
แสนสิริขายคอนโด 7 เดือนทะลุ 16,000 ล้าน ทำไมยังโตสวนตลาดอสังหาฯ ชะลอ
ในช่วงที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ระมัดระวังมากขึ้น ต้นทุนทางการเงิน และการแข่งขันสูงในหลายทำเล ข่าวยอดขายคอนโดของ แสนสิริ กลับกลายเป็นหนึ่งในสัญญาณที่น่าจับตาของตลาด
ล่าสุด แสนสิริเปิดเผยว่า กลุ่มคอนโดมิเนียมของบริษัททำยอดขายในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ได้กว่า 16,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 70% ของเป้าหมายยอดขายคอนโดทั้งปีที่ 23,000 ล้านบาท
แสนสิริทำยอดขายคอนโด 7 เดือนแรก 16,000 ล้านบาท
แสนสิริระบุว่า ผลการดำเนินงานกลุ่มคอนโดมิเนียมในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 สามารถทำยอดขายได้ 16,000 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีที่ 23,000 ล้านบาท
นั่นหมายความว่า บริษัททำยอดขายไปแล้วประมาณ 70% ของเป้าหมายทั้งปี
นอกจากนี้ แสนสิริยังตั้งเป้ายอดโอนคอนโดทั้งปีไว้ที่ 17,500 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากทั้งโครงการที่เปิดขายก่อนหน้า โครงการที่อยู่ระหว่างการขาย และกลุ่มโครงการพร้อมโอน หรือ Ready to Move: RTM
แผนเปิดตัวคอนโดปี 2569 รวม 17 โครงการ มูลค่า 29,400 ล้านบาท
สำหรับแผนธุรกิจคอนโดในปี 2569 แสนสิริตั้งเป้าเปิดตัวโครงการใหม่รวม 17 โครงการ มูลค่ารวม 29,400 ล้านบาท
แบ่งเป็น
การเดินหน้าเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ตลาดยังท้าทาย สะท้อนว่าแสนสิริยังมั่นใจในกำลังซื้อของกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความต้องการซื้อจริง หรือ Real Demand
ทำไมแสนสิริยังขายคอนโดได้ดี
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ยอดขายคอนโดของแสนสิริเติบโต มาจากการวางกลยุทธ์ที่ชัดเจนใน 3 ด้าน
1. เลือกทำเลที่ตรงกับกำลังซื้อจริง
แสนสิริระบุว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการเลือก Strategic Location หรือทำเลที่มีดีมานด์จริง ไม่ใช่เพียงทำเลที่ดูดีในเชิงภาพลักษณ์ แต่ต้องมีฐานผู้ซื้อที่ชัดเจน
ตัวอย่างเช่น โครงการในเมือง ทำเลใกล้แหล่งงาน ทำเลใกล้ระบบขนส่ง หรือทำเลเมืองท่องเที่ยวที่มีดีมานด์จากทั้งคนไทยและต่างชาติ
2. วางเซกเมนต์สินค้าให้หลากหลาย
พอร์ตคอนโดของแสนสิริครอบคลุมตั้งแต่กลุ่ม Affordable และ Medium Segment ไปจนถึง Premium และ Luxury
ตัวอย่างโครงการที่ได้รับการตอบรับดี เช่น
LOVE Charoen Nakhon
XT 10 Ekkamai
dcondo vite
THE MONUMENT Sathon
The Standard Residences Hua Hin
การมีสินค้าหลากหลายทำให้แสนสิริสามารถจับกำลังซื้อได้หลายกลุ่ม ไม่ต้องพึ่งพาเซกเมนต์ใดเซกเมนต์หนึ่งมากเกินไป
3. ใช้ความเชื่อมั่นของแบรนด์เป็นจุดแข็ง
ในตลาดที่ผู้ซื้อระมัดระวังมากขึ้น แบรนด์ของ Developer กลายเป็นปัจจัยสำคัญ
แสนสิริชูแนวคิด Service & Quality และ LIFE-LONG QUALITY ตั้งแต่คุณภาพการก่อสร้างไปจนถึงบริการหลังการขาย โดยมี Plus Property เข้ามาช่วยดูแลการบริหารจัดการโครงการในระยะยาว
อีกจุดที่บริษัทเน้นคือการบริหารจัดการวิกฤต หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปีก่อน ซึ่งแสนสิริระบุว่าได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารกว่า 250 โครงการทั่วประเทศ ทั้งโครงการที่อยู่ในและนอกระยะเวลาประกัน
สิ่งนี้ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Standard of Trust หรือมาตรฐานความเชื่อมั่นของแบรนด์
โครงการพร้อมโอน 7 โครงการ มูลค่า 18,600 ล้านบาท
อีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญของแสนสิริในปีนี้คือกลุ่มโครงการพร้อมโอน หรือ Ready to Move: RTM
บริษัทมีโครงการพร้อมโอนรวม 7 โครงการ มูลค่ารวม 18,600 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นกลุ่มพรีเมียมมูลค่าสูงถึง 12,300 ล้านบาท
โครงการเด่น ได้แก่
Via ARI
SHUSH Ratchathewi
The Standard Residences Hua Hin
ในเชิงธุรกิจ โครงการพร้อมโอนมีความสำคัญ เพราะช่วยให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้ได้เร็วขึ้น และตอบโจทย์ผู้ซื้อที่ต้องการเห็นของจริงก่อนตัดสินใจ
โดยเฉพาะในภาวะที่ผู้บริโภคระมัดระวังมากขึ้น การมีโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ถือเป็นข้อได้เปรียบในการปิดการขาย
ภูเก็ตกลายเป็นตลาดสำคัญของแสนสิริ
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ แผนคอนโดปี 2569 ของแสนสิริมีสัดส่วนโครงการในทำเลภูเก็ตมากกว่า 36% ของมูลค่าโครงการ
การให้ความสำคัญกับภูเก็ตสะท้อนว่าแสนสิริมองเห็นแรงหนุนจากตลาดท่องเที่ยวและกำลังซื้อจากต่างชาติ โดยเฉพาะในเมืองที่มีดีมานด์ทั้งเพื่ออยู่อาศัย พักผ่อน และลงทุนปล่อยเช่า
ภูเก็ตจึงอาจเป็นหนึ่งใน growth engine สำคัญของพอร์ตคอนโดแสนสิริในปีนี้
ครึ่งปีหลังลุย 9 โครงการใหม่ มูลค่า 11,700 ล้านบาท
ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 แสนสิริเตรียมเปิดตัวคอนโดใหม่อีก 9 โครงการ มูลค่ารวม 11,700 ล้านบาท
ไฮไลต์จะอยู่ที่การเดินหน้าทั้งตลาดเมืองหลัก ทำเลศักยภาพ และโครงการพรีเมียม เช่น THE MONUMENT Sathon และแบรนด์ HAUS บนทำเล T77 Community
นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าความร่วมมือกับพันธมิตรต่างชาติ เช่น Mitsui Fudosan Asia Development, Tokyu Development และ Nomura Real Estate เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการพัฒนาโครงการ
แสนสิริขายคอนโดได้ดี เพราะไม่ได้เล่นเกมเดียวกับทั้งตลาด
ยอดขายคอนโด 7 เดือนแรกที่ 16,000 ล้านบาท สะท้อนว่าแสนสิริยังมีแรงส่งในตลาดคอนโด แม้ภาพรวมอสังหาฯ ยังอยู่ในจังหวะท้าทาย
เหตุผลสำคัญไม่ได้มาจากการเปิดโครงการจำนวนมากเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเลือกทำเลที่มีดีมานด์จริง การวางเซกเมนต์ที่ครอบคลุม การมีโครงการพร้อมโอน และการใช้ความเชื่อมั่นของแบรนด์เป็นจุดแข็ง
ในวันที่ผู้ซื้อบ้านและคอนโดระมัดระวังมากขึ้น Developer ที่ชนะอาจไม่ใช่คนที่มีโครงการมากที่สุด แต่เป็นคนที่ทำให้ผู้ซื้อมั่นใจได้มากที่สุด
และนี่อาจเป็นเหตุผลว่า ทำไมแสนสิริยังขายคอนโดได้แรง ในวันที่ตลาดยังไม่ได้กลับมาคึกคักเต็มที่
