ปก 003

สวัสดีค่าา  จะเข้าเดือนมิถุนาส่งท้ายหน้าร้อนเข้าสู่หน้าฝนกันแล้ว แต่อากาศยังร้อนไม่หยุดเลย  ทะเล.. คงเป็นสถานที่ที่หลายๆคนนึกถึงใช่ไหมคะ มองหาทำเลน่าอยู่คราวนี้เราจะพาลงใต้ไปติดเกาะกันที่ เกาะสมุย ดินแดนสวรรค์ของอ่าวไทยกัน ^^

Thailandia_Immagini_Top-Picture 27

“…ที่เกาะสมุยมันมีอะไร ที่ทำให้คุณนั้นต้องอยากไป ทำให้คุณนั้นต้องติดใจ มาชวนผม… ” เคยสงสัยไหมคะว่าอะไรกันน้า ที่ทำให้เกาะสมุยมีมนต์สเน่ห์จนต้องทำให้คนติดใจ จนต้องเอามาแต่งเป็นเพลงแบบนี้ งั้นก่อนอื่น เราลองไปทำความรู้จักเกาะสมุยไปพร้อมๆกันก่อนนะคะ

     เกาะสมุย ตั้งอยู่ในบริเวณอ่าวไทย เป็นอำเภอหนึ่งอยู่ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี ห่างจากสุราษฎร์ธานีไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 84 กม. มีเนื้อที่ 247 ตร.กม. กว้าง 21 กม. ยาว 25 กม. ถนนโดยรอบเกาะ (ถนนสายทวีราษฎร์ภักดี) ยาว 50 กม. พื้นที่ 1 ใน 3 ของเกาะเป็นที่ราบ ล้อมรอบภูเขา จึงสามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวก และที่สำคัญคือสามารถสร้างสนามบินได้ ซึ่งอำนวยความสะดวกสบายให้กับการท่องเที่ยวเกาะสมุยได้เป็นอย่างดี เกาะสมุยเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจากเกาะภูเก็ตและเกาะช้าง

เมื่อก่อนเกาะสมุยในต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เคยขึ้นอยู่กับเมืองนครศรีธรรมราช ต่อมาเมื่อพ.ศ.2440 ได้จัดระบบการปกครองประเทศใหม่ ตั้งเป็นอำเภอเกาะสมุย นายอำเภอเกาะสมุยคนแรกคือ พระยาเจริญราชภักดี(สิงห์ สุวรรณรักษ์) อายุของเกาะสมุยปัจจุบัน(พ.ศ.2558)บวกลบคูณหารก็มีอายุครบ 118  ปีเข้าไปแล้วค่ะ ซึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2540 ที่เกาะสมุยอายุครบ 100 ปี ก็มีการจัดการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่กันเลยทีเดียว

     ลักษณะภูมิอากาศ เป็นแบบมรสุมเขตร้อน มี 2 ฤดู คือ ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน-ธันวาคม(6 เดือน) และฤดูร้อนตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม(6เดือน) ช่วงเวลาที่เหมาะที่สมสำหรับการท่องเที่ยว คือ เดือนมีนาคม-เมษายน เพราะเป็นช่วงที่ฝนตกน้อยที่สุด ส่วนช่วงเวลาระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม เป็นช่วงฤดูมรสุม ทะเลมีคลื่นลมแรง แต่ก็เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาเที่ยวโดยเฉพาะเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นเดือนแห่งเทศกาลเฉลิมฉลองทั้งวันคริสต์มาสต์และวันสิ้นปี ที่จะมีการเคาท์ดาวน์ตามจุดต่างๆทั่วเกาะสมุย ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงควรตรวจสอบสภาพอากาศและคลื่นลมในทะเลก่อนเดินทางนะคะ

view_from_four_seasons

หลายๆคนที่มาเที่ยวเกาะสมุย ถ้าสังเกตจะเห็นว่าเวลาไปหาดไหนเราก็มักจะพบต้นมะพร้าวเรียงรายอยู่ตามชายหาด ยิ่งภูเขาก็จะมีต้นมะพร้าวขึ้นอยู่หนาแน่น จนเป็นเอกลักษณ์ฃองสมุยไปแล้ว ซึ่งหลายๆคนคงสงสัยว่า เอ๊ะ แล้วที่อื่นก็มีมะพร้าวอยู่นี่นาไม่เห็นแปลก เราเลยไปหาคำตอบมาให้ว่า ความแตกต่างของมะพร้าวที่สมุยคือเป็นพันธุ์ที่ดี และที่ดิน, สภาพภูมิอากาศบวกกับสภาพภูมิประเทศของสมุยนั้น ช่างเหมาะสมกับการปลูกต้นมะพร้าวเป็นอย่างยิ่ง มะพร้าวสมุยจึงทั้งพันธุ์ดี ปลูกง่าย และขายคล่องค่ะ สมัยก่อนมะพร้าวจึงเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญมากๆของชาวบ้านในพื้นที่เกาะสมุย จวบจนสมัยนี้ โดยเฉพาะมะพร้าวที่เอามาทำกะละแมของฝากของสมุย เรียกได้ว่า ขายคล่องและอร่อยดีมากๆเลย 😀

   ส่วนคำว่า “สมุย” เป็นคำมาจากภาษาใดไม่ปรากฏแน่ชัด มีข้อสันนิษฐานต่างๆ นานา บ้างก็ว่ามาจากภาษาจีนไหหลำว่า “เช่าบ่วย” แปลว่า “ด่านแรก” หรือ “ประตูแรก” เพราะในสมัยก่อนชาวจีนที่มาติดต่อค้าขายกับประเทศไทยใช้เรียกเกาะสมุยเมื่อมาแวะพักจอดเรือ ต่อมาออกเสียงเพี้ยนเป็น “สมุย” บ้างก็ว่ามาจากภาษาทมิฬว่า “สมอย” แปลว่า คลื่นลม บ้างก็ว่ามาจากชื่อต้นไม้ที่มีอยู่ทั่วไปในภาคใต้ คือ “ต้นหมุย” บ้างก็ว่า “สมุย” เป็นคำภาษามลายู ซึ่งพวกแขกมลายูที่มาติดต่อค้าขายกับประเทศไทยใช้เรียกเกาะสมุย

003499-03-villa-private-poolภาพ Four Season Resort, Koh Samui รีสอร์ทระดับ Super Luxury บนเกาะสมุย

  มาถึงสมุยแล้ว จะไม่พูดเรื่องที่พักก็คงไม่ได้นะคะ นักท่องเที่ยวคนแรกที่มาเกาะสมุยคาดกันว่าเป็น Bagpacker จากยุโรป ค้นพบเกาะนี้ในปี ค.ศ. 1970  หรือ พ.ศ. 2513 ซึ่งตอนนั้นถนนรอบเกาะยังสร้างไม่เสร็จ และยังไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ที่พักของนักท่องเที่ยวในช่วงนั้นจึงเป็นการพักกับชาวบ้านคล้ายการนอนโฮมสเตย์ในสมัยนี้ ซึ่งชาวบ้านในสมัยนั้นยึดการทำเกษตรกรรมเป็นหลัก นักท่องเที่ยวจึงได้ประสบการณ์การทำฟาร์ม ทำไร่ ทำสวนไปด้วย ซึ่งต่อมาพอถนนรอบเกาะสมุยสร้างเสร็จคุณภาพของที่พัก บนเกาะสมุยก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว จนถึงปัจจุบันนี้ โรงแรมรีสอร์ทของเกาะสมุยจัดได้ว่าติดอันดับต้นๆของโลกเลยทีเดียว

   จากโรงแรมรีสอร์ท ก็ตามมาด้วยอสังหาริมทรัพย์อื่นๆอย่างเช่น คอนโด บ้านพักอาศัยค่ะ ปัจจุบันเกาะสมุยถูกสร้างอิมเมจให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของคนมีระดับ ซึ่งส่วนมากเป็นนัก ท่องเที่ยวกระเป๋าหนักจากยุโรปและอเมริกาเหนือ มีกิจกรรมการท่องเที่ยวรองรับมากมาย ไปพร้อมกับค่าครองชีพที่สูงลิบลิ่ว

ฉะนั้น จึงมีแต่การลงทุนเพื่อรองรับลูกค้าตลาดพรีเมี่ยมหรือเศรษฐี เช่น โรงแรมหรูหราระดับ 5-6 ดาว ที่มีราคาห้องพัก 10,000-25,000 บาท/คืนก็เกิด ขึ้นนับสิบแห่ง และบูมที่สุดในเวลานี้ก็คือ การลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะการสร้างบ้านหรือวิลล่าราคาแพง ทาวน์เฮาส์ อพาร์ตเมนต์ และคอนโดมิเนียมรองรับการพักผ่อนของชาวต่างชาติ ทั้งในลักษณะของการขายและให้เช่า โดยส่วนใหญ่การซื้อขายอสังหาของที่นี่จะมีทั้งแบบขายขาด อย่างพวกบ้านพักอาศัย  ส่วนคอนโดมิเนียมจะเป็นลักษณะคอนโดตากอากาศ โดยเราสามารถเลือกได้ว่าจะซื้อเก็บไว้เฉยๆ หรือปล่อยเป็นโรงแรมให้เช่า ซึ่งถ้าอย่างหลัง Developer จะดูแลและบริหารให้ ราคาและปันผลก็จะเป็นไปตามข้อตกลงของแต่ละที่ค่ะ

  ส่วนอสังหาอีกรูปแบบที่เป็นที่นิยมคือ ที่พักแบบวิลลาราคาแพงที่ส่วนใหญ่จะพัฒนาโดย Developer ที่เป็นโรงแรมหรือรีสอร์ทโดยผู้ซื้อวิลล่าในเกาะสมุยมีตั้งแต่ฮ่องกงไปจนถึง ชาวอังกฤษ ออสเตรเลีย และฝรั่งเศส ตลาดที่เกิดใหม่เมื่อเร็วๆ นี้ได้แก่ ผู้ซื้อชาวฝรั่งเศส และรัสเซีย การตัดสินใจของผู้ซื้อในการซื้อวิลลามีแนวโน้มเป็นไปเพื่อไลฟ์สไตล์ หรือเป็นบ้านหลังที่สอง คนที่ซื้อบ้านหลังที่สองเพื่อการพักผ่อนในวันหยุด หรือยามเกษียณเป็นการซื้อโดยใช้ความรู้สึกเป็นหลัก

 อ้างอิงจากผลวิจัย บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เผยว่า ไตรมาสแรกของปี 57 มีวิลลาประมาณ 420 ยูนิตในเกาะสมุย ปี 2555 ซัปพลายที่เกิดขึ้นใหม่ของวิลลามีเพียง 16 ยูนิตเท่านั้น ตั้งแต่ปี 2551 ถึงปี 2555 ซัปพลายเกิดใหม่ลดลงอย่างรวดเร็วเนื่องมาจากวิกฤตการณ์การเงินในสหรัฐฯ แต่ในปี 2556 ซัปพลายเกิดใหม่ระดับสูงสุดเพิ่มขึ้น ด้วยจำนวนวิลลาประมาณ 134 ยูนิต ที่เปิดตัวสู่ตลาดซึ่งสะท้อนถึงโอกาสทางเศรษฐกิจของโลกที่สดใสยิ่งขึ้น

ขณะที่การซื้อขายที่ดินก็คึกคักเป็นอย่างมาก ตอนนี้ที่ดินเกือบครึ่งเกาะตกไปอยู่ในมือของกลุ่มทุนต่างชาติ และราคาที่ดินก็เพิ่มสูงขึ้นหลายเท่าตัวโดยขึ้นอยู่กับทำเลและเป็นที่ดินประเภทใดระหว่างที่ดินฝั่งภูเขาที่มองเห็นทะเล (hillside land) และที่ดินติดชายหาด (beachfront land) ซึ่งมีราคาแพงลิบลับ เช่น ที่ดิน 1 ไร่ มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 2-40 ล้านบาท โดยทำเลที่ได้รับความนิยมมากๆ จากนักพัฒนาที่ดินก็คือ พื้นที่โซนเหนือของเกาะสมุย ไล่เรียงตั้งแต่พื้นที่บริเวณหาดบางปอ แม่น้ำ บ่อผุด เชิงมน และหาดเฉวง ซึ่งปัจจุบันที่ดินย่านหาดเฉวงราคาแพงมากและมีการลงทุนหนาแน่นที่สุด

แผนที่เดินทางไปเกาะสมุย3

การเดินทางไปเกาะสมุย หลักๆเลยต้องไปลงที่จังหวัดสุราษฏ์ธานีก่อนแล้วค่อยต่อรถ ต่อเรืออะไรก็ว่ากันไป ซึ่งท่าเรือไปเกาะสมุยจะสามารถขึ้นได้ที่ท่าเรือท่าทอง และท่าเรือดอนสัก แต่นิยมที่สุดคือที่ดอนสัก ซึ่งจะมีเรือของ 2 บริษัทอยู่ไม่ไกลกันมากคือ ราชาเฟอร์รี่(ลงเรือฝั่งเกาะสมุยที่ท่าเรือลิปะน้อย) และซีทรานต์เฟอร์รี่(ลงเรือฝั่งเกาะสมุยที่ท่าเรือหน้าทอน) โดยการเดินทางโดยยานพาหนะต่างๆ สามารถมาได้โดย

เครื่องบิน : สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส มีเที่ยวบิน ที่สามารถบินตรงมาที่เกาะสมุย โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ ชั่วโมงนิดๆเท่านั้น แต่ค่าใช้จายค่อนข้างจะสูง เลยอยากแนะนำสำหรับคนที่อยากประหยัดงบลงมาอีกนิด คือ สามารถมากับสายการบิน Air Asia เลือกเที่ยวบินดอนเมือง-สมุย(ท่าเรือลิปะน้อย) ซึ่งเที่ยวบินนี้จะเป็นเครื่องบิน-รถ- เรือ จากสนามบินดอนเมืองจะพาเรามาลงยังสนามบินสุราษฏ์ธานี แล้วจะมีรถจากสนามบินไปส่งยังท่าเรือราชาเฟอร์รี่ ที่ดอนสัก(ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง) และลงเรือไปยังท่าเรือราชาเฟอร์รี่(ท่าเรือลิปะน้อย) บนเกาะสมุย

หรือสายการบิน Lion Air เลือกเที่ยวบินดอนเมือง-สุราษฏ์ธานี สายการบินนี้ราคาจะค่อนข้างถูกที่สุดค่ะ แต่ก็ต้องดูตามเทศกาลไปนะคะ เมื่อมาถึงยังสนามบินสุราษฏ์ธานี ให้ไปซื้อตั๋วรถ+เรือ ถ้าให้แนะนำของ บริษัทพันทิพย์(1970) จะค่อนข้างสะดวกดีค่ะ ราคาประมาณ 350-400 บาท รวมค่ารถไปท่าเรือและค่าเรือเฟอร์รี่แล้ว (ของบริษัทพันทิพย์จะพาเราไปยังท่าเรือซีทรานต์เฟอร์รี่ ที่หน้าทอน)

รถยนต์ส่วนตัว : จากกรุงเทพให้ใช้เส้นธนบุรี-ปากท่อ เมื่อถึง สามแยกปากท่อ-ราชบุรี ให้เลี้ยวซ้ายไปทางชุมพรเข้าทางหลวงหมายเลข 41 ถึงสุราษฎร์ธานี ระยะทางประมาณ 644 กิโลเมตร  จากนั้นไปทางแยกบ้านใน เลี้ยวซ้ายเข้าดอนสักซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมือง 60 กิโลเมตร ไปขึ้นเรือเฟอร์รี่เพื่อต่อไปเกาะสมุย

รถโดยสารประจำทาง : มีบริการรถปรับอากาศจาก กรุงเทพถึงสุราษฎร์ธานี ที่สถานีขนส่งสายใต้ทุกวัน มีรถให้เลือกอยู่หลายบริษัท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง เมื่อถึงสุราษฎร์ธานี ค่อยต่อรถไปที่อำเภอดอนสักเพื่อไปขึ้นเรือเฟอร์รี่ แนะนำว่าให้นั่งรถเที่ยวกลางคืนตื่นมาก็จะถึงสุราษฎร์ธานีเลย ได้นั่งเรือเฟอร์รี่ตอนเช้าๆดูพระอาทิตย์ขึ้นก็ฟินดีค่ะ

รถไฟ : การรถไฟแห่งประเทศไทยมีบริการรถไฟออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานีทุกวัน  แต่ว่าตัวเมืองสุราษฎร์ธานีไม่มีสถานีรถไฟต้องไปลงที่สถานีรถไฟพุนพิน ที่ห่างจากตัวเมือง 12 กิโลเมตร แล้วค่อยต่อรถไปที่ดอนสัก เพื่อไปขึ้นเรือค่ะ

เรือเรือเฟอร์รี่ และเรือเร็วลมพระยา

เรือจากสุราษฎร์ธานีมาเกาะสมุย

  • ท่าเรือดอนสัก

  • เรือซีทรานเฟอร์รี่

  • จากท่าเรือดอนสัก(สุราษฏร์ธานี) – เกาะสมุย (นาทอน)
  • เรือออกทุกชั่วโมง (นำรถยนต์ข้ามไปได้) เที่ยวแรกเวลา 6.00น. ไปจนถึงเที่ยวสุดท้ายที่ 18.00น.
  • ใช้เวลาเดินทาง 1.45ชั่วโมง ราคา 150 บาทต่อคน
  • ซีทรานเฟอร์รี่ โทร 0-7745-6176, 0-7745-6785, 0-81536-7719

  • เรือราชาเฟอร์รี่

  • จากท่าเรือดอนสัก(สุราษฏร์ธานี) – เกาะสมุย (ลิปะน้อย)
  • เรือออกทุกชั่วโมง (นำรถยนต์ข้ามไปได้) เที่ยวแรกเวลา 5.00น. ไปจนถึงเที่ยวสุดท้ายที่ 18.00น.
  • ใช้เวลาเดินทาง 1.30 ชั่วโมง ราคา 140 บาทต่อคน
  • ราชาเฟอร์รี่ โทร 077-471206-8

  • ท่าเรือบ้านดอน

  • เรือนอน (เป็นเรือ 2 ชั้น มีที่นอนและหมอนให้)

  • จากท่าเรือบ้านดอน(สุราษฏร์ธานี) – เกาะสมุย (นาทอน)
  • เรือออกเวลา 22.00น. (เดินเรือกลางคืน)
  • ใช้เวลาเดินทาง 6 ชม.  ราคา 150 บาทต่อคน

  • ท่าเรือท่าทอง

  • เรือด่วนของบริษัทส่งเสริม

  • จากท่าเรือท่าทอง(สุราษฏร์ธานี) – เกาะสมุย (นาทอน)
  • ขาไป (ท่าทอง) เรือออกเวลา 8.00น. และ 14.00น.
  • ขากลับ (นาทอน) เรือออกเวลา 8.00น. และ 13.00น.
  • ใช้เวลาเดินทาง 1.30 ชม.  ราคา 150 บาทต่อคน
  • เรือด่วนบริษัทส่งเสริม โทร 077-285124-6

ทะเลต่างๆภาพชายหาดเกาะพะงัน, เกาะเต่า, อุทธยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง

นอกจากนี้เกาะสมุยยังมีพื้นที่ติดต่อกับเกาะหลากหลายเกาะเลยค่ะ เวลาชาวต่างชาติที่มาเที่ยวในช่วง Holiday จะมาเที่ยวสมุย แล้วเดินทางไปเที่ยวในเกาะต่างๆด้วย ถือว่ามา 1 ที่ 3 in 1 โดยเกาะที่นิยมได้แก่

เกาะพะงันแน่นอนว่าเอ่ยชื่อมาใครๆก็คงรู้จัก เกาะพะงันเป็นเกาะที่มีชายหาดที่สวยงามและมีชื่อเสียงมากเรื่อง Fullmoon Party   

เกาะเต่า, เกาะนางยวน เป็นแหล่งเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงทั้งทางบกและใต้ทะเล โดยเฉพาะสัตว์น้ำและแนวปะการังที่สวยงามค่ะ ซึ่งเมื่อคนไปเที่ยวเกาะเต่า ก็มักจะไปเที่ยวเกาะนางยวนด้วย เพราะห่างกันแค่ 480 เมตร ซึ่งเกาะนางยวนประกอบด้วยเกาะเล็กๆ 3 เกาะ ถูกเชื่อมเข้าหากันด้วยสันทรายสีขาวในลักษณะเหมือนทะเลแหวก เกาะนางยวนได้รับการยกย่องให้เป็นเกาะที่มีความงามอันมหัศจรรย์เหมาะแก่การพักผ่อน 1 ใน 10 ของโลก

หมู่เกาะอ่างทอง ที่เป็นหมู่เกาะที่เป็นหนึ่งในพื้นที่อำเภอเกาะสมุยเช่นกัน ประกอบด้วยเกาะต่างๆ 42 เกาะสภาพของเกาะส่วนมากเป็นเขาหินปูนสูงชัน หมู่เกาะอ่างทองขึ้นชื่อได้ว่ามี ความมหัศจรรย์ทาง ธรรมชาติที่สวยงามสามารถชมวิวทิวทัศน์ ได้รอบถึง 360 องศาเลยค่ะ 

เรียกได้ว่าเกาะสมุยเป็นไข่แดงตรงกลาง ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังเกาะน้อยใหญ่ได้หลายที่ จึงเป็นเกาะสวรรค์ของนักท่องเที่ยวมาช้านานค่ะ

การเดินทางโดยเรือ3

การเดินทางไปยังเกาะข้างเคียงสามารถไปได้ไม่ยากค่ะ เพราะมีท่าเรือรองรับสำหรับนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว โดยสำหรับคนที่ต้องการเดินทางไป

เกาะพะงัน : จากท่าเรือหน้าทอน สามารถเดินทางได้โดยเรือด่วน ของบริษัท ส่งเสริม รุ่งเรือง ออกจากท่าเรือหน้าทอน วันละ 3 เที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนเรือเฟอร์รี่ก็มีของบริษัท เฟอร์รี่ไลน์ เดินทางจากท่าเรือหน้าทอนไปยังเกาะพะงัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง รวมทั้งยังมีเรือเร็วลมพระยาและซีทรานดิสคอเวอรี่ เป็นเรือเร็วให้บริการเดินเรือมาสมุยได้จากเกาะพะงันด้วย ส่วนจากท่าเรือบ่อผุด และท่าเรือวัดพระใหญ่ซึ่งเป็นท่าเรือเล็ก ก็มีให้บริการเรือไปเกาะพะงันเช่นกัน

เกาะเต่า-เกาะนางยวน : สามารถไปขึ้นเรือที่ท่าเรือหน้าทอนด้วยเรือของบริษัท ซีทรานต์ดิสคอเวอรี่ได้  และมีเรือสปีทโบ้ทออกจากท่าเรือแม่น้ำ เกาะสมุย เวลา 08.30 น. และ 12.00 น. ถึงเกาะเต่า เวลา 10.00 น. และ 13.30 น.

หมู่เกาะอ่างทอง : สามารถเดินทางโดยเรือนำเที่ยวจากท่าเรือบ่อผุดหรือจากท่าเรือหน้าทอน ไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ออกเดินทางทุกวันเวลา 08.30 น. ถึงหมู่เกาะอ่างทองเวลา 10.30 น. และกลับถึงท่าเรือหน้าทอนหรือท่าเรือ บ่อผุดประมาณ 17.00 น. ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร

ทางสมุยอดีตภาพเกาะสมุย เมื่อ 50-60 ปีที่แล้ว สมัยที่ยังเพิ่งทำถนน และคนยังสัญจรด้วยเรือเล็กเป็นหลัก

การคมนาคมบนเกาะสมุยในสมัยก่อนปี 2510 หรือเมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะแต่เดิมยังไม่มีถนนรอบเกาะ จากตำบลมะเร็ตไปตำบลบ่อผุดไม่สามารถเดินทางไปหากันได้ในวันเดียว เพราะต้องข้าม ภูเขาหมาแหงน ซึ่งแยกระหว่างสองตำบลนี้ จากทางเหนือมาทางตำบลแม่น้ำจนถึงตำบลบ่อผุดก็สุดทาง ส่วนทางใต้จากตำบลมะเร็ตจรดเชิงหมาแหงน ก็หมดทางเช่นกัน ดังนั้นชาวมะเร็ตและชาวบ่อผุดจึงดูห่างไกลกันเหลือเกินทั้ง ๆ ที่อยู่ติดกัน เรียกได้ว่า #ข้ามเขาหนักมากก ต่อมาเมื่อปลายปี พ.ศ.2510 ก็เริ่มโครงการทำถนนรอบเกาะ โดยการระเบิดภูเขาจำนวนมาก ซึ่งค่อนข้างลำบากและล่าช้า

     ต่อมาในปลายปี 2515 ได้เกิดอุทกภัยกระหน่ำภาคใต้อย่างรุนแรง ในหลายจังหวัดโดยเฉพาะเกาะสมุย ได้รับความ เสียหายอย่างหนัก คิดค่าเสียหายทั้งสิ้นประมาณ 31 ล้านบาท เป็นเหตุให้ภาวะทางเศรษฐกิจของเกาะสมุย ทรุดตัวลงเป็นอย่างมากค่ะ จากอุทกภัยปีนั้นก็มีการฟื้นฟูถนนกันเรื่อยมา ในระยะเริ่มต้นเป็นไปได้ไม่รวดเร็วเท่าที่ควร เนื่องจากสภาพภูมิอากาศ เพราะเกาะสมุยมีฤดูฝนถึง 6 เดือน  ต่อมาในปี พ.ศ. 2516 พลอากาศเอกทวี จุลทรัพย์ ได้สั่งให้หน่วยทหารช่างก่อสร้างที่ 4 ดำเนินการสร้างถนน โดยมีระยะทางยาวทั้งสิ้น 50.228 กิโลเมตร เป็นถนนมาตรฐานอัดดินแน่นเขตทางกว้าง 12 เมตร ซึ่งมี ผิวจราจรกว้าง 6 เมตร กับไหล่ทางกว้างอีกข้างละ 1 เมตร  ซึ่งถนนสายนี้ตัดผ่านทุกตำบล โดยเฉพาะทางด้านทิศใต้กับทิศเหนือตัดผ่านหมู่บ้าน ริมทะเล ที่มีทิวทัศน์อันสวยสดงดงาม โดยตั้งชื่อถนนรอบเกาะสมุยว่า “ถนนทวีราษฎร์ภักดี”
   จากที่มาที่ไปข้างต้นจะเห็นว่าถนนรอบเกาะสมุย เสร็จสิ้นสมบูรณ์จริงๆ เมื่อมีกี่สิบปีที่ผ่านมานี้เองค่ะ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของประชากรเกาะสมุยจากการไหลเข้ามาของคนบนแผ่นดินใหญ่ ทำให้เมื่อถนนสร้างเสร็จ ความอุดมสมบูรณ์ก็หลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว มาหมดทั้ง โรงแรม รีสอร์ท สถานบันเทิง ห้างสรรพสินค้า ส่งผลให้เกาะสมุยปัจจุบัน เจริญไม่แพ้แผ่นดินใหญ่เลยทีเดียว
koh-samui
    การเดินทางบนเกาะสมุยปัจจุบัน มีการเดินทางค่อนข้างที่จะสะดวกสบาย มีถนนยาวรอบเกาะประมาณ 50 กิโลเมตร ชื่อถนนทวีราษฎร์ภักดี และก็ยังมีรถสองแถวที่วิ่งรอบเกาะไว้ให้บริการ ตั้งแต่เวลา 6.00 – 21.00 น. ราคาก็เริ่มกันตั้งแต่ 30 บาท ไปจนถึง 60 บาท แต่หลัง 3 ทุ่มไปแล้วก็ยังมีรถสองแถวอยู่บ้างแต่อาจจะมีการบวกราคาเพิ่มอีกนิดหน่อย  ตามแต่ระยะทาง แท็กซี่ก็มีแต่ราคาต้องตกลงกันเอง ไม่มีมิเตอร์ หรือใครอยากจะเช่ารถขับเองก็มีตั้งแต่รถยนต์จนถึงมอเตอร์ไซค์  ราคาก็แตกต่างกันไปเริ่มต้นที่ มอเตอร์ไซค์ 200 บาท รถจิ๊ป 800 บาท ต่อวัน อ่อ! มอเตอร์ไซค์รับจ้างเกาะสมุยก็มีนะคะ ราคาแพงกว่ารถสองแถวอีกสักหน่อยเริ่มต้นที่ 30 บาท ใครสะดวกแบบไหนก็ลองเลือกดูค่ะ   
      จากแผนที่จะเห็นว่าเกาะสมุยเป็นเกาะใหญ่และค่อนข้างเจริญมาก ตามแนวชายหาดมีรีสอร์ท สถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ทเต็มไปหมด แม้แต่บริเวณโซนเกาะด้านในก็มีกิจกรรมท่องเที่ยวมากมายทั้ง เอทีวี ผจญภัย ตกปลา นั่งช้างชมธรรมชาติกอล์ฟ ซาฟารีทัวร์ ปั่นจักรยานเสือภูเขา ล่องเรือใบ / เรือยอร์ช สปาและสุขภาพ ดำน้ำ มวยไทย สอนทำอาหารไทย เรียกได้ว่ามาทีเดียวเที่ยวครบ
Map zone
 เส้นทางที่เราจะพาไปวันนี้ เราจะพาไปดูทำเลเกาะสมุยทั้งหมด 3 โซนค่ะ โดยแบ่งเป็นโซนใหญ่ๆ คือ
Zone 1 : ทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ ซึ่งโซนนี้จะเป็นโซนของท่าเรือใหญ่อย่างท่าเรือหน้าทอนและท่าเรือลิปะน้อย ที่สามารถเดินทางเพื่อเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ได้  
Zone 2 :ทางฝั่งทิศเหนือของเกาะ โซนนี้จะประกอบไปด้วยท่าเรือเล็กซึ่งมีท่าเรือที่สามารถพาไปยังเกาะใกล้เคียงอย่าง เกาะเต่า เกาะพะงัน หมู่เกาะอ่างทองได้
Zone 3 : จะเป็นฝั่งตะวันออกของเกาะ ซึ่งเป็นฝั่งของหาดเฉวงที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเกาะสมุย มีหาดทรายสีขาวที่ทอดยาว ซึ่งมีความผสมผสานทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและที่อยู่อาศัยของคนในพื้นที่ ที่อยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน
  ทิศตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือ
 Zone 1 :  เรามาเริ่มกันจากฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะกันค่ะ ทางฝั่งนี้จะมีท่าเรือสำคัญๆของเกาะสมุยอยู่ถึง 2 ที่ คือ ท่าเรือหน้าทอน และท่าเรือลิปะน้อย เหตุที่ท่าเรือใหญ่มาอยุ่ฝั่งนี้ทั้งสองด้าน เนื่องมาจากอาณาเขตที่สามารถติดต่อกับแผ่นดินใหญ่อย่างจังหวัดสุราษฏร์ธานี และจังหวัดชุมพรได้ง่าย รวมทั้งหมู่เกาะอื่นๆ เช่นหมุ่เกาะอ่างทอง เกาะเต่า เกาะพะงัน ก็สามารถเดินทางไปได้ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลนัก ดังนั้นจึงเหมาะสมกับการสร้างท่าเรือค่ะ
  โดยในโซนนี้จะประกอบไปด้วย หาดท้องยาง, หาดหน้าทอน และหาดบางปอ ใครที่ไปเที่ยว หรือใช้ชีวิตอยุ่ในโซนนี้ ก็จะได้เปรียบตรงที่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ง่าย และด้วยความที่เป็นจุดสำคัญที่มีการคมนาคม เข้า-ออก เกาะ ดังนั้นย่านนี้จึงเป็นย่านที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ ทั้งรถเช่า มีข้าวของขาย อาหารไทย อาหารต่างชาติ ซึ่งค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ดีค่ะ
   ส่วนเส้นทางแรกที่เราจะพาไป คือไปทัวร์ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะกัน โดยเริ่มจากไปดูท่าเรือราชาเฟอร์รี่ ที่ท่าเรือลิปะน้อย ที่มีหาดลิปะน้อยให้ลงเล่นน้ำด้วย จากนั้นไปดูท่าเรือหน้าทอน ซึ่งมีท่าเรือใหญ่อีกสองท่า คือท่าเรือซีทรานต์เฟอร์รี่และท่าเรือลมพระยา  จากนั้นขับบนถนนรอบเกาะไปเรื่อยๆ ผ่านแหลมใหญ่ ผ่านหาดบางปอ ซึ่งจะมีร้านอาหารทะเลที่น่าสนใจหลายร้านค่ะ

Samui 1

มาสตาร์ทกันที่ท่าเรือลิปะน้อยซึ่งเป็นท่าเรือประจำของราชาเฟอร์รี่ค่ะ โดยราชาเฟอร์รี่มีท่าเรือของตนเองจำนวน 3 ท่า คือท่าเรือดอนสัก ท่าเรือเกาะสมุย และท่าเรือเกาะพะงัน เปิดให้บริการเพื่อรองรับเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากของ บริษัทฯ ซึ่งในปัจจุบันมีเรือให้บริการถึง 14 ลำ โดยให้บริการ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางดอนสัก-เกาะสมุย และ เส้นทางดอนสัก-เกาะพะงัน

หากลงมาจากเรือเราจะต้องเดินออกมาจากท่าโดยมีหลังคากันแดดให้(ทางขวามือ) อีกด้านก็จะเป็นทางรถออก เพราะเรือเฟอร์รี่นี้จะขนรถข้ามฟากมาด้วย ส่วนป้อมหลังคาเขียวๆคือส่วนของป้อมรักษาความปลอดภัยที่จะคอยรับตั๋วและตรวจคนขึ้นเรือค่ะ

Samui 7

พอเข้ามาข้างในเราก็จะเห็นอาคารอาคารรองรับผู้โดยสารหลักๆ 2 อาคาร  ซึ่งจะมีอาคารของร้านอาหาร แยกกับส่วนขายตั๋วที่มีอาคารพักคอย สามารถมีทางออกเพื่อเดินไปขึ้นเรือได้เลย  ดีไซน์ขออาคารคล้ายๆรูปร่างของเรือค่ะ

ซึ่งถ้าคนที่มาขึ้นเรือที่ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ เมื่อ 4-5 ปีอาจจะคุ้นกับอาคารเก่าที่เป็น Open Air และมีเพิงขายกะละแม พร้อมป้าๆที่ประสานเสียง “กะละแมจ้า..ชิมก่อนๆ” ตรงทางออกไปขึ้นเรือ มาอีกทีเจออาคารนี้อาจจะรู้สึกแปลกตานะคะ เพราะท่าเรือราชาเฟอร์รี่เพิ่งมีการสร้างและปรับปรุงใหม่ได้ 2-3 ปีมานี้เอง  ซึ่งตอนนี้ทันสมัย สามารถติดต่อซื้อตั๋วและขึ้นเรือได้สะดวกขึ้นด้วย

คนที่มาจองตั๋วกับสายการบิน Air Asia ที่เป็นการเดินทางโดย เรือ-รถ-เครื่องบิน ก็จะต้องมาขึ้น-ลง เรือที่ท่าเรือนี้แหละค่ะ

Samui 2

ทางออกจากท่าเรือก็จะมีทางออก ที่มีซุ้มประตูเขียนว่า “ท่าเรือสมุยสากล SAMUI INTERNATIONAL PORT” สองข้างทางจะเป็นบ้านพักอาศัยที่จะถูกดัดแปลงเป็นร้านอาหาร ร้านขายของชำ

วันที่เรามาเก็บรีวิวเป็นช่วงเทศกาล จะเห็นว่ารถรอเข้าคิวขึ้นเรือต่อกันเป็นแนวยาวเลยค่ะ เพราะเฟอร์รี่คันนึงบรรทุกรถยนต์สูงสุดได้อยู่ที่ประมาณ  90 คัน (ยกเว้นมีรถใหญ่อย่างเช่นรถทัวร์ รถบรรทุก ก็ลดหลั่นกันไปตามขนาดรถ) ดังนั้น ช่วงเทศกาลที่รถต้องการข้ามเกาะมีจำนวนมากวันละหลายร้อยคัน จึงต้องรอคิวกันยาว

Samui 3

เราขับมาจนถึงปากทางซึ่งจะมี 7 Eleven ไก่ย่างห้าดาว อาหารรถเข็นขาย เพราะคนที่ลงเรือที่ท่าเรือลิปะน้อยจะต้องผ่านซอยนี้อยู่แล้วจึงค่อนข้างคึกคัก ข้างหน้าเป็นวัดนาราเจริญสุข มีทางแยกเลี้ยวขวาจะไปละไม ส่วนทางซ้ายจะไปหน้าทอน ซึ่งเราจะพาเลี้ยวซ้ายกันค่ะ

Samui 4

พอเลี้ยวซ้ายมาเราจะเจอทิวต้นมะพร้าวทั้งสองข้างทาง สลับกับบ้านพักอาศัยของคนพื้นที่

Samui 5

เราตรงไปเรื่อยๆจะเจอทางสามแยก มีป้ายบอกทางเลี้ยวขวาไปหน้าทอน และบ้านหัวถนน ส่วนเลี้ยวซ้ายจะไปฐานทัพเรือค่ะ

Samui 6

โดยฐานทัพเรือจะอยู่ในสถานีเรือสมุยค่ะ ซึ่งมีฐานส่งกำลังบำรุงของกองทัพเรือที่ปฏิบัติงานในทะเล มีสถานีเรืออยู่ในพื้นที่นี้อย่างน้อย 2 ลำ รวมทั้งกำลังสนุบสนุน เมื่อเกิดเหตุก็จะช่วยเหลือสนับสนุนได้ทัน อย่างเช่น ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล เพราะนักท่องเที่ยวมาเที่ยวในพื้นที่มาก บางครั้งคลื่นลมแรงก็จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ มีภัยพิบัติ อุทกภัย หรือมีเครื่องเสีย ก็จะไปดำเนินการช่วยเหลือ รวมทั้งการดำเนินคดีแก่ผู้ทำผิดกฏหมาย เช่น บริเวณนี้จะมีเรือประมงเวียดนามเข้ามาครั้งคราว แต่มาลักลอบจับปลาน่านน้ำของเรา บางครั้งเจอพายุคลื่นลมก็วิ่งเข้ามาหลบลม โดยส่วนใหญ่จะได้รับแจ้งจากชาวประมงแล้วก็ออกไปปฏิบัติการในพื้นที่โดยเข้าจับกุมและดำเนินการตามกฎหมาย เป็นต้น

ส่วนถ้าเราแยกมาทางขวาทางบ้านหน้าทอน เราก็จะเจอทางลงหาดสาธารณะลิปะน้อย

Hof

ทางลงหาดสาธารณะจะติดต่อกับรีสอร์ทและร้านอาหารริมหาดค่ะ

Samui 11

ด้านข้างมีป้ายบอกว่าตรงนี้มีการวางท่อน้ำประปาให้ประชนใช้ด้วย เพราะต้องบอกก่อนว่าบนเกาะสมุยนี้ บางพื้นที่ก็ยังต้องซื้อน้ำใช้ บางบ้านจะใช้น้ำโดยการดูดน้ำบาดาลขึ้นมาแล้วใช้เครื่องกรองน้ำเพื่อให้น้ำสะอาด แต่ก็เป็นส่วนน้อยนะคะ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่อย่างตรงนี้มีการวางท่อน้ำประปามาให้แล้ว ถือว่าเป็นพื้นที่ที่สะดวกสบายดี

Samui 9

หาดลิปะน้อย มีแนวของหาดระยะทางประมาณ 200 เมตร  เป็นหาดเล็กๆที่ค่อนข้างเงียบสงบ เพราะไม่ได้เป็นหาดที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวมากนักค่ะ แต่หาดทรายที่นี่ก็ขาว เนื้อละเอียด สามารถลงเล่นน้ำได้ ในช่วงเวลาน้ำลงจะตื้นมาก แนะนำว่าหากใครอยากมาเล่นน้ำที่นี่ให้มาในช่วงเดือน ธันวาคม – เมษายนปริมาณน้ำจะมากหน่อย จะเล่นน้ำสนุกกว่าช่วงปกตินิดนึงค่ะ

Samui 10

มองไปอีกด้านชายหาดก็ยังเงียบสงบ ตรงเลียบหาดนี้จริงๆส่วนใหญ่จะเป็นหน้าหาดของรีสอร์ทนะคะ ซึ่งมองไปไกลๆก็มี Day Bed มาวางอยู่บ้างประปราย สุดชายหาดที่เราเห็นเป็นภูเขานั้นคือ ที่ตั้งของฐานทัพเรือที่เราพาไปดูมาค่ะ

ออกจากหาดลิปะน้อย เราพาขับตรงมาเรื่อยๆจะเจอกับสามแยก ซึ่งหาดเลี้ยวขวา จะสามารถไป บ้านหัวถนน ไปหาดละไมที่อยู่ใกล้กับหินตาหินยาย รวมทั้งไปน้ำตกหน้าเมืองได้อย่างลูกศรในภาพเลยค่ะ ส่วนเราจะพาไปทางหน้าทอนซึ่งจะเลี้ยวซ้ายไปค่ะ

**จริงๆแล้วทุกที่บนเกาะสมุยจะสามารถวนถึงกันรอบเกาะเป็นวงกลมได้นะคะ ดังนั้น การเลี้ยวขวาเลี้ยวซ้าย เป็นแค่ระยะทางที่ใกล้ ที่เราจะสามารถไปถึงจุดหมายได้เร็วกว่าเท่านั้นเอง 

samui

ขับตรงมาจะเจอกับตลาดหน้าทอน ซึ่งมีของวางขายทั้งสองข้างทาง

Samui 13

บริเวณตลาดหน้าทอน จะมีอาหารสดขายเยอะมาก ทั้งผักสด อาหารทะเล หมู เห็ด เป็ด ไก่ รวมทั้งอาหารทะเลเผาและปิ้งย่าง อย่าง “ร้านลุงหอยใหญ่” นี้ก็มีปลาซาบะย่างขายด้วย

Samui 14

ขับตรงมาเรื่อยๆ เราก็จะเจอกับทางแยก ซึ่งจากตรงนี้จะตรงไปไม่ได้ เพราะเป็น One Way ที่ตรงทาง One Way  ข้างหน้า จะเป็นชุมชนหน้าทอนที่ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพาณิชย์ขายของฝาก และเครื่องอุปโภคบริโภคด้านล่าง มี Tesco Lotus  มีร้านอาหารและ Bar แบบ Open Air ที่ให้นักท่องเที่ยวนั่งกินดื่มหลายร้าน

ส่วนเราจะพาเลี้ยวซ้ายไปดูท่าเรือหน้าทอนกันนะคะ

samui (1)

พอเลี้ยวมาเราจะเจอกับร้านขายของและร้านอาหาร สุดทางจะเป็นชายหาดหน้าทอนแล้วค่ะ

Samui 15

ตรงทางโค้งจะมีร้านอาหารชื่อว่า Sun Set ร้านเป็นบรรยากาศริมทะเล มองไปเห็นชายหาดหน้าทอนกว้างๆ วิวดีทีเดียวค่ะ

Samui 16

มองตรงไปตรงเวิ้งโค้งนี้จะเป็นชายหาดหน้าทอน ซึ่งเป็นที่ที่มีนักท่องเที่ยวคึกคักและเป็นจุดชมวิวที่สำคัญจุดหนึ่งของเกาะเพราะเป็นหาดที่เป็นปราการด่านแรก เมื่อคนมาถึงเกาะสมุย(กรณีที่มาลงท่าเรือหน้าทอน) หาดหน้าทอนมีเนื้อทรายสีเหลืองทอง ไม่ละเอียดมากนัก นักท่องเที่ยวจึงไม่ได้นิยมเล่นน้ำกันจริงจัง แต่จะเป็นที่เดินเล่น หรือนั่งชมวิวกันซะมากกว่า

Samui 17

ซึ่งบริเวณถนนเลียบหาดนี้จะมีฟุตบาทให้เดิน แต่ห้ามจอดตลอดแนวนะคะ เนื่องจากจะบดบังทัศนียภาพของหาด และไม่ต้องการให้การจราจรตรงนี้ติดขัดด้วย มองตรงไปเราจะเห็นท่าเรือแล้วค่ะ

Samui 18

ระหว่างทางไปท่าเรือ ก็มีจะเป็นตึกแถว อาคารพาณิชย์ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้พักอาศัยในละแวกนี้และนักท่องเที่ยวหลายอย่าง ทั้งร้านขายยา ร้านอาหาร บริการขายตั๋วเรือ รถมอเตอร์ไซค์ให้เช่า ร้านขายของที่ระลึก

Samui 19

มีคิวรถสองแถว ซึ่งหลักๆจะมีทั้งรถไปทางละไม และรถไปทางเฉวง ค่าบริการรถรอบเกาะ 60 บาท หรือแล้วแต่ระยะทาง ทางขวามือจะเป็นตลาดขายอาหาร ท่าเรือหน้าทอน จะคึกคักมากในช่วงเย็น-ค่ำ เพราะจะมีอาหารขาย ทั้งขนมจีน ลูกชิ้น ข้าวแกง ขนม ผัดไทย ที่เป็นร้านรถเข็นธรรมดาแต่ชาวต่างชาติเข้าคิวกันเลยทีเดียว

Samui 20

เลยมาจะมีป้ายบอกทางไปที่ว่าการอำเภอเกาะสมุย สถานีตำรวจภูธรเกาะสมุย ด่านศุลกากรเกาะสมุย และศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวเกาะสมุย ซึ่งย่านนี้อย่างที่กล่าวในข้างต้นว่าเป็นปราการด่านแรกที่นักท่องเที่ยวมาลงเรือที่นี่และยังเป็นสถานที่ที่คนในพื้นที่อาศัยกันเยอะ ซึ่งคนในพื้นที่นี้ส่วนใหญ่ก็จะประกอบอาชีพรองรับการท่องเที่ยว จึงมีหน่วยงานเหล่านี้อยู่ช่วยเหลือและดูแลความเรียบร้อยของพื้นที่และนักท่องเที่ยวค่ะ

Samui 21

ตรงนี้จะมีป้ายใหญ่บอกจุด “ท่าเทียบเรือเกาะสมุย(หน้าทอน) PORT OF KOH SAMUI (NATHON)” ของกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม

Samui 22

ติดกันจะเป็นท่าเทียบเรือขนส่งของทะเลของเอกชนและท่าเทียบเรือเร็วลมพระยา หลังคาสีส้มๆนี้คือจุดขายตั๋วของบริษัท เรือเร็วลมพระยา ให้บริการขนส่งผู้โดยสาร ด้วยเรือคาตามารานความเร็วสูง ในเส้นทาง บริเวณอ่าวไทย จากเกาะสมุยไปยังเกาะพะงัน เกาะเต่า เกาะนางยวน และท่าเรือชุมพร อีกยังให้บริการเชื่อมต่อเส้นทางจากชุมพรไปยังกรุงเทพฯทางบก ด้วยบริการรถโดยสารพิเศษ

เรือคาตามารานที่ลมพระยานำมาให้บริการผู้โดยสาร อาจเป็นชื่อที่คงไม่คุ้นหูกันนักใช่ไหมคะ ลักษณะพิเศษของเรือชนิดนี้คือ เป็นเรือสองท้อง ซึ่งสามารถวิ่งในทะเลได้ด้วยความเร็วสูง ปัจจุบันลมพระยามีเรือชนิดนี้อยู่ 5 ลำ คือ “เรือพระลาน”, “เรือหน้าเมือง” , “เรือแม่น้ำสมุย”, “เรือเกาะปราบ”และ “เรือทองสลา” ค่ะ เป็นเรือเร็วจึงทำให้มีความพิเศษคือถึงที่หมายเร็วกว่าเรือปกติ

Samui 23

ส่วนท่าเทียบเรือเกาะสมุยแห่งที่ 2 ของกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชนาวี กระทรวงคมนาคม ตรงนี้จะเป็นทางขึ้นเรือหลักของ บริษัท ซีทรานต์เฟอร์รี่ค่ะ

Samui 27

ด้านหน้าทางเข้าท่าเรือมีการสร้าง Landscape สะท้อนถึงบริบทของเกาะสมุย โดยใช้เนินหญ้าที่ปลูกต้นมะพร้าวเป็น symbolic ของเกาะสมุยที่มีต้นมะพร้าวมากค่ะ

Samui 24

ทางเข้าท่าเรือซีทรานต์เฟอร์รี่ ด้านซ้ายมือหลังคาสีน้ำเงินคือที่จำหน่ายตั๋วเรือและศูนย์บริการนักท่องเที่ยวค่ะ ส่วนทังสองข้างทางจะมีหลังคากันแดด กันฝนไว้ให้ผู้โดยสาร

Samui 26

จุดลงเรือจะมี 2 ทางตามภาพ ซึ่งระหว่างทางเดินก็จะมีหลังคากันแดด กันฝนไว้ให้จนถึงจุดขึ้นเรือ

รถ

ท่าเรือหน้าทอนจะสะดวกกว่าที่ท่าเรือลิปะน้อย ตรงที่จะหารถสองแถว รถตู้ รถแท๊กซี่ขึ้นง่ายกว่าค่ะ เราเดินออกมาจากท่าเรือนี่จะมีพนักงานขับรถเหล่านี้มาจอดรอต้อนรับเลยทีเดียว ส่วนราคาต้องดูดีๆนะคะ รถแท๊กซี่จะไม่ค่อยกดมิเตอร์กับรถสองแถวที่มักจะชอบให้เหมาเราต้องระวัง(ค่ารถสองแถวปกติส่วนใหญ่ 60 บาทรอบเกาะ) เกาะสมุยนี้ชาวต่างชาติเยอะ ซึ่งก็ผจญปัญหาแท๊กซี่คล้ายๆสุวรรณภูมิเหมือนกัน เราต้องระวังนิดนึง

หรือถ้าไม่ใช้บริการรถสาธารณะเหล่านี้ก็เดินย้อนไปทางท่าเรือเร็วลมพระยาอีกหน่อยนึงก็หารถมอเตอร์ไซค์เช่าขับรอบเกาะได้สบายๆ

Samui 28

ออกมาจากท่าเรือ ฝั่งตรงข้ามเราจะเห็นอาคารสีส้มๆเด่นๆนั้นคือ หอประชุมกาญจนาภิเษก

Samui 29

ที่หน้าทอนนี้จะมี ศาลาพ่อตาปากเกียน ซึ่งเดิมในชุมชนต่างๆรอบเกาะสมุยจะมีศาลตั้งอยู่บริเวณริมน้ำหรือปากคลอง ซึ่งนอกจากเป็นที่สักการะของชาวบ้านที่มีวิถีชีวิตผูกพักกับทะเลแล้วยังเป็นที่พักผ่อน ศาลบางศาลจึงขยายใหญ่เป็นศาลา ซึ่งเมื่อถึงวันจบปีจบเดือนซึ่งถือเป็นเทศกาลขึ้นปีใหม่ของไทย ชาวบ้านจะร่วมกันทำบุญโดยมาพร้อมกันที่ศาลาพ่อตา ถือเป็นงานบุญเทศกาลใหญ่ของชุมชน ซึ่งนอกจากพิธีสงฆ์แล้วจะมีการรำมโนราห์ถวาย โดยถือเป็นการแก้บนหรือที่เรียกว่าแก้เหมรย ใครที่บนบานอะไรไว้ก็จะมาร่วมพิธีนี้ รวมถึงอาจมีการลอยเรือเคราะห์เพื่อลอยทุกข์โศกโชคร้ายให้พ้นผ่านไป

ตัวอย่างการแก้เหมรย หรือโนราห์แก้บนค่ะ

Samui 30

ตรงมาจะเป็นถนนเลียบหาดหน้าทอน เป็นระยะทางสั้นๆที่มาขับรถเล่นตอนเย็นๆหาอะไรทานก็เป็นจุดที่ชิวดี ฝั่งซ้ายมือเป็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของซีทรานเฟอร์รี่ที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน

samui (2)

จากถนนเลียบหาดหน้าทอน ทางจะบังคับเราเลี้ยว ซึ่งตรงหัวมุมทางเลี้ยวนี้จะมีแพปลาโชคสุดารัตน์ซึ่งเป็นจุดขนส่งอาหารทะเลขนาดใหญ่

Samui 32

ระหว่างทางจะเป็นบ้านพักอาศัย สลับกับทางเข้ารีสอร์ท ตรงนี้มีกะละแมโบราณแม่ธัญญา ซึ่งเป็นกะละแมขึ้นชื่อเจ้าหนึ่งของเกาะสมุยค่ะ

Samui 31

กะละแมแม่ธัญญา มีความพิเศษตรงที่เป็นกะละแมสูตรโบราณดั้งเดิมของสมุย ซึ่งจะกวนด้วยข้าวเหนียวทั้งเมล็ด น้ำตาลปี๊ป และกะทิ จนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “กันแม” ใช้เวลาในการกวน 12-15 ชั่วโมงต่อกระทะ (25ก.ก.) ซึ่งจะมี 2 ชนิดคือ กะละแมโบราณข้าวเหนียวขาวและกาละแมโบราณข้าวเหนียวดำ ซึ่งนอกจากกะละแมแล้วยังมีขนมโบราณอื่นๆให้เลือกซื้อหากันด้วย

เสียดายวันที่เราไปเก็บภาพ ขนมขายหมดเกลี้ยง นักท่องเที่ยวที่ผ่านไปผ่านมาหรือกำลังจะกลับภูมิลำเนาก็จะแวะมาซื้อเรื่อยๆค่ะร้านนี้  ยืนออกันเต็มหน้าร้านเลย

Samui 34

ขับไปเรื่อยๆจะเจอ “บางขามซีฟู๊ด” ร้านอาหารขึ้นชื่อที่หนึ่งของเกาะสมุย สามารถไปนั่งกินอาหารทะเล ราคาไม่แพง พร้อมนั่งชมพระอาทิตย์ตกดินได้ค่ะ

Samui 35

ระหว่างทางเราจะเจอกับจุดชมวิวแหลมใหญ่ ซึ่งเป็นจุดชมวิวเล็กๆ ที่มีศาลาให้นั่งพักและถ่ายรูปเล่น ข้างล่างศาลานี้มีห้องน้ำสาธารณะไว้ให้บริการด้วยค่ะ

Samui 36

วิวที่ได้ก็จะเป็นทะเลอ่าวไทยไกลมองออกไปได้ไกลจนเห็นเส้นของฟ้าและเงาที่เหมือนภูเขาก้อนใหญ่ๆนั้นคือ เกาะพะงัน นั่นเองค่ะ มองจากตรงนี้เหมือนไม่ได้ไกลกันเลย

Samui 37

ระหว่างทางมีเวิ้งหาดเล็กๆ ซึ่งอาจจะชายหาดอาจจะไม่งามมากนักเพราะมีหินโสโครกค่อนข้างเยอะ แต่ตอนเย็นๆมักจะมีคนพื้นที่ที่พักอาศัยอยู่แถวนี้ จูงมือครอบครัวมาเดินเล่นก็มีค่ะ เพราะมีเนินให้พอจอดรถได้สะดวกด้วย

ร้านอาหารที่บางปอ

ถัดมาจะเป็นชายหาดบางปอ ซึ่งหาดนี้จะมีร้านอาหารทะเลริมหาดที่ขึ้นชื่อเยอะมากค่ะ เช่น ร้านบางปอซีฟู๊ด นายปอซีฟู๊ด

ทิสเหนือ
     Zone 2 : ฝั่งทางเหนือของเกาะ โซนนี้จะมีชายหาดใหญ่ๆอยู่ 3 หาด คือ หาดแม่น้ำ หาดบ่อผุด และหาดบางรัก ซึ่งชายหาดเหล่านี้จะมีท่าเรือเล็กซึ่งเป็นท่าเรือที่มีเส้นทางไปยังเกาะข้างเคียงอย่าง เช่น เกาะพะงัน เกาะเต่า และหมู่เกาะอ่างทองค่ะ
     เหตุที่ท่าเรือเล็กมาอยู่ฝั่งนี้ทั้งหมดเป็นเพราะว่าพื้นที่โซนๆนี้เป็นหมู่บ้านชาวประมงดั้งเดิม ที่คนตั้งรกรากหาปลามานาน มีท่าเรือเล็กๆที่มีเรือประมงมาลง จึงเริ่มจากจุดนี้และพัฒนาเป็นท่าเรือที่สามารถเดินทางไปยังเกาะข้างเคียงมากขึ้น รวมทั้งทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือจะมีท่าเรือใหญ่ ที่เดินทางไปยังเกาะโดยรอบและแผ่นดินใหญ่อยู่แล้ว  การตั้งท่าเรือเล็กทางทิศเหนือของเกาะจึงเป็นการเลี่ยงเส้นทางไม่ให้ทับไลน์กันกับเส้นทางเรือใหญ่ด้วยค่ะ
      เส้นทางที่เราจะพาไป จะเริ่มจากถนนรอบเกาะทางหาดแม่น้ำ ดูบรรยากาศรอบๆจากนั้นเลี้ยวไปยังหาดบ่อผุด ไปดู The Wharf Samui และบรรยากาศของหาดบ่อผุด จากนั้นไปดูหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ Fisherman’s Village ที่ปัจจุบันก็ยังได้กลิ่นอายของบ้านยุคเก่าอยู่ จากนั้นพาไปดูชายหาดบางรักที่มีความอุดมสมบูรณ์ ของท่าเรือ และตลาดบางรักที่ขายของทะเลสดของชาวบ้าน ปิดท้ายที่วัดพระใหญ่ที่เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของเกาะสมุยค่ะ
 Samui 1
พอมาถึงโซนแม่น้ำ บริเวณนี้จะมีทั้งรีสอร์ท ร้านอาหาร บ้านพักอาศัย รวมทั้งสำนักงาน ออฟฟิศต่างๆ  บรรยากาศโซนนี้จะออกแนวชุมชน ไม่ได้เป็นโซนท่องเที่ยวจ๋า แต่ก็มีสาธารณูปโภคค่อนข้างครบค่ะ
Samui 2
สองข้างทางก็จะมีทั้งร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง อย่างแม่น้ำเทรดดิ้ง คลีนิคทำฟัน ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ ร้านขายต้นไม้และอุปกรณ์ทำสวน ร้านขายน้ำมันขวด และร้านขายอาหาร
Samui 13
 ขับมาเรื่อยๆถึงสามแยกวัดบ่อผุด ซึ่งตรงนี้จะมีร้านบ่อผุดหมูกระทะซึ่งเป็นร้านที่คนพื้นที่มากินกันเยอะ ราคาไม่แพงแค่หัวละแค่ 129 บาทเท่านั้น หลังๆนี้ชาวต่างชาติก็มาทานกันเยอะค่ะ ส่วนซ้ายมือเป็นวัดบ่อผุดและสถานีตำรวจ
ซึ่งแยกนี้เป็นแยกสำคัญเพราะจากตรงนี้ตรงไปเราจะไปเฉวง แต่หากจะไปบ่อผุดจะต้องเลี้ยวซ้ายไปค่ะ ซึ่งเราจะพาเลี้ยวซ้ายไปบ่อผุดกัน
Samui 15
 พอเลี้ยวเข้ามา ตรงช่วงนี้รถอาจจะติดบ้างเป็นช่วงๆ เพราะส่วนใหญ่ใครจะไปบ่อผุดก็ต้องมาใช้แยกนี้ค่ะ
Samui 4
เราขับตรงมาเรื่อยๆมองไปทางขวามือก็จะเห็นปั๊ม ปตท.ที่มี 7Eleven ด้วย ส่วนทางซ้ายมือคือ The Wharf Samui เป็น Shopping mall น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานค่ะ
Samui 5
 ด้านหน้าซุ้มทางเข้าก็จะทำเป็นรูปทรงซุ้มประตูทางเข้า คล้ายๆกำแพงเมืองที่มีประภาคารตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่ ที่นี่ตอนกลางคืนมักจะมี Night Market ด้านหน้าด้วยนะคะ
Samui 7
The Wharf Samui เป็น Shopping Mall ที่ออกแบบมาในธีมหมู่บ้านชายทะเลแบบย้อนยุค จากโครงการเดินลงไปยังหาดบ่อผุดได้ โดยเจ้าของก็คือ บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด เจ้าของเดียวกับ “เดอะ แพลตินัม แฟชั่น มอลล์” ประตูน้ำที่พูดขึ้นมาคงรู้จักกันดี โดยพื้นที่โครงการ 15 ไร่ เป็นที่ดินเช่าจากคนท้องถิ่น มีจำนวนร้านค้าทั้งหมด 135 ร้าน เปิดทุกวัน เวลา 11.00 – 23.00 น.
เข้ามาปุ๊บก็จะเป็นที่จอดรถซึ่งมีรองรับรถยนต์มากกว่า 200 คัน และรถจักรยานยนต์มากกว่า 300 คัน เดี๋ยวเราจะพาไปเดินดูข้างในกันพอเป็นน้ำจิ้มนะคะ
the wharf
 พื้นที่ด้านในจะประกอบด้วยร้านเสื้อผ้า ร้านขายของฝาก ร้านอุปกรณ์ดำน้ำ ร้านเบเกอรี่ ของแต่งบ้าน ร้านขายเครื่องประดับ อุปกรณ์ไอที ร้านกระเป๋า รองเท้า เครื่องหนัง ร้านอาหาร อย่างเช่นร้านเสบียงเลที่ขึ้นชื่อ(สาขาแรกอยู่ที่หาดละไม)  ก็มาเปิดสาขาที่นี่ด้วย
Samui 17
โดยตั้งแต่วันจันทร์-อาทิตย์ ก็จะมีกิจกรรมต่างๆเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและคนที่มาเดินเล่นที่นี่ ซึ่งจะมีทั้งวงดนตรีมาเล่นเพลงหลายๆแนว ทั้ง Pop, Jazz, Rock หรือ Acoustic ในวันธรรมดา ส่วนวันศุกร์-เสาร์ -อาทิตย์ จะพิเศษหน่อย เช่นมีการโชว์มวยไทย, โชว์การเล่นไฟที่หน้าหาด, B Boy, มีกายกรรมจีน และมีดนตรีเรกเก้ ส่วนรายละเอียดวันและเวลาตามป้ายเลยค่ะ
***กิจกรรมต่างๆเป็นกิจกรรมที่เป็นตารางของเดือนเมษายน 2558 ซึ่งหากใครไปเที่ยวในช่วงเวลาหลังจากนี้กิจกรรมต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงนะคะ
Samui 24
บรรยากาศหน้าหาด ซึ่งอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า The Wharf เป็น Shopping mall ที่ติดกับหาดบ่อผุดด้วย ซึ่งตัวโครงการกับหาดจะถูกคั่นด้วยถนนเลนเล็กๆค่ะ ตรงก่อนทางลงหาดมีการปูสนามหญ้า และมีทิวต้นมะพร้าว บรรยากาศค่อนข้างร่มรื่น มักจะมีคนมานั่งพักผ่อนกันอยู่เรื่อยๆ
Samui 18
 ลงมาเดินเล่นที่หาดกัน หาดบ่อผุดเป็นหาดที่มองไปจะเป็นเวิ้งโค้งมีวิวทิวทัศน์สวยงาม แต่พื้นที่ระหว่างหาดถึงฝั่งจะสั้นนิดนึง หากจะมาเล่นน้ำที่หาดบ่อผุดแนะนำว่าควรมาในช่วง เดือนธันวาคม ถึง เมษายน เพราะจะเป็นช่วงที่มีน้ำเยอะ เหมาะกับการเล่นน้ำ  แต่ถ้าเลยช่วงนี้น้ำจะแห้งหรือน้อยไปหน่อย หรือช่วงมรสุมน้ำก็จะขึ้นจนแทบจะไม่เหลือชายหาดให้เห็นเลย
 
Samui 19    
ทรายที่หาดบ่อผุดนี้มีเนื้อค่อนข้างหยาบ เป็นกรวดหินและมีสีเหลืองทอง ซึ่งบางคนจะชอบทรายเนื้อละเอียดมากกว่า คนก็เลยนิยมที่จะไปเล่นน้ำที่หาดอื่นๆที่มีทรายเนื้อละเอียด อย่างเฉวงหรือละไมมากกว่า ซึ่งขาประจำที่มาเล่นน้ำที่หาดนี้ส่วนใหญ่จึงเป็นนักท่องเที่ยวที่มาพักรีสอร์ทในระแวกนี้และคนพื้นที่เกาะสมุยค่ะ
Samui 8
เราขับมาอีกหน่อยจะเจอ Fisherman’s Village หมู่บ้านชาวประมงค่ะ เนื่องจากที่พื้นที่แถบนี้เคยเป็นชุมชนและแหล่งที่อยู่อาศัยของชาวประมงดั้งเดิมบนเกาะสมุย จึงนับเป็นย่านเก่าแก่ที่ยังคงเสน่ห์ความน่าสนใจของตัวเองไว้ได้อย่างดี เพราะบ้านไม้ที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้านนั้นก็ยังคงรักษาสภาพความเป็นบ้านเรือนเก่าแก่เอาไว้ ถึงแม้หน้าบ้านจะถูกดัดแปลงให้เป็นร้านขายเสื้อผ้าของที่ระลึก ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม และบริษัทนำเที่ยวบ้างแล้วก็ตาม แต่โครงสร้างบ้านแบบเดิมๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ จึงทำให้ภาพของความเป็นหมู่บ้านชาวประมงในอดีตก็ยังพอมีหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้าง
Samui 9
 เข้ามาก็จะเห็นบ้านไม้เก่าแก่ของชาวประมงในอดีตที่ได้ถูกดีดแปลงเป็นร้านขายเสื้อผ้าของที่ระลึก ร้านอาหาร ผับ บาร์ ซะเป็นส่วนใหญ่
Samui 11
สุดทางเป็นท่าเรือซึ่งมีเรือให้บริการนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางข้ามไปยังเกาะเต่า เกาะพะงัน และหมุ่เกาะอ่างทองด้วยด้วย
Samui 10
ทางจะบังคับพาเราเลี้ยวซ้าย ซึ่งพอเลี้ยวมาก็จะเจอร้านอาหารและบาร์ บริษัทนำเที่ยว โรงแรมและร้านค้ายาวไปทั้งทาง คนที่เปิดร้านเหล่านี้ก็จะมีทั้งคนพื้นที่และคนต่างชาติที่เข้ามาลงหลักปักฐานอยู่ที่เกาะสมุยค่ะ
Samui 12
ตรงนี้เป็น Elephant Walk จะเห็นว่าร้านค้าทางด้านขวามือจะมีรูปปั้นช้างเต็มไปหมด
Samui 14
ซึ่งพอมองไปด้านซ้ายมือ จะเป็นส่วนของ Elephant Walk ที่สมชื่อค่ะ มีช้างเดินเล่นเต็มเลย โดยที่นี่เป็นศูนย์การค้าที่มีการนำรูปปั้นช้างมาวางเรียงรายตามทางเป็นเอกลักษณ์ค่ะ  ร้านส่วนใหญ่เริ่มเปิดเย็นๆถึงกลางคืน ตอนนี้เลยยังเงียบๆ
fv night
บรรยากาศ Fisherman’s Village ตอนกลางคืน ร้านส่วนใหญ่จะนำของมาตั้งโชว์หน้าร้าน ทั้งร้านเสื้อผ้า ร้านขายของที่ระลึก ร้านนวดแผนไทย ไปจนถึงร้านอาหารที่จะนำอาหารทะเลสดๆมาวางหน้าร้าน อีกอย่างที่จะไม่พูดถึงคงไม่ได้คือบรรยากาศริมหาดยามค่ำคืนค่อนข้างจะโรแมนติกทีเดียว
ซึ่งนอกจากบรรยากาศยามค่ำคืนในวันปกติแล้ว ทุกคืนวันศุกร์ตั้งแต่เวลา 17.00-23.00 น. จะมี “ถนนคนเดินตลาดเก่าบ่อผุด” ด้วย ซึ่งถนนบรรยากาศของถนนเส้นนี้ก็จะเต็มไปด้วยแผงร้านขายของ ทั้งอาหาร ของที่ระลึก ของแฮนด์เมนด์ เครื่องประดับต่างๆให้เลือกซื้อมากมาย
Samui 20
จาก Fisherman’s Village ตรงมาเรื่อยๆก็จะมาเจอกับ The Wharf ที่เราพามาเดินเล่นไปเมื่อตอนแรกค่ะ  
Samui 26
ออกจาก Fisherman’s Village เราจะพาวิ่งมาบนทางกันต่อ ตรงนี้จะมีสนาม MINI GOLF  ด้วยค่ะ
Samui 27 copy
ตรงมาเราจะเจอกับโครงการ Replay Samui Condominium 
samui (1)
โครงการ  Replay Samui Condominium  เป็นคอนโดมีเนียม Low Rise 4 ชั้น มีห้องแบบ Studio และแบบ 1 Bedroomให้เลือกทั้งหมด 7 Type โดยสาธาณูปโภคประกอบด้วย  สนามบาส คอร์ทเทนนิส นามเด็กเล่น สระว่ายน้ำ และฟิตเนส โดยโครงการจะเป็นคอนโดตากอากาศ ที่มี่ทั้งคนที่ซื้อเพื่ออยู่เอง และซื้อเพื่อปล่อยให้เช่าเป็นโรงแรมโดยโครงการจะเป็นผู้บริหารให้ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะเห็นชื่อคอนโดไปโชว์อยู่ Agoda หรือ Booking.com รวมทั้งเวปไซด์หาที่พักอื่นๆด้วย
Samui 28
 ไม่ไกลกันจะมีร้านอาหาร “แลเล” ร้านอาหารเล็กๆริมทะเล เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 23.00 น
Samui 31
 จากตรงนี้บรรนากาศสองข้างทางส่วนใหญ่ก็จะเป็นร้านอาหาร ผับ บาร์ค่ะ เป็นสถานบันเทิงวิวทะเล ช่วงเย็นๆจนถึงมืดก็จะมีชาวต่างชาติมานั่งชิวกันเรื่อยๆ
Samui 32
ขับตรงไปเรื่อยๆมองไปทางซ้ายมือก็จะเจอกับท่าเรือวัดพระใหญ่ซึ่งอยู่ติดกับธนาคารธนชาต
Samui 34
 ตรงปากทางเข้ามีอัตราค่าโดยสารรถจักรยานยนต์สาธารณะหรือพี่วินนั้นเอง ซึ่งคิวนี้เป็นของคิวท่าเรือพระใหญ่ค่ะ ค่าบริการตามป้ายเลย จะเห็นว่าค่าบริการ 100 Up ค่อนข้างสูงทีเดียว เพราะสถานที่แต่ละจุดนี่คือ รับ-ส่ง กันข้ามหาดเลยนะ ระยะทางไกลค่าบริการก็เลยสูงตามไปด้วย เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ถ้าไม่ไปไกลมากก็นิยมเดินกันซะมากกว่าหรือไม่ก็เช่ารถกันไว้เองอยู่แล้ว ดังนั้นใครอยากจะใช้บริการพี่วินไปใกล้ๆก็สอบถามได้ค่ะ
Samui 30
 พอเข้ามาก็จะเป็นที่จอดรถสำหรับลูกค้าธนาคารธนชาต และผู้มาติดต่อที่ท่าเรือค่ะ ซึ่งท่าเรือพระใหญ่จะเป็นท่าเรือเล็กๆที่มีเที่ยวเรือพาไปเกาะเต่าและเกาะพะงัน
Samui 33
มีจุดจำหน่ายตั๋ว มินิมาร์ทเล็กๆ และที่นั่งพักคอยก่อนลงเรือ
Samui 35
ออกไปที่ท่าเรือจะเป็นสะพานไม้แบบนี้ค่ะ เดินไปสุดทางจะมีเรือมารับ ซึ่งมองจากตรงนี้สามารถเห็นท่าเรือเพชรรัตน์ที่อยู่ข้างๆกันด้วย ซึ่งเป็นท่าเรือรับส่งคนไปพะงันด้วยเรือสปีดโบท ไปกลับ 600 บาทค่ะ
Hof 1
 หาดบางรัก พอออกจากท่าเรือพระใหญ่แล้ว ขับมาเรื่อยๆก็จะเข้าเขตหาดบางรักค่ะ ระหว่างทางเราเจอทางลงหาดบางรัก จึงเก็บภาพมาให้ดูค่ะ
บรรยากาศหาดบางรักจะเป็นหาดเล็กๆ วิวหาดจะเป็นเวิ้งที่มองออกไปเห็นวิวภูเขาโอบล้อม และท่าเรือ หาดของที่นี่อาจจะไม่ได้ขาวสะอาดตามาก เนื้อทรายจะเป็นมีหินกรวดผสมอยู่บ้างค่ะ แต่มีกิจกรรมิเศษที่ตกเย็นมา เราจะคุ้นเคยกับคนที่มานั่งเล่น บ้างก็นั่งๆก้มๆเงยๆกันอยู่แถวนี้
Hof 2
 เหตุที่เค้าก้มๆเงยๆกันก็เพราะ หาดนี้มี “หอยกาบ” เยอะค่ะ ลักษณะของหอยกาบก็จะตัวเล็กๆแบบนี้ พอชาวบ้านได้มาก็จะนำไปใส่ขวดแล้วดองน้ำปลาแช่ไว้กินได้นานเลยค่ะ กินกับข้าวรสชาติจะเค็มๆมันๆดี ได้ยินมาว่าในตลาดเค้าเก็บไปดองขายกันได้ขวดละ 100-200 ทีเดียว โอ้โห ราคาดีนะตัวแค่นี้
แต่บางคนก็มาเก็บเล่นๆใส่ขวดแล้วปล่อยลงน้ำไปก็มี
Samui 36
ขับออกมาจากหาดเรื่อยๆ เราจะเจอถนนอักษะ.. เอ้ย ไม่ใช่ ถนนเลียบหาดบางรักค่ะ ซึ่งจุดสังเกตคือทั้งสองข้างทางจะมีเสาโคมไฟรูปหงส์เรียงรางทั้ง 2 ข้างทาง ถนนช่วงนี้ทางด้านซ้ายมือจะมีรีสอร์ทอยู่ค่อนข้างเยอะค่ะ เพราะเป็นพื้นที่แนวชายหาดบางรัก รีสอร์ทเลยจะเกาะกันอยู่ตามแนวหาดเยอะ จากตรงถนนเลยไม่ได้เห็นวิวทะเล
Samui 37
ตรงไปเรื่อยๆจะเป็นเขตท่าเรือบางรัก ที่อุดมสมบูรณ์มากไปด้วยของกิน มีทั้งบาร์ ร้านอาหาร มี Tesco Lotes Express ตรงที่รถตู้บังอยู่ก็เป็น Family mart
01
ท่าเทียบเรือบางรักค่ะ มีเรือลงหลายที่ทั้งเรือซีทรานต์ดิสคอเวอรี่ เรือเร็วลมพระยา มีเส้นทางไปเกาะพะงัน เกาะเต่าได้
1
 ใกล้ๆกันเป็น Plaza The Green ที่เป็นศูนย์การค้าให้เช่า มี Family Mart ด้านล่าง และตอนกลางคืนด้านหน้านี้จะมีของกิน เสื้อผ้าขายเยอะค่ะ รวมทั้งมีลานดนตรีโชว์โฟร์คซองค์ด้วย
2
 ส่วนฝั่งตรงข้าม Plaza The Green เป็นตลาดบางรัก ที่มีทั้งกุ้ง หอย ปู ปลาสดๆ เพราะตรงนี้เป็นท่าเรือที่ชาวประมงนำของทะเลมาลง ก็เลยเป็นจุดที่เหมาะแก่การมาซื้อของทะเลสดไปปิ้งย่างรับประทานกันที่บ้านค่ะ นอกจากของสดแล้ว อาหาร แกงถุง ขนม ผลไม้ ก็มีให้เลือกหลายหลาย หลังๆนี้ชาวต่างชาติที่มาใช้ชีวิตอยู่นานๆก็มาซื้อไปทำกินที่บ้านกันก็เยอะค่ะ
samui
เราแอบย่องไปดูด้านหลังตลาด ตรงนี้จะเป็นเรือประมงของชาวบ้าน ที่จะเอาของทะเลที่หาได้มาลงตรงนี้ค่ะ เราเลยจะได้ซื้อของทะเลสดๆกัน มองจากตรงนี้ไปไกลๆ เห็นวัดพระใหญ่ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระใหญ่ด้วย
3
แถวนี้จะมีร้านก๋วยเตี๋ยวอร่อยอยู่ร้านหนึ่งชื่อว่า เย็นตาโฟร้อยล้าน ค่ะ
4
เมนูของร้านที่เด่นๆจะมี “เย็นตาโฟร้อยล้าน” ที่เป็นก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟใส่เครื่องทะเล ไข่ต้ม อัพไซส์ขึ้นมาหน่อยก็เป็นเย็นตาโฟสองร้อยล้านเครื่องจะเยอะขึ้นมา จนถึงเย็นตาโฟสามร้อยล้านนี่เครื่องจะจัดเต็ม มีทั้งกุ้ง หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ไข่ต้ม เกี๊ยวกุ้ง ลูกชิ้น เต็มชาม สนนราคาก็ตั้งแต่ 80 บาทเป็นต้นไป ส่วนเมนูอื่นๆอย่างก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณ ข้าว ยำ ก็มีเสิร์ฟค่ะ
บรรยากาศของร้านจะนั่งกินก๋วยเตี๋ยวไปมองวิวทะเลไปแบบนี้
5
 เดินออกมามองนอกระเบียงร้าน จะเห็นท่าเรือบางรักด้วย ชาวต่างชาติสะพายเป้ เดินขึ้นเรือไปเกาะพะงันกันเยอะเลยค่ะ
Samui 39
วัดพระใหญ่ ออกจากโซนตลาดบางรัก ตรงไปเรื่อยๆเราจะเจอทางโค้ง ที่มีวัดพระใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่า เป็นวัดที่ขึ้นชื่อมากแห่งหนึ่งของเกาะสมุย จนมีคำกล่าวที่ว่า “มาเกาะสมุยแล้วไม่มีสักการะพระใหญ่ ก็เหมือนมาไม่ถึงเกาะสมุย”
Samui 40
    ที่ตั้งของวัดพระใหญ่จะอยู่บนเกาะเล็กๆ ที่มีชื่อว่า “เกาะฟาน” เดิมทีเกาะฟานนี้จะมีน้ำทะเลล้อมรอบ แต่ก่อนชาวบ้านใช้วิธีสร้างสะพานไม้เพื่อเชื่อมต่อระหว่างเกาะฟานกับเกาะสมุยค่ะ แต่การสร้างสะพานไม้แต่ละครั้งนั้นจะมีอายุการใช้งานได้เพียง 2-3 ปีเท่านั้น ภายหลังชาวบ้านจึงได้ช่วยกันสร้างเป็นแนวสันเขื่อนหินขึ้นมาเป็นถนนอย่างถาวร พอเราเข้ามาในวัดก็เลยจะเป็นถนนยาวๆ ที่สองข้างทางเป็นทะเลอ่าวไทย มีต้นสนอยู่เป็นช่วงๆ จากตรงนี้เราก็สามารถมองเห็นองค์พระใหญ่แล้วค่ะ
    เสียดายวันที่ไปถ่ายพอมาถึงตรงนี้ฝนเริ่มตั้งเค้าแล้ว ฟ้าเลยมืดและสีทะเลเริ่มหม่น ปกติมาตรงนี้ช่วงเย็นๆที่พระอาทิตย์กำลังมีแดดอ่อนๆ บรรยากาศจะชิวมากก ใครมีโอกาสแวะมานะคะ เป็นวัดที่เราว่าสามารถพาครอบครัวมาทำบุญและมาเที่ยวได้ในตัวเลย
Samui 45
 เข้ามาถึงโซนวัดจะมีเจ้าหุ่นยนต์เหล็กมารอรับ.. ไม่ใช่! เจ้าหุ่นยนต์เหล็กนี่เป็นหนึ่งในของที่ระลึกของเกาะสมุยที่ชาวต่างชาติให้ความสนใจค่ะ(ส่วนใหญ่จะมาถ่ายรูป) จะเห็นว่ารอบๆก็เป็นร้านขายของที่ระลึกที่เยอะมากก
Samui 46
 ซึ่งบริเวณวัดนี้ นอกจากจะมีของที่ระลึกขายเยอะแล้ว จะมีทั้งรถสองแถว และแท๊กซี่ คอย Stand by ค่ะ เพราะนักท่องเที่ยวมาสักการะองค์พระใหญ่กันเยอะ
Samui 41

องค์ “พระใหญ่” หรือ “พระพุทธโคดม”ที่ถึงแม้ว่าไม่ใช่พระพุทธรูปโบราณ แต่พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์สีเหลืองทองขนาดใหญ่องค์นี้ก็สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 โดยมีขนาดหน้าตักกว้างถึง 5 วา 9 นิ้ว และสูง 6 วา นับเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดของภาคใต้ เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนชาวสมุย รวมถึงได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมากค่ะ

ก่อนขึ้นไปกราบสักการะก็จะมีผ้าคลุม และผ้าถุงให้เปลี่ยน เพราะนักท่องเที่ยวทั้งหญิงแท้และหญิงเทียมบางคนที่มาเที่ยวอาจแต่งกายไม่สุภาพ ที่บอกว่าทั้งหญิงแท้และหญิงเทียมก็เพราะว่าผ้าที่ให้เปลี่ยนนี้มีป้ายบอกว่าสำหรับทั้ง Lady และ Lady Boy เลยหละ  ส่วนค่าเปลี่ยนก็แล้วแต่ศรัทธาบริจาคค่ะ

Samui 43

ทางเดินขึ้นไปสักการะพระใหญ่จะเป็นบันไดพญานาคขึ้นไปกว่า 60 ขั้น ซึ่งก่อนจะขึ้นวัดพระใหญ่ปกติทางวัดจะไม่อนุญาตให้สวมรองเท้าขึ้นไปบริเวณองค์พระค่ะ แต่ในช่วงกลางวันที่มีแดดแรงๆอย่างช่วงเวลา 10.00-15.30 น. ซึ่งพื้นกระเบื้องด้านบนจะร้อนมาก ทางวัดก็จะอนุโลมให้สวมรองเท้าขึ้นไปได้ ส่วนนอกเหนือจากเวลานี้ไม่อนุญาตินะคะ

Samui 44

ซึ่งมุมมองจากวัดพระใหญ่มองลงมาจะเห็นวิวทิวทัศน์ของวัดค่ะ ซึ่งเมื่อไปสักการะบนองค์พระใหญ่แล้วจะเหมือนกับดอยสุเทพที่ มีระฆังกับระเบียงรอบ หากมองลงมาจากในมุมอื่นๆก็จะได้เห็นสมุยจากมุมสูง ในมุมมองที่แตกต่างกันค่ะ
 ทิศตะวันออก
     Zone 3 : ฝั่งตะวันออกของเกาะ เดินทางมาถึง Zone ที่ 3 ของเกาะกันแล้ว ฝั่งนี้ต้องยกให้พระเอกคือ หาดเฉวง ที่มีพื้นที่กินทั้งฝั่งตะวันออกของเกาะค่ะ มีความยาวของหาด 6-7 กิโลเมตร ซึ่งหาดเฉวงเป็นหาดที่ยาวและสวยที่สุดบนเกาะสมุย โดยแบ่งออกเป็น 4 ช่วงคือ หาดเฉวงเหนือ หาดเฉวงกลาง หาดเฉวงใต้ และหาดเฉวงน้อย
      จุดเด่นของหาดเฉวงคือมีทรายที่ขาวสะอาด เนื้อละเอียดและมีชายหาดที่ยาว นักท่องเที่ยวจึงชอบมาเล่นน้ำที่นี่ ส่งผลให้หาดเฉวงเป็นหาดที่เจริญ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากที่สุดบนเกาะ ใกล้ชายหาดมีที่พัก ร้านอาหาร Beach Bar สปาและนวดแผนไทย สถานบันเทิงต่างๆ รวมทั้งมีกิจกรรมมากมายรองรับนักท่องเที่ยว เช่น สนามโกคาร์ท บันจี้จัมพ์  ส่วนราคาของสินค้าและบริการหน้าหาดก็แพงโหดไม่เบานะคะ เพราะส่วนใหญ่จะตั้งราคามาเพื่อชาวต่างชาติ
       แต่สำหรับใครที่อยากมาพักอาศัยแถวนี้ก็อย่าเพิ่งตกใจไปนะคะ เพราะนอกจากพื้นที่บริเวณหาดแล้ว ถนนสายรองหลังหาดก็ยังมีความอุดมสมบูรณ์มีทั้งตลาด ร้านขายของ โรงพยาบาล มีพรุเฉวง ที่เป็นที่ออกกำลังกายสาธาณะเพื่อประชาชน มีร้านขายอาหารราคาไม่แพง ที่รองรับการอยู่อาศัยของคนในพื้นที่เกาะสมุยและนักท่องเที่ยวที่มาอยู่ยาวด้วยค่ะ
        โดยเส้นทางที่เราพาไปจะเริ่มจากถนนเลียบหาดเฉวงพาไปดูบรรยากาศของถนนเลียบหาดเฉวงที่มีทั้งรีสอร์ท ร้านอาหาร แวะไปพรุเฉวงที่เป็นสถานที่ออกกำลังกายของคนบนเกาะสมุย จากนั้นก็พาไปลงหาดเฉวงดูบรรยากาศของหาดทั้งตอนกลางวันและกลางคืนจนสุดทาง จากนั้นแล้วเลี้ยวเข้าถนนทวีราษฏร์ภักดี หรือถนนรอบเกาะไปดูบรรยากาศชุมชน จากนั้นก็พาไปดูตลาดแหลมดินที่มีอาหาร และเครื่องอุปโภคบริโภคของคนในพื้นที่ที่มีขายเยอะมากราคาเบาๆ จากนั้นพาไปดูยังถนนแหลมดิน ที่เส้นทางนี้จะเป็นสถานบันเทิงในตอนกลางคืน และมี”ผับเรกเก้” ซึ่งบนถนนสายนี้จะมีบันจี้จัมพ์และสนามโกคาร์ทให้เล่นกันด้วยค่ะ
Hof 1
เรามาสตาร์ทกันที่ถนนเลียบหาดเฉวงค่ะ ถนนเส้นนี้ก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างเยอะ จากต้นทางซ้ายมือจะเป็น Dusita Spa ซึ่งเป็นสปาและนวดแผนไทยที่ค่อนข้างครบวงจร ราคาตั้งแต่ 350 – 18,000 บาท เลยทีเดียวค่ะ มีหลายสาขาในหาดเฉวงและที่บ่อผุดก็มี
ส่วนฝั่งขวามือเป็นร้านห้องเล็กๆ ตั้งแต่ ร้านสัก ร้านขายยา ไปจนถึงร้านขายกางเกงมวยไทย ซึ่งชาวต่างชาตินิยมซื้อไปเป็นของฝากกลับบ้านกันค่ะ
Hof 2
ใกล้ๆกันเป็น “เมืองสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา”ค่ะ ที่จะมีทั้งที่หาดเฉวง และที่หาดเชิงมนด้วยค่ะ
Hof 3
ซึ่ง “เมืองสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา” จะมีสองฝั่งคือฝั่งซ้ายมือเป็นรีสอร์ท ติดริมหาดสมุย ส่วนฝั่งขวามือที่เราเห็นเป็นเรือนั้นคือ Bar and Reataurant ของเมืองสมุย รีสอร์ทค่ะ โดยส่วนตัวเราชอบเพราะบรรยากาศดี กลมกลืนกับธรรมชาติ ตามคอนเซปต์ของรีสอร์ทเมืองสมุยเค้า
Hof 4
ถัดมาทางซ้ายมือนี้เป็นรีสอร์ทเหมือนกัน ส่วนทางฝั่งขวามือนี้เป็นซุ้มร้านขายของ มีหลายอย่างทั้งของฝาก ของที่ระลึก อุปกรณ์เล่นน้ำ กระเป๋า เป้ เสื้อผ้าค่ะ
Hof 5
คลีนิคทันตกรรมก็มี เพราะชาวต่างชาติที่เดินทางมาเมืองไทยเพื่อมาทำฟันก็เยอะค่ะ บางคนมาเที่ยวก็ถือโอกาสทำฟันซะเลย ราคาก็ชาวต่างชาตินะ สำหรับโซนนี้ ส่วนขวามือเป็นร้านขายแว่นตาค่ะ
Hof 7
EXCHANGE เคาท์เตอร์แลกเงินก็มีให้เลือกอยู่ตลอดทั้งเส้นทางค่ะ เพราะชาวต่างชาติเยอะจึงจำเป็นมาก มี Family Mart, ร้านขายยา,ร้านสัก, ร้านอาหาร
มีร้าน The Coffee Club ซึ่งเป็นทั้งร้านอาหารและร้านกาแฟ ที่เป็นสาขามาจากออสเตรเลียค่ะ สนนราคาค่ากาแฟเริ่มที่ 75-165 บาท ส่วนอาหารมีทั้งแบบฟิวชั่น อาหารฝรั่งและอาหารไทยราคาเริ่มที่ 90 – 600 บาท  ค่ะ เวลามาเสิร์ฟทีนึงจะได้ที่ใหญ่นะคะ ตามไซด์ชาวต่างชาติ เราเคยไปกินทีนึงสั่งมาแค่อย่างเดียวก็แน่นแล้ว55 แต่ก็แล้วแต่ความจุของกระเพาะคนนะ
Hof 8
ทางฝั่งขวามือเราจะเห็นร้านเช่าสูท และตัดชุดราตรี ซึ่งมีให้เห็นอยู่ตลอดเส้นทางเลยค่ะ เพราะชาวต่างชาติเวลามาเมืองไทยก็มักมาตัดสูทและชุดราตรีกลับไปเพราะราคาถูกและฝีมือปราณีตกว่าบ้านเค้ามาก รวมทั้งหลายท่านที่มาที่นี่นอกจากท่องเที่ยวแล้วยังจะมีผู้ที่มาทริปสัมนา ประชุม หรือจัดเลี้ยงที่นี่ ดังนั้นร้านตัดสูทและชุดราตรีจึงจำเป็นค่ะ ที่ติดกันก็จะเป็นสปาและนวดแผนไทย และแฟมิลี่ มาร์ท ส่วนฝั่งซ้ายมือจะเป็นร้าน Tattoo และบริษัทนำเที่ยวค่ะ
samui (4)
พูดถึงบริษัทนำเที่ยวแล้วก็ขอเอ่ยถึงนิดนึง บริษัทนำเที่ยวจะมี 2 แบบ ทั้งแบบที่มีคอมพิวเตอร์พร้อมอินเตอร์เนทไว้ให้บริการ และแบบไม่มี ซึ่งถ้าใครต้องการใช้อินเตอร์เนทที่บริษัทนำเที่ยวเหล่านี้ส่วนใหญ่จะคิดค่าบริการนาทีละ 1 บาทนะคะ (เฉพาะร้านบริเวณถนนเลียบหาดเฉวงนะ ส่วนหาดอื่นต้องลองสอบถามกันดู ราคาส่วนใหญ่จะตั้งแล้วแต่ความพอใจของร้าน แต่ส่วนใหญ่จะไม่สูงไปกว่านี้แล้วค่ะ)
 Hof 10
อีกอย่างคือร้านสปาและร้านนวด ที่สมุยมีให้เลือกเยอะมากค่ะ มีทั้งแบบ Club Spa เช่นการนวดน้ำมัน เซาว์น่า อบไอน้ำ นวดไทย นวดสมุนไพร และแบบ Medical Spa ที่ไปในเชิงการแพทย์ นอกจากนี้ยังมี โยคะ วารีบำบัด การทำสมาธิ ซึ่งเปิดเป็นคลาสให้เข้าไปเรียนและบำบัดกันได้ค่ะ
ซึ่งสปาเหล่านี้จะมีทั้งแบบเป็นชั่วโมง และเป็นแพคเกจ  สามารถเลือกได้ตามใจชอบและระดับราคาค่ะ
Hof 11
ไม่ไกลกันมี Tops Daily สามารถไปจับจ่ายซื้อของกันได้
Hof 12
ตรงถนนเลียบหาดนี้มี Central Festival ที่มาเปิดได้ไม่นาน เป็นห้างสรรพสินค้ากึ่ง Community Mall ขนาดใหญ่ที่เรียกความึกคักให้โซนนี้เพิ่มขึ้นมากค่ะ
Hof 14
 ถัดมามีร้านไอศกรีม Haagen-Dazs, Seven Express 24 hr. ฝั่งตรงข้ามเราจะเห็นรถขนน้ำของ “พรหมเจริญน้ำจืด” ซึ่งอย่างที่ได้กล่าวไว้ตอนพาไปหาดลิปะน้อยว่า ที่เกาะสมุยนี้ บางที่ยังใช้บริการขนส่งน้ำจืดกันอยู่ค่ะ ซึ่งจริงๆที่เฉวงมีน้ำประปาใช้แล้ว แต่บางที่อย่างรีสอร์ทมีการใช้น้ำจำนวนมากต่อวัน ดังนั้นรีสอร์ทเเหล่านี้จึงต้องมีน้ำไว้สำรองด้วยค่ะ
Hof 13
เลยมาหน่อยมี ATM และเคาน์เตอร์แลกเงินของธนาคารกสิกรไทย ฝั่งขวามือเป็นร้านอาหารอินเดีย
 Hof 15
ถัดมาเราจะเจอร้าน Mcdonalds ซึ่งสาขานี้เปิด 24 ชม. ถัดไปเป็น Pizza Company ตรงข้ามกันเป็น Subway โซนนี้กลางคืนจะมีชาวต่างชาติมานั่งไม่ขาดสาย
Hof 16
เพราะเมื่อแดดร่มลมตก ก็จะเริ่มมีเต้นท์อาหารทะเล มาตั้งข้างหน้าแบบนี้ เวลานี้เป็นช่วงเกือบๆหกโมงเย็นแล้วค่ะ
Hof 17
ฝั่งตรงข้ามกันเป็นร้าน  Tropical Murphys ที่คงไม่ต้องบอกว่าขายอะไร
Hof 18
บรรยากาศยามเย็นค่อนข้างชิวค่ะ ร้านอาหารต่างๆรวมทั้งรีสอร์ทจะนำของมาตั้งวางขายกันแบบนี้ หน้านี้เป็น Low Season คนไม่ค่อยเยอะ เราเลยเดินได้ชิวๆดี
Hof 19
นี่ก็มี Thai Food, Sed Food, Pizzas, Pastas, Steak แบบออสเตรเลีย รวมทั้งคอกเทลล์แบบสั่งได้ พนักงานเฟรนด์ลี่ดีค่ะ เรายกกล้องแชะภาพปุ๊บ น้องเค้าชูสองนิ้วทันทีเลย ^^
Hof 20
ตามทางนี่เราจะเห็นป้ายโฆษณามวยไทยเยอะมากก ระหว่างที่เดินอยู่ก็มักจะมีเสียงรถโฆษณาดังแว่วมาอยู่เนืองๆ
Hof 21
เยื้องๆกันมีร้านขายของที่ระลึก Super-Mart Souvenir ร้านค่อนข้างใหญ่ค่ะ
Hof 22
ข้างในร้านก็จะแบ่งโซนขายทั้งเครื่องอุปโภคบริโภค และของที่ระลึก ซึ่งมีทั้งรูปปั้นโชว์ งานไม้ แบบไทยๆ อย่างระฆังอันเล็กๆภาพล่างซ้ายมือ ราคาตกอันละ 1200 บาททีเดียว ราคาก็ไม่ค่อยเล็กมากเท่าไหร่
Hof 23
รถเข็นขายโรตี จะพบอยุ่เยอะมากก บนเกาะสมุย
Hof 24
เดินไปอีกนิดจะเจอ The Library Resort เป็นบูติกรีสอร์ทที่ออกแบบโดยใช้คอนเสปต์ของการนำรีสอร์ทมาผสมผสานกับห้องสมุด มีความชิคอยู่ในตัวอย่างเช่น การตั้งชื่อแต่ละห้องว่า Page 1 (ห้อง 1), Page 2 (ห้อง 2) มีสระว่ายน้ำที่หน้าหาดทาพื้นสีแดง ทำให้สระว่ายน้ำที่นี่ดูเป็นสระว่ายน้ำสีแดง และมีตัว Mascot เป็นเจ้าตัวที่ชอบนั่งอ่านหนังสือสีขาว ที่จะชอบไปนั่ง-นอน อ่านหนังสืออยู่หลายๆมุมในรีสอร์ท
ตรงที่ติดถนนเลียบหาดนี้ก็จะเป็นส่วน Bar ที่นั่งชิวค่ะ
Hof 25
ตรงข้ามกันก็จะมีร้านขายเครื่องประดับจำพวก ข้อมือ ข้อเท้า กำไลข้อมือ กระเป๋าสไตล์พื้นเมือง
Hof 26
ถัดไปจะเจอ CHAWENG NIGHT MARKET ที่เปิดตั้งแต่ 17.00 – 24.00 น. ที่นี่จะขายอาหารหลากหลายและมีดนตรีเปิดให้ฟังค่ะ ด้านบนทางเข้านี้เป็น Fitness ชื่อ Star Gym
Hof 27
ระหว่างทางเราแอบดูเค้ากำลังสักกันสดๆเลยยยย
Hof 28
เดินออกมาปุ๊บจะเห็นสองข้างทางเป็นร้านขายอาหาร
Hof 29
โดยมีอาหารขายล้อมรอบ และที่นั่งอยู่ตรงกลาง มีทั้งร้านขายน้ำผลไม้ปั่น ร้านขายอาหารทะเล บาร์บีคิว อาหารตามสั่ง ผัดไทย อาหารอีสานก็มีแน่ะ
Hof 30
ร้านขายมันฝรั่งแบบเกลียว ร้านขายแฮมเบอร์เกอร์ หรือร้านขายคอกเทลล์ผสมก็มี ด้านหลัง CHAWENG NIGHT MARKET นี้เป็นวิวน้ำด้วย เดี๋ยวเราเดินออกไปดูกันดีกว่าค่ะว่าคืออะไร
Hof 31
 ซึ่งพอเดินออกมาปุ๊บเราจะเจอกับสวนพรุเฉวงค่ะ ซึ่งเป็นสวนสาธารณะรอบอ่างเก็บน้ำ อีกฝั่งหนึ่งของน้ำที่เราเห็นนั้นคือ ผับเรกเก้ ที่เดี๋ยวเราจะพาไปดูในช่วงท้ายค่ะ
Hof 32
สวนพรุเฉวงนี้ ยามเย็นจะมีคนในชุมชนมาออกกำลังกายกันเยอะค่ะ
Hof 33
พื้นที่เลนที่ให้วิ่งค่อนข้างกว้าง จึงวิ่งกันได้สบายๆ ถ้าร้อนก็แวะพักใต้ต้นไม้ใหญ่ที่คอยให้ร่มเงา
Hof 34
นอกจากการวิ่งแล้ว ยังมีพื้นที่ที่มีการรวมกลุ่มเล่นโยคะกันด้วย
Hof 35
มีลานประกอบกิจกรรม รวมทั้งตั้งเต้นท์จัดงานต่างในช่วงที่มีงานเทศกาลต่างๆ
Hof 36
เราเดินขึ้นบันไดมา ก็เจอกลุ่มแอโรบิกกลุ่มใหญ่ กำลังเต้นออกกำลังกายค่ะ ทางซ้ายมีก็มีเครื่องเล่นให้เลือกเล่นหลากหลาย
Hof 37
ส่วนฝั่งตรงข้ามถนนก็มีสนามบาสสาธาณะที่คนเล่นกันเต็มทุกสนามเลย
Hof 38
จากพรุเฉวงเราจะพาเดินกลับไปยังถนนเลียบหาดเฉวง ซึ่งทางนี้จะมีทางเดินเพื่อลงหาดได้ด้วยค่ะ
Hof 39
เดินกลับมายังถนนเลียบหาดปุ๊บ เราเจอ CHAWENG WALK อยู่ฝั่งตรงข้าม
Hof 40
เข้ามาปุ๊บเราจะเจอกับรูปปั้นลิงต้อนรับอยู่ บรรยากาศยังเงียบๆไม่ค่อยมีคนค่ะ ซึ่งวันที่คึกคักของที่นี่จะเป็นคืนวันเสาร์ ที่จะมี “ถนนคนเดิน” ที่จะมีของมาตั้งขายกันเยอะ
Hof 41
ฝั่งขวามือจะเป็นโซฯ Night Market ซึ่งเป็นส่วนของร้านขายของ
Hof 42
ส่วนใหญ่เป็นของที่ระลึก ของฝาก และของตกแต่ง อย่างเสื้อร้านลิงสมุย เป็นเสื้อสกรีนลวดลายต่างๆที่เกี่ยวกับสมุย เหมาะกับซื้อเป็นของฝาก, ร้านขายน้ำมันหอม เครื่องหอม รวมทั้งกระเป๋า, Magnet ติดตู้เย็น รวมทั้งร้านขายภาพวาดงานฝีมือก็มีค่ะ
Hof 43
ส่วนอีกด้านเป็น Food Market ขายอาหารค่ะ
Hof 44
พอเดินออกมาก็จะเป็นทางเดินลงหาด ที่สองข้างทางเป็นร้านอาหารและ Playground สำหรับเด็ก
Hof 46
ทางลงค่อนข้างหวานแหวว เป็นรูปหัวใจ เขียนว่า “CHAWENG BEACH, KOH SAMUI” ค่ะ ถ้าจะลงหาดก็ลงทางนี้นะคะ
Hof 47
 พอลงมาที่หาด บรรยากาศค่อนข้างดี ร้านอาหารวางที่นั่งริมทะเลไว้ให้หลากหลายรูปแบบค่ะ ซึ่งบรรยากาศของแต่ละจุดจะแตกต่างกันไปตามการตกแต่งของร้านริมหาดนะคะ
ซึ่งมองไปข้างหน้า มีของเครื่องเล่นเป่าลมริมทะเลด้วย ส่วนทางด้านซ้ายมือก็เป็นเครื่องเล่นปีนเขาแบบเป่าลมให้เล่น
Hof 48
บรรยากาศของหาดเฉวงยามเย็น ร้านแต่ละร้านริมหาดจะตกแต่งร้านด้วยแสง สี เสียงกันสุดๆ บรรยากาศยามค่ำของหาดเฉวงจึงไม่เคยเงียบเหงา แม้ช่วงนี้อาจจะดูเหงาๆเล็กน้อยเพราะเป็นช่วง Low Season
Hof 49
อย่างเช่นริมหาดตรง Chaweng Walk นี้ก็เปิดเพลงเบาๆ รวมทั้งตกแต่งไฟด้วยบรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติกค่ะ
Hof 50
เราพากลับมาที่ถนนหาดเฉวงในตอนกลางวันกันต่อ (นั่งไทม์แมชชีนมาเลยทีเดียว :D) ซึ่งถัดจาก Chaweng Walk เราจะพบกับโอโซ่ เกาะสมุย โรงแรมน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน เยื้องๆกันเป็นร้าน FINDIG ร้านขายกระเป๋าและรองเท้าที่ลักษณะคล้ายๆกับเอกอุดม มีโปรโมชั่นส่วนลดตลอดทั้งปี ข้างๆกันเป็น Family Mart ค่ะ
Hof 51
ร้านอาหารไทยและอาหารฟิวชั่นเพื่อสุขภาพบนเกาะสมุยที่เปิดมานานกว่า 10 ปี แต่ความนิยมไม่เคยตก เพราะยิ่งนานวันยิ่งมีลูกค้าประจำเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ชื่นชอบทั้งรสชาติอาหารและบรรยากาศของร้าน ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างเรือนปั้นหยาแบบทางใต้และสไตล์บ้านบาหลีของอินโดนีเซีย เมนูฟิวชั่นเด่นๆ ต้องปูนิ่มราดซอสมะม่วง ส่วนเมนูไทยที่ลูกค้านิยมสั่ง คือ แกงคั่วสับปะรดกุ้ง เด็ดที่รสเปรี้ยวหวานของเนื้อสับปะรดและความหวานของกะทิ ข้าวเปล่าของที่นี่ก็เสิร์ฟมาทั้งข้าวหอมมะลิและข้าวกล้องมาในถ้วยเดียวกันค่ะ
Hof 52
ถัดมาจะเป็นซนรีสอร์ทซะเป็นส่วนใหญ่ อย่าง Buri Rasa Resort ที่มีอยู่ทั้งที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน
Hof 53
ใกล้ๆกันเป็น Banana Fan Sea Resort
Hof 54
 ถัดมาจะเป็นทางแยก ซึ่งตรงนี้จะสุดทางถนน One Way แล้วค่ะ ตรงนี้เลี้ยวขวาไปพรุเฉวง ส่วนเลี้ยวซ้ายจะเป็นทางลงหาดสาธารณะเฉวง ซึ่งต้นทางเป็นห้างทองเยาวราชและฝั่งตรงข้ามจะมี Family Mart ซึ่งสะดวกดีสำหรับคนจะไปนั่งเล่นที่หาด สามารถซื้อของใช้หรือของกินก่อนเข้า-ออกหาดได้
และเพื่อประโยขน์แก่สาธารณะ เมื่อรับประทานเสร็จแล้ว ขยะในมือท่านก็ลงถังเถอะนะคะ 😀
Hof 60
เราเลี้ยวขวามาเข้าหาด ซึ่งจะมีป้าย “ทางลงหาดสาธารณะเฉวง CHAWENG BEACH” ซึ่งทางลงหาดนี้เป็นทางลงหาดเฉวงที่ใช้กันมายาวนานแล้วค่ะ
Hof 56
 เข้ามาที่ทางเข้าหาดสาธารณะก็จะเป็นทางเข้าของ Le Paradise Resort ด้วย ซึ่งฝั่งตรงข้ามรีสอร์ทนี้อนุญาติให้จอดรถได้
Hof 61
เดินเข้ามาเราจะเจอรถขน เจ็ทสกี ด้วย
Hof 62
 มองไปทางขวามือจะเห็นซุ้มขายน้ำ ที่มีเสื่อไว้บริการขายด้วย ตรงนี้มีป้ายสีเหลืองเตือน”โปรดระวัง! อย่าปล่อยบุตรหลานเที่ยวทะเลตามลำพัง” เพราะคนที่ประสบอุบัติเหตุมีค่อนข้างมากค่ะ
 Hof 59
 เดินออกมาที่หน้าหาด เราจะเห็นทางทรายเป็นรอยแบบนี้ ซึ่งเป็นปกติทุกวัน เพราะเป็นทางรถลากเจ็ทสกีลงน้ำค่ะ
Hof 65
หาดเฉวงเป็นหาดทรายสีขาว ความยาวของชายหาดประมาณ 6-7 กิดลเมตร พื้นที่ตั้งแต่แนวชายหาดไปจนถึงขอบฝั่งที่เป็นพื้นปูนค่อนข้างกว้าง และลาดลง น้ำตรงแนวชายหาดค่อนข้างตื้น ใครว่ายน้ำไม่เป็นก็เล่นน้ำได้สบายๆค่ะ
Hof 63
เนื้อทรายของหาดเฉวงจะละเอียดมาก ทรายเป็นสีขาวละเอียดไปจนถึงขอบแนวชายหาด จึงเป็นหาดที่นักท่องเที่ยวนิยม เพราะหาดที่มีทรายขาวละเอียดนอกจากจะช่วยเรื่องทัศนียภาพแล้ว เวลาที่เราย่ำเท้าลงบนผืนทรายก็จะให้สัมผัสที่ดี และจะยิ่งดีมากเวลามาวิ่งออกกำลังกายริมหาด
Hof 64
 น้ำทะเลของหาดเฉวงค่อนข้างใสค่ะ เห็นผืนทรายด้านล่างเลย
Hof 58
เนื่องจากเป็นหาดสาธารณะ หาดที่นี่จึงมักจะเต็มไปด้วย Day Bed ริมหาดอยู่ในหลายจุดไปตลอดแนวหาด มีทั้งของรีสอร์ทและของเอกชนตั้ง Day Bed ให้เช่า
 Hof 66
 นอกจากนี้ยังมีคนเดินขายของกันหลากหลาย ทั้งห่วงยางเป่าลม, เครื่องประดับ, เสื้อผ้า, ข้าวโพดปิ้งหรือจะไก่ย่างส้มตำก็มีค่ะ
Hof (1)
นอกจากนี้ยังมีไอศกรีมวอลล์ ซึ่งจะมีคนแบกตู้ไอศกรีมเล็กๆ พร้อมป้ายราคา ซึ่งราคาไอศกรีมวอลล์หน้าหาดนี่ราคาจะอัพราคาหน่อยนะคะ เช่น Magnum จากปกติอันละ 40 บาท หน้าหาดขาย 100 บาท, Cornettoจากปกติอันละ 25 บาท หน้าหาดขาย 70บาท ค่ะ
ซึ่งปกติเนี่ยจะมีพี่คนนึงที่เราจะเห็นเค้าบ่อยๆ เค้าจะมากับตู้ไอศกรีมพร้อมป้ายราคา กับบทเพลงแนวอีสานสู้ชีวิต และเพลงประจำคือ “Ice Cream for you, Ice Cream for you good good for you..May be good for her too..”
https://www.youtube.com/watch?v=wdi06iw7Xj8
เชื่อว่าชาวต่างชาติที่มาเที่ยวหาดเฉวงคงประทับใจ จนอัดลง Youtube เลยทีเดียว ดูคลิปพี่เค้าได้ในนี้เลยค่ะ (ดูจนถึงช่วงท้ายนะคะ เพลง Ice cream for you จะมาา)^^
Hof 57
 นอกจากนี้ บริเวณชายหาดเฉวงยังมีศาลาคอย ที่มีรูปปั้นของรัชกาลที่ 5 ที่เป็นที่เคารพสักการะของผู้คนบริเวณหาดเฉวงนี้ค่ะ
Hof 55
 ออกจากหาดมาก็จะเจอรีสอร์ทสลับกับร้านขายของเรื่อยๆ ตรงนี้เป็น Synergy Samui เป็นรีสอร์ทที่ทางเข้ามีความโดดเด่นที่เค้าปล่อยที่ว่างด้านหน้าให้เป็นสนามหญ้าโล่งๆ เท่ดีคะ
Hof 67
ถัดมาข้างทางก็ยังเป็นรีสอร์ท และอาคารพาณิชย์ที่จะมีทั้งบริษัทท่องเที่ยว ร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ ร้านนวดค่ะ ทางนี้มีฟุตบาทความกว้างขนาดกลางๆพอเดินได้
Hof 68
ถัดมาจะมีอาคารพาณิชย์ 3  ชั้นซึ่งจะมีทั้งคลีนิค สปา และร้านขายยาค่ะ
Hof 69
 ระหว่างทางด้านซ้ายมือก็จะเป็นรีสอร์ทเกาะแนวชายหาด ซึ่งพอเลี้ยวข้างหน้าก็จะเริ่มเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยแล้วค่ะ
Hof 77
สองข้างทางก็จะเริ่มเป็นอาคารพาณิชย์ บ้านพักอาศัย ถ้าแยกขวามือจะสามารถไปถนนหาดงามได้
Hof 78
ตรงไปอีกด้านขวามือจะเห็นป้ายโครงการ The Bleu Condominium
samui (5)
The Bleu Condominium  เป็นคอนโด Low Rise 4 ชั้น สไตล์ Tropital Modern มีทั้งหมด 67  ยูนิต และมีแบบให้เลือก 3 Type คือ Studio, 1 Bedroom และ 2  Bedroom ขนาดตั้งแต่ 35.5-70 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 2.44 ล้านบาท หรือตารางเมตรละประมาณ 72,957 บาท
Hof 79
ตรงมาทางซ้ายมือจะเป็นบ้านพักอาศัยและร้านขายอุปกรณ์ตกปลา ส่วนทางขวามือเป็น Chaweng Samui Village อาคาร Community Mall เล็กๆ ที่ตอนนี้กำลังเปิดให้เช่าพื้นที่อยู่ ยังไม่มีร้านค้ามาลงมากนักค่ะ
Hof 80
ตรงมาสุดทาง เราจะเจอทางแยกที่มาเจอถนนทวีราษฎร์ภักดี ซึ่งเป็นถนนรอบเกาะนั่นเองค่ะ หากเลี้ยวซ้ายจะสามารถไปหาดละไมได้ ส่วนถ้าเลี้ยวขวาจะไปบ่อผุดได้ เดี๋ยวเราจะเลี้ยวขวาไปดูชุมชนที่ถนนเส้นนี้กันค่ะ
Hof 81
พอเลี้ยวมาเราจะเห็นโรงพยาบาลกรุงเทพสมุย
Hof 82
บรรยากาศถนนเส้นนี้ค่อนข้างเป็นชุมชน ที่คนพื้นที่เกาะสมุยอาศัยอยู่กันเยอะค่ะ ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพแตกต่างกันไป มีทั้งร้านขายอาหาร ร้านขายยา  ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง ขายสินค้าและบริการต่างๆเพื่อการอุปโภคบริโภค รวมทั้งมีร้านสะดวกซื้อ แฟมิลี่มาร์ท ปั๊ม ปตท. ซึ่งล้วนเป็นสถานที่อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันค่ะ
Hof 71
ตรงนี้ก็เป็นอาคารพาณิชย์ มีร้านขายยา ร้านเช่ารถ
Hof 72
มาถึงตรงนี้จะเป็นทางแยกที่สามารถเลี้ยวขวาไปหาดเฉวงได้ค่ะ ตรงบริเวณแยกนี้ จะมีธนาคารกรุงศรีอยุธยา รวมทั้งที่จำหน่ายตั๋วรถของบริษัทสมบัติทัวร์ค่ะ ซึ่งสามารถซื้อตั๋วสมุย-กรุงเทพ ได้ที่นี่ ซึ่งทุกวันจะมีรถตู้มาจอดรอรับคนตามรอบรถ ในช่วงเวลาเช้า และตอนบ่ายซึ่งพอรวมกับรถที่เข้า-ออกทางแยกแล้ว ทำให้บริเวณนี้มีการจราจรติดขัดเป็นบางช่วงของวันค่ะ
ซึ่งถนนเส้นที่เลี้ยวไปนั้นจะเป็นชุมชนที่มีตลาด มีของพื้นเมือง เสื้อผ้า รวมทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคที่ราคาเบาๆ คนพื้นที่จะไปจับจ่ายซื้อของยังถนนเส้นนี้ ซึ่งเดี๋ยวเราจะพาเลี้ยวขวาเข้าไปดูบรรยากาศกันนะคะ
1
เข้ามาในซอยนี้จะเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น บรรยากาศโดยรอบเป็นชุมชนคนพื้นที่เกาะสมุยค่ะ
2
ตรงนี้มีร้านข้าวแกงหัวโค้ง นครศรีฯ ร้านนี้ขายอาหารปักษ์ใต้สไตล์นครศรีธรรมราช แบบซื้อกลับบ้าน ข้าวราดแกง 1 อย่าง 30 บาท ราดแกง 2 อย่าง 40 บาท ราคาเบาๆ
3
ถัดมาก็จะมี 7 Eleven ตั้งอยู่ใกล้กันถึง 2 ที่ และเป็นพื้นที่ตลาดดาว ขายทั้งอาหารคาว-หวาน ผลไม้ค่อนข้างคึกคักค่ะ
 5
ขับมาเรื่อยๆจะเจอทางแยก หากเลี้ยวขวาจะไปสวนพรุเฉวง สวนสาธารณะที่เราพาไปเดินเล่นกันมาแล้ว มองตรงไปจะเป็นสถานีตำรวจ ส่วนเราจะตรงไปที่ถนนแหลมดิน หรือ”ซอยเรกเก้”ตามความเข้าใจของคนพื้นที่ค่ะ
7
พอเข้ามาที่ถนนแหลมดินก็จะเจอ  7 Eleven ใหญ่อีกที่ อยู่ตรงข้ามสถานีตำรวจ
6
ซึ่งขอมองย้อนกลับไปนิดนึง แยกนี้จะมี Tesco Lotus Express และข้างๆกันเป็นสนามมวย เพชรบัญชาสมุย ที่เปิดมากว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีสำหรับชาวต่างชาติที่ชอบมวยไทย จะมีการชกกันทุกวันพุธ เสาร์ เริ่มตั้งแต่เวลา 21:00 น.เป็นต้นไปค่ะ
9
เข้ามาดูในซอยกันต่อ บรรยากาศด้านในก็จะมีทั้งร้านอาหาร บาร์ ร้านเช่ารถ Family Mart สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
10
เข้ามาลึกขึ้น ตลอดแนวก็จะมีร้านที่เป็นผับ บาร์เล็กๆ ที่มีลักษณะเป็นร้านชั้นเดียว เรียงรายอยู่เยอะมาก
11
ลึกเข้ามาอีกก็จะเป็นส่วนของ เรกเก้ผับ ที่บรรยากาศร้านทาสีสดใส ตกแต่งด้วยเครื่องดนตรีและธงเรกเก้ ร้านค่อนข้างใหญ่ และคึกคักมากในช่วงกลางคืน
12
ถัดไปเป็นสนามเล่นบันจี้จัมพ์ ทิวต้นมะพร้าวข้างหลังคงเป็น Scale เปรียบเทียบที่ดีมากว่า เจ้าเสาร์บันจี้จัมพ์นี้สูงขนาดไหน คนที่ชอบความท้าทายคงจะอยากมาลองเล่นสักครั้ง
13
ถัดไปทางซ้ายมือจะเป็นร้าน Camp Beer
14
ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นสนามโกคาร์ท “Easy Kart” ที่บรรยากาศล้อมรอบไปด้วยทิวต้นมะพร้าว ตอนเย็นๆแดดอ่อนๆแบบนี้ บรรยากาศดีมากๆเลยค่ะ
15
เข้ามา จะมีรถโฆษณาสนามโกคาร์ทแห่งนี้ด้วย ใครที่อยู่แถวหาดเฉวงคงจะคุ้นตากัน เพราะรถคันนี้จะขับออกไปโฆษณาบริเวณชุมชนรอบๆรวมทั้งบริเวณถนนหน้าหาดทุกวัน พร้อมด้วยหุ่นคนขับโกคาร์ทด้านบนที่สะดุดตา
16
พอเราเข้ามาข้างในก็จะเจอสนามโกคาร์ทขนาดใหญ่ทีเดียว ที่นี่มีสนามรองรับคนมาเล่นถึงสองสนาม ใครสนใจก็มาเล่นกันได้นะคะ ^^
    สรุป : เกาะสมุยเป็นเกาะที่ค่อนข้างเจริญ เดินทางเข้า-ออกเกาะได้ง่ายและหลายทาง รวมทั้งจากเกาะสมุยก็สามารถเดินทางไปยังเกาะอื่นๆใกล้เคียงอย่าง เกาะพะงัน เกาะเต่า และหมู่เกาะอ่างทอง ที่มีความสวยงามไม่แพ้กันได้ง่าย ความเจริญของสมุยในแต่ละที่นั้นก็แปรผันไปกับความสวยงามของชายหาดค่ะ เพราะยิ่งชายหาดมีความสวยงามมาก นักท่องเที่ยวก็จะยิ่งมาเที่ยวมาก ส่งผลให้สาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็มาตามไปด้วย
      ทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ ซึ่งโซนนี้จะเป็นโซนของท่าเรือใหญ่อย่างท่าเรือหน้าทอนและท่าเรือลิปะน้อย เป็นผลให้พื้นที่บริเวณนี้เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างฝั่งกับแผ่นดินใหญ่ ชายหาดฝั่งนี้คือ หาดลิปะน้อย หาดท้องยาง หาดหน้าทอน  หาดบางปอ เป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องมีการติดต่อข้ามฟากกับแผ่นดินใหญ่บ่อยๆ ชอบความคึกคัก ไม่ได้ยึดติดความสงบ
     ทางฝั่งทิศเหนือของเกาะ โซนนี้จะประกอบไปด้วยท่าเรือเล็กซึ่งมีท่าเรือที่สามารถพาไปยังเกาะใกล้เคียงอย่าง เกาะเต่า เกาะพะงัน หมู่เกาะอ่างทองได้ ชายหาดฝั่งนี้คือ หาดแม่น้ำ หาดบ่อผุด หาดบางรักจึง พื้นที่ที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศท่าเรือ มีการติดต่อไปยังเกาะเล็กเกาะน้อยบ่อยๆ ชอบโซนที่หาอาหารทะเลทานง่าย ค่าครองชีพกลางๆไม่สูงมาก ชอบหาดที่วิวสวย ไม่ได้เน้นเล่นน้ำมากนัก
     ทางฝั่งตะวันออกของเกาะ มีหาดเฉวงที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเกาะสมุย ซึ่งมีชายหาดยาวที่สุดในเกาะ บริเวณพื้นที่หน้าหาดมีทั้งร้านอาหาร สถานบันเทิง มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เป็นพื้นที่ที่ค่าครองชีพสูงเพราะหาดนี้เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ ราคาจึงเป็นราคาต่างชาติตามไปด้วย  แต่ในขณะเดียวกันพื้นที่ชุมชนหลังหาดเฉวงก็เป็นพื้นที่ที่หาของกินง่าย ราคาไม่แพง คา่ครองชีพไม่สูงมากและสาธารณูปโภคครบครัน จึงเหมาะกับคนที่ชอบพื้นที่ที่บรรยากาศคึกคัก เป็นโซนท่องเที่ยว ชอบหาดที่เล่นน้ำได้ วิวสวย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบค่ะ
samui (3)
ปิดท้ายด้วยบรรยากาศของชายหาดละไมให้ดูก่อนพอเป็นน้ำจิ้ม ติดตามกันได้ในมองหาทำเลน่าอยู่สมุยฉบับหน้านะคะ 😀