รีวิวฉบับที่ 1759 … สวัสดีค่ะ วันนี้เรามีโอกาสไปชมโครงการของเอพี ในทำเลย่านพญาไท กับโครงการ The Address พญาไท คอนโด High Rise 35 ชั้น ติดถนนศรีอยุธยา ปัจจุบันสร้างเสร็จมาประมาณ 6 ปี อยู่ห่างจาก BTS พญาไท 400 เมตร โครงการนี้มีเพียง 152 ยูนิต ยูนิตต่อชั้น 5 ยูนิต/ชั้น ได้ความเป็นส่วนตัว เราไปอัพเดตบรรยากาศปัจจุบันในโครงการกันค่ะ

Fact @ 11 December 2018 

  • ดิ แอดเดรส พญาไท ( The Address Phayathai )
  • บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด
  • LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี
  • คอนโด High Rise 35 ชั้น 1 อาคาร 152 ยูนิต
  • อาคารจอดรถ 6 ชั้น ( ใต้ดิน 3 ชั้น , บนอาคาร 3 ชั้น )
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 5 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 100 คันคิดเป็น 65% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 1-1-57 ไร่
  • โครงการเปิดตัว : 2010
  • โครงการสร้างเสร็จ : 2012
  • 1 Bedroom 38.71-52.03 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 61.01-65.36 ตร.ม.
  • Penthouse 102.46-141.29 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.9 เมตร
  •  ช่วงราคาต่อตารางเมตรในปัจจุบัน
    • ปี 2018 : 180,000-200,000 บาท/ตร.ม.

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.7593991,100.5294939

ที่ตั้งโครงการ The Address พญาไท ตั้งอยู่บนถนนศรีอยุธยา ใกล้กับบริเวณแยกพญาไท เป็นทำเลที่ใกล้กับใจกลางเมือง อย่างเช่นสยามสแควร์ ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างมาก การเดินทางถือว่าค่อนข้างสะดวกมีทางด่วนให้เลือกหลากหลายเส้นทาง และสามารถทะลุไปใช้ถนนต่างๆได้ค่อนข้างหลากหลาย การเดินทางไปไหนมาไหนค่อนข้างสะดวก โดยในละแวกนี้จะมีถนนหลักๆที่สำคัญอยู่ 3 สาย ได้แก่

  • ถนนศรีอยุธยา เป็นถนนสำหรับทางเข้าออกของโครงการ สามารถขับตรงไปเพื่อเข้าถนนจุตรทิศ ที่สามารถขึ้นลอยฟ้าไปยังพระราม 9 ถ้ากลับรถจะสามารถออกไปยังถนนพระราม 6 ที่สามารถตรงไปยังสามเสนได้
  • ถนนพญาไท  เป็นถนนเส้นหลัก ที่มี BTS วิ่งข้างบน โดยถ้าออกจากโครงการแล้วเลี้ยวซ้าย จะเชื่อมไปออกบริเวณอนุสาวรีย์ฯ หรือกลับกัน ถ้าออกจากโครงการแล้วเลี้ยวขวา จะเชื่อมไปบริเวณแยกปทุมวัน ที่สามารถออกไปสยามหรือจุฬาได้
  • ถนนเพชรบุรี เป็นถนนเส้นหลักอีกเส้นของสถานีนี้ที่ขนานกับถนนศรีอยุธยา ใช้เชื่อมไปยังแยกประตูน้ำ, ชิดลม, และไปเข้าสุขุมวิททางซอยนานา ไปจนถึงอโศก พร้อมพงษ์ ทองหล่อ เอกมัยได้เลยค่ะ

ความอุดมสมบูรณ์โดยรอบโครงการ The Address พญาไท ตั้งอยู่ในย่านพญาไท ซึ่งอยู่ถัดออกมาจากบริเวณสยาม ประมาณ 2 สถานี สำหรับย่านสยามเรียกได้ว่าเป็นย่านใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ที่ทุกคนรู้จักกันดี ซึ่งมีความเจริญมากที่สุดในกรุงเทพ โดยเริ่มตั้งแต่แยกราชประสงค์ และแยกปทุมวัน โดยจะมีทั้งห้างสรรพสินค้า, สำนักงาน, โรงแรม, ศูนย์หนังสือ,โรงเรียน, มหาวิทยาลัย และโรงเรียนสอนพิเศษต่างๆมากมาย ทำให้มีบริเวณนี้มีความอุดมสมบูรณ์ และคนใช้งานค่อนข้างหลากหลาย

สำหรับย่านพญาไท จะมีความคึกคักน้อยกว่าสยาม เหมาะกับคนที่ต้องการความสงบ แต่ยังอยู่ใกล้ใจกลางเมือง รวมถึงเป็นจุด Interchange ของ Airport Link ทำให้การเดินทางค่อนข้างสะดวก เหมาะกับคนที่ต้องไปสุวรรณภูมิบ่อยๆ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งโรงเรียนกวดวิชา, สำนักงาน และ จุดเด่นคือมีโรงพยาบาลอยู่หลายแห่ง เหมาะกับคนที่ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ แล้วไม่อยากเดินทางไกลๆ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีห้างอย่าง King Power ที่มีสินค้าราคาถูก แต่ต้องใช้ตั๋วเครื่องบิน สำหรับรับของเวลาบินออกนอกประเทศ ทำให้มีต่างชาติเข้ามาใช้งานค่อนข้างเยอะ หรือถ้าใครต้องการจะกินข้าวจะมีร้าน Food Court ที่นำร้านดังๆหลายๆร้านมารวมกัน สำหรับคนที่ต้องการซื้อของเข้าบ้านจะมี Tops ที่ตึกเซ็นจูรี่ ถัดไป บริเวณใกล้เคียงจะมีสวนสันติภาพ ที่สามารถไปเดินออกกำลังกายในบริเวณนี้ได้ค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ จะมี BTS สถานีพญาไท ที่ใกล้ที่สุดห่างจากโครงการประมาณ 400 เมตร สามารถเดินได้สบาย ซึ่งสถานีพญาไท มีจุดเด่นที่เป็นจุด Interchange ของ Airport Link สามารถเดินทางไปสุวรรณภูมิได้ง่าย หรือถ้าใครต้องการจะไปสถานีสยาม จะนั่งรถต่อไปเพียง 2  สถานี ซึ่งเป็นจุด Interchange สามารถเปลี่ยนไปยังสายสนามกีฬา-บางหว้าได้ ซึ่งถือว่าเดินทางสะดวกมากสำหรับคนที่ต้องการเดินทางด้วยระบบสาธารณะ ส่วนถ้าใครจะขึ้นรถสาธารณะต่างๆก็สะดวก มีป้ายรถเมล์อยู่ไม่ไกล สำหรับตัวโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ทำให้เรียกแท็กซี่ได้ง่าย

การเดินทางโดยรถยนต์ จากโครงการมีเส้นทางให้เลือกใช้ ขึ้นทางด่วนศรีรัชได้ 2 เส้นทาง สามารถเลือกได้ตามใจชอบ แต่สำหรับผู้เขียนขอแนะนำเส้นทางที่ 2 เนื่องจากเป็นด่านยมราช ที่สามารถออกไปทาง บางนา-ดาวคะนอง กับ ดินแดง-แจ้งวัฒนะ

แผนที่สำหรับเดินขึ้นทางจากทางด่วนพิเศษศรีรัช เพื่อมาโครงการ

  • เส้นทางที่ 1 – ออกจากโครงการแล้วเลี้ยวซ้าย ขับตรงไปบริเวณแยกพญาไท ให้เลี้ยวซ้าย วิ่งตรงไปบริเวณอนุสาวรีย์ชัย หลังจากนั้นให้โค้งครึ่งรอบ เพื่อวิ่งเข้าถนนพหลโยธิน จะเจอทางขึ้นทางด่วนอยู่ทางซ้ายมือ
  • เส้นทางที่ 2 –ออกจากตัวโครงการแล้วกลับรถไปฝั่งตรงข้าม ให้ขับตรงไปตามทาง ผ่านสี่แยกที่ 1 ให้ขับตรงไป ผ่านสี่แยกที่ 2 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนน สวรรคโลก หลังจากนั้นให้ขับตรงไปบริเวณแยกยมราช ให้เลี้ยวซ้ายจะเห็นทางด่วนอยู่ทางซ้ายมือ

แผนที่สำหรับเดินขึ้นทางจากทางด่วนพิเศษศรีรัช เพื่อมาโครงการ

  • เส้นทางที่ 1 –ใช้ทางลงอุรุพงษ์ ขับตามทางมาเรื่อยๆ พอเจอสี่แยกที่ 1 ให้ขับตรงไปหลังจากนั้นเตรียมตัวชิดขวา เพราะ จะมีทางออกขวา เพื่อเตรียมตัวเลี้ยวขวา หลังจากนั้นเจอสี่แยกให้เลี้ยวขวา ขับตรงมาสักพักจะเห็นโครงการอยู่ทางซ้ายมือนะคะ

  • เส้นทางที่ 2 –ใช้ทางลงอนุสาวรีย์ชัย ขับลงมาจะเจอวงเวียน ให้เราวงครึ่งรอบ เพื่อเข้าสู่ถนนพญาไท หลังจากนั้นให้ขับตรงมาตามทางจะเจอแยกพญาไท ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนศรีอยุธยา เราจะเห็นโครงการของเราอยู่ทางขวามือนะคะ แต่ถนนศรีอยุธยาจะไม่มีจุดกลับรถค่ะ ต้องไปบริเวณแยกศรีอยุธยา ให้เลี้ยวขวา หาที่กลับรถแล้วกลับมาบริเวณแยกศรีอยุธยาอีก 1 รอบ หลังจากนั้นให้เลี้ยวขวาเพื่อกลับมาถนนศรีอยุธยาอีก 1 รอบ จะเห็นโครงการอยู่ทางซ้ายมือนะคะ ซึ่งสำหรับทางรถแบบนี้ถือว่าค่อนข้างลำบากค่ะ ใครที่มาจากถนนพญาไทจำเป็นต้องไปหาที่กลับรถค่ะ

เราจะเริ่มการเดินทางจากสถานีรถไฟฟ้า BTS พญาไท เรามาช่วงสายเลยยังไม่ค่อยมีคน แต่ถ้าช่วงเช้าหรือเย็นๆหน่อยจะคึกคักพอสมควรค่ะ

หลังจากลงบันไดมา ให้เราเลือกทางออกที่ 3 จะลงฝั่งเดียวกับอาคารพญาไท เพลส เพื่อที่จะเดินไปยังโครงการซึ่งอยู่ติดถนนศรีอยุธยา เป็นระยะที่เราสามารถเดินได้ไม่ไกลมากค่ะ

ระหว่างทางออกจะมีร้านค้า ทั้งอาหารและเครื่องดื่มต่างๆที่สามารถเลือกได้หลากหลาย ทำให้เวลาเร่งด่วนสามารถหาของกินได้ง่าย ทำให้เป็นสถานีที่ค่อนข้างอุมสมบูรณ์มีคนใช้งานมากมาย เนื่องจากเป็นจุดเชื่อมต่อกับ Airport Link ที่สามารถไปยังสุวรรณภูมิได้

เดินตามทางออกที่ 3 ทางลงสถานีจะอยู่ทางซ้ายมือนะคะ

ให้เราลงบันไดอันขวาสุด เพื่อไปลงบริเวณแยกพญาไท ตามลูกศรไปนะคะ

มองออกมาที่แยกพญาไท เป็นอีกแยกหนึ่งที่รถจำนวนมาก แต่สำหรับคนที่ต้องการเลี้ยวเข้าถนนศรีอยุธยา จะมีทางแยกให้เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด ช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้น สำหรับแยกนี้จะมีสะพานข้ามแยกด้วย แต่ออกมาจากที่ตั้งโครงการจะขึ้นสะพานข้ามแยกไม่ทันนะคะ ถ้าจะใช้สะพานข้ามแยกต้องไปกลับรถค่ะ

เดินไปสุดท้าย จะมีบันไดทางลงไปด้านล่าง ทางเดินมีหลังคาคลุมตลอดทางนะคะ

ทางขึ้นสถานีพญาไท ด้านล่างจะเป็นตึก CP TOWER 3 เป็นอาคารสำนักงาน ด้านล่างจะมีร้านอาหารอยู่บ้าง สามารถเข้าไปใช้งานได้นะคะ

ด้านล่างสถานีจะมีวินมอเตอร์ไซค์ หากใครที่ต้องการใช้ในชั่วโมงเร่งรีบ สามารถใช้บริการพี่วินได้เลยค่ะ ห่างจากตัวโครงการประมาณ 400 เมตร

แต่สำหรับวันนี้เราจะไปโครงการโดยการเดินค่ะ เราจะเดินเลี้ยวโค้งทางด้านซ้ายตามทางมา ทางเดินค่อนข้างกว้าง สามารถเดินได้สบาย บริเวณนี้จะไม่ค่อยร้อนมาก เนื่องจากมีตึกสำนักงาน คอยบังแดดให้ค่ะ

เดินต่อมาเรื่อยๆ จะมีร้านขายของผลิตภัณฑ์นักเรียน ถัดไปจะเป็นร้านกาแฟเล็กๆ สามารถมาซื้อกาแฟบริเวณนี้ได้ จะเห็นได้ว่าทางเดินจะไม่มีร้านค้ามาขายของทำให้ใช้งานได้ค่อยข้างสบายค่ะ

เดินตามทางมา เราจะเห็นโครงการ The Address พญาไท อยู่ทางด้านขวามือ ให้เราข้ามทางม้าลายบริเวณใต้สะพาน เพื่อข้ามไปฝั่งตรงข้ามค่ะ

ข้ามฝั่งมาแล้วจะเจอร้านอาหาร Nueng Food Cafe ซึ่งปรับปรุงชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ มาเปิดเป็นร้านอาหารโดยออกแบบมาค่อนข้างโดดเด่น ทำให้ดึงดูดสายตาคนที่ผ่านไปผ่านมาได้อย่างน่ารักค่ะ

เดินต่อมา จะเจอโครงการ Ideo Mobi พญาไท ด้านล่างจะมีร้าน Max Valu ที่เปิดเป็นสาธารณะ เนื่องจากตัวโครงการไม่มีรั้วล้อมรอบขอบชิด ทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าไปใช้งานได้ง่ายค่ะ

บริเวณด้านหน้าโครงการจะมีป้ายรถเมล์ ซึ่งจะมีที่นั่งและหลังคาคลุม สามารถกันแดดกันฝนได้ค่ะ

สำหรับโครงการเราต้องเดินตรงไปอีกหน่อย ทางเดินบริเวณนี้ค่อนข้างกว้าง ระหว่างทางจะมีต้นไม้วางยาวตลอดทางเดิน สามารถช่วยบังแดด ในช่วงสายๆได้ค่ะ

เดินต่อไปอีกนิดจะมีสะพานลอย ที่สามารถข้ามไปฝั่งตรงข้ามได้ ซึงบริเวณทางขึ้น-ลง จะไม่มีหลังคาคลุม แต่ทางเดินด้านบนจะมีหลังคาคลุม สามารถใช้หลบฝนได้ค่ะ

มาดูที่ถนนศรีอยุธยามุ่งหน้าแยกพญาไท จะมีรถใช้ค่อนข้างมากในช่วงเวลาเร่งด่วน ทำให้มีสะพานข้ามแยกไปจตุรทิศ ที่สามารถไปพระราม 9 และดินแดง เพื่อหลีกเลี่ยงรถติดบริเวณแยกพญาไท แต่สำหรับตัวโครงการจะอยู่ใกล้กับบริเวณทางขึ้นสะพาน ทำให้ต้องตรงไปติดไฟแดงสถานเดียว

สำหรับถนนศรีอยุธยามุ่งหน้าไปถนนพระราม 6 โดยด้านขวามือจะเป็นที่ตั้งโครงการ The Address พญาไท และฝั่งตรงข้ามโครงการจะเป็นสำนักงานกระทรวงศึกษาธิการ สำหรับถนนพระราม 6 จะค่อนข้างติด เนือ่งจากสามารถไปได้หลากหลายเส้นทาง โดนถ้าตรงไปสุดจะสามารถลัดไปจัตุจักร-หมอชิตได้ค่ะ โดยเป็นเส้นที่มีรถติดน้อยกว่าถนนพญาไท

กลับมาบริเวณทางเดิน ด้านข้างโครงการ จะมีมูลนิธิเพื่อโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นตึกสูง 3 ชั้น ไม่สูงมากทำให้ไม่มีผลกระทบเรื่องวิวกับตัวโครงการค่ะ

บริเวณฝั่งตรงข้ามโครงการจะมีตึกสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งไม่ได้อยู่ในระยะประชิดมากนั้น เนื่องจากมีถนนคั่นกลาง แต่ว่าอาจจะทำให้บังทัศนียภาพของห้องพักฝั่งทิศใต้บ้างนะคะ

กลับมาบริเวณด้านหน้าโครงการ จะมีป้ายขนาดใหญ่ และเห็นชื่อโครงการค่อนข้างชัดเจน แต่ป้ายเป็นลักษณะตรง ถ้าขับรถมา อาจจะต้องสังเกตดีๆ นอกจากนี้ด้านข้างป้ายจะมีประตูทางเข้า-ออกโครงการ เป็นทางคนเดินนะคะ

เดินมาอีกฝั่งของโครงการจะมีตึกแถว 3 ชั้น บริเวณด้านร้านทำเป็นร้านค้า Pisanu Light ซึ่งเป็นร้านขายหลอดไฟฟ้าวินเทจ ถัดไปจะมีอพาร์ทเม้นสูง 4 ชั้นซึ่งอาจจะบังวิวพักสำหรับชั้นที่ไม่สูงมากนะคะ

เดินต่อมาจะเจอสะพานลอยข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม แต่สะพานลอยนี้จะไม่มีหลังคาคลุมนะคะ

กลับมาบริเวณด้านหน้าโครงการ บริเวณทางเข้า-ออกโครงการ จะอยู่บริเวณตีนสะพาน ซึ่งไม่สามารถขึ้นสะพานข้ามแยกได้เพราะอยู่ในระยะประชิดเกินไป ค่อนข้างอันตรายและมีเส้นทึบที่เส้นถนนอยู่ค่ะ อาจจะต้องตรงไปบริเวณสี่แยกไฟแดงนะคะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

การวางผังของโครงการนี้จะวางเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมจัตุรัส ซึ่งแต่ละชั้นจะมีเพียง 5 ยูนิต ทำให้เกือบทุกห้องพักอาศัยจะเป็นห้องมุม สำหรับทางเดินรถจะสามารถเดินรถได้โดยรอบ บริเวณด้านหลังจะมีอาคารจอดรถแยกกับตัวโครงการ สำหรับทัศนียภาพโดยรอบโครงการ จะไม่มีตึกสูงในระยะประชิดนะคะ อาจจะมีฝั่งใต้แต่ถือว่ามีระยะห่างพอสมควร โดยชั้นที่มีระยะพ้นจะเริ่มที่ชั้น 6 ขึ้นไปจะพ้นระยะอพาร์ทเม้นท์โดยรอบโครงการ และทิศตะวันออกจะหันออกไปยัง โครงการ Ideo Mobi พญาไท ซึ่งไม่ค่อยกระทบกับโครงการ เนื่องจากมีระยะห่างพอสมควรค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Max Valu ~ 130 ม.
  • BTS + Airport link พญาไท ~ 400 ม.
  • CP Tower 3 ~ 400 ม.
  • อาคารวรรณสรณ์ ~ 450  ม.
  • Century Mall ~ 700 ม.
  • รพ.พญาไท 1 ~ 850 ม. 
  • King Power ~ 950 ม.
  • รพ.รามาธิบดี ~ 1.4 กม.
  • Siam (Square, Center, Discovery, Paragon) ~ 2 กม. 
  • มาบุญครอง MBK ~ 2 กม. 
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ~ 2.8 กม. 


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ The Address พญาไท เป็นคอนโด High Rise สูง 35 ชั้นมีจำนวนยูนิต 152 ยูนิต ตั้งอยู่ติดถนนศรีอยุธยา มีรูปทรงอาคารโครงการเป็นสี่เหลี่ยมตรงๆ ทรงสูง มีแนวคิดในการออกแบบเป็นคอนโดสไตล์ Modern & Luxurious Design มีจุดเด่นในเรื่องของการวางผังอาคาร โดยแต่ละชั้นมียูนิตสูงสุด 5 ยูนิต ซึ่งเกือบทุกห้องจะเป็นห้องมุม ทำให้ได้หน้าต่างเยอะ รวมถึงหน้าตามีขนาดใหญ่ สามารถรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ โดยอาคารยังไม่มีตึกสูงในระยะประชิด ทำให้ได้วิวที่ค่อนข้างเปิดโล่ง

ทางเข้าโครงการ ฝั่งขวามือจะมีป้อมรปภ. 1 จุด ระบบการเดินรถที่นี้เป็นแบบ Key Card Access จะเป็นการเดินรถเลนเดียว ซึ่งถ้ามีรถมากๆ อาจจะทำให้รถติดบริเวณด้านหน้าโครงการได้ค่ะ

เข้ามาภายในโครงการจะเจอตัวอาคารเป็นทรงสี่เหลี่ยม มีทางเดินรถล้อมรอบ ด้านหน้าจะเป็นจุด Drof off สามารถส่งคนบริเวณนี้ได้ โดยโครงการจะมีพื้นที่สีเขียวบริเวณโซนด้านหน้า

เข้ามาภายในโครงการจะมีทางเดินรถ กว้างประมาณ 6 เมตร ซึ่งเลนด้านขวา จะเป็นที่จอดรถสำหรับ Visitor โดยฝั่งขวาสุด จะมีประตูทางเข้าสำหรับคนเดินค่ะ

ด้านหน้าโครงการจะมีที่นั่งพักด้านนอก โดยตรงกลาง จะมีประตูทางเข้าสำหรับคนเดิน ด้านขวาสุดจะมีศาลพระภูมินะคะ เป็นบริเวณที่มีต้นไม้ใหญ่ทำให้นั่งพักผ่อนได้สบาย

บริเวณที่นั่งพักผ่อน มีระแนงเหล็กคลุม สามารถกันแดดได้บาง ส่วนอีกฝั่งหนึ่งจะเป็นกระจก ช่วยทำให้พื้นที่นั่งพักดูกว้างมากยิ่งขึ้น มีต้นไม้รอบบริเวณ ทำให้ค่อนข้างความร่มรืน บริเวณด้านหลังศาลพระภูมิ จะมีประตูสำหรับทางเดินเท้า ที่เชื่อมต่อด้านนอกกับด้านในเข้าด้วยกัน

ถ้าเดินต่อมาจะเป็นบริเวณด้านข้างโครงการ จะมีทางเดินรถกว้าง 2 เลนโดยฝั่งซ้ายมือสุดจะสามารถจอดรถกลางแจ้งได้ มีรั้วรอบขอบชิดชัดเจน

เดินต่อมาด้านหลัง จะมีอาคารจอดรถสูง 3 ชั้น ใต้ดิน 3 ชั้น รวมทั้งหมด 6 ชั้น โดยจะสามารถจอดรถได้ 100 คัน คิดเป็น 65% ถือว่าค่อนข้างเยอะ โดยตัวอาคารจอดรถจะแยกกับตึกพักอาศัย ซึ่งทำให้จำเป็นต้องผ่านเวลา Lobby ก่อนขึ้นด้านบน ซึ่งอาจจะลำบากเล็กน้อยนะคะ ระหว่างเชื่อมจะมีหลังคาคลุม สามารถกันฝนระหว่างทางได้

ภายในพื้นที่จอดรถ มีทางเดินรถค่อนข้างกว้าง สามารถขับรถได้สบาย บริเวณชั้นใต้ดินจะมีเครื่องระบายอากาศ ตามกฏหมายนะคะ

ตึกจอดรถ จะมีทางโถงลิฟสำหรับขึ้น-ลง ที่จอดรถ และมีตู้รับพัสดุ, ช้อปผ่านแอป และซักอบรีด ไว้บริการสำหรับผู้พักอาศัย เนื่องจากโครงการไม่มีร้านค้า จะมีพื้นที่นี้ไว้ทดแทนการใช้งานต่างๆ ถือเป็นบริการเสริมที่ดีเหมือนกันนะคะ

กลับออกมา จะเจอทางเข้าตึกพักอาศัย มีทางลาดสามารถใช้รถเข็นได้สะดวก ซึ่งอาจจะชันเล็กน้อย สำหรับทางเดินค่อนข้างกว้าง แต่จะมีเสาขนาดใหญ่บังประตูทางเข้าเล็กน้อยนะคะ

กลับมาด้านหน้า จะมีประตูทางเข้า Lobby เป็นแบบเปิดเข้า บริเวณด้านหน้าค่อนข้างโล่ง อาจจะต้องระหว่างเวลาฝนตกเล็กน้อย อาจจะทำให้น้ำกระเด็นเข้าภายในบ้าง บริเวณ Lobby จะเป็น Double Volume ด้านข้างจะปลูกต้นไม้ไว้เล็กน้อย เพื่อเพิ่มความร่มรื่นของโครงการนะคะ

บริเวณ Lobby จะเป็น Double Volume ภายในตกแต่งค่อนข้างหรูหรา มีการเลือกใช้วัสดุได้ดี ซึ่งโดยรอบจะเป็นกระจกทั้งหมด สามารถรับแสงธรรมชาติ และระบายอากาศได้ แต่ถ้าไม่มีลมอาจจะร้อนสักหน่อยนะคะ

เดินต่อมาจะฝั่งซ้ายมือจะมีพื้นที่ของ Co-Working Space ฝั่งขวาจะเป็นทางเข้าโถงลิฟต์ เดินตรงไปจะมีห้อง Mailbox สำหรับลูกบ้านนะคะ

พื้นที่ Co-Working Space ภายในใช้วัสดุค่อนข้างดี คอมทุกเครื่องจะได้เป็น Apple ภายในจะมี Wi- Fi Free มีพื้นที่การใช้งานค่อนข้างกว้าง พร้อมหน้าต่างกว้าง สามารถรับแสงธรรมชาติได้เต็มที

บริเวณห้อง Mailbox สำหรับลูกบ้าน จะเป็นห้องเล็กๆ ทำให้ลักษณะการวางตู้เป็นทรงสูง ภายในจะมีบันได้ให้สำหรับห้องที่อยู่ชั้นบนๆ สามารถใช้งานได้สะดวกนะคะ

เดินถัดมาจะเป็นทางเชื่อมไปยังอาคารจอดรถ ซึ่งฝั่งขวามือจะมีห้องน้ำสำหรับ Visitor และนอกจากนี้ยังมีรถเข็น ที่สามารถยืมใช้บริการได้อีกด้วยค่ะ

มาที่บริเวณโถงลิฟต์ทางขึ้น จะมีพื้นที่หน้าลิฟต์ค่อนข้างกว้าง สภาพภายในโถงลิฟต์ ออกแบบได้ค่อนข้างหรูหรา เลือกใช้วัสดุได้ดี มีหน้าต่างเพื่อรับแสงธรรมชาติ โดยทางโครงการจะมีลิฟต์มาให้ 2 ตัว สำหรับลิฟต์ Service ต้องใช้งานรวมกับผู้พักอาศัย ทำให้อาจจะไม่สะดวกสบายมากนัก

ขึ้นมาบริเวณโถงลิฟต์ชั้นพักอาศัยจะมีหน้าต่างบางกระทุ้ง สามารถรับแสงธรรมชาติเข้ามาในบริเวณทางเดิน และสามารถระบายอากาศได้ดี

แปลนชั้นพักอาศัยชั้นที่ 2 – 30 จะมีเพียง 5 ยูนิต/ชั้น โดยจะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด แต่ละชั้นจะมีบันไดหนีไฟ 2 จุด ตามกฏหมายอาคาร สำหรับห้องพักอาศัยถูกออกแบบให้อยู่มุมตึก ทำให้ทั้ง 4 ห้อง จะได้วิวที่ค่อนข้างกว้าง สำหรับห้อง 1 BEDROOM ตรงกลางที่มีขนาดเล็กที่สุด ถึงแม้ว่าจะไม่อยู่มุม แต่จะได้วิวทิวทัศน์ฝั่งทิศตะวันตก ซึ่งถือว่าเป็นวิวที่ดีที่สุดของอาคาร ปัจจุบันยังไม่มีตึกสูงบังวิวในด้านนี้ ซึ่งฝั่งนี้ตึกสูงจะค่อนข้างขึ้นยาก เนื่องจะเป็นพื้นที่ราชการเป็นส่วนใหญ่นะคะ ข้อดีอีกอย่างของห้องนี้คือจะมีบันไดหนีไฟกัน ทำให้ไม่ต้องใช้ผนังรวมกับคนอื่นนะคะ

แปลนชั้นพักอาศัยชั้นที่ 31 จะมีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น เนื่องจากฝั่งซ้ายมือ จะเป็นห้อง Pent House ซึ่งกินพื้นที่เท่ากับห้องพักอาศัย 2 ห้อง ทำให้เหลือเพียง 4 ยูนิต/ชั้น

แปลนชั้นพักอาศัยชั้นที่ 32nd – 33rd เป็นแบบเดียวกับชั้นที่แล้วนะคะ

บริเวณทางเดิน ค่อนข้างกว้าง และใกล้โถงลิฟต์ทุกห้อง เนื่องจากมีเพียง 5 ยูนิต/ชั้น ซึ่งค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัวมากทีเดียว

แปลน Facilities ชั้นที่ 35th จะมีสระว่ายนำ้อยู่ทางทิศเหนือ เนื่องจากเป็นวิวที่ไม่มีตึกสูงในระยะประชิดเลย โดยตึกส่วนใหญ่บริเวณด้านี้จะเป็นแนวราบเกือบหมด ทำให้ได้วิวค่อนข้างโปล่งโล่ง เข้ามาบริเวณด้านในจะมีห้องน้ำ และห้องอาบน้ำ พร้อมมีตู้ Locker มาให้ด้วย นอกจากนี้ยังมีห้องซาวน่ามาให้ใช้บริการกันด้วยนะคะ

แปลนชั้น Facilities ชั้นที่ 35th จะมีขนาดค่อนข้างกว้าง จะมีกระจกที่สามารถรับแสงธรรมชาติได้ ทำให้บริเวณทางเดินสว่างมากขึ้นค่ะ

บริเวณสระว่ายน้ำ จะมีขนาดประมาณ  7×20 เมตร ถึงแม้ว่าจะมีขนาดใหญ่ไม่มาก แต่ก็เพียงพอกับคนในคอนโด เนื่องจากทั้งโครงการมีเพียง 152 ยูนิต ทำให้การใช้งานค่อนข้างเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

จะมีบันไดทางลงสระว่ายน้ำ พร้อมที่นั่ง Jacuzzi สามารถนั่งชมวิวในบริเวณนี้ได้ สำหรับน้ำในสระจะออกสีเขียวหน่อยๆ ทำให้บรรยากาศคล้ายๆการแช่น้ำร้อนออนเซ็นเลยนะคะ

สำหรับด้านข้างประตูทางเข้า-ออกทั้ง 2 ฝั่ง จะมีที่ชำร่างกายกลางแจ้ง ก่อนลงสระน้ำ โดยจะมีฝักบัวทั้งหมด 2 อัน พื้นที่การใช้งานเหมาะสำหรับยืนคนเดียวนะคะ

บริเวณสระว่ายน้ำ จะสามารถเห็นวิวฝั่งทิศเหนือได้ จะเห็นได้ว่าไม่มีตึกสูงในระยะประชิดเลย ทำให้ทัศนียภาพเห็นวิวเมืองมีตึกสูงอยู่ไกลๆ ซึ่งถือว่าค่อนข้างสบายตามากค่ะ

มาที่บริเวณห้องน้ำ จะแยกชาย-หญิง ออกจากกัน พื้นที่การใช้งานค่อนข้างกระชับ บริเวณพื้นและผนังห้องน้ำจะใช้เป็นกระเบื้องลายหินอ่อน ซึ่งออกแบบมาได้ค่อนข้างหรูหรา ภายในจะมีอ่างล่างมือมาให้ พร้อมกระจกเงาบานใหญ่ พร้อมตู้ Locker  สามารถเอาของมาเก็บ แล้วใช้งานบริเวณนี้ได้นะคะ

ถัดเข้าไปจะเป็นสุขภัณฑ์ของคุณผู้ชาย ซึ่งซ่อนเข้ามาข้างใน ทำให้ใช้งานเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

ฝั่งตรงข้ามอ่างล่างมือ จะมีห้องน้ำ และห้องอาบน้ำอยู่หลายห้องโดยแต่ละห้องมีพื้นที่การใช้งานค่อนข้างกว้าง ถัดเข้าไปด้านในจะมีห้องซาวน่ามาให้ใช้งานกันได้นะคะ

จะมีบันไดลงไปชั้นที่ 34 ซึ่งเป็นชั้น Facilities ทั้งหมดเช่นเดียวกันค่ะ จะเป็นบันไดวนล้อมรอบด้วยกระจกสีเขียวตัดแสง ทำให้พื้นที่บริเวณนี้ไม่ร้อนมากนัก รวมถึงยังทำให้เห็นวิวโดยรอบได้ชัดเจนอีกด้วยค่ะ

ลงบันไดมาด้านข้างประตูฝั่งซ้าย จะมีพื้นที่ออกไปพื้นที่นั่งเล่น สามารถนั่งชมวิวทิวทัศน์ ได้เลยนะคะ

บริเวณพื้นที่พักผ่อน จะมีเก้าอี้มาให้นั่งเล่นชมวิวเมืองกันได้ เหมือนเป็นพื้นที่หลีกหนีจากความวุ่นวาย เนื่องจากบริเวณด้านบนค่อนข้างเงียบ เราจะไม่ได้ยินเสียงรถยนต์แล้วเนื่องจากอยู่ค่อนข้างสูง ทำให้มีความสงบมากค่ะ

มุมมองจากทิศตะวันออก ด้านนี้จะหันออกไปยัง BTSพญาไท เราจะเห็นโครงการ Ideo Mobi พญาไท ซึ่งมีระยะห่างจากตัวอาคารเราพอสมควร ทำให้ไม่ค่อยมีผลกระทบในการมองวิวเท่าไหร่นะคะ ฝั่งตรงข้าม Ideo จะเป็นโรงเรียนสันติราษฏร์นะคะ

มุมมองจากทิศใต้ ด้านนี้จะมึตึกสูงของกระทรวงศึกษาธิการ แต่จะมีระยะห่างพอสมควร เนื่องจากมีถนนศรีอยุธยา กั้นระหว่างการ ซึ่งโดยรวมถือว่ามีผลกระทบกับโครงการเล็กน้อยนะคะ เรายังสามารถเห็นวิวใกล้ได้อยู่ เนื่องจากโดยรอบจะเป็นแนวราบเกือบทั้งหมดค่ะ

มุมมองจากทิศตะวันออก ด้านนี้จะไม่มึตึกสูงเลยนะคะ เนื่องจากเป็นอาคารแนวราบเต็มพื้นที่ และส่วนใหญ่จะเป็นอาคารราชการ ทำให้พื้นที่นี้ขึ้นตึกสูงค่อนข้างยาก สำหรับวิวทิศนี้จะมองออกไปยังบริเวณเมืองเก่า ถือว่าเป็นวิวฝั่งที่ดีที่สุดของโครงการเลยทีเดียวค่ะ

กลับเข้ามาด้านในจะเป็นห้อง Fitness ซึ่งสามารถวางเครื่องเล่นได้ 10 กว่าตัวค่ะ พร้อมทั้งมีทีวีส่วนตัวของแต่ละเครื่อง สามารถออกกำลังกายไปดูทีวีส่วนตัวได้ แถมยังมีหน้าต่างสามารถมองเห็นวิวขนาดออกกำลังกายได้อีกด้วยค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby
  • Mailbox
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ เป็นระบบเกลือ
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง
  • ห้อง Co-Working Space
  • ห้องซาวน่า
  • พื้นที่นั่งเล่นบริเวณ Roof Top
  • ลิฟต์ โดยสาร 2 ตัว
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 76 : 1
  • ที่จอดรถประมาณ 100 คันคิดเป็น 65% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Access Card
  • Key Card Access เข้าตัวอาคารแบบล็อกชั้น


Product Walkthrough

วันนี้เราจะมีดูแปลนห้อง 1 Bedroom ขนาด 52.03 ตารางเมตรกัน จะเป็น 1 Bed 1 Bath ซึ่งจะได้เป็นห้องหัวมุมนะคะ ห้องนี้จะอยู่หัวมุมด้านล่างขวาของทุกชั้น ตัวห้องหันออกไปทางทิศเหนือ และทิศตะวันออก ซึ่งเน้นพื้นที่การใช้งานค่อนข้างกว้าง สามารถวางฟังก์ชันได้หลายหลาย ห้องนี้เหมาะสำหรับอยู่อาศัยกัน 2 คน

ทางเข้าห้องจะเจอกับพื้นที่ครัว ซึ่งทางโครงการได้ทำเป็นโต๊ะกินข้าวแบบ Counter Bar มาให้ ซึ่งจะได้เป็นครัวเปิด แต่สามารถกั้นเป็นห้องครัวปิดได้ สำหรับครัวเปิด อาจจะทำอาหารจริงจังไม่ได้ เนื่องจากอาจจะมีกลิ่นและควันเข้าไปรบกวนห้องอื่นๆได้ พื้นครัวจะเป็นพื้นลามิเนต แบบเดียวกับในห้อง ทำให้ต้องระมัดระวังการใช้งานด้วย ห้องนี้จะมีความสูงพื้นถึงฝ้า 2.9 เมตร ทำให้ได้ความโปร่งโล่ง แต่บริเวณห้องครัวจะดรอปลงมา 2.80 เนื่องจากมีการใส่แอร์แบบฝังฝ้าเข้าไป ซึ่งทางโครงการได้ติดตั้งมาตั้งแต่แรก ถัดเข้ามาจะเป็นห้องรับแขก จะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ สามารถวางโซฟาขนาดใหญ่ได้ พร้อมมีพื้นที่ระเบียง สามารถทำเป็นพื้นที่ซักล้างได้ โดยทางโครงการจะมีพื้นที่ซ่อน CDU มาแล้ว ทำให้สามารถเห็นวิวได้อย่างเต็มที่นะคะ

ถัดเข้ามาบริเวณห้องนอน จะวางเตียงขนาด King Size ได้ โดยจะมีพื้นที่เหลือข้างเตียงค่อนข้างเยอะ ทำให้เดินใช้งานได้สะดวก โดยจุดเด่นของห้องนี้คือ ห้องนอนจะได้เป็นห้องหัวมุมสามารถเห็นวิวได้ทั้ง 2 ทิศ รวมถึงมีแสงธรรมชาติส่องเข้ามาภายในห้องมากขึ้น ทำให้ช่วยประหยัดไฟได้ในตอนกลางวัน สำหรับห้องน้ำจะอยู่ภายในห้องนอน ทำให้ใช้งานได้ง่าย โดยภายในห้องนำ้จะมีอ่างอาบน้ำมาให้ และตัวห้องน้ำเองจะอยู่ติดกับด้านนอกอาคาร ทำให้มีหน้าต่างที่ช่วยระบายอากาศได้ สำหรับห้องน้ำที่อยู่ด้านในห้องนอน อาจจะไม่เหมาะกับคนที่มีแขกมาบ้านเยอะๆ เนื่องจากจำเป็นต้องผ่านตัวห้องนอนก่อน ซึ่งอาจจะไม่ค่อยมีความเป็นส่วนตัวเท่าไหร่

สำหรับผู้เขียนคิดว่าทางโครงการให้วัสดุมาค่อนข้างดี เน้นพื้นที่การใช้สอยขนาดใหญ่ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามใจชอบ แต่พื้นห้องครัวจะให้เป็นพื้นลามิเนต ซึ่งอาจจะต้องระมัดระวังเรื่องการใช้งาน แต่ส่วนตัวชอบที่ห้องนอน มีช่องสำหรับซ่อนม่าน ทำให้ดูเรียบร้อยมากขึ้น แต่ห้องนอนจะไม่ได้แบบ Bay Window เนื่องจากติดเสาของอาคา ซึ่งอาจจะรบกวนสักเล็กน้อยนะคะ

วันนี้เราจะมีดูแปลนห้อง 2 Bedroom ขนาด 61.01 ตารางเมตรกัน จะเป็น 2 Bed 1 Bath ซึ่งจะได้เป็นห้องหัวมุมเช่นเดียวกัน ห้องนี้จะอยู่หัวมุมด้านบนขวาของทุกชั้น ตัวห้องหันออกไปทางทิศเหนือ และทิศตะวันตก ซึ่งอาจจะร้อนบ้างในช่วงบ่ายๆ ตัวห้องออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ สามารถวางฟังก์ชันได้หลายหลาย ห้องนี้เหมาะสำหรับอยู่อาศัยกัน 3 คน

ทางเข้าห้องจะเจอกับพื้นที่ครัว ซึ่งจะได้เป็นครัวเปิด แต่สามารถกั้นเป็นห้องครัวปิดได้ ซึ่งสำหรับครัวเปิด อาจจะทำอาหารจริงจังไม่ได้ เนื่องจากอาจจะมีกลิ่นและควันเข้าไปรบกวนห้องอื่นๆได้ พื้นครัวจะเป็นพื้นลามิเนต แบบเดียวกับห้องที่แล้ว ซึ่งอาจจะต้องระมัดระวังการใช้งานด้วย ห้องนี้จะมีความสูงพื้นถึงฝ้า 2.9 เมตร ทำให้ได้ความโปร่งโล่ง แต่บริเวณห้องครัวจะดรอปลงมา 2.80 เนื่องจากมีการใส่แอร์แบบฝังฝ้าเข้าไป ซึ่งทางโครงการได้ติดตั้งมาตั้งแต่แรก ถัดเข้ามาจะมีที่วางโต๊ะกินข้าวสำหรับ 4 ที่ ริมสุดของห้องจะเป็นห้องรับแขก สามารถวางโซฟาได้ พร้อมมีระเบียง ที่สามารถทำเป็นพื้นที่ซักล้างได้ โดยทางโครงการจะมีพื้นที่ซ่อน CDU มาแล้ว ทำให้สามารถเห็นวิวได้อย่างเต็มที่นะคะ

ถัดเข้ามาบริเวณห้องนอนใหญ่ สามารถวางเตียงขนาด King Size ได้ โดยจะมีพื้นที่เหลือข้างเตียงค่อนข้างเยอะ  สามารถเดินใช้งานได้สบาย โดยจุดเด่นของห้องนี้คือ ห้องนอนจะได้เป็นห้องหัวมุมสามารถเห็นวิวได้ทั้ง 2 ทิศ รวมถึงมีแสงธรรมชาติส่องเข้ามาภายใน ทำให้ช่วยประหยัดไฟได้ สำหรับห้องน้ำจะสามารถเข้าออกได้ 2 ทางจากบริเวณห้องนอน และห้องรับแขก ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ภายในห้องนำ้จะมีอ่างอาบน้ำมาให้ และตัวห้องน้ำเองจะติดกับด้านนอกอาคาร ทำให้มีหน้าต่างที่ช่วยระบายอากาศได้ แต่สำหรับห้องนอนเล็กอาจจะต้องลำบากสักเล็กน้อย เนื่องจากจะต้องออกมาบริเวณห้องรับแขกก่อนที่จะใช้งานห้องน้ำได้ สำหรับห้องนอนเล็กจะใส่เตียงขนาด 3.5 ฟุตได้ รวมถึงมีหน้าต่างขนาดใหญ่ สามารถเห็นวิว และรับแสงธรรมชาติจากภายนอกอาคารได้

สำหรับผู้เขียนคิดว่าเน้นการใช้สอยเป็นหลัก มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง วางห้องออกมาได้เป็น ห้องมุมทุกห้อง แต่สำหรับห้องนอนนี้ไม่ได้ Bay Window เช่นเดียวกันห้องที่แล้ว ซึ่งอาจจะรบกวนวิวเล็กน้อย แต่ส่วนตัวแล้วห้องนี้ จะชอบที่ห้องน้ำสามารถเข้าออกได้ 2 ทาง ซึ่งทำให้มีความเป็นส่วนตัวในการใช้งานมากยิ่งขึ้น

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 11 December 2018

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดและโอนกันหมดแล้วนะคะ ดังนั้นต้องซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ทำให้ราคาก็จะค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งครบ ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขายราคาต่อตารางเมตรในปัจจุบัน ปี 2018 (ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูล)

  • ราคาขายปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 180,000-200,000บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 65 บาท/ตร.ม./เดือน
  • ค่าไฟค่าน้ำ ตามการใช้งานจริง

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล  ถึงแม้ว่าที่ตั้งจะอยู่ติดกับถนนศรีอยุธยา แต่ก็ใกล้กับสถานีพญาไท ซึ่งพญาไทเป็นย่านที่ไม่ได้มีความอุดมสมบูรณ์ของห้างร้านอะไรมาก จริงๆจุดเด่นของพญาไทในโซนนี้เป็นแหล่งสำนักงานที่ใกล้สยามกับจุฬาฯ รวมถึงเป็นจุด Interchange ของ Airport Link  นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลหลายแห่ง ทำให้กลายมาเป็นมุมที่ฮิตที่อยู่อาศัยมากกว่า แต่ไม่ใช่ว่าจะแห้งแล้งอะไรขนาดนั้นนะคะ ตามริมถนนจะมีพวกตึกแถวร้านค้าพาณิชย์บริเวณด้านล่าง โดยจะมีร้านอาหาร และธนาคารเต็มไปหมด รวมไปถึงมีร้านกินดื่มแฮงก์เอาท์อยู่นิดหน่อย

แต่ถ้าจะเดินห้างแบบง่ายๆ สามารถเดินไปบริเวณเซ็นจูรี่ จะมี Tops, ร้านอาหารชั้นนำต่างๆ และโรงหนัง รวมถึงมี King Power รางน้ำ ที่สามารถเข้าไปเดินเล่นได้ หรือถ้าใครอยากไปเดินห้างใหญ่ๆ สามารถนั่งไป BTSสยามได้ ซึ่งถัดไปเพียง 2 สถานี ซึ่งบริเวณสยาม ถือว่าเป็นใจกลางเมือง ที่ใครๆก็รู้จัก มีห้างสรรพสินค้าดังๆมากมาย และมีของให้เลือกเยอะที่สุดในกรุงเทพแล้วก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังใกล้จุฬาอีกด้วย

การเดินทางโดยใช้รถ การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวก็มีความสะดวก เนื่องจากโครงการอยู่ติดถนนศรีอยุธยา สามารถกลับรถไปออกบริเวณถนนพระราม 6 ได้ ซึ่งสามารถลัดไปยังบริเวณทางขึ้น-ลงด่วนพิเศษศรีรัช ซึ่งสามารถเดินทางไปยังที่ต่างๆได้ง่าย โดยด่านยมราชนั้น สามารถขึ้นทางด่วนไปได้ทั้ง 2 ฝั่ง อย่าง ฝั่ง ดินแดง-แจ้งวัฒนะ และบางนา-ดาวคะนอง นอกจากนี้ยังเลี้ยวซ้ายไปบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่สามารถเดินทางไปได้หลากหลายเส้นทาง เรียกว่าตอบโจทย์กลุ่มคนใช้รถยนต์มากๆ และโครงการมีพื้นที่จอดรถ 65% ถือว่ากลางๆเพียงพอต่อการใช้งานการเดินทางโดยไม่ใช้รถ จะมี BTS สถานีพญาไท ที่ใกล้ที่สุดห่างจากโครงการประมาณ 400 เมตร สามารถเดินได้สบาย ซึ่งสถานีพญาไท มีจุดเด่นที่เป็นจุด Interchange ของ Airport Link สามารถเดินทางไปสุวรรณภูมิได้ง่าย หรือถ้าใครต้องการจะไปสถานีสยาม จะนั่งรถต่อไปเพียง 2  สถานี ซึ่งเป็นจุด Interchange สามารถเปลี่ยนไปยังสายสนามกีฬา-บางหว้าได้ ซึ่งถือว่าเดินทางสะดวกมากสำหรับคนที่ต้องการเดินทางด้วยระบบสาธารณะ ส่วนถ้าใครจะขึ้นรถสาธารณะต่างๆก็สะดวก มีป้ายรถเมล์อยู่ไม่ไกล สำหรับตัวโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ทำให้เรียกแท็กซี่ได้ง่าย

การออกแบบตัวอาคาร เป็นโครงการ High Rise ขนาดเล็ก มีจำนวนห้อง 152 ยูนิต มีการจัดวางห้องพักค่อนข้างดี โดยทางโครงการจัดวางตัวอาคารเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส โดยห้องพักอาศัยจะหันออกทุกทิศทาง หน้าตาอาคารมีลักษณะเป็นกล่องสูง โดยทุกชั้นทำเป็น PATTERN เดียวกัน ทำให้หน้าตาอาคารดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดี โดยกระจกภายนอกโครงการ เป็นสีเขียวตัดแสง ทำให้ช่วยลดความร้อนได้ค่ะ นอกจากนี้อาคารจอดรถจะแยกออกจากตึกพักอาศัย ข้อดีคือมีการแบ่งฟังก์ชั่นกันชัดเจน ไม่รบกวนห้องพักอาศัย แต่อาจจะต้องลำบากสักหน่อย เนื่องจากต้องลงมาบริเวณ Lobby ก่อนแล้วค่อยเดิมข้ามตึกเพื่อไปยังพื้นที่จอดรถนะคะ

การออบแบบชั้นพักอาศัย ชั้นพักอาศัยมีสูงสุด 5 ยูนิตต่อชั้น ซึ่งจะมีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างมาก โดยจะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด แต่ละชั้นจะมีบันไดหนีไฟ 2 จุด ตามกฏหมายอาคาร สำหรับห้องพักอาศัยถูกออกแบบให้อยู่มุมตึก ทำให้ทั้ง 4 ห้อง จะได้วิวที่ค่อนข้างกว้าง สำหรับห้อง 1 BEDROOM ตรงกลางที่มีขนาดเล็กที่สุด ถึงแม้ว่าจะไม่อยู่มุม แต่จะได้วิวทิวทัศน์ฝั่งทิศตะวันตก ซึ่งถือว่าเป็นวิวที่ดีที่สุดของอาคาร ปัจจุบันยังไม่มีตึกสูงบังวิวในด้านนี้ ซึ่งฝั่งนี้ตึกสูงจะค่อนข้างขึ้นยาก เนื่องจะเป็นพื้นที่ราชการเป็นส่วนใหญ่นะคะ ข้อดีอีกอย่างของห้องนี้คือจะมีบันไดหนีไฟกัน ทำให้ไม่ต้องใช้ผนังรวมกับคนอื่นนะคะ

การออบแบบตัวห้องพักอาศัย จุดเด่นคือห้องนอนส่วนใหญ่ จะได้เป็นห้องหัวมุมมีหน้าต่าง 2 ด้าน ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รวมถึงเห็นวิวได้จากทั้ง 2 ทิศ โดยตัวห้องจะเน้นพื้นที่การใช้สอยขนาดใหญ่ สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ ทำให้เวลาอยู่ภายในห้องไม่รู้สึกอึกอัด การวางฟังก์ชั่นได้ค่อนข้างลงตัว แต่สำหรับห้องที่นี้จะเป็นครัวเปิดทั้งหมด แต่สามารถกั้นห้องเป็นครัวปิดในอนาคตได้ค่ะ

วัสดุ  ทางโครงการขายแบบ Fully Furnished ของที่มาจากโครงการ จะเป็นวัสดุหรือเฟอร์นิเจอร์บางส่วน ซึ่งสภาพห้องขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของเจ้าของ ดังนั้นในส่วนนี้คงต้องไปดูกันเองว่าสภาพห้องจากการใช้งานเป็นยังไงบ้าง บางห้องเคยให้เช่ามาก่อน บางห้องเจ้าของอยู่เอง หรือบางห้องสภาพเสมือนมือ 1 เพราะไม่เคยมีใครเข้าอยู่เลยก็มีให้เลือกค่ะ

สาธารณูปโภค ให้มาพอดีกับคนที่ใช้งาน เนื่องจากยูนิตน้อย สำหรับ Facilities จะเน้นที่ชั้น 34 และ 35 เป็นหลัก บริเวณชั้น 34 จะมีห้องฟิสเนส และพื้นที่นั่งพักผ่อน ที่สามารถออกไปนั่งชมวิวของโครงการ ทำให้ได้วิว City view ที่เปิดโล่งโดยบริเวณนี้จะไม่มีตึกบังแล้ว เนื่องจากโครงการอยู่สูงกว่าอาคารอื่นๆโดยรอบโครงการ นอกจากนี้จะมีบันไดเชื่อมไปบริเวณชั้น 35 ได้ ด้านบนจะมีห้องน้ำแยกชาย-หญิง, ห้องอาบน้ำพร้อม Locker, ห้องซาวน่า และ สระว่ายน้ำขนาดไม่ใหญ่มาก สำหรับห้อง Co-Working Space จะอยู่บริเวณ Lobby ของอาคารนะคะ เรื่องการจัดการดูแลโครงการจากนิติบุคคลอยู่ในเกณฑ์ที่ถือว่าใช้ได้ จากที่ดูภายในโครงการสภาพยังใหม่ ไม่ทรุดโทรม มีแม่บ้านทำความสะอาดเรียบร้อย รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่ทั้ง รปภ. ระบบ CCTV และ Access Card

BOTTOM LINE

The Address พญาไท เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดที่ใกล้  BTSพญาไท และ Airport Link ไปสุวรรณภูมิได้สะดวก เป็นทำที่ใกล้ใจกลางเมือง ได้คอนโดระดับ Luxury เน้นความเป็นส่วนตัวยูนิตน้อย จำนวนห้องต่อชั้นสูงสุดเพียง 5 ยูนิต มีส่วนกลางหลักให้ใช้งานครบ สำหรับราคาเริ่มต้นอยู่ที่  7.4-12.6 ล้านบาท