D 197 ยูนิต
      • อาคาร E 140 ยูนิต
    • อาคารสำนักงานให้เช่า  7 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 12 ยูนิต และร้านค้า 2 ยูนิต
    • อาคารห้องชุดเพื่อการพาณิชย์  1 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 2 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 390 คันคิดเป็น 49%(ของยูนิตทั้งโครงการ) ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 7-1-56.5  ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง :  ตุลาคม 2559
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : สร้างเสร็จพร้อมอยู่
  • 1 Bedroom 30.00 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.79 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 61.00 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น n/a ล้านบาท
  • Duplex 43.00 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นประมาณ 4.7 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.50 เมตร ( 2.30 ดรอปฝ้าเพดาน) เมตร , ห้อง Duplex สูง 4.75 เมตร (ชั้นบนสูง 2.10 เมตร)
  • ราคาห้องเริ่มต้น 2.79 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการประมาณ 96,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด 89,000 บาท/ตร.ม.
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 093 124 5746

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.710772, 100.520350

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

โครงการ Blossom Condo @ สาทร-เจริญราษฎร์  ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่เจริญราษฎร์ช่วงที่ใกล้กับถนนจันทน์ เป็นทำเลที่ไม่ไกลจาก BTS สุรศักดิ์มากนักและใกล้กับแหล่งงานใจกลางเมืองอย่างสีลม-สาทรพอสมควร การเดินทางโดยใช้รถถือว่าสะดวกดีเพราะถนนเจริญราษฎร์นี้เป็นถนนที่เชื่อมต่อไปยังถนนหลักได้หลายทาง ถ้าวิ่งตรงไปทางเหนือจะไปเชื่อมต่อกับถนนสาทร ซึ่งถ้าวิ่งไปทางตะวันออกจะใช้เส้นทางไปยังวงเวียนใหญ่หรือถ้าไปทางตะวันตกจะไปเชื่อมต่อกับถนนถนนพระราม 4ได้ นอกจากนั้นถนนเจริญราษฎร์ยังสามารถวิ่งทะลุไปยังถนนสีลมได้เช่นกัน อีกเส้นทางหนึ่งจากถนนเจริญราษฎร์ถ้าลงใต้มาทางแยกที่ตัดกับถนนจันทร์ตรงไปจะเป็นถนนพระราม 3 หรือถ้าวิ่งเข้าถนนจันทน์ก็จะไปเชื่อมต่อกับถนนนราธิวาสราชนครินทร์ได้ และสำหรับใครที่เร่งรีบทำเลนี้ก็มีทางด่วนให้ใช้อยู่ไม่ไกลจากโครงการค่ะ

สำหรับการเดินทางโดยไม่ใช้รถ จะไม่ค่อยสะดวกนักเนื่องจากที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยไม่มีรถประจำทางผ่าน แต่บริเวณด้านหน้าโครงการจะมีวินมอเตอร์ไซค์มาตั้ง จะช่วยให้สะดวกขึ้นในอนาคตค่ะ หรือคนที่ต้องการเรียกรถ Taxi หรือ Grab ก็สามรถเดินออกมายังหน้าซอยเพื่อเรียกได้ ส่วนใครที่ต้องการใช้รถไฟฟ้า สามารถเดินไปขึ้นที่สถานีสุรศักดิ์ได้ แต่อาจจะไกลซักหน่อยค่ะ

ที่ตั้งโครงการอยู่ห่างจาก BTS สถานีสุรศักดิ์ประมาณ 1.1 กิโลเมตร เป็นระยะทางที่ค่อนข้างไกลหน่อยสำหรับคนที่ไม่ชอบเดิน แต่ก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะทางโครงการมีรถรับ-ส่ง Shuttle Van ให้ที่สถานี BTS สุรศักดิ์ ตามระยะเวลาที่นิติกำหนด ดังนี้

  • เวลาออกจากโครงการ 7.00, 8.00, 9.00, 11.00, 13.00, 15.00, 17.00, 18.00 น.
  • เวลาถึงสถานีสุรศักดิ์ 7.30, 8.30, 9.30, 11.30, 13.30, 15.30, 17.30, 18.30 น.

หมายเหตุ : รถจะหยุดรอที่สถานีสุรศักดิ์ประมาณ 5-10 นาทีแล้ววิ่งกลับคอนโด

ทำเลที่ตั้งของโครงการอยู่ใกล้กับแหล่งชุมชนที่อยู่อาศัยดั้งเดิม ที่มีคนเก่าแก่ในพื้นที่อยู่เยอะพอสมควรและเป็นทำเลที่มีความอุดมสมบูรณ์มากๆค่ะ ทำให้มีสถานศึกษา โรงเรียนเก่าที่มีชื่อเสียงอย่าง โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน, โรงเรียนอัสสัมชันศึกษา, โรงเรียนเซนต์หลุยส์ เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีวัดวาอารามมากมาย มีร้านค้าร้านอาหารข้างทางขึ้นชื่อหลายร้าน สามารถหาซื้อของกิน ช้อปปิ้งได้อย่างตลาดแสงจันทร์, ตลาดแก่นจันทร์,Tops Maket  , Vanilla Moon (Community Mall ในย่านนี้) เป็นต้น และยังใกล้กับสถานที่เที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่าง Asiatique The Riverfront อีกด้วย นอกจากนั้นก็ยังมีสถานพยาบาล สวนสาธารณะ,ลานกีฬา อยู่ในระยะไม่เกิน 3 กิโลเมตรจากโครงการ ถือว่าค่อนข้างครบครัน แต่ถ้าพูดถึงในระยะเดินจากโครงการออกไปยังย่านของกินนั้นอาจจะไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ เนื่องจากแถวๆโครงการไม่ได้มีของกินขายเยอะนัก จะมีเป็นร้านอาหารตามบ้านในชุมชนมากกว่าค่ะ

เส้นทางการเดินทางจะเริ่มจากจุดลงทางพิเศษศรีรัช เข้าถนนสีลมและผ่านซอยสุรศักดิ์มาทะลุออกยังถนนสาทร และขับตรงมายังถนนเจริญราษฎร์ขนานกับทางพิเศษศรีรัชจะเจอกับทางเข้าโครงการด้านซ้ายมือไปดูรายละเอียดการเดินทางกันค่ะ

มาเริ่มกันที่จุดลงทางพิเศษศรีรัช ทางออก ต.2-11 ป้ายบอกทางถนนสีลมให้เราชิดซ้ายไว้ค่ะ

ลงจากทางพิเศษมาแล้วให้เราตรงไปสังเกตป้ายเลี้ยวซ้ายไปถนนพระราม 4 ตรงนี้จะชิดซ้ายไว้เลยก็ได้ค่ะ

มาถึงทางแยกมีสัญญาณไฟจราจรให้เลี้ยวซ้าย ตรงนี้เป็นซ้ายผ่านตลอดค่ะเลี้ยวได้เลย

เมื่อมายังถนนสีลมแล้วให้รีบชิดขวา เดี๋ยวเราจะเลี้ยวขวาเข้าซอยสุรศักดิ์ซึ่งค่อนข้างกระชั้นชิดเล็กน้อย

มาถึงทางแยกมีสัญญาณไฟ ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยสุรศักดิ์เลยค่ะ

ระหว่างทางที่ซอยสุรศักดิ์ก็จะมีตึก Jewelry Trade Center ด้านในจะมี Bangkok Fashion Outlet อยู่ด้วย

ตรงมาเรื่อยๆจะเจอกับป้ายบอกทางตรงไปยังถนนเจริญราษฎร์ ให้เราตรงไปค่ะ

มาถึงแยกถนนสีลมซ้ายมือเป็นทางไป BTS สุรศักดิ์ ส่วนทางขวามือไปกรุงธนบุรีได้ ให้อยู่ช่องกลางเพื่อจะตรงไปเรื่อยๆค่ะ

ตรงมาจะเจอกับทางแยกทางซ้ายเป็นทางขึ้นทางพิเศษ ให้เราขับตรงไป

มาถึงใต้ทางด่วนให้เราขับตรงไปเรื่อยๆก่อนค่ะ บรรยากาศตรงนี้จะเริ่มเงียบๆไม่วุ่นวายเหมือนใจกลางเมืองแล้ว

เมื่อเราตรงมาอีกจะผ่านซอย เจริญราษฎร์ 3 เป็นจุดสังเกตว่าใกล้ถึงทางเข้าโครงการแล้ว ให้เตรียมตัวชิดซ้าย

ถัดมาอีกนิดจะสังเกตเห็นป้ายโครงการได้ทางซ้ายมือ

เลี้ยวซ้ายที่ป้ายโครงการแล้วขับตามทางต่อไป

เมื่อเข้ามาจนสุดถนนซอยจะเจอกับทางเข้าโครงการอยู่ทางด้านซ้ายมือ ซึ่งปัจจุบันกำลังปรับปรุงภูมิทัศน์ด้านหน้าโครงการอยู่ค่ะ ด้านหน้าโครงการกำลังจะมีป้ายวินมเตอร์ไซค์มาอยู่เป็นตัวเลือกการเดินทางอีกอย่างของคนที่อยู่ที่นี่ด้วยค่ะ

จากโครงการเราสามารถไปยัง BTS สุรศักดิ์ ได้นะคะ ถ้าขี้เกียจเดินก็นั่งพี่วินไปราคาก็ประมาณ 20 บาทเท่านั้น

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • โรงเรียนเซนต์หลุยส์ – 750 เมตร
  • ตลาดแสงจันทร์ – 800 เมตร
  • Vanilla Moon – 1.1  กิโลเมตร
  • BTS สุรศักดิ์ – 1.1  กิโลเมตร
  • โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน – 1.3 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ – 1.4 กิโลเมตร
  • โรบินสัน บางรัก –  1.5 กิโลเมตร
  • ตลาดบางรัก – 1.7 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ – 2.2 กิโลเมตร
  • เอเชียทีค – 3.5 กิโลเมตร
  • เซ็นทรัลพระราม 3 – 3.5 กิโลเมตร
  • BRT เจริญราษฎร์ – 4.0 กิโลเมตร
**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

ส่วนใหญ่บริเวณแถวนี้ยังเป็นพื้นที่ชุมชนพักอาศัย โดยรอบจะไม่มีอาคารสูงตั้งอยู่เลย ด้านหน้าโครงการทางทิศตะวันตกจะติดกับถนนเจริญราษฎร์ และทางพิเศษศรีรัช ตรงข้ามถนนเป็นอาคารพักอาศัย Low Rise ทางทิศเหนือติดกับชุมชนพักอาศัยความสูงประมาณ 2 ชั้น เป็นชุมชนที่อยู่ใกล้วัดและมัสยิด คนที่อยู่ติดทางทิศนี้อาจจะได้ยินเสียงมัสยิดหรือเสียงจากวัดบ้างบางครั้ง ทิศตะวันออกและทิศตะวันตกเป็นชุมชนพักอาศัยความสูงประมาณ 2 ชั้นเช่นกัน ซึ่งรายละเอียดที่ดินติดกับโครงการด้านทิศต่างๆมี ดังนี้

  • ทิศเหนือ ติดกับ ชุมชนพักอาศัยสูงประมาณ 2 ชั้น
  • ทิศตะวันออก ติดกับ ชุมชนพักอาศัยสูงประมาณ 2 ชั้น
  • ทิศใต้ ติดกับ ชุมชนพักอาศัยสูงประมาณ 2 ชั้น
  • ทิศตะวันตก ติดกับ ถนนเจริญราษฎร์, ทางพิเศษศรีรัช ฝั้งตรงข้ามถนนเป็นอาคารพักอาศัยสูงประมาณ 5 ชั้น

ทิศเหนือ เป็นอาคารพักอาศัย สูงประมาณ 4 ชั้น และถัดไปเป็นชุมชนที่พักอาศัยแนวราบ

ทิศตะวันออก ติดกับถนนรองหน้าโครงการที่กำลังปรับปรุงภูมิทัศน์อยู่และถัดไปเป็นถนนเจริญราษฎร์

ทิศตะวันตก ติดกับชุมชนที่พักอาศัยแนวราบสูง 2-4 ชั้น


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Blossom Condo @ สาทร-เจริญราษฎร์ เป็นโครงการที่มีทั้ง คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงานและอาคารพาณิชย์ รวมทั้งหมด 6 อาคาร วางอยู่ล้อมรอบพื้นที่ส่วนกลางที่ประกอบด้วยสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสวนหย่อมขนาดใหญ่  บนพื้นที่ประมาณ 7-1-56.5  ไร่ มีห้องพักรวมทั้งโครงการ 792 ยูนิตเป็นห้องพักอาศัย 776 ยูนิต มีที่จอดรถทั้งหมดประมาณ 390 คันคิดเป็น 49%(ของยูนิตทั้งโครงการ)ไม่รวมจอดซ้อนคัน พื้นที่จอดรวมกันที่ชั้นใต้ดิน โดยทางโครงการจะจัดสรรที่จอดรถให้ และสำหรับผู้มาติดต่อจะมีที่พื้นที่ให้จอดรถโดยเฉพาะ โดยไม่ปะปนกับส่วนของลูกบ้านค่ะ สำหรับคนที่อยู่คอนโดและอาคารสำนักงานด้านหน้า จะสามารถลงมาใช้พื้นที่ส่วนกลางได้ค่ะ แต่สำหรับอาคารสำนักงานจะมีการจำกัดสิทธิ์ว่าใช้ได้กี่คน ซึ่งรายละเอียดจะต้องสอบถามกับทางโครงการอีกทีนะ

โดยอาคารทั้งโครงการจะแบ่งเป็น

  • อาคาร A เป็นอาคารพักอาศัย สูง 8 ชั้น จำนวน 228 ยูนิต ที่จอดรถ 83 คัน
  • อาคาร B เป็นอาคารสำนักงานสูง 7 ชั้น จำนวน 12+2 ยูนิต ที่จอดรถ 74 คัน
  • อาคาร C เป็นอาคารพักอาศัย สูง 8 ชั้น จำนวน 211 ยูนิต ที่จอดรถ 49 คัน
  • อาคาร D เป็นอาคารพักอาศัย สูง 8 ชั้น จำนวน 197 ยูนิต ที่จอดรถ 81 คัน
  • อาคาร E เป็นอาคารพักอาศัย สูง 8 ชั้น จำนวน 140 ยูนิต ที่จอดรถ 62 คัน
  • อาคาร F เป็นอาคารพาณิชย์ สูง 1 ชั้น จำนวน 2 ยูนิต ที่จอดรถ 3 คัน

การวางผังมีแนวความคิดในการนำเอาพื้นที่สีเขียวเปิดโล่งขนาดใหญ่ไว้ตรงกลางกลุ่มอาคาร ให้ทุกๆอาคารนั้นสามารถเห็นพื้นที่ตรงกลางได้ ซึ่งจะมีทั้งสระว่ายน้ำ, Fitness และพื้นที่สวนที่มีต้นไม้ใหญ่ค่อนข้างเยอะ ทำให้บรรยากาศดูร่มรื่นแม้ในเวากลางวัน รูปแบบตัวอาคารใช้สีโทนเข้ม มีการใช้ Green Wall อยู่บริเวณระเบียงซึ่งจะได้ทุกห้องพักอาศัยเลยค่ะ

มาดูผังโครงการกันบ้าง ทางเข้า-ออกจะมีทางเดียวติดกับถนนเจริญราษฎร์ มีการออกแบบกลุ่มอาคารให้ล้อมรอบพื้นที่ส่วนกลางที่จัดมาใ้เป็นพื้นที่สีเขียวมีไม้ยืนต้นค่อนข้างเยอะทำให้บรรยากาศร่มรื่น โดยเมื่อเข้ามาตอนแรกจะเจอกับอาคาร A ก่อน ซึ่งคนที่อยู่อาคาร A มีข้อดีคือเข้าโครงการมาก็ถึงเลย ไม่ต้องเดินไกล แต่จะเสียความเป็นส่วนตัวหน่อยเนื่องจากมีคนผ่านเข้า-ออกอยู่ตลอดเวลาและจะได้ยินเสียงจากเทวศาสนาบ้างในบางเวลา ถัดมาเป็นทางลาดลงลานจอดรถชั้นใต้ดินซึ่งเชื่อมกันทุกอาคาร สามารถเข้าไปจอดรวมกันได้ไม่ได้ FIX ตำแหน่งช่องจอด ถัดมาคืออาคาร B ซึ่งอยู่ตรงกลางด้านหน้าติดกับถนนเจริญราษฎร์เลย เป็นอาคารสำนักงาน ด้านบนเป็นสำนักงานให้เช่า 12 ยูนิตและด้านล่างเป็นร้านอาหาร ถัดมาอาคาร C สามารถเข้าถึงได้ง่ายรองจากอาคาร A แต่ทางทิศตะวันตกติดกับทางพิเศษศรีรัชห้องที่อยู่ฝั่งนี้อาจจะทำให้มีเสียงรบกวนได้บ้าง อาคาร D อยู่ด้านในสุด ทำให้การเข้าถึงไกลที่สุดและเห็นวิวส่วนกลางน้อยแต่ก็ได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่าอาคารอื่นๆ อาคาร E เป็นอาคารที่เห็นพื้นที่ส่วนกลางเยอะที่สุด เป็นส่วนตัวแต่อยู่ด้านในจะต้องเดินไกลหน่อย ทิศอาคารส่วนใหญ่วางผังในแนวทิศเหนือ-ใต้ ซึ่งจะไม่โดนแดดร้อนทางทิศตะวันตก ยกเว้นอาคาร E และ D จะมีห้องบางส่วนที่โดนค่ะ นอกจากอาคารพักอาศัยแล้วยังมีอาคาร F สูง 1 ชั้น ตั้งอยู่ตรงกลางล้อมรอบด้วยหมู่อาคารต่างๆ อาคารนี้เป็นอาคารพาณิชย์ส่วนกลางที่มีทั้ง Fitness และร้านอาหารที่ให้คนมาเช่า แต่ละอาคารมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไปตามผังโครงการ ลูกบ้านต้องเป็นคนตัดสินใจเองแล้วค่ะ ว่าชอบข้อดี-ข้อเสียของอาคารไหน  รายละเอียดโครงการจะเป็นยังไง เราไปรับชมพร้อมๆกันเลยค่ะ

ทางเข้า-ออกโครงการ แบ่งเป็น 2 ช่องทางเข้าด้วยระบบ Access Card แตะบัตรเข้า มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยประจำอยู่บริเวณทางเข้า 24 ชั่วโมง ด้านหน้าติดกับอาคาร A เป็นอาคารพักอาศัย (ทางซ้ายมือ)

ผ่านประตูไม้กั้นกระดกเข้ามาแล้วจะเจอกับอาคาร B ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานสูง 7 ชั้น อยู่ด้านหน้าเลย

ถนนทางเข้า-ออกถัดจากรั้วกั้นไม้กระดกเข้ามาจะเป็นถนนกว้าง 2 เลน รถขับสวนกันได้สบายๆ อาคารที่เห็นทางฝั่งซ้ายคืออาคาร B เป็นอาคารพาณิชย์ สูง 7 ชั้นค่ะ

ทางเข้าอาคารสำนักงานด้านหน้าเป็นผนังบานกระจกทั้งหมด ซึ่งถูกดันเข้าไปเพื่อลดความร้อนเข้าสู่อาคาร และเป็นที่หลบแดดและฝนยามฝนตกได้

ด้านในบริเวณชั้น 1 เป็นฝ้าสูงแบบ Double Space หน้างานยังไม่เรียบร้อยนัก 

ชั้นล่างของอาคารสำนักงานมีร้านอาหารอยู่ด้วย ปัจจุบันยังไม่ได้เปิดให้บริการค่ะ ยังอยู่ในระหว่างเตรียมการอยู่

ภายในตกแต่งสวยงาม ดูน่าแวะมาทานร้านอาหารที่นี่มากเลยค่ะ คนที่ไม่ใช่ลูกบ้านของโครงการก็สามารถแวะมาทานข้าวที่นี่ได้เช่นกันค่ะ

บรรยากาศด้านในร้านอาหารอีกมุมหนึ่งค่ะ มีที่นั่งค่อนข้างเยอะเลย

ภาพนี้เป็นโถงลิฟต์ อาคาร B ซึ่งเดี๋ยวจะแวะพาไปชมพื้นที่สำนักงานกันสักเล็กน้อย

ขึ้นมาแล้วที่โถงลิฟต์ชั้นบน จะแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ซ้าย – ขวา 2 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น โซน B1 พื้นที่ 270 ตารางเมตร และโซน B2 มีพื้นที่ถึง 467.45 ตารางเมตร

เราจะพามาชมห้องสำนักงานตัวอย่างฝั่ง B2 พื้นที่ 467.45 ตารางเมตร กันค่ะ บรรยากาศภายในสำนักงานตัวอย่างแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน กว้างๆได้เลย โดยที่ส่วนแรกเป็นประชาสัมพันธ์และส่วนพักผ่อน

สามารถวางชุดโซฟาใหญ่ๆ รวมถึงส่วนนั่งเล่นได้สบายๆ จะกั้นแบ่งส่วนด้วยบานกระจกก็สามารถทำได้

ด้านในเป็นพื้นที่โล่งกว้าง มีหน้าต่างรอบทิศทางทำให้รับแสงธรรมชาติเข้ามาได้ ช่วยการทำงานรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นค่ะ

ถัดมาเราไปดูลานจอดรถกันค่ะว่าเป็นอย่างไร ทางขึ้นลงลานจอดรถจะมีทางเดียวแบบสวนกันอยู่ที่ด้านหน้าโครงการเลย(ก่อนอาคาร B)

เมื่อลงมาแล้วจะเป็นที่จอดรถใต้ดิน 3 ชั้น เชื่อมกันทุกอาคาร รวมที่จอดรถประมาณ 390 คันคิดเป็น 49%(ของยูนิตทั้งโครงการ)

มีลิฟต์จากอาคารพักอาศัยลงมา ทำให้จากลานจอดรถชั้นใต้ดินสามารถเข้าไปยังอาคารพักอาศัยได้เลย

ถัดมาเป็นทางเดินกันบ้าง ภายในโครงการจะมีทางเดินระหว่างอาคารและพื้นที่ส่วนกลางทุกอาคาร เชื่อมกันทั้งหมด บรรยากาศโดยรอบเป็นพื้นที่สีเขียวและต้นไม้ใหญ่เป็นส่วนมาก ทำให้ดูร่มรื่น

นอกจากบันไดแล้วยังมีทางลาดสำหรับรถเข็นขนของให้ด้วยค่ะ ต่อไปเราจะพาเลี้ยวขวาไปชมพื้นที่ส่วนกลางกัน

พื้นที่ส่วนกลางมีการเล่นระดับจะอยู่สูงจากระดับพื้นถนนประมาณ 1.50 เมตร

ด้านบนเป็นพื้นที่นั่งเล่นหลังอาคาร B จะมีต้นไม้ใหญ่กระจายอยู่ทั่วทั้งโครงการตามแนวความคิดในการออกแบบเน้นพื้นที่สีเขียว

นอกจากนั้นเมื่อหันหลังกลับมาจะเป็นอาคาร A ซึ่งเป็นอาคารพักอาศัย ซึ่งบริเวณระเบียงจะมีฉากกั้นที่ทางโครงการปลูกไม้เลื้อยเป็น Green Wall ตาม Concept ของโครงการที่เน้นความร่มรื่นและช่วยบังตาให้ภายในห้องเป็นส่วนตัวมากขึ้น การดูแลรักษาจะไม่ได้มีระบบรดน้ำแบบอัตโนมัติให้ จะต้องรดเอง ซึ่งเวลารดอาจจะต้องระวังคนที่อยู่ด้านล่างหน่อย  ใครที่ไม่ชอบต้นไม้เลื้อยอาจจะใช้เป็นไม้กระถางเล็กๆแขวนแทนได้เช่นกันค่ะ

มาต่อกันที่พื้นที่ส่วนกลางเดินมาอีกเล็กน้อยจะเจอกับอาคาร F ด้านซ้ายมือซึ่งเป็นอาคารของพื้นที่ส่วนกลางประกอบด้วย Fitness และ ร้านค้า

ซึ่งอาคารนี้จะมีบันไดเชื่อมไปยังพื้นที่จอดรถได้

ทางเข้า Fitness จะอยู่ที่ด้านข้างของบันได

ด้านใน Fitness มีกระจกล้อมรอบ 2 ด้าน อีกฝั่งติดเป็นกระจกเงา ช่วยให้ดูโปร่งและสะท้อนบรรยากาศจากภายนอกเข้ามาในห้อง Fitness ได้ ภายในปูพื้นด้วยลามิเนตลายไม้และไฟโทนสีส้มทำให้ดูอบอุ่น

พื้นที่ค่อนข้างกว้าง สามารถวางเครื่องออกกำลังกายได้ประมาณ 13 เครื่อง ซึ่งค่อนข้างเยอะทีเดียว

ขณะออกกำลังกายไปก็สามารถมองเห็นวิวพื้นที่ส่วนกลางได้ ซึ่งบรรยากาศค่อนข้างร่มรื่นและผ่อนคลาย น่าใช้งานสำหรับคนที่ชอบออกกำลังต้องชอบพื้นที่ส่วนนี้แน่ๆเลยค่ะ

ภายในห้อง Fitness ก็มีเครื่องออกกำลังกายที่หลากหลายแตกต่างกันประมาณ 7 ชนิดเลย

ออกมาที่ด้านนอกกันต่อเป็นพื้นที่สระว่ายน้ำอยู่ตรงกลางเป็นสระระบบเกลือ ขนาด 6 x 23 เมตร ลึก 1.20 เมตร  ล้อมรอบด้วยสวนและพื้นที่นั่งพักผ่อนทั้ง 2 ด้าน

ด้านขวาเป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนออกแบบมาให้ความรู้สึกเหมือนระเบียงไม้ที่เชื่อมกับสระว่ายน้ำ มีต้นลีลาวดี เป็นไม้บังสายตาและช่วยกรองแสงแดดในเวลากลางวัน ทำให้บริเวณนี้ไม่ร้อนค่ะ

ตรงนี้ยังมีบันไดเล็กๆเดินลงสระได้เลย อารมณ์เหมือนพักผ่อนที่รีสอร์ท

 ฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่นั่งอาบแดดริมสระสำหรับคนที่ชอบผิวสีแทน  มีเก้าอี้นั่งพักผ่อนเห็นวิวร่มรื่นฝั่งตรงข้าม

ด้านหลังเป็นลานสนามหญ้าค่อนข้างกว้าง มีเล่นระดับทำลายบนพื้นด้วยขอบคอนกรีตเพิ่มเส้นสายให้กับสนามหญ้า ใครที่มีเด็กเล็กก็สามารถพามาวิ่งเล่นได้เลยค่ะแต่ต้องระวังพื้นต่างระดับสักหน่อยนะคะ

มีสระว่ายน้ำสำหรับเด็กเชื่อมกับสระผู้ใหญ่ด้วยค่ะ ตรงริมยังมีชานยื่นออกมาให้สำหรับผู้ปกครองที่มาดูแลเด็กๆอย่างใกล้ชิดได้ใช้งานกัน รอบๆพื้นที่สระก็มีไม้พุ่มไม้ยืนต้นล้อมรอบบังสายตาจากด้านนอก

พื้นที่ล้างตัวก่อนลงสระว่ายน้ำจะอยู่ที่ด้านในที่สุด ติดกับพื้นที่สวนใกล้ๆกับสระเด็ก คนที่เดินมาจากอาคาร D และ E จะใกล้ที่สุดค่ะ

มุมล้างตัวออกแบบเป็นลายไม้เข้ากับพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ ทำให้กลมกลืนกับพื้นที่สีเขียวรอบๆด้วยค่ะ

มาดูอีกฝั่งนึงกันบ้าง ทางด้านซ้ายมือเป็นห้อง Fitness ที่เราพาไปดูกันแล้ว เราจะพาเดินข้ามทางเดินลอยน้ำไปยังห้องด้านหน้าซึ่งเป็นร้านอาหารกันค่ะ

เนื่องจากที่ตั้งโครงการไม่ได้อยู่ในแหล่งที่สามารถเดินออกไปหาของกินได้ง่ายนัก ภายในโครงการจึงมีห้องอาหารให้ถึง 2 ร้านด้วยกันค่ะ ร้านแรกอยู่ที่อาคาร B(สำนักงาน) ชั้น 1 และที่อาคาร F นี้อีก 1 ร้านค่ะ เป็นร้านอาหารที่บรรยากาศดีทีเดียว สามารถมองเห็นสวนทางทิศเหนือและสระว่ายน้ำส่วนกลางได้ทั้ง 2 ฝั่ง

ภาพบรรยากาศด้านหน้าห้องอาคาร อาคาร F มองตรงไปเห็นสวนและอาคาร A

ภาพบรรยากาศสวนทางทิศเหนือของโครงการอยู่ติดกับอาคาร A (ทางขวามือ)

ถัดมาเราจะไปดูทางลงไปยังอาคารพักอาศัยกันบ้าง อาคารด้านหน้าคืออาคาร E มีพื้นชั้น 1 อยู่ระดับต่ำกว่าพื้นที่ส่วนกลางประมาณ 1.5 เมตร

มีการออกแบบทางลาดสำหรับคนที่ใช้รถเข็นได้ใช้งาน ถือว่าคำนึงถึงการใช้งานทุกช่วงวัยเลยค่ะ

ด้านข้างเป็นบันได ลงไปยังด้านหน้าอาคาร E

ถัดไปเราไปดูทางลงไปยังอาคาร D กันบ้าง ทางเดินจะมีการเล่นระดับ และการตกแต่งแตกต่างกัน ทำให้ไม่น่าเบื่อ

มีทั้งทางลาดปูกระเบื้องและทางเดินบนพื้นหิน ไปยังสนามหญ้า

บริเวณนี้เราจะเห็นห้องพักชั้น 1 ซึ่งเป็นห้อง Duplex ของอาคาร E อยู่ด้วยค่ะ แต่มีรั้วและไม้พุ่มกั้นเพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านให้

ถัดมาเป็นทางลงจากพื้นที่ส่วนกลางไปยังอาคาร C และอาคาร D 2 ข้างทางมีต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบทำให้เดินตอนกลางวันไม่ร้อนมากนักค่ะ

เมื่อลงจากทางเดินมาแล้วด้านซ้ายมือจะเป็นพื้นที่จอดรถสำหรับแขกที่มาติดต่อ

ด้านซ้ายเป็นทางเข้าอาคาร D ซึ่งอาคารที่เปิดขายตอนนี้ก็คืออาคาร C และ อาคาร D เราไปดูผังอาคารกันเลยค่ะ

มาเริ่มที่อาคาร C ชั้น 1 กันก่อน อาคาร C มีทั้งหมด 211 ยูนิต ที่ชั้น 1 จะเป็นห้องแบบ Loft ฝ้าเพดานสูงที่ทางโครงการเรียกว่า Duplex (ฝ้าเพดานสูง 4.40 เมตรและมีชั้นลอย) ทั้งหมด วางผังเป็น Double Corridor ห้องพักหันหน้าเข้าหากัน ประตูห้องเปิดตรงกัน ทำให้ลูกบ้านจะเสียความเป็นส่วนตัวได้ มีทางเข้าและส่วนของระบบลิฟต์อยู่ทางด้านทิศตะวันตก ทำให้คนที่อยู่ห้องทางทิศตะวันออกต้องเดินไปยังลิฟต์ไกลหน่อย ห้องทางทิศตะวันตกจะเดินใกล้กว่าแต่ก็แลกกับอยู่บริเวณใกล้ลิฟต์ก็จะได้ยินเสียงคนเดินผ่านไป-มาบ่อยกว่าห้องอื่นๆ อาคาร C นี้มีอัตราส่วนลิฟต์โดยสารอยู่ที่ 105.5 : 1 ถือว่าไม่หนาแน่นจนเกินไป ทำให้ไม่ต้องรอลิฟต์นานในเวลาเร่งด่วนค่ะ

 

ชั้น 2 – 8 ของอาคาร C มีการวางผังเหมือนกับชั้น 1 คือ Double Corridor ประตูเปิดตรงกันทั้งหมดอาจทำให้เสียความเป็นส่วนตัวได้ ส่วนใหญ่เป็นห้องพักอาศัยแบบ 1 Bedroom มีห้อง 2 Bedroom แค่ชั้นละ 4 ห้องบริเวณมุมอาคารเท่านั้น เป็นห้องที่มีความสูงฝ้าปกติอยู่ที่ 2.5 เมตร (บริเวณดรอป 2.3 เมตร)  ห้องทางทิศเหนือจะเห็นวิวสระว่ายน้ำและสวนส่วนกลาง ทางทิศตะวันออกเห็นด้านข้างของอาคาร D ทิศใต้เห็นชุมชนพักอาศัยสูง 2 ชั้นด้านนอกโครงการ และทิศตะวันตกเห็นทางพิเศษศรีรัช ทิศนี้อาจจะได้ยินเสียงรบกวนจากทางด่วนบ้าง ใครที่กังวลเรื่องเสียงแนะนำให้เลือกห้องทางทิศอื่นจะดีกว่าค่ะ

มาดูที่อาคาร D กันบ้าง อาคานี้มีทั้งหมด 197 ยูนิต ชั้น 1 เป็นห้องแบบ Duplex ความสูงฝ้า 4.4 เมตร มีการวางผังคล้ายรูปตัว L ทำให้ห้องพักบางส่วนเป็น Single Corridor คือประตูห้องไม่หันชนกับห้องตรงข้าม ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น คือห้องทางด้านตะวันออก แต่ก็แลกกับเป็นห้องที่ใกล้กับลิฟต์ที่สุด อาจจะได้ยินเสียงรบกวนบริเวณลิฟต์แทน ห้องทางทิศตะวันตกเป็นห้องที่อยู่ไกลโถงลิฟต์มากที่สุดแต่ก็ได้เสียงรบกวนน้อยที่สุดค่ะ อาคาร D มีอัตราส่วนลิฟท์ที่ 98.5 : 1 ไม่หนาแน่น ทำให้ช่วงเวลาเร่งด่วนไม่ต้องรอลิฟต์นานค่ะ

ชั้น 2 – 8 ของอาคาร D มีการวางผังคล้ายกับชั้นล่าง เน้นห้องแบบ 1 Bedroom มีห้อง 2 Bedroom ชั้นละ 5 ห้องบริเวณมุมอาคาร เป็นชั้นที่มีความสูงฝ้าปกติที่ 2.5 เมตร (บริเวณดรอป 2.3 เมตร) ห้องทางทิศเห