Pleno รามอินทรา–วงแหวน ทาวน์โฮม 2 ชั้น ใกล้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และถนนกาญจนาภิเษก จาก AP [รีวิวฉบับที่ 1734]

November 20, 2018 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1734 สวัสดีค่ะ  Pleno รามอินทรา-วงแหวน เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้นพร้อมอยู่ จาก AP โครงการนี้ตั้งอยู่เลียบกับทางด่วนกาญจนาภิเษก เดินทางสะดวกด้วยทางด่วน 2 ทางด่วนคือทางด่วนวงแหวน-กาญจนาภิเษก และทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ตัวทาวน์โฮมของโครงการนี้มีความน่าสนใจตรงที่เป็นทาวน์โฮมหน้ากว้าง 5.5 เมตร และมีที่จอดรถลึกถึง 6 เมตร น่าจะถูกใจคนใช้รถที่สามารถจอดได้ 2 คันสบายๆ ตัวบ้านมีพื้นที่ใช้สอย 126 ตร.ม. ในราคาเริ่มต้นที่ 2.69 ล้านบาท เราไปติดตามกันดีกว่าค่ะ ว่ารายละเอียดจะเป็นอย่างไรกันบ้าง

Fact @ 13 November 2018

  • Pleno Ramintra – Wongwaen (พลีโน่ รามอินทรา – วงแหวน)
  • บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่บน : ถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก เขตคลองสามวา
  • เนื้อที่โครงการ 22-3-12 ไร่ จำนวน 180 ยูนิต
  • ทาวน์โฮม Upsize หน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่ดิน 22 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 126 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
  • ที่ดินแปลงมาตรฐาน 22 ตร.วา
  • เพดานชั้น 1 และชั้น 2 สูง 2.7 เมตร
  • ราคาเริ่มต้น 2.69 ล้านบาท
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ 80,000 บาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง : พฤษภาคม 2560
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ : กุมภาพันธ์ 2562
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1623

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะคะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.914417, 100.702472

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

โครงการ Pleno รามอินทรา – วงแหวน ตั้งอยู่บนถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก ฝั่งขาเข้าก่อนถึงแยกที่ตัดกับถนนจตุโชติ ซึ่งอยู่ระหว่างถนนสายไหมเเละถนนหทัยราษฎ์ โดยรวมถือว่าเป็นทำเลใหม่ที่เพิ่งเริ่มมีการพัฒนาโครงการแนวราบ ดังนั้นความอุดมสมบูรณ์และที่อยู่อาศัยจึงยังไม่เยอะเท่าเท่าถนนสายไหมหรือหทัยราษฏ์ แต่ถือว่าเป็นทำเลที่เดินทางสะดวกด้วยทางด่วน เพราะอยู่ใกล้กันกับทางด่วนทั้ง 2 สาย คือทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์และทางด่วนวงแหวน-กาญจนาภิเษก การเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ โดยใช้รถถือว่าสะดวกอยู่ค่ะ สามารถใช้เดินทางไปยังสายไหม ,ลำลูกกา ,หทัยราษฏ์ ,รามอินทรา ,สุขาภิบาล 5 ได้สะดวกเลย เเละเนื่องจากพื้นที่รอบๆยังเป็นพื้นที่ที่ยังไม่ค่อยมีโครงการมาเปิดใหม่อยู่ ทำให้การจราจรไม่ติดขัด ไม่เสียเวลาในการเดินทางออกจากบ้านมายังทางด่วน เมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆบนถนนสายไหม เพิ่มสิน หรือสุขาภิบาล 5 แต่ก็ต้องเเลกกับความอุดมสมบูรณ์ที่ยังมีไม่มากเท่านะคะ ต้องรอการพัฒนาอีกซักหน่อย โดยเฉพาะการเดินทางด้วยรถสาธารณะที่ยังไม่มีวิ่งผ่านเส้นนี้เท่าไหร่ ถ้าจะเรียกแท็กซี่ก็ค่อนข้างหายากแนะนำให้ลองเรียกใช้งานผ่าน Application เเทนค่ะ

เนื่องจากจุดเด่นทำเลของโครงการนี้คือทางด่วน เรามาดูจุดขึ้นลงทางด่วนทั้ง 2 สายกันดีกว่า

  1. ทางด่วนวงแหวนกาญจนาภิเษก เป็นเส้นวงเเหวนที่วิ่งรอบเมืองกรุงเทพ จุดขึ้น-ลงทางด้วยจะอยู่บริเวณจุดตัดระหว่างถนนกาญจนาภิเษกกับถนนสายไหม ทางด่วนนี้สามารถใช้เดินทางไปยังบางนาตราดได้ หรือจะเดินทางไปยังโซนรังสิต ปทุมธานีก็ได้ค่ะ
  2. ทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ที่เราเรียกว่าทางด่วนเอกมัยรามอินทราก็เพราะว่าเราสามารถใช้เดินทางจากท้ายซอยเอกมัย เลยถนนพระราม 9 มาเล็กน้อยก็จะเจอกับทางขึ้นทางด่วนเส้นนี้ วิ่งต่อเดียว ยาวมาลงด่านจตุโชติได้เลย ขาเข้าเมือง 40 บาท ขาออกเมือง 30 บาท ซึ่งเดี๋ยวในเส้นทางการเดินทางเเนะนำเราจะลองลงจากทางด่วนนี้เเละเดินทางเข้าโครงการกันอีกทีค่ะ ส่วนตัวคิดว่าการใช้งานทางด่วนเส้นนี้น่าสนใจตรงที่เป็นเส้นที่สามารถวิ่งเข้าเมืองได้สะดวก จะไปลงยังเส้นนวมินทร์ , ลาดพร้าว , พระราม 9 ก็ถือว่าสะดวกเเละเร็วเลยทีเดียว (ในช่วงเวลาที่รถไม่หนาแน่นใช้เวลาประมาณ 20-25 นาทีเท่านั้น)

สำหรับความอุดมสมบูรณ์รอบๆ โครงการถือว่ายังมีไม่เยอะเท่าไหร่เพราะเป็นทำเลเปิดใหม่ ถ้าจะให้เลือกไปที่ใกล้ๆเลยก็จะเป็นตลาดมารวยที่จากหน้าโครงการเลี้ยวขวาตรงขึ้นไปเเละเลี้ยวขวาเข้าไปยังถนนหทัยราษฏ์รวมระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร จะเจอกับตลาด ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่อยู่ หรือถ้าจะเป็น Hypermarket ต่างๆ ก็อาจจะต้องเข้าไปยังเส้นสายไหมหรือลำลูกกาเเทนค่ะ ถ้าเป็นห้างสรรสินค้า จะต้องเดินทางไปยัง Fashion island , พรอมานาด บริเวณถนนรามอินทราก็ได้ค่ะ

บรรยากาศความอุดมสมบูรณ์ใกล้โครงการ : ตลาดมารวย เนสสามารถเอารถเลี้ยวเข้าไปจอดภายในตลาดได้เลยค่ะ

เส้นทางการเดินทางเเนะนำ

เส้นทางการเดินทางที่เราพาไปดู เราจะมาจากทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ลงมายังทางออกด่านจตุโชติ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษกฝั่งขาออก ถนนตรงนี้จะขับยากเล็กน้อยสำหรับคนที่ยังไม่คุ้นเส้นทางนะคะ แต่ถ้าคุ้นเคยอาจจะง่ายเลย เพราะเราจะต้องกลับรถไปยังอีกฝั่งหนึ่งของทางด่วน เพื่อเลี้ยวเข้าโครงการค่ะ เราไปดูภาพประกอบกันดีกว่าจะได้เข้าใจกันมากขึ้นค่ะ

เรามาเริ่มต้นกันบนทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์ ขับมายังฝั่งขาออกเมืองนะคะ มุ่งหน้าตามป้ายถนนกาญจนาภิเษกไปเลย

ให้เราออกมาทางถนนจตุโชตินะคะ ทางออกหมายเลข 26 จะออกก่อนถึงเส้นลำลูกกาค่ะ

ตามทางมาจะเจอกับทางด่วนกาญจนาภิเษกตัดผ่านพอดี ให้เราเลี้ยวซ้ายนะคะ ถ้าเลี้ยวขวาจะไปยังฝั่งคู้บอน หรือไปยังแฟชั่นไอซ์เเลนด์ได้เลย

ตรงนี้จะเป็นถนนเลียบทางด่วนกาญจนาเเล้วค่ะ โครงการ Pleno รามอินทรา–วงแหวน ของเราจะอยู่ฝั่งตรงกันข้าม ดังนั้นเราต้องหาจุดกลับรถไปอีกฝั่งของทางด่วน ซึ่งจุดกลับรถก็จะมีป้ายบอกอยู่ ไม่ไกลจากที่เราเลี้ยวซ้ายมาเมื่อสักครู่เลย

เลี้ยวมาแล้วก็ตรงตามทางไปเลยนะคะ ตรงไปเล็กน้อยจะพาเราไปตามทางกลับรถ เลี้ยวขวาใต้ทางด่วนค่ะ

จุดกลับรถจะอยู่ใต้ทางด่วนกาญจนาพอดี บริเวณนี้จึงจำกัดความสูงของรถวิ่งผ่านอยู่ที่ 2.1 เมตร รถวิ่งสวนกันได้ ถ้าใครขับดึกๆก็ระมัดระวังหน่อยนะคะ น่าจะมืดพอดู

เส้นทางก็จะโค้งๆหน่อยต้องระวังรถวิ่งสวนดีๆ

พอกลับรถมา เราจะมาอยู่อีกฝั่งนึงของทางด่วนกาญจนาเเล้วค่ะ ตรงนี้เลี้ยวได้ทั้งซ้ายและขวาเลย ให้เราเลี้ยวขวานะคะ

ถนนเป็นถนน 2 เลน รถวิ่งสวนได้ จอดข้างทางได้ บริเวณฝั่งซ้ายมือจะเป็นทางด่วนกาญจนา ส่วนทางขวาส่วนมายังเป็นที่ดินเปล่าอยู่

ขับมาไม่นานค่ะโครงการเราจะอยู่ทางขวามือ สังเกตุป้าย Billboard ของ Pleno ได้เลย

เจอโครงการก็เลี้ยวขวาเข้าโครงการได้เลยค่ะ ถึงเเล้ว 🙂

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สภาพเเวดล้อมรอบๆโครงการโดยทั่วไป จะเป็นโครงการที่อยู่ติดถนนใหญ่ และติดกับทางด่วนกาญจนาภิเษก ซึ่งพื้นที่เลียบถนนนี้ส่วนมากยังเป็นที่ดินเปล่า มีอาคารสำนักงานโรงงานโกดังบ้างประปรายค่ะ

  • ทิศเหนือ ติดกับสำนักงานเเละโกดังนั่งร้าน
  • ทิศใต้ ติดกับที่ดินเปล่า
  • ทิศตะวันออก ติดกับคลองและที่ดินเปล่า
  • ทิศตะวันตก ติดกับถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก และถนนกาญจนาภิเษก

เดี๋ยวเราลองเดินดูรอบๆโครงการกันบ้างค่ะ หน้าโครงการจะเป็นถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก คือจะเป็นถนนที่ขนานไปกับทางด่วนกาญจนาภิเษกค่ะ ซึ่งเดี๋ยวเราจะพาเดินไปทางทิศเหนือนะคะ (ตรงไปอีกนิดตามเส้นทางที่เรามานั่นเอง)

ถนนเส้นนี้เป็นถนนรถวิ่งผ่านได้ 2 เลนค่ะ ไม่ถึงกับเป็นถนนร้างซะทีเดียว ยังมีโกดังเเละสำนักงานตั้งอยู่บ้าง

ทิศเหนือ ที่ติดกับโครงการเราเลยจะเป็นบริษัทเเละโกดังนั่งร้านค่ะ (ที่เห็นตกแต่งเป็นทางเข้านั่นเอง เอาไว้ใช้ทำงานก่อสร้าง โครงสร้างงานอีเวนท์อะไรต่างๆก็ใช้เหมือนกัน)

ลองเดินย้อนกลับไปอีกทางบ้าง ในกรณีที่มาจากถนนหทัยราษฎ์ โครงการจะอยู่ทางซ้ายมือค่ะ

ทิศใต้ ติดกับที่ดินเปล่า ที่ยังไม่ได้มีการล้อมรั้วทำโครงการอะไรค่ะ

ทิศตะวันตก ติดกับถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก เเละทางด่วนกาญจนาภิเษก

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Home Pro ลำลูกกา – 5.1 กม.
  • Big C ลำลูกกา – 8.4 กม.
  • Central Plaza รามอินทรา – 8.8 กม.
  • The Promenade – 11.1 กม.
  • Fashion Island – 11.3 กม.
  • เพลินนารี่มอลล์ – 14.3 กม.
  • รพ.สายไหม – 4.3 กม.
  • โรงเรียนเลิศหล้า – 17 กม.
  • Western University – 3.1 กม.
  • โรงเรียนสาธิตพัฒนา – 6.3 กม.


เจาะลึกตัวโครงการ

จากผังโครงการ Pleno รามอินทรา–วงแหวน ตั้งอยู่บนที่ดิน 22-3-12 ไร่ ภายในโครงการจะถูกแบ่งออกเป็น 2 เฟส เรียกเฟสเเรกที่ติดกับถนนใหญ่ว่าเฟส A ซึ่งมีประมาณ 67 ยูนิตค่ะ ส่วนเฟส B จะอยู่ถัดเข้าไป  มีจำนวนประมาณ 113 ยูนิต รวมทั้งหมดเป็น 180 ยูนิต  โดยจะมีถนนสาธารณะประโยชน์ที่กว้าง 8 เมตรคั่นกลาง ถนนนี้ ณ ปัจจุบันเราอาจจะเห็นที่ดินรอบๆยังเป็นที่ดินเปล่า แต่เนื่องจากกฏหมายที่ทำให้บริเวณนี้ต้องมีถนนคั่นกลางอย่างที่เห็นค่ะ ทำให้ทางโครงการต้องแบ่งพื้นที่ภายในโครงการออกเป็น 2 เฟสอย่างที่กล่าวไป ซึ่งในอนาคตเมื่อพื้นที่โดยรอบบริเวณนี้ถูกพัฒนามากขึ้น ถนนเส้นนี้จะสามารถเชื่อมต่อไปออกยังคู่ขนานกาญจนาภิเษกอีกจุดได้

โครงการนี้ทั้ง 2 เฟสสามารถใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกัน โดยตำแหน่งตัว Clubhouse จะอยู่ที่เฟส B ถ้ามองของดีข้อเสียของทั้ง 2 เฟส ในเฟสเเรกข้อดีก็คือใกล้กับถนนมากกว่า เข้าออกสะดวก ยูนิตในซอยย่อยก็ไม่ลึกมาก ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากกว่า ส่วนในเฟส B ที่เข้ามาข้างในหน่อย แต่ได้ข้อดีอยู่ที่ใกล้กับ Clubhouse มาใช้งานพื้นที่ส่วนกลางสะดวกกว่า แต่ก็ต้องเข้าไปลึกกว่า และจำนวนยูนิตในซอยย่อยเยอะกว่าค่ะ

การออกแบบซุ้มประตูทางเข้าโครงการมีหลังคาปกคลุมเรียบร้อย เน้น Facade เส้นตั้งสีขาว ทำเป็นคลื่นดูหรูหราพอสมควรค่ะ

เรามาดูสภาพโครงการกันต่อดีกว่าค่ะ ทางเข้าโครงการจะมีทางเข้าออก 2 ฝั่ง เข้าฝั่งซ้าย ออกฝั่งขวานะคะ โดยมีป้อมยามอยู่ตรงกลาง ระบบรักษาความปลอดภัยบริเวณทางเข้าจะมีรปภ.ดูเเลตลอด 24 ชม. รั้วทางเข้ารถเป็นรั้วไม้กั้นกระดก เข้า-ออกโดยใช้ Key Card ระยะไกลได้ เหมือน Easy Pass ทั้ง 2 ฝั่งมีทางคนเดินอยู่ด้วย เเละบริเวณซุ้มประดูทางเข้าเป็นการออกแบบให้มีหลังคาปกคลุม ทำให้ผู้ที่มาติดต่อ ถ้าฝนตก หรือเเดดร้อน ขณะเเลกบัตรก็จะมีร่มเงาให้หลบเเดดหลบฝนได้ประมาณนึงค่ะ

ถนนบริเวณนี้เป็นคอนกรีตแสตมป์ ดูเรียบร้อยสวยงาม ป้อมยามที่อยู่ตรงกลางเลยก็ถือว่าสะดวกนะคะ ทั้งเข้าเเละออกจะอยู่ฝั่งขวามือของคนขับพอดี

มีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้ ตัวล่างบันทึกทะเบียนรถ ตัวบนบันทึกผู้ที่เข้า-ออกโครงการค่ะ

หน้าตาตัวอ่าน Key card

เมื่อเข้ามาในโครงการ เราจะเจอกับถนนหลักของโครงการก่อนซึ่งมีความกว้าง 12 เมตร เมื่อตรงไปตามถนนเส้นนี้จะไปยังทางเข้าของเฟสที่ 2 ได้เลย สองข้างทางถนนก็จะมีต้นไม้ปลูกตลอดเเนวเลย คาดว่าอีกไม่นานต้นไม้โตเต็มที่โครงการจะร่มรื่นมากกว่านี้เเน่นอนค่ะ

หันมาทางซ้ายมือกันซักนิด เมื่อเข้ามาเราก็จะเจอส่วนที่พักอาศัยเป็นทาวน์โฮมกันเลย สภาพโครงการดูเรียบร้อย มีต้นไม้ขึ้นข้างๆถนน มีวงเวียนต้นไม้ ดูร่มรื่นอยู่นะคะ ในเฟสเเรกสร้างเสร็จเกือบหมดเเล้ว และขายเกือบหมดเเล้วเช่นกันค่ะ เหลือเฉพาะยูนิตมุมเท่านั้นเอง

จากซุ้มประตูทางเข้า หันมาทางขวามือจะเป็นอาคารที่เป็นสำนักงานขายเเละบ้านตัวอย่างค่ะ เข้ามาถึงก็เลี้ยวขวาแวะดูกันได้เลย

ส่วนฝั่งตรงข้ามอาคารนี้ก็จะมีสวนเล็กๆเเละศาลพระภูมิตั้งอยู่ค่ะ

ระหว่างเฟส A และ B จะมีประตูบานเลื่อนอัตโนมัติกั้นกลาง ใช้ Key Card เหมือนกับซุ้มประตูทางเข้า โดยลูกบ้านทั้ง 2 เฟส สามารถเข้า-ออกใช้งานทั้ง 2 ส่วนได้ปกติเลยค่ะ แต่อย่าลืมพก Key Card ออกมาด้วยนะคะ

ที่กั้นไว้เนื่องมาจากเหตุผลทางด้านกฏหมาย ทำให้ต้องกันพื้นที่ตรงนี้เป็นถนนสาธารณะประโยชน์ที่กว้าง 8 เมตรไว้ ในอนาคตดูรอดูว่าถนนนี้จะมีรถเข้าออกใช้งานหนาแน่นขนาดไหนกันอีกที

เข้ามายังพื้นที่เฟส 2 จะเจอกับวงเวียนต้นไม้ เเละมีพื้นที่ส่วนกลางซึ่งประกอบด้วย สระว่ายน้ำ Fitness สวนสาธารณะ และสนามเด็กเล่นอยู่ตรงกลาง ขนาดพื้นที่ดูใหญ่โตอลังการอยู่

หน้าตา Clubhouse ออกแบบมาล้อไปกับดีไซน์ของซุ้มประตูทางเข้าเลย ดูสวยดีนะคะ ชั้นล่างจะเป็นสระว่ายน้ำ ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ และฟิตเนส ส่วนชั้น 2 จะเป็นสำนักงานของนิติบุคคลค่ะ

รอบนอก พื้นที่ส่วนกลางจะจัด Landscape ให้มีม้านั่ง ทางเดิน เอาไว้นั่งพักผ่อน เดินออกกำลังกายช่วงเช้าหรือเย็นก็ได้

หรือรอบตัวอาคาร Clubhouse ก็จะมีทางเดินรอบๆเช่นกันค่ะ มีการตกแต่งสวนเป็นไม้พุ่มเตี้ย พื้นที่เชื่อมต่อกันได้ ส่วนสระว่ายน้ำ ตอนนี้โครงการเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆอาจจะโล่งไปนิด คนขี้อายมาใช้งานทีคงจะรู้สึกเขินๆ ถ้ามีไม้พุ่มบังตาที่สูงขึ้นหน่อยจะทำให้รู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ

พื้นที่สวนนอกจากจะเป็นสนามหญ้าเเล้ว ยังมีมุมนั่งเล่นที่ดีไซน์โค้งเข้า

โอบล้อมพื้นที่ ดูเป็นส่วนตัว ใช้งานได้เป็นสัดส่วน

ข้างๆกันก็จะมีสนามเด็กเล่นอยู่ด้วย ใครมีลูกก็พามาเล่นหรือออกกำลังกายบริเวณนี้ได้ พ่อแม่ก็มีพื้นที่สำหรับนั่งดูอยู่ใกล้ๆด้วย

ด้านหลัง Clubhouse มีพื้นที่จอดรถได้ 1 คัน อาจจะต้องลองถามทางนิติดูอีกทีว่าสามารถขับเข้ามาจอดได้ที่ไหนได้อีกหรือไม่ สำหรับลูกบ้านในเฟส A ที่อยากมาใช้งานพื้นที่ส่วนกลาง ส่วนตัวคิดว่าเดินมาใช้งานก็แอบเหนื่อยอยู่เหมือนกัน แต่ถ้ามองในเเง่เราได้ออกกำลังกายขณะเดินมาแล้วก็ถือว่าโอเคอยู่นะคะ ถนนภายในโครงการส่วนมากจะเดินง่าย รถไม่พลุกพล่านด้วยค่ะ

เราจะพาไปเดินดูรอบๆ Clubhouse กันนะคะ อาคารนี้จะมีบันไดทางขึ้นอยู่ 3 ทางด้วยกัน คือ ด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลังของอาคาร โดยที่เราเห็นนี้จะเป็นด้านหลังค่ะ

ลองมาเดินขึ้นทางด้านหน้ากันดีกว่า ทางเข้าทางนี้เราว่าออกแบบมาได้น่าสนใจดีนะคะ ทางเดินเมื่อขึ้นไปเเล้วจะเป็นทางเดินบนสระน้ำพอดี

การออกแบบก็จะเน้นโทนสีสะอาดตา อย่างพื้นลายหิน ผนังสีขาว สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย

สระว่ายน้ำของโครงการนี้เป็นสระน้ำเกลือ มีขนาด 7 x 14 เมตร ลึก 1.5 เมตร (เป็นระยะที่รวมสระเด็กด้านข้างไว้แล้ว) ถือว่าไม่ยาวมาก เเต่ก็สามารถว่ายไป-กลับสวนกันได้สบายๆ สองสามคนค่ะ

สระเด็กก็จะอยู่ชิดทางเดินในอาคารเลย เวลาพาลูกหลานมาเล่น พอเเม่ที่ไม่ลงสระด้วยก็ยังดูแลได้สะดวก

ส่วนทางเดินลงสระก็จะอยู่ข้างๆกันเลยค่ะ ตัวสระเลือกใช้กระเบื้องโมเสก ทำให้น้ำดูระยิบระยับมากขึ้น

ตัวอาคารชั้น 1 จะมีห้องน้ำ และห้องฟิตเนส กับส่วนที่เป็น Semi-outdoor ที่เอาไว้นั่งพักผ่อน

พื้นที่บริเวณนี้จัดชุดโซฟามาให้ชุดเดียวแบบ 2 ที่นั่ง

พอเดินเข้ามาทางด้านในจะเจอกับห้องฟิตเนสทางขวามือ ตรงไปจะเป็นห้องน้ำหญิง ส่วนห้องน้ำชายจะอยู่ทางซ้ายมือค่ะ

ภายในห้องฟิตเนสจะมีเครื่องเล่นไว้ให้บริการ 4 เครื่อง มีผนังกระจก 2 ด้าน เปิดมุมมองไปยังสวนเเละสระว่ายน้ำ บรรยากาศดูโปร่งโล่งค่ะ

ระยะอาคาร Clubhouse กับหน้าทาวน์โฮมรอบๆมีระยะกว้างประมาณนึงเลย มีความเป็นส่วนตัวทั้งคู่ คือคนในบ้านก็มองไม่เห็นว่าใครเล่นอยู่ ส่วนคนที่มาใช้ส่วนกลางก็มองเข้าไปในบ้านไม่เห็นค่ะ

มาดูในห้องน้ำซึ่งทางโครงการแบ่งเป็นห้องน้ำชาย-หญิงมาให้

ห้องน้ำก็จะมีขนาดกะทัดรัดดี มีอ่างล้างหน้า 2 อ่าง มีห้องสุขา 2 ห้อง และห้องอาบน้ำ 1 ห้องเอาไว้ให้คนที่ว่ายน้ำเสร็จหรือออกกำลังกายเสร็จมาใช้งานได้ค่ะ

ห้องน้ำชายจะอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆกัน มีห้องอาบน้ำให้มาเช่นกันค่ะ 1 ห้อง

ลองเดินขึ้นไปดูชั้น 2 กันบ้างนะคะ ว่านอกจากสำนักงานนิติบุคคลเเล้วจะมีอะไรอยู่อีกบ้าง

ชั้น 2 มีพื้นที่นั่งเล่นจัดเป็นขั้นบันไดเเบบนี้ค่ะ เอาเบาะมาตั้งนั่งอ่านหนังสือได้ แต่อาจจะร้อนนิดหน่อย เพราะเป็นพื้นที่เปิด ไม่มีเเอร์ค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 7×14 เมตร ลึก 1.5 เมตร รวมสระเด็กและผู้ใหญ่
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ขนาด 27 ตร.ม. ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 4 เครื่อง
  • สวนสาธารณะ 247.2 ตร.วา และสวนหย่อมอื่นๆ ภายในโครงการ รวมกันประมาณ 1.5 ไร่
  • ระบบ CCTV ที่ ทางเข้าออกโครงการ
  • รั้วรอบโครงการสูง 2.5 ม.
  • Key Card Access ระยะไกล แบบ Easy pass
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก
  • ถนนหลักกว้าง 12 ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.


Product Walkthrough

ในส่วนของแบบบ้านของโครงการ Pleno รามอินทรา–วงแหวน นี้จะมีแบบให้เลือก 1 แบบค่ะ (ซึ่งก็จะมีความแตกต่างเล็กน้อยระหว่างแปลงกลางและเเปลงมุม ที่เเปลงมุมจะได้หน้าต่างด้านข้าง และที่ดินที่เยอะกว่าเเปลงกลาง) แบบบ้านของโครงการนี้เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้นที่มีชื่อว่า Upsize ขนาด 126 ตร.ม. ตั้งอยู่บนที่ดินมาตรฐานขนาด 22 ตร.วา ประกอบไปด้วย ห้องนอน 3 ห้อง ห้องน้ำ 2 ห้อง และที่จอดรถ 2 คัน ทาวน์โฮมของโครงการนี้มีจุดเด่นอยู่ที่มีหน้ากว้าง 5.5 เมตร และมีความลึกของที่จอดรถมาถึง 6 เมตร ทำให้สามารถจอดรถได้ 2 คันเเบบสบายๆเลยค่ะ และด้วยความลึกที่มากกว่าโครงการอื่นๆจึงทำให้สามารถจอดรถกระบะหรือจะต่อเติมทำเป็นพื้นที่ใช้สอยในบ้านก็ได้ เนื่องจากบริเวณพื้นที่ที่เว้าลึกเข้าไปมีโครงสร้างที่เป็นเสาเข็มเดียวกันตัวบ้านค่ะ

มาดูที่ผังบ้านกันบ้าง ชั้น 1 จะประกอบไปด้วยที่จอดรถ 2 คัน พื้นที่ห้องนั่งเล่น ห้องทานอาหาร และครัวที่เป็นครัวเปิด เชื่อมต่อถึงกันหมด มีพื้นที่ที่สามารถทำเป็นห้องอเนกประสงค์ได้ด้วย ห้องอเนกประสงค์นี้สามารถทำได้ทั้งห้องนอนผู้สูงอายุหรือห้องทำงานได้ค่ะ  และมีห้องน้ำที่มีห้องอาบน้ำอยู่ที่ชั้นนี้ ในเวลาเร่งด่วนก็สามารถใช้อาบน้ำได้ ในส่วนของพื้นที่หลังบ้านสามารถต่อเติมเป็นครัวไทยด้านหลังหรือทำเป็นพื้นที่ซักล้างได้ ส่วนชั้น 2 จะประกอบไปด้วยห้องนอน 3 ห้อง ห้อง Master Bedroom จะเป็นห้องที่อยู่หน้าบ้าน และเป็นห้องหน้ากว้างสามารถจัดฟังก์ชั่นเป็นพื้นที่แต่งตัวในห้องได้ ส่วนห้องนอนอีก 2 ห้องจะเป็นห้องที่อยู่ทางด้านหลังค่ะ โดยทั้ง 3 ห้องนี้จะใช้ห้องน้ำร่วมกันที่ตำแหน่งกลางบ้านตรงกันทางขึ้นลงบันไดพอดี โดยรวมถือว่าจัดพื้นที่ใช้สอยออกมาได้คุ้มค่า ชั้นล่างที่เป็น Common Area ก็จะถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่โปร่งโล่งเชื่อมถึงกัน ส่วนชั้นบนพื้นที่พักอาศัยก็เเบ่งแยกจากกันได้รับความเป็นส่วนตัวค่ะ

หน้าตาภายนอกของบ้านจะเป็นสไตล์ Modern เน้นสีขาวเทา และมีการออกแบบทางเข้าเเละกระจกห้องนอนชั้น 2 ที่อยู่เยื้องกัน กันเเนวยุบยื่นของผนังอาคาร ช่วยให้หน้าตาของบ้านดูมีมิติมากขึ้น และด้วยบริเวณชั้น 2 ห้อง Master Bedroom จะมีความน่าสนใจที่มีความสูงของห้องอยู่ 3 เมตร ทำให้การออกแบบสัดส่วนหน้าตาของบ้าน 2 ชั้น เมื่อทำออกมาดูสูงขึ้นค่ะ เราจะพาไปดูบ้านมาตรฐานกันเล็กน้อยก่อนที่จะเข้าไปดูห้องตัวอย่างกันดีกว่า

บริเวณหน้าบ้านจะมีกริ่งและตู้จดหมายให้มาหน้าตาแบบนี้

และมีรั้วเหล็กกล่องสีดำสามารถพับเปิดได้สุดทั้ง 2 ฝั่งค่ะ ระยะการเปิดเป็นบานเปิดพับออกนอกอาคาร ทำให้เวลาที่เราต้องการจะนำรถออกจากบ้านก็จะเปิดประตูได้ไม่ชนรถเราด้วย

พื้นของที่จอดรถในบ้านจะให้มาเป็นพื้นคอนกรีต ส่วนขนาดที่จอดรถ เนื่องจากตัวบ้านจะมีหน้ากว้าง 5.5 เมตร และมีความลึกถึง 6 เมตร (จากประตูรั้วถึงพื้นทางเข้าหน้าบ้าน) ถ้าบอกขนาดหลายๆคนอาจจะงง โดยทั่วไปที่จอดรถตามห้างสรรพสินค้า กฏหมายกำหนดให้ขนาดช่องจอดมาตรฐานอยู่ที่ 2.50 x 5 เมตรค่ะ ถ้าเราลองมาดูกับที่จอดรถของโครงการนี้เเล้วถือว่าจัดพื้นที่มาให้ดีเลยนะคะ เราสามารถจอดรถสองคันได้สบาย รวมไปถึงรถขนาดใหญ่ SUV หรือ รถกระบะนี่ก็จอดได้ชิวๆเลย สำหรับบ้านไหนที่มีรถคันเดียว เราก็อาจจะดัดเเปลงพื้นที่ฝั่งนึงมาจัดเป็นสวนหรือสนามหญ้าได้ เท่ากับว่าบ้านเราได้พื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นอีกด้วยค่ะ

ถัดเข้ามาเราจะเจอกับพื้นที่เว้าเข้าไปในตัวบ้านเเบบนี้ บริเวณนี้มีขนาด 2.50 x 2.60 เมตร สูงประมาณ 3.15 เมตร นอกจากจะเป็นพื้นที่จอดรถในร่มเเล้ว เราสามารถจัดพื้นที่ตรงนี้เป็น พื้นที่ Garage เก็บของ อุปกรณ์ซ่อมบ้านอะไรต่างๆได้ หรือเราจะกั้นประตูปิดทำเป็นห้องอเนกประสงค์เพิ่มขึ้นมาอีกห้องหนึ่งก็ได้เช่นกันค่ะ โดยพื้นที่ตรงนี้จะมีการเดินงานระบบไฟไว้ให้หนึ่งจุด ปลั๊กแบบมีฝาครอบกันน้ำ มีก๊อกน้ำซักล้างติดตั้งไว้ให้ เผื่อใครจะล้างรถอะไรก็สะดวก และมีพื้นที่ห้องเก็บของเล็กๆ(ตรงกับพื้นที่ใต้บันได้พอดี)มาให้ด้วย

รั้วกั้นระหว่างหลังก็จะเป็นรั้วทึบสูงประมาณ 1.20 เมตรค่ะ สำหรับใครที่อยากต่อเติมหลังคาโรงรถเพิ่ม ทางโครงการจะมีแบบมาตรฐานมาให้ เพื่อให้ทุกยูนิตที่ต่อเติมจะต้องต่อเติมไปในแบบเดียวกัน เพื่อความสวยงามเเละเรียบร้อยของโครงการโดยรวมด้วย สำหรับใครที่มีช่างรู้ใจก็เอาเเบบไปให้ช่างมาทำให้ได้เลย แต่สำหรับใครที่ไม่มีช่างหรืออยากได้ความสะดวกเพิ่มขึ้น ก็ลองสอบถามกับทางโครงการเองหรือนิติของโครงการดูก็ได้ค่ะ

ในบ้านมารตรฐานที่เราไปดูมา จะเป็นบ้านแปลงมุมค่ะ โดยพื้นที่ข้างๆมีขนาดกว้างประมาณ 3.50 เมตร มีรั้วโปร่งให้มา เเต่ถ้าเป็นหลังที่ติดถนนก็จะมีพุ่มไม้ปลูกไปตลอดเเนวรั้วด้วย สร้างบรรยากาศพื้นที่สีเขียวไปในตัว และมีพื้นที่ข้างๆตัวบ้านทำเป็นสวน หรือมุมพักผ่อนข้างๆบ้านได้อีกด้วยค่ะ

มาดูบ้านตัวอย่างกันบ้าง หลังที่เราไปถ่ายมามีการดัดเเปลงพื้นที่หน้าบ้านเอาไว้ โดยการกั้นพื้นที่จอดรถ(ทางขวามือที่เว้าเข้าไปในตัวบ้าน) เป็นห้องอเนกประสงค์ค่ะ ส่วนทางเข้าหลักของบ้านจะอยู่ทางซ้ายมือ

พื้นที่ห้องอเนกประสงค์ที่ดัดเเปลงเพิ่มขึ้นมาจะมีขนาดประมาณ 2.50 x 2.60 เมตร ทำเป็นห้องทำงานก็ได้นะคะ

อย่างในบ้านตัวอย่างทำออกมาเป็นห้องโชว์ของ เก็บจักรยานค่ะ สามารถลองดูไว้เป็นไอเดียก็ได้นะคะ

ส่วนทางเข้าบ้านจะเป็นประตูบ้านเลื่อนให้มา วัสดุตัวกรอบบานเป็น อลูมิเนียม กระจกเป็นกระจกเขียวตัดเเสง(ช่วยลดความร้อนที่เข้ามาในตัวบ้านได้มากกว่ากระจกใสนะคะ) ตัวชุดประตูนี้มีการเเบ่งช่องเเสงที่น่าสนใจเพิ่มจากตัวประตูบานเลื่อนปกติด้วย คือมีช่องเเสงด้านข้างเเละด้านบนด้วย ซึ่งความกว้างก็สุดเเนวผนังเลย แสงสว่างเข้าไปในตัวบ้านได้เต็มที่

หน้าตาของมือจับเเละตัวล็อค ถือว่ามีมือจับถนัดมือเลยค่ะ

เมื่อเข้ามาในตัวบ้านจะเจอกับพื้นที่ห้องนั่งเล่นก่อน ต่อเนื่องไปกับพื้นที่กินข้าวเเละพื้นที่ Pantry ส่วนทางขวามือจะมีบันไดขึ้นขั้น 2 ห้องน้ำ เเละพื้นที่อเนกประสงค์ค่ะ

วัสดุที่ให้มาในบ้านมาตรฐาน พื้นจะเป็นพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้ ผนังเเละฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีขาว ไฟที่ให้มาเป็นไฟซาลาเปาค่ะ ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.70 เมตรค่ะ

เมื่อเข้ามาหันทางขวาจะเป็นตำแหน่งติดตั้งทีวี ผนังตรงนี้จะมีความยาวอยู่ประมาณ 2 เมตร เราสามารถวางชั้นวางทีวีได้ หรือจะทำเป็น Built-in วางของวางทีวีก็ได้เช่นกัน แต่อย่าลืมคำนึงถึงกระจกเข้ามุมบริเวณหัวมุมบันได้ด้วยนะคะ

ลองมองย้อนออกไปจะเห็นชุดประตูทางเข้าขนาดใหญ่ กว้างเต็มเเนวความกว้างของพื้นที่นี้เลย ซึ่งมีขนาดประมาณ 2.70 เมตร ในบ้านตัวอย่างจะเป็นแปลงมุมด้วย ทำให้เราเห็นถึงการออกแบบช่องเเสงและหน้าต่างของบ้านที่ออกแบบมาให้เป็นบานกระทุ้ง ดีไซน์สูง

พื้นที่ห้องนั่งเล่นมีความยาวที่สามารถจัดวางโซฟาเเบบ 2-3 ที่นั่งได้เลย หรือจะเลือกโซฟารูปตัว L ก็สามารถเลือกมาใช้งานได้

ระยะดูทีวีจะกว้างประมาณ 2.50 เมตร ใส่ทีวีขนาด 55″ ได้เลยค่ะ

ถัดเข้ามาจะเป็นพื้นที่สำหรับรับประทานอาหารซึ่งต่อเนื่องไปกับตำแหน่งของ Pantry พอดี พื้นที่บริเวณนี้มีขนาดประมาณ 2.70 x 4.00 เมตร ในบ้านตัวอย่างทำเป็นที่นั่งทานอาหารเเบบกึ่งเคาน์เตอร์ที่นั่งสูง เเต่เราจะเลือกเป็นโต๊ะธรรมดาก็ได้ สามารถจัดที่นั่ง 6 ที่นั่งได้เลยค่ะ

โต๊ะรับประทานอาหารในบ้านตัวอย่างที่จัดให้ดูก็ถือว่ามีพื้นที่ทางเดินวนรอบๆโต๊ะได้สบายๆไม่อึดอัดนะคะ

ส่วนพื้นที่ Pantry ที่อยู่ข้างกันสามารถทำ Built-in Pantry กว้าง 1.80 เมตรได้ค่ะ เป็นเคาน์เตอร์เตรียมอาหาร ใช้ไมโครเวฟอุ่นอาหารทานเเบบง่ายๆ วางตู้เย็นก็ได้ ถือว่าสะดวกในการใช้งานดีค่ะ

มาดูที่ห้องอเนกประสงค์บ้าง พื้นที่ตรงนี้บ้านมาตรฐานจะให้มาโล่งๆ เราจะกั้นเป็นห้องปิดเเบบในบ้านตัวอย่างก็ได้นะคะ พื้นที่ตรงนี้มีขนาดอยู่ประมาณ 2.50 x 3.00 เมตร สำหรับใครที่มีพ่อแม่สูงอายุมาอยู่ด้วยก็สามารถปรับพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นห้องนอนได้เลยค่ะ หรือใครจะกั้นเป็นห้องพักผ่อน ดูทีวี ห้องทำงาน ก็ได้แล้วแต่ความต้องการการใช้งานของเเต่ละคนเลย

ในบ้านตัวอย่างก็จะจัดให้มีมุมทำงาน อยู่ติดชิดริมหน้าต่าง และมีมุมโซฟาไว้นั่งพักผ่อน ถือว่าเป็นห้องที่มีหน้าต่าง ได้รับแสงธรรมชาติและระบายอากาศได้อีกด้วยค่ะ

ลองเทียบพื้นที่บริเวณนี้กับบ้านมาตรฐานกันเล็กน้อย เราจะเห็นหน้าต่างชัดขึ้นนะคะ โดยหน้าต่างหลังบ้านที่ให้มาจะเป็นหน้าต่างบานเลื่อน มีระยะที่สูงขึ้นมาจากพื้นทำให้เราสามารถทำเคาน์เตอร์ฝั่ง Pantry ได้ หรือเมื่อจัดวางเฟอร์นิเจอร์บริเวณห้องอเนกประสงค์ก็สามารถทำได้ง่ายขึ้นค่ะ สิ่งที่ต่างกันระหว่างบ้านตัวอย่างกับบ้านมาตรฐานคือประตูทางออกหลังบ้าน ซึ่งบ้านมาตรฐานที่ให้มาจะเป็นประตู UPVC บานเปิดออก ลูกบิดกลม

ออกมายังหลังบ้าน จะมีความกว้างของหลังบ้านอยู่ที่ประมาณ 2.50 เมตร  เป็นพื้นที่ที่สามารถวางเเทงก์น้ำ , ทำเป็นส่วนซักรีด ซักล้าง หรือจะต่อเติมเป็นครัวไทยอยู่ด้านนอกก็ได้

มีเดินงานระบบไฟฟ้าและประปาเผื่อให้เเล้วค่ะ

ก่อนจะขึ้นชั้น 2 เรามาดูห้องน้ำที่ชั้น 1 กันก่อน โดยตำแหน่งจะอยู่ข้างๆกันกับบันได เนื่องจากเป็นห้องน้ำที่อยู่ใต้บันได ทำให้ระยะความสูงของการใช้งานในห้องน้ำจะเตี้ยกว่าปกติ ดังนั้นการออกแบบจึงเเก้ปัญหาให้ด้วยการลดระดับห้องน้ำละไปจากพื้นบ้านชั้น 1 ลงไปประมาณ 2 ขั้น

บานประตูเป็นบานเปิดสวิงออก ทำจาก UPVC

การจัดวางผังห้องน้ำนี้จะมีการจัดเป็นรูปตัว L เมื่อเข้ามาเราจะเจอกับอ่างล้างมือก่อนทางซ้ายมือ ถัดเข้าไปจะเป็นพื้นที่อาบน้ำ และทางขวามือตรงกันข้ามกับพื้นที่อาบน้ำ จะเป็นโถสุขภัณฑ์ค่ะ

ความกว้างของห้องน้ำบริเวณทางเข้าจะอยู่ที่ประมาณ 1 เมตร แต่การเลือกใช้สุขภัณฑ์อ่างล้างหน้าเเบบเเขวนผนัง ทำให้พื้นที่บริเวณทางเข้าดูกว้างขึ้น เหลือทางเดินส่วนที่แคบสุดอยู่ที่ประมาณ 60 ซม. ถือว่าเดินใช้งานเข้า-ออก คนเดียวสะดวก

ระยะที่ลดลงมาก็อยู่ที่ขั้นละประมาณ 17 ซม.ได้ เวลาเดินใช้งานข้างนอกก็ระวังตกหน่อยนะคะ

ดวงไฟที่ให้มาในห้องน้ำเป็นไฟซาลาเปา และเนื่องด้วยตำแหน่งของห้องน้ำอยู่ตรงกลางบ้าน ทำให้โครงการติดตั้งพัดลมระบายอากาศมาให้ด้วยค่ะ

ชุดกระจกและอ่างล้างหน้าได้หน้าตาเเบบนี้เลยค่ะ เป็นของ American Standard มีพื้นที่วางของเล็กๆบนอ่าง สามารถวางเเปรงสีฟัน หรือสบู่ล้างมือได้

ส่วนห้องน้ำชั้นล่างของที่นี่จะมีพื้นที่อาบน้ำไว้ให้ด้วย เนื่องจากทาวน์โฮมของที่นี่จะมีห้องน้ำให้มาชั้นละ 1 ห้อง ดังนั้นในช่วงเวลาเร่งด่วนช่วงเช้า ที่จะต้องตื่นนอนเเละใช้ห้องน้ำร่วมกัน จำนวนห้องน้ำด้านบนอาจจะไม่พอที่จะใช้งาน เราก็สามารถลงมาอาบน้ำข้างล่างได้ค่ะ หรือว่าในกรณีที่เราจะปรับพื้นที่ชั้นล่างบริเวณห้องอเนกประสงค์ให้เป็นห้องนอนเพิ่มอีกห้อง มีห้องอาบน้ำที่ชั้นนี้ก็จะช่วนให้การใช้งานสะดวกมากขึ้นค่ะ

พื้นที่อาบน้ำจะไม่มีเเยกส่วนเปียกและส่วนแห้งนะคะ จะเป็นระดับเดียวกันทั้งหมด แต่มีทำ Slope หรือทางลาดไว้ค่ะ ขนาดพื้นที่อาบน้ำจะอยู่ที่ประมาณ 0.93 x 1.25 เมตร ถือว่าใช้งานได้สะดวก

ฝักบัวเป็นของ American Standard และมีที่วางสบู่มาให้

ฝั่งตรงกันข้ามจะเป็นโถสุขภัณฑ์ของ American Standard เหมือนกัน พื้นที่บริเวณนี้จะอยู่ใต้บันไดพอดีทำให้ความสูงบริเวณนี้อยู่ที่ประมาณ 1.95 เมตร ตำแหน่งตรงนี้จะอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกันที่อาบน้ำพอดี ทำให้การใช้งานพื้นที่ตรงนี้ต่อจากการใช้งานอาบน้ำ ก็อาจจะเปียกนิดหน่อยทั้งพื้นและฝารองนั่งค่ะ ในบ้านมาตรฐานจะมีหน้าต่างระบายอากาศอยู่ตรงผนังด้านหลังโถสุขภัณฑ์เอาไว้ระบายอากาศเเละรับเเสงสว่างค่ะ (ในบ้านตัวอย่างด้านนอกจะกั้นพื้นที่เป็นห้องอเนกประสงค์ไว้ ทำให้ผนังตรงนี้ปิดทึบเเทนค่ะ)

บันไดทางขึ้นชั้น 2 จะอยู่ข้างๆห้องน้ำค่ะ เป็นบันไดรูปตัว U บริเวณหัวมุมบันได้จะมีหน้าต่างเข้ามุม ที่สามารถรับเเสงธรรมชาติจากนอกอาคารให้มายังบริเวณบันไดได้ ทำให้การใช้งานบันไดช่วงเวลากลางวันไม่มืดจนเกินไป

โครงสร้างบันไดเป็นโครงสร้างเหล็ก ส่วนวัสดุบันได ลูกตั้งเป็นสมาร์ทบอร์ดฉาบเรียบทาสีขาว ส่วนลูกนอนเป็นไม้ยางพาราอบเเห้ง ขนาดลูกตั้งลูกนอนก็ใช้งานเดินสบายตามมาตรฐานค่ะ

ส่วนที่เป็นราวกันตกเป็นเหล็กกล่อง ราวจับเป็นไม้ยางพาราเช่นกัน

ตัวบันไดจะมีส่วนที่เป็นขั้นสามเหลี่ยมอยู่บางส่วน ช่วงหักมุมเวลาเดินก็ระมัดระวังนิดนึงนะคะ

พอขึ้นมาถึงชั้น 2 ลองมองย้อนกลับไปยังบันได ราวกันตกจะใช้แนวผนังเป็นราวกันตกแทน พื้นที่โถงบันไดอาจจะมืดๆหน่อย เราสามารถติดไฟเพิ่มได้ หรือจะแขวนรูปภาพได้ค่ะ (เช่นภาพเเต่งงาน ภาพ pre-wedding ภาพครอบครัวอะไรแบบนี้)

ชั้น 2 จะแบ่งเป็นห้องนอน 3 ห้อง และห้องน้ำ 1 ห้อง โดยห้องนอนเล็ก 2 ห้องจะเป็นห้องที่อยู่ทางขวามือ ติดฝั่งหลังบ้าน ห้อง master bedroom จะอยู่ทางซ้าย ฝั่งหน้าบ้าน ส่วนห้องน้ำจะใช้ร่วมกันอยู่ตรงกลางค่ะ

มาดูที่ห้องนอนเเรกสุดทางขวามือกันก่อนเลย ห้องนี้เป็นห้องนอนขนาดกะทัดรัดประมาณ 3.15 x 2.50 เมตร มีหน้าต่างอยู่ฝั่งเดียวเป็นหน้าต่างบานเลื่อน

การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆภายในห้อง เราสามารถเลือกเตียง 3.5 ฟุตมาวางได้ ส่วนผนังฝั่งประตูสามารถวางตู้เสื้อผ้าหรือจะจัดมุมเป็นโต๊ะเขียนหนังสือหรือโต๊ะทำงานก็ได้ค่ะ โดยความสูงของห้องจะอยู่ที่ 2.70 เมตร พื้นที่ให้มาเป็นพื้นไม้ลามิเนตหนา 8 มม. ผนังและฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีขาว ไปซาลาเปาเหมือนเดิมค่ะ

มาดูห้องนอนอีกห้องกันบ้าง เนื่องจากบ้านตัวอย่างเป็นแปลงมุมนะคะ ห้องนี้จึงจะได้หน้าต่างอยู่ 2 ฝั่ง แต่ในบ้านมาตรฐานแปลงกลางชุดหน้าต่างทางฝั่งซ้ายมือจะไม่มีค่ะ

ห้องนี้จะมีความต่างเล็กน้อยตรงที่ขนาดห้องจะเล็กกว่าห้องที่เเล้วนิดหน่อย คือมีขนาดประมาณ 2.70 x 2.70 เมตร เเต่จะมีทางเข้า กว้างประมาณ 1 เมตรก่อนเข้าไปในห้อง (เนื่องจากพื้นที่ส่วนหนึ่งจะเป็นพื้นที่ในห้องน้ำค่ะ)

สามารถจัดวางเตียง 3.5 ฟุตชิดผนังฝั่งนึงได้ ข้างหัวเตียงสามารถวางตู้เสื้อผ้าได้ ปลายเตียงพอมีทางเดินเหลือประมาณ 50 ซม.

มาดูที่ห้องน้ำกันบ้าง ห้องน้ำนี้จะมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส เข้ามาถึงจะเจอกับโถสุขภัณฑ์กันก่อน ทางขวามือจะเป็นอ่างล้างมือ ส่วนมุมห้องจะเป็นพื้นที่ส่วนอาบน้ำ ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานภายในห้องน้ำจะมีระยะอยู่ที่ประมาณ ​2.35 เมตร

โดยรวมห้องน้ำจะมีขนาดประมาณ 1.7 x 2 เมตร พื้นและผนังจะใช้เป็นกระเบื้องเซรามิก ชนิดสุขภัณฑ์ต่างๆจะเป็นของ American Standard หน้าตาเหมือนห้องน้ำข้างล่างค่ะ

ผนังด้านหลังของอ่างล้างมือเป็นแนวท่อ มีก่อขอบออกมาจากเเนวผนังเล็กน้อย สามารถวางอุปกรณ์แปรงฟันหรือข้าวของเครื่องใช้ในห้องน้ำบริเวณนี้ได้

พื้นที่อาบน้ำ มีฝักบัวอาบน้ำให้มา มีที่วางสบู่ด้วย และเดินงานระบบไว้ให้ สามารถติดตั้งน้ำร้อนเพิ่มได้เลย

พื้นที่อาบน้ำของตรงนี้จะมีขนาดพื้นที่ประมาณ 80 x 80 ซม.พอดีตัว ไม่เเบ่งส่วนเปียกส่วนแห้งมาให้ค่ะ ถ้าเราจะติดตั้งฉากกั้นกระจกเพิ่มก็ควรเลือกเเบบทางเข้าอยู่มุมฉากกั้นเเทน

มาดูที่ห้อง Master Bedroom กันบ้างค่ะ พื้นที่ห้องนี้จะอยู่ตรงหน้าบ้านพอดี วัสดุต่างๆภายในห้องจะเหมือนเดิมคือพื้นเป็นลามิเนตหนา 8 มม. ผนังและฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีขาว เเต่สิ่งที่เเตกต่างของห้องนี้คือ ความสูงของห้องจะได้อยู่ที่ 3 เมตรค่ะ เลยทำให้หน้าต่างตรงห้องนอนมีดีไซน์ที่พิเศษขึ้นมา ได้บานใหญ่ เปิดรับเเสงเต็มๆ

เมื่อเข้ามาในห้องเราจะเจอกับห้องโล่งๆนะคะ ห้องนี้จะได้เต็มความยาวของหน้ากว้างบ้านซึ่งอยู่ที่ 5.5 เมตร เราจึงสามารถเเบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วนได้ โดยฝั่งซ้ายมือเอาไว้วางเตียงนอน ตรงกลางกั้นผนังเพิ่มติดตั้งทีวีเเบบเเขวนได้ ส่วนทางขวามือเราจะกั้นเป็น Walk-in Closet หรือจะจัดเป็นห้องทำงานส่วนตัวก็ได้ด้วย โดยฝั่งขวามือนี้จะติดกันระเบียงของห้องนอน

มาดูที่ห้องนอนกันก่อน พื้นที่ตรงนี้จะมีขนาดประมาณ 2.50 x 3.30 เมตร ที่บอกไปคือหน้าต่างจะได้ดีไซน์พิเศษ ผนัง Low wall ก็จริง แต่ความสูงจรดฝ้าเพดานเลยที่เดียว มีเว้นร่องผ้าม่านให้ด้วยค่ะ

ห้องนอนเป็นห้องหน้ากว้าง สามารถกั้นห้องออกเป็น 2 ส่วนได้เหมือนในภาพ แบ่งพื้นที่ออกเป็นห้องนอนและห้องแต่งตัวบริเวณด้านหลังผนัง และผนังนี้ยังใช้ติดตั้งทีวีได้ด้วย

เราสามารถวางเตียง King Size ได้สบายๆ มีระยะทางเดินรอบๆ ส่วนปลายเตียงเราจะวางชั้นวางทีวีหรือติดทีวีเเบบเเขวนผนังก็ได้ค่ะ

ในห้องที่ทำไว้เป็นตัวอย่างระยะฝั่งนี้เหลือประมาณ 55 ซม.

เรามาดูพื้นที่ห้องแต่งตัวกันบ้าง ในบ้านตัวอย่างจะจัดเป็น Walk-in Closet ค่ะ มีความกว้างห้องอยู่ที่ 2 เมตรโดยประมาณ ฝั่งนึงวางตู้เสื้อผ้า ฝั่งนึงจัดเป็นมุมโต๊ะเครื่องเเป้งก็ได้

ความยาวของห้องส่วนนี้จะอยู่ที่ประมาณ 2.55 เมตร จะวางเป็นตู้เสื้อผ้าเต็มความยาวห้องเลยก็ได้ค่ะ

ทางออกไปยังระเบียงจะเป็นประตูบานเลื่อนกระจก มีธรณีประตูกั้นขึ้นมาสูงเหมือนกัน ทำให้ฝุ่น ผง หรือน้ำฝนบริเวณระเบียงไหลย้อนเข้ามาในห้องได้

ระเบียงมีขนาดประมาณ ​1.80 x 0.60 เมตร สามารถใช้งานระบายมองวิวไปทางหน้าบ้านได้เต็มที่

ดีไซน์ราวกันตกก็ได้เฟรมอลูมิเนียมกับกระจก ดูเรียบร้อยสวยงาม ส่วนพื้นระเบียงเป็นกระเบื้องเซรามิกค่ะ ส่วนพื้นที่วาง Condensing Unit เราสามารถมาวางไว้ที่ระเบียงได้นี่ละคะ แต่ด้วยความที่ห้องนอนนี้สูงมาก ระเบียงนี้ก็จะได้ความสูงเช่นเดียวกัน ทำให้ระยะที่วาง Condensing unit สามารถวางไว้เหนือขอบประตูทางเข้า-ออกระเบียงได้ ไม่ต้องตั้งอยู่บนพื้นเกะกะสายตาค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 13 November 2018

  • Upsize A09-7  พื้นที่ใช้สอย 126 ตร.ม. ที่ดิน 40.70 ตร.วา ราคา 4.68 ล้านบาท
  • Upsize B10-1 พื้นที่ใช้สอย 126 ตร.ม. ที่ดิน 31.5 ตร.วา ราคา 3.79 ล้านบาท
  • Upsize B14-3 พื้นที่ใช้สอย 126 ตร.ม. ที่ดิน 22.10 ตร.วา ราคา 3.09 ล้านบาท
  • จองและทำสัญญา 10,000 บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 80,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 51 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล – ทำเลของโครงการ Pleno รามอินทรา – วงแหวน เป็นทำเลเปิดใหม่ที่เริ่มมีการพัฒนาโครงการแนวราบ สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการจะค่อนข้างเงียบเพราะรอบๆยังเป็นที่โล่ง เหมาะกับคนที่ชอบความสงบหรือเป็นส่วนตัว ความอุดมสมบูรณ์ในระยะใกล้แบบที่เดินถึงที่ใกล้ที่สุดจะเป็นตลาดมารวยบนเส้นหทัยราษฎร์ หรือจะไปหาของซื้อของกิน และของใช้ในบ้านบนเส้นสายไหมก็ได้วิ่งไปไม่ไกลนัก ส่วนห้างสรรพสินค้าที่ใกล้ที่สุดคือ Fashion Island และ The Promenade เป็นแหล่งของกินของใช้ที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงที่สุดในย่านนี้ ใช้เวลาเดินทางประมาร 15 – 20 นาที

การเดินทาง – การเดินทางโดยใช้รถเดินทางสะดวกติดถนนใหญ่ ถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก ถนนหน้าโครงการวิ่งสวนกันได้ ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนทั้ง 2 ทางคือ ทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์ เอาไว้วิ่งไปเส้นลาดพร้าวได้ในระยะเวลาประมาณ 20 นาทีในช่วเวลาที่รถไม่ติด และถนนกาญนาภิเษกที่เอาไว้ใช้ไปโซนบางนา สนามบินสุวรรณภูมิหรือไปยังปทุมธานีได้ ทำเลนี้มีข้อดีที่รถไม่ติดเหมือนโครงการในซอยและถนนย่อยต่างๆ การเดินทางโดยไม่ใช้รถ เนื่องจากเป็นทำเลเปิดใหม่ รถสาธารณะต่างๆจึงยังมีไม่มากนัก  จึงเหมาะกับการใช้รถยนต์มากกว่าค่ะ

วัสดุ – ได้ตามมาตรฐานของทาวน์โฮมระดับราคานี้  ผนังได้เป็นฉาบปูนเรียบทาสีทั้งหลัง พื้นชั้นล่างได้เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 เซนติเมตร ส่วนชั้นบนจะได้เป็นพื้นลามิเนต 8 มม. หน้าต่างและประตูบานเลื่อนเป็นกระจกสีเขียวตัดแสง กรอบอลูมิเนียม ชุดสุขภัณฑ์ของ American Standard ไฟส่องสว่างในบ้านเป็นแบบดวงโคมซาลาเปาทั้งหมด

การออกแบบ – ตัวโครงการออกแบบให้จำนวนยูนิตไม่มาก แต่ยังมี Facilities มาให้ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และ สวนหย่อม ตัวบ้านออกแบบให้ภายนอกมีการตกแต่งด้วยหินธรรมชาติช่วยให้หน้าบ้านมีมิติมากขึ้น มีกระจกทรงสูงในห้องนอนใหญ่เปิดรับวิวและแสงธรรมชาติได้เต็มที่ ราวกันตกเป็นกระจกแบบ Tempered และได้ฝ้าเพดานสูง 3 เมตรที่ชั้น 2 ผังบ้านออกแบบมาให้มีจุดเด่นในเรื่องของบ้านหน้ากว้าง 5.5 เมตร พื้นที่จอดรถที่ลึกถึง 6  เมตร เอาไว้จอดรถกระบะได้สบายๆ ตัวบ้านมีพื้นที่เหลือพอปรับเปลี่ยนไปใช้ได้ตามความต้องการ เช่น ทำเป็นห้องเก็บของหรือทำเป็นห้องทำงานต่างๆ หรือพื้นที่อเนกประสงค์ที่ชั้น 1 ของบ้านสามารถปรับเป็นห้องนอนผู้สูงอายุได้ โดยห้องน้ำชั้นล่างใช้อาบน้ำได้ด้วย แต่ในแง่ฟังก์ชันการใช้งานในห้องน้ำยังไม่มีแยกส่วนเปียกและส่วนเเห้งมาให้ค่ะ

ความปลอดภัย – ให้มาในระดับมารฐานทั่วไป ได้ CCTV เฉาะทางเข้าออกโครงการ  ได้รั้วรอบโครงการสูง 2.5 เมตร และมีระบบ Access Card เป็นแบบ Easy Pass ระหว่างเฟส A และเฟส B มีประตูรั้วบานเลื่อนกั้นอีกทีเพื่อควบคุมการเข้าออก

สาธารณูปโภค – เมื่อเทียบกับการที่เป็นทาวน์โฮมขนาดกลาง 180 ยูนิต ราคาประมาณ​ 3 ล้าน ถือว่ามีพื้นที่ส่วนกลางที่ได้ขนาดใหญ่พอสมควร แต่ฟังก์ชันการใช้งานที่สามารถใช้งานได้จริงอาจจะน้อยไปนิด สระว่ายน้ำยาว 14 เมตร เครื่องเล่นฟิตเนส 4 เครื่อง โซฟานั่งพักผ่อนใน Clubhouse ชุดเดียว (2 ที่นั่ง) ในเเง่สภาพเเวดล้อมรอบๆโครงการถือว่าดูเรียบร้อย ถนนกว้าง ระยะหน้าบ้านเยอะ ทำให้หน้าบ้านที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามยังมีระยะห่างที่เยอะ ได้ความเป็นส่วนตัวอยู่ ถนนหลักมีปลูกต้นไม้ตามเเนวถนน ดูร่มรื่นสวยงาม

Judgement

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 3 – 5 ล้านบาท, 13 November 2018

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.5/10 – ติดถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษกเดินทางด้วยรถสะดวก ใกล้ทางด่วน 2 สาย 
  • ความปลอดภัย 7.25/10 – มีรั้วกั้นกระดก รปภ. 24 ชม. CCTV ที่ทางเข้าด้านหน้าหมู่บ้าน
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8.25/10 – ชั้น 1 ออกแบบมาทำให้สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยต่างๆได้ง่าย จอดรถสบายได้ 2 คัน ส่วนชั้น 2 แบ่งเป็นสัดส่วน
  • วัสดุ 7/10 – มาตรฐานของโครงการระดับนี้ 
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.5/10 – ระยะถนนกว้าง ต่อเติมหลังคาต้องทำตามแบบช่วยคุมโทนภาพรวมโครงการได้ดี มีพื้นที่สีเขียวข้างถนนหลักตลอดทาง
  • สาธารณูปโภค 7.5/10 – มีส่วนกลางที่เป็นสระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวน และสนามเด็กเล่น 
  • 7.53 / 10.00 

BOTTOM LINE

Pleno รามอินทรา–วงแหวน ถือว่าเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้นที่ตั้งอยู่บนทำเลที่เน้นการใช้รถยนต์เเละทางด่วนเป็นหลัก เหมาะกับคนที่ทำงานในเมือง  ที่ต้องการขยับขยายที่อยู่อาศัยจากคอนโดมาอยู่ทาวน์โฮมที่มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น มีความเป็นส่วนตัว และมีพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้ในราคาที่จับต้องได้ มีงบประมาณ 3-5 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 21,000-35,000 บาท

Share

Leave a Reply