บ้านหลังที่สอง – ตอนที่ 11 ของคอลัมน์ “รอบรู้เรื่องบ้านๆ”

เมื่อพูดถึงบ้านหลังที่สองหลายคนอาจจะมีนิยามต่างๆกันตามความรู้และประสบการณ์ของตน เช่น ชาวจีนในเซี่ยงไฮ้ส่วนหนึ่งอาจจะบอกว่าหมายถึงห้าง IKEA ที่เป็นห้างจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์เครื่องเรือนที่คนสามารถเข้าไปนั่งนอนพักผ่อนบนเตียงหรือโซฟาในห้างได้ทั้งวันโดยไม่มีพนักงานมารบกวน เป็นการหลบอากาศร้อนภายนอกเข้าไปรับไอเย็นภายในห้าง ทางห้างเองก็รู้ว่าคนที่เข้ามานั้นเข้ามาเพื่อพักผ่อนแต่ก็ปล่อยให้ทำเพราะคิดว่าวันหนึ่งคนเหล่านี้อาจจะมาเป็นลูกค้า

ในเมืองไทยมีการใช้คำว่าบ้านหลังที่สองในหลายๆความหมายเช่นกัน หนึ่งในหลายความหมายเหล่านั้นคือหมายถึงบ้านแรกรับ เช่น บ้านเมตตา บ้านกรุณา สำหรับวัยรุ่นที่กระทำความผิด แต่สำหรับบ้านที่สองในบทความนี้หมายถึงบ้านที่เจ้าของซื้อหรือสร้างขึ้นหลังจากที่มีบ้านหลังแรกอยู่แล้ว

กระแสความนิยมบ้านหลังที่สองเริ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อปลายปีที่ผ่านมาหลังจากที่เคยได้รับความนิยมเมื่อหลายปีก่อน แรงจูงใจสำคัญอย่างหนึ่งเกิดมาจากภาวะน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี ๒๕๕๔ ที่ทำให้คนคิดว่าหากจำเป็นต้องออกจากบ้านที่อยู่อาศัยปกติจะไปอยู่ที่ไหนดี การไปพักอาศัยกับศูนย์พักพิงที่ทางราชการหรือหน่วยงานต่างๆจัดให้ก็ดูเหมือนจะไม่สะดวกเป็นเป็นส่วนตัว การไปพักกับญาติพี่น้องก็ไม่สะดวกเช่นกัน ส่วนจะไปเช่าคอนโดอยู่เป็นเดือนๆก็เสียค่าใช้จ่ายสูง คนส่วนหนึ่งจึงมองหาบ้านหลังที่สองไว้เพื่อเป็นที่พักใยยามเดือดร้อนจำเป็นและในขณะเดียวกันก็ใช้เป็นบ้านพักผ่อนกับครอบครัวในโอกาสที่มีวันหยุดหรือว่างเว้นจากงานประจำ การเลือกซื้อหรือสร้างบ้านหลังที่สองจึงมักจะมองถึงทำเลที่เป็นเมืองตากอากาศที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปด้วย การสร้างบ้านหลังที่สองในปัจจุบันจึงมักจะนิยมสร้างตามหัวเมืองชายทะเลหรือเมืองที่มีธรรมชาติสวยงาม

การขยายตัวทางเศรษฐกิจไปยังจังหวัดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจในแต่ละภูมิภาคทำให้คนหลั่งไหลไปยังเมืองนั้น กระแสความต้องการบ้านเพื่อการทำงานนอกถิ่นฐานจึงเป็นจึงเป็นอีกกำลังความต้องการหนึ่งที่ผลักดันกระแสความต้องการบ้านหลังที่สองในปัจจุบัน นอกจากนั้นการเปิดตัวห้างสรรพสินค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆก็เป็นอีกแรงจูงใจหนึ่งที่ทำให้คนไปสร้างบ้านหลังที่สองในต่างจังหวัดกันมากขึ้น

ลักษณะของบ้านหลังที่สองมีทั้งที่เป็นคอนโดและบ้านเดี่ยว แต่เท่าที่มีการสำรวจพบว่าบ้านเดี่ยวมีสัดส่วนที่สูงกว่าเพราะสามารถสร้างในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการพักผ่อนตามฤดูกาลได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากประโยชน์เพื่อการพักผ่อนแล้ว     วัตถุประสงค์ในการสร้างบ้านหลังที่สองยังอาจใช้เพื่อเป็นโฮมออฟฟิศหรือสร้างให้พ่อแม่หรือเพื่อประโยชน์ใช้สอยด้านอื่นๆ

หากถามว่าเมื่อไหร่จึงควรจะสร้างบ้านหลังที่สอง คำตอบก็คือเมื่อบ้านหลังแรกไม่เพียงพอหรือไม่เหมาะสมกับความต้องการใช้งาน เช่น สมาชิกของครอบครัวเพิ่มขึ้น หรือบ้านไกลกับสถานที่ทำงานมากไม่สะดวกในการเดินทางและที่สำคัญมากก็คือเมื่อมีความพร้อมทางด้านการเงิน

จากการสำรวจของบริษัทที่ทำธุรกิจรับสร้างบ้านพบว่าการสร้างบ้านในต่างจังหวัดนั้นมีสัดส่วน ๗๐ ต่อ ๓๐ ระหว่างการสร้างบ้านหลังแรกของคนในท้องถิ่นและการสร้างบ้านหลังที่สองเพื่อพักผ่อนของคนต่างถิ่น

บ้านหลังที่สองจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการแก้ปัญหาในหลายๆเรื่องของคนในสังคมปัจจุบัน

นายสิทธิพร สุวรรณสุต