Savvi Phahol 2 คอนโด Low Rise ในซอยพหลโยธิน 2 ใกล้ BTS อารีย์ จาก The Urban Property [รีวิวฉบับที่ 1727]

November 12, 2018 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1727 … สวัสดีครับ วันนี้มีโครงการ Savvi Phahol 2 คอนโดตัวใหม่จาก The Urban Property เป็นคอนโด Low Rise ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 2 ที่ใช้ลัดไปออกถนนวิภาวดีได้ ใกล้ BTS อารีย์ และคอมมูนิตี้มอลล์ La Villa จำนวนยูนิตน้อยได้ความเป็นส่วนตัว สภาพแวดล้อมเงียบสงบเหมาะแก่การอยู่อาศัย ราคาเริ่มต้น 3.8 ล้านบาท จะเป็นอย่างไรไปชมกันเลยครับ

Fact @ 6 November 2018

  • Savvi Phahol 2 (แซฟวี่ พหล 2)
  • บริษัท ดิ เออเบิ้ล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : เขตพญาไท
  • คอนโด Low Rise 7 ชั้น 1 อาคาร 62 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 13 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 52 คันคิดเป็น 84% รวมจอดซ้อนคัน (มี Automatic Parking)
  • ที่ดินประมาณ 0-3-08 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : Q2/2019
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ปี 2019
  • 1 Bedroom 29.53 – 43.16 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 50.74 – 72.24 ตร.ม.
  • Duplex 132.65 – 152.77 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.8 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 3.8 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 140,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด n/a บาท/ตร.ม.
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 083-544-9466

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.777265, 100.546653

แผนที่จากทางโครงการครับ

ทำเลที่ตั้งของโครงการ Savvi Phahol 2 อยู่ในซอยพหลโยธิน 2 ใครที่ใช้เส้นทางโซนนี้บ่อยๆจะคุ้นเคยกันดีว่าเป็นซอยที่เป็นทางยกระดับเชื่อมถนนพหลโยธินกับถนนวิภาวดีรังสิตเข้าด้วยกัน โดยจะมาออกบริเวณโรงพยาบาลทหารผ่านศึกบนถนนวิภาวดี ซึ่งซอยนี้เป็นเส้นทางที่มีรถวิ่งผ่านตลอดทำให้ค่อนข้างจะคึกคักเป็นพิเศษ

สำหรับตัวโครงการจะอยู่ในซอยย่อยอีกที ระยะทางจากหน้าปากซอยถึงโครงการประมาณ 450 เมตร ในซอยนี้จะสามารถเชื่อมต่อกันตั้งแต่ซอยพหล 2 – 4 – 6 – 8 ทะลุไปถึงอินทามระและไปออกถนนสุทธิสารได้เลย โดยในซอยอารีย์ฝั่งเลขคู่นี้สภาพแวดล้อมและบรรยากาศจะเป็นโซนที่อยู่อาศัย ค่อนข้างเงียบสงบกว่า ต่างกับพหลโยธินฝั่งเลขคี่อย่างซอยราชครูและซอยอารีย์ ที่จะมีร้านอาหาร ร้านค้า ร้านนั่งชิลต่างๆ ที่คึกคักกว่ามาก

ถ้ามองรวมๆทำเลนี้ การเดินทางถือว่าสะดวกเพราะมีถนนใหญ่ขนาบข้างหลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นถนนพหลโยธิน, ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งมีทางยกระดับอุตราภิมุขเข้าเมืองไปทางดินแดง-อโศก, ดาวคะนอง และบางนา หรือว่าจะออกนอกเมืองไปยังแถบรังสิตก็ได้ ส่วนทำเลฝั่งตรงข้ามของซอยฝั่งเลขคี่ก็สามารถใช้ซอยพหลโยธิน 5 หรือซอยราชครู เชื่อมต่อกับพระราม 6 ซอย 30 ไปขึ้นทางพิเศษศรีรัชที่ถนนพระราม 6 เพื่อเข้า-ออกเมือง และสามารถไปฝั่งธนได้จากถนนเทอดดำริที่ขนานกับเส้นทางรถไฟบนดิน ที่ไปได้ทั้งวังพญาไท เกาะรัตนโกสินทร์และข้ามสะพานไปฝั่งธนได้อีกด้วย

ความอุดมสมบูรณ์ภายในซอยพหลโยธินจะค่อนข้างเงียบสงบเพราะเป็นชุมชนอยู่อาศัยและคนส่วนใหญ่ก็มักใช้เป็นทางผ่านทางลัดซะส่วนใหญ่ แต่จุดเด่นจริงๆของทำเลย่านพหล – อารีย์ จะอยู่ตามริมถนนพหลโยธินตลอดสองข้างทาง คือมีความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่สูงมาก ทั้งโรงพยาบาลพญาไท 2 แถวสนามเป้า และโรงพยาบาลราชวิถี, โรงพยาบาลพระมุงกุฏเกล้า หรือโรงพยาบาลรามาธิบดี ที่อยู่แถวอนุสาวรีย์ มีสถานศึกษาชื่อดังทั้งโรงเรียนมัธยมสามเสนวิทยาลัย, โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นอกจากนั้นก็จะมีสถานที่ราชการ กระทรวงการคลัง กรมประชาสัมพันธ์ ตึกออฟฟิสอย่างธนาคารออมสิน, ททบ 5, SM tower และอาคารสำนักงานใหม่อย่าง Pearl Bangkok ที่อยู่ข้างตึก Exim Bang ใกล้กับสถานี BTS อารีย์

นอกจากนั้นปัจจุบันในทำเลอารีย์เป็นทำเลที่คึกคัก ร้านอาหารอยู่เยอะพอสมควรแต่ก็มีราคาค่าเช่าสูงเพราะ เป็นทำเลที่มีการจับจ่ายสูง สนง. และอาคารต่างๆเยอะ พนักงานออฟฟิสก็เยอะตาม ส่วนซอยราชครูตรงข้ามกับกระทรวงการคลังจะน้อยหน่อย มี Community Mall ขนาดใหญ่คือ La Villa ที่มี Supermarket อยู่ชั้นล่าง ด้านบนเป็นร้านอาหารและบริการต่างๆ , Aree Garden ที่มี Hobs เป็นร้านเรียกลูกค้า และที่เปิดใหม่ใกล้แยกสะพานควายอย่าง Aqua นอกจากนั้นก็จะมีร้านเดี่ยวๆอยู่ตามชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ในซอยอีกด้วย

การเดินทางโดยรถสาธารณะมีรถไฟฟ้า BTS อารีย์ อยู่ใกล้โครงการมากที่สุด และเป็นรถไฟฟ้าสายหลักที่วิ่งตรงเข้าสู่ในกลางเมืองสยามได้ง่ายที่สุดอีกด้วย

โดยจากสถานี BTS อารีย์ จะอยู่ห่างจากตัวโครงการประมาณ 1 km. เท่ากันทั้ง 2 เส้นทาง ทั้งจากเส้นทางหลักคือซอยพหลโยธิน 2 (เส้นสีฟ้า) กับซอยพหลโยธิน 6 (เส้นสีแดง) ซึ่งถึงแม้ระยะทางจะเท่ากัน แต่ก็ไม่ใช่ระยะเดินได้สบายสักเท่าไหร่นัก อาจจะต้องต่อวินมอเตอร์ไซค์เพื่อความสะดวกในการเดินทาง โดยทางที่สะดวกที่สุดก็คงเป็นเส้นทางของซอยพหลโยธิน 6 (เส้นสีแดง) เพราะนอกจากจะลงจากสถานีมาที่หน้าคอมมูนิตี้มอลล์ La Villa ที่ค่อนข้างคึกคัก มีของซื้อของขายให้ได้ช้อปปิ้งกันก่อนกลับบ้านแล้ว ตรงหน้าปากซอยยังมีวินมอไซค์อยู่ในระยะใกล้อีกด้วย ต่างจากอีกเส้นทางที่จะต้องเดินมาขึ้นวินมอไซค์ไกลกว่ามากครับ

ส่วนการเดินทางโดยรถยนต์สามารถใช้ทางด่วนที่ขนาบข้างโครงการทั้ง 2 ฝั่งได้สะดวก เนื่องจากซอยพหลโยธิน 2 ที่เป็นทางลัดเชื่อมไปยังถนนวิภาวดี-รังสิตได้นั้นสามารถกลับรถใต้สะพานได้ ทำให้เราสามารถกลับรถย้อนกลับมาเข้าซอยพหลโยธิน 5 หรือซอยราชครูที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เพื่อใช้เป็นทางลัดไปขึ้นทางพิเศษศรีรัชได้ในระยะทางเพียง 3.1 km.

ส่วนถ้าเราใช้ซอยพหลโยธิน 2 มาออกที่ถนนวิภาวดี-รังสิต ก็จะสามารถมาขึ้นทางยกระดับอุตราภิมุขได้ในระยะทางเพียง 2 km. เท่านั้น ถือว่าเป็นทำเลที่สะดวกมากๆ

ส่วนการเดินทางมายังโครงการในวันนี้เราจะต้องไปยัง Sale Gallery ก่อน ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกับที่ตั้งโครงการ โดยผมจะมาจากทางราชเทวี ผ่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมุ่งหน้าไปทางพญาไท แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ซอยพหลโยธิน 2

เริ่มต้นให้วิ่งบนถนนพญาไทมุ่งหน้าไปทางอนุสาวรีย์ฯ ขับผ่าน BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปเลยครับ

เมื่อมาถึงแยกอนุสาวรีย์ ให้เราขับตรงไปโดยใช้เลนกลางและเตรียมตัวเบี่ยงออกซ้าย

ชิดซ้ายเพื่อมุ่งหน้าไปทางพญาไท เข้าสู่ถนนพหลโยธินครับ

วิ่งตรงต่อไปบนถนนพหลโยธินไปเรื่อยๆ ตลอด 2 ข้างทางจะมีอาคารสำนักงานใหญ่ๆ ปรากฏให้เห็น ทั้ง SM Tower และ ททบ. 5  เป็นต้น

ให้ขับผ่าน BTS สนามเป้า ไปอีกหน่อยครับ

สังเกตป้ายบอกทางไปทางลัดวิภาวดี-รังสิต ให้เตรียมตัวชิดขวาเพื่อเลี้ยวขวาครับ

เลี้ยวขวาเพื่อเข้าสู่ซอยพหลโยธิน 2 ที่สามารถใช้เป็นทางลัดเชื่อมต่อไปยังถนนวิภาวดี-รังสิตได้

เมื่อเลี้ยวขวามาแล้วก็ให้เตรียมตัวชิดซ้ายทันที เพราะ Sale Gallery จะอยู่ช่วงต้นซอยเลยครับ ให้เลี้ยวรถเข้าไปจอดด้านในได้เลย

โดย Sale Gallery จะเป็นอาคารสีเขียวเข้มอยู่ริมถนนแบบนี้ ส่วนช่องจอดรถด้านขวาความจริงเป็นของคลินิคเสริมความงามซึ่งทางโครงการได้เช่าพื้นที่เอาไว้แล้ว สามารถขับเข้าไปจอดได้ครับ

ภายใน Sale Gallery ตกแต่งเรียบหรู มีโมเดลตั้งอยู่ตรงกลางด้านหน้า และมีชุดเก้าอี้โซฟาอยู่ทั้ง 2 ฝั่ง ส่วนที่เคาร์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้านในสุดจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลโครงการประจำอยู่ตลอดเวลา ห้องตัวอย่างจะอยู่ทางด้านหลังและมีอีกห้องอยู่ที่ชั้น 2 ด้วยครับ

ต่อไปเราจะเดินทางไปยังที่ตั้งโครงการกันต่อนะ ซึ่งเราจะขับรถหรือเดินไปก็ได้ เพราะจาก Sale Gallery ก็ให้เข้าซอยย่อยของพหลโยธิน 2 ตามเส้นทางสีส้มลึกเข้าไปประมาณ 500 m. หรือถ้ามาจาก BTS อารีย์ เลยก็จะมีระยะทางประมาณ 1 km. อย่างที่ได้บอกไปแล้วก่อนหน้า ใครจะลองเดินดูก็ได้นะ จะได้รู้ว่าเดินได้หรือไม่ได้ ไหวหรือไม่ไหว แต่ถ้าให้แนะนำผมว่า…นั่งวินเถอะครับ เพราะระยะทางนี้ก็แอบเหนื่อยอยู่นะ

เอาล่ะ…เริ่มต้นที่ Sale Gallery ให้ขับตรงไปอีกหน่อย

เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ซอยพหลโยธิน 2 ซึ่งด้านหน้ามีเซเว่นตั้งอยู่สังเกตไม่ยาก ถ้าตรงไปก็จะสามารถไปถนนวิภาวดี-รังสิต หรือจะไปกลับรถที่ใต้สะพานก็ได้ครับ สะดวกดีนะทำเลนี้ (ไม่ควรกลับรถตรงหน้าปากซอยนี้เพราะไม่ใช่จุดกลับรถนะ มันผิดกฏจราจรและอันตรายด้วย เค้าเตือนแล้วเน้ออ)

ขับตรงเข้ามาในซอยเรื่อยๆประมาณ 400 m. ทางด้านขวาจะมี Prom Condo ที่ใช้เป็นจุดสังเกตหาซอยย่อยที่จะเข้าไปยังที่ตั้งโครงการได้ครับ ให้เตรียมตัวเลี้ยวขวาที่ซอยข้างหน้าได้เลย

เลี้ยวขวาครับ โดยที่หน้าปากซอยจะมีป้าย Prom Condo ตั้งอยู่ด้วย ตามป้ายเขาไปครับ

เข้าสุดซอยประมาณ 80 m. แล้วเลี้ยวขวาอีกที

เจอแล้วครับ ที่ตั้งโครงการจะอยู่ทางซ้ายมือ ซึ่งปัจจุบันวันที่เข้าไปรีวิวยังไม่มีการล้อมรั้วหรือติดป้ายนะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

บริบทโดยรอบโครงการเป็นทำเลชุมชนในซอยที่ค่อนข้างเงียบสงบ โดยรอบมีแต่บ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น จะมีก็แต่ด้านหน้าโครงการเป็นคอนโดสูง 8 ชั้น และด้านหลังโครงการมีอาคารพักอาศัยสูง 4 ชั้น สามารถสรุปได้ดังนี้

  • ทิศเหนือ ติดกับ บ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น
  • ทิศใต้ ติดกับ บ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น
  • ทิศตะวันออก ติดกับ อาคารพักอาศัยสูง 4 ชั้น และบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น
  • ทิศตะวันตก ติดกับ ถนนซอยพหลโยธิน 2 และฝั่งตรงข้ามเป็นคอนโดสูง 8 ชั้น

มาเดินดูรอบๆโครงการกันครับ ด้านหน้าโครงการเป็นซอยพหลโยธิน 2 ซึ่งตัว Site ของโครงการวันที่ไปถ่ายรีวิวยังไม่ได้ล้อมรั้วหรือติดป้ายนะ แต่จะมีอาณาเขตถึงตรงกรอบสีแดงในภาพ

ติดกันด้านหลังโครงการเป็นอาคารพักอาสัยสูง 4 ชั้น

ส่วนทางด้านขวาเป็นบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น

งั้นเรามาดูทางด้านขวาของโครงการกันก่อนนะ โดยที่ซอยนี้จะเป็นซอยตันแบบนี้

ติดกันกับรั้วโครงการเป็นบ้าน 2 ชั้นอย่างที่บอกไปแล้ว ส่วนฝั่งตรงข้ามกับบ้านหลังนี้จะเป็นบ้านพักอาศัยสูง 3 ชั้น

ต่อไปจะไปดูทางด้านซ้ายของโครงการกันบ้างครับ

ฝั่งตรงข้ามกับด้านหน้าโครงการเป็นคอนโดสูง 8 ชั้น

ติดกันทางด้านซ้ายเป็นบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น

หน้าบ้านจะมีซอยซึ่งคือทางที่เรามาโครงการเมื่อกี้นั่นเอง แล้วยังมีทางตรงไปอีกนิดหน่อยได้เพราะทางด้านนี้จะไม่ใช่ซอยตัน

เริ่มที่ซอยแรกซ้ายมือ โดยซอยนี้จะเชื่อมต่อมาออกถนนซอยพหลโยธิน 2 ไปทางซ้ายคือกลับไปหน้าปากซอย 2 เมื่อครู่ ส่วนถ้าไปทางขวาจะสามารถลัดเลาะไปสุทธิสารได้

ส่วนอีกทางเมื่อตรงมาอีกหน่อยจนสุดทางเป็นทางเลี้ยว ซึ่งซอยนนี้ก็ยังคงเป็นอาคารพักอาศัยแนวราบที่เงียบสงบเช่นเคย

ตรงบริเวณปากซอยนี้จะมีรีสอร์ทเก่า คลินิค และร้านอาหารเล็กๆ อีก 1 ร้านทางขวามือ

เรื่องความคึกคักและความอุดมสมบูรณ์จะมีก็แค่บริเวณปากซอยพหลโยธิน 2 เท่านั้น มีทั้งร้านอาหารตามสั่ง เซเว่น และอาหารข้างทาง

จากปากซอยเมื่อกี้ถ้าเลี้ยวขวามาก็จะเจอกับ Sale Gallery มีทางเท้าให้เดินมาได้เรื่อยๆจาก BTS อารีย์ ได้สะดวก แต่ก็แอบไกลนิดหน่อย

แต่ถ้าเป็นคนใช้ BTS เป็นประจำอยู่แล้ว ก็แนะนำให้มาลงตรงซอยพหลโยธิน 6 หรือทางฝั่ง La Villa เพราะค่อนข้างคึกคัก มีของซื้อของขายก่อนกลับบ้านเพียบ และมีวินมอไซค์อยู่หน้าปากซอยเลยครับ

ส่วนอัตราค่าบริการผู้โดยสารประมาณ 15 บาทนะ

ภายในซอยพหลโยธิน 6 จะเป็นซอยเล็กๆ ไม่มีทางเท้าให้เดิน และมีรถขับสวนทางกันตลอดแบบเบียดๆ เป็น 2 เลน ระยะก็ไกลไม่เหมาะแก่การเดินเท่าไหร่นักโดยเฉพาะตอนกลางคืน

สำหรับซอยพหลโยธิน 6 เป็นซอยที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับซอย 2 โดยตรง เพราะจะต้องใช้เส้นทางผ่านแฟลตตำรวจเก่าไปซึ่งก็แอบน่ากลัวนิดๆ และเมื่อเชื่อมต่อมาออกที่ซอยพลโยธิน 2 ก็จะเป็นอารมณ์แบบรูปสุดท้ายที่เห็น ไม่มีทางเท้าให้เดิน และรถยนต์ส่วนใหญ่ก็มักใช้เป็นทางลัดทางผ่านมากกว่านะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • สนามฝึกซ้อมกอล์ฟ พล..2 รอ. ~ 900 m.
  • อาคาร Exim bank ~ 1.7 km.
  • La Villa ~ 1.8 km.
  • โรงพยาบาลพญาไท 2 ~ 1.9 km.
  • โรงเรียนสวนบัว ~ 1.9 km.
  • SM Tower ~ 2 km.
  • ททบ.5 ~ 1.6 km.
  • กรมประชาสัมพันธ์ ~ 2.5 km.
  • ธนาคารออมสิน สาขาใหญ่ ~ 2.6 km.
  • Aree Garden ~ 2.6 km.
  • กระทรวงการคลัง ~ 2.8 km.
  • โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ~ 30 km.
  • โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ~ 3.1 km.
  • มหาวิทยาลัย ~ 5.3 km.


เจาะลึกตัวโครงการ

มาดูภาพรวมโครงการกันครับ Savvi Phahol 2 เป็นคอนโด Low Rise สูง 7 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 0-3-08 ไร่ มีจำนวนยูนิตเพียง 62 ยูนิต จึงได้ความเป็นส่วนตัว ชั้น Facilities ถูกวางไว้ที่ชั้นแรกเพื่อง่ายต่อการใช้งานและแยกส่วนออกจากโซนพักอาศัยด้านนบนเพื่อความเป็นส่วนตัวในการพักอาศัยมากขึ้น ชั้นจอดรถอยู่ที่ชั้น 1 ทั้งหมด และมีระบบจอดแบบ Mechanical Parking ทำให้มีที่จอดประมาณ 52 คันคิดเป็น 84% ห้องพักอาศัยเริ่มต้นตั้งแต่ชั้น 2 – 7 โดยที่ชั้น 6 – 7 จะเป็นห้องแบบ Duplex ที่มีจำนวนยูนิตเพียง 7 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น

ภาพจำลองการออกแบบอาคารจะเป็นสไตล์ Modern ที่ใช้จังหวะของเส้นตรงและสี่เหลี่ยมทำให้ดูเรียบง่ายไม่น่าเบื่อ ตัวอาคารไล่เฉด Gradient ในโทนสีเทา ตกแต่ง Facade ด้วยกระถางพุ่มไม้สีเขียวสดชื่นและกระเบื้องลายหินสีขาวดูสะอาดตา เน้นแนวคิดการออกแบบ Inside to Outside เพื่อให้รู้สึกถึงการเชื่อมต่อกันระหว่างพื้นที่ภายในห้องกับธรรมชาติภายนอกด้วยช่องหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่และกระถางต้นไม้สีเขียวที่โครงการเตรียมไว้ให้

แปลนอาคารชั้น 1 เป็นชั้นที่สำคัญที่สุดสำหรับโครงการนี้ เพราะเป็นชั้น Main Facilities หลักที่แยกส่วนออกมาจากส่วนพักอาศัยที่อยู่ด้านบนทำให้ได้ความเป็นสัดส่วนและเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ทางเข้า-ออกมีแค่ทางเดียวทำให้มีความปลอดภัย ภายใต้อาคารสามารถจอดรถได้ และมีที่จอดแบบ Mechanical Parking ที่ใช้เวลารอเพียง 1 – 2 นาที เท่านั้นสำหรับโครงการยูนิตน้อยๆก็ถือว่าไม่ได้ลำบากในการรออะไร แล้วยังช่วยประหยัดพื้นที่จอดรถทำให้จอดได้มากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีที่จอดรถสำหรับ Visitor อยู่ด้านหน้า จะได้ไม่เข้าไปปะปนหรือรบกวนพื้นที่ของลูกบ้านภายใน

Lobby อยู่ทางด้านหน้าสุด แต่คนภายนอกไม่สามารถเข้ามาได้นะ จะต้องใช้ Key Card หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเท่านั้นเพื่อความปลอดภัยและเป็นส่วนตัว เนื่องจากภายใน Lobby โครงการนี้จะมีบันไดวนเดินขึ้นไป Fitness ที่อยู่ด้านบนได้ด้วย ส่วน Facilities อื่นๆจะอยู่ด้านข้างอาคารยาวต่อเนื่องไปจนถึงด้านหลัง ประกอบด้วย Swimming Pool, Deck ไว้นั่งพักผ่อน และ Co-Working Space ที่อยู่ด้านในสุดเพราะต้องการความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวสูง ส่วนโถงลิฟต์จะอยู่ตรงช่วงกลางระหว่าง Lobby กับที่จอดรถ เพื่อสะดวกต่อการใช้งานและจำเป็นต้องใช้ Key Card อีกเช่นกันเพื่อความปลอดภัย

มาดูทางเข้าโครงการจากโมเดลกัน ทางเข้า-ออกมีแค่ทางเดียวเพื่อความปลอดภัย มีป้อมยามที่คอยดูแลตลอด 24 ชม. อยู่ด้านหน้า ส่วนทางด้านขวาจากที่ได้สอบถามโครงการมาได้คำตอบว่าของจริงจะเปิดด้านหน้าโล่งแบบในโมเดลเลยครับ เพราะเป็นช่องจอดสำหรับ Visitor แล้วยังทำให้ด้านหน้าโครงการโปร่งโล่งไม่รู้สึกอึดอัดอีกด้วย ส่วน Lobby อยู่ทางด้านหน้าก็จริงแต่ไม่สามารถเข้าจากทางด้านหน้าได้ จะต้องอ้อมไปเข้าจากด้านในและต้องใช้ Key Card เพื่อความปลอดภัยและเป็นส่วนตัว

ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณ Lobby ภายในตกแต่งแบบเรียบหรูสไตล์ Earth tone เน้นสีน้ำตาลข้องไม้ทำให้ดูสบายตาและอบอุ่น ผนังด้านข้างเป็นหินและกระจกทำให้มองเห็นและสัมผัสกับธรรมชาติภายนอก ส่วนทางด้านขวาของภาพมีบันไดวนที่ใช้ขึ้นไปยัง Fitness ที่อยู่ชั้นบนได้

มาดูแปลชั้น 2 กันต่อ เพราะชั้นนี้นอกจากจะมีห้องพักอาศัยแล้วยังมี Facilities อย่างห้อง Fitness อยู่ด้วย เดี๋ยวจะได้พูดเรื่อง Facilities ร่วมกับชั้นล่างเลยทีเดียว โดยชั้นนี้มีความพิเศษตรงที่ส่วนพักอาศัยไม่สามารถ Access เข้าห้อง Fitness จากชั้นนี้ได้ จะต้องไปขึ้นทางบันไดวนจากห้อง Lobby เท่านั้น จึงทำให้ส่วนพักอาศัยของชั้นนี้ได้ความเป็นส่วนตัวแยกออกจากส่วนกลางอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องใช้ประตูกระจกกั้นเพื่อแตะ Key Card เหมือนโครงการอื่นๆ

ลักษณะอาคารเป็นรูปทรงตัว I วางโถงลิฟต์และวางส่วนงานระบบเอาไว้ตรงกลางค่อนไปทางซ้ายเล็กน้อย มีบันไดหนีไฟ 2 ตำแหน่ง และมีลิฟต์โดยสาร 2 ตัว อัตราส่วนลิฟต์ทั้งโครงการอยู่ที่ 31 : 1 ซึ่งถือว่าไม่หนาแน่นเลยครับ ห้องพักส่วนใหญ่จะหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งวิวทั้ง 2 ด้านนี้เหมือนกันคือเป็นบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น ดังนั้นตั้งแต่ชั้น 2 เป็นต้นไปจะไม่โดนบล็อควิวแน่นอนครับ สิ่งที่ต่างกันคือเรื่องแดด อย่างที่รู้กันดีว่าทิศตะวันตกจะร้อนกว่าทิศตะวันออก แต่ทางทิศตะวันตกนี้จะได้วิวสระว่ายน้ำที่อยู่ชั้น 1 ด้วยนะครับ แล้วแต่คนชอบเลยว่าอยากได้วิวนี้หรือป่าว

ส่วนทางทิศเหนือและทิศใต้จะโดนอาคารสูง 8 ชั้น และ 4 ชั้น บล็อควิวอยู่บ้าง แต่ทางโครงการก็ออกแบบได้ค่อนข้างดีครับเพราะผนังด้านที่หันหน้าออกทิศทางดังกล่าวมีช่องแสงน้อยและเป็นผนังทึบซะส่วนใหญ่ ยูนิตที่อยู่ริมสุดจึงได้ความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง แลกมากับการ Take View ที่ไม่ได้เป็นแบบ 2 ด้านเหมือนห้องมุมทั่วไป ซึ่งห้องพักส่วนใหญ่จะเป็นห้อง 1 Bedroom แต่จะมีห้อง 2 Bedroom อยู่ทางทิศตะวันออกเป็นห้องมุม 2 ห้อง

มาดูโมเดลกันต่อครับ ซึ่งคราวนี้จะพามาดู Facilities ไล่จากชั้น 1 ขึ้นมาด้านบน อย่างที่ได้เห็นจากแปลนไปแล้วว่าด้านหน้าสุดจะเป็น Lobby ชั้นบนมี Fitness ซึ่งผนังเป็นกระจกโดยรอบทำให้เกิดการเชื่อมต่อกับธรรมชาติและส่วนกลางภายนอกได้ มีสระว่ายน้ำอยู่ด้านข้างยาวขนานไปกับตัวอาคาร ซึ่งจะแบ่งออกเป็นสระจริงที่ใช้ว่ายกับสระน้ำตื้นที่ด้านหน้าสุดที่เป็น Water feature ใช้ Take View ออกมาจาก Lobby ได้ และส่วนปลายของสระจะมี Deck ไว้นั่งพักผ่อนด้วย

ต่อเนื่องกันจะมีทางเดินด้านข้างสระว่ายน้ำเชื่อมต่อมายัง Co-Working Space ที่อยู่ด้านหลังสุดได้ ซึ่งถือว่าเหมาะสมกับฟังก์ชันการใช้งานดีเพราะเป็นพื้นที่ที่ต้องการความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวในการนั่งทำงานอ่านหนังสือ ผนังโดยรอบเป็นกระจกเช่นกัน เชื่อมต่อพื้นที่และ Take View ธรรมชาติภายนอกได้ดี

ภาพจำลองบรรยากาศ Lobby ที่มีช่องหน้าต่างสามารถ Take View สระว่ายน้ำและต้นไม้สีเขียวภายนอกได้ รวมถึง Co-Working Space ที่มีที่นั่งเป็นแนวยาว สามารถนั่งหันหน้าออกไปมองแนวต้นไม้ภายนอกได้เต็มที่ ผนังเป็นกระจกเกือบทั้งหมดให้ความรู้สึกเหมือนได้นั่งอยู่ในสวนหรือธรรมชาติภายนอกจริงๆ

ภาพจำลองบรรยากาศ Fitness ที่อยู่ชั้น 2 ของอาคาร สามารถขึ้นมาได้จากบันไดวนตรงกลางที่เชื่อมต่อมาจาก Lobby ด้านล่าง ที่ชั้นนี้จะมีห้องออกกำลังกายที่ผนังโดยรอบเป็นกระจก วางเครื่องออกกกำลังกายหันหน้าออกไปด้านนอกทำให้ Take View ไกลๆขณะออกกำลังกายได้ไม่น่าเบื่อ อีกด้านหนึ่งของชั้นนี้เป็นห้องน้ำในตัวด้วย

แปลนชั้น 3 – 5 เป็นชั้นพักอาศัยแบบเต็ม Floor แบบ Tropical Floor Plan คือจะเหมือนกันหมดทุกชั้น ซึ่งลักษณะและตำแหน่งการวางห้องพักชั้นนี้ยังคงเหมือนเดิม สำหรับชั้น 3 เป็นต้นมาที่เพิ่มเติมมาคือห้องมุมซ้ายล่างที่เดิมทีเคยเป็นห้อง Fitness ในชั้น 2 ซึ่งกลายเป็นห้อง 2 Bedroom จึงทำให้ในชั้นนี้จะมีห้องพักอาศัยสูงสุดอยู่ที่ 13 ยูนิตครับ

คราวนี้มาดูด้านข้างโมเดลกันบ้าง ซึ่งทั้ง 2 ด้านของโครงการจะติดกับบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น จึงทำให้โครงการได้วิวที่ค่อนข้างเปิดโล่งไม่โดนบล็อควิว และจากโมเดลจะเห็นว่า Facade ของอาคารมีการใช้ระเบียงและกระถางต้นไม้เล่นระดับ ยื่นยาวแตกต่างกันไปในแต่ละชั้น ขอบกระถางกรุกระเบื้องลายหินสีขาวดูเด่นและสะอาดตา โดยต้นไม้ที่ระเบียงเหล่านี้เป็นของส่วนกลางที่โครงการจะดูแลให้เองครับ

ตั้งแต่ชั้น 6 – 7 จะเป็นห้องแบบ Duplex คือจะเป็นห้องแบบ 2 ชั้นต่อกัน มีบันไดเชื่อมต่อระหว่างชั้นอยู่ภายในห้องเหมือนเป็นบ้านแบบ 2 ชั้นเลยครับ และที่ชั้นบนยังมีประตูสามารถเปิดออกไป Corridor ภายนอกได้แบบห้องปกติอีกด้วย โดยห้องแบบ Duplex นี้จะมีจำนวนยูนิตเพียง 7 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น ได้ความเป็นส่วนตัวสูง

สุดท้ายนี้ผมอยากให้ดูด้านหลังโมเดลสักนิด อย่างที่ได้อธิบายไปแล้วก่อนหน้านี้ว่าด้านหน้าและด้านหลังโครงการจะติดอาคารสูง 8 ชั้นและ 4 ชั้น จึงทำให้อาจโดนบล็อตวิวอยู่บ้าง แต่โครงการก็ได้ออกแบบให้ห้องที่อยู่ติดหรือหันหน้าออกทางทิศเหล่านี้เป็นผนังทึบช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แก่ห้องเหล่านี้ได้ครับ แลกกับการที่ห้องพักเหล่านี้จะได้วิวด้านเดียวแบบปกติ ไม่ได้วิว 2 ด้านแบบห้องมุมที่ควรจะเป็น

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 15.2 x 5 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง
  • Co-Working Space
  • Stream sauna
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 31 :  1
  • ที่จอดรถประมาณ 52 คันคิดเป็น 84 % รวมจอดซ้อนคัน (มี Mechanical Parking)
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

โครงการมีแบบห้องทั้งหมด 3 แบบ ขายแบบ Fully Furnished ประกอบด้วย

  • ห้อง 1 Bedroom ขนาด 29.53 – 43.16 ตร.ม.
  • ห้อง 2 Bedrooms ขนาด 50.74 – 72.24 ตร.ม.
  • ห้อง Duplex ขนาด 132.65 – 152.77 ตร.ม.

โดยโครงการมีห้องตัวอย่างให้ดูทั้งหมด 2 แบบ คือห้อง 1 Bedroom และ 2 Bedrooms จะเป็นอย่างไรไปชมกันเลยครับ

ห้องตัวอย่างแรกคือห้อง 1 Bedroom ขนาด 29.53 – 43.16 ตร.ม. ฟังก์ชันภายในจัดแบ่งเป็นสัดส่วนและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ เมื่อเข้ามาภายในจะเจอกับพื้นครัวก่อน เป็นครัวเปิดจึงอาจไม่เหมาะกับการทำอาหารจริงจังมากนัก ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องน้ำซึ่งภายในมีการแยกฟังก์ชันการใช้งานอย่างเป็นสัดส่วน แล้วยังสามารถเข้า-ออกได้จากห้องนอนได้ด้วย ติดกับส่วนครัวมีโต๊ะอาหารซึ่งช่วยกั้นฟังก์ชันการใช้งานส่วนส่วนครัวกับส่วนพักผ่อนออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน

ถัดเข้ามาด้านในห้องเป็นส่วนพักผ่อนซึ่งประกอบด้วยห้องนั่งเล่นที่มีพื้นที่อยู่ติดกับประตูกระจกบานเลื่อนที่ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในได้ถึงส่วนครัวหน้าห้อง แล้วยังสามารถเปิดออกไปใช้งานระเบียงภายนอกได้ ส่วนทางซ้ายของห้องเป็นห้องนอนซึ่งมีประตูบานเลื่อนแบบทึบสามารถเลื่อนปิดกั้นฟังก์ชันแยกออกจากกันทำให้เกิดความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และมีพื้นที่ให้จัดเป็นส่วน Walk in Closet บริเวณด้านหน้าห้องน้ำ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ห้องแบบนี้จึงเหมาะกับคนชอบความเป็นสัดส่วน โดยที่ในเวลาปกติจะชอบความโปร่งโล่ง แต่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันเพื่อความเป็นส่วนตัวได้

ก่อนจะเข้าห้องอยากให้ดูที่ประตูก่อน ซึ่งทางโครงการติดประตูของจริงมาให้ดูด้วยครับ เป็นประตูไม้บานทึบขนาด Overside พร้อมติด Digital Door Lock มาให้ซึ่งมีตัวล็อคกับไขกุญแจได้ในตัว แล้วจะล็อคแบบอัตโนมัติให้ด้วย ด้านบนเหนือประตูมี Sensor ตรวจจับความเคลื่อนไหวบริเวณหน้าห้อง เมื่อเราเข้ามาในห้อง Sensor ก็จะทำงานและไฟในห้องก็จะเปิดเองอัตโนมัติ และที่พื้นจะมี Stopper ป้องกันประตูกระแทกติดมาให้พร้อมใช้งาน

เมื่อเข้ามาภายในห้องจะเจอกับพื้นที่โปร่งโล่งแบบนี้ พื้นห้องด้านในปูด้วยกระเบื้องยางไวนิล  ผนังและฝ้าฉาบเรียบทาสี ความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.8 m. ทำให้ห้องค่อนข้างโปร่งโล่งกว่าปกติ

พื้นที่ส่วนแรกเป็นห้องครัวซึ่งได้เป็นพื้นที่ครัวเปิดไม่เหมาะกับการทำอาหารจริจังและไม่สามารถกั้นห้องเพื่อทำเป็นครัวเปิดได้ เพราะจะติดแนวบานเลื่อนระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องนอน

เคาน์เตอร์ครัวจะได้ลักษณะคล้ายแบบนี้ แต่จะแตกต่างในส่วนไหนบ้างเดี๋ยวเราไปดูรายละเอียดกันครับ ส่วนพื้นที่ตรงส่วนครัวนี้ของจริงจะได้เป็นพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้ซึ่งสามารถทนความชื้นและเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายกว่าพื้นไม้ลามิเนตหรือพื้นกระเบื้องยางไวนิลครับ

ตู้ด้านบนและตู้ด้านล่างสามารถเก็บของได้เยอะพอสมควร เพียงแต่ตู้ด้านบนตู้เย็นจะไม่ได้มีความยาวแบบห้องตัวอย่างนะ ความยาวจะสุดเท่ากับตู้ที่อยู่ด้านบนที่วางไมโครเวฟเท่านั้น ส่วนหน้าบานตู้ทั้งหมดจะติด Soft close มาทุกบานรวมถึงลิ้นชักด้านล่างก็ติดโช๊คมาให้ช่วยป้องกันการกระแทกได้ดี

Top เคาน์เตอร์ครัวเป็นหินเทียมซึ่งทนความร้อนและความชื้นได้ดี ได้ Hob&Hood ของ Franke ซึ่งของจริงจะต่อท่อดูดควันออกสู่ภายนอกจึงทำให้พื้นที่ภายในตู้ด้านบนจะน้อยกว่าที่เห็นนะครับ ส่วนพื้นที่ประกอบอาหารตรงกลางจะกว้างประมาณ 30 cm. และมีอ่างล้างหน้าของ Fanke พร้อมก๊อกน้ำทรงสูงแบบก้านโยกของ Hafele ซึ่งพิเศษคือมีจะแผ่นหินปิดตัวอ่างล้างจานมาให้เผื่อเวลาอยากจะใช้พื้นที่ประกอบอาหารเพิ่มเติมก็ยกมาปิดสามารถไว้วางของหรือหั่นผักแทนเขียงได้ ส่วนผนังด้านหลังของจริงจะเป็นกระจกสีชาดำซึ่งเราจะได้เห็นในห้องตัวอย่างถัดไปครับ

ติดกันด้านขวาเป็นที่วางตู้เย็นกว้างประมาณ 80 cm. และสามารถใช้ตู้เย็นทรงสูงได้ถึง 1.9 m. เพราะตู้ด้านบนจริงๆจะไม่มีตู้ยาวลงมาแบบด้านบนเหมือนในห้องตัวอย่างครับ

ติดกันด้านซ้ายเป็นโต๊ะกินข้าว ซึ่งเราจะได้เป็นโต๊ะแบบ 2 ที่นั่งแบบนี้เหมือนในห้องตัวอย่างเลยนะ โดยลักษณะการนั่งเราจะหันหน้าเข้าไปทางครัวแบบนี้ ไม่ได้หันมามองดูทีวีได้นะครับ

ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องน้ำ แต่เราจะยังไม่เข้าไปห้องน้ำนะ แต่อยากจะพามาดูด้านหลังประตูทางเข้าห้องก่อน คือจะมีขนาดพื้นที่ประมาณ 45 x 65 cm. ทำให้สามารถวางตู้รองเท้าหรือจะ Built เป็นตู้เก็บของทรงสูงบริเวณนี้เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของได้ซึ่งมันดีมากๆครับ

ส่วนฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี และมีการ Drop ฝ้าลงมาประมาณ 20 cm. จึงทำให้เฉพาะบริเวณส่วนครัวนี้จะมีความสูงอยู่ที่ 2.6 m. และเรายังจะได้เครื่องปรับอากาศแบบฝังฝ้า (Ceiling Concealed type) เหมือนในห้องตัวอย่างเลยครับ

ถัดเข้ามาด้านในจะเป็นห้องนั่งเล่นที่มีพื้นที่เชื่อมต่อกับห้องนอนและประตูกระจกบานเลื่อนที่ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาและสามารถเปิดออกไปใช้งานระเบียงภายนอกได้ จึงทำให้พื้นที่ภายในห้องดูกว้างมากขึ้น

ระยะดูทีวีกว้างประมาณ 2 m. สามารถใช้ทีวีขนาดประมาณ 40 – 50 นิ้วได้ โดยสามารถเผื่อระยะนอนดูทีวีจากบนเตียงนอนได้นะครับ ส่วนชั้นวางทีวีจะได้แบบในห้องตัวอย่างนี้เลย ยกว้นโต๊ะกลางที่จะไม่ได้นะ

ประตูกระจกบานเลื่อนเมื่อมองจากมุมนี้จะเห็นเป็นพื้นที่ผนังกระจกขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกันทำให้เกิดความโปร่งโล่งแบบนี้ ซึ่งก็ตรงกับแนวคิดโครงการที่ต้องการให้เกิดพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ในห้องกับธรรมชาติภายนอก

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี พร้อม Drop ฝ้าซ่อนรางม่านให้แบบในห้องตัวอย่างเลยครับ

ประตูกระจกบานเลื่อนกรอบ Powder coat สีเทาเข้ม และของจริงจะมีแค่ตัวล็อคธรรมดาไม่ได้มีตัวล็อค 2 ชั้น แบบที่เห็นในห้องตัวอย่างนะครับ กระจกเป็นแบบใสธรรมดา และมีธรณีประตูสูง 6 cm.

ระเบียงเป็นแนวยาว มีขนาดพื้นที่ประมาณ 2.7 x 0.7 m. ด้านซ้ายเป็นผนังกระจกของส่วนห้องนอน และด้านขวาเป็นช่องผนังทึบที่ไว้แขวน Condensing unit เพื่อหลบอยู่หลังผนังไม่ให้มองเห็นเกะกะสายตาจากในห้องได้ ส่วนด้านล่างก็สามารถวางเครื่องซักผ้าได้ และราวระเบียงของจริงจะเป็นราวเหล็กแบบนี้ (ถ้าจากโมเดลหรือภาพตัวอย่างจะดูเป็นเหมือนกระจกแต่จริงๆเป็นเหล็กนะครับ)

ฝ้าเพดานของจริงจะเป็นฉาบเรียบทาสี และของจริงจะได้ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้า 1 จุด

ถัดมาจะเป็นส่วนของห้องนอนซึ่งจะมีประตูบานเลื่อนที่สามารถปิดกั้นแยกสัดส่วนออกจากห้องนั่งเล่นได้ สามารถเปิดออกได้กว้างสุดถึง 3 m. โดยสำหรับโครงการนี้เราจะได้เป็นประตูบานทึบแบบนี้ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้มากทีเดียว

บานประตูเป็นไม้อัดธรรมดาและปิดผิวด้วยไม้ลามิเนตลายผ้าสีเทาแบบนี้ ติดรางด้านบนทำให้ไม่มีรางด้านล่างมาคอยเก็บฝุ่นหรือทำให้เดินสะดุด ตัวบานประตูน้ำหนักเบาสามารถเลื่อนเปิดได้ง่าย

ตัวจบของประตูบานเลื่อนมีการตัดขอบบัวเพื่อให้ประตูสามารถแนบสนิทไปกับผนังได้

ต่อมาเป็นห้องนอนซึ่งผมค่อนข้างชอบมาก ภายในมีพื้นที่ค่อนข้างโปร่งโล่ง เมื่อวางเตียงขนาด 5 ฟุตไว้กลางห้องยังมีพื้นที่เหลือโดยรอบสามารถใช้งานได้สะดวก

พื้นที่ปลายเตียงวัดจากขอบเตียงถึงโซฟาจะกว้างประมาณ 60 cm. และถ้าปิดประตูบานเลื่อนก็จะเหลือความกว้างประมาณ 35 cm. ยังสามารถเดินผ่านได้แบบพอดีตัวอยู่ครับ

ทางด้านขวาของเตียงมีพื้นที่เว้าเข้าไปตรงขอบหน้าต่างที่สามารถจัดเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ดีๆได้ เช่น มุมโต๊ะทำงานนั่งอ่านหนังสือเป็นต้น มีขนาดประมาณ 1.5 x 2.4 m.

จุดเด่นของห้องในโครงการนี้คือได้ช่องแสงเป็นกระจกสูงจากพื้นเกือบถึงฝ้า และด้านขวามือเป็นกระจกเข้ามุม Bay Window ที่เราได้เห็นไปแล้วก่อนหน้านี้ตอนที่ออกไปดูที่ระเบียง ข้อดีคือช่วยเพิ่มมุมมองทำให้สามารถ Take View ได้กว้างมากขึ้น แต่ข้อเสียคือถ้าห้องนี้ต้องการความเป็นส่วนตัวโดยการเลื่อนประตูบานทึบปิดแล้ว แต่เพื่อนที่อยู่นอกห้องนอนก็ยังอาจสามารถมองเห็นในห้องได้จากทางระเบียงได้ด้วย ดังนั้นจึงต้องติดม่านดีๆด้วยนะ ส่วนด้านซ้ายมีหน้าต่างบานกระทุ้งให้สามารถเปิดระบายอากาศได้

ส่วนทางด้านซ้ายของเตียงเป็นตู้เสื้อผ้าและห้องน้ำ เครื่องปรับอากาศในห้องนอนก็จะเป็นแบบ Wall type ตามตำแหน่งนี้

ระยะจากขอบเตียงถึงผนังกว้างประมาณ 80 cm. สามารถเดินผ่านได้สะดวก ส่วนระยะหน้าตู้เสื้อผ้าก็กว้างประมาณ 1.2 m. สามารถใช้งานแบบ 2 คน คนละตู้พร้อมๆกันได้เลยครับ

ตู้เสื้อผ้า 2 ฝั่งเหมือนกันนะ เป็นตู้ทรงสูงจากพื้นถึงฝ้าจึงทำให้ใช้ประโยชน์พื้นที่แนวตั้งได้เต็มความสูง ซึ่งจะได้รูปร่างหน้าตาและวัสดุเหมือนในห้องตัวอย่างเลย หน้าบานกระจกสีดำ มีช่องเก็บของด้านบนและลิ้นชักด้านล่างทำให้เก็บของได้เยอะพอสมควร พร้อมติดไฟส่องสว่างภายในตู้ให้อีกด้วย

ส่วนที่เปิดตู้จะเป็นแถบอลูมิเนียมสีดำที่กลมกลืนไปกับตู้ ดูเรียบง่าย แต่ใช้งานสะดวก

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี พร้อมติดตั้งไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้าทั้งในส่วนของห้องนอนและตู้เสื้อผ้า เพื่อที่เวลาแต่งตัวหน้าตู้จะได้มีแสงสว่างเพียงพอ

ส่วนสุดท้ายเป็นห้องน้ำ ซึ่งมีทางเข้าออกถึง 2 ทาง ทั้งจากห้องครัวและห้องนอน ภายในจะได้ทุกอย่างตามที่เห็นในห้องตัวอย่างยกเว้นของตกแต่งครับ

พื้นที่ส่วนแห้งมีขนาดประมาณ 1.6 x 1.5 m. สามารถใช้งานได้สะดวก ขอบธรณีประตูเป็นหินซึ่งแข็งแรงต่อรอยขีดข่วนและทนกรดด่างได้ดี ช่วยป้องกันน้ำไหลซึมออกไปนอกห้องได้

อ่างล้างหน้าของ Mogen ขนาดประมาณ 45 x 60 cm. ก็อกน้ำของ American Standard แบบก้านโยกใช้งานสะดวก และมีขอบด้านหลังใช้วางของเล็กๆน้อยๆได้ ด้านข้างมีปลั๊กไฟแบบมีฝาครอบปิดช่วยป้องกันน้ำกระเด็นมาโดน ส่วนด้านล่าง Built ตู้มาให้เรียบร้อย สามารถเก็บของใช้จำเป็นภายในห้องน้ำได้ และยังสามารถติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนเอาไว้ใต้นี้ได้ด้วย เพราะห้องน้ำของโครงการนี้จะเดินงานระบบท่อน้ำร้อนแบบฝังผนังเอาไว้ให้ในตัวแล้วด้วย

ติดกันทางด้านซ้ายเป็นโถสุขภัณฑ์ของ American Standard พร้อมติดสายชำระกับที่แขวนกระดาษชำระมาให้พร้อมใช้งาน

ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีขนาดประมาณ 0.8 x 1 m. สามารถใช้งานได้สะดวก มีขอบธรณีสูง 6 cm. ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำไหลซึมออกมาด้านนอก แต่ตัวบานประตูฉากกั้นอาบน้ำไม่มี Stopper ติดตั้งมาให้ เวลาเปิดต้องระวังประตูกระแทกกับผนังด้วยนะครับ

ฉากกั้นอาบน้ำจะได้เป็นกระจกนิรภัย Tempered Glass พร้อมที่เปิดประตูสามารถแขวนผ้าเช็ดตัวได้แบบนี้

ส่วนการใช้งานเวลาเปิดประตูกระจก ส่วนมือจับด้านในจะไปกระแทกผนังห้องน้ำได้ ต้องระวังในการใช้งานหน่อยนะครับ

ภายในติด Hand Shower และ Rain Shower มาให้แบบนี้ ฝักหัวขนาดกำลังพอดี ที่เปิดน้ำแบบก้านโยกสามารถปรับความแรงและอุณหภูมิของน้ำได้ รวมถึงด้านข้างยังมีที่วางสบู่ติดตั้งมาให้ด้วย แต่ถ้าใครของเยอะวางไม่พอก็สามารถติดเพิ่มเติมเองได้เลยครับ

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้า 3 ดวง และพัดลมดูดอากาศอีก 1 ตัว

ห้องต่อมาคือ 2 Bedroom ขนาด 132.65 – 152.77 ตร.ม. โดยส่วนตัวผมค่อนข้างชอบห้องนี้มากกว่าห้องแรก เพราะนอกจากจะได้พื้นที่โปร่งโล่งเหมือนห้อง 1 Bedroom แล้ว ยังมีฟังก์ชันอื่นๆเสริมเข้ามาทำให้การอยู่อาศัยสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เริ่มแรกเข้ามาในห้องยังคงเป็นห้องครัวแบบเปิดเช่นเดิม แต่คราวนี้มีระยะที่สามารถกั้นเป็นครัวปิดได้แล้วถ้าต้องการ และที่เพิ่มเติมมาคือมีห้องเก็บของในตัวแยกเป็นสัดส่วนด้วยครับ ห้องน้ำด้านนอกใช้งานร่วมกันพื้นที่ส่วนกลางและห้องนอนเล็กจึงทำให้มีทางเข้า-ออก 2 ทาง โดยที่ห้องนอนเล็กจะเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นและระเบียง กั้นด้วยประตูบานเลื่อนแบบทึบ เป็นฟังก์ชันที่เหมือนกับห้องตัวอย่างแรกเลยครับ

และที่เพิ่มมาอย่างสุดท้ายคือห้อง Master Bedroom ที่มีห้องน้ำในตัวและกั้นด้วยผนังทึบจึงได้ความเป็นส่วนตัว จุดเด่นของห้อง Master นี้คือมีผนังกระจกเข้ามุม Bay Window ขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่ผนังไปเกินครึ่งห้อง จึงเหมาะกับคนที่ชอบ Take View หรืออยากได้พื้นที่ฟังก์ชันห้องอเนกประสงค์เพิ่มเติม ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลายรูปแบบ ทั้งห้องนอนแขก ห้องนอนลูก ห้องทำงาน หรือจะเปิดโล่งๆเชื่อมต่อพื้นที่ให้กว้างขวางไว้แบบนี้ก็ดีครับ

เมื่อเข้ามาภายในห้องจะเจอกับพื้นที่ค่อนข้างโปร่งโล่ง เพราะห้องนี้ก็มีความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.8 m. เช่นกัน และพื้นปูด้วยกระเบื้องยางไวนิล กับผนังของจริงจะเป็นฉาบเรียบทาสี

ส่วนแรกที่เข้ามาเจอจะเป็นครัว ซึ่งเราจะได้เป็นครัวเปิดแบบนี้ ซึ่งมีระยะที่สามารถทำเป็นครัวปิดได้ แต่ก็อาจทำให้ไม่สามารถใช้โต๊ะทานอาหารแบบ 4 ที่นั่งแบบนี้ได้แล้ว อาจเหลือแค่ 2 ที่นั่งครับ

โดยพื้นที่ครัวของจริงจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ระยะปูกระเบื้องจะอยู่ถึงตรงบริเวณขอบเคาน์เตอร์ครัวนะ ซึ่งจะทำให้เราสามารถเช็ดทำความสะอาดพื้นได้ง่าย ส่วนระยะการวางโต๊ะทานอาหารกับเคาน์เตอร์ครัวจะกว้างประมาณ 1 m. สามารถเลื่อนเก้าอี้ออกมานั่งและเดินผ่านด้านข้างโต๊ะ พร้อมประกอบอาหารในครัวได้สะดวก

ตู้ด้านบนสามารถเก็บของได้ค่อนข้างเยอะ หน้าบานตู้ทางด้านซ้ายจะเป็นบานทึบ ส่วนทางด้านขวาจะเป็นกระจกสีชาดำตามห้องตัวอย่างที่เห็นเลยครับ เครื่องดูดควันเป็นแบบต่อท่อดูดออกไปภายนอกจึงทำให้มีพื้นที่เก็บของน้อยลงเล็กน้อย ซึ่งจากห้องตัวอย่างที่แล้วก็จะต้องเป็นแบบนี้เช่นกัน หน้าบานตรงส่วน Hood จะเป็นแบบกดกระเด้ง พร้อมติด Soft close ป้องกันการกระแทกมาให้พร้อมใช้งาน

เคาน์เตอร์ครัวเป็นรูปตัว L มีพื้นที่ประกอบอาหารค่อนข้างเยอะ สามารถประกอบอาหารได้เต็มที่ ผนังกรุกระจกสีชาดำแบบนี้จึงทำให้ง่ายต่อการทำความสะอาด ซึ่งห้องตัวอย่างแรกก็จะติดแบบนี้เหมือนกันครับ

อ่างล้างจานยังคงได้แบบมีฝาปิดเช่นเดิม ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่ในการประกอบอาหารให้มากขึ้น และใช้แทนเขียงในการหั่นผักผลไม้ได้

ตู้ด้านล่างมีพื้นที่เก็บของค่อนข้างเยอะ ที่วางไมโครเวฟย้ายลงมาอยู่ด้านล่างทำให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น

ตู้ด้านซ้ายพิเศษหน่อย เพราะตรงนี้คือพื้นที่ที่ทางโครงการเตรียมไว้ให้สำหรับวางเครื่องซักผ้า แต่ที่เห็นเป็นชั้นวางของและมีหน้าบานปิดแบบนี้เพราะโครงการต้องการแก้ไขปัญหาคนไม่ใช้เครื่องซักผ้า เพื่อที่ว่าพื้นที่ตรงนี้จะได้ไม่ถูกปล่อยทิ้งไว้ให้เป็นช่องโล่งๆโดยเปล่าประโยชน์ และหากต้องการใช้วางเครื่องซักผ้าก็สามารถบอกทางโครงการให้นำชั้นวางออกได้ครับ

ส่วนทางด้านขวาเป็นพื้นที่วางตู้เย็นกว้างประมาณ 80 cm. และสูงประมาณ 1.65 m.

ฝั่งตรงข้ามหลังประตูทางเข้ามีประตูเล็กๆซ่อนอยู่ ภายในเป็นห้องโล่งๆที่ใช้เป็นห้องเก็บของได้ ประตูจะเป็นแบบผลักเข้าไปแบบห้องตัวอย่างเลยครับ แต่เวลาผลักเข้าไปจนสุดขอบประตูอีกด้านโผล่ออกมาเลยระยะผนังเดิม ทำให้เวลาเราเปิดประตูห้องในตอนเปิดประตูนี้อยู่ด้วยจะติดขอบประตูห้องเก็บของแล้วจะเปิดประตูได้ไม่สุด

ภายในมีขนาดพื้นที่ประมาณ 2.5 x 0.9 m. สามารถหาชั้นวางของโปร่งๆมาวางแบบห้องตัวอย่างมาใช้ก็ได้ครับจะได้ไม่อึดอัดมากนัก หรือถ้าใครอยากจะ Built เป็นตู้ทรงสูงจากพื้นถึงฝ้าก็จะช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของได้มากทีเดียวครับ ส่วนฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี และมีไฟดาวไลท์แบบฝังฝ้า 1 ดวง

ถัดเข้ามาด้านในเป็นห้องนั่งเล่น มีพื้นที่อยู่ติดกับประตูกระจกบานเลื่อนและห้องนอนเช่นเดิม ทำให้ห้องค่อนข้างโปร่งโล่ง โซฟาจะได้แบบห้องตัวอย่างนี้ แต่ชั้นวางทีวีจะได้เป็นแบบตั้งพื้นเหมือนห้องที่แล้วนะครับ

ระยะดูทีวีกว้างประมาณ 2.2 m. สามารถใช้ทีวีขนาด 40 – 50 นิ้วได้ โดยสามารถเผื่อระยะนอนดูทีวีจากเตียงนอนได้เช่นเคย

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี พร้อม Drop ฝ้าและซ่อนรางม่านให้เช่นเคย

ประตูกระจกบานเลื่อนกรอบ Powder coat สีเทาเข้ม กระจกใสธรรมดา ราวกันตกเหล็กสูง 1 m. และฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีเหมือนห้องที่แล้วครับ แต่จะมีขนาดระเบียงที่ยาวกว่าอยู่ที่ 2.55 x 0.7 m.

ห้องนอนสามารถกั้นด้วยประตูบานเลื่อนแบบทึบ แต่ห้องนี้จะเปิดออกได้กว้างกว่างอยู่ที่ 3.1 m. และได้ความเป็นส่วนตัวเช่นเคย

บัวขอบผนังก็ตัดแต่งให้สามารถปิดประตูได้แนบสนิทดีครับ

ภายในห้องนอนสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตไว้กลางห้อง แล้วยังมีพื้นที่โดยรอบเหลือสามารถใช้งานได้สะดวกเช่นเดิม

ปลายเตียงจะมีพื้นที่กว้างประมาณ 50 cm. แต่เมื่อปิดประตูแล้วจะมีพื้นที่เหลือกว้างประมาณ 30 cm. สามารถเดินผ่านได้แบบพอดีตัว

พื้นที่ด้านขวาของเตียงมีขนาดประมาณ 1.1 x 2.3 m. สามารถทำเป็นโต๊ะนั่งทำงานอ่านหนังสือข้างหน้าต่างก็เหมาะดีครับ

ส่วนชุดหน้าต่างกระจกตรงนี้จะยังได้ความสูงจากพื้นถึงฝ้าและมีช่องหน้าต่างบานกระทุ้งเปิดระบายอากาศได้

ส่วนทางด้านซ้ายของเตียงเป็นตู้เสื้อผ้าและห้องน้ำซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ใช้งานต่อเนื่องกันดีไม่ต้องเดินตัวเปียกไปทั่วห้อง เครื่องปรับอากาศก็จะติดอยู่ในตำแหน่งนี้เลย

พื้นที่หน้าตู้เสื้อผ้ากว้างประมาณ 1.4 m. สามารถใช้งานยืนแต่งตัวหน้าตู้ได้สะดวก

ฟังก์ชันตู้เสื้อผ้าเหมือนกับห้องที่แล้วเลยครับ สามารถเก็บของได้เยอะพอสมควร

ภายในห้องน้ำก็เป็นแบบมาตรฐานเหมือนกันทุกอย่าง แยกพื้นที่ส่วนเปียกส่วนแห้งออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน

โดยที่ห้องนี้จะสามารถเข้าออกได้ 2 ทางคือจากห้องนอนและห้องครัว เหมือนกับห้องตัวอย่างแรกเลยครับ พื้นที่ใช้งานภายประมาณ 1.4 x 1.25 m. สามารถใช้งานได้สะดวก

สุขภัณฑ์และฟังก์ชันต่างๆเหมือนกันเด๊ะ อ่างล้างหน้าของ Mogen และ Built ตู้ด้านล่างเพื่อติดเครื่องทำน้ำร้อน เดินท่อน้ำร้อนฝังผนังไว้ให้ ได้โถสุขภัณฑ์ของ American Standard พร้อมติดสายชำระ ที่แขวนกระดาษชำระมาให้พร้อมใช้งาน

ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีขนาดประมาณ 1.3 x 0.9 m. มีขอบธรณีสูง 5 cm. ช่วยกันน้ำไหลซึมออกมาภายนอก ผลักประตูเข้าไปด้านในเพื่อที่น้ำจะได้ไม่หยดออกมาด้านนอก แต่ไม่มี Stopper ป้องกันการกระแทกมาให้นะ เปิดประตูระวังหน่อยล่ะ

ได้ฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัย Tempered Glass แบบในห้องตัวอย่างนี้เลย ที่เปิดประตูสามารถแขวนผ้าเช็ดตัวได้

ภายในติด Hand Shower และ Rain Shower มาให้แบบนี้ ฝักหัวขนาดกำลังพอดี ที่เปิดน้ำแบบก้านโยกสามารถปรับความแรงและอุณหภูมิของน้ำได้ รวมถึงด้านข้างยังมีที่วางสบู่ติดตั้งมาให้ด้วย แต่ถ้าใครของเยอะวางไม่พอก็สามารถติดเพิ่มเติมเองได้ครับ

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี ของจริงจะมีไฟดาวไลท์แบบฝังฝ้า 3 ดวง พร้อมพัดลมดูดอากาศอีก 1 ตัว

ต่อไปเป็นห้อง Master Bedroom ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งจะได้เป็นผนังทึบทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวอย่าง

ภายในห้อง Master Bedroom ขนาดค่อนข้างใหญ่และโปร่งโล่งมาก เนื่องจากผนังห้องเกือบทั้งหมดได้เป็นผนังกระจก เมื่อรวมกับฝ้าสูงถึง 2.8 m. ก็ยิ่งดูกว้างขึ้นอีกครับ

เมื่อวางเตียงขนาด 5 ฟุต ตรงกลางห้องจะทำให้ปลายเตียงมีพื้นที่กว้าง 50 cm. และด้านขวาของเตียงกว้างประมาณ 70 cm. สามารถเดินผ่านหรือลุกออกจากเตียงได้สะดวก

ส่วนนี้ถือเป็น Highlight ของห้องนี้ ชุดหน้าต่างกระจกเป็นทรงสูงจากพื้นเกือบถึงฝ้า และได้เป็นหน้าต่างเข้ามุม Bay Window ขนาดใหญ่ สามารถ Take View ภายนอกได้เต็มที่ สร้างพื้นที่เชื่อมต่อกับธรรมชาติภายนอกได้ตรงตามแนวความคิดโครงการ และมีหน้าต่างบานกระทุ้งทางซ้ายสามารถเปิดระบายอากาศได้

อีกด้านหนึ่งของห้องเป็นตู้เสื้อผ้าและห้องน้ำในตัวสำหรับ Master Bedroom รวมถึงติดตั้งเครื่องปรับอากาศไว้ในตำแหน่งนี้ด้วย

ตู้เสื้อผ้าจะได้แบบห้องตัวอย่างเลยครับ ลักษณะก็ะเหมือนๆกับห้องอื่นๆ สามารถเก็บของได้ค่อนข้างเยอะพอสมควร

มีจุดให้สังเกตนิดนึงคือประตูด้านบนของตู้เสื้อผ้าจะเปิดออกมาแล้วติดเครื่องปรับอากาศที่ติดตั้งอยู่ตรงนี้นะ ดีที่ชั้นบนๆอาจไม่ได้เปิดใช้งานบ่อยๆ

ภายในห้องน้ำ Master Bedroom จะมีฟังก์ชันแตกต่างจากห้องอื่นๆ แต่ก็แยกพื้นที่ส่วนเปียกกับส่วนแห้งออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน และได้ของทุกอย่างตามที่เห็นในห้องยกเว้นของตกแต่ง

พื้นที่ส่วนแห้งในห้องน้ำจะเป็นรูปตัว L กว้างด้านละประมาณ 85 cm. สามารถเดินผ่านและใช้งานได้สะดวก

อ่างล้างหน้าของ Mogen เช่นเดิมแต่มีขนาดที่ใหญ่กว่า รวมถึงจะได้กระจก 2 ด้านแบบนี้ ข้อดีคือเราสามารถส่องด้านข้างและด้านหลังได้ด้วย

อ่างล้างหน้าขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 90 x 47 cm. และมีพื้นที่ด้านข้างกว้าง 30 cm. สามารถวางของได้เยอะขึ้น

ฝั่งตรงข้ามเป็นโถสุขภัณฑ์ของ American Standard เช่นเคย มีสายชำระและที่แขวนกระดาษชำระติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน มีพื้นที่ด้านข้างเหลือข้างละ 24 cm. ไม่อึดอัดจนเกินไปนัก

ส่วนพื้นที่อาบน้ำจะเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส มีขนาดประมาณ 90 x 90 cm. สามารถใช้งานได้สะดวก มีขอบธรณีกันน้ำไหลย้อนออกมาทั้ง 2 ด้าน

และตัวฉากกั้นกระจกนิรภัย Tempered Glass เราก็ได้เป็นกระจกใสทั้ง 2 ด้าน ตามห้องตัวอย่างเลยครับ เวลาอาบน้ำก็จะไม่รู้สึกคับแคบอย่างที่คิด

ได้ Hand Shower & Rain Shower เช่นเดิม ก๊อกปรับความแรงน้ำและอุณหภูมิได้ ส่วนที่วางสบู่จะเปลี่ยนเป็นแบบเข้ามุมแทน ถ้าใครวางของไม่พอก็สามารถเพิ่มชั้นได้นะ

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี และของจริงจะได้ไฟดาวน์ไลน์ 3 จุด กับพัดลมดูดอากาศอีก 1 ตัว

ส่วนสวิตซ์และปลั๊กไปในห้องทั้งหมดจะเป็นของ Panasonic หน้าตาและสีแบบนี้เลยครับ

สำหรับห้องอีกแบบหนึ่งคือห้อง Duplex ขนาดพื้นที่ 132.65 – 152.77 ตร.ม. โดยวิธีการเข้าของโครงการนี้จะต้องเข้าจากชั้น 7 นะ แล้วพวกห้องนอนต่างๆจะต้องลงบันไดวนมาชั้น 6 แทนที่จะขึ้นเหมือนปกติทั่วไป เข้ามาภายในส่วนแรกที่เจอคือ Common area ขนาดใหญ่มาก ประกอบด้วยห้องนั่งเล่นและโต๊ะทานอาหาร นอกจากนี้ยังมีระเบียงที่ยาวต่อเนื่องตลอดแนวห้องอีกด้วย ห้องครัวจะหลยอยู่มุมซ้ายบนห้องกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนได้เป็นครัวปิดแต่ก็ไม่ได้มีพื้นที่ติดภายนอกที่จะเปิดระบายอากาศได้นะ ห้องน้ำส่วนกลางจะเป็นแบบ Powder room คือจะไม่มีส่วนอาบน้ำ และมีห้อง Laundry แยกต่างหากอีกด้วย ส่วนห้องนอนชั้นล่างก็มีห้องน้ำในตัวเป็นของตัวเอง บันไดลงชั้นล่างจะเป็นบันไดวนที่อยู่กลางห้อง

ลงมาด้านบนจะเจอกับโถงทางเดินแจกไปยังห้องนอนอีก 2 ห้อง เริ่มที่ห้องนอนเล็กด้านล่างจะมีระเบียงกับห้องน้ำเป็นของตัวเอง นอกจากนี้ยังมี Walk in closet และทางออกไปยัง Corridor ชั้น 7 ได้อีกทางหนึ่งด้วย  ส่วนห้อง Master Bedroom นอกจากจะมีพื้นที่ห้องนอนที่กว้างแล้ว ยังมีระเบียงขนาดใหญ่พร้อมกระจกเข้ามุม Bay Window ห้องน้ำก็มีขนาดใหญ่ แบ่งพื้นที่การใช้งานส่วนเปียกกับส่วนแห้งออกจากกันอย่างชัดเจน ซึ่งนอกจากห้องน้ำจะมีอ่างอาบน้ำแล้วยังมีช่องหน้าต่างในตัวสามารถเปิดระบายอากาศทำให้ห้องน้ำนี้ถูกสุขลักษณะที่ดีอีกด้วย

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 6 November 2018

  • 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ 29.53 – 43.16 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.8 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms ขนาดพื้นที่ 50.74 – 72.24 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 7.5 ล้านบาท
  • Duplex ขนาดพื้นที่ 133.48 – 152.67 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น n/a ล้านบาท
  • Fully Furnished
  • ฝ้าเพดานสูง 2.6 – 2.8 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • จอง n/a บาท
  • ทำสัญญา n/a บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 70 บาท/ตร.ม./เดือน (จ่ายล่วงหน้า 2 ปี)

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล – โครงการ Savvi Phahol 2 อยู่ในซอยพหลโยธิน 2 ที่เป็นทางยกระดับเชื่อมถนนพหลโยธินกับถนนวิภาวดีรังสิต ถือเป็นซอยทางลัดที่สำคัญ ซึ่งตัวโครงการจะอยู่ภายในซอยย่อยเข้าไปอีกประมาณ 450 m. โดยซอยฝั่งเลคคู่เป็นทำเลเงียบสงบเหมาะแก่การอยู่อาศัย ความอุดมสมบูรณ์ของย่านพหล – อารีย์ จะอยู่ตามริมถนนพหลโยธินตลอดสองข้างทาง ที่ใกล้สุดคือเซเว่นจะอยู่ปากซอยพหล 2 ในระยะ 450 m. และมีคอมมูนิตี้มอลล์ La Villa ที่ที่ปากซอยพหล 6 ห่างจากโครงการประมาณ 1 km. ถ้าข้ามฝั่งไปซอยเลขคี่จะเป็นโซนที่คึกคักมากกว่าเพราะเต็มไปด้วยอาคารสำนักงานขนาดใหญ่จึงทำให้มีร้านค้าร้านอาหารมากมาย

การเดินทางโดยใช้รถ – ข้อดีของทำเลซอยพหลโยธินฝั่งเลขคู่คือสามารถลัดเลาะไปออกถนนหลักได้หลายเส้นทาง นอกจากนี้ยังเป็นทำเลที่ตั้งอยู่ระหว่างทางด่วนทั้ง 2 ฝั่งคือทางยกระดับอุตราภิมุขบนถนนวิภาวดีกับทางพิเศษศรีรัชบนถนนพระราม 6 ซึ่งเราสามารถเดินทางไปใช้ทางพิเศษเหล่านี้ได้ง่ายๆในระยะเพียง 2 – 3 km. บวกกับอยู่ในซอยย่อยจึงเป็นทำเลที่เหมาะกับการใช้รถมากกว่า ที่จอดรถประมาณ 52 คันคิดเป็น 84% รวมจอดซ้อนคัน (มี Mechanical Parking) ถือว่าให้มาเยอะพอสมควรเลยครับ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – บนถนนพหลโยธินมีรถไฟฟ้า BTS วิ่งผ่าน ซึ่งสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ BTS อารีย์ อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 1 km. แต่ก็ไม่ใช่ระยะเดินได้สะดวก อาจต้องต่อวินซึ่งกรณีขากลับจะง่ายหน่อยเพราะมีวินอยู่ปากซอยติดกับสถานีรถไฟฟ้า แต่ขาออกมาจากคอนโดจะหารถยากหน่อยเพราะเป็นทำเลในซอยไม่ค่อยมีรถสาธารณะวิ่งผ่าน จะมีก็แบบนานๆทีเพราะซอยนี้เป็นซอยลัดอยู่เหมือนกัน

การออกแบบโครงการ – โครงการออกแบบสไตล์ Modern จำนวนยูนิตน้อยเน้นความเป็นส่วนตัว มีแนวคิด Inside to Outside เพื่อให้รู้สึกถึงการเชื่อมต่อกันระหว่างพื้นที่ภายในห้องกับธรรมชาติภายนอกด้วยระเบียง Facade สีขาวที่มีกระถางพุ่มไม้สีเขียวตัดกับสีอาคารขาว ชอบตรงการแยกส่วนกลางออกจากส่วนพักอาศัยไม่ปะปนกัน และการออกแบบผังอาคารมีการคำนึงถึงบริบทโดยรอบดี หันด้านแคบและส่วนที่เป็นผนังทึบเข้าสู่ด้านที่อาจถูกบล็อควิว ทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นส่วนตัวของห้องนั้นๆแต่ก็แลกมากับไม่ได้ Take View 2 ด้านในแบบห้องมุมที่ควรจะเป็น โดยทั้งโครงการมีจำนวนห้องพักเพียง 62 ยูนิต และมีจำนวนยูนิตต่อชั้นสูงสุดเพียง 13 ยูนิต/ชั้น จึงได้ความเป็นส่วนตัวสูง

การออกแบบห้องพัก – โดยรวมถือว่าดีนะ โดยเฉพาะห้อง 2 Bedroom ดูเผินๆฟังก์ชันและผังห้องก็ไม่ต่างจากห้อง 1 Bedroom แต่เพิ่มห้องเก็บของ ครัวสามารถกั้นผนังได้จึงสามารถทำอาหารได้จริงจัง ห้องนอนเล็กกับห้องนั่งเล่นเชื่อมต่อกันได้พื้นที่โปร่งโล่งขนาดใหญ่แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันด้วยประตูเลื่อนบานทึบแยกออกจากกันได้ด้วย ห้องนอนใหญ่เป็นผนังทึบได้ความเป็นส่วนตัว กระจกเข้ามุม Bay Window ขนาดใหญ่ และมีห้องน้ำในตัว เพียงแค่นี้ก็ทำให้ได้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่บ้านหลังนึงแล้วครับ เหมาะกับคนหลายแบบทั้งอยู่เองแต่อยากได้ห้องโปร่งโล่งและมีห้องอเนกประสงค์ไว้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบอีกห้องหนึ่ง หรือจะเผื่อไว้เป็นห้องนอนลูกในอนาคตซื้ออยู่ยาวๆก็ได้

วัสดุ – ถือว่าให้มาดีเหมาะสมกับการใช้งาน ขายแบบ Fully Furnished พื้นกระเบื้องยางไวนิล พื้นครัวแกรนิตโต้ Top เคาน์เตอร์ครัวหินเทียม อ่างล้างจานของ Franke ที่มีฝาปิดเพิ่มพื้นที่ทำครัวได้ Hob&Hood ของ Franke ดูดออกไปภายนอก ผนังครัวกรุกระจกสีชาดำ หน้าบานตู้กระจกสีชาดำ ช่องหน้าต่างสูงจากพื้นถึงฝ้าและมีกระจกเข้ามุม Bay Window บานกรอบ Powder coat สีเทาเข้ม สุขภัณฑ์ในห้องน้ำเป็นของ Mogen และ American Standard ติดฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัย Tempered Glass เดินงานระบบท่อน้ำร้อนในผนัง พร้อมระบบ Home Automation และ Sensor ตรวจจับความเคลื่อนไหวพร้อมใช้งาน ได้เครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type และระบบปรับอากาศแบบฝังฝ้า (Ceiling Concealed type)

สาธารณูปโภค – ให้มาครบ Lobby จำเป็นต้องใช้ Key Card เพื่อความปลอดภัยและเป็นส่วนตัว เชื่อมต่อกับ Fitness ที่อยู่ชั้นบน และสระว่ายน้ำที่อยู่ด้านนอก ยาวต่อเนื่องไปจนถึง Co-Working Space ที่อยู่ด้านหลังสุดที่ค่อนข้างเหมาะสมเพราะต้องการความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวในการทำงาน ผนังโดยรอบเป็นกระจกเพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ภายในกับธรรมชาติภายนอก

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 140,000 บาท/ตร.ม., 6 November 2018

  • ทำเล 7.25/10 – อยู่ในย่านอารีย์ก็จริง แต่อยู่ฝั่งซอยเลขคู่ที่มีความอุดมสมบูรณ์น้อยกว่าฝั่งเลขคี่
  • เดินทางด้วยรถ 8/10 – ค่อนข้างสะดวก มีเส้นทางลัดหลายทาง ที่จอดรถให้เยอะพอสมควร มีที่จอดรถอัตโนมัติ
  • ไม่ใช้รถ 6.75/10 – ทำเลในซอย เรียกรถสาธารณะยากหน่อย ห่าง BTS 1 km.
  • วัสดุ 8/10 – ให้เหมาะสมกับการใช้งาน เฟอร์นิเจอร์ให้ Fully Furnished มี Home Automation
  • แบบ 8/10 – ยูนิตน้อย จัดผังอาคารดีได้ความเป็นส่วนตัว ฟังก์ชันห้องลงตัว ปรับเปลี่ยนได้
  • สาธารณูปโภค 7.25/10 – ให้มาครบ เพียงพอต่อการใช้งานถ้าเทียบกับจำนวนยูนิต
  • HIGH CLASS
  • 7.48 / 10.00

BOTTOM LINE

โครงการ Savvi Phahol 2 เหมาะกับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ทั้งถนนพหลโยธินและถนนวิภาวดี แต่ชอบทำเลฝั่งเลขคู่ที่เงียบสงบมากกว่า ยูนิตน้อยได้ความเป็นส่วนตัว ฟังก์ชันห้องโปร่งโล่งและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ มีส่วนกลางหลักๆให้ใช้งานครบ มีงบประมาณระดับ 3.8 – 7.5 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 27,000 – 53,000 บาท/เดือน

Share

Leave a Reply