ในที่สุดก็กลับมา Come Back Again อีกครั้งนะครับ หลังจากที่ผมได้เคยไปทำ “พาชมทำเล” ไปเมื่อปีทีแล้ว ก็พับโปรเจคไปปรับโน้น นี่นั่นให้เข้าที่ จนกลับมาจนได้ Noble Around Ari ยังคงเป็นที่จับตามองของกลุ่มคนที่ต่างกัน แต่แน่นอนอับดับแรกที่ดึงดูดให้ทุกคนเข้ามาก่อนก็คงไม่พ้น “ทำเล” เพราะนี่ที่คือ ARI(อารีย์) และติดถนนใหญ่อย่างพหลโยธินในระยะเดินรถไฟฟ้าไม่ถึง 100 เมตร เอาล่ะไปดูกันเลย

Fact @ 24 May 2018

  • Noble Around Ari (โนเบิล อราวน์ อารีย์)
  • ผู้พัฒนาโครงการ : Noble Development
  • SUPER LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : พญาไท ติดถนนพหลโยธิน
  • Building X คอนโด High Rise 39 ชั้น และชั้นใต้ดิน 4 ชั้น
  • Building Y คอนโด  Low Rise 7 ชั้น และชั้นใต้ดิน 5 ชั้น
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด n/a ยูนิตที่อาคาร n/a
  • จำนวนรวมทั้งหมด 611 ยูนิต
  • Building Y จอดรถระบบ Automatic Parking ลงใต้ดิน 5 ชั้น
  • Building X จอดรถแบบช่องจอดปกติในอาคารชั้น B1-B4
  • ที่จอดรถประมาณ 47%(ไม่ซ้อนคัน) ถ้าซ้อนคันคิดเป็นประมาณ 50%
  • ที่ดินประมาณ 3-0-23 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง :  n/a  |  คาดว่าจะแล้วเสร็จ : n/a
  • 1 Bedroom 26.40 – 34.80 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus 41.60 – 44.70 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดาน Building X สูง 2.85 เมตร / Building Y สูง 2.70 เมตร
  • ราคาเริ่มต้นประมาณ 5.8 ล้านบาท
  • ช่วงราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรประมาณ 22x,xxx – 25x,xxx บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : อยู่ระหว่างดำเนินการ
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 02-251-9955
  • ชมห้องตัวอย่างได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 7 มิ.ย. และเปิดจองวันที่ 10 มิ.ย. นี้ ที่โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ
  • พิเศษ ลงทะเบียนรับส่วนลดออนไลน์ 50,000 บาท : คลิกที่นี่

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

หลังจากที่เลื่อนมาจากปีที่แล้ว แบรนด์ AROUND อารีย์ ของ Noble คราวนี้กลับมาแล้วแน่นอนครับ ซึ่งทางผมเคยได้ไปทำบทความ Location รอบๆโครงการกันไว้แล้ว สามารถสภาพแวดล้อมรอบๆโครงการได้จากบทความ “พาชมทำเล Noble Around อารีย์ ได้ที่นี่”

และก็มาเกริ่นกันสักนิดนึง ถ้าพูดถึงคอนโดในย่านอารีย์ ก็คงหนีไม่พ้น Noble Development ที่เป็นผู้บุกเบิก เจ้าถิ่นที่ประสบความสำเร็จมาแล้วหลายโครงการได้แก่ Noble Life, Noble Re:D, Noble Reflex และ Noble Reform (ยังไม่รวม Noble Revolve ที่ขอ EIA ไม่ผ่านอยู่หลายครั้งจนพับโครงการไป) แต่การกลับมาใหม่ในครั้งนี้ยิ่งใหญ่กว่าเดิมแน่นอน โดยเลือกโลเคชั่น “ติดพหลโยธิน” ในระยะ BTS อารีย์ไม่เกิน 100 ม. ซึ่งยังไม่มีใครทำมาก่อน

“อารีย์ – ARI”  คนทั่วไปได้ยินชื่อถึงย่านนี้คงหนีไม่พ้น ย่านแห่งร้านอาหาร ที่มีทั้งร้านข้างทางจนไปถึงร้านดินเนอร์เก๋ๆเต็มไปหมด แต่จริงๆแล้วซอยอารีย์เป็นย่านที่อยู่อาศัยที่ไม่พลุกพล่านนะครับเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของคนนามสกุลเก่าแก่ จึงมีบรรยากาศร่มรื่นน่าอยู่และเป็นทำเลที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง จะเป็นย่านออกแนวธุรกิจขนาดย่อมมารวมตัวกัน ไม่ว่าจะเป็น Mini Hostel, Cafe สุดชิค, Co-Working Space แนวๆ

#ที่อยู่อาศัย ในย่านอารีย์ถ้าในส่วนที่ติดของถนนใหญ่ เรียกว่าไม่มีเปิดตัวเลยก็ได้ในระยะเวลา 5 ปีกว่า ตัวก่อนหน้านี้ก็เป็นของ Noble Reform แต่ทางเข้าออกก็อยู่ในซอยอารีย์อีกแหละ เพราะว่าราคาที่ดินแพงมากและรวมผืนที่ดินทำได้ยากไม่คุ้มค่า เรียกได้ว่า Noble Around มาตัวแรกที่ติดถนนพหลโยธินเลยทำให้เป็นตัวแรกที่เรียกได้ว่า “ติดถนนใหญ่ย่านอารีย์” 

#แหล่งงาน สิ่งที่สำคัญอีกอย่าง “อารีย์” เป็นพื้นที่แหล่งงานที่สำคัญย่านนึงในกรุงเทพก็ว่าได้ โดยพื้นที่ริมถนนพหลฯมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน จากที่ผมลงไปเดินสำรวจดู ติดถนนพหลโยธิน จะเห็นว่ามีอาคารสูงที่อยู่ในย่านรอบๆสถานีรถไฟฟ้าอารีย์เยอะมากครับ และเป็นหลากหลายผู้ประกอบการที่เข้ามาลงทุนสร้างตึกเหล่านี้เพราะเห็นความต้องการของเจ้าของธุรกิจที่ต้องใช้พื้นที่สำหรับสำนักงานในย่านตัวเมือง ใกล้รถไฟฟ้า และทางด่วน (ศรีรัชและโทรล์เวย์) อย่างตึกล่าสุดที่พึ่งเปิดตัวไปปี 60 มีพนักงานใหม่เข้ามาในพื้นที่นี้เพิ่มอีกก็คือตึก SC Tower กับ Pearl Bangkok และต้นปี 61 นี้ Ari Hills ก็เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ยังไม่ได้นับสถานที่ทำงานที่ไม่ใช่อาคารสูงอื่นๆในยังย่านนี้อีกนะครับ ส่วนใหญ่มักจะเป็นราชการและรัฐวิสาหกิจ อาทิเช่น กรมสรรพากร, กรมควบคุมมลพิษ, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กรมทรัพยากรน้ำ, กรมประชาสัมพันธ์, กรมธนารักษ์ และกระทรวงการคลัง เป็นต้น เห็นได้ชัดเลยว่าที่นี่เป็น “ย่านมนุษย์เงินเดือน” อย่างแท้จริงที่มี “งาน” มากมายอยู่ในย่านนี้

ด้านหน้าไซท์ที่ดินโครงการ ซึ่ง Cafe ร้าน KAFFE by li-bra-ry เดิม ซึ่งตั้งอยู่บนผืนที่ดินของ Noble ด้วย ในอนาคตจะทุบทิ้งรืออกทั้งหมดทำเป็น Landscape ทางเข้านะครับ

กลับมาที่ตัวโครงการกันบ้าง ถ้าเดินจาก BTS ฝั่งลาวิลล่า ผ่าน SME Bank มาแค่ 90 เมตร ก็ถึงปากทางเข้าโครงการแล้วครับ แผนที่นี้ผมทำให้เห็นลักษณะรูปแปลง ว่าจากทางเข้าไปอีกประมาณ 70 เมตรจะเป็นตำแหน่งของอาคาร ซึ่งจะแบ่งออกเป็นอาคาร X(ตึกสูง 39 ชั้น) และข้างเป็นอาคาร Y(สูง 7 ชั้น) โดยเรามาโฟกัสเรื่องวิวของตัวอาคารสูงกัน เจ้าอาคาร X ที่สูง 39 ชั้นเนี่ย จะมีห้องพักหันออกทั้ง 4 ด้านเลยนะครับ

ซูมกันให้ดูกันใกล้ๆหน่อย ทำให้เห็นว่าการที่ตำแหน่งของอาคารถอยร่นออกไปจากถนนใหญ่ เลยเกิดข้อดีเรื่องที่ไม่โดนตึก SME กับ Pearl Bangkok มาบล็อควิวนั่นเองคับ

ตะวันออกเฉียงเหนือ : ใกล้ๆก็จะเห็นสวนในโครงการ, อาคาร Y, พ้นไปหน่อยก็จะเป็นชุมชนบ้านพักอาศัยทั่วไป (ตำแหน่งอาคารอยู่เข้ามาลึก ทำให้ไม่โดน SME Bank มาบังวิวด้วย) มองไปไกลๆจะเห็นกลุ่มออฟฟิศทั้ง IBM, Kbank พหลฯ

ตะวันออกเฉียงใต้ : ในระยะใกล้ๆจะเป็นชุมชนพักอาศัยทั่วไป ตั้งแต่ 2-8 ชั้น, ระยะกลางไกลจะเห็นกลุ่มบ้านพักของรพ.ทหารผ่านซึกที่ติดกับเส้นวิภาวดีรังสิต และมีพื้นที่สีเขียวให้เห็นพอสมควร

ตะวันตกเฉียงใต้ : ในระยะประชิดตอนนี้เป็นที่ดินเปล่าสลับกับบ้านพักอาศัยทั่วไป ระยะกลางมีกลุ่มอาคาร 7-14 ชั้นใกล้ๆซ.พหลฯ2 และระยะไกลจะเป็นวิวไปทางสนามเป้า ถ้าใครเลือกชั้นสูงๆหน่อยจะเห็นพื้นที่สีเขียวของกองพลทหารม้ารักษาพระองค์ (หลังททบ.5) สีเขียวสบายตาขนาดใหญ่

ตะวันตกเฉียงเหนือ : ระยะประชิดเป็น B-Quik กับปั๊ม Caltex และถนนพหลโยธินด้านหน้า ข้ามฝั่งไปครึ่งนึงจะเห็น Exim Bank และเห็นอาคารออฟฟิศใหม่อย่าง Pearl Bangkok ในระยะประมาณ 130 ม. แล้วซึ่งก็ไม่ได้ประชิดมากแต่กลับกลายเป็นระยะที่ดี เพราะตึกนี้ถือเป็นสถาปัตย์ที่สวยตึกนึงเลยทีเดียวครับ

สุดท้ายแล้วถ้าใครอยากจะส่องวิวจริงๆ แนะนำให้เข้าไปที่ “Official View 360 คลิกที่นี่” ในนั้นจะมีให้เลือกที่ความสูง 3 ระดับ คือที่ชั้น 10, ชั้น 23 และชั้นดาดฟ้า นั่นเอง จะได้เล็งๆแบบละเอียดแม่นๆกันไปเลยครับผม


เจาะลึกตัวโครงการ

(รูปบน) : ภาพจำลอง มองมาจากทางฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (หรือมาจากทางฝั่งสะพานควาย)

(รูปล่าง) : ภาพจำลอง มองมาจากทางฝั่งทิศตะวันตกเฉียงใต้ (หรือมาจากทางฝั่งสนามเป้า)

Perspective Exterior ยังคงรูปแบบเดิมถ้าใครเป็นแฟนโนเบิลอยู่แล้วจะรู้ว่า สไตล์ที่เค้าชอบใช้มากที่สุดจะเป็น Minimalist ที่ดูเรียบๆและไม่หวือหวามากนัก เพราะดีไซน์แบบนี้จะอยู่ได้นานหน่อย แล้วแต่คนชอบนะครับ โดยอาคารที่สูง 39 ชั้น(อาคาร X) และที่เราเห็นตรงกลางและดาดฟ้าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่เป็นไฮไลท์หลัก และให้รอบๆอาคารโดยเข้ากับคอนเซปท์ชื่อ AROUND นั่นเอง

ส่วนของอาคาร 7 ชั้น(อาคาร Y) จะอยู่ข้างๆกัน ซึ่งอาคารนี้ก็มีทั้งห้องพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลางเช่นเดียวกัน(ชั้น 1 กับดาดฟ้า) และส่วนของการจอดรถแบบ Auto Parking ต้องมาจอดที่หน้าอาคารนี้

ทางเข้าคอนโดจากถนนด้านหน้า  จะออกแบบเป็นซุ้มต้นไม้ยาวเข้าไปตลอดทาง โดยจะมีระยะเข้าไปประมาณ 50 เมตร อย่างที่บอกไปว่าการแบ่งทางเข้าลึกเข้าไปหน่อย กลับการเป็นดีสำหรับโครงการที่อยู่ย่านใจกลางเมืองมากๆ เพราะจะเป็นสกรีนเสียงดังจากรถรวมถึงฝุ่นควันต่างๆอีกด้วย โครงการเลยออกแบบอัดพื้นที่สีเขียวสองฝั่งและเป็นเส้นช่วยนำสายตาเข้าสู่ตัวอาคารด้วยครับ

เรามาดูกันที่อาคาร X (ที่สูง 39 ชั้น) กันก่อนนะครับ โดยเริ่มจากด้านนอกมองเข้าไปยังชั้น 1-2 จะเห็นว่ามีการใช้ผนังกระจกกั้น Lobby บางส่วน ทำให้กลายเป็นแบบ Semi Outdoor และสูง Double Volume เกือบ 7 เมตร ดูมีความเรียกแขกให้เห็นถึงความหรูหราและน่าใช้งาน อีกทั้งส่วนท้ายๆด้านหลังจะมีบันไดเวียนเดินขึ้นไปชั้นลอย ซึ่งด้านบนเป็นส่วนของห้องอ่านหนังสือที่ให้พื้นที่กว้างขวาง หรือมานั่งทำงานก็ได้

โดยถ้าถ้าซูมดูดีๆจะเห็นส่วนของเสามีการกรุตกแต่งด้วยลวดลายหินขนาดใหญ่ (ตรงนี้ยังไม่คอนเฟิร์มนะครับว่าเป็นหินอ่อนหรือกระเบื้องลายหินอ่อน) แต่ดูสวยดี ทางเดินที่เราเห็นจะเป็นการเดินเชื่อมกันระหว่างสองอาคาร X และ Y นั่นเอง โดยจะมี Water Feature ช่วยตกแต่ง Landscape ระหว่างทางเดิน

ภาพจำลองบรรยากาศภายในส่วนของ THE MEZZANINE LIBRARY ที่การตกแต่งยังคุมโทนเดียวกับ Lobby ชั้นล่าง และหน้าต่างฝั่งนี้มองออกไปยังอาคาร Y ซึ่งมีการลงต้นไม้สกรีนเอาไว้เพื่อความเป็นส่วนตัวของกันและกัน โดยสวนส่วนนั้นมีชื่อว่า AROUND GARDEN ครับ

ขยับขึ้นมาที่ชั้น 23 ที่ตอนเราดูภายนอกไกลๆ รูปทรงจะเหมือนเข็ดขัดของตัวอาคาร ที่ยื่นออกมาแบบนี้ครับ เรามาดูกันว่ามีพื้นที่ส่วนกลางอะไรบ้าง

UPTOWN SKY LOUNGE เป็นชื่อเรียกของพื้นที่ส่วนกลางบริเวณนี้ เป็นเลานจ์ที่มีสไตล์เฉพาะตัวบนชั้น 23 มาพร้อมบรรยากาศสบายๆ กับที่นั่งโซน Outdoor ที่เหมาะจะนั่งชมวิวพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าในช่วงเย็น จริงๆตรงนี้เป็นวิวตึก Pearl Bangkok ที่ห่างออกไปราวร้อยเมตรนิดๆ ซึ่งกลางตึกคืนเปิดไฟและเรามองไปจะสวยทีเดียวเลย นอกจากนั้นที่ชั้นนี้ยังมีส่วนกลางฟังก์ชันอื่นๆประกอบอีก เช่น Tea Room, Co-Kitchen Counter และ Game Zone

ขยับขึ้นมาในส่วนของสระว่ายน้ำที่ชั้น 39 ถือว่าเป็นไฮไลท์สุดของโครงการนี้เลย กับคอนเซปท์ AROUND ที่แปลว่า “รอบ” นั่นเอง พี่เค้าก็เลยจัดสระว่ายน้ำล้อมรอบ 4 ทิศทางซะเลย ล้อมรอบ Core Lift ในส่วนของชั้น 39 และชั้น 39M ทำให้ดูเป็น Semi Outdoor แบบเพดานสูงดูโปร่งโล่ง

ในส่วนของสระว่ายน้ำ จะมีทั้งส่วนที่กว้างและแคบไม่เท่านั้น แต่ส่วนพื้นที่ที่กว้างสุดจะอยู่ฝั่งหันไปทางด้านหน้าโครงการ มองวิวไปทาง Pearl Bangkok เช่นกัน แต่การใช้งานก็สามารถว่ายวนได้ครบ 360 องศาครับ / อีกทั้งที่เราเห็นมีห้องกระจกอยู่เหนือสระ ส่วนนั้นเป็นชั้น 39M หรือชั้นของ Fitness แบบยกชั้นที่ออกแบบให้ใช้งานล้อมรอบลิฟต์รอบด้านรับวิวได้ 360 องศาเช่นเดียวกันครับ

ขึ้นมาเหนือห้อง Fitness ก็เป็นส่วนของ Rooftop แล้วครับ โดยจะมีการจัด Landscape เป็นสวนและตั้งชื่อเล่นว่า ARI CLOUD FOREST ที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้พันธุ์ต่างๆ อีกทั้งยังจัดที่นั่งไว้ตามมุมต่างๆ และมาพร้อม Sky High Counter และที่นั่งแบบ stool สูงเกาะรอบขอบอาคาร พร้อมให้คุณชมวิวเมืองสวยๆ ในบรรยากาศสบายๆ อีกทั้งยังมี มุมบาร์บีคิวให้คุณได้สังสรรค์กับครอบครัวหรือเพื่อนๆได้อีกด้วย

เอาล่ะจบกันส่วนของอาคาร X ตึกสูงกันไปแล้ว เรามาต่อกันที่อาคาร Y(สูง 7 ชั้น) ที่อยู่ข้างๆกันบ้างครับ จากภาพจำลองบรรยากาศก่อนที่จะถึงทางเข้าตัวอาคาร พื้นที่บริเวณนี้เป็นทั้งส่วนของ Drop Off และยังเป็นส่วนทางเข้า Slot ของ Automatic Parking (2 ช่องจอด) ที่จะเอารถของเราลงไปจอดที่ชั้นใต้ดินได้ถึง 5 ชั้นครับ

ในส่วนของ Lobby อาคาร Y ก็จะคล้ายๆอาคาร X ก่อนหน้านี่แหละครับ ตัวล็อบบี้มีความสูง 3 เมตร แต่ว่าภาพนี้ เราจะเห็นในเรื่องของการเลือกวัสดุตกแต่งที่ชัดกว่า โดยจะใช้เส้นสายแนวตั้งเป็นตัวนำสายตา และพื้นเป็นหินอ่อนสีขาวเพิ่มความหรูหรา และด้านในส่วนจะมีห้อง Co-Creative Space ที่สามารถมานั่งทำงาน หรือประชุมได้ด้วย

ในส่วนของพื้นที่สีเขียวจะอยู่ด้านนอก Lobby อาคาร Y ซึ่งจะมีการลงต้นไม้ใหญ่เอาไว้ให้ ชาวยสกรีนการมองเห็นไปยังส่วนอื่นๆ และมีการทำพื้นเป็น Sunken Circle ลายหินอ่อนพร้อมเล่นไฟแฝงเอาไว้ เป็นพื้นที่นั่งเล่นและจุดนัดพบที่ดูดี

มุมนี้เป็น Bied Eye View ในส่วนของสวนหย่อม AROUND GARDEN ต่อเนื่องมาจากรูปบนนะครับ โดยจะเห็นว่าเจ้า Sunken Circle ไม่ได้มีจุดเดียวนะครับ ไม่ต้องกลัวแย่งกันใช้ แต่ลงวงก็ขนาดใหญ่เล็กไม่เท่ากัน

ในอาคาร Y ห้องพักอาศัยจะสิ้นสุดที่ชั้น 7 นะครับ แต่ในส่วนของ Rooftop ก็มีการจัดให้เป็นพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดเช่นเดียวกัน โดยถ้าจะใช้งานก็ขึ้นลิฟต์ใช้ได้ปกติเลยนะครับ ไม่ต้องเดินต่อขึ้นมา

พื้นที่ส่วนกลางดาดฟ้าจะประกอบไปด้วยสนามเด็กเล่น และไฮไลท์อย่าง SKY PIER GARDEN ทำเป็นสวนชิคๆบนชั้นดาดฟ้า และมีที่นั่งระเบียงยื่นพ้นขอบตึก ยาวตลอดความยาวของอาคาร เหมาะมากสำหรับการนั่งพักผ่อนชมวิวทอดอารมณ์

Master Plan โครงการพอเข้าจาก Gate มาจัดเป็น BOTANICAL PATH พื้นที่สีเขียวทางยาว 50 เมตร จนมาถึงด้านในที่ดินโครงการ ทางซ้ายเป็นฝั่งอาคาร Y ที่สูง 8 ชั้น มีระบบจอดรถ Auto ที่ตรงนี้แต่ว่า DropOff จะทำได้ลำบากหน่อย ส่วนด้านในเป็นล็อบบี้และพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด มีลิฟต์โดยสารให้ 2 ตัว

ส่วนของอาคาร X สูง 39 ชั้น ชั้นล่างจัดพื้นที่เป็น Lobby และ Library แบบเพดานสูง 7 เมตร มีช่องจอดรถใต้อาคารเล็กน้อย และมีทางเข้าไปจอดรถในตัวอาคารใต้ดินได้อีก 4 ชั้น ในส่วนของที่จอดรถ จอดได้ประมาณ 47%(ไม่ซ้อนคัน) ถ้าซ้อนคันคิดเป็นประมาณ 50% และอาคารนี้มีลิฟต์โดยสารให้ถึง 4 ตัว

อาคาร x ชั้น 23 : อีกส่วนนึงของชั้นส่วนกลางที่เรามองเห็นจาก Exterior ด้านนอก(เหมือนกับเข็มขัดคาดตัวอาคาร) ที่ชั้นนี้จะมีห้องพักอาศัยอยู่ด้วย ประมาณ 8 ยูนิตเท่านั้น ทำให้เราเห็นว่าโถงทางเดินด้านในจะออกแบบเป็น Single Corridor (โถงทางเดินเดียวที่ผนังตรงข้ามไม่มีห้องคนอื่น ข้อดีคือได้เรื่องความเป็นส่วนตัว ข้อเสียก็มีคือจะทึบๆหน่อย ต้องใช้ไฟเปิดส่องสว่างตามทางเดินช่วยตลอดวัน)

และฝั่งด้านหน้าอาคารจะจัดเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ประกอบไปด้วยหลายๆส่วน อาทิเช่น UPTOWN SKY LOUNGE เป็นชื่อเรียกของพื้นที่ส่วนกลางบริเวณนี้ เป็นเลานจ์ที่มีสไตล์เฉพาะตัวบนชั้น 23 มาพร้อมบรรยากาศสบายๆ กับที่นั่งโซน Outdoor ชม City View ยามเย็น และยังมีส่วนกลางฟังก์ชันอื่นๆประกอบอีก เช่น Tea Room, Co-Kitchen Counter และ Game Zone

 

อาคาร x ชั้น 39 : ถือว่าเป็นไฮไลท์สุดของโครงการนี้เลย กับคอนเซปท์ AROUND ที่แปลว่า “รอบ” นั่นเอง พี่เค้าก็เลยจัดสระว่ายน้ำล้อมรอบ 4 ทิศทางซะเลย ล้อมรอบ Core Lift โดยพื้นที่ของสระทั้งหมดประมาณ 300 ตร.ม.กว่าๆเลยครับ

ในส่วนของสระว่ายน้ำ จะมีทั้งส่วนที่กว้างและแคบไม่เท่านั้น แต่ส่วนพื้นที่ที่กว้างสุดจะอยู่ฝั่งหันไปทางด้านหน้าโครงการ มองวิวไปทาง Pearl Bangkok เช่นกัน แต่การใช้งานก็สามารถว่ายวนได้ครบ 360 องศาครับ / อีกทั้งที่เราเห็นมีห้องกระจกอยู่เหนือสระ ส่วนนั้นเป็นชั้น 39M หรือชั้นของ Fitness(Horizontal Gym) แบบยกชั้นที่ออกแบบให้ใช้งานล้อมรอบลิฟต์รอบด้านรับวิวได้ 360 องศาเช่นเดียวกันครับ

Rooftop : ชั้นดาดฟ้าจะมีการจัด Landscape เป็นสวนและตั้งชื่อเล่นว่า ARI CLOUD FOREST ที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้พันธุ์ต่างๆ อีกทั้งยังจัดที่นั่งไว้ตามมุมต่างๆ มีโซน BBQ ให้ด้วย และมาพร้อม Sky High Counter และที่นั่งแบบ stool สูงเกาะรอบขอบอาคาร เอาไว้มานั่งชมวิวเมืองหรือเอาเครื่องดื่มเบาๆมานั่งจิบชิลๆเปลี่ยนฝั่งไปเรื่อยๆได้วิวที่แตกต่างกันครับ

ชั้น 1 พื้นที่อาคาร Y (Low Rise) : พื้นที่บริเวณด้านหน้าเป็นทั้งส่วนของ Drop Off และยังเป็นส่วนทางเข้า Slot ของ Automatic Parking (2 ช่องจอด) ที่จะเอารถของเราลงไปจอดที่ชั้นใต้ดินได้ถึง 5 ชั้นครับ ด้านในเป็น Lobby ตัวล็อบบี้มีความสูง 3 เมตร ด้านในส่วนจะมีห้อง Co-Creative Space ที่สามารถมานั่งทำงาน หรือประชุมได้ด้วย และมีห้อง Laundry สามารถมาซักอบผ้าได้ ในอาคารนี้มีลิฟต์โดยสาร 2 ตัว

มองออกไปด้านนอกล็อบบี้จะมีการจัดพื้นที่สีเขียวเอาไว้  ซึ่งจะมีการลงต้นไม้ใหญ่เอาไว้ให้ ชาวยสกรีนการมองเห็นไปยังส่วนอื่นๆ และมีการทำพื้นเป็น Sunken Circle ลายหินอ่อนพร้อมเล่นไฟแฝงเอาไว้ เป็นพื้นที่นั่งเล่นและจุดนัดพบที่ดูดี

ชั้นดาดฟ้า พื้นที่อาคาร Y (Low Rise) : ที่ดาดฟ้าสามารถขึ้นลิฟต์ขึ้นมาใช้ส่วนกลางได้เลย โดยประกอบไปด้วย Playground และ Landscape ที่ชื่อว่า Sky Pier Garden ทำเป็นสวนชิคๆบนชั้นดาดฟ้า และมีที่นั่งระเบียงยื่นพ้นขอบตึก ยาวตลอดความยาวของอาคาร เหมาะมากสำหรับการนั่งพักผ่อนชมวิวทอดอารมณ์

ปิดท้ายกันด้วย VDO ตัวอย่างโปรเจคโครงการแบบละเอียด ที่ทางโนเบิลพึ่งอัพล่าสุดเมื่อคืนพอดี ก็ชมกันแบบเพลินๆได้เลย เห็นหน้าตาอาคารและส่วนกลางเกือบทุกจุดครับ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

Building Y

  • ชั้น G : Lobby เพดานสูง 3 เมตร ด้านในประกอบไปด้วย Co Cretive Space, Laundry
  • ด้านนอกจัดสวน Landscape สวยๆที่ชื่อ Around Garden พร้อม Sunken Circle นั่งเล่นได้
  • Rooftop : Playground, Sky Pier Garden
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว / ไม่มีลิฟต์ Service

Building X

  • ชั้น G : Lobby เพดานสูง 7 เมตร
  • ชั้น 2 : The Mezzanine Library
  • ชั้น 23 : Uptown Sky Lounge พื้นที่กว่า 350 ตร..และประกอบภายในฟังก์ชันอื่นๆอีกเช่น Lounge Sofa, Tea Room, Co Kitchen Counter, Game Zone, Outdoor Seating
  • ชั้น 39 : Dimensional Pool สระว่ายน้ำระบบเกลือ 360 องศา พื้นที่ประมาณ 370 ตร.. ลึก 1.2  เมตร
  • ชั้น 39M : Fitness(Horizontal Gym) พื้นที่ออกกำลังกายชมวิวได้รอบ 360 องศา
  • Rooftop : Ari Cloud Forest จัดพื้นที่เป็นสวนหย่อมพร้อมพื้นที่นั่งเล่น อีกทั้งมี Sky High Counter และที่นั่งแบบ stool สูงเกาะรอบขอบอาคาร พร้อมให้คุณชมวิวเมืองสวยๆ
  • ลิฟต์โดยสาร 4 ตัว / ลิฟต์ Service 1 ตัว

 


Product Walkthrough

ห้องตัวอย่างแรก 1 Bedroom ขนาด 26.40 ตร.ม. ถ้าใครคุ้นตากับแปลนนี้มาบ้างแล้วกับโครงการพี่ชายของเค้า Around สุขุมวิท 33 นั่นเองครับ โดยที่นี่จะปรับเพิ่มส่วนของกระจกบานเลื่อนตรงครัวให้เป็น 3 ตอน ทำให้ได้ช่องแสงส่องผ่านมากกว่า แต่ฟังก์ชั่นใช้สอยครบก็ยังครบอยู่ ได้ครัวแบบปิด ขายแบบ Fully Fitted ได้ชุดครัว, Hob&Hood, ตู้เสื้อผ้า Built-In, อุปกรณ์ในห้องน้ำทั้งหมดได้ตามห้องตัวอย่าง จริงๆแล้วห้องอาจจะดูเป็นหนึ่งห้องนอนที่ไม่ได้ใหญ่มาก แต่การทำแบบนี้ทำให้มี Total Price Package ที่พอจับต้องได้หน่อย (และอาคาร Y ตัวที่สูง 7 ชั้น จะเป็นห้อง Type นี้ทั้งหมด)

ฟังก์ชันจัดพื้นที่การภายในห้องหลักๆ  5 ส่วน ได้แก่ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องนอน ห้องน้ำและระเบียงซักล้าง เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอกับพื้นที่ส่วนครัวก่อน(ได้ฉากกั้นกลายเป็นครัวปิด) มีตู้ด้านข้างสำหรับวางของ จากส่วนครัวจะเชื่อมต่อไปยังส่วนรับประทานอาหาร ห้องนั่งเล่น รับแขก พื้นที่ในห้องจะปูด้วยพื้นลามิเนตทั้งหมด ความสูงจากพื้นถึงฝ้ามี 2.85 กับ 2.7 m. ห้องจึงดูโปร่งโล่ง

เริ่มจากส่วนครัว จัดเป็นครัวปิด มีประตูบานเลื่อนกั้นการใช้งาน ช่วยเรื่องป้องกันกลิ่นควันจากการประกอบอาหารได้ดี ภายในครัวมีชุดครัวแบบ built in ให้แต่ ติดตั้ง Hob & Hood ให้ ตรงข้ามชุดครัวจัดพื้นที่ไว้ตั้งชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับทานอาหารหรือใช้งานทั่วไปได้ ถัดเข้ามาด้านใน จัดพื้นที่ห้องนั่งเล่นและห้องนอน ปลายเตียงสามารถวางชุดโซฟาขนาดกลาง 2 ที่นั่งได้ และเชื่อมต่อกับส่วนระเบียง ทำให้รับแสง เปิดรับลมธรรมชาติ ระบายอากาศได้ดี ระเบียงจัดพื้นที่มาให้ไม่ใหญ่มาก พอใช้งานได้พอดีๆ ใช้เป็นส่วนซักล้างเล็ก ตากผ้าได้ และมีห้องเก็บ Condensing air เป็นสัดส่วนที่มีแผงบังตาให้เรียบร้อย แต่ยังสามารถระบายอากาศได้ และช่วยเรื่องความสวยงามรูปด้านของตัวอาคาร

เลยเข้าไปในพื้นที่ห้องนอน ภายในห้องนอนจัดพื้นที่มาให้เหมาะกับการใช้งาน สามารถตั้งเตียงใหญ่ ขนาดแบบ 5-6 ฟุต ได้แล้วยังมีพื้นที่เหลือโดยรอบเตียงไม่อึดอัด ด้านในสุดของตัวห้องทางจัดเป็นพื้นที่ Walk in Closet ที่เชื่อมต่อไปยังห้องน้ำ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานที่ต่อเนื่องกัน ภายในห้องน้ำมีการแบ่งพื้นที่การใช้งานโซนเปียกและโซนแห้ง อุปกรณ์ภายในห้องน้ำหลักๆครบตามที่ต้องใช้งาน เน้นการระบายอากาศ ด้วยระบบดูดอากาศของอาคารเป็นหลัก

ห้องตัวอย่างไม่ได้ติดบานประตูมาให้นะครับ แต่ของจริงจะมี Digital door lock รวมทั้งระบบ Home Automation มาให้ด้วย พอเปิดเข้ามาจะเจอกับส่วนครัวก่อน

ในส่วนของพื้นบริเวณครัว จะได้เป็นพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้ลวดลายหินสีสว่าง Earth tone แบบนี้

ทางขวามือของประตูจะมีชุดตู้เก็บรองเท้า Built-In แบบสูงจรดฝ้าเพดานมาให้

ด้านบนของชุดครัว มีการติดชุดตู้แขวนผนังมาให้จัดเต็มโดยจะมีแบ่งช่องวางไมโครเวฟไว้ด้วย และหน้าบานเป็นแบบกระจกใสสีดำ

ลองเปิดหน้าบานให้ดู การแบ่งช่องเก็บของมีเยอะไปหมด ทำให้เก็บเป็นหมวดหมู่ได้ง่าย อีกทั้ง Fitting ได้เป็นแบบ Soft Close กันกระแทก

Top ครัวได้เป็นหินสังเคราะห์สีขาว รวมไปถึงด้านหลังจะมีการติด Backsplash ทั้งช่วยในเรื่องของความสวยงามและการทำความสะอาดง่ายหลังทำครัวเสร็จ

ชุด Hob&Hood เป็นแบบแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว พร้อมซิงค์อ่างล้างจาน ยังมีที่เหลือให้ประกอบอาหาร โดยทั้งหมดจะได้เป็นของ MEX

ด้านล่าง Pantry ยังเป็นชุดตู้เก็บของใต้อ่าง โดยที่ยังได้หน้าบานแบบเดียวกับด้านบนทำให้ดูกลมกลืนกันครับ และมีการแบ่งช่องตรงกลางเป็นพื้นที่วางเครื่องซักผ้าแบบพอดีเอาไว้

ติดกับ Pantry ครัวจะเป็นพื้นที่เว้นสำหรับวางตู้เย็นต่อเนื่องกัน และฝั่งตรงข้ามที่เราเห็นโครงการวางโซฟามาให้ จริงๆตรงนี้ถ้าจัดให้เหมาะสม ทำเป็นมุมโต๊ะรับประทานอาหารแบบ 2 ที่นั่งหันเข้าผนังก็ได้นะครับ เพราะด้านในจะไม่มีพื้นที่และ อีกทั้งยังเป็น 2 in 1 ใช้เป็นโต๊ะทำงานได้อีกด้วย เพราะแสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามาถึง

ในส่วนที่ผมตีเส้นปะเอาไว้ให้ ตรงนี้เป็นไอเดียจากห้องตัวอย่างเปลี่ยนจากผนังฉาบเรียบทาสี ติดเป็นกระจกแผ่นใหญ่เอาไว้เพื่อช่วยในเรื่องการส่งผ่านของแสงอีกทั้งยังทำให้ห้องดูโปร่งขึ้นด้วย

ในส่วนนี้โครงการ กั้นพื้นที่ครัวเป็นแบบครัวปิดได้ โดบจะมีบานเลื่อนแบ่งระหว่างห้องครัวกับส่วนนั่งเล่นเป็นสัดส่วน และสูงจรดจากพื้นถึงฝ้าเพดาน

โดนฉากกั้นส่วนจะเป็นประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 3 ตอน ทำให้เปิดพื้นที่การเดินเข้าออกได้มากกว่าแบบ 2 ตอนครับ และในส่วนของห้องด้านใน พื้นจะเปลี่ยนกลายเป็นลามิเนตสีไม้โอ๊ค

ถัดเข้ามาด้านใน จัดพื้นที่ห้องนั่งเล่นและห้องนอน ปลายเตียงสามารถวางชุดโซฟาขนาดกลาง 2 ที่นั่งได้ และเชื่อมต่อกับส่วนระเบียง ทำให้รับแสง เปิดรับลมธรรมชาติ ระบายอากาศได้ดี  (ในส่วนที่ห้องมาตรฐานจะไม่ได้ชุดเฟอร์ฯในพื้นที่นี้นะครับ รวมไปถึงส่วนของแอร์จะเป็นแบบ Wall Type  ติดผนังด้วย) ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานห้องอย่างที่บอกไปตอนแรกว่าอาคาร X ได้สูง 2.85 และ อาคาร Y สูง 2.70 เมตร

ในส่วนของพื้นที่ห้องนั่งเล่นนั้น ขนาดพื้นที่ที่ให้มาสามารถวางชุดโซฟามาวางต่อเนื่องที่ปลายเตียงได้ ถ้าเราจัดห้องแบบนี้ก็ยังเดินผ่านไปมาได้อยู่ แต่ระยะดูทีวีจะใกล้สักหน่อยไม่ถึง 2 เมตร ทำให้เลือกทีวีไซส์ไม่ต้องใหญ่มากมาติดตั้ง(ประมาณ 40 นิ้วกำลังดี)

ชุดไอเดียการตกแต่งห้อง โครงการทำมุมนี้เป็นมุมชั้นวางทีวี กับชุดตู้เก็บของ ซึ่งตรงนี้แล้วแต่คนจะ Built กันเลยก็ได้ เพราะสุดท้ายแล้วห้องขนาดนี้ก็ควรใช้พื้นที่ใช้สอบแนวตั้งให้คุ้มค่ามากที่สุด แต่แนะนำว่าไม่ต้องทำแบบปิดหน้าบาน เพราะจะทำให้ห้องดูทึบและเล็กลงนะครับ

โดยพื้นที่ด้านนอกจะเป็นส่วนของระเบียง จะได้ประตูกระจกบานเลื่อนฉากกั้น 3 ตอนเหมือนกับโซนแยกครัว แบบนี้ พร้อมมีการดรอปฝ้าในส่วนนี้เตรียมเอาไว้ให้เผื่อสำหรับติดตั้งรางม่านเองในอนาคตมาแล้วด้วย ตัวล็อกจะเป็นแบบก้นหอยตรงกลางบานได้ของ Tostem

ลักษณะการเลื่อนเปิดและปิดของบานกระจกทางออกไปยังระเบียง สามารถปรับได้อิสระสองฝั่งแบบนี้นะครับ โดยจากในรูปนี้เรายังเห็นพื้นที่ส่วนของระเบียงอีกด้วย ยังเหมือนกับโนเบิลตัวก่อนๆนะครับ ที่ไม่ได้เน้นพื้นที่ความลึกในส่วนของระเบียงมากนักเท่าไร แค่ 50 ซม.เท่านั้น แต่ยังดีที่มียาวยาวมาทดแทนให้อยู่ ยังพอออกไปยืนเดินสูดอากาศ ตากผ้า หรือจัดสวนกระถางเล็กๆได้

ในส่วนระเบียงมีการกั้นห้องเก็บ Condensing air เป็นสัดส่วนที่มีแผงบังตาให้เรียบร้อย แต่ยังสามารถระบายอากาศได้ และช่วยเรื่องความสวยงามรูปด้านของตัวอาคาร

จากพื้นที่ระเบียง มองย้อนกลับไปยังด้านในห้องพักครับ จะเห็นส่วนของพื้นที่แต่งตัว อยู่หน้าห้องน้ำ เดี๋ยวไปดูกันต่อ

โดยในห้องตัวอย่างจะวางเตียงไซส์ 5 ฟุตมาให้ดู คิดว่าเหมาะกับระยะภายในห้องนี้แล้ว จะเหลือพื้นที่วางโต๊ะหัวเตียงได้ฝั่งเดียวเท่านั้น (ผนังลายหินอ่อนส่วนหัวเตียงเป็นส่วนตกแต่งจากทางโครงการเท่านั้นนะฮะ)

พื้นที่ Walk in Closet ยังเป็นพื้นลามิเนตต่อเนื่องกันมา ทางเดินจะเหลือกว้างประมาณ 1 เมตรพอดีครับ และโครงการจะให้ส่วนของตู้เสื้อผ้า Built-In ทางขวามือนี้มาด้วย

ให้ดูชุดตู้เสื้อผ้า Built-In ทางขวามือที่โครงการทำมาให้ โดยหน้าบานยังเป็นกระจกใสสีดำ พร้อมเปิดปิดกันกระแทก ด้านในมีติดไฟส่องสว่างเอาไว้ให้ พอเปิดแล้วก็เป็นการโชว์เคสเครื่องแต่งกายของเราเห็นครบทุกส่วน อีกทั้งแบ่งพื้นที่การจัดเก็บได้เป็นสัส่วนดี สูงจรดฝ้าเพดานด้วยเลย

ถัดไปด้านในห้องน้ำ ก้มให้ดูพื้นที่ทางเข้าและทางเดินก่อนนะครับ จะมีการลดสเต็ปพื้นลงเล็กน้อย พื้นที่ทางเดินไม่ได้กว้างมากนัก แต่แยกสัดส่วนการใช้งานเป็นมุมๆฟังก์ชั่นที่ใช้ง่ายดี

ผนังภายในห้องน้ำยังกรุด้วยกระเบื้องลายหินมาช่วยตกแต่ง เคาน์เตอร์อ่างหินสังเคราะห์ ซ้ายมือกั้นส่วนเปียก-แห้งด้วยประตูกระจกนิรภัย

ชุดภายในห้องน้ำจะได้วัสดุตามที่เห็นทั้งหมดเลยนะครับ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง โดยเจ้าตู้กระจกหน้าตาดูดี เปิดออกมามีชั้นเก็บของให้ด้วย พร้อมมีไฟซ่อนส่องสว่างอยู่ด้านข้าง ยังมีพื้นที่เหลือเก็บของรอบๆอ่างล้างมืออยู่อีกนิดหน่อย และขวามือเซาะร่องผนังทำเป็นชั้นเก็บของใช้จำเป็นในห้องน้ำเบ็ดเสร็จ

มุมทางขวามือเป็นพื้นที่วางโถสุขภัณฑ์ ที่ทางโครงการให้จะเป็นแบบ ระบบสั่งการกดปุ่มอัตโนมัติ ได้ระยะที่โอเคนะครับ ซ้ายขวาเหลือให้เอื้อมมือหยิบจับสะดวก และสำหรับเครื่องสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ ทั้งหมดเป็นของ KOHLER

ฝั่งตรงข้ามพื้นที่อาบน้ำที่แยกโซนกั้นส่วนเปียกเอาไว้ โดยจะได้เป็นกระจกฉากกั้นนิรภัยมาให้ พื้นที่อาบน้ำประมาณ 0.7 x 1.0 เมตร นอกจากชุดฝักบัวทั่วไปแล้วยังได้ Rain Shower มาอีกด้วย(ของ KOHLER) และด้านบนฝ้าทำไฟหลืบซ่อนเอาไว้ให้ดูเก็บงานเรียบร้อยดี

ห้องแบบ 1 Bedroom อีกแบบ ขนาดพื้นที่ขยับขึ้นมาเป็น 34.80 ตร.ม. รูปร่างของห้องเป็นทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส ด้วยพื้นที่ของห้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เลยกั้นส่วนของห้องนอนกับห้องนั่งเล่นได้เป็นสัดส่วน แต่ละมุมฟังก์ชันมีความกว้างและเดินไปมาสะดวก ฟังก์ชันหลักๆก็จะคล้ายกับห้องก่อนหน้า คือมีพื้นที่การใช้งานภายในห้องแบ่งเป็น 5 ส่วน ได้แก่ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องนอน ห้องน้ำและระเบียงซักล้าง แต่สิ่งที่เพิ่มมาอีกอย่างก็คือมีพื้นที่ระเบียงแยกเมื่อเข้ามาในห้องนอนด้วย ถึงแม้ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็ยังดีที่มีให้นะครับ

โดยในห้องนี้เราจะไม่พูดเรื่องยี่ห้อของวัสดุซ้ำกันแล้วนะครับ จะเน้นเรื่องของการอธิบายฟังก์ชันส่วนต่างๆ กับพวกระยะการใช้งานกันดีกว่า เปิดเข้ามาจะเจอกับพื้นที่ส่วนของครัวก่อน ซึ่งจะเห็นว่าควบคู่อยุ่กับพื้นที่รับประทานอาหารฝั่งตรงข้ามชุดครัว

ก้มให้ดูเรื่องระยะทางเดินซะหน่อย สบายๆครับ สะดวก และพื้นส่วนนี้ทำความสะอาดได้ง่าย

ทางซ้ายมือติดกันกับประตูทางเข้า ในส่วนนี้ที่เห็นเป็นส่วนตกแต่งมาจากโครงการนะครับ ผมแนะนำว่ายังไงตำแหน่งนี้เราทำตู้เก็บรองเท้า Built-In เหมาะสมที่สุด

ทางขวามือจะเป็นส่วนของชุดครัว Built-In ที่โครงการเดตรียมมาให้ เหมือนกับห้องก่อนหน้าเลย เพียงแต่สลับตำแหน่งที่วางตู้เย็นอยู่ขวามือสุดครับ

มุมพื้นที่รับประทานอาหาร ที่จัดโจ๊ะแบบ 2 ที่นั่งเอาไว้ให้ดู โดยเวลาไม่ได้ทานอาหารก็สามารถใช้เป็นโต๊ะทำงานได้อีกด้วย จากมุมนี้เราจะเห็นก่อนเข้าพื้นที่พักอาศัยด้านในพื้นจะเปลี่ยนเป็นลามิเนต และแบ่งเส้นจบสแตนเลสเอาไว้เป็นตัวปรับเปลี่ยนอารมณ์ ซึ่งพื้นที่ครัวเนี่ยถ้าใครชอบทำอาหารจริงจังกินเองบ่อยๆก็สามารถกั้นพาร์ทิชั่นเป็นครัวปิดได้

ด้านในเป็นของ Living Area เป็นมุมนั่งเล่นดูทีวี และสามารถรับแขกได้ถึงแม้จะมีเพื่อนมา ก็สามารถแยกไปอยู่ในห้องนอนได้

ผนังด้านขวามือเป็นส่วนของพื้นที่สามารถทำบิวท์อินเฟอร์นิเจอร์ตามความต้องการของเจ้าของ และเป็นมุมชั้นวางทีวี

พื้นที่สำหรับวางโซฟา สามารถเลือกเป็นแบบ 2-3 ที่นั่งได้ หรือจะเอาโซฟารูปทรงตัว L มาวางนอนเล่นเหยียดยืดขาได้อยู่ ระยะดูทีวีจะอยู่ที่ประมาณ 2 เมตรกว่า ห้องนี้สามารถเลือกทีวีไซส์ 50 นิ้วได้แล้ว

ติดกันด้านนอกเป็นส่วนของพื้นที่ระเบียง ในห้อง Type นี้จะเป็นแบบประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอนแทน แต่ขนาดพื้นที่ระเบียง ก็พอๆกับห้องก่อนหน้านะครับ

เงยหน้าไปดูจะเห็ว่ามีการดรอปฝ้าไว้ให้แล้ว ยาวไปจนถึงในส่วนของห้องนอน (แอร์ที่เห็นแบบฝังฝ้าเพดานเป็นแค่เฉพาะส่วนห้องตัวอย่างนะ ของจริงเป็น Wall Type)

ในห้องตัวอย่างไม่ได้ติดตั้งประตูหน้าบานกั้นห้องระหว่างห้องนอนมาให้ดู อีกทั้งที่เราเห็นผนังกระจกบานใสขนาดใหญ่ระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องนอนนั้นเป็นส่วนที่ตกแต่งมาจากทางโครงการนะครับ ของจริงจะเป็นผนังก่ออิฐฉาบเรียบทาสีนะครับ ซึ่งถ้าใครมีงบเหลือนะ.. แนะนำว่าทำแบบห้องตัวอย่าง ห้องจะดูมี Value มากขึ้นทันตาเลย และได้แสงธรรมชาติส่องผ่านหากันได้ ดูเพิ่มความสูงโปร่งสบายตา

เข้ามาในส่วนของห้องนอนมองตรงไปก่อนเลยจะเห็นมุมโต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะข้างหัวเตียง ซ้ายมือเป็นพื้นที่แต่งตัวและขวามือเป็นพื้นที่วางเตียง

พื้นที่วางเตียงห้องนี้ยังคงวางเอาไปใกล้ๆชิดผนังด้านนอก เหลือพอให้เดินได้นะครับ ทางเดินปลายเตียงก็ไม่ได้อึดอัดอะไร แต่ว่าโต๊ะข้างหัวเตียงอีกฝั่งไม่ได้แล้ว ข้อดีคือในห้องนอนนี้ยังมีระเบียงในตัว

นี่ครับ ผนังกระจกบานใหญ่ที่โครงการแต่งให้ดู ถ้าเราเปลี่ยนเป็นกระจก จะได้ความเชื่อมโยงทางสายตาของพื้นที่ทั้งสอง เวลาอยากได้ความเป็นส่วนตัวมีแขกมา หรืองอนแฟนอยู่ก็ดึงมูลี่ลงมาก็ได้ 😀

ผมว่าตำแหน่งโต๊ะหัวเตียงในห้องตัวอย่าง จริงๆเอาไปวางไว้ฝั่งขวาติดกับประตูกระจกระเบียง จะได้ทางเดินที่ดีกว่านะฮะ

พื้นที่ระเบียงอย่างที่บอกว่า ไม่ได้ขนาดใหญ่นะครับ แต่ว่าเราก็สามารถออกไปยืดสูดอากาศ ลงกระถางต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวทางสายตาได้อยู่ และมีห้องแยกเก็บคอมแอร์ฯไว้ตรงนี้อีกส่วนนึง

พื้นที่ Walk in Closet ตำแหน่งยังอยู่หน้าทางเข้าห้องน้ำเช่นกันนะครับ โดยจะแบ่งการใช้งานออกเป็นสองฝั่งแบบนี้

จริงๆแล้วตู้ขนาดไม่ได้เยอะกว่าห้องแรกที่พาไปดูนะครับ เพียงแต่งแบบตู้เป็นสองตอน สองฝั่งซ้ายขวาเท่านั้น รูปนี้ให้เห็นถึงฟังก์ชันการเก็บข้าวของเสื้อผ้าภายใน

วัสดุอุปกรณ์ การแบ่งพื้นที่ใช้งาน ทุกอย่างเกือบๆจะดูเหมือนห้องน้ำก่อนหน้าที่พาไปดูเป๊ะเลย แต่ความจริงมีส่วนที่แตกต่างอยู่คือเรื่องของ “พื้นที่” ผมลองวัดขนาดดู พวกระยะทางเดินทั้งส่วนแห้ง และส่วนเปียกอาบน้ำ จะได้ขนาดที่กว้างกว้างนั่นเองครับผม

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 24 May 2018

  • ราคาเริ่มต้นประมาณ 5.8 ล้านบาท
  • ช่วงราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรประมาณ 22x,xxx – 25x,xxx บาท/ตร.ม.

  • Fully Fitted (แอร์ทุกห้อง, ตู้เสื้อผ้า Built-In, อุปกรณ์ในห้องน้ำพร้อมฉากกั้น)
  • ฝ้าเพดาน Building X สูง 2.85 เมตร / Building Y สูง 2.70 เมตร
  • Kitchen & Sink | Hob & Hood
  • จองและทำสัญญา n/a บาท (สอบถามเพิ่มเติมทางโครงการ)
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด (สอบถามเพิ่มเติมทางโครงการ)
  • ค่ากองทุน n/a บาท/ตร.ม. (สอบถามเพิ่มเติมทางโครงการ)
  • ค่าส่วนกลาง n/a บาท/ตร.ม./เดือน (สอบถามเพิ่มเติมทางโครงการ)

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

#ทำเล อย่างที่เกริ่นไปนะครับ อารีย์เป็นย่านกลางเมืองเก่าแก่ ที่มีความเป็นไลฟ์สไตล์ ทั้งร้านอาหาร ร้านคาเฟ่เก๋ๆ อยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีทั้งร้านข้างทางจนไปถึงร้านดินเนอร์เก๋ๆเต็มไปหมด และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างอารีย์เป็นพื้นที่แหล่งงานที่สำคัญย่านนึงในกรุงเทพก็ว่าได้ โดยพื้นที่ริมถนนพหลฯมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน จากที่ผมลงไปเดินสำรวจดู ติดถนนพหลโยธิน จะเห็นว่ามีอาคารสูงที่อยู่ในย่านรอบๆสถานีรถไฟฟ้าอารีย์เยอะมากครับ และเป็นหลากหลายผู้ประกอบการที่เข้ามาลงทุนสร้างตึกเหล่านี้เพราะเห็นความต้องการของเจ้าของธุรกิจที่ต้องใช้พื้นที่สำหรับสำนักงานในย่านตัวเมือง ใกล้รถไฟฟ้า และทางด่วน (ศรีรัชและโทรล์เวย์)

#ที่อยู่อาศัย ในย่านอารีย์ถ้าในส่วนที่ติดของถนนใหญ่ เรียกว่าไม่มีเปิดตัวเลยก็ได้ในระยะเวลา 5 ปีกว่า ตัวก่อนหน้านี้ก็เป็นของ Noble Reform แต่ทางเข้าออกก็อยู่ในซอยอารีย์อีกแหละ เพราะว่าราคาที่ดินแพงมากและรวมผืนที่ดินทำได้ยากไม่คุ้มค่า เรียกได้ว่า Noble Around มาตัวแรกที่ติดถนนพหลโยธินเลยทำให้เป็นตัวแรกที่เรียกได้ว่าติดถนนใหญ่พหลฯในย่านอารีย์” และห่างรถไฟฟ้าไม่เกิน 100 เมตร

การออกแบบ หน้าตาภายนอกอาคาร ถ้าใครเป็นแฟนโนเบิลอยู่แล้วจะรู้ว่า สไตล์ที่เค้าชอบใช้มากที่สุดจะเป็น Minimalist ที่ดูเรียบๆและไม่หวือหวามากนัก เพราะดีไซน์แบบนี้จะอยู่ได้นานหน่อย แล้วแต่คนชอบนะครับ แต่สิ่งที่เห็นชัดคือเรื่องการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางมีความเข้ากันกับชื่อของ AROUND ที่ดูคิดมาแล้วหลายจุด / ส่วนของแบบห้องที่นี่จะเน้นขนาดคอมแพคหน่อย มีแต่ห้องไซส์เล็ก 26.40 – 44.70 ตร.ม. เนื่องจากราคาต่อตร.ม.ที่สูงสุดในย่านอารีย์เลยต้องการทำให้ราคารวม Total Package สามารถจับต้องกันได้ง่ายนั่นเอง

วัสดุ โครงการขายแบบ Fully Fitted เริ่มจากพื้นได้แกรนิตโต้, ลามิเนต, ความสูงจากพื้นถึงฝ้ามี 2.70 และ 2.85 เมตร แล้วแต่อาคาร ได้ชุดเฟอร์นิเจอร์ Built-In บางส่วน, แอร์แขวนผนัง, ชุดครัวกับวัสดุในห้องน้ำถือเป็นจุดเด่นที่ดูดีเลยมาทดแทนส่วนอื่นๆที่ยังดูไม่สุดสมกับราคา

ส่วนกลาง ถือเป็นจุดเด่นอีกอย่างของโครงการนี้เลยก็ว่าได้ คือมีการจัดที่ทั้งสองอาคาร X และ Y มีความหลากหลายน่าใช้งาน จัดให้ Lobby ทั้งสองอาคารดูโดดเด่นที่มีกความแตกต่างกันออกไป มีห้องอ่านหนังสือพื้นที่ใช้งานเยอะ จัดสวนที่มี Sunken Circle ได้น่าใช้งาน ดาดฟ้าอาคาร y(7ชั้น) ก็เป็นพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด แต่ไฮไลท์หลักจะไปอยู่ที่อาคารสูงที่ชั้น 23, ชั้น 39 , ชั้น 39M และ Roogtop ซึ่งทั้งสองตึกสามารถใช้ร่วมกันได้และถ้าเทียบกับจำนวนยูนิตถือว่าส่วนกลางเยอะดีนะครับ มีดูโดดเด่นน่าใช้งานทุกจุด แบบไม่อายใครสมกับราคาเลย

 

Judgement

ในส่วนของบทการให้คะแนนยังไม่มีนะครับ เนื่องจากวันที่ไปเก็บข้อมูล ยังได้รายละเอียดโครงการที่ไม่ครบถ้วน รวมถึงราคาแบบเป็นทางการแบบละเอียด เพราะเข้าไปรีวิวก่อนที่จะเปิดขาย ข้อมูลบางส่วนยังไม่นิ่ง จึงยังไม่สามารถให้คะแนนได้ในความคุ้มค่าต่างๆได้ 

 

BOTTOM LINE

Noble Around อารีย์ เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดติดถนนใหญ่ในย่านอารีย์ เดินทางจะได้สะดวกทั้งรถยนต์ส่วนตัว และรถไฟฟ้ากับสาธารณะอื่นๆ อีกทั้งมีพื้นที่ส่วนกลางที่หลากหลายและน่าใช้งานมาก และเป็นครอบครัวขนาดเล็กหน่อยอยู่ได้ 1-2 คน มีงบประมาณ 5.8 ล้านบาทขึ้นไป