PAVE ปิ่นเกล้า – ศาลายา เป็นบ้านเดี่ยวของ SC ASSET  ตัวโครงการมีการออกแบบมาในสไตล์ Modern Iconic ซึ่งเป็นการออกแบบที่โดดเด่นทันสมัย ทางโครงการได้ออกแบบส่วนกลางมาให้ลูกบ้านได้ใช้ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน โดยจุดเด่นคือส่วนของ Club House ที่ออกแบบมาเป็นหลังคาจั่วที่มีความทันสมัย  และเนื่องจากตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าโครงการ ทำให้มีความโดดเด่นแม้ว่าจะด้านนอก หรือด้านในโครงการก็ตาม วันนี้ทางทีมงาน Point of View จะพาไปชมบรรยากาศภายในโครงการว่าเป็นอย่างไรกันค่ะ


Club House ของโครงการสร้างความโดดเด่นตั้งแต่ด้านนอกมาถึงด้านใน โดยออกแบบเป็นหลังคาจั่ว เลือกใช้กระจกสูงเพื่อเพิ่มความโปรงให้กับตัวอาคาร เนื่องจากตัวอาคารใช้โทนสีเทาเข้ม เมื่อใช้กระจกในการตกแต่ง ทำให้อาคารดูไม่ทึบตัน และเสริมด้วยเส้นสายจากกรอบกระจกสีดำ ทำให้ดูมีความทันสมัยมากขึ้น

เมื่อมองจากด้านใน เวลามีแสงผาดผ่านเข้ามากระทบกับกรอบบานหน้าต่างกระจก ก็จะทำให้เกิดแสงและเงา ทำให้เกิดมิติของพื้นที่โถงด้านใน และยังทำให้พื้นที่ภายในดูโล่งโปร่ง  ได้รับแสงธรรมชาติอีกด้วย แต่ที่สำคัญความสวยงามอาจจะต้องแลกกับความร้อนนิดนึงนะจ๊ะ 😉


อาคาร Club House ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าโครงการ เป็นอาคารสูง 2 ชั้น วางไว้อยู่ติดกับสระว่ายน้ำ และพื้นที่สีเขียว ตัวอาคารออกแบบมาให้มีความโมเดิร์น และมีการใช้สีในโทนเข้ม  เมื่อตัดด้วยสีเขียวของสนามหญ้าและต้นไม้ใหญ่รอบๆ ทำให้ความแข็งกระด้างของตัวอาคารดูมีความนุ่มนวลลง แต่ก็ยังคงความเท่ห์ ทันสมัย


สระว่ายน้ำเป็นสระแบบ Free From ถูกวางอยู่ตรงกลางระหว่างตัวอาคาร Club House และพื้นที่สีเขียวที่มีทั้งไม้พุ่มและต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบสระ ซึ่งทำให้เวลามาว่ายน้ำจะรู้สึกชุ่มชื่นทั้งกายและสายตาเลยทีเดียว


หรือใครที่ไม่อยากเปียก อยากมาหลบมุมนั่งพัก อ่านหนังสือชิลๆสักเล่ม ดื่มเครื่องดื่มดีๆสักแก้ว ริมสระว่ายน้ำก็มีเก้าอี้ชายหาดให้ลูกบ้านมานั่งเล่นรับลม



บันไดขึ้นชั้น 2 วางไว้ตรงกลางตัวอาคาร ออกแบบมาเป็นบันไดวน และเจาะช่องแสงไว้ที่บริเวณด้านบน เมื่อถึงเวลาบ่ายๆเย็นๆ พระอาทิตย์ก็จะส่องแสงมายังช่องนี้ เกิดเป็นแสงและเงากระทบลงบนบันได จากบันได้ที่เป็นเพียงทางขึ้นสู่ชั้นบน แต่เมื่อผ่านการถูกคิดมาแล้วว่าจะมีแสงส่องทางด้านนี้ในตอนเย็นๆ จึงทำให้เกิดมุมมองใหม่ๆขึ้นมา


เมื่อมองจากด้านบนลงมาก็จะเจอกับจุดพักสายตาที่เย็นฉ่ำกับสระว่ายน้ำ และต้นไม้นานาพรรณที่รายล้อมอยู่รอบบริเวณสระน้ำ ถือเป็นอีกมุมหนึ่งที่สามารถยืนปล่อยอารมณ์และความคิดได้ดีทีเดียว


Facade หน้าบ้านของทั้ง 3 แบบ ออกแบบมาในลักษณะสามเหลี่ยมหน้าจั่ว เพื่อมีความเชื่อมโยงกันกับตัวอาคาร Club House



แสงยามเย็นเมื่อพาดผ่านต้นไม้ที่ปลูกไว้ภายในโครงการ ทำให้เกิดเงาบนผนังบ้าน ทำให้รู้สึกว่าบ้านมีความอบอุ่นมากขึ้น


มุมเล็กๆในสวนหน้าบ้าน ถูกจัดออกมาเพื่อเพิ่มฟังก์ชั่นในการใช้งานของคนภายในบ้าน ถือว่าเป็นมุมน่ารักๆให้คนในบ้านมากระชับความสัมพันธ์ 🙂

เมื่อถ่ายบรรยากาศรอบๆโครงการกันอย่างหนำใจแล้ว เหล่าช่างภาพก็ต้องรีบเข้ามากดชัตเตอร์ภายในบ้านกันก่อนที่พระอาทิตย์จะโบกมือลาเราไป



มุมรับประทานอาหารเลือกใช้โทนสีขาวจากโต๊ะหินอ่อน และสีน้ำตาลจากเก้าอี้ เพื่อให้มีความสอดคล้องกับพื้นที่รับแขก เพิ่มสีเขียวของต้นไม้ลงไป ก็ทำให้ดูสดชื่นขึ้น


มุมอาร์ทเล็กๆที่แฝงอยู่ในบ้าน อาจจะเป็นมุมที่สะท้อนถึงความชอบส่วนตัวของเจ้าของบ้าน

ห้องนอนด้านบนตกแต่งเป็นห้องนอนของเด็กๆ แบ่งแยกพื้นที่ส่วนตัวในการนอนอย่างเป็นสัดส่วน แต่ยังคงมีพื้นที่ที่ไว้ทำกิจกรรมร่วมกันของพี่น้องได้อย่างสบายๆ

ห้องนอนอีกห้องถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นห้องทำงาน แต่ก็ยังมีพื้นที่ให้ได้นั่งนอนเล่น ไว้สำหรับเวลาอยากพักสายตาจากการทำงาน หรืออาจเป็นห้องรวมตัวสำหรับวัยรุ่นให้มานั่งทำการบ้าน เล่นเกมไปพร้อมๆกันในห้องนี้ก็เป็นได้  ภายในห้องตกแต่งด้วยวัสดุไม้ มีการเชื่อมโยงกันทุกพื้นที่ตั้งแต่ตู้ โต๊ะ รวมไปถึงโซฟา และเลือกติดม่านมู่ลี่ทำให้ห้องนี้ดูมีความเป็นวัยรุ่นมากขึ้น

อีกหนึ่งห้องนอนชั้นบนตกแต่งด้วยโทนสีเทาขาว ทำให้รู้สึกเป็นผู้ใหญ่แต่ยังแฝงความเป็นวัยรุ่นอยู่ การที่ห้องนอนได้รับแสงธรรมชาติจากด้านนอก ยิ่งทำให้ห้องดูมีความอบอุ่นมากขึ้น

บางทีการตื่นเช้ามาและได้ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าที่ระเบียงห้องนอน ก่อนออกไปทำงาน มันก็คงทำให้รู้สึกสดชื่นปลอดโปร่งไม่มากก็น้อย

บ้านอีกหนึ่งหลัง การตกแต่งภายในบ้านหลังนี้ มีความแตกต่างกับหลังแรก เนื่องจากหลังนี้จะเลือกใช้โทนสี Earth Tone เป็นหลัก ก็จะดูขาวๆเขียวๆ สบายตา ตัดด้วยโซฟาสีน้ำเงินเข้ม ทำให้ดูโดดเด่น

มุมรับประทานอาหารวางไว้ด้านหลังบ้าน ทำให้ได้รับแสงจากหน้าต่างด้านหลังบ้านตลอดแนว เลือกใช้ชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้ ทำให้บ้านดูอบอุ่น แต่เพิ่มความแข็งแรงด้วยท็อปหินอ่อน


ห้องเอนกประสงค์จัดไว้อยู่ด้านข้างบ้าน เชื่อมต่อกับพื้นที่รับประทานอาหาร หรือสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนได้อีกห้องตามความต้องการของเจ้าของบ้าน

ขึ้นมายังด้านบนชั้น 2  ห้องนอนของพี่ชายและน้องสาวแบ่งแยกห้องกันอย่างชัดเจน แต่ยังคงอยู่ติดกัน

ในส่วนห้องของคุณพ่อคุณแม่ก็จะอยู่อีกด้าน ภายในจัดวางด้วยเตียงขนาดใหญ่ มีพื้นที่วางโต๊ะหัวเตียงทั้ง 2 ข้าง และยังมีพื้นที่สูดอากาศด้านนอกของระเบียงภายในห้องนอนอีกด้วย

นอกจากนี้ภายในห้องนอนใหญ่ ยังมีพื้นที่เพียงพอสำหรับวางโซฟาตัวเล็กๆ เผื่อให้คุณพ่อคุณแม่ปรับเปลี่ยนอิริยาบถ มานั่งอ่านหนังสือ จิบชา กาแฟ


มาเปลี่ยนอารมณ์กับบ้านหลังสุดท้ายกัน กับบ้านที่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้มๆ สไตล์โมเดิร์น ซึ่งภายในบ้านส่วนใหญ่จะเลือกใช้สีน้ำตาลเข้ม ดำ และเทา ทำให้รู้สึกถึงการเป็นวัยรุ่น


พื้นที่รับแขกและพื้นที่รับประทานอาหารเป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อกัน จึงทำให้บ้านหลังนี้มีช่องแสงหลายทาง

เมื่อทุกอย่างในบ้านมีสีเข้ม การใช้ต้นไม้สีเขียวในกระถางสีเทาอ่อนมาวาง ทำให้ความรู้สึกที่แข็งหนักแน่น กลับถูกลดทอนลง เพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น และยังเป็นอีกหนึ่งมุมที่ถ่ายรูปออกมาสวยเท่ห์อีกด้วย

โต๊ะทานอาหารบางทีอาจถูกปรับเปลี่ยนมาใช้เป็นโต๊ะทำงานบ้างในบางที การเลือกที่นั่งเป็นแบบ Bench ยาว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการตกแต่งบ้าน เพราะจะทำให้ดูไม่เป็นโต๊ะที่นั่งจริงจังจนเกินไป

เมื่อขึ้นมาชั้นบน ก็คงเหมือนกับบ้านหลังอื่นที่มีการแบ่งแยกห้องนอนออกไปตามจำนวนของคนที่อยู่อาศัยในบ้าน แต่การเลือกใช้โคมไฟห้อยตรงโถงบันได นอกจากเพิ่มแสงสว่างบริเวณนั้นในช่วงเวลากลางคืนแล้ว ยังช่วยเพิ่มความลงตัวของโถงบันไดให้ไม่ดูโล่งจนเกินไป และการเลือกใช้โคมไฟยังสื่อถึงความเป็นตัวตนของเจ้าของบ้านได้อีกด้วย

ห้องนอนเล็กแต่ถูกออกแบบมาให้เป็นห้องทำงาน ในสไตล์มูจิ หรือเรียบง่ายนั่นเอง โดยโต๊ะทำงานมีการออกแบบให้อยู่ติดกับหน้าต่าง เพื่อให้เวลาทำงานจะได้รับแสงธรรมชาติ และบางทีการนั่งทำงานนานๆก็ทำให้เมื่อย การที่มีโซฟาอยู่ภายในห้องทำงานถือว่าเป็นสิ่งที่เหมาะสม เพื่อที่จะเปลี่ยนอิริยาบถในบางเวลา

การเลือกใช้กระจกทรงกลม จะช่วยลดทอนความแข็งของเหลี่ยมมุมต่างๆภายในห้อง แล้วยังเป็นเพิ่มความแปลกใหม่ให้กับภายในห้องอีกด้วย

ห้องนอนเล็กอีกห้องถูกวางไว้อยู่ด้านหน้าบ้าน พอถึงช่วงเวลาบ่ายก็จะได้รับแสงที่ส่องเข้ามา การเลือกใช้ม่านมู่ลี่จึงทำให้ห้องดูมีแสงและเงา เกิดมิติลูกเล่นของแสงเงาอีกแบบภายในห้อง


ห้อง Master Bedroom มีพื้นที่เชื่อมโยงกับ Walk-in Closet เล็กๆภายในห้อง ถึงจะไม่ได้แบ่งแยกกั้นห้องกันอย่างชัดเจน แต่ก็เป็นพื้นที่ที่มีสัดส่วนอย่างลงตัว

หัวเตียงกรุด้วยผนังไม้ ช่วยให้ห้องดูอบอุ่นละมุนมากขึ้น เพิ่มความโดดเด่นด้วยโคมไฟและกรอบรูปสีดำ

ก่อนพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า ก็ออกมาเก็บบรรยากาศบริเวณ Club House อีกสักรอบ เมื่อแดดร่มลมตกบริเวณสระว่ายน้ำ ก็ร่มรื่มมากขึ้น

ตกเย็นแสงไฟใน Club House ก็เริ่มเปิดกันอย่างสว่างไสวเพื่อให้ลูกบ้านมาใช้งานในช่วงค่ำกันได้อย่างสบาย

วันนี้ทางทีมงานก็ขอลาไปกับภาพเหงาๆของ Club House ที่สะท้อนกับแสงสุดท้ายของวัน

ถ้าใครที่ชอบดูการออกแบบบ้าน หรือกำลังตกแต่งบ้านก็สามารถนำแนวคิดจาก PAVE ปิ่นเกล้า-ศาลายา เป็นไอเดีย ลองปรับเปลี่ยนให้เข้ากับตัวเองก็ได้นะคะ คราวหน้าจะนำการออกแบบสวยๆที่ไหนมาให้ดูกันอีก รอติดตามกันนะคะ 🙂