PRIME NINE เอกมัย บ้านแนวราบหรู สไตล์เพนท์เฮาส์ ใจกลางเอกมัย-พระราม 9 จาก ATPLUS ASSET [รีวิวฉบับที่ 1718]

November 1, 2018 07:300 comments

รีวิวฉบับที่ 1718 … สวัสดีแฟนๆ Thinkofliving ทุกคน วันนี้ผมได้มีโอกาสไปรีวิวโครงการแนวราบแห่งนึงที่มีชื่อว่า PRIME NINE เอกมัย ตั้งอยู่เรียกว่าในเมืองอย่างโซน เอกมัย-พระราม 9 (แถวซอยศูนย์วิจัย) ซึ่งนานๆจะมีโครงการแนวราบขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก อีกทั้งถ้าใครคอยติดตามว่ามี Dev เจ้าไหนเปิดขายบ้านแนวราบในย่านๆใจกลางเมืองอย่าง เอกมัย ทองหล่อ พร้อมพงษ์ จะเห็นว่าตัวโปรดักส์มีราคาที่สูงช่วงราคา 30 ล้านบาท++ จนไปถึง 100 ล้านก็มี (และโครงการนี้มีวิธีการขายที่แปลกแต่ดี คือเป็น Fully Furnished – ในวัน Grand Opening 17-18 พ.ย.นี้เท่านั้น)

Fact @ 24 October 2018

  • Prime Nine Ekamai (ไพรม์ไนน์ เอกมัย)
  • บริษัท เอทีพลัส แอสเสท จำกัด : ATPLUS ASSET
  • LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : ซอย กำเนิดทรัพย์ 2 แขวง บางกะปิ เขต ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
  • เนื้อที่โครงการ 2-1-70 ไร่ จำนวน 15 ยูนิต
  • ACACIA (จำนวน 5 ยูนิต) ที่ดิน 43.4 – 53.9 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 345 ตร.
    – 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำ ห้องซักรีด
  • BANYAN (จำนวน 5 ยูนิต) ที่ดิน 36.3 – 52 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 315 ตร.ม.
    – 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำ
  • BODHI (จำนวน 5 ยูนิต) ที่ดิน 36.3 – 57.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 315 ตร..
    – 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำ ห้องซักผ้า
  • เพดานชั้น 1 สูง 2.8 เมตร, ชั้น 2 และ ชั้น 3 สูง 2.6 เมตร
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ 250,000 บาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง : ปี 2559
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ : ปี 2562
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 089-0022-168

  • Grand Opening Day 17-18 พฤศจิกายนนี้ เท่านั้น
  • ราคาเริ่มต้น 21 ล้านบาท (แบบไม่มีโปรตกแต่ง)
  • ราคาวัน Grand Opening เริ่ม 23 ล้าน รวมตกแต่ง / หรือถ้าไม่เอาตกแต่ง ราคาเริ่ม 20.5 ล้าน (ส่วนลด 2.5 ล้าน)
  • ราคาหลังวัน Grand Opening ราคาเริ่ม 23 ล้าน ไม่มีโปรฯตกแต่ง ไม่มีส่วนลด


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

สำหรับทำเลที่ตั้งของโครงการนี้ ก่อนหน้านี้ผมเคยได้ทำพาร์ทเฉพาะ “ทำเลเจาะลึกโครงการ” กันไปแล้ว เลยไม่เล่าซ้ำละกันครับ จะแปะลิงก์เอาไว้ให้ “คลิกที่นี่” โดยในวันนี้ผมจะมาโฟกัสกันเฉพาะตัวโปรเจคเท่านั้นนะ 😀


เจาะลึกตัวโครงการ

ทางเข้าไซท์โครงการ ถ้าเราตรงไปต่ออีกประมาณอีก 280 เมตร ก็จะไปออกถนนเพชรพระรามได้ ซึ่งซอยเอบีซีบนด้านหน้าโครงการ จะมาบรรจบกับซอยเพชรพระราม 3 เป็นซอยเชื่อมเดียวกันนั่นเอง

ถนนทางที่เข้าโครงการส่วนแรกเข้าไปจะเป็นทางสาธารณะประโยชน์ที่โครงการยกให้ แต่มีการปรับทัศนียภาพและสภาพให้ดูดีหน่อย โดยพื้นจะมีการลาดยาง วางท่อน้ำ และสร้างความ Private ด้วยการล้อมถนนส่วนนี้ (ปัจจุบันยังมีการก่อสร้างอยู่เลยมีรถจากเจ้าหน้าที่โครงการมาจอดบริเวณนี้เป็นการชั่วคราวนะครับ)

หันไปมองซ้าย ขวา ทางโครงการสร้างความ Private ด้วยการกั้นถนนซอยสาธารณะฯด้านหน้าเป็นรั้วไม้ระแนง กับแนวต้นไทรเกาหลี ทำให้ดูสวยงามระหว่างทาง

มาดู Master Plan ตัวโครงการได้ทำการจัดสรรนะครับ ถึงแม้จะมีเพียงแค่ 15 ยูนิต ก็ตาม นับว่าเป็นโครงการจัดสรรที่มีเพื่อนบ้านน้อยมาก ได้ความเป็น Private ส่วนตัวค่อนข้างสูง  ด้วยระดับราคาโครงการนี้แน่นอนครับ ว่าสายไฟและสายระบบเคเบิ้ลทั้งหมดลงใต้ดินเพื่อความสวยงาม พื้นถนนในโครงการทั้งหมดถูกปูด้วยคอนกรีตพิมพ์ลาย มีความกว้าง 8 เมตร

ระบบรักษาความปลอดภัย ด้วยความที่เป็นโครงการสเกลขนาดเล็ก ทำให้สามารถและดูแลความปลอดภัยในโครงการได้ไม่ยาก เลยจัดมาให้ค่อนข้างเยอะพิเศษ เริ่มจากทางเข้าออกด้านหน้าเป็นรั้วไม้กั้นกระดกระบบ RFID(แบบทางด่วน)พร้อมมีซุ้มรปภ.ตั้งอยู่ด้วย, ในโครงการมี CCTV สอดส่อง 16 ตัว, รั้วรอบโครงการเป็นแบบคอนกรีต 3 เมตร ต่อด้วยไม้ระแนงอีก 2-3 เมตร(แล้วแต่ฝั่ง)และที่รั้วมีการติดตั้งไฟฟ้าและระบบ Alarm หากมีใครมาโดน / ส่วนในตัวบ้านก็ให้มาทั้ง Magnetic Sensor + Motion Sensor แยกกันมาเลย ถือว่าความปลอดภัยดีทีเดียว

สิ้นสุดซอยทางสาธารณะประโยชน์จะมาเจอกับซุ้มทางเข้าออกโครงการ ซึ่งเป็น Sculpture ที่ดูมีมิติเส้นสายวัสดุจะใช้เป็นพวกโชว์ไม้ เหล็ก ระแนง มีการปิดเก็บงานสายตาพวกหม้อแปลงไฟฟ้าดูสะอาดตา

ทางเข้าออกด้านหน้าเป็นรั้วไม้กั้นกระดกระบบ RFID(แบบทางด่วน) พร้อมมีซุ้มรปภ.ตั้งอยู่ด้วย

ตัว RFID บลูทูธ ทำงานแบบเดียวกับทางด่วนช่อง Easypass นะครับ ทำให้เราไม่ต้องเปิดประตูออกมาเพื่อแตะอะไรทั้งนั้น ไม่โดนแดดโดนฝน อีกทั้งจะมี CCTV ที่ติดตั้งส่องทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกที่ตรงนี้ด้วย

ซุ้มรปภ. 24 จะคอยช่วยตรวจตราอีกแรง ส่วนของ Visitor แน่นอนว่าต้องแจ้งทะเบียนบ้านและแลกบัตรทุกครั้ง และที่รั้วไม้กั้นกระดกนั้นแฝงไปด้วยเส้นไฟ LED เผื่อเอาไว้สำหรับเวลากลางคืนลูกบ้านกลับมาจะมองเห็นได้ไม่ยากครับ

ในโครงการมี CCTV สอดส่องรวมั้งหมด 16 ตัว, รั้วรอบโครงการเป็นแบบคอนกรีต 3 เมตร ต่อด้วยไม้ระแนงอีก 2-3 เมตร(แล้วแต่ฝั่ง)และที่รั้วมีการติดตั้งไฟฟ้าและระบบ Alarm หากมีใครมาโดน

ด้วยระดับราคาโครงการนี้แน่นอนครับ ว่าสายไฟและสายระบบเคเบิ้ลทั้งหมดลงใต้ดินเพื่อความสวยงาม พื้นถนนในโครงการทั้งหมดถูกปูด้วยคอนกรีตพิมพ์ลาย มีความกว้าง 8 เมตร และมีการกันพื้นที่ระหว่างหน้าบ้านบางส่วนลงพื้นที่สีเขียวและต้นไม้เอาไว้ให้เพื่อความสวยงามสบายตาแต่ทำให้การสัญจรของรถวิ่งได้เหลือ 6 เมตรนะครับ

โครงการนี้มีบ้านทั้งหมด 3 แบบนะครับ โดยบ้านตัวอย่างจะทำทั้ง 3 แบบเลย แต่ปัจจุบันจะเสร็จให้เข้าชมแล้วแค่ 2 แบบเท่านั้นคือ ACACIA (ที่เป็นแบบใหญ่สุด) และ BANYAN (ที่เป็นขนาดกลาง) ซึ่งวันนี้ผมจะพาเข้าไปดูทั้งสองแบบกันเลย 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • เข้าออกโครงการอัตโนมัติระบบ RFID หรือแบบทางด่วน Smart Pass Control
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการทั้งหมด 16 ตัว
  • รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร +ระแนงไม้เทียมสูง 2.5 – 3 เมตร
  • ตัวรั้วรอบโครงการ ต่อระบบป้องกันขโมยด้วยรั้วไฟฟ้า, มี Alarm แจ้งเตือน
  • ถนนภายในโครงการปูด้วยคอนกรีตพิมพ์ลายทั้งหมด กว้าง 8 เมตร
  • สายไฟฟ้าลงดินเพื่อความปลอดภัยและไม่บดบังทัศนียภาพ
  • ระบบไฟส่องสว่างภายในโครงการ Ligman
  • สัญญาณกันขโมยภายในตัวบ้าน แบบ Magnetic Sensor + Motion Sensor


Product Walkthrough

*Note เฉพาะวันงาน Grand Opening Day 17-18 พฤศจิกายนนี้ รูปแบบการขายจะเป็น Fully Furnished ได้ทุกอย่างเหมือนกับบ้านตัวอย่าง เฟอร์ฯลอย, บิวท์อิน, Decorate ส่วนอื่นๆ (ยกเว้นพร็อพเท่าชิ้นเล็กจุกจิก)

บ้านตัวอย่างแรกที่จะไปดูคือแบบใหญ่สุด ACACIA (มีจำนวน 5 ยูนิต) ที่ดิน 43.4 – 53.9 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 345 ตร.ม | ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำ ห้องซักรีด

ต้องบอกก่อนนะครับ ว่านี่คือทาวน์โฮม 3 ชั้น ที่โครงการคิดเรื่องการออกแบบมากเป็นพิเศษจนดูเหมือนออกมาเป็นบ้านเดี่ยวบ้านแฝดเลยครับ โดยเฉพาะตัวบ้านจะมีหน้ากว้างถึง 8.60 เมตร และมีที่ดินด้านข้างอีก 4 เมตรกว่าเลย(แล้วแต่แปลง) ซึ่งตัวพื้นที่ดินในบ้านจะมีการถมสูงกว่าระดับถนนโครงการอีกเล็กน้อยราว 20 ซม.

สิ่งที่สะดุดตาแรกก่อนจะเข้าไปในตัวบ้าน คือเรื่องของ Facade (วัสดุตกแต่งผิวหน้าบ้าน) มีเป็นกลุ่มพวกวัสดุลายธรรมชาติทั้งหลาย ได้แก่

  1. แผ่นอะคริลิคหลังคา Shinkolite จาก SCG รุ่นกันความร้อน
  2. หินอ่อน Exotic Grey ผิวขัดมันแผ่นใหญ่ ติดตั้งแบบ Dry Process (ป้องกันการเกิดคราบขาวและช้ำน้ำ)
  3. หินแกรนิตดำมองโกเลีย ทำผิวแอนทีค ติดตั้งแบบ Dry Process
  4. กระเบื้องลายไม้นำเข้า เกรดพรีเมียม

ก่อนเข้าไปในบ้าน มาดูส่วนของ Floor Plan ชั้น 1 กันก่อนครับ โดยด้านหน้าเข้ามาจะเป็นส่วนของที่จอดรถ แต่มีการแยกส่วนของทางเดินคนเอาเอาไว้ให้ด้านข้าง มีลงต้นไม้หน้าบ้านให้ด้วยนะ และทางเดินนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับพื้นที่ดินส่วนอื่นทั้งด้านข้างและหลังบ้านด้วยครับ

ตัวบ้านแบบนี้จะมีช่องแสงเปิดหลักทั้ง 3 ฝั่ง ด้านหน้า, ด้านข้าง, ด้านหลัง ด้านในจะเป็น Common Space ที่เชื่อมต่อกันอย่าง Living / Dining / Kitchen(ครัวเปิด) / Powder Room และมีการแยกส่วนของแม่บ้านที่เข้าออกฝั่งด้านหลังบ้านบริเวณลานซักล้างที่มีห้องน้ำในตัวไม่ต้องปะปนกับเจ้าบ้าน

การใช้งานพื้นที่จอดรถ โครงการจะให้ประตูเหล็กบานเลื่อนแบบระบบไฟฟ้า กดรีโมทสั่งการเอานะครับ | ส่วนของที่จอดรถโครงการจะมีการลงเสาเข็มเอาไว้สองส่วน ส่วนที่เห็นแรกจะเป็นเข็มสั้นลึก 6 เมตร และเข็มด้านในจะเป็นการลงลึกเท่าตัวบ้าน 21 เมตร มั่นใจในความแข็งแรงได้ ตัวพื้นทั้งหมดในพื้นที่จอดรถถูกปูด้วย Stamp Concrete ต่อเนื่องมาจากถนนด้านหน้าและมีการทำสโลปไหลลงมาฝั่งหน้าบานด้วย

สิ่งที่ดูสะดุดตาอีกอย่างคือ โครงการมีการทำหลังคาคลุมที่จอดรถมาให้เลย เพราะต้องการรักษาทัศนียภาพในโครงการ และเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ยังไงคนอยู่บ้านหลักๆต้องทำอยู่แล้ว ถ้าโครงการไม่ทำให้ เลยเลือกโครงหลังคาเป็นเหล็กอย่างดี และต้องการเน้นให้แสงธรรมชาติส่องผ่านมาได้แต่ไม่ร้อยเลยเลือกใช้ แผ่นอะคริลิคหลังคา Shinkolite จาก SCG (รุ่นกันความร้อน)

ด้านข้างของที่จอดรถ จะมีประตูทางเข้าออกหน้าบ้านในส่วนของทางคนเดิน เป็นเหล็กโปร่งให้แสงลมผ่านได้ อีกทั้งมีตัวล็อกเป็นแบบตั้งรหัสมาให้เสร็จ ด้านข้างๆมีแยกส่วนของการทิ้งขยะสามารถทิ้งจากในตัวบ้านได้เลย และการเก็บขยะจะเก็บจากฝั่งหน้าบ้านได้เลย

การเดินจะเป็นแบบสเต็ปขั้นบันไดแผ่นใหญ่ เป็นหินแกรนิตสีดำ และมีการซ่อนไฟ LED อยู่ด้านใต้ด้วย อีกทั้งเจ้าหลังคายังเป็นแผ่นอะคริลิค Shinkolite จาก SCG (รุ่นกันความร้อน) ต่อเนื่องกันมาจากฝั่งที่จอดรถ

ทางเดินนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับพื้นที่ดินส่วนอื่นทั้งด้านข้างและหลังบ้านด้วยครับ โดยบ้านแบบนี้จะมีการเปิดช่องแสงข้างบ้านแบบนี้แหละ (ส่วนสระว่ายน้ำแปลงได้มีที่ดินเหลือก็สามารถทำได้ ทำเพิ่มเองนะฮะ ไอเดียม่านน้ำตกของบ้านตัวอย่างก็เสริมสร้างบรรยากาศในบ้านได้ดี)

หันไปมองทางซ้ายจะเห็นส่วนของช่องแสงฝั่งหน้าบ้าน และประตูทางเข้าหลักของตัวบ้าน โดยจะมีการเว้นระยะชานหน้าบ้านยื่นมาหน่อย ไฟในพื้นที่จอดรถให้มาหลายจุดเป็นโคมสี่เหลี่ยมไฟ LED

ตัวหน้าบ้านให้ความสำคัญกับบานประตู เลยได้ออกมาเป็นผิวหน้าไม้สักทองโทนสีสว่าง ประตูห้องที่นี่ใช้เป็นแบบ Oversize (ขนาดใหญ่กว่าประตูมาตรฐานทั่วไป) ถึง Ceiling โดยรูปแบบการเปิดประตูห้องถ้าเราใช้งานบานหลักปกติทางซ้ายมือ ระยะเปิดออกกว้าง 1 เมตร ส่วนถ้าเราต้องการยกของชิ้นใหญ่เข้าออกห้องสามารถเปิดบานด้านข้าง(ขวา)ได้อีก 1 ตอน ซึ่งรวมแล้วจะได้ความกว้างรวมประมาณ 1.30 เมตร ซึ่งจะสามารถยกเฟอร์ชิ้นใหญ่เข้าบ้านได้ง่ายๆ | Digital Door lock ของSamsung ก็ให้มาด้วย

เข้ามาปุ๊ปเราจะเห็นหน้าตาของสวิทช์ไฟในบ้าน”ทั้งหลัง” เป็นแบบหน้าตาดูดีมีระดับจาก Schneider ซึ่งจะทำงานร่วมกับระบบ Home Automation ที่สามารถควบคุมระบบไฟ เปิด-ปิด, Dimming, Set Scene ได้ผ่านทั้งมือถือและรีโมท

ทีนี้มาว่าเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยในตัวบ้านหน่อย โครงการจะมีการติดตั้งระบบกันขโมยแบบ Magnetic Sensor มาให้ “ทุกบาน” ในพื้นที่บ้าน และๆๆ… ยังเสริมด้วย Motion Sensor ไปอีกขั้นจำนวน 3 ตัวที่ชั้น 1-2 ครับ (ยังไม่รวมรั้วไฟฟ้ากับกล้องที่หลังบ้านอีกนะ) ถือว่าจัดเต็มใช้ได้เลย

ด้านในจะเป็น Common Space ที่เชื่อมต่อกันอย่าง Living / Dining / Kitchen(ครัวเปิด) / Powder Room และมีการแยกส่วนของแม่บ้านที่เข้าออกฝั่งด้านหลังบ้านบริเวณลานซักล้างที่มีห้องน้ำในตัวไม่ต้องปะปนกับเจ้าบ้าน ที่ชั้นหนึ่งนี้จะมี Floor to ceiling อยู่ที่ 2.80 เมตร สูงกว่าชั้นอื่นหน่อยเพราะเป็นส่วนที่จะใช้งานร่วมกันบ่อยหน่อยและรองรับหน้าตาแขกด้วย

เนื่องด้วยโครงการนี้ขายแบบ Fully Furnished ผมเลยขออนุญาติถ่ายให้เฟอร์เฟอร์ฯชิ้นสำคัญหลักหลายจุดที่โครงการมีมาให้นะครับ ด้านหลังประตูทางเข้าหน้าบ้านจะเป็นตู้ Built-In แบบเข้ากับพื้นที่และสูงจรดฝ้า เหมาะกับการเก็บรองเท้าเป็นอย่างดี

ตำแหน่งของ Dining Area อยู่ตรงกลางบ้าน ด้วยพื้นที่แล้วสามารถรองรับแบบ 6-8 ที่นั่ง เพียงพอต่อสมาชิกในบ้านและมีแขกมาทานอาหารร่วมกัน โดยมุมนี้จะได้ประโยชน์จากช่องแสงรอบบ้าน และได้รับวิวจากพื้นที่ดินข้างบ้านหลังบ้านแล้วแต่ เจ้าบ้านไหนจะจัด Landscape กันสวยแค่ไหน

สิ่งที่ต่อเนื่องมากับโต๊ะรับประทานอาหารคือ ชุด Island พร้อม Sink ตรงนี้ครับ วัสดุท็อปเป็นหินแกรนิตสีดำ ตัวชุดก๊อกสามารถดึงยืดๆปรับองศาทิศทางในการใช้งานได้หลายทิศ ที่ด้านล่างมีการแบ่งหน้าบานชุดตู้เก็บของมาให้อีก ความสำคัญของ Island คือการเชื่อมปฎิสัมพันธ์ระหว่้างคนในครอบครัวกันเอง คุณแม่อาจจะมาเตรียมอาหารว่างไปด้วย คุยกับลูกๆและคุณแฟนไปด้วยในพื้นที่โถงรวมตรงนี้

ตัวชุดก๊อกตรงซิงค์เป็นของ Zuccheltti ชุบโครเมี่ยม แบบผสมน้ำร้อนเย็น ตัวนี้ไปซื้อแยกก็ราคาไม่ถูกนะครับเนี่ย

ชุดครัวที่โครงการมีมาให้จะเป็นแบบครัวเปิดอยู่บริเวณกลางบ้านตรงนี้ ซึ่งอาจจะไม่ได้ใช่พื้นที่เหมาะกับทำอาหารหนักที่มีกลิ่นมากเท่าไร แต่เป็นพื้นที่เตรียมอุ่นอาหารเบามากกว่า

ชุดครัวจะได้เป็นหน้าบานลายไม้ทั้งหมด อ้อ.. อะไรก็ตามที่เป็น Fiiting การเปิดปิดของบ้านนี้เป็น Soft Closed ทั้งหมดนะครับจะได้เป็นของยี่ห้อ Hafele / Hob&Hood จะได้เป็นของ Smeg รวมไปถึงตัวเตาอบที่จะเป็น Combi ไมโครเวฟในตัว ของ Smeg เช่นกัน

จากการสอบถามนะครับทางผู้ประกอบการ จะทำเรื่องวัสดุทั้งนำเข้า จำหน่ายมาหลายปีแล้ว เลยค่อนข้างเล่นกับการตกแต่งส่วนต่างในบ้านได้ของดีระดับนึงเลย อย่างตัวพื้นที่ชั้น 1 ทั้งหมดจะเป็น “หินอ่อน Wooden Beige Marble” จุดสำคัญมันคือนี่ฮะ.. เค้ามีการได้หินเป็นแผ่นใหญ่มา และมีการตัดเป็นชิ้นๆติดเลขกำกับเอาไว้ เพื่อมาต่อลายให้ต่อเนื่องเป็น Pattern เดียวกัน เรียกว่าเนี๊ยบ!!

ส่วนของห้องน้ำจะอยู่ด้านหลังเจ้าชุด Pantry ครัว ได้ประตูไม้เนื้อแข็งทำสีเทาตัดกับผนังไม้ ส่วนของด้านในจะเป็น Powder Room หรือห้องน้ำแบบไม่มีฟังก์ชันอาบน้ำครับ | สิ่งที่สะดุดตาอีกอย่างก็คือวัสดุทั้งพื้นและผนังจะกรุด้วยด้วย Grey Exotic Marble ทั้งหมด สร้างความโดดเด่นในการตกแต่งได้ดี แต่โทนจะมืดหน่อย ต้องใช้ไฟช่วยเสริมความสว่างในห้องน้ำนี้ อาจจะติดเพิ่มก็ได้ครับ

เอาหน้าตาอุปกรณ์ต่างๆมาให้ดู หลักๆจะได้เป็นของ TOTO พวกก๊อกน้ำก็ฝังผนัง มีฝาครอบปิด เก็บวางของรอบอ่างได้ ซ่อนไฟแบบ Indirect Light และเจ้าสุขภัณฑ์จะเป็น TOTO WASHLET แบบสั่งการด้วยรีโมท(ฟังก์ชั่น Flushing, ฉีดชำระ, เป่าลม)

ในส่วนของฝั่งด้านหลังบ้าน ก็มีการเปิดช่องแสงธรรมชาติขนาดใหญ่ เป็นประตูกระจกบานเลื่อนแบบสูงจรดฝ้าเอาไว้ถึง 2 จุด และพื้นที่ลานด้านหลังลดสเต็ปจากตัวบ้านลงมาประมาณ 10 ซม.กว่าเพื่อกันน้ำสาด จุดสังเกตคือตัวคานชั้นสองมีส่วนที่ยื่นออกมานิดหน่อย ซึ่งจะเป็นตัวช่วยกันในเรื่องน้ำฝนสาดบริเวณพื้นที่นี้ได้อีกหน่อยด้วย

ระบบรักษาความปลอดภัยอีกส่วนที่ผมเกริ่นไว้นิดหน่อยตอนแรกครับ ด้านหลังบ้านบางส่วนจะติดกับรั้วของโครงการ ซึ่งจะเป็นรั้วคอนกรีต 3 เมตร ต่อด้วยระแนงไม้ 2.5 – 3 เมตร แล้วแต่ฝั่ง แต่โครงการมีการติดตั้งระบบไฟฟ้าเอาไว้ 2 ส่วนครับ(ตามที่ชี้เลย) แอบถามมาว่าไฟฟ้าอันนี้เวลาช็อตไม่ได้รุนแรงถึงชีวิตนะครับ พอสะดุ้งโหยงเท่านั้น และก็พอมีการโดนจะมี Alarm แจ้งเตือนไปที่รปภ.ด้วย

ในส่วนของแม่บ้านมีการแยกการใช้งานพักอาศัยออกมาที่ลานฝั่งด้านหลังนี้แหละครับ เวลาแม่บ้านจะใช้งานก็สามารถเดินเข้าออกโดยไม่ต้องตัดเข้าไปในตัวบ้านยังได้เลย แยกความเป็นส่วนตัวของเจ้าของบ้านได้เลย (ห้องแม่บ้านติดช่องแสงและหน้าต่างมาให้)

ตัวพื้นที่ห้องนอนเมด ขนาดจะไม่ได้ใหญ่มากพื้นที่ประมาณ 2.0 x 2.30 เมตร ก็วางเตียง 3 ฟุต เอา ที่เหลือก็พอวางตู้เสื้อผ้าได้นะ และก็มีห้องน้ำในตัว

ในห้องน้ำส่วนของแม่บ้าน ถึงแม้จะขนาดไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็เป็นแบบอาบน้ำในตัวได้ พวกวัสดุก็จะลดเกรดลงเป็นของยี่ห้อ COTTO ตำแหน่งของห้องน้ำจะอยู่ใต้หลังคาพอดี

ขอกลับเข้ามาในตัวบ้านครับ พื้นที่ Living Area ซึ่งอยู่ติดกับฝั่งของหน้าบ้านครับ ด้วยพื้นที่นี้สามารถจัดรองรับแขกหรือนั่งเล่นกันได้ประมาณ 4 ที่นั่งหรือพอดีกับสมาชิกในบ้านเป็นหลัก โดยจะมีระยะในการดูทีวีประมาณ 3 เมตรครับ ระยะนี้จัดทีวีไซส์ 50-60 นิ้วได้แล้วแต่กำลังเหมาะสม

ตัวฝ้าเพดาน มีการทำฝ้าหลุมซ่อนไฟเอาไว้ให้บางส่วนที่เป็นพื้นที่ส่วนนั่งเล่น และก็บ้านหลังนี้ให้แอร์ทั้งหมดนะครับ โดยส่วนของ Living Area ที่ชั้น 1 และห้อง Master Bedroom จะได้แอร์แบบ Cassette กระจายสี่ทิศทางของ Mitsubishi

และมีอีกส่วนที่เป็นพื้นที่ห้องเก็บของตำแหน่งอยู่ใต้บันไดทางขึ้นลงชั้นสองครับ สามารถเก็บพวกของชิ้นใหญ่ได้ ตัวบันไดจะได้เป็นราวกันตกแบบกระจกนิรภัยที่สูงขึ้นมาประมาณ 1 เมตร

พื้นที่ชานพักบันไดส่วนแรกเป็นทรงจตุรัส เดินง่ายครับ ส่วนของตัวพื้นบันไดจะปูด้วยไม้สักทั้งลูกตั้งลูกนอน

ส่วนของบันไดทางขึ้นไปชั้นบน ตำแหน่งของบันไดจะเอาไปชิดกับฝั่งบ้านทางซ้าย และไม่ได้ตีวงกลับตัวใดๆ เลยทำให้เวลาใช้งานจะเป็นทางตรงเดินง่ายๆแบบนี้ (ส่วนของบ้านตัวอย่างไม่ได้ติดตั้งมือจับกันลื่นเอาไว้ให้ แต่ของจริงจะได้นะครับ)

มาดูแปลนชั้น 2 กัน พอขึ้นมาแล้ว โถงทางเดินจะไม่ได้ใหญ่มาก ทำหน้าที่เป็นส่วนแจกทางเพื่อเข้าสู่ห้องต่างๆเท่านั้น ขึ้นบันไดมาเจอกับส่วนของห้อง Laundry ก่อนทางขวา และสามารถออกไปด้านนอกที่เป็นส่วนของระเบียง แม่บ้านสามารถมาตากผ้าตรงนี้ต่อได้เลย และเป็นพื้นที่ที่มีหลังคาคลุมด้วย

ส่วนที่เหลือในชั้นนี้จะเป็น Master Bedroom ทั้งหมดเลยครับ ซึ่งกินพื้นที่กว้างขนาดใหญ่มาก แต่ว่ากลับแบ่งสัดส่วนของแต่ละฟังก์ชันได้น่าสนใจ ให้น้ำหนักของโซน Walk in Closet / Master Bathroom / Bedroom Area / Terrace ให้พอๆกัน ถ้าใครอยากได้พื้นที่ใช้สอยแบบภายในเพิ่มส่วนของ Terrace นั้นสามารถกั้นเป็นห้องปิดกลายเป็นห้องอเนกประสงค์ได้ด้วยนะฮะ

ขึ้นมาชั้น 2 กันแล้ว จะเจอกับช่องแสงขนาดใหญ่ทางฝั่งหลังบ้านเพื่อส่องสว่างมายังโถงทางเดิน ตัวพื้นทั้งหมดจะปูด้วย Engineered Wood ไม้สักหน้ากว้าง 4 นิ้ว / โถงทางเดินจะไม่ได้ใหญ่มาก ทำหน้าที่เป็นส่วนแจกทางเพื่อเข้าสู่ห้องต่างๆเท่านั้น ขึ้นบันไดมาเจอกับส่วนของห้อง Laundry ก่อนทางขวา

ห้อง Laundry มีพื้นที่สำหรับงานซัก อบ รีดผ้าได้กว้างขวาง แม่บ้านพลิกตัวไปมาสบายๆครับ และก็ยังมีช่องแสงส่องผ่านเข้ามาด้วย ส่วนของด้านนอกที่ติดกันจะเป็น Terrace ที่บ้านตัวอย่างเค้าวางตัว condensing unit เอาไว้เลย จะเป็นแอร์จากที่ชั้น 1-2 มาอยู่ตรงนี้ ระเบียงส่วนนี้ก็สามารถตากผ้าได้ และไม่โดนฝนเพราะมีชายหลังคาคลุมไว้

ออกมาจากห้อง Laundry จะเป็นส่วนโถงทางเดิน และเห็นทางเข้าห้องอีกห้องซึ่งก็คือส่วนของ Master Bedroom

เข้ามาด้านใน Master Bedroom ส่วนแรกที่เจอคือ Walk in Closet ขนาดใหญ่ อยู่ติดกับทางเข้าหน้าห้องน้ำ และขวามือเป็นโซนเตียง

Walk in Closet ตอนนี้ยังนับเป็นช่วงที่โครงการทำให้นะครับ ซึ่งหน้าตาออกมาดูดีมาก แบ่งช่องเก็บการใช้งานได้เยอะ และมีชั้นวางลอยกลางห้องเป็นส่วนเก็บเครื่องประดับออฟชั่นต่างๆ อ้อ… และก็พวก Fitting ที่เป็น Soft Close ของพื้นที่บริเวณนี้จะเปลี่ยนอัพเกรดขึ้นเป็นของ BLUM

Master Bathroom เรียกว่าแบ่งสัดส่วนชัดเจนมากแบ่งออกเป็น 3 ส่วนการใช้งานแยกเป็นจุด สามารถเข้ามาใช้งานพร้อมกันได้ กระจกเงาบานใหญ่ที่ให้มามีการเล่นซ่อนไฟหลืบอยู่ด้านหลังยิงทั้งบนล่างมาให้

ชุดอ่างล้างมือทำเคาน์เตอร์หินแกรนิตดำเต็มพื้นที่ความกว้าง ทำให้ได้พื้นที่การวางของได้ ตัวอ่าง TOTO ที่แยกเป็น His&Her และก๊อกน้ำฝังผนังแยกระบบน้ำร้อนน้ำเย็น รวมถึงมีพื้นที่เก็บของตู้ใต้อ่างมาให้

ทางซ้ายมือเป็นพื้นที่การใช้งานสุขภัณฑ์ แต่ก็แยกอารมณ์การใช้งานด้วย Box Templered Glass ตัวพื้นยังเป็น Grey Exotic Marble แต่ว่าผนังรอบๆที่กรุจะใช้โทนสีที่ตัดกันเป็นหินอ่อน White Venus

ในส่วนของพื้นที่ฝั่งตรงข้ามนั้นเป็นโซนฟังก์ชันในการอาบน้ำ ก็กั้นด้วย Shower Box นิรภัยเช่นเดียวกัน

พื้นที่อาบน้ำแยกออกเป็นสองส่วนคือ ยืนอาบน้ำ & และอ่างอาบน้ำครับ โดยอุปกรณ์ทั้งหมดยังเป็น TOTO (ยกเว้นชุดอ่างอาบน้ำของ KASCH) และมีการให้ Rain Shower แบบทำฝักบัวฝังฝ้าเพดานมาเลย / ส่วนที่มีอัพเกรดกว่าห้องน้ำอื่นอีกส่วนคือ TOTO Shower อัพเกรดเป็นแบบ Thermostat(เทอร์โมสตรัท) ที่สามารถควบคุมอุณหภูมิน้ำได้แม่นยำมาก (ดูหลักการของ Thermostat ได้ที่นี่) (ขอบคุณแหล่งที่มาที่ให้ความรู้ด้วยนะฮะ)

ส่วนของ Master Bedroom  ห้องนี้มี Space ที่กว้างขวางโด่ดเด่นหน่อย ตัวพื้น Engineered Wood ไม้สักต่อเนื่องเข้ามาในห้อง ที่ชั้น 2-3 ความสูง Floor to ceiling 2.60 เมตรนะครับ

โดยการวางเตียงของ Interior โครงการจะจัดตำแหน่งเอาไว้กลางห้องแบบ King Size ครับ เพราะต้องการให้มีระยะนอนดูทีวีที่ไม่ไกลเกินครับ

ส่วนของด้านหลังเตียงมองจากอีกฝั่งเหมือนจะเป็นชุดหัวเตียงธรรมดา จัดเป็นชุดเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นฟังก์ชันโต๊ะครับ โดยโต๊ะตัวนี้สามารถเป็นได้ทั้งโต๊ะเครื่องแป้งและโต๊ะทำงานในตัวไปด้วยได้ ดูทีวีไปด้วยก็ได้นะครับ และมีระยะที่เดินไปมารอบด้านที่โอเค

การดรอปฝ้าเล่นลวดลาย Pattern ของ Master Bedroom จะดูโดดเด่นกว่าฝ้าหลุมชั้นล่างหน่อย

ส่วนผนังปลายเตียงเราจะเห็นมุมที่ทำเป็น Mini Pantry เข้ามุมได้ ระหว่างชั้นวางดูทีวีปลายเตียงจะมีประตูทางออกไปสู่ระเบียง

Terrace ด้านนอกถูกให้ความสำคัญมาเหมือนกันครับ ขนาดค่อนข้างกว้างขวาง (4.0 x 3.40 เมตร) รอบๆพื้นที่มีการกั้นเซฟตี้ด้วยกระจกนิรภัย

พื้นที่ตรงนี้ถือว่าจัดเป็นพื้นที่อเนกประสงค์แบบกึ่งกลางแจ้งครับ แล้วแต่เจ้าของบ้านจัดเลยครับว่าอยากให้มันเป็นพื้นที่แบบไหน หรือไอเดียอีกอย่างคือเจ้าของห้องนอนใหญ่คนไหนอยากได้พื้นที่แบบ Indoor เพิ่มมากขึ้น บริเวณนี้สามารถกั้นผนังเป็นห้องปิด และกลายเป็น Multipurpose ตากแอร์ได้ด้วยนะ (ตัวพื้นบริเวณนี้เป็นกระเบื้องลายไม้สีสว่างครับ)

ออกมาจากห้องนอน จะมีบันไดทางขึ้นต่อไปชั้น 3 ด้วยสเกลของลูกตั้งลูกนอนที่มาตรฐานการก่อสร้าง ทำให้เกิดชานพักบันไดแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า รวมถึงการเดินขึ้นลงทำให้วางเท้าได้เต็มด้วย (ผมเป็นคนเท้าใหญ่มาก แผ่นเท้ายังไม่เกยล้นลูกนอนบันไดเลยนะ)

ส่วนของเซฟตี้ ซึ่งก็ได้ความสำคัญทำเป็นกระจกแผ่นใหญ่ บังมันทั้งแผงเลยทีนี้ ฮ่าๆ ดีมากๆเลยครับ กันตกได้ แถมแสงธรรมชาติส่งผ่านกันได้ด้วย โดยที่ชั้น 3 จะมีการเจาะช่องแสงบานฟิคลงมายังพื้นที่โถงบันได อีกทั้งจะเห็นว่ามีการเจาะช่องไฟที่ตามพื้นทางเดินเอาไว้เสริมอีก

ชั้น 3 ขึ้นมาจะเจอกับส่วนของพื้นที่เว้าๆ ใกล้กับบันได ซึ่งตรงนี้สามารถเบิ้ลผนังกั้นทำเป็นห้องพระได้ และโถงทางเดินมาขยายกลางบ้านเป็นส่วนของ Family Area  และจะมีห้องทางออกไปนั่งเล่นแบบ Semi Outdoor ที่ Terrace ด้านนอกได้ในวันอากาศดีๆหรือยามเย็น | ส่วนของห้องนอนสองห้อง Space น้ำหนักจะใกล้เคียงกันครับ สามารถกั้นพื้นที่ Walk in Closet ได้ทั้งคู่ มีห้องน้ำในตัวครับ

ชั้น 3 ขึ้นมาจะเจอกับส่วนของพื้นที่เว้าๆ ใกล้กับบันได โดยบ้านตัวอย่างกั้นผนังมาให้ดู

เพราะด้านในสามารถทำเป็นพื้นที่อเนกประสงค์อย่างห้องเก็บของที่ 2 หรือทำเป็นห้องพระก็ดีครับ

กลับหลังหันมองตรงไป มีช่องแสงสองส่วนที่ส่องมายัง Corridor โถงทางเดิน

โถงทางเดินมาขยายกลางบ้านเป็นส่วนของ Family Area  และจะมีห้องทางออกไปนั่งเล่นแบบ Semi Outdoor ที่ Terrace ด้านนอก

Semi Outdoor ที่ Terrace ด้านนอก สามารถออกมานั่งได้ในวันอากาศดีๆหรือยามเย็น บรรยากาศเหมาะกับการจัดปาร์ตี้เล็กๆได้

โดยถ้าเราเงยหน้าไปในส่วนนี้จะเป็นระแนงเหล็กเข้ามุม L Shape ที่เป็นส่วนนึงของ Facade หน้าบ้าน อาจจะบังแดดบังฝนไม่ได้ แต่ทำให้เฉดของแสงแดดที่ลงมากระทบมันดูมีอะไรๆมากกว่าปล่อยโล่งหรือปิดทึบไปเลย ก็จะไม่ได้ฟีลลิ่ง Outdoor

พอดีทางโครงการขึ้นไปถ่ายรูปส่วนของวัสดุปูหลังคาแทนผมด้วยครับ เค้าใช้กระเบื้อง CT หรืออีกชื่อว่า Solar Slab CT แบบไซส์ 40×40 ซม. โดย คุณสมบัติของกระเบื้องปูพื้นดาดฟ้า CT จะมีดังนี้

           ช่วยลดความร้อนในห้องชั้นบนสุดของอาคาร จึงช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศ
           ช่วยยืดอายุระบบกันซึมด้วยการให้ร่มเงา และป้องกันการขูดขีดจากอุปกรณ์ต่างๆที่นำไปติดตั้ง
          มีน้ำหนักเบา (49.5 .. ต่อ 1 ตารางเมตร)
          ■ ป้องกันความชื้นจากน้ำซึมของห้องใต้อาคาร
          ติดตั้งง่าย เช่นเดียวกับการปูกระเบื้องเซรามิคทั่วไป
          ■ ช่วยป้องกันการแตกร้าวของพื้นคอนกรีตชั้นดาดฟ้าอันเนื่องมาจากการหดและขยายตัวของคอนกรีต
(จากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของอากาศ)

มาดูห้องนอนฝั่งหน้าบ้านกันก่อน นี่คือห้องนอนเล็ก… ที่ไม่เล็กเลย มันกว้างจนเป็นห้องนอนใหญ่ก็ได้นะครับเนี่ย โดยห้องนอนทุกๆห้องในบ้านหลังนี้สามารถวางเตียง King Size ได้ทั้งหมด และมีการเปิดช่องแสงแบบสูงเกือบถึงฝ้าเพดานเข้ามาในห้อง

มุมที่ปลายเตียง สามารถ Built-In จัดชุดเฟอร์นิเจอร์ให้คุ้มค่าและเข้ากับพื้นที่ได้มากที่สุด เอาทีวีแขวนผนัง และมีการยิง indirect light ไว้ตรงฝ้าด้วย

มุมพื้นที่เว้าข้างๆหัวเตียงฝั่งหน้าบ้าน สามารถทำเป็น Daybed แบบเข้ากับพื้นที่ได้ หรือจะทำเป็นมุมตู้เก็บของก็ได้แล้วแต่เจ้าของห้องต้องการ

ที่ข้างๆเตียงฝั่งซ้าย จะมีประตูบานเลื่อนเพื่อเปลี่ยนพื้นที่ไปสูงฟังก์ชัน Walk in Closet จะเห็นว่ามีการเจาะช่องแสงที่ด้านในด้วย

ฟังก์ชัน Walk in Closet ที่อยู่ก่อนทางเข้าห้องน้ำยังคงให้มาเต็มพื้นที่และสูงจรดฝ้าเพดาน อลังการเช่นเดิม แต่จะไม่ได้มีหน้าบานปิดมาให้นะครับ

เข้ามาในส่วนของห้องน้ำ ได้ฟังก์ชันสามประการมาตรฐานครบ และง่ายต่อการเข้าใจ วัสดุต่างๆจะเป็น TOTO เหมือนกัน ต่างกันที่ตัวสุขภัณฑ์จะเป็นรุ่นเกรดลงมาหน่อย และก็พื้นจะเปลี่ยนเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้สีเทา และด้วยตำแหน่งของบ้าน Type นี้ ทำให้ห้องน้ำที่ชั้น 3 นี้ได้มีช่องแสงเปิดบานกระทุ้งในตัวด้วย

พื้นที่อาบน้ำด้านในนี่กว้างมากเป็นพิเศษเลยแหะ ขนาดประมาณ 1.20 x 1.50 เมตรครับ ชุดฝัวบัวของ TOTO ได้ Rain Shower นะครับ

ห้องสุดท้ายจะเป็นห้องนอนเล็กฝั่งหลังบ้าน ก็ไม่เล็กเหมือนเดิมแหะ… แต่ห้องนี้ยังจัดสเปซดูมีส่วนกว้างของทางเดินเยอะพอสมควรนะครับ เราอาจจะกั้นพาร์ทิชั่นเพิ่มให้ห้องเป็นสัดส่วน และระยะดูทีวีต่างๆอาจจะเหมาะสมมากขึ้น

ฝั่งซ้ายมือของประตูจะเป็นมุมที่เหมาะกับ Built พวกชุดชั้นวางทีวีและโต๊ะทำงาน โต๊ะคอม เพราะอยู่ใกล้กับหน้าต่างช่องแสง

อีกฝั่งนึงจะเป็นมุมพื้นที่วางเตียง โซฟา โดยจะมีการเจาะหน้าต่างช่องแสงได้อีกจุดที่นึงที่ข้างหัวเตียงครับ

ตำแหน่งของตู้เสื้อผ้าจะอยู่ติดกกับประตูทางเข้าห้องน้ำ ซึ่งห้องนี้มีพื้นที่ค่อนข้างเยอะ ถ้าลูกๆใครเป็นสายแต่งตัว ก็ทำตู้เสื้อผ้าเพิ่มเติมได้

ห้องน้ำ ได้ฟังก์ชันเหมือนกับห้องน้ำฝั่งหน้าบ้านเป๊ะเลยครับ เพียงแค่สลับตำแหน่งของการใช้งานกันสักหน่อย แต่ตำแหน่งพื้นที่อาบน้ำของห้องนี้จะดีตรงที่อยู่ติดกกับหน้าต่างบานกระทุ้งสามารถเปิดออกระบายความชื้นได้ดีมากกว่า


บ้านตัวอย่างอีกหลังคือ BANYAN (มีจำนวน 5 ยูนิต) บนที่ดินขนาด 36.3 – 52 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 315 ตร.ม. | ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำ โดยสิ่งที่แตกต่างบ้าน Type นี้กับหลักแรกที่ไปดูคือ บ้านนี้จะได้จอดรถ 2 คันเท่านั้น อีกทั้งตำแหน่งแปลงที่ดินส่วนใหญ่จะอยู่ตรงกลางครับ เลยไม่มีที่ดินด้านข้าง, แต่ด้วยการออกแบบเราจะเห็นว่าส่วนของผนังชั้น 3 จะลดหน้ากว้างลงเล็กน้อย เพื่อให้ได้ Gap ช่องว่างบางส่วนเปิดเป็นช่องแสง ช่องระบายอากาศ และวาง คอมแอร์ฯได้ (ตัวบ้านยังคงหน้ากว้าง 8.60 เมตรเช่นกันนะครับ)

แปลนชั้น 1 การจอดรถจะเป็นแบบ 2 ที่จอด พร้อมแยกส่วนของทางเดินเฉพาะข้างๆ แต่จะเข้าสู่ทางเข้าบ้านบริเวณนี้เลย (โครงการจะให้ต้นไม้ที่หน้าบ้านตรงนี้ต้นนึงเหมือนกัน) เข้ามาในบ้านฟังก์ชันภายในเรียกว่าเหมือนกันกับ ACACIA ก่อนหน้าเลย แตกต่างตรงผนังฝังขวามือที่พอเป็นแบบทึบแล้ว จะได้ชุดเฟอร์นิเจอร์อย่างตู้เก็บของและ Pantry I-Shape แบบยาวไปจนถึงประตูหลังบ้านแทนครับ

การจอดรถจะเป็นแบบ 2 ที่จอด ประตูเหล็กเลื่อนไฟฟ้าพร้อมรีโมท, หลังคาอะคริลิคลดความร้อน SCG, พร้อมแยกส่วนของทางเดินเฉพาะข้างๆ แต่จะเข้าสู่ทางเข้าบ้านบริเวณนี้เลย

โครงการจะให้ต้นไม้ที่หน้าบ้านตรงนี้ต้นนึงเหมือนกันอยู่ในพื้นที่ตัวบ้านนะครับ พร้อมทั้งทางเดินสเต็ป(แกรนิต) และจะเห็นว่าชานพักข้างทางขวามือ สามารถจัดสวน หรือทำเป็นที่เก็บรองเท้านอกบ้านก็ได้

ตัวบ้านยังคงหน้ากว้าง 8.60 เมตรเช่นกันนะ มีการเปิดช่องแสง 2 ส่วนแทน ซ้ายมือเป็นหน้าต่างบานเลื่อน และขวามือเป็นกระจกบานฟิค ส่วนประตูด้านหน้ายังคงเป็นไม้สัก Oversize

เข้ามาด้านในบ้านแล้ว ขอถ่ายย้อนไปยังประตูที่เราเข้ามาครับ จะเห็นว่าทางขวามือของประตูมีการทำตู้ปิดหน้าบานกระจกชาดำเอาไว้ ด้านในจะเป็นพื้นที่เก็บของนิดหน่อย และมีส่วนของงานระบบไฟ สายแลนต่างๆเป็นตู้แยกเป็นสัดส่วน

เข้ามาในบ้านฟังก์ชันภายในเรียกว่าเหมือนกันกับ ACACIA ก่อนหน้าเลย แตกต่างตรงผนังฝังขวามือที่พอเป็นแบบทึบแล้ว จะได้ชุดเฟอร์นิเจอร์อย่างตู้เก็บของและ Pantry I-Shape แบบยาวไปจนถึงประตูหลังบ้านแทนครับ

หันให้ดูพื้นที่ผนังทางฝั่งขวามือครับ ยังคงเป็นชุดครัวเปิดเหมือนกัน

ตำแหน่งของโต๊ะรับประทานอาหารยังคงอยู่กลางบ้าน ด้วยพื้นที่สามารถอัพไซส์เป็น 8-10 ที่นั่งยังได้เลย (สำหรับบ้านที่มีแขกมาบ่อยมากๆครับ) แต่ว่าบ้าน Type นี้เอา Island ออกไปแล้วเพราะได้ Pantry มาครับ

Pantry I-Shape แบบยาว แต่ฝั่งนี้จะเป็นส่วนที่มีแต่ Sink เหมาะกับเป็นพื้นที่จัดเตรียมอาหารและของว่าง โดยหน้าตาของบานตู้จะเปลี่ยนไป(หลังแรกเป็นลายไม้) รวมไปถึง Backsplash ที่ผนังจะเปลี่ยนเป็นหินอ่อนสีดำต่อลวดลายกันดูสวยงามหรูหรา

ฝั่งตรงข้ามจะเหมือนกับหลังแรกครับ เป็น Pantry ฝั่งที่สำหรับประกอบอาหารเพราะมี Hob&Hood (Smeg) ตั้งอยู่

สิ่งที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยคือบ้าน ACACIA หลักแรกตัวชุดเตาอบและไมโครเวฟจะเป็น Combi 2in1 แต่ Type นี้จะแยกมาเป็นสองชิ้นครับ ของ Smeg เช่นกัน

ตำแหน่งของห้องน้ำแบบ Powder Room อยู่หลัง Pantry ครัวฝั่งเตรียมอาหาร วัสดุอุปกรณ์ ทั้งหมดเหมือนกันเป๊ะครับ

ฝั่งหลังบ้านทำหน้าที่เป็นช่องแสงธรรมหลักมากกว่าฝั่งหน้าบ้านครับ เพราะได้เป็นประตูกระจกบานเลื่อนเกือบทั้งหมดเลย และเป็นแบบ Floor to ceiling ด้วย ตัวกรอบวงกบอลูมิเนียม พาวเดอร์โค๊ทสีเทาซาฮาร่าครับ

เออลืมบอกตั้งแต่หลักแรก ตัวพื้นที่หลังบ้านชั้น 1 จะได้ Setback ไปจนถึงรั้วกำแพงหลังบ้าน 3 เมตรเศษๆ ค่อนข้างโอเค ตรงนี้แล้วแต่เจ้าบ้านจะตกแต่ง และใช้งานเลยนะครับว่าจะจัดสวน, จัด Landscape, ฯลฯ ตามความต้องการ

ยังคงแยกส่วนของ Maid แม่บ้านเอาไว้ด้านหลังเหมือนกันนะครับ แต่ด้วยบ้าน Type นี้ไม่มีที่ดินด้านข้าง แม่บ้านคงต้องเดินผ่าน Common Area ในการใช้งานนะฮะ ส่วนของในห้องแม่บ้านไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนะ

Living Area ที่อยู่ติดกับช่องแสงฝั่งหน้าบ้านที่ โคลนกันมาครับ เปลี่ยนรูปแบบของโซฟา และโต๊ะกลางหน่อย แต่การใช้งานก็เหมือนกันรองรับ 3-4 ที่นั่งแบบสบายๆ

แปลนชั้น 2 ชั้นนี้จะแตกต่างกับบ้านหลักแรกเลยครับ เพราะว่า Master Bedroom หายไปแล้ว (จะถูกยกเอาไปไว้ที่ชั้น 3) โดยขึ้นมาจะมี Corridor ที่แจกทางไปยังส่วนของห้องนอน 2 ห้องเท่านั้นครับ ซึ่งห้องนอนทั้งสองเนี่ย ต้องบอกว่า Full Function จริงๆ มีห้องน้ำในตัว พื้นที่แต่งตัว และระเบียงในตัว(แต่นาดระเบียงฝั่งหน้าบ้านจะได้พื้นที่กว้างกว่า) (ซึ่งบ้านหลังแรกในส่วนของห้องนอนเล็กทั้งคู่จะไม่ได้ระเบียงในตัวเลยครับ)

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเจอกับส่วนของช่องแสงขนาดใหญ่เพื่อให้ได้แสงธรรมชาติส่งผ่านมายัง Corridor

โดยขึ้นมาจะมี Corridor ที่แจกทางไปยังส่วนของห้องนอน 2 ห้องเท่านั้นครับ (เดี๋ยวไปดูห้องนอนซ้ายมือสุด เป็นฝั่งหลังบ้านกันก่อน)

ถ้าดูจากใน Floor Plan ห้องนี้จะเขียนว่าเป็น Bedroom 2 นะครับ แต่ว่าห้องตัวอย่างจะจัดเป็นห้องอเนกประสงค์แทน สำหรับกรณีที่ครอบครัวไหนมีลูกแค่คนเดียวนะครับ ด้วยพื้นที่ของห้องนี้ก็ถือว่ากว้างขวางมากๆ ลงเตียง King Size ได้หายห่วง

ทางขวามือเป็นส่วนของฟังก์ชันห้องน้ำในตัวแบบ Full Option ที่มีช่องแสงบานกระทุ้งอยู่ติดกับพื้นที่อาบน้ำ

ในตัวห้องนี้ โครงการมีการ Built-In ไอเดียสุดเก๋ ที่ผนังตรงนี้ครับ….

แท่น แท๊น.. ห้องแห่งความลับถูกเปิดออกแล้ว เอาจริงๆนะครับ ผมได้คุยแลกเปลี่ยนกับเจ้าของบ้านระดับสิบล้านอัพหลายท่าน เค้าชอบฟังก์ชันห้องลับแบบนี้นะครับ มันไม่ได้เอาไว้สำหรับแอบใครหรอกครับ แต่มันสามารถเป็นพวกห้องเซฟ ห้องเก็บของสำคัญ ซึ่งคนภายนอกมักจะไม่รู้การซ่อนพื้นที่แบบนี้หรอกครับ เลยถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ดีฟังก์ชันห้องลับ

แต่ถ้านับจากแปลนแล้วพื้นที่ส่วนนี้ ก็ยังถือว่าอยู่ในส่วน Bedroom 2 ก็แล้วแต่ครอบครัวไหนๆแล้วครับว่ามีจำนวนสมาชิกเท่าไร

ที่ห้องนี้ยังมีส่วนของทางออกไปยังระเบียงในตัว ซึ่งระเบียงอาจจะไม่ได้กว้างมากนักเพราะบ้านตัวอย่างเอา condensing unit มาวางไว้ (ถ้าใครต้องการใช้ระเบียงจริงจังก็หาจุดที่วางหรือแขวนใหม่ก็ได้ครับ)

มาดูห้องนอน Bedroom 1 ฝั่งหน้าบ้านกันต่อครับ โดยเปิดเข้ามาจะถูกจัดเป็นพื้นที่แต่งตัวก่อน เพราะทางซ้ายมือที่เป็นประตูจะเป็นส่วนของห้องน้ำ จะได้ออกมาแต่งตัวได้เลยครับ

มุมถ่ายย้อนกลับไปยังประตูทางเข้าห้องนอนครับ

ในส่วนของห้องน้ำเราจะเห็น Set Option นี้เป็นมาตรฐานในห้องน้ำในตัวห้องนอนเล็กเหมือนกันทุกห้องนะฮะ โดยจุดเด่นของบ้านโครงการนี้แหละคือออกแบบให้มีการเปิดช่องแสงบานกระทุ้งในตัวทุกห้องน้ำ

ส่วนของพื้นที่วางเตียงค่อนข้างกว้างขวาง โดยสามารถจัดโต๊ะข้างหัวเตียงไซส์ใหญ่มาลงได้ และอีกฝั่งนึงพื้นที่จะเหมาะกับเอาโต๊ะทำงานอ่านหนังสือ วางโน๊ตบุ๊คตรงนี้ก็ได้

มุมช่องแสงมีการเปิดพื้นที่ถึง 2 ฝั่ง โดยฝั่งหลักจะเป็นฝั่งหน้าบ้าน ที่ได้ช่องแสงขนาดใหญ่เกือบตรดฝ้าเพดานครับ และอีกฝั่งนึงปลายเตียงจะเป็นส่วนของ Terrace ด้านนอก

Terrace ด้านนอกที่เปลี่ยน Mood&Tone สว่างสบายตาปูด้วยพื้นกระเบื้องลายไม้ โดยมีระเบียงกันตกเป็นกระจกนิรภัยฝั่งหน้าบ้าน

ช่องแสงทั้งสองบ้านที่เห็นนี้แหละ ออกแบบให้แสงธรรมชาติส่องผ่านไปยังห้องน้ำในตัวห้องนอนเล็กทั้งสองที่ชั้นนี้ครับ

ยังคงสามารถใช้ไอเดียจากบ้านหลังแรกที่ผมเล่าได้นะครับ พื้นที่ Terrace ขนาดใหญ่ตรงนี้ ถ้าใครชอบอากาศธรรมชาติก็เป็น Semi Outdoor แบบนี้ดีแล้ว แต่ถ้าใครอยากได้เป็นห้องแบบติดแอร์ ก็กั้นผนังฝั่งด้านหน้าได้ จะได้ห้องอเนกประสงค์ในตัวห้องน้ำเพิ่มขึ้นได้

ออกมาจากห้องนอน จะไปต่อที่ทางขึ้นบันไดชั้น 3 ครับ อีกจุดนึงที่แตกต่างไปจากบ้าน ACACIA คือ ช่องแสงธรรมชาติที่ส่องผ่านมายังโถงบันไดจะไม่มี เลยใช้การติดไฟแบบ indirect light ยิงแสงขึ้นบนล่างมาเสริม

ชานพักบันไดแบบเต็มผืนผ้า ไม่ถูกซอยชานพักเป็นสิ่งที่ควรจะเป็นมาตรฐานสำหรับบ้านนะครับ หลังๆเรามักเห็นการซอยชานพักบันไดทำให้เดินแล้วไม่สะดวกไม่ปลอดภัย แบบนี้ถือว่าเป็นตัวอย่าง (บ้านตัวอย่างไม่ได้ติดตั้งมือจับกันลื่นข้างๆมาให้ แต่ของจริงจะมีนะครับ)

แปลนชั้น 3 ตัว Master Bedroom จะถูกยกมาที่ชั้นนี้ โดยที่โถงบันไดจะมีทางออกไปยัง Terrace Sky Garden แบบที่หันหลังออกไปหลังบ้านจะได้ความเป็นส่วนตัวหน่อย และในห้อง Master Bedroom จะแบ่งฟังก์ชันหลักออกเป็นสามส่วนคือ พื้นที่เตียงนอน, พื้นที่ Walk in Closet และ Master bathroom ที่มีการกั้นสัดส่วนภายในทุกโซนและมีอ่างอาบน้ำในตัว

โดยขึ้นมาเราจะเจอกับพื้นที่โถงบันไดเล็กๆตรงนี้ ซึ่งก็สามารถจัดได้เป็นทั้งพื้นที่ อเนกประสงค์ อาทิเช่นจะกั้นเป๋นห้องเก็บของเพิ่ม จะทำเป็นห้องพระ ฯลฯ ก็สามารถทำได้

ตรงนี้เราสามารถออกไปยัง Terrace Sky Garden (บานซ้าย) ที่เป็นพื้นที่กึ่งกลางแจ้งด้านนอกได้

Terrace Sky Garden  เป็นพื้นที่กึ่งกลางแจ้งโดยจะมีหลังคากันความร้อนของ SCG แบบเดียวกับพื้นที่จอดรถมาคลุมเอาไว้

พื้นที่บริเวณนี้เหมาะสำหรับมานั่งเล่น ชิลเอาท์ มินิปาร์ตี้เบาๆได้ดีเลยครับ มีพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวางรองรับประมาณ 6 ที่นั่งแล้วแต่การจัดที่นั่งมาลง และด้านหลังมีส่วนของระเบียงเหล็กกันตกเอาไว้ (ที่พื้นที่นี้มี Floor Drain ถึงสองจุดมาให้ครับ)

ด้วยการออกแบบเราจะเห็นว่าส่วนของผนังชั้น 3 จะลดหน้ากว้างลงเล็กน้อย เพื่อให้ได้ Gap ช่องว่างบางส่วนเปิดเป็นช่องแสง ช่องระบายอากาศ และวาง คอมแอร์ฯได้

เข้ามาในห้องหลักของบ้านนี้ ห้องสุดท้ายแล้วนะครับ Master Bedroom โดยส่วนแรก ในพื้นที่ห้องนี้สามารถจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นที่วางโซฟาในตัว มานั่งดูทีวีตรงนี้ได้เลย

ไอเดัยการตกแต่งของโครงการที่ทำมาให้ในพื้นที่ส่วนแรกหลังจากเข้ามาในห้องฝั่งขวามือ

ฝั่งตรงข้ามจัดเป็นชุดโต๊ะ ตู้ยาวต่อเนื่องมา โดยผมว่าถ้าจะดูทีวีก็มานั่งดูตรงนี้แหละครับ เพราะพื้นที่นอนดูทีวีมันค่อนข้างจะไกลหน่อย

พื้นที่วางเตียง เป็นพื้นที่กว้างเปิดโล่ง เลยเหมาะกับการจัดเฟอร์นิเจอร์ชิ้นต่างๆแบบ Big Scale ซะหน่อย โดยวางเตียงไว้ชิดผนังทางขวากลางห้อง ให้ได้รับแสงธรรมชาติมากหน่อย

พื้นที่ด้านข้างเตียงทั้งสองวางโต๊ะหัวเตียงขนาด King Size Bed ได้ และขวามือยังมีพื้นที่สำหรับการ Built-In ตู้เก็บของชั้นโซว์มองของสะสมก่อนนอน หรือชั้นวางหนังสือเล่มโปรดได้

ที่ปลายเตียง เราจะเจอประตูสไลด์บานเลื่อน (แบบทำรางบนด้วย เดินไม่ต้องกลัวสะดุดนิ้วเท้า) เพื่อย้านโซนเข้าไปสู่พื้นที่ Walk in Closet

พื้นที่ Walk in Closet ห้องนี้จะมีมุมโต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่อยู่ที่สุดปลายทางเดิน และมีการแบ่งตู้เก็บเสื้อผ้าออกเป็นสองฝั่ง โดยรอบนี้จะมีฝั่งนึงที่เป็นหน้าบานกระจกเงามาให้ เอาไว้เช็คความเรียบร้อยหลัแต่งตัวเสร็จ

ส่วนของห้องน้ำ Master Bathroom ที่อยู่ติดกัน พอเข้ามาแรกเจอค่อนข้างรู้สึกประทับใจนะครับ สมกับเป็นห้องน้ำของเจ้าของบ้าน มีพื้นที่กว้างขวาง ทั้งพื้นและผนังปูด้วยหินอ่อนโทนสีที่ Contrast กัน และฟังก์ชันหลักต่างๆมีมาให้ครบ

ทางซ้ายมือเป็นโซนอ่าง ที่ได้กระจกเงาซ่อนไฟขนาดใหญ่พร้อมอ่าง His&Her

ขวามือจะเป็นโซนของสุขภัณฑ์และพื้นที่อาบน้ำ โดยจะมีการกั้นโซนด้วย Shower Box กระจกนิรภัย แยกสัดส่วนการใช้งานให้ดูเรียบร้อย

พื้นที่อาบน้ำถูกแยกออกเป็นทั้งแบบยืนอาบ และนั่งอาบก็ได้สองแบบ ที่ผนังมีการเซาะร่องมาให้ Rain Shower แบบฝังฝ้าเพาน และชุดฝัวบัวแบบ Thermostat(เทอร์โมสตรัท)

สุดท้ายปิดกันด้วยมุมภาพของอ่างอาบแนนแบบฝังพื้นที่หินแกรนิตสีดำโดบรอบ ให้วางของได้ด้วย ของ KASCH โดยจะได้ช่องแสงเป็นหน้าต่างบานเลื่อน ถ้าเราต้องการความเป็นส่วนตัวก็ดึงม่านหรือมูลี่ลงก็ได้ และเปิดหน้าต่างระบายความชื้นออกหลังจากใช้งานเสร็จก็ดี

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 24 October 2018

  • ACACIA (จำนวน 5 ยูนิต) ที่ดิน 43.4 – 53.9 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 345 ตร.
    – 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำ ห้องซักรีด
    – ช่วงราคาของบ้าน Type นี้คือ 26.35 – 29.26 ล้านบาท  (Sold Out แล้วทุกยูนิต)
  • BANYAN (จำนวน 5 ยูนิต) ที่ดิน 36.3 – 52 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 315 ตร.ม.
    – 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำ
    – ช่วงราคาของบ้าน Type นี้คือ 23.8 – 27.8 ล้านบาท / เฉพาะแปลงที่ 15 ราคา 17 ล้านบาท
  • BODHI (จำนวน 5 ยูนิต) ที่ดิน 36.3 – 57.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 315 ตร..
    – 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำ ห้องซักผ้า
    – ช่วงราคาของบ้าน Type นี้คือ 23 – 28.9 ล้านบาท


  • Grand Opening Day 17-18 พฤศจิกายนนี้ เท่านั้น
  • ราคาเริ่มต้น 21 ล้านบาท (แบบไม่มีโปรตกแต่ง)
  • ราคาวัน Grand Opening เริ่ม 23 ล้าน รวมตกแต่ง / หรือถ้าไม่เอาตกแต่ง ราคาเริ่ม 20.5 ล้าน (ส่วนลด 2.5 ล้าน)
  • ราคาหลังวัน Grand Opening ราคาเริ่ม 23 ล้าน ไม่มีโปรฯตกแต่ง ไม่มีส่วนลด
  • จอง 200,000 บาท รวมกับทำสัญญาคิดเป็นทั้งหมด 5%
  • ดาวน์ 15%
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 250,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 70 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง – PRIME NINE เอกมัย เป็นโครงการที่อยู่ในย่านใจกลางเมืองย่านเพชรบุรี-เอกมัย-พระราม9 เชื่อมต่อไปยังย่านธุกิจสำคัญต่างๆได้สะดวก  สามารถเดินทางมายังโครงการได้หลายเส้นทาง  ที่ตั้งของโครงการอยู่ในซอยเอบีซี หรือ ซอยเพชรพระราม 3 (ทั้งคู่จะมาบรรจบกันเป็นซอยเดียวกัน)  อยู่ระหว่างถนนเพชรบุรีขาออกและถนนพระราม 9 ขาเข้า โดยถนนเพชรบุรีนั้นยาวมาตั้งแต่แยกยมราชตรงมาทางทิศตะวันออกปลายสายเชื่อมกับถนนพัฒนาการและถนนรามคำแหง และถนนพระราม 9 ที่ยาวมาตั้งแต่ รัชดาและอโศก – ดินแดง ไปตัดกับถนนศรีนครินทร์

ทำให้การเข้าถึงโครงการสามารถเข้าได้จากถนนหลายสายทั้งที่ตัดผ่านและบรรจบกัน และในย่านนี้ก็มีซอยขนาดใหญ่ที่เชื่อมถนนเข้าด้วยกันหลายสายอยู่ อย่างเช่น ซอยทองหล่อ, ซอยเอกมัย (สุขุมวิท 63) ที่เชื่อมถนนเพชรบุรีกับถนนสุขุมวิทไว้ด้วยกัน ซึ่งมีร้านค้า, Community Mall และคอนโดมิเนียมมากมายตลอดเส้นทาง สำหรับทางด่วนจะเป็นทางด่วนศรีรัชจะมีจุดทางขึ้น – ลงตรงถนนเพชรอุทัย เวลาใช้งานก็วิ่งไปออกใต้ทางด่วนแล้วตรงไปทาง RCA

ในส่วนของความอุมสมบูรณ์โดยรอบ ที่ตั้งโครงการอยู่ในส่วนของกรุงเทพชั้นในที่มีความเจริญค่อนข้างมาก ทำให้บนถนนเพชรบุรีนั้นส่วนใหญ่จะเป็นที่พักอาศัยจะเป็นคอนโดมิเนียมติดถนน และอาคารสำนักงานใหญ่ๆ จึงมีร้านค้าร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้ออยู่ตลอดเส้นทาง หรือจะไปทางย่านทองหล่อ เอกมัย ซึ่งก็ไม่ไกลจากโครงการ ก็มีร้านค้าและร้านอาหารเจ้าอร่อย และบรรยากาศน่านั่งให้เลือกมากมาย การจับจ่ายซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่ใกล้ที่สุดก็คงจะเป็น Foodland ที่ริมถนนเพชรบุรีใกล้ๆโครงการ

แต่ถ้าต้องการซื้อของแบบจริงจัง ก็สามารถเดินทางไปห้างสรรพสินค้าสำคัญๆ ตามแนวถนนสุขุมวิท เช่น EmQuartier , Emporium , Terminal 21 และในพื้นที่ใกล้เคียงกับโครงการบนถนนเพชรบุรีเองก็มีทั้งสถานศึกษาต่างๆ เช่น  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ,โรงเรียนสาธิต มศว.ประสานมิตร , โรงเรียนดลวิทยา และอาคารสำนักงานต่างๆ  มีโรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลจากโครงการ ได้แก่ โรงพยาบาลกรุงเทพ , โรงพยาบาลปิยะเวช , โรงพยาบาลพระราม 9 เรียกว่าก็มีให้เลือกได้ ตามความต้องการ

ความปลอดภัย – ด้วยความที่เป็นโครงการสเกลขนาดเล็ก ทำให้สามารถและดูแลความปลอดภัยในโครงการได้ไม่ยาก เลยจัดมาให้ค่อนข้างเยอะพิเศษ เริ่มจากทางเข้าออกด้านหน้าเป็นรั้วไม้กั้นกระดกระบบ RFID(แบบทางด่วน)พร้อมมีซุ้มรปภ.ตั้งอยู่ด้วย, ในโครงการมี CCTV สอดส่อง 16 ตัว, รั้วรอบโครงการเป็นแบบคอนกรีต 3 เมตร ต่อด้วยไม้ระแนงอีก 2-3 เมตร(แล้วแต่ฝั่ง)และที่รั้วมีการติดตั้งไฟฟ้าและระบบ Alarm หากมีใครมาโดน / ส่วนในตัวบ้านก็ให้มาทั้ง Magnetic Sensor + Motion Sensor แยกกันมาเลย ถือว่าความปลอดภัยดีทีเดียว

การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย – ตัวโครงการเป็นการจัดสรรขนาดเล็กที่มีแค่ 15 ยูนิตเท่านั้น เลยทำให้ได้ความ Private สูงระดับนึงในตัวเองอยู่แล้ว ส่วนของบ้านจะออกแบบมาให้เลือก 3 แบบ ตัวอาคารจะหน้ากว้างเท่ากันคือ 8.6 เมตร ต่างกันที่การเปิดช่องแสงตามจุดต่างๆ และก็ตำแหน่งของชั้นห้องนอนใหญ่ ตัวบ้านจัดฟังก์ชันมาได้น่าใช้เหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง 3-4 คน และรองรับมีห้องแม่บ้านแยกด้วย พวกชานพักบันได้ต่างๆทำสเกลออกออกมาได้มาตรฐานไม่ต้องซอยชานพักเลยทุกชั้นครับ และสามารถมี Optional ในการปรับเปลี่ยนพวกพื้นที่ระเบียงเป็นห้องแบบปิดเองก็ได้ แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ใครไม่ค่อยได้ใช้ระเบียงก็ได้พื้นที่ Indoor เพิ่มมากขึ้น

วัสดุ – โครงการนี้ตั้งแต่เปิดขาย Presale จนถึงวันที่จะแกรนด์ Opening House นับว่ามีการขายที่แปลกมากคือเป็น Fully Furnished การแปลกแบบนี้ไม่ใช่ไม่ดีนะครับ ถือว่ามีคนแต่งบ้านให้เราพร้อมเสร็จสรรพ ผ่านการคิดเรื่องมุมต่างๆให้ลงตัวกับฟังก์ชันมาแล้ว สำหรับคนที่ขี้เกียจต้องมาแต่งบ้านอีกเป็นปีๆก็เหมาะเลย แต่สำหรับคนที่อยากจะแต่งเองโครงการก็มี Option เป็นบ้านเปล่ามาให้พร้อมแลกส่วนลดกันไป โดยรวม ณ วันที่เข้าไปรีวิวส่วนตัวผมว่าวัสดุต่างๆในบ้านถือว่าคุ้มค่าสมกับราคา ใช้ของดีหลายๆส่วน เพราะทาง Dev เองมีประสบการณ์นำเข้าจำหน่ายพวกวัสดุเองมาหลายปีแล้วด้วยครับ

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ – ตัวโครงการเป็นรูปแบบการการจัดสรรนะครับ ถึงแม้จะมีเพียงแค่ 15 ยูนิตก็ตาม นับว่าเป็นโครงการจัดสรรที่มีเพื่อนบ้านน้อยมาก ได้ความเป็น Private ส่วนตัวค่อนข้างสูง  ด้วยระดับราคาโครงการนี้แน่นอนครับว่าสายไฟและสายระบบเคเบิ้ลทั้งหมดลงใต้ดินเพื่อความสวยงาม พื้นถนนในโครงการทั้งหมดถูกปูด้วยคอนกรีตพิมพ์ลาย มีความกว้าง 8 เมตร และมีการลงพื้นที่สีเขียวที่ด้านหน้าบ้านของแต่ละหลัง ทำให้ถนนเลนสัญจรได้เหลือ 6 เมตร และก็ในบ้านแต่ละหลังโครงการจะลงต้นไม้ให้หลังละต้นฝั่งหน้าบ้านครับ

สาธารณูปโภค – ตัวโครงการเป็นรูปแบบจัดสรรขนาดเล็ก สาธารณูปโภคที่จะถูกจ่ายออกไปกับเงิน 70 บาท/ตร.วา/เดือน (ผมลองเอาไปคูณกับขนาดที่ดินเล็กสุดถึงใหญ่สุด ตกแค่ 2,500 – 4,000 บาท/เดือน) สิ่งที่จ่ายออกไปนั้นนั้นไม่ใช่เพื่อพื้นที่ส่วนกลางอย่างคลับเฮ้าส์อะไรพวกนี้ แต่มันคือการจ่ายค่าบำรุงดูแลต่างๆที่พวกคุณ 15 ครัวเรือนต้องดูแลร่วมกันเช่น ค่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ค่าคนสวน(ที่ดูแลต้นไม้ริมถนนหลักด้านหน้าบ้านในโครงการ), ค่าเก็บขยะ, ค่าบำรุงอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยที่ต้องมีเสื่อมสภาพตามกาลเวลาทั้ง CCTV รั้วระบบไฟฟ้า ฯลฯ พวกนี้ให้ยังคงใช้งานได้ดีอย่างต่อเนื่องครับ อย่าลืมนะครับสิ่งที่กล่าวไปคุณแชร์ดูแลร่วมกันแค่ 15 หลัง ผมว่าราคาที่จ่ายไม่แพงครับ

 

Judgement

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

**เนื่องด้วยโครงการนี้ตั้งแต่เปิดตัวและจนกว่าจะจบตัวงาน Grand Opening Day 17-18 พฤศจิกายนนี้ มีรูปแบบการขายที่เป็นพิเศษคือ Fully Furnished จากทางโครงการแบบบ้านตัวอย่างเลยครับ โดยพอจบงานแล้ว บ้านจะยังคงเป็นราคาเดิมแต่เฟอร์นิเจอร์ Built-In และลอยตัวจะถูกนำออกไปจากที่ให้นะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนคะแนนวัสดุผมจะขอให้เป็น 2 แบบ ณ วันนี้กับจบหลังงานนะครับ

เทียบกับแพคเกจช่วงราคา 21 – 29 ล้านบาท, 24 October 2018

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.5/10 – ใกล้แหล่งตัวเมืองที่สำคัญอย่าง เอกมัย เพชรบุรี พระราม 9 (ใช้ทางด่วนง่าย) แต่อยู่ในซอยแยกย่อย
  • ความปลอดภัย 8.5/10 – รั้วกั้นไม้กระดก รปภ., รั้ว 3+3 พร้อมระบบไฟฟ้าแจ้งเตือน, CCTV16 ตัว, ในบ้านมี Motion+Magnetic Sensor
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8.5/10 – แบบสวย บ้านหน้ากว้าง เน้นสเปซกว้างขวางในทุกห้องและเปิดช่องแสงในห้องน้ำ
  • วัสดุ(เฉพาะงาน Grand Opening 17-18) 9.5/10 – DEV มีความคุ้นเคยกับวัสดุ จัดหนักๆมาให้เลย ของดีคุ้มค่ามากๆ
  • วัสดุ(แบบการขายปกติ) 8.25/10 – มาตรฐานของระดับนี้ ถ้าหมดโปรแล้ว เฟอร์หลายอย่างถูกเอาออก แต่ที่มีอยู่ก็ยังนับว่าเป็นของดีสมกับมาตรฐาน
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.75/10 – โครงการขนาดเล็ก ได้ Private เก็บงานหลายอย่างเนี๊ยบ ลงต้นไม้ริมถนนด้านหน้าและในบ้าน
  • สาธารณูปโภค 7.5/10 – ส่วนที่จ่ายนับว่าไม่แพง จ่ายให้กับค่าดูแล สาธารณูปโภคเงินเดือนรายเดือน และซ่อมบำรุง
  • 8.03 / 10 (แบบรวมเรื่องวัสดุเฉพาะงาน Grand Opening)
  • 7.90 / 10 (แบบวัสดุการขายแบบปกติ)
  • LUXURY CLASS 

BOTTOM LINE

PRIME NINE เอกมัย เหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง 3-5 คน ที่มีกำลังทรัพย์ระดับนึง ตามหาบ้านใจกลางเมืองในย่านเอกมัย-เพชรบุรี-พระราม 9 ที่นับว่าเข้าเมืองไพร์มแอเรียได้ไม่ยาก ถ้าซื้อช่วงแรกจะเป็นบ้านแบบสร้างเสร็จพร้อมยกกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย เน้นความเป็นส่วนตัว รูปแบบจัดสรร เพื่อนบ้านน้อย มีวัสดุและฟังก์ชันที่ดีมากในตัวบ้าน ในงบประมาณช่วง 20-30 ล้านบาท ค่อนข้างไม่มีมีข้อจำกัดทางการเงิน

Share

Leave a Reply