6,350 กระทู้

31,157 ความเห็น

17,245 ช่วยเสริม

121,493 สมาชิก

Recent Badges

สนิมเกาะ
- adler-sky -
วัตถุโบราณ
- adler-sky -
สนิมเกาะ
- bimbooboy -
วัตถุโบราณ
- bimbooboy -
สนิมเกาะ
- michaelpraws -

อีก 5 ปี คอนโดชานเมืองที่กว้างพอจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นแทนบ้านเดี่ยวรึเปล่า

+7
โหวต
นั่งคิดมาซักพักนึงแล้วค่ะ อยากถามความเห็นเพื่อนๆในนี้ดู

โดยส่วนตัวคิดว่า พฤติกรรมของคนเปลี่ยนไป คอนโดที่กว้างพอที่ครอบครัวจะอยู่ได้จริงแถบชานเมืองเช่น 2-3 ห้องนอน พื้นที่ซัก 70 ตรม up ที่จอดรถเพียงพอ ราคาสมมุติซัก 4-5 ล้าน จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในตลาด แทนบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ แม้ว่าในแถบนั้นจะยังหาบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ได้อยู่ก็ตาม แต่ก็มีคนในสัดส่วนที่มากขึ้นยินดีที่จะเลือกคอนโดแทน เพราะไม่ต้องการดูแลรักษาอะไรเยอะๆ

หรือว่าระยะเวลา 3-5 ปีนี่มันจะเร็วไปตลาดยังไม่รับ ต้องพูดกันซัก10 ปี หรือเพื่อนๆมีความคิดว่าไงคะ

ปล.ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ชานเมืองจะหมดไปหรืออะไรอย่างงั้นะคะ แต่หมายความว่า คอนโด size ใหญ่ชานเมือง ปัจจุบัน market share 0% แต่ว่า อีก 3 ปี อาจมี market share 3% อีก 5 ปี market share 8% ของตลาดที่อยู่อาศัยแถบนั้น
9 มีนาคม, 2013 Colleen   32 131 335
retagged 11 มีนาคม, 2013 Mr.Boom

กรุณา Log in หรือ Register ก่อนแสดงความคิดเห็นในกระทู้

14 ความเห็น

+7
โหวต
ลองคิดดูว่า ชานเมืองย่านรามอินทรา ปีที่แล้วพอหาที่ทางต้นๆซอยได้สัก 20,000 ต่อ ตรว ในบางซอย

ปีนี้ หาไม่ได้แล้ว แถมบางซอยปาเข้าไป 80,000 เข้าไปแล้ว

การจะทำเป็น บ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮม บนที่ดินราคานี้ ในทำเลย่านนี้ แทบจะเรียกว่าเป็นไปไม่ได้

ดังนั้นในเขตนี้ ย่านนี้ โดนคอนโดค่อยๆบุกมาแน่ๆ และจะค่อยๆ เปลี่ยนพฤติกรรมการยอมรับของผู้บริโภคไปทีละนิด

ในทำเลย่านรามอินทราจึงจะเกิดการเปรียบเทียบระหว่าง

บ้านเดี่ยว หรือทาวน์โฮม ในซอยลึกย่านชานเมือง VS คอนโดทำเลดีกว่าต้นซอย หรือติดถนน ในราคาเดียวกัน

ซึ่งยังเชื่ออยู่ว่า ในระยะ 5 ปีนี้ ยังเป็นตลาดใครตลาดมัน ผูู้หญิง อยู่คนเดียว หรือคนที่คิดเรื่องความสะดวกปลอดภัย มีโอกาสเลือกคอนโด แต่ครอบครัวใหญ่ต้องใช้พื้นที่ ถูกบังคับให้เลือกบ้านเดี่ยว หรือทาวน์โฮมอยู่ดี เพราะ แม้คอนโดจะทำออกมา 80 ตรม ราคา 4 ล้าน VS ทาวน์โฮม 3 ชั้น 220 ตรม ราคา 4 ล้าน คนที่คิดเรื่องพื้นที่ยังไง ก็ต้องทาวน์โฮม แต่เป็นทาวน์โฮมมี Brand มี Security ที่น่าจะมาบุกย่านนี้มากขึ้นครับ

คอนโด มาแน่ แต่น่ามาจับตลาด ราคา 1-2 ล้านก่อน เพราะตลาด 4-5 ล้านน่าจะเป็น ทาวน์โฮม Brand name มากกว่า ยังทำได้อยู่เนอะ
9 มีนาคม, 2013 Mr.OE   48 193 542
edited 9 มีนาคม, 2013 hmath_
เราพูดถึงประเด็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคเลยน่ะค่ะ แบบที่ว่า แม้ราคานี้จะเลือกบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮาส์ได้ ก็ยังมีกลุ่มคนที่จำนวนเพิ่มขึ้นที่จะเลือกคอนโดอยู่ดี แม้ว่าจะได้พื้นที่น้อยกว่า
เออ ผมเห็นด้วยนะ ผมว่าแนวโน้มสังคมบ้านเรา ครอบครัวมันค่อยๆเปลี่ยนไปจากที่เดิม เป็นครอบครัวขนาดใหญ่ มีพ่อ แม่ ลูก ปู่ย่าตายาย อา น้า พร้อมหน้าพร้อมตา อยู่ด้วยกัน กลายมาเป็นครอบครัวขนาดเล็กลง พ่อ แม่ ลูก หรือบางคนไม่คิดมีลูกด้วยซ้ำ ประกอบกับว่าคนสมัยนี้ก็เริ่มแต่งงานกันช้าด้วย หรือก็ไม่แต่งงาน  

เป็นไปได้นะ ว่า lifestyle ของคนเหล่านี้ จะชอบอยู่คอนโดมากกว่า
+8
โหวต
เราคุยกันในเว็บที่เน้นเรื่องคอนโด เลยคิดว่าการดูแลอะไรหลายๆอย่างเป็นเรื่องไม่สะดวก การอยู่คอนโดดีกว่า แต่คนที่ผมพบหลายคนเลยไม่เคยคิดมองคอนโดครับ เพราะเขาต้องการทำสวน ต้องการต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นในบ้าน มีพื้นที่ส่วนตัวที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวในรั้วบ้านจริงๆ มากกว่าเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ต้องไปใช้กับคนอื่น ซึ่งตรงนี้คนใช้คอนโดทำไม่ได้แน่นอน มีคอนโดราคา4-5ล้าน กับมีบ้าน 4-5ล้านบาท บ้านสามารถวางเรือนไม้ หรือชิงช้าไว้นั่งเล่นพักผ่อนได้ แต่คอนโดไม่ได้ บ้านทำบาร์บีคิวปาร์ตี้หรือทำปลาร้าต้มได้ได้ แต่คอนโดไม่ง่ายนัก บ้านเดี่ยวเจ้าของบ้านนุ่งผ้าขาวม้าล้างรถได้ แต่คอนโดทำแบบนั้นนิติวิ่งวุ่นแน่

มันหลากหลายความต้องการครับ คนที่ต้องการอยู่อาศัยในพื้นที่แนวราบก็ยังมีสูงมากเหมือนกันนะ
9 มีนาคม, 2013 lekbb   20 62 159
คือพี่เล็กสรุปว่าแนวโน้มในอนาคตไม่ได้มีคนมากขึ้นที่เลือกคอนโดเพราะอยากเลือก (ไม่ใช่ว่าเขาเลือกบ้านเดี่ยวไม่ได้) แต่กลุ่มคนที่เลือกเพราะจำเป็น
ประมาณนั้นครับ คนที่อยู่คนเดียวคงไม่อยากอยู่บ้านเดี่ยว140-200ตารางเมตร สามห้องนอนสองห้องน้ำแน่ๆ เพราะแค่ถูบ้านกับตัดหญ้าก็สลบแล้ว แต่ถ้าเป็นครอบครัวพ่อแม่ลูกอีกสองคน พ่อชอบเลี้ยงสัตว์คุณแม่ชอบปลูกต้นไม้ลูกชายเล่นฟุตบอลลูกสาวเรียนเปียโน ตรงนั้นคอนโดตอบโจทก์ลำบากกว่าเยอะครับ
ก้อนึกว่าครอบครัวเดี๋ยวนี้ขนาดเล็กลง มีลูกคนเดียวถือว่าปกติ ไม่มีลูกก็ไม่แปลก
เช่นครอบครัว พ่อแม่ลูกหนึ่ง พ่อดูCNNกับนั่งสมาธิ แม่นั่งดูหุ้น ลูกชายชอบเตะบอล แต่ไปเตะเป็นลีคกันใน รร อินเตอร์ กิจกรรมครอบครัวชอบเดินทางท่องเที่ยว เบื่อการง้องอนแม่บ้าน และให้แม่บ้านสับเปลี่ยนเข้าออกไปมา เขาก็จะอยากอยู่คอนโดมะ? ^^
อันนี้คือการพยายามปรับโจทก์ให้เข้ากับการอยู่คอนโดนะครับ อิอิอิ
.......มีจริงนาาา :-P
+9
โหวต
ในเงื่อนไขทำเลเดียวกันนะครับ   ถ้าคอนโดฯ (ชานเมืองด้วย) ราคาขนาดนั้น   แถมแถบนั้นยังพอหาบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ได้   ผมว่าผู้บริโภคน่าจะเลือกเป็นคนติดดินมากกว่านะครับ   ซึ่งผมก็ว่าบ้านมันตอบโจทย์หลาย ๆ ข้อที่คอนโดฯ ไม่สามารถตอบได้นะครับ   ขอยกจตัวอย่างตามความรู้สึกตัวเองล้วนๆ

1.   อยู่บ้านตื่นเช้ามา   กินกาแฟ   นั่งเก้าอี้โยกลมเย็น ๆ   เดินดูต้นไม้โน่นนี่ได้   ซึ่งถ้าอยู่คอนโดฯ (ที่พื้นที่ส่วนกลางเยอะ และดูแลรักษาดี ๆ) ก็สามารถทำได้นะครับ   แต่อย่างว่าแหละทรัพย์สินส่วนกลางมันให้ความรู้สึกต่างจากทรัพย์สินส่วนตรู

2.   คอนโดฯ 70 ตร.ม. เทียบกับบ้านเกือบ ๆ 200 ตร.ม.   เกือบ 3 เท่าเนอะ   ผมชอบพื้นที่เยอะ ๆ อ่ะ   ยิ่งบางอารมณ์ต้องการพื้นที่ส่วนตัวอีกด้วย   ส่วนคอนโดฯ เดินไปเดินมาเดี๋ยวก็เจอกันละ

3.   ถึงพฤติกรรมจะเคยชินกับคอนโดฯ แค่ไหน   ถ้าให้ผมต้องซื้อคอนโด 4 – 5 ล้านบาทแถบชานเมือง   แถมราคาพอฟัดพอเหวี่ยงกับบ้านอีกด้วย   ผมตอบตัวเองไม่ได้อ่ะว่าประเทศไทยขาดแคลนที่ดินขนาดนั้นเชียวหรอ

4.   อยู่บ้านเล่นจะเล่นหรือจะฟัดกับน้องหมา น้องแมวได้   แต่คอนโดฯ (ถึงจะอนุญาตให้เลี้ยง) แต่พื้นที่ประมาณ 7 – 80 ตร.ม.   ผมว่าก็อาจจะพอดีสำหรับ 2 – 4 คน   แต่ถ้าเพิ่มสัตว์เลี้ยงเข้าไปด้วย   ยังไงก็ไม่พออ่ะ (อย่าลืมนะว่าเค้าต้องกับอยู่บ้านทั้งวัน ทุกวัน หาพื้นที่ให้เค้าหน่อยเถอะ)

เอาแค่เหตุผลทางอารมณ์ข้างต้นนะครับ   ยังไม่รวมความแตกต่างในกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย   แล้วก็เรื่องปรับปรุงคอนโดซึ่งจะทำไรที  เช่น ทาสีตึกใหม่เอย   สร้างโน่นนี้เพิ่ม   ต้องมาขอมติเสียงส่วนใหญ่จากเพื่อนบ้านด้วย   คือเข้าใจแหละว่ามันคือกติกา   แต่ว่าหลายคนก็หลายความเห็นอ่ะ   ซึ่ง logic ผมคือแบบเราก็อยากทำบ้านเราด้วยความคิดเราเองอ่ะ (แล้วคอนโดนะ ถ้าส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย  ก็อดอ่ะ   เซ็งตายยยย)

P.S. ตอบมาซะยาวเลย   ว่าแต่คำถามของคุณ Colleen คล้าย ๆ กับสิ่งที่ผมต้องการคำตอบของตัวเองเหมือนกัน    ต่างกันตรงผมต้องตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกคอนโดฯ ในเมือง (พื้นที่ 50 ตร.ม. ห่าง BTS 300 เมตร) หรือทาวน์โฮมชานเมือง (22 ตร.วา พื้นที่ประมาณ 200 ตร.ม. ติดถนนใหญ่ แต่ห่าง BTS ประมาณ 6 กิโล)   ทาว์นโฮมราคาสูงกว่าล้านนึง   ถึงตอนนี้ยังคิดไม่ตกเลยครับว่าจะเลือกที่ไหน   เฮ้อ !! คิดไม่ตก   ถ้าไม่ติดต้องเข้ามาทำงานในเมืองนะ   ยังไงผมก็เลือกบ้าน
9 มีนาคม, 2013 LessispoR   10 19 45
ถ้า"ต้อง"เลี้ยงสัตว์ ยังไง บ้านได้เปรียบกว่าแน่นอน
ปล แต่โดยส่วยตัวรู้สึกถึงจุดอิ่มตัวของการเอาชีวิตใดๆมารับผิดชอบเพิ่มแล้ว เลี้ยงสัตว์มาตลอด แต่สงสัยหลังๆโดนล้างสมอง ตัวสุดท้ายตาย ไม่ขอเอาอีกแล้ว
คุณ LessispoR มีแนวโน้มตัดสินใจยังไง เพราะอะไรคะ อยากรู้ๆ เรื่องชาวบ้านคืองานของเรา อิอิ ^^
+6
โหวต
บ้านเดี่ยวที่อยู่ตอนนี้อยู่มาตั้งแต่ ป 5 ค่ะ พ่อแม่เลือกเพราะมีสนามหญ้า เอาไว้ให้ลูกวิ่งเล่น มีโต๊ะสนามเผื่อนั่งกินข้าวในสวนกัน

ผ่านไปสัก 5 ปี ลูกโตหมด นั่งทานข้าวก็ร้อน สรุปคือตอนนี้สนามหญ้ามีไว้ตัดอย่างเดียวค่ะ ไม่ได้ใช้ประโยชน์โดยตรงเลย แต่ประโยชน์ทางอ้อมก็มี คือมันก็สบายตาสบายใจดีค่ะ เห็นพื้นที่สีเขียวกว้างๆ

ส่วนบ้านอีกหลังที่อยุธยา เป็นบ้านแฝดซื้อไว้ปล่อยเช่า ตอนแรกมีสนามเล็กๆเหมือนกัน แต่ผ่านน้ำท่วมไปเลยเทปูนเลยค่ะ

ตอนนี้ ชอบคอนโด เพราะไม่ต้องดูแล

จริงๆไลฟ์สไตล์แบบที่จะอยู่บ้านแบบมีพื้นที่ได้ ต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างนะคะ ในความคิดของเรา เช่น ต้องมีเด็กเล็ก มีคนทำงานบ้าน สมาชิกหลายคนหน่อยจะได้ไม่เหงา ถ้าหากทุกคนทำงานกันหมด กลับบ้านมาเหนื่อยๆ ต้องมาทะเลาะกันเกี่ยงกันไปรดน้ำต้นไม้ คงเซ็งมากกว่าแฮปปี้อะค่ะ
9 มีนาคม, 2013 ao_chol   5 22 70
ขอบคุณที่มาแชร์ความเห็นค่ะ ใช่ เราว่าเรื่องการดูแลรักษามันเป็นประเด็นใหญ่จริงๆนะคะ การมีบ้านหลังใหญ่ๆ บริวารมากมายเหมือนสมัยก่อนเห็นจะไม่ work แล้ว นอกจากจะรวยมากๆและมีบารมีจริงๆ แล้วถ้าหาจ้างคนไม่ได้ ต้องทำทุกอย่างเอง มันแลดูเป็นภาระมากกว่าการอยู่บ้านแล้วจะได้พักผ่อนเนอะ
+3
โหวต
ไม่ได้หรอกครับ มีคอนโดตรงหน้าฟิวเจอร์

ขนาดตรม. ครึ่งเดียวกะบ้าน ยังราคาเยอะกว่าบ้าน แล้ว
9 มีนาคม, 2013 joeman911   1 2 4
+4
โหวต
คิดว่ามีสัดส่วนเพิ่มแน่นอนครับ

ต่างประเทศเค้าก็เป็นกันแบบนี้ ชานเมืองมีทั้งคอนโด ทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยว ปนๆกันไป

แต่ คอนโดเป็นจะสัดส่วนน้อย ถ้าเทียบกับบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ (จากเดิมที่แทบไม่มีเลย)
9 มีนาคม, 2013 Beam   44 168 617
+8
โหวต

สัดส่วนคงเพิ่มตามราคาที่ดินและความสะดวกในการเดินทางด้วยรถสาธารณะครับ

โครงการรถไฟฟ้าไปไกลถึงชานเมือง ไม่ต้องรออีก 5 ปี คอนโดก็ตามไปแล้วเห็นๆ

 

ถ้าต้องเลือกแนวราบกับแนวดิ่ง ก็ได้อย่างเสียอย่าง

แนวราบ เลี้ยงสัตว์ได้ ใช้แก๊สทำกับข้าวหนักๆได้ มีช่องแสงรอบทิศ มีสวนเป็นของตัวเอง

VS

แนวดิ่ง ปลอดภัยจากยุงและโจรที่เข้ามาทางหน้าต่าง(แต่อาจมาตามลิฟท์) เดินเท้าใกล้สถานีกว่าแนวราบ(ถ้าแนวราบไม่ได้แพงเวอร์และแนวดิ่งไม่ได้ถูกเวอร์)

 

แต่ถ้าเลือกได้ คนก็ไม่อยากจะแชร์ผนังกับใคร

คอนโดแชร์ทั้งผนังทั้งพื้น รบกวนกันรอบทิศเลย

ทาวน์เฮาส์แชร์ผนังซ้ายขวา คนก็พยายามจะเลือกห้องริม จะได้มีช่องเปิดเพิ่มและมีพื้นที่สวน

บ้านแฝดบางที่ก็แชร์ผนังข้างนึง หรือบางที่ก็แชร์เฉพาะโครงสร้าง อารมณ์ก็จะคล้ายบ้านเดี่ยว แต่เวลาเก่าไปจะทุบทิ้งสร้างใหม่ก็ต้องง้อข้างบ้านอยู่ดี

บ้านเดี่ยวปัญหาน้อยสุดแล้ว แต่ถ้าเลือกได้ก็จะเลือกบ้านหลังมุมหันหน้าเข้าสวนหลบจากเพื่อนบ้านให้มากที่สุด จะได้ลดปัญหากระทบกระทั่งให้น้อยที่สุด

ถ้าคนมีเงินจริง ยังไงก็เลือกบ้านเดี่ยวครับ แต่อนาคตอาจจะได้เห็นบ้านเดี่ยว 8 ชั้นก็เป็นไปได้ ส่วนคอนโดเป็นตัวเลือกบังคับของคนมีเงินน้อย

 

ในแง่ค่าก่อสร้าง เคยเห็นตัวเลขราคาประเมินว่าตึกสูงค่าก่อสร้างต่อตารางเมตรแพงกว่าบ้านธรรมดา

 

ส่วนอันนี้คือบ้านเดี่ยวนะครับ 5 ชั้น

ต่อไปจะมีแบบบ้านที่สูงกว่านี้และใช้ที่ดินน้อยกว่านี้อีกรึเปล่าก็ต้องจับตาดูว่าค่าก่อสร้างกับราคาที่ดินอะไรจะพุ่งแรงกว่ากัน

http://www.royalhouse.co.th/th/hometype3.php?home=f-90&id=174

9 มีนาคม, 2013 Itipon   17 75 210
edited 9 มีนาคม, 2013 Itipon
+6
โหวต
ผมเข้าใจในสิ่งที่คุณ colleen คิดครับ ผมคิดว่าในช่วง10ปีเราอาจจะเห็น Demand สำหรับคนที่เลือกCondo มากกว่าบ้านเพิ่มขึ้นมาในZone ชานเมืองสำหรับ คน new generationแต่ยังจะเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่าบ้านเดี่ยวหรือTownhomeครับแต่คนกลุ่มที่เลือกอยู่คอนโดต้องมีบ้างแน่นอน อาจเพราะด้วยหลายๆสาเหตุเช่น ครอบครัวสมัยใหม่ มีจำนวนสมาชิกลดลง ส่วนใหญ่อาจจะวางแผนชีวิตมีลูกแค่คนเดียว หรือไ ม่มีลูกเลย หรือแม้แต่อยู่เป็นโสดมากขึ้นด้วยครับ ในโลกใบนี้ สิ่งที่ไม่แน่นอนก็คือสิ่งที่แน่นอนที่สุด ยกตัวอย่างที่เห็นง่ายที่สุด คงไม่มีใครเคยขาดคิดว่าจะเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่มากขนาดนี้ และกินระยะเวลายาวนาน และจากเหตุการณ์ ครั้งนี้ ทำให้คนกรุงเทพ ที่ไม่เคยคิดจะซื้อคอนโดเลยก็มาซื้อคอนโดเป็นบ้านหลังที่2 ทั้งในกรุงเทพ และในต่างจังหวัด บางคนเคยอยู่บ้านมีพื้นที่บริเวณเจอน้ำท่วมครั้งนั้นก็เข็ดขยาดถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น เปลี่ยนมาใช้ชีวิตมาอยู่คอนโดแทนก็มี หรือถ้าลองมองย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นสัก15 -20ปีในช่วงที่คุณColleen ยังเป็นวัยรุ่น มีกลุ่มคนที่มีความชอบคอนโดในเมืองมากกว่าบ้านทั้งๆที่กลุ่มคนกลุ่มน้อยเหล่านั้นที่จริงแล้วอาจจะมี life style ที่ชอบแบบนี้หรือมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลยังไงก็แล้วแต่ และกลุ่มคนเหล่านี้ก็มักจะถูกถามอยู่เสมอว่าทำไมไม่ไปซื้อบ้านที่มีพื้นที่บริเวณ ทั้งที่20ปีที่แล้วรถก็อาจจะไม่เยอะหรือติดเท่านี้ ก็มันชอบแบบนี้นี่ คือคนเรามีความคิดต่าง ช่วงแรกๆสมัยนั้นอาจเป็นแค่คนกลุ่มเล็ก แต่ปัจจุบันกลุ่มคนเหล่านี้กลับกลายเป็นกลุ่มคนที่ใหญ่ขึ้นมาก ถามว่าทำไม ก็รถมันติด ก็อยากอยู่ใกล้รถไฟฟ้า ก็เพราะอยู่คนเดียวเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย หรือก็เพราะชอบวิวและมุมมองแบบ Bird'seyes View ที่บ้านให้ไม่ได้...etc. ทีนี้ลองจินตแารดูนิดนึง อาจจะไม่ใช่ในอนาคตอันใกล้นี้อาจจะสัก 30ปีต่อจากนี้ที่ดินนะเริ่มลดน้อยลงและสูงขึ้นมากจนการทำเป็นบ้านเดี่ยวหรือtownhome เริ่มที่จะไม่คุ้ม ค่าแรงงานและค่าวัสดุและInflation ที่เพิ่มขึ้น มันอาจทำให้เป็นเหมือน Fight บังคับเหมือนประเทศส่วนใหญ่ที่เค้าพัฒนาแล้ว แต่นั้นการคมนาคมด้วยรถไฟฟ้าต้องครอบคุมโยงใยมากกว่านี้และOffice Buildingก็อาจจะเริ่มเกิดขึ้นเป็น New CBD ใหม่ เช่นรัชดา หรือ ลาดพร้าว หรือlocationที่มีศักยาภาพในการพัฒนาได้ นั้นอาจจะเป็นปัจจัยช่วยเสริมให้คนย้ายออกมาชานเมืองที่มีการคมนาคมด้วยเครือข่ายรถไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบและlocationของ office ใหม่กระจายมาlocationในส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าที่มีศักยถาพ ประกอบGlobal Warming ทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลายและทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และอาจเกิดเ หตุการณ์ไม่คาดคิดอีกก็ได้ ใครกล้าconfirm 100% ว่ากรุงเทพจะไม่มีวันน้ำท่วมแยบบนั้นแล้วและถึงวันนั้นคนที่บอก"เอาอยู่" ก็อาจจะไม่อยู่แล้วก็ได้ หรือต่อให้อยู่หรือไม่อยู่ ผมก็ว่าผลลัพท์ไม่แตกต่างกัน อเไรก็เกิดขึ้นได้บนโลกใบนี้ เพียงแต่อานจะไม่ใช่ใน10ปีนี้ อาจจะสัก30ปี วันนั้นอะไรๆก็คงิปลี่ยนแปลงไปเยอะ Impossible is nothing
9 มีนาคม, 2013 Deokira   51 236 834
บ้าาา.....วัยรุ่นตลอดนะ
(",) just kidding krub
+3
โหวต
หลักๆคือเรามองในแง่ของการดูแลรักษาค่ะ สำหรับเราพูดตรงๆอยู่บ้านเดี่ยวใหญ่ๆถ้าไม่มีบริวาร ไม่มีลูกน้องคอยทำโน่นทำนี่ให้มันเป็นภาระเกินค่ะ รุ่นพ่อรุ่นแม่เขาเป็นเจนเนอเรชั่นที่มีบริวารเยอะได้

แต่โดยส่วนตัว รู้สึกว่าการพึ่งพาคนทำงานสมัยนี้ยากค่ะ ไม่ว่าจะแม่บ้าน พี่เลี้ยง คนรถ คนสวน ช่างต่างๆประจำออฟฟิส รุ่นเก่าๆที่อยู่มานาน ก็เหมือนจะแก่ตัวลงทุกทีๆ รุ่นใหม่ๆก็เลี้ยงเขายากค่ะ เขาก็อยากจะไปเป็นแม่บ้านประจำตึกช่างประจำตึกมีสังคมมีเพื่อนมากกว่ามานั่งจับเจ่าอยู่บ้าน  

พอเห็นญาติหรือเพื่อนที่สร้างบ้านกันที 1500 ตรม บ้าง 2000 ตรม >< ก็รู้สึกว่า จะทำไปทำไมเยอะแยะ ไอ้เรื่องสร้างนี่เราว่า มีเงินยังไงก็สร้างได้ค่ะ แต่มองไปข้างหน้าเราว่ามันจะเป็นปัญหาในการดูแลรักษา แล้วเราไม่อยากทิ้งอะไรที่เป็นภาระไว้ให้ลูกค่ะ

เลยรู้สึกว่าถ้าเราอยู่ด้วยอะไรที่มันน้อยๆ บริหารจัดการง่ายๆที่สุดเท่าที่ทำได้ น่าจะเป็นการดี สินทรัพย์จะได้เก็บเป็นอะไรที่ liquidate ได้ง่าย ใช้ชีวิตแบบลอยๆ จะได้ไม่ยึดติดกับสิ่งของมาก

แต่สงสัยความคิดประมาณนี้จะเป็นส่วนน้อยเนอะ ^ ^
9 มีนาคม, 2013 Colleen   32 131 335
ก็มีญี่ห้อSumsung ขายที่ power Buy มันทรงกลมและหมุนดูดฝุ่นไปเองเรื่อยๆพอเสร็จมันก็จะกลับเข้าฐานตัวเองอัตโนมัติครับ
คุณColleen ครับ เหรียญยังมี2ด้าน แต่ชีวิตมีหลายด้านนับไม่ถ้วนและแต่ละคนก็แตกต่างกันไป
ผมคิดว่าประเด็นหลักที่คุณ Colleen concern มันเกี่ยวกับ external factorที่คุณColleen ไม่สามารถ Control ได้ดั่งเช่นที่คุณ Colleen กล่าวมาเรื่องบริวารคือคนงานข้างต้นแต่ปัญหาเหล่านี้ถ้าเราไม่ไปยึดติดว่ามันคือปัญหามันก็ไม่ใช่ปัญหา
เพราะผมคิดว่า ถึงคนเก่าจะออก เราก็จ้างคนใหม่ได้ คือบางครั้งเราต้องทำใจยอมรับในความเปลี่ยนแปลงบ้าง ผมเองก็เจอปัญหาลักษณะที่คุณ Colleen กล่าวตั้งแต่เรื่องแม่บ้านที่ต้องทำความสะอาดบ้านเนื้อที่พอๆกับเพื่อนและญาติคุณ Colleen ยอมรับว่ามันก็เป็นภาระและเหนื่อยมาก แม้จะมีแม่บ้านหลายคนก็ยังทำกันไม่ค่อยจะไหว ก็ยังออก ต้องหาคนใหม่อยู่เรื่อยๆ
หรือพนักงานบริษัทที่ทำงานมานอนจะออกก็เป็นเรื่องปกติครับ
ลองคิดถึงใจเค้าดู สมมุติว่าคุณ Colleen ทำงานเดิมๆอยู่ที่เดิมนานๆมาหลายๆปีคุณColleen อยากที่จะลองทำอะไรใหม่ๆไหม หรือถ้ามีโอกาสได้งานใหม่ที่ก้าวหน้าขึ้นคุณColleen อยากได้รับโอกาสลองทำหรือไม่
ที่จริงในข้อเสียก็มีข้อดีครับ จริงๆโดยส่วนตัวผมชอบอยู่คอนโดนะมันสะดวกดีแต่นั้นคือต้องอยู่คนเดียวสำหรับผม เพราะ Space ชองห้องในCondo ต่อให้ใหญ่ขนาดไหนผมว่ามันก็ไม่เหมือนบ้านอยู่ดี บ้านขนาดใหญ่ที่จริงแล้วมีปัญหาเรื่องการดูแลเยอะแต่ผมว่ามันก็คุ้มค่านะถ้าลูกตัวเล็กๆได้มีโอกาสได้วิ่งเล่น เดินเล่นในพื้นที่ที่มีบริเวณ ผมเชื่อว่ามันทำให้เค้ารู้สึกมีอิสรภาพที่จะเคลื่อนที่ไปได้หลายๆพื้นที่ในบ้าน มันทำให้เค้าไม่อึดอัดและทำให้เค้าได้เรียนรู้พบเห็นอะไรมากมายมากกว่าบ้านลอยฟ้าที่มีพื้นที่จำกัด ผมอาจจะคิดไปเองก็ได้เรื่องนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมทราบแน่นอนคือพ่อแม่ทุกคนรักและเป็นห่วงลูก แต่ความจริงก็คือพ่อแม่ไม่สามารถอยู่กับเราได้ตลอดไป เช่นเดียวกับลูก  คุณ Colleen ก็คงไม่สามารถอยู่กับเค้าได้ตลอดไป  เพราะฉะนั้นถ้าเป็นผมผมจะให้โอกาสเค้าได้คิด ได้ตัดสินใจเอง ได้ลองผิดลองถูกได้เรียนรู้ และในที่สุดเค้าก็จะทราบสิ่งที่เค้าต้องการเอง
ผมหมายความว่าคนเราเกิดมาล้วนแตกต่าบางครั้งถ้าเราคิดทุกอย่างเผื่อเค้าหรือคิดแทนเค้าคงไม่ได้ทุกเรื่องครับ  ที่คุณColleenเขียนมาทั้งหมดผมรู้สึกได้ว่าคุณColleen มีเรื่องdetail ที่ต้องคิดเยอะในหัวมากจริงๆ ไม่รู้ว่ามันเกิดจากปัญหาที่ทำให้คุณ Colleen ทุกข์ใจรึเปล่า
แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆก็อยากให้คุณColleen รู้จักปล่อยวางบ้างและอย่ายึดติดกับอะไรมากเกินไปเพราะไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอนหรอกครับ ถ้ามันหนักหรือทำให้เราทุกข์มากก็ปล่อยวางมันบ้างก็ได้ครับ
PS: ถ้าสิ่งที่ผมพูดไม่ใช่สิ่งที่Colleen รู้สึก ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ
      รู้สึกเขียนไปเขียนมาออกนอกกระทู้ไปไกล (",)
ถ้าเรื่องขนาดตัวบ้านที่ต้องทำความสะอาด พื้นที่เท่ากันมันก็น่าจะใช้แรงคนเท่ากันนะครับ
พอเป็นแนวราบราคาถูกกว่าเลยอยากอยู่สบายๆกว่า ตารางเมตรเลยซื้อได้มากกว่าหน่อย
แต่ถ้าเค้ากังวลเรื่องดูแลรักษาก็คงเลือกอะไรที่ไม่เกินตัวไปเองละครับ ด้วยราคาค่าก่อสร้างที่มันพุ่งๆไปเรื่อยๆก็คงบังคับไปในตัวทำให้ตัดสินใจสร้างขนาดแค่พอดีตัวได้ไม่ยาก
แต่เวลากวาดบ้าน จำนวนห้องเท่ากัน พื้นกว้างขึ้น 30% มันก็ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยกว่าขนาดนั้น ดูดฝุ่นใต้เตียงก็ต้องทำเหมือนๆกัน
ที่มากกว่าก็คือสวนรอบบ้าน อยากมีสวนก็ต้องดูแล ถ้าไม่อยากดูแลมากก็ซื้อแปลงเล็กๆ พื้นที่สนามน้อยๆ บางส่วนก็เทปูนไป

เวลาอะไรเสีย จะแนวราบแนวดิ่งถึงเวลาซ่อมก็ต้องจ้างอยู่ดีครับ อยู่คอนโดอาจจะดีตรงที่ส่วนกลางเป็นผู้จัดหา เราไม่ต้องวุ่นวายเอง แต่สุดท้ายก็ต้องเสียเงินเหมือนกัน
แล้วมากคนก็มากความ สมมติท่อส่งน้ำส่วนกลางมีปัญหาต้องทุบทำครั้งใหญ่ จะเสียเงินทุบทำใหม่หรือจะลดแรงดันน้ำเอา ถ้ามติส่วนใหญ่ออกมาลดแรงดันน้ำก็รับกรรมกันไป
เรื่องพฤติกรรมความคิดคนอื่น บางทีถึงมีเงินก็ซื้อไม่ได้ครับ

คุณ Deokira จริงๆมันไม่เชิงเป็นปัญหาหลักหรอกค่ะ มันแค่เป็นปัณหาเล็กๆซ้อนอยู่ ปัจจุบันเหมือนต้องมีหน้าที่คอยดูแลจัดการ ซ่อมบำรุง ปรับปรุง บ้านอยู่อาศัย(ไม่ได้ให้เช่า) ที่ขนาดก็ไม่ได้เล็ก อยู่ 4 หลัง รู้เอียนๆน่ะค่ะ แต่เป็นหน้าที่ก็ต้องทำ จะเอาให้ได้ 100 ทุกหลังเพื่อคุณภาพชีวิตของคนในบ้านที่ดี มันเป็นงานเหนื่อย - -'
คุณ Colleen มีทีมงานที่คอยช่วยดูแลด้านนี้บ้างไหมครับ อย่างเช่น เราอาจจะมองปัญหาภาพรวมของบ้าน แล้ว Assign ทีมงานให้เค้าช่วยตรวจสอบในจุดที่คุณ Colleen พบเจอปัญหาบ่อยๆ หรือ บางทีทีมงานอาจจะเจอ detailที่เราก็ไม่ทราบ. ยกตัวอย่างนะครับ
อาจจะรังปลวกในที่ที่เราไม่เคยสังเกตุ แล้วสุดท้ายคุณ Colleen ก็มาmonitor ทุกอย่างอีกทีจะได้ไม่ต้องแบกรับภาระที่หนักและจุกจิกยิบย่อยเอาไว้ที่ตัวคนเดียว ค่อยๆทำค่อยดูครับ ปัญหาทุกอย่างมีทางออกของมันเองครับ เป็นกำลังใจให้ครับ คุุณColleen
+3
โหวต
งานอดิเรกบางทีก็มีผลนะครับ อย่างตัวผมเป็นคนที่ชอบอะไรเกี่ยวกัยรถยนต์ อยากทำไรก๊อกๆแก๊กๆกับรถตัวเองบ้างเป็นบางที หรือตอนนี้จักรยานกำลังฮิตมาก ผมไม่ได้ขี่นะแต่ไม่รู้ว่าบางคอนโดมีข้อจำกัดเรื่องการเอาจักยานขึ้นห้องไหม เพราะบางคันก็แพงมากให้จอดข้างล่างคงไม่สบายใจ คอนโดผมว่ายังไงก็ยังมีข้อจำกัดเรื่องนี้ ถ้าเป็นไปได้ก็ยังอยากมีที่อยู่แนวราบไว้ทำกิจกรรมบางอย่างอยู่ ส่วนคอนโดเอาไว้เพื่อความสะดวกในการเดินทางเป็นหลักจริงๆ ยกเว้นคอนโดมีที่จอดในห้องอย่าง circle11 ^^ หรือเป็นคอนโดชั้นหนึ่งที่สามารถจอดหน้าห้องตัวเองได้เลย(ถ้าจอดทันหรือ fix ที่จอดหน้าห้องนะ)
10 มีนาคม, 2013 Pickaboo   8 27 80
+5
โหวต

 

10 มีนาคม, 2013 Deokira   51 236 834
ขอบคุณค่ะ คุณ Deokira ก็ช่างหาโน้นหานี่มาปลอบใจเนอะ :  )
More than welcome krub K. Colleen
+3
โหวต
ผมอยากเห็นคอนโดมิเนียมเป็นสัดส่วนที่มากขึ้นในฝั่งชานเมืองนะ

จริงอยู่ที่คนเราอยากได้บ้าน อยู่บ้านแนวราบสบายกว่า

แต่บางครั้งราคามันก็หยิบไม่ถึง

อย่างล่าสุด LPN กับ พฤกษา ไปลุยที่รังสิต

สองโครงการล่อไป 18,000 ยูนิต

น่าจะกินตลาดทาวน์เฮาส์ไปเยอะ สำหรับคนที่มีเงินไม่มาก แต่อยากได้ทำเลดี

ไม่อยากเข้าไปในคลอง 3 คลอง 4 ลึกๆ ครับ
11 มีนาคม, 2013 Beam   44 168 617
ผมก็เชื่อว่ามี Demand แบบนั้นอยู่ครับ อาจเพราะนโยบายรถคันแรกทำให้กำลังซื้อของคนกลุ่มนี้ลดลงด้วย จึงหันมามองตัวเลือกที่ทำเลดีกว่า ราคาถูกกว่า ขอกด Like ให้คุณ Beam ครับ
+6
โหวต
ตัวผมเองผมมองว่า.. ความต้องการของผมเป็นสมการแปลผกผันกับอายุครับ..

ตอนอายุยังน้อยอยากได้บ้านหลังใหญ่ มีพื้นที่ มีบริเวณ.. แต่คาดว่าพอตอนแก่ตัวมากขึ้น.. ลูกๆโตแล้วออกไปอยู่เองข้างนอก..  คงมองหาที่อยู่อาศัยแบบเล็กๆสองคนตา-ยาย ที่ไม่มีบันไดครับ.. ถึงตอนนั้นคอนโดชานเมืองใกล้ๆโรงหมออาจจะตอบโจทย์ความต้องการของชีวิตได้ครับ..
11 มีนาคม, 2013 Garub   7 31 144
เป็นอีกหนึ่ง แง่คิดที่น่าสนใจ และอาจจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆครับกด Like ให้ครับคุณ Garub
+1
โหวต
ประเด็นนี้ ผมมองเป็นเรื่องของการคมนาคมครับ

ถ้าเมื่อไร การเดินทางจากชานเมืองเข้ามาได้สะดวก คือมีระบบรถไฟฟ้าไปถึง ที่ดินราคาจะพุ่งขึ้น คอนโด จะเข้าไปแทนที่ บ้าน ในแนวราบทันที คนจะเลือกซื้อคอนโด เพราะราคา และการเดินทางที่สะดวกครับ

เพราะถ้าราคาที่ดิน ยังไม่สูงนัก คนจะหยิบจับ บ้านและที่ดินเป็นหลัก เพราะการมีบ้าน จะมีโฉนดที่ดินเป็นของตนเองด้วยครับ เป็นทรัพย์สินที่มั่นคงกว่าคอนโดแน่ๆ ครับ
13 มีนาคม, 2013 สรวิชญ์ ก่อเศรษฐรัชต์   5 15 40
...