6,365 กระทู้

31,202 ความเห็น

17,258 ช่วยเสริม

121,794 สมาชิก

Recent Badges

ดึกดำบรรพ์
- piyacondo -
สนิมเกาะ
- temimm -
วัตถุโบราณ
- temimm -
ดึกดำบรรพ์
- kaewtakamlaihotmail- -
สนิมเกาะ
- natty-pp -

Ashton Asoke 8m บาท ควรที่จะซื้อลงทุนหรือไม่

+1
โหวต

เนื่องจาก Aston Asoke ตั้งอยู่ใกล้กับ mrt สุขุมวิทมากก เป็นทำเลที่หาได้ยาก ถ้าเทียบกับราคาแล้วเรากลัวขายไม่ออกจริงๆค่ะ

ถ้าอย่างน้อย ตกแต่งอีก 2 แสนกว่าบาท ขายก็ต้องตั้งสูงกว่าอยู่แล้ว คิดว่าจะขายได้ไหมคะ

กะจะอยู่สัก 2-3 ปีแล้วขาย

ห้องขนาด 34 ตร.ม ฝั่งตะวันออก ชั้น 26

24 ธันวาคม, 2017 TTW  

กรุณา Log in หรือ Register ก่อนแสดงความคิดเห็นในกระทู้

5 ความเห็น

+7
โหวต
เมื่อก่อนผมเคยคิดว่า ทำเลเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โลเคชั่น โลเคชั่น โลเคชั่น แต่หลังจากที่ผมมีประสบการณ์ได้สัมผัสกับโครงการนี้แล้ว ทำให้มุมมองของผมต่อโลเคชั่นเปลี่ยนไปตลอดกาลครับ

ห้องขนาด 34 ตร.ม. ลงทุนมา 8 ล้านบาท ถ้าลงทุนเป็นเงินสด คิดว่าจะต้องได้ค่าเช่าเท่าไร ถึงจะคุ้ม และจากค่าเช่าที่ต้องได้รับ ซึ่งแน่นอนไม่ใช่ราคาที่คนไทยจะเช่าไหว ถามว่าต่างชาติจะมาเช่าหรือเปล่า มองไปรอบๆ ในคอนโดที่พื้นที่ใกล้เคียงกัน และต้นทุนต่ำกว่า ผมมองไปที่ Egde ของแสนสิริ(ราคาซื้อตอนเปิดโครงการประมาณ 180,000 บาทต่อตารางเมตร) ที่ตั้งอยู่ในซอย 23 ซึ่งไม่ห่างจากโครงการนัก ตอนนี้เห็นปล่อยให้เช่าอยู่ที่ 28,000-32,000 บาทต่อเดือน ซึ่งมีห้องปล่อยเช่ามหาศาล ตรงนี้ ต้องถามก่อนว่า คุณพร้อมที่จะปล่อยเช่าในเรทราคาใกล้เคียงกันหรือไม่ และไหนที่จะต้องปล่อยแข่งกับอีก 600 กว่าห้องในโครงการนี้อีก(จำนวนห้องที่หักส่วนของแบบ 2 ห้องนอนไปแล้ว) อยากจะบอกว่าจากประสบการณ์ของผม ห้องขนาดน้อยกว่า 45 ตร.ม. จะเป็นห้องขนาดที่ลูกค้าญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบ ทำให้จะไม่มองเลยครับ


โครงการนี้ บอกตรงๆผมเองเคยก็มี หลังจากตรวจรับ ก็เพิ่งขายขาดทุนไป เป็นโครงการแรกตั้งแต่ที่ซื้อขายคอนโดมา และจะเป็นโครงการสุดท้ายของผม ที่จะซื้อกับเจ้า Dev เจ้านี้ ถ้าไม่ได้เห็นห้องจริงและส่วนกลางจริงก่อน ผมไม่ซื้อแน่นอนครับ

เป็นการขายดาวน์ขาดทุน ที่ดีใจ และโล่งใจที่สุดทั้งๆที่ขายขาดทุนแท้ๆ ถามว่าทำไมผมถึงขายขาดทุน ก็เพราะว่าผมไม่คิดจริงๆว่าจะได้เจอกับสภาพส่วนกลาง และตัวแปลนของห้องที่ทำออกมาได้น่าผิดหวังที่สุดในความคิดเห็นของผม

เริ่มตั้งแต่ทางโครงการเร่งให้ตรวจรับห้อง โดยมีข่าวว่าสามารถจะเข้าตรวจรับห้องได้ตั้งแต่เดือน ต.ค. และก็เลื่อนมาจนปลายเดือน พ.ย. ทั้งๆที่โครงการภายใน และภายนอกยังไม่เสร็จสมบูรณ์ 100% แต่ก็ยังจัดงานEvent ตรวจรับห้องออกมาจนได้ สุดท้ายทางเซลล์ก็มีการโทรตามเพื่อนัดหมายให้ตรวจรับห้อง ซึ่งผมก็เข้าไปในวันนั้น และความไม่ประทับใจของผมก็เริ่มขึ้น

- แปลนห้อง อันนี้ก็ต้องบอกกันตรงๆก่อนว่าอาจจะเป็นความผิดของผมเอง ที่ไม่ได้ศึกษาแปลนห้องให้ดีตั้งแต่แรก ด้วยความที่ผมอยากได้ห้องแบบที่มีห้องนอนที่ประตูปิด เปิด ได้จริงๆ ไม่ใช่แบบประตูสไลด์กั้นห้อง ซึ่งเก็บเสียงไม่ดีนัก ทำให้ผมจำเป็นต้องเลือกห้องในด้านทิศตะวันตก ซึ่งมองจากแปลนห้อง ผมมองปัญหาไม่ออกจริงๆ จนผมได้เข้ามาตรวจห้อง และเจอปัญหาเข้าอย่างจัง ปัญหาของผมคือ มีส่วนของเสาโผล่ออกมากลางห้อง ซึ่งส่วนของเสาที่โผล่ออกมานั้น มันโผล่ออกมาไม่ยาวพอที่จะใส่เตียง 5 ฟุตลงไปแล้ว ไม่เกิดช่องว่าตรงหัวเตียง และก็อีกเรื่องที่สำคัญสำหรับผมมากๆคือ เนื่องจากหน้ากว้างของห้องค่อนข้างจะแคบ ทำให้ยากมากๆที่จะวางเตียง 6 ฟุตได้ เพราะจะติดประตูเวลาเปิดเข้ามาในห้องนอน ทั้ง 2 เรื่องค่อนข้างจะหนัก โดยเฉพาะเรื่องหัวเตียงที่ไม่สามารถวางแนบไปกับผนังได้ตลอด และเกิดช่องว่างขึ้น ตรงนี้ ทำให้มีทางเลือกไม่มาก นอกเสียจากการที่เราต้องบิ้วอินส์เพื่อปิดช่องตรงหัวเตียงตรงนั้น ทั้งหมดนี้ เกิดจากแปลนห้องที่หน้าแคบเกินไป ทั้งๆที่เป็นห้องขนาด 33 ตร.ม. แต่การออกแบบห้องที่แคบและลึกทำให้การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ยากมากๆ และส่วนที่ทำให้อึ้งอีกอย่างในห้องก็คือ ราวระเบียงกันตกในห้องพัก ที่ทำจากเหล็กกล่อง ซึ่งด้วยราคาและระดับของ Ashton Asoke น่าจะให้วัสดุราวระเบียงมาได้ดีกว่านี้ อย่างน้อยที่สุดน่าจะให้ดีกว่า ไอดีโอคิว (ผมมีห้องที่ไอดีโอแถวๆราชเทวี ซึ่งงานส่วนกลางและราวระเบียงทำจากเหล็กแบน)

-ส่วนกลาง หลายๆส่วนในส่วนกลางทำออกมาได้น่าผิดหวังสำหรับผม โดยเฉพาะเสาที่หุ้มด้วยอลูมิเนียมคอนโพสิทตรงสระว่ายน้ำชั้น 34 และผนังซึ่งทำจากเหล็กมาอ๊อกเข้าเป็นตารางแล้วใส่กระจกลงไป ดูไม่หรูในสายตาผม และการดูแลรักษาในระยะยาวการทำความสะอาดทำได้ยาก รวมทั้งก่อนทางเข้าล๊อบบี้ ซึ่งตัวเสาทำเป็นลายนูนสีดำๆทึมๆ ทั้งหมดนี้ ช่างต่างจากวีดีโอพรีเซ้นต์ที่ได้ลงไว้ ซึ่งทำให้ผมต้องใช้จินตนาการอย่างสูงในการพยายามนึกภาพที่มาจากวีดีโอพรีเซ้นต์ กับภาพที่มาจากความจริงว่าเป็นภาพจากสถานที่เดียวกัน (แต่เท่าที่ได้ข่าวมา ได้ยินว่า มีกลุ่มลูกค้าได้คุยกับทาง Dev แล้ว และมีการเจรจาเพื่อแก้ไขส่วนกลาง ซึ่งคงต้องรอตอนจบว่าจะออกมาในรูปแบบไหน)

-ทางเซลล์พยายามเร่งแก้ไขข้อบกพร่องในห้อง เพื่อให้ทันโปรเร่งโอนก่อนปีใหม่ ทั้งๆที่ตัวหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดก็ยังไม่ออก(update เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ถามเซลล์ว่าออกรึยัง เซลล์แจ้งว่ายังไม่ออก)

-ประเด็นอ่อนไหวเรื่องทางเข้า ที่เป็นที่ของ รฟม. ซึ่งทาง Dev ได้รับอนุญาตให้ใช้ได้อย่างถูกต้อง แต่ รฟม. ก็มีเงื่อนไขอยู่เกี่ยวกับการใช้พื้นที่ ซึ่งรายละเอียดต้องไปหาโหลดจากเว็บ EIA และโหลดมาอ่านกันครับ เพราะมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ ตรงนี้อยากให้เจ้าของห้องทุกๆท่านเข้าไปอ่านให้ครบถ้วนครับ จะได้เข้าใจตรงกันถึงเงื่อนไขของทาง รฟม.

ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าถามว่าคุ้มหรือไม่ ส่วนตัวผมมองว่า ถ้าซื้อเพื่อให้เช่าหรือลงทุน เหนื่อยครับ เพราะยังมี Supply จาก MRT สถานีเพชรบุรีอีกเยอะ 

ในระยะยาว ถ้าให้ผมประเมิน ผมมองว่าตัวCapital Gain มีโอกาสจะขึ้นอยู่แล้ว แต่การซื้อ ขายต่อ คงไม่ง่ายแน่นอน จะเข้าทำนอง ราคาขึ้นจริง แต่การขายไม่ได้ขายง่าย เพราะรอบๆของโครงการยากที่จะหาปัจจัยบวกใหม่ๆ เพราะปัจจัยบวกต่างๆมีมาก่อนขึ้นโครงการและกลายเป็นต้นทุนสะท้อนออกมาเป็นราคาโครงการไปเรียบร้อยแล้ว



25 ธันวาคม, 2017 vicc   55 145 395

คุณ Vicc มอง Ideo Q ราชเทวี ยังไงครับ เห็นตอนนี้มีขายขาดทุนอยู่หลายห้องเลย

คุณ xst171 คงหมายถึง ไอดีโอคิวสยามราชเทวี รึเปล่าครับ เพราะ ไอดีโอคิวราชเทวี โอนหมดไปนานแล้วครับ ถ้าถามผม ว่า ไอดีโอคิวสยามราชเทวี เป็นอย่างไร ผมว่า ส่วนกลางอลังการ ลิฟท์ส่วนตัว วัสดุภายในที่ดีกว่าไอดีโอคิว ราชเทวี พวกนี้ดีก็จริง แต่ก็แลกมาด้วย ราคาค่าตัวที่สูงขึ้นเยอะ อยากแนะนำให้ไปซื้อ ไอดีโอคิวราชเทวีดีกว่าครับ อย่าลืมว่า ส่วนกลางเยอะ ลิฟท์เยอะ ค่าบำรุงรักษาก็เยอะตามไปด้วย ในระยะยาวมีโอกาสอย่างมากที่จะทำให้เงินส่วนกลางไม่พอใช้ และต้องขึ้นค่าส่วนกลาง ไอดีโอคิวราชเทวี ผมว่าส่วนกลางก็ไม่ขี้เหร่ และเหมาะสมกับจำนวนยูนิตแล้ว นอกเสียจากเรื่องลิฟท์ที่น้อยไปหน่อย (มีลิฟท์แค่ 2 ตัว)

แต่ละแวกนี้ ยังมีอีกหลายโครงการระดับไฮโซที่จะตามมา ทั้งพฤกษา แสนสิริ(ที่กำลังก่อสร้าง) AP ซึ่งราคาก็สูงตามไปด้วย แต่กลับเรื่องของการเช่า กลับหาคนเช่าระยะยาวได้ยากมาก ผมมองว่า มันดูจะไปด้วยกันไม่ค่อยได้นะ ถ้าจะลงทุนปล่อยเช่า แนะนำตอนนี้ เอกมัยถึงพร้อมพงษ์ และเป็นห้องขนาดใหญ่เกิน 45 ตร.ม. หรือ 2 ห้องนอนเท่านั้น ที่สำคัญ ราคาห้ามเกิน 2 แสนบาทต่อตารางเมตร ถ้าเกินกว่านี้ ให้รอดูต่อไปครับ

ขอบคุณครับ ผมเพิ่งรู้ว่า Ideo Q มีสยามราชเทวี กับ ราชเทวี

ในทำเลเอกมัย ถึง พร้อมพงษ์ ตอนนี้ยังไง มีคอนโดไหนน่าสนมั้ยครับ หลังจากผมจับ The crest 34 มา จากนั้นมายังไม่มีคอนโดไหนราคาต่ำกว่า 2 แสนอีกเลย....แต่ The crest ปล่อยเช่ายากเหมือนกันนะครับ อาจจะเป็นเพราะว่าห้องเล็กว่า 45 แบบที่คุณ Vicc ว่า

ตอนนี้ ถ้าไม่ใช่คอนโดมือสอง คงยากแล้วครับ

ช่วงก่อนยังมี อย่าง Rhythm 42 ที่มีขายออกมาขาดทุนจากนักเก็งกำไร กับ Lot สุดท้ายแบบ 2 ห้องนอนชั้นสูง ที่ทางAPทำราคาพิเศษออกขาย ซึ่งก็หมดไปแล้ว ทั้ง 2 แบบ

ตอนแรกๆผมมีอคติกับโครงการ Rhythm 42 อย่างแรงเลย เพราะว่าซอยสุขุมวิท 42 มันเป็นซอยวันเวย์ แต่หลังจากที่มีโอกาสเข้าไปช้อนซื้อ ปรากฏว่ากลายเป็นโครงการที่ดีกว่าที่คิดไว้เยอะเลย ทั้งส่วนกลาง แปลนห้อง แปลนอาคาร ทำออกมาได้อย่างลงตัว เช่น แปลนส่วนกลางทุกๆ 4 ชั้นจะมีต้นไม้ และสวนภายใน ให้อากาศและลมสามารถถึงกันได้หมด จำนวนที่จอดรถมากถึง 70% แปลนห้องทำให้เกิดห้องมุมได้เยอะขึ้น ที่สำคัญทำเลติดเกตุเวย์ และการเดินทางแบบวันเวย์ทั้งขาเข้า และออกจากโครงการก็ไม่ได้ยากแบบที่คิด แถมจะไปพระโขนง หรือไปเอกมัย หรือไปทองหล่อ พระราม4 ก็ออกไปได้หมด

ที่สำคัญคนญี่ปุ่นชอบโครงการนี้ครับ ช่วงนี้ เริ่มมีหลายๆคนตามหาโครงการนี้ บางทีผมก็ไม่เข้าใจสถานการณ์ของโครงการนี้เหมือนกัน เพราะตอนเริ่มเปิดตัว ทุกๆคนบอกว่าไม่ดี แพง ทำเลแย่(ซึ่งทุกๆคนรวมถึงผมด้วย) แต่ก็ขายหมดแบบเกือบจะ Sold Out พอโครงการใกล้เสร็จ นักเก็งกำไรทั้งหลายก็เอาออกมาเทขาย แบบขายขาดทุนกันบานตะไท โดยโครงการยึดคืนไปก็มี แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าใครคิดว่าที่ซื้อจากนักเก็งกำไรที่ขายขาดทุนคือราคาที่ถูกที่สุดแล้ว คุณคิดผิด เพราะสุดท้ายทาง AP ทำราคาพิเศษออกมาขายถูกกว่า(แต่มีแต่แบบห้องใหญ่ 2 ห้องนอนนะ) กว่าทาง AP จะเข็นขายจนหมด สุดท้ายกลับกลายเป็นว่า มีคนสนใจจะซื้อห้องที่นี่ จนถึงกับต้องมาประกาศตามหา อยากถามคนที่คิดจะซื้อตอนนี้ ว่าแล้วตอนที่เค้าขายขาดทุนกันนะ คุณไปอยู่ไหนมา 5555

+4
โหวต
คุณ vccc วิเคราะห์ได้ดีครับ แต่มีข้อสังเกตุคือ
-น่าแปลกใจ ชาวญีปุ่นทำไมเลือกห้องใหญ่ๆ ทั้งๆที่พวกห้องพัก โรงแรม ที่บ้านเขามันเล็กมากกว่าที่ไทยเยอะ แต่อาจจะเป็นเพราะมีกำลังซื้อเยอะก็ได้
-ห้องที่นี้ผมว่าก็หน้ากว้างมาตรฐานคอนโดทั่วๆไปนะ เพียงแต่วิธีการกั้นห้องภายในที่ให้ความสำคัญกับ living room ทำให้ห้องนอนออกมาดูแคบลึก (และทางไประเบียงห้องนอน ห้อง 30 ตรม ก็ยิ่งแคบมาก) ถ้าห้องหน้าแคบจริงๆก็ต้องยกให้ ณเดช นั่นแหละครับ
-ผมก็เป็นอีกคนที่ไม่ชอบดีไซน์ตึกเท่าไหร่ ถ้าไม่มีกระจกโค้งนี่จบเลย  สระว่ายน้ำในร่มที่ล้อมรอบไปด้วยเสาโครงสร้างก็ไม่ถูกชะตาเอาซะเลย ถ้าตึกนี้ไม่มีกระจกโค้ง แล้วไปอยู่แถวนนทบุรี คงไม่มีใครสนใจแน่ๆ
-เรื่องเงื่อนไขทางเข้าน่าสนใจ  พอสรุปเงื่อนไขทางเข้าเท่าที่เข้าใจได้ไหมครับ  

26 ธันวาคม, 2017 gigluck   8 30 81
+3
โหวต

พูดถึงแล้วก็เศร้ากับโครงการที่อยู่ในทำเลที่เรียกได้ว่าเป็นที่สุดกับผลงานที่ออกมาสะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติการทำงานที่มองเห็นแต่ผลกำไรและตัวเลข แต่ยังไงตอนจบก็คิดว่าโครงการนี้จะยังแก้ตัวได้แต่จะได้แค่ไหนคงขึ้นอยู่กับลูกบ้านด้วยว่าจะกดดันได้ขนาดไหน ข้ามมาดูอีกตัวในทำเลโวนเดียกันอย่าง Edge ที่เป็นต้นแบบการโอนก่อนเก็บงานทีหลังที่จะปีแล้วยังเก็บไม่เสร็จเสียทีแต่อันนี้โอนไปหมดแล้วเรียกได้ว่าลำบากมากในการจะแอคชั่นอะไรในตอนนี้ ถ้า Ashton ลูกบ้านปล่อยปละละเลยผลก็คงเป็นเหมือน Edge เพราะสเตปการโอนแทบจะลอกกันมาเลยรวมทั้งสภาพด้วย

ผู้บริโภคสมัยนี้คงต้องทำใจจริงๆถ้าโครงการไหนอยู่ในโลเคชั่นที่ดี ขายหมด Dev ก้ไม่ค่อยสนใจอะไร ได้ยอดไปแล้ว ถ้าโครงการไหนยอดไม่ดีนี่สิถึงจะได้รับโปรดัคต์ที่ดีๆบ้าง

27 ธันวาคม, 2017 cifa   2 11 13
+3
โหวต

คนมักพูดว่า Ashton Asoke คือทำเลที่ดีที่สุด

ส่วนตัวนะครับ ทำเลนั้นดีจริงๆ แต่อาจไม่ใช่ทำเลคอนโดที่ดีที่สุด

มองลูกค้าญี่ปุ่นกลุ่มแรกก่อน คนกลุ่มนี้มี community ครบในฝั่งสุขุมวิท 33 ถึงทองหล่อ กับฝั่งสุขุมวิท 18-48 ซอยเหล่านี้มีรถกะป๊อ ที่แม่บ้านญี่ปุ่นใช้สัญจรระหว่างซอยเชื่อมตามเขตที่ว่ามา

มองลูกค้าฝรั่ง คนกลุ่มนี้ไม่อยู่ห้องเล็กครับ และ community คนเหล่านี้ค่อนข้างแข็งแรงแล้วในโซนร่วมฤดี เพลินจิต หลังสวน สาทร กับกระจายออกไปอ่อนนุช และอารีย์

กลับมา Ashton Asoke

ผมยังสนับสนุนว่าทำเลดีจริง แต่มีใครสังเกตุมั้ยครับว่าทำไมคอนโดรุ่นพี่ๆแถวๆนี้ก็ไม่เด่นเรื่องเช่าเท่าโซนต่างๆด้านบน

ผมมองว่าคุณเจ้าของกะทู้ถามช้าไป 3 ปีครับ ผมว่าที่นี่คนซื้อมือแรกเค้าได้กำไรกันไปหมดแล้ว ตัวราคาก็เริ่มไม่ขึ้นแล้ว ถ้าจะใช้งบต่อตารางเมตรเท่าๆกัน. อยากให้มองโซนที่แพงเท่ากัน แต่หาคนเช่าได้ชัวร์กว่าครับ 

30 ธันวาคม, 2017 Bangkok Man   1 1 6
+4
โหวต

ผมเชื่อว่าถ้าจะวิเคราะห์โครงการนี้กันจริงๆ เขียนได้ยืดยาวเป็นหน้าๆ ลามปามไปถึงการวิเคราะห์เศรษฐกิจระดับชาติ หรือภูมิภาคนี้ได้เลยทีเดียว แต่ถ้าพูดกันโดยสรุป สาเหตุที่ทำให้ AA ณ วันโอนไม่ปังอย่างที่คิดฝันไว้เหมือนเมื่อครัั้งเปิดตัว...ก็น่าจะได้ประมาณนี้

1. ราคา/ตร.ม. ไม่เพิ่มแล้ว -- ราคา/ตร.ม. ของคอนโดกลางเมืองไม่ได้ขยับขึ้นต่ออย่างที่คิดแล้ว เรียกว่ามาชนเพดานของทศวรรษนี้แล้วก็ว่าได้ ถ้าจะก้าวไปอีกขั้นคงต้องอาศัยเวลาพอสมควร ภาษาหุ้นก็คือช่วงนี้ราคาคอนโด Sideway ออกข้าง (ในขณะที่ราคาหุ้นจริงๆอยู่ในขาขึ้นเต็มตัว) ซึ่งราคาของ AA ที่บวกกันมาอย่ามหาศาลเมื่อตอนเปิดขาย มา ณ ตอนนี้ มันไม่วิ่งต่อแล้ว

2. อโศกไม่ใช่แหล่งที่(น่า)อยู่อาศัย -- ต้องเข้าใจว่าอโศกเป็นแหล่งธุรกิจ ฮับสำหรับเดินทาง แต่ไม่ใช่แหล่งที่ถ้าใครคิดจะมีที่อยู่อาศัยจริงจังจะนึกถึง ซึ่งก็หมายรวมถึงการปล่อยเช่าระยะยาว 1 ปี++ ด้วย ที่ผู้เช่าก็มักจะไม่นิยม

3. ผู้เช่าระยะยาวหายาก -- สืบเนื่องจากข้อ 2 จึงทำให้ผู้เช่าระยะยาวมีจำนวนไม่มากนัก โดยเฉพาะผู้เช่าชาวญี่ปุ่นที่ไม่ค่อยจะข้ามฝั่งเลยแยกอโศกมาเท่าไหร่ และส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู๋แถวพร้อมพงษ์และทองหล่อ ซึ่งถ้าไม่ปล่อยเช่าชาวญี่ปุ่น ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะปล่อยเช่าใครที่จะให้ได้รายได้ที่สม่ำเสมอ และมีปัญหาน้อย

4. จำนวนห้องที่เยอะมาก -- 783 ยูนิต นี่มันมหาศาล เป็น 2 เท่าของมาตรฐานคอนโดหรูทั่วไปเลยทีเดียว และแน่นอนไม่มีใครอยากอยู่แออัดกันแบบนั้น ถ้าไม่จำเป็น

5. มันไม่ Rare จริง -- พอคุ้นๆว่าเมื่อ 2-3 ปีก่อนจะมีคำพูดประมาณนี้ว่า AA คือ Rare item ที่หาไม่ได้อีกแล้ว ราคาถึงได้ทะลุโลกไปถึงดาวอังคาร สร้างปรากฏการณ์ในตอนนั้น แต่กาลเวลาก็พิสูจน์แล้วว่ามันไม่ค่อยจะ Rare จริงซักเท่าไหร่ เมื่อมีคอนโดฝั่งตรงข้ามถนนเกิดขึ้น ในราคาที่ใกล้เคียงกันแต่สเปคดีกว่ามากมาย มนต์ขลังของความเป็น Rare item คงใช้ไม่ได้กับยุคสมัยนี้ ยุคที่ใครๆก็พร้อมจะปล่อยที่ดินในมือออกมา หากได้ราคาที่น่าพอใจ....Rare แล้ว Rare อีกจนเต็มถนนไปหมดแล้ว

6. สเปคกับราคาไม่สอดคล้องกัน -- ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ซึมยาว ทำให้ developer หลายเจ้าต้องหันมาใส่ใจในรายละเอียดของสเปควัสดุ การออกแบบ หรือแม้แต่บริการพิเศษต่างๆ เพื่อให้คอนโดของตัวเองแตกต่างและขายได้ ทำให้ผู้บริโภคอย่างเราๆมีมาตรฐานที่สูงขึ้น คาดหวังอะไรได้มากขึ้น เรียกว่าถ้าจะจ่ายราคา/ตร.ม.ที่เท่านี้ ควรจะได้ของดีประมาณนี้นะ มาตรฐานตรงนี้ถูกยกสูงขึ้นมากๆหลังจาก AA soldout ไปเมื่อหลายปีก่อน สเปคของ AA ณ วัน(โอน)นี้ จึงไม่ค่อยจะสอดคล้องกับความคาดหวังของผู้บริโภคในปัจจุบันซักเท่าไหร่

7. หมดกองหนุน -- ปิดท้ายอย่างที่คุณ vicc วิเคราะห์ไว้ว่าปัจจัยบวกในอนาคตที่จะช่วยเพิ่มราคาแบบก้าวกระโดดให้กับย่านนี้มันหาไม่เจอแล้ว นอกจากปล่อยให้เวลาล่วงเลยผ่านไปซักระยะหนึ่งงงงงงงงงงงงง ซึ่งก็ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ ถึงจะสามารถคาดหวังผลกำไรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ จึงอาจจะพอสรุปได้ว่า AA นั้นหมดแรงสนับสนุนใหม่ๆที่ชัดเจนแล้ว

จริงๆพูดไปก็ช้ำไป เพราะผมก็เป็นคนหนึ่งที่เคยวิเคราะห์โครงการนี้ไว้อย่างสวยหรูเมื่อปีที่แล้ว และก็มีห้องที่นี่ด้วย แต่สุดท้ายก็ต้องมาปล่อยห้องที่มีไปแบบขาดทุนเช่นกัน โดยไม่คิดจะหวนคืนกลับไปอีกเลย ซึ่งก็ไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอีกครั้งก็ได้ แต่ก็เชื่อว่าตลาดคอนโดวันนี้ ไม่ใช่ที่ที่จะเอาเงินไปวางไว้เหมือนเมื่อตอนปี 55-57 แล้ว และน่าจะมีการลงทุนอย่างอื่นที่เหมาะสมกว่าในสภาพปัจจุบันนี้

แต่อย่างไรก็ตาม มันก็ขึ้นอยุู่กับสไตล์และความต้องการของแต่ละบุคคลด้วย บางท่านอาจจะสามารถทำกำไรจาก AA ได้อย่างมากมายเมื่อครั้งอดีต และยังสามารถทำได้อีก ณ วันใกล้โอน และเชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไปก็ยังสามารถทำกำไรจากคอนโดแห่งนี้ได้ ถ้าอย่างนั้น AA คงจะเหมาะกับท่านเหล่านั้นจริงๆ เพราะสามารถจับจังหวะเวลาได้อย่างเหมาะสมแม่นยำ และมีความอดทนมากพอ แต่สำหรับมือใหม่น้อยประสบการณ์อย่างผม AA ได้ให้บทเรียนที่จะอยากจะลืมมากที่สุดอันนึงเลยทีเดียว

เขียนไปเขียนมายาวเหมือนกัน นี่ผมตอบคำถาม ท่าน จขกท. รึยังครับ หรือมัวแต่บ่นอะไรเรื่อยเปื่อย 5555

7 มกราคม RoboM   4 11
edited 7 มกราคม RoboM

วิเคราะห์ได้ดีครับ ตรงใจผมเลย จากคนที่หัวอกเดียวกัน ขายขาดทุนเหมือนกัน 555

...