Le Baroque บางนา – สุวรรณภูมิ เป็นกลุ่มคอนโด Low Rise จากบริษัทสี่พระยาก่อสร้าง ที่นำเอาประสบการณ์กว่า 70 ปี มาพัฒนาโครงการ ถ่ายทอดออกมาผ่านสถาปัตยกรรมสไตล์ Baroque โดยมีการคัดสรรวัสดุก่อสร้างมาเป็นพิเศษทั้งลวดลายจากผนังคอนกรีตหล่อสำเร็จ รวมถึงวัสดุต่างๆในห้องพักอาศัยที่ขายแบบ Fully Furnished ให้เฟอร์นิเจอร์ Custom Made ดีไซน์พิเศษทุกห้อง เหมาะกับคนที่กำลังมองหาคอนโดในย่านบางนา ในราคา 2 ล้านต้นๆ ที่ชอบความคลาสสิคและคอนโดสไตล์รีสอร์ต ที่มีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ เราจะพาไปเดินชมบรรยากาศโครงการกันค่ะ

ก่อนจะเข้าไปชมโครงการ เราขอพูดถึงการออกแบบกันสักนิดนึงค่ะ โดยทั้งชื่อโครงการและการออกแบบของ Le Baroque บางนา – สุวรรณภูมิ นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมสไตล์ Baroque (คลาสสิคในแบบฝรั่งเศส) ซึ่งจะถูกนำเอารายละเอียดต่างๆมาตกแต่งตัวอาคาร ไม่ว่าจะเป็นผนัง รั้ว หรือแม้กระทั่งดีไซน์ภายนอกของตัวตึกให้เกิดความรู้สึกหรูหรา โอ่อ่า อลังการ เต็มไปด้วยลวดลายที่มีความอ่อนไหว สวยงาม ซึ่งถ้าเข้ามาเดินดูในโครงการก็จะเห็นรายละเอียดต่างๆตั้งแต่ทางเข้าด้านหน้าเลยค่ะ

ขอบคุณภาพประกอบจาก wikipedia

Baroque นั้นแรกเริ่มเดิมทีถือกำเนิดขึ้นในประเทศอิตาลี ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16 แล้วต่อมาค่อยแพร่หลายเข้าไปในประเทศฝรั่งเศส และมีพัฒนาการจนประเทศฝรั่งเศสกลายเป็นศูนย์กลางของศิลปะในยุค Baroque

เอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมในยุค Baroque คือ การแต่งเติมลวดลายต่าง ๆ ให้ดูวิจิตรอลังการ โดยลวดลายที่ใช้ส่วนใหญ่ คือ ลายใบไม้ ดอกไม้ ช่อดอกไม้ เส้นสายที่ใช้ ส่วนมากจะใช้เส้นโค้งที่อ่อนช้อย แต่จะใช้การจัดวางให้มีลักษณะสมมาตร แสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่ง หรูหรา ขนาดของสิ่งก่อสร้าง ก็มักจะออกแบบให้มีลักษณะเช่นเดียวกัน คือ ให้มีขนาดกว้างขวาง เพดานสูงโปร่งค่ะ

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก wikipedia และ www.pantown.com

พอเราเข้ามาในโครงการก็จะเจอกับกลุ่มอาคารที่โอบล้อมสวนหย่อมและสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ โซนนี้จะให้ความรู้สึกผ่อนคลายในบรรยากาศรีสอร์ทแต่ยังคงความคลาสสิคซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของโครงการนี้ ซึ่งการออกแบบจะแตกต่างจากโครงการสไตล์รีสอร์ทอื่นๆที่มักจะตกแต่งด้วยสไตล์ Modern Tropical หรือ Contemporary และยังได้ความสงบและความเป็นส่วนอีกด้วย สำหรับพื้นที่ส่วนกลางในโครงการนี้ทำออกมาได้น่าใช้งาน โดยจะอยู่ชั้นล่างทั้งหมดประกอบด้วย Clubhouse ที่มี Lobby ฟิตเนส และห้องน้ำอยู่ภายใน ส่วนภายนอกอาคารจะมีสระว่ายน้ำและสวนหย่อมขนาดใหญ่รอบๆอาคาร

วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการค่ะ โดยบริษัทสี่พระยาก่อสร้างได้คัดสรรมาแล้วว่าดี ลงตัวและตอบโจทย์ของผู้อยู่อาศัย ทั้งโครงสร้างแบบ Precast ที่เป็นนวัตกรรมการก่อสร้าง ใช้คอนกรีตหล่อสำเร็จทั้งแผ่น สามารถพิมพ์ลายเฉพาะตัวลงไปได้ผนังสามารถทนความร้อนได้นานประมาณ 4 ชั่วโมง (จากการทดสอบของสถาบัน Fire Safety Research Center จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) รวมไปถึงอายุการใช้งานของผนังที่ทนทาน ไม่แตกร้าวง่าย เก็บเสียงได้ดี ช่วยให้คุณวางใจได้ในมาตรฐานการก่อสร้างของโครงการนี้

ภายนอกของอาคารมีการนำเอาผนังคอนกรีตหล่อสำเร็จทำลวดลายเหมือนเอาอิฐมาเรียงกัน และอีกหนึ่งไฮไลท์คือลวดลายฉลุที่สะท้อนความเป็น  Baroque ซึ่งเราจะเห็นอยู่รอบๆตัวอาคารเลยก่อสร้างด้วยซีเมนต์เสริมใยแก้ว หรือ G.R.C (Glass Fiber reinforced Concrete) ซึ่งมีข้อดีคือสามารถออกแบบได้หลายรูปแบบ ตามความต้องการของสถาปนิก น้ำหนักเบาแข็งแรงทนทานและปลอดภัย สามารถรับแรงกระแทกได้ดี ไม่ทำให้เกิดปัญหาเปราะหรือแตกร้าว ติดตั้งง่ายเหมาะสมกับทุกสภาพอากาศ และไม่ทำให้เกิดมลพิษ ไม่ติดไฟ บำรุงรักษาง่าย และไม่มีส่วนผสมของแร่ใยหิน (ASBESTOS) ไม่ผุพังเนื่องจากเชื้อราหรือแมลงชอนไช สามารถใช้ร่วมกับวัสดุอื่น ๆ ได้โดยไม่มีปัญหาและสามารถผลิตชิ้นงานที่เหมือนกันและงานที่มีปริมาณมากๆได้ค่ะ

สระว่ายน้ำของโครงการนี้เป็นระบบเกลือ ตัวสระเป็นรูปทรง Free Form ยาวถึง 70 เมตรแบ่งออกเป็นสระเด็ก สระผู้ใหญ่ พร้อมสระจากุชชี่ในร่ม เอาไว้แช่ตัวคลายความเหนื่อยล้า รอบๆสระเป็นสวนหย่อมทำให้มีความร่มรื่น นอกจากว่ายน้ำแล้ว เราสามารถลงมาเดินเล่นหรือนั่งเล่นได้ และใครที่เลือกห้องพักฝั่งด้านในโครงการเวลามองออกมาก็จะเห็นวิวเป็นพื้นที่ส่วนกลางแบบนี้เลยค่ะ

ข้างๆสระจะมีมุมสำหรับอาบน้ำ ล้างตัวและด้านหลังพุ่มไม้ทางโครงการจัดเป็นพื้นที่สำหรับปาร์ตี้สังสรรค์ทำ BBQ มีชุดที่นั่งและอุปกรณ์มาให้ครบ มุม BBQ นี้ค่อนข้างเป็นส่วนตัวเพราะรายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียว “โดยทุกอาคารจะมีมุมนี้ให้ใช้ค่ะ”

ใครที่ลงมาเดินเล่นรอบๆสระว่ายน้ำ ทางเดินทั้ง 2 ฝั่งจะจัดเป็นสวนที่มีต้นไม้นานาพันธุ์ ให้ความรู้สึกที่ร่มรื่น ผ่อนคลายตามสไตล์รีสอร์ท

ถ้าเดินไปจนสุดทางเราจะเจอกับสระจากุชชี่แบบ Semi Outdoor ให้เราแช่ตัวพร้อมกับรับลม ชมวิวสวนไปด้วยได้ สังเกตว่าดีไซน์ของหลังคาได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานสถาปัตยกรรมสไตล์ Baroque นั่นเอง

สระนี้ลองรับการใช้งานได้สูงสุดประมาณ 10 คนนะคะ สามารถลงมาพักผ่อนร่วมกันกับครอบครัวได้ พื้นที่บริเวณนี้มีหลังคาคลุมซึ่งสามารถกันแดดกันฝนได้บ้างค่ะ จากมุมนี้มองออกไปก็จะเห็นวิวเป็นสระว่ายน้ำและสวนหย่อมไปจนสุดโครงการเลย

ถัดจากสระจากุชชี่จะเป็นสวนหย่อม ซึ่งจะมีทั้งพื้นที่ให้นั่งเล่นและสนามเด็กเล่นด้วยค่ะ ใครที่เลือกห้องพักในโซนนี้มองออกมาจะเห็นเป็นพื้นที่สีเขียวสบายตา มุมนี้จะค่อนข้างสงบหน่อย เหมาะกับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวเช่นกันค่ะ 

ในสวนหย่อมจะมี Sunken seat หรือพื้นที่นั่งพักผ่อนที่ลดระดับลงทำให้เกิดความรู้สึกปิดล้อมอย่างเป็นส่วนตัว ล้อมรอบด้วยต้นไม้นานาพันธุ์

ถัดมาจะเป็นบ่อทรายเอาไว้ให้เด็กๆเล่นสนุกกัน พื้นที่สีเขียวจะยาวไปจนถึงท้ายโครงการเลย และบริเวณหลังพุ่มไม้ทางฝั่งขวาก็จะเป็นลาน  BBQ ที่เราบอกไว้ว่าทางโครงการมีมาให้ใช้งานทุกอาคารเลย

อีกมุมหนึ่งของสระว่ายน้ำจะเป็น Clubhouse ที่ด้านในประกอบด้วย Lobby ฟิตเนส และห้องน้ำ ตรงกลางสระจากมุมที่เรายืนอยู่นี้จะมีที่นั่งสามารถมานอนอาบแดดหรือนั่งเล่นชิลล์ๆระหว่างว่ายน้ำได้

ระหว่างทางเดินไปที่ Clubhouse ยังคงล้อมรอบไปด้วยพื้นที่สีเขียวทั้งไม้พุ่มและไม้ใหญ่นะคะ มีเก้าอี้สีขาววางตัดกับต้นไม้ด้านหลังให้มาใช้นั่งเล่นพักผ่อนกันได้ สำหรับใครที่อยู่ชั้น 1 อยากบอกว่าไม่ต้องกังวลว่าจะเสียความเป็นส่วนตัวนะคะ เพราะระดับพื้นจะมีการยกสูงจากพื้นที่ส่วนกลางด้านล่างและมีการปลูกไม้พุ่มบดบังสายตาให้อีกชั้นหนึ่ง

อาคาร Clubhouse ออกแบบโดยนำเอาสถาปัตยกรรมสไตล์ Baroque มาปรับให้ดู Modern มากขึ้น แต่ยังคงลวดลายและซุ้มประตูทรงโค้งอยู่ค่ะ โดยด้านหน้าจะเป็นลานหินที่มีการปลูกต้นไม้ใหญ่เป็นร่มเงาให้กับตัวอาคารและทำให้ Space บริเวณนี้ดูเด่นมากขึ้น Lobby และห้องน้ำจะอยู่ชั้นล่าง ส่วนชั้นบนที่เราเห็นเป็นห้องกระจกคือฟิตเนสซึ่งเวลามองลงมาก็จะเป็นวิวสวนหย่อมและสระว่ายน้ำ ส่วนชั้นดาดฟ้าเป็นจุดชมวิวและลานกิจกรรมค่ะ

ห้องน้ำมีให้ใช้แบบแยกชาย-หญิง ด้านในมีฟังก์ชันครบทั้งอ่างล้างหน้า ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ห้อง Steam & Sauna

ประโยชน์ของการ Sauna (ภาพซ้าย) และ Steam (ภาพขวา) สามารถช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้นทำให้ผิวพรรณสดใสเพราะความร้อนจะช่วยเปิดรูขุมขนช่วยให้สิ่งสกปรกที่สะสมในรูขุมขนใต้ผิวหนังถูกขับออกมา และยังช่วยคลายความเครียดได้อีกด้วยค่ะ

เดี๋ยวเราจะเดินเข้าไปดูภายใน Clubhouse กันซึ่งทางฝั่งขวาจะมีสวนน้ำพุอยู่

มุมนี้จัดเป็นสวนน้ำพุ รอบๆเป็นสวนสไตล์ยุโรปค่ะ

หันหลังกลับมาจะเจอกับโถงฝ้าเพดานสูงซึ่ง Lobby จะอยู่ด้านในสุด ข้างๆเป็นบันไดขึ้นไปชั้น 2 ส่วนทางฝั่งขวาเราจะเห็นประตูที่เป็นลายฉลุ นั่นคือทางเข้าอีกทางของโครงการค่ะ ซึ่งมีเอาไว้เฉพาะคนเดินเท่านั้น

ซึ่งพอเปิดประตูเข้ามาก็จะเห็นกับพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่แบบนี้ค่ะ มุมนี้ก็เป็นอีกมุมที่นำเอาสไตล์ Baroque มาตกแต่งได้ดีทีเดียว

ขึ้นมาชั้น 2 จะเจอกับฟิตเนส ห้องนี้กว้างมากๆ ดูจากขนาดพื้นที่น่าจะยังใส่เครื่องออกกำลังกายเพิ่มเติมได้อีก มีการออกแบบให้ผนัง 2 ฝั่งเป็นกระจก ซึ่งพอเรามองออกไปจะเห็นวิวเป็นสวนหย่อมและสระว่ายน้ำ

มุมนี้จัดเป็นมุมสำหรับเวทและโยคะ มีผนังเป็นกระจกเงาเอาไว้ดูท่าทางเวลาออกกำลังกายด้วยค่ะ

เราเดินชมพื้นที่ส่วนกลางมาจนครบ ต่อไปเราจะพาเข้าไปชมห้องตัวอย่างกันแล้วซึ่งจะอยู่ภายในอาคารนี้ค่ะ

ทางเข้าอาคารเป็นอึกจุดหนึ่งที่ทำออกมาได้ดี มีการใช้ซุ้มประตู ผนังโค้ง และลวดลายต่างๆมาตกแต่ง

พอเข้ามาในอาคารจะเจอกับ Lobby ที่มีพื้นที่นั่งพักผ่อนและตู้จดหมาย สำหรับใครที่จะเข้าไปยังส่วนพักอาศัยจะต้องมีคีย์การ์ดถึงจะผ่านเข้าไปได้นะคะ เดี๋ยวเราจะพาไปดูห้องตัวอย่างกันค่ะ

พาชมห้องตัวอย่าง 

สำหรับห้องตัวอย่างทุกห้องจะมีการตกแต่งภายในด้วยโทนสีสบายตา มาพร้อมกับการตกแต่งครบถ้วนแบบ Fully-furnished โล่งสบายด้วยเพดานสูงถึง 2.65 เมตร มีการเลือกใช้กระจกบานเลื่อนช่วยประหยัดพื้นที่ โซนห้องนั่งเล่นและโต๊ะทานข้าวอยู่ในบริเวณที่ใช้พื้นที่ร่วมกันได้อย่างไม่อึดอัด หน้าต่างบานเลื่อนให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบาย เพิ่มมุมมองภายนอกให้ดูกว้างขึ้น บริเวณห้องนอนไม่อึดอัดจนเกิดไป มีพื้นที่สำหรับต่อเติมเพื่อเก็บของได้อีก ในส่วนของครัวแยกเป็นครัวปิดเพื่อแบ่งการใช้งานให้เป็นสัดเป็นส่วน ไม่อึดอัด อีกทั้งยังมีกระจกบานเลื่อนตรงระเบียงเพื่อระบายอากาศและกลิ่นจากห้องครัวได้โดยตรง ส่วนห้องน้ำ แยกส่วนเปียกและแห้งชัดเจน กันด้วยผนังกระจกนิรภัย พร้อมติดตั้งระบบระบายอากาศภายในไว้ด้วยค่ะ

1 Bedroom ประมาณ 34 ตารางเมตร 

ห้องนี้เข้ามาจะเจอกับพื้นที่นั่งเล่นที่สามารถวางโซฟาขนาดใหญ่ได้ สังเกตว่าบรรยากาศของห้องจะสว่างเข้ามาถึงห้องนั่งเล่นเลย เพราะระหว่างห้องนอนและห้องนั่งเล่นกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ ช่วยให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาได้เต็มที่ โครงการนี้ขายแบบ Fully-Furnished เฟอร์นิเจอร์ที่ได้เป็นแบบสั่งทำพิเศษหน้าตาเหมือนในห้องตัวอย่างเลย ซึ่งเราจะได้ครบทุกชิ้น รวมถึงผ้าม่าน 2 ชั้นคุณภาพดีและฝ้าเพดานแบบหลุม ตกแต่งนิดหน่อยก็ยกกระเป๋าเข้ามาอยู่ได้เลยค่ะ

มองย้อนกลับมาดูบรรยากาศหน้าห้อง จะเห็นว่าประตูของโครงการนี้ได้ขนาดค่อนข้างใหญ่เป็นบานเปิด 2 บาน ซึ่งเวลาเปิดทำให้มีพื้นที่สำหรับขนของชิ้นใหญ่ได้มากขึ้น พร้อมกับติดตั้ง Digital Door Lock มาให้ด้วยค่ะ

ในห้องนอนเตียงเราจะได้แบบนี้เลย ไม่รวมฟูกนะคะ ห้องนี้จัดฟังก์ชันต่างๆได้ครบและมีระยะเดินรอบเตียงได้สบายๆ อีกทั้งยังมีระเบียงให้ออกไปนั่งเล่นรับลมด้วยค่ะ

ตำแหน่งของตู้เสื้อผ้าและแอร์จะอยู่ฝั่งปลายเตียงนะคะ

ระเบียงของห้องนี้กว้างพอสมควรเลยดูจากพื้นที่สามารถเอาชุดโต๊ะเก้าอี้เล็กๆออกมาวางได้ แต่ห้องที่ระเบียงกว้างแบบนี้จะมีเฉพาะชั้นหนึ่งนะคะ

ฝั่งตรงข้ามห้องนั่งเล่นเป็นห้องครัวกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนเป็นสัดส่วน ทำให้เป็นครัวปิดซึ่งข้อดีคือเวลาทำอาหารจะสามารถกันกลิ่นและควันได้

ห้องครัวและห้องน้ำที่ถือว่าเป็นส่วน Service ของห้อง ถูกแยกออกมาอยู่ด้วยกันเป็นสัดส่วน

ห้องน้ำแยกส่วนเปียกและส่วนแห้งชัดเจน กันด้วยผนังกระจกนิรภัย พร้อมติดตั้งระบบระบายอากาศภายในไว้ด้วย การตกแต่งเน้นโทนสีขาวสะอาดตาค่ะ

สำหรับห้องครัวเราจะได้เคาน์เตอร์ครัวตามนี้เลยค่ะ พื้นที่สำหรับรับประทานอาหารจะอยู่ในครัวเลย นั่งได้ประมาณ 2 คน ทำอาหารเสร็จก็ทานในห้องเป็นสัดส่วน ช่วยให้กลิ่นและควันไม่ไปรบกวนส่วนพักอาศัย

1 Bedroom ประมาณ 48 ตารางเมตร

สำหรับห้อง 1 Bedroom 48.87 ตารางเมตรนี้ยังคงมีการจัดผังให้มีความเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่นั่งเล่น ด้านในสุดของห้องเป็นประตูทางออกไปที่ระเบียง ซึ่งเป็นช่องแสงขนาดใหญ่ ทำให้บรรยากาศของห้องดุโปร่ง โล่ง เฟอร์นิเจอร์ต่างๆในห้องเราได้แบบนี้เลยพร้อม ผ้าม่าน และ หลุมฝ้าด้วยค่ะ

พื้นที่รับประทานอาหารจะอยู่ใกล้กับทางเข้าห้องครัวซึ่งกั้นเป็นครัวปิด ทำให้การใช้งานเป็นสัดส่วนดี สามารถกันกลิ่นและควันจากการประกอบอาหารได้ค่ะ

ภายในห้องครัวสามารถเปิดประตูระเบียงเพื่อระบายอากาศอากาศได้ ซึ่งระเบียงในห้องนี้จะมีฟังก์ชันสำหรับซักล้าง แยกการใช้งานจากระเบียงห้องนั่งเล่นไปเลย

พื้นที่นั่งเล่นสามารถวางโซฟาขนาดใหญ่ รองรับได้ประมาณ 3-4 ที่นั่งเลยทีเดียว และยังมีพื้นที่รอบๆเหลือให้เดินหรือจัดวางโต๊ะกลาง โต๊ะข้าง ชั้นวางทีวีได้สบายๆ แต่ระยะดูทีวีอาจจะเฉียงๆหน่อยเพราะฝั่งตรงข้ามโซฟาเป็นประตูทางเข้าห้องนอน รวมๆแล้วถือว่าเป็นห้อง 1 Bedroom ที่มีพื้นที่ Common Area กว้างพอสมควร

ระเบียงขนาดใหญ่เชื่อมต่อทั้งห้องนั่งเล่นและห้องนอนค่ะ สังเกตว่าราวกันตกจะมีการตกแต่งด้วยลายฉลุที่ทำด้วยวิธี G.R.C (Glass Fiber reinforced Concrete) ด้วย

ห้องนอนเราจัดวางเตียงได้ตามนี้เลย ตำแหน่งของเตียงจะอยู่ข้างหน้าต่าง เวลานอนจะเห็นวิวได้สบายๆเลยและสามารถออกไปใช้งานที่ระเบียงได้เต็มที่ เนื่องจากตำแหน่ง Condensing Unit ของแอร์ถูกออกแบบให้ติดตั้งอยู่บริเวณระเบียงในห้องครัวแล้ว จึงไม่มารบกวนพื้นที่ของระเบียงนี้

ส่วนอีกฝั่งเป็นทางเข้าห้องน้ำที่มีตู้เสื้อผ้าอยู่ด้านหน้า เวลาอาบน้ำเสร็จก็ออกมาแต่งตัวได้สะดวกค่ะ

ห้องน้ำในห้องนี้การตกแต่ง บรรยากาศ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้เหมือนกันกับห้องก่อนหน้านะคะ

สำหรับใครที่สนใจ โครงการนี้เรียกได้ว่าเป็นคอนโดที่ให้ความคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสะดวกในการเดินทางไปทำงาน เนื่องจากคอนโดอยู่ห่างจากถนนบางนา-ตราดเพียง 150 เมตร ไม่ไกลจากสนามบินสุวรรณภูมิ โรงเรียนนานาชาติ โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ห้างสรรพสินค้า หรือในแง่ของการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ ได้ทั้งความสวยงาม หรูหราไม่เหมือนใคร และยังให้ความรู้สึกผ่อนคลายในบรรยากาศรีสอร์ท เป็นคอนโดที่ผู้ซื้อไม่ต้องรอห้องนาน เนื่องจากระยะเวลาการก่อสร้างที่ทยอยสร้างเสร็จและตกแต่งพร้อมเข้าอยู่ได้เลย ในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึงค่ะ


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving