Sansiri 9 เดือนกำไร 3,029 ล้านบาท รับแรงหนุนโอนคอนโดฯ และคุมค่าใช้จ่าย คาดไตรมาส 4 เด่นต่อจากเรียลดีมานด์และโครงการใหม่

– รายได้รวม 9 เดือน 23,670 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,029 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิราว 12-13%
– แรงหนุนหลักจากการโอนคอนโดฯ สร้างเสร็จ 9 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท และการบริหาร SG&A อย่างมีวินัย
– มองไตรมาส 4/2568 เป็นจุดพีก ทั้งจากยอดขายสะสมแล้วกว่า 6,000 ล้านบาท โครงการใหม่ 7 โครงการ (มูลค่า 18,000 ล้านบาท) และคอนโดฯ พร้อมอยู่ในหัวเมืองหลักที่ขายเฉลี่ยเกิน 70%
– มียอดขายพร้อมโอน (Backlog) 25,000 ล้านบาท ทยอยรับรู้ถึงปี 2571 ช่วยเพิ่มความชัดเจนของรายได้ล่วงหน้า
– ต่อเนื่องด้วยแคมเปญกระตุ้นดีมานด์ปลายปี ใช้เป็นเครื่องมือระบายสต็อก-เร่งโอน มากกว่าการเน้นโปรโมชันเชิงภาพลักษณ์
– ด้านธรรมาภิบาลและความยั่งยืน ได้ CGR ระดับดีเลิศ 6 ปีซ้อน และ SET ESG Ratings ระดับ AAA ปี 2567

ภาพรวมผลการดำเนินงาน 9 เดือน (สิ้นสุด 30 ก.ย. 2568)
– รายได้รวม: 23,670 ล้านบาท
– กำไรสุทธิ: 3,029 ล้านบาท
– ตัวขับเคลื่อน: โอนคอนโดฯ ใหม่ 9 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท + ควบคุมค่าใช้จ่ายการขายและบริหาร
– ยอดขายปิดโครงการ (Sold out) ช่วง 9 เดือน: 19 โครงการ มูลค่ารวม 21,000 ล้านบาท

มุมมองไตรมาส 4/2568
– โครงการเปิดตัวใหม่: 7 โครงการ มูลค่ารวม 18,000 ล้านบาท ครอบคลุมแนวราบและคอนโดฯ ในทำเลเป้าหมาย (เช่น กะทู้ ภูเก็ต) เพื่อรับดีมานด์ในเมืองท่องเที่ยวและชานเมืองกรุงเทพฯ
– ยอดขายสะสมไตรมาส 4 แล้วกว่า 6,000 ล้านบาท คาดทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่อง
– คอนโดฯ พร้อมอยู่ 7 โครงการ มูลค่า 9,600 ล้านบาท โดยในเชียงใหม่ ขอนแก่น และภูเก็ต มียอดขายเฉลี่ย >70% ช่วยเร่งการโอนในช่วงโค้งท้าย
– งานมหกรรมบ้านและคอนโดล่าสุดทำยอดขายราว 2,300 ล้านบาท สะท้อนเรียลดีมานด์จากผู้ซื้ออยู่จริงที่ยังมีฐานกำลังซื้อ

สถานะคลังสินค้าและรายได้ในอนาคต
– โครงการพร้อมขายมากกว่า 135 โครงการ ครอบคลุมหลายเซกเมนต์ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ระดับไม่ถึงล้านจนถึงระดับบน
– Backlog 25,000 ล้านบาท รับรู้ถึงปี 2571 เพิ่มความต่อเนื่องของกระแสรายได้
– มีแผนขยายความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อพัฒนาโครงการร่วม ช่วยกระจายความเสี่ยงด้านเงินลงทุนและการเข้าถึงทำเล

กลยุทธ์การขายปลายปี
– ใช้แคมเปญโปรโมชั่นช่วงสิ้นปีเป็นเครื่องมือเร่งตัดสินใจและระบายสต็อกในหลายช่วงราคา ครอบคลุมบ้าน คอนโดฯ และทาวน์โฮม ตลอดจนข้อเสนอทางการเงินร่วมกับธนาคาร
– โฟกัสการจับคู่ดีมานด์จริงกับยูนิตพร้อมโอน เพื่อแปลงเป็นรายได้ทันปี

ประเด็นที่ต้องติดตาม
– ทิศทางดอกเบี้ยและมาตรการสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคาร มีผลต่ออัตราการกู้ผ่านและความเร็วในการโอน
– สภาพเศรษฐกิจภูมิภาคและการท่องเที่ยว ซึ่งเชื่อมโยงดีมานด์ในหัวเมืองหลัก (เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต)
– การบริหารสต็อกคอนโดฯ พร้อมอยู่และอัตราส่วนลด เพื่อรักษามาร์จินท่ามกลางการแข่งขัน
– การรับรู้รายได้จาก Backlog และจังหวะเปิดโครงการใหม่ให้สอดคล้องกับกำลังซื้อจริง

โดยรวม แสนสิริปิด 9 เดือนด้วยกำไรทรงตัวในเกณฑ์แข็งแรงเมื่อเทียบสภาพแวดล้อมตลาด จุดที่น่าจับตาคือการแปลงยอดขายสะสมและยูนิตพร้อมโอนในหัวเมืองหลักเป็นรายได้ในไตรมาส 4 ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นช่วงพีกของปีนี้ หากสามารถคุมค่าใช้จ่ายและบริหารส่วนลดได้เหมาะสม โอกาสรักษามาร์จินในระดับใกล้เคียง 9 เดือนแรกยังคงมีอยู่