ใครที่กำลังวางแผนสร้างบ้านหรือรอซื้อบ้านโครงการใหม่ อาจต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นอีกครั้ง เมื่อดัชนีราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐานในไตรมาส 3 ปี 2568 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 143.2 จุด ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้อาจดูไม่สูงมากนัก แต่เบื้องหลังคือสัญญาณที่ชัดเจนว่าต้นทุนการก่อสร้างยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีตัวแปรสำคัญคือ ‘ค่าแรง’ ที่กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทั้งตลาด

เมื่อเจาะลึกลงไปในโครงสร้างต้นทุน จะพบว่าปัจจัยที่ผลักดันดัชนีให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญคือ **หมวดแรงงาน** ที่พุ่งขึ้นถึง 7.9% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาทต่อวัน ขณะที่ในฝั่งของ **หมวดวัสดุก่อสร้าง** กลับเป็นภาพที่น่าสนใจ เพราะมีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายปนกันไป โดยวัสดุที่ราคาปรับตัวขึ้นแรงคือ กระเบื้อง (+6.1%) และอุปกรณ์ไฟฟ้ากับประปา (+5.6%) แต่ในทางกลับกัน ราคาเหล็กและสุขภัณฑ์กลับปรับตัวลดลงถึง 4.8% และ 8.3% ตามลำดับ ซึ่งแม้จะช่วยลดภาระได้บ้าง แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะต้านทานต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดได้

ภาพรวม: ดัชนีอยู่ที่ 143.2 เพิ่มขึ้น QoQ 1.5% และ YoY 2.8% สะท้อนต้นทุนก่อสร้างยังขยับขึ้นต่อเนื่อง

งานออกแบบ/งานระบบ: ค่าระบบไฟฟ้า-สื่อสารขึ้นแรงสุด YoY (+7.6%) รองลงมาเป็นงานสถาปัตย์ (+3.2%) และงานโครงสร้าง (+1.3%)

วัสดุก่อสร้าง

  • ขึ้น: กระเบื้อง (+6.1% YoY), อุปกรณ์ไฟฟ้า-ประปา (+5.6% YoY), ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ (+1.1% YoY)
  • ลง: สุขภัณฑ์ (-8.3% YoY), เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก (-4.8% YoY), วัสดุอื่นๆ โดยรวมยังอ่อนตัว

แรงงาน: ค่าแรงเพิ่มขึ้น 7.9% YoY ตามการปรับค่าแรงขั้นต่ำจาก 363 เป็น 400 บาท/วัน มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 2568

ความหมายง่ายๆ คือ ต้นทุนก่อสร้างขึ้นจากทั้งค่าแรงและวัสดุบางรายการ โดยเฉพาะงานระบบไฟฟ้า-สื่อสารและกระเบื้อง ขณะที่เหล็กและสุขภัณฑ์ราคายังอ่อนลง ถ้าจะปลูกหรือรีโนเวตบ้าน ช่วยกันคุมงบได้ด้วยการเทียบสเปกวัสดุ เลือกช่วงโปรฯ และเผื่องบสำรองไว้เล็กน้อยสำหรับความผันผวนของราคา