default

บ้านที่มีโซลาร์ ฉนวน และระบบดูแลอากาศจะช่วยให้ค่าใช้จ่ายลดลงและอยู่สบายขึ้นแค่ไหน เป็นคำถามที่คนซื้อบ้านควรได้คำตอบมากกว่าการเห็นชื่อมาตรฐานบนโบรชัวร์ เพราะสิ่งที่ต้องดูต่อคือ บ้านหลังที่จะซื้อมีอะไรให้จริง ผ่านการตรวจเรื่องใด และต้องจ่ายค่าดูแลอย่างไรหลังเข้าอยู่

ข่าวประชาสัมพันธ์ของ SC ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เปิดเผยรายละเอียดของ SC Green Mark ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นมาตรฐานอาคารที่พัฒนาร่วมกับสถาบันอาคารเขียวไทย หรือ TGBI อย่างไรก็ตาม ข่าวฉบับนี้ยังไม่มีข้อมูลผลประหยัดค่าไฟหลังเข้าอยู่ ราคาที่แยกต้นทุนอุปกรณ์ หรือค่าบำรุงรักษาระยะยาว จึงยังใช้สรุปความคุ้มค่าของบ้านไม่ได้

SC ประกาศอะไร และข้อมูลส่วนไหนยังต้องตรวจต่อ

ตามข้อมูลบริษัท SC Green Mark ประเมินทั้งส่วนออกแบบและส่วนก่อสร้าง แบ่งเป็นสามหมวด ได้แก่ ดีต่อคน ดีต่อโลก และดีด้วยนวัตกรรม

องค์ประกอบที่ข่าวกล่าวถึงมีตั้งแต่การเลือกวัสดุ Low VOC ซึ่งหมายถึงวัสดุที่มีสารอินทรีย์ระเหยง่ายต่ำ การจัดแสงและการระบายอากาศ ไปจนถึงโซลาร์บนหลังคา ฉนวนกันความร้อน และระบบบ้านอัจฉริยะ แต่รายการเหล่านี้ยังเป็นคำอธิบายแนวทางและตัวอย่างในข่าว ผู้ซื้อควรตรวจต่อว่าใช้กับแบบบ้านหรือบ้านหลังใดบ้าง

SC ระบุว่าเริ่มใช้เกณฑ์กับโครงการแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์–พรานนก ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2026 และมีแผนขยายไปยังคอนโด โรงแรม คลังสินค้า และสำนักงานในปี 2027 ข้อความส่วนหลังจึงเป็นแผนของบริษัท ส่วนขอบเขตว่าจะรวมอาคารเดิมหรือเฉพาะโครงการใหม่ยังต้องขอคำอธิบายเพิ่ม

เรื่องนี้มีการสื่อสารมาก่อน PR ฉบับล่าสุดแล้ว โดยเว็บไซต์บริษัทกล่าวถึงมาตรฐานและโครงการนำร่องในบทความวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ผู้อ่านจึงควรมองข่าวเดือนตุลาคมเป็นข้อมูลประกอบความคืบหน้า และตรวจว่ารายละเอียดใดได้รับการเพิ่มเติมหรือยืนยันแล้ว [เว็บไซต์ SC](https://www.scasset.com/th/blog/corporate/sc-top-1-luxury-house/)

5 คำถามก่อนจองบ้านที่ใช้มาตรฐานอาคารเขียว

1. ใครตรวจ และผลประเมินครอบคลุมอะไร

คำถามแรกคือ ผู้พัฒนาเกณฑ์ ผู้ตรวจงาน และผู้อนุมัติให้ใช้เครื่องหมายเป็นใคร รวมถึงประเมินระดับโครงการ อาคาร แบบบ้าน หรือบ้านรายหลัง

SC ระบุว่าพัฒนาเกณฑ์ร่วมกับ TGBI แต่ในการตรวจข้อมูลครั้งนี้ยังไม่ได้ตรวจเอกสารผลรับรองจาก TGBI โดยตรง ผู้ซื้อจึงควรขอเอกสารที่ระบุวันที่ ขอบเขต และสถานะการประเมินให้ชัด โดยเฉพาะว่าผ่านขั้นออกแบบแล้ว หรือผ่านการตรวจงานก่อสร้างด้วย

อีกเรื่องที่ควรแยกคือ การอ้างอิงมาตรฐานกับการได้รับการรับรอง รายงาน IFRS S2 ของ SC ปีข้อมูล 2025 ระบุว่า SC Green Mark อ้างอิง LEED, WELL และ TREES ขณะเดียวกันก็ระบุเป้าหมายขอ LEED และ TREES สำหรับทรัพย์สินที่เลือกไว้ต่างหาก จึงยังนำชื่อมาตรฐานเหล่านี้มายืนยันว่าบ้านทุกหลังได้รับการรับรองไม่ได้ [รายงานบริษัท หน้าเอกสาร 22 — เข้าถึง 8 ตุลาคม 2569](https://www.scasset.com/stocks/sustainability_report/o0x0/sq/gz/85ovsqgz4x7/SC_IFRS_S2_Climate-related_Disclosure_2025_Final.pdf)

2. บ้านหลังที่จะซื้อมีอะไรให้จริง

ผู้ซื้อควรขอรายการอุปกรณ์และวัสดุของบ้านหลังที่จะซื้อ โดยแยกสิ่งที่รวมในราคาขายออกจากตัวเลือกที่ต้องจ่ายเพิ่ม

สำหรับโซลาร์ ควรทราบขนาดและชนิดระบบ รวมถึงมีแบตเตอรี่หรือไม่ ส่วนฉนวนควรมีรายละเอียดรุ่น ความหนา และพื้นที่ติดตั้ง สำหรับวัสดุ Low VOC ควรถามว่าใช้กับวัสดุใด มีเกณฑ์หรือผลทดสอบอะไรประกอบ และติดตั้งบริเวณไหน

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เปรียบเทียบโครงการได้มากกว่าการเทียบจากชื่อมาตรฐานเพียงอย่างเดียว และควรมีเอกสารยืนยันรายการส่งมอบที่ตรวจสอบได้เมื่อรับบ้าน

3. ตัวเลขประหยัดเป็นผลวัดจริงหรือผลคำนวณ

หากโครงการเสนอผลประหยัดค่าไฟ ผู้ซื้อควรถามว่ามาจากบ้านที่มีคนอยู่จริงหรือแบบจำลอง ใช้ข้อมูลช่วงใด และสมมติให้มีผู้อยู่อาศัยกับเครื่องใช้ไฟฟ้าเท่าไร

สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. อธิบายในคู่มือโซลาร์ว่า การใช้ไฟในช่วงที่ระบบผลิตไฟได้มีผลต่อโอกาสประหยัด และการคำนวณคืนทุนมีตัวแปรอย่างค่าบำรุงรักษา ข้อมูลนี้เป็นหลักการทั่วไป ไม่ใช่ผลทดสอบบ้านของ SC [โซลาร์เซลล์ 101 — ไม่ระบุวันเผยแพร่ เข้าถึง 8 ตุลาคม 2569](https://greener.bangkok.go.th/en/solarcity/solar-101/)

ผู้ซื้อจึงควรให้โครงการอธิบายผลคำนวณภายใต้รูปแบบการใช้ไฟที่ใกล้เคียงกับครัวเรือนของตน รวมถึงเงื่อนไขเรื่องการเก็บหรือขายไฟ หากนำมาประกอบการคำนวณด้วย

สำหรับข่าว SC ฉบับนี้ ยังไม่มีตัวเลขผลประหยัดรายบ้านและเงื่อนไขดังกล่าว จึงยังคำนวณเงินที่ประหยัดต่อเดือนหรือระยะเวลาคืนทุนไม่ได้

4. ระบบอากาศวัดค่า แจ้งเตือน หรือจัดการอากาศด้วย RueJai Home Panel ที่ช่วยดูแลคุณภาพอากาศ เช่น PM2.5 และ CO₂ แต่ผู้ซื้อยังควรถามถึงหน้าที่และอุปกรณ์ที่ระบบควบคุมให้ชัด

ตัวอย่างระบบห้องปลอดฝุ่นที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือ NARIT เผยแพร่ แยกชุดกรองอากาศออกจากชุดตรวจวัดฝุ่น PM2.5 แสดงให้เห็นว่าการอ่านค่าฝุ่นและการจัดการอากาศมีหน้าที่ต่างกัน ตัวอย่างนี้ไม่ได้เป็นการประเมินระบบของ SC [ระบบห้องปลอดฝุ่นของ NARIT — ไม่ระบุวันเผยแพร่ เข้าถึง 8 ตุลาคม 2569](https://engineer.narit.or.th/positive_room/)

คำถามสำหรับโครงการจึงควรเป็น เมื่อค่าที่วัดได้สูงขึ้น ระบบทำอะไรต่อ มีอุปกรณ์กรองหรือเติมอากาศใดทำงานร่วมกัน ครอบคลุมห้องไหน และตรวจประสิทธิภาพภายใต้เงื่อนไขใด

จากข้อมูลที่มี การระบุว่ามีระบบดูแลอากาศยังไม่เพียงพอให้สรุปผลต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย

5. หลังเข้าอยู่ ใครดูแลและต้องจ่ายอะไร

อุปกรณ์ที่ติดมากับบ้านควรมีรายละเอียดการรับประกัน การบำรุงรักษา และผู้รับผิดชอบหลังส่งมอบ

ผู้ซื้อควรถามถึงค่าอะไหล่ รอบตรวจอุปกรณ์ ค่าเปลี่ยนไส้กรองหากระบบมีไส้กรอง รวมถึงค่าบริการแอปหรือระบบควบคุมว่ามีหรือไม่ และเมื่อหมดประกันแล้วสามารถใช้ผู้ให้บริการรายอื่นได้หรือไม่

PR ระบุว่าจะมีคู่มือการอยู่อาศัยและการบำรุงรักษา แต่ยังไม่มีตารางค่าใช้จ่ายเหล่านี้ การประเมินภาระระยะยาวจึงต้องขอข้อมูลเพิ่ม โดยพิจารณาร่วมกับราคาบ้านและค่าใช้จ่ายประจำอื่นของครัวเรือน

คนซื้อคอนโดและผู้เช่าควรตรวจขอบเขตเพิ่ม

แผนขยายมาตรฐานไปยังคอนโดในปี 2027 ยังไม่ใช่หลักฐานว่าคอนโดทุกโครงการมีอุปกรณ์เหมือนบ้านเดี่ยวนำร่อง

คนซื้อคอนโดควรถามว่าระบบที่กล่าวถึงใช้กับห้องพักหรือพื้นที่ส่วนกลาง ประโยชน์ด้านค่าไฟเกิดในส่วนใด และค่าดูแลจัดเก็บอย่างไร ส่วนผู้เช่าควรตรวจข้อตกลงว่าใครรับผิดชอบซ่อมบำรุงอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายใดรวมอยู่ในค่าเช่าแล้ว

SC Green Mark จึงเป็นข้อมูลตั้งต้นให้ถามเรื่องคุณภาพบ้านได้ละเอียดขึ้น การนำไปใช้ตัดสินใจควรดูผลประเมินที่เกี่ยวกับบ้านหลังนั้น รายการส่งมอบ และค่าใช้จ่ายที่ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร ควบคู่กับราคา ทำเล และภาระรายเดือนที่ครัวเรือนรับได้