
ในขณะที่หลายบริษัทอสังหาฯ ยังคงเดินหน้าเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง ESTAR (อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท) กลับส่งสัญญาณที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน โดยประกาศปรับทิศทางธุรกิจปี 2569 ให้ “ระมัดระวังและยืดหยุ่น” มากขึ้น ภายใต้กรอบคิด “Stable First – Read the Game – Prove Performance” ซึ่งแปลง่ายๆ ว่า ปีนี้ไม่ใช่ปีของการวิ่งไล่ตัวเลข แต่เป็นปีของการประคององค์กรให้ผ่านความผันผวนไปได้อย่างมั่นคง
ทำไม ESTAR ถึงเลือกเบรก?
คำตอบอยู่ที่บริบทของโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ไม่ได้เป็นแค่ข่าวต่างประเทศที่อยู่ไกลตัว แต่กำลังส่งแรงกระแทกมาถึงตลาดอสังหาฯ ไทยผ่าน 4 ช่องทางที่จับต้องได้จริง ได้แก่ ต้นทุนวัสดุก่อสร้างและพลังงานที่สูงขึ้น, แรงกดดันเงินเฟ้อที่อาจยืดเยื้อ, ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนตัวลง และการชะลอตัวของภาคท่องเที่ยวที่มีผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม
ซึ่งเมื่อนำมารวมกับปัจจัยในประเทศที่ยังคงกดดันอยู่ ทั้งหนี้ครัวเรือนในระดับสูง การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด และกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ภาพรวมของตลาดอสังหาฯ ปี 2569 จึงไม่ได้สดใสอย่างที่หลายคนคาดหวัง
แผนรับมือ 6 ด้านที่น่าสนใจ
สิ่งที่ ESTAR ทำในปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับกลยุทธ์ที่ชัดเจนและน่าจับตา โดยสามารถสรุปได้เป็น 6 แนวทางหลัก
- “เร่งโอน ไม่ใช่เร่งขาย” โดยให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนยอดจองให้กลายเป็นยอดโอนจริง เพราะในภาวะที่ไม่แน่นอน “เงินสดจริงในมือ” มีค่ามากกว่ายอดขายบนกระดาษ
- การ คุมต้นทุนก่อสร้างอย่างใกล้ชิด โดยทบทวนราคาวัสดุรายไตรมาส โดยเฉพาะวัสดุที่อ่อนไหวต่อราคาพลังงานและต้นทุนขนส่ง เพื่อรักษามาร์จิ้นไม่ให้ถูกกัดกร่อน
- การ โฟกัสสินค้าที่ “ปิดง่าย โอนง่าย” เน้นยูนิตพร้อมอยู่และทำเลที่มีดีมานด์จากการอยู่อาศัยจริง ไม่ใช่ดีมานด์เชิงเก็งกำไร
- การ ชะลอการขยายตัวที่เร็วเกินไป แม้จะยังมีแผนเปิด 2 โครงการใหม่มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท แต่จะตัดสินใจโดยอิงสัญญาณตลาดจริง ไม่ใช่ยึดแค่ปฏิทินเดิม
- การ เสริมรายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่านธุรกิจโรงแรม สนามกอล์ฟ และสปอร์ตคลับ โดยปรับเป้าไปที่กลุ่ม Domestic, Corporate Stay และ Long-Stay มากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติที่อาจชะลอตัว
- การ เปลี่ยนนิยามความสำเร็จ จาก “เปิดมาก โตเร็ว” ไปสู่ “คุมความเสี่ยงได้ โอนได้จริง รักษาเสถียรภาพได้” ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าปีนี้วัดกันที่คุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ
สิ่งที่ตลาดอสังหาฯ กำลังจะเป็น และบทเรียนสำหรับคนหาบ้าน
มุมมองของ ESTAR สะท้อนภาพตลาดอสังหาฯ ปี 2569 ได้อย่างตรงไปตรงมา นั่นคือตลาดกำลังเข้าสู่ช่วง “คัดคน” ทั้งฝั่งผู้ประกอบการและผู้ซื้อ ผู้ประกอบการที่มีวินัยทางการเงิน มีสินค้าตรงดีมานด์ และปรับตัวได้เร็ว จะเป็นผู้ที่อยู่รอด ขณะที่ผู้ที่ไล่ตามตัวเลขโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพรายได้อาจเผชิญปัญหาในระยะถัดไป
สำหรับคนที่กำลังมองหาบ้าน ภาวะเช่นนี้มีทั้งโอกาสและความเสี่ยง โอกาสคือราคาบ้านยังไม่ได้ปรับขึ้นมาก และผู้ประกอบการหลายรายยังคงจัดโปรโมชันเพื่อกระตุ้นยอดโอน แต่ความเสี่ยงคือต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อคุณภาพของโครงการที่ตัดงบประมาณแน่นเกินไป และการขอสินเชื่อที่ยังคงเข้มงวด ทำให้การวางแผนการเงินอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด