
เรื่อง “ดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนา ในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ไตรมาสที่ 2 ปี 2568
ดัชนีราคาที่ดินอยู่ที่ 415.2 จุด ซึ่งเพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่ลดลง 4.1% จากไตรมาสก่อน นี่เกิดจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ทำให้เศรษฐกิจโลกและไทยชะลอตัว รวมถึงการเลื่อนประกาศใช้ผังเมืองกรุงเทพฯ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่แน่ใจในการลงทุนที่ดินบางรายจึงตัดสินใจขายที่ดินเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

ในขณะเดียวกัน การขยายโอกาสลงทุนไปยังจังหวัดท่องเที่ยวและหัวเมืองใหญ่ทำให้ราคาที่ดินในกรุงเทพฯ – ปริมณฑลปรับตัวช้าลง แต่ความต้องการที่ดินในปริมณฑลยังคงเติบโตเพื่อจัดสรรที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้กลางถึงสูง
ทำเลที่มีการเปลี่ยนแปลงราคาที่ดินมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่:

- เมืองสมุทรปราการ-พระประแดง-พระสมุทรเจดีย์: เพิ่มขึ้น 39.6% เนื่องจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
- บางกรวย-บางใหญ่-บางบัวทอง-ไทรน้อย: เพิ่มขึ้น 38.0%
- นครปฐม: เพิ่มขึ้น 15.5%
- บางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง: เพิ่มขึ้น 15.4%
- ราษฎร์บูรณะ-บางขุนเทียน-ทุ่งครุ-บางบอน-จอมทอง: เพิ่มขึ้น 11.0%

ที่ดินในปริมณฑลมีการเติบโตที่ชัดเจน อันเนื่องมาจากการพัฒนาโครงการต่างๆ เช่น รถไฟฟ้าและถนนใหม่ ในขณะที่ใจกลางเมืองมีที่ดินเปล่าจำนวนจำกัด ราคาจึงสูง
สำหรับราคาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 พบว่ามีการขยายตัวมากที่สุดในเส้นทางต่อไปนี้:
- สายสีเขียว (สมุทรปราการ-บางปู และ แบริ่ง-สมุทรปราการ): เพิ่มขึ้น 39.6%
- สายสีม่วง (บางใหญ่-เตาปูน): เพิ่มขึ้น 10.1%
- สายสุขุมวิท BTS: เพิ่มขึ้น 8.8%
- สายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง): เพิ่มขึ้น 8.5%
- MRT และสายสีแดงเข้ม (บางซื่อ-หัวลำโพง): เพิ่มขึ้น 7.9%
สรุปได้ว่าราคาที่ดินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ ทำให้การพัฒนาที่ดินในปริมณฑลยังน่าสนใจสำหรับนักลงทุน

