
แสนสิริ (SIRI) ประกาศแผนธุรกิจกลุ่มคอนโดมิเนียมปี 2569 อย่างแข็งกร้าว ด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่สูงสุดในอุตสาหกรรมถึง 16 โครงการ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนความมั่นคงทางการเงินที่มาจากยอดขายรอโอน (Backlog) และคอนโดพร้อมอยู่มูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตเชิงรุก
เจาะลึก 3 กลยุทธ์หลักที่จะขับเคลื่อนแสนสิริในปีนี้:
- THE LUXURY & ICONIC REINFORCEMENT (การตอกย้ำตลาดบนและแบรนด์ไอคอนิก): มุ่งเน้นการรักษาฐานที่มั่นในตลาดระดับบนที่มีกำลังซื้อสูง ผ่านการส่งมอบโครงการพรีเมียมพร้อมอยู่ และการนำแบรนด์ที่แข็งแกร่งอย่าง XT และ THE MONUMENT กลับมาพัฒนาอีกครั้ง
- STRATEGIC EXPANSION & PARTNERSHIP (การขยายทำเลและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์): ขยายสู่ทำเลศักยภาพทั่วประเทศ: เพื่อกระจายฐานรายได้และจับดีมานด์ในตลาดท่องเที่ยว เตรียมเปิดตัว 6 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 7,200 ล้านบาท ใน หัวหิน (HUB Hua Hin), พัทยา (dcondo vite) และ ภูเก็ต (RHEA by Sansiri และอีก 3 โครงการใหม่) ผนึกกำลังพันธมิตรระดับโลก: ใช้โมเดลการร่วมทุน (Joint Venture) เพื่อบริหารความเสี่ยงและแบ่งปันเงินลงทุน โดยร่วมมือกับ Mitsui Fudosan พัฒนาโครงการ LOVE Charoen Nakhon มูลค่า 6,500 ล้านบาท พร้อมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ LOVE by Sansiri เพื่อเข้ามาเสริมพอร์ตในกลุ่ม Medium Segment อย่างมีนัยสำคัญ
- FUTURE LIVING & COMMUNITY EVOLUTION (วิวัฒนาการของการอยู่อาศัยและชุมชน): สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่นอกเหนือจากตัวผลิตภัณฑ์ โดยเน้นเรื่อง Well-being และยกระดับ Pets Welcome Condo ให้กลายเป็นจุดยืนที่ชัดเจน เพื่อเจาะตลาด Niche ที่มีกำลังซื้อและความภักดีต่อแบรนด์สูง
สำหรับคนหาบ้าน: ปีนี้จะมีตัวเลือกที่หลากหลายครอบคลุมทุกทำเล ตั้งแต่คอนโดในกรุงเทพฯ ไปจนถึงเมืองท่องเที่ยวสำคัญ และสำหรับคนเลี้ยงสัตว์ แสนสิริคือตัวเลือกอันดับหนึ่งที่ชัดเจนที่สุด
สำหรับนักลงทุน: ความแข็งแกร่งของ Backlog คือเครื่องการันตีรายได้ ขณะที่การขยายสู่ตลาดท่องเที่ยวและการร่วมทุนคือกลยุทธ์ในการกระจายความเสี่ยงและรักษาอัตรากำไร ทำให้โมเดลธุรกิจมีความสมดุลระหว่างการเติบโตและความมั่นคง
