ตลาดวัสดุก่อสร้างไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ จากเดิมที่การแข่งขันมักถูกขับเคลื่อนด้วยราคา ไปสู่การแข่งขันที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งด้านคุณภาพ ความทนทาน ความง่ายในการติดตั้ง และผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นพร้อมกับโจทย์ใหญ่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์และภาคก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนก่อสร้างที่ต้องควบคุมให้ได้ คุณภาพงานที่ต้องลดปัญหาซ่อมแซมระยะยาว และพฤติกรรมเจ้าของบ้านที่ให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่าในระยะยาว” มากกว่าราคาซื้อเริ่มต้น

  • ข้อมูลจาก SCB EIC ระบุว่า กลุ่มผู้มีแผนสร้างบ้านกำลังให้ความสำคัญกับ 3 เทรนด์หลัก ได้แก่
  • Smart Value Living มองหาความคุ้มค่า โดยให้ความสำคัญกับงานโครงสร้างเพื่อลดค่าซ่อมแซมในอนาคต
  • Adaptive Living ต้องการบ้านที่ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ รองรับการทำงานที่บ้าน เลี้ยงสัตว์ และสมาชิกหลายวัย
  • Green Living เลือกใช้วัสดุที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดวัสดุก่อสร้างไม่ได้แข่งกันที่ราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กำลังแข่งขันกันที่ “มูลค่าเพิ่ม” ซึ่งรวมถึงความทนทาน ความปลอดภัย การลดเวลาแรงงาน และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม

จระเข้กับการวางตำแหน่งวัสดุก่อสร้างครบวงจร
ในงานสถาปนิก’69 บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด นำเสนอแนวคิด “Build Today, Beyond Tomorrow” ผ่าน JORAKAY EXPERT PAVILION โดยจัดกลุ่มสินค้านวัตกรรมออกเป็น 6 คลัสเตอร์ ครอบคลุมงานปูกระเบื้อง งานพื้น งานกันซึม งานโครงสร้าง สี และกลุ่มสินค้าซ่อมแซมบ้านสำหรับเจ้าของบ้าน

ประเด็นที่น่าสนใจไม่ใช่แค่การเปิดตัวสินค้า แต่คือการสะท้อนทิศทางของตลาดวัสดุก่อสร้างที่พยายามแก้ Pain Point ของผู้ใช้จริง ตั้งแต่ช่าง ผู้รับเหมา Developer ไปจนถึงเจ้าของบ้าน

ตัวอย่างเช่น กลุ่มกาวซีเมนต์ที่ใช้ Dustless Technology ช่วยลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นได้ถึง 80% ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาพของช่างและคุณภาพหน้างาน ขณะที่กลุ่มงานพื้นมีผลิตภัณฑ์ซ่อมแซมพื้นถนนคอนกรีตที่เปิดใช้งานได้ภายใน 6 ชั่วโมง ช่วยลดเวลาปิดพื้นที่และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของผู้รับเหมา

ด้านวัสดุรักษ์โลก จระเข้ยังนำเสนอแนวคิดผ่านบูทที่ใช้ ไม้อัดสนป่าปลูกกว่า 1,000 ชิ้น ประกอบเป็นโครงสร้างแบบโมดูลาร์ สามารถถอดประกอบและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งหมด ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการออกแบบที่คำนึงถึงการลดของเสียและการใช้ทรัพยากรซ้ำ

6 คลัสเตอร์สินค้า สะท้อนโจทย์ตลาดที่เปลี่ยนไป
กลยุทธ์ของจระเข้ถูกจัดผ่าน 6 กลุ่มหลัก ได้แก่

  1. TILING EXPERT งานปูกระเบื้องและอุปกรณ์ตกแต่งกระเบื้อง ไฮไลต์คือกาวซีเมนต์ลดฝุ่น 80% และบรรจุภัณฑ์ JORAKAY Green Pack
  2. FLOORING EXPERT งานพื้น เช่น ปูนซ่อมพื้น และปูนซ่อมถนนคอนกรีตชนิดบางที่เปิดใช้งานได้ภายใน 6 ชั่วโมง
  3. WATERPROOF EXPERT ระบบกันซึมตั้งแต่ฐานรากถึงดาดฟ้าและสระว่ายน้ำ เน้นความยืดหยุ่น ปิดรอยร้าว ทน UV และ Non-toxic
  4. STRUCTURE EXPERT วัสดุซ่อมแซมโครงสร้างที่ต้องการแรงยึดเกาะและแรงอัดสูง
  5. SEE JORAKAY EXPERT กลุ่มสีแนว Ecological Paint เปิดตัวสินค้าใหม่ 4 รายการ เช่น สีที่ใช้เทคโนโลยีกราฟินช่วยยับยั้งไวรัส-แบคทีเรีย และดูดซับฟอร์มาลดีไฮด์
  6. JORAKAY EASY แบรนด์สำหรับเจ้าของบ้านยุคใหม่ เน้นสินค้าซ่อมแซม ตกแต่ง และทำความสะอาดที่ใช้งานง่าย พร้อมโปรโมชันลดสูงสุด 40% ภายในงานสำหรับ ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง การแข่งขันจะขยับจากราคาสู่การลงทุนด้านนวัตกรรม คุณภาพ และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่ช่วยลดคาร์บอนหรือช่วยให้การก่อสร้างมีประสิทธิภาพ

สำหรับ ผู้รับเหมาและช่าง วัสดุที่ลดฝุ่น ติดตั้งง่าย หรือเปิดใช้งานได้เร็ว ช่วยลดเวลา ลดแรงงาน และลดความเสี่ยงจากงานแก้ไขซ้ำ ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงที่เกิดขึ้นบ่อยในงานก่อสร้าง

สำหรับ Developer วัสดุที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ความทนทาน และสิ่งแวดล้อม อาจกลายเป็นจุดขายของโครงการ โดยเฉพาะในตลาดที่ผู้ซื้อบ้านให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมากขึ้น

สำหรับ เจ้าของบ้าน ทางเลือกวัสดุที่ทนกว่า ดูแลง่ายกว่า หรือช่วยลดปัญหาซ่อมแซมในระยะยาว อาจทำให้การตัดสินใจซื้อไม่ได้ดูแค่ราคาต่อหน่วย แต่พิจารณาต้นทุนตลอดอายุการใช้งานมากขึ้นตลาดวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มเดินไปสู่ 3 ทิศทางหลัก คือ วัสดุที่ช่วยลดต้นทุนแฝง วัสดุที่ตอบโจทย์สุขภาพและสิ่งแวดล้อม และสินค้าที่ใช้งานง่ายสำหรับเจ้าของบ้านทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปผลกระทบต่อราคาบ้านหรือต้นทุนโครงการโดยตรง แต่ชัดเจนว่าผู้ผลิตวัสดุกำลังพยายามสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า เพื่อให้ตลาดไม่ได้ตัดสินกันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว

ท้ายที่สุด ความเคลื่อนไหวของจระเข้ในงานสถาปนิก’69 ไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอสินค้าใหม่ แต่สะท้อนภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างไทยที่กำลังขยับสู่การแข่งขันบนฐานคุณภาพ นวัตกรรม และความยั่งยืนมากขึ้น