Thonburi Health Village ประชาอุทิศ คอนโดเพื่อผู้รักสุขภาพ บนถนนประชาอุทิศ จากธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป [รีวิวฉบับที่ 1744]

November 30, 2018 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1744 … สวัสดีค่ะวันนี้เรามีคอนโดแนวคิดใหม่ กับโครงการ Thonburi Health Village จากธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป เป็นคอนโดเพื่อผู้รักสุขภาพและผู้สูงอายุ โครงการตั้งอยู่บนถนนประชาอุทิศ ออกแบบภายใต้แนวคิด “อยู่อย่างสุขภาพดีและมีความสุข” ห้องพักอาศัยออกแบบ Universal Design Concept เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้สูงวัย มี Service และWellness Center ดูแลด้านสุขภาพให้ด้วยดีเลยทีเดียวค่ะ โครงการจะเป็นอย่างไรไปชมกันเลย

Fact @ 21 November 2018

  • Thonburi Health Village Pracha Uthit (ธนบุรี เฮลท์ วิลเลจ ประชาอุทิศ )
  • บริษัท พรีเมียร์ โฮม เฮลท์ แคร์ จำกัด ภายใต้การดูแลโดย บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด
  • ECONOMY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment ได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ถนนประชาอุทิศ เขตทุ่งครุ
  • คอนโด Mid Rise 11 ชั้น 2 อาคาร 412 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 21 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 160 คันคิดเป็น 38%
  • ที่ดินประมาณ 4-0-48 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : พ.ค. 2561
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : มี.ค. 2562
  • Studio 32 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.04 ล้านบาท
  • 1 Bedroom 64 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.04 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.4 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้นประมาณ 2.04 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 67,000 บาท/ตร.ม.
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • โทร  : 02-409-2640-1 , 087 514 1999

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.636224, 100.501544

แผนที่จากทางโครงการค่ะ Thonburi Health Village ประชาอุทิศ ตั้งอยู่ติดบนถนนประชาอุทิศ โดยโครงการจะอยู่เยื้องกับ อิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย และถัดออกไปจะเจอสามแยก ซึ่งจะมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ทำให้บริเวณนี้มีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างมาก อีกทั้งยังใกล้พื้นที่สีเขียว 2 แห่งได้แก่ สวนธนบุรีรัมย์  และศูนย์ฝึกกีฬาเฉลิมพระเกียรติ ยิ่งไปกว่านั้นถนนเส้นนี้ยังออกไปทะลุถนนพระราม 2 ได้ ซึ่งบริเวณนั้นจะมีห้าง เซ็นทรัลพระราม 2 และบิ๊กซีพระรามค่ะ

ทำเลของโครงการ Thonburi Health Village ประชาอุทิศ ตั้งอยู่บนถนนประชาอุทิศ ทางเข้าโครงการอยู่บริเวณ ซอยประชาอุทิศ 60/2 ซึ่งข้างหน้าโครงการจะเป็นตึกแถว 5 ชั้น ข้อดีของโครงการนี้ฝั่งตรงข้ามจะเป็นซอยประชาอุทิศย่อยๆ ที่เชื่อมต่อไปยังถนนสุขสวัสดิ์ได้ เช่น ซอยประชาอุทิศ 69 ไปทะลุซอยสุขสวัสดิ์ 64 ซอยประชาอุทิศ 79 ไปทะลุซอยสุขสวัสดิ์ 66 และ ซอยสุขสวัสดิ์ 70 ซึ่งก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับคนใช้รถส่วนตัว เพราะมีทางเลือกให้ใช้หลากหลาย โดยรวมแล้วถือว่าทำได้สะดวกเพราะอยู่ใกล้กับทางเชื่อมสำคัญๆหลายจุด จุดแรกคือใกล้สะพานวงแหวนอุตสาหกรรมที่สามารถวิ่งไปลงพระราม 3 และโซนสำโรงได้เร็วมากแถมไม่ต้องเสียค่าทางด่วนอะไรด้วย จุดที่สองคือทางด่วนเฉลิมมหานคร จากโครงการไปด่านสุขสวัสดิ์ถือว่าไม่ไกลมากและไม่ต้องรถติดเหมือนคนที่อยู่เส้นพระราม 2 ด้วย จุดที่สามคือทางด่วนกาญจนาภิเษกถ้าใครที่ไปทำงานที่ต้องเดินทางไปสำโรง บางนา บางพลี เทพารักษ์ ก็เดินทางได้สะดวกเลย

ความอุดมสมบูรณ์ของโครงการ ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์ดี ใกล้ในระยะเดินจะมีร้านอาหารบริเวณชั้นล่างของตึกแถวบริเวณโดยรอบโครงการ ถัดมาหน่อยจะมี Tesco Lotus และ Max Value ที่เปิดตลอด 24 ชม. ถัดออกไปอีกนิดจะเป็นตลาดใหม่ทุ่งครุ ประชาอุทิศ 61 ซึ่งบริเวณจะขายทั้งของสดและของแห้ง ถือว่าเป็นตลาดใหญ่ในย่านนี้ และยังมีตลาดนัดวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ให้ไปช้อปปิ้งกันได้ สามารถเลือกได้หลากหลาย ยิ่งไปกว่านั้นบริเวณนี้เป็นย่านมุสลิมเยอาะ ทำให้มีอาหารมุสลิมขายค่อนข้างมาก ได้แก่ มะตะบะ โรตี ข้าวหมกไก่ ถัดออกไปจะเป็น แยกนาหลวง ซึ่งบริเวณนี้จะมีมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี ทำให้แถวนี้มีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างมาก อย่างเช่นจะมี ลานไม้ Mall ที่มีร้านกาแฟ ร้านอาหาร นอกจากนี้ยังมีสวนหมากพล่าซ่า ที่มีเต็นท์อาหารและของใช้ ให้เลือกใช้ตั้งแต่บ่ายถึงมืด

อีกทั้งยังใกล้พื้นที่สีเขียว 2 แห่งได้แก่ ศูนย์ฝึกกีฬาเฉลิมพระเกียรติ ภายในมีพื้นที่ให้เล่นกีฬาได้หลายอย่างเช่น สนามฟุตบอล, สนามเทนนิส, สนามบาสเกตบอล , สระว่ายน้ำ, ปิงปอง, แบดมินตัน, โยคะ, ตะกร้อ และ ลีลาศ เสียค่าสมาชิกแค่ไม่กี่บาทเท่านั้น ถัดไปจะมี สวนธนบุรีรัมย์ ที่เป็นพื้นที่สีเขียวให้คนมาเดิน หรือถ้าถัดออกไปยังถนนสุขสวัสดิ์ จะมี  Major Hollywood และ Big C สุขสวัสดิ์ให้เลือกได้ตามใจชอบ นอกจากนี้บริเวณถนนสุขสวัสดิ์ ยังเป็นเส้นที่มีโรงพยาบาลค่อนข้างเยอะ ได้แก่ รพ.บางปะกอก 1, รพ.ประชาพัฒน์, รพ.สุขสวัสดิ์, รพ.ราษฎร์บูรณะ และรพ.บางปะกอก 3

การเดินทางโดยรถยนต์ขึ้นทางด่วน วันนี้เรามีเส้นทางจะมาแนะนำค่ะ โดยจุดขึ้นลงทางด่วนจะอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน สำหรับคนที่ต้องการขับรถจากโครงการไปขึ้นทางด่วนพิเศษกาญจนา ที่สามารถไปบริเวณบางนา และพระรามที่ 2 ได้ โดยถ้าเริ่มจากโครงการ เราแนะนำให้เข้าซอยประชาอุทิศ 79 เพื่อทะลุไปออกซอยสุขสวัสดิ์ 66 พอออกจากซอยมา ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนสุขสวัสดิ์ ตรงไปซักพักจะมีป้ายให้ขึ้นทางด่วน ให้เราขึ้นสะพานโค้ง เพื่อเข้าจุดขึ้นทางด่วน ระยาทางจากโครงการไปทางด่วนประมาณ 6.9 กิโลเมตรค่ะ

การเดินทางโดยรถยนต์ขึ้นทางด่วน วันนี้เรามีเส้นทางจะมาแนะนำค่ะ โดยจุดขึ้นลงทางด่วนจะอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน สำหรับคนที่ต้องการขับรถจากโครงการไปขึ้นทางด่วนพิเศษเฉลิมมหานคร ที่สามารถเข้าไปยังตัวเมืองได้ โดยถ้าเริ่มจากโครงการ เราแนะนำให้เลี้ยวซ้ายจากหน้าโครงการ ไปยังบริเวณ แยกนาหลวง หลังจากนั้นให้วิ่งตรงไปยาวๆ พอเราเห็นทางด่วน จะมีป้ายให้เราเลี้ยวขวาเข้าเลียบทางด่วน เพื่อวนไปยังจุดขึ้นทางด่วน โดยระยะทางจากโครงการไปทางด่วนประมาณ 5.1 กิโลเมตร

สำหรับการเดินทางโดยไม่ใช้รถยนต์ โครงการอยู่ติดถนนใหญ่ สามารถเรียกรถสาธารณะได้สะดวก และในอนาคต ถนนสุขสวัสดิ์เป็นเส้นที่มีการวางแผนว่าจะมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ เตาปูนราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ซึ่งพึ่งได้รับการอนุมัติจาก ครม. และมีแผนจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปี 2566 – 2567 ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 6 ปี โดยสถานีที่ใกล้โครงการมากที่สุดคือ สถานีพระประแดง(คาดว่าน่าจะอยู่บริเวณหน้าบิ๊กซี) และก็มีสถานีครุใน(ซึ่งตั้งอยู่ประมาณปากซอยสุขสวัสดิ์ 70) ซึ่งระยะห่างจากโครงการยังไม่แน่ชัดคาดว่าประมาณ 7 กิโลเมตร

เส้นทางที่เราจะไปโครงการกันวันนี้ จะเริ่มตั้งแต่บริเวณถนนสุขสวัสดิ์ บริเวณจุดลงทางด่วนสุขสวัสดิ์เพื่อไปดูสภาพแวดล้อมบนถนนสุขสวัสดิ์ แล้วไปกลับรถที่แยกวัดสน จากนั้นตรงไปเรื่อยๆจนถึงทางเบี่ยง ให้เบี่ยงซ้ายเตรียมเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขสวัสดิ์ 50  ซึ่งเป็นถนนเลียบทางด่วนเพื่อมาทะลุยังถนนประชาอุทิศแล้วเลี้ยวซ้ายมาวิ่งบนถนนประชาอุทิศ เพื่อดูสภาพแวดล้อมทั้งสองข้างทาง ผ่าน ม.พระจอมเกล้าธนบุรี จนถึงแยกนาหลวงให้เลี้ยวซ้าย แล้วตรงไปตามทาง จะผ่านตลาดทุ่งครู, MaxValu และ Tesco Lotus จากนั้นให้ตรงไปสักพัก ฝั่งซ้ายมือจะเป็นอิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ให้ขับตรงไปอีกหน่อยจะเจอโครงการอยู่ทางขวามือค่ะ

เริ่มต้นบริเวณจุดลงทางด่วนสุขสวัสดิ์ หลังจากวิ่งลงมาให้วิ่งเข้าเลนขวาสุด เพื่อเตรียมตัวกลับรถ ฝั่งตรงข้ามจะเป็น เซียงกงสุขสวัสดิ์

ตรงไปเรื่อยๆจะเห็นสะพานลอยข้างหน้า ซึ่งเป็นแยกวัดสนที่เราสามารถไปกลับรถได้ เตรียมกลับรถได้ค่ะ

เมื่อกลับรถแล้วให้เราตรงไปเรื่อยๆจะเห็นฝั่งซ้ายมือจะเป็นป้ายรถเมล์ ซึ่งบริเวณนี้ค่อนข้างคึกคักพอสมควร ใกล้ๆกับป้ายรถเมล์จะมี 7-11 ค่ะ

หลังจากขับตรงไปเรื่อยๆจะเห็นทางด่วนอยู่ด้านหน้า หากตรงไปจะสามารถไปราษฏร์บูรณะได้ แต่เราจะเบี่ยงซ้ายไว้เพื่อหาซอยที่จะไปถนนประชาอุทิศ

เราเบี่ยงซ้ายมาจะเจอ Family Mart ข้างหน้าให้เราเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขสวัสดิ์ 50 ที่อยู่ข้าง Family Mart เลยค่ะ โดย ซอยสุขสวัสดิ์ 50 นี้จะสามารถไปทะลุถนนประชาอุทิศได้

เข้ามาซอยสุขสวัสด์ 50 เป็นซอยเลียบทางด่วนเงียบๆ กลางคืนค่อนข้างเปลี่ยวนิดนึงนะคะ  ให้เราขับตรงไปจนเห็นป้ายให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนประชาอุทิศ

ตรงมาเรื่อยๆสุดทางมาจะทะลุเข้าถนนประชาอุทิศ หากเลี้ยวขวาจะไปยังถนนสุขสวัสดิ์ได้ แต่เราจะเลี้ยวซ้ายเพื่อไปโครงการกัน

ตอนนี้เรามาอยู่บนถนนประชาอุทิศแล้ว สองข้างทางของถนนเส้นนี้จะเป็นโรงเรียน ตึกแถว บ้านพักอาศัย และสำนักงานขนาดเล็กถึงกลางซะส่วนใหญ่

ขับตรงมาเรื่อย เราจะเจอธนารมย์ สหคลินิก ซึ่งเป็นคลินิกชุมชน สามารถตรวจรักษาโรคทั่วไป ซึ่งจะบริการเฉพาะช่วงเช้าเท่านั้นนะคะ

ขับตรงไปเรื่อยฝั่งซ้ายมือจะเจอ Mako สามารถหาซื้อของขายส่งได้ที่นี้เลย ถัดออกไปจะเป็นโชว์รูม Toyota สามารถเอารถมาเช็คระยะที่นี้ได้ค่ะ

ขับตรงเข้ามาเรื่อย ฝั่งขวามือจะเป็นมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี ทำให้บริเวณมีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างมากนะคะ

ขับตรงมาเรื่อยจะเจอแยกนาหลวง ซึ่งเป็นเป็นจุดตัดระหว่างถนนประชาอุทิศและพุทธบูชา ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนประชาอุทิศค่ะ

หลังจากขับตรงมาเรื่อย ฝั่งขวามือเราจะเห็นตลาดทุ่งครู ที่ขายทั้งของสดและของแห้ง ซึ่งตลาดนี้มีคนขายของ และใช้งานค่อนข้างคึกคักค่ะ

ขับตรงไปเรื่อย ฝั่งซ้ายมือเราจะเจอ Max Valu ที่เปิดตลอด 24 ชม. ส่วนฝั่งขวามือเราจะเจอ Tesco Lotus ประชาอุทิศ ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างมากค่ะ

ขับตรงไปตามทาง ฝั่งซ้ายมือจะเป็นอิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย พอถึงจุดนี้แสดงว่าใกล้จะถึงโครงการแล้วนะคะ

ให้เราขับตรงไปอีกหน่อยค่ะ ฝั่งขวามือจะเห็น Sale Gallery ให้เราเลี้ยวขวาเข้าไปเตรียมจอดข้างๆ Sale Gallery ได้เลยค่ะ

พอเขามาบริเวณ Sale Gallery โครงการจะเป็นปากซอยประชาอุทิศ 60/1 นะคะ ด้านหลัง Sale Gallery จะเป็นตัวอาคารของโครงการ ซึ่งบริเวณนี้จะไม่ใช้ทางเข้าโครงการนะคะ จะเป็นทางเข้าโรงพยาบาลของโครงการในอนาคต

นอกจากนี้ วันนี้เราจะพาไปชมบรรยากาศโดยรอบโครงการกันนะคะ โดยจะเริ่มจากบริเวณ Sale Gallery เลี้ยวซ้ายเดินตรงไป จนเจอสะพานลอย แล้วข้ามไปถนนอีกฝั่งนึง เดินตรงไปตามทางจนถึงซอยประชาอุทิศ 60/2 จะเป็นบริเวณทางเข้าจริงของโครงการ หลังจากนั้นเดินกลับมาบริเวณ Sale Gallery อีกรอบ เพื่อดูบรรยากาศของตึกแถวหน้าอาคารกันค่ะ

บริเวณด้านหน้า Sale Gallery ตรงไปจะเป็นตึกแถว 5 ชั้น ทางเดินด้านหน้า Sale Gallery จะค่อนข้างแคบนะคะ อาจจะต้องระวังนิดหน่อยค่ะ

เดินต่อมาจะเห็นตึกแถว 5 ชั้นยาวตลอดแนว ทางเดินบริเวณนี้ฝั่งขวามือ จะมีต้นไม้ใหญ่ตลอดแนวทางเดิน ทำให้ทางเดินบริเวณนี้ค่อนข้างแคบ แต่อาจจะไม่ร้อนมากนัก

ตึกแถวในบริเวณนี้ส่วนใหญ่ ชั้นล่างจะทำเป็นอาคารพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งร้านค้าต่างๆมากมาย รวมถึงยังมีร้านอาหารมาเปิดในบริเวณนี้ เวลาหิวก็เดินมาเพียงไม่กี่เมตร สะดวกสบายมากค่ะ

เดินตรงมาเรื่อยๆ เจอร้านทำผม และคลินิกทำฟันค่ะ

ถัดออกมาจากตึกแถว 5 ชั้นจะเป็นที่ดินเปล่าขนาดใหญ่ค่ะ ทางเดินบริเวณนี้ค่อนข้างแคบนะคะ

เดินถัดจากที่ดินเปล่า เราจะเจอทางเข้าโครงการ Pleno บริเวณด้านหน้าจะมีป้ายรถเมล์อยู่นะคะ

ถัดจากป้ายรถเมล์ไปจะเจอสะพานลอยข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามค่ะ ซึ่งจะปลอดภัยมากกว่าข้ามถนนด้านล่าง เพราะมีรถขับไปมาค่อนข้างเยอะค่ะ

สะพานลอยบริเวณนี้จะไม่มีหลังคา แต่จะมีราวจับมาให้ตลอดทาง ทางเดินมีขนาดเหมาะสำหรับคนเดินสวนกันไปมาฝั่งละ 1 คนค่ะ

บริเวณด้านบนสะพาน จะเห็นว่าถนนประชาอุทิศ เป็นถนน 2 เลน แต่จะสามารถใช้งานจิงๆได้เพียง 1 เลน เพราะจะมีรถจอดอีก 1 เลน ถ้าหันไปฝั่งตรงข้ามกับโครงการจะมีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างมาก จะเห็นว่ามีทั้ง MaxValu, Tesco Lotus, ปั๊มน้ำมัน และตลาดต่างๆ มากมายให้เลือกกันได้ตามใจชอบค่ะ

มองกลับมาฝั่งโครงการ จะมีความสงบมากกว่า เป็นถนน 4 เลนเช่นเดียวกัน แต่ฝั่งขวามือจะเป็นอิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ที่จะมีพื้นที่สีเขียวค่อนข้างมาก ส่วนฝั่งขวามือจะเห็นได้ว่ามีตึก 5 ชั้นตลอดแนว

บนสะพานลอย เราจะเห็นโครงการได้ชัดเจน จะเห็นได้ชัดว่าโครงการจะสูงเหนือตึกแถว 5 ชั้นบริเวณด้านหน้าโครงการ ทำให้ชั้นที่อยู่บนๆจะได้วิวที่ดีค่ะ

ลงจากสะพานมาฝั่งตรงข้ามกันดูบ้าง ซอยฝั่งตรงข้ามโครงการจะเป็น ซอยประชาอุทิศ 73 ถัดไปจะเป็น ซอยประชาอุทิศ 75 ที่สามารถทะลุไปออกถนนสุขสวัสดิ์ได้

มองกลับไปยังบริเวณ Sale Gallery จะเห็นตัวโครงการค่อนข้างชัดเจน ซึ่งตัวโครงการจริงๆ เป็นการนำตึกเก่ามา รีโนเวทใหม่นะคะ

บริเวณซอยประชาอุทิศ 60/1 จะไม่ใช้ทางเข้าโครงการ แต่จะเป็นทางเข้าโรงพยาบาลของโครงการในอนาคต ซึ่งจะแยกทางเข้ากับตัวโครงการ เพื่อเข้าเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยค่ะ

ฝั่งตรงข้ามโครงการะ จะมีปั๊มน้ำมัน LPG ของ ปตท อยู่ ภายในปั๊มจะมีร้านนวด และร้านกาแฟอยู่นะคะ

เดินตรงมาเรื่อยๆ เราจะเจอซอยประชาอุทิศ 60/2 ซึ่งบริเวณนี้เป็นทางเข้าโครงการ ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีทางเข้าค่อนข้างกว้างนะคะ

หันกลับมาบริเวณด้านหน้าตัวอาคารพักอาศัยของโครงการ จะเป็นตึกแถวสูง 5 ชั้นยาวตลอดแนวนะคะ

มองอีกฝั่งนึง ซึงเป็นหน้าตัวอาคารจอดรถ และ Wellness Center ซึ่งจะเป็นตึกแถวสูง 5 ชั้นเช่นเดียวกันคะ

ฝั่งตรงข้ามทางเข้าโครงการจะเป็นตึกแถวสูง 3 ชั้น บริเวณด้านล่าง ทำเป็นร้านค้าพาณิชย์เช่นกันค่ะ จะเห็นได้ว่าโดยรอบโครงการมีความอุดมสมบูรณ์พอสมควรเลยนะคะ

ตอนนี้เราจะเดินกลับไปยังบริเวณ Sale Gallery เพื่อเดินชมร้านค้า และบรรยากาศ ของตึกแถวบริเวณด้านหน้าโครงการกันนะคะ

ตึกแถวในบริเวณนี้ส่วนใหญ่ ชั้นล่างจะทำเป็นอาคารพาณิชย์ ซึ่งมีทั้งร้านค้าต่างๆมากมาย รวมถึงยังมีร้านซักอบแห้ง และร้านส้มตำที่จะเปิดในช่วงเย็น ส่วนทางเดินบริเวณจะค่อนข้างแคบเช่นเดียวกันค่ะ

เดินตรงมาเรื่อยเราจะกลับมายังบริเวณข้างหน้า Sale Gallery ซึ่งทางเข้าค่อนข้างสะอาดตา มีป้ายโครงการชัดเจนค่ะ

บริเวณข้างใน Sale Gallery เดินเข้ามาเราจะเจอ Reception และโมเดลของทางโครงการ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Tesco Lotus ~ 500 เมตร
  • Max Value Super Market ~ 550 เมตร
  • ตลาดใหม่ทุ่งครุ~ 1.3 กิโลเมตร
  • ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด) ~ 2.3 กิโลเมตร
  • ศูนย์ฝึกกีฬาเฉลิมพระเกียรติ ~ 2.3 กิโลเมตร
  • สวนธนบุรีรมย์ ~ 2.4 กิโลเมตร
  • บิ๊กซี สุขสวัสดิ์ ~ 4.5 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Thonburi Health Village ประชาอุทิศ เป็นคอนโด Mid Rise 11 ชั้น 2 อาคาร 412 ยูนิต ส่วนอาคารพักอาศัยจะแบ่งเป็น 2 อาคาร วางตัวเป็นรูปตัว L โดยทั้งจะมีพื้นที่สวนเชื่อมต่อระหว่าง 2 ตึกเข้าด้วยกัน ฝั่งซ้ายจะเป็นตึก Wellness Center โดยบริเวณชั้น 1-6 จะเป็นอาคารจอด ถัดขึ้นมาที่ชั้น 7-8 จะเป็นพื้นที่ของ Wellness Center ซึ่งเป็นศูนย์สุขภาพ ภายใต้แนวความคิดที่ต้องการให้ผู้อยู่อาศัย “อยู่อย่างสุขภาพดีและมีความสุข” จะมีการดูแล และส่งเสริมสุขภาพแบบครบวงจร ได้แก่ สระว่ายน้ำ พร้อมคลาสออกกำลังกาย, ศูนย์ฟิตเนส พร้อม Personal Trainer, บริการนวดและสปา Medical Spa เพื่อสุขภาพ, คลินิกฟื้นฟูสุขภาพ และร้านอาหารเพื่อสุขภาพ

ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณทางเข้า-ออกโครงการ จะมีป้อมรปภ. มีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชม.

ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณด้านหน้าอาคารพักอาศัย จะมีพื้นที่ Drop off สำหรับส่งผู้อยู่อาศัยบริเวณด้านหน้า

ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณด้านหน้าอาคารพักอาศัย และถนนภายในโครงการ

ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณพื้นที่สวนกลาง จัดพื้นที่เป็นพื้นที่สีเขียวและสวน พร้อมมีที่นั่งพักผ่อน

ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณพื้นที่สวนกลาง จัดพื้นที่เป็นพื้นที่สีเขียวและสวน พร้อมมีที่นั่งพักผ่อน

ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณพื้นที่สวนกลาง จัดพื้นที่เป็นพื้นที่สีเขียวและสวน พร้อมมีที่นั่งพักผ่อน

ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณพื้นที่สวนกลาง จัดพื้นที่เป็นพื้นที่สีเขียวและสวน พร้อมมีที่นั่งพักผ่อน

ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณพื้นที่สวนกลาง จัดพื้นที่เป็นพื้นที่สีเขียวและสวน พร้อมมีที่นั่งพักผ่อน

ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณพื้นที่สวนกลาง บริเวณสระว่ายน้ำของโครงการ

แผนผัง Master Plan จะเห็นว่าโครงการมีการออกแบบที่แตกต่างจากคอนโดทั่วไปนะคะ เพราะนอกจากจะมีส่วนที่เป็นอาคารพักอาศัย 2 อาคารแล้ว ความที่เป็นคอนโดเพื่อสุขภาพ เน้นสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยและผู้รักสุขภาพ จึงออกแบบศูนย์ Wellness Center ไว้ในพื้นที่โครงการ ในระยะที่เดินมาใช้งานได้สะดวก อีกทั้งทางขวามือ พื้นที่ก่อสร้างในอนาคตก็จะกำลังจะทำเป็นโรงพยาบาล ที่จะช่วยส่งเสริมให้การอยู่อาศัยที่ครบวงจรในเรื่องสุขภาพมากยิ่งขึ้น

เริ่มตั้งแต่ทางเข้าโครงการบริเวณ ซอยประชาอุทิศ 60/2 โดยบริเวณทางเข้าจะมีป้อม รปภ.ดูแล 24 ชม. ทางเดินรถให้เข้ามาจากป้อมให้เลี้ยวขวา จะเป็นส่วนพักอาศัย บริเวณตึก B จะมีพื้นที่ Drop off อยู่ โดยรอบตัวอาคารจะมีพื้นที่จอดรถรอบรั้วอาคารอยู่นะคะ ส่วนอาคารพักอาศัยจะแบ่งเป็น 2 อาคาร วางตัวเป็นรูปตัว L โดยทั้งจะมีพื้นที่สวนเชื่อมต่อระหว่าง 2 ตึกเข้าด้วยกัน ฝั่งซ้ายจะเป็นตึก Wellness Center โดยบริเวณชั้น 1-6 จะเป็นอาคารจอด ถัดขึ้นมาที่ชั้น 7-8 จะเป็นพื้นที่ของ Wellness Center ซึ่งเป็นศูนย์สุขภาพ ภายใต้แนวความคิดที่ต้องการให้ผู้อยู่อาศัย “อยู่อย่างสุขภาพดีและมีความสุข” จะมีการดูแล และส่งเสริมสุขภาพจากภายในสู่ภายนอก โดยการนำศาสตร์การแพทย์ทางเลือกมาใช้ควบคู่กับแพทย์ปัจจุบัน ในการดูแลรักษา ฟื้นฟูสุขภาพกายและใจ ของผู้อยู่อาศัยอย่างครบวงจร ได้แก่ สระว่ายน้ำ พร้อมคลาสออกกำลังกาย, ศูนย์ฟิตเนส พร้อม Personal Trainer, บริการนวดและสปา Medical Spa เพื่อสุขภาพ, คลินิกฟื้นฟูสุขภาพ และร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งเป็นส่วนกลางที่ครบวงจรมากเลยทีเดียว

Thonburi Health Village ประชาอุทิศ เป็นโครงการคอนโด Low Rise สูง 11 ชั้น 2 อาคาร + อาคารจอดรถ และ Wellness Center มาอีก 1 อาคาร เริ่มจากบริเวณทางเข้าอาคารจะเข้าจาก ซอย ประชาอุทิศ 60/2 ซึ่งบริเวณนี้จะมีไม้กั้น และป้อมยามดูแลตลอด 24 ชม

เข้ามาภายในโครงการฝั่งซ้ายมือ บริเวณชั้นที่ 1-6 จะเป็นชั้นจอดรถ ส่วนถ้าขึ้นไปบริเวณชั้น 7 และ 8 จะเป็น Wellness Center ของโครงการค่ะ ซึ่งเห็นได้ว่าตัว Facilities ต่างๆจะหันเข้าข้างใน ส่วนด้านที่ติดกับตึกแถว จะเป็น Facade เรียบๆสีขาวนะคะ

ผังอาคาร Wellness Center ชั้นที่ 7 บริเวณนี้จะมี Facilities หลายหลาย ได้แก่ สระว่ายน้ำ, ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ, ศูนย์ฟิสเนสพร้อม Personal Trainer, ห้องอาบน้ำ และพื้นที่นั่งเล่น

ผังอาคาร Wellness Center ชั้นที่ 8 จะมี Facilities ได้แก่ สวนภายนอกอาคาร, คลินิกฟื้นฟูสุขภาพ และ พื้นที่นวดและสปาเพื่อสุขภาพ

หันกลับมาอีกฝั่งของตัวตึก Wellness Center บริเวณสระว่ายน้ำจะเป็นพื้นที่เปิดโล่ง ถัดมาบริเวณชั้น 8 จะเป็นสวนภายนอกอาคาร สามารถมาเดินเล่นในยามเย็นได้ค่ะ

ถัดมาบริเวณด้านหลังตึก ตัวโครงการจะติดกับคลอง ซึ่งบริเวณที่ติดกับคลองโครงการได้ทำต้นไม้ไว้ตลอดแนวค่ะ ถัดไปจากตัว Wellness Center เราจะเห็นตัวโครงการทั้ง 2 ตึก สูง 11 ชั้น ค่ะ

แต่ถ้าใครจะเดินจาก ตึกพักอาศัยมาตึก Wellness Center อาจจะลำบากซักหน่อย เนื่องจากระหว่างทางเดินไปจะไม่มีหลังคาคลุม และมีระยะห่างระหว่างอาคารพอสมควรค่ะ แต่จะมีทางม้าลาย เพื่อข้ามเข้าโถงลิฟต์ขึ้นสู่ Wellness Center ได้โดยตรงค่ะ

ถัดมาเป็นตึกพักอาศัย จะเห็นได้ว่าโครงการได้แบ่งอาคารออกเป็น 2 ตึกสูง 11 ชั้น โดยอาคารจะวางเป็นรูปตัว L ซึ่งบริเวณตรงกลางจะเป็นพื้นที่สวน ไว้สำหรับเชื่อมต่อทั้ง 2 อาคารค่ะ

บริเวณด้านนี้จะติดกับ รพ.ในอนาคตของโครงการ โดยโครงการจะมีผนังล้อมรอบ ทำให้ตัวโครงการมีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

บริเวณด้านล่างของตัวอาคาร จะมีกันสาดโค้งเชื่อมต่อระหว่าง 2 อาคาร ซึ่งสามารถใช้บังแดดได้

ผังอาคาร A ชั้นที่ 1 จะเห็นได้ว่าบริเวณชั้นที่ 1 จะเป็นโซนกิจกรรมค่อนข้างเยอะ โดยจะแบ่งส่วน Service ไว้ด้านหลัง และ Facilities ไว้ด้านหน้า โดยจะแบ่งออกจากกันด้วย Corridor บริเวณ Facilities จะมีห้องกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ ห้องสมุด, Hall และ ห้องกิจกรรม ซึ่งเป็นบริเวณที่ติดกับสวนภายในโครงการ ส่วนบริเวณ Service จะอยู่ด้านหลังทั้งหมด ซึ่งด้านหลังอาคารจะเป็นที่จอดรถ เพื่อง่ายต่อการ Service โดยจะมีความพิเศษคือ จะมีห้องปฐมพยาบาล( First AD ) สำหรับกรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้ความพิเศษของโครงการจะเน้นไปทาง Universal Design Concept โดยทางเข้าอาคาร จะมี Ramp สำหรับรถเข็น Wheelchair ทางเดินโดยรอบของโครงการจะมีพร้อมกับราวจับ กันล้มด้วย สำหรับอาคาร A จะมีลิฟต์โดยสารทั้งหมด 2 ตัว ภายในจะมีห้อง Mailbox และบันไดหนีไฟ ซึ่งสำหรับโซนนี้ต้องใช้ Key Card โดยบริเวณชั้นที่ 1 จะมีกิจกรรมค่อนข้างเยอะ เพื่อตอบสนองการใช้งานของคนพักอาศัย ให้มาพบปะพูดคุยกันค่ะ

ผังอาคาร A ชั้นที่ 2 ชั้นนี้จะเริ่มเป็นชั้นพักอาศัยแล้วค่ะ โดยลิฟต์ที่นี้จะไม่ล็อคชั้น เพื่อความสะดวกในการช่วยเหลือผู้อาศัยภายในห้อง ผังอาคารจะเป็นแบบ Double loaded Corridor สุดทางเดิน 2 ข้างจะเป็นบันไดหนีไฟ สำหรับความพิเศษของชั้นนี้จะมีพื้นที่นั่งเล่น สำหรับอ่านหนังสือ และพักผ่อนได้ตามใจชอบ สังเกตได้ว่า ทางโครงการจะเน้นเป็นห้อง Studio มากกว่า โดยจะมีห้อง 1 Bedroom เพียง 1 ห้องเท่านั้น

ผังอาคาร A ชั้นที่ 3-11 ชั้นนี้จะเป็นชั้นพักอาศัยแบบเต็มชั้น โดยผังอาคารจะเป็นแบบ Double loaded Corridor โดยสุดทางเดิน 2 ข้างจะเป็นบันไดหนีไฟ ตัวโถงลิฟต์จะอยู่ฝั่งขวาสุดของอาคาร ทำให้ห้องที่อยู่ด้านซ้าย อาจจะต้องเดินไกลสักหน่อยนะคะ ห้องจะหันออกทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จะติดกับบริเวณโรงพยาบาลในอนาคตของโครงการ และทิศตะวันออกเฉียงใต้ จะติดกับสวนภายในโครงการ แต่ละชั้นจะเน้นเป็นห้อง Studio ส่วนห้อง 1 Bedroom จะหันหน้าเข้าสวนภายในโครงการ แต่จะวางไว้ริมฝั่งซ้ายของตัวอาคาร ทำให้อาจจะต้องเดินไกลสักหน่อยจากตัวโถงลิฟต์นะคะ

ผังอาคาร B ชั้นที่ 1 จะเห็นได้ว่าบริเวณชั้นที่ 1 จะเป็นโซนกิจกรรมค่อนข้างเยอะ โดยอาคารนี้จะแบ่งส่วน Service ไว้มุมซ้ายด้านหลัง และ Facilities ไว้โซนฝั่งขวาเต็มฝั่ง ทำให้สามารถใช้งานได้จากทั้ง 2 ฝั่ง บริเวณ Facilities จะมีห้องกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ ห้องสมุด, พื้นที่นั่งเล่น, Multi-Purposed Area, และ Hall โดยจะมีความพิเศษ คือ จะมีห้องปฐมพยาบาล ( First AD ) สำหรับกรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้ความพิเศษของโครงการจะเน้นไปทาง Universal Design Concept โดยทางเข้าอาคาร จะมี Ramp สำหรับรถเข็น Wheelchair ทางเดินโดยรอบของโครงการจะมีพร้อมกับราวจับ กันล้มด้วย สำหรับอาคาร B จะมีลิฟต์โดยสารทั้งหมด 2 ตัวแต่จะเพิ่มลิฟต์ Service เข้ามาแยกอีก 1 ตัว ภายในจะมีห้อง Mailbox และบันไดหนีไฟ ซึ่งสำหรับโซนนี้ต้องใช้ Key Card เช่นเดียวกับตึกที่แล้วค่ะ

ผังอาคาร B ชั้นที่ 2 ชั้นนี้จะเริ่มเป็นชั้นพักอาศัยแล้วค่ะ โดยลิฟต์ที่นี้จะไม่ล็อคชั้น เพื่อความสะดวกในการช่วยเหลือ ผังอาคารจะเป็นแบบ Double loaded Corridor สุดทางเดิน 2 ข้างจะเป็นบันไดหนีไฟ สำหรับความพิเศษของชั้นนี้จะมีพื้นที่นั่งเล่น สำหรับอ่านหนังสือ และพักผ่อนได้ตามใจชอบ โดยชั้นนี้จะมีห้อง 1 Bedroom เพียง 1 ห้องที่หันหน้าเข้าสวนภายในโครงการ ตำแหน่งจะอยู่ริมซ้ายสุดของอาคาร ทำให้อาจจะต้องเดินไกลสักหน่อยนะคะ

ผังอาคาร B ชั้นที่ 3-11 ชั้นนี้จะเป็นชั้นพักอาศัยแบบเต็มชั้น โดยผังอาคารจะเป็นแบบ Double loaded Corridor โดยสุดทางเดิน 2 ข้างจะเป็นบันไดหนีไฟ ตัวโถงลิฟต์จะอยู่ฝั่งขวาสุดของอาคาร ทำให้ห้องที่อยู่ด้านซ้าย อาจจะต้องเดินไกลสักหน่อยนะคะ ห้องจะหันออกทิศตะวันตกเฉียงใต้ จะติดกับสวนภายในโครงการ และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะติดตึกแถว 5 ชั้น ทำให้ห้องที่อยู่ล่างๆอาจจะโดนบังวิวสักหน่อย สังเกตว่าแต่ละชั้นจะเน้นเป็นห้อง Studio มากกว่า โดยจะมีห้อง 1 Bedroom เพียง 1 ห้อง/ชั้นเท่านั้นนะคะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

Wellness Center

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ เป็นระบบเกลือ
  • Fitness Center + Personal Trainer
  • นวดและสปาเพื่อสุขภาพ
  • คลินิกฟื้นฟูสุขภาพ
  • ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ

Lobby Space

  • ห้องสมุด
  • ห้องสันทนาการ
  • ห้องอเนกประสงค์
  • ห้องปฐมพยาบาล
  • ร้านสะดวกซื้อ

Facilities

  • ลู่วิ่งออกกำลังกาย
  • สวนสำหรับพักผ่อน
  • ทางสำหรับรถเข็น
  • ลานกิจกรรมกลางแจ้ง
  • สวนแนวตั้ง Vertical Garden

Optional Residential Hospitality Services

  • บริการแม่บ้านทำความสะอาด
  • บริการซักรีด

Other Facilities

  • ลิฟต์โดยสารตึก A : จำนวน 2 ตัว จำนวน 206 ยูนิต
  • ลิฟต์โดยสารตึก B : จำนวน 2 ตัว Service Lift 1 ตัว จำนวน 206 ยูนิต
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก A 103 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก B 103 : 1
  • ที่จอดรถประมาณ 160 คันคิดเป็น 38%
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

ห้องในโครงการนี้จะมี 2 ขนาดให้เลือก โดยจะเน้นทำห้องขนาดใหญ่ ที่มีพื้นที่ใช้งานได้สะดวกโดยรูปแบบการขายโครงการนี้จะได้แบบ Fully Furnished พร้อมอยู่

  • ห้อง Studio ขนาดพื้นที่ใช้สอย 32 ตร.ม.
  • ห้อง 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 64 ตร.ม.

การออกแบบภายในห้องจะเน้นแนวคิดแบบ Universal Design Concept การออกแบบภายในเพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้สูงวัย เช่น การใช้รถเข็น (Wheelchair) ให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้โดยปกติภายในห้องพักอาศัย กับพื้นที่ใช้สอยอุปกรณ์และการตกแต่งภายในที่ออกแบบมาโดยคำนึงถึงการใช้งาน มีราวจับกันล้ม วัสดุกันลื่น ระบบฉุกเฉินถึงศูนย์กลางความปลอดภัยที่มีเจ้าหน้าที่พร้อมคอยดูแล ระบบขอความช่วยเหลือพยาบาล (Nurse Call) โดยจะมีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น (First Aid / CPR) และบริการเรียกรถพยาบาลในกรณีฉุกเฉิน เป็นต้น เหมาะสำหรับผู้ป่วย และผู้สูงอายุที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

 

 

ห้องตัวอย่างคือ Studio ขนาด 32 ตร.ม. รูปแบบห้องจะเป็นทรงลึก สัดส่วนฟังก์ชั่นภายในห้อง จะได้สัดส่วนห้องน้ำที่ค่อนข้างใหญ่ มีขนาดพื้นที่ใช้สอยภายในถึง 1.95 x 3.05 เมตร เหมาะสำหรับคนใช้รถเข็น Wheelchair ฝั่งตรงข้ามห้องน้ำจะเป็นชุดครัว ที่ทางโครงการให้มา บริเวณทางเดินจะมีขนาดกว้าง 1.25 เมตร ซึ่งสะดวกสำหรับการใช้รถเข็น ถัดเข้าไปจะเป็นเตียงนอน ซึ่งด้านข้างเตียงจะกว้างถึง 1.70 เมตร ซึ่งเป็นสามารถกลับรถเข็นได้ นอกจากนี้จะมีพื้นที่ระเบียงยืนออกไป สามารถทำเป็นพื้นที่ซักล้าง และสามารถเปิดระบายอากาศภายในได้ วัสดุของโครงการจะพิเศษกว่าโครงการอื่น จะเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้พักอาศัย บริเวณห้องพักอาศัยจะเน้นการเข้าถึงได้ง่ายจากบุคคลกรทางการแพทย์ สำหรับเวลามีคนต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน

โดยทางโครงการจะให้เฟอร์นิเจอร์ ตามนี้เลยนะคะ

ประตูทางเข้าห้องพัก ของจริงจะได้เป็นบานสวิงเปิดได้ทั้ง 2 ด้าน และมีขนาดที่กว้างกว่าปกติ โดยจะมีขนาดกว้างถึง 1 เมตร พื้นภายในห้องจะเสมอกับ Corridor เพื่อง่ายต้องการใช้รถเข็น Wheelchair เข้าได้ง่าย

เข้ามาภายในห้องจะเป็นส่วนห้องครัวฝั่งซ้ายมือ ส่วนฝั่งขวามือจะเป็นทางเข้าห้องน้ำ ตัวพื้นภายในห้องโครงการให้เป็น SPC หรือชื่อเต็มว่า Stone Plastic Composite (เป็นพื้นยางไวนิล)  ซึ่งมีคุณสมบัติสามารถกันน้ำได้ มีพื้นผิวสัมผัส (Texture) ที่เหมือนพื้นไม้จริงไม่ลื่น และไม่เป็นที่ลุกลามของไฟ ทำมาจากวัสดุที่แข็งแรงเป็นพิเศษ  ระยะความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.4 เมตรค่ะ

ชุดตู้ Built-in ของห้องครัวเราจะได้ตามห้องตัวอย่างค่ะ โดยจะพิเศษกว่าชุดครัวทั่วไป จะมีความสูงจากพื้นถึงเคาน์เตอร์ เพียง 80 ซม. เหมาะสำหรับคนใช้ Wheelchair ด้านข้างจะมีพื้นที่สามารถวางตู้เย็นได้ แต่ทางโครงการจะไม่ได้ให้เครื่องใช้ไฟฟ้ามานะคะ

ตู้ด้านบนของเคาน์เตอร์ จะแบ่งออกเป็น 3 ตอน ซึ่งตู้ฝั่งซ้ายมือด้านบนสุด จะเป็นแบบบานเปิดเข้าหากัน สามารถใส่ของที่ต้องการซ่อนได้ นอกนั้นจะเป็นชั้นวางโชว์เปิดโล่ง เพื่อทำให้ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น ส่วนฝั่งขวามือด้านล่างสุดจะเป็นชั้นวางตู้ไมโครเวฟ ซึ่งสูงจากพื้นประมาณ 1.16 เมตร ทำให้คนที่นั่ง Wheelchair สามารถหยิบจับได้ง่าย

ตู้ด้านบนของเคาน์เตอร์ ตู้เปิด-ปิด แถม Soft Close มาให้เพื่อป้องกันไม่ให้ตู้เกิดเสียง และลดแรงกระแทกก่อนที่หน้าบานจะปิดสนิท บริเวณตู้จะมีที่จับขนาดถนัดมือ ทำให้เปิดตู้ใช้งานได้สะดวกค่ะ

บริเวณเคาน์เตอร์ ทางโครงการจะให้วัสดุ Top เคาน์เตอน์เป็น Post Form สีขาว ผนังด้านหลังให้ เป็นกระเบื้องเซรามิก ซึ่งสามารถทำความสะอาดได้ง่ายและป้องกันคราบสกปรกจากเศษอาหารได้ โดยมีพื้นที่เตรียมอาหารที่ค่อนข้างกว้างพร้อมจะมีปลั๊กมาให้ด้วยนะคะ

บริเวณเคาน์เตอร์ ทางโครงการให้ซิงค์ล้างจานสแตนเลสหลุมเดี่ยว ขนาด 48 x 48 ซม. ยี่ห้อ HAFELE ก๊อกน้ำล้างจานเป็นโครเมียมทรงสูง ปรับโยกซ้าย-ขวาได้ค่ะ

ความพิเศษของชุด Top เคาน์เตอร์จะลบมุมมาให้ เพื่อป้องกันอันตรายจากการใช้งาน

ตู้ด้านล่างทางซ้ายมือ ฝั่งซ้ายมือจะเป็นตู้บานเปิดขนาดใหญ่ สามารถใส่ชองชิ้นใหญ่ได้ ฝั่งขวามือจะเป็นตู้ลิ้นชัก ตู้ด้านบนสามารถวางที่ใส่ช้อน-ส้อมได้ ส่วนด้านล่างสามารถใส่ของได้หลากหลายค่ะ

ฝั่งขวามือจะมีพื้นเปล่าที่สามารถวางตู้เย็นได้ โดยจะมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง สามารถเลือกตู้เย็นมาวางได้ตามใจชอบ พร้อมทั้งในห้องตัวอย่าง ยังมีพื้นที่สามารถใส่ถังขยะบริเวณข้างเตียงได้อีกด้วยค่ะ

พื้นที่ภายในห้องครัวหลังจากใส่ชุด Built-in จะมีพื้นค่อนข้างกว้างพอสมควร โดยมีระยะ 1.20 เมตร มีขนาดกว้างพอสำหรับรถเข็น Wheelchair พื้นห้องครัวจะเป็นลามิเนต SPC ที่เหมือนพื้นไม้จริงไม่ลื่น และไม่เป็นที่ลุกลามของไฟค่ะ

บริเวณห้องครัว จะเป็นเพดานฉาบเรียบทาสีขาวพร้อมติดไฟ Downlight และมี Sprinkler ไว้ป้องกันไฟไหม้บริเวณนี้ได้ค่ะ

ฝั่งตรงข้ามจะเป็นประตูเข้าห้องน้ำ โดยทางโครงการให้เป็นประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ มีขนาดกว้าง 1 เมตร ซึ่งคนใช้รถเข็น Wheelchair สามารถใช้งานได้ง่ายค่ะ

บริเวณที่มือจับ จะเป็นราวจับแบบยาว สามารถเปิดใช้งานได้ง่าย บริเวณประตูจะมีหน้าต่างสำหรับกรณีฉุกเฉิน เช่น ไฟดับบริเวณในห้องน้ำ บริเวณหน้าต่างจะมีแสงที่สามารถส่องเข้ามาในห้องน้ำได้ค่ะ

ด้านบนประตูบานเลื่อนแบบรางแขวน โดยไม่ต้องมีรางบนพื้นเพื่อป้องกันการสะดุดล้ม นอกจากนี้ด้านบนจะมีที่ซ่อนอุปกรณ์รางเลื่อน ทำให้ประตูดูเรียบร้อยนะคะ

ทางเข้าห้องน้ำ จะมี Slope เล็กน้อย เพื่อป้องการน้ำไหลออกมาภายนอก ทำให้การใช้งาน Wheelchair อาจจะลำบากเล็กน้อย เพราะต้องขึ้นเนินก่อนเข้าห้องน้ำ ทางผู้เขียนเห็นว่าควรจะทำพื้นภายใน และภายนอกควรจะมีระดับที่เสมอกัน เพื่อสะดวกต่อการใช้งาน

ภายในห้องน้ำจัดแบ่งการใช้งานส่วนเปียกและส่วนแห้ง วัสดุปูพื้นเป็นแกรนด์ ไวท์รัสติก ขนาด 60 x 60 เป็นวัสดุกันลื่น และผนังเป็นจะได้เป็นกระเบื้อง ตรงกลางจะเป็นเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ ฝั่งขวามือจะเป็นสุขภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ ฝั่งซ้ายมือจะเป็นพื้นที่อาบน้ำโดยจะใช้ผ้าม่าน และรางน้ำ เพื่อกั้นระหว่างส่วนแห้งและส่วนเปียก

ภายในพื้นที่ห้องน้ำมีขนาด 2 x 1.5 เมตร เหมาะสำหรับคนใช้รถเข็น Wheelchair สามารถกลับรถไปมาได้สะดวก ลักษณะห้องน้ำเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ระยะการใช้งานกว้างมาก ทำให้ใช้งานได้สะดวกสบาย ภายในห้องน้ำจะเป็นพื้นเรียบๆ ไม่มีสิ่งกีดขวาง

อ่างล้างหน้าเป็นของ Cotto หัวก๊อกเป็นแบบมุมซ้าย-ขวาสามารถใช้งานได้สะดวก นอกจากนี้จุดเด่นของอ่างล้างมือจะลบมุม ทำให้ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งาน สำหรับตัวอ่างจะตั้งบนเคาน์เตอร์ยาวสำหรับวางของได้ มีขนาดกว้างประมาณ 38 ซม. มีความสูงจากพื้นเพียง 80 ซม. เหมาะสำหรับรถเข็น Wheelchair ใช้งานได้สะดวก สำหรับกระจกเงาจะติดตั้งในระดับที่มองเห็นได้ทั้งนั่งและยืนค่ะ

บริเวณเคาน์เตอร์ จะมีปลั๊กไฟมาให้ด้วยนะคะ

โถสุขภัณฑ์ยี่ห้อ American Standard มาให้ค่ะ พื้นที่การใช้งานบริเวณจะให้มาค่อนข้างกว้าง ด้านหลังจะมีสายชำระมาให้ ส่วนฝั่งซ้ายมือของโถสุขภัณฑ์ จะมีราวจับ ที่ช่วยลดแรงในการเคลื่อนไหวร่างกายได้

ทางโครงการให้ สายชำระขนาดพอดีกับมือมาให้ค่ะ

ฝั่งซ้ายมือของโถสุขภัณฑ์ จะมีราวจับสูงจากพื้นประมาณ 60 ซม. สามารถจับได้ถนัดมือเวลานั่งโถสุขภัณฑ์ โดยจะสามารถช่วงผยุงได้ ด้านบนจะมีสวิตซ์เปิด-ปิดไฟ พร้อมบริเวณข้างๆจะมีที่ดึงสำหรับกรณีฉุกเฉินค่ะ

พื้นที่อาบน้ำมีฉากกั้นห้องมาให้เป็นผ้าม่าน เพื่อสะดวกต่อการใช้งาน พื้นระหว่างส่วนแห้งกับส่วนเปียก จะเป็นพื้นเรียบโดยจะมีรางน้ำสำหรับป้องกันน้ำออกจากพื้นที่อาบน้ำค่ะ

พื้นที่อาบน้ำ มีขนาดประมาณ 1.36 x 0.78 เมตร โดยมีพื้นกว้างพอสมควรสามารถใช้งานได้สะดวก นอกจากนี้บริเวณด้านในจะมีที่นั่ง สามารถนั่งอาบน้ำได้นะคะ

บริเวณที่นัง มีขนาดกว้างประมาณ 75 x 36 ซม. ความสูงจากพื้นเพียง 45 ซม. เพื่อใช้งานในกรณีที่ไม่สามารถยืนอาบน้ำได้

บริเวณฝักบัวเป็นของยี่ห้อ Cotto จะมีแกนปรับปรับระดับเลื่อนขึ้น-ลงได้ง่าย ก๊อกเป็นแบบก้านโยก ติดตั้งในบริเวณที่ไม่สูง หรือไกลเกินเอื้อมมือมากเกินไป จากบริเวณที่นั่งอาบน้ำ นอกจากนี้ข้างใต้จะมีราวจับสูงจากพื้นประมาณ 68 ซม. เพื่อใช้พยุงตัว หรือ เกาะยึดเวลาที่เสียการทรงตัวได้

ทางโครงการให้ ฝักบัวเป็นแบบ Hand Shower ยี่ห้อ Cotto ขนาดพอดีกับมือมาค่ะ

บริเวณห้องน้ำ ฝั่งตรงข้ามสุขภัณฑ์จะมีที่แขวนผ้าเช็ดตัวมาให้ ผนังห้องน้ำจะปูกระเบื้องจรดเพดาน บริเวณเพดานฉาบเรียบทาสีขาวพร้อมติดไฟ Downlight และติดพัดลมดูดอากาศมาให้ค่ะ

กลับออกมาบริเวณหน้าห้องน้ำ เดินถัดเข้าไปจะเป็นห้องนอนนะคะ

ภายในห้องนอนจะใด้เตียงนอนขนาด 5 ฟุต พร้อมโต๊ะหัวเตียง ข้อดีของห้องนอนจะอยู่ติดริมอาคาร ซึ่งมีหน้าต่าง 2 บาน สามารถระบายอากาศและรับแสงแดดได้ดี พร้อมทั้งสามารถมองวิวได้เต็มที่ค่ะ

บริเวณปลายเตียงจะสามารถวางตู้เสื้อผ้า และชั้นวางที่วี สำหรับตู้เสื้อผ้าจะเป็นบานเปิดของจริงหน้าบานจะเป็นลายไม้ ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าถ้าได้เป็นตู้เสื้อผ้าบานเลื่อน อาจจะสะดวกในการใช้งานมากกว่านะคะ ส่วนทีวีสามารถใส่ได้ถึง 60 นิ้ว โดยจะมีระยะห่างจากเตียงประมณ 3.12 เมตร

บริเวณปลายเตียงมีพื้นที่หลังจากวางชุด Built-in แล้วจะมีพื้นที่กว้างประมาณ 1.45 เมตร ถือว่าค่อนข้างกว้างเลยทีเดียว ส่วนบริเวณด้านข้างเตียงที่ติดกับผนังห้องน้ำจะมีพื้นที่เหลือประมาณ 65 ซม.ซึ่งอาจจะไม่สะดวกสำหรับรถ Wheelchair มากนัก แนะนำว่าถ้าต้องการเพิ่มพื้นที่สามารถขยับเตียงได้ เนื่องจากฝั่งที่วางโซฟามีพื้นที่เหลือค่อนข้างเยอะนะคะ

บริเวณหัวเตียงจะมีปุ่ม Nurse Call มาให้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน พร้อมมีปลั๊กไฟใช้งานได้ค่ะ

หันออกไปด้านนอก จะมีหน้าต่างที่สามารถออกไปยังบริเวณพื้นที่ระเบียงได้ ส่วนอีกฝั่งจะมีหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ และรับแสงธรรมชาติภายนอกห้องได้ค่ะ

หันกลับมาด้านฝั่งตรงข้ามเตียง จะมีพื้นที่สามารถวางโต๊ะอาหารสำหรับ 2 ที่นั่งได้ ของจริงทางโครงการจะให้เฟอร์นิเจอร์แบบอื่นนะคะ

ด้านริมหน้าต่างจะสามารถวางโซฟาได้ ซึ่งทางโครงการให้เป็น Sofa Bed ซึ่งเวลามีคนมาเยี่ยม สามารถนอนบริเวณโซฟาได้ค่ะ

พื้นที่บริเวณนี้ มีพื้นที่กว้างประมาณ 1.92 เมตร ทำให้รถเข็น Wheelchair สามารถกลับรถได้สะดวกเนื่องจากมาตรฐานของระยะกลับรถ Wheelchair อยู่ที่ 1.50 เมตรค่ะ

บริเวณห้องรับแขก จะเป็นเพดานฉาบเรียบทาสีขาวพร้อมติดไฟ Downlight และมี Sprinkler และ Smoke Detector ไว้จับควันและป้องกันไฟไหม้บริเวณนี้ได้ค่ะ

ฉากกั้นบริเวณระเบียง โดยใช้ประตูบานเลื่อน ขอบประตูเป็นอลูมิเนียมสีดำ กระจกได้สีเขียวตัดแสงซึ่งจะลดความร้อนจากภายนอกได้ค่ะ

บริเวณมือจับเซาะร่องพร้อมปุ่มล็อคและมีสักกะหลาดไว้สำหรับกั้นฝุ่นบริเวณขอบประตู อีกทั้งทางโครงการยังได้ยกพื้นกระจกอลูมิเนียมขึ้นมาประมาณ 5 ซม. เพื่อป้องกันน้ำข้างนอกไหลเข้ามาภายในห้องค่ะ

พื้นทีระเบียงกว้างประมาณ 1.85 x 1 เมตร สามารถวางเครื่องซักผ้าได้ค่ะ แต่ของจริงทางโครงการจะไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้ามาให้นะคะ ส่วนราวกันตกระเบียงจะได้เป็นอะลูมิเนียมสีเทา พื้นเป็นกระเบื้องขนาด 60 x 60 ซม.

บริเวณระเบียงจะมีปลั๊กไฟ และก๊อกน้ำสำหรับรางระเบียงมาให้คะ

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีขาว บริเวณระเบียงจะติดไฟแบบ Downlight มาให้ค่ะ

มองกลับเข้ามาภายในห้อง จะมีพื้นที่ภายในห้องค่อนข้างกว้าง โดยรอบจะเป็นพื้นที่โล่งๆ มีสิ่งกีดขวางน้อยทำให้ใช้งานได้สะดวกสบายค่ะ

ทางโครงการจะให้สวิตช์ไฟสีขาวยี่ห้อ Bticino มาค่ะ

 

ห้อง 1 Bedroom ขนาด 64 ตร.ม. โดยจะมีขนาดเป็น 2 เท่าของห้อง Studio เข้ามาภายในห้องฝั่งขวามือจะมีห้องน้ำ powder room สำหรับคนปกติใช้งาน ห้องน้ำจะมีขนาดค่อนข้างเล็ก รถเข็น Wheelchair ไม่สามารถเข้าไปใช้งานได้ ถัดเข้าไปในห้องจะเป็นพื้นที่ของห้องนั่งเล่น และโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับ 4  ที่นั่ง มีขนาดค่อนข้างกว้าง ทำให้รถเข็นสามารถใช้งานได้สะดวก สำหรับชุดครัวของห้องนี้จะติดกับด้านนอก เพื่อง่ายต่อการระบายกลิ่นออกภายนอกห้อง โดยจะมีระเบียงยืนออกไปสามารถทำเป็นพื้นที่ซักล้างได้ ส่วนอีกฝั่งนึงจะเป็น พื้นที่ของห้องนอน โดยห้องน้ำจะมีสัดส่วนเดียวกับห้อง Studio แต่บริเวณหน้าห้องน้ำ จะมีตู้เสื้อผ้าทำให้ใช้งานได้สะดวก เพราะใกล้กับห้องน้ำ ถัดเข้ามาจะเป็นเตียงนอน จะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ รถเข็นสามารถใช้งานได้สะดวก โดยจะมีระเบียงสามารถออกไปสูดอากาศภายนอกได้ค่ะ

โดยทางโครงการจะให้เฟอร์นิเจอร์ ตามนี้เลยนะคะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะค่ะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 21 November 2018

  • Studio ชั้น 2 เนื้อที่ 32 ตร.ม. ราคา 2,048,000 ล้านบาท (ราคาโปรโมชั่น) หรือ 64,000 บาท/ตร.ม.
  • Studio Corner ชั้น 2 เนื้อที่ 32 ตร.ม. ราคา 2,128,000 ล้านบาท หรือ 66,500 บาท/ตร.ม.
  • Studio ชั้น 11 เนื้อที่ 32 ตร.ม. ราคา 2,208,000 ล้านบาท หรือ 69,000 บาท/ตร.ม.
  • Studio Corner ชั้น 11 เนื้อที่ 32 ตร.ม. ราคา 2,224,000 ล้านบาท หรือ 69,500 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom ชั้น 2-4 เนื้อที่ 64 ตร.ม. ราคา 4,456,000 ล้านบาท หรือ 69,625 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom ชั้น 11 เนื้อที่ 64 ตร.ม. ราคา 4,648,000 ล้านบาท หรือ 72,625 บาท/ตร.ม.
  • Fully Furnished
  • ฝ้าเพดานสูง 2.4 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • การจองห้องชุด ชำระเงินเป็นจำนวน 30,000 บาท
  • ทำสัญญาซื้อขาย ชำระเป็นเงินจำนวน 50,000 บาท
  • ผ่อนดาวน์งวดแรก Studio 10,000 บาท/เดือน
  • ผ่อนดาวน์งวดแรก 1 Bedroom 20,000 บาท/เดือน
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่า Service Fee 500 บาท/ห้อง/เดือน
    • ฟรีคลาสกิจกรรม 1 ครั้ง/สัปดาห์
    • ฟรีปรึกษานักโภชนาการ เดือละ 1 ครั้ง
    • ฟรีปรึกษาคุณหมอ เดือนละ 1 ครั้ง
    • มีบริการปุ่ม Nurse Call ภายในห้องชุด
  • ค่าส่วนกลาง 38 บาท/ตร.ม./เดือน ซึ่งจะชำรำล่วงหน้า 1 ปี ณ วันโอน
    • ห้อง Studio ค่าเงินกองทุนคิดเป็นจำนวนเงิน 16,000 บาท
    • ห้อง 1 Bedroom ค่าเงินกองทุนคิดเป็นจำนวนเงิน 32,000 บาท
  • ค่าสมาชิก Wellness Center อยู่ที่ 7,500 บาท/ปี

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล – โครงการตั้งอยู่บนถนนประชาอุทิศ ซึ่งเป็นย่านชุมชนขนาดใหญ่ คนอาศัยในพื้นที่ค่อนข้างเยอะโดยถนนประชาอุทิศจะสามารถเชื่อมออกไปยังถนนสุขสวัสดิ์ ที่มีโรงพยาบาลหลายแห่งและยังไปออกถนนพระราม 2 ที่เป็นถนนหลักเชื่อมไปถนนต่างๆได้ โดยทำเลนี้จะใกล้ทางด่วนทั้งเข้า-ออกเมือง มีสะพานข้ามไปฝั่งพระราม 3 อีกด้วย ส่วนความอุดสมบูรณ์โดยเฉพาะในบริเวณตลาดทุ่งครุประชาอุทิศ 61 จะมีขายทั้งของสดของแห้ง ถือว่าเป็นตลาดใหญ่ในพื้นที่ และยังมีตลาดนัดวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ให้ไปช้อปปิ้งกันได้  ส่วนในระยะเดินใกล้ๆโครงการจะมีร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆ ถัดมาหน่อยมี Tesco Lotus และ Max Value เปิด 24 ชม. ถัดออกไปจะเป็น แยกนาหลวง ซึ่งจะมี ม.พระจอมเกล้าธนบุรี ทำให้แถวนี้มีความคึกคักเป็นพิเศษ มีร้านกาแฟ ร้านอาหารเยอะมาก มีสวนหมากพล่าซ่า ที่มีเต็นท์อาหารและของใช้ ให้เลือกซื้อตั้งแต่บ่ายถึงมืด และใกล้พื้นที่สีเขียว 2 แห่งได้แก่ ศูนย์ฝึกกีฬาเฉลิมพระเกียรติ เปิดให้เล่นกีฬาเสียค่าสมาชิกถูกมากและก็มีสวนธนบุรีรัมย์ ที่เป็นพื้นที่สีเขียวให้มาเดินออกกำลังกันได้

การเดินทางโดยใช้รถ – โครงการตั้งอยู่บนถนนประชาอุทิศ ทางเข้าโครงการอยู่บริเวณ ซอยประชาอุทิศ 60/2 ซึ่งข้างหน้าโครงการจะเป็นตึกแถว 5 ชั้น ข้อดีของโครงการนี้ฝั่งตรงข้ามจะเป็นซอยประชาอุทิศย่อยๆ ที่เชื่อมต่อไปยังถนนสุขสวัสดิ์ได้ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับคนใช้รถส่วนตัว เพราะมีทางเลือกให้ใช้หลากหลายอยู่ใกล้กับทางเชื่อมสำคัญๆหลายจุดคือใกล้สะพานวงแหวนอุตสาหกรรมที่สามารถวิ่งไปลงพระราม 3 และโซนสำโรงได้เร็วมากแถมไม่ต้องเสียค่าทางด่วนจุดที่สองคือทางด่วนเฉลิมมหานคร จากโครงการไปด่านสุขสวัสดิ์ถือว่าไม่ไกลมากและไม่ต้องรถติดเหมือนคนที่อยู่เส้นพระราม 2 ด้วย จุดที่สามคือทางด่วนกาญจนาภิเษกถ้าใครที่ไปทำงานที่ต้องเดินทางไปสำโรง บางนา บางพลี เทพารักษ์ ก็เดินทางได้สะดวก ภายในโครงการจะมีที่จอดรถ 160 คัน หรือคิดเป็น 38% ซึ่งมีอาคารจอดรถแยกจากตัวอาคารพักอาศัย รวมถึงโดยรอบโครงการก็สามารถจอดรถได้ค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – การเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางถือว่าสะดวกมากๆ ด้านหน้าโครงการมีรถสาธารณะวิ่งผ่านค่อนข้างเยอะ ทั้งรถเมล์ รถสองแถว และรถกระป๊อ( Subaru เล็ก) เส้นทางก็มีให้เลือกทั้งที่ไปวิ่งบนเส้นพุทธบูชาและเส้นประชาอุทิศ ไป ม.พระจอมเกล้าธนบุรีแล้วออกถนนสุขสวัสดิ์ หรือใครจะไปลงใต้ทางด่วนเพื่อขึ้นรถเมล์อีกต่อเพื่อเข้าเมืองก็ได้ค่ะ รถเมล์สายที่ผ่านหน้าโครงการแล้วจะใช้ได้ประจำคือสาย 75 สามารถนั่งตรงไปลง BTS สะพานตากสิน หรือไปสุดสายที่ MRT หัวลำโพงได้ และสุดท้ายถนนสุขสวัสดิ์เป็นเส้นที่มีการวางแผนว่าจะมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ เตาปูนราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษกจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปี 2566 – 2567 โดยสถานีที่ใกล้โครงการมากที่สุดคือ สถานีพระประแดง(คาดว่าน่าจะอยู่บริเวณหน้าบิ๊กซีและก็มีสถานีครุใน(ซึ่งตั้งอยู่ประมาณปากซอยสุขสวัสดิ์ 70 )

การออกแบบตัวอาคาร – ตัวโครงการจะมีความพิเศษมากกว่าโครงการอื่น มีแนวความคิดที่ต้องการให้ผู้อยู่อาศัย “อยู่อย่างสุขภาพดีและมีความสุข” ซึ่งเหมาะสำหรับผู้รักสุขภาพโดยเฉพาะผู้สูงอายุ โครงการได้ออกแบบด้วย Universal Design Concept มีทางสำหรับรถเข็น มีราวจับบริเวณทางเดิน ตัวอาคารพักอาศัยแบ่งเป็น 2 อาคาร โดยจะวางเป็นรูปตัว L มีพื้นที่สวนเชื่อมต่อระหว่างอาคาร ตัวอาคารพักอาศัยเป็นอาคารโครงสร้างเก่า นำมารีโนเวทใหม่ รูปร่างหน้าตาของโครงการนี้ออกแบบมาได้สวยดี โดยเฉพาะการออกแบบ Facade ที่มีการยื่นพื้นออกไปเพื่อตกแต่งอาคารและเป็น Fin บังแดดไปด้วยในตัวช่วยให้ห้องไม่ร้อน

การออกแบบห้อง – ห้องพักอาศัยภายในโครงการจะมีทั้งหมด 2 แบบ จะมีห้อง Studio ขนาด 32 ตร.ม. และห้อง 1 Bedroom ขนาด 64 ตร.ม. สำหรับห้อง Studio เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่ใช้งานที่ไม่ต้องมีสิ่งกีดขวาง สามารถเข็นรถเข็นไปรอบภายในห้อง สำหรับห้อง 1 Bedroom เหมาะกับคนที่ต้องการแยกพื้นที่ห้องนอนออกจากพื้นที่ห้องรับแขก มีความเป็นส่วนตัวและได้พื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้น เป้าหมายของการออกแบบห้องของโครงการนี้จะมุ่งเน้นไปที่ ผู้สูงอายุ  ผู้ที่จำเป็นต้องนั่งรถเข็น Wheelchair เป็นหลัก การออกแบบให้ประตูและทางเดินขนาดค่อนข้างกว้างเป็นพิเศษ

สำหรับห้อง Studio ที่ได้รีวิว ภายในมีการแบ่งสัดส่วนฟังก์ชั่นภายในห้องไว้ค่อนข้างดี พื้นที่ห้องน้ำที่ค่อนข้างใหญ่  เหมาะสำหรับคนใช้รถเข็น Wheelchair เข็นเข้าไปใช้งานได้ ฝั่งตรงข้ามห้องน้ำเป็นชุดครัว มีบริเวณทางเดินกว้าง 1.25 ม. ซึ่งสะดวกสำหรับการใช้รถเข็น ถัดเข้าไปเป็นเตียงนอน มีพื้นที่ด้านข้างเตียงกว้างถึง 1.7 ม. ให้สามารถกลับรถเข็นได้ ส่วนพื้นที่ระเบียงยืนออกไปใช้เป็นพื้นที่ซักล้าง เปิดระบายอากาศภายในได้ บริเวณห้องพักอาศัยจะเน้นการเข้าถึงได้ง่ายจากบุคคลกรทางการแพทย์ สำหรับเวลามีคนต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน

วัสดุ – วัสดุของโครงการจะพิเศษกว่าโครงการอื่นเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้พักอาศัย ประตูทางเข้าจะกว้าง พื้นภายในห้องเป็นลามิเนต SPC  เป็นวัสดุกันลื้นและป้องกันไฟได้ ประตูห้องน้ำเป็นบานเลื่อนแบบมีรางอยู่ด้านบนสามารถใช้งานได้สะดวก พื้นในห้องน้ำจะเป็นกระเบื้องแกรนด์ไวท์ รัสติก ผิวกันลื้น ภายในจะมีราวกันจับมาให้ สามารถใช้ช่วยผยุงตัวในการใช้งานลุก-นั่ง และมีสายดึงแจ้งสัญญาณฉุกเฉิน ไว้ให้ สำหรับอ่างล้างมือจะลบมุม มีความสูงเพียง 80 ซม. ทำให้คนนั่ง Wheelchair ใช้งานได้ง่าย บริเวณชุดครัวก็จะลบมุมให้เช่นกัน บริเวณห้องนอนหัวเตียงจะมี Nurse call กดเรียกกรณีฉุกเฉินหรือต้องการความช่วยเหลือ แต่ตู้เสื้อผ้าที่ให้มาเป็นบานเปิด ซึ่งถ้าเป็นประตูบานเลื่อน จะสะดวกสำหรับคนนั่ง Wheel Chair มากกว่า

สาธารณูปโภค – ทำออกมาดีเหมาะกับรูปแบบโครงการมีตึก Wellness Center บริเวณชั้น 1-6 จะเป็นอาคารจอดรถ ถัดขึ้นมาที่ชั้น 7-8 จะเป็นพื้นที่ Wellness Center ซึ่งเป็นศูนย์สุขภาพ ตรงกับแนวคิดของโครงการ จะมีการดูแลและส่งเสริมสุขภาพ มีการแพทย์ทางเลือกมาใข้ควบคู่กับแพทย์ปัจจุบันในการดูแล มีส่วนกลางหลากหลาย ได้แก่ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมคลาสการออกกำลังกาย, ศูนย์ฟิตเนส พร้อมPersonal Trainer, บริการนวดและสปา Medical Spa เพื่อสุขภาพ, คลินิกฟื้นฟูสุขภาพ และร้านอาหารเพื่อสุขภาพ โดยในส่วนของอาคารพักอาศัย ชั้นที่ 1 จะเป็นพื้นที่กิจกรรมของแต่ละอาคาร โดยทั้ง 2 อาคารจะมีพื้นที่สวนสีเขียว สำหรับเชื่อมต่อทั้ง 2 อาคารเข้าด้วยกันค่ะ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคา AVG 67,000 บาท/ตร.ม., 21 November 2018

  • ทำเล 7/10 – ทำเลติดถนนหลัก หาของกินของใช้ง่ายมีทั้ง Tesco Lotus, MaxValu ตลาดสดทุ่งครุ
  • เดินทางด้วยรถ 7.50/10 – มีเส้นทางลัดจากถนนประชาอุทิศไปถนนสุขสวัสดิ์ได้ ใกล้ทางด่วน 2 เส้น
  • ไม่ใช้รถ 8/10 – ติดถนนหลัก เรียกรถสาธารณะง่าย 
  • วัสดุ 8/10 –  วัสดุดี เน้นความปลอดภัย เหมาะสมกับผู้ใช้งานในแต่ละส่วน 
  • แบบ 8/10 – เน้นพื้นใช้สอย กว้างใช้งานสะดวก ผู้นั่งรถเข็นใช้งานได้
  • สาธารณูปโภค 9/10 – เหมาะกับรูปแบบโครงการ มี Wellness Center เน้นสุขภาพ 
  • ECONOMY CLASS
  • 7.67 / 10.00

BOTTOM LINE

Thonburi Health Village ประชาอุทิศ เป็นคอนโดเพื่อผู้รักสุขภาพและผู้สูงอายุที่ออกแบบให้โครงการ ห้องพัก และส่วนกลาง Wellness Center เน้นเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยเป็นหลัก มีการดูแลทางการแพทย์ตลอด 24 ชม. ส่วนทำเลตั้งอยู่ประชาอุทิศติดถนนหลักเดินทางสะดวก ไม่ไกลจากทางด่วน อนาคตมีโรงพยาบาลติดกับโครงการ ใครที่มองหาคอนโดแนวนี้ไว้ ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ต้องมีงบประมาณ 2 – 5 ล้านบาท

Share

Leave a Reply