AP THAILAND กับ Brand Promise “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” สร้างผลงานท็อปฟอร์มในอุตสาหกรรม เผยตัวเลขไตรมาสแรกปี 65 เติบโตแข็งแกร่งด้วยแรงส่งจากสินค้าบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม ดันรายได้รวม 13,084 ล้านบาท ด้านกำไรสุทธิ 1,730 ล้านบาท NET D/E ต่ำสุดเพียง 0.49 เท่า

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) กล่าวว่า ไตรมาส 1 ที่ผ่านมาบริษัทฯ สามารถสร้างรายได้รวมจากสินค้าแนวราบ กลุ่มคอนโดมิเนียม (100%JV) และธุรกิจอื่นๆ ได้สูงถึง 13,084 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% หากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีรายได้รวมเท่ากับ 10,773  ล้านบาท ด้านกำไรสุทธิ 1,730 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิรวมเท่ากับ 1,403 ล้านบาท เท่ากับ 23.3% ด้านสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนต่ำเพียง 0.49 เท่า

ทั้งนี้ แนวโน้มความต้องการที่อยู่อาศัย ทั้งสินค้าแนวราบและแนวสูงในปีนี้พบการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรายได้ที่เกิดขึ้นในไตรมาส 1 สะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนถึงดีมานด์ ที่เกิดขึ้นจริงในตลาดวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดคอนโดมิเนียมก็เริ่มส่งสัญญาณบวกให้เห็น โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่

 

ภาพลูกค้าคอนโด ในวันนี้คือ ลูกค้าที่ซื้อเพื่ออยู่จริง อย่าง 4 คอนโดพร้อมอยู่ ได้แก่ 1) LIFE อโศก-ไฮป์ 2) LIFE ลาดพร้าว แวลลีย์ 3) LIFE อโศก-พระราม 9 และ 4) Aspire เอราวัณ ไพร์ม ถือเป็นคีย์สำคัญในการสร้างรายได้ และยังคงมีการขาย เพื่อโอนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในครึ่งปีหลังบริษัทฯ เตรียมรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ 2 คอนโดใหม่ LIFE สาทร เซียร์รา และ RHYTHM เอกมัย เอสเตท มูลค่ารวม 9,600 ล้านบาท

“สำหรับภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 2 เชื่อว่าจะมีทิศทางการเติบโตที่ดีขึ้น ด้วยปัจจัยบวกทั้งในเรื่องของ   ความกังวลของลูกค้าต่อสถานการณ์โรคระบาดที่ลดลง ความสามารถในการรับมือที่ดีขึ้น ตลอดจนการประกาศเปิดประเทศที่มีผลต่อการขับเคลื่อนในหลายภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเอพีเรายังคงเดินหน้าตามแผนที่สุดแห่งปี กับการเปิดตัวโครงการใหม่ที่มากที่สุด แบบบ้านใหม่ที่เยอะที่สุด และการขยายไปเซกเมนต์ใหม่ๆ แบบไม่สิ้นสุด ซึ่งจะได้เห็นโครงการที่เป็นไฮไลต์สำคัญๆ ในช่วงครึ่งปีหลังอย่างแน่นอนครับ” นายวิทการ กล่าวเสริม

โดยไตรมาส 2 เอพีเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งสิ้น 11 โครงการ มูลค่า 16,240 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยว  1 โครงการ มูลค่า 3,400 ล้านบาท ทาวน์โฮม 8 โครงการ มูลค่า 7,240 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 2 โครงการ มูลค่า 5,600 ล้านบาท  ซึ่ง ณ วันที่ 30 เมษายน 2565 บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายรวมได้ทั้งสิ้นมูลค่า 16,150 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากสินค้าแนวราบมูลค่า 13,522 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมมูลค่า 2,628 ล้านบาท และมีสินค้ารอรับรู้รายได้ (Backlog) 31,939 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถสร้างรายได้รวม (รวม 100% JV) ได้ตามเป้าหมาย 47,000 ล้านบาท