รีวิวที่1771 … สวัสดีค่ะ ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ย่านราชเทวีถือว่าเป็นอีกหนึ่งทำเลที่คึกคักมีโครงการคอนโดมิเนียมขึ้นกันเยอะมาก วันนี้เราจะพาไปดูโครงการ บ้านกลางกรุง สยาม-ปทุมวัน ซึ่งถือว่าเป็นโครงการคอนโดมิเนียมยุคเเรกๆที่ตั้งอยู่ใกล้กับ BTS ราชเทวีเลยค่ะ โครงการนี้เป็นHigh Rise 2 อาคารที่สร้างเสร็จมาตั้งแต่ปี 2007 หรือมากกว่า 10 ปีมาเเล้ว ขนาดห้องพักอาศัยที่นี่ก็จะมีแต่ห้องขนาดใหญ่แทบทั้งสิ้น ซึ่งห้องใหญ่ใจกลางเมืองเดี๋ยวนี้คงไม่ค่อยจะเห็นกันเเล้วนะคะ เราจะพาไปดูกันค่ะว่า โครงการนี้ ณ ปัจจุบันจะเป็นอย่างไรกันบ้าง

Fact @ 27 December 2018 

  • Baan Klang Krung Siam Pathumwan (บ้านกลางกรุง สยาม ปทุมวัน)
  • บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ราชเทวี
  • คอนโด High Rise 2 อาคาร สูง 26 ชั้น  ประมาณ 580 ยูนิต
  • ที่จอดรถ 6 ชั้นที่ Tower A และ 7 ชั้นที่ Tower B
  • ที่ดินประมาณ  3-2-50.5 ไร่
  • สร้างเเล้วเสร็จ : ปี ค.ศ. 2007 หรือปี พ.ศ. 2550
  • 1 Bedroom
  • 2 Bedrooms
  • 3 Bedrooms
  • ระยะพื้นถึงฝ้าเพดานสูง 2.8 เมตร
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรโดยประมาณ 155,000 บาท (เกิดจากการหาค่าเฉลี่ยของโครงการที่ขายอยู่ในตลาด ณ วันที่เข้าไปทำโครงการ  27 December 2018)
  • อ่านเพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS ราชเทวี ได้ที่ : มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS ราชเทวี

** เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการที่สร้างมามากกว่า 10 ปีแล้ว ดังนั้นข้อมูลที่ปรากฎอยู่ในรีวิว จึงเป็นข้อมูลที่ผู้เขียนสามารถรวบรวมมาได้ให้มาที่สุดเท่านั้น ซึ่งข้อมูลบางอย่างอาจจะไม่ครบถ้วนเท่าที่ควร อย่างไรก็ต้องขออภัยเอาไว้ก่อนนะคะ ใครมีข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้ หรือมีข้อมูลผิดพลาดประการใด ก็ช่วยเสริมกันได้นะคะ ขอบคุณล่วงหน้าทุกคนเลยค่ะ

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.751968, 100.532823

ตำแหน่งที่ตั้งของ บ้านกลางกรุง สยาม-ปทุมวัน นั้นจะตั้งอยู่ริมถนนใหญ่อย่างถนนเพชรบุรีเลยค่ะ ตรงนี้จะใกล้กับรถไฟฟ้า BTS ราชเทวีมากที่สุด ซึ่งเป็นสถานีที่ห่างจากสยามเพียง 1 สถานีเท่านั้น

จากตำแหน่งของโครงการเเล้ว สามารถอิงการใช้งานบนถนนเพชรบุรีได้เป็นหลัก ซึ่งจะเป็นถนนที่สามารถตรงไปแยกอุรุพงษ์ ตัดเข้าหลานหลวงไปยังโซนสนามหลวงได้เลย หรือจะเป็นอีกฝั่งนึงที่เป็นถนนเพชรบุรี ผ่านประตูน้ำ ตัดเข้ารัชดา อโศก พร้อมพงษ์ ทองหล่อ เอกมัย หรือไปยังพัฒนาการก็ได้ นับเป็นอีกถนนที่คนกรุงเทพใช้สัญจรเข้าออกเมือง จากฝั่งตะวันออก ไปยังฝั่งตะวันตกได้นะคะ ส่วนถนนอีกเส้นที่ใกล้กับโครงการคือถนนพญาไท ที่เป็นถนนเลียบไปกับรถไฟฟ้า ถนนเส้นนี้จะพาเราไปยังฝั่งอนุสาวรีย์ได้ หรือจะเข้าเมืองไปยังสยามได้เช่นกันค่ะ

ปัจจุบัน พอพูดถึงคำว่าตัวเมือง หลายๆคนก็จะยึดเอาสยามเป็นจุดศูนย์กลางเวลาจะนัดเจอกัน ไม่ว่าใครจะมาจากโซนไหนสามารถมาเจอกันได้ง่าย เนื่องด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียวนี้ซึ่งนับว่าเป็นรถไฟฟ้าเเรกของชาวไทย เปิดให้บริการ เเละมีสถานีสยามเป็นจุดตัดระหว่างรถไฟฟ้า 2 สาย ทำให้พื้นที่ตรงนี้กลายเป็นจุดศูนย์กลางไปโดยปริยาย การพัฒนาที่ดินตรงสยามจึงกลายเป็นพื้นที่ทำเลทอง ที่เหมาะกับการสร้างอาคารเชิงพาณิชย์เป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับคนที่ต้องการที่อยู่อาศัยอาจจะต้องถัดเลยออกไปซักหน่อย เเละราชเทวีก็เลยกลายเป็นทำเลที่เหมาะสมกับการสร้างโครงการประเภทคอนโดมิเนียมนั่นเองค่ะ จากเดิมที่เป็นที่อยู่อาศัยเเนวราบเดิมอยู่เเล้ว มีความอุดมสมบูรณ์เรื่องอาหารการกินค่อนข้างมาก เเละมีระบบขนส่งมวลชนเป็นตัวเลือกให้ใช้มากมาย ทั้งรถเมล์ แท๊กซี่ สามล้อ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รวมไปถึงเรือด่วนคลองเเสนแสบและรถไฟฟ้า ก็ตั้งอยู่ในละเเวกนี้ ที่สำคัญคือความใกล้แหล่งงานอย่างสยาม ชิดลม เพลินจิต และเป็นย่านที่มีสถานศึกษาชั้นนำของประเทศอยู่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนสาธิตปทุมวัน โรงเรียนสาธิตจุฬา ที่ใครๆต่างก็อยากมาทำงาน อยากมาเรียนกัน ไม่ว่าจะเป็นคนกรุงเทพเองหรือคนที่อยู่จังหวัดอื่นๆ ทำให้เกิดความต้องการเรื่องที่อยู่อาศัยใกล้ๆทำเลนี้ค่ะ

บ้านกลางกรุง สยาม-ปทุมวัน ก็เป็นทำเลที่มีความใกล้ความอุดมสมบูรณ์อย่างสยาม(ประมาณ 1 กม.) หรือจะไปยังประตูน้ำ (750 เมตร) หรือจะเป็นราชเทวีเอง ฝั่งที่อยู่ติดกับโครงการก็จะมี Coco walk เป็น Community ที่มีร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านกินดื่มเปิดให้บริการอยู่ หรือจะข้ามไปยังฝั่งโรงเเรมเอเชีย ก็เป็นโซนที่มีร้านอาหารเยอะมาก เดินเลยไปยังเพชรบุรีซอย 10 ก็จะเป็นตลาดกิ่งเพชร ที่ถือเป็นตลาดเก่าเเก่เเถวนี้ มีความอุดมสมบูรณ์สูงมาก สามารถเดินไปหาของกินหรือเเวะซื้อก่อนกลับบ้านได้ค่ะ

อีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการบ้านกลางกรุง สยาม-ปทุมวัน นี้คือ ทางเข้า-ออกที่สามารถเข้า- ออกได้ถึง 2 เส้นทางค่ะ ทางเเรกคือทางเข้าหลักบนถนนเพชรบุรี ซึ่งสามารถเดินมาจากรถไฟฟ้าได้ เเละเลี้ยวขวามายังทางเข้าหลัก หรือสำหรับคนที่ใช้รถ จะขับมาจากประตูน้ำก็เลี้ยวเข้าได้เลยค่ะ

และอีกเส้นทางนึงคือทางเข้าข้างๆโรงแรม VIE Hotel ซึ่งจะใกล้กับรถไฟฟ้ามาก ระยะประมาณ 150 เมตร ทางเข้านี้สามารถเข้าได้ทั้งคนเดินเเละรถยนต์นะคะ เมื่อเข้ามาจะเจอกับอาคาร B ก่อน ซึ่งก็ถือว่าสะดวกสำหรับคนที่พักอาศัยที่อาคาร B นี้มากเลย และถ้าพูดจริงๆเราว่าจากนี่เดินไปสยามได้ไม่ไกลมากด้วยค่ะ เคยลองเดินมาดูเเล้ว แต่ต้องขอบอกไว้ก่อนว่า เส้นทางนี้ไม่ใช่ถนนสาธารณะนะคะ(คาดว่าเป็นที่ทรัพย์สิน) ในตอนเริ่มเปิดโครงการมีการตกลงให้ใช้เป็นระยะเวลา 10 ปี ซึ่งในปัจจุบันยังสามารถเข้าออกทางนี้ได้ แต่ในอนาคตก็ไม่อาจจะรับประกันได้ว่าจะสามารถใช้งานทางนี้ได้ตลอดไปรึเปล่า

เส้นทางการเดินทางสำหรับวันนี้ เราจะขอเริ่มจากรถไฟฟ้าราชเทวีก่อนนะคะ ออกทางออกที่ 4 เเล้วก็ตรงไปทางถนนเพชรบุรี เลี้ยวขวา โครงการจะอยู่เป็นอาคารเเรกทางขวามือค่ะ รวมระยะทางก็ประมาณ 200 เมตรเท่านั้นค่ะ

เริ่มต้นที่สถานีราชเทวีนะคะ

ออกมาทางออกที่ 4

เห็นโครงการ บ้านกลางกรุง สยาม-ปทุมวัน รึเปล่าเอ่ย? ตรงนี้ทางซ้ายมือจะเป็นบันไดเลื่อนขึ้นนะคะ จากโครงการเราเวลาเดินมาก็จะมีบันไดเลื่อนพอดีเลย สะดวกสบาย

มองจากตรงรถไฟฟ้าก็จะเห็นหลายโครงการเลยนะคะที่เป็นคอนโดมิเนียม

ส่วนทางขวาจะมีโซน Coco walk ค่ะ เดินลงจากสถานีไปก็จะเจอพอดีเลย

ภายในCoco walk ก็จะมีร้านอาหาร ร้านกินดื่ม และก็คาเฟ่นะคะ วันไหนว่างๆเบื่อๆก็มานั่งทำงานเเถวนี้ได้ หรือร้าน Hungry nerd นี่ก็เป็นร้าน Steak ที่ค่อนข้างดังเลยเหมือนกันค่ะ

ลงมาจากสถานีให้เราเดินไปทางถนนเพชรบุรีนะคะ ทางเดินเดินค่อนข้างสบาย ฝั่งนี้จะไม่ค่อยมีรถเข็นมาขายเเถวนี้เท่าไหร่ค่ะ

พอถึงสี่เเยกให้เลี้ยวขวานะคะ ทางเดินจะไม่ค่อยมีต้นไม้เท่าไหร่ มีเเอบเเดดร้อนบางช่วง ส่วนช่วงฤดูฝนก็อย่าลืมพกร่มกันด้วยนะคะ

พอเลี้ยวขวามาก็ตรงมาเลยค่ะ ทางขวามือเราจะเจอกับ Sale gallery ของโครงการ Ideo Q สยาม-ราชเทวีค่ะ แต่เป็นแค่ตำแหน่งของสำนักงานขายเท่านั้น ตัวโครงการจริงจะตั้งอยู่อีกฝั่งของถนนเพชรบุรีค่ะ

ถึงเเล้วค่ะ โครงการจะตั้งอยู่ขวามือเป็นโครงการเเรกที่ถึงเลย

สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการ

สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการในปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามีโครงการประเภทคอนโดมิเนียมขึ้นกันมาอย่างหนาแน่นเลยนะคะ ซึ่งแต่ละโครงการก็มีราคาต่อตารางเมตรต่างกันไป ในปีที่ผ่านมาโครงการที่สร้างเสร็จใหม่ๆอย่าง The Line ที่ตังอยู่ติดกันเลย ราคาก็ตั้งไปอยู่ที่ประมาณ 275,000 บาทต่อตารางเมตรเข้าไปเเล้ว อีกหลายๆโครงการที่กำลังก่อสร้างเเละใกล้เสร็จอย่าง WISH Signature 1, 2 และ Ideo Q สยาม-ราชเทวีก็ไปแตะอยู่ที่ 200,000 บาทต่อตร.ม.เเล้วค่ะ ซึ่งถ้าเราดูระยะห่างจากรถไฟฟ้า โครงการบ้านกลางกรุง สยาม-ปทุมวันจะได้เปรียบตรงที่ใกล้กว่าโครงการที่กล่าวมาอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 155,000 บาทต่อตร.ม. แลกมากับอายุของอาคารที่สร้างเสร็จมามากกว่า 10 ปีแล้วนะคะ

  • ทิศเหนือ ติดกับถนนเพชรบุรี ช่วงตีนสะพานข้ามเเยก ฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารประเภทตึกแถวสูง4-5 ชั้น
  • ทิศใต้  ติดกับที่อยู่อาศัยประเภทตึกแถว สูง 3-4 ชั้น ถัดไปจะเป็นพื้นที่ของวังสระปทุม
  • ทิศตะวันออก อาคาร A จะติดกับโครงการ The LINE ราชเทวีซึ่งสูง 38 ชั้น ส่วนอาคาร B จะติดกับโครงการ The Address สยาม-ปทุมวัน สูง 8 ชั้น 2 อาคาร
  • ทิศตะวันตก อาคาร A ติดกับที่ดินเปล่า ส่วนอาคาร B ติดกับ Coco Walk(กลางคืนฝั่งนี้อาจได้ยินเสียงรบกวนเล็กน้อย) ถัดออกไปเป็นถนนพญาไทเเละสถานีรถไฟฟ้า BTS ราชเทวี

ทิศเหนือ ติดกับถนนพญาไท ฝั่งตรงข้ามเป็นตึกแถวสูง 4-5 ชั้น

ทิศตะวันออก อาคาร A บางส่วนจะติดกับโครงการ The Line สูง 38 ชั้น (บังวิวได้) บางยูนิตจะไม่โดน The Line บัง แต่ฝั่งนี้ก็มีโครงการคอนโดขึ้นเยอะเหมือนกัน ซึ่งเราจะเห็นทั้ง The Address สยาม และ WISH Signature 1 อยู่ค่ะ

ทิศตะวันออกเฉียงใต้ มองไปเห็นสยามพารากอน

ทิศตะวันตก ติดกับที่ดินเปล่าเเละ Coco Walk ถัดออกไปเป็นสถานีรถไฟฟ้าราชเทวีค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • ห้างสรรพสินค้า
    • Platinum Fashion Mall ~ 500 m.
    • Siam Discovery ~ 600 m.
    • MBK Center ~ 1 km.
    • Siam Center ~ 1.2 km.
    • Siam Square One ~ 1.2 km.
    • Siam Paragon ~ 1.2 km.
    • Central World ~ 1.3 km.
    • Big C ~ 1.3 km.
    • Tesco Lotus ~ 1.4 km.
  • โรงพยาบาล
    • โรงพยาบาลพญาไท 1 ~ 1.3 km.
  • โรงพยาบาลตำรวจ ~ 1.6 km.
  • โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ~ 2.9 km.
  • สถานศึกษา
    • เตรียมอุดมศึกษา ~ 1.8 km.
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ~ 2 km.
  • สาธิตปทุมวัน ~ 1.8 km.
  • สาธิตจุฬา ~ 2.7 km.
  • โรงแรม
    • Asia Hotel Bangkok ~ 550 m.
  • Siam Kempinski Hotel ~ 700 m.
  • Novotel Bangkok On Siam Square Hotel ~ 1.5 km.
  • Centara Grand Hotel ~ 2 km.

  • เจาะลึกตัวโครงการ

    โครงการ บ้านกลางกรุง สยาม-ปทุมวัน เป็นโครงการคอนโดมิเนียม High Rise สูง 26 ชั้น 2 อาคาร ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดประมาณ 3 ไร่ ก่อสร้างเสร็จเมื่อปี 2007 ซึ่งในปัจจุบันก็ถือได้ว่าเป็นโครงการที่อายุอานามมากกว่า 10 ปีแล้ว ตัวอาคารจะเป็นอาคารที่วางตัวในเเนวทิศเหนือ-ใต้ เข้าได้ทั้งจากถนนเพชรบุรีเเละถนนพญาไท จากถนนเพชรบุรีเมื่อเข้ามาเราจะเจอกับอาคาร A ก่อน และอาคาร B จะเข้าไปอยู่ทางด้านหลัง เราไปดูสภาพโครงการกันดีกว่าค่ะ ขอเริ่มตั้งแต่ทางเข้ากันเลย

    ทางเข้าโครงการจะมีป้ายบ้านกลางกรุงอยู่ด้านหน้า ที่ป้ายชื่อจะมีคำว่า New York อยู่ คือ การออกแบบมีแนวคิดอิงกลิ่นอายของความเป็น New York นั่นเองค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าจะ New York กันขนาดไหน

    ทางเข้าหลักของโครงการจะอยู่ติดกับถนนเพชรบุรีเลย เเต่จะอยู่ใกล้กับสี่แยกมาก ซึ่งข้อดีคือใกล้รถไฟฟ้าค่ะ แต่ข้อเสียคือเราจะขึ้นสะพานไม่ได้ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะเเยกนี้เมื่อออกไปเราสามารถกลับรถ วิ่งตรง และเลี้ยวซ้ายไปสยามได้ แต่จะเลี้ยวขวาไปพญาไทไม่ได้เเค่นั้นเอง (ต้องไปกลับรถใต้สะพานหัวช้างเอานะคะ)

    ซึ่งตรงทางเข้านี่ค่ะ เราจะเห็นป้ายทั้ง 2 โครงการอยู่ติดกันเลย โครงการของเรา บ้านกลางกรุง สยาม-ปทุมวันกับโครงการเพื่อนบ้าน The Address สยาม-ปทุมวัน

    เมื่อเข้ามาทางขวามือจะเป็น Drop off ของอาคาร A เเละเป็นทางวนรถออกนะคะ

    ตรงมาจะเป็นถนนหลักภายในโครงการนะคะ ทางซ้ายมือจะติดกับโครงการ The LINE ราชเทวี ส่วนทางขวามือจะเป็นที่จอดรถของผู้มาติดต่อ ซึ่งพอเราจอด คุณพี่รปภ.ก็จะนำบัตรมาให้ เราต้องไปประทับตราค่ะถึงจะสามารถจอดได้ฟรี 3 ชม.

    ชั้น 1-6 ของอาคารจะเป็นชั้นที่จอดรถ ส่วนชั้น 7 ไปจนถึงชั้น 26 จะเป็นชั้นที่พักอาศัยค่ะ การออกแบบอาคารจึงจะมีการเเยกสีและเเนวการตกแต่งให้ดูต่างออกไป

    อย่างชั้นล่าจะมีการนำ element สถาปัตยกรรมโบราณมาตกแต่งบนผนังสีน้ำตาลส้ม  มีขอบบัวเลียนแบบหัวเสายุคโบราณ ส่วนด้านบนที่เป็นชั้นห้องพักจะเน้นโทนสีเหลืองอ่อนค่ะ

    ตรงเข้ามาทางขวามือจะมีทางเข้า-ออกไปยังที่จอดรถบนอาคารนะคะ ตรงนี้เองค่ะที่จะเป็นระบบ Easy Passในการเข้าออก ทางเข้าออกนี้จะเป็นไม้กั้นกระดกนะคะ จำกัดความสูงอยู่ที่ 2.10 เมตร ที่จอดรถของโครงการนี้จะเป็นแบบ Fix ที่จอดด้วยสำหรับห้องที่ใหญ่กว่า 80 ตร.ม.ขึ้นไป คือที่ใครที่คนนั้นไม่ต้องกลัวเรื่องวนหาที่จอดค่ะ ส่วนห้องที่มีขนาดเล็กกว่านั้นก็ยังคงต้องวนหาที่จอดกันนะคะ

    เลยทางขึ้นที่จอดรถของอาคาร A มาก็จะเจอกับทางเข้าที่จอดรถของอาคาร B ค่ะ ทางขึ้นที่จอดรถจะอยู่สลับฝั่งกันนะคะ

    ต่อเนื่องกันมาจะเป็นทางเข้าหลักของอาคาร B ซึ่งตรงนี้ก็จะสามารถ Drop คนลงหน้าอาคารได้เลย คือถ้าใครจะมีคนมารับส่งหรือเรียกพี่ Grab เอาไว้ก็ให้เข้าวนเข้ามาจอดรอตรงนี้ได้เลยค่ะ

    และที่ฝั่งตรงข้ามกับอาคาร B นี้เองหรืองทางซ้ายมือของเราเมื่อเดินเข้ามาจะเป็นโครงการ The Address ที่ใช้ถนนทางเข้าร่วมกัน

    The Address ปทุมวัน ตัวนี้เป็นของ AP เหมือนกันนะคะ แต่จะเป็นโครงการ Low Rise ซึ่งจะอยู่ลึกเข้ามาหน่อยไม่ติดถนนใหญ่ ก็จะได้ความเงียบสงบเพิ่มขึ้นค่ะ โครงการนี้ก็จะใช้รั้วร่วมกันกับโครงการ บ้านกลางกรุงของเรานี่ละค่ะ แต่จะมีต้นไม้และพุ่มไม้กั้นเเบ่งแยกโซนออกจากกัน และใช้ที่จอดรถเเละพื้นที่ส่วนกลางเเยกจากกันค่ะ

    เลยมาตรงนี้จะเป็นทาง One Way เเล้วนะคะ รถจะสามารถสวนกันเข้า-ออกได้ถึงแค่หน้า The Address เท่านั้นค่ะ

    พอเดินมาสุดอาคารเลี้ยวขวา เราจะเจอกับทางเข้า-ออกอีกทางนึงจากถนนพญาไท ข้างๆกับโรงเเรม VIE Hotel ค่ะ ตรงนี้รถก็สามารถเข้าออกได้นะคะ คือเข้าก็จะตรงมาเลย ส่วนออกก็จะต้องวนไปอีกทางนึง 

    ถนนข้างโรงเเรม VIE Hotel ตรงนี้จะเป็นพื้นที่ทรัพย์สิน ดังนั้นในอนาคตตรงนี้อาจเปลี่ยนเเปลงไปก็ได้ค่ะ แต่ในปัจจุบันและ 10 ปีที่ผ่านมาก็ยังสามารถผ่านเข้า-ออกได้ คือถ้าใครอยู่อาคาร B จะเดินมารถไฟฟ้าทางนี้ก็จะสะดวกเเละร่มรื่นมีร่มเงาบังเเดด ไม่ต้องไปเดินริมถนนใหญ่ตรงเพชรบุรีค่ะ

    ลองมองจากทางเข้าย้อนไปดูนะคะ ตรงนี้จะมีพี่รปภ.คอยดูแลอยู่ 24 ชม.เลย ในกรณีรถเข้าคือเลี้ยวขวา รถออกจะออกทางซ้ายมือค่ะ

    ทางเดินรถก็จะอยู่รอบๆอาคารเลย ตรงนี้จะเป็น One Way เช่นกัน เลี้ยวลงจากอาคารก็มาออกตรงนี้ได้ รอบๆอาคารจะมีรั้วทึบกั้นไว้อยู่

    ทางเข้าออกถึงเเม้จะดูมีหลายจุดแต่ก็จะมีไม้กั้นกระดก รปภ.ประจำจุด และใช้ระบบ Easy pass ในการเข้า-ออกนะคะ ไม่สามารถมั่วมาได้แน่นอน ที่มุมโครงการจะมีห้องที่เก็บงานระบบไว้เฉพาะเเยกออกไปค่ะ

    โครงการนี้รอบๆที่เราเดินผ่านจะไม่เห็นสวนหรือพื้นที่สีเขียวเท่าไหร่ อันนี้ต้องขอบอกก่อนว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ค่อนข้างเก่าเเล้ว คือสร้างเสร็จก็ 11 ปีมาเเล้วใช่ไหมค่ะ ในสมัยนั้นกฎหมายอาคารที่เกี่ยวกับเรื่อง EIA และสิ่งเเวดล้อมยังไม่ออก ดังนั้นจึงจะไม่มีข้อกำหนดเรื่องพื้นที่สีเขียวรอบๆโครงการมาเกี่ยวข้องเท่าไหร่ แต่ถึงเเม้จะไม่ได้คำนึงถึงพื้นที่สีเขียวตั้งแต่ต้น จากภาพรวมของโครงการเราว่าก็ออกแบบพื้นที่มาค่อนข้างหลวมๆนะคะ คือจะไม่ค่อยเหมือนโครงการสมัยนี้ที่พื้นที่ต่อตร.ม.เป็นเงินเป็นทอง ทุกอย่างจะถูกกำหนดด้วยขนาดมาตรฐานที่ขึ้นอยู่กับกฎหมาย ซึ่งเดี๋ยวเราจะพาไปในดูในอาคารกันค่ะ จะเห็นเลยว่าพื้นที่ดูเหลือขนาดไหน

    ก่อนอื่นมาดูที่จอดรถกันซักหน่อยดีกว่า ในเรื่องของจำนวนที่จอดรถเราขอกะประมาณคร่าวๆให้ดูเเล้วกันค่ะ จำนวนที่จอดรถแต่ละชั้นไม่รวมจอดซ้อนคันจะอยู่ที่ประมาณ 43 คันต่อชั้นค่ะ ลองคิดจากจำนวนชั้น 5 ชั้น (ชั้น 2-6) ที่เป็นที่จอดรถเต็มชั้น ก็จะได้ที่จอดรถอย่างน้อย 215 คัน ซึ่งถ้าเราประมาณจำนวนยูนิตต่ออาคารน่าจะตกอยู่ที่ 290 ยูนิต ดังนั้นเราว่าที่จอดรถของโครงการนี้มากกว่า 75% แน่นอนค่ะ (ตัวเลข 75% มาจากที่จอดรถที่เราคำนวนมาให้ดูเบื้องต้น ไม่รวมที่จอดรถชั้น 1 ,ที่จอดรถรอบๆโครงการ และที่จอดรถแบบซ้อนคันนะคะ) และอย่างที่บอกไปคือ สำหรับห้องขนาดที่มากกว่า 80 ตร.ม. ก็จะได้ที่จอดรถเบบ Fixed ไปเลยค่ะ ไม่ต้องวนหาที่จอด

    ทุกชั้นที่จอดรถจะสามารถเข้าไปยังลิฟต์โดยสารของอาคารนั้นๆได้เลย โดยจะต้องใช้ Key Card ในการเข้าออกนะคะ

    ที่จอดรถจะใช้เส้นทางเข้า-ออกทางเดียวกัน เท่าที่สอบถามดูที่จอดรถเนื่องจากมี Fixed คันไว้บ้างก็จะไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่เรื่องที่จอด ระยะการใช้งานเลี้ยวเข้าออกก็ถือว่าโอเค ในกรณีที่ไม่มีรถจอดซ้อนคัน ขับสะดวกอยู่ค่ะ 

    สำหรับชั้นที่จอดรถ ภายในชั้นนั้นๆก็จะเป็นที่จอดรถอย่างเดียวเลย ทำให้ผนังรอบๆสามารถเจาะเป็นช่องเปิดได้ สามารถระบายอากาศได้ดี เเละมีเเสงสว่างค่อนข้างมาก ไม่เกิดมุมมืดอับเท่าไหร่ค่ะ

    ตัวอย่างที่จอดรถของอาคาร A ทางขึ้น-ลงจะอยู่จุดเดียวทางทิศใต้ของอาคาร รถจะต้องวิ่งสวนกันนะคะ เเละทางก็ลาดขึ้นลงก็จะหักเป็นตัว U ซึ่งขณะขับขึ้นลงสำหรับคนที่ขับแรกๆอาจจะรู้สึกว่ายากเล็กน้อย เพราะว่าเราจะต้องหักแบบ 90 องศาเลย แล้วก็ต้องคอยระวังรถที่ขับสวนมาด้วย แต่ตามมุมต่างๆก็จะมีติดกระจกโค้งไว้ให้ เเต่ยังไงก็อย่าประมาทค่ะ 

    เรามาดูตัวอาคารและพื้นที่ส่วนกลางกันบ้าง ในรีวิวนี้เรามีบรรยากาศของอาคาร A มาฝากกันนะคะ ทางเข้าอาคารจะมีโถงที่เป็นส่วน Outdoor อยู่ ซึ่งการที่เราจะเข้าไปข้างในส่วนที่เป็น Lobby ซึ่งอยู่ Indoor นั้นเราจะต้องใช้ Key Card ในการเข้าออกนะคะ ในกรณีที่เรามีเพื่อนมาหรือว่าเรียก Line Man หรือ Delivery ใดๆ ก็อาจจะต้องให้เขายืนรอตรงนี้ซักครู่ค่ะ(ก็ประชาสัมพันธ์อยู่เข้าไปค่อนข้างลึกเลย) แต่ก็ยังดีนะคะที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่มีหลังคาปกคลุม ฝ้าเพดานสูงด้วย ทำให้ไม่ร้อนค่ะ

    ทางเข้าหลักนอกจากบันไดเเล้วยังทำทางลาดไว้ให้ด้วย สามารถใช้รถเข็นหรือว่าคนที่เดินทางบ่อยๆ จะลากกระเป๋าลากก็ได้ค่ะ (ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมถึงไม่ทำทางลาดนี้ไว้ชิดฝั่งใดฝั่งหนึ่งไปเลย)

    ในอาคาร A นี้จะเรียกว่าเป็น Manhattan Tower ค่ะ ส่วนอาคาร B จะเรียกว่า Central Park ตั้งชื่อตามสถานที่สำคัญของ New York city ซึ่งเป็น Concept หลักของโครงการ

    เมื่อเข้ามา เราจะเจอกับ Lobby ของอาคารก่อน ซึ่งตรงนี้จะได้เป็นฝ้าเพดานสูง ด้านนึงมีกระจกตลอดเเนวความยาวของ Lobby เลย ทำให้ดูสว่างและโล่งมากค่ะ ข้างๆนี้จะเป็นตำแหน่งของน้ำพุนะคะ มีการเลือกใช้วัสดุหินในการตกแต่ง ส่วนตัวน้ำพุนี่เราไม่เห็นเปิดใช้เเล้ว 

    ลองดูขนาดของ Lobby อาคารกันดูค่ะ เราว่าค่อนข้างกว้างเลยดูเหมือนเป็น Lobby ของ โรงเเรมได้ อันนี้คือสำหรับอาคาร A ซึ่งจำนวนยูนิตประมาณ 290 ยูนิตนะคะ เราบอกเเล้วว่าโครงการนี้ดูเป็นโครงการที่ออกแบบมาพื้นที่เหลือๆมาก

    มีมุมโซฟาจัดไว้หลายๆมุม สามารถมานั่งเล่น คุยงาน พักผ่อนได้ ส่วนทางซ้ายมือของภาพเราจะเห็นแนวของห้อง ตรงนี้จะเป็นตำแหน่งของ นิติบุคคล Mail room และมีห้องอ่านหนังสือให้บริการอีกด้วยค่ะ พื้นที่ส่วนกลางตรงLobby นี้จะเปิดเเอร์ใช้งานเป็นช่วงเวลา ช่วงเย็นๆประมาณ 3-4 ชม.ค่ะ

    เรามาดูในห้องอ่านหนังสือ หรือ Library กันก่อน เป็นห้องที่ไม่ใหญ่มากนะคะ มีโต๊ะอ่านหนังสืออยู่และมีโซนที่เป็นเคาน์เตอร์ด้วย

    จะมีชั้นหนังสืออยู่ตรงนี้เป็นมุมที่ดูเป็นหนังสือที่ได้บริจาคมาจากผู้อยู่อาศัยที่นี่มากกว่า เราแอบเห็น Board Game ด้วย สามารถมานั่งเล่นได้ด้วย น่าสนุกดีนะคะ

    ส่วนห้อง Mail Room เป็นห้องที่มีตู้จดหมายได้อารมณ์ค่อนข้าง Vintage เลยเป็นตู้จดหมายที่ใช้วัสดุไม้สีเข้มตกแต่ง

    มาที่โถงลิฟต์ ก่อนที่จะเข้าโถงลิฟต์เราจะต้องใช้ Key Card อีกชั้นนะคะ รูปแบบการตกแต่งก็จะมีการใช้หินมาสร้างเป็นกรอบบานประตู สลับกับประจก (อาคารค่อนข้างเก่า เราเลยจะเห็นหน้าต่างบานเกล็ดระบายอากาศอยู่ข้างบนแบบนี้)

    เข้ามาในโถงลิฟต์กันบ้าง ลิฟต์โดยสารของอาคารจะมีอยู่ 3 ตัว (มีลิฟต์ Service 1 ตัวที่เข้าอีกฝั่งนึง) อัตราส่วนการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 96 : 1 ถือว่าไม่ค่อยหนาเเน่นนะคะ

    ลิฟต์โดยสารของอาคารจะไม่ล็อคชั้นนะคะ คือสามารถไปชั้นไหนก็ได้เลย แต่ที่ชั้น 1 และชั้นจอดรถจะต้องใช้ Key card เพื่อเข้ามายังโถงลิฟต์

    เราจะพาไปดูชั้นพื้นที่ส่วนกลางกันก่อน ซึ่งจะอยู่ที่ชั้น 26 และชั้นดาดฟ้านะคะ ที่ชั้น 26 จะถูกเเบ่งพื้นที่ครึ่งนึงเป็นส่วนที่พักอาศัย เเละส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งจะประกอบไปด้วยฟิตเนส ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ สปา Sauna และ Steam แยกชาย-หญิงค่ะ

    จากโถงลิฟต์ไปยังพื้นที่ส่วนพักอาศัยเเละส่วนกลาง จะมีประตูเปิด-ปิด แต่ตรงนี้ไม่ต้องใช้ Card ในการเข้า-ออกแล้วนะคะ

    ออกมาทางซ้ายมือจะเป็นส่วนพักอาศัย ส่วนทางขวามือจะมีห้องพักอยู่ทางขวามือส่วนทางซ้ายมือเเละสุดทางเดินจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางค่ะ ส่วนตัวมองว่าพื้นที่ทางเดินของอาคารให้มากว้างมากเลยนะคะ เดินสบายมาก ดูเหมือนจะเป็นอาคาร Public ด้วยซ้ำ

    สุดทางเดินจะเป็นห้องฟิตเนสค่ะ

    ข้างในให้เครื่องเล่นมากเยอะมากเลย วันที่เข้าไปมีเปิดแอร์ด้วย ทั้งที่มีคนใช้งานแค่คนเดียวเอง

    ผนังรอบๆก็จะเป็นกระจก สามารถมองวิวออกไปรอบๆได้ ภายในห้องก็ดูค่อนข้างสว่างมากด้วย

    มี Locker และมีพวกเสื่อโยคะเตรียมไว้ให้บริการ หยิบยืมใช้ได้ค่ะ

    ออกมาจากห้องฟิตเนส ทางขวามือจะเป็นบันได้ขึ้นไปยังห้องน้ำ ส่วนซ้ายมือนี่เราว่าน่าสนใจ คือโครงการนี้บริเวณทางเดินจะมีการเจาะช่องพื้นไว้ ทำให้พื้นที่ชั้นต่างๆเชื่อมถึงกัน เป็นอะไรที่น่าสนใจมากค่ะ โดยจะเจาะพื้น 2 ชั้น เว้น 1 ชั้น แบบนี้ซ้ำไปเรื่อยๆ ถือว่าเป็นการออกแบบที่เราไม่ค่อยจะได้เห็นกันในอาคารประเภทคอนโดมิเนียมนะคะ

    มาดูที่ห้องน้ำกันต่อ พื้นที่ห้องน้ำตรงนี้จะเป็นห้องใหญ่เลยค่ะ แยกชาย- หญิง โดยผู้หญิงจะเป็นห้องทางซ้ายมือ ทางขวามือจะเป็นห้องน้ำชาย

    เมื่อเข้ามาจะมีมุม Locker สามารถเก็บของหรือนั่งเปลี่ยนรองเท้าก่อนไปเล่นฟิตเนสได้

    หันไปทางขวามือจะมีบันไดขึ้นกับทางเเยกไปซ้ายมือ

    เดี่ยวเราลองเดินขึ้นไปดูดีกว่าค่ะว่าข้างบนมันคืออะไร

    ตรงนี้คือ Spa นั่นเองค่ะ เป็นอ่างจากุชชี่ที่ดูเเล้วก็ได้รับการดูเเลทำความสะอาดดีอยู่นะคะ (อาคารมากกว่า 10 ปีแล้ว) เราคิดถึงการเอาเทียนหอมมาจุดนั่งเเช่จากุชชี่ผ่อนคลายตรงนี้ได้เลยค่ะ เจ๋งดี

    เราลองเดินมาทางซ้ายมือบ้าง จะเจอกับห้อง Steam และ Sauna (หลังๆตามโครงการต่างๆมักจะให้ Steam และ Sauna อยู่ในห้องน้ำหญิงหรือห้องน้ำชายอย่างละ 1 ห้องเอง)

    บรรยากาศภายในห้อง Steam ยังสามารถใช้งานได้อยู่ค่ะ

    ห้อง Sauna ที่อยู่ติดๆกันก็ยังใช้งานได้

    ฝั่งตรงข้ามจะเป็นตำแหน่งของอ่างล้างมือ มีให้ใช้ 3 จุดน่าจะเพียงพอต่อการใช้งาน

    และมีมุมห้องอาบน้ำและห้องสุขาอยู่เช่นกัน ภาพรวมถือว่าเป็นห้องน้ำที่ใหญ่ใช้ได้เลยนะคะ

    เดี๋ยวเราจะขึ้นไปดูที่ Roof top กันต่อ จากชั้น 26 จะมีบันไดขึ้นไป Roof top ได้ หรือว่าเราจะใช้ลิฟต์เพื่อขึ้นไปก็ได้เช่นกันค่ะ

    ชั้น Roof top จะเป็นชั้นที่จัดเป็น Facility ทั้งชั้นเลย โดยจะประกอบไปด้วย สวน สระว่ายน้ำ และห้อง Squash ค่ะ

    ออกจากลิฟต์มาทางซ้ายมือเราจะเจอกับส่วนที่เป็นสวนก่อนค่ะ บริเวณขอบอาคารจะมีส่วนที่ปลูกต้นไม้ไว้เป็นไม้พุ่มเเละมีเก้าอี้นั่งแทรกตัวอยู่ระหว่างทาง มีไฟส่องสว่างอยู่ให้ด้วย ซึ่งเราว่าดูดีมากเลยที่บริเวณที่นั่งจะได้รับร่มเงาจากพุ่มไม้นี้ด้วย ขณะที่สวนกลายเป็นมุมนั่งพักผ่อนจริงๆ ค่ะ สุดทางเดินเราจะเห็นบันไดเดินขึ้นไปยังสระว่ายน้ำค่ะ

    พอเดินขึ้นมาเราจะเจอกับสระว่ายน้ำ ซึ่งสระว่ายน้ำนี้ก็จะมีทั้ง 2 อาคารเลยนะคะ เนื่องจากอาคารค่อนข้างสร้างมานานเเล้ว ระบบสระว่ายน้ำยังคงใช้เป็นระบบคลอรีนอยู่ค่ะ

    ลองเดินไปฝั่งขวามือกันบ้าง

    มีห้องน้ำให้บริการเป็นห้องสุขานะคะ ด้านหน้าห้องน้ำมีล็อกเกอร์ไว้ให้ใช้บริการอยู่หน้าห้องน้ำค่ะ

    เดินมาทางนี้ก็จะมีโซนสวนที่ออกแบบคล้ายๆกับฝั่งที่แล้วอยู่ แต่จะมีพื้นที่กว้างกว่า

    คือจากฝั่งที่เเล้วจะนั่งได้แนวเดียว แต่มาจุดนี้จะสามารถนั่งได้โดยรอบเลย เเละมีพื้นที่ตรงกลางกว้างขวางค่ะ

    นอกจากนี้ยังมีห้องSquash ให้ใช้บริการด้วยนะคะ เก๋ไม่เบา

    กลับเข้ามาในอาคารจะเจอกับบันไดเดินขึ้นไปสระว่ายน้ำ ตรงนี้จะเป็นทางขึ้นหลักค่ะ

    ขึ้นมาจะมีมุมนั่งพักผ่อน เเละเราสามารถมองวิวไปยังหน้าฝั่งถนนพญาไทได้ด้วย

    ที่ชั้นนี้จะไม่มีห้องอาบน้ำให้บริการนะคะ แต่จะมีที่ล้างตัวกลางเเจ้งให้แบบนี้ ชำระล้างร่ายกายก่อนเเละหลังใช้งานสระว่ายน้ำค่ะ

    สระว่ายน้ำมีขนาดใหญ่เลย ใช้งานพร้อมกันได้หลายคน เเละเป็นสระที่อยู่ชั้นดาดฟ้า ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัว(ไม่มีอาคารรอบๆมองมาเห็นเท่าไหร่ขณะที่เราใช้งาน)

    จบชั้นที่เป็นพื้นที่ส่วนกลางเเล้ว เราลองมาดู Typical Floor ของโครงการกันบ้างดีกว่า โครงการนี้จะแบ่งเป็น 2 อาคารค่ะ อย่างชั้นที่ 11 ที่เรายกตัวอย่างมาให้ดูจะมีจำนวนยูนิตอยู่ที่ 17 ยูนิตต่อชั้น ถือว่าไม่หนาเเน่นมากนะคะ ทางเดินจะเป็นทางเดินแบบ Double corridor คือมีห้องพักอยู่ทั้ง 2 ฝั่งของทางเดินเลย ดูเผินๆอาจจะคิดว่าทางเดินจะมืดทึบรึเปล่า แต่เอาเข้าจริงก็ไม่นะคะ ข้างๆลิฟต์จะมีช่องเเสงเเละช่องระบายอากาศอยู่ข้างๆทำให้เเสงสามารถลอดผ่านได้ และการออกเเบบที่มีเจาะช่องตรงพื้นที่ทำให้ชั้นห้องพักต่างๆเชื่อมถึงกันก็จะช่วยให้บริเวณทางเดินดูโปร่งมากขึ้นด้วยค่ะ

    การวางตำแหน่งห้องพัก อาคารนี้จะมีห้องพักตั้งแต่ 1 Bedroom ไปจนถึง 3 Bedroom ซึ่งห้องแบบ 1 Bedroom จะเป็นห้องที่อยู่ทางทิศตะวันตก ตรงนี้ก็จะได้ข้อดีที่ลมพัดเข้านะคะ แต่แดดก็จะร้อนเอาการเหมือนกัน และแบบห้องที่มีเยอะที่สุดในโครงการนี้คือห้องแบบ 2 Bedroom ที่จะมีทั้งที่วางอยู่ทิศตะวันออกและทิศตะวันตกเลย โดยห้องที่อยู่ทิศตะวันออกจะมีขนาดใหญ่กว่าห้องทางทิศตะวันตก ส่วนห้องที่อยู่หัวมุมอาคารจะมีทั้งห้องแบบ 1 Bedroom , 2 Bedroom และที่พิเศษคือห้องแบบ 3 Bedroom จะอยู่ตำเเหน่งทิศเหนือซึ่งจะได้ข้อดีที่ไม่ค่อยร้อน เป็นห้องที่อยู่ฝั่งถนนใหญ่ ไม่มีใครมาบังวิวเท่าไหร่(เเต่ห้องล่างๆอาจจะมีเรื่องเสียงมารบกวนบ้าง)

    มุมมองจากห้องพัก ห้องส่วนมากจะหันหน้าไปทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกนะคะ ทางทิศตะวันออกที่บอกว่าค่อนข้างร่ม แต่ทางฝั่งนี้ถ้าเป็นอาคาร A ตอนนี้จะมีโครงการ The Line ราชเทวีที่ขึ้นมาข้างๆกันเริ่มบังวิวเเล้ว โครงการนี้จะสูง 38 ชั้นค่ะ ส่วนอาคาร B ห้องที่อยู่ทางทิศตะวันออกจะไม่เจออะไรบังเท่าไหร่ เพราะจะมีโครงการ The Address สยาม-ปทุมวันอยู่ข้างๆ เป็น Low Rise 8 ชั้นค่ะ ส่วนทางทิศตะวันตกนั้นอาคาร A จะติดกับที่ดินเปล่า ส่วนอาคาร B จะติดกับ Coco Walk ค่ะ

    วิวทิศตะวันออกจากชั้นดาดฟ้าของโครงการค่ะ เราจะเห็นโครงการข้างเคียงอย่าง PYNE by SANSIRI ทางซ้ายมือกับโครงการ Condolette Ize ทางขวามือ

    นอกจาก 2 คอนโดนี้เเล้ววิวส่วนมากก็จะเป็นอาคารที่ไม่สูงมากค่ะ วิวยังค่อนข้างโล่งอยู่

    เเต่ถ้าเลย Pyne ไปตรงนี้จะเริ่มเห็นตึกสูงบ้างเเล้วนะคะ

    บริเวณโถงลิฟต์ในเเต่ละชั้นก็จะมีช่องเเสงเเละหน้าต่างไว้ระบายอากาศค่ะ ลิฟต์โดยสารจะมีอยู่ 3 ตัวต่ออาคาร ตำแหน่งของโถงลิฟต์จะอยู่ตรงกลางอาคารเลยทำให้ระยะทางการเดินไปทั้ง 2 ฝั่งเท่าๆกัน

    ทางเดินหน้าห้องพักจะมีส่วนที่เจาะพื้นลงไปเชื่อมต่อ 3 ชั้นเข้าด้วยกัน ทำให้ดูโปร่งโล่งดีค่ะและเราจะเห็นช่องเเสงที่ได้มาจากบริเวณโถงลิฟต์เเละข้างๆลิฟต์กับห้องพักก็จะมีจุดที่เป็นหน้าต่างเช่นกัน ทำให้ทางเดินไม่มืดมาก

    ส่วนประตูเข้าห้องนั้นจะเป็นประตูไม้สีเข้ม มีป้ายเลขที่ห้องเเละกริ่งอยู่หน้าห้องค่ะ บริเวณประตูจะมีตาแมว และเนื่องจากโครงการค่อนข้างเก่าเเล้ว กลอนจึงเป็นเเบบไขกุญเเจกับลูกบิดคันโยกอยู่นะคะ แต่ถ้าห้องไหนอยากได้ Digital door lock เดี๋ยวนี้ก็มีวางขายเยอะเลย ราคาหลักพันไปจนถึงหมื่นต้นๆค่ะ


    Product Walkthrough

    สำหรับโครงการ บ้านกลางกรุง สยาม-ปทุมวัน นี้จะมีจุดเด่นที่ห้องพักขนาดใหญ่มากเลย คือจะมีแบบห้องเริ่มต้นตั้งแต่ 1 Bedroom เริ่มต้นประมาณ 48 ตร.ม. ไปจนถึงห้องแบบ 3 Bedroom ขนาดประมาณ 140 ตร.ม. ซึ่งโดยทั่วไปคอนโดที่สร้างมานานขนาดนี้ รูปแบบการขายก็จะขึ้นอยู่กับเจ้าของห้องเเล้วค่ะ ทั้งตัววัสดุ การตกแต่ง หรือบางยูนิตอาจจะมีการเปลี่ยนเเปลงอื่นๆ เช่นการจัด Space หรือพื้นที่ภายในห้องใหม่ไปแล้ว ดังนั้น ในรีวิวนี้ เราของลองยกตัวอย่างผังมาตรฐานของเเต่ละแบบมาดู เพื่อดูการจัดแบ่งพื้นที่หรือกั้นห้องมาเป็นตัวอย่างนะคะ

    ขอเริ่มต้นที่แบบ 1 Bedroom กันก่อน แบบนี้จะเป็นห้องที่มีขนาดประมาณ 55 ตร.ม. (เอาเข้าจริงคอนโดใหม่ๆที่เกิดขึ้นปัจจุบันห้อง 50 ตร.ม.ขึ้นไปก็จะจัดเป็นห้องแบบ 2 Bedroom ไปซะเเล้ว) ซึ่งสำหรับคอนโดใจกลางเมืองนี้ถือว่าเป็นห้องที่มีขนาดใหญ่เลยค่ะ อยู่อาศัยสบาย ห้องที่ได้จะเป็นห้องหน้ากว้างนะคะ เป็น 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ เมื่อเข้าห้องมาจะเจอกับพื้นที่ส่วนกลางของห้องที่จะเป็นพื้นที่โล่งๆ (หรือบางห้องอาจจะกั้นประตูบานเลื่อนเพิ่มเพื่อสร้างครัวปิดไปแล้ว พื้นที่ตรงนี้จะสามารถจัดวางฟังก์ชันของห้องครัว ห้องทานอาหาร(สามารถจัดเเบบ 4-6 ที่นั่งตรงกลาง และสามารถเดินวนรอบได้ ) และมีพื้นที่นั่งเล่น รับแขกที่วางชิดริมระเบียงที่เป็นระเบียงหน้ากว้างเต็มความยาวของห้องนั่งเล่นเหมือนกัน ทำให้พื้นที่ตรงนี้โปร่ง โล่งเชื่อมกัน รับเเสงได้เต็มที่ ส่วนห้องนอนก็จะอยู่อีกฝั่งนึงของห้องเป็นห้องขนาดใหญ่เหมือนกัน สามารถจัดวางเตียง King size ได้ถึง 6 ฟุต วางตู้เสื้อผ้า จัดมุมทำงานได้ และมีห้องน้ำในตัว ส่วนห้องน้ำนี้ ถือว่าการออกเเบบที่ทำให้มีประตูเข้าออกได้ 2 ทางทั้งจากห้องนอนและห้องนั่งเล่น ก็จะช่วยทำให้การใช้งานสะดวกมากขึ้นค่ะ เเขกไปใครมาก็ไม่ต้องมาเข้าจากห้องนอนเลย ในขณะที่เราซึ่งเป็นผู้อยู่อาศัยก็ยังคงใช้งานได้สะดวก

    โดยห้อง 1 Bedroom ส่วนมากของอาคาร A มักจะเป็นห้องที่หันหน้าไปทางทิศตะวันตก (หรือหันหน้าไปยังรถไฟฟ้าราชเทวี) ซึ่งก็จะได้ข้อดีที่รับลมได้ ตอนนี้พื้นที่ฝั่งนี้เป็นที่โล่ง (ในอนาคตยังไม่แน่ชัดว่าจะสร้างเป็นอะไร) แต่ก็อาจจะร้อนไปบ้างเพราะหันหน้ารับแดดเต็มๆ และเนื่องด้วยติดกับ Coco walk ซึ่งชั้นล่างๆอาจจะได้ยินเสียงดังบ้าง เพราะตรงนี้ถือว่าเป็นสถานที่ Hangout ตอนกลางคืนเหมือนกัน มีร้านเหล้า เล่นดนตรีในทุกๆวันค่ะ

    มาลองดูที่ห้อง 2 Bedroom กันนะคะ สำหรับห้องนี้ เราจะต้องบอกก่อนว่าหน้ากว้างจะมีขนาดที่เท่ากันกับห้อง 1 Bedroom เมื่อสักครู่ แต่ด้วยความที่ห้องจะมีความลึกมากกว่า ทำให้ได้พื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มมาถึงประมาณ 80 ตร.ม. ซึ่งทำให้มีห้องนอนเล็กเพิ่มขึ้นอีก 1 ห้องเป็นห้องแบบ 2 ห้องนอน และ 2 ห้องน้ำ โดยห้อง Master bedroom จะเป็นห้องใหญ่เลย มีห้องน้ำในตัว ไม่ต้องใช้ร่วมกับใคร ส่วนห้องน้ำอีกห้องจะเป็นห้องน้ำที่เข้าออกได้ 2 ทางคือจากห้องนอนเล็ก เเละพื้นที่ส่วนกลางของห้อง โดยห้องนี้จะมีข้อเสียตรงที่ห้องนอนเล็กจะอยู่มุมด้านในอาคาร ทำให้ไม่มีหน้าต่างเเละช่องเเสงระบายอากาศเลย สำหรับใครที่อยู่เป็นคู่รักหรือว่าอยู่ 1-2 คน ก็อาจจะไปนอนที่ Master Bedroom ได้ ส่วนห้องนี้จะปรับเป็นห้องทำงาน หรือ walk-in closet ขนาดใหญ่ไปเลยก็ได้ค่ะ ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางนั้น ห้องนี้จะมีข้อดีตรงที่พื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่มาก เป็นพื้นที่ที่ให้ความสำคัญ สมาชิกต่างๆในครอบครัวสามารถมาใช้ร่วมกันได้ตลอดเวลา และด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ ก็จะให้ความรู้สึกเหมือนห้องนั่งเล่นในบ้านของเราเลย เเถมมีระเบียงที่กว้างเต็มหน้ากว้างของห้องด้วย สามารถเปิดรับลมได้ในวันที่อากาศดี ไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศก็ได้ และพื้นที่ต่างๆก็มีขนาดใหญ่ เราจะติดตั้งประตูกระจกบานเลื่อนไปก็ได้ ก็จะช่วยเเบ่งพื้นที่ บางครั้งเวลาเราเปิดเเอร์ก็จะช่วยประหยัดได้ หรือว่าถ้าเราจะทำอาหาร ก็จะทำให้กลิ่นไม่ไหลเวียนเข้ามายังพื้นที่ส่วนอื่นๆของห้องได้ค่ะ

    ตัวอย่างผังห้องแบบ 3 Bedroom ห้องนี้จะเป็นห้องทางทิศเหนือติดกับถนนเพชรบุรีของอาคาร A นะคะ เป็นห้องที่มีอยู่ชั้นละ 1 ห้องเท่านั้น เป็นห้องแบบ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ทุกห้องจะได้หน้าต่างหมดค่ะ โดยเมื่อเข้ามาจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางของห้อง ประกอบไปด้วยครัว พื้นที่นั่งเล่น พื้นที่รับแขก และพื้นที่รับประทานอาหาร ซึ่งตรงนี้เป็นที่โล่งสามารถจัดพื้นที่ใช้สอยได้ตามต้องการ ทางซ้ายมือจะมีห้องนอนอยู่ 1 ห้องที่มีห้องน้ำในตัวเเละมีระเบียงหน้ากว้างเต็มความกว้างของห้องนอนเลย ถือว่าอยู่อาศัยสบายดูมีความเป็นส่วนตัว ส่วนทางปีขวามือจะเป็นตำแหน่งของห้องนอนอีก 2 ห้อง ซึ่งจะมีทางเดินเเจกก่อนเข้าไปในห้อง ตรงนี้ก็จะเพิ่มความเป็นส่วนตัวของห้องนอนโซนนี้ได้นะคะ โดยห้องนอนใหญ่จะมีห้องน้ำในตัว และมีระเบียงหน้ากว้างในห้อง ซึ่งขนาดห้องนอนก็ได้ค่อนข้างใหญ่สามารถจัดวางเตียงนอนและกันพื้นที่ทำเป็นมุมทำงานหรือมุมพักผ่อนภายในห้องนอนได้ ส่วนห้อนนอนเล็กอีกห้องที่อยู่ติดๆกัน ตรงนี้จะไม่ได้ระเบียงนะคะ เเละห้องน้ำสำหรับห้องนอนนี้จะใช้ร่วมกันกับพื้นที่ส่วนกลางของห้อง แต่ก็ยังได้ข้อดีที่มีประตูทางเข้าออก 2 ทาง ยังช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัวเเละความสะดวกสบายอยู่ค่ะ

    ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 27 December 2018

    เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดมานานแล้วนะคะ ดังนั้นต้องซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ทำให้ราคาก็จะค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ขนาด การตกแต่ง และสภาพห้องในปัจจุบัน ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย

    • ราคาขายต่อตารางเมตรปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 155,000 บาท/ตร.ม. (ข้อมูลเฉลี่ยจากห้องที่ขายอยู่ในตลาด จำนวนประมาณ 20 ห้อง ณ วันที่ 27 December 2018)
    • ช่วงราคาขายปัจจุบันต่อห้องอยู่ที่ประมาณ 7-20 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับขนาดเเละสภาพห้อง
    • ค่าส่วนกลาง 40 บาท/ตร.ม.
    • ค่าไฟค่าน้ำ ตามการใช้งานจริง

    **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


    เจาะลึกรวบยอด

    ทำเล – ราชเทวีถือเป็นทำเลที่อยู่ใกล้ใจกลางเมืองอย่างสยามมาก (เพียง 1 สถานีรถไฟฟ้า) ซึ่งย่านนี้นับว่ามีความอุดมสมบูรณ์ครบถ้วนทั้งทางด้านการกินอยู่ การเดินทาง สถานที่ทำงาน และสถานศึกษา ใช้ชีวิตได้อย่างค่อนข้างสะดวกสบาย ทางด้านอาหารการกิน บริเวณย่านราชเทวีก็มีตัวเลือกมาให้ค่อนข้างมาก ทั้ง Coco walk ที่อยู่ฝั่งเดียวกันกับโครงการ หรือฝั่งตรงข้ามที่บริเวณโรงเเรมเอเชียเเละในซอยก็มีตัวเลือกทั้งร้านข้างทาง ร้านในตึกแถว ร้านสะดวกซื้อ หรือถ้าอยากกินหรูหรืออยากได้ความบันเทิงหน่อยจะไปสยามก็ไม่ไกลเลย นั่งมอเตอร์ไซค์ หรือรถไฟฟ้าไปก็ได้ค่ะ ที่น่าสนใจคือบริเวณนี้เป็นย่านที่มีสถานศึกษาเยอะ เราจึงจะเห็นทั้งนักเรียน นักศึกษาอยู่คอนโดหรือหอพักบริเวณกันค่อนข้างเยอะ 

    การเดินทางโดยใช้รถ – ตัวโครงการสามารถเข้าออกได้ 2 ทาง ทั้งทางถนนเพชรบุรีเเละถนนพญาไท ซึ่งสามารถใช้ถนนเส้นเพชรบุรีเข้า-ออกเมืองได้ง่าย ไปยังพัฒนาการหรือว่าไปยังสนามหลวงได้เลย และถนนพญาไทก็เป็นถนนที่สามารถใช้วิ่งไปสยามหรือไปยังพระราม 4 หรือจะวิ่งไปยังอนุสาวรีย์ก็ได้ค่ะ นอกจากนี้ในเเง่การใช้ทางด่วนเเล้วก็ถือว่ายังสามารถไปใช้งานได้ไม่ลำบากมากนัก เพราะจากถนนเพชรบุรีไปยังเเยกอุรุพงษ์ก็จะเจอกับทางด่วนศรีรัชเเล้ว เลี้ยวซ้ายขึ้นได้เลย

    การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – ถือเป็นอีกหนึ่งทำเลที่มีตัวเลือกในการเดินทางหลากหลาย ทั้งจุดเด่นหลักๆอย่างรถไฟฟ้า ที่ห่างจากโครงการ ประมาณ 200 เมตร(เข้า-ออกได้ 2 ทาง ไม่ว่าจะอยู่อาคารไหนก็ไม่ได้รู้สึกไกลมาก) มีรถเมล์ผ่านทั้งถนนเพชรบุรีเเละถนนพญาไท เรียกรถเเท็กซี่ สามล้อ หรือวินมอเตอร์ไซค์ได้สะดวก นอกจากนี้ยังมีท่าเรือตรงสะพานหัวช้างอีกหนึ่งช่องทางที่สามารถใช้งานไปยังวัดภูเขาทองได้ค่ะ

    การออกแบบโครงการ – เป็นโครงการที่สร้างมานานแล้ว แต่การออกแบบมีการยึดแนวคิด New york ทำให้ยังมีบางองค์ประกอบที่ดูโดดเด่นมา ไม่ใช้อาคารพักอาศัยเรียบๆทั่วไป ซึ่งองค์ประกอบภายนอกของอาคารมีการเองลายหัวเสาคลาสสิกมาใช้ประดับประดาอีกด้วย ซึ่งถ้ามองจากปัจจุบัน อาคารอาจจะดูไม่ทันสมัยเท่าไหร่ แต่การออกแบบพื้นที่ใช้สอยของโครงการนี้นับว่าเป็นจุดเด่นที่อาคารใหม่ไม่สามารถสู้ได้ ตัวห้องเริ่มที่ห้องขนาดใหญ่ มีแบบ 2 ห้องนอนเยอะ อยู่อาศัยกันเป็นครอบครัวได้สบาย ไม่ใช่เเค่พื้นที่ห้องพักที่ขนาดใหญ่เท่านั้น แต่พื้นที่ส่วนอื่นๆก็ถูกออกแบบมาค่อนข้างหลวม ทั้งพื้นที่ส่วนกลาง ทางเดินภายในอาคารต่างๆ

    วัสดุ – เนื่องจากเป็นโครงการค่อนข้างเก่าเเล้ว รายละเอียดวัสดุต่างๆของห้องอาจจะถูกเปลี่ยนไป เราจึงขอข้ามหัวข้อนี้ไปนะคะ

    สาธารณูปโภค – ถ้ามองในมุมอาคารที่สร้างมาในยุคที่ยังไม่มีกำหนด EIA และอาคารสมัยนั้นไม่ได้เน้นพื้นที่ส่วนกลางกันมาก เราสามารถพูดได้ว่าโครงการนี้ให้พื้นที่ส่วนกลางมาเยอะเลยค่ะ จำนวนยูนิตต่ออาคารคือประมาณ 290 แต่อาคารสูง 26 ชั้น ลิฟต์โดยสาร 3 ตัว Lobby Double Space ขนาดใหญ่ มีห้องอ่านหนังสือ ห้องน้ำ Sauna , Steam , Fitness ห้อง Squash สวน สระว่ายน้ำแยกอาคาร ถือว่าให้มาไม่เลวเลย เเล้วจำนวนเครื่องเล่นในFitness กับขนาดสระว่ายน้ำที่กะดูคร่าวๆก็ค่อนข้างใหญ่พอสมควรเลยค่ะ สภาพยังใช้งานได้ และได้รับการดูเเลที่ค่อนข้างดีแม้จะเป็นอาคารเก่าเเล้วก็ตาม

    Judgement

    เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบ Re-sale ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งครบ ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คะแนนในรีวิวนี้ได้ค่ะ

    BOTTOM LINE

    บ้านกลางกรุง สยาม-ปทุมวัน เป็นคอนโด High Rise ยุคเก่าบนย่านราชเทวีที่ได้ข้อดีตรงที่ 1) ทำเลสามารถเข้าออกได้ทั้งถนนพญาไทและเพชรบุรี  2)ห้องขนาดใหญ่เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยอยู่อาศัยกันเเบบครอบครัว ในขณะที่ราคาถูกกว่าโครงการเปิดใหม่บนย่านนี้ ราคาขายปัจจุบันอยู่ในช่วง 7-20 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับขนาดเเละสภาพของห้องค่ะ