
TerraBKK จัดงานสัมมนา TerraHint Brand Series 2025 ภายใต้ธีม The Wellness Blueprint ชี้แนวทางใหม่ของอสังหาฯ ไทยที่ไม่หยุดแค่ “ที่อยู่อาศัย” แต่ยกระดับสู่ “คุณภาพชีวิต” งานวิจัยสะท้อนชัดว่าคนไทยนิยาม Wellness คือคุณภาพชีวิตที่ดี สภาพแวดล้อมที่ดี และความปลอดภัย ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยเลือกซื้อบ้านในปัจจุบัน โดยเฉพาะทำเลที่มีสภาพแวดล้อมน่าอยู่และโครงสร้างที่มั่นคงปลอดภัย
ภาพผู้ซื้อยุคใหม่แบ่งได้เป็น 4 กลุ่มตามไลฟ์สไตล์และการดูแลตัวเอง หนึ่ง คือกลุ่ม Balanced Socializer คนรุ่นใหม่ที่หาสมดุลระหว่างสุขภาพและสังคม ชอบพบปะและเดินทาง ต้องการโครงการที่อำนวยความสะดวกด้วยเทคโนโลยีและบริการเสริมสุขภาพ สอง คือกลุ่ม Aspiring Self-Improver ที่รักความสงบ เน้นการพักผ่อน การนอน และความปลอดภัย บ้านที่ใช่จึงต้องมีบริการแบบโรงแรม Concierge/Room Service และระบบเซฟตี้เข้ม สาม คือกลุ่ม Casual Explorer ครอบครัวงานรัดตัว อยากดูแลสุขภาพแบบทำได้จริงในชีวิตประจำวัน ต้องการฟังก์ชันพื้นฐานครบ บริการจำเป็นและความปลอดภัย เช่น ระบบรับ-ส่งโรงพยาบาล สี่ คือกลุ่ม Holistic Wellness ที่ดูแลกายใจครบวงจร ชอบธรรมชาติ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ จึงมองหาพื้นที่สีเขียวใหญ่ ระบบอากาศดี บริการสุขภาพครบ และมาตรฐานความปลอดภัยสูง

ประสบการณ์เยี่ยมชมโครงการก็มีผลต่อการตัดสินใจอย่างมาก ผู้ซื้อบ้านเดี่ยวให้ค่ากับบริการแบบพรีเมียมที่ใส่ใจรายละเอียด เพราะเชื่อว่าคุณภาพบริการสะท้อนคุณภาพบ้าน ผู้สนใจทาวน์โฮมให้ความสำคัญกับความจริงใจและข้อมูลตรงไปตรงมา มากกว่าความหรูหรา ส่วนผู้ซื้อคอนโดต้องการความเป็นมืออาชีพ ความสะดวก และการให้ข้อมูลครบถ้วนโดยไม่กดดันให้รีบจอง
แนวโน้มการซื้อบ้านพบว่า 41% วางแผนซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ภายใน 3 ปี ความสนใจทาวน์โฮมเพิ่มขึ้นจาก 24% เป็น 30% ขณะที่บ้านเดี่ยวลดลงจาก 86% เหลือ 66% หลังเหตุแผ่นดินไหว ผู้บริโภคให้ความสำคัญ “โครงสร้างและคุณภาพการก่อสร้าง” เป็นอันดับหนึ่ง แบรนด์ที่น่าเชื่อถือและสื่อสารเร็ว ชัดเจน ได้รับความไว้วางใจเพิ่ม โดย Gen X ที่สนใจคอนโดจะขยันค้นคว้าเรื่องวัสดุ ผู้รับเหมา และเทคโนโลยีกันแผ่นดินไหว ส่วน Baby Boomers มีแนวโน้มเลี่ยงอาคารสูงและต้องการหลักฐานมาตรฐานวัสดุที่มั่นใจได้
พฤติกรรมเสพคอนเทนต์บนโซเชียลแตกต่างกันชัด แม้อยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน Baby Boomers และ Gen X โฟกัสเรื่องสุขภาพ Gen Y สนใจท่องเที่ยวมากที่สุด รองลงมาคืออาหารและเครื่องดื่ม ขณะที่ Gen Z เด่นเรื่องสัตว์เลี้ยง การศึกษา และเกม โครงการที่เข้าใจความสนใจของแต่ละวัยและสื่อสารให้ตรงใจ ย่อมได้เปรียบในสนามแข่งขันจริง
ในภาพรวมเศรษฐกิจ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปี 2025 ลดลง (CCI 66 จาก 72) ผู้คนยังมองว่าไม่ใช่ช่วงเหมาะกับการซื้อสินทรัพย์ใหญ่ แต่ดัชนีสุขภาวะทางใจ (Wellbeing Index) ของคนไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดี 76.9 สะท้อนว่าคนไทยดูแลใจตัวเองได้ดีขึ้น แม้ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจะยังกระทบทั้งความเชื่อมั่นและสุขภาพจิต โดยผู้ที่กังวลเศรษฐกิจมากมักมีระดับความสุขทางใจต่ำลงตามไปด้วย
ผู้เชี่ยวชาญบนเวทีชี้ทิศทางสำคัญของตลาดที่อยู่อาศัยแนว Wellness ว่ากำลังเดินหน้าไปสู่ความ “เฉพาะตัว” มากขึ้น ตั้งแต่การฟังลูกค้าให้ลึกและปรับบริการให้ตรงวัฒนธรรมและความต้องการ ไปจนถึงการ Personalization และ Hyperpersonalization ด้วยข้อมูลสุขภาพ พันธุกรรม และ AI จุดร่วมที่ทุกแบรนด์ควรให้คุณค่าคือ “เวลา สุขภาพ และความสุข” เพราะเมื่อที่อยู่อาศัยช่วยยืดคุณภาพชีวิตได้จริง มูลค่าทางใจจะสูงกว่าป้ายราคาเสมอ
สำหรับคนหาบ้านที่อยากคัดกรองแบรนด์น่าเชื่อถือ Terra Awards 2025 ยกย่อง Land & Houses เป็นแบรนด์ทรงพลังสูงสุดของปี แสนสิริโดดเด่นทั้งด้าน Wellness & Sustainability และคว้ารางวัล Hall of Fame ต่อเนื่อง เอสซี แอสเสทครองแชมป์ความภักดีลูกบ้าน MQDC นำด้านนวัตกรรมและสิ่งแวดล้อม สิงห์ เอสเตทเด่นในกลุ่มลักชัวรี พฤกษาคว้าดาวรุ่ง และธนาสิริเป็นแบรนด์ผู้ท้าชิงที่น่าจับตา
สรุปแล้ว การซื้อบ้านในปี 2025 คือการลงทุนกับคุณภาพชีวิต เลือกโครงการที่ปลอดภัยจริง ใส่ใจสุขภาวะรอบด้าน สื่อสารตรงไปตรงมา และบริการสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นคนรักสังคม สายสงบ คนมีครอบครัวเวลาน้อย หรือสายสุขภาพเต็มรูปแบบ หากบ้านตอบโจทย์ “อยู่ดี มีสูตร” ของคุณได้ทุกวัน นั่นแปลว่าคุณเลือกถูกทางแล้ว