ในยุคที่เทรนด์มาไวไปไว มีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่วิ่งตามทุกกระแส แต่กลับสร้างเทรนด์ของตัวเอง แสนสิริใช้เวลากว่า 2 ปีในการศึกษาคนกลุ่มนี้ และนิยามพวกเขาว่า “LOVE GENERATION” นี่คือกลุ่มคนเมืองวัยทำงาน (อายุ 30-45 ปี) ที่มีกำลังซื้อสูง แต่เลือกเฉพาะสิ่งที่ “ใช่” และสะท้อนตัวตนจริง ๆ พวกเขาให้คุณค่ากับดีไซน์ที่ไม่ตกยุค (Timeless Design) ชีวิตที่ยั่งยืน และมองหาบ้านที่เป็นทั้งพื้นที่แห่งความสุขและสินทรัพย์ที่คุ้มค่าในระยะยาว ซึ่งถือเป็นขุมทรัพย์ใหม่ที่น่าจับตาของตลาดอสังหาฯ

จากอินไซต์ที่เฉียบคมนี้ แสนสิริจึงเดิมพันครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัวคอนโดแบรนด์ใหม่ “LOVE” (เลิฟ) เพื่อเจาะตลาดกลุ่มนี้โดยเฉพาะในเซกเมนต์ราคา 140,000–190,000 บาท/ตารางเมตร ซึ่งเป็นตลาดที่แสนสิริครองความเป็นเจ้าตลาดอยู่แล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือ นี่เป็นครั้งแรกที่แสนสิรินำโลโก้หลักของบริษัทมาเป็นส่วนหนึ่งของชื่อแบรนด์ เป็นการประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่าแบรนด์นี้คือภาพสะท้อนความมั่นใจและจุดแข็งทั้งหมดในฐานะผู้นำด้านดีไซน์ ฟังก์ชัน และคุณภาพของวงการ

แบรนด์ “LOVE” ไม่ได้ขายแค่ที่อยู่อาศัย แต่ขายแนวคิด ‘LOVE LIFE’ หรือ ‘การได้ใช้ชีวิตในแบบที่เลิฟ’ ผ่าน 4 แกนหลักที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ตั้งแต่ดีไซน์ที่เชื่อมต่อทุกพื้นที่อย่างไร้รอยต่อ, การใส่ใจในสุขภาวะที่ดี (Well-being), การปักหมุดบนทำเลศักยภาพ และที่โดดเด่นที่สุดคือการยกระดับสู่ **Pets Welcome Condo** ที่ไม่ได้แค่ “อนุญาตให้เลี้ยง” แต่เป็นการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางให้คนและสัตว์เลี้ยงใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีความสุขจริง ๆ ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ

เพื่อพิสูจน์แนวคิดทั้งหมด แสนสิริได้ปักหมุดโครงการแรก “LOVE Charoen Nakhon” มูลค่า 6,500 ล้านบาท บนทำเลที่หาได้ยาก (Rare Item) ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านเจริญนคร ซึ่งถูกยกให้เป็น **New Riverside CBD** และหมุดหมายการเคานต์ดาวน์ระดับโลก (Global Countdown Destination) ใกล้ ICONSIAM การเปิดตัวโครงการในทำเลนี้จึงไม่ใช่แค่การซื้อที่อยู่อาศัย แต่คือการลงทุนในทำเลศักยภาพที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้ชีวิตและการเติบโตของมูลค่าในอนาคตได้อย่างสมบูรณ์แบบ