วันนี้จะพาไปชมห้องตัวอย่าง โครงการ The Collection เป็นคอนโด High Rise 41  ชั้น ตัวใหม่ล่าสุดของ Siamese Asset ตั้งอยู่ทำเลใจกลางเมืองในซอยสุขุมวิท 16 ใกล้รถไฟฟ้า Interchange BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท มองเห็นวิวทะเลสาบและสวนเบญจกิติได้ สำหรับห้องของที่นี่จะเน้นพื้นที่ใช้สอย และเด่นในเรื่องวัสดุใช้ของนำเข้า ตกแต่ง Fully furnished พร้อมอยู่ รวมถึงระบบระบายอากาศภายในห้อง จะเป็นอย่างไรไปรับชมกันค่ะ

Fact @ 26 December 2018

  • The Collection ( เดอะ คอลเลคชั่น )
  • บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด
  • ULTIMATE CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment ได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ซอยสุขุมวิท 16 เขตคลองเตย
  • อาคาร Low Rise อาคาร A สูง 7 ชั้น
  • คอนโด High Rise อาคาร B สูง 41 ชั้น
  • อาคาร A จำนวน 36 ยูนิต ร้านค้า 4 ยูนิต
  • อาคาร B จำนวน 443 ยูนิต ร้านค้า 3 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด n/a ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 271 คัน หรือคิดเป็น 60%
  • แบ่งเป็นระบบ Automatic Parking 182 คัน
  • แบ่งเป็นช่องจอดปกติ 89 คัน
  • ที่ดินประมาณ 2-0-57.8 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : พ.ย. 2562
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : มิ.ย. 2565
  • 1 Bedroom 35.61 – 36.70 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 69.62 – 90.01 ตร.ม.
  • Penthouse 141.51 – 145.32  ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.85 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 6.2 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 250,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด n/a บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : n/a
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่  
  • โทร  : 092-989-2459

สำหรับใครที่สนใจอยากอ่านรีวิวทำเลเพิ่มเติม รีวิวพาชมทำเล The Collection

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

พิกัด : 13.731059, 100.560927

แผนที่จากทางโครงการค่ะ โครงการ The Collection ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 16 ที่ขนานไปกับถนนรัชดาภิเษกใกล้กับแยกอโศกมนตรี โดยถนนรัชดาภิเษกนี้เป็นถนนสายสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างถนนสุขุมวิทกับถนนพระราม 4 เป็นทำเลใจกลางเมืองใกล้แหล่งทำงานออฟฟิศสำนักงานมากมาย อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับแยกอโศกยังเป็นจุด Interchange สำคัญระหว่าง BTS สถานีอโศก กับ MRT สถานีสุขุมวิท จากทำเลที่ตั้งของโครงการจะสามารถมองเห็นวิวทะเลสาบและสวนเบญจกิติได้

ย่านอโศกที่เรารู้จักกันดีในทุกวันนี้ มีจุดกำเนิดมาจากถนนสายสั้นๆ เส้นหนึ่งในกรุงเทพที่มีชื่อว่า ถนนอโศกมนตรี มีความยาวเพียง 1.3 กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นที่แยกอโศกมนตรีซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างถนนสุขุมวิทกับถนนรัชดาภิเษก (ที่มุ่งหน้ามาจากเขตคลองเตยไปสิ้นสุดที่แยกอโศกเพชรบุรี ที่ถนนเพชรบุรี เดิมมีชื่อเรียกว่า “ซอยสุขุมวิท 21 (ซอยอโศก)” และ “ถนนอโศก” เป็นถนนสายแรกๆของกรุงเทพที่ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนกลายมาเป็นแหล่งธุรกิจหลักหรือ CDB ที่สำคัญที่สุดอีกแห่งหนึ่ง เนื่องจากมีอาคารสำนักงานโรงแรมระดับ 5 ดาวแหล่ง Shopping สำคัญๆ เช่น Terminal 21 และ The EM District เพียง 1 สถานีและเพียง 4 สถานีถึงสยาม นอกเหนือจากนั้นบริเวณแยกอโศกยังเป็นจุด Interchange สำคัญระหว่าง BTS (สถานีอโศกกับ MRT (สถานีสุขุมวิทอีกด้วย

โครงการ The Collection ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 16 ที่ขนานไปกับถนนรัชดาภิเษกใกล้กับแยกอโศกมนตรี โดยถนนรัชดาภิเษกนี้เป็นถนนสายสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างถนนสุขุมวิทกับถนนพระราม 4 ซึ่งถนนฝั่งขาเข้ามีการจราจรค่อนข้างหนาแน่นพอสมควรเพราะเป็นถนนเส้นที่นิยมตัดเข้าถนนอโศกมนตรีเพื่อเชื่อมต่อไปถนนเพชรบุรีได้ง่ายที่สุด และสามารถเชื่อมต่อถนนสุขุมวิทที่แยกอโศกเพื่อเลี้ยวซ้ายเข้าเมืองไปทางเพลินจิต ชิดลม สยาม ได้โดยตรง หรือจะเลี้ยวขวาเพื่อออกเมืองไปบางนา สมุทรปราการก็ได้ ส่วนถนนพระราม 4 ก็สามารถไป CBD ที่สำคัญอีกโซนหนึ่งอย่างสีลม สาทร หรือจะลงใต้ไปพระราม 3 และออกเมืองไปคลองเตย พระโขนง หรือบางนาได้ นอกจากนี้ซอยสุขุมวิท 16 ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการจะสามารถเชื่อมต่อไปยังซอยเศรษฐีทวีทรัพย์ เพื่อไปออกที่ถนนพระราม 4 เพื่อเลี่ยงรถติดบนถนนรัชดาภิเษกที่แยกพระราม 4 ได้ หรือจะเชื่อมต่อซอยสุขุมวิท 24 เพื่อไปพร้อมพงษ์ และสามารถเลี้ยวขวาไปทางอ่อนนุช บางนา สมุทรปราการก็ได้โดยไม่ต้องไปเสียเวลากลับรถ

มาดูด้านความอุดมสมบูรณ์ในทำเลนี้ ต้องบอกว่าทำเลนี้ถือเป็นทำเลย่านอโศกฝั่งใต้และตัวโครงการเองก็ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 16 ที่ขนานไปกับถนนรัชดาภิเษก ดังนั้นความอุดมสมบูรณ์จึงอิงตั้งแต่ถนนสุขุมวิทบริเวณใกล้กับแยกอโศก และลงมาตามเส้นถนนรัชดาภิเษกไปจนถึงย่านพระราม 4 เริ่มตั้งแต่ถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าเต็มไปด้วยอาคารสำนักงานและห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ อย่าง Terminal21, Interchange21 และ Exchange Tower ที่อยู่ตรงแยกอโศก หรือถ้านั่ง BTS ย้อนกลับมาที่สถานีพร้อมพงษ์ก็มีห้างหรูอย่าง EmQuartier และ Emporium ส่วนบนถนนรัชดาภิเษกซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการก็จะเต็มไปด้วยอาคารสำนักงานใหญ่ๆ ทั้ง C.T.I. Tower, Lake Ratchada Complex และ Ocean Tower รวมถึงมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของกรุงเทพอย่างสวนเบญจกิติซึ่งมีทะเลสาบขนาดใหญ่อยู่ฝั่งตรงข้ามโครงการ และในอนาคตยังมีสวนป่าเบญจกิติเฟสต่อๆไปเกิดขึ้นอีกด้วย ส่วนในระยะเดินใกล้กับโครงการก็จะมีร้านค้า ร้านอาหารค่อนข้างคึกคัก โดยเฉพาะวันทำงาน จันทร์-ศุกร์ ที่จะมีพนักงานมาทำงานในบริเวณนี้กันเยอะ จึงมีร้านอาหารที่หลากหลาย ไปจนถึงตลาดนัดที่เปิดในช่วงกลางวัน ให้เดินซื้อของกันได้

สำหรับใครที่สนใจอยากอ่านรีวิวทำเลเพิ่มเติม รีวิวพาชมทำเล The Collection

โครงการ The Collection  เป็นคอนโดมิเนียม High Rise ระดับ ULTIMATE CLASS บนทำเลในกลางเมืองย่านอโศก เป็นคอนโดสูง 41 ชั้น แบ่งเป็น 2 อาคาร บนที่ดิน 2-0-57.8 ไร่ภายใต้แนวคิด Live without Compromise โดยเน้นพัฒนาโครงการให้ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มผู้อยู่อาศัยจริงและกลุ่มผู้ซื้อที่เป็นนักลงทุน โดยแบ่งโซนสำหรับทั้ง 2 กลุ่มอย่างชัดเจน (Low Zone และ Hi Zone) เพื่อบริหารจัดการได้สะดวก เน้นการออกแบบตัวอาคารที่ดูโดดเด่นและทันสมัย ใช้วัสดุตกแต่งภายในที่นำเข้าจากต่างประเทศ ตอบโจทย์กลุ่มระดับ Hi-End อีกจุดเด่นของโครงการคือ จากตัวอาคารสามารถมองเห็นวิวของสวนเบญจกิติ ซึ่งเป็นสวนสาธารณะและทะเลสาบขนาดใหญ่ สามารถมองเห็นวิวสวนแบบมุมกว้างได้ ตัวห้องพักอาศัยของโครงการจะเน้นพื้นที่ใช้สอย ห้องขนาดเริ่มต้นที่ 33.8 ตร.ม.ขึ้นไป มีให้เลือกตั้งแต่ 1 Bedroom – 2 Bedroom และ Penthouse พร้อมส่วนกลางแยกโซนเป็นสัดส่วนเพื่อความเป็นส่วนตัวและความสะดวกในการใช้งาน

ด้านการออกแบบและดีไซน์ โครงการ The Collection ได้ร่วมมือกับบริษัท ครีเอทีฟครูส์ จำกัด (Creative Crew Ltd.) ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและเป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมของโครงการนี้ นอกจากนั้นยังได้บริษัท ออง แอนด์ ออง ดีไซน์ จำกัด (Ong & Ong Design Co., Ltd) จากสิงคโปร์ มาดูแลด้านการออกแบบภายใน โดยเลือกใช้วัสดุนำเข้า เช่น ชุดครัวจากแบรนด์ “Snaidero” จากประเทศอิตาลี อุปกรณ์ชุดครัวจากแบรนด์ “Kuppersbusch” จากประเทศเยอรมนี และชุดห้องน้ำจากแบรนด์ “Hangrohe” จากประเทศเยอรมนี เป็นต้น

สำนักงานขายของโครงการจะตั้งอยู่บริเวณพื้นที่โครงการเลยนะคะ ภายในซอยสุขุมวิท 16 เข้ามาจากปากซอยประมาณ 400 m.

เข้ามาด้านในสำนักงานขายภายในจะมีโมเดลของโครงการ และห้องตัวอย่างทั้งหมด 3 ห้อง เปิดให้ชมแล้ว มีพนักงานขายคอยแนะนำและให้ข้อมูลของโครงการอยู่

โครงการ The Collection จะแบ่งอาคารภายในพื้นที่โครงการออกเป็น 2 อาคารหลัก คือ

Tower A สูง 7 ชั้น มีที่จอดรถชั้นใต้ดิน 5 ชั้น อาคารนี้จะเป็นคอนโดมิเนียมแบบ Hospitality Service  โดยใช้การบริหารจัดการในในรูปแบบ Chain โรงแรม โดยโครงการจะขออนุญาตเป็น Hotel license กับ Service apartment เปิดบริการสำหรับลูกค้าที่ซื้อโครงการในโซน Service Residence ของ Tower B โดยจะมีบริการ Cleaning , Launday , Concierge service for check-in  check-out , Room service และร้านอาหาร

Tower B เป็นคอนโดมิเนียม 41 ชั้น โดยจะมีการแบ่งโซนชั้นพักอาศัย ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

  • Residence Zone ที่ชั้น 3-20 เป็นโซนเพื่ออยู่อาศัยทั้งหมด เน้นกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง
  • Service Residence Zone ที่ชั้น 21-40 จะเป็นโซนที่รอบรับนักลงทุนจะเลือกอยู่อาศัยเองหรือปล่อยเช่าก็ได้ โดยจะมีทีมงาน Hospitality ของ Siamese Asset เป็นผู้ดูแลและบริหารการเช่าให้ โดยโครงการจะจัดโซนห้องพักดังกล่าวเป็น Service Residence สามารถใช้บริการของ Hospitality Service ได้ทั้งหมด หรือหากเลือกแบบพักอาศัยอยู่เองในโซนนี้ก็สามารถเลือกใช้บริการได้เช่นกัน

สำหรับที่จอดรถภายในโครงการจะมีทั้งหมด  271 คัน หรือคิดเป็น 60% แบ่งการใช้งานเป็น

  • Tower A (อาคาร 7 ชั้น) มีที่จอดรถชั้นใต้ดิน 5 ชั้น จำนวน 89 คัน แบบ Conventional โดยแบ่งเป็น ที่จอดรถส่วนบุคคลระบุในโฉนด , ที่จอดรถสำหรับ Sky Lounge ชั้น 41 และที่จอดสำหรับ Hotel อาคาร A
  • Tower B (อาคาร 41 ชั้น) เป็นที่จอดรถแบบ Automatic Parking จำนวน 182 คัน เป็นชั้นใต้ดิน 5 ชั้น

สำหรับ Facilities ของโครงการจะแบ่งเป็น

  • ชั้น 1 เป็น Lobby แยกโซนชัดเจนระหว่าง Lobby ของ Residence และ Service Residence รวมถึงลิฟต์ก็แยกโซนชัดเจนเช่นกัน
  • ชั้น 2 เป็นส่วน Facilities สำหรับ Residence  Zone สำหรับคอนโดมิเนียม ได้แก่ Fitness , Private Meeting Room , Co-Working Space และ Co-Kitchen Space
  • ชั้น 38 เป็นสระว่ายน้ำของ Service Residence ขนาดยาว 24.4 x 5.4 m. ลึก 1.2 m. ระบบน้ำเกลือ และ Fitness (โฉนดถือครองโดย Siamese Asset)
  • ชั้น 41 เป็น Facilities ของทาง Service Residence ได้แก่ Sky Lounge (โฉนดถือครองโดย Siamese Asset)

เริ่มด้วยห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 36 ตารางเมตร โครงการขายแบบ Fully furnished พร้อมอยู่ ห้องรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบตอนลึก แบ่งพื้นที่ใช้งานหลักๆเป็น 5 ส่วน ได่แก่ ห้องครัว ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องรับแขก และพื้นที่นั่งเล่นริมตัวอาคาร เริ่มจากบริเวณด้านหน้าของตัวห้อง ก่อนเข้าห้องจะมีช่องสำหรับเก็บของที่ผนังด้านข้าง เมื่อเข้ามาในตัวห้องแล้ว ส่วนแรกจะเป็นครัว ออกแบบเป็นพื้นที่ครัวเปิด ติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆมาให้พร้อมใช้งาน แยกโซนด้วยวัสดุปูพื้นด้วยกระเบื้อง ครัวลักษณะนี้จะไม่เหมาะกับการประกอบอาหารจริงจังมากนัก เน้นทำอาหารเบาๆที่ไม่มีกลิ่นและควันมากนัก ฝั่งตรงข้ามครัวจะเป็นห้องน้ำ ซึ่งมีการแยกส่วนเปียกและส่วนแห้งไว้อย่างชัดเจน เป็นห้องน้ำแบบ Sexy Bath คือ จะมีผนังกระจกทางฝั่งห้องนอน ทำให้ภายในห้องน้ำได้แสงจากภายนอกดูโปร่งโล่งมากขึ้น

ถัดเข้ามาด้านในตัวห้องจะเป็นห้องนอนที่กั้นพื้นที่ด้วยประตูบานเลื่อนเข้ามุมสองฝั่ง สามารถเปิดเชื่อมต่อกับส่วนห้องนั่งเล่นได้ ริมสุดของตัวห้องจะเป็นพื้นที่สำหรับตั้งเป็นมุมทำงาน นั่งเล่น หรือตั้งโต๊ะทานอาหารแบบ 2 ที่นั่ง ได้ไว้วิวแบบมุมกว้างจากกระจกที่สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน ห้องนี้จะมีพื้นที่ระเบียงแต่ไม่ใช้ระเบียงที่จะออกไปยืนใช้งานได้ เพราะมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดใช้เป็นระเบียงสำหรับวางเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้าและ Condensing unit  เท่านั้น

เริ่มจากบริเวณด้านหน้าของตัวห้องก่อนเข้าห้องจะมีช่องสำหรับเก็บของที่ผนังด้านข้าง และมีไฟบริเวณด้านบนส่องสว่างเฉพาะตรงหน้าประตูห้องแต่ละห้อง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานของแต่ละห้อง สำหรับประตูห้องเป็นประตูไม้ขนาดใหญ่มีการซีลรอบๆเพื่อป้องกันฝุ่นและเสียงจากด้านนอกเข้ามาในตัวห้อง และจะมี Digital door lock ให้ติดตั้งให้พร้อมใช้งาน

เมื่อเข้ามาในตัวห้องแล้วส่วนแรกจะเป็นครัว ออกแบบเป็นพื้นที่ครัวเปิด แยกโซนด้วยวัสดุปูพื้นด้วยกระเบื้อง Italian Tile ลายหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลี ครัวลักษณะนี้จะไม่เหมาะกับการประกอบอาหารจริงจังมากนักต้องระวังเรื่องกลิ่นและควัน ไปรบกวนด้านในของตัวห้อง ทางโครงการจะติดตั้งชุดครัวของ Snaidero วัสดุปิดผิว coating ด้วยมิคาไลท์ เป็นวัสดุที่ใช้ทำสีรถเฟอรารี่ พร้อมอุปกรณ์ต่างๆของ Kuppersbusch มาให้พร้อม ตู้เย็นเป็นแบบ Built in เป็นชิ้นเดียวกับชุดครัว ดูเรียบร้อยน่าใช้งาน

ถัดมาจะเป็นห้องน้ำ ซึ่งมีการแยกส่วนเปียกและส่วนแห้งไว้อย่างชัดเจน เป็นห้องน้ำแบบ Sexy Bath คือจะมีผนังกระจกทางฝั่งห้องนอน ทำให้ภายในห้องน้ำได้แสงจากภายนอกดูโปร่งโล่งมากขึ้น วัสดุภายในเป็น กระเบื้อง Italian Tile ลายหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลี เช่นกัน ในส่วนของสุขภัณฑ์ต่างๆ เป็นของ TOTO , Washlet TOTO และ Hansgrohe สี Rose Gold ห้องน้ำนี้จะมีความพิเศษที่มีระบบดูดกลิ่นจากห้องน้ำ มีการแยกระบบท่อ Vent 2 ตำแหน่ง คือ ท่อจากโถสุขภัณฑ์และท่อจากก็อกน้ำ ต่างจากโครงการทั่วไปที่จะมีตำแหน่งท่อเดียวใช้รวมกัน การแยกท่อลักษณะนี้จะช่วยป้องกันกลิ่นไหลย้อนเข้ามาในห้องได้

ด้านในส่วนอาบน้ำจะให้ทั้งแบบให้ยืนอาบแบบ Shower และอ่างสำหรับแช่ตัวแบบญี่ปุ่น มีการแยกโซนส่วนเปียกแห้งด้วยประตูและฉากกั้นกระจกอย่างชัดเจน ในส่วนอ่างอาบน้ำจะเป็น Solid surface มีระบบน้ำร้อน-เย็นติดตั้งให้พร้อมใช้งาน

ถัดเข้ามาด้านในตัวห้องจะเป็นห้องนอนที่กั้นพื้นที่ด้วยประตูบานเลื่อนเข้ามุมสองฝั่ง สามารถเปิดเชื่อมต่อกับส่วนห้องนั่งเล่นได้ สำหรับผนังภายในจะเป็นผนัง Insulated wall ช่วยเก็บเสียง และป้องกันเสียงจากห้องข้างเคียง พื้นภายในห้องนอนและส่วนนั่งเล่นจะเป็นพื้น Engineering wood ปูลายก้างปลา

สำหรับส่วนห้องนอนสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต ได้มีพื้นที่ด้านข้างและปลายเตียงใช้งานได้สะดวก ในช่วงเวลาที่ไม่ได้ใช้งานสามารถเปิดบานเลื่อนกระจกออกได้ทั้งสองฝั่ง ช่วยทำให้พื้นที่ภายในห้องกว้างขึ้นใช้งานเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นได้สะดวกขึ้น

ที่ปลายเตียงติดกับส่วนครัวจะเป็นชุดตู้เสื้อผ้าแบบ Built in หน้าบานกระจกสีชาและกระจกเงา ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน มีกระจกเงาให้สามารถยืนแต่งตัวหน้าตู้เสื้อผ้าได้ และมีพื้นที่เก็บของค่อนข้างเยอะ ทั้งแบบแขวนและชั้นวางต่างๆให้เลือกใช้ได้หลากหลาย

ถัดเข้ามาจะเป็นห้องนั่งเล่น พื้นที่ค่อนข้างกว้างใช้งานได้สะดวกไม่อึดอึด สามารถเลือกวางโซฟาขนาดใหญ่ได้สบายๆ อีกทั้งได้แสงธรรมชาติจากกระจกทางด้านข้างตัวห้องทำให้ห้องมีความโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น ส่วนความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานจะอยู่ที่ 2.85 เมตร

พื้นที่ภายในห้องนั่งเล่นถือว่ากว้างใช้งานได้สบายๆ สามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่และมีพื้นที่จัดเป็นมุมนั่งเล่นเพิ่มได้ ในระยะความกว้างประมาณนี้จะสามารถเลือกทีวีขนาดใหญ่ 40″ ขึ้นไปได้

ในส่วนของระบบปรับอากาศภายในจะเป็นแอร์ระบบ VRV มีเสียงที่เงียบกว่าและมีความเย็นคงที่แบบต่อเนื่อง อีกทั้งยังติดตั้งระบบฟอกอากาศภายในอาคาร สามารถกรองอากาศจากข้างนอกเข้ามาความละเอียดที่ขนาด pm 2.5 โดยการดูดอากาศจากภายนอกแล้วปล่อยเข้ามาในห้องผ่านการกรองและฆ่าเชื้อโรคก่อน ช่วยทำให้ในห้องมีอาการหมุนเวียนไม่อึดอัดและได้อากาศที่สดชื่นอยู่ตลอด

ริมสุดของตัวห้องจะเป็นพื้นที่สำหรับตั้งเป็นมุมทำงาน นั่งเล่น หรือตั้งโต๊ะทานอาหารแบบ 2 ที่นั่ง ได้ไว้วิวแบบมุมกว้างจากกระจกที่สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน มีหน้าต่างบานกระทุ้งสามารถเปิดระบายอากาศและรับลมได้ ส่วนกระจกที่ใช้จะเป็นกระจก Low-E ช่วยลดความร้อน แต่ถ้าห้องหันไปทางทิศตะวันตกจะได้เป็นกระจก Insulated (IGU) ช่วยลดความร้อนในทิศที่รับแดดมากเป็นพิเศษ

ห้องนี้จะมีพื้นที่ระเบียงแต่ไม่ใช้ระเบียงที่จะออกไปยืนใช้งานได้ เพราะมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดใช้เป็นระเบียงสำหรับวางเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า และ Condensing unit  เท่านั้น

ห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 35 ตารางเมตร โครงการขายแบบ Fully furnished พร้อมอยู่ ห้องรูปทรงสี่เหลี่ยม แบ่งพื้นที่ใช้งานหลักๆเป็น 6 ส่วน ได่แก่ ห้องครัว ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องรับแขก พื้นที่นั่งเล่นริมตัวอาคาร และระเบียง เริ่มจากบริเวณด้านหน้าของตัวห้องก่อนเข้าห้องจะมีช่องสำหรับเก็บของที่ผนังด้านข้างเหมือนกับห้องแรก เมื่อเข้ามาในตัวห้องแล้วส่วนแรกจะเป็นครัว ออกแบบเป็นพื้นที่ครัวปิด มีประตูกระจกบานเลื่อน พื้นครัววัสดุปูพื้นด้วยกระเบื้องแยกโซนพื้นที่การใช้งาน ครัวลักษณะนี้สามารถประกอบอาหารจริงจังได้ ถัดจากส่วนครัวจะเป็นห้องน้ำ ซึ่งมีการแยกส่วนเปียกและส่วนแห้งไว้อย่างชัดเจน เป็นห้องน้ำแบบ Sexy Bath มีผนังกระจกทางฝั่งห้องนอน ทำให้ภายในห้องน้ำได้แสงจากภายนอกดูโปร่งโล่งมากขึ้น

ถัดเข้ามาด้านในตัวห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ริมสุดของตัวห้องจะเป็นพื้นที่สำหรับตั้งเป็นมุมทำงาน นั่งเล่น หรือตั้งโต๊ะทานอาหารแบบ 2 ที่นั่ง ได้ไว้วิวแบบมุมกว้างจากกระจกที่สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน และสามารถเปิดออกไปส่วนระเบียงที่สามารถออกไปยืนใช้งานได้จริง และมีการแบ่งพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า และ Condensing unit ไว้เป็นสัดส่วน ส่วนห้องนอนนั้นจะกั้นพื้นที่ด้วยประตูกระจกบานเลื่อน สามารถเปิดเชื่อมต่อกับส่วนห้องนั่งเล่นได้

เมื่อเข้ามาในตัวห้องแล้วส่วนแรกจะเป็นครัว ออกแบบเป็นพื้นที่ครัวปิด แยกโซนด้วยวัสดุปูพื้นด้วยกระเบื้อง Italian Tile ลายหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลี และมีบานเลื่อนกระจกแบ่งพื้นที่การใช้งาน ครัวลักษณะนี้สามารถประกอบอาหารจริงจังได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นและควัน ไปรบกวนด้านในของตัวห้อง ทางโครงการจะติดตั้งชุดครัวของ Snaidero แบ่งการใช้งานเป็นสองฝั่ง วัสดุปิดผิว coating ด้วยมิคาไลท์ แต่จะเปลี่ยนโทนสีที่เข้มขึ้น โทนสีในชุดครัวผู้ซื้อสามารถเลือกได้ ภายในจะมีอุปกรณ์ต่างๆของ Kuppersbusch มาให้พร้อม มีตู้เย็นเป็นแบบ Built in เป็นชิ้นเดียวกับชุดครัวเหมือนกับห้องแรก

ถัดเข้ามาด้านในของตัวห้องจะเป็นพื้นที่โถงแยกไปห้องน้ำทางขวามือ ส่วนทางซ้ายจะเป็นตู้เสื้อผ้า ที่จะอยู่ตรงข้ามกับห้องน้ำพอดีสามารถใช้งานได้สะดวก ออกจากห้องน้ำสามารถมาหยิบเสื้อผ้ายืนแต่งตัวบริเวณนี้ได้เลย

ส่วนชุดตู้เสื้อผ้าแบบ Built in หน้าบานกระจกสีชาและกระจกเงา ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน มีกระจกเงาให้สามารถยืนแต่งตัวหน้าตู้เสื้อผ้าได้ และมีพื้นที่เก็บของค่อนข้างเยอะ ทั้งแบบแขวนและชั้นวางต่างๆให้เลือกใช้ได้หลากหลาย

ถัดมาจะเป็นห้องน้ำ ซึ่งมีการแยกส่วนเปียกและส่วนแห้งไว้อย่างชัดเจน เป็นห้องน้ำแบบ Sexy Bath คือจะมีผนังกระจกทางฝั่งห้องนอน ทำให้ภายในห้องน้ำได้แสงจากภายนอกดูโปร่งโล่งมากขึ้น วัสดุภายในเป็น กระเบื้อง Italian Tile ลายหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลี ในส่วนของสุขภัณฑ์ต่างๆ เป็นของ TOTO , Washlet TOTO และ Hansgrohe สี Rose Gold ห้องน้ำนี้จะมีความพิเศษที่มีระบบดูดกลิ่นจากห้องน้ำ มีการแยกระบบท่อ Vent 2 ตำแหน่ง คือ ท่อจากสุขภัณฑ์และท่อจากก็อกน้ำ ต่างจากโครงการทั่วไปที่จะมีตำแหน่งเดียวใช้รวมกัน เพื่อป้องกันกลิ่นไหลย้อนเข้ามาในห้อง

ด้านในส่วนอาบจะให้ทั้งแบบให้ยืนอาบแบบ Shower และอ่างสำหรับแช่ตัวแบบญี่ปุ่น มีการแยกโซนส่วนเปียกแห้งด้วยประตูและฉากกั้นกระจกอย่างชัดเจน ในส่วนอ่างอาบน้ำจะเป็น Solid surface มีระบบน้ำร้อน-เย็นติดตั้งให้พร้อมใช้งานเหมือนกับห้องแรก

ถัดเข้ามาจะเป็นห้องนั่งเล่น ได้แสงธรรมชาติจากกระจกทางด้านข้างตัวห้อง ทำให้ห้องมีความโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น ส่วนความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานจะอยู่ที่ 2.85 เมตร ในส่วนของระบบปรับอากาศภายในจะเป็นแอร์ระบบ VRV การทำงานจะมีเสียงที่เงียบกว่า มีความเย็นคงที่แบบต่อเนื่อง และยังติดตั้งระบบดูดอากาศภายในอาคารช่วยทำให้ในห้องมีอาการหมุนเวียนไม่อึดอัดและได้อากาศที่สดชื่นอยู่ตลอด

พื้นที่ภายในห้องนั่งเล่นสามารถวางชุดโซฟาขนาดกลางในระยะความกว้างประมาณนี้จะสามารถเลือกทีวีขนาด 40″ หรือมากกว่าได้ กรณีสำหรับนอนดูทีวีบนเตียงได้

ริมสุดของตัวห้องจะเป็นพื้นที่สำหรับตั้งเป็นมุมทำงาน นั่งเล่น หรือตั้งโต๊ะทานอาหารแบบ 2 ที่นั่ง ได้ไว้วิวแบบมุมกว้างจากกระจกที่สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน มีหน้าต่างบานกระทุ้งสามารถเปิดระบายอาหาศและรับลมได้ ส่วนกระจกที่ใช้จะเป็นกระจก Low-E ช่วยลดความร้อน แต่ถ้าห้องหันไปทางทิศตะวันตกจะได้เป็นกระจก Insulated (IGU) ช่วยลดความร้อนในทิศที่รับแดดมากเป็นพิเศษ

เปิดออกไปส่วนระเบียงที่สามารถออกไปยืนใช้งานได้จริง และมีการแบ่งพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า และ Condensing unit ไว้เป็นสัดส่วน

ส่วนห้องนอนนั้นจะกั้นพื้นที่ด้วยประตูกระจกบานเลื่อน สามารถเปิดเชื่อมต่อกับส่วนห้องนั่งเล่นได้

ทางด้านข้างมีผนังกระจกจากห้องน้ำแบบ Sexy Bath ทางฝั่งห้องนอน ทำให้ภายในห้องน้ำได้แสงจากภายนอกดูโปร่งโล่งมากขึ้น

ห้องแบบ 2 Bedroom ขนาด 74.5 ตารางเมตร ขายแบบ Fully furnished แบ่งพื้นที่ใช้งานหลักๆเป็น 7 ส่วน ได่แก่ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ส่วนรับประทานอาหาร พื้นที่นั่งเล่นริมตัวอาคาร ห้องน้ำ ห้องนอน 2 ห้อง และระเบียง เริ่มจากบริเวณด้านหน้าของตัวห้องก่อนเข้าห้องจะมีช่องสำหรับเก็บของที่ผนังด้านข้าง เมื่อเข้ามาในตัวห้องแล้วส่วนแรกจะเป็นครัว ออกแบบเป็นพื้นที่ครัวเปิด แยกโซนด้วยวัสดุปูพื้นด้วยกระเบื้อง ครัวลักษณะนี้จะไม่เหมาะกับการประกอบอาหารจริงจังมากนักต้องระวังเรื่องกลิ่นและควัน ซึ่งเราสามารถกั้นพื้นที่ด้วยกระจกบานเลื่อนเองภายหลังได้ ถัดจากส่วนครัวจะเป็นพื้นที่รับประทานอาหารสามารถตั้งโต๊ะแบบ 4 ที่นั่งได้สบายๆ โดยจะเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น และริมสุดของตัวห้องจะเป็นพื้นที่สำหรับตั้งเป็นมุมทำงาน นั่งเล่น ได้แสงธรรมชาติและวิวแบบมุมกว้างจากกระจกที่สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน

อีกฝั่งของตัวห้องจะเป็นส่วนพักอาศัยแบ่งเป็นห้องนอน 2 ห้องนอน โดยห้องนอนใหญ่จะมีห้องน้ำและระเบียงในตัวภายในห้อง ส่วนห้องนอนรอง จะต้องเดินออกมาใช้ห้องน้ำอีกห้องด้านนอก ซึ่งใช้รวมกับส่วนของห้องนั่งเล่น สำหรับห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ จะมีหน้าต่างขนาดใหญ่ที่มองเห็นวิวและเปิดระบายอากาศจากภายนอกได้ ช่วยระบายความชื้นและได้ความโปร่งโล่งมากขึ้น ส่วนพื้นที่ระเบียงในห้องนอนใหญ่เป็นระเบียงที่สามารถออกไปยืนใช้งานได้จริง และมีการแบ่งพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า และ Condensing unit ไว้เป็นสัดส่วน

เข้ามาในตัวห้องแล้วส่วนแรกจะเป็นครัว ทางเข้าใกล้ประตูมีชุดตู้สำหรับเก็บของหน้าบานกระจกเงายาวตลอดแนว ส่วนครัวออกแบบเป็นพื้นที่ครัวเปิด ใช้วัสดุปูพื้นด้วยกระเบื้อง Italian Tile ลายหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลี พื้นที่ครัวค่อนข้างกว้างใช้งานได้สะดวก ทางโครงการจะติดตั้งชุดครัวของ Snaidero แบ่งการใช้งานเป็นลักษณะตัว U วัสดุปิดผิว coating ด้วยมิคาไลท์ ภายในจะมีอุปกรณ์ต่างๆของ Kuppersbusch มาให้พร้อม มีตู้เย็นเป็นแบบ Built in เป็นชิ้นเดียวกับชุดครัว

ถัดจากส่วนครัวจะเป็นพื้นที่รับประทานอาหารสามารถตั้งโต๊ะแบบ 4 ที่นั่งได้สบายๆ โดยจะเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น บริเวณนี้ยังคงปูพื้นด้วยกระเบื้อง Italian Tile ลายหินอ่อน

ห้องนั่งเล่นพื้นที่กว้างใช้งานได้สะดวก สามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ ได้แสงธรรมชาติจากกระจกทางด้านข้างตัวห้องทำให้ห้องมีความโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น และมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานจะอยู่ที่ 2.85 เมตร

พื้นที่ภายในห้องนั่งเล่นถือว่ากว้างใช้งานได้สบายๆ สามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ มีระยะความกว้างประมาณนี้จะสามารถเลือกทีวีขนาดใหญ่ 40″ ขึ้นไปได้

ริมสุดของตัวห้องจะเป็นพื้นที่สำหรับตั้งเป็นมุมทำงาน นั่งเล่น  ได้แสงธรรมชาติและวิวแบบมุมกว้างจากกระจกที่สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน

มองย้อนกลับเข้ามาภายในห้อง จะเห็นพื้นที่ที่สามารถใช้งานเชื่อมถึงกัน มีความต่อเนื่องในการใช้งานไล่มาจากส่วนครัว จนถึงที่บริเวณห้องนั่งเล่น พื้นที่ที่ให้มาถือว่าค่อนข้างกว้าง ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่การใช้งานได้ง่าย

อีกฝั่งของตัวห้องจะเป็นส่วนพักอาศัยทั้งหมด แบ่งเป็นห้องนอน 2 ห้องนอน และห้องน้ำทางซ้ายมือ โดยห้องนอนทุกห้องจะมีประตูกั้นแบ่งพื้นที่ใช้งานเป็นสัดส่วน เพิ่มความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน

เริ่มจากห้องนอนใหญ่ สามารถวางเตียงขนาดใหญ่ได้ มีพื้นที่โดยรอบใช้งานได้สะดวก สำหรับห้องแบบ 2 Bedroom จะอยู่ในตำแหน่งห้องมุม ทำให้ห้องนอนได้หน้าต่างสองฝั่ง ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้ามาและเปิดระบายอากาศถ่ายเทได้ดี

ส่วนพื้นที่ระเบียงในห้องนอนใหญ่เป็นระเบียงที่สามารถออกไปยืนใช้งานได้จริง ติดราวระเบียงเป็นกระจกนิรภัย ทำให้เมื่อมองจากภายในห้องออกมา จะได้วิวแบบมุมกว้างไม่มีราวระเบียงบังวิว

อีกฝั่งของพื้นที่ระเบียงมีการแบ่งพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า และ Condensing unit ไว้เป็นสัดส่วน พร้อมประตูระแนงเหล็กปิดเพื่อความเรียบร้อย

ภายในห้องนอนใหญ่จะมีพื้นที่ส่วน Walk in closet เชื่อมต่อไปยังห้องน้ำที่อยู่ภายในห้อง โดยทางโครงการจะมีชุดตู้เสื้อผ้าแบบ Built in หน้าบานกระจกสีชาและกระจกเงา ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน มีกระจกเงาให้สามารถยืนแต่งตัวหน้าตู้เสื้อผ้าได้ และมีพื้นที่เก็บของทั้งแบบแขวนและชั้นวางต่างๆให้เลือกใช้ได้หลากหลาย

สำหรับห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ จะมีหน้าต่างขนาดใหญ่ที่มองเห็นวิวและมีหน้าต่างเปิดระบายอากาศจากภายนอกได้ ช่วยระบายความชื้นและได้ความโปร่งโล่งมากขึ้น วัสดุภายในเป็น กระเบื้อง Italian Tile ลายหินอ่อนน้ำเข้าจากอิตาลี ในส่วนของสุขภัณฑ์ต่างๆ เป็นของ TOTO , Washlet TOTO และ Hansgrohe สี Rose Gold ห้องน้ำจะมีระบบดูดกลิ่นมีการแยกระบบท่อ Vent 2 ตำแหน่ง คือท่อจากสุขภัณฑ์และท่อจากก็อกน้ำ เพื่อป้องกันกลิ่นไหลย้อนเข้ามาในห้องได้

ด้านในส่วนอาบจะให้ทั้งแบบให้ยืนอาบแบบ Shower และอ่างสำหรับแช่ตัวแบบญี่ปุ่น มีการแยกโซนส่วนเปียกแห้งด้วยประตูและฉากกั้นกระจกอย่างชัดเจน ในส่วนอ่างอาบน้ำจะเป็น Solid surface มีระบบน้ำร้อน-เย็นติดตั้งให้พร้อมใช้งานเหมือนกับห้องแรก

ถัดมาที่ห้องนอนรอง พื้นที่ภายในห้องสามารถตั้งเตียงขนาด 5 ฟุตได้ โดยภายในจะมีตู้เสื้อผ้าแบบบานเลื่อน อยู่ตรงข้ามกับเตียงนอน มีหน้าต่างกระจกและหน้าต่างบานกระทุ้งสามารถปิดรับลม และได้แสงธรรมชาติได้ ส่วนห้องนอนรองจะต้องเดินออกมาใช้ห้องน้ำอีกห้องด้านนอก ซึ่งใช้รวมกับส่วนของห้องนั่งเล่น

ห้องน้ำอีกห้องภายในจัดเป็นห้องน้ำกลางให้ใช้สำหรับห้องนอนรองและส่วนห้องนั่งเล่น มีการแยกส่วนเปียกและส่วนแห้งไว้อย่างชัดเจน วัสดุภายในเป็น กระเบื้อง Italian Tile เช่นกัน ในส่วนของสุขภัณฑ์ต่างๆ เป็นของ TOTO , Washlet TOTO  ห้องน้ำนี้ก็จะมีระบบดูดกลิ่นจากห้องน้ำเหมือนกับห้องน้ำอื่นๆ เพื่อป้องกันกลิ่นไหลย้อนเข้ามาในห้องภายในเช่นกัน

สำหรับผู้ที่สนใจโครงการ The Collection  เราจะมีรีวิวเจาะลึกโครงการฉบับเต็ม ให้ชมกันเร็วๆนี้แน่นอน อดใจรอกันอีกสักนิดนะคะ

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ คลิกที่นี่ หรือโทร 092-989-2459