รีวิวฉบับที่ 1799 วันนี้ผมจะพาทุกคนมาชมโครงการใหม่ในซอยสุขุมวิท 101 หรือที่รู้จักกันในนาม “ปุณณวิถี” เป็นโครงการใหม่กับ Developer เจ้าประจำของย่านนี้ กับโครงการ Green Ville II Condominium จาก Green Ville Property  ตัวโครงการมีเพียง 200 ยูนิต ในระยะเดินมีของกินของใช้ค่อนข้างคึกคัก ไปใช้ BTS ปุณณวิถี ได้ไม่ยาก มีห้องให้เลือก 2 แบบ ที่นี่เน้นห้อง 1 Bedroom เป็นหลัก จะเป็นอย่างไรไปดูกันเลยครับ

Fact @ 31 January 2019

  • Green Ville II Condominium (กรีน วิลล์ 2 คอนโดมิเนียม)
  • Green Ville Property.Co.,Ltd
  • MAIN Class (อ่านรายละเอียดของ Segment ได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : ซอยสุขุมวิท 101 ปุณณวิถี 28
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น
  • เนื้อที่โครงการ 1-2-35 ไร่ จำนวน 200 ยูนิต
  • ที่จอดรถ คิดเป็น 40% รวมจอดซ้อนคัน
  • ห้อง 1 Bedroom ขนาด 28.87-30.2 ตร.ม.
  • ห้อง 2 Bedrooms ขนาด 40.39-41.94 ตร.ม.
  • เพดาน สูง 2.5 เมตร
  • ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการประมาณ 80,000 บาท/ตร.ม.
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง : มิถุนายน 2562
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ : Q1 2564
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • เบอร์ติดต่อ : 02 264 5395
  • งาน Presale Event 16 FEB 2019

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.690064, 100.618320

ก่อนจะเข้าไปพูดถึงรายละเอียดของที่ตั้งโครงการ มาทำความรู้จักกับทำเล “ปุณณวิถี” กันก่อนสักนิดนะครับ เดิมปุณณวิถี เป็นทำเลที่อยู่อาศัยเก่า ซึ่งมีการทำการค้ากันอยู่แล้ว ทั้งร้านค้าร้านขายของ ซึ่งปัจจุบันสำนักงานนวัตกรรมร่วมกับ True Digital Park มีแผนจะพัฒนาให้ย่านนี้เป็นหนึ่งในย่านนวัตกรรมที่สำคัญของกรุงเทพ โดยจะพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัล เป็นแหล่งสร้างสรรค์งานวิจัย นวัตกรรม สตาร์ทอัพ และรวบรวมผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้นจึงมีผลกับบริบทโดยรอบโครงการเป็นอย่างมาก… ทำให้พื้นที่เก่าถูกผสมผสานกับความพัฒนาเข้าไป และเมื่อพื้นที่กลายเป็นจุดสนใจ สิ่งที่ตามมาก็คือความคึกคัก และความเจริญ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ NIA สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ

ทำเลที่ตั้งของโครงการอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 101 (ปุณณวิถี) เป็นซอยที่มีความเจริญค่อนข้างสูง คึกคัก เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และยิ่งจะเกิดการพัฒนาพื้นที่ในอนาคตทำให้ทำเลนี้ดูเป็นอีกทำเลที่น่าสนใจเลยทีเดียว ภายในซอยส่วนใหญ่จะเป็นตึกแถว ร้านค้า ร้านอาหาร มีร้านสะดวกซื้อกระจายเป็นจุดๆ ของกินเรียกว่าเดินหาง่ายมากๆครับ และข้อดีของการเป็นโครงการภายในซอย ทำให้สามารถเดินทางได้หลากหลาย ลัดเลาะไปยังพื้นที่อื่นได้ง่าย และมีตัวเลือกในการเดินทางค่อนข้างเยอะ

ตัวโครงการอยู่ภายในซอยย่อยของถนนสุขุมวิท ซึ่งเป็นช่วงซอยที่พึ่งขึ้นหลักร้อยมามาหน่อย สำหรับทำเลในย่านนี้จะมีซอยที่สำคัญๆอยู่ 2 ซอยคือ ซอยสุขุมวิท 101 (ปุณณวิถี) กับ ซอยสุขุมวิท 101/1 (วชิรธรรมสาธิต) โดยซอยสุขุมวิท 101 (ปุณณวิถี) เป็นซอยที่ตั้งของโครงการ จะเป็นซอยตันไม่ได้มีความคึกคักเท่ากับ 101/1 แต่สามารถเชื่อมกันได้ เพื่อไปทะลุออกถนนสายสำคัญได้อีกค่อนข้างเยอะ ซึ่งซอยสุขุมวิท 101/1 สามารถไปออกถนนศรีนครินทร์ เวลาไปจะไปห้างสรรพสินค้า Seacon Square, Paradise Park และ สวนหลวงร. 9 และยังมีทางลัดไปเส้นอ่อนนุชได้ ซอยนี้จึงมีความคึกคักค่อนข้างมาก มีคอนโดขึ้นเยอะพอสมควร สามารถทะลุไปได้ทางซอยปุณณวิถี 28 ซอยข้างๆโครงการครับ

ด้วยตัวทำเลที่อยู่ภายในซอย เข้ามาจากถนนหลักประมาณ 1.4 กิโลเมตร จึงทำให้เหมาะกับการใช้การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก ส่วนสำหรับใครที่ไม่มีรถ ก็นับว่าไม่ลำบากสำหรับการเดินทางเท่าไรนัก สามารถออกมาใช้รถไฟฟ้าที่บริเวณปากซอยได้ไม่ยาก

การเดินทางด้วยรถส่วนตัว ค่อนข้างสะดวก เพราะเข้าออกได้หลายช่องทาง หลักๆจากทางถนนสุขุมวิท ซึ่งจะเข้า-ออก เมืองก็ใช้เส้นนี้ได้เลย โดยหน้าปากซอยจะเป็นฝั่งสุขุมวิทขาออก ตรงไปเรื่อยๆจะสามารถเลี้ยวเข้าบางนา-ตราด หรือตรงไปสมุทรปราการได้ แต่หากใครอยากเข้าเมืองก็ให้ไปกลับรถที่หน้าซอยสุขุมวิท 64/1 แล้ววิ่งตรงๆเข้าเมืองได้เลย ซึ่งถนนสุขุมวิทนี้เป็นที่รู้กันดีว่ารถติดมากทั้งเช้าและเย็น การใช้ทางลัดจึงเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดีในการเดินทาง อย่างถนนสุขุมวิท 101/1(วชิรธรรมสาธิต) เป็นเส้นทางไปทะลุออกถนนเส้นต่างๆได้เช่น อุดมสุข-อ่อนนุช-ศรีนครินทร์ 

การเดินทางด้วยรถสาธารณะ สำหรับการจราจรบนถนนสุขุมวิทตรงนี้ รถติดไม่เท่ากับฝั่งในเมืองที่ข้ามคลองพระโขนงไปแล้ว แต่ปริมาณรถก็ยังมากอยู่ อย่างไรก็ดี ถ้าจะเข้าเมืองใช้รถไฟฟ้ายังสะดวกกว่ามาก มีระยะทางวัดจากตัวโครงการถึงจุดขึ้นลงรถไฟฟ้าประมาณ 1.4 กิโลเมตร เป็นระยะดูจะเกินระยะเดินไปสักหน่อย แต่ใช้วินมอเตอร์ไซค์ประมาณ 10 บาทครับ และตัวโครงการจะมีรถรับส่งให้ในปีแรกที่นิติบุคคลของโครงการดูแล ซึ่งหลังจากนั้นต้องขึ้นอยู่กับนิติบุคคลในทีมถัดไป ส่วนการสัญจรด้วยวิธีอื่น ภายในซอยสุขุมวิท 101 เป็นซอยที่มีของกินตลอดตั้งแต่เช้าจนถึงกลางคืน รวมถึงร้านนั่งชิลยามค่ำคืน จึงทำให้มีพี่วิน แท็กซี่และรถสองแถวมีวิ่งไปมาตลอดครับทั้งกลางวันและกลางคืน เรียกได้ค่อนข้างง่าย สะดวก

สุขุมวิท 101(ปุณณวิถี) ถือเป็นซอยที่อยู่ในระยะเดินของโครงการ มีร้านอาหาร ของกิน ตลาด ค่อนข้างเยอะ ผู้คนที่มาใช้บริการส่วนใหญ่ก็เป็นพนักงานที่ทำงานในละแวกนี้ และชาวต่างชาติที่เข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทย ทำให้มีอาหารที่ค่อนข้างหลากหลาย ส่วนแหล่งช้อปปิ้งรอบโครงการ ถ้าเป็นห้างใหญ่ๆจะต้องไปบนเส้นบางนากับศรีนครินทร์ บนเส้นบางนาใกล้สุดจะเป็น เซ็นทรัลบางนา กับ Big C  ไกลไปอีกหน่อยก็ Mega บางนา

สำหรับใครที่ชื่นชอบการเดินชอปปิ้ง ในย่านนี้ก็มีศูนย์การค้าที่ทั้งสร้างเสร็จแล้ว และกำลังจะเสร็จมาให้ใช้บริการกันเยอะเหมือนกันนะ

  • Phyll สุขุมวิท 54 – ตั้งอยู่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 54 ข้างสำนักงานเขตพระโขนง เป็น Hybrid-Lifestyle Mall มีทั้งพื้นที่ Open-Air และ พื้นที่ภายใน รวมถึงชั้นใต้ดินด้วย มีสินค้าหลากหลายประเภท บนพื้นที่ขายขนาด 5,200 ตารางเมตร
  • Century Movie Plaza Onnut – ตั้งอยู่ข้างๆ BTS อ่อนนุช เป็นโครงการ Mixed Use และโรงภาพยนต์
  • Whizdom 101  – Mixed use ขนาดใหญ่มูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ภายในประกอบไปด้วย สวนสาธารณะขนาดใหญ่ คอนโด และ Community Mall บนเนื้อที่กว่า 43 ไร่ นอกจากนั้นยังมี True Digital Park สถานที่สำหรับคนยุคดิจิทัล ได้ครบทั้งที่ทำงาน พักผ่อน เพื่อตอบโจทย์กลุ่มสตาร์ทอัพให้ครบวงจร
  • Bankkok Mall – ตั้งอยู่บริเวณถนนบางนา-ตราด ตัดกับสุขุมวิท ศูนย์การค้าและออฟฟิตบนพื้นที่ใหญ่เป็น 3 เท่าของสยามพารากอน ปัจจุบันกำลังก่อสร้างครับ

ในช่วงหลายปีมานี้ทำเลแถบสุขุมวิทตอนปลายมีคอนโดเกิดใหม่ตามรถไฟฟ้าค่อนข้างเยอะ สภาพชุมชนจังค่อยๆพัฒนา ตามจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น เชื่อว่ามี Community Mall และ ศูนย์การค้าเหล่านี้ จะยิ่งทำให้ทำเลแถวนี้เจริญมากขึ้นไปอีกครับ

การเดินทางไปโครงการวันนี้ ผมจะพาไปด้วยเส้นทางที่มาตรฐานที่สุด และเรียกได้ว่าเป็นเส้นทางหลัก คือการเดินจาก BTS สถานีปุณณวิถี ซึ่งจะเข้าซอยสุขุมวิท 101 (ปุณณวิถี) ไปประมาณ 1 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าซอยปุณณวิถี 28 แยกเข้าซอยสาธิตพัฒนา 2 อีกประมาณ 200 เมตร ก็จะพบตัวโครงการอยู่ทางขวามือ ค่อยๆเดินไปพร้อมกันนะครับ จะได้เห็นบริบทภายในซอยกันด้วย ไปกันเลยครับ

เริ่มต้นกันที่ BTS ปุณณวิถี สถานีนี้ไม่วุ่นวายมากนักครับ ขึ้นลงสบาย ไม่ต้องเบียดแย่งกับใคร

เมื่อสแกนบัตรออกจากรถไฟฟ้า เราจะชิดขวาเพื่อใช้ทางออกที่ 1

เดินมาแล้ว ถ้าหันไปมองฝั่งซ้ายมือคือบันไดเลื่อนขาขึ้นครับ ซึ่งเราก็จะใช้ทางนี้นี่แหละ ส่วนฝั่งขวาคือทางเดินขึ้นลงปกติครับ เราลงทางนี้กันนะ

เมื่อลงมาให้หันหลังกลับ เดินไปทางอ่อนนุชครับ ด้านข้างมีร้านค้าขายของ ทั้งขนมนมเนย ของฝาก ร้านชา ต่างๆ

เดินต่อมาประมาณ 100 เมตร จะพบหน้าปากซอยสุขุมวิท 101 ครับ เลี้ยวขวาเข้าไปเลย

หน้าปากซอยเลี้ยวมานี่แทบจะหงายเลยครับ ตกใจพี่วินเยอะมาก แสดงให้เห็นถึงความคึกคักของซอยนี้

เดินต่อเข้าไปภายในซอยสุขุมวิท 101 ครับ ทางเท้ายกระดับสูงขึ้นจากถนน มีขนาดทางเดินประมาณ 2.5 เมตร เดินได้ค่อนข้างสะดวกเลยครับ

ถนนภายในสองข้างทางส่วนใหญ่จะเป็นตึกแถว ร้านค้าและร้านอาหาร ซึ่งต้องบอกเลยว่าของกินมีให้เลือกไม่ขาดสาย

เดินตรงต่อเข้ามาจะพบซอยเข้าไปเป็นโรงเรียนสหะพาณิชย์ บริหารธุรกิจ นะครับ ทำให้ภายในซอยมีบรรยากาศของนักเรียน นักศึกษาอยู่ด้วย ให้เราเดินตรงต่อไปในซอยสุขุมวิท 101 เลยนะครับ

เดินตรงต่อมาจะมีทางข้ามคลองครับ เป็นคลองเล็กๆ ประมาณ 4-5 เมตร แต่ส่งกลิ่นพอสมควรเลย สภาพน้ำไม่ได้รับการดูแล เป็นภาพที่ไม่ค่อยน่าดูเท่าไรนัก

เดินตรงต่อเข้าไปภายในซอยสุขุมวิท 101 สังเกตในรูปจะเห็นร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ เรียงรายตามทาง คึกคักมาก เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของทำเลนี้เลยครับ

เดินต่อมาจะมีวัดธรรมมงคล วัดขนาดใหญ่ที่สายบุญหลายๆท่านคงจะต้องรู้จัก ภายในมีพระบรมสารีริกธาตุ หลวงพ่อองค์ดำ หลวงพ่อพันปี และอีกมากมาย มีกิจกรรมทางศาสนาเป็นประจำ ภายในมีให้ปฎิบัติธรรม ฝึกสมาธิกันด้วยนะครับ

เมื่อเดินต่อเข้ามาอีกนิดจะพบเซเว่นขนาดใหญ่ทางขวามือ มีพื้นที่จอดรถด้านหน้า ซึ่งจะมีสำนักงานขายของโครงการ Green Ville 2 อยู่ด้านหลังครับ

สำนักงานโครงการ เป็นอาคารชั่วคราว 1 ชั้นนะครับ มีสีเขียวซึ่งเป็นสีประจำโครงการให้เห็นสะดุดตา

เดินเลยสำนักงานขายไปอีกนะครับ ภายในซอยสุขุมวิท 101 บรรยากาศภายในจะมีพื้นที่พักอาศัยมากขึ้น แต่ก็ยังคงมีร้านค้าร้านอาหารแทรกอยู่เรื่อยๆนะครับ

ตรงต่อมาจะมีพี่วินที่หน้าปากซอยปุญญวิถี 22 นอกจากนั้นภายในซอยยังมีแท็กซี่และรถสองแถววิ่งตลอด ไม่ต้องกลัวจะไม่มีรถเลยครับ สะดวกมาก

เดินเข้ามาจะมีตลาด ทั้งฝั่งซ้ายและขวาของถนนเลยครับ ขนาดใหญ่พอสมควร ทั้งของสด ของแห้ง อาหารปรุงเสร็จพร้อมทาน ตลาดของกินนานาชนิด มีร้านล้างรถขนาดใหญ่ ร้านสเต็ก ร้านอาหาร จัดว่าเจริญมากครับ

ภายในต่อมามีโรงเรียนพระกุมารเยซูวิทยา เป็นโรงเรียนคริสขนาดใหญ่ ทำให้ซอยนี้มีบรรยากาศของนักเรียน นักศึกษา ปะปนกันไปด้วยครับ ช่วงเช้าและเย็นก็จะมีรถหนาแน่นหน่อยครับ สำหรับรับส่งเด็กๆ

เดินมาอีกจะมี 7-eleven อีกอัน มีที่จอดรถด้านหน้า หน้าปากซอยปุณณวิถี 28 ซึ่งเป็นซอยของโครงการเรานั่นเอง เลี้ยวขวาเข้าไปเลยครับ

เมื่อเดินเข้ามาจะพบซอยแยกซ้ายขวา 2 ซอย ให้เราเดินไปยังซอยทางขวานะครับ

  • ฝั่งซ้าย คือซอยปุณณวิถี 28 ซึ่งสามารถไปทะลุกับซอย สุขุมวิท 101/1 (วชิรธรรมสาธิต) และไปทะลุต่อไปอีกเยอะเลย ไม่ว่าจะเป็น อ่อนนุช อุดมสุข ศรีนครินทร์ เราสามารถใช้ประโยชน์จากซอยนี้ได้เยอะเลยครับ
  • ฝั่งขวา คือซอยสาธิตพัฒนา 2 ภายในเป็นซอยตัน ซึ่งเป็นซอยที่ตั้งของโครงการเราครับ เดินเข้าไปภายในทางนี้กันเลย

ภายในซอยมีบรรยากาศค่อนข้างร่มรื่น เงียบสงบ ถนนไม่กว้างมากนัก แต่เข้าออกสะดวกครับ ที่เห็นไกลๆนั่นคือโครงการของเราอยู่ทางขวามือครับ

เดินเข้ามาประมาณ 50 เมตร จะพบ technicom อาคารสำนักงาน 3 ชั้นอยู่ทางซ้ายมือ มีพี่รปภ.ช่วยดูแลรักษาความปลอดภัย เวลาเดินตอนกลางคืนก็ไม่เปลี่ยวครับ

ตรงต่อเข้ามาจากหน้าปากซอยประมาณ 200 เมตร จะพบตัวโครงการ Green Ville II อยู่ทางขวามือครับ

มาดูพื้นที่รอบๆโครงการกันบ้างครับ ตัวโครงการมีขนาดพื้นที่ไร่กว่าๆ เป็นลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตั้งอยู่ภายในซอยสาธิตพัฒนา 2 ซึ่งเป็นซอยตัน ทำให้บรรยากาศโดยรอบจะค่อนข้างเงียบสงบ รถผ่านไปมาไม่มากนัก พื้นที่ภายในส่วนใหญ่จะเป็นสำนักงาน พื้นที่พักอาศัยแนวราบซะส่วนใหญ่ มีโครงการคอนโด Low Rise 1 โครงการ ซึ่งก็เป็นของ Developer เดียวกันกับโครงการเรา แต่มีระยะห่างค่อนข้างเยอะ และห้องพักอาศัยของโครงการเราจะมีมุมมองตั้งแต่ชั้น 2-3 ขึ้นไป จึงจะได้วิวค่อนข้างโล่ง ในทุกๆฝั่งครับ

ทิศเหนือ – ติดกับพื้นที่ว่าง เป็นส่วนของพื้นที่พักอาศัยส่วนบุคคล ล้อมรอบด้วยรั้วสูงประมาณ 3 เมตร ภายในมีต้นไม้ใหญ่ดูร่มรื่น ซึ่งเป็นวิวที่ร่มรื่นให้กับห้องทางฝั่งทิศนี้นะครับ นอกจากนั้นยังจะได้รับวิวของพื้นที่ส่วนกลางของโครงการด้วย

ทิศตะวันออก – ติดกับซอยสาธิตพัฒนา 2 ซึ่งเป็นทางเข้าออกโครงการ ฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่ว่างครับผม ห้องพักอาศัยทางด้านนี้จะเห็นรถเข้าออก มีเสียงมากกว่าทางทิศอื่นๆ แต่ช่วงด้านบนก็จะได้วิวที่ค่อนข้างโล่งนะครับ เพราะวิวในระยะไกล จะเป็นวิวภายในซอยสุขุมวิท 101 ค่อนข้างเงียบสงบ ไม่วุ่นวาย

ทิศตะวันตก – ติดกับพื้นที่ว่าง ซึ่งจะได้วิวค่อนข้างโล่ง จำนวนห้องพักอาศัยทางฝั่งนี้ไม่เยอะนัก เป็นทิศที่ได้รับแดดและความร้อนสูงที่สุด สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยได้อยู่ห้องในช่วงกลางวัน ก็จะไม่ได้ผลกระทบเท่าไรนัก หรือใครที่อยู่ก็แนะนำให้ติดม่านแบบทึบหน่อยนะครับ จะช่วยลดความร้อนภายในห้องได้

ทิศใต้ – เป็นทิศที่มีแนวห้องพักอาศัยเยอะที่สุด วิวของห้องพักอาศัยชั้น 2-3 มีโรงงานเฉาก๊วยด้านข้างบล็อควิวอยู่บ้างนะ ส่วนชั้นบนจะได้วิวที่ค่อนข้างโล่งครับ

พื้นที่โครงการปัจจุบันเป็นพื้นที่ปิดล้อม พื้นที่เก่ายังไม่ถูกรื้อถอนนะครับ ล้อมรั้วมีอาณาเขตด้านหน้ามีประตูปิดชัดเจนครับ

พื้นที่ภายในโครงการครับ ขนาดพื้นที่กว้าง มีรั้วรอบขอบชิดชัดเจน

ฝั่งขวามือทิศเหนือเป็นพื้นที่ว่างเปล่าครับ มีรั้วชัดเจนซึ่งเป็นพื้นที่ของบ้านพักอาศัยส่วนบุคคลครับ ส่วนที่ติดกับตัวโครงการเป็นสวนโล่งๆ ซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ภายใน ร่มรื่นทีเดียว

ส่วนฝั่งด้านซ้ายเป็นโรงงานเฉาก๊วยครับ มีความสูงประมาณ 2-3 ชั้น ซึ่งจะมีผลกับพื้นที่พักอาศัยทางฝั่งทิศใต้ที่ชั้น 2-3 ของโครงการครับ

มาดูนอกรั้วโครงการกันบ้าง ไปดูฝั่งภายในซอยสาธิตพัฒนา 2 กันก่อน เป็นฝั่งทิศใต้นะครับ ภายในซอยเป็นซอยตัน จึงมักจะไม่ค่อยมีรถผ่านไปมามากนัก ข้อดีคือ ไม่วุ่นวาย

เลยเข้ามามีโครงการ The Green Condominium เจ้าของเดียวกันกับโครงการเรา ถือว่าเป็นโครงการพี่น้อง ไม่ได้อยู่ในแนวหน้าตรง และมีระยะห่างประมาณ 50 เมตร ซึ่งก็ถือว่าไกล จึงไม่ส่งผลกระทบเรื่องวิวมากนัก

ฝั่งตรงข้าม The Green Condominium มีซอยตันที่ภายในมีหมู่บ้านนพรัตน์ เป็นทาวน์โฮมครับ

กลับมาที่ตรงข้ามโครงการกันครับฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านพักอาศัยส่วนบุคคล 1-2 ชั้น ซึ่งมีระยะห่างพอสมควรครับ มีถนนซอยสาธิตพัฒนา 2 คั่นเอาไว้

ข้างโครงการฝั่งที่เราเดินเข้ามาติดกับรั้วของพื้นที่ข้างเคียง เป็นพื้นที่ของบ้านพักอาศัย ซึ่งเป็นบ้านขนาดใหญ่ และส่วนที่ติดคือสวนของบ้านหลังนี้ครับ ด้านนอกมีแนวรั้วทึบสูงประมาณ 3 เมตร

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ไลฟ์สไตล์ : ศูนย์การค้า, ห้างสรรพสินค้า, ช็อปปิ้ง

  • ปิยรมย์ เพลส ~ 1.9 ก.ม.
  • บางกอกมอลล์ ~ 3.4 ก.ม.
  • ไบเทคบางนา ~ 3.6 ก.ม.
  • เซ็นทรัลบางนา ~ 4.5 ก.ม.
  • บิ๊กซีบางนา ~ 4.7 ก.ม.
  • พาราไดซ์ พาร์ค ~ 5.6 ก.ม.
  • เมกาบางนา ~ 11.2 ก.ม.
  • อิเกียบางนา 11.2 ก.ม.

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลไทยนครินทร์ ~ 5 ก.ม.
  • โรงพยาบาลศิครินทร์ บางนา ~ 5 ก.ม.

โรงเรียน

  • โรงเรียนนานาชาติกลอรี่ ~ 1.5 ก.ม.
  • โรงเรียนนานาชาติเบิร์คคลีย์ ~ 3.9 ก.ม.
  • โรงเรียนนานาชาติเวลส์ ~ 8 ก.ม.
  • โรงเรียนนานาชาติบางกอกเพรพ ~ 8 ก.ม.

สนามบิน

  • สนามบินสุวรรณภูมิ 28.9 ก.ม.


เจาะลึกตัวโครงการ

มาดูกันที่ภาพ perspective ภายนอกโครงการกันนะครับ ตัวโครงการเป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น 200 ยูนิต บนพื้นที่ดินขนาดไร่กว่าๆ ตัวโครงการมีลักษณะเป็นตัว U มีพื้นที่ส่วนกลางอยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยแนวอาคาร พื้นที่จอดรถอยู่ที่ชั้น 1 ทั้งหมด ทั้งริมรั้วโครงการ และใต้อาคาร ส่วนห้องพักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 2 นอกจากนั้นที่ชั้น Roof Top ด้านบนของชั้น 8 ยังมี สวนให้ขึ้นไปสูดอากาศกันที่ชั้นดาดฟ้าอีกด้วยครับ

ภาพจำลองอาคารจากถนนสาธิตพัฒนา 2 ส่วนทางฝั่งด้านหน้าโครงการ เส้นทางนี้เป็นทางเข้าออก

ภาพจำลองส่วนของ Lobby ภายในเป็นแบบ 2 ชั้น เดินเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ชั้น 2 ได้เลย ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ทำให้มีระดับพื้นถึงฝ้าที่สูง โปร่ง ขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็พอเหมาะสำหรับจำนวนยูนิตที่ไม่เยอะของโครงการ

ขึ้นมาจาก Lobby จะเป็นส่วนของ Co-Working Space พื้นที่ทำงานอ่านหนังสือ ภายในตกแต่งด้วยวัสดุลายไม้ บรรยากาศดูอบอุ่น ผนังเป็นกระจกรับวิวสระว่ายน้ำ และได้รับแสงธรรมชาติ

พื้นที่เชื่อมต่อจาก Co-Working Space คือ Fitness ของโครงการ มีการตกแต่งในรูปแบบเดียวกัน มีทั้งส่วน body weight และ cardio ครบเลยครับ

เมื่อออกจากอาคาร ด้านนอกจะพบกับสระว่ายน้ำ และพื้นที่ริมสระ ได้วิวเปิดโล่ง แต่ไม่ใช่วิวสูงนะ เพราะมีตำแหน่งอยู่ที่ชั้น 2 ข้อดีคือเป็นวิวให้กับห้องพักต่างๆ ทางฝั่งทิศเหนือด้วย

ภายในแยกเป็น 2 สระ ขนาด 15 x 5 เมตร และ สระเด็ก 5 x 4 เมตร เป็นระบบเกลือทั้งคู่ รูปทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้า ระยะสามารถว่ายออกกำลังกายได้จริงนะ

มาดูที่ส่วนของแบบจำลองกันบ้าง อย่างที่บอกไปแล้วว่าตัวโครงการมีทั้งหมด 200 ยูนิต มีรูปแบบห้องหลักๆ 2 แบบ คือ

  • ห้อง 1 Bedroom ขนาด 28.87-30.2 ตร.ม.
  • ห้อง 2 Bedrooms ขนาด 40.39-41.94 ตร.ม.

แต่ส่วนใหญ่จะเป็นห้อง 1 Bedroom ตัวอาคารรับวิวหลายด้าน รวมถึงมีส่วนที่เห็นกันเองด้วยในบางส่วน เพราะตัวอาคารเป็นตัว U แต่ก็ได้วิวของพื้นที่ส่วนกลางมาทดแทน

รูปด้านของอาคารดูเรียบง่าย จะผ่านไปกี่ปีก็ดูไม่หลุดเทรนด์ เน้นการอยู่อาศัยภายในมากกว่า ซึ่งเดี๋ยวเราไปดูรายละเอียดการอยู่อาศัยภายในกันในส่วนต่อไปนะ

ทางเข้าออกโครงการอยู่ที่ซอยสาธิตพัฒนา 2 มีทางเข้า-ออกจุดเดียว ด้วยรั้วกั้นไม้กระดกอัตโนมัติ เป็นระบบ Keycard Access แบบ Easy Pass (ปัจจุบันยังไม่สรุปสำหรับระบบการเข้าถึง แต่คาดว่าจะเป็นแบบนี้นะครับ) การมีทางเข้าออกทางเดียวมีข้อดีในการจัดการสะดวก ดูแลความปลอดภัยได้ง่าย

ภายในมีพื้นที่จอดรถอยู่ที่ริมรั้วโครงการ จะมีส่วนที่เปิดเป็นพื้นที่โล่ง ส่วนนี้จะไม่มีหลังคากัน ฝนและแดดให้ แนะนำให้พกร่มไว้ในรถด้วยครับ สำหรับกรณีเจอฝน หรือแดดแรงๆ จะได้สามารถอำนวยความสะดวกในจุดนี้ได้

และก็มีส่วนพื้นที่จอดรถใต้อาคาร ซึ่งจะได้ความร่มของตัวอาคาร สามารถใช้งานได้ทั้งตอนฝนตกและแดดออก

มาดูกันต่อที่พื้นที่กลางอาคารส่วนของตัว U ครับ ส่วนนี้จะเป็นวิวฝั่งทิศเหนือของโครงการ ซึ่งจะได้วิวทั้งส่วนของภายนอกโครงการและภายในโครงการ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีก็คือได้วิวที่หลากหลาย นอกจากจะได้วิวโล่งในระยะไกลนอกโครงการแล้ว ยังเห็นบริบทต่างๆ ในระยะใกล้ภายในโครงการด้วย ส่วนข้อเสียคือจะมีเป็นฝั่งห้องพักที่เห็นกันเอง และได้รับผลกระทบเรื่องเสียงจากพื้นที่ส่วนกลาง ทำให้จะเสียความเป็นส่วนตัวไปบ้าง

มาดูกันที่พื้นที่ส่วนกลางกันของโครงการกันต่อเลยนะครับ สำหรับก่อนหน้านี้ที่เกริ่นนำกันมาบ้างแล้ว ถึงตำแหน่ง และส่วนต่างๆ ของพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ มาดูในโมเดลน่าจะเห็นภาพชัดมากขึ้นนะ สรุปอีกทีสั้นๆ ส่วนกลางของโครงการจะอยู่ที่ชั้น 2 ทั้งหมด บริเวณกลางโครงการ ได้แนวอาคารทางทิศใต้บังแดดช่วงบ่ายให้กับพื้นที่ส่วนกลาง ทำให้ไม่ร้อนจนเกินไป ใช้งานได้มากยิ่งขึ้น ประกอบไปด้วยพื้นที่หลักๆ 3 ส่วน คือ

  • Co-Working Space – เป็นส่วนเชื่อมต่อมาจาก Lobby ที่ชั้น 1 อยู่ภายในอาคารแต่ได้รับวิวของสระว่ายน้ำ
  • Fitness – เป็นส่วนเชื่อมต่อจาก Co-Working Space ยังอยู่ภายในอาคารเช่นกัน
  • สระว่ายน้ำ – เป็นส่วนที่เห็นชัดที่สุดแล้วจากโมเดล ภายในแยกเป็น 2 ส่วน คือสระหลัก และสระเด็ก เป็นระบบเกลือ ขนาด 15×5 เมตร และ 5×4 เมตร ตามลำดับ

ส่วนด้านล่างซึ่งเป็นพื้นที่ชั้น 1 คือที่จอดรถทั้งหมด แบ่งส่วนเป็นที่จอดรถกลางแจ้ง ส่วนภายในร่มจะอยู่ใต้พื้นที่สระว่ายน้ำของชั้น 2 ครับ

ส่วนสุดท้ายที่ยังไม่ได้แนะนำสำหรับโมเดล คือพื้นที่ดาดฟ้า สามารถขึ้นมาใช้งานกันได้จากชั้น 8 ด้านบนนี้สามารถรับวิวได้รอบด้าน ซึ่งเป็นพื้นที่พักผ่อนที่ดีทีเดียว

มาขยายภาพให้ชัดขึ้นในส่วนของ Floor Plan กันเลยครับ ภายในพื้นที่อาคารวางผังมาดีนะ มีทางเข้าออก 1 ทาง จัดการง่าย พื้นที่ชั้น 1 ทั้งชั้น นอกจากพื้นที่ภายในอาคารที่เป็นพื้นที่ Lobby, Laundry, Mail Box แล้ว นอกนั้นเป็นส่วนของพื้นที่จอดรถทั้งหมดเลย ซึ่งโครงการให้มา 40% ครับ ถือว่าไม่เยอะ แต่ด้วยทำเลที่มีการสัญจรสาธารณะที่ไม่ยากจนเกินไป  และทำเลที่เป็นที่นิยมของกลุ่มชาวต่างชาติ (ไม่ค่อยนิยมใช้รถยนต์ส่วนตัว) ก็ถือว่าเข้าใจได้ ที่จอดรถมีทั้งส่วนใต้อาคาร และ ริมรั้ว ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่ง

การเดินรถภายในโครงการ – มีทางเข้าออกทางเดียว เป็นแบบเดินรถสองทางรอบโครงการ สำหรับจอดรถริมรั้ว และเดินรถทางเดียว สำหรับจอดรถภายใต้อาคาร ตามลูกศรในแผนที่เลยครับ พร้อมทั้งมีพื้นที่สีเขียวรอบโครงการ

พื้นที่ภายในโครงการ  – มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่เพียงพอสำหรับจำนวนยูนิต ภายในประกอบด้วย Lobby พื้นที่ภายในมี 2 ชั้น เชื่อมต่อไปยังพื้นที่ส่วนกลางที่ชั้น 2 ในส่วนของชั้นหนึ่งนี้มี Mail box อยู่ภายใน และ Laundry อยู่ข้างๆ ด้วย มีโถงลิฟต์ภายใน ระยะไม่ไกล เข้าออกง่าย

มาดูที่พื้นที่พักอาศัยกันครับ จะเริ่มต้นที่ชั้น 2 เช่นเดียวกันกับ Main Facilities ของโครงการ ห้องพักอาศัยมี 25 ห้อง / ชั้น ซึ่งถือว่าเยอะ แยกออกเป็นซ้ายขวา

พื้นที่ส่วนกลาง – ประกอบไปด้วยพื้นที่ภายในอาคาร เป็นส่วนของ Co-Working Space, Fitness ซึ่งส่วนนี้ขอติงนิดนึงนะครับ เพราะมีตำแหน่งอยู่ปะปนกับห้องพักอาศัยพอสมควร จึงทำให้ออกจากลิฟต์มาจะไม่มีประตูแบ่งกั้นส่วนพื้นที่ส่วนกลางกับพื้นที่พักอาศัย  ชั้นนี้ขึ้นมาได้เฉพาะลูกบ้านก็จริง แต่ลูกบ้านทุกคนสามารถเข้าถึงพื้นที่ชั้น 2 ได้เพราะเป็นชั้นของพื้นที่ส่วนกลาง ทำให้ห้องพักอาศัยที่อยู่ในชั้นนี้อาจจะเสียความเป็นส่วนตัวในส่วนนี้ไปบ้าง จะใช้ Keycard เข้าถึงพื้นที่อีกทีก็ตรงเข้าส่วนของทางเข้าห้อง Co-Working Space เลย ส่วนด้านนอกอาคารที่เป็นสระว่ายน้ำ ได้แนวอาคารช่วยบังแดดช่วงบ่ายจากทิศใต้ ทำให้สามารถใช้งานพื้นที่ได้ง่ายขึ้น อันนี้ถือว่าคิดมาดีครับ นอกจากนั้นยังเป็นวิวให้กับพื้นที่อาคารที่หันหน้าเข้าหากันด้วย

โถงลิฟต์ ของโครงการนี้ไม่ได้อยู่ตำแหน่งกลางโครงการ ทำให้มีห้องบางส่วนที่ต้องเดินไกลสักหน่อย แลกกับความเป็นส่วนตัวที่ไม่ต้องมีใครเดินผ่านหน้าห้องเยอะนัก

โถงทางเดิน เป็นแบบ Double Corridor ซึ่งจะมีห้องพักอาศัยขนาบข้างซ้ายขวา จะเสียเรื่องความเป็นส่วนตัวไป ส่วนช่องแสงจะมีที่มุมทางเดิน 3 ใน 4 มุม ของโถงทางเดิน แต่โถงทางเดินค่อนข้างยาว แสงอาจจะไม่พอ ทำให้อาจจะต้องเปิดไฟช่วยในเวลากลางวัน จะไปมีผลกับค่าส่วนกลางของเราน่ะ

มุมมอง ห้องพักอาศัยส่วนใหญ่จะเป็นห้อง 1 Bedroom ส่วนห้อง 2 Bedrooms จะมีเพียง 2 ห้อง/ชั้น ทั้งโครงการมี 14 ห้องเท่านั้น จะเป็นวิวฝั่งทิศตะวันออกทั้งหมด (ฝั่งทางเข้าออกโครงการ) ซึ่งอาจจะได้รับความวุ่นวายและเสียงของรถเวลาเข้าออกบ้าง แต่ถ้าเป็นชั้นสูงก็จะได้รับผลกระทบน้อยลงไปตามลำดับ ส่วนวิวที่มีห้องพักอาศัยรับเยอะที่สุดจะเป็นของทิศใต้ เป็นห้อง 1 Bedroom ทั้งหมด สำหรับชั้นนี้จะโดนโรงงานเฉาก๊วยด้านข้างที่สูงประมาณ 3 ชั้น บังวิวพอสมควร ส่วนวิวทิศเหนือจะเป็นฝั่งที่ค่อนข้างพิเศษ เพราะได้ทั้งวิวนอกโครงการ และวิวภายในโครงการ (พื้นที่ส่วนกลาง) ซึ่งอย่างที่บอกไปแล้วใน Part ของโมเดล ว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย ส่วนทิศตะวันตก จะเป็นทิศที่เปิดโล่ง แต่รับความร้อนสูง สำหรับใครที่ออกไปทำงานในช่วงเวลากลางวัน และกลับเข้ามาในช่วงเย็น-ค่ำ เป็นส่วนใหญ่ ก็จะไม่ได้รับผลกระทบในส่วนนี้มากนัก

ชั้น 3-8 จะเป็นชั้นพักอาศัยทั้งหมด ซึ่งมีจำนวนห้องพัก และวิวในทิศต่างๆ เป็นเช่นเดิมกับชั้น 2 แตกต่างก็ตรงไม่มีพื้นที่ส่วนกลาง แต่จะสามารถรับวิวที่สูงขึ้น ซึ่งมีผลกับราคาด้วยนะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

ชั้น 1

  • Lobby
  • Laundry
  • Mail Box
  • นิติบุคคล

ชั้น 2

  • Co-Working Space
  • Fitness
  • สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 15 x 5 เมตร และสระเด็ก 5 x 4 เมตร

ส่วนอื่นๆ

  • พื้นที่สวนหย่อมรอบโครงการ
  • สวนที่ชั้นดาดฟ้า
  • รั้วรอบโครงการสูง 2.8 + 0.8 ม.
  • Wi-Fi ฟรีที่คลับเฮ้าส์
  • พื้นที่จอดรถ 40 % รวมจอดซ้อนคัน
  • Main Entrance : Easy pass (คาดว่า)  รั้วกั้นไม้กระดก และระบบ CCTV
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว / อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์ภายในอาคาร 100 ยูนิต / ลิฟต์ 1 ตัว


Product Walkthrough

ห้องตัวอย่างวันนี้เราพามาชมเพียงห้องเดียวนะครับ เป็นห้องที่มีจำนวนเยอะที่สุดในโครงการ คือห้อง 1 Bedroom ขนาด 28.87-30.2 ตร.ม. ข้อดีอีกข้อของห้องพักอาศัยที่นี่คือเป็นโครงการก่ออิฐฉาบปูนมีความหนา กันเสียง กันความร้อน ได้ดีกว่าโครงการสำเร็จรูปที่มักจะเห็นกันทั่วไป นอกจากนั้นยังสามารถเจาะแขวนผนัง หรือดัดแปลงแต่งเติมได้อีกด้วยครับ ภายในห้องมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า รับวิวฝั่งเดียว ทางด้านในของห้อง จัดแบ่งสัดส่วนภายในห้องได้ดีทีเดียวนะ มีส่วนกั้นแบ่งแต่ละพื้นที่ชัดเจน ขอแบ่งพื้นที่ภายในออกเป็น 5 ส่วนนะครับ ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องครัว ระเบียง และห้องน้ำ

เริ่มที่ประตูทางเข้าห้องเปิดมาเป็นห้องนั่งเล่นครับ ภายในเป็นพื้นลามิเนต มีระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 2.5 เมตร เหมาะสำหรับวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่ง ถ้าเป็นขนาดใหญ่ จะทำให้ห้องดูแน่นจนเกินไป เพราะมีพื้นที่รับประทานอาหารรวมอยู่ด้วย สามารถนั่งทานอาหารพร้อมทั้งดูทีวีไปด้วยได้นะ ส่วนต่อไปเป็นห้องนอนด้านใน มีฉากกั้นเป็นอลูมิเนียมและกระจกใสกั้น พร้อมตัวล็อค ด้านในห้องนอนมีช่องแสงที่เป็นช่องแสงหลักของห้องนี้ แสงธรรมชาติจากด้านในห้องนอนสามารถทะลุออกมายังพื้นที่นั่งเล่นได้ ทำให้ภายในห้องสว่าง ส่วนต่อไปคือด้านข้าง ซึ่งมีฉากกั้นกระจกติดตั้งไว้ให้ เป็นส่วนของห้องครัว ได้เป็นครัวปิด ไม่ส่งกลิ่นและควันออกมารับกวนส่วนพักผ่อน ด้านในริมสุดมีระเบียงสำหรับวางเครื่องซักผ้า และเป็นช่องแสงให้กับพื้นที่บริเวณส่วนนี้ กลับมาที่ฝั่งด้านในจะมีส่วนของห้องน้ำ ซึ่งมีข้อดีที่ตำแหน่งเข้าถึงได้ง่ายจากทุกพื้นที่ แต่การอยู่ภายในอาคารทำให้มีปัญหาเรื่องการระบายอากาศ ต้องเปิดประตูและพัดลมดูดอากาศช่วย

ห้องของโครงการนี้ขายในรูปแบบ Fully Furnished ซึ่งจะได้เฟอร์นิเจอร์ต่างๆมาให้ แต่หน้าตาไม่ได้เหมือนในห้องตัวอย่างนะครับ ไปดูรายละเอียดในจุดต่างๆกัน

  เฟอร์นิเจอร์ที่ให้มาประกอบไปด้วย

  • Sofa – เป็นแบบ 2 ที่นั่ง ขนาดกำลังพอดี
  • ชั้นวางทีวี – built-in ติดผนัง มีพื้นที่ด้านใต้ ง่ายแก่การทำความสะอาด
  • โต๊ะรับประทานอาหาร พร้อมเก้าอี้ 2 ตัว – ขนาดกำลังพอดีกับพื้นที่ครับ
  • ตู้เสื้อผ้า – หน้าบานสไลด์ข้าง ไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่
  • โต๊ะเครื่องแป้ง – อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เข้าออกได้
  • เตียง 5 ฟุต พร้อมฟูก – พอเหมาะกับพื้นที่ห้องนอนครับ

ประตูเข้าห้องเป็นประตูไม้สำเร็จรูปนะครับ พร้อม Digital Door Lock ใช้ระบบรหัส กุญแจ และ keycard สะดวกทีเดียว

ภายในห้องมีระยะจากพื้นถึงฝ้า 2.5 เมตร กำลังพอดี พื้นภายในห้องเป็นไม้ลามิเนต หนา 12 มม. จะสังเกตุได้ว่ามีกระจกคั่นระหว่างห้องนอนด้านในกับห้องนั่งเล่น ได้รับช่องแสงที่ส่งเข้ามาถึงภายในห้อง ทำให้ห้องดูโล่ง โปร่ง แถมยังมีพื้นที่นั่งทานอาหารอยู่ในพื้นที่นี้ด้วย

พื้นที่หน้าห้องซึ่งเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่นมีระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 2.5 เมตร สามารถใช้ทีวีขนาด 40-50 นิ้วได้

พื้นที่ห้องนั่งเล่นมีพื้นที่วางโซฟาขนาดประมาณ 2-3 ที่นั่ง กำลังดีครับ เพราะมีพื้นที่สำหรับรับประทานอาหารอยู่ข้างๆด้วย

ส่วนฝั่งผนังที่เป็นชั้นวางทีวี ซึ่งทางโครงการจะให้มาด้วยนะ หน้าตาอาจจะไม่ใช่แบบในห้องตัวอย่าง แต่เป็นลักษณะเดียวกัน built-in ติดผนัง ยกสูงจากพื้นง่ายแก่การทำความสะอาด

ฝ้าเพดานส่วนแรกนี้เป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight 4 ดวงครับ

มาดูส่วนต่อไปกันนะครับ สำหรับด้านในของตัวห้อง คือห้องนอนนั่นเอง โดยจะมีฉากกั้นเป็นตัวแบ่งสวนพื้นที่ในจุดนี้ ด้วยความใสของกระจกทำให้พื้นที่ห้องภายในได้แสงธรรมชาติจากผนังที่อยู่ด้านในห้องนอนด้วยครับ ตอนกลางวันก็แทบจะไม่ต้องเปิดไฟเลย

เป็นประตูกระกระจกใส กรอบบานอลูมิเนียม มีตัวล็อคและรางที่พื้น

ด้านในภายในห้องด้านบนมีพื้นที่ให้สำหรับติดม่านได้ เพื่อจะเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับตัวห้องนอนนะ

ห้องนอนมีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ กำลังพอดีสำหรับเตียง 5 ฟุต ซึ่งทางโครงการก็ให้มาด้วยทั้งเตียงและฟูก วางแล้วเหลือพื้นที่ข้างเตียงให้วางโต๊ะหัวเตียงได้ ขึ้นลงได้รอบด้าน

บริเวณฝั่งทางเข้าก็มีระยะเหลือให้เดิน เตียงไม่ชนกับประตูบานเลื่อน มีระยะประมาณ 45 เซนติเมตร

ฝั่งปลายเตียงมีพื้นที่สำหรับยืนใช้งานตู้เสื้อผ้า และ พื้นที่โต๊ะเครื่องแป้ง เดินเข้าออกสะดวก มีระยะจากปลายเตียงถึงตู้ประมาณ 60 เซนติเมตร

ส่วนที่ฝั่งด้านในมีพื้นที่เหลือประมาณ 55 เซนติเมตร สามารถขึ้นลงเตียงจากฝั่งนี้ได้สะดวกเช่นกัน พร้อมทั้งหัวเตียงยังวางโต๊ะหรือโคมไฟได้สบายๆ

ด้านในมีช่องแสง ซึ่งจะมีทั้งบาน Fixed และบานสไลด์ให้นะ ที่สำคัญคือได้แสงสู่ภายในห้องเข้าจากจุดนี้ค่อนข้างเยอะทีเดียว

เป็นกรอบบานอลูมิเนียม กระจกใส มีตัวล็อคให้นะครับ เป็นบานสไลด์สองฝั่ง เปิดได้ทีละบาน

ส่วนปลายเตียงมีพื้นที่ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งมาให้ ซึ่งหน้าตาจะไม่ได้แบบในห้องตัวอย่างนะ (สำหรับหน้าตา furniture ในส่วนนี้ ย้อนกลับขึ้นไปดูด้านบนนะครับ)

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี พร้อมให้ไฟ downlight มา 4 ดวงครับ

มาดูส่วนต่อไปของพื้นที่ภายในห้องกันครับ เป็นส่วนเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ครัว ,ห้องน้ำ และระเบียงนั่นเอง เป็นประตูบานเลื่อน กรอบบานอลูมิเนียมกระจกใส ซึ่งมีข้อดีคือ ทำให้ห้องดูโล่ง และยังสามารถเชื่อมต่อกันได้ แถมยังช่วยป้องกันกลิ่นและควันจากครัวและห้องน้ำเข้ามายังส่วนพักผ่อนได้

อีกส่วนที่ชอบคือประตูบานเลื่อนส่วนนี้เป็นรางแขวนด้านบน ทำให้ไม่ต้องกลัวสะดุด เวลาถือของเข้าออกครัว เพราะพื้นที่ทานอาหารอยู่ในห้องนั่งเล่น ส่วนประตูก็มีตัวล็อคให้ พื้นเปลี่ยนจากลามิเนตเป็น กระเบื้องเซรามิคครับ ง่ายแก่การทำความสะอาด

ภายในห้องครัวมีเคาน์เตอร์มาให้ พื้นเป็นกระเบื้องเซรามิค หน้าบานเคาน์เตอร์เป็นโครงไม้อัดกรุลามิเนต Backsplash เป็นกระเบื้องเซรามิค เช่นกัน

พื้นที่ภายในค่อนเป็นตอนยาว มีความกว้างประมาณ 1 เมตร สามารถยืนทำครัวได้ทีละคนนะ

ส่วนด้านบนเคาน์เตอร์มีทั้งบานเปิด และช่องใส่ของต่างๆให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย

บานเปิดทำมุมให้สามารถจับได้ ทำให้หน้าบานเรียบ ไม่ต้องมีตัวจับครับ ไม่ได้มีการติดตั้ง soft close ให้นะครับ จะปิดต้องระวังสักหน่อย

ชั้นกลางเคาน์เตอร์ปิดผิวด้วยหินแกรนิตสีดำ มาพร้อมกับอ่างล้างหน้า และเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว ตรงกลางมีพื้นที่สำหรับเตรียมอาหารเว้นไว้ให้นะ

อ่างล้างจานสแตนเลสแบบหลุมเดี่ยวของ Hafele ขนาดประมาณ 50 x 50 เซนติเมตร

เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควันแบบเป่าออกด้านนอกจาก Hafele ครับ

พื้นที่ด้านล่างจะมีชั้นใส่ของ หน้าบานเป็นโครงไม้อัดกรุลามิเนตเช่นเดียวกันกับด้านบน ด้านล่างมีช่องค่อนข้างหลากหลาย เริ่มที่ฝั่งใต้อ่างล้างจาน มีช่องขนาดใหญ่สำหรับเก็บหม้อ กะทะต่างๆได้ ส่วนตรงกลางเป็นลิ้นชั้นเลือกเก็บของแบ่งตามประเภท ส่วนฝั่งใต้เตาไฟฟ้ามีพื้นที่สำหรับวางไมโครเวฟ และลิ้นชักเก็บของด้านล่าง

ฝ้าเพดานของส่วนครัวเป็นแบบฉาบเรียบทาสี เช่นเดียวกัน พร้อมไฟ downlight 2 ดวงครับ

ส่วนต่อไปคือระเบียง มีประตูกระจกเป็นตัวเชื่อมต่อพื้นที่ ที่สำคัญคือตรงนี้เป็นช่องแสงให้กับพื้นที่ห้องครัว นอกจากนั้นยังมีข้อดีอีกข้อคือ ง่ายต่อการระบายอากาศของทั้งห้องครัวและห้องน้ำ

ประตูส่วนนี้เป็นกรอบบานอลูมิเนียม กระจกใส มีตัวล็อคให้ เมื่อเปิดสุดแล้วมีระยะเดินประมาณ 70 เซนติเมตร ที่พื้นภายนอกลดระดับลงไปประมาณ 10 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้น้ำและฝุ่นย้อนกลับเข้ามาในห้อง พื้นที่ด้านนอกมีความกว้างประมาณ 1 x 1.7 เมตร ซึ่งจะมีราวระเบียงเป็นเหล็กดัด สูงจากพื้นประมาณ 95 เซนติเมตร

ด้านนอกมี condensing unit แขวน 2 ชั้น มีส่วนของระแนงเหล็กดัดปิดไว้ให้เรียบร้อย พร้อมด้านบนมีไฟให้ 1 ดวงครับ

มาดูส่วนตรงข้ามระเบียง คือส่วนของห้องน้ำ ซึ่งจะอยู่ภายในอาคาร ไม่มีช่องเปิด จึงต้องใช้พัดลมดูดระบบการระบายอากาศของห้องน้ำแทนแต่ห้องน้ำจะอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงง่ายจากทุกๆส่วนพื้นที่ห้อง ภายในห้องน้ำพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิค ส่วนผนังเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ดูดีทีเดียว แบ่งแยกส่วนพื้นที่แห้ง-เปียกชัดเจน ได้ฉากกั้นอาบน้ำมาด้วย ไปดูรายละเอียดกันครับ

พื้นที่ภายในขนาดกำลังพอดี นั่งโถสุขภัณฑ์แล้วไม่ชิดผนังจนเกินไป เดินเข้าออกได้สะดวก พื้นภายในห้องน้ำลดระดับลงจากพื้นภายนอกประมาณ 3 เซนติเมตร

ภายในห้องน้ำมีแนวกระจกเงาสูงมาให้ถึงฝ้า พร้อมชั้น built-in ด้านข้าง มีช่องใส่ของ 2 ช่อง นอกจากนั้นยังมีผนัง Low Wall ที่ด้านหลังอ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ กว้างประมาณ 12 เซนติเมตร ให้มาด้วยสำหรับวางของ

อ่างล้างหน้าของ Marvel ขนาดประมาณ 54 x 42 ซม. เป็นแบบฝังเคาน์เตอร์

เป็นเคาน์เตอร์โครงไม้อัดกรุลามิเนต พื้นที่ด้านล่างสามารถเก็บของได้ นอกจากนั้นพื้นที่ใต้เคาน์เตอร์ยังยกสูงขึ้น ป้องกันไม่ให้น้ำมาทำให้ลามิเนตพอง และยังง่ายต่อการทำความสะอาดด้วย

โถสุขภัณฑ์เป็นของ Marvel เช่นกัน พร้อมสายชำระ ส่วนที่ใส่กระดาษชำระจะมีให้อยู่นะครับ แต่ในห้องตัวอย่างยังไม่เสร็จสมบูรณ์

สายชำระสแตนเลสขนาดกระทัดรัด ถนัดมือดีครับผม

มาดูส่วนต่อไป เป็นส่วนของพื้นที่อาบน้ำ ซึ่งจะมีฉากกั้นมาให้ด้วย เป็นTempered Glass ข้อดีคือเวลาแตก เศษที่ตกลงมาจะมีลักษณะเป็นเม็ดๆ คล้ายเม็ดข้าวโพด ไม่มีมุมแหลมคม ได้ในเรื่องของความปลอดภัยครับ

ที่อาบน้ำเป็นแบบ Hand Shower เป็นสแตนเลส ที่ผนังไม่ได้มีชั้นวางเครื่องอาบน้ำ หรืออะไรให้มานะครับ ในส่วนนี้เราต้องหาอุปกรณ์สำหรับวางเครื่องอาบน้ำมาเองนะครับ

ตัวฝักบัวขนาดใหญ่ทีเดียว สามารถปรับรูปแบบการไกลของน้ำได้หลายแบบครับ

พื้นที่อาบน้ำขนาดประมาณ 1.2 x 0.9 เมตร มีขอบที่ยกขึ้นสูงจากพื้นประมาณ 3 เซนติเมตร ส่วนทางเข้าของฉากอาบน้ำมีระยะประมาณ 65 เซนติเมตร เข้าออกสะดวกครับ

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสีพร้อมไฟ Downlight 2 ดวง พร้อมพัดลมดูดอากาศ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @31 January 2019

  • ห้อง 1 Bedroom ขนาด 28.87-30.2 ตร.ม. ที่ชั้น 2 จะราคาอยู่ที่ 1.99-2.2 ล้านบาท
  • ห้อง 1 Bedroom ขนาด 28.87-30.2 ตร.ม. ที่ชั้น 4 จะราคาอยู่ที่ 2.4-2.5 ล้านบาท
  • ค่าส่วนกลาง 35 บาท/ตร.ม/เดือน
  • ค่ากองทุนส่วนกลาง 200 บาท/ตร.ม.
  • ค่าจองห้อง 1 Bedroom 20,000 บาท
  • ค่าจองห้อง 2 Bedrooms 50,000 บาท
  • ดาวน์ 10% จำนวน 20 เดือน
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล – สำหรับทำเลที่ตั้งตัวโครงการอยู่ในซอยสุขุมวิท 101 (ปุณณวิถี) เป็นซอยที่มีความเจริญค่อนข้างสูง คึกคัก เดินทางสะดวกทั้งขาเข้าเมืองและออกเมือง การอยู่ภายในซอยมีข้อดีคือได้บริบทโดยรอบเป็นพื้นที่พักอาศัยที่เงียบสงบมากกว่าติดถนนใหญ่ รวมถึงมีซอยย่อยที่ลัดเลาะออกได้หลายทาง มีตัวเลือกในการเลี่ยงรถติดได้

ความอุดมสมบูรณ์ ในแง่อาหารการกิน และไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิต ทำเลแถวนี้ค่อยๆเติบโตไปตามการเพิ่มขึ้นของประชากร โดยจะเห็นว่าปัจจุบันมีคอนโดอยู่บนถนนใหญ่ และตามซอยย่อยมากมายเพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยเหล่านี้ จึงทำให้ระยะเดินค่อนข้างจะมีพร้อมทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ส่วนพวก Supermarket ใกล้ๆก็จะมีพวกคอมมูนิตี้มอลล์ที่กำลังจะเปิดตัวกับเปิดได้ไม่นานอย่าง Whizdom101, Bangkok Mall, Phyll, Century Movie, Tescolotus อิงสุขมวิทในระยะใกล้ๆ จะทั้งนั่งรถไฟฟ้าไปหรือขับรถไปก็ได้ แต่ถ้าอยากจะไปห้างสเกลใหญ่ก็ต้องขับออกไปไกลๆหน่อยอย่างบางนาตราดที่มีเซ็นทรัลบางนาอยู่ หรือไม่ก็ศรีนครินทร์ที่มีห้าง Seacon Square, Paradise Park

การเดินทางโดยใช้รถ – ถือว่าสะดวกที่สุด เพราะอยู่เข้าไปภายในซอยประมาณ กิโลกว่าๆ ซึ่งดูจะเกินระยะเดินไปหน่อย อีกทั้งยังมีทางเข้าออก ลัดเลาะออกได้หลายช่องทาง ถนนสุขุมวิทหน้าโครงการจะเป็นฝั่งสุขุมวิทฝั่งออกเมือง ตรงไปเรื่อยๆก็จะสามารถเลี้ยวเข้าบางนา-ตราด หรือจะตรงไปสมุทรปราการก็ได้ และถ้าหากจะเข้าเมืองก็มีจุดกลับรถอยู่ไม่ไกล และมีจุดขึ้นลงทางด่วนเฉลิมมหานครเพียงแค่ประมาณ 3 กิโลหน่อยเท่านั้น ใช้ทางด่วนนี้เปลี่ยนเป็นทางพิเศษบูรพาวิถีเพื่อไปยังสนามบินได้เลยนะครับ ตัวโครงการให้ที่จอดรถ คิดเป็น 40% รวมจอดซ้อนคัน

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – สำหรับการเดินทางสาธารณะ ถือว่าไม่ใช่เส้นทางหลัก แต่ก็เป็นอีกเส้นทางที่น่าสนใจและเป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียว โดยตัวโครงการมีระยะทางไกลจาก BTS ปุณณวิถี วัดจากระยะใน google map ได้ 1.4 กิโลเมตร ซึ่งภายในซอยมีวินมอเตอร์ไซค์ รถสองแถว และแท็กซี่ วิ่งตลอด ค่อนข้างสะดวกทีเดียวครับ ตัวโครงการมีรถรับส่งให้ในปีแรกนะครับ ส่วนปีถัดไปต้องขึ้นอยู่นิติบุคคลในชุดต่อไป

การออกแบบ –  การออกแบบอาคารภายนอก เน้นความเรียบง่าย สามารถอยู่ได้นาน ไม่หลุดเทรนด์ เน้นการอยู่อาศัยภายในซะมากกว่า ซึ่งจุดเด่นของโครงการนอกจากทำเลนั่นก็คือจำนวนยูนิตที่ไม่เยอะ เน้นความเป็นส่วนตัว พื้นที่ส่วนกลางมีแนวอาคารช่วยบังแดดทิศใต้ ทำให้สามารถใช้งานได้ตั้งแต่ช่วงบ่ายเป็นต้นไป แถมยังเป็นวิวให้กับพื้นที่ห้องพักอาศัยที่หันหน้าเข้าหากันอีกด้วย

ห้องพักอาศัย แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือ 1 Bedroom และ 2 Bedrooms ทั้งสองออกแบบได้ค่อนข้างดีทีเดียว ฟังก์ชั่นภายในลงตัว มีการแบ่งพื้นที่ในแต่ละสัดส่วนชัดเจนด้วยกระจกใส เพื่อทำให้ห้องดูโล่ง ได้รับแสงธรรมชาติ และยังสามารถเชื่อมต่อกันได้อยู่ นอกจากนั้นพื้นที่ห้องน้ำและห้องครัวเปลี่ยนเป็นกระเบื้องเซรามิค ทำให้จัดการทำความสะอาดง่ายยิ่งขึ้น และมีตำแหน่งอยู่ใกล้ระเบียงซักล้าง ทำให้ระบายอากาศง่าย และได้ช่องแสงอีกด้วย

วัสดุ – ตัวโครงการเป็นโครงสร้างก่ออิฐฉาบปูน วัสดุภายในห้องถือว่าจัดมาให้ตามมาตรฐานค่อนไปทางดีเหมือนกันนะ เริ่มที่ได้แบบ Fully Furnished ให้มาครบเหมือนกันนะ ทั้งโซฟา ชั้นวางทีวี โต๊ะทานข้าว โต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เสื้อผ้า ไปจนถึงเตียงพร้อมฟูก เรียกได้ว่ายกกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามาอยู่ได้เลยครับ ส่วนอื่นๆภายในห้องที่ได้มาอีก ส่วนแรกเลยคือ Digital Door Lock ที่หน้าทางเข้าห้อง เข้ามาเจอกับพื้นลามิเนตหนา 8 มม. ภายในห้องมีประตูกระจกกรอบบานอลูมิเนียมกระจกใสส่วนเข้าห้องครัว เป็นรางแขวนบน ห้องน้ำใช้สุขภัณฑ์ของ Marvel ทั้งหมด และยังได้ฉากกั้นกระจก Tempered

สาธารณูปโภค – พื้นที่ส่วนกลางของโครงการนี้จัดมาไม่ได้เยอะมากนักครับ แต่ถ้าเทียบกับจำนวนยูนิต ก็ถือว่าให้มาครบและสามารถใช้งานได้จริงนะ ทั้งส่วนของ Co-Working Space, Fitness และ สระว่ายน้ำ ที่มีทั้งสระผู้ใหญ่และสระเด็ก มีรถรับส่ง BTS ปุณณวิถีในส่วนของปีแรก ที่นิติบุคคลของทางโครงการดูแล ซึ่งหลังจากนั้นจะต้องมาดูกันว่านิติบุคคลชุดต่อไปจะจัดการกันยังไงนะครับ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคา AVG 80,000 บาท/ตร.ม., 31 January 2019

  • ทำเล 7.5/10 – อยู่ภายในซอยก็จริง เข้าออกได้หลายทาง มีความอุดมสมบูรณ์ในระยะเดิน
  • เดินทางด้วยรถ 7.75/10 – มีเส้นทางให้เลือกเยอะ เข้าออกได้หลายทาง ไม่ไกลทางด่วน
  • ไม่ใช้รถ 7.5/10 – มีระยะห่างประมาณ 1.4 กม. ต้องเข้าซอย แต่ถนนเดินง่าย มีวินมอไซค์ แท็กซี่ สองแถว ตลอดเวลา
  • วัสดุ 7.5/10 – เหมาะกับการใช้งาน Fully Furnished พร้อมอยู่
  • แบบ 7.5/10 – วางผังได้ดี ส่วนกลางเข้าถึงและจัดการง่าย ภายในห้องจัดเป็นสัดส่วน ได้ครัวปิด
  • สาธารณูปโภค 7.5/10 – เพียงพอต่อการใช้งาน ครบตามมาตรฐาน มีแนวอาคารบังแดดให้ มีรถรับส่ง BTS
  • MAIN CLASS
  • 7.53 / 10.00

BOTTOM LINE

โครงการ Green Ville II เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหาที่อยู่ในย่านปุณณวิถี ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก หรือไปใช้ BTS เป็นตัวเลือกในการเดินทางได้ หาของกินง่ายในระยะเดิน จัดสัดส่วนภายในชัดเจน ส่วนกลางหลักๆมีให้ใช้ครบ มีงบประมาณ 2 – 4 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 14,000 – 28,000 ต่อเดือน