Groove รัชดา-พระราม 9 คอนโด Low Rise ในซอยรัชดาภิเษก 3 ใกล้ MRT พระราม 9 จาก Divine Development [รีวิวฉบับที่ 1728]

November 13, 2018 08:000 comments

 

รีวิวฉบับที่ 1728 … สวัสดีค่ะ วันนี้เรามีโครงการใหม่แถวสี่แยกพระราม 9 มาฝากกันกับ Groove รัชดา-พระราม 9 เป็นคอนโด Low Rise  ใกล้ MRT พระราม 9 โครงการใหม่ของ Divine Development ที่ตั้งอยู่ในซอยรัชดาภิเษก 3 ทำเลใกล้สี่แยกพระราม 9 โครงการนี้มีจำนวนยูนิตไม่มาก 154 ยูนิต แต่จัดพื้นที่ส่วนกลางมาให้หลากหลาย เน้นขายไปที่ห้องแบบ 1 Bedroom เป็นหลัก มีผังห้องให้เลือกหลายเเบบด้วยกัน ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.39 ล้านบาท(Pre-Sale) ตามไปชมกันค่ะ 

Fact @ 6 November 2018

  • Groove Ratchada – Rama 9 (กรู๊ฟ รัชดา – พระราม 9)
  • ดิวายน์ ดิเวลลอปเมนท์ จำกัด
  • UPPER CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment ได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ซอยรัชดาภิเษก 3 แขวงดินแดง เขตดินแดง
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร 154 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 22 ยูนิตต่อชั้น
  • ที่จอดรถ 29 คัน และที่จอดรถอัตโนมัติ 43 คัน รวมทั้งหมด 72 คัน รวมจอดซ้อนคัน หรือประมาณ 47%
  • ที่ดินประมาณ 353 ตารางวา
  • GROOVE Cooper : One Bedroom 22-26 ตร.ม. จำนวน 62 ยูนิต 
  • GROOVE XCoolsive : One Bedroom 31-36 ตร.ม. จำนวน 12 ยูนิต
  • GROOVE Xtend : One Bedroom 28-36 ตร.ม. จำนวน 44 ยูนิต
  • GROOVE Xtend Plus : One Bedroom 32-44 ตร.ม. จำนวน 36 ยูนิต 
  • ฝ้าเพดานสูง 2.55 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 2.39 ล้านบาท
  • เริ่มก่อสร้าง : Q3/2563
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : Q4/2563
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 115,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาต่อตารางเมตรเริ่มต้น 108,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : อยู่ระหว่างดำเนินการ
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • โทร  : 095-141-5566

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.763322, 100.563228

แผนที่จากทางโครงการค่ะ ที่ตั้งของโครงการ Groove รัชดา-พระราม 9 ตั้งอยู่ซอยรัชดาภิเษก 3 ซึ่งเป็นซอยที่เชื่อมต่อถนนหลัก 3 สาย ได้แก่ ถนนรัชดาภิเษก ถนนดินแดง และถนนวิภาวดี ห่างจาก MRT สถานีพระราม 9 ประมาณ 950 เมตร โดยโครงการอยู่ฝั่งซอยเลขคี่หรือฝั่งขาออกไปทางรัชดา-ลาดพร้าว ใกล้กับฟอร์จูนทาวน์ค่ะ

โครงการอยู่ภายในซอยรัชดาภิเษก 3 ฝั่งขาออกเมืองหรือฝั่งเดียวกันกับฟอร์จูนทาวน์นะคะ ถ้ามาจากถนนอโศกก็จะเลยฟอร์จูนไปนิดเดียว ก่อนถึงสถานฑูตจีนค่ะ ภายในซอยรัชดาภิเษก 3 นี้ มีความน่าสนใจตรงที่เป็นซอยที่สามารถใช้เดินทางเชื่อมต่อไปยังถนนดินแดง โดยผ่านซอยอยู่เจริญ หรือ จะไปออกยังถนนประชาสงเคราะห์ เพื่อไปยังถนนดินเเดงก็ได้ หรือว่าจะออกไปยังถนนวิภาวดีรังสิตก็ได้เช่นกันค่ะ ถือว่าเป็นซอยที่สามารถลัดเลาะไปได้หลายที่เลยนะคะ นอกจากนี้ ตัวถนนรัชดาภิเษกเองยังเป็นถนนที่ใช้เดินทางเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากเป็นถนนหลักของกรุงเทพฯ และเป็นเส้นที่มีอาคารสำนักงานเกาะอยู่ข้างถนนเส้นนี้ตลอดเเนวเลย ถ้าเป็นฝั่งขาเข้าเมือง ก็จะมีอาคารสำนักงานไล่ไปเรื่อยๆยันโซนอโศกและศูนย์ประชุมเเห่งชาติสิริกิติ์นู่นเลย หรือจะเป็นฝั่งขาออกเมืองก็จะสามารถใช้เดินทางไปยังโซนรัชโยธินได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งย่านที่มีอาคารสำนักงานตั้งอยู่หนาแน่นเช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งถนนที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศเลยก็ว่าได้
นอกจากนี้ยังมีถนนดินเเดงที่เชื่อมต่อกับถนนพระราม 9 สามารถใช้เดินทางเข้าเมืองไปยังเส้นอนุสาวรีย์ชัยฯได้ หรือจะเดินทางออกเมืองไปยังเส้นพระราม 9 มอเตอร์เวย์ก็ได้ ถนนเส้นนี้ก็จะตัดผ่านกับถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา และถนนรามคำแหงอีกต่างหาก เรียกได้ว่าเส้นทางการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวของทำเลนี้ถือว่าดีพอสมควรเลยนะคะ

แต่ก็อย่างที่หลายคนทราบกันว่ายิ่งมีความเป็นเมืองมาก ความอุดมสมบูรณ์มาก อาคารสำนักงานมาก การเดินทางด้วยรถก็หนาแน่นมากตามไปด้วย บริเวณนี้จึงนับได้ว่าเป็นอีกเส้นนึงที่ไม่น่าขับรถทั้งช่วงเช้าเข้างานและเย็นหลังเลิกงานเลยค่ะ ดังนั้นการเดินทางตัวเลือกอย่างรถไฟฟ้าจึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับคนที่ทำงานเเถวนี้เลือกใช้เดินทางเป็นหลักค่ะ อย่างสถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้กับโครงการที่สุดจะเป็นสถานีพระราม 9 ซึ่งจะอยู่ห่างจากโครงการเราไปประมาณ 950 เมตร ถือว่าเป็นระยะทางที่ดูไกลใช่ไหมค่ะ เเต่เอาเข้าจริง จากตัวสถานีเราสามารถเดินผ่านฟอร์จูนได้ และสองข้างทางก็เป็นทางที่มีร้านรวงชวนเเวะตลอดทาง ทำให้เมื่อเราเดินจริงก็ไม่ได้รู้สึกว่าไกลขนาดเดินไม่ไหวเท่าไหร่ค่ะ อีกทั้งยังมีพี่วินมอเตอร์ไซค์ตั้งจุดให้บริการเป็นระยะ สามารถเรียกใช้ได้ตลอดเลยค่ะ มาพูดถึงรถไฟฟ้ากันต่อ ตัวรถไฟฟ้านี้เป็น MRT ที่ใช้เดินทางไปยังบางซื่อ (เชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้าสายสีม่วง เตาปูนได้) หรือถ้าเราเดินทางไปอีกฝั่งจะใช้เดินทางไปหัวลำโพงได้ค่ะ เเต่ถ้าใครอยากใช้งาน Airport Link เพื่อไปพญาไทหรือสุวรรณภูมิ เดินทางต่อไป 1 สถานียังสถานีเพชรบุรี ก็จะเป็นสถานี interchange ไปยัง Airpport Link เเล้ว หรือสำหรับคนที่ใช้รถไฟฟ้า BTS จาก MRT พระราม 9 เดินทางไป 2 สถานียังสถานีสุขุมวิท ก็จะเป็นจุด interchange กับ BTS สถานีอโศก ถือว่าในเเง่การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าและรถสาธารณะเเล้วก็สะดวกพอตัวเลยค่ะ

อย่างที่เราเกริ่นกันไปก่อนเเล้ว บริเวณนี้นับว่าเป็นย่านที่มีความอุดมสมบูรณ์ระดับ Maximum เลย คือมีทั้งสถานที่ทำงานใหญ่ๆ หลายอาคาร เป็นย่าน CBD หรือ Central Business Distric อีกจุดนึงของประเทศไทย เเวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าเเละตลาด มีทั้งโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงอยู่ใกล้ๆเเละโรงเรียนชั้นนำอยู่ไม่ไกลค่ะ ถ้าเราดูจากแผนที่จะเห็นว่าหลักๆก็จะตั้งเลียบกันไปสองข้างทางของถนนรัชดาภิเษกเลย หรือถ้าจะเป็นความอุดมสมบูรณ์ในสเกลที่เล็กลงมา อย่างภายในซอยรัชดาภิเษก 3 ก็จะเป็นซอยที่มีอาหารการกินเยอะมาก คนคึกคักเดินขวักไขว่ตลอดเวลาทั้ง 2 ข้างทางเลย ซึ่งเดี๋ยวเราจะได้เห็นกันตอนเส้นทางพาเดินเข้าโครงการนะคะ ในส่วนห้างที่ใกล้กลับโครงการเรามากที่สุดก็คงจะเป็นฟอร์จูนทาวน์ และเซนทรัลพระราม 9 ที่อยู่ตรงกันข้าม ส่วนอาคารสำนักงานที่ใกล้ก็จะเป็นอาคารภคินท์ SET Aia หรือฝั่งตรงกันข้ามก็จะเป็น G Tower และ Uniliver ที่อยู่ด้านหลัง ถือว่าเป็นทำเลที่อาคารสำนักงานเยอะเลยนะคะ และถ้าใครที่เดินผ่านเเถวนี้ก็อาจจะเห็นคนจีนบ้าง เนื่องจากซอยรัชดาภิเษก 3 นี้บริเวณปากซอยเป็นสถานฑูตจีนนั่นเองค่ะ

 

เส้นทางการเดินทางแนะนำ

เส้นทางการเดินทางที่เราจะพาไปเดินดูกันวันนี้ เราจะเริ่มจากรถไฟฟ้าใต้ดินนะคะ เดินเข้าไปหลบร้อนชมสินค้าที่ฟอร์จูนทาวน์ และออกจากอาคารตรงหน้าโลตัส เดินตรงไปอีกไม่นานก็จะถึงรัชดาภิเษกซอย 3 เเล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยไป เดินเพลินๆไปอีกไม่นานเพราะสองข้างทางเต็มไปด้วยอาหารของกินให้หยุดชม ก็จะเจอที่ตั้งโครงการอยู่ทางขวามือเเล้วค่ะ เราไปเดินดูพร้อมกันเลยดีกว่า

เริ่มต้นกันที่รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีพระราม 9 ตามทางออกหมายเลข 1 มาเลย เป็นทางออกที่ไปยังฟอร์จูนทาวน์ค่ะ แต่ถ้าใครอยากเเวะเซ็นทรัลพระราม 9 ดูหนังอะไรก็ใช้ทางออกหมายเลข 2 โลด

ยังไม่ทันออกจากตัวสถานีก็จะเจอกับ Metro Mall เป็นโซน Retail ให้เช่าพื้นที่ค้าขายของ MRT เอง บริเวณนี้ก็จะมีพวกร้านสะดวกซื้อ และสินค้าต่างๆมาตั้งขายลดราคากันตลอดเวลาเลยค่ะ

ออกมายังทางออกที่ 1 จะโผล่มายังหน้าห้างฟอร์จูนทาวน์พอดีค่ะ

สำหรับใครที่รีบกลับบ้านหรือขีเกียจเดินกลับคอนโด ข้างๆสถานีเลยก็จะมีพี่วินให้บริการอยู่ ราคาจากนี่ไปโครงการก็ประมาณ 15-20 บาทค่ะ

เราจะลองเดินเข้าห้างฟอร์จูนทาวน์ตากเเอร์กันดีกว่านะคะ จากสถานีเลี้ยวมาก็จะมีทางเดินพร้อมหลังคาปกคลุมให้ ไม่ต้องกลัวเเดดกลัวฝนค่ะ

เดินมาก็จะเจอทางเข้าห้างเลย เราเลี้ยวซ้ายเข้าไปได้เลยค่ะ ตัวอาคารฟอร์จูนทาวน์เป็นอาคารประเภท Mix used ดั้งเดิมของพื้นที่ย่านนี้เลย คือมีทั้งส่วนที่เป็นห้าง ร้านค้า ส่วนที่เป็นสำนักงาน และส่วนที่เป็นโรงเเรมอยู่ภายในอาคารเดียวกัน ชื่อเสียงของที่นี่นับว่าเป็นศูนย์รวมคอมพิวเตอร์ ใครจะมาซ่อมคอม ซื้อคอม หรือตามหาอะไรเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ก็มากันที่นี่ได้เลย

บริเวณหน้าห้างจะมีพื้นที่โล่งจัดกิจกรรมบ้างเป็นระยะ อย่างวันที่เราไปก็จะมีตลาดนัดเล็กๆอยู่ ขายของราคาน่าคบหาดีนะคะ

หรือถ้าเราเดินเข้าห้างมาก็จะเจอกับร้านกาแฟเอย ร้านอาหารเอย ตลอดทั้งสองข้างทางเดินเลย

มีทั้งร้านอาหารแบบ Sit-in หรือนั่งทานที่ร้าน เเละยังมีบางร้านที่เน้นขายอาหารเป็นข้าวกล่อง เหมาะกับคนรีบซื้อรีบเข้าออฟฟิศ

เราเดินตามทางมาเรื่อยๆก็จะเจอคนเยอะเลยนะคะ เป็นช่วงที่พนักงานออฟฟิศกินข้าวเสร็จเตรียมกลับไปทำงานต่อช่วงบ่ายพอดี

มีร้านขนมปังให้แวะซื้อแวะตุนเป็นของว่างตอนบ่าย หรือเอาไว้ทานตอนเย็นๆช่วงประชุมเลิกดึกก็ได้  ครัวซอง ช็อคโกแลตดูน่ากินมาก

ชั้นนี้ก็จะมีฟู้ดคอร์ทเปิดให้บริการด้วย สำหรับใครเลิกงานก่อนกลับบ้านก็มาเเวะกินได้ มีตัวเลือกหลากหลาย เเละไม่ร้อนเพราะมีแอร์อีกด้วยค่ะ

ตามทางมาเราจะเจอกับโลตัส ถือว่าเป็น Hypermarket ที่ใกล้กับโครงการเรามากที่สุดเลย ซื้อของใช้ของกินอาหารสดได้สะดวก ราคาถูกอีกต่างหาก

มีโซนอาหารของสดที่ปรับปรุงใหม่ หน้าตาการตกแต่งทำออกมาดูดีคล้ายๆซูเปอร์มาร์เก็ตห้างหรูอยู่

สุดทางโลตัสหันขวาก็จะเจอกับประตูทางออกไปนอกอาคารเเล้วค่ะ

ออกมาหันไปทางซ้ายจะเจอกับอาคารภคินท์ค่ะ มีทางเดินที่พนักงานใช้เดินในช่วงเวลากลางวันเลียบไปกับตึก มีตัวอาคารช่วยบังเเดดให้เดินเเล้วไม่ร้อน หรือเราจะเดินริมถนนก็ได้ค่ะ บริเวณหัวมุมตึกก็จะมีพี่วินมอเตอร์ไซค์ให้บริการอยู่อีกจุดหนึ่งนะคะ

ตัวอาคารนี้จะเป็นอาคารสำนักงาน จึงมีพนักงานเดินเข้า-ออกครึกครื้นเลยในช่วงเวลาพักแบบนี้ ถ้าเรามากลางวันจะเดินหลบร้อนข้างๆอาคารเลยก็ได้

ตรงมาเราจะเจอกับป้ายรถเมล์ค่ะ เราจะนั่งไปป้ายสองป้ายเพื่อไปยัง Esplanade หรือ The Street ก็ได้ ข้างๆกันก็มีสะพานลอยค่ะ เป็นป้ายรถเมล์และสะพานลอยที่ใกล้โครงการที่สุดค่ะ

เลยสะพานลอยมาก็จะเจอป้ายเเบบนี้ เตรียมเดินเลี้ยวซ้ายเข้าซอยรัชดาภิเษก 3 ได้เลย ซอยนี้จะเป็นทางลัดไปออกยังวิภาวดี-รังสิตหรือ ไปออกยังดินเเดงได้เช่นกันค่ะ

ปากซอยรัชดาภิเษก 3 มีป้ายบอกชัดเจน หัวมุมฝั่งตรงกันข้ามถนนจะเป็นสถานฑูตจีนค่ะ

ปากซอยก็จะมีพี่วินรอให้เรียกใช้บริการค่ะ

มีนายแบบจำเป็นโพสท่าทักทายเราด้วย จากตรงนี้เข้าไปโครงการเรา 10 บาทถ้วนค่ะ

ทางเดินก็จะเเอบลำบากหน่อยเพราะทางเท้าที่มีก็จะมีเป็นช่วงๆเเละจะมีมอเตอร์ไซค์จอดข้างทางเป็นระยะ

บริเวณซอยรัชดาภิเษก 3 แยก 1 จะมีร้านอาหารบ้านหัวมุมอยู่ เป็นร้านอาหารเปิดเย็นๆหน่อย เหมาะสำหรับช่วงหลังเลิกงาน นัดเพื่อนกินข้าวจิบเบียร์กัน

ซอยนี้จะเป็นซอยที่มีความอุดมสมบูรณ์หนาแน่นมาก มีร้านอาหารตลอด 2 ข้างทางเลย รวมไปถึงร้านสะดวกซื้อก็มีให้เห็นเป็นระยะ

ส่วนมากคนที่มาทานอาหารมักจะเดินเป็นหลัก หรือขับมอเตอร์ไซค์และจักรยานเป็นส่วนมาก เนื่องจากไม่มีที่จอดรถเท่าไหร่ค่ะ

ร้านเล็ก ร้านใหญ่ ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยวมีให้เลือกเยอะมาก

นอกจากอาคารพาณิชย์ก็จะพอเห็นโครงการคอนโดข้างเคียงอยู่บ้างนะคะ

และมีร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-eleven อยู่ทุก 50 เมตรเลยก็ว่าได้

เดินตรงมาจนถึงรัชดาภิเษก 3 แยก 11 ตรงนี้ ถ้าเราเลี้ยวขวาก็จะเป็นทางเข้าหลักของโครงการนะคะ โครงการเลือกที่จะเอาทางเข้าอยู่ภายในซอยอยู่เจริญ 7 เนื่องจากเป็นซอยที่มีขนาดใหญ่กว่าซอยรัชดาภิเษก 3 และก็มีความวุ่นวายน้อยกว่า จะได้ไม่เกิดปัญหากรณีที่รถกำลังเข้าออก คนสัญจรไปมาจะได้ไม่ติดขัดค่ะ ส่วนตำแหน่งของ Sale Gallery จะเข้าจากซอยรัชดาภิเษก 3 ได้ค่ะ

บรรยากาศภายในซอยอยู่เจริญ 7 ซึ่งเป็นถนนทางเข้าหลักของโครงการ

มาดูทางถนนรัชดาภิเษก 3 กันต่อ เดินมาอีกนิดก็ถึงโครงการเเล้วค่ะ ใครที่ขับรถกันมาบริเวณหน้า Sale Gallery ก็สามารถจอดรถได้บ้างนะคะ มีพนักงานรักษาความปลอดภัยคอยโบกรถให้เราด้วยค่ะ

สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

โดยทั่วไปสภาพเเวดล้อมภายในซอยรัชดาภิเษก 3 จะเป็นที่พักอาศัยเป็นส่วนใหญ่ จะมีทั้งอาคารประเภทบ้านพักอาศัย ไปจนถึงหอพักให้เช่า อพาร์ทเมนท์ให้เช่ากระจายอยู่ทั่วทั้งซอยหลักและซอยย่อย จึงไม่ต้องแปลกใจที่ร้านอาหารหรือความอุดมสมบูรณ์ทางด้านอาหารการกิน การเดินทางจะหนาแน่นตาม

ตัวโครงการจะอยู่ติดกับทั้งซอยรัชดาภิเษก 3 และซอยอยู่เจริญ 7 แต่ทางโครงการเลือกที่จะให้ทางเข้าหลักเข้าจากซอยอยู่เจริญ 7 แทน ที่มีความสงบมากขึ้นเเละมีถนนที่เรียบร้อยการสัญจรเข้า-ออกโครงการจะได้ง่ายเเละมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นด้วยค่ะ

  • ทิศเหนือ – ติดกับบ้านเดี่ยว 2 ชั้น และอาคารสูง 5 ชั้น
  • ทิศใต้ – ติดกับถนนรัชดาภิเษก 3 ตึกแถวสูง 2 ชั้น และตึกแถวสูง 4 ชั้น
  • ทิศตะวันออก – ติดกับซอยอยู่เจริญ 7 และบ้านพักอาศัยสูง 2-3 ชั้น
  • ทิศตะวันตก – ติดกับซอยรัชดาภิเษก 3 แยก 12 และอาคารพักอาศัยสูง 7 ชั้น

ทิศเหนือ ติดกับอาคารพักอาศัยสูง 5 ชั้น

ทิศเหนือ ติดกับบ้านเดี่ยว 2 ชั้น

ทิศใต้ ติดกับถนนรัชดาภิเษก 3 และตึกแถวสูง 2 ชั้น มีตู้ ATM ใกล้ๆโครงการเลย

ทิศใต้ ติดกับถนนรัชดาภิเษก 3 และตึกแถวสูง 2 ชั้น

ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ติดกับตึกแถวสูง 4 ชั้น

ทิศตะวันออก ติดกับบ้านพักอาศัยสูง 2-3 ชั้น

ทิศตะวันตก ติดกับซอยรัชดาภิเษก 3 แยก 12 ค่ะ เมื่อโครงการสร้างเสร็จบริเวณนี้จะล้อมรั้วปิดทึบเอาไว้ค่ะ

ทิศตะวันตก ติดกับอาคารพักอาศัยสูง 7 ชั้น

ทิศตะวันตก(หลังโครงการ) ติดกับซอยรัชดาภิเษก 3 แยก 12 ข้างในซอยเป็นบ้านพักอาศัยเป็นส่วนใหญ่

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • สถานทูตจีน ~ 550 m.
  • ตึก SET ~ 650 m.
  • Fortune Town ~ 650 m.
  • Tesco Lotus ~ 650 m.
  • ตึก AIA Tower ~ 700 m.
  • True Tower ~ 700 m.
  • MRT สถานีพระราม 9 ~ 950 m.
  • ตึก G-Tower ~ 1 km.
  • Central Plaza Grand Rama 9 ~ 1 km.
  • Esplanade ~ 1 km.
  • ตึก RS Tower ~ 1.1 km.
  • ตลาดนัดรถไฟรัชดา ~ 1.1 km.
  • Big C ~ 1.3 km.
  • The Street ~ 1.4 km.
  • ตึก Unilever ~ 1.4 km.
  • โรงพยาบาลพระราม 9 ~ 2.1 km.
  • สยามนิรมิตร ~ 2.4 km.
  • ตลาดห้วยขวาง ~ 3 km.
  • มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ~ 3.4 km.
  • ตลาดเมืองไทยภัทร ~ 3.8 km.
  • โรงพยาบาลกรุงเทพ ~ 4.8 km.
  • โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี ~ 7 km.

เจาะลึกตัวโครงการ

ภาพบรรยากาศจำลองของโครงการ Groove รัชดา-พระราม 9

โครงการ Groove รัชดา-พระราม 9 เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 154 ยูนิต ตั้งอยู่ในซอยรัชดาภิเษก 3 ทางเข้าหลักจะอยู่ที่ซอยอยู่เจริญ 7 โครงการนี้ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 353 ตร.วา และมีห้องแบบ 1 Bedroom และ 1 Bedroom Plusในโครงการ แต่ก็จะมีหลากหลายแบบให้เลือก โดยโครงการนี้จะขายเป็นแบบ Fully Furnished พร้อม Furniture ครบชิ้น เเละระบบ Home Automation ค่ะ

Concept ของโครงการนี้มีชื่อว่า “Move up together” ซึ่งเป็นเเนวคิดที่ต่อเนื่องมาจากโครงการเดิม Groove รัชดา-ลาดพร้าวของ Divine Development ซึ่งใช้ Concept ว่า “Move Up Your Life” โดยการ Move up ในที่นี้จะหมายถึงการที่เรามา Move ตัวเองให้อยู่ใกล้เมืองมากขึ้นกว่าเดิม มีความเป็น Urbanized หรือมีความเป็นคนเมืองมากขึ้น ซึ่งการออกแบบพื้นที่ใช้สอยต่างๆก็จะมี Facility ที่เหมาะกับชีวิตและ Lifestyle คน Gen ใหม่ที่อยู่ในเมืองอย่างเช่น พื้นที่ออกกำลังกาย พื้นที่ทำงานเป็นต้น

ภาพบรรยากาศจำลองของโครงการ Groove รัชดา-พระราม 9

ตัวอาคารของโครงการนี้จะเน้นการตกแต่งที่ดู Modern โดยหน้าอาคารจะมีการเลือกกระเบื้องลายหินอ่อนทำเป็น Facade ตกแต่งหน้าอาคาร บวกกับเส้นสายไฟตกแต่งที่ทำให้ดูมี Movement หรือการเคลื่อนไหวตาม Concept ของโครงการ

มาเริ่มดูตั้งแต่ชั้น 1 กันเลยค่ะ ผังอาคารของโครงการนี้จะออกเเบบเป็นตัว S ตามรูปร่างของที่ดิน โดยที่จอดรถของโครงการนี้จะมีทั้งการจอดแบบเข้าซองดั้งเดิม (Conventional Parking) จำนวน 29 คัน (จอดแบบซ้อนคัน) และมีที่จอดรถอัตโนมัติ จำนวน 43 คัน รวมทั้งหมด 72 คัน หรือประมาณ 47% ค่ะ เมื่อเข้ามาภายในอาคาร จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางก่อน ประกอบไปด้วย Living Area , Working Area , Groove Box และ Move Up Studio นอกจากนี้จะมีห้องพักอาศัยจำนวน 5 ยูนิตค่ะ ซึ่งห้องชั้นนี้ก็จะได้วิวสวน Set Back เลย โดยโครงการนี้จะมีลิฟต์ให้ทั้งหมด 2 ตัวเป็นลิฟต์ล็อคชั้น อัตราส่วนลิฟต์โดยสารต่อจำนวนห้องพักจะอยู่ที่ประมาณ 1:77 ถือว่าไม่หนาแน่นนะคะใช้งานได้สบายเลย

ภาพบรรยากาศจำลองของโครงการ Groove รัชดา-พระราม 9

มาดูบรรยากาศภายในโครงการกันบ้าง เมื่อเข้ามาจะเจอกับส่วน Living area อันดับเเรก ซึ่งจะเป็นมุมนั่งพักผ่อนของโครงการ จัดเป็นโซฟาหลายๆมุมค่ะ

ภาพบรรยากาศจำลองของโครงการ Groove รัชดา-พระราม 9

ถัดเข้ามาจะเป็นพื้นที่ Working area ที่ต่อเนื่องไปกับ Living area ซึ่งจะเป็นพื้นที่ที่โครงการจัดมาให้เหมาะกับคนรุ่นใหม่ ที่สามารถทำงานได้ทุกที่ เลยจะมีมุมที่เป็นโต๊ะยาวพร้อมอุปกรณ์ปลั๊กไฟต่างๆสามารถมานั่งทำงานได้ด้วย

ภาพบรรยากาศจำลองของโครงการ Groove รัชดา-พระราม 9

อีกมุมนึงที่ชั้นนี้จะมีชื่อว่า Relaxing Pit(มุมขวาล่างของภาพ) ซึ่งจะเป็นพื้นที่ที่ลดระดับลงมาเล็กน้อย เป็นพื้นที่นั่งเล่นนั่งพักผ่อนอีกมุมนึงค่ะ นอกจากนี้จะมี Groove Box Zone เป็นพื้นที่ที่มีบริการรับ-ส่งพัสดุ , บริการซักผ้าระบบอัตโนมัติ และตู้กดอาหารตลอด 24 ชม. เอาไว้สำหรับคนที่ทำงานต่อเนื่องหรืออยู่ดึกๆ แล้วต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกสุดๆ ไม่อยากเดินออกจากโครงการไปไหน ก็รับประกันได้ว่ามีอาหารเเละเครื่องดื่มไว้ให้รองท้องกันหิวกันแน่นอนตลอด 24 ชม.

ภาพบรรยากาศจำลองของโครงการ Groove รัชดา-พระราม 9

บรรยากาศพื้นที่บริเวณ Groove Box Zone อีกมุมนะคะ มีเคาน์เตอร์สำหรับนั่งรับประทานอาหารเผื่อไว้ให้ด้วย

ภาพบรรยากาศจำลองของโครงการ Groove รัชดา-พระราม 9

และที่น่าสนใจคือโครงการนี้จะมี Move up studio ที่แยกออกมาจาก Fitness อีกที เป็นห้องที่สามารถทำกิจกรรมแบบ Dance Studio , Ballet Room  และ Yoga Room ได้ โดยจะมีกระจกที่ผนังฝั่งหนึ่ง มีแมทโยคะ และ Hook ยางที่ผนังเอาไว้ออกกำลังกายให้มาในห้องด้วย

ขึ้นมาที่ชั้น 2-7 จะเป็นชั้นหลักที่เป็นห้องพักอาศัย จากลิฟต์มาจะเป็นทางเดินรอบโถงลิฟต์และที่จอดรถแบบ Automatic Parking ซึ่งอยู่ตรงกลาง โดยห้องที่ล้อมรอบพื้นที่ตรงนี้จะเป็นห้องที่ได้ทางเดินแบบ Single Corridor นะคะ มีความเป็นส่วนตัวดี ส่วนแนวอาคารอีกปีกหนึ่งที่ติดกับซอยอยู่เจริญ 7 ก็จะเป็นห้องที่มีทางเดินเเบบ Double Corridor ซึ่งยังโชคดีที่ตำแหน่งประตูห้องต่างๆอยู่เยื้องๆกัน ยังช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัวได้ค่ะสำหรับโซนนี้ และเนื่องจากการวางทางเดินจะอยู่ตรงกลางภายในอาคาร เราอาจจะต้องรอดูเรื่องการออกแบบไฟทางเดินและการระบายอากาศเล็กน้อยนะคะ ว่าโครงการจะออกแบบตรงนี้ออกมาเป็นอย่างไร และผนังตรงส่วนที่เป็น Automatic Parking จะเก็บเสียงรถขึ้นลงได้มากขนาดไหนค่ะ ในส่วนการวางห้องพักจะหันออกนอกโครงการหมดเลย และมีห้องหลากหลายเเบบให้เลือก แม้กระทั่งห้องที่มีชื่อเดียวกันอย่าง Xtend ก็ยังมีหลาย Layout ให้เลือกอีกเหมือนกัน โดยหลักๆชื่อห้องที่เหมือนกันจะมีคอนเซปต์ห้องเหมือนกันค่ะ เดี๋ยวเราจะไปอธิบายตรง Product อีกทีนะคะ

เมื่อขึ้นมาที่ชั้น 8 จะเป็นชั้นห้องพักอาศัยชั้นสุดท้าย และมีพื้นที่ส่วนกลางอยู่ที่ชั้นนี้ด้วยค่ะ โดยพื้นที่ส่วนกลางที่ว่าจะประกอบไปด้วย Co-working , Co-kitchen , Fitness , Sunken Seat และ Sky pool โดยชั้นนี้จำนวนยูนิตน้อยลงมาหน่อยเพราะอยู่รวมกับพื้นที่ส่วนกลาง

ภาพบรรยากาศจำลองของโครงการ Groove รัชดา-พระราม 9

ภาพบรรยากาศจำลองภายใน Fitness ก็มีพวกเครื่องเล่นให้ใช้งานเยอะเหมือนกันนะคะ ประมาณ 6 ชิ้น

ภาพบรรยากาศจำลองของโครงการ Groove รัชดา-พระราม 9

พื้นที่ส่วน Co-Kitchen และ Private Meeting Room ตรงนี้สามารถเปิดประตูบานเลื่อนเชื่อมต่อกัน และสามารถเชื่อมไปยังส่วน Sunken Seat ได้อีกด้วย เราสามารถมาจัด Party และทำอาหารตรงนี้ได้เลยค่ะ

ภาพบรรยากาศจำลองของโครงการ Groove รัชดา-พระราม 9

อีกมุมนึงของพื้นที่ Co-Kitchen ค่ะ ตรงนี้โครงการจะมีอุปกรณ์ครัวมาให้ด้วย เราสามารถมาปรุงอาหารทานตรงนี้ก็ได้

ภาพบรรยากาศจำลองของโครงการ Groove รัชดา-พระราม 9

Private Meeting Room จะเป็นพื้นที่ทำงานที่กั้นเป็นสัดส่วนอีกห้องนึง สำหรับคนที่ต้องการพื้นที่ประชุมงานหรือคุยงานเป็นกลุ่ม ก็สามารถขึ้นมาใช้งานห้องนี้ก็ได้ มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นอีก

ภาพบรรยากาศจำลองของโครงการ Groove รัชดา-พระราม 9

จากพื้นที่ Co-Kitchen ที่เราสามารถเป็นประตูบานเลื่อนไปยังส่วน Sunken Seat ที่เป็นพื้นที่ Semi-outdoor ได้ โดยหลัง Sunken Seat จะเป็นสระว่ายน้ำ ที่เราจะไม่เห็นจากในนี้นะคะ พื้นที่ส่วนต่างๆจึงได้ความเป็นส่วนตัวขณะใช้งานอยู่ค่ะ

ขึ้นมายังชั้นดาดฟ้ากันบ้าง ชั้นนี้หลักๆจะเป็นพื้นที่สวน และมีการออกแบบมุมต่างๆเพิ่มเติมให้น่าสนใจเช่น Hanging Couch ที่จะเป็นที่นั่งเหมือนชิงช้า นั่งพักผ่อนท่ามกลางสวนได้ หรือจะมี Theater Space เป็น Projector ฉายหนัง นอนดูตอนกลางคืนได้บรรยากาศชิวๆไปอีกแบบ นอกจากนี้ยังมี Boosting Track เป็นพื้นที่วิ่งออกกำลังกายรอบๆ โดยวิ่ง 1 รอบระยะทางจะประมาณ 50 เมตรค่ะ

ภาพบรรยากาศจำลองของโครงการ Groove รัชดา-พระราม 9

บรรยากาศจำลองบนชั้นดาดฟ้านะคะ

ภาพบรรยากาศจำลองของโครงการ Groove รัชดา-พระราม 9

บรรยากาศจำลองบนชั้นดาดฟ้าค่ะ สระว่ายน้ำของโครงการจะเป็นระบบน้ำแร่ ซึ่งทางโครงการแจ้งว่าน้ำในสระจะมีคุณภาพที่ดื่มได้เลย อันนี้ต้องรอดูของจริงเนอะ^^ ขนาดยาว 21 เมตร กว้างสุด 5.6 เมตรส่วนที่แคบสุด 3.6 เมตร ลึก 1.2 เมตร พวกเส้นสายภายในสระ ตรงนี้จะเป็นลายบนพื้นนะคะ ไม่ใช่การลดระดับภายในสระค่ะ

ภาพบรรยากาศจำลองของโครงการ Groove รัชดา-พระราม 9

บรรยากาศจำลอง Amphi-Theater Space พื้นที่ฉายหนังผ่าน Projector ที่ชั้นดาดฟ้าค่ะ รอบๆจะเป็นสวน

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

Ground Floor

  • Work Capsules
  • Indoor-Outdoor Lobby Area
  • Co-working Space
  • Groove Box Vending Machine Zone
    • Instant Food
    • Laundry
    • Postman Box
  • Move Up Studio
    • Dance Studio
    • Ballet room
    • Yoga Room

8th-Roof Top

  • Sunbed Seating
  • Boosting Track
  • Sky Hanging Couch
  • Private Meeting Room
  • Co-kitchen
  • Escalated Sky Pool
    • สระว่ายน้ำระบบน้ำแร่ ขนาดยาว 21 เมตร กว้างสุด 5.6 เมตร แคบสุด 3.6 เมตร ลึก 1.2 เมตร
    • Jacuzzi
  • Upbeat Fitness
  • Amphi-Theater Space
  • Sunken Seat

Other Facilities

  • Digital Door Lock
  • ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ อุปกรณ์ตรวจจับควัน
  • Intelligence home automation
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 77 : 1
  • ที่จอดรถ 29 คัน และที่จอดรถอัตโนมัติ 43 คัน รวมทั้งหมด 72 คัน รวมจอดซ้อนคัน หรือประมาณ 47%
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

โครงการ Groove รัชดา-พระราม 9 จะมีห้องพักให้เลือกแบบ 1 Bedroom เท่านั้นนะคะ ขายพร้อม Furniture เลย เป็นแบบ Fully Furnished โดยจะมีห้องพักให้เลือกทั้งหมด 4 แบบดังนี้

  • GROOVE Cooper : One Bedroom 22-26 ตร.ม. จำนวน 62 ยูนิต เป็นห้องขนาดเริ่มต้นของโครงการและมีจำนวนเยอะที่สุดในโครงการ ได้ครัวเปิด มีจุดเด่นตรงห้องนั่งเล่นกว้าง มี Walk-in Closet ค่ะ
  • GROOVE XCoolsive : One Bedroom 31-36 ตร.ม. จำนวน 12 ยูนิต เป็นห้องครัวเปิดที่จะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นจากแบบ Cooper ค่ะ เเละจะมี Layout ของห้องที่ไม่เหมือนใคร
  • GROOVE Xtend : One Bedroom 28-36 ตร.ม. จำนวน 44 ยูนิต เป็นห้องที่เป็นสัดส่วนมากขึ้นเเละได้ครัวปิดค่ะ
  • GROOVE Xtend Plus : One Bedroom 32-44 ตร.ม. จำนวน 36 ยูนิต เป็นยูนิตที่จะมีห้องอเนกประสงค์เพิ่มขึ้นมาอีกห้องหนึ่งเเละได้ครัวปิดค่ะ

ในรีวิวนี้เราจะมีห้องตัวอย่างมาให้ชมกัน 2 ห้องเป็นห้องแบบ Groove Xtend และ Groove Xtend Plus เราไปดูกันดีกว่าค่ะ ว่าห้องออกมาจะเป็นอย่างไรบ้าง มีไอเดียในการตกแต่งอย่างไร และจะได้เฟอร์นิเจอร์อะไร รูปแบบไหนกันค่ะ

ห้องตัวอย่างห้องแรกจะเป็นห้องที่มีชื่อว่า Groove Xtend เป็นห้องแบบ 1 Bedroom ที่มีขนาด 28.97 ตร.ม. การวางผังห้องจะเป็นห้องเเนวลึกนะคะ เมื่อเราเข้ามาในห้องทางขวามือจะเป็นครัวปิด ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นตู้เย็นและสามารถวางเป็นชั้นวางรองเท้า การจัดผังให้ตู้เย็นอยู่ข้างนอกครัวเวลาเราจะมาหาน้ำเย็นๆกินก็สามารถทำได้ง่าย แต่เวลาทำครัวอาจจะต้องวิ่งไปวิ่งมา หรือไม่ก็แก้ปัญหาโดยการหยิบของจากในตู้เย็นให้เสร็จทีเดียวเลย ห้องนี้ไม่เน้นพื้นที่ครัวเท่าไหร่เหมาะกับการซื้ออาหารมาทานมากกว่าค่ะ ถัดมาจะเป็นโซฟานั่งพักผ่อน เเละมีมุมเขียนหนังสือหรือจะจัดเป็นโต๊ะกินข้าวก็ได้อยู่ ตำแหน่งจะอยู่ด้านในติดกับระเบียง ส่วนฝั่งตรงกันข้ามกับโต๊ะจะเป็นประตูบานเปิดสวิงเปิดเข้าห้องนอนและมีห้องน้ำอยู่ด้านใน สะดวกต่อการใช้งานของเจ้าของห้อง ถ้ามีเพื่อนๆมาหาแล้วอยากเข้าห้องน้ำต้องเดินผ่านห้องนอนเรา อาจจะเสียความเป็นสว่นตัวเล็กน้อย โดยรวมถือว่าจัดผังออกมาได้ครบนะคะ และด้วยการออกแบบห้องที่มีผนังกระจกเยอะเลย(เดี๋ยวจะพาไปดูห้องตัวอย่าง) ทำให้ในห้องดูโปร่ง โล่งไม่มืดเลยค่ะ เเละห้องนอนจะได้มุมกระจกเป็น Bay Window เล็กๆ ดูไม่อึดอัดดีค่ะ

มาดู Furniture Package ที่มีให้ในห้องนี้กันนะคะ ถือว่าให้มาครบเลยค่ะ มีทั้งโต๊ะ เก้าอี้ ตู้ เตียง พร้อมอยู่เลย ส่วนดีไซน์เเละสีสัน จะเน้นโทนสีเทาเป็นสีกลางๆ ซึ่งสามารถ Match กับเครื่องใช้ไม้สอยสีสันอื่นๆได้ง่ายค่ะ

โครงการนี้จะให้ Digital Door Lock มานะคะ สามารถใช้งานเข้า-ออกได้ โดยKey Card,กุญเเจและ Password ค่ะ

เข้ามาในห้องจะเจอกับทางเดินโล่งกว้างประมาณ 1.8 เมตรเลยค่ะ พื้นที่ข้างหน้าจะเป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อน ส่วนทางขวามือจะเป็นครัวปิดค่ะ ทางซ้ายมือจะสามารถทำเป็นชั้นวางรองเท้าเเละตำแหน่งวางตู้เย็น วัสดุมาตรฐานของห้องจะได้พื้นเป็นพื้นยางสมาร์ทไวนิล ผนังเเละฝ้าเพดานเป็นฉาบเรียบทาสีขาว ส่วนไฟเป็นดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้าเพดานค่ะ ความสูงของฝ้าเพดานจะอยู่ที่ 2.55 เมตร

ห้องพักของโครงการจะได้ พื้นห้องเป็นพื้น Smart Vinyl ซึ่งจะมีคุณสมบัติทนรอยขีดข่วนต่างๆ ได้ดีพอสมควร รวมไปถึงสามารถทนน้ำ ความชื้นได้มากกว่าพื้นลามิเนตมาตรฐานทั่วไป และตัวพื้นเองมีความนุ่มเล็กน้อยเวลาเดินแล้วสบายเท้าค่ะ

หันมาฝั่งที่เป็นชั้นวางรองเท้าเเละวางตู้เย็นนะคะ ทั้งสองชิ้นนี้ไม่ได้ให้มา แต่ดูจากขนาดพื้นที่สำหรับวางเเล้วถือว่าวางตู้เย็นขนาดใหญ่เลยก็ได้ ส่วนเรื่องตำแหน่งก็จะสะดวกสำหรับการใช้งานในกรณีที่หยิบน้ำดื่ม ของกินมากินเล่นจากตู้เย็น มานั่งกินไปดูทีวีไป แต่สำหรับคนที่ใช้ครัวบ่อยๆ ก็อาจจะต้องระวังขณะเดินหยิบของสดเดินเข้าครัว  น้ำคาวปลาต่างๆจะหยดลงพื้นระหว่างเดินไปห้องครัวได้นะคะ

เราจะเห็นสวิตช์ ไฟของห้องอยู่ข้างประตูเลย โครงการใช้ของ Panasonic ส่วนตัวปลั๊กก็จะมีช่องชาร์ท USB เอาใจคนสมัยนี้มากขึ้นค่ะ

ชั้นวางรองเท้าตรงนี้ห้องตัวอย่างจะทำเป็น idea Built-in มาให้ ซึ่งจะเป็นตำแหน่งที่ตรงกับเสาพอดีค่ะ ส่วนภายในช่องก็จะสามารถเก็บรองเท้าได้หลายคู่เลย ความสูงแต่ละช่องก็เหมาะกับคุณผู้หญิงได้ วางรองเท้าส้นสูงได้สบาย เดินเข้าห้องมาก็เจอกับที่วางรองเท้าเป็นสัดส่วนค่ะ

เราหันกลับมาดูครัวกันบ้างค่ะ พื้นที่ครัวจะมีขนาดกะทัดรัดหน่อย ประมาณ 1.2 x 1.45 เมตร แต่ก็จะมีฟังก์ชันครัวให้มาครบนะคะ

ความสูงของภายในครัวจะถูก Drop ลงมาเล็กน้อย อยู่ที่ประมาณ 2.4 เมตร แต่ก็ยังเป็นระยะที่ใช้งานได้สะดวกค่ะ โดยบานประตูจะเป็นประตูบานเลื่อน 3 ตอน บานกระจก กรอบอลูมิเนียม หนา 8 มม.

ส่วนบริเวณพื้นจะเปลี่ยนวัสดุจากกระเบื้องยางไวนิล เป็นพื้นกระเบื้องเซรามิคขนาด 60 x 60 ซม.แทน ทำให้ง่ายต่อการทำความสะอาดค่ะ ตัวบานประตูจะมีทั่งรางบนและรางล่าง สูงจากระดับพื้นขึ้นมาเล็กน้อย

ชุด Built-in ด้านบนจะเป็นชั้นสำหรับวางไมโครเวฟ และมีชั้นวางหม้อ จาน ชาม อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวเเบบนี้ค่ะ

ส่วนด้านล่างจะเป็นลิ้นชักเก็บพวกช้อนส้อมอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆได้ และบริเวณใต้อ่างล้างจานก็สามารถวางถังขยะได้ค่ะ

Top เคาน์เตอร์จะให้มาเป็นหินเทียมนะคะ มีเตาไฟฟ้ามาให้ 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควันเเบบหมุนเวียน และมีอ่างล้างจานให้มาแบบ 1 หลุมค่ะ ทั้งหมดจะเป็นของ Hafele เคาน์เตอร์จะมีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 1.2 เมตร และมีความลึกอยู่ที่ประมาณ 60 ซม.ค่ะ มีพื้นที่สำหรับเตรียมอาหารน้อยไปนิดนึง อาจจะต้องเตรียมอาหารให้เสร็จเรียบร้อยก่อนเเล้วจึงค่อยปรุงอาหารทีหลังนะคะ

หน้าตาอ่างล้างจานแบบ 1 หลุมที่ได้ของ Hafele

เตาไฟฟ้า 2 หัวของ Hafele เช่นกันค่ะ มีปลั๊กติดตั้งไว้ด้านหลังสำหรับใช้งานอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัวต่างๆ เช่นเครื่องปั่น เครื่องทำน้ำร้อนต่างๆค่ะ

เครื่องดูดควันเเบบหมุนเวียนของ Hafele

ถัดเข้ามายังพื้นที่ส่วนนั่งเล่นกันบ้าง ตรงนี้จะมีความกว้างของห้องอยู่ที่ประมาณ 2.4 เมตร เมื่อจัดวางเฟอร์นิเจอร์ตามห้องตัวอย่างแล้วจะเหลือทางเดินประมาณ 1 เมตรพอดีค่ะ แต่ถ้าใครจะมีโต๊ะกลางมาให้อาจจะเดินลำบากเล็กน้อยค่ะ ระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 2 เมตร เลือกทีวีขนาดประมาณ 50 นิ้วก็พอได้อยู่

ชุดโซฟาที่ให้มาจะมีพนักแขนกว้างประมาณ​ 1.8 เมตร คล้ายห้อง 1 Bedroom Plus

ส่วนชุดวางทีวีจะให้มาหน้าตาแบบนี้นะคะ ยาว 2.2 เมตร ในห้องมาตรฐานจริงผนังส่วนนี้จะเรียบต่อเนื่องกันไปค่ะ ตรงนี้ที่เราเห็นจะเป็นเสาโครงสร้างของ Sale Gallery นะคะ ไม่เกี่ยวกัน

ช่องเก็บของก็จะมีทั้งที่เป็นช่องโล่งเเละลิ้นชัก เราจะซื้อกล่องมาเพื่อจัดเเยกการเก็บของให้เป็นระเบียบมากขึ้นก็ได้นะคะ

ส่วนอีกฝั่งจะเป็นประตูบานเปิดสวิง ฝั่งนี้จะเก็บของที่มีน้ำหนักมากขึ้นก็ได้ค่ะ เช่นพวกหนังสือเป็นต้น

ถัดเข้ามาจะเป็นมุมโต๊ะทำงานค่ะ พื้นที่ตรงนี้จะมีขนาดประมาณ 1.3 x 1.8 เมตร กำลังพอดีสำหรับการใช้งานเป็นโต๊ะทำงานหรือเราจะนำอาหารมานั่งทานตรงนี้ก็ได้เหมือนกันนะคะ โต๊ะที่ให้มาจะมีลิ้นชักวางของมาให้ด้วย เก็บพวกเครื่องเขียนได้เลย

ตรงนี้จะให้เฟอร์นิเจอร์มาทั้งโต๊ะเเละเก้าอี้แบบลอยตัวหน้าตาเเบบนี้ เก็บเก้าอี้เข้าที่ก็สามารถเดินเข้า-ออก ระเบียงได้สบายค่ะ

ออกไปสู่ระเบียงจะเป็นประตูบานเลื่อนค่ะ

ด้านนอกระเบียงจะใช้เป็นที่วาง Condensing unit ของแอร์และวางเครื่องซักผ้าได้ มีราวกันตกเหล็กสูง 1 เมตร ทำลวดลายล้อไปกับดีไซน์ภายนอกของอาคาร

ระเบียงจะมีพื้นที่ขนาดประมาณ 0.70 x 1.30 เมตร ในกรณีที่วางเครื่องซักผ้าลงไปแล้วก็จะเหลือทางเดินอยู่ประมาณ 65 ซม.ยังสามารถหมุนตัวใช้งานได้สะดวกอยู่

หันมาฝั่งตรงกันข้ามกับโต๊ะทำงานจะเป็นห้องนอนกันค่ะ โดยปกติการวางผังห้องแนวลึกมักจะเอาห้องนอนไว้ใกล้ระเบียงหรือหน้าต่างมากที่สุด แล้วส่วนอื่นถัดเข้ามาในอาคารใช่ไหมค่ะ แต่ส่วนตัวห้องนี้น่าสนใจตรงที่จะมีพื้นที่ทั้งห้องนอนและส่วนที่รับเเขกได้ชิดติดผนังภายนอกทั้งคู่ แต่ก็ยังมีการเชื่อมต่อของพื้นที่เข้าหากันด้วยผนังกระจก ทำให้ยังมีความเป็นส่วนตัวของทั้งสองพื้นที่การใช้งานได้ เช่นถ้าห้องนอนเรารก เราก็จะหาม่านหรือมู่ลี่มาปิดไว้ได้ ขณะที่เเขกหรือเพื่อนที่อยู่ห้องนั่งเล่น ก็ยังได้เเสงสว่างธรรมชาติจากผนังภายนอกอาคารเช่นกัน

ตัวผนังกระจกที่ว่าจะเป็น Low Wall คือมีผนังทึบส่วนที่อยู่ใกล้พื้น ทำให้เรายังสามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆได้อยู่ค่ะ ส่วนบานประตูที่เข้าห้องนอนจะเป็นประตูบานเปิดสวิง บานกระจกเฟรมอลูมิเนียมเช่นกันค่ะ ตัวพื้นก็จะเป็นสมาร์ทไวนิล ต่อเนื่องจากข้างนอกเข้าไปยังภายในห้องนอนเลย

เข้ามาในห้องนอนเราจะเจอกับโต๊ะเครื่องเเป้งก่อนเลย ทางขวามือจะเป็นทางเดินไปห้องน้ำ ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นเตียงนอนค่ะ

ส่วนเตียงนอนก็จะเป็นเฟอร์นิเจอร์อีกชิ้นที่โครงการให้มาเช่นกันเป็นเตียง King Size ค่ะ แต่ไม่มีหมอนผ้าห่มให้นะคะต้องไปเลือกซื้อกันเอง

ตัวเตียงที่ให้มาก็จะมีดีไซน์ลิ้นชักเก็บของเพิ่มขึ้นให้มาใต้เตียง

ส่วนทางเดินตรงนี้ก็จะกว้างประมาณ 1 เมตรเลย เดินใช้งานสบายมาก มีระยะส่องกระจกเช็คการเเต่งตัวก่อนออกจากบ้านเรียบร้อย

พื้นที่ปลายเตียงจะมีระยะทางเดินเหลือประมาณ 50 ซม. ยังพอเดินได้อยู่ค่ะ แต่ไม่แนะนำให้วางเฟอร์นิเจอร์อะไรเพิ่มเติมบริเวณนี้เเล้วนะคะ

เตียงที่จัดวางมาให้จะชิดกับผนังภายนอกเลย เหลือช่องไว้ประมาณ 25 ซม. เอาไว้เป็นรางผ้าม่านค่ะ

สำหรับใครที่อยากติดตั้งทีวีในห้องนอนก็ให้วางทีวีเเบบเเขวนผนังเเทนนะคะ มีเดินงานระบบต่างๆไว้ให้เเล้วค่ะ สำหรับเเอร์โครงการนี้จะให้แอร์มา 1 ตัว ขนาด 12,000 BTU ค่ะ

ส่วนหน้าต่างของห้องตัวอย่างจะต่างจากห้องมาตรฐานที่ได้จริงอยู่นิดหน่อยตรงที่ในห้องตัวอย่างจะทำเป็นหน้าต่างบานปิดตายไว้ แต่ห้องมาตรฐานจริงจะมีส่วนหนึ่งเป็นหน้าต่างบานกระทุ้งอยู่ขวามือ (สังเกตได้ในแปลนนะคะ)

ข้างๆกับผนังที่ติดตั้งแอร์และ TV ก็จะมีมุมที่เป็น Bay Window เล็กๆอยู่ น่าสนใจดีค่ะ

หันมายังประตูทางเข้าห้องอีกครั้ง ตรงนี้ก็จะมีผนังภายในที่เป็น Bay Window เช่นกัน ทำให้ห้องนอนดูกว้างมากขึ้น และเชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนรับเเขกได้มากขึ้นค่ะ

เดี๋ยวเราจะเดินไปดูที่ห้องน้ำกันนะคะ แต่ก่อนจะถึงห้องน้ำเราจะเจอกับโต๊ะเครื่องเเป้งเเละตู้เสื้อผ้ากันก่อน ทั้ง 2 ชิ้นนี้เป็นเฟอร์นิเจอร์ทื่ให้มาพร้อมกับห้องเลยค่ะ

ตัวโต๊ะเครื่องเเป้งจะมีกระจกเงาทรงสูงให้มาเเบบนี้ ส่องได้เกือบเต็มตัวเลย

ตัวโต๊ะจะมีลิ้นชักให้มาด้วย ขนาดของโต๊ะเครื่องเเป้งจะอยู่ที่ประมาณ 55 x 70 ซม. พอวางข้าวของครีมบำรุงได้เยอะอยู่ค่ะ

ส่วนตู้เสื้อผ้าจะอยู่ข้างๆกันมีขนาดความกว้างตู้อยู่ที่ 1 เมตรโดยประมาณ ตัวบานเปิดจะเป็นกระจกชาสีดำ

เป็นบานเปิดคู่ค่ะ พื้นที่ด้านในก็จะมีทั้งลิ้นชักเก็บเสื้อผ้า ราวเเขวนด้านบนและล่าง และมีชั้นวางของด้านบนสามารถวางพวกกระเป๋าเดินทางอะไรเเบบนี้ได้ด้วย

มือจับจะดีไซน์เป็นร่องเต็มเเนวความสูง จับได้สะดวกอยู่นะคะ ดีไซน์แบบมินิมอล

ทางเดินตรงนี้จะอยู่ที่ประมาณ 80 ซม. เรียกได้ว่าเปิดใช้งานตู้ได้สะดวก แต่ถ้าเปิดตู้อยู่ก็จะเดินเข้าออกห้องน้ำไม่ได้นะคะ

มาถึงห้องน้ำกันบ้าง ห้องน้ำนี้จะมีขนาดรวมอยู่ที่ประมาณ 1.4 x 2.1 เมตร แยกส่วนเปียกกับส่วนแห้งออกจากกันชัดเจน พื้นและผนังจะใช้เป็นกระเบื้องเซรามิค แต่สำหรับผนังจะเลือกเป็นลายหินอ่อนที่จะล้อไปกับภายนอกอาคารพอดีค่ะ

จากภายนอกเข้าห้องน้ำจะมีการลดระดับลงเล็กน้อยค่ะ สามารถทำความสะอาดได้สบายอยู่

พื้นที่ทางเดินส่วนเเห้ง บริเวณที่แคบที่สุดจะอยู่ที่ประมาณ 70 ซม. ถือว่ายังเป็นระยะที่เดินใช้งานได้สะดวกอยู่นะคะ

มาดูที่ชุดอ่างล้างมือกันบ้าง จะมีกระจกเงาตัวบานหน้าตาแบบนี้ให้มานะคะ มีปลั๊กไฟติดตั้งไว้ข้างๆกรณีที่จะใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเช่นไดร์เป่าผมก็สะดวกอยู่ค่ะ ตัวอ่างล้างหน้าจะเป็นของ Hafele เช่นเดียวกันกับครัวเลย มีเคาน์เตอร์สำหรับวางของใต้อ่างด้วย ตัวอ่างจะเป็นอ่างอะครีลิกนะคะ

ส่วนโถสุขภัณฑ์ที่ให้มาก็จะเป็นของ Hafele เช่นกัน พร้อมกับสายฉีดชำระและที่ใส่กระดาษทิชชู่ค่ะ

พื้นที่อาบน้ำ ให้ฉากกั้นกระจกมาด้วยค่ะ เป็นประตูบานเลื่อน 3 ตอน ตัวบานเป็นกระจก Tempered กรอบอลูมิเนียมค่ะ

พื้นที่ใช้งานภายในอยู่ที่ 0.80 x 1.00 เมตร ถือว่าใช้งานหมุนตัวสะดวกนะคะ มีธรณีประตูขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อแยกพื้นที่ส่วนแห้งเเละเปียกออกจากกันค่ะ

ข้างในมีฝักบัวพลาสติก ABS สีดำด้านให้มา ดูแปลกตาดีนะคะ และมีช่องใส่อุปกรณ์อาบน้ำอยู่ด้วย

ตัวช่องใส่อุปกรณ์อาบน้ำจะมีความกว้างอยู่ที่ 20 ซม. ลึก 15 ซม. วางสบู่ แชมพูได้

ตัวฝักบัวเป็นสายอ่อนจับถนัดมือค่ะ

ห้องตัวอย่างต่อมาเป็นห้องที่มีชื่อว่า Groove Xtend Plus หรือห้อง 1 Bedroom Plus นั่นเองค่ะ โดยห้องนี้จะมีขนาดอยู่ที่ 32.44 ตร.ม. เป็นห้องครัวปิด เมื่อเข้าห้องมาจะเจอกับพื้นที่นั่งเล่น รับแขก และพื้นที่รับประทานอาหารก่อนเลย ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นห้องครัว ซึ่งห้องนี้เราจะวางเครื่องซักผ้าเเละตู้เย็นรวมไว้ในห้องครัวได้เลย ถัดจากห้องครัวมาจะเป็นห้องน้ำ ซึ่งเป็นห้องที่มีทางเข้า 2 ทาง คือเข้าได้จากห้องนอนหลักเเละ Common area ของห้องค่ะ โดยห้องนี้จะมีความพิเศษตรงที่มีห้องอเนกประสงค์เพิ่มเข้ามาให้ 1 ห้อง เป็นห้องที่สามารถจัดเป็นพื้นที่ทำงานห้องวางเตียงเพิ่มจัดเป็นห้องนอนก็ได้ค่ะ โดยที่ห้องนี้จะเป็นห้องที่อยู่ชิดติดระเบียง

มาดูเฟอร์นิเจอร์ที่ให้มาของห้องนี้กันบ้าง รวมๆก็จะคล้ายกันกับห้องที่เเล้วเลยค่ะ แต่จะมีหน้าตาของโซฟาและโต๊ะทานอาหารที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย

มาดูภายในห้องกันบ้าง เมื่อเข้าห้องมาเราจะเจอกับพื้นที่ Common Area กันก่อนเลย ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นห้องครัวค่ะ วัสดุต่างๆภายในห้องจะเหมือนเดิมนะคะ พื้นเป็นกระเบื้องยางสมาร์ทไวนิล ผนังเเละฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีขาว ไฟเป็นดาวน์ไลท์ LED แบบฝังฝ้า ประตูทึบจะใช้เป็นบานไม้ MDF สำเร็จรูป ส่วนประตูบานเลื่อนกระจกจะเป็นกรอบบานอลูมิเนียม กระจกหนา 8 มม. ฝ้าเพดานในห้องสูง 2.55 เมตร ส่วนห้องครัวและห้องน้ำที่ฝ้าเพดานลดระดับละมาจะมีความสูงของพื้นที่นั้นอยู่ที่ 2.4 เมตรค่ะ

หันมาทางซ้ายมือเราจะเห็นผนังวางทีวีที่ด้านบนจะเป็นตำแหน่งสำหรับติดตั้งแอร์พอดีด้วยโดยห้องนี้จะให้แอร์มาขนาด 12,000 BTU นะคะ เดี๋ยวเราเข้าไปเริ่มที่ครัวกันต่อ

ทางเข้าครัวจะอยู่ใกล้กับประตูทางเข้าห้องเลย เป็นบานเลื่อน 3 ตอน ค่ะ พื้นที่ในครัวจะมีขนาดประมาณ 1.4 x 2.0 เมตร

เปิดสุดจะมีพื้นที่ทางเดินใช้งานระยะประมาณ 70 ซม. ใช้งาน 1 คนถือว่ากำลังดี ถ้าสองคนก็จะเริ่มลำบากเล็กน้อย เดินสวนกันยากหน่อย ส่วนตัววัสดุจะเปลี่ยนจากกระเบื้องยางสมาร์ทไวนิลเป็นกระเบื้องเซรามิค ขนาด 60 x 60 ซม.เเทน

หันมาทางซ้ายจะเป็นตำแหน่งวางตู้เย็นเเละเครื่องซักผ้าค่ะ ในห้องมาตรฐานจะไม่มีอะไรมาให้นะคะ รวมไปถึงชั้นวางของด้านบนด้วย ส่วนทางขวามือจะเป็นเคาน์เตอร์ครัวค่ะ

ครัวจะมีความกว้างอยู่ที่ 1.4 เมตร ใกล้เคียงกับห้องที่เเล้วนะคะ ดีไซน์ชั้นวางของ และช่องเก็บของต่างๆก็เหมือนกันค่ะ

ชุดอุปกรณ์ต่างๆในครัวก็จะให้มาเป็นของ Hafele เช่นเดิม

ออกจากครัวมาจะเจอกับพื้นที่นั่งเล่น พักผ่อน และพื้นที่ส่วนทานอาหาร แยกกันเป็นสัดส่วน มุมใครมุมมันเลย

พื้นที่ทานอาหารที่ให้มาจะเป็นชุดทานอาหารสำหรับ 2 ที่นั่ง ซึ่งเราจะจัดให้เก้าอี้หันหน้าตรงกันข้ามกันก็ได้นะคะ หรือเราจะเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ชุดนี้ใหม่ จัดเป็นโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 4 ที่นั่งก็ได้อยู่เหมือนกันค่ะ พื้นที่บริเวณนี้มีขนาดประมาณ 1.85 x 1.50 เมตร

ข้างๆกันจะเป็นพื้นที่สำหรับจัดชุดโซฟานั่งเล่นพักผ่อน

ความกว้างของห้องบริเวณนี้มีขนาดประมาณ 3.2 เมตรเลย ทำให้ระยะดูทีวีอยู่ที่ 2.8 เมตรเลยค่ะ เลือกทีวีขนาด 60 นิ้วได้สบาย เราจะจัดวางโต๊ะกลางเเบบในห้องตัวอย่างก็ได้ แถมยังเหลือทางเดินกว้างประมาณ 80 ซม. เดินเข้า-ออกห้องได้สะดวกเลยค่ะ

โซฟาที่ให้มาของห้องนี้จะหน้าตาเเบบนี้นะคะ เป็นแบบ 2 ที่นั่งเเต่ตัวเบาะจะให้มาเป็นสีเทา

ส่วนชั้นวางทีวีจะให้มาทั้งชิ้นบนและชิ้นล่าง

ชิ้นบนเปิดบานตู้ออกมามีชั้นวางของซอยย่อยเข้าไปเเบบนี้

ส่วนข้างล่างจะมีทั้งลิ้นชักเเละประตูบานเปิดตู้ค่ะ มีพื้นที่ให้เก็บของเยอะใช้ได้ค่ะ

ข้างๆส่วนนี้จะมีห้องอเนกประสงค์ค่ะ ทางเข้าห้องจะเป็นประตูบานเลื่อนกระจก 2 ตอนเเบบนี้ กว้าง 2 เมตรเต็มขนาดความกว้างห้องค่ะ

รางประตูมีทั้งรางบนเเละรางล่าง เดินผ่านระวังสะดุดนะคะ

ห้องนี้มีขนาดประมาณ 2 x 2 เมตร ในห้องจะไม่มีเฟอร์นิเจอร์ให้มานะคะ เราไปปรับใช้ตามความต้องการของตัวเองได้เลย อย่างในห้องตัวอย่างจะจัดเป็นห้องทำงานค่ะ ดูเป็นห้องที่รับเเสงเต็มที่เเละระบายอากาศได้ดีเลย

เเละจะเป็นห้องที่มีระเบียงอยู่ด้วยค่ะ ตัวระเบียงจะเป็นระเบียงสำหรับวาง Condensing Unit ของห้องนอนเลย เป่าข้างนะคะ แต่จะมีกริลเบี่ยงลมติดให้ ความร้อนจะได้ไม่เป่าเข้าห้องเกินไปค่ะ

ระเบียงมีขนาดประมาณ 90 x 145 ซม. สามารถยืนใช้งานรับลมได้อยู่ค่ะ

มาดูที่ห้องนอนกันบ้าง ห้องนี้จะไม่มีระเบียงภายในห้องนะคะ แต่จะมีหน้าต่างที่ชิดกับผนังภายนอก ตรงนี้ห้องจริงจะมีหน้าต่างบานกระทุ้งให้มาบานนึงตำแหน่งข้างๆหัวเตียงค่ะ

เข้าห้องมาทางเดินจะกว้างประมาณ 1 เมตรเลย เดินเข้าออกสะดวก

เตียงให้มาเป็นขนาด Queen size 5 ฟุต เราวางเตียงชิดผนังได้เลยค่ะ เว้นช่องสำหรับติดรางม่านไว้ประมาณ 15-20 ซม.ก็พอ

ส่วนตู้เสื้อผ้าห้องนี้จะทำ Built-in ไว้ ตำแหน่งตรงปลายเตียง

เนื่องจากระยะการเปิดตู้อาจจะลำบากไปนิดถ้าจะเปิดสวิงออกมา เพราะพื้นที่ปลายเตียงเหลือระยะทางเดินประมาณ 45 ซม.เท่านั้น ดังนั้นชุดนี้จึงจะเป็นตู้เสื้อผ้าบานเลื่อนเเทน เพื่อประหยัดพื้นที่เเละระยะการใช้งานค่ะ

หันมาข้างเตียงอีกฝั่งจะเป็นโต๊ะเครื่องเเป้งเเละทางเข้าห้องน้ำ ตรงนี้จะมีระยะทางเดินเหลือประมาณ 70 ซม. ชุดโต๊ะเครื่องเเป้งเเละกระจกจะเหมือนกันกับห้องที่เราพาไปชมสักครู่นะคะ

เข้ามายังห้องน้ำ การวางผังเเละสุขภัณฑ์ก็เหมือนเดิม ขนาดรวมห้องน้ำจะอยู่ที่ประมาณ  1.35 x 2.1 เมตร แยกพื้นที่ใช้งานส่วนเปียกและส่วนเเห้งออกจากกัน สุขภัณฑ์ใช้ของ Hafele ค่ะ

ที่น่าสนใจคือห้องน้ำนี้มีทางเข้า 2 ทาง ประตูทางเข้าจากห้องนอนจะเป็นประตูบานเปิดสวิงเข้า ส่วนทางเข้าจากห้องนั่งเล่นจะเป็นประตูบานเลื่อนค่ะ ทำให้ห้องนอนได้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

เรามาดูผังห้องแบบอื่นๆกันบ้างค่ะ อย่างห้อง Groove Cooper เป็นห้องแบบ1 Bedroom ขนาด 22-26 ตร.ม. จะเป็นห้องที่มีขนาดเริ่มต้นของโครงการนี้เลย ซึ่งเป็นห้องที่จะมีห้องนั่งเล่นที่กว้าง พื้นที่การใช้งานต่างๆจะเเยกเป็นสัดส่วน ผังห้องจะเป็นห้องรูปร่างสี่เหลี่ยมจัตุรัส เมื่อเข้ามาจะเจอกับส่วนนั่งเล่นพักผ่อนและทานอาหารก่อนเลย ตรงเข้ามาจะเป็นพื้นที่ห้องนอน ที่จะมีบานประตูบานเลื่อนและผนังกระจกที่เชื่อมพื้นที่เข้าด้วยกัน ส่วนปีกซ้ายมือของห้องจะเป็นพื้นที่ของห้องน้ำและห้องครัว โดยครัวที่ให้มาจะเป็นครัวเปิด แต่ถ้าใครอยากทำเป็นครัวปิดก็อาจจะลำบากหน่อยเพราะมีผนังกระจกของห้องนอนเข้ามุมอยู่ จะทำผนังปิดตรงครัวก็จะยากขึ้นเล็กน้อย ส่วนพื้นที่ครัวก็จะดีตรงที่อยู่ใกล้ระเบียง ระบายอากาศและกลิ่นควันจากครัวได้ดีเลยค่ะ

อีกห้องนึงจะเป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมีชื่อว่า Groove Xcoolsive เป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด  31-36 ตร.ม. โดยห้องนี้ที่เลือกมาให้ดูจะเป็นห้องหัวมุมและมีพื้นที่กว้างเลยค่ะ เมื่อเข้ามาเราจะเจอกับผนังก่อนเลย ซึ่งจะเป็นมุมสำหรับทำเป็น Foyer เล็กๆ เก็บรองเท้า หรือจะเป็นจุดพักสายตาก็ได้ ทำให้คนที่เข้าห้องมาจะไม่เห็นทั้งหมดของห้องในทันที เพิ่มความเป็นส่วนตัวภายในห้องได้ระดับหนึ่ง เมื่อเข้ามาจะเป็นพื้นที่ Common Area ของห้อง โดยจะมีพื้นที่นั่งเล่นเป็นสัดส่วนติดกับระเบียงซึ่งเราสามารถกั้นประตูทำพื้นที่ห้องนั่งเล่นแยกออกไปได้ เเละมีพื้นที่ครัวยาวเลียบไปกับความยาวของห้อง สำหรับห้องนี้จะได้เป็นครัวเปิด  พื้นที่บริเวณครัวจะเป็นทางเดินที่กว้างขวางพอสมควร เราสามารถจัดที่นั่งรับประทานอาหารเเบบ 3-4 ที่นั่งเลยก็ได้ค่ะ เเลยมีมุมผนังหลายๆมุมที่สามารถวางชั้นวางของตกแต่งห้องเพิ่มเติมได้  ส่วนห้องนอนจะอยู่ในสุด มีหน้าต่าง 2 ฝั่งผนัง มีพื้นที่ภายในกว้างขวางอยู่สามารถวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องเเป้งได้ มีพื้นที่ทางเดินเหลือรอบเตียง ส่วนห้องน้ำของห้องนี้จะเป็นห้องน้ำที่มีประตู 2 ทาง ทำให้เมื่อมีเเขกมาเยี่ยมเยียนก็สามารถใช้ห้องน้ำได้ โดยไม่ต้องเข้าไปรบกวนบริเวณห้องนอน

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 6 November 2018

  • 1 Bedroom Cooper ชั้น 2 ขนาด 22.13 ตร.ม. ราคา 2.39 ล้านบาท หรือ 107,999 บาท/ตร.ม. (ราคา Pre-Sale)
  • Fully Furnished
  • ฝ้าเพดานสูง 2.55 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • จอง เริ่ม 20,000   บาท
  • ทำสัญญา เริ่ม 30,000 บาท
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 58 บาท/ตร.ม./เดือน (เก็บล่วงหน้า 1 ปี)

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล – โครงการตั้งอยู่ในซอยรัชดาภิเษก 3 ซึ่งเป็นซอยที่มีความอุดมสมบูรณ์มากตลอดสองข้างทาง เนื่องจากทำเลนี้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย ทำให้หาของกินง่าย เมื่อออกมาที่ถนนใหญ่เส้นรัชดาภิเษกจะเป็นอีกหนึ่ง CBD สำคัญของประเทศ โดยพื้นที่บริเวณย่านรัชดา-พระราม 9 จะเต็มไปด้วยคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน และห้างสรรพสินค้าต่างๆมากมาย เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, AIA Tower, True Tower, RS Tower และ G Tower มีคอนโดมิเนียม High Rise อยู่หลายแห่ง รวมถึงมีศูนย์การค้าและแหล่งช็อปปิ้งขนาดใหญ่เป็นที่นิยมอย่าง Central พระราม 9, ห้างฟอร์จูนทาวน์, Tesco Lotus, Esplanade รัชดา มีตลาดรถไฟ , Big C รัชดาภิเษก และศูนย์การค้า The Street รัชดา

การเดินทางโดยใช้รถ – ซอยรัชดาภิเษก 3 เป็นซอยที่มีทางลัดเชื่อมต่อยังไปถนนซอยอื่นๆ เพื่อไปออกถนนหลักได้หลากหลายเส้นทาง ทั้งถนนรัชดาภิเษก ถนนดินเเดง และถนนวิภาวดี-รังสิต โดยถนนรัชดาภิเษกสามารถใช้เดินทางไปลาดพร้าว หรือเข้าเมืองไปทางอโศก สุขุมวิทได้ หรือใช้ทางลัดจากออกมาทางซอยประชาสงเคราะห์ 2 เพื่อออกถนนดินแดง ใช้เดินทางเข้าเมืองไปอนุเสาวรีย์ พญาไท หรือออกเมืองไปทางมอเตอร์เวย์ สุวรรณภูมิได้  และใช้เส้นทางลัดไปตามถนนประชาสงเคราะห์หรือซอยอยู่เจริญ, ซอยชานเมือง, ซอยประชาสงเคราะห์ 14 เชื่อมต่อไปยังถนนมิตรไมตรีเพื่อไปออกถนนวิภาวดี-รังสิต เพื่อไปขึ้นทางด่วนโทลเวย์ไปดอนเมือง-รังสิตได้ค่ะ ถือว่าถนนหนทางมีมาให้พร้อม มีจำนวนที่จอดรถอยู่ที่กลางๆ 47%

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – ถือว่าสะดวกมาก เพราะถนนรัชดาภิเษกเป็นเส้นทางที่มีรถไฟฟ้าใต้ดินวิ่งผ่าน ซึ่งสถานีที่ใกล้สุดจะเป็นสถานีพระราม 9 ห่างจากโครงการประมาณ 950 m. ถือว่าเป็นระยะที่สามารถเดินได้แต่แอบไกลไปสักหน่อยสำหรับบางคน ซึ่งถ้าใครไม่อยากเดินให้เหนื่อยก็สามารถใช้บริการรถสาธารณะอย่างพี่วินมอไซต์ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากสถานีและตัวโครงการได้ หรือจะค่อยๆเดินแวะตามทางก็มีห้างร้านค้าเยอะ เดินเพลินอยู่ค่ะ

วัสดุ – โครงการจะขายแบบ Fully Furnished เฟอร์นิเจอร์ที่ให้มาก็ดูมีดีไซน์ที่เข้ากับโครงการเเละตอบโจทย์กับพื้นที่ใช้สอยต่างๆภายในห้อง วัสดุที่ได้ก็ได้ตามมาตรฐานเหมาะสมกับราคา พื้นได้เป็นสมาร์ทไวนิล ผนังเละฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีขาว ไฟได้เป็นดาวน์ไลท์ LED ฝังฝ้าเพดาน ครัวได้ของ Hafele Top เคาน์เตอร์ได้เป็นหินเทียม พื้นจะเปลี่ยนเป็นกระเบื้องเซรามิค ส่วนภายในห้องน้ำ พื้นเเละผนังจะได้เป็นกระเบื้องเซรามิค สุขภัณฑ์ของ Hafele แต่จะได้เป็นอะครีลิกที่เมื่อใช้งานไปนานๆ ดูแลรักษาไม่ดีอาจเหลืองได้ง่ายนะคะ

การออกแบบ – ในแง่การออกแบบโครงการถือว่าตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ทั้งการวางพื้นที่ใช้สอยในห้องและ Facilities ที่ให้มาในโครงการ แต่ก็จะมีบางส่วนที่ยังค้างคาใจบ้าง เช่น ทางเดินเข้าห้องจากลิฟต์ที่เป็นทางเดินไม่มีช่องเเสง และตำแหน่ง Automatic Parking เป็นต้น ในส่วนของการออกแบบห้องพักอาศัย มีเฉพาะห้องเเบบ 1 Bedroom เเต่ก็มีหลากหลาย Layout ให้เลือกเช่นกัน สิ่งที่ชอบคือการออกแบบห้องที่แบ่งเป็นสัดส่วนเเต่แยกพื้นที่ด้วยผนังกระจกใสเข้ามุมต่างๆ ช่วยทำให้ห้องดูกว้างขึ้น บวกกับความสูงของห้องที่มีระยะอยู่ 2.55 เมตร ที่ถือว่าสูงกว่าปกติทั่วไปที่สูงอยู่ 2.4 เมตร

สาธารณูปโภค – โครงการนี้มีพื้นที่ส่วนกลางให้มาค่อนข้างเยอะ เป็นพื้นที่ที่ออกแบบมาสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่สามารถทำงานได้ทุกที่ และชื่นชอบการออกกำลังกายเป็นหลัก อย่างพื้นที่ทำงานก็จะมีหลายมุมหลายชั้นให้ใช้งาน พื้นที่ออกกำลังกายนอกจากฟิตเนสก็จะมีห้องสตูดิโอสำหรับเล่นโยคะ หรือเต้นได้ รวมไปถึงลู่วิ่งที่ใครจะคิดว่าในคอนโด Low rise จะมีพื้นที่ที่สามารถวิ่งได้ โครงการมีสระว่ายน้ำอยู่ชั้นบนสุด ซึ่งไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่นะคะในโครงการประเภท Low Rise แบบนี้

Judgement
การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้
ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%
เทียบกับช่วงราคา AVG 115,000 บาท/ตร.ม., 6 November 2018

  • ทำเล 8/10 – อยู่รัชดาตอนต้น ใกล้เเยกพระราม 9 ใจกลางเมือง ความอุดมสมบูรณ์เยอะ
  • เดินทางด้วยรถ 7.5/10 – เชื่อมต่อถนนได้หลายเส้นทาง เข้า-ออกเมืองได้ง่าย แต่รถติด
  • ไม่ใช้รถ 7.5/10 – มีทางเลือกเยอะ ทั้งขนส่งแบบดั้งเดิม รถเมล์ วินมอเตอร์ไซค์หรือจะเป็นรถไฟฟ้าถือว่าอยู่ในระยะสะดวก
  • วัสดุ 7.75/10 – ขายเเบบ Fully Furnished วัสดุให้มาครบชิ้นพร้อมอยู่ ตามมาตรฐาน
  • แบบ 7/10 – จำนวนห้องมีแต่ 1 Bedroom แต่มี Layout หลายหลาก
  • สาธารณูปโภค 7.75/10 – ให้มาค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิต
  • UPPER CLASS
  • 7.69 / 10.00

BOTTOM LINE

Groove รัชดา-พระราม 9 เหมาะกับคนที่หาคอนโดใจกลางเมืองย่านพระราม 9 ใกล้ที่ทำงาน เดินทางสะดวก หาของกินง่าย ได้ห้องพร้อมเฟอร์นิเจอร์ เน้นพื้นที่ส่วนกลางและความเป็นส่วนตัวจำนวนยูนิตภายในโครงการไม่มาก มีงบประมาณ 2-5 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนที่ประมาณ 14,000-35,000 บาทต่อเดือน

Share

Leave a Reply