blu cha-am huahin 33- 1

รีวิวฉบับที่ 769 สวัสดีค่ะ หลังจากชมรีวิวโครงการในตัวเมืองและชานเมืองกันไปเยอะแล้ว วันนี้ถึงคิวที่เราจะพาไปชมคอนโดตากอากาศกันบ้างนะคะ กับโครงการ blu ชะอำ-หัวหิน จาก Issara United หรือร่วมอิสสระ ซึ่งเป็นการร่วมมือกันของ กลุ่มชาญอิสสระ, สหพัฒนพิบูลย์ และ ICC ตัวโครงการอยู่ห่างจากชายหาดชะอำ 400 เมตร เนื้อที่โครงการอยู่รวมๆกันกับโครงการรุ่นพี่คือ บ้านทิวทะเล เฟส 1 และ 2 ซึ่งเราเคยพาไปชมกันมาแล้วค่ะ

Fact @ 3 February 2015

  • blu CHA AM- HUA HIN (บลู ชะอำ-หัวหิน)
  • บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด (ชาญอิสสระ + สหพัฒนพิบูลย์ +ICC International)
  • ECONOMY-MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ถ.เพชรเกษม  กม.196 ชะอำ จ.เพชรบุรี
  • คอนโด High Rise 21 ชั้น 1 อาคาร 491 ยูนิต
  • ที่จอดรถกลางแจ้งประมาณ  30%
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 28 ยูนิต ที่ชั้น 3-10
  • ที่ดินประมาณ 7-3-34 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง: 2558
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ปลายปี 2559
  • 1 Bedroom ขนาด 30-34 ตร.ม. ราคา 1.89-2.79 ล้านบาท
  • 2 Bedroom ขนาด 60-65 ตร.ม  ราคา 3.99-6.00 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร
  • ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาทหรือประมาณ 63,000 บาทต่อตารางเมตร
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : ผ่านแล้ว
  • www.bluhuahin.com
  • โทร : 095-991-5086-7

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 12.759133, 99.967956

เริ่มกันจากภาพรวมทำเลเจาะลึกที่ Mr.Oe เคยเขียนบทวิเคราะห์เจาะลึกทำเลชะอำกันนะคะ ใครที่ยังไม่เคยอ่านสามารถเข้าไปอ่านได้ที่

แผนที่โครงการของ blu ชะอำ-หัวหิน ที่ตั้งของคอนโดตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษม กิโลเมตรที่ 196 มุ่งหน้าหัวหิน ระหว่างโรงแรม Grand Pacific และโรงแรม Springfield Veranda Resort and Spa หรือประมาณ 5 กิโลเมตร จากชายหาดชะอำ จากกราฟฟิกอาจจะทำให้คิดได้ว่าคอนโดอยู่ติดกับทั้งถนนใหญ่เพชรเกษมและทะเลชะอำ-หัวหิน แต่กรอบที่วางไว้คือพื้นที่คร่าวๆทั้งหมดของบริษัท ร่วมอิสสระ โดยมีโครงการคอนโด blu ชะอำ-หัวหิน เป็นหนึ่งในโครงการในพื้นที่ทั้งหมด โครงการอื่นๆที่อยู่ในพื้นที่บริษัทร่วมอิสสระ ได้แก่ บ้านชานทะเล, บ้านทิวทะเล1, บ้านทิวทะเล2 และโปรเจกโรงแรมในอนาคต

x blu MAP other proj

ภาพรวมโครงการ จะตั้งอยู่ตรงหาดชะอำที่เป็นโซนที่ไม่มีถนนเลียบหาดแล้วนะคะ จะเแป็นช่วงที่ชายหาดสงบ ไม่มีฉิ่งฉาบทัวร์ ไม่มีพ่อค้าแม่ค้า หรือคนมาใช้ประโยชน์ที่ชายหาดค่ะ

blu MAP issara united projects

การเข้าถึงของโครงการคือ ถนนเพชรเกษม กิโลเมตรที่ 196 มุ่งหน้าหัวหิน หรือเลยสี่แยกชะอำมาประมาณ 5 กิโลเมตร ด้านซ้ายมือจะเจอสำนักงานขายของบริษัทร่วมอิสสระ เมื่อเลี้ยวซ้ายเข้าไปในถนนร่วมส่วนบุคคลที่ใช้กันภายในโครงการบริษัทร่วมอิสสระ พื้นที่โครงการ blu ชะอำ-หัวหิน จะอยู่ลึกเข้าไปประมาณ 500 เมตร ทางด้านซ้ายมือ และ 400 เมตร จากพื้นที่โครงการถึงชายหาดทะเลชะอำ-หัวหิน ตัวโครงการไม่ได้อยู่ติดทะเลซะทีเดียว แต่จะอยู่ด้านหลังของโครงการบ้านทิวทะเลเฟส1 และโรงแรมในเครือที่จะก่อสร้างในอนาคต

จากถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าหัวหิน เลยสี่แยกชะอำมาประมาณ 5 กิโลเมตร ด้านซ้ายมือจะเจอสำนักงานขายของบริษัทร่วมอิสสระติดกับถนนใหญ่เลย สำนักงานขายนี้ไม่ได้ขายแค่โครงการทิวทะเลเหมือนป้ายที่ติดไว้หน้าอาคารนะคะ แต่ยังเป็นสำนักงานขายของโครงการ blu ชะอำ-หัวหินด้วย

ทางเข้าถนนร่วมส่วนบุคคลของบริษัทร่วมอิสสระ มีป้ายชื่อโครงการกำกับชัดเจน

x blu-cha-am-huahin-8

เมื่อเลี้ยวเข้ามาภายในถนนร่วมส่วนบุคคล จะเจอป้อมพี่ยามก่อนนะคะ จากตรงนี้ถ้าเลี้ยวซ้าย จะเข้าที่จอดรถของสำนักงานขาย แต่ถ้าผ่านพี่ยามตรงไป จะเป็นพื้นที่ก่อสร้างของโครงการต่างๆร่วมไปถึงห้องตัวอย่างของโครงการ blu ชะอำ-หัวหิน ก็อยู่ด้านในเช่นกัน

เลี้ยวซ้ายเข้าไปจะเป็นทางเข้าสำนักงานขาย ที่จอดรถของสำนักงานขาย มีบริการรถกอล์ฟรับ-ส่งจากสำนักงานขายถึงห้องตัวอย่างติดทะเลด้านใน

ทางเข้าสำนักงานขาย

ภายในสำนักงานขายมีทั้งพื้นที่รับรอง, โมเดลอาคารโครงการ blu ชะอำ-หัวหิน, ที่วางแผ่นโบรชัวร์ ร่วมไปถึงจอแสดง Video Presentation รายละเอียดโครงการ

บรรยากาศภายในสำนักงานขาย

x blu-cha-am-huahin-8

กลับมาที่ป้อมพี่ยามกันต่อนะคะ คราวนี้เราจะผ่านพี่ยามตรงไปเพื่อไปดูพื้นที่ก่อสร้าง ตำแหน่งห้องตัวอย่าง และบรรยากาศรอบๆโครงการกันค่ะ

x blu-cha-am-huahin-14

ตรงเข้ามาบนถนนร่วมส่วนบุคคลประมาณ 500 เมตร พื้นที่ล้อมรั้วด้านซ้ายมือเป็นทางเข้าของโครงการ blu ชะอำ-หัวหิน ที่กำลังเกลี่ยหน้าดิน เร่ิมลงเสากันอยู่ ส่วนตึกสีครีมทางซ้ายเป็นอาคารสูง 15 ชั้นของโครงการบ้านทิวทะเล1 ที่อยู่หน้าโครงการ blu ชะอำ-หัวหิน บังวิวทะเลไปส่วนหนึ่ง บนถนนร่วมมีเกาะกลางคั่น โดยหากอยู่ช่องทางซ้ายจะเป็นทางเข้าโครงการทิวทะเล1 ไปยังส่วนที่จอดรถ และช่องทางเดินรถด้านขวาเป็นทางไปยังห้องตัวอย่างและทะเลชะอำ-หัวหินค่ะ

x blu-cha-am-huahin-15

ตรงมาจนสุดถนนร่วมภายในโครงการจะเจอห้องตัวอย่างอยู่ในอาคารชั้นเดียวตึกสีน้ำเงินอยู่ตรงกลาง และทางแยก 2 ทาง ทางขวาเป็นทางเข้าของโครงการบ้านทิวทะเล2 ส่วนทางด้านซ้ายเป็นทางเข้าของห้องตัวอย่าง blu ชะอำ-หัวหิน และเลยไปจนสุดถนนเป็นทางเข้าตึกคู่ Beach Front 4 ชั้น 2 อาคาร ติด Facility หน้าหาดของโครงการบ้านทิวทะเล1

ทางขวาเป็นทางเข้าของโครงการบ้านทิวทะเล2 ส่วน Facilities สระว่ายน้ำ และการเข้าถึงทะเล อยู่ตรงอาคารสีน้ำเงินด้านหน้า

ส่วนด้านซ้าย เป็นทางเข้าของห้องตัวอย่าง blu ชะอำ-หัวหิน อาคารสีน้ำเงิน

เมื่อเลี้ยวซ้ายเข้ามา สุดถนนด้านขวาเป็นทางเข้าส่วนตึกคู่ Beach Front 4 ชั้น 2 อาคาร ติดหาดของโครงการบ้านทิวทะเล1 ส่วนด้านซ้ายเป็นทางเข้าคอนโด Low Rise 4 ชั้น 2 อาคาร ของโครงการบ้านทิวทะเล1 เช่นกัน

ถึงแล้วค่ะ อาคาร 1 ชั้นสีขาว-น้ำเงินจัดพื้นที่ภายในเป็นห้องตัวอย่างของโครงการ blu ชะอำ-หัวหิน

อีกมุมหนึ่งของอาคารห้องตัวอย่างค่ะ ภายในห้องตัวอย่างมี 2 แบบ คือ 1 ห้องนอนและแบบ 2 ห้องนอน โดยพื้นที่ด้านหน้าระเบียง จัดให้คล้ายกับ Pool Sunken สามารถเดินลงไปนั่งสูดอากาศกลางแจ้งได้จากระเบียงห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอนเลย ถือว่าเป็นการจำลองแบบห้องชั้นที่ 1 ทั้งหมดที่สามารถเดินออกจากระเบียงห้องไปยังส่วนสระว่ายน้ำส่วนกลางแจ้งได้โดยตรง

ดูกันชัดๆกับพื้นที่จำลองคล้ายกับ Pool Sunken อยู่ด้านหน้าระเบียงห้องของอาคารห้องตัวอย่าง

จากอาคารห้องตัวอย่างหันหน้าสู่ทะเล

สุดทางเดินจะมีบ้านหลังเล็กอยู่ไกลๆ บ้านหลังนี้เดิมที่เป็นบ้านพักตากอากาศของ ดร. เทียม โชควัฒนา ผู้ก่อตั้งกลุ่มสหพัฒนพิบูลย์ ที่ตกแต่งแบบเรียบง่าย เป็นส่วนหนึ่งของอาคารในโครงการ อยู่ในพื้นที่ของโรงแรม ตอนนี้ปรับพื้นที่ใช้สอยภายในเป็นสำนักงานของเจ้าหน้าที่โครงการที่อยู่หน้างาน

จากตัวโครงการ blu ถ้าจะเดินมาหาดระยะทางราว 400 เมตรนะคะ มองไปทางหาดชะอำ หรือทิศเหนือ จะเห็นได้ว่าค่อนข้างสงบ เพราะแถบนี้เกือบจะทั้งหมดเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ไม่มีถนนเลียบหาดใกล้พอที่คนนอกพื้นที่จะเข้ามาใช้ได้ ทำให้คงความเป็นส่วนตัวไว้สูง

หาดชะอำ-หัวหินในแต่ละช่วงมีสภาพที่ค่อนข้างแตกต่างกัน ไล่มาตั้งแต่หาดที่ติดคลองติดชุมชนชาวบ้านชาวประมง ที่ใช้ประโยชน์ใช้สอยในการทำงานมากกว่าความสวยงาม ทำให้สภาพหาดมีดินเลน บางจุดก็ไม่ค่อยสะอาดเพราะขาดการจัดการที่ดี ส่วนช่วงหาดที่มีถนนเลียบหาด จะมีกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ ทำให้ไม่เหมาะกับการพักผ่อนอย่างสงบ ส่วนช่วงหาดชะอำช่วงที่ไม่มีถนนเลียบหาด ที่เป็นที่ดินเอกชนส่วนบุคคล นี่ก็จะสภาพสงบขึ้นเหมือนที่เห็นในภาพ ส่วนหาดหัวหินจะมีความคึกคักจากโรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆมากกว่าหากเทียบกับหาดชะอำ

เรื่อยมาจนถึงอาคารสูง 4 ชั้น ในพื้นที่ของโครงการทิวทะเล1 จะเห็นได้ว่าจากพื้นที่ก่อสร้างโครงการต่างๆ ถึงพื้นที่ชายหาดที่ปกคลุมไปด้วยทราย จะมีแนวลาดชัดของเนินทรายอยู่ค่อนข้างสูงประมาณ 1 เมตร เนื่องจากภายในโครงการร่วมอิสสระทั้งหมดยังไม่สมบูรณ์ 100%  ซึ่งจะมีการปรับ Landscape ในภายหลัง

มองเข้าฝั่งตรงๆจะเห็นอาคารห้องตัวอย่างอยู่ด้านซ้าย ด้านหลังเป็นการก่อสร้างของโครงการบ้านทิวทะเล2 หรือ Blue Sapphire สูง 15 ชั้น ด้านหน้าเป็นบ้านพักตากอากาศของ ดร. เทียม โชควัฒนา และชุดโซฟากลางแจ้งสำหรับนั่งเล่น

อีกมุมหนึ่ง จากตรงนี้จะเห็นได้ว่า พื้นที่ระหว่างชายหาดกับแนวพื้นที่ก่อสร้าง ยังคงความเป็นธรรมชาติของต้นไม้ใหญ่ไว้อยู่ทั้งหมด

มองไปทางหัวหิน จะเห็นได้ว่าสภาพหาดค่อยข้างโล่ง ดังนั้นการมีโครงการต่างๆภายในพื้นที่ใกล้เคียง ที่อยู่ภายในบริษัทร่วมอิสสระเดียวกัน ทำให้พื้นที่ชาดหาดส่วนตัวเชื่อมต่อกันเป็นแนวยาวมากขึ้น มีรปภ.คอยดูแลพื้นที่หาดตลอด 24 ชั่วโมง

พื้นที่หาดค่อนข้างกว้าง เนื้อทรายที่ปกคลุมอยู่ไม่ได้ขาวละเอียดมาก เดินเล่นได้ ไม่ได้เม็ดใหญ่จนเดินแล้วเจ็บเท้า ยังมีร่องรอยหลุมหลบภัยของปูและหอยอยู่เยอะนะคะ คงสภาพความเป็นธรรมชาติได้ดี

น้ำทะเลตรงช่วงหาดนี้ใสดีนะคะ แต่น้ำจะค่อนข้างลึกกว่าฝั่งทะเลหัวหิน และสภาพน้ำทะเลและหาดเปลี่ยนแปลงตลอดปีตามฤดูกาล ถ้าเป็นช่วงหน้าร้อน ที่เป็นช่วงส่วนใหญ่ของปี น้ำจะใสน่าเล่น และพื้นที่หาดจะกว้างที่สุด ไม่เหมือนช่วงหน้าฝน ที่น้ำจะขุ่นกว่า และมีแมงกระพรุนโผล่มาทักทายบ้าง ส่วนช่วงหน้าหนาว คลื่นลมจะแรงขึ้น ไม่เหมาะกับการเล่นน้ำ แต่การมาทะเลหน้าหนาว ก็เป็นที่นิยมของคนไทยเมืองร้อนนะคะ

สถานที่แวดล้อมโครงการ:

  • บ้านทิวทะเล 1 100 เมตร
  • บ้านทิวทะเล 2 120 เมตร
  • บ้านชานทะเล 600 เมตร
  • คอนโดกฤษดานคร 1.6 กิโลเมตร
  • The Energy Huahin 1.8 กิโลเมตร
  • Oriental Beach Huahin 2.5 กิโลเมตร
  • Spring Field Beach Resort 2.7 กิโลเมตร
  • ร้านสังเวียนซีฟู้ด 2.9 กิโลเมตร
  • วิรันดา รีสอร์ต แอนต์ สปา 2.9 กิโลเมตร
  • วนอุทยานชะอำ 3.0 กิโลเมตร
  • The Regent Cha-am Beach Resort 3.9 กิโลเมตร
  • Novotel HauHin Cha-am Beach Resort and Spa 5.0 กิโลเมตร
  • ตลาดสดชะอำ 5.1 กิโลเมตร
  • สถานีรถไฟชะอำ 5.6 กิโลเมตร
  • หาดชะอำ 5.9 กิโลเมตร
  • พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน 7.3 กิโลเมตร
  • ค่ายนเรศร 9.6 กิโลเมตร
  • Dusit Thani Huahin 11 กิโลเมตร
  • The Venezia Huahin 12.8 กิโลเมตร
  • สนามบินหัวหิน 13.5 กิโลเมตร
  • สถานีรถไฟหัวหิน 23.5 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

รูปร่างอาคารจากภายนอกโครงการ blu ชะอำ-หัวหิน เป็นคอนโดตากอากาศแบบ High Rise ตัวอาคารเป็นรูปตัว L ปีกตะวันออกสูง 21 ชั้น ใช้โทนสีฟ้าในการตกแต่งอาคารภายนอก ส่วนปีกทิศใต้สูง 20 ชั้น ใช้โทนสีขาวในการตกแต่ง รวมทั้งหมด 491 ยูนิต การตกแต่งทั้งอาคารภายนอกและภายในยึดตาม Theme สีโทนขาว-ฟ้า-น้ำเงินของโครงการบริษัทร่วมอิสสระเกือบจะทั้งหมด

x blu-cha-am-huahin-33-2

รูปอาคารภายนอก มองจากส่วนถนนร่วมส่วนบุคคลภายในโครงการ จะเห็นตั้งแต่ทางเข้าโครงการไปยังที่จอดรถ รวมไปถึงส่วน Grand Lobby ที่อยู่ตรงกึ่งกลางของอาคารฝั่งใต้สีขาว ถนนร่วมส่วนบุคคลแสดงให้ถึงทางเดินรถและทางคนเดินข้างๆที่สามารถเข้าไปจนถึงถนนเลียบหาดทะเลชะอำ-หัวหินได้ในระยะ 400 เมตร

ในรูปนี้แสดงสภาพบรรยากาศความเป็นธรรมชาติของพื้นที่สีเขียวอย่างต้นไม้ใหญ่และการเข้าถึงชายหาดจริง แต่ไม่ได้แสดงบรรยากาศของโครงการหมู่อาคารรอบด้าน อาทิ โครงการบ้านทิวทะเล1 ที่มีอาคารความสูงถึง 15 ชั้น ตั้งอยู่ด้านหน้าฝั่งซ้ายของโครงการ blu ชะอำ-หัวหิน  เรียกว่าบังวิวทะเลของอาคารปีกตะวันออกไปส่วนใหญ่ และด้านหน้าฝั่งขวาที่จะมีโครงการโรงแรมในเครือ ที่ยังไม่ได้ระบุจำนวนชั้นอีกหนึ่งโครงการ ส่วนด้านขวาของโครงการ blu ชะอำ-หัวหิน ยังเป็นตำแหน่งของอาคารบ้านทิวทะเล2 ที่มีความสูง 15 ชั้น เช่นเดียวกัน เรียกได้ว่า ถึงแม้การวางผังอาคารแบบรูปตัว L จะพยายามเปิดช่องเข้าสู่ทะเล โดยเฉพาะปีกอาคารฝั่งใต้ แต่ด้วยหมู่อาคารของโครงการรอบด้านที่มีความสูงไม่แพ้กัน ทำให้จำนวนห้องที่จะได้วิวกว้างๆจริงๆไม่น่ามีอยู่จำนวนมาก

blu MAP boundary

โครงการ blu ชะอำ-หัวหิน  เข้าจากถนนร่วมส่วนบุคคลมา 500 เมตร จะเห็นโครงการอยู่ทางด้านซ้ายมือ ที่จอดรถทั้งหมดอยู่ที่ชั้น ground เป็นที่จอดรถแบบกลางแจ้ง จำนวนที่จอดรถอยู่ที่ประมาณ 30% ที่ทางเข้าที่จอดรถมีที่พักของผู้ติดตามอยู่ และมี Drop-off เป็นวงเวียน ที่สามารถเข้าถึง Grand Lobby ที่อยู่กึ่งกลางของอาคารฝั่งใต้ได้ ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ลิฟท์ขนของ 1 ตัว อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 245 : 1 และบันไดหนีไฟ 3 จุด คือข้างโถงลิฟท์ สุดทางเดินฝั่งอาคารปีกตะวันออกและใต้อย่างละตัว รอบตัวตึกทำเป็นพื้นที่สีเขียว ปลูกต้นไม้ใหญ่และต้นไม้พุ่มแซมรอบเขตพื้นที่

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

Floor Plan เร่ิมกันตั้งแต่ชั้นที่ 1 เลยนะคะ จากทางเข้าโครงการ ตรงมาจะเป็นวงเวียน Drop-off ที่จะนำไปสู่ Grand Lobby ที่ถือเป็นจุดกลางของการเดินไปยังห้องต่างๆ อาทิ การเข้าสู่ส่วน Facilities ไม่ว่าจะเป็น Fitness, Steam Room, ส่วนนิติบุคคล หรือทางลงบันไดไปยังส่วน Facility ที่ประกอบไปด้วย Free-Form Pools, Pool Sunken Lounge, Kid’s Pool และ Jacuzzi รอบๆบริเวณจะเป็น Lush Garden และ Jogging Tracks จากส่วน Grand Lobby สามารถเดินเข้าสู่ลิฟท์โดยสารด้วยเช่นกัน

การจัดเรียงห้องพักแบ่งออกเป็นอาคารฝั่งตะวันออก และอาคารฝั่งใต้ โดยอาคารฝั่งตะวันออกจะจัดการวางห้องเป็นแบบ Double Corridor ตามแนวตึก โดยจะมี Type 1 ห้องนอนซะเป็นส่วนใหญ่ โดยมีที่ห้องมุมแต่ละปลายทางเดินจะเป็น Type แบบ 2 ห้องนอน ส่วนอาคารฝั่งใต้ จัดการวางห้องเป็นแบบ Single Corridor ที่มี 1 ห้องนอนอยู่ในส่วนตรงกลาง และมี 2 ห้องนอนอยู่ที่สุดทางเดิน ชั้น 1 นี่มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 25 ยูนิต ความพิเศษของห้องชั้น 1 ทุกๆห้อง คือสามารถเดินลงไปนั่งสูดอากาศกลางแจ้งได้จากระเบียงห้องและเดินลงไปยังส่วนสระว่ายน้ำส่วนกลางแจ้งได้โดยตรง แม้กระทั่งห้องที่อยู่บนอาคารปีกตะวันออกที่หันหน้าออกไปทางทิศเหนือ จะมีสระว่ายน้ำตามแนวยาวของอาคาร ครอบคลุมทุกๆระเบียงของทุกห้องเป็นของตัวเอง

ห้องพักในชั้น 2 ส่วนอาคารฝั่งตะวันออกเหมือนกันกับชั้นที่ 1 แค่แทนห้อง 1B จำนวน 2 ห้อง ด้วยห้อง Type 1C แต่ในอาคารฝั่งใต้จะมีห้อง 1 ห้องนอนเพิ่มขึ้นมา 2 ห้อง ตรงกลางยังคงเป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน โดยมีห้อง 2 ห้องนอนอยู่ที่สุดทางเดิน รวมทั้งหมด 27 ห้อง โดยมีโถงลิฟท์โดยสารอยู่ตรงกลางของอาคารรูปตัว L เพียงจุดเดียว แม้ห้องที่อยู่ออกไปไกลจากลิฟท์จะต้องเดินไกล แต่ด้วยความที่เป็นคอนโดตากอากาศ ยิ่งห้องอยู่ไกลลิฟท์เท่าไร จะทำให้ห้องมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นเท่านั้น และตอนเช้าๆก็คงไม่ได้รีบร้อนแย่งลิฟท์กันออกไปทำงานเหมือนคอนโดในเมืองปกติ

Floor Plan ชั้นที่ 3-10 เป็นชั้นที่มีจำนวนห้องพักเยอะที่สุดคือ 28 ห้อง มี 1 ห้องนอนอยู่ในส่วนตรงกลาง และมี 2 ห้องนอนอยู่ที่สุดทางเดิน ห้องที่อยู่

วิวห้องต่างๆ แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือห้องปีกตะวันออกหันหน้าไปทางทิศเหนือ จะได้วิวทะเลแบบเยื้องๆ แต่ไม่มีตึกสูงบังโดยตรงในระยะใกล้ เพราะทางทิศเหนือจะเป็นโครงการบ้านเดี่ยวสูงเพียง 2-3 ชั้น มีวิวสระว่ายน้ำแบบยาวๆปลอบใจสำหรับห้องพักชั้น 1-5 วิวกลุ่มที่สองคือวิวห้องบนอาคารปีกตะวันออกหันหน้าไปทางทิศใต้ ที่จะได้วิวสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ตรงกลาง ถนนร่วมส่วนบุคคลของโครงการบริษัทร่วมอิสสระ โครงการบ้านทิวทะเล2 สูง 15 ชั้นทางทิศใต้ และได้วิวทะเลแบบแอบมองลอดระหว่างอาคารบ้านทิวทะเล1 สูง 15 ชั้น และโครงการโรงแรมที่ยังไม่ได้ระบุจำนวนชั้น วิวกลุ่มสุดท้ายคือวิวห้องบนอาคารฝั่งใต้ หันหน้าเข้าทะเลชะอำ-หัวหินฝั่งตะวันออก จะได้วิวด้านล่างเป็นวิวสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ วิวด้านบนเป็นวิวทะเล เป็นกลุ่มห้องที่มีความเป็นไปได้สูงที่สุดที่จะได้เห็นวิวทะเลเต็มๆ ถ้าโครงการโรงแรมมีจำนวนชั้นไม่มาก

 

ห้องพักของชั้น 11-20 เปลี่ยน Type ห้องบนอาคารฝั่งตะวันออกหันหน้าไปทางเหนือและบนอาคารฝั่งใต้เป็นห้องแบบ 2 ห้องนอน จำนวนยูนิตต่อชั้นน้อยลง รวมทั้งหมด 20 ยูนิต กลุ่มเพื่อนบ้านจะเปลี่ยนจากการอยู่เป็นคู่ เป็นการอยู่แบบครอบครัวขนาดเล็กมากขึ้น มีเด็กและผู้สูงอายุมากขึ้น

ชั้นสุดท้ายคือชั้น 21 มีห้องพักแค่เพียงบนปีกอาคารฝั่งตะวันออกเท่านั้น มีจำนวนห้องทั้งหมด 15 ห้อง ซึ่งมีจำนวนห้องน้อยที่สุดในทุกๆชั้น หากใครที่เป็นเจ้าของมาพักในช่วง Low-Season อาจจะได้ครอบครองเจ้าของชั้นนี้แต่เพียงผู้เดียวก็เป็นได้นะคะ

โมเดลตึกโครงการ blu ชะอำ-หัวหิน มองจากด้านบนนะคะ จะเห็นตั้งแต่ถนนร่วมส่วนบุคคลหน้าโครงการ, ทางเข้าโครงการ, ที่จอดรถกลางแจ้ง, ที่พักของผู้ติดตาม, ตัวตึกรูปตัว L สีฟ้า-ขาว, สวนรอบโครงการ และ Facilities ส่วนกลางอย่างสระน้ำขนาดใหญ่ ที่สามารถเข้าได้จากทั้งทาง Grand Lobby ชั้น 1 ร่วมไปถึงระเบียงของห้องพักที่อยู่บนชั้น 1 ทุกห้อง

อาคารด้านใต้ของโครงการ

อาคารด้านตะวันออกของโครงการ

อาคารด้านเหนือของโครงการ จะเห็นได้ว่ามีสระว่ายน้ำเป็นทางยาวตามแนวตึก ที่สามารถเข้าถึงได้จากระเบียงห้องพักบนชั้น 1 และช่องทางเดินตรงบันไดหนีไฟบนอาคารฝั่งตะวันออก

อาคารด้านตะวันตกของโครงการ เป็นทางเข้าอาคารส่วน Grand Lobby ที่มีทางรถเป็นวงเวียน Drop-off เพื่อเข้าสู่ตัวอาคาร

ทางเดินรถบนถนนร่วมส่วนบุคคลของโครงการต่างๆภายในบริษัทร่วมอิสสระ

เลี้ยวซ้ายเข้าพื้นที่โครงการ blu ชะอำ-หัวหิน

เมื่อเลี้ยวเข้ามาแล้ว จะตรงมาเพื่อเข้า Grand Lobby หรือเลี้ยวขวาเพื่อเข้าที่จอดรถที่มีที่พักผู้ติดตามอยู่ด้านซ้าย

ตรงไปจะไปยังวงเวียน Drop-off ทางเข้า Grand Lobby

บรรยากาศภายใน Grand Lobby ที่ตกแต่งด้วยโทนสีฟ้า-ขาว เป็นแบบ Double Ceiling Height มีชุดโซฟานั่งแบ่งออกเป็นส่วนๆ ด้านขวามีประตูออกไปถึงสระว่ายน้ำส่วนกลาง และมีทางเดินชั้น 2 อยู่ด้านบน

วิวสระว่ายน้ำด้านนอกผ่านประตูกระจก และทางเดินชั้น 2 ที่สามารถมองเห็นได้จากบริเวณ Grand Lobby

ภาพจำลองบริเวณสระว่ายน้ำตรงกลาง ระบบน้ำเกลือ ขนาดประมาณ 50 x 60 เมตร ถือเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่มากประกอบไปด้วย Free-Form Pools, Pool Sunken Lounge, Kid’s Pool และ Jacuzzi ล้อมรอบด้วย Jogging Track และ Lush Garden

มุมจากข้างสระว่ายน้ำ มีที่นั่งอยู่รอบขอบสระ บรรยากาศคล้ายโรงแรมดีๆเลยค่ะ จะเห็นได้ว่าจากระเบียงห้องที่อยู่บนชั้น 1 สามารถเข้าถึงตัวสระได้โดยตรง

เพื่อให้ไม่น้อยหน้ากัน ห้องชั้น 1 ที่อยู่บนอาคารปีกตะวันออกที่หันหน้าออกไปทางทิศเหนือ มีสระว่ายน้ำตามแนวยาวของอาคาร ครอบคลุมทุกๆระเบียงของทุกห้องเป็นของตัวเองเช่นกัน เรียกได้ว่า สามารถใช้ระเบียงเป็นที่กระโดดน้ำได้เลยนะคะ เพราะจากรูปไม่มีแม้กระทั้งราวกันตกของระเบียงห้องชั้น 1

พื้นที่ไซท์งานก่อสร้างจริงของโครงการคอนโด blu ชะอำ-หัวหิน ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงการลงเสาเข็มนะคะ ฝั่งตะวันตกเป็นแคมป์คนงานเป็นหลังๆอย่างที่เห็นในภาพ ไม่มีห้องส่วนไหนหันหน้าไปยังทิศนี้นะคะ ส่วนฝั่งใต้ก็เป็นแคมป์คนงานอีกเช่นกัน เยื้องๆกันเป็นพื้นที่ก่อสร้างของโครงการบ้านทิวทะเล2 สูง 15 ชั้น

พื้นที่ฝั่งเหนือเป็นวิวสำหรับห้องปีกตะวันออกหันหน้าไปทางทิศเหนือ จะได้วิวทะเลแบบเยื้องๆ แต่ไม่มีตึกสูงบังโดยตรงในระยะใกล้ เพราะทางทิศเหนือจะเป็นพื้นที่ที่เป็นโครงการบ้านเดี่ยวสูงเพียง 2-3 ชั้น

ทิศตะวันออก มองเห็นทะเลชะอำ-หัวหินไกลๆ เป็นวิวสำหรับห้องบนอาคารปีกตะวันออกและปีกทางทิศใต้ ได้วิวทะเลแบบแอบมองลอดระหว่างอาคารบ้านทิวทะเล1 สูง 15 ชั้น และโครงการโรงแรมที่ยังไม่ได้ระบุจำนวนชั้นอยู่ทางด้านขวามือ

ทางทิศใต้เป็นโครงการโรงแรม และบ้านทิวทะเล2 สูง 15 ตึกสูงที่เห็นอยู่ไกลๆคือ คอนโดกฤษดานคร เป็นวิวของห้องพักอาคารปีกทิศใต้ และห้องพักบนปีกตะวันออกหันหน้าไปทางทิศใต้

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Grand Lobby
  • สระว่ายน้ำ ระบบน้ำเกลือ ขนาด 50 x 60 เมตร ประกอบไปด้วย Free-Form Pools, Pool Sunken Lounge, Kid’s Pool และ Jacuzzi
  • Steam Room บนชั้น 1
  • Fitness Center บนชั้น 1
  • Jogging Track บนชั้น 1
  • Lush Garden บนชั้น 1
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 245 : 1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถกลางแจ้งประมาณ 30%
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ระบบ CCTV 24 ชั่วโมง


Product Walkthrough

เริ่มจากห้องตัวอย่างของโครงการห้องแรกกัน คือ 1 ห้องนอน Type 1A ความจริงแล้วห้องแบบ 1 ห้องนอนมีด้วยกันทั้งหมด 4 แบบ แต่แค่สลับองค์ประกอบต่างๆขึ้นกับมุมห้องและทิศ อาทิ ตำแหน่งระเบียง หรือการสลับพื้นที่ Living กับห้องนอนกันเท่านั้น พื้นที่ห้องขนาด 30-34 ตารางเมตร รูปร่างใกล้เคียงกับสี่เหลี่ยมจตุรัส เมื่อเปิดประตูเข้าสู่ตัวห้องจะเจอวิวภายนอกจากพื้นที่ระเบียงที่อยู่ตรงข้ามกับประตูก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนแรกของห้องเมื่อเดินเข้าไปคือพื้นที่ครัวเล็กๆ ที่ด้านซ้ายเป็นโต๊ะทานข้าวและเก้าอี้ 2 ที่นั่ง ด้านในลึกเข้าไปหน่อยเป็นพื้นที่นั่งเล่น ที่ด้านหนึ่งจะเป็นโซฟาและโต๊ะกลาง ฝั่งตรงข้ามของห้องจะเป็นชั้นวางทีวี ตรงกลางเป็นพื้นที่เดินเข้าไปถึงระเบียง ด้านซ้ายมือระหว่างส่วนโต๊ะทานอาหารและชุดโซฟาเป็นทางเดินเข้าไปในส่วนของห้องนอน ที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ภายในพื้นที่ห้องนอนสามารถเข้าถึงห้องน้ำได้ด้านซ้ายมือ ข้างเตียงมีบานหน้าต่างเลื่อนที่สามารถเห็นวิวภายนอกได้ ข้อดีของห้องนี้คือกั้นส่วนต่างๆด้วยกระจกบานใหญ่ ทำให้ห้องดูกว้างและโล่งขึ้น แต่พื้นที่โต๊ะทานข้าวยังจัดวางได้อึดอัดและบังทางเข้าห้องนอน ระเบียงภายนอกเข้าได้แค่จากพื้นที่ Living เท่านั้น ไม่สามารถเข้าได้จากห้องนอนโดยตรง

ประตูทางเข้าเป็นวงกบไม้เนื้อแข็งสีขาว ที่เปิดประตูแบบก้านโยก ใช้กุญแจล็อก 1 ชั้นธรรมดา ไม่มีตาแมว

ถ่ายให้ดูชุดล็อคทั้งด้านนอกและด้านใน

เมื่อเปิดประตู จะเจอวิวภายนอกจากพื้นที่ระเบียงที่อยู่ตรงข้ามกับประตูก่อนเป็นอันดับแรก

พื้นห้องปูด้วยกระเบื้องสีเท่าอ่อน ขนาด 30 x 60 เซนติเมตร ยกระดับพื้นห้องขึ้นจากทางเดิน 5 เซนติเมตร

ส่วนแรกที่เข้ามาเจอคือส่วน Living ที่มีโต๊ะทานข้าวพร้อมเก้าอี้ 2 ตัว อยู่ทางด้านซ้าย หลังประตูเป็นเคาท์เตอร์ครัว ลึกเข้าไปด้านซ้ายเป็นโซฟาและโต๊ะกลาง ด้านขวาเป็นชั้นวางทีวี  ด้านในสุดเป็นประตูบานเลื่อนที่สามารถออกไปสู่ระเบียงได้ ด้านขวาเป็นหน้าต่างบาน Fix ระหว่างพื้นที่โต๊ะทานข้าวและโซฟายาว เป็นทางเดินเข้าไปสู่ห้องนอนที่มีบานเลื่อนกระจก 3 ตอนกั้นอยู่ ด้านขวาของเตียงมีหน้าต่างบานเลื่อนแบบกระจก ภายในห้องนอนจะมีห้องน้ำในตัวอยู่ด้านซ้ายอีกที

จากรูปจะสังเกตได้ว่า ภายในห้องจะดูค่อนข้างโปร่ง เนื่องจากการใช้กระจกบานใหญ่ในจุดต่างๆไม่ว่าจะเป็นบานเลื่อนกั้นห้อง บานเลื่อนไปสู่ระเบียง หน้าต่างห้องนอนที่มีหน้าต่างบาน Fix อยู่ด้านล่าง หรือหน้าต่างบาน Fix ที่ อยู่ข้างชั้นวางทีวี แสงธรรมชาติจะได้รับจากภายนอกเต็มๆ คอนโดตากอากาศเมื่อเปิดช่องเปิดต่างๆแล้วมีลมเย็นพัดผ่านตลอดเวลาแน่นอนค่ะ

ด้านขวาเป็นช่องวางตู้เย็น เคาน์เตอร์ครัวบนและล่าง ชั้นวางทีวี และช่องหน้าต่างบาน Fix

เงื่อนไขการขายของโครงการ blu ชะอำ-หัวหินนี้เป็นแบบ Fully Furnished นะคะ ให้เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างที่เห็นกันในห้องตัวอย่าง ไม่รวมเครื่องใช้ไฟฟ้าและของตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เลือกมาแบบคลุมโทนสีขาว-น้ำตาลอ่อนให้เข้ากันทั้งชุด คอนโดตากอากาศเค้าจะปล่อยพื้นที่ให้มันว่างบ้าง ไม่อัดแน่นทุกเม็ดเอาการใช้งานพื้นที่คุ้มค่าเหมือนคอนโดที่อยู่ประจำทุกวันแบบในกรุงเทพ

โต๊ะทานข้าวลายไม้สีน้ำตาลอ่อน และเก้าอี้นั่ง 2 ตัว สีเหล็ก-อลูมิเนียม ค่อนข้างไม่เข้ากันนะคะ พื้นที่ตรงนี้ขนาด 1.00 x 1.50 เมตร และการจัดวางแบบนี้ทำให้เก้าอี้ตัวขวาเกินออกมาจากพื้นที่ผนังอีกด้วย แม้ประตูบานเลื่อนที่กั้นห้องนอนจะเปิดได้กว้างมาก แต่ก็ไม่สมควรจะมีอะไรกีดขวางทางเดิน แนะนำเก้าอี้ที่มีขนาดพื้นที่นั่งเล็กลง เพื่อให้ขวาทางเข้าห้องนอนน้อยลง หรือถ้าไม่ซีเรียสมาก แนะนำให้จัดเก้าอี้ตัวยาววางชิดผนังให้สามารถนั่งอยู่ฝั่งเดียวกันได้

เคาท์เตอร์ครัวขนาดไม่ใหญ่มาก แต่มีทั้งเคาท์เตอร์บนและล่าง ไม่ได้แถมเตาและเครื่องดูดควัน ซึ่งเข้าใจได้เพราะบ้านตากอากาศ คงไม่ได้ทำอาหารอยู่แล้ว พื้นที่เก็บของต่างๆไม่ว่าจะเป็นจานชามหรืออุปกรณ์ทำครัวก็ให้มาพอดีๆสำหรับการมาอยู่พักผ่อนนะคะ คนที่มาพักอาศัยส่วนใหญ่คงจะไม่ได้คาดหวังว่าจะมาแสดงฝีมือการเป็นแม่ครัวกันที่ชายทะเลชะอำ ยกเว้นแต่จะมาพักอาศัยอยู่เป็นเวลานาน

ส่วนต่อมาเป็นส่วนโซฟา โต๊ะกลางและชั้นวางทีวี ระยะดูทีวีกำลังโอเคนะคะ อยู่ที่ประมาณ 3 เมตร ทีวีขนาด 42 นิ้วกำลังพอดี

โซฟายาว 1.60 เมตร นั่งได้สองคนสบายๆ แต่สามคนเบียดค่ะ โต๊ะกลางยังเลือกมาเป็นแบบลายไม้สีน้ำตาลอ่อน

การวางโซฟาไม่ได้วางติดกับบานเลื่อนระเบียงนะคะ แต่เหลือพื้นที่ข้างโซฟาด้านขวา 45 เซนติเมตร และเหลือพื้นที่ด้านซ้ายให้เดินเข้าห้องนอนได้อีกเยอะ ประตูบานเลื่อนกระจกด้านหลังที่กั้นระหว่างห้องนอนและห้องนั่งเล่นเป็นแบบ 3 ตอน สามารถเปิดได้ทั้งซ้ายและขวา ดังนั้นการวางโซฟาไว้ตรงกลาง แล้วเหลือพื้นที่ว่างทั้งสองด้าน ทำให้สามารถออกจากห้องนอนด้านขวา ผ่านพื้นที่ว่าง ออกระเบียงได้เลย ไม่ต้องอ้อมไปมา

ชั้นวางทีวีแบบเตี้ยพร้อมที่วางของเล็กน้อย

มาถึงช่องเปิดของส่วนห้องนั่งเล่นกันค่ะ ปกติตามคอนโดทั่วไปจะมีช่องเปิดเพียงช่องเดียวคือบานเลื่อนกระจกที่ออกไปสู่ระเบียง แต่สำหรับโครงการคอนโดตากอากาศ ก็เพิ่มช่องเปิดบาน Fix ขึ้นมาทางด้านขวาหลังม่านอีกหน่อย ทำให้ปริมาณแสงจากภายนอกผ่านเข้ามาภายในห้องมากขึ้น ส่วนของผ้าม่านเป็นแบบรางเลื่อนเดี่ยวที่ยึดจุดเริ่มต้นการเปิดไว้ที่ด้านขวา ไม่สามารถเลื่อนจุดเริ่มต้นของผ้าม่านมายังด้านซ้ายได้ น่าจะเป็นเพราะว่ากลัวจะไปเกะกะขวางทางเข้า-ออกของห้องนอน ผ่านที่วางข้างโซฟาออกไปยังระเบียง

ช่องเปิดบาน Fix ข้างชั้นวางทีวี มีที่เก็บม่านอยู่ใกล้ๆ

ประตูกระจกบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียมแบบ 2 ตอนสูง 2.4 เมตร สามารถเลื่อนออกได้ทั้งสองด้าน

กรอบบานประตูเลื่อนวางอยู่บนพื้นยกขึ้นมาจากระดับพื้นห้อง 5 เซนติเมตร

ระเบียงขนาด 1.30 x 3.00 เมตร ถือว่ามีขนาดพอใช้ได้ สามารถนำโต๊ะและเก้าอี้สนามมาวางจิบชากาแฟได้ พื้นปูด้วยกระเบื้องสีเทาอ่อนแบบด้านเช่นเดียวกับพื้นห้องนั่งเล่น ขนาด 30 x 60 เซนติเมตร รอบข้างระเบียงมีร่องระบายน้ำลึกลงไปประมาณ 3 เซนติเมตร รูปแบบระเบียงเปิดโล่งรับลม 3 ด้าน เหมาะยืนรับวิวหรือนั่งเล่น แต่ถ้าเอาผ้ามาตากเห็นทีต้องยึดดีๆนะคะ ไม่งั้นมีโอกาสบินออกทะเลได้ค่ะ 🙂

พื้นที่ด้านนอกระเบียงมีราวกันตกสูง 1.15 เมตร

มองจากระเบียง ด้านซ้ายเป็นช่องหน้าต่างของห้องนอน

ส่วนด้านขวาเป็นการจำลองแบบห้องชั้นที่ 1 ทั้งหมดที่สามารถเดินออกจากระเบียงห้องไปยังส่วนสระว่ายน้ำส่วนกลางแจ้งได้โดยตรง

กลับมาที่ภายในห้อง บานเลื่อนกั้นระหว่างพื้นที่ Living และห้องนอนเป็นแบบกระจกกรอบอลูมิเนียม 3 ตอน สูง 2.6 เมตร ถึงฝ้าเพดาน เนื่องจากบานเลื่อนมีขนาดใหญ่มาก และให้มาเป็นแบบ 3 ตอน ออกแบบมาเพื่อเวลาอยู่อาศัยจริง ถ้าเลื่อนมาทางซ้ายสุดฝั่งโต๊ะทานข้าว จะเปิดพื้นที่ห้องนอนกับ Living เชื่อมกันเลย เราสามารถนอนดูทีวีบนเตียงได้ เพราะพนักพิงโซฟาเค้าจะเตี้ยค่ะ

กรอบบานเลื่อนด้านล่างฝั่งลงไปในพื้น แต่เมื่อเดินผ่านยังให้ความรู้สึกนูนๆอยู่บ้าง ไม่ได้เรียบซะทีเดียว แต่ก็ไม่ต้องยกเท้าเวลาเดิน เรียกว่าไม่สะดุดค่ะ

พื้นที่ภายในห้องมีเตียง 6 ฟุตวางอยู่เกือบเต็มพื้นที่ ข้างเตียงด้านขวามีโต๊ะข้างเตียง ด้านข้างมีหน้าต่างบานแบบเลื่อนเปิด 2 ตอนพร้อมหน้าต่างบาน Fix อยู่ด้านล่าง เพิ่มปริมาณช่องแสงและลมให้เข้ามาสู่ภายในห้องได้มากขึ้น เหนือขึ้นไปเป็นรางม่านเดี่ยวที่จุดเร่ิมต้นอยู่ทางด้านซ้ายได้ด้านเดียวเช่นกัน

เตียง 6 ฟุต วางอยู่กลางห้องนอน มีโต๊ะข้างเตียงอยู่ด้านขวาด้านเดียว

บานหน้าต่างแบบกระจก กรอบอลูมิเนียมแบบ 2 ตอน ล็อกได้จากด้านใน

พื้นที่ข้างเตียงด้านขวาเหลือ 50 เซนติเมตร สามารถเดินผ่าน หรือลุกมานั่งได้สบายๆ บานประตูกั้นห้องนอนแบบ 3 ตอน ทำให้สามารถเปิดออกไปยังส่วนพื้นที่นั่งเล่นและระเบียงได้เลย โดยไม่ต้องอ้อมเตียงไปออกอีกด้านหนึ่ง

พื้นที่ข้างเตียงอีกด้านของห้องนอนเป็นที่วางตู้เสื้อผ้าแบบโปร่งไม่ได้กั้นทึบ หรือมีกระจกเต็มตัวเป็นบานปิดเหมือนทั่วไป ระบายอากาศได้ดี เช่นเดียวกับฝุ่นเช่นกัน เหมาะกับบ้านตากอากาศที่นานๆมาที ข้างๆเป็นโต๊ะเครื่องแป้งขนาดย่อม ไว้สำหรับเก็บของจุกจิกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซ้ายสุดเป็นทางเข้าห้องน้ำ เหนือทางเข้าห้องน้ำเป็นตำแหน่งแอร์วางอยู่ด้านบน แนะนำว่าอาจจะเติมโต๊ะข้างเตียงเข้าไปอีกชิ้นเพราะยังไงก็ต้องไว้วางอุปกรณ์โทรศัพท์และของจุกจิกตอนนอนอยู่แล้ว และเลือกสามารถเปลี่ยนเป็นโต๊ะเครื่องแป้งแบบครั้งคราวได้ดีกว่านะคะ เพราะขนาดคงไม่ต่างจากที่ให้มาเท่าไร แล้วเพิ่มกระจกเต็มตัวเข้าไปตรงพื้นที่ข้างตู้เสื้อผ้าจะดีกว่า

ตู้เสื้อผ้าแบบโปร่งเป็นแบบบานเปิดสองด้าน ด้านในมีลิ้นชัก 2 ชั้น โต๊ะเครื่องแป้งก็เป็นแบบลิ้นชัก 3 ชั้น ให้ความลึกเพียงเล็กน้อย

ทางเข้าห้องน้ำ

พื้นไม่ลดระดับ พื้นปูด้วยกระเบื้องสีเทาอ่อนแบบด้านขนาด 30 x 60 เซนติเมตรเหมือนกันทั้งห้องชุด

ด้านในเป็นสุขภัณฑ์แบบมาตรฐาน 3 ส่วน เร่ิมตั้งแต่อ่างล้างมือ โถสุขภัณฑ์ และส่วนเปียกสำหรับอาบน้ำ ผนังปูด้วยกระเบื้องขนาด 30 x 60 เซนติเมตร สีขาว มีการเพิ่มปูนก่อออกมา 10 เซนติเมตร สำหรับวางของใช้ภายในห้องน้ำเล็กๆน้อยๆ

อ่างล้างหน้าที่มีช่องเก็บของอยู่ด้านล่าง

โถสุขภัณฑ์

ฉากอาบน้ำกั้นส่วนเปียกและส่วนแห้ง สูง 2 เมตร แบบ 3 ตอน

พื้นที่ส่วนเปียกสำหรับอาบน้ำขนาด 90 x 90 เซนติเมตร พื้นห้องน้ำส่วนเปียกลดระดับลงไป 4 เซนติเมตร รวมกรอบฉากกั้นอาบน้ำทำให้พื้นส่วนเปียกต่างจากส่วนแห้งประมาณ 7 เซนติเมตร

เครื่องทำน้ำอุ่น ก๊อกน้ำ และช่องวางสบู่ทางด้านขวา

ฝักบัว

เมื่อมองออกจากพื้นห้องน้ำส่วนเปียก

เริ่มจากห้องตัวอย่างของโครงการห้องที่ 2 แบบ 2 ห้องนอน 2BN พื้นที่ห้องขนาด 60-65 ตารางเมตร รูปร่างห้องเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้ากว้าง เมื่อเปิดประตูเข้าไปจะเห็นวิวภายนอกจากระเบียงเป็นส่วนแรกเหมือนกันกับห้องตัวอย่างแบบ 1 ห้องนอน ห้องนี้จัดมาแบบบ้านตากอากาศที่ให้น้ำหนักทุกๆห้องพอๆกัน โดยเน้นให้แต่ละห้องมีช่องเปิดมองเห็นวิว และส่วน Living Area ใช้งานร่วมกันจะเป็นส่วนที่สวยที่สุด เพราะเป็นส่วนมุมห้อง ได้วิวสองด้าน มีระเบียงเปิดโล่ง 3 ด้าน ตัวห้องออกแบบมาเป็นบ้านตากอากาศแท้ๆ ที่อยู่ประจำยาวๆก็ได้ค่ะ

ประตูทางเข้าเป็นวงกบไม้เนื้อแข็งสีขาว ที่เปิดประตูแบบก้านโยก ใช้กุญแจล็อก 1 ชั้นธรรมดา ไม่มีตาแมว

เมื่อเปิดประตู จะเจอวิวภายนอกจากพื้นที่ระเบียงที่อยู่ตรงข้ามกับประตูก่อนเป็นอันดับแรกเช่นกันกับแบบ 1 ห้องนอน พื้นห้องปูด้วยกระเบื้องสีเท่าอ่อน ขนาด 30 x 60 เซนติเมตร ยกระดับพื้นห้องขึ้นจากทางเดิน 5 เซนติเมตร

ส่วนแรกที่เข้ามาเจอคือส่วน Living ที่มีเคาท์เตอร์ครัว และโต๊ะทานข้าวพร้อมเก้าอี้ 4 ตัว อยู่ทางด้านขวา ข้างๆมีหน้าต่างแบบเลื่อนเปิดและช่องหน้าต่างบาน Fix อยู่ด้านล่าง ส่วนนี้หน้าต่างข้างโต๊ะทานอาหารจะมีแค่ห้องมุมเท่านั้น ส่วนห้องอยู่ตรงกลาง ขนาบซ้ายขวาด้วยห้องอื่นจะตัดหน้าต่างจุดนี้ออกไป ลึกเข้าไปด้านซ้ายเป็นโซฟาและโต๊ะกลาง ด้านขวาเป็นชั้นวางทีวี  ด้านในสุดเป็นประตูบานเลื่อนที่สามารถออกไปสู่ระเบียงได้ ด้านขวาเป็นหน้าต่างบาน Fix ด้านซ้ายเป็นทางเดินเข้าไปสู่ห้องนอนเล็ก ห้องน้ำ และห้องนอนใหญ่ที่มีห้องน้ำในตัว

เหมือนกันกับแบบ 1 ห้องนอน จะสังเกตได้ว่า ภายในห้องจะดูค่อนข้างโปร่ง เนื่องจากการพยายามใช้กระจกบานใหญ่ในจุดต่างๆ มีช่องเปิดเยอะๆ แสงธรรมชาติจะได้รับจากภายนอกเต็มๆ อาจจะทำให้อุณหภูมิในห้องสูงขึ้นนิดหน่อย แต่จะทำให้ได้ลมเย็นเข้าห้องตลอดวัน

ฝั่งประตูทางเข้า จะอยูด้านขวาสุด ไล่มาเรื่อยๆเป็นช่องวางตู้เย็น และเคาน์เตอร์ครัวที่มีทั้งด้านบนและล่าง แบบ 2 ห้องนอนจะได้ Hob and Hood ด้วย อยู่ทางด้านซ้ายสุดของห้องติดผนังอีกด้าน ไกลจากตู้เย็น

การเปิด-ปิดของเคาน์เตอร์ครัวทั้งด้านล่างและด้านบน การเปิดปิดตู้ไม่ Soft-Closed พื้นที่เก็บของให้มาพอดีๆสำหรับการมาอยู่พักผ่อนนะคะ เพิ่มขึ้นมานิดหน่อย ด้วยช่องเก็บอุปกรณ์และขนาดพื้นที่สามารถใช้โชว์เสน่ห์ปลายจวักได้ค่ะ แต่จากภาพด้านขวาจะเห็นว่าเวลาเปิดลิ้นชักหรือตู้สุดๆแล้ว จะเกิดการชนเข้ากับเก้าอี้ทานเข้าที่วางไว้ด้านหน้า อาจจะเปลี่ยนตำแหน่งเก้าอี้จากฝั่งใกล้ครัวมาเป็นหัวท้ายของโต๊ะทานข้างแทน หรือทำเป็นส่วนๆไป ไม่ใช้พื้นที่พร้อมกัน เช่นทำครัวก็ทำครัว แล้วค่อยทานข้าวทีหลัง

ถัดจากเคาน์เตอร์ครัวมาเป็นโต๊ะทานข้าวพร้อมเก้าอี้นั่งแบบมีพนัก 2 ตัว และแบบไม่มีพนัก 2 ตัว ด้วยขนาดพื้นที่ สามารถขยายเพิ่มเก้าอี้ทานข้าวไปได้อีก รวมเป็น 6 ตัว ด้านข้างส่วนทานอาหารเป็นบานกระจกเลื่อนที่มีม่านกั้น ด้านล่างยังแอบมีหน้าต่างบาน Fix เพิ่มช่องแสงให้กับส่วน Living อีกด้วย ถัดมาด้านซ้ายเป็นช่องเล็กๆเป็นแนวดิ่งไว้สำหรับวางของกระจุกกระจิก และโต๊ะวางทีวีลายไม้สีน้ำตาลอ่อน

การเปิด-ปิดม่านเป็นแบบดึงขึ้น-ลง สำหรับห้องมุมที่มีแสงแดดแยงตาเวลาทานข้าวพอดี

หน้าต่างด้านข้างเป็นแบบบานเลื่อนกระจก 2 ตอน กรอบอลูมิเนียม มีล็อกจากด้านใน

ส่วนต่อมาเป็นโซฟายาวด้านซ้าย โต๊ะกลางและชั้นวางทีวีฝั่งตรงข้ามปกติ ช่องเปิดของส่วนห้องนั่งเล่น เป็นแบบบานเลื่อนซ้ายขวา และเพิ่มช่องเปิดบาน Fix ขึ้นมาทางด้านขวาหลังม่านอีกหน่อย ทำให้ปริมาณแสงจากภายนอกผ่านเข้ามาภายในห้องมากขึ้น ส่วนของผ้าม่านเป็นแบบรางเลื่อนเดี่ยวที่ยึดจุดเริ่มต้นไว้ที่สองด้านซ้าย-ขวา

ชุดโซฟายาว 2.30 เมตร นั่ง 3 คนได้สบายๆ 4 คนยังโอเค แต่ถ้าต้องการมากกว่านั้น แนะนำซื้อโซฟาเดี่ยวๆมาตั้งด้านข้าง มากกว่าที่จะเสียเงินเปลี่ยนเป็นชุดโซฟาตัว L ทั้งที่โซฟาเดิมก็พื้นที่ใหญ่มากเหลือเฟืออยู่แล้ว ทั้งสองด้านเหลือพื้นที่ข้างโซฟาซ้ายขวา ฝั่งละ 55 เซนติเมตร สามารถหาตู้เก็บของเล็กๆมาวางไว้ได้ทั้งสองด้าน โต๊ะกลางอยู่ด้านหน้าเป็นแบบเตี้ย แต่มีขนาดใหญ่กำลังพอดี

ช่องเปิดบาน Fix อยู่ตรงมุมห้อง เพิ่มปริมาณแสงแดดได้ดี

ส่วนประตูบานเลื่อน 2 ตอน กรอบอลูมิเนียม สูง 2.4 เมตร เปิดได้กว้างมาก

กรอบบานประตูเลื่อนวางอยู่บนพื้นยกขึ้นมาจากระดับพื้นห้อง 5 เซนติเมตร ระเบียงขนาด 1.30 x 3.70 เมตร ขนาดใหญ่มาก เหมาะสำหรับการวางโต๊ะและเก้าอี้สนามเพื่อนั่งดูวิวทะเลสวยๆภายนอก พื้นปูด้วยกระเบื้องสีเทาอ่อนแบบด้านเช่นเดียวกับพื้นห้องนั่งเล่น ขนาด 30 x 60 เซนติเมตร

พื้นที่ระเบียงเมื่อมองจากมุมด้านนอก

สุดทางเดินของระเบียงจะมีทางเดินลงบันไดสำหรับการจำลองแบบห้องชั้นที่ 1 ทั้งหมดที่สามารถเดินออกจากระเบียงห้องไปยังส่วนสระว่ายน้ำส่วนกลางแจ้งได้โดยตรง พื้นที่ด้านหน้าจัดให้คล้ายกับ Pool Sunken ที่จะอยู่ในส่วนของพื้นที่สระว่ายน้ำขนาดประมาณ 50 x 60 เมตร ไว้สำหรับการนั่งคุยกลางแจ้งรับลมเย็นๆ หรือนอนพักผ่อนสบายๆ

พื้นที่ Pool Sunken จากอีกมุมหนึ่ง น่านั่งดีนะคะ ถ้าแดดร่มๆลมเย็นๆ

มาต่อกันที่ด้านใน เป็นทางเดิน กว้าง 1.05 เมตร เพื่อเข้าสู่ส่วน Private ได้แก่ ห้องนอนเล็กทางด้านขวา ห้องน้ำทางด้านซ้าย และสุดทางเดินตรงไปเป็นห้องนอนใหญ่ที่มีห้องน้ำในตัว

ห้องนอนเล็กมีเตียงนอนตั้งอยู่ตรงกลาง ด้านข้างมีโต๊ข้างเตียง มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียมแบบ 2 ตอน และช่องแสงด้านล่าง พร้อมม่านรางเดี่ยวบังแสง ฝั่งตรงข้ามเป็นตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งขนาดเล็ก

เตียงขนาด 6 นิ้ววางอยู่กลางห้อง ขนาดนอน 2 คนได้ มีพื้นที่ปลายเตียงเหลือ 35 เซนติเมตร พอเดินไปมาได้

ข้างเตียงด้านขวาเหลือพื้นที่ขนาด 50 เซนติเมตร มีโต๊ะข้างเตียงขนาดเล็กมาก ไม่มีลิ้นชัก และเมื่อวางโคมไฟก็แทบจะไม่เหลือพื้นที่บนโต๊ะไว้วางของอย่างอื่น ด้านข้างเป็นหน้าต่างกระจกบานเลื่อนแบบ 2 ตอน พร้อมช่องแสงด้านข้าง มีที่เก็บม่านอยู่ที่สุดมุมห้อง

พื้นที่ข้างเตียงด้านซ้ายเหลือ 65 เซนติเมตร

ฝั่งประตูทางเข้า มีตู้เสื้อผ้าแบบโปร่งเป็นแบบเลื่อนได้สองด้านอยู่ฝั่งซ้ายสุด ต่างจากห้องอื่นๆไม่ว่าจะเป็นห้องนอนใหญ่หรือ Type แบบ 1 ห้องนอนที่จะเป็นแบบเปิดสองด้าน อาจจะเพราะด้วยเนื้อที่เหลือข้างเตียงที่มีขนาดเล็กกกว่า เลื่อนออกมาภายในในมีลิ้นชัก 1 ชั้น โต๊ะเครื่องแป้งข้างเป็นแบบลิ้นชัก 3 ชั้น วางของได้เพียงเล็กน้อย เหนือจากประตูทางเข้าเป็นตำแหน่งวางแอร์

ด้านข้างก่อนประตูเข้า-ออกห้องนอนเล็ก มีกระจกครึ่งตัวติดอยู่ ความจริงแล้วตรงนี้นำกระจกเต็มตัวมาติดก็ได้ค่ะ

ฝั่งตรงข้ามของห้องนอนเล็กเป็นทางเข้าห้องน้ำ ที่แยกออกจากห้องต่างๆ ที่ส่วนใหญ่จะใช้โดยผู้พักที่ห้องนอนเล็ก หรือแขกขาจร

พื้นไม่ลดระดับ พื้นปูด้วยกระเบื้องสีเทาอ่อนแบบด้านขนาด 30 x 60 เซนติเมตรเหมือนกันทั้งห้องชุด

ภายในห้องน้ำเป็นสุขภัณฑ์แบบมาตรฐาน 3 ส่วน เร่ิมตั้งแต่โถสุขภัณฑ์ อ่างล้างมือ และส่วนเปียกสำหรับอาบน้ำ ผนังปูด้วยกระเบื้องขนาด 30 x 60 เซนติเมตร สีขาว มีการเพิ่มปูนก่อออกมา 10 เซนติเมตร สำหรับวางของใช้ภายในห้องน้ำเล็กๆน้อยๆ

โถสุขภัณฑ์และอ่างล้างหน้าที่มีช่องเก็บของอยู่ด้านล่าง

ฉากอาบน้ำกั้นส่วนเปียกและส่วนแห้ง สูง 2 เมตร แบบ 3 ตอน

พื้นที่ส่วนเปียกสำหรับอาบน้ำขนาด 90 x 90 เซนติเมตร พื้นห้องน้ำส่วนเปียกลดระดับลงไป 4 เซนติเมตร รวมกรอบฉากกั้นอาบน้ำทำให้พื้นส่วนเปียกต่างจากส่วนแห้งประมาณ 7 เซนติเมตร

ห้องด้านในสุดทางเดิน คือห้องนอนใหญ่

พื้นที่ภายในห้องมีเตียง 6 ฟุตวางอยู่กลางห้อง ข้างเตียงด้านขวามีโต๊ะข้างเตียง ด้านข้างมีหน้าต่างบานแบบเลื่อนเปิด 2 ตอนพร้อมหน้าต่างบาน Fix อยู่ด้านล่าง เพิ่มปริมาณช่องแสงและลมให้เข้ามาสู่ภายในห้องได้มากขึ้น เหนือขึ้นไปเป็นรางม่านเดี่ยวที่จุดเร่ิมต้นอยู่ทางด้านซ้ายได้ด้านเดียวเช่นกัน พื้นที่ข้างเตียงอีกด้านของห้องนอนเป็นที่วางตู้เสื้อผ้าและข้างๆเป็นโต๊ะเครื่องแป้งขนาดย่อม

เตียง 6 ฟุต วางอยู่กลางห้องนอน มีโต๊ะข้างเตียงอยู่ด้านขวาด้านเดียว แนะนำให้มีโต๊ะข้างเตียงทั้งสองด้านนะคะ

พื้นที่ข้างเตียงด้านขวา เหลือพื้นที่ 85 เซนติเมตร

ปลายเตียงเหลือพื้นที่ 60 เซนติเมตร

ด้านข้างเป็นบานหน้าต่างแบบกระจก กรอบอลูมิเนียมแบบ 2 ตอน ล็อกได้จากด้านใน ด้านล่างมีช่องแสงเพิ่มเป็นแบบบาน Fix มีรางม่านเดี่ยวพร้อมผ้าม่านอยู่ทางด้านซ้ายมือ

ด้านซ้ายของห้องนอนมีตู้เสื้อผ้าแบบโปร่งเป็นแบบบานเปิดสองด้าน ด้านในมีลิ้นชัก 2 ชั้น โต๊ะเครื่องแป้งก็เป็นแบบลิ้นชัก 2 ชั้นเช่นกัน แนะนำว่าโต๊ะเครื่องแป้งเล็กไปค่ะ หรือไม่อีกทีก็เอาออกแล้วใช้โต๊ะเครื่องแป้งร่วมกับโต๊ะข้างเตียง แล้วเปลี่ยนเอาพื้นที่วางโต๊ะเครื่องแป้งไปวางกระจกแบบเต็มตัวแทน เหนือทางเข้าห้องน้ำด้านซ้ายเป็นตำแหน่งแอร์ติดผนัง

ภายในห้องน้ำเป็นสุขภัณฑ์แบบมาตรฐาน 3 ส่วน เร่ิมตั้งแต่อ่างล้างมือ กระจก โถสุขภัณฑ์ และส่วนเปียกสำหรับอาบน้ำ ผนังปูด้วยกระเบื้องขนาด 30 x 60 เซนติเมตร สีขาว มีการเพิ่มปูนก่อออกมา 10 เซนติเมตร สำหรับวางของใช้ภายในห้องน้ำเล็กๆน้อยๆฉากอาบน้ำกั้นส่วนเปียกและส่วนแห้ง สูง 2 เมตร แบบ 3 ตอน

พื้นที่ส่วนเปียกสำหรับอาบน้ำขนาด 90 x 130 เซนติเมตร พื้นห้องน้ำส่วนเปียกลดระดับลงไป 4 เซนติเมตร รวมกรอบฉากกั้นอาบน้ำทำให้พื้นส่วนเปียกต่างจากส่วนแห้งประมาณ 7 เซนติเมตร

 

แบบ 2 ห้องนอนแบบอื่นๆ Type 2C พื้นที่ห้องขนาด 60-65 ตารางเมตร ห้องเป็นรูปตัว L มีเพียง 1 ยูนิตเท่านั้น ต่อ 1 ชั้น ต่างจากห้องแบบอื่นๆคือไม่สามารถเห็นวิวภายนอกได้ตั้งแต่เปิดประตูเข้าไป เนื่องจากเป็นห้องมุมห้องสุดท้ายของแต่ละชั้น เมื่อเข้าสู่ตัวห้องด้านขวามือจะเป็นทางเข้าห้องนอนห้องแรก ที่มีห้องน้ำในตัว ถ้าเดินตรงๆเข้าห้องจะเจอพื้นที่ส่วนครัวก่อน เริ่มตั้งแต่ช่องวางตู้เย็น เคาน์เตอร์ครัวพร้อม Hob and Hood โต๊ะทานอาหารพร้อมเก้าอี้ 4 ที่นั่งตรงกลาง ลึกเข้าไปเป็นส่วน Living ด้านหนึ่งวางโซฟายาวและโต๊ะกลาง สุดผนังห้องจะเป็นชั้นวางทีวี ด้านขวาเป็นทางเข้าสู่ระเบียง ด้านซ้ายเป็นทางเข้าห้องนอนอีกห้องหนึ่งที่มีห้องน้ำในตัวเช่นกัน แม้ห้องจะอยู่มุมสุดทางเดิน แต่แบ่งสัดส่วนของพื้นที่ใช้สอยได้ดี พื้นที่ส่วน Living สามารถจัดใหม่ได้ตามความชอบ เคาท์เตอร์ครัวจัดเต็ม มีโต๊ะทานข้าวแบบ 4 ที่นั่งที่มีระยะสามารถเพิ่มเก้าอี้หัวท้ายได้ มี 2 ห้องน้ำที่อยู่ภายในห้องนอนแต่ละห้อง พื้นที่ระเบียงต้องเข้าจากส่วน Living เท่านั้น ไม่สามารถเข้าถึงได้จากห้องนอนต่างๆ ทดแทนด้วยส่วนข้างเตียงของห้องนอนทั้งสองห้องมีบานหน้าต่างเลื่อนที่สามารถเห็นวิวภายนอกได้

blu cha-am huahin 169

แบบ 2 ห้องนอนแบบสุดท้าย Type 2D มีจำนวน 3 ห้องต่อ 1 ชั้น ตั้งแต่ชั้น 11-20 ส่วน Private ตั้งแต่ทางเข้าห้องนอนเป็นต้นไป มีการวางพื้นที่ใช้งานเหมือนกับ Type 2BN พื้นที่ห้องขนาด 60-65 ตารางเมตร รูปร่างห้องเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้ากว้าง เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็จะเห็นวิวภายนอกจากระเบียงเป็นส่วนแรกเหมือนกันกับห้องทุกๆแบบ เมื่อเข้าสู่ตัวห้องจะเจอพื้นที่ส่วนครัวอยู่ด้านซ้ายมือ ตั้งแต่ช่องวางตู้เย็น เคาน์เตอร์ครัวพร้อม Hob and Hood พื้นที่กลางห้องส่วน Living เป็นโซฟาตัวยาว โต๊ะกลาง และชั้นวางทีวี ที่ด้านหลังจัดวางเป็นโต๊ะทานอาหารพร้อมเก้าอี้ 4 ที่นั่ง สุดทางเดินเป็นส่วนของระเบียงที่มีขนาดกว้างเกือบจะเท่ากับความกว้างของพื้นที่ Living ข้อดีคือผังห้องแบบนี้คือส่วน Living แทบจะมีขนาดใกล้กับส่วน Private ทั้งหมดที่มีขนาดใหญ่มาก การจัดวางพื้นที่ส่วนต่างๆสามารถอยู่อาศัยได้จริง พื้นที่ส่วน Living สามารถแบ่งจัดสรรได้ใหม่ตามความชอบ เช่นอาจจะสลับที่วางของชุดโต๊ะทานข้างและโซฟายาว หรือขยายโต๊ะทานข้าวแบบ 4 ที่นั่งเพิ่มเข้าไป สามารถต่อยาวได้อีกถึงประมาณ 8 ที่นั่ง ขนาดระเบียงยาวมากแต่ก็ยังไม่สามารถเข้าถึงได้จากห้องนอนอยู่ดี

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 3 February 2015

  • 1-Bedroom ขนาด 30-34 ตร.ม. ราคา 1.89-2.79 ล้านบาท หรือ 63,000 บาท/ตร.ม.
  • 2-Bedroom ขนาด 60-65 ตร.ม  ราคา 3.99-6.00 ล้านบาท หรือ 65,000 บาท/ตร.ม.
  • Fully Furnished
  • เพดานสูง 2.6 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood (เฉพาะ 2 ห้องนอน)
  • 1-Bedroom จอง 9,000 บาท ทำสัญญา 90,000 บาท
  • 2-Bedroom จอง 90,000 บาท ทำสัญญา 190,000 บาท
  • เงินกองทุน: 500 บาท/ ตร.ม. จ่ายครั้งเดียว ณ วันโอนกรรมสิทธิ์
  • ค่าส่วนกลาง: 40 บาท / ตร.ม./ เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

โครงการคอนโดตากอากาศ blu ชะอำ-หัวหิน อยู่ค่อนไปในทำเลชายหาดชะอำที่ตัวหาดยังคงมีสภาพดี ค่อนข้างสงบ เพราะแถบนี้เกือบจะทั้งหมดเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ไม่มีถนนเลียบหาดใกล้พอที่คนนอกพื้นที่จะเข้ามาใช้ได้ ทำให้คงความเป็นส่วนตัวไว้สูง ทรายเม็ดเล็กและน้ำใส อยู่ในสภาพที่เล่นได้ สภาพน้ำทะเลและหาดเปลี่ยนแปลงตลอดปีตามฤดูกาล ถ้าเป็นช่วงหน้าร้อน ที่เป็นช่วงส่วนใหญ่ของปี น้ำจะใสน่าเล่น และพื้นที่หาดจะกว้างที่สุด ไม่เหมือนช่วงหน้าฝน ที่น้ำจะขุ่นกว่า ช่วงหน้าหนาว คลื่นลมจะแรงขึ้น ไม่เหมาะกับการเล่นน้ำ

ตัวโครงการไม่ได้อยู่ติดหาดนะคะ ต้องเดินไปราว 400 เมตร แต่ก็เป็นการเดินในโครงการพี่น้อง ไม่ใช่ถนนสาธารณะทั่วไป สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการค่อนข้างสงบมาก เนื่องจากที่ดินแถวนี้ เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล หรือไม่ก็เป็นของบริษัทเอกชนที่กำลังถูกพัฒนาเป็นโครงการบ้านพักตากอากาศตั้งแต่บ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่รอบบ้าน ไปจนถึงโครงการคอนโด Low Rise และ High Rise เกือบหมดแล้ว ไม่มีชุมชนและสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความคึกคักสูงอยู่ในระยะใกล้ แต่อีกภายใน 5 ปี เมื่อโครงการต่างๆภายในพื้นที่ก่อสร้างเสร็จและให้ลูกบ้านย้านเข้าอยู่ นับจำนวนยูนิตเล่นๆแค่ภายในโครงการเพื่อนบ้านใกล้เคียงก็มากกว่า 1200 ยูนิต ไม่รวมลูกค้าขาจรของโรงแรมในอนาคต  ช่วง High-Season และวันหยุดยาวๆนี้ก็น่าจะพลุกพล่านมากกว่าที่เป็นในปัจจุบัน แต่ทำให้สภาพแวดล้อมค่อนข้างปลอดภัย ส่วนวิวของโครงการต้องเลือกต้องดูดีๆนะคะ เพราะจะมีทั้งส่วนที่เปิดโล่งเห็นทะเล และส่วนที่ไม่เห็นทะเล ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันไปค่ะ

การออกแบบโครงการ เนื่องจากพื้นที่ของร่วมอิสสระมีพื้นที่ผืนใหญ่มาก การจัดที่ดินออกมาทำโครงการเลยทำได้แบบมีข้อจำกัดน้อย จำนวนยูนิตไม่สูงมาก โครงการออกแบบตึกเป็นรูปตัว L พยายามให้ระเบียงของทุกๆห้องได้วิวที่ดีที่สุด แต่เนื่องจากโครงการไม่ติดทะเล และมีตึกเพื่อนบ้านรายล้อม ก็ต้องยอมรับว่าคงไม่ใช่ทุกห้องที่จะได้เห็นวิวในระยะไกลโล่งๆ การออกแบบโครงการนี้ เพื่มฟังก์ชั่นเน้นให้เป็นบ้านแบบตากอากาศ ด้วยฟังก์ชั่นและรูปแบบห้องจะไม่เหมือนกัน เช่น ขนาดระเบียงที่กว้างมาก แม้จะเป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน มีช่องแสงทั้งประตู หน้าต่าง หน้าต่างบาน Fix ในเกือบจะทุกมุมเท่าที่ทำได้ การรับแสงธรรมชาติจากภายนอกและ การหมุนเวียนอากาศภายในห้องทำได้ดี

วัสดุอุปกรณ์ให้แบบ Fully Furnished ไม่รวมของตกแต่งและเครื่องใช้ไฟฟ้า ตามแบบ Segment ของราคาระดับ 63,000 ต่อตารางเมตร แต่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นต่างๆไม่ได้เข้ากับขนาดพื้นที่ซะทีเดียว แต่จะเลือกที่จะคลุมโทนสีไปแนวขาว-น้ำตาลมากกว่า ที่จะเน้นความคุ้มค่าของการใช้พื้นที่นั้นๆ แต่ยังพออะลุ่มอล่วยให้ได้เมื่อคำนึงว่าคือคอนโดตากอากาศ ที่ไม่ได้ย้ายเข้ามาอยู่เป็นเดือนๆหรือตลอดทั้งปี

สาธารณูปโภค ถือว่าเป็นจุดชดเชยที่ไม่ติดหาด มีสระขนาดใหญ่มาก และจัดสวนกับส่วนต่างๆมาเชื่อมต่อกัน Facility ทุกห้องอยู่ที่ชั้น 1 ทั้งกลางแจ้งและเดินจาก Grand Lobby ไปถึง ถ้าคนที่ชอบความเงียบสงบจริงๆควรจะเลือกห้องที่อยู่ปีกตะวันออกหันหน้าไปทางเหนือ ที่มีวิวมองได้ในระยะใกล้ ไม่วุ่นวายจาก Facility ส่วนกลาง ส่วนห้องที่อยู่ปีกตะวันออกทางทิศใต้และปีกฝั่งใต้จะมีลักษณะใกล้เคียงกันคือครอบครัวเล็ก หรือมีเด็กค่ะ จุดที่น่าลุ้นเรื่องหนึ่งคือที่จอดรถ เป็นการจอดกลางแจ้ง ไม่ใช่ใต้อาคาร ซึ่งถ้ามีร่มไม้ชายคาบ้างก็พอรับได้ แต่ถ้าร่มเงาน้อย นี่จะลำบากหน่อย เพราะเรามาเที่ยวไกลๆแบบนี้ คงจอดรถนานๆอยู่แล้ว จอดตากแดดตลอดวันก็ไม่น่าจะชอบกันสักเท่าไร

 

Judgement

โครงการบ้าน-คอนโดตากอากาศ ทางทีมงานยังไม่มีเกณฑ์การให้คะแนนที่เหมาะสมกับโครงการประเภทนี้นะคะ ผู้อ่านและผู้ที่สนใจอาจจะต้องใช้ความคุ้มค่าทางอารมณ์ที่เป็นความชอบส่วนบุคคล เป็นตัวตัดสินมากกว่าความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับจำนวนเงิน  ต่างจากโครงการบ้านพักอาศัยหรือคอนโดทั่วไปค่ะ

  • ECONOMY-MAIN CLASS
  • NOT JUDGE

BOTTOM LINE

โครงการ blu ชะอำ-หัวหิน  เหมาะกับคนมองหาบ้านตากอากาศแถวชะอำ-หัวหิน ที่ต้องการความสงบ ไม่วุ่นวาย เลือกโครงการที่มี Facility น่าใช้และพอเพียง โครงการไม่ติดหาดแต่ยังอยู่ในระยะเดินได้ ชอบหาดที่สงบไม่วุ่นวาย และเล่นน้ำได้จริง มีเงินเย็นๆในกระเป๋าพร้อมจ่ายระดับ 2 – 6 ล้าน ไม่แนะนำให้กู้จำนวนเงินมากสำหรับบ้านตากอากาศค่ะ

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจในการทำรีวิวต่อไปค่ะ 🙂

สมัครสมาชิก www.thinkofliving.com พร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี่ https://thinkofliving.com/register/