รีวิวฉบับที่ 1772 … วันนี้ผมจะพาทุกคนมาชมโครงการที่สร้างเสร็จมาเมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้วในย่านทองหล่อ กับโครงการ Ideo Morph สุขุมวิท 38 เป็นอาคารคู่ กับโครงการ Ashton Morph 38 ที่อยู่ด้านหลังในที่ดินเดียวกัน แต่โครงการนี้จะมีเฉพาะห้องแบบ Duplex 1 Bedroom ห่างจาก BTS ทองหล่อประมาณ 400 เมตร ไปดูรายละเอียดภายในกันต่อเลยครับ

Fact @20 December 2018

  • Ideo Morph 38 (ไอดีโอ มอร์ฟ 38)
  • บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน)
  • LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • ที่ดินประมาณ 3 ไร่ 1 งาน 30 ตารางวา
  • คอนโด 1 อาคาร 10 ชั้น และ ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น 162 ยูนิต
  • ที่จอดรถ ชั้น 1 และชั้นใต้ดิน 2 ชั้น 73 คัน ไม่รวมซ้อนคัน
  • Duplex 1 Bedroom ขนาดเริ่ม 23 – 37 ตร.ม.
  • ปีที่สร้างเสร็จ :  ปลายปี 2012
  • ปี 2012 : ราคาเริ่มต้น 4.4 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น/ตารางเมตร 135,000 บาท
  • ปี 2018 : ตารางเมตร 180,000-200,000 บาท

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด :  13.720909, 100.579063

แผนที่จากทางโครงการครับ

ที่ตั้งของคอนโด Ideo Morph สุขุมวิท 38จะอยู่ทำเลเดียวกันกับ Ashton Morph 38 เรียกว่ารั้วเดียวกันเลยก็ได้ ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 38 หรือซอยสันติสุข เป็นทำเล “ย่านทองหล่อ” ฝั่งตรงข้ามซอยทองหล่อ หรือซอยสุขุมวิท 55 ที่เรียกได้ว่าเป็นทำเลทองของสุขุมวิทช่วงกลางที่มีความเจริญสูง คึกคัก เป็นหนึ่งในทำเลเศรษฐกิจที่สำคัญของกรุงเทพ ส่วนอีกฝั่งของโครงการขนาบข้างด้วยถนนพระราม 4 ซึ่งก็เป็นอีกสายที่เชื่อมต่อแหล่งงานสำคัญของกรุงเทพเช่นกัน

ซึ่งข้อดีของการมีตัวโครงการตั้งอยู่ในซอย จะได้เรื่องของความสงบเงียบมากกว่า นอกจากบริบทรอบข้างแล้ว ยังจะห่างไกลจากเสียงและฝุ่นที่จะมาพร้อมถนนใหญ่เสมอ อีกทั้งการตั้งอยู่สุขุมวิทฝั่งซอยเลขคู่จะมีความสงบ ร่มรื่น และเป็นเขตที่อยู่อาศัย ซึ่งต่างจากฝั่งซอยเลขคี่ที่จะคึกครื้น มีร้านค้าตลอดทั้งซอยอย่างทองหล่อ เอกมัย พร้อมพงษ์

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวถือว่าสะดวกเพราะข้อดีอีกข้อของซอย 38 หรือฝั่งเลขคู่ทั้งหลาย ก็คือการที่สามารถทะลุไปยังถนนพระราม 4 ได้ ทั้งทางซอยสุขุมวิท 36 และ 40 (ซอยสุขุวิท 40 เดินรถทางเดียวไปทางถนนพระราม 4 ) ด้วยระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร จากโครงการ ตรงนี้สามารถใช้เป็นทางขึ้นทางด่วน เลี่ยงรถติดได้ดีกว่าฝั่งซอยเลขคี่ นอกจากนั้นจะไปยังฝั่งเลขคี่ก็ไม่ได้ไกลกับจุดกลับรถเท่าไรนัก

ส่วนกลางเดินทางด้วยรถสาธารณะต้องบอกว่าเป็นอีกข้อที่น่าสนใจทีเดียว เนื่องจากมีสถานีรถไฟฟ้าทองหล่ออยู่ห่างจากตัวโครงการประมาณ 400 เมตร ซึ่งอยู่ในระยะเดิน อยู่ในระยะที่เดินได้ ไม่เหนื่อยมาก นอกจากนั้นยังมีวินมอเตอร์ไซค์ และแท็กซี่วิ่งไปมาอยู่ตลอดอีกด้วย รวมถึงป้ายรถประจำทางก็มีตำแหน่งไม่ไกลจากหน้าปากซอยสุขุมวิท 38

ความอุดมสมบูรณ์โดยรอบโครงการนับว่าไม่คึกคักมากเท่ากับฝั่งซอยทองหล่อ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี ซึ่งในระยะเดินจะมีร้านค้าและร้านอาหารเป็นแนว รวมถึงเวิ้งเล็กๆ ที่รวบรวมร้านอาหารไว้ในช่วงเวลาเย็นที่บริเวณหน้าปากซอยสุขุมวิท 38 ร้านสะดวกซื้อ 7-11 มี 2 สาขาอยู่ใต้สถานี BTS ทองหล่อเลยครับ ส่วนทางฝั่งภายในซอยก็มีร้านคาเฟ่เก๋ๆ ที่ด้านในหลายร้านเช่นกัน รวมถึงยังทะลุไปยังซอย สุขุมวิท 36 และ 40 ได้ด้วย

จะเห็นว่าทำเลฝั่งเลขคู่ไม่มีห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารชื่อดัง หรือ Super Market เรียงรายกันแบบฝั่งซอยทองหล่อ ซึ่งเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย สำหรับคนที่ชอบสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน บางคนอาจชอบความคึกคักที่ฝั่งทองหล่อ หรือบางคนอาจชอบความเงียบสงบในฝั่งซอย 38 นะครับ แต่การจะไปใช้ห้างสรรพสินค้าหรือความคึกคักต่างๆทางฝั่งทองหล่อ หรือจะข้ามไปยังพร้อมพงษ์ที่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ก็ถือว่าทำได้ไม่ได้ยากเลยครับ เนื่องจากไม่ได้มีระยะทางที่ไกลจนเกินไป อีกทั้งยังมีรถไฟฟ้าที่มีทางเชื่อมให้ข้าม และเดินทางได้สะดวกอีกด้วย

วันนี้จะพาเดินทางไปโครงการยังเส้นทางพื้นฐานนะครับ จาก BTS สถานีทองหล่อ ซึ่งมีตำแหน่งใกล้เคียงกับหน้าปากซอยสุขุมวิท 38 ให้ลงไปยังทางออกหมายเลข… และเดินอีกนิดหน่อยเพื่อเข้าซอยสุขุมวิท 38 จากนั้นเข้าเข้ามาภายในซอยอีกประมาณ 400 เมตร ก็จะพบตัวโครงการอยู่ทางขวามือครับ

เริ่มที่ BTS สถานีทองหล่อครับ

จริงๆแล้วสามารถลงได้ 2 ทาง คือทางออกที่ 2 และทางออกที่ 4 ซึ่งเดี๋ยวผมจะพาไปดูทั้งสองทางเลยครับ แต่มาดูทางออกที่ 2 กันก่อนนะ

เมื่อเดินตามทางออกที่สองมาแล้ว ให้เลี้ยวซ้ายต่อนะครับ ลงเลย

ทางขึ้นลงสำหรับประตูทางออกที่ 2 จะหน้าตาประมาณนี้ครับ

ส่วนอีกทางคือทางประตูทางออกหมายเลข 4 นะครับ ทางนี้ก็ลงได้เช่นกัน แต่จะต้องเดินย้อนกลับมาสักนิดนึง

เมื่อลงมาจะมีหน้าตาประมาณนี้ ให้เดินย้อนเรียบตามแนวอาคารกลับไป ในกรณีที่ฝนตก ก็ลงทางนี้ จะมีชายคาอาคารให้พึ่งพิ่งมากกว่านะครับ

เมื่อเดินย้อนกลับมาไม่ถึง 100 เมตร ก็จะพบปากซอย สุขุมวิท 38 เช่นกันครับ

ส่วนใครที่ต้องการขึ้นรถไฟฟ้า ก็จะมีจุดที่ใกล้ปากซอยสุขุมวิท 38 มากที่สุดเลย เป็นบันไดเลื่อนขึ้นให้ สบายๆ ไม่ต้องเดิน ข้างๆมี 7-eleven ด้วยนะ

มาเดินทางไปโครงการกันต่อครับ เมื่อลงมาจาก BTS สถานีทองหล่อทางประตูทางออกหมายเลข 2 แล้ว ให้เดินต่อไปตามทางบนถนนสุขุมวิท ฝั่งมุ่งหน้าไป BTS สถานีเอกมัย

เดินมากี่ก้าว ก็จะพบสุขุมวิทซอย 38 ให้เลี้ยวขวาเข้าไปเลยครับ ที่บริเวณหน้าปากซอยมีวินมอเตอร์ไซค์คอยให้บริการอยู่ด้วยครับ

เมื่อตรงเข้ามาภายในซอยสุขุมวิท 38 ถนน 2 เลน มีทางเดินยกระดับขนาบข้าง 2 ฝั่งถนน บรรยากาศภายในมีความเงียบสงบมากกว่าบริเวณหน้าปากซอย เนื่องจากภายในซอยเป็นที่พักอาศัยซะส่วนใหญ่ ในตอนกลางคืนก็มีไฟส่องสว่างให้ตลอดแนว ทำให้มีความปลอดภัยอยู่ ไม่เปลี่ยวมากนัก

ตรงมาสักพักจะมีคริสตจักรพระโขนงอยู่ทางซ้ายมือด้วยครับ ซึ่งก่อตั้งมาแล้วหลายสิบปี ภายในมีจัดงานและกิจกรรมต่างๆกันอยู่เรื่อยๆ

เดินทางต่อเข้าไปภายในซอย ที่เห็นแนวต้นไม้ใหญ่ๆนี่คือบ้านนะครับ ค่อนข้างยาวทีเดียว ภายในที่พื้นที่ค่อนข้างใหญ่เลย ส่วนฝั่งตรงข้ามยังเป็นพื้นที่ก่อสร้างอยู่นะครับ จะมองเห็นตัวโครงการเราไกลๆ มี 2 อาคาร อาคารที่เตี้ยกว่าคือ Ideo Morph 38 โครงการของเรานั่นเอง ส่วนอาคารหลังคือ Ashton Morph 38 สูง เป็นอาคารสูง 32 ชั้น ที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ดินเดียวกันครับ เดินตรงต่อเข้าไปอีกประมาณ 200 เมตร ก็จะถึงแล้วครับ

หลังจากเดินตรงเข้ามาอีกประมาณ  200 เมตร จะพบตัวโครงการอยู่ทางขวามือครับ ที่เห็นในภาพคือทางเข้าโครงการครับผม มีทางเข้าออกทางเดียว มีบรรยากาศหน้าโครงการร่มรื่นทีเดียว

คอนโดวางตัวตามแนวตะวันออก-ตะวันตก ทำให้ยูนิตห้องจะรับแดดจากเหนือใต้เป็นหลัก ภายในพื้นที่ดินจะมีสองตึก ส่วนพื้นที่ด้านหน้าเป็น IDEO Morph ตึกใหญ่แต่เตี้ยกว่า ส่วนข้างหลังเป็น ASHTON Morph ตึกผอมกว่าสูงกว่า แต่ก็แทบจะเป็นโครงการเดียวกันอยู่แล้ว เพราะที่ดินอยู่ติดกัน มีทางเข้าออกทางเดียวกัน

ซึ่งพื้นที่รอบๆโครงการจะมีบรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบ เป็นที่พักอาศัยซะส่วนใหญ่ รวมถึงภายในซอยสุขุมวิท 38 มีทั้งคริสตจักรพระโขนง สถานทูตนอร์เวย์ วังรื่นฤดี รวมถึงบ้านคนใหญ่คนโตทั้งหลายอยู่เยอะพอสมควร ทำให้บรรยากาศภายในซอยยิ่งเงียบสงบเข้าไปใหญ่ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสงบก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว

ทิศเหนือ :  อาคาร 4 ชั้น และบ้านหลังใหญ่ 3-4 ชั้น

ทิศตะวันออก : ถนนสุขุมวิท 38 และพื้นที่ว่าง

ทิศใต้ : บ้านพักอาศัย 1-2 ชั้น และพื้นที่ว่าง ถัดไปเป็นสถานทูตนอร์เวย์

ทิศตะวันตก : โครงการ Ashton Morph 38 และ พื้นที่พักอาศัยแนวราบ

มาดูบริบทโดยรอบโครงการกันครับ ไปดูฝั่งภายในซอยสุขุมวิท 38 กันต่อก่อนละกันนะครับ

เดินมาสักนิดเยื้องๆมีโรงเรียนอนุบาล Melody International ครับ ในช่วงกลางวันก็อาจจะมีเสียงของเด็กๆกันบ้าง แต่ก็คงเป็นไม่กี่จุดในซอยที่มีเสียงนะ เพราะอย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ ว่าภายในซอยจะมีความเงียบสงบ ยิ่งลึกๆยิ่งจะสงบ เพราะมีทั้งสถานทูต และ วัง รวมไปถึงเป็นที่พักอาศัยเกือบจะทั้งหมดเลย มีเพียงร้านค้า คาเฟ่ นิดหน่อยเท่านั้น

ต่อเข้าไปด้านในที่รั้วสีส้มนี้คือวังรื่นฤดีนะครับ ซึ่งเป็นที่ประทับของ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี มีการดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงครับ

ส่วนฝั่งตรงข้ามวัง มีร้าน Bellitas  จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านต่างๆ รวมไปถึงวัสดุตกแต่งบ้านด้วยเช่นกัน

เลยมาอีกสักหน่อยจะมีร้านคาเฟ่ที่หลายๆคนชื่นชอบ เป็นร้านคาเฟ่เล็กๆ ชิลๆ ขายทั้งอาหาร และเครื่องดื่ม บรรยากาศและรสชาติจัดเป็นที่โปรดของผมเลยครับ

ถ้าเลยต่อไปภายในซอยอีกหน่อยจะสามารถไปทะลุกับซอยสุขุมวิท 40 ได้ ซึ่งซอยสุขุมวิท 40 เป็นซอยเดินรถทางเดียวบังคับไปออกทางฝั่งถนนพระราม 4 ซึ่งก็เป็นหนึ่งในช่องทางในการทะลุออกถนนพระราม 4 สามารถขึ้นทางด่วนได้จากทางนี้ด้วยเช่นกันครับ

เดี๋ยวเราเดินย้อนกลับไปดูอีกฝั่งของโครงการกันนะครับ ทางฝั่งหน้าปากซอยสุขุมวิท 38

ฝั่งตรงข้ามโครงการเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ว่างเปล่า ทำให้วิวทางด้านหน้าโครงการค่อนข้างโล่งเลยทีเดียว

ติดกับอาคารฝั่งทิศเหนือ คืออาคารพักอาศัยประมาณ 4 ชั้น ซึ่งจะส่งผลกับวิวทางทิศเหนือของห้องพักเล็กน้อย เพราะตัวอาคารของเรามีระยะร่นเข้าไปภายในพื้นที่โครงการค่อนข้างเยอะ จึงไม่ได้โดนเต็มๆ

เลยออกมาด้านข้างอีกหน่อยมีพื้นที่ก่อสร้างอยู่นะครับ ถูกล้อมรั้วไว้มิดชิด

เลยออกมาอีกหน่อยจะมีซอย แสงชัย ซึ่งจะสามารถทะลุไปยังซอยสุขุมวิท 36 ได้ครับ และก็เป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่สามารถออกได้ทั้งฝั่งถนนสุขุมวิท และ ถนนพระราม 4

เลยแยกมาจะพบอาคารพักอาศัยประมาณ 5 ชั้น และร้านกาแฟ รวมถึงมีร้านนวดภายในด้วยนะ สำหรับใครที่ชื่นชอบการนวดผ่อนคลาย แนะนำที่นี่เลยครับ เดินได้ใกล้ๆ

ต่อมาจะมีซอยข้างๆกับคริสตจักรพระโขนง เป็นซอยส่วนบุคคลที่เข้าสู่โครงการ Siri at Sukhumvit จากแสนสิริ

เดินตรงต่อมาจะเจอเวิ้งร้านอาหารใกล้กับบริเวณหน้าปากซอยสุขุมวิท 38 ซึ่งจะเปิดในช่วงเย็นนะครับ ภายในมีโต๊ะและเก้าอี้จัดให้นั่งรับประทานได้ มีร้านค้าร้านอาหารให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย ทั้งของคาวและของหวาน

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • BTS ทองหล่อ ~ 400 ม.
  • Major เอกมัย ~ 950 ม.
  • MAZE ~ 1. กม.
  • Tops Market ~ 1.1 กม.
  • Rain Hill ~ 1.1 กม.
  • Gateway เอกมัย ~ 1.3 กม.
  • Emporium ~ 1.7 กม.
  • Emquartier ~ 1.7 กม.
  • รพ.สมิติเวช ~ 1.8 กม.
  • J Avanue ~ 1.8 กม.
  • K Village ~ 1.9 กม.
  • The COMMON ~ 1.9 ม.
  • Big C เอกมัย ~ 1.9 กม.
  • Arena 10 ~ 2.0 กม.
  • Summet Hill ~ 2.1 กม.
  • Tesco Lotus พระรามสี่ ~ 2.2 กม.
  • รพ.คามิลเลียน ~ 2.3 กม.
  • Terminal 21 ~ 3.0 กม.
  • ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ~ 3.4 กม.
  • สวนเบญจกิตติ ~ 3.9 กม.

 

เจาะลึกตัวโครงการ

มาเริ่มที่แปลนชั้น 1 กันก่อนนะครับ อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าในที่ดินของโครงการจะมีอาคาร 2 ตึก ซึ่งแยกกันเป็น 2 โครงการ ประกอบไปด้วยโครงการของเรา Ideo Morph 38 ทางด้านหน้า และ Ashton Morph 38 ทางด้านหลัง ซึ่งจะมีทางเข้าออกทางเดียว และมีการเดินรถภายในแบบ oneway รอบโครงการ ตามแนวลูกศรในรูป ข้อดีของการอยู่ด้านหน้าคือสามารถเข้าถึงได้ง่าย สะดวก แต่ก็จะเสียเรื่องความเป็นส่วนตัวไปบ้าง เพราะจะมีรถวิ่งผ่านเข้าออกตลอด ส่วนพื้นที่จอดรถจะมีรอบอาคารและที่ชั้นใต้ดิน B1 และ B2 รวมทั้งหมด 73 คัน ไม่รวมจอดซ้อนคัน

สำหรับตัวอาคารมีรูปทรงเป็น 4 เหลี่ยมผืนผ้า เปิดรับวิวทิศเหนือและใต้ เป็นวิวฝั่งที่เห็นรถไฟฟ้าทางทิศเหนือ และค่อนข้างเงียบสงบฝั่งทิศใต้ แต่จะรับแดดค่อนข้างเยอะ แล้วแต่ความชอบเลยครับ มี Drop Off ที่ด้านหน้าโครงการพร้อมกับหลังคายื่นไปรับ ภายในมี Lobby รองรับ พร้อมห้องน้ำแยกชายหญิง และ Mail Box ส่วนโถงลิฟต์ของโครงการ ได้ลิฟต์ โดยสาร 2 ตัว และ Service Lift 1 ตัวครับ ด้วยจำนวนยูนิตที่ไม่มากนัก ทำให้มีอัตราส่วนลิฟต์ต่อยูนิตอยู่ที่ 81 ยูนิต / ลิฟต์ 1 ตัว ซึ่งถือว่าไม่เยอะมากนัก

บริเวณทางเข้าโครงการครับ ซึ่งมีทางเข้าออกทางเดียว ใช้ระบบ Key Card Access รั้วกั้นไม้กระดกแบบอัตโนมัติซึ่งมีการแยกทางเข้าและทางออกชัดเจน มีรปภ.ดูแลตลอด 24 ชั่วโมงครับ

ด้านข้างมีทางเดินเท้าสำหรับเข้าออกแยกไว้ให้ด้วย สำหรับคนที่ชอบเดินเท้าไปขึ้นรถไฟฟ้า หรือวินมอเตอร์ไซค์ ก็ไม่ต้องเดินเข้าออกทางเดียวกับรถ จะร่นระยะให้เข้าอาคารได้ง่ายกว่าเดิม ซึ่งบริเวณนี้ก็ไม่ไกลจากสายตารปภ.เท่าไรนักนะครับ

หรือถ้าไม่อยากเดิน ทางโครงการก็มีรถรับส่งที่บริเวณรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ และบริเวณใกล้เคียง ให้นะครับ

เมื่อเข้ามาภายในจะเห็นทางยาวๆนี้คือทางออกโครงการนะครับ ไม่ให้ตรงเข้าไป บังคับเลี้ยวขวาครับ เป็นการเดินรถแบบ One Way รอบอาคาร

สำหรับเลี้ยวขวามาก็จะเจอหน้าโครงการ มีแนวต้นไม้เป็นจุดไว้ให้สำหรับ Drop Off ด้วย

ก่อนจะเข้าไปภายในอาคาร เดินมาดูด้านข้างกันก่อนนะครับ เป็นแนวทางเดิน Hardscape   ขนาบข้างด้วยพุ่มไม้เล็กๆ และแนวต้นสน แบ่งส่วนออกจากถนนชัดเจน ตามทางมีที่นั่งที่ได้รับความร่มรื่นจากแนวตันไม้ด้วยนะ ตัวโครงการที่เสร็จมาแล้วหลายปีทำให้ต้นไม้ภายในค่อนข้างโต และให้ร่มเงาได้ตามจุดต่างๆ

นอกจากนั้นที่ฝั่งติดอาคาร ยังมีทำที่นั่งแบบมีหลังคากันแดดและฝนให้ด้วย

เมื่อตรงมาจนสุดทางจะเจอ อีกอาคารอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนที่กั้นกลางไว้ คืออาคาร Ashton Morph สุขุมวิท 38 ครับ เป็นอาคาร High Rise 32 ชั้น ซึ่งอยู่ในรั้วโครงการเดียวกัน และมีทางเข้าออกร่วมกัน ภายในยังมีพื้นที่ส่วนกลาง ที่เราสามารถเข้าไปใช้ด้วยได้นะครับ ซึ่งภายในจะประกอบไปด้วย

  • สระว่ายน้ำ (พร้อมสระเด็ก และ Spa Pool)
  • ฟิตเนส
  • ซาวน่า
  • Business center
  • ร้านค้า
  • สวนหย่อม

ทางออกของโครงการจะอยู่ข้างๆทางเดินที่เราเดินมาสักครู่  ที่ริมรั้วโครงการจะมีที่จอดรถสำหรับ Visitor ให้ครับ

กลับมาดูที่บริเวณหน้าโครงการกันนะครับ ซึ่งข้างๆ ทางเข้าโครงการจะมีพื้นที่จอดรถใต้ดินของโครงการ Ideo Morph 38 ที่ชั้น B1 และ B2 นะครับ

เข้าออกด้วยระบบ Key Card อีกเช่นกัน มีรั้วกันไม้กระดกแยกทั้งทางเข้าและทางออก

ภายในมีที่จอดรถ 73 คัน ไม่รวมจอดซ้อนคันที่ชั้น B1 และ B2 มีทั้งที่จอดรถยนต์และจักรยานยนต์ พร้อมทั้งมีลิฟต์โดยสาร 2 ตัว และ ลิฟต์ Service 1 ตัว ด้านล่างนี้ด้วย ต้องใช้ระบบ Key Card เพื่อเข้าถึงเช่นเดิม

ส่วนด้านข้างทางลงที่จอดรถคือทางรถที่จะอ้อมไปด้านหลัง สำหรับโครงการ Ashton Morph 38 ครับ

มาดูต่อกันที่หน้าทางเข้าอาคารกันครับ ด้านหน้านี้มีจุด Drop Off และ มีแนวหลังคายื่นออกมารับ ช่วยกันแดดและฝน

เมื่อเข้ามาภายในส่วนแรกก็จะเป็น Lobby ต้อนรับ มีสไตล์การตกแต่งที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ ใช้วัสดุหลักเป็นไม้ และตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่มีลักษณะมีความ Vintage ผสมอยู่

มีมุม Mail Box เป็นสัดส่วน พื้นที่ไม่เยอะครับ จำนวนยูนิตน้อย

ด้านข้างเป็นทางเดินสำหรับไปโถงลิฟต์ สำหรับโถงทางเดินมีผนังเป็นกระจกสามารถเปิดรับแสงจากธรรมชาติได้ตลอดทั้งวัน นอกจากนั้นยังเห็นบริบทโดยรอบได้อีกด้วย ทำให้บริเวณนี้ดูไม่อึดอัด และน่าเดินมากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าเลยตรงต่อไปจะมีส่วนของห้องน้ำแยกชายหญิง ตัวโถงลิฟต์จะอยู่ที่กลางอาคาร เลี้ยวขวาด้านหน้านี้

โถงลิฟต์มีลิฟต์ทั้งหมด 3 ตัว เป็นลิฟต์โดยสาร 2 ตัว และลิฟต์ Service 1 ตัวครับ

ลิฟต์ของอาคารนี้ขึ้นลงด้วยระบบ Key Card เป็นแบบล็อคชั้น มีอัตราส่วนลิฟต์ต่อยูนิตอยู่ที่ 81 ยูนิต / ลิฟต์ 1 ตัว ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่มากครับจำนวนผู้ใช้ไม่เยอะ ความหนาแน่นในการใช้งานน้อย

ขึ้นมาที่ชั้นด้านบน โถงลิฟต์จะมีช่องแสงขนาดใหญ่ เป็นระเบียงต้นไม้ ซึ่งนอกจากจะได้รับแสงในเวลากลางวันแก่โถงลิฟต์ภายในแล้ว ยังสามารถออกไปนั่งสูดอากาศได้อีกด้วยนะ

ขึ้นมาที่ชั้นพักอาศัย ตัวอาคารเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าวางตามแนวทิศตะวันออกและตก มีจำนวน 19 ยูนิตต่อชั้น มีลิฟต์โดยสาร 2 ตัว และ ลิฟต์ service 1 ตัว

  • โถงลิฟต์ : ภายในอาคารมีโถงลิฟต์ 1 จุดกลางอาคาร ทำให้สามารถไปยังห้องต่างๆง่าย ไม่มีห้องไหนต้องเดินไกล มีช่องแสง 1 จุด เป็นระเบียงต้นไม้ สามารถออกไปยืน นั่ง สูดอากาศได้นะครับ จะมีเฉพาะชั้นเลขคู่
  • โถงทางเดิน : เป็นแบบ Double Corridor ซึ่งจะไม่ได้เรื่องความเป็นส่วนตัวเท่าไหร่นัก ที่สุดทางเดินเปิดช่องแสงทั้งสองด้าน  ทำให้โถงทางเดินแทบจะสว่างตลอดทั้งวันเลยก็ว่าได้ครับ และเฉพาะในส่วนของชั้นสอง ที่สุดทางเดินทั้งสองฝั่งจะมีปลูกหญ้าไว้ให้ด้วยนะ ซึ่งจะมีห้องสุดท้ายทางทิศตะวันตก ที่ต้องเดินไกลที่สุด แต่จะแลกมาด้วยได้ความเป็นส่วนตัว เพราะห้องตรงข้ามเป็นบันไดหนีไฟ
  • มุมมอง : รับวิวทางฝั่งทิศเหนือและใต้เป็นหลัก ซึ่งค่อนข้างที่จะเปิดโล่งทั้งสองฝั่ง แต่จะได้กันคนละอารมณ์ ส่วนฝั่งทิศเหนือจะเห็นความเคลื่อนไหวของถนนสุขุมวิทและแนวเส้นรถไฟฟ้า รวมถึงฝั่งทองหล่อด้วย ส่วนฝั่งทิศใต้จะได้ความเงียบสงบมากกว่า แต่จะรับแดดมากกว่าเช่นกัน

ขึ้นมาที่ชั้น 3-9 ก็จะไม่ค่อยแตกต่างจากชั้น 2 เท่าไรนัก เพียงแต่ไม่มีแนวระเบียงสีเขียวที่สุดโถงทางเดินทั้งสองฝั่ง แต่ยังมีระเบียงต้นไม้ที่โถงลิฟต์ให้อยู่นะแต่จะมีเฉพาะชั้นเลขคู่ และก็ได้ช่องแสงเหมือนเดิมด้วยสำหรับโถงทางเดิน

โถงทางเดินเป็นแบบ Double Corridor เป็นแนวทางเดินเส้นตรง จะทำให้ไม่ค่อยได้เรื่องของความเป็นส่วนตัวมากนัก เพราะเป็นแนวเส้นตรง จะสามารถเห็นกันได้หมดทั้งชั้นเลย แต่การมีช่องแสงที่ปลายทางเดินทั้งสองฝั่งก็ช่วยเป็นแสงสว่างที่ดีให้กับโถงทางเดินลักษณะนี้

มาดูที่ชั้นบนสุดกันครับ สำหรับอาคารนี้จะมี 10 ชั้น ซึ่ง Main Facilities ทั้งหมดก็อยู่ที่ชั้นนี้ครับ ซึ่งจะมีส่วนของที่พักอาศัยด้วย แต่แบ่งส่วนกันชัดเจนด้วยประตูเข้าออกระบบ Key Card  สำหรับห้องพักที่อยู่ในชั้นนี้ก็อาจจะต้องใช้ส่วนของโถงลิฟต์ร่วมกับผู้ที่จะมาใช้พื้นที่ส่วนกลาง แต่ก็จะสามารถเข้าถึงพื้นที่ส่วนกลางได้ง่ายกว่าลูกบ้านชั้นอื่นๆเช่นกัน แล้วแต่ความชอบนะครับ

พื้นที่ส่วนกลาง เป็นพื้นที่ยกระดับขึ้นเพื่อแบ่งส่วนออกจากพื้นที่พักอาศัย มีการเข้าถึงด้วยระบบ Key Card ส่วนของพื้นที่ส่วนกลางของชั้นนี้ จะหันหน้ารับวิวทางฝั่ง ทิศเหนือและใต้เช่นเดิน และจะมีห้องน้ำแยกชายหญิงมาให้ด้วยนะครับ

  • สระว่ายน้ำ : รับวิวทิศใต้ ซึ่งเป็นวิวที่เงียบสงบ แต่จะได้รับแดดเยอะหน่อย ซึ่งจะสามารถใช้งานได้จริงๆ ก็น่าจะเป็นช่วง เช้า หรือ บ่ายแก่ๆ – เย็น เพราะด้านข้างสระมีผนังขนาบไว้ให้ ทำให้แดดในช่วงเช้าของทิศตะวันออกไม่ส่งผลมากนัก ส่วนช่วงเย็นก็จะได้แนวอาคารช่วยบังแดดในทิศตะวันตกให้ด้วย ส่วนพื้นที่ด้านข้างสระมี Terrace สำหรับนอนพักผ่อน อาบแดดได้ มาพร้อมกับต้นไม้ที่ให้ร่มเงาและช่วยสร้างบรรยากาศให้กับพื้นที่บริเวณนี้ด้วยครับ
  • Lounge :  รับวิวทางฝั่งทิศเหนือ ซึ่งจะมี Movement มากกว่าฝั่งทิศใต้ ในขณะเดียวกันก็ได้วิวของสระว่ายน้ำ และฟิตเนตด้วยใช่กัน เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ตรงกลางที่มองเห็นพื้นที่ส่วนกลางส่วนอื่นๆได้ชัดเจน ภายในมีมุมพักผ่อนที่หลากหลาย ด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่มีกลิ่นอาย Vintage ตกแต่งมาคล้ายกับบริเวณ Lobby ที่ชั้น 1 ครับ
  • Fitness : รับวิวทางฝั่งทิศเหนือเช่นกัน ถูกแยกออกเป็น 2 ส่วน ส่วนของ Weight Training จะอยู่ที่ชั้นนี้ และส่วนของ Cardio จะอยู่ด้านบน มีบันไดเล็กๆยกระดับขึ้นไป ซึ่งจะได้รับวิวในมุมเดียวกัน

เมื่อออกจากโถงลิฟต์มา ฝั่งซ้ายมือจะเป็นส่วนพักอาศัย ซึ่งมีประตูกั้น เข้าออกด้วยระบบ Key Card ส่วนฝั่งขวามือคือพื้นที่ส่วนกลางครับ

มีการยกระดับขึ้นนอกจากจะเพื่อพื้นที่ของสระว่ายน้ำแล้ว ยังช่วยเป็นการแบ่งส่วนพื้นที่ออกจากพื้นที่พักอาศัยอย่างชัดเจนมากขึ้นอีกด้วย

เมื่อเดินขึ้นมาจะมีส่วนของห้องน้ำแยกชายหญิงอยู่ก่อนหน้าทางเข้าประตูไปยังส่วนของสระว่ายน้ำนะครับ พร้อมทั้งบอร์ดสำหรับชี้แจงส่วนต่างๆของพื้นที่ส่วนกลาง

เมื่อเดินเข้ามาจะพบพื้นที่สระว่ายน้ำระบบเกลือ รูปตัว L ขนาดกำลังดี พร้อม Terrace ด้านข้างที่มากับเตียงอาบแดด 3 เตียงครับ ส่วนทางด้านซ้ายมือมีแนวระแนงกันแดดให้ด้วย ทำให้สามารถใช้งานในช่วงเช้าๆได้ ไม่ร้อนจนเกินไป

หันหลังกลับจะพบกับส่วนต่อไปเป็น Lounge ที่มีขนาดค่อนข้างกว้าง ภายในเป็นแบบ Double Volume รับวิวทางทิศเหนือและวิวสระว่ายน้ำ เป็นอีกมุมที่น่าสนใจมากๆ ภายในมีมุมพักผ่อนที่หลากหลายทีเดียว และยังมีโต๊ะพูลอยู่ตรงกลางอีกด้วย สำหรับใครที่ชอบพาเพื่อนมาบ้าน ก็สามารถมาพักผ่อน นั่งเล่นกันที่มุมนี้ได้เลยครับ

ส่วนติดกันที่สามารถมองเห็นกันได้จากห้อง Lounge คือส่วนของ Fitness ที่เป็นแบบ Weight training รับวิวทางทิศเหนือเช่นกัน ส่วนผนังอีกฝั่งเป็นกระจก สามารถมองเห็นตัวเองได้ในขณะเล่น และทำให้ห้องไม่ดูแคบจนเกินไป ขนาดห้องอาจจะไม่ใหญ่มากนัก แต่อุปกรณ์ที่ให้มา ก็ถือว่าสามารถเล่นได้ทุกส่วนเลยนะ

มองกลับไปก็ยังจะเห็นส่วนห้อง Lounge อยู่นะครับ ทำให้โดยรวมแล้วดูโปร่ง โล่ง และเห็น Movement ของกันและกัน

เดินย้อนกลับออกมาขึ้นไปดูด้านบนกันสักนิดนะ ด้านบนยังมีมุมที่น่าสนใจกันอยู่ บันไดตัว U ไม่มีลูกตั้ง เพื่อเน้นความโปร่ง

เมื่อขึ้นมาจะเจอกับ Terrace สำหรับ นั่งพักผ่อนรับวิวสระว่ายน้ำและทิศใต้ที่เงียบสงบ ข้างบนนี้ลมเย็นสบาย นั่งเพลินเลยครับ

และมาดูห้องสุดท้ายกัน คือส่วนของ fitness เช่นเดิม แต่จะเป็นส่วนของ Cardio ซึ่งบริเวณนี้จะสามารถรับวิวทิศเหนือจากภายนอกอาคาร และเห็นส่วนของ Weight Training ที่ด้านล่างด้วยนะครับ

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby
  • Mailbox
  • สระว่ายน้ำ (พร้อมสระเด็ก)
  • Fitness
  • Lounge
  • Shuttle Bus รับส่ง
  • ระบบ CCTV และ รปภ. 24 ชั่วโมง
  • Access Card
  • สวนหย่อม
  • ลิฟต์โดยสารแบบล็อคชั้น 2 ตัว
  • ลิฟต์ Service Lift 1 ตัว
  • อัตราส่วนลิฟต์/ยูนิต อยู่ที่ 81 : 1
  • ที่จอดรถ 73 % ไม่รวมซ้อนคัน


Product Walkthrough

มาดูที่ส่วนห้องพักอาศัยของโครงการนี้กันครับ ซึ่งจะเป็นห้อง Duplex 1 Bed ขนาด 33 ตร.ม. ซึ่งห้องขนาดอื่นๆ ก็จะแต่งต่างกันนิดหน่อยที่พื้นที่ แต่รูปแบบห้องจะเป็นลักษณะนี้นะ ภายในเป็นห้องแบบ Duplex แบบมีช่องเปิดโล่ง ห้องลักษณะนี้จะมีพื้นที่ภายในทุกส่วนที่เชื่อมต่อกันได้ง่าย ส่วนห้องนอนและพื้นที่นั่งเล่นจะมีฝ้าเพดานเดียวกัน ภายในห้องมีการจัดการพื้นที่ดี เช่น ห้องน้ำและครัวปิดที่แยกส่วนชัดเจน พื้นที่นั่งเล่นก็เป็นเหมือนพื้นที่หลักของห้อง ไม่อึดอัดและสามารถรับแสงได้เต็มที่ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบห้องเพดานสูงโล่งโปร่ง แต่ก็ต้องแลกกับความเป็นส่วนตัวบางส่วน เช่นพื้นที่ห้องนอนที่ไม่ได้มีฉากกั้นแบ่งสัดส่วนชัดเจน อาจจะได้รับผลกระทบเรื่องเสียง หรือต้องเปิดไฟในกรณีที่มีแขกมาเยี่ยม สำหรับมุมมองภายในห้องของโครงการนี้ก็อย่างที่บอกไปว่าจะได้วิวทิศเหนือและทิศใต้ ซึ่งเป็นวิวที่ค่อนข้างโล่ง ไม่มีอาคารสูงบัง ได้มุมมองที่แตกต่างคนละบริบท

ภายในห้องมีระดับพื้นถึงฝ้า 4.8 เมตร ขอแบ่งพื้นที่ภายในออกเป็น 5 ส่วน ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ระเบียง และพื้นที่นอน เริ่มด้วยหน้าประตูห้องที่เข้าถึงด้วย ประตู Digital Door Lock สูงถึงฝ้า เดินเข้ามาจะมีตู้เสื้อผ้าติดกับประตูทางเข้า ถัดมาเป็นส่วนห้องครัว ซึ่งจะเป็นครัวปิด มีฉากกั้นบานเลื่อน 3 ตอนแบ่งกั้น มาพร้อมเคาน์เตอร์บิ้ว Built-in ปิดผิวด้วยหินจริง ระดับพื้นถึงฝ้าส่วนครัวจะสูง 2.4 ม. ฝั่งตรงข้ามห้องครัวจะเป็นพื้นที่ห้องน้ำของห้องนี้ บานประตูห้องน้ำเป็นกระจกฝ้า ภายในมีการแบ่งส่วนแห้งเปียกชัดเจน มีตู้เหนืออ่างล้างมือ Built-in มาให้ ส่วนอาบน้ำก็มีฉากกั้นมาให้พร้อม เมื่อออกมาจากห้องน้ำ ถัดจากส่วนครัวจะมีประตูกระจกบานเลื่อนอีกหนึ่งจุด ป้องกันกลิ่นและควันไปรบกวนพื้นที่ส่วนอื่นภายในห้อง

เข้ามาจะพบกับห้องนั่งเล่นที่มีความโปร่งโล่ง มีระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 3 เมตร เป็นพื้นที่หลักของห้องนี้เลยก็ว่าได้ ด้านหนึ่งจะมีบันไดเพื่อไปยังส่วนพื้นที่นอน ใต้บันไดมีช่องเก็บของมาให้ ส่วนอีกฝั่งจะเป็นตู้ Built-in สูงตลอดแนว มีบันไดสไลด์ซ้ายขวาได้ให้มาด้วย สำหรับปีนเก็บของ ส่วนด้านหน้าเป็นช่องแสงบานใหญ่เป็นกระจกสูง ด้านข้างเป็นกระจกบานเลื่อน 2 บาน เชื่อมต่อไปยังระเบียง กระจกสูงช่วงในเรื่องของช่องแสง และทำให้ห้องดูโปร่งก็จริง แต่ก็ทำให้รับความร้อนเยอะ และเครื่องปรับอากาศจะทำงานหนัก อาจจะต้องใช้ม่านช่วยในบางเวลา เพราะทางโครงการก็ทำรางม่านซ่อนมาให้เรียบร้อย ส่วนพื้นที่ระเบียงไม่ใหญ่มากนัก ออกมายืนสูดอากาศได้ มี Condensing unit แขวน อยู่ด้านบน

ขึ้นบันไดไปดูส่วนพื้นที่พักผ่อนกันต่อ ด้านบนชั้นลอยมีระดับพื้นถึงฝ้าประมาณ 2.4 เมตร พื้นที่วางเตียง 5 ฟุตได้จะเหลือพื้นที่ด้านข้างเล็กน้อย แต่ถ้าวางเตียง 6 ฟุตจะเต็มพื้นที่พอดี

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 20 December 2018

  • ชั้น 4 ห้อง Duplex 1 Bedroom ขนาด 37 ตร.ม. ราคา 6.5 ล้านบาท ประมาณ 175,675.7 บาท/ตร.ม.
  • ชั้น 4 ห้อง Duplex 1 Bedroom ขนาด 33.6 ตร.ม. ราคา 6.2 ล้านบาท ประมาณ 184,523.8 บาท/ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 4.8 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • มีรถรับส่งตลอด 24 ชม.
  • สามารถเลี้ยงสัตว์ขนาดเล็กได้ สูงไม่เกิน 40 ซม. โดยประมาณ
  • นิติบุคคล : Savills
  • ค่าส่วนกลาง 50 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล – ทำเลของโครงการเป็นทำเล “ย่านทองหล่อ” แต่ไม่ใช่ “ทองหล่อ” เสียทีเดียว เพราะอยู่ฝั่งตรงข้ามในซอยสุขุมวิท 38 หากเทียบกับฝั่งทองหล่อที่จะเป็นย่านธุรกิจ การค้า Shopping Mall ที่มีความสนุกสนานครื้นเครง มีชีวิตชีวาสูง ก็คงจะสู้ไม่ได้ แต่ทำเลฝั่งด้านนี้ก็มีจุดเด่น ด้านความสงบ และเหมาะสำหรับการอยู่อาศัย นอกจากนั้นยังมีซอยที่สามารถทะลุออกไปยังฝั่งพระราม 4 ได้ และก็ยังอิงความเจริญจากฝั่งทองหล่อได้เช่นกัน ดังนั้นหากจะว่ากันตามตรง ทำเลฝั่งนี้ยังเป็นทำเลรองในเรื่องของราคาที่ดินแต่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยไม่น้อยเลยครับ ส่วนจุดเด่นของทำเลนี้คือการที่ไม่มีตึกสูงในระยะประชิดบัง วิวฝั่งที่ห้องพักอาศัยจะได้คือวิวทิศเหนือและทิศใต้ ซึ่งก็เป็นวิวที่เปิดกว้าง มองฝั่งพระราม 4 และฝั่งทองหล่อได้อย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งเป็นวิวธรรมชาติอีกฝั่งหน่ึงเป็นวิวเมือง ส่วนจุดด้อยอาจเป็นเรื่องของการที่ไม่มี Shopping Mall ในระยะใกล้ ต้องข้ามไปฝั่งทองหล่อ-เอกมัยครับ

การเดินทางโดยใช้รถ – การเข้าออกของซอย 38 นั้นทำได้หลายทาง ทั้งจากถนนพระราม 4 และจากสุขุมวิท ทำให้มีความคล่องตัวสูงในการเดินทาง สามารถไปมาได้จากถนนใหญ่ทั้งสองเส้น ทะลุได้ทั้งซอยสุขุมวิท 36 และ 40 ออกไปขึ้นทางด่วนได้ง่ายและมีตัวเลือกในการเลี่ยงรถติดได้ดี นอกจากนั้นจุดกลับรถบนถนนสุขุมวิท ก็ห่างจากปากซอยสุขุมวิท 38 ประมาณ 500 เมตร ถือว่าไม่ไกลครับ นอกจากนั้นภายในโครงการยังมีที่จอดรถที่ชั้น 1 รวมถึงชั้นใต้ดิน B1 และ B2 มีที่จอดรถ 73 คัน ไม่รวมจอดซ้อนคัน

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – มีรถไฟฟ้า BTS ในระยะห่างราว 400 เมตรได้ สามารถเดินไปใช้งาน หรือจะนั่งรถ Shuttle Bus ของทางโครงการก็ได้ ซึ่งมีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งซอยสุขุมวิท 38 เป็นซอยที่สามารถทะลุออกได้ทั้งซอยสุขุมวิท 40 และ 36 ทำให้มีรถแท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์ผ่านไปมาอยู่เสมอ และที่หน้าปากซอยก็มีวินมอเตอร์ไซค์ประจำอยู่ด้วยครับ นอกจากนั้นป้ายรถประจำทางที่วิ่งบนถนนสุขุมวิท ก็อยู่ห่างจากหน้าปากซอยเพียงไม่สิบกี่เมตรเท่านั้น

การออกแบบโครงการ – ตัวอาคารออกแบบให้มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้แนวต้นไม้ vertical garden ช่วยลดความร้อนให้กับอาคาร โดยเปิดช่องแสงให้เข้าสู่ตัวอาคารด้วยในจุดที่ต้องการ เช่นโถงลิฟต์และโถงทางเดิน มีการจัดวางตัวอาคารรับวิวทางฝั่งเหนือและใต้เป็นหลัก ซึ่งจะเป็นฝั่งทองหล่อและฝั่งพระราม 4 มีการจัดแบ่งส่วนพื้นที่ส่วนกลางรวมกันที่ชั้นบนสุด จัดการง่ายและง่ายแก่การเข้าถึง ถึงแม้จะมีห้องพักอาศัยอยู่ด้วยภายในชั้น แต่ก็มีการแบ่งส่วนพื้นที่ออกจากกันอย่างชัดเจน ส่วนพื้นที่ส่วนกลางก็ออกแบบให้มีการรับวิวจากภายนอกให้ได้มากที่สุด รวมถึงมีส่วนของสระว่ายน้ำเป็นวิวภายในให้กับพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆด้วยเช่นกัน

การออกแบบห้อง – ถือว่าออกแบบมาได้ตอบโจทย์คนที่ต้องการห้องสไตล์นี้อยู่แล้ว ซึ่งจะเน้นความโปร่ง โล่ง และมีพื้นที่ภายในที่ค่อนข้างกว้าง ด้วยระดับพื้นถึงฝ้าที่เป็นแบบ Double Volume ขนาด 4.8 ม. ภายจัดแบ่งสัดส่วนออกมาได้ดีทีเดียว มีการกั้นแบ่งพื้นที่ไว้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นห้องครัว ที่ได้เป็นครัวปิด มีประตูกระจกสไลด์ถึงสองฝั่ง รวมถึงห้องน้ำที่แบ่งส่วนภายในชัดเจนด้วยฉากกั้น นอกจากนั้นห้องนั่งเล่นยังมีชั้นวางของที่สูงตามระยะฝ้าที่สูงของห้อง มีบันไดสไลด์ช่วยให้หยิบจับของได้สะดวก และยังใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เก็บของใต้บันได หรือ การซ่อนรางม่านไว้ให้ส่วนของผนังถือว่าทำได้ดีทีเดียวครับ

วัสดุ – จัดว่าให้มาดีพอสมควรนะ เดิมทีโครงการขายแบบ Fully Fitted ซึ่งจะได้ประตู Digital Door Lock ของ Yaleตู้เสื้อผ้าหน้าห้อง ฉากกั้นสำหรับครัวปิด ทั้ง 2 ชุด ภายในพวกชุดเคาน์เตอร์ครัวปิดผิวด้วยหินแท้  Hob&Hood และ Sink ก็ให้มาครบ ส่วนห้องน้ำมีชั้นเก็บของ Built-in มาให้ สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำของ TOTO และ Cotto ส่วนอาบน้ำมีฉากกั้นมาให้พร้อม ส่วนห้องนั่งเล่นก็มีชั้นวางของพร้อมบันไดสไลด์ และ บันไดพร้อมที่เก็บของด้านใต้มาให้ ที่ผนังริมห้องเป็นกระจกสูงรับแสงได้เยอะ ซ่อนรางม่านมาให้เรียบร้อย กับเครื่องปรับอากาศติดผนัง พื้นที่ด้านบนก็มีราวกันตกมาให้ เพียงแค่ยกเฟอร์นิเจอร์มาก็อยู่ได้สบายๆเลย

สาธารณูปโภค – พื้นที่รอบๆโครงการด้านในจะตกแต่งเป็นสวนสวยงามตั้งแต่ด้านหน้า มีแนวต้นสนด้านหน้าพร้อมรูปปั้นกวาง ซึ่งเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของโครงการนี้ ด้านในก็มีสวนรอบๆรั้วโครงการและตามทางเดินด้านข้าง สร้างบรรยากาศและความร่มรื่นได้ดี Main Facilities ของตัวโครงการจัดมาให้ถือว่าครบ ต้องทราบก่อนว่าจำนวนยูนิตมีไม่มากนัก เมื่อเทียบกับพื้นที่ที่ให้มาก็ถือว่าไม่น้อยเลย ซึ่งแต่ละส่วนถูกออกแบบมาอย่างดีทีเดียว เช่น สระว่ายน้ำที่รับวิวทิศใต้ ซึ่งเป็นวิวที่เงียบสงบ ด้านข้างสระมีแนวระแนงและอาคารขนาบไว้ให้ ทำให้สามารถใช้งานได้ในช่วงเช้าและเย็น ไม่ร้อนจนเกินไป พร้อม Terrace สำหรับนอนพักผ่อน, ห้อง Lounge รับวิวทางฝั่งทิศเหนือ และวิวสระว่ายน้ำ ภายในมีระดับพื้นถึงฝ้าแบบ Double Volume และมุมพักผ่อนที่หลากหลาย, Fitness 2 ชั้น 2 ส่วน แบ่งเป็น Weight Training และ Cardio รับวิวทิศเหนือเช่นกัน

ซึ่งจากที่ไปดูมาด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าตึกจะสร้างเสร็จมา 6 ปีแล้ว แต่พื้นที่ส่วนกลางทุกส่วนมีการดูแลอย่างดี  นอกจากนั้นไปสอบถามทางนิติบุคคลมา ลูกบ้านของ Ideo Morph 38 สามารถไปใช้พื้นที่ส่วนกลางของ Ashton Morph 38 อาคารที่อยู่ทางด้านหลังได้ด้วย ภายในมีขนาดพื้นที่ส่วนกลางที่ใหญ่ทีเดียว ตั้งอยู่ที่ชั้น 32 บนสุดของอาคาร รับวิวได้รอบด้าน นอกจากนั้นยังสามารถเลี้ยงสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กได้ สูงไม่เกินหัวเข่า โดยประมาณ น่าจะตอบโจทย์เหล่า Pet Lovers ทั้งหลายได้ดีทีเดียวครับ

Judgement

เนื่องจาก Ideo Morph สุขุมวิท 38 เป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบ Re-sale ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับตำแหน่งและสภาพห้อง ความพึงพอใจราคาเกิดขึ้นจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ดังนั้นเราจึงขอไม่ให้คะแนนในรีวิวนี้ได้นะครับ

BOTTOM LINE

Ideo Morph สุขุมวิท 38 เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว ยูนิตภายในโครงการน้อย มีรูปแบบห้องที่แตกต่าง เน้นความโปร่งโล่ง การสัญจรมีให้เลือกใช้หลากหลายเส้นทาง รวมไปถึงมี BTS เป็นตัวเลือกในการเดินทาง มีงบประมาณระดับ 5.7-7.5 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 40,000 – 55,000 บาท/เดือน