6,227 กระทู้

30,868 ความเห็น

17,193 ช่วยเสริม

120,571 สมาชิก

Recent Badges

กระทู้ยอดนิยม
- lekbb -
กระทู้น่าสนใจ
- ilovesunday -
สนิมเกาะ
- ryaper -
กระทู้น่าสนใจ
- mook_05 -
สนิมเกาะ
- etm222 -

ลูกค้าแห่ทิ้งใบจองคอนโดฯ ลางร้าย!อสังหาริมทรัพย์ไทย?

+5
โหวต
วันพฤหัสบดี 1 พฤษภาคม 2557
 
ผ่านพ้นไตรมาสแรกของปีม้า ใช่ว่า...มีแต่ข่าวคราวของผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น ที่หนีตาย ไม่ว่าจะเป็นการชะลอหรือปรับลดการก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ ๆ แต่! เวลานี้ ได้เริ่มเห็นสัญญาณของผู้บริโภค...ที่กำลังหนีตายกันมากขึ้นเรื่อย ๆ  เพราะบรรดาผู้ที่จองซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม เริ่มมีอาการ ทั้งการทิ้งเงินดาวน์  ทั้งการเลื่อนการรับโอนในโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ 
 
ยิ่ง...มีการทิ้งเงินจอง เลื่อนรับโอน หรือกระทั่งไม่รับโอนมากขึ้นเท่าใด ยิ่ง...เป็นสัญญาณอันตรายของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่อาจกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ที่ทำให้ธุรกิจอสังหาฯ ทรุดลงไปได้ง่าย ๆ ทันที 
 
สิ่งเหล่านี้...ไม่ใช่สัญญาณใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น!  แต่ทุกอย่างเป็นไปตามผลกระทบจากลูกโซ่ลูกแรก...มาสู่ลูกโซ่ลูกสุดท้าย ที่เริ่มต้นจากปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง การชุมนุมทางการเมืองที่ยาวนาน และไม่มีวี่แววว่าจะยุติโดยเร็ว ทำให้ทุกฝ่ายไม่มั่นใจ ไม่มีบรรยากาศที่เอื้อต่อการค้า การลงทุน โดยฟากฝั่งของนักลงทุนก็ไม่กล้าลงทุน ด้านผู้บริโภคก็ไม่กล้าซื้อของที่ต้องผูกพันระยะยาว ทำให้กำลังซื้อหดลง ขณะที่ผู้ประกอบการก็กล้า ๆ กลัว ๆ และส่วนใหญ่เลือกที่จะชะลอการลงทุนออกไปก่อน ยิ่งทำให้ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาอยู่แล้ว กลับถดถอยลงไปอีก ท่ามกลางภาระหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น จากค่าครองชีพที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน
 
ขณะที่รายได้ของประชาชนแม้จะมีค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทเข้ามาช่วย แต่สินค้า ค่าครองชีพสารพัดกลับแพงขึ้นมากกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น นั่นเท่ากับว่า ต้องใช้เงินมากขึ้น จึงมีผลทำให้ความสามารถในการชำระเงินลดลงไปด้วย  ทำให้บรรดานายแบงก์ที่เคยเจ็บตัวหนักจากวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อปี 40 ต้องเข้มงวดในการปล่อยกู้มากขึ้น เพราะไม่ต้องการให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเข้าอีก
 
 
 
เมื่อกู้เงินไม่ผ่าน... แถมยังหาช่องทางจากการขายทำกำไรจากใบจองซื้อคอนโดฯ ไม่ได้ ก็ต้องถอย!!  ซึ่งขณะนี้คอนโดฯ ในต่างจังหวัดหลายพื้นที่ เริ่มเกิดภาวะล้นตลาด และขายได้ยากขึ้น จากบรรยากาศที่ไม่เอื้ออำนวย และราคาที่ดินปรับลดลงไปมาก หลังพ.ร.บ.เงินกู้ฯ  2 ล้านล้านบาทไม่ผ่าน แม้จะเปิดตัวโครงการใหม่ลดลงไปมากแล้วก็ตาม  
 
ขณะที่ลูกค้าที่ต้องการซื้อบ้านอย่างแท้จริง ยังมีเหตุให้ต้องทิ้งเงินดาวน์ หรือขายใบจองไปบ้าง เพราะกู้เงินธนาคารไม่ผ่าน บางกลุ่ม..ผ่อนดาวน์ไม่ไหวจริง ๆ จากสภาพเศรษฐกิจที่แย่ลง ทำให้ผู้ซื้อเริ่มมีปัญหาการใช้จ่ายเกิดขึ้น แม้เวลานี้หนี้เสียหรือเอ็นพีแอลของสถาบันการเงินยังไม่เพิ่มขึ้น ถือเป็นเรื่องดี
 
แต่...จากนี้ไปเกรงว่าสภาพคล่องในระบบอาจเริ่มมีปัญหา! 
 
แม้ว่าปัญหาการทิ้งเงินดาวน์ อาจยังไม่น่าเป็นห่วงมากนักในช่วงที่ผ่านมา เพราะส่วนใหญ่การซื้อคอนโดฯ ยังเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงสัดส่วนสูงถึง 60% แต่ภาวะตลาดปัจจุบัน ถือว่าน่าเป็นห่วง เพราะผู้ที่ซื้อเพื่ออาศัยจริงนั้น ชะลอการซื้อออกไป ขณะที่ในส่วนของนักเก็งกำไรสัดส่วน 20%  แทบล้มหายตายจาก เห็นได้จากไตรมาสแรกที่ผ่านมา แทบขายใบจองไม่ออก ซึ่งมีบางส่วนที่รับซื้อไว้เอง แต่บางส่วนก็ทิ้งเงินดาวน์ไป
 
โดยเฉพาะโครงการที่รับวางดาวน์ต่ำ เป็นโครงการขนาดใหญ่ ใช้เวลาก่อสร้างนาน รวมทั้งโครงการที่มีแคมเปญลด แลก แจก แถมมากเกินไป หรือราคาไม่สูงนัก และมีกลุ่มเป้าหมายเป็นลูกค้าระดับล่าง ที่มีราคาขายต่ำกว่าตารางวาละ 60,000 บาท แต่อีกส่วนหนึ่งนั้น ไม่ได้เกิดจากพิษความวุ่นวายทางการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่เพราะมีสินค้าเข้าสู่ตลาดจำนวนมากด้วยในปี 56 ที่ผ่านมา ทำให้ผู้ซื้อมีทางเลือกมากขึ้น แต่ท้ายที่สุด หน่วยเหลือขาย ที่ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้นั้น จะกลับมาเป็นของผู้ประกอบการที่ต้องแบกรับภาระการขายต่อไป
 
สัญญาณที่ชัดเจนทยอยส่งออกมา ตั้งแต่จำนวนลูกค้าที่เข้าเยี่ยมชมโครงการบ้าน คอนโดฯ น้อยลงไปเรื่อย ๆ  บางพื้นที่ บางประเภทโครงการแทบจะไม่มีผู้เข้าชม ส่งผลให้ยอดจองซื้อใหม่ กลับลดลงอย่างมาก การจัดกิจกรรมก็น้อยลงไปด้วย เพราะทำไปก็สูญเปล่า ในเมื่อผู้บริโภคไม่มีอารมณ์จะซื้อ ที่สำคัญ เมื่อถึงวันที่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ แต่ลูกค้าที่หวั่นไหวกับรายได้ในอนาคตโดยเฉพาะนักเก็งกำไรคอนโดฯ ก็ชะลอการโอน หรือทิ้งเงินดาวน์ ไม่ยอมโอน ทำให้เจ้าของโครงการไม่ได้รับเงินตามแผน
 
เรียกได้ว่า... วันนี้ “วิกฤติการเมือง” กระทบธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ยอดขาย รายได้ การจ้างงาน และย้อนกลับมามีผลกับยอดขายอีกรอบแล้ว  และปัญหายอดจองสูง แต่ยอดโอนต่ำ เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้ผู้ประกอบการปรับเพิ่มสัดส่วนเงินดาวน์ให้สูงขึ้นเท่าตัว จากเดิมที่ดาวน์ต่ำเพียง 5% ของราคาห้องชุด เพิ่มเป็น 10-30% เพื่อป้องกันปัญหาแบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อ 
 
กว่าระบบนี้จะเข้าที่คงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง แต่ระหว่างนี้ ลูกค้าต้องจ่ายเงินดาวน์มากขึ้น ส่งผลกระทบทำให้ตลาดคอนโดฯ ซึ่งปัจจุบันแข่งขันกันรุนแรงอยู่แล้ว และหลายทำเลเริ่มล้นตลาด ชะลอตัวเพิ่มขึ้นอีก เพราะลูกค้าจำนวนมากยังมีรายได้ค่อนข้างจำกัด ไม่สามารถแบกรับภาระเงินดาวน์ที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นได้
 
อย่างไรก็ดี สิ่งที่เจ้าของโครงการทำได้ดีที่สุดในเวลานี้ นั่นคือ ต้องสำรองเงินสดไว้ พร้อมทั้งเตรียมหาแหล่งเงินทุนสำรอง ชะลอการซื้อที่ดินแปลงใหม่ออกไป หรือซื้อเฉพาะที่จำเป็น ปรับแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ และก่อสร้างเฉพาะในส่วนที่มีคำสั่งซื้อแล้วก่อนเท่านั้น ส่วนรายเล็กคงต้องหยุดกิจการชั่วคราวไปก่อน
 
แม้ว่าขณะนี้ภาวะทางเศรษฐกิจไทยจะยังแข็งแรงดีอยู่ แต่หากยังต้องอยู่นิ่ง ๆ แบบนี้ไปอีก 4-5 เดือน ก็เชื่อว่า จะบั่นทอนทำให้ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจที่สะสมไว้นั้นจะค่อย ๆ หายไป ค่อย ๆ อ่อนแอลงเรื่อย ๆ ตราบใดที่ยังไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจบริหารงานเต็มร้อยเข้ามาบริหารงาน.
 
ณัฐธินี มณีวรรณ
1 พฤษภาคม, 2014 Itipon   16 74 210

กรุณา Log in หรือ Register ก่อนแสดงความคิดเห็นในกระทู้

5 ความเห็น

+6
โหวต
สถานการณ์ตอนนี้ซึมกันทั่วหน้าครับ

สายชิ้นส่วนยานยนต์วันนี้ตกกันไม่ต่ำกว่า 30% ยังดีที่ยังพอส่งออกประทังยอดขายกันไปได้

ก็ได้แต่หวังว่า กลุ่มคนที่ออกมาเย้วๆตอนนี้จะตั้งสติได้และหาทางลดความเสียหายที่เกิดขึ้นไปแล้วกันได้นะ.....
2 พฤษภาคม, 2014 bbonly   1 11 20
+1
โหวต
ถ้าสมมติมีเงินสดเย็นๆ 2.3 ล้าน ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร  แล้วฟองสบู่ดันแตกจริงขึ้นมา

ไม่ได้ต้องการซื้อคอนโดเท่าไหร่ แต่โอกาสทองก็เลยอยากเก็บไว้สักห้อง

ห่างรถไฟฟ้าไม่เกิน 300 เมตร ขนาดสัก 30ตร.ม. คิดว่าน่าจะได้ช้อนทำเลไหนครับ (ฟองสบู่ไม่แตกไม่เรียกว่าช้อน)
4 พฤษภาคม, 2014 Itipon   16 74 210
+1
โหวต
มีแต่คนหวังลมแล้งๆว่าคอนโดมันจะฟองสบู่ แตกจริงๆ ผมมองว่ารอบนอกมากกว่าในเมืองอ้วกแตกแพงจนไม่รู้จะยังไงอีกอย่าง ปัจจัยสมัยนี้มันมีรถไฟฟ้า ต่อให้ตายดิ้นยังไงราคาก็ไม่ลงหรอก
5 พฤษภาคม, 2014 punro937   5 28 46
งงครับ ตกลงว่า รอบนอก หรือ ในเมือง แพงอ้วกแตก

คนที่ไม่จำเป็นต้องซื้อ ราคาไม่ลงก็คงไม่ได้ซื้อครับ
รถไฟฟ้าไม่ได้เข้าไปถึงในซอยนะครับ ปลายบันไดสถานีนึงมีไม่กี่จุดเอง
ทำเลดีขนาดไหนก็มีหลุดมาทุกที่ค่ะ แค่ว่าจังหวะไหนใครได้ไปแต่ภาพรวมรวบนอกคงชะลอไปแต่เรื่องฟองสบู่ไม่เห็นแน่นอนเพราะขนาดยังไม่ถึงขั้นร้ายแรงยังรัดเขมขัดขนาดนี้
ผมเป็นหนึ่งในคนที่ฝันลมๆแล้งๆ คนนึงครับ 555

รออยู่ว่าจะได้ซื้อในราคาต่ำรึเปล่า ไม่ซื้อก็ไม่เป็นไร ไม่ได้จำเป็นต้องซื้อ

ราคามันจะลงก็เพราะ คนที่คิดว่ามีกำลังพอจ่าย แต่ถ้าพอ ศก แย่ลง จ่ายไม่ไหว ก็ต้องยอมทำทุกทางที่จะขายให้ได้เร็วที่สุด ยิ่งแนวรถไฟฟ้า คอนโดขึ้นมากมาย แถมราคาระดับที่ผม งง ว่า คนไทยรวยขึ้นเยอะเลยเหรอถึงซื้อคอนโราคาระดับนี้กันได้  คนที่อยากอยู่แนวรถไฟฟ้าส่วนใหญ่ (นอกจากพวกเก็งกำไร) ผมเชื่อว่าเพราะสะดวกในการเดินทางไปทำงาน คือ มนุษย์เงินเดือน ซึ่งผมว่าราคาหลายๆที่ มันเกินเอื้อมสำหรับมนุษย์เงินเดือนรายได้กลางๆ ไปมากแล้ว

บางโครงการ ใกล้รถไฟฟ้า แต่ทำเลแถววงเวียนใหญ่ ซึ่งในความเห็นผม ตร ม ละแสน แพงมว๊ากกก (หรือคนฝั่งธนรวยกันมาก) แต่ ถ้าเป็นผม ตร ม ละแสน ผมขอไปอยู่ในเมืองที่สะดวก ของกินเยอะ ใกล้ห้าง ดีกว่า นี่แค่ใกล้รถไฟฟ้าอย่างเดียว คงต้องเป็นคนในพื้นที่ ซึ่งก็น่าจะอยู่ตึกแถวกันอยู่แล้ว จะมาอยู่คอนโดเพื่อ?

ต้องรอดูว่า ถ้า ศก แย่ขึ้นมาจริงๆ จะกระทบด้านจิตวิทยาแค่ไหน โดยเฉพาะคนซื้อเก็งกำไร ผมเห็นในเว็บ Prakard มีประกาศขาย ด้วยคนๆเดียวกันถึง 3-4 unit เกือบทุกที่ แสดงว่าคนซื้อเก็งกำไรไม่น้อย ซึ่งถ้าไม่มีเงินหนา คงต้องหนีตาย
+1
โหวต
มีคอนโดไว้ก็ดีเหมือนกันนะครับ...
9 พฤษภาคม, 2014 กิตติ เดชะโชคบุญ   1
+3
โหวต
คนทั่วไปเข้าใจผิดเรื่องสภาพคล่องในระบบ จริงๆ แบงค์มีสภาพคล่องท่วมท้น แต่ไม่กล้าปล่อยสินเชื่อเพราะความเสี่ยงที่เศรษฐกิจซบเซา ทำมาหากินยาก โอกาสหนีเสียสูง

แต่ลูกค้าชั้นดีได้เปรียบเพราะแบงค์แย่งกันให้สินเชื่อ นั่งรอจังหวะสวยๆ ช้อนซื้อเมื่อคนทิ้งดาวน์กัน จะเห็นว่าหลายคนมีเงิน รอของถูกกันทั้งนั้น ตลาดเป็นของผู้ซื้อ เลือกได้ ฉะนั้นขึ้นกับเวลาว่าเมื่อไหร่เศรษฐกิจผงกหัวตลาดอสังหาก็จะเริ่มฟูอีก วัฏจักร์เศรษฐกิจก็เป็นฉะนี้
9 พฤษภาคม, 2014 singhachai   1 7 21
...