บ้านกลางเมือง The Edition บางนา-วงแหวน บ้านแฝด 3 ชั้น บนถนนคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก จาก AP [รีวิวฉบับที่ 1741]

November 27, 2018 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1741 … สวัสดีค่ะ วันนี้จะพามาชมอีกหนึ่งโครงการของ AP กันกับ บ้านกลางเมือง The Edition บางนา-วงแหวน ตั้งอยู่บนถนนทางคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก ใกล้ทางด่วน สามารถเดินทางไป Mega Bangna และ สนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก ตัวโครงการเป็นบ้านแฝด 3 ชั้นดีไซน์ใหม่ ที่เน้นพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน และมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวบ้าน โครงการนี้นอกจากจะมีพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้ครบครันแล้วยังมีความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตเพียง 50 ยูนิตอีกด้วย เราไปชมกันเลยค่ะ

Fact @ 20 November 2018

  • Baan Klang Muang THE EDITION Bangna – Wongwaen (บ้านกลางเมือง ดิเอ็ดดิชั่น บางนา – วงแหวน )
  • บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : เขต ประเวศ
  • เนื้อที่โครงการ 9-3-40.49 ไร่ จำนวน 50 ยูนิต
  • แบบบ้าน X-TREND NEW SERIES ที่ดินเริ่มต้นประมาณ 35 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 218  ตารางเมตร  ขนาด 4 ห้องนอน  4  ห้องน้ำ  จอดรถ 3  คัน
  • ราคาเริ่มต้น 9.89 ล้านบาท
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ n/a บาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง : ก.พ.2561
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ : ธ.ค. 2562
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1623

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะคะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.669162, 100.699628

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

บ้านกลางเมือง The Edition บางนา-วงแหวน ตั้งอยู่บนถนนคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก (ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9) หรือถนนหน้าบ้าน จากที่ตั้งโครงการจัดได้ว่าเป็นทำเลที่เดินทางเข้าเมืองทางฝั่งบางนาได้สะดวก สามารถใช้เส้นทางได้หลากหลาย และเนื่องจากทำเลที่ตั้งค่อนมาทางถนนบางนา-ตราดมากกว่า ดังนั้นความอุดมสมบูรณ์หลักส่วนใหญ่จึงอยู่บนถนนเส้นนี้ซึ่งจะมีทั้งศูนย์การค้าอย่าง Central บางนา ห้างเก่าแก่คู่ใจของคนย่านนี้ และ Mega Bangna ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่มีครบแทบจะทุกอย่าง รวมถึงมี IKEA แบรนด์ร้านขายเครื่องเรือนและของใช้ภายในบ้านขนาดใหญ่จากสวีเดนอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีห้างขายอุปกรณ์และของตกแต่งบ้านมาเปิดกันอีกหลายแบรนด์ทั้ง  SB, Chic Republic, Index Living mall, ไทวัสดุ และห้าง HomePro ตรงกิ่งแก้ว ซึ่งเป็นแหล่งคมนาคมที่สำคัญอีกจุดหนึ่งของคนย่านบางนา-ตราด เพราะมีวินรถตู้ต่างๆที่ใช้เข้า-ออกเมืองอยู่บริเวณนี้เป็นจำนวนมาก รวมถึงรถบัสโรงงานที่จะมารับ-ส่งพนักงานจากทางนิคมบางพลีหรือนิคมจากทางชลบุรี อีกด้วย ถ้าใครอยากซื้อของสด-ของใช้ก็มี Hypermarket อย่าง Tesco Lotus Extra , Big C และ Makro ให้จับจ่ายใช้สอยซื้อของเข้าบ้านกัน ทำเลนี้เป็นอีกหนึ่งแห่งที่มีอาคารสำนักงานใหญ่ๆตั้งอยู่จำนวนมากเช่น  Central City Tower, MD Tower, อาคารไพโรจน์กิจจา, บางนาธานี, Interlink Tower และ Bangna Tower นอกจากนี้ยังใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ รวมถึงมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะของกรุงเทพอย่างสวนหลวงร.9 และมีสนามกอล์ฟต่างๆอีกหลายแห่งในโซนนี้ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของชาวญี่ปุ่นและเจ้าของธุรกิจโรงงานในละแวกนี้ค่ะ

ส่วนความอุดมสมบูรณ์ในระยะใกล้ๆจะอยู่ในซอยหมู่บ้านทุ่งเศรษฐี (หน้าปากซอยจะมี Tops daily) และ ซอยนัมเบอร์วัน-ราม2 ทั้ง 2 ซอยนี้สามารถใช้เป็นซอยลัดไปออกถนนบางนา-ตราดได้ ดังนั้นภายในซอยจึงมีร้านค้า ร้านอาหารจำนวนมาก และจะมีตลาดนัมเบอร์วัน ราม 2 อยู่ในซอยรามคำแหง 2 ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่มาก มีทั้งของสด อาหารแห้ง และอื่นๆมากมาย หาของกินสะดวกค่ะแต่ต้องขับรถออกมาหน่อยนะ

จากที่ตั้งโครงการถือเป็นทำเลที่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก โดยถนนคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษกเป็นเส้นทางที่ใช้เดินทางไป-มาได้ทั้งบางนา-ตราดและลาดกระบังโดยไม่ต้องเสียค่าทางด่วนแถมรถยังไม่ติดอีกด้วย อีกทั้งยังใช้เดินทางไปยังย่านศรีนครินทร์ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่มีความอุดมสมบูรณ์อีกด้วย นอกจากนั้นฝั่งตรงข้ามโครงการจะมีเส้นทางลัดที่เชื่อมต่อไปออกถนนบางนา-ตราดช่วงก่อนถึงสะพานกลับรถเพื่อข้ามไป Mega Bangna ข้อดีคือเราไม่ต้องมาเสียเวลารถติดที่ถนนใหญ่ ซอยลัดที่ว่านี้ได้แก่ซอยหมู่บ้านทุ่งเศรษฐีและซอยนัมเบอร์วัน-ราม2 นั่นเอง และยังมีเส้นทางลัดที่ใช้ไปออกถนนเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 เพื่อเชื่อมต่อไปยังถนนศรีนครินทร์หรือถนนพัฒนาการได้ นอกจากนี้ถนนหลักอย่างบางนา-ตราด และถนนลาดกระบัง ยังเป็นเส้นทางหลักที่สำคัญที่ใช้เดินทางไปจังหวัดชลบุรีซึ่งเต็มไปด้วยโรงงาน นิคมอุตสาหกรรม และสถานที่ท่องเที่ยว ดังนั้นย่านบางนา-ตราดนี้ จึงเปรียบเสมือนประตูสู่ภาคตะวันออกของที่สำคัญของกรุงเทพฯเลยทีเดียว

สำหรับการเดินทางโดยไม่ใช้รถนั้น เนื่องด้วยความเป็นถนนคู่ขนานจึงไม่ค่อยมีรถประจำทางวิ่งผ่านมากนัก ต้องข้ามฝั่งไปเรียกรถสองแถวที่ซอยหมู่บ้านทุ่งเศรษฐีและซอยนัมเบอร์วัน-ราม2 แต่เดี๋ยวนี้เราสามารถเรียกรถแท็กซี่ผ่าน Application ได้ทำให้มีความสะดวกมากขึ้น ส่วนรถไฟฟ้าที่ใกล้โครงการมากที่สุดตอนนี้คือ Airport Rail Link สามารถเชื่อมกับ BTS สายสีเขียว สถานีพญาไท และ MRT สายสีน้ำเงิน สถานีมักกะสัน แม้จะไม่ได้ใกล้มากนักแต่ก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการเดินทางเข้าเมืองได้สะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ในอนาคตจะมี โครงการ Airport Link ส่วนต่อขยายเชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง โดยแนวเส้นทางจะต่อขยายมาจาก สถานีพญาไท ขนานไปกับเส้นทางรถไฟสายเหนือและสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) มาสิ้นสุดที่สนามบินดอนเมือง รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงพัฒนาการ-สำโรง วิ่งผ่านบนเส้นศรีนครินทร์ และรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงบางนา-สุวรรณภูมิ วิ่งผ่านบนเส้นบางนา-ตราด อีกด้วย

สำหรับการเข้าถึงโครงการสามารถใช้ถนนหลักได้ 2 เส้นทางคือ

  • เส้นทางที่ 1 – ใช้ถนนบางนา-ตราด วิ่งมาเลี้ยวเข้าถนนทางคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก ทางนี้เราจะต้องกลับรถ โดยจุดกลับแรกจะอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 1.25 กิโลเมตร แต่เนื่องจากเป็นทางลอดด้านล่าง ใครไม่ชินเส้นทางขับผ่านมาเร็วๆอาจไม่ทันสังเกต ถ้าขับเลยก็สามารถตรงไปยังจุดกลับรถที่ 2 ได้ค่ะ
  • เส้นทางที่ 2 – ใช้ทางด่วนมอเตอร์เวย์ เลี้ยวโค้งตามป้ายบอกไปถนนกาญจนาภิเษก วนลงมาเข้าถนนทางคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก เส้นทางนี้จะเข้าโครงการได้เลย ไม่ต้องกลับรถค่ะ

สำหรับการใช้เส้นทางไปยังสถานที่สำคัญๆ อย่างที่บอกไปว่าฝั่งตรงข้ามกับโครงการมีซอยสำคัญอยู่ 2 ซอยคือซอยนัมเบอร์วัน-ราม2และซอยหมู่บ้านทุ่งเศรษฐี  ทั้ง 2 ซอยนี้เป็นซอยที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีร้านค้า ร้านอาหาร สามารถขับรถมาหาอะไรทานได้ และสามารถใช้ลัดออกไปยังถนนบางนา-ตราด ช่วงใกล้ๆกับ Tesco Lotus Extra บางนา ซึ่งตรงมาอีกหน่อยจะเป็นสะพานกลับรถ จะเข้าเมืองก็สะดวกไม่ต้องเสียเวลาไปกลับรถไกล หรือจะลัดเข้าเมกะบางนาเลยก็ได้ค่ะ (สะพานกลับรถมีทางเบี่ยงเข้าไปยังเมกะบางนาได้)

อีกเส้นทางหนึ่งคือสามารถลัดเข้าซอย 01 กาญจนาภิเษก39 เพื่อใช้ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิได้ ถ้าไม่ใช้ทางลัดก็สามารถใช้ถนนบางนา-ตราดหรือมอเตอร์เวย์วิ่งเข้าสนามบินได้ค่ะ

การเดินทางในวันนี้ เราใช้ทางด่วนวิ่งมาลงถนนบางนา-ตราด จากนั้นพอใกล้ถึง Tesco Lotus Extra บางนา เบี่ยงซ้ายออกไปยังทางขนาน เลี้ยวเข้าถนนคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก (ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9) หรือถนนหน้าบ้าน จากนั้นตรงไปกลับรถ โดยโครงการจะอยู่ฝั่งตรงข้าม เยื้องๆกับซอยหมู่บ้านทุ่งเศรษฐีค่ะ

เราขึ้นทางด่วนมาลงบนถนนบางนา-ตราด ซึ่งทางมุมซ้ายจะสังเกตเห็นป้าย Bangkok Mall ศูนย์การค้าที่มีแผนจะสร้างในอนาคต… ต้องรอดูกันต่อไปค่ะ

ถัดมาจะเจอกับโรงเรียนนานาชาติ Berkeley ตัวอาคารเด่นดีสังเกตเห็นได้ตั้งแต่ไกลเลย เราจะตรงต่อไปนะคะ

ขับมาเรื่อยๆจะผ่านเซ็นทรัลพลาซา บางนา ศูนย์การค้าคู่ใจของคนย่านนี้ ภายในมีครบทุกสิ่งอย่างให้เลือกสรร ข้างๆกันจะเป็น Big C บางนา แวะมาซื้อของกินของใช้ก่อนกลับบ้านได้

ต่อมาจะเจอกับโรงพยาบาลไทยนครินทร์ และ Little Walk Bangna แหล่งรวมร้านอาหารอีกจุดหนึ่งของย่านนี้ มี  Villa Market และ Starbucks ด้วยเผื่อให้ไม่อยากเสียเวลาไปจอดรถที่ห้างแล้วอยากแวะหาอะไรทานง่ายๆ หรือกินกาแฟซักแก้ว ที่นี่วันจันทร์ – เสาร์เปิด 7.00-22.00 น.ถือว่าปิดดึกพอสมควรเลย ส่วนวันอาทิตย์เค้าจะเปิด 10:30 น.ค่ะ

ถัดมาทางฝั่งซ้ายจะเจอกับ SB DESIGN SQUARE แหล่งรวมเฟอร์นิเจอร์สำหรับใครที่อยากซื้อของไปแต่งบ้าน สังเกตเล่นๆว่าถนนบางนา-ตราดนี้มีร้านขายเฟอร์นิเจอร์อยู่เยอะทีเดียว ถ้าไม่เชื่อเลื่อนลงไปดูรูปถัดไปค่ะ ^^

นอกจาก SB ก็มี Chic Republic และ Index Living Mall มาให้เลือกอีก เรียกได้ว่ามาที่เดียวครบเลย เราตรงไปกันต่อค่ะ

เราขับตรงมาเรื่อยๆพอเห็น Tesco Lotus Extra ให้เราเตรียมชิดซ้ายไว้นะคะ แต่ถ้าใครจะแวะไป Mega บางนาก่อนให้ออกที่ทางออกนี้แล้วขึ้นสะพานกลับรถซึ่งจะมีทางวนเข้าห้างได้เลย

ขับตรงมาอีกหน่อยจะเจอทางออกไปที่ทางขนานอีกจุดหนึ่ง ให้เราเบี่ยงซ้ายที่ทางออกนี้ค่ะ ระวังอย่าเลยนะคะ

พอออกมาที่ทางขนานให้ตบไฟให้สัญญาณพร้อมชิดซ้ายไปเลนในสุด เพื่อเข้าทางตามที่วงสีแดงๆเอาไว้ ซึ่งจะเป็นทางไปออกถนนคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก (ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9) หรือถนนหน้าบ้านนั่นเองค่ะ

วิ่งตรงตามถนนคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษกมาเรื่อยๆ ทางฝั่งซ้ายจะเจอกับซอยนัมเบอร์วัน-ราม2 ซอยนี้ใช้ลัดไปออกถนนบางนา-ตราด ตรงช่วงใกล้ๆกับ Tesco Lotus Extra ได้นะ นอกจากนั้นในซอยนี้จะมีตลาดราม2 ไนท์บาชาร์อยู่ด้วย

ตรงต่อมาอีกนิด ทางฝั่งขวาจะเห็นป้ายโครงการอยู่ เราต้องตรงไปหาทางกลับรถค่ะ

ระหว่างทางจะเจอกับซอยลัดอีกซอยหนึ่งคือซอยหมู่บ้านทุ่งเศรษฐี ใช้ลัดไปออกถนนบางนา-ตราดได้เช่นเดียวกัน หน้าปากซอยจะมี Tops daily ตั้งอยู่ให้แวะซื้อของกันได้ ในซอยนี้มีร้านค้าร้านอาหารอยู่พอสมควร เป็นอีกหนึ่งแหล่งความอุดมสมบูรณ์ใกล้ๆกับโครงการ ซึ่งถ้าสังเกตเห็นสะพานลอยสีแดงๆเราข้ามไปอีกหน่อยก็จะเป็นที่ตั้งของโครงการเลย

ตรงต่อมาจะเจอกับจุดกับรถอยู่ทางขวามือ ใครมาแถวนี้ใหม่ๆอาจจะขับเลยได้ จุดกลับรถตรงนี้ ทางค่อนข้างแคบหน่อย รถสวนกันลำบากนิดและยังมีการจำกัดเวลาใช้งานด้วย (สังเกตจากป้ายที่ติดอยู่) แนะนำว่าถ้ายังไม่ชินเส้นทางให้เราขับเลยไปกลับรถด้านหน้าจะสะดวกกว่าค่ะ

จุดกลับรถอีกจุดหนึ่งที่อยู่ใต้สะพานทางจะกว้างหน่อยค่ะ

พอกลับรถแล้วตรงมาเรื่อยๆก็จะถึงกับโครงการ บ้านกลางเมือง The Edition บางนา-วงแหวน แล้วค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

มาดูสภาพแวดล้อมของโครงการ บ้านกลางเมือง The Edition บางนา-วงแหวนกัน จะเห็นว่ารอบๆโครงการส่วนใหญ่เป็นที่ดินเปล่าและบ้านพักอาศัย โดยทางเข้าของโครงการจะอยู่ติดกับถนนใหญ่มีซุ้มประตูทางเข้าพร้อมรปภ.รักษาความปลอดภัยมาให้ ถัดเข้ามาเป็นถนนของโครงการที่ตรงเข้ามาจะเจอกับซุ้มประตูอีกหนึ่งจุดค่ะ ใกล้ๆกับโครงการจะมีสะพานลอยซึ่งพอข้ามไปเดินอีกหน่อยจะเป็นซอยหมู่บ้านทุ่งเศรษฐี ที่มี Tops daily ตั้งอยู่ด้านหน้า ซอยนี้เป็นซอยลัดไปออกถนนบางนา-ตราดได้ และภายในซอยก็มีร้านค้า ร้านอาหารอยู่พอสมควรค่ะ สำหรับพื้นที่รอบๆโครงการจะติดกับสถานที่ดังต่อไปนี้

  • ทิศเหนือ – ติดกับโกดังขนส่งสินค้าและที่ดินเปล่า
  • ทิศตะวันออก – ติดกับที่ดินเปล่าและคลองสลุด
  • ทิศใต้ – ติดกับที่ดินเปล่ารอการพัฒนา
  • ทิศตะวันตก – ติดกับที่ดินเปล่ารอการพัฒนาและถนนคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก

ทิศเหนือ ติดกับโกดังขนส่งสินค้าและที่ดินเปล่า

ทิศใต้  ติดกับที่ดินเปล่ารอการพัฒนา สะพานลอยดีแดงๆที่เห็นจะสามารถข้ามไปซอยหมู่บ้านทุ่งเศรษฐีได้ค่ะ

ทิศตะวันตก ติดกับที่ดินเปล่ารอการพัฒนาและถนนคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ (รวมระยะกลับรถ) เช่น

  • นิคมอุตสาหกรรมอัญธานี เจโมโปลิส ~ 2.2 km.
  • มหาวิทยาลัยรามคำแหง2 ~ 4.5 km.
  • ตลาดนัมเบอร์วัน ราม 2  ~ 4.9 km.
  • เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์ตร้า บางนา ~ 7.2 km.
  • MAGA Bangna ~ 8.4 km.
  • Pan-Asia International School ~ 9.1 km.
  • ร.ร.ราชวินิตบางแก้ว ~ 9.4 km.
  • Paradise Park ~ 10.3 km.
  • รพ. จุฬารัตน์ ~ 10.4 km.
  • Chic Republic  ~ 10.5 km.
  • Index Living Mall บางนา ~ 10.8 km.
  • ตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์  ~ 11.2 km.
  • รพ. ปิยะมินทร์ ~ 13 km.
  • Concordian International School  ~ 13.4 km.
  • สนามบินสุวรรณภูมิ ~ 13.5 km.
  • Central Bangna ~ 19 km.
  • ไบเทค บางนา  ~ 19.5 km.
  • Little Walk Bangna ~ 19.5 km.
  • รพ. ไทยนครินทร์ บางนา ~ 19.6 km.
  • SB DESIGN SQUARE Bangna ~ 19.9 km.
  • Berkeley International School   ~ 20 km.


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ บ้านกลางเมือง The Edition บางนา-วงแหวน เป็นโครงการจัดสรรขนาดเล็กที่มีจำนวนยูนิตเพียง 50 ยูนิต ดังนั้นจึงเหมาะกับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว โดยจากถนนใหญ่เราจะผ่านซุ้มประตูที่มีรปภ.รักษาความปลอดภัยให้เข้ามา ตรงผ่านถนนโครงการมาเรื่อยๆก่อนจะเจอซุ้มประตูอีกหนึ่งจุด (ที่เราเห็นในแปลน) พื้นที่ส่วนกลางมี Clubhouse ที่มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสวนหย่อมตั้งอยู่ด้านหน้าซึ่งสามารถใช้เป็นพื้นที่ต้อนรับแขกได้ ถัดเข้ามาด้านในจึงจะเป็นบ้านพักอาศัยล้วนๆซึ่งแบบบ้านมีแบบเดียวคือ X-TREND บ้านแฝดพื้นที่ใช้สอย 218  ตารางเมตร แต่จะต่างกันด้วยขนาดที่ดิน บ้านส่วนใหญ่จะวางผังในแนวทิศเหนือ-ใต้ทำให้ไม่โดนแดดร้อนจากทางทิศตะวันตก และยังเป็นทิศที่ลมพัดผ่านได้ดี

สำหรับแนวคิดในการออกแบบโครงการนี้คือ Privacy is The Ultimate Luxury ที่เน้นความเป็นส่วนตัวและการออกแบบ แบบ Organic Agriculture หมายถึง การออกแบบที่ใช้ธรรมชาติเป็นศูนย์กลางทำให้บ้านดูกลมกลืนกับธรรมชาติ ซึ่งเราจะเห็นผ่านการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้โทนสีขาว เลือกใช้หินนำเข้าจากต่างประเทศและมีการแทรกพื้นที่สีเขียวอยู่ในทุกๆจุดของโครงการค่ะ

ซุ้มประตูที่อยู่ติดกับถนนใหญ่จะเป็นซุ้มใหญ่ปิดผิวด้วยหินสีขาวตาม Concept โครงการ แบ่งเป็นการเข้า-ออกชัดเจน มีพี่รปภ.ดูแลรักษาความปลอดภัยให้

เข้ามาด้านในจะเป็นถนนโครงการที่ทั้ง 2 ฝั่งมีการปรับทัศนียภาพด้วยต้นไม้ให้ดูร่มรื่น สบายตาสบายใจก่อนกลับเข้าบ้าน

เข้ามาด้านในก็จะเจอกับซุ้มประตูอีกจุดหนึ่ง บริเวณด้านหน้าทางเข้าก็มีการจัดสวนเช่นกันค่ะ

ซุ้มประตูด้านในก็มีการตกแต่งสไตล์เดียวกับด้านนอก ซุ้มนี้จะมีป้อมรปภ.อยู่ตรงกลางคอยดูแลรักษาความปลอดภัยให้ 24 ชั่วโมง โดยรถที่เข้ามาผ่านประตูเข้าไปในโครงการด้วยระบบ Easy Pass ถ้าไม่ใช่ลูกบ้านก็ต้องแลกบัตรบริเวณนี้ค่ะ

ส่วนลูกบ้านที่ไม่ได้ใช้รถ ทางด้านข้างของซุ้มประตูก็มีทางสำหรับคนเดินจะได้ปลอดภัย ไม่ต้องกังวัลว่าจะมีรถมาเฉี่ยวชน สังเกตว่ารอบๆรั้วโครงการก็มีการจัดสวนแทรกอยู่ทุกจุด ทำให้สภาพโครงการดูร่มรื่นยิ่งขึ้นค่ะ

ระบบรักษาความปลอดภัยหน้าโครงการจะเป็นระบบ Easy Pass และ กล้อง CCTV ที่ส่องทั้งเลขทะเบียนรถและหน้าคนขับรถ โดยโครงการนี้จะใช้ระบบ Bit Visitor (ระบบที่บันทึกเวลา IN-OUT พร้อมถ่ายภาพใบขับขี่ ภาพใบหน้า ภาพรถยนต์) ในการบันทึกข้อมูลผู้มาติดต่อค่ะ

เข้ามาในโครงการทางฝั่งขวาที่เห็นกำลังก่อสร้างอยู่คือ Clubhouse ค่ะ ถัดเข้าไปจะเป็นส่วนพักอาศัยทั้งหมด

Clubhouse ถ้าสร้างเสร็จจะเป็นตามในภาพนี้คือจะมีทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส พื้นที่นั่งพักผ่อน รายล้อมไปด้วยสวนหย่อมเราสามารถมาใช้ทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวหรือเป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆได้

มองย้อนกลับไปที่ซุ้มประตู เราจะเห็นว่ามีสวนขนาบทั้ง 2 ฝั่ง

ทางฝั่งซ้ายจะเป็นสวนที่มีขนาดใหญ่หน่อย มีการเล่นระดับและแทรกพื้นที่นั่งพักผ่อนอยู่เป็นจุดๆ

มีดอกไม้ปลูกหลายสี หลายพันธุ์ค่ะ เข้าไปดูใกล้ๆแล้วสดชื่นดี

มุมนี้สำหรับเด็กๆเอาไว้กระโดด ปีนป่าย เล่นสนุกกัน ข้างๆมีที่นั่งสำหรับให้คุณพ่อคุณแม่มานั่งดูแลด้วย

ส่วนสวนทางฝั่งขวาก็มีปลูกทั้งไม้พุ่มและไม้ใหญ่  ต้องใช้เวลาอีกซักพักต้นไม้จึงโตเต็มที่ บริเวณนี้ก็จะร่มรื่นมากขึ้นไปอีกค่ะ

ถัดเข้าไปด้านในก็จะเป็นส่วนพักอาศัยทั้งหมดค่ะ อย่างบ้านที่เราเห็นในรูปคือบ้านตัวอย่าง เดี๋ยวเราจะพาไปชมกันนะคะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Clubhouse
    • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ แบ่งเป็นสระเด็กและสระผู้ใหญ่
    • ห้องออกกำลังกาย
  • สวนสาธารณะ
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 
  • รั้วรอบโครงการและรั้วโปร่งต่อเพิ่ม 
  • Wi-Fi ฟรีที่คลับเฮ้าส์
  • Key Card Access ระยะไกล
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบเลื่อนไฟฟ้า 2 ตอน
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic & Shock Sensor ทุกหลัง
  • ถนนหลักกว้าง 12 ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.


Product Walkthrough

ก่อนมาไปชมบ้านตัวอย่าง มาดูผังโครงการกันซักหน่อยนะคะ โครงการนี้มีบ้านอยู่แบบเดียวคือ X-TREND บ้านแฝด 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 218 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ จอดรถ 3  คัน ที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบบ้านให้ทันสมัยและมีพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้น ข้อดีของบ้านแฝด 3 ชั้นคือสามารถแบ่งพื้นที่ใช้สอยได้เป็นสัดส่วนแยกฟังก์ชั่นการใช้งานกันไปเลย  และด้วยความที่บ้านมีหน้ากว้าง 11 เมตรจึงสามารถจัดที่จอดรถได้ถึง 3 คัน สำหรับครอบครัวที่อยากได้ที่จอดรถมากกว่า 2 ก็เป็นตัวเลือกได้ค่ะ อีกทั้งบ้านแฝดจะมีพื้นที่ด้านข้างให้สามารถจัดสวนได้อีกด้วย เรามาดูในตัวบ้านกันบ้าง ชั้นล่างเข้ามาทางฝั่งขวาเป็นพื้นที่โล่งๆเอาไว้จัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นและรับประทานอาหาร โดยฝั่งตรงข้ามกับห้องอาหารจะเป็นครัวที่เราสามารถจัดฟังก์ชั่นเป็นส่วนเตรียมอาหารหรือกั้นเป็นครัวปิดไปเลยก็ได้ ถ้าใครอยากได้ครัวไทยก็สามารถต่อเติมที่บริเวณลานซักล้างหลังบ้านได้ค่ะ อีกส่วนหนึ่งของตัวบ้านคือชั้นนี้จะมีห้องอเนกประสงค์ให้เราปรับเปลี่ยนใช้เป็นห้องนอนผู้สูงอายุ ห้องทำงาน หรือ ห้องดูหนังพักผ่อนก็ได้ โดยห้องน้ำจะอยู่ใกล้ๆกับห้องนี้สามารถเดินออกมาใช้งานได้สะดวก และห้องน้ำเป็นห้องที่สามารถอาบน้ำได้ด้วยค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 2 เป็นส่วนของ Master Bedroom ล้วนๆเลย ได้ห้องนอนขนาดใหญ่ที่มีระเบียงและช่องแสงจากทางฝั่งหน้าบ้าน สามารถจัดมุมนั่งพักผ่อนและWalk-in Closet ในห้องได้ มีห้องน้ำในตัวที่พื้นที่อาบน้ำมีทั้งแบบยืนอาบและอ่างอาบน้ำ นอกจากนั้นหน้าห้องยังมีพื้นที่ที่ทางโครงการเรียกว่า Multi Dimension Space หรือพื้นที่อเนกประสงค์อีกจุดหนึ่ง เอาไว้ใช้เป็นพื้นที่ทำงานหรือนั่งเล่นก็ได้ค่ะ

ส่วนชั้น 3 จะแบ่งได้อีก 2 ห้องนอนขนาดพอๆกัน มีห้องน้ำในตัวทั้ง 2 ห้องเลย การวางผังแบบนี้จะลดปัญหาการแย่งห้องนอนกันของพี่น้องได้ ส่วนที่ต่างกันคือห้องนอนที่อยู่ฝั่งหน้าบ้านจะได้ช่องแสงขนาดใหญ่ มีระยะปลายเตียงที่กว้างสามารถทำ Walk-in Closet ในห้องได้ แต่พื้นที่ข้างเตียงจะน้อยกว่าอีกห้องหนึ่ง ส่วนห้องนอนที่อยู่ฝั่งหลังบ้านจะค่อนข้างเป็นส่วนตัวตรงที่เข้าห้องมาจะเป็นโถงเล็กๆก่อน เราจะไม่เห็นส่วนห้องนอน ห้องนี้จะมีพื้นที่ข้างเตียงเหลือเยอะ สามารถวางเตียง King Size ได้สบายๆหรือจะวางเตียงเล็กแยก 2 เตียงก็ได้ค่ะ วางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ได้แต่ไม่ได้กั้นเป็น Walk-in Closet นะคะ ส่วนช่องแสงจะได้เป็นหน้าต่างบานเลื่อนข้างเตียง เป็นห้องที่เหมาะกับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว เน้นพื้นที่ในห้องมากกว่า

ตัวบ้านเป็นบ้านแฝด 3 ชั้นที่มีส่วนที่ติดกันคือห้องอเนกประสงค์หน้าบ้าน บ้านในลักษณะนี้สามารถรองรับครอบครัวใหญ่ที่อยากมีความเป็นส่วนตัวได้ โดยการซื้อ 2 หลังติดกันค่ะ เพราะฟังก์ชั่นในบ้านจะแยกเป็นสัดส่วนและเป็นส่วนตัว โดยโครงการของบ้านเป็นแบบ เสา คาน ผนังก่ออิฐฉาบปูน จึงค่อนข้างแข็งแรง ทุบต่อเติมและป้องกันเสียงได้ดี

นอกจากนั้นทางโครงการยังได้นำ Digital Community หรือนำเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาใช้ตอบโจทย์ของการใช้ชีวิตและช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ความปลอดภัยให้กับลูกค้า ส่วนจะมีอะไรบ้างจะค่อยๆเล่าให้ฟังนะคะ

หน้าบ้านจะมีรั้วแบบรางเลื่อนและพับเก็บด้านข้างมาให้ พอเปิดเต็มที่แล้วจะได้พื้นที่ที่ค่อนข้างกว้างค่ะ

รั้วหน้าบ้านจะเป็นแบบ Automatic Digital Gate โดยทางโครงการจะมีมอเตอร์ควบคุมการปิด-เปิดรั้วผ่านทาง Electric Remote มาให้ด้วย โดยสามารถเปิดประตูโดยไม่ต้องลงจากรถ เพียงแค่กด Remote ก็จะทำงานทันที

หน้าบ้านมีช่องใส่จดหมายและกริ่งสัญญาณมาให้ครบค่ะ

ที่จอดรถสามารถรองรับได้ถึง 3 คัน 2 คันแรกเป็นแบบกึ่ง Indoor และ Outdoor ส่วนคันที่ 3 จะเหมาะกับการจอดรถแบบ Eco Car คันเล็กๆมากกว่า บริเวณพื้นที่จอดรถโครงสร้างเป็น Slab on ground ไม่ได้ลงเสาเข็มมาให้ค่ะ

บริเวณหน้าบ้านฝั่งหน้าห้องอเนกประสงค์สามารถจัดเป็นสวนหย่อมได้ เวลาคนที่อยู่ในห้องมองออกมาก็จะเห็นสวนสวยๆค่ะ โดยต้นไม้ทางโครงการจะมีลงมาให้ด้วยนะคะ ตามนี้เลย

ส่วนข้างบ้านอีกฝั่งหนึ่งก็มีพื้นที่ให้เราจัดสวน โดยจะมีประตูทางออกข้างบ้านซึ่งจะตรงกับตำแหน่งของห้องอาหารพอดี

สังเกตว่าตัวบ้านจะมีช่องแสงให้หลายจุด รวมถึงมีขนาดบานหน้าต่างและประตูที่ใหญ่ทำให้แสงธรรมชาติเข้าในบ้านได้ดี พอมองออกมานอกบ้านก็จะเห็นสวน ถือเป็นการออกแบบที่ทำให้บ้านดูกลมกลืนกับธรรมชาติ

หลังบ้านเป็นพื้นที่ซักล้างที่สามารถต่อเติมทำเป็นครัวไทยได้ และยังเพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยการต่อรั้วโปร่งให้สูงบังสายตาจากบ้านข้างๆ

กลับมาดูที่หน้าบ้านกันค่ะ ทางเข้าบ้านจะเป็นบานทึบซึ่งช่วยให้คนที่อยู่ในบ้านมีความเป็นส่วนตัว แต่ก็มีการเจาะช่องแสงมาให้ 2 จุด ถ้าเราอยากได้ความเป็นส่วนตัวก็สามารถหาม่านมาปิดได้

ประตูเป็นบาน UPVC สีเทา ก่อนเข้าบ้านจะมีการยกระดับพื้นขึ้น ซึ่งจะสามาถกันฝุ่นและกันน้ำเวลาเราซักล้าง และ พื้นที่เฉลียงด้านหน้ายังสามารถใช้เป็นพื้นที่วางรองเท้าได้อีกด้วย ประตูทางเข้าบ้านเป็นบานสำเร็จรูป แบบบานเปิด 2 ฝั่ง ฝั่งนึงเป็นบานทึบ อีกฝั่งมีการเจาะช่องกระจกให้สามารถดูได้ว่ามีใครมาหาเราค่ะ

นอกจากมือจับแบบก้านโยกของ Colt แล้ว ทางโครงการยังให้ Digital Door Lock ของ pin genie ตัวนี้ทางโครงการนำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยการใช้งานแบ่งเป็น ระบบ pick proof digital ซึ่งระบบนี้สามารถปรับเปลี่ยนแป้นพิมพ์ ทุกครั้งหลังจากที่ลูกค้าใช้งานและช่วยกำจัดลายนิ้วมือ พร้อมป้องกันการโจรกรรมรหัสปลดล็อคประตูด้วยอีกทั้งลูกบ้านยังสามารถล็อคหรือปลดล็อค ผ่านมือถือด้วยการต่อ Bluetooth ได้อีกด้วย

เข้ามาในบ้านจะเจอกับพื้นที่โล่งๆเอาไว้จัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นต่อเนื่องกับทานข้าวได้ เป็นส่วนที่ใช้ทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว สังเกตว่าจะมีความโปร่งเพราะได้รับแสงธรรมชาติจากช่องแสงที่อยู่รอบด้าน พื้นทางโครงการปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้มาให้ สามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้สะดวกค่ะ

เทียบกับบ้านมาตรฐานก็จะได้พื้นที่โล่งๆแบบนี้ ให้จัดฟังก์ชั่นได้ตามต้องการค่ะ อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือทางโครงการจะมีระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มเข้ามาให้กับบ้านทุกหลัง โดยมี Magnetic Sensor ติดตั้งที่บริเวณประตูด้านข้าง และบริเวณประตูหลังบ้านด้วยค่ะ

บริเวณประตูบานเลื่อนจะมีตัวล็อคตรงกลางมาให้อีกชั้นนึง

บริเวณประตูด้านข้าง และบริเวณประตูหลังบ้านจะมี Magnetic Sensor ติดตั้งมาให้ ถ้ามีคนเปิดหรืองัดแงะ alarm ก็จะทำงานอัตโนมัติ และแจ้งเตือนไปทางมือถือลูกบ้านเลยค่ะ

โดยอุปกรณ์นี้คือแผงควบคุมระบบรักษาความปลอดภัย เราสามารถเปิด-ปิดได้ค่ะ

ถัดมาส่วนรับประทานอาหารจะล้อมรอบไปด้วยช่องแสงจากหน้าต่างและประตู บริเวณนี้ถ้านอกบ้านจัดสวนสวยๆ เราก็สามารถมองวิวได้เพลินๆอีกด้วย

อีกฝั่งหนึ่งของตัวบ้านจะเป็นครัว ห้องอเนกประสงค์ ห้องน้ำ และบันไดทางขึ้นชั้น 2

โดยครัวในบ้านมาตรฐานเป็นห้องโล่งๆให้เราจัดพื้นที่ใช้สอยได้ตามต้องการและเนื่องจากมีขนาดค่อนข้างยาวจึงสามารถจัดเป็นตู้เก็บของหรือ Pantry เล็กๆด้านหน้าได้ ทางโครงการเดินงานระบบต่างๆมาให้ครบ รวมถึงบริเวณนี้จะมีห้องเก็บของมาให้ด้วย

ในบ้านตัวอย่างจัดเป็นเคาน์เตอร์รูปตัวแอลมาให้เราดู จะเห็นว่าตำแหน่งที่เป็นอ่างล้างหน้าก็จะมีบานหน้าต่างที่สามารถเปิดระบายอากาศได้และช่วยให้มีแสงธรรมชาติเข้ามาในครัวได้อีกด้วย

สำหรับใครที่อยากทำครัวไทยก็สามารถต่อเติมได้ที่หลังบ้าน โดยทางออกไปสู่ลานซักล้างนั้นจะอยู่ข้างๆครัวเลย สะดวกต่อการใช้งาน โดยบานประตูนี้ก็เป็นบานสำเร็จรูป HDF ค่ะ

ถัดมาเรามาดูกันต่อที่ฝั่งหน้าบ้าน ซึ่งพอเข้าบ้านมาจะเจอกับโถงเล็กๆเพื่อแจกไปห้องอเนกประสงค์และห้องน้ำ สังเกตว่าห้องอเนกประสงค์และห้องน้ำจะอยู่ใกล้กันมากๆ ซึ่งถ้าเราใช้ห้องนี้เป็นห้องนอนก็ถือว่าสามารถเดินออกมาเข้าห้องน้ำได้สะดวก และตำแหน่งของห้องนี้ยังเหมาะกับห้องผู้สูงอายุเพราะอยู่ใกล้ทางเข้าบ้านสามารถเดินไปที่ห้องได้สะดวกค่ะ

เรามาดูภายในห้องน้ำชั้นล่างกันก่อน ซึ่งมีการแบ่งออกเป็นส่วนแห้ง ส่วนเปียก เราต้องหาฉากกั้นอาบน้ำหรือม่านพลาสติกลายสวยๆมากั้นเพิ่มเติมจะช่วยให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น ทางโครงการปูกระเบื้องเซรามิคมาให้โดยรอบค่ะ

ระดับพื้นของห้องน้ำจะลดต่ำลงประมาณ 6 cm. สามารถกันน้ำไม่ให้ไหลไปโดนส่วนอื่นๆของตัวบ้านได้

อ่างล้างหน้าทางโครงการให้มาแบบนี้เลยพร้อมกระจกเงาส่องหน้า

โดยอ่างจะเป็นของ Cotto มีพื้นที่สำหรับวางสบู่และของใช้เล็กๆน้อยๆได้นิดหน่อย

โถสุขภัณฑ์ก็เป็นของ Cotto เช่นกันค่ะ มาพร้อมกับอุปกรณ์ต่างๆครบ ติดตั้งในระยะที่พอเหมาะกับการใช้งาน

พื้นที่อาบน้ำนั้นทางโครงการก็เดินงานระบบสำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้

โดยพื้นที่อาบน้ำจะมีขนาด 80 x 90 ซม. ลดระดับลงไปประมาณ 5 ซม.

ฝักบัวจับได้พอดีมือค่ะ

ติดๆกับห้องน้ำเป็นห้องอเนกประสงค์ที่สามารถทำเป็นห้องนอนผู้สูงอายุ ห้องทำงาน หรือ ห้องนั่งเล่นดูหนังได้ มีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ พื้นของห้องนี้เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ค่ะ

พื้นที่ข้างเตียงทั้งสองฝั่งมีระยะให้วางโต๊ะข้างเตียงได้ ทางฝั่งซ้ายของเตียงเราจะได้ช่องแสงจากบานหน้าต่างหน้าบ้านอีกด้วย

พอวางเตียงไปแล้ว ปลายเตียงก็พอมีระยะให้เดินผ่านได้สบายๆ

เดินชมชั้นล่างครบแล้ว เราขึ้นไปดูชั้นบนกันค่ะ บันไดทางขึ้นชั้น 2 โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ฉาบเรียบทาสีจึงมีความแน่น และความแข็งแรง ลูกนอนเป็นไม้ยางพาราประสาน โถงบันไดมีขนาดประมาณ 1 เมตร เดินผ่านได้สบายๆพร้อมติดตั้งราวบันไดมาให้ด้วย

บริเวณโถงบันไดชั้น 2 และโถงบันได ชั้น 3 จะมีติดตั้ง Motion Sensor หรืออุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหว มาให้ด้วย ถ้าเราไม่อยู่บ้านแล้วเปิดระบบไว้ เวลามีใครที่ไม่ได้รับเชิญเดินผ่านก็จะทำงานอัตโนมัติและแจ้งเตือนไปทางมือถือลูกบ้านทันที

โถงบันไดจะวนขึ้นแบบนี้ มีชานพักที่กว้างเดินสบายค่ะ

พอขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเจอกับโถงก่อน ชั้นนี้จะเป็นส่วนของ Master Bedroom ทั้งชั้นเลยค่ะ

ก่อนเข้าไปยังห้อง Master Bedroom จะมีพื้นที่อเนกประสงค์อีกหนึ่งจุดสามารถจัดเป็นพื้นที่นั่งทำงานหรือพักผ่อนได้ บริเวณนี้จะได้แสงธรรมชาติจากบานหน้าต่างด้วยค่ะ

เราไปดูต่อกันที่ห้อง Master Bedroom กันค่ะ

ห้อง Master Bedroom เข้ามาเราจะเจอกับมุมที่สามารถวางโซฟาทำเป็นพื้นที่พักผ่อนได้ มุมนี้จะได้แสงสว่างจากหน้าต่างทั้ง 2 ฝั่ง

เนื่องจากห้องเป็นแนวยาวจึงสามารถจัดฟังก์ชั่นได้ทั้งส่วนนอนพักผ่อน วางเตียงได้แบบ King Size และพื้นที่ฝั่งที่ใกล้กับห้องน้ำก็สามารถกั้นเป็น Walk-in Closet ได้ จริงๆแล้วทางฝั่งซ้ายของบ้านตัวอย่างจะมีหน้าต่างด้วยนะคะ แต่ Built-in ตกแต่งเป็นผนังทึบไว้ ทำหัวเตียง สำหรับพื้นส่วนชั้นพักอาศัยทั้งหมดเป็นไม้ลามิเนตค่ะ

ด้านหลังบริเวณหน้าห้องน้ำในบ้านตัวอย่างกั้นเป็น Walk-in Closet ค่ะ ซึ่งทำให้การใช้งานเป็นสัดส่วนมากขึ้น เราสามารถแต่งตัวได้โดยที่อีกคนนึงยังนอนหลับพักผ่อนอยู่

มุมนี้วางเป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้นะคะ โดยการติดตั้งกระจกส่องหน้าแบบลอยแล้วด้านหลังเอาม่านมาปิด ถ้าอยากได้แสงก็เปิดม่านออกค่ะ จำไปเป็นไอเดียในการแต่งบ้านได้

ส่วนพื้นที่ Walk-in Closet ในบ้านตัวอย่างจัดได้พื้นที่ประมาณนี้ ทางฝั่งขวาคือทางออกไปที่ระเบียงค่ะ

ห้องนี้มีระเบียงด้วยนะ สามารถออกไปยืนสูดอากาศได้ ประตูเป็นบานเลื่อนกระจก กรอบบาน UPVC

พื้นที่ระเบียงมีขนาด 0.57 x 2.20 เมตร ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม.

ด้านข้างของพื้นที่ระเบียงทั้ง 2 ฝั่งค่ะ ทางโครงการมีติดตั้งราวกันตกมาให้โดยรอบ

อีกฝั่งหนึ่งจะเป็นห้องน้ำซึ่งพื้นที่จะต่อเนื่องกับ Walk-in Closet  พอดิบพอดี

ห้องน้ำในห้อง Master Bedroom มีการแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนโดยพื้นที่อาบน้ำจะมีทั้งส่วนที่ยืนอาบ (shower room) และอ่างอาบน้ำ สามารถใช้งานพร้อมกันได้ 2 คนค่ะ

อ่างล้างหน้าในห้องนี้มีการอัพเกรดขึ้นมา โดยจะมีตู้เก็บของด้านล่างด้วย

อ่างล้างหน้าเป็นของ Cotto ค่ะ ด้านล่างสามารถใช้เป็นของเล็กๆน้อยๆได้

ทางฝั่งซ้ายเป็นโถสุขภัณฑ์และพื้นที่อาบน้ำแบบ shower room ที่บริเวณผนังมีหน้าต่างเอาไว้เปิดระบายอากาศด้วย

โดยระบบน้ำที่รองรับจะมีทั้งระบบน้ำร้อนและน้ำเย็นค่ะ

พื้นที่อาบน้ำมีขนาด 1.00 x 1.80 เมตร มีการลดระดับลงแยกการใช้งานเป็นสัดส่วน

ส่วนอีกฝั่งเป็นอ่างอาบน้ำ เวลาเราอยากผ่อนคลายก็มานอนแช่ได้ ตัวอ่างเป็นของ Cotto ค่ะ รองรับทั้งระบบน้ำร้อน และน้ำเย็นเช่นกัน

ต่อมาเราขึ้นไปดูที่ชั้น 3 กันนะคะ อย่างที่บอกไปว่าบ้านแฝด 3 ชั้น เราสามารถแบ่งฟังก์ชั่นได้อย่างเป็นส่วนตัวไปเลย ถ้าเป็นบ้านเดี่ยวห้องนอนเล็กอาจจะอยู่ชั้นเดียวกับห้องนอนใหญ่แค่คนละฝั่ง แต่นี่แยกชั้นกันไปเลย

บริเวณโถงบันไดชั้นบนฝ้าเพดานค่อนข้างสูงค่ะ สามารถหาโคมไฟระย้ามาตกแต่งเพิ่มเติมได้ และยังมีช่องแสงจากหน้าต่างบริเวณบันไดทำให้บรรยากาศไม่ดูมืดจนเกินไปอีกด้วย

พื้นขึ้นมาที่ชั้น 3 ก็เป็นไม้ลามิเนตเช่นเดียวกัน สีเดียวกับลูกนอนของบันได

ชั้นนี้ขึ้นมาจะเจอกับโถงก่อน แล้วจะแบ่งเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้องค่ะ ขนาดพอๆกัน มีห้องน้ำในตัวทั้ง 2 ห้องเลย การวางผังแบบนี้จะลดปัญหาการแย่งห้องนอนกันของพี่น้องได้

เข้ามาดูห้องที่อยู่ฝั่งหน้าบ้านกันก่อน ห้องนี้จะได้ช่องแสงขนาดใหญ่ และมีระยะปลายเตียงที่ค่อนข้างกว้างสามารถทำ Walk-in Closet ในห้องได้ แต่พื้นที่ข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่งจะน้อยกว่าอีกห้องหนึ่ง

ในบ้านตัวอย่างห้องนี้วางเตียงขนาด Queen Size ซึ่งถ้าใครอยากวาง King Size ก็สามารถทำได้แต่พื้นที่ข้างเตียงก็จะน้อยลงหน่อย ข้อดีของห้องนี้คือได้ความโปร่งและแสงธรรมชาติจากช่องแสงฝั่งหน้าบ้าน

และพื้นที่ปลายเตียงสามารถกั้นผนังทำเป็น Walk-in Closet ได้แบบนี้ค่ะ

พอกั้นแล้วพื้นที่ของตู้เสื้อผ้า+โต๊ะเครื่องแป้งในบ้านตัวอย่างจัดได้ขนาดประมาณ 1.90 เมตรค่ะ ซึ่งจะอยู่หน้าห้องน้ำพอดีเลย อาบน้ำเสร็จก็ออกมาแต่งตัวได้สะดวก

ห้องน้ำทำมาได้กว้างดีนะคะ มีช่องแสงธรรมชาติ แบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนแห้งส่วนเปียกเป็นสัดส่วน แต่ต้องกั้นฉากกั้นอาบน้ำเองค่ะ โดยชั้นบนจะรองรับเฉพาะรับน้ำอุ่นเท่านั้น

โถสุขภัณฑ์มีระยะที่พอเหมาะต่อการใช้งานพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆมาให้ครบ

พื้นที่อาบน้ำเป็นสัดส่วนดี อีกทั้งยังมีบานหน้าต่างสำหรับเปิดรับแสงและระบายอากาศมาให้ด้วยค่ะ

ส่วนห้องนอนที่อยู่ฝั่งหลังบ้านจะค่อนข้างเป็นส่วนตัวตรงที่เข้าห้องมาจะเป็นโถงเล็กๆก่อน เราจะไม่เห็นส่วนห้องนอนเลยทันที

จุดเด่นของห้องนี้จะมีพื้นที่ข้างเตียงเหลือเยอะ สามารถวางเตียง King Size ได้สบายๆหรือจะวางเตียงเล็กแยก 2 เตียงก็ได้ค่ะ วางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ได้แต่ไม่ได้กั้นเป็น Walk-in Closet นะคะ ส่วนช่องแสงจะได้เป็นหน้าต่างบานเลื่อนข้างเตียง เป็นห้องที่เหมาะกับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว เน้นพื้นที่ในห้องมากกว่า

ปลายเตียงจัดเป็นโต๊ะหรือตู้ยาวๆได้ ส่วนตำแหน่งของตู้เสื้อผ้าจะอยู่บริเวณผนังก่อนทางเดินไปเข้าห้องน้ำ

พอวางโต๊ะปลายเตียงแล้วก็ยังมีพื้นที่ให้เดินผ่านได้สบายๆค่ะ

ส่วนห้องน้ำจะอยู่อีกฝั่งหนึ่งของห้อง ตู้เสื้อผ้าจัดวางอยู่ที่ผนังด้านข้างไม่สามารถกั้นเป็น Walk-in Closet ได้ค่ะ

ห้องน้ำในห้องนี้ก็มีขนาดพอๆกับห้องก่อนหน้าเลย แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน ใช้โทนสีและสุขภัณฑ์คล้ายๆกันค่ะ

ห้องนี้ก็มีหน้าต่างเอาไว้เปิดระบายอากาศเช่นเดียวกัน

ส่วนสวิตช์ของโครงการนี้ เป็นแบบ smart switches สามารถเปิดไฟผ่านมือถือ มาพร้อมกับรีโมทเพื่อให้ความสะดวกสบายกับคุณลูกบ้าน ในกรณีที่อยู่บริเวณชั้น 3 ก็สามารถปิดไฟผ่านมือถือได้ด้วย ปลั๊กเป็นแบบมาตรฐานของ Bticino ค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 20 November 2018

  • แบบบ้าน X-TREND ที่ดิน n/a ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 218  ตารางเมตร  ขนาด 4 ห้องนอน  4  ห้องน้ำ  จอดรถ 3  คัน ราคาเริ่มต้น 9.89 ล้านบาท
  • จองและทำสัญญา n/a บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ n/a บาท
  • ค่าส่วนกลาง n/a บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง – บ้านกลางเมือง The Edition บางนา-วงแหวน ตั้งอยู่บนถนนทางคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก ใกล้ทางด่วน สามารถเดินทางไป Mega Bangna และ สนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก โดยถนนคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษกเป็นเส้นทางที่ใช้เดินทางไป-มาได้ทั้งบางนา-ตราดและลาดกระบังโดยไม่ต้องเสียค่าทางด่วนแถมรถยังไม่ติดอีกด้วย นอกจากนั้นฝั่งตรงข้ามโครงการจะสามารถใช้ซอยหมู่บ้านทุ่งเศรษฐี และ ซอยนัมเบอร์วัน-ราม2ลัดไปออกถนนบางนา-ตราดช่วงก่อนถึงสะพานกลับรถเพื่อข้ามไป Mega Bangna หรือจะใช้ทางลัดเพื่อไปออกถนนเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 เชื่อมต่อไปยังถนนศรีนครินทร์หรือถนนพัฒนาการก็ได้ สำหรับการเดินทางโดยไม่ใช้รถนั้น เนื่องด้วยความเป็นถนนคู่ขนานจึงไม่ค่อยมีรถประจำทางวิ่งผ่านนัก ต้องข้ามฝั่งไปเรียกรถสองแถวหรือเรียกผ่าน Application เอา ส่วนรถไฟฟ้าที่ใกล้โครงการมากที่สุดตอนนี้คือ Airport Rail Link สามารถเชื่อมกับ BTS สายสีเขียว สถานีพญาไทค่ะ

ความปลอดภัย – ทางโครงการมีซุ้มประตู 2 ซุ้ม ภายในบ้านมีการติดตั้ง Digital Community หรือนำเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาใช้ตอบโจทย์ของการใช้ชีวิตและช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ความปลอดภัยให้กับลูกบ้าน โดยจะมี Digital Door Lock ที่ใช้ระบบ pick proof digital สามารถปรับเปลี่ยนแป้นพิมพ์ ทุกครั้งหลังจากที่ลูกค้าใช้งานและช่วยกำจัดลายนิ้วมือ พร้อมป้องกันการโจรกรรมรหัสปลดล็อคประตู อีกทั้งลูกค้าสามารถล็อคหรือปลดล็อค ผ่านมือถือด้วยการต่อ Bluetooth อีกด้วย และมี Magnetic & Motion Sensor มาให้ด้วย

การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย – ทำออกมาได้ดี ทั้งการวางผังโครงการให้มีความเป็นส่วนตัว การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางน่าใช้งาน ตัวบ้านมีการปรับดีไซน์ให้ดูทันสมัยและมีพื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มมากขึ้น วางผังได้ดี เนื่องจากเป็นบ้านแฝด 3 ชั้นจึงสามารถแบ่งพื้นที่ใช้สอยได้เป็นสัดส่วนแยกฟังก์ชั่นการใช้งานกันไปเลย  และด้วยความที่บ้านมีหน้ากว้าง 11 เมตรจึงสามารถจัดที่จอดรถได้ถึง 3 คัน รองรับกลุ่มคนที่เน้นที่จอดรถ ชั้นล่างมีห้องอเนกประสงค์เพิ่มเข้ามาให้ ส่วนชั้น 2 เป็นห้อง Master Bedroom ทั้งชั้นพร้อมพื้นที่อเนกประสงค์ ส่วนชั้นบนจัดห้องนอนได้ขนาดใหญ่พอๆกันและมีห้องน้ำในตัว

วัสดุ – ให้มาได้ดีตามมาตรฐาน โครงสร้างบ้านเป็นแบบเสาเข็ม ผนังก่ออิฐฉาบปูนจึงมีความแข็งแรงและกันเสียงได้ดี รั้วหน้าบ้านจะเป็นแบบ Automatic Digital Gate โดยทางโครงการจะมีมอเตอร์ควบคุมการปิด-เปิดรั้วผ่านทาง Electric Remote มาให้ด้วย โดยสามารถเปิดประตูโดยไม่ต้องลงจากรถ เพียงแค่กด Remote ก็จะทำงานทันที วัสดุได้พื้นแกรนิตโต้ พื้นไม้ลามิเนต สุขภัณฑ์ต่างๆของ Cotto ห้องน้ำของห้องนอนใหญ่จะได้พื้นที่อาบน้ำจะทั้งส่วนที่ยืนอาบ (shower room) และอ่างอาบน้ำ สามารถใช้งานพร้อมกันได้ 2 คน รองรับทั้งระบบน้ำร้อนและน้ำเย็น มี smart switches สามารถเปิดไฟผ่านมือถือ มาพร้อมกับรีโมทเพื่อให้ความสะดวกสบาย ในกรณีที่อยู่บริเวณชั้น 3 ก็สามารถปิดไฟผ่านมือถือได้ด้วย

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ – มีสวนหย่อม 1 จุด และพื้นที่สีเขียวที่กระจายแทรกตัวอยู่ในแต่ละจุดของโครงการ เนื่องจากเป็นโครงการขนาดเล็กเพียง 50 ยูนิต พื้นที่สีเขียวจึงถือว่ากำลังดีกับจำนวนลูกบ้านในโครงการ สภาพโครงการโดยรวมเรียบร้อยดีค่ะ

สาธารณูปโภค – มีซุ้มประตู 2 ซุ้มโดยจากถนนใหญ่เราจะผ่านซุ้มประตูที่มีรปภ.รักษาความปลอดภัยให้เข้ามา ตรงผ่านถนนโครงการมาเรื่อยๆก่อนจะเจอซุ้มประตูอีกจุดหนึ่ง พื้นที่ส่วนกลางมีให้ใช้งานครบครันทั้ง Clubhouse ที่มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสวนหย่อม+พื้นที่เด็กเล่นตั้งอยู่ด้านหน้า เราสามารถมาใช้ทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวหรือเป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆได้

Judgement

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 10-15 ล้านบาท, 20 November 2018

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.75/10 – ถนนทางคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก ใกล้ทางด่วน มีเส้นทางลัด
  • ความปลอดภัย 8.25/10 – รั้วเลื่อนไฟฟ้า ระบบ Easy pass รปภ.หน้าหมู่บ้าน CCTV Magnetic & Motion Sensor
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8.25/10 – ออกแบบได้ดี แบ่งพื้นที่ใช้สอยได้เป็นสัดส่วน มีพื้นที่อเนกประสงค์ให้ปรับเปลี่ยนตามการใช้งาน
  • วัสดุ 7.75/10 – ให้มาครบตามมาตรฐานเหมาะกับการใช้งาน มีเพิ่ม  Digital door lock , Smart Switches , ประตูรั้วที่จอดรถอัตโนมัติควบคุมด้วยรีโมท
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.5/10 – มีสวนหย่อม 1 จุดและพื้นที่สีเขียวรอบโครงการ
  • สาธารณูปโภค 7.75/10 – Clubhouse ฟิตเนส สระว่ายน้ำ เพียงพอต่อจำนวนบ้าน 50 ยูนิต
  • 7.88 / 10.00

BOTTOM LINE

บ้านกลางเมือง The Edition บางนา-วงแหวน เหมาะกับคนที่มองหาบ้านแฝด 3 ชั้น ที่จอดรถได้ 3 คัน พื้นที่ใช้สอยเยอะแบ่งการใช้งานได้เป็นสัดส่วน ชอบใช้ส่วนกลาง ทำงานในโซนบางนาหรือใช้เส้นทางคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษกหรือมอเตอร์เวย์เป็นหลัก อยากได้บ้านใกล้ทางด่วน สามารถเดินทางไป Mega Bangna และ สนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก มีงบประมาณ 10 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 70,000 บาทขึ้นไป

Share

Leave a Reply