รีวิวฉบับที่ 985 สวัสดีเจ้า วันนี้จะพาทุกคนไปแอ่วเจียงใหม่ในช่วงหน้าหนาวแบบนี้กัน กับโครงการ ศุภาลัย มอนเต้ 2 คอนโด High Rise สูง 32 ชั้น ทำเลโครงการอยู่รอบนอกเมืองไม่พลุกพล่านมากนัก แต่สามารถเดินทางเข้าในตัวเมืองได้สะดวกโครงการตั้งอยู่บนถนนเชียงใหม่ – ดอยสะเก็ดใกล้แยกศาลเด็ก ใกล้กับ Central Festival ประมาณ 300 เมตร  ตัวโครงการเน้นการออกแบบเพื่อการอยู่อาศัยที่สะดวกในการเดินทางและใกล้แหล่งช็อปปิ้งมากกว่าบ้านตากอากาศนะคะ แต่ก็ยังคงกลิ่นอายความสวยงามของล้านนาอยู่ และมีจุดเด่นคือ วิวที่สามารถมองเห็นภูเขาได้ทั้ง 2 ฝั่งของโครงการเลยค่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราไปชมโครงการพร้อมๆกันเลยค่ะ ^^

 

Fact @ 10 Dec 2015

  • Supalai Monte II (ศุภาลัย มอนเต้ 2)
  • บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)
  • ECONOMY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : อ.เมือง จ.เชียงใหม่
  • คอนโด High Rise 32 ชั้น 734 ยูนิต ร้านค้า 4 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 28 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 375 คันคิดเป็น 51.09 %
  • ที่ดินประมาณ 4-1-24.3 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : ตุลาคม 2558
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : สิงหาคม 2561
  • Studio 33 – 33.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.97 ล้านบาท
  • 1 Bedroom 41.5 – 53.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.41 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 64.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.7 ล้านบาท
  • Penthouse 46.5 – 117 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.23 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.70 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 1.97 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 59,700 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด 59,600 – 67,500 บาท/ตร.ม.
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร : 053 – 241 – 333
  • Call Center : 1720

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 18.804434, 99.019453

ศุภาลัย มอนเต้ 2 เป็นอีกหนึ่งโครงการคอนโดที่ทางศุภาลัย เข้ามาเปิดตลาดทางภาคเหนือ หลังจากได้เปิดตัวโครงการ ศุภาลัย มอนเต้ 1 ไปซึ่งอยู่บริเวณใกล้ๆกับสถานีขนส่งอาเขต ส่วนโครงการ ศุภาลัย มอนเต้ 2 นี้ ตั้งอยู่รอบนอกเมือง บนถนนเชียงใหม่ – ดอยสะเก็ด ใกล้แยกศาลเด็ก และมีห้างใหญ่อย่าง Central Festival ที่อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 300 เมตร

จะขอเกริ่นความเป็น เชียงใหม่ คร่าวๆ กันก่อนนะคะ เชียงใหม่นี้เป็นเมืองเก่าแก่มายาวนาน ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมประเพณีอันสวยงาม ซึ่งในปัจจุบันมีการผสมผสานวัฒนธรรมความเป็นเมืองเก่าอย่างโบราณสถาน ความเป็นชุมชนเมืองท้องถิ่นมาคลุกเคล้ากับวัฒนธรรมสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ทำให้เมืองเชียงใหม่นั้นมีสเน่ห์ และเป็นอีกจุดหมายอันดับต้นๆ ของประเทศไทยที่ใครๆ ก็อยากเดินทางมาสัมผัสกัน

ตัวผังเมืองแสดงให้เห็นถึงความเจริญที่เริ่มจากในกำแพงเมืองซึ่งเป็นจุดศูนย์กลาง จากนั้นก็มีถนนตัดออกไปรอบๆ ทิศแบบใยแมงมุมเสมือนการขยายความเจริญออกสู่ด้านนอก ถัดออกไปจะเจอกับถนนวงแหวนรอบที่ 1 หรือถนน ซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่ – ลำปาง เป็นถนนวงแหวนรอบในสุดใช้เป็นถนนอ้อมเมืองเชียงใหม่ และเป็นเส้นหลักๆของภาคเหนือเลยนะคะ ซึ่งมาช่วยให้การเดินทางรอบเมืองเชียงใหม่ หรือจะเชื่อมต่อไปยังจังหวัดอื่นๆ ได้สะดวกสบายมากขึ้น ถนนสายนี้มีทั้งเซนทรัลเฟสติวัล, Big C, Lotus และอื่นๆ เส้นนี้นอกจากห้างร้านยังมีการเปิดตัวของที่อยู่อาศัยกันเริ่มหนาแน่น สถานที่สำคัญๆก็จะเกาะๆอยู่ใกล้ๆเส้นนี้เช่น สนามบิน ทางรถไฟ จึงทำให้ถนนเส้นนี้ค่อนข้างคึกคักและมีปริมาณรถค่อนข้างมาก เพราะคนจะใช้ถนนเส้นนี้เป็นเส้นหลักวิ่งรอบเมืองก่อนที่จะเข้าตัวเมืองในทิศต่างๆ ค่ะ

สำหรับการเดินทางด้วนรถยนต์ส่วนตัวนั้นค่อนข้างสะดวกที่เดียวค่ะ เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ไม่ไกลจากแยกศาลเด็ก ซึ่งเป็นแยกที่ตัดถนนทั้ง 3 สายหลักอย่าง ถนน แก้วนวรัฐที่สามารถเดินทางเข้าเมืองได้ ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่ – ลำปางที่เป็นวงแหวนรอบเมืองชั้นในที่สำคัญสามารถใช้เส้นทางนี้เป็นเส้นทางหลักในการเดินทางไปยังที่ต่างๆได้สบาย และถนนเชียงใหม่ – ดอยสะเก็ดที่มุ่งหน้าขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือไปยังเชียงราย

ในส่วนการเดินทางแบบไม่ใช่รถนั้นก็ไม่ได้ลำบากนะคะ เพราะมีพี่ๆ รถแดง สองแถวคอยให้บริการอยู่หน้าโครงการเลยค่ะ การเดินทางในย่านนี้ก็ไม่ได้เป็นย่านที่เงียบสงบวังเวงมากนักในตอนกลางคืน เพราะอยู่ใกล้กับ Central Festival และสถานีขนส่งอาเขต ดังนั้นสาวๆ ที่กลับห้องดึกๆ หน่อยโดยการนั่งรถแดงหรือตุ๊กตุ๊กมาก็ดูจะไม่เปลี่ยวจนดูอันตรายมากไปนักค่ะ

ถึงแม้ย่านนี้จะเป็นย่านที่อยู่บริเวณชานเมืองนั้น ก็ยังถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์สูงพอตัวเพราะมีห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ และ Hypermarket โรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชน เรียงรายกันอยู่ รวมไปถึงสถานีขนส่งอาเขตซึ่งเป็นจุดขนส่งมวลชนนึงที่สำคัญของเชียงใหม่ ที่เห็นจะเป็นจุดเด่นของทำเลโครงการเลยก็คือ ใกล้กับ ห้าง Central Festival เชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในระยะเดินได้สบายๆ ประมาณ 300 ม. เท่านั้นค่ะ

ซึ่งถ้ามองในแง่ของคนในพื้นที่นี้ก็ถือว่ามีทำเลที่สะดวกในการเดินทางทั้งเข้า – ออกนอกเมืองได้ง่าย โดยใช้ถนน ซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่ – ลำปางเป็นเส้นทางหลัก และสำหรับเรื่องปากท้องและแหล่งช็อปปิ้งนั้นก็สามารถพึ่งพิง Central Festival ได้สบายๆ เลยค่ะ หากมองหาอาหารถูกปากราคาถูกใจหน่อยก็คงต้องข้ามฝั่งมาทางแถบอาเขตที่มีทั้งร้านค้าเล็กๆ อีกเพียบที่คอยให้บริการนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเชียงใหม่ และภายในอาเขตนี้ยังมี Community mall เล็กๆ อย่าง Star Avenue ซึ่งมีร้านอาหารติดแบรนด์ ร้านนั่งชิลทั้งกลางวันและกลางคืน รวมไปถึง Villa Market ด้านในด้วยค่ะ

ลักษณะกายภาพของเมืองเชียงใหม่เป็นพื้นที่ราบที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาเตี้ยและภูเขาสูงสลับกันไป ซึ่งเป็นทัศนียภาพที่สวยงาม และตัวโครงการเป็นคอนโด High Rise ที่อยู่ท่ามกลางอาคารแนวราบนั้นจึงได้เปรียบในเรื่องวิวเห็นภูเขาค่อนข้างมากเพราะไม่มีอาคารข้างเคียงมาบล็อควิวภูเขาเลย วิวทางด้านซ้ายจะเป็นวิวเด่นของโครงการเลยค่ะเพราะมองเห็นอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ – ปุย ค่อนข้างชัดเจน ซึ่งดอยนั้นอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 7.75 กม. ส่วนทางขวาโครงการนั้นจะเป็นวิวรองถัดไปซึ่งมองเห็นเป็นทิวเขาแม่ออนที่อยู่ห่างไกลออกไปหน่อยประมาณ 20 กม.

การเดินทางเริ่มต้นจากศุภาลัย มอนเต้ 1 (ศุภาลัย มอนเต้ @เวียง เชียงใหม่) ซึ่งอยู่ใกล้ทางเข้า – ออกสถานีขนส่งอาเขตเลยค่ะ บริเวณที่ตั้งของศุภาลัย มอนเต้ 1 นี้เป็นที่ตั้งของ Sale Office ของศุภาลัย มอนเต้ 2 ด้วยนะคะ โดยห่างจากโครงการไปประมาณ 400 ม. จาก Sale Office ผ่านสำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวเชียงใหม่ที่อยู่ตรงแยกศาลเด็กแล้วเลี้ยวขวาตรงมาจะเจอกับทางเข้าที่ 2 ของ Central Festival เชียงใหม่ จากนั้นเบี่ยงเข้าเลนขวาตรงมาอีก 400 ม. แล้วกลับรถ ขับตรงมาอีก 300 เมตรเลี้ยวซ้ายเข้าโครงการได้เลยค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

มาดูบริเวณโดยรอบโครงการกันค่ะ

  • ทิศเหนือ : ติดกับถนนเชียงใหม่ – ดอยสะเก็ด และฝั่งตรงข้ามถนนเป็น Central Festival เชียงใหม่
  • ทิศตะวันออก : ติดกับโครงการศุภาลัย มอนเต้ บิซ ที่เป็นโครงการแนวราบจึงไม่มีผลในเรื่องของการถูกบล็อควิว
  • ทิศใต้ : ติดกับโครงการศุภาลัย มอนเต้ บิซ และบึงด้านหลัง
  • ทิศตะวันตก : ติดกับปั๊มแก๊ส และที่ดินว่างเปล่า

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Central Festival ~ 300 ม.
  • Star Avenue ~ 600 ม.
  • Big C Extra ~ 850 ม.
  • โรงพยาบาลเทพปัญญา ~ 1.2 กม.
  • Index Living Mall ~ 1.2 กม.
  • มหาวิทยาลัยพายัพ ~ 1.3 กม.
  • โรงพยาบาลแมคคอร์มิค ~ 1.3 กม.
  • แมคโคร ~ 2.5 กม.

 


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ ศุภาลัย มอนเต้ 2 เป็นคอนโด High Rise สูง 32 ชั้น 1 อาคาร มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 734 ยูนิต กับร้านค้า 4 ยูนิต ตัวโครงการออกแบบมาพร้อมกับแนวคิดในสไตล์ Contemporary  ซึ่งเป็นการนำสถาปัตยกรรมไทยกับสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ (Modern) มาผสมผสานกัน เพื่อให้ตัวโครงการมีรูปลักษณ์ที่สมัยใหม่แต่ยังคงมีกลิ่นอายและเสน่ห์พื้นเมืองอยู่

การออกแบบภายใน Lobby สื่อออกมาในสไตล์ร่วมสมัยอย่างชัดเจน มีการนำลวดลายและสีสันในโทนน้ำตาลแดงมาใช้เพื่อให้สัมผัสกับความเป็นล้านนาชัดเจน ภายใน Lobby มีพื้นที่สำหรับนั่งคอยหรือนั่งเล่น เป็นชุดเก้าอี้โซฟาประมาณ 2 ชุด เดินตรงไปจะเจอกับส่วนเคาน์เตอร์คอยให้บริการอยู่ และด้านขวาเป็นโถงลิฟต์ซึ่งกั้นด้วยประตูกระจกไว้ให้สวยงาม

สระว่ายน้ำจะอยู่ในชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้น Facility หลักของโครงการ มีขนาด 7.80 x 24.20 เมตร ลึก 1.20 ม. ใช้ระบบเกลือ ด้วยขนาดสระว่ายน้ำนี้มีความยาวพอที่จะว่ายน้ำแบบออกกำลังกายได้ดีค่ะ แต่เมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตแล้วอาจจะต้องแบ่งกันใช้งานหน่อยนะคะ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดที่จะมีคนมาใช้งานคึกคักหน่อย ถัดจากสระว่ายน้ำด้านซ้ายจะเป็นในส่วนของห้อง Fitness ซึ่งมีพื้นที่ทางเดินเชื่อมต่อกันได้ โดยทั้งสระว่ายน้ำและห้อง Fitness นั้นสามารถชมวิวจากฝั่งทิวเขาแม่ออน ที่หันหน้าไปยังดอยสะเก็ดได้ด้วยค่ะ

ภายในห้อง Fitness ออกแบบให้ดูโปร่งโล่งสามารถชมวิวทั้งวิวภายนอกและสระว่ายน้ำได้ ตกแต่งด้วยลายผ้าที่แสดงถึงความเป็นไทยล้านนา ขนาดห้องกว้างพอสมควร สามารถวางเครื่องเล่นได้ประมาณ 6 เครื่อง

ส่วนชั้นดาดฟ้านั้นจัดให้เป็น Sky Roof Garden มีพื้นที่สวนด้านนอก (Outdoor) และ Sky Lounge & Library (Indoor) ซึ่งออกแบบให้เป็นเหมือนบ้านหลังคาทรงปั้นหยา สำหรับใครที่อยู่ในชั้นล่างๆ หน่อยถึงไม่ได้เห็นวิวภูเขาจากห้องตัวเองก็สามารถขึ้นมารับบรรยากาศและวิวสวยๆ บนชั้นดาดฟ้าได้เช่นกันนะคะ ^^

ภายในมีห้อง Multi – Function นั้นจัดพื้นที่ให้ค่อนข้างกว้างขวาง สามารถใช้นั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือนั่งเล่นก็ได้เช่นกันนะคะ ซึ่งมีบริการ Free Wifi ให้เรียบร้อยเลยทั้งชั้นดาดฟ้าและชั้น Lobby ค่ะ

เข้ามาที่ Sale Office กันเลยค่ะ โดยที่ตั้ง Sale Office นั้นจะตั้งอยู่หน้าโครงการศุภาลัย มอนเต้ 1 นะคะ

ภายในตกแต่งแบบเรียบง่ายใช้สีขาว – น้ำตาล คล้ายกับสีของอาคารเลย

โมเดลโครงการ จะเห็นว่าโครงการอยู่ติดกับถนนเชียงใหม่ – ดอยสะเก็ดเลย ซึ่งมีทางเข้า – ออกทางเดียวจากถนนนี้ค่ะ โครงการเพื่อนบ้านเรือนเคียงก็คือ ศุภาลัย มอนเต้ บิซ ที่เป็นโครงการแนวราบจึงไม่มีผลกระทบในด้านวิวต่อโครงการเลยค่ะ

มองมาที่ด้านนี้จะเห็นว่าโครงการออกแบบอาคารเป็นแนวยาวไปตามรูปร่างของไซต์โครงการ โดยทิศนี้คือทิศตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งหันหน้าไปยังทิวเขาแม่ออน หรือทางดอยสะเก็ดค่ะ สำหรับชั้น 1 – 4 นี้จัดในเป็นพื้นที่จอดรถทั้งหมด ซึ่งถือเป็นข้อดีนะคะ เพราะการทำฐานอาคาร (Podium) เป็นชั้นจอดรถคือความสะดวกในการจอดรถ รวมทั้งความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยที่ไม่มีห้องพักอาศัยอยู่ในชั้นนี้ร่วมด้วยค่ะ ส่วนชั้น 5 – 31 เป็นชั้นห้องพัก ซึ่งเป็นระดับชั้นที่สูงขึ้นมาหน่อยและไม่โดนอาคารข้างเคียงบดบังทัศนียภาพ

ด้านหลังโครงการติดกับโครงการ ศุภาลัย มอนเต้ บิซ ทั้งหมด ทำให้ด้านหลังก็ไม่มีผลในเรื่องวิวเช่นเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้มองเห็นวิวภูเขาเหมือนด้านข้างนะคะ ส่วนข้อได้เปรียบนั้นคือเรื่องลมที่พัดผ่านได้ดีค่ะ

สำหรับทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้นี้หันหน้าไปทางดอยสุเทพ ซึ่งอยู่ห่างไป 7.75 กม. ถือว่าอยู่ในระยะที่เห็นวิวภูเขาค่อนข้างชัดเจนสวยงามทีเดียวค่ะ ^^

ทางเข้า – ออกโครงการมีทางเดียวคือจากถนนเชียงใหม่ – ดอยสะเก็ด เลี้ยวซ้ายกลับรถและจอดรถรับ – ส่งคนไปยังส่วน Lobby ที่อยู่ภายใน ด้านซ้ายเป็นพื้นที่สวน Outdoor ไว้เดินพักผ่อนหย่อนใจได้ค่ะ

ตรงเข้ามาตามทางถนน จะเจอกับทางเข้าส่วนพื้นที่จอดรถในอาคาร

ตรงมาด้านในจะเป็นพื้นที่ Outdoor ในส่วนของสนามบาสแบบครึ่งสนาม ไว้ฝึกซ้อมหรือเล่นแบบ Street Baseketball ได้ เสียดายที่อาจจะเล่นได้ไม่ตลอดทั้งวัน เพราะวางอยู่ในทิศใต้ (การเดินทางของพระอาทิตย์มาในแนวทิศตะวันออก อ้อมใต้ มาทิศตะวันตก) ซึ่งจะโดนแดดเผาตอนช่วงกลางวันและไม่มีเงาอาคารมาช่วงบังไว้ให้ได้

ถัดมาอีกฝั่ง ด้านล่างมีพื้นที่จอดรถกลางแจ้งและทางเข้า – ออกที่จอดรถในร่มได้ ส่วนบนชั้น 5 นั้นนอกจากจะมี Facility แล้วยังมีพื้นที่ส่วนห้องพักด้วย สำหรับห้องที่อยู่ใกล้กับสระว่ายน้ำนั้นจะมีการปลูกไม้พุ้มและปลูกไม้ยืนต้นบังสายตาได้บางส่วนเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้มากขึ้น

สวนด้านข้างให้มาค่อนข้างใหญ่อยู่นะคะ ฟังก์ชันการใช้งานอาจจะไม่ได้ใช้สำหรับออกกำลังกายจริงจัง คงจะเป็นแนวทางเดินไว้เดินเล่นได้เล็กน้อย

ส่วนชั้นดาดฟ้าเป็นสวน Outdoor เดินเล่น หรือมานั่งปิกนิกรับลมชมวิวในวันหยุดที่แดดร่มลมตกแล้วก็ชิลดีทีเดียวนะคะ ด้านในเป็น Sky Lounge ซึ่งมีชุดโต๊ะเก้าอี้ สำหรับนั่งทำงาน อ่านหนังสือ

ผังโครงการในชั้นนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือด้านหน้าเป็นส่วน Lobby และร้านค้าทั้ง 4 ร้าน ส่วนด้านหลังเป็นส่วนของพื้นที่จอดรถค่ะ ในเรื่องการสัญจรภายในโครงการออกแบบมาได้ดี สัญจรสะดวกเพราะมีทางเข้า – ออกจากพื้นที่จอดรถด้านในหลายทาง สามารถระบายรถได้เร็วไม่ติดขัดภายใน ส่วนทางเข้าโครงการนั้นมีจุดเข้า – ออก ทางเดียวซึ่งง่ายต่อการรักษาความปลอดภัยดีค่ะ สำหรับพื้นที่จอดรถมีทั้งกลางแจ้งและในร่มมีทั้งหมด 375 คัน คิดเป็น 50.81% ไม่รวมจอดซ้อนคัน ซึ่งก็ถือว่าให้มาพอสมควรนะคะสำหรับใน Segment นี้

นอกจากนี้บริเวณโดยรอบอาคารก็จัดให้มีพื้นที่สีเขียวรอบๆ เพิ่มความร่มรื่นได้ดี โดยมีพื้นที่สวนให้เดินเล่นได้อยู่บริเวณด้านหน้า และด้านหลัง รวมไปถึงคอร์ทบาสเก็ตบอลแบบครึ่งสนามให้อีกด้วยค่ะ เข้าภายในอาคารจะเจอกับร้านค้าทั้ง 4 ร้านก่อนค่อยเข้าไปในส่วนของ Lobby ซึ่งการจัดวางแบบนี้ก็ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้านได้ดีนะคะ เพราะเมื่อมีคนนอกเข้ามาซื้อของหรือใช้บริการร้านค้าก็จะอยู่ได้บริเวณด้านหน้าเท่านั้น ไม่ได้เข้ามาในส่วนของ Lobby ที่กั้นเป็นสัดส่วนด้วยประตูเข้า – ออกอีกชั้น

สำหรับชั้น 1 – 4 เป็นชั้นที่จอดรถทั้งหมด จะเริ่มมีชั้นพักอาศัยที่ชั้น 5 ค่ะ ซึ่งในชั้น 5 นี้นอกจากจะเป็นชั้นพักอาศัยแล้วยังเป็นชั้น Facility หลักอีกด้วย โดยการจัดวางส่วนพักอาศัยและ Facility จัดได้เป็นสัดส่วน ด้วยการแยกทางเดินอย่างชัดเจน หากเราต้องการใช้บริการใช้ Facility ก็เดินตรงเข้าส่วน Facility ได้เลย โดยไม่ต้องเดินผ่านหน้าห้องเพื่อนบ้าน จึงช่วยให้ลูกบ้านที่อยู่ในชั้นนี้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ

ชั้น 6 – 28 นี้เป็นชั้นที่มีแต่ห้องพักอาศัยทั้งหมด ตำแหน่งการจัดวางห้องจะวางให้ห้องขนาดใหญ่อยู่ห้องมุมซึ่งสามารถมองเห็นวิวได้ทั้ง 2 ฝั่ง ทั้งนี้ห้องล่างซ้ายที่เป็นห้องริมนั้นจะมีความได้เปรียบมากในเรื่องวิวเพราะสามารถมองเห็นวิวดอยสุเทพได้ชัดเจนเลย สำหรับตำแหน่งลิฟต์อยู่ในตำแหน่งมี่เหมาะสมดีค่ะ เพราะอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางทำให้มีระยะในการเดินไปห้องพักไม่ไกลมากนัก ส่วนอัตราส่วนของลิฟต์นั้นอยู่ที่ 244.67 : 1 ซึ่งจัดว่าค่อนข้างหนาแน่นพอสมควรนะคะ

ชั้น 7 – 29 นี้ โดยรวมแล้วผังพื้นและการจัดวางไม่แตกต่างจากชั้น 6 – 28 เลย มีต่างกันตรงส่วนพื้นที่ตรงกลางทางเดินที่น้อยลงไป โดยชั้นนี้มีจำนวนยูนิตสูงสุดที่ 28 ยูนิต ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้เป็นจำนวนห้องต่อชั้นที่ไม่ได้หนาแน่นจนเกินไป และเมื่อวางตำแหน่งลิฟต์ไว้ตรงกลางก็พอช่วยลดจำนวนเพื่อนบ้านที่ผ่านหน้าห้องเราได้ดีนะ

ในชั้น 30 ส่วนใหญ่เป็นห้องพักแบบ 2 Bedroom และ Penthouse ที่อยู่มุมล่างซ้าย เนื่องจากเป็นชั้นบนๆ ได้รับวิวสวยแต่แลกกับแดดที่แรงหน่อยนะคะ

ชั้นที่ 31 มีผังคล้ายกับชั้น 30 แตกต่างตรงพื้นที่ทางเดินตรงกลางที่ได้พื้นที่น้อยลง ซึ่งมาจากการเรื่องความสวยงามของรูปด้านด้านนอกอาคาร (Elevation)

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

มาดูกันค่ะว่าวิวที่ได้จากมุมมองทั้ง 5 ของโครงการจะเห็นเป็นอย่างไรกัน

สำหรับทิศ A หรือทิศตะวันตกเฉียงใต้นั้น วิวที่ได้จะเห็นฝั่งอาเขตไกลไปจนถึงเขตเมือง และส่วนของเนินเขาของดอยสุเทพ

ในทิศ B หรือทิศตะวันตกเฉียงเหนือนั้น เป็นทิศที่ดีที่สุดในเรื่องของวิว เพราะได้เห็นวิวของดอยสุเทพอย่างชัดเจนสวยงามทีเดียวค่ะ

ทิศ C หรือทิศเหนือนั้นก็ยังพอเห็นวิวดอยสุเทพด้านข้างบ้าง และวิวนอกเมืองซึ่งค่อนข้างมีพื้นที่สีเขียวมากให้เห็นกันสดชื่นสบายตาดีค่ะ

ทิศ D หรือทิศตะวันออกเฉียงเหนือนั้น มองเห็นพื้นที่แถบชานเมืองและเห็นทิวเขาแม่ออนซึ่งอยู่ห่างไกลออกไปเป็นพื้นหลัง

ทิศ E หรือทิศใต้นี้ จะเห็นวิวในส่วนของเมืองรอบนอกบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่ – ลำปาง ถึงไม่เห็นวิวของภูเขาแต่ก็สามารถเห็นวิวได้ไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา ให้ผ่อนคลายสายตาได้ดีเช่นกันนะ ^^

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ ขนาด 7.8 x 24.2 เมตร ลึก 1.2 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 6 เครื่อง
  • ห้อง Multi – Function
  • สวนหย่อม
  • Sauna & Stream room
  • อัตราส่วนลิฟต์  244.67 : 1
  • ที่จอดรถ 375 คัน ไม่รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 50.81%
  • ระบบ CCTV / Access Card
  • Free Wifi บริเวณ Lobby และ Sky Lounge

 


Product Walkthrough

ห้องตัวอย่างห้องแรกที่เราจะพาไปชมกันคือ Bianco Suite เป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 46 ตร.ม. ด้วยขนาดที่ได้ค่อนข้างเยอะพอสมควร และฝ้าเพดานที่สูง 2.7 ม. ทำให้ภายในห้องดูโปร่งโล่งและไม่อึดอัดถึงถึงแม้จะมีช่องเปิดเพียงด้านเดียว ลักษณะผังห้องเป็นแบบหน้าแคบลึก โดยมีความกว้างอยู่ที่ 5.5 เมตร ภายในห้องจัดฟังก์ชันการใช้งานได้ดี เป็นสัดส่วนชัดเจน

เริ่มกันจากทางเข้าห้องจะพบกับห้องนั่งเล่นซึ่งมีพื้นที่ค่อนข้างยาว สามารถจัดชุดโซฟาขนาดใหญ่ได้พร้อมโต๊ะข้างโซฟาได้ทั้ง 2 ฝั่ง ด้านข้างขวาจัดให้เป็นห้องน้ำที่มีประตูเข้าได้ 2 ฝั่งทั้งจากห้องนั่งเล่น และห้องนอนเพื่อความสะดวกในการใช้งานโดยไม่ต้องเดินอ้อมไปมา

ถัดไปด้านในจัดให้เป็นพื้นที่รับประทานอาหารและเป็นห้องครัวแบบปิดอยู่ในบริเวณเดียวกัน โดยการกั้นประตูบานเลื่อนให้เป็นสัดส่วน ซึ่งเหมาะกับการทำอาหารหนักๆ ได้สบายๆ ภายในวางโต๊ะรับประทานอาหารแบบ 2 ที่นั่งได้ และ Pantry ครัวแบบแนวยาวใช้งานได้ง่ายกับพื้นที่ที่จำกัด ถัดมาฝั่งขวาเป็นห้องนอน ซึ่งมีความยาวพอสมควร แบ่งโซนภายในได้ 2 โซน คือโซนเตียงนอน และโซนแต่งตัว ที่คั่นกลางด้วยโต๊ะทำงาน ในส่วนขนาดระเบียงมีความกว้างที่เหมาะสมสามารถใช้พื้นที่เป็นพื้นที่ซักล้าง ซักผ้า ตากผ้า ได้ดีค่ะ

สำหรับรูปแบบการขายของโครงการเป็นแบบ Fully Furnished ซึ่งสิ่งที่ได้มีดังนี้

  • เตียง + ฟูก ขนาด 5 ฟุต
  • ชุดสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำ พร้อมฉากกั้นกระจกนิรภัย
  • โซฟาขนาด 3 ที่นั่ง
  • ชั้นวางทีวี พร้อมตู้ลอย Built – in
  • Pantry ครัว
  • ชุดโต๊ะรับประทานอาหารและเก้าอี้ 2 ตัว
  • ชุดโต๊ะทำงาน
  • ตู้เสื้อผ้า
  • Wallpaper
  • เครื่องปรับอากาศ

เริ่มจากหน้าห้อง (ที่ยังไม่ได้กั้นผนังและประตู) ขนาดความกว้างอยู่ที่ 2.8 ม. และมีความสูงฝ้า 2.7 ม. ช่วยให้ห้องดูโปร่งโล่ง เมื่อเข้ามาจะเจอกับส่วนห้องนั่งเล่นก่อน ส่วนด้านขวาเป็นห้องน้ำ และถัดไปด้านในเป็นห้องครัวที่มีโต๊ะรับประทานอาหารอยู่ภายใน

พื้นห้องเป็นพื้นลามิเนต 8 มม. โทนสีเชอรรี่ คือสีโทนมากออกสีแดง เป็นสีที่ใกล้เคียงธรรมชาติในประเทศ หรือที่เรียกว่าสีมะค่า

ด้านข้างได้ตู้เก็บรองเท้าเรียบร้อย

ด้านฝั่งขวามือเป็นประตูห้องน้ำ

ยกธรณีขึ้นสูงนิดหน่อยพร้อมปูกระเบื้องเรียบร้อยดีค่ะ

ภายในห้องน้ำแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน คือแยกโซนเปียกและโซนแห้งออกจากกัน โดยโซนเปียกได้ติดตั้งฉากกั้นกระจกนิรภัยกันน้ำกระเด็นออกให้ด้วย ส่วนพื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิกง่ายต่อการทำความสะอาด

โถสุขภัณฑ์ที่ได้จาก Kohler ส่วนระยะความกว้างบริเวณโถอยู่ที่ประมาณ 85 ซม. ซึ่งเป็นขนาดกำลังพอดีๆ คนตัวใหญ่ก็นั่งได้แบบไม่อึดอัดมากนักค่ะ

อ่างล้างมือจาก Englefield พร้อมกระจกเงา และไฟติดผนังข้างกระจกทั้งสองด้าน

อ่างล้างมือเป็นแบบลอยตัวขนาดกำลังพอดี มีก่อเคาน์เตอร์ด้านข้างปูด้วยกระเบื้องสีดำสวยงาม สามารถวางของได้เล็กๆน้อยๆ ส่วนผนังด้านซ้ายติดปลั๊กไฟกันน้ำไว้ให้ด้วย ไว้สำหรับสาวๆ ไดร์ผมหน้ากระจกได้

ฉากกั้นอาบน้ำเป็นแบบประตูเปิดสวิงเข้า

ยกธรณีสูงขึ้นมานิดหน่อยและติดตั้งแผ่นอลูมิเนียมทับกันน้ำไหลออก ภายในพื้นที่อาบน้ำมีขนาดประมาณ 1.10 x 0.85 ม. ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะสมอาบน้ำได้สบายๆ ค่ะ

ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นและฝักบัวจาก Electrolux  มาให้เรียบร้อย พร้อมก็อกด้านล่างจาก Englefield

ขนาดพอดีมือ แข็งแรงพอใช้ได้ค่ะ

มีประตูอีกฝั่งซึ่งเชื่อมกับห้องนอน ใครมาใช้ห้องน้ำจากห้องนอนก็อย่าลืมปิดประตูจากห้องนั่งเล่นด้วยนะคะ เผื่อมีคนเปิดมาจ๊ะเอ๋นะ  อิอิ ^^

กลับมาที่ห้องนั่งเล่นกันต่อค่ะ บริเวณพื้นที่นั่งเล่นมีระยะห่างของโซฟากับทีวีประมาณ 2 ม. ซึ่งสามารถซื้อทีวีขนาดประมาณ 40 – 42 นิ้วมาติดตั้งได้เลยค่ะ

เงยหน้าขึ้นไปฝ้าเพดานที่ได้จะเป็นแบบนี้เลย คือมีการ Drop ฝ้าด้านข้างแล้วติด Spotlight ให้ ส่วนตรงกลางติดไฟเป็นดวงซาลาเปาตามรูปเลยค่ะ

ชุดโซฟาที่ได้เป็นโซฟาแบบ 3 ที่นั่ง

ส่วนชั้นวางทีวีเป็นแบบ Built-in ลอยตัวพร้อมตู้ลอยด้านบน ได้ค่อนข้างจัดเต็มสามารถวางของและเก็บของได้พอสมควรเลยค่ะ โดยบานเปิด – ปิดเป็น Soft Closed ทั้งหมด

ถัดจากโซฟามาเป็นพื้นที่ว่างเล็กๆ แจกไปยังห้องนอนด้านขวาและตรงไปเป็นส่วนของห้องครัว

ด้านข้างโซฟามีพื้นที่เหลือพอสมควรสามารถวางเก้าอี้โซฟาเพิ่มเติมได้อีกตัว หรือใครจะซื้อตู้มาวางเพื่อเก็บของหรือตั้งโชว์ของสะสมก็ได้เช่นกันค่ะ

ประตูครัวเป็นประตูบานเลื่อนกรอบบานสีธรรมชาติ

มือจับและตัวล็อกมาตรฐาน

เดินรางเลื่อนประตูด้านล่างสูงกว่าพื้นครัวนิดหน่อย

ภายในห้องครัวมี Pantry และพื้นที่รับประทานอาหาร

ขนาดพื้นที่ครัวประมาณ 2.7 x 2.8 ม. พื้นครัวเป็นกระเบื้องเซรามิก ซึ่งง่ายต่อการทำความสะอาด และปูกระเบื้องขึ้นมาเป็นบัวขอบพื้นให้ด้วย ทำให้เวลาล้างครัวหรือเช็ดถูกำแพงด้านข้างไม่เลอะเป็นคราบน้ำ

ชุดรับประทานอาหารได้โต๊ะกระจกและเก้าอี้ 2 ตัว ขนาดและน้ำหนักแข็งแรงพอสมควรค่ะ

ด้านข้างเว้นพื้นที่วางตู้เย็นไว้ประมาณ 0.8 x 0.8 ม. สามารถวางตู้เย็นขนาด 7.3 คิวบิกฟุตได้ค่ะ ^^ ด้านล่างตู้เย็นตกแต่งผนังด้วยกระเบื้องโมเสคสวยงาม

Pantry ครัว ได้ขนาดกำลังพอดีสำหรับการใช้งาน ด้านล้างปูกระเบื้องให้เรียบร้อยง่ายต่อการทำความสะอาด ส่วน Top เคาน์เตอร์เป็น Particle ใช้งานได้แต่ไม่ทนความชื้นมากเท่ากับหินเทียมหรือหินแท้นะคะ ดังนั้นเวลาทำอาหารเสร็จก็อย่าปล่อยให้มีน้ำเลอะอยู่บริเวณเคาน์เตอร์นานนักนะคะ เพราะอาจจะบวมได้

บานเปิดเป็นแบบปาดขอบ จับได้ถนัดมือพอสมควร

อ่างล้างมือเป็นสแตนเลสหลุมเดี่ยว มีที่พักจานด้านข้างให้ด้วย

หน้าต่างที่ได้บานค่อนข้างใหญ่ ซึ่งเป็นบานเลื่อนเปิดได้ 2 ทาง กรอบบานเป็นอลูมิเนียมสีธรรมชาติทั้งห้อง สามารถการเปิดรับลมหรือระบายอากาศภายในครัวได้ดีค่ะ

เข้าไปดูห้องนอนกันค่ะ พื้นห้องนอนและห้องนั่งเล่นเป็นพื้นปูเป็นผืนเดียวกันเลยไม่มีตัวจบพื้น

เข้ามาจะเห็นบริเวณโต๊ะทำงานซึ่งคั่นกลางระหว่าง 2 โซนในห้องนอน โซนด้านซ้ายเป็นส่วนของเตียงนอน และด้านขวาที่เชื่อมกับห้องน้ำเป็นพื้นที่แต่งตัวค่ะ

มาเริ่มที่โซนเตียงนอนกันก่อนนะคะ ด้วยความกว้างของห้องนอนกว้างประมาณ 2.80 ม. ทำให้ไม่มีพื้นที่พอสำหรับติดตั้งชั้นวางทีวี ดังนั้นแนะนำให้ติดทีวีบนผนังเหมือนกับห้องตัวอย่างนะคะ ซึ่งจะได้มีที่เหลือพอสำหรับทางเดินบริเวณปลายเตียงด้วย

เตียงพร้อมฟูกที่ได้มีขนาด 5 ฟุต

พื้นที่รอบเตียงทั้งปลายเตียงและด้านซ้ายที่ติดกับประตูระเบียงมีความกว้างพอดีๆ สามารถเดินได้ไม่ลำบากมากนักค่ะ

หันกลับมาที่โซนแต่งตัวกันค่ะ โดยด้านซ้ายเป็นพื้นที่ทำงาน ลึกเข้าไปหน่อยทางด้านซ้ายเช่นเดิมมีชั้นวางพร้อมกระจกเงาติดตั้งเพื่อใช้เป็นโต๊ะเครื่องแป้ง และด้านขวาเป็นตู้เสื้อผ้าแบบลอยตัวค่ะ ^^

โต๊ะทำงานเป็นโต๊ะกระจกขาสแตนเลส พร้อมเก้าอี้ 1 ตัวตามแบบห้องตัวอย่างเลยค่ะ

ตู้เสื้อผ้าที่ได้เป็นแบบบานเปิด 3 บานติดกระจกเงาให้เรียบร้อย ภายในมีความจุเสื้อผ้าพอสมควรทีเดียวค่ะ

มือจับจะเป็นแผ่นอลูมิเนียมยื่นออกมาให้เปิดได้ถนัดขึ้น

ถัดมาเป็นส่วนชั้นวางของพร้อมกระจกเงา สามารถใช้เป็นโต๊ะเครื่องแป้งวางของได้เล็กน้อยค่ะ

มาที่ระเบียงกันค่ะ ประตูระเบียงเป็นประตูบานเลื่อน ตำแหน่งประตูอยู่ด้านข้างหัวนอนเลย ถ้าใครเลือกห้องที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออกก็อาจจะพอเห็นพระอาทิตย์ขึ้นได้เลยจากบนเตียง

พื้นระเบียงขนาด 2.80 x 1.30 ม. ปูด้วยกระเบื้องเซรามิกสีขาว มีขนาดพอสมควรสามารถใช้งานทั้งซักผ้า ตากผ้า หรือซักล้างได้

ด้านข้างซ้ายติดตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์เป่าลมร้อนมาด้านข้าง สำหรับใครที่ใช้พื้นที่ระเบียงในการนั่งเล่นรับลม แนะนำให้ติดกริลแอร์ เพื่อหักเหลมร้อนไปด้านข้างนะคะ

อีกด้านติดตั้งดวงโคมติดผนังส่องสว่างบริเวณระเบียง

มากันต่อที่ห้อง Type Cimone Suite ซึ่งเป็นห้องแบบ Studio ที่มีขนาด 33 ตร.ม. ซึ่งถือว่าได้ขนาดค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับห้องแบบ Studio ปกตินะคะ สำหรับห้องใน Type นี้มีจุดเด่นคือความเชื่อมต่อของพื้นที่และฟังก์ชันที่สามารถใช้งานแบบต่อเนื่องกันได้ดี อย่างห้องน้ำที่ได้เป็นแบบ Sexy Bathroom คือกั้นด้วยกระจกใสบริเวณพื้นที่อาบน้ำ สามารถมองเห็นกันได้ทั้งภายในและภายนอกห้องน้ำ รวมทั้งการจัดวางพื้นที่ทานอาหารติดหน้าต่างเพื่อที่จะสามารถมองวิวได้ในขณะรับประทานอาหาร ซึ่งข้ามฟังก์ชันที่น่าจะใกล้กับพื้นที่ครัว

เริ่มจากหน้าห้องจะเจอกับพื้นที่ครัว ซึ่งเป็นแบบครัวเปิด อาจจะทำอาหารหนักๆ ได้ไม่สะดวกนัก เพราะกลิ่นอาหารสามารถฟุ้งอบอวลทั้งห้องได้ ถัดมาทางด้านขวาเป็นห้องน้ำแบบ Sexy Bathroom ซึ่งหากใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัวก็สามารถติดฟิล์มฝ้าตรงกระจก หรือจะติดเป็นมูลี่ก็ได้เช่นกันค่ะ สำหรับพื้นที่นั่งเล่นสามาถวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งได้พอดีๆ และมีระยะห่างทีวีค่อนข้างมากสามารถติดตั้งทีวีขนาดใหญ่ได้สบาย ถัดมาเป็นเตียงนอนขนาด 5 ฟุต ตรงข้ามเตียงจัดวางเป็นตู้เสื้อผ้า สำหรับพื้นที่รับประทานอาหารจะเป็นโต๊ะแบบ Built-in ติดหน้าต่าง หรือสามารถจัดเป็นโต๊ะสำหรับนั่งทำงานได้ด้วย ถัดมาด้านซ้ายเป็นพื้นที่ระเบียงที่มีขนาดเล็กลงมาหน่อยจากห้องแบบ 1 Bedroom ซึ่งสามารถวางเครื่องซักผ้าได้ แต่จะเหลือพื้นที่สำหรับซักล้าง หรือตากผ้าค่อนข้างน้อย

เริ่มจากหน้าห้องจะเจอกับพื้นที่ครัว ซึ่งได้พื้นเป็นพื้นลามิเนต 8 มม. ไม่เหมาะกับพื้นที่ครัวเท่าไหร่นักหากเทียบกับกระเบื้อง เนื่องจากการทำความสะอาดที่ยากกว่า ส่วนความกว้างของทางเดินนั้นมีความกว้างประมาณ 1.6 ม. ซึ่งค่อนข้างกว้างพอสมควรสำหรับพื้นที่การทำอาหารและไม่ขวางทางเดินด้วย

Pantry ครัวมีขนาดและแบบเดียวกันกับห้องแบบ 1 Bedroom พร้อมกรุกระเบื้องติดผนังบริเวณครัวให้เรียบร้อย ช่วยให้การทำความสะอาดง่ายมากขึ้น แต่พื้นครัวห้องนี้จะได้เป็นลามิเนตนะคะ

ส่วนทางด้านซ้ายเป็นห้องน้ำค่ะ

ทางเข้ามีการยกธรณีขึ้นสูงนิดหน่อยกันน้ำไหลออกมาด้านนอก พร้อมปูกระเบื้องสีดำเรียบร้อย ส่วนพื้นด้านในปูด้วยกระเบื้องเซรามิกสีเทาค่ะ

เข้ามาจะเจอกับโซนแห้งซึ่งใช้โถสุขภัณฑ์ และอ่างล้างมือแบบเดียวกันกับห้องแบบ 1 Bedroom

ระยะห่างระหว่างโถจะมีความกว้างประมาณ 1.20 ม. ซึ่งมีความกว้างที่นั่งได้สบายๆ เลยค่ะ

ส่วนพื้นที่อาบน้ำเป็นแบบ Sexy Bathroom คือกั้นด้วยกระจกแทนผนัง สามารถมองทะลุกันได้ ซึ่งหากใครที่รักความเป็นส่วนตัวมากหน่อยก็สามารถติดฟิล์มฝ้าหรือติดตั้งม่านมูลี่ก็ได้เช่นกันนะคะ ส่วนทางเข้าพื้นที่อาบน้ำได้ติดตั้งฉากกั้นกระจกให้เรียบร้อย

มีการยกธรณีขึ้นมานิดหน่อยและแผ่นอลูมิเนียมที่มาพร้อมกับฉากกั้นที่สามารถกันน้ำไหลออกจากพื้นที่อาบน้ำได้ ภายในมีขนาดประมาณ 1.40 x 0.9 ม. ซึ่งเป็นขนาดที่สามารถอาบน้ำได้สบายๆ ค่ะ

ฝักบัวสายอ่อน ติดตั้งพร้อมเครื่องทำน้ำอุ่นให้เรียบร้อย

เข้ามาส่วนพื้นที่นั่งเล่นกันค่ะ พื้นที่นั่งเล่นเป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อระหว่างส่วนของครัวและเตียงนอน โดยบริเวณพื้นที่นั่งเล่นนี้มีระยะห่างระหว่างทีวีและโซฟาประมาณ 2 ม. ซึ่งเป็นระยะห่างที่สามารถวางทีวีขนาดประมาณ 40 – 42 นิ้วได้สบายเลยค่ะ

พื้นที่บริเวณโซฟาจะไม่ได้กว้างมากนักเหมือนกับห้องแรก ชุดโซฟาที่ได้เลยจะได้เป็นโซฟาแบบ 2 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง

ชั้นวางทีวีได้เหมือนกับห้องแรกค่ะ

เข้ามาที่โซนเตียงนอนฝั่งตรงกันข้ามเป็นตู้เสื้อผ้านะ ถ้าใครจะนอนดูทีวีอาจจะต้องตะแคงตัวมาดูที่บริเวณพื้นที่นั่งเล่นแทนนะคะ

เตียงพร้อมฟูกที่ได้เป็นขนาด 5 ฟุต หรือ (Queen Size) มาตรฐาน

มีพื้นที่เดินได้รอบเตียงสบายๆ ไม่คับแคบ

ตู้เสื้อผ้าที่ได้จะแตกต่างกับห้องแรกนะคะ แต่ก็มีขนาดที่เท่าๆ กัน ส่วนข้อที่ดีกว่านั้นคือด้านข้างมีการก่อผนังให้บริเวณตู้เสื้อผ้าซึ่งทำให้พื้นที่ด้านบนของตู้เสื้อผ้านั้นสามารถวางกระเป๋าเดินทางได้ด้วย และยังดูเป็นสัดเป็นส่วนที่ดีด้วยค่ะ

มือจับแข็งแรงดีทีเดียวค่ะ

ด้านข้างตู้เสื้อผ้าเหลือที่ว่างอยู่ หากสาวๆคนไหนที่ตู้เสื้อผ้าวางเสื้อผ้าไม่พอก็สามารถวางลิ้นชักสำหรับใส่เสื้อผ้า หรือเป็นที่วางตะกร้าผ้าก่อนไปซักผ้าก็ได้เช่นกันค่ะ ^^

ถัดมาด้านซ้ายเป็นพื้นที่รับประทานอาหารและด้านขวาเป็นส่วนระเบียงค่ะ

ส่วนพื้นที่รับประทานอาหารนั้นเป็นแบบ Built-in ติดผนัง โดยสามารถมองวิวด้านนอกได้ด้วย เก้าอี้ที่ได้จะเป็นแบบสตูลทรงสูง สำหรับโต๊ะทานอาหารนี้สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันเป็นพื้นที่นั่งทำงาน หรือนั่งทำการบ้านก็ได้นะ

ประตูบานเลื่อนได้ทางเดียวออกไปยังระเบียง

พื้นที่ระเบียงขนาด 1.8 x 1.3 ม. ด้วยพื้นที่ขนาดเท่านี้นั้นสามารถวางเครื่องซักผ้าด้านข้างได้ แต่จะเหลือพื้นที่ค่อนข้างน้อยสำหรับตากผ้าหรือซักล้างนะ

คอมเพรสเซอร์แอร์ติดตั้งเป็นแบบเแขวนเป่าลมร้อนออกด้านข้าง สามารถติดกริลเบี่ยงลมร้อนออกไปด้านนอกได้ ด้านล่างติดตั้งท่อน้ำดีน้ำทิ้ง พร้อมปลั๊กไฟกันน้ำไว้เรียบร้อยสำหรับวางเครื่องซักผ้า

ผนังอีกด้านติดดวงโคมส่องสว่างให้เช่นเดียวกันกับห้อง 1 Bedroom ค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 10 December 2015

  • Studio ชั้น 5 ห้อง CS0502 เนื้อที่ 33 ตร.ม. ราคา 1.9125 ล้านบาท หรือ 58,000 บาท/ตร.ม.
  • Studio ชั้น 28 ห้อง CS2823 เนื้อที่ 33 ตร.ม. ราคา 2.2555 ล้านบาท หรือ 68,300 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom ชั้น 16 ห้อง BS1627 เนื้อที่ 46 ตร.ม. ราคา 3.004 ล้านบาท หรือ 65,300 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom ชั้น 6 ห้อง AS0601 เนื้อที่ 64.5 ตร.ม. ราคา 3.5735 ล้านบาท หรือ 55,400 บาท/ตร.ม.
  • Fully Furnished
  • เพดานสูง 2.70 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • จอง
    • Studio 5,900 บาท
    • 1 Bedroom 8,900 บาท
    • 2 Bedroom และ Penthouse 12,900 บาท
  • ทำสัญญา
    • Studio 59,000 บาท
  • 1 Bedroom 89,000 บาท
  • 2 Bedroom และ Penthouse 129,000 บาท
  • ดาวน์ 9% ผ่อนดาวน์ 30 งวด
  • ค่ากองทุน 350 บาทต่อตารางเมตร
  • ค่าส่วนกลาง 30 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน
  • พิเศษ ให้คุณมีสิทธิเลือก มูลค่า 150,000 – 300,000 บาท
    • ส่วนลด + เฟอร์นิเจอร์ครบชุด
  • ส่วนลดพิเศษ
  • **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


    เจาะลึกรวบยอด

    โครงการ ศุภาลัย มอนเต้ 2 เป็นคอนโด High Rise เพื่อตอบสนองการอยู่อาศัยเป็นหลักนะคะ ไม่ได้ออกแบบมาเป็นบ้านพักตากอากาศ ตัวทำเลอยู่รอบนอกเมือง บริเวณแถบวงแหวนรอบที่ 1 หรือถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่ – ลำปาง ใกล้แยกศาลเด็ก ซึ่งเป็นแยกที่มีสถานที่สำคัญๆ อย่างสถานีขนส่งอาเขต และ Central Festival ทำให้บรรยากาศจะไม่ได้เงียบสงบมากนักเหมือนแถบชานเมืองทั่วไป แต่ข้อดีก็คืออยู่ในจุดที่สะดวกสบายในการเดินทางเข้าเมือง – ออกนอกเมือง สามารถวิ่งรอบเมืองด้านนอกได้โดยไม่เสียเวลารถติดในเมือง และยังสะดวกในการจับจ่ายซื้อของหรือช็อปปิ้งในห้าง Central Festival อีกทั้งเรื่องวิวก็ไม่ได้แพ้โครงการตากอากาศเท่าไหร่นักนะคะ เพราะเป็นคอนโด High Rise ที่มีไม่มากนักจึงไม่ถูกบล็อกวิวเลยมองเห็นวิวภูเขาดอยสุเทพ หรือทิวเขาแม่ออนได้ด้วยค่ะ

    ในเรื่องความอุดมสมบูรณ์นั้นแหล่งพึ่งพิงหลักๆ เลยคงจะเป็นห้าง Central Festival ที่อยู่ใกล้โครงการมากที่สุด แค่ข้ามถนนแล้วเดินไปอีกไม่เกิน 300 ม.ก็ถึงแล้ว รวมไปถึง Hypermarket และร้านค้าเล็กใหญ่ที่อยู่ติดถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่ – ลำปางตลอดเส้นทาง สำหรับใครที่อยากกินอาหารร้านเล็กร้านน้อยราคาถูกใจหน่อยก็สามารถไปพึ่งพิงร้านอาหารในอาเขตได้สบาย นอกจากจะมีร้านค้าเล็กๆ ที่เปิดขายแล้วยังมี Community Mall อย่าง Star Avenue ไว้ Hangout กันชิลๆ ตอนกลางคืนโดยไม่ต้องง้อร้านค้าแถบนิมมานเหมินท์ก็ได้นะ

    ในเรื่องของการเดินทางนั้นจัดว่าค่อนข้างสะดวก เพราะติดถนนใหญ่ใกล้แยกศาลเด็กที่เชื่อมกับถนนวงแหวนรอบนอก ซึ่งเป็นถนนที่สามารถเชื่อมต่อถนนได้หลายสายตั้งแต่ถนนนิมมานเหมินท์ ไปจนถึงสนามบินเลย หากจะเข้าเมืองก็ง่ายเนื่องจากการวางผังเมืองที่ออกแบบมาคล้ายกับใยแมงมุม แล้วมีถนนตัดเชื่อมตัวเมืองไปยังวงแหวนรอบเมืองครบทุกด้าน การจราจรก็ไม่ได้ติดหนักมากมายนักเพราะตามจุดตัดต่างๆยังมีอุโมงค์ให้วิ่งลอดได้ช่วยลดปัญหาการจราจรได้ดีค่ะ

    ส่วนใครที่พึ่งพาระบบขนส่งสาธารณะนั้นก็ไม่ได้ลำบากนักนะคะ เพราะมีรถแดงสองแถววิ่งผ่านอยู่เรื่อยๆ รวมทั้งโครงการที่อยู่ติดถนนใหญ่จึงไม่เปลี่ยวมากนักค่ะ

    ในเรื่องของการออกแบบตัวโครงการถือว่าทำได้ดีนะคะ ทั้งเรื่องของแนวคิดที่ยังออกแบบมาในสไตล์ Comtempory ร่วมสมัยนำกลิ่นอายล้านนามาผสมกับความเป็น modern ในยุคปัจจุบันได้ลงตัวและสัมผัสได้ การจัดวางอาคารไปตามแนวพื้นที่ดิน และให้ความสำคัญในเรื่องของวิวภูเขาทั้ง 2 ด้าน ส่วนตำแหน่งการจัดวางฟังก์ชันภายในทำออกมาได้ตามมาตรฐานของศุภาลัย ทั้งตำแหน่งของโถงลิฟต์ที่จัดให้อยู่ตรงกลางสะดวกในการใช้งาน เพราะไม่มีฝั่งไหนเดินไกลมากกว่า รวมไปถึงการคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในการแยกพื้นที่ร้านค้าออกจากส่วน Lobby โดยกั้นด้วยประตูชัดเจน

    สำหรับการออกแบบห้องพักนั้น จัดพื้นที่ให้ค่อนข้างกว้างด้วยตารางเมตรเริ่มต้นที่ 33 ตร.ม. อย่างห้อง Studio นั้นมีจุดเด่นคือขนาดของห้องและการเชื่อมต่อของพื้นที่ที่ทำได้ดีทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง รวมไปถึงส่วนรับประทานอาหารที่สามารถชมวิวได้ดี สำหรับห้องน้ำนั้นเป็นแบบ Sexy Bathroom เพราะเน้นคนใช้งานแบบอยู่คนเดียวหรืออยู่เป็นคู่ แต่หากใครที่รักความเป็นส่วนตัวก็สามารถเอาฟิล์มฝ้ามาติดหรือติดม่านมูลี่ได้ไม่มีปัญหาค่ะ ส่วนห้องแบบ 1 Bedroom นั้นมีขนาดห้อง การจัดวางฟังก์ชัน รวมไปถึงความเป็นสัดส่วนชัดเจนที่เหมาะกับการอยู่อาศัยจริงๆ ทั้งขนาดห้องนั่งเล่นที่มีขนาดใหญ่สามารถขยับขยายพื้นที่เป็นพื้นที่อเนกประสงค์เล็กๆได้ ห้องครัวที่กั้นเป็นสัดส่วนทำครัวหนักได้สบาย และห้องนอนที่มีขนาดใหญ่แบ่งเป็นโซนเตียงนอนและโซนแต่งตัวได้

    วัสดุที่ได้ถือว่าดีในระดับ Segment นี้นะคะ รูปแบบการขายเป็นแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่เลย วัสดุที่ได้อย่างพื้นห้องจะได้เป็นลามิเนต 8 มม. ส่วนครัว (1 Bedroom) ห้องน้ำ และระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิก บริเวณครัวมีการกรุผนังเป็นกระเบื้องให้เรียบร้อย เหมาะกับการทำความสะอาดดีค่ะ โถสุขภัณฑ์จาก Kohler และอุปกรณห้องน้ำจาก Englefeild พร้อมติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นเรียบร้อยจากยี่ห้อ Electrolux รวมถึงติด Wallpaper ให้ทั้งห้องด้วยค่ะ

    ในเรื่องสาธารณูปโภคนั้นให้มาครบครัน จากรูปดูน่าใช้งานดีค่ะ แต่ด้วยจำนวนยูนิตที่เยอะไปหน่อยเมื่อเทียบกับขนาดของ Facility นั้น ก็อาจจะต้องแบ่งกันใช้กันไปค่ะ สำหรับความหนาแน่นเมื่อเทียบกับอัตราส่วนของลิฟต์นั้นถือว่ามีความหนาแน่นสูงอยู่นะ โดยอยู่ที่ 244.67 : 1

     

    Judgement

    เนื่องจากเป็นโครงการในทำเลที่ Think of Living ไม่คุ้นเคย จึงไม่สามารถให้คะแนนเปรียบเทียบความคุ้มค่าได้ค่ะ ^ ^

     

    BOTTOM LINE

    ศุภาลัย มอนเต้ 2 เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดใกล้เมือง อยากมีคอนโดเห็นวิวภูเขา ในทำเลที่สะดวกในการเดินทางทั้งเข้าเมืองและออกนอกเมือง และต้องการทำเลที่ใกล้กับห้างใหญ่ อยากเเพคกระเป๋าพร้อมเข้าอยู่ได้เลย ไม่เน้นการตกแต่งมากนัก มีงบประมาณตั้งแต่  2 – 4.5 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 14,000 – 36,000 บาท/เดือน

     

    ถ้ามีความเห็นว่ารีวิวตัวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจในการทำรีวิวต่อไป

    สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )