
ในวันที่ราคาบ้านในเมืองชั้นในขยับสูงขึ้นเรื่อย ๆ คำถามของหลายครอบครัวอาจไม่ใช่แค่ว่า “จะซื้อบ้านในเมืองได้ไหม” แต่เปลี่ยนเป็น “จะหาบ้านที่ยังใกล้เมือง ได้พื้นที่มากขึ้น และอยู่ได้ระยะยาวได้ที่ไหน” นี่คือเหตุผลที่ทำเลอย่าง ราชพฤกษ์ – พระราม 5 – นนทบุรี ถูกพูดถึงมากขึ้นในตลาดบ้านแนวราบ เพราะเป็นโซนที่ยังมีพื้นที่สำหรับบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดมากกว่า CBD แต่ยังเชื่อมต่อเมืองชั้นในอย่างสาทร สีลม จตุจักร หรือโซนธุรกิจอื่น ๆ ได้ค่อนข้างสะดวก ผ่านถนนราชพฤกษ์ กาญจนาภิเษก รัตนาธิเบศร์ นครอินทร์ พระราม 5 ทางด่วนศรีรัช รวมถึงระบบรถไฟฟ้าอย่าง MRT สายสีม่วง, MRT สายสีน้ำเงิน, BTS สายสีเขียว และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนในอนาคต
ภาพดังกล่าวสะท้อนผ่านการเดินเกมของ บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI ในเครือ Origin ที่รุกตลาดบ้านแนวราบโซนราชพฤกษ์อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันพัฒนาโครงการในทำเลนี้แล้ว 8 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และบ้านซีรีส์ใหม่ ในระดับราคาประมาณ 4.99 – 60 ล้านบาท การกระจายพอร์ตเช่นนี้สะท้อนว่าราชพฤกษ์ไม่ได้เป็นตลาดของลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่ครอบคลุมตั้งแต่ครอบครัวเริ่มต้น Move-up Buyer ไปจนถึงกลุ่มผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ และครอบครัวระดับบนที่ต้องการบ้านใกล้เมืองแต่ได้พื้นที่ใช้สอยมากกว่าโซน CBD
สิ่งที่ทำให้ราชพฤกษ์ถูกมองเป็น New CBD ฝั่งตะวันตก ไม่ได้มาจากถนนหรือรถไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงระบบนิเวศของการอยู่อาศัยที่เริ่มครบขึ้น ทั้งศูนย์การค้า โรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาล และ Lifestyle Destination ขนาดใหญ่ ขณะเดียวกัน ราคาที่ดินก็สะท้อนความต้องการของตลาด โดยที่ดินติดถนนใหญ่และใกล้รถไฟฟ้ามีราคาประมาณ 120,000 – 180,000 บาท/ตร.ว. ส่วนที่ดินในซอยอยู่ราว 85,000 บาท/ตร.ว. และมีการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 5% ต่อปี เมื่อทำเลมีทั้งการอยู่อาศัยจริงและแนวโน้มมูลค่าสินทรัพย์ที่ขยับขึ้น ราชพฤกษ์จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ขยายเมือง แต่เป็นทำเลที่หลายครอบครัวมองในมุมการถือครองระยะยาว
หากดู 8 โครงการของบริทาเนียในโซนนี้ จะเห็นการวางสินค้าเพื่อรองรับหลายระดับราคา เริ่มจาก เบลกราเวีย เอ็กซ์คลูซีฟ ราชพฤกษ์-พระราม 5 บ้านเดี่ยว Luxury Private Residences จำนวน 35 ยูนิต ราคา 35 – 60 ล้านบาท ต่อด้วยกลุ่ม GRAND BRITANIA เช่น แกรนด์ บริทาเนีย ราชพฤกษ์-พระราม 5 บ้านติดถนนใหญ่ เชื่อมต่อสาทร – จตุจักร ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคา 8.99 – 18 ล้านบาท, แกรนด์ บริทาเนีย นนทบุรี สเตชั่น บ้านแฝดใกล้รถไฟฟ้าประมาณ 3 นาที ทำเลรัตนาธิเบศร์ ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคา 7.99 – 15 ล้านบาท และ แกรนด์ บริทาเนีย ราชพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ บ้านเดี่ยวติดถนนใหญ่ชัยพฤกษ์ ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ ราคา 8.99 – 15 ล้านบาท ขณะที่กลุ่ม BRITANIA มีทั้ง บริทาเนีย เวสต์เกต ใกล้ Central Westgate และ MRT คลองบางไผ่ ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ ราคา 6.89 – 10.9 ล้านบาท, บริทาเนีย ติวานนท์-ราชพฤกษ์ บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด สังคมส่วนตัวประมาณ 122 ครอบครัว ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ เริ่ม 5.99 ล้านบาท, บริทาเนีย ราชพฤกษ์ 345 บ้านแฝดและบ้านเดี่ยว สังคมส่วนตัวประมาณ 111 ครอบครัว เริ่ม 4.99 ล้านบาท และ บริทาเนีย ราชพฤกษ์-กาญจนาภิเษก บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด 2 ชั้น ฟังก์ชัน 3 – 4 ห้องนอน, 3 – 4 ห้องน้ำ, 2 – 3 ที่จอดรถ เริ่ม 6.19 ล้านบาท
ในเชิงแนวคิดการพัฒนา บริทาเนียวางตัวภายใต้คอนเซปต์ “Crafted for Better Living ใส่ใจเพื่อชีวิตที่ดีกว่า” โดยไม่ได้มองการพัฒนาเพียงการสร้าง “บ้าน” แต่พยายามออกแบบ “ประสบการณ์การอยู่อาศัย” ให้รองรับการใช้ชีวิตจริงมากขึ้น ทั้งฟังก์ชันบ้าน ดีไซน์ พื้นที่ส่วนกลาง คุณภาพชีวิตของลูกบ้าน มุมทำงานในบ้าน พื้นที่สำหรับครอบครัวยุคใหม่ และการอยู่อาศัยแบบ Multi-Generation Living รวมถึง Clubhouse และ Community ภายในโครงการ แนวคิดนี้สอดคล้องกับเทรนด์ Longevity และสุขภาวะระยะยาว เพราะบ้านยุคใหม่ไม่ได้เป็นแค่ที่นอนหลังเลิกงาน แต่ต้องรองรับการพักผ่อน การทำงาน การดูแลผู้สูงอายุ และการใช้เวลาร่วมกันของหลาย Generation ภายใต้หลังคาเดียวกัน
ในด้านธุรกิจ ปี 2569 บริทาเนียตั้งเป้ายอดขายหรือ Presale 5,000 ล้านบาท ยอดโอนหรือ Transfer 4,000 ล้านบาท และรายได้รวม Revenue 3,400 ล้านบาท พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์หลัก 4 ด้าน ได้แก่ Britania Investment Property, Britania Wellness Residence, Britania Community และ Britania Care Service ขณะเดียวกัน โครงการภายใต้แบรนด์ BRITANIA และ GRAND BRITANIA โซนพระราม 5 – นนทบุรี มีแคมเปญ “อยู่ฟรี 3 ปี ไม่ต้องจ่ายอะไรเลย ไม่ต้องผ่อน”* พร้อมสิทธิพิเศษ เช่น ฟรีค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าอินเทอร์เน็ต ตามเงื่อนไขบริษัทฯ ซึ่งเป็นมาตรการที่ช่วยลดภาระช่วงเริ่มต้นสำหรับผู้ซื้อบ้านในภาวะที่หลายครอบครัวระมัดระวังเรื่องกระแสเงินสดมากขึ้น
โดยสรุป บ้านในโซนราชพฤกษ์ของบริทาเนียเหมาะกับครอบครัวที่ต้องการบ้านแนวราบในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก คนที่อยากได้บ้านใกล้เมืองแต่มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า CBD กลุ่ม Move-up Buyer ครอบครัวหลาย Generation รวมถึงผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ หรือผู้ซื้อที่มองทำเลในฐานะสินทรัพย์ระยะยาว แต่ในอีกด้านหนึ่ง อาจไม่เหมาะกับคนที่ต้องการอยู่ใจกลางเมืองชั้นในเป็นหลัก ผู้ที่ต้องพึ่งพาขนส่งสาธารณะทุกวันและต้องการอยู่ติดสถานีโดยตรง คนที่มองหาคอนโดหรือบ้านขนาดเล็กดูแลรักษาง่าย หรือผู้ลงทุนที่หวังเก็งกำไรระยะสั้นโดยไม่พิจารณาดีมานด์อยู่อาศัยจริง ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1509
เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
