Beat Bangwa Interchange คอนโด Low Rise บนถนนเทอดไท ใกล้ BTS บางหว้า 630 เมตร จาก Northland Development [รีวิวฉบับที่ 1716]

October 30, 2018 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1716 …โครงการ Beat Bangwa Interchange เป็นคอนโด Low Rise ตั้งอยู่บนถนนเทอดไท ใกล้ BTS สถานีบางหว้า 630 m. ซึ่งเป็นสถานีรถไฟฟ้า Interchange กับ MRT สถานีบางหว้า สายสีน้ำเงินในอนาคต มีแนวคิด “ใช้ทุกจังหวะชีวิตที่เป็นคุณ” ด้วยการนำ Window Shade มาใช้ตกแต่ง Facade และยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ ห้องพักโปร่งโล่งกว้างขวางเป็นสัดส่วนและเป็นส่วนตัว ในราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท

Fact @ 24 October 2018

  • Beat Bangwa Interchange (บีท บางหว้า อินเตอร์เชนจ์)
  • บริษัท นอร์ธแลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment ได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ถนนเทอดไท แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร 402 ยูนิต
  • อาคาร A 134 ยูนิต , อาคาร B 268 ยูนิต
  • อาคาร A ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 27 ยูนิต , อาคาร B ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 35 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 156 คันคิดเป็น 39% รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 2-3-72 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง :  ปี 2562
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ปี 2563
  • 1 Bedroom 25.6 – 32.3 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus 32.5 – 39.9 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 45.7 – 51.1 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.45 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท (ราคาโปรโมชั่น)
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 69,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : n/a
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่  
  • โทร  : 063-217-6565

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.716521, 100.455966

แผนที่จากทางโครงการครับ

โครงการ Beat Bangwa Interchange ตั้งอยู่บนถนนเทอดไทบริเวณช่วงต้นซอยใกล้กับทางแยกต่างระดับเพชรเกษม ถึงแม้จะเป็นถนนรองแต่ก็เป็นถนนสายสำคัญที่วิ่งตัดผ่านถนนสายหลักอย่างถนนเพชรเกษม ถนนรัชดาภิเษก ถนนวุฒากาศ ถนนราชพฤกษ์ และไปสิ้นสุดที่ถนนบางแคตรงบริเวณแยกพัฒนาการ ผู้คนในละแวกนี้จึงมักใช้ถนนเส้นนี้เป็นทางลัดในการเลี่ยงรถติดบนถนนใหญ่ ซึ่งสะดวกในการเข้าเมืองไปทางสาทรหรือออกเมืองไปทางบางบอนและสมุทรสงครามได้ง่าย อีกทั้งถนนเส้นนี้เป็นชุมชนเก่าที่ยังมีพื้นที่ให้พัฒนาได้อีกมาก ซึ่งในปัจจุบันเริ่มมีโครงการคอนโดมิเนียมใหม่เกิดขึ้นในย่านนี้บ้างแล้ว และจะยังคงมีมาอีกเรื่อยๆ เพราะผลมาจากการขยับขยายของเมืองและการพัฒนาการคมนาคมของแนวรถไฟฟ้าในย่านนี้

เรื่องความอุดมสมบูรณ์ของย่านนี้คงต้องยกให้เป็นแถวซีคอนบางแคและ The Mall บางแค ที่อยู่บนถนนเพชรเกษมซึ่งเป็นถนนเส้นหลัก รวมถึงยังมีสถานศึกษาชื่อดังอย่าง ม.สยาม และโรงพยาบาลพญาไทตั้งอยู่อีกด้วย และอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจของย่านนี้คือ Tesco Lotus, Makro และ BigC ที่อยู่บนถนนกัลปพฤกษ์ ซึ่งเป็นถนนที่กำลังพัฒนาและมีความเจริญขึ้นไม่แพ้ทำเลรุ่นพี่อย่างย่านบางแคบนถนนเพชรเกษมเลยทีเดียว

ในสมัยก่อนการเข้าเมืองจากทางฝั่งธนฯ จะต้องพึ่งเส้นทางจากสะพานพระราม 3 และสะพานตากสิน ในการข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาเท่านั้น จึงทำให้รถค่อนข้างติดมากในช่วงเวลาเร่งด่วน เพราะจากถนนเส้นใหญ่หลายๆเส้นถูกบีบเพื่อขึ้นสะพานเดียวจนกลายเป็นคอขวด แต่การมาของรถไฟฟ้า BTS ก็ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในย่านนี้ไม่น้อย ซึ่งนอกจากการเดินทางเข้าเมืองจะสะดวกมากขึ้นแล้ว ยังทำให้ลักษณะการอยู่อาศัยของคนในย่านนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก จากเดิมที่เป็นชุมชนแนวราบก็เริ่มมีโครงการคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นให้เห็นกันแล้วในปัจจุบัน

โดยรถไฟฟ้า BTS สถานีบางหว้า เป็นสถานีปลายทางที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน และกำลังจะเป็นสถานี Interchange กับ MRT ส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินช่วง หัวลำโพง-บางแค ในอนาคตที่ตอนนี้โครงการมีการก่อสร้างแล้วเสร็จไปแล้วกว่า 90%  ซึ่งหากการก่อสร้างเป็นไปตามแผน คาดการณ์ว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้จริงภายในเดือนกันยายน 2562 นี้ ซึ่งจะทำให้รถไฟฟ้า BTS และ MRT สถานีบางหว้า กลายเป็นสถานีที่สำคัญมากสถานีหนึ่งของย่านฝั่งธนฯในด้านการคมนาคม เข้า-ออกเมือง หรือเปลี่ยนเส้นทางในการเดินทางได้สะดวกที่สุด

ทำเลนี้ได้ชื่อว่าเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทาง (ล้อ ราง เรือ) เพราะนอกจากจะมีการคมนาคมด้วยรถยนต์ที่สะดวกแล้ว ยังมีรถไฟฟ้า BTS สถานีบางหว้า ที่ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษมอีกด้วย โดยเป็นสถานีที่มี Skywalk สามารถเดินเชื่อมต่อจากตัวสถานีมาลงที่หน้าปากซอยของถนนเทอดไทได้ในระยะทางประมาณ 350 m. และสามารถเดินเท้าต่อหรือจะนั่งพี่วินเข้ามาอีกประมาณ 280 m. ก็จะถึงที่ตั้งโครงการแล้วครับ รวมมีระยะทางทั้งหมดประมาณ 630 m. ซึ่งเป็นระยะที่พอจะสามารถเดินได้แต่ก็แอบเหงื่อซึมอยู่เหมือนกันนะ

นอกจากรถไฟฟ้าแล้ว การเดินทางด้วยเรือก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจและเป็นที่นิยมของคนในละแวกนี้ เพราะสะดวกและรวดเร็ว สามารถเชื่อมต่อการเดินทางระบบขนส่งที่ท่าเรือตากสิน – เพชรเกษม (บางหว้า) จึงทำให้เข้า-ออกเมืองได้ง่าย มีระยะห่างจากโครงการประมาณ 450 m. หรือจะเดินจากสถานี BTS มาตามทาง Skywalk เพื่อมาลงที่ท่าเรือได้ในระยะทางประมาณ 250 m. ครับ และในปัจจุบัน กทม. ก็กำลังจะมีการขยายเส้นทางเดินเรือในอนาคตเพิ่มเติมอีกด้วย

  • เส้นทางต่อขยายทิศตะวันออก ท่าเรือประตูน้ำภาษีเจริญ – ท่าเรือราชินี
  • เส้นทางต่อขยายทิศเหนือ ท่าเรือประตูน้ำภาษีเจริญ – ท่าเรือตลิ่งชัน
  • เส้นทางต่อขยายทิศตะวันตก ท่าเรือเพชรเกษม 69 – ท่าเรือวัดหนองแขม

การเดินทางด้วยรถสำหรับทำเลนี้แน่นอนว่าที่ใกล้ที่สุดคือวงแหวนกาญจนาภิเษก ซึ่งมีระยะห่างจากโครงการประมาณ 8.3 km. และใช้เวลาเดินทางเพียง 13 – 15 นาทีเท่านั้น เพราะเป็นทำเลชานเมือง รถไม่ค่อยติด สามารถเข้าเมืองไปทางพระราม 2 พระประแดง หรือสมุทรปราการได้

อีกจุดหนึ่งคือขึ้นทางพิเศษศรีรัชเพื่อเข้าเมืองไปทางราชเทวี ดินแดง และพญาไท มีระยะห่างจากโครงการประมาณ 8.8 km. และใช้เวลาประมาณ 10 นาที

การเดินทางมาโครงการในวันนี้ ต้องบอกก่อนว่า Sale Gallery จะอยู่คนละที่กับที่ตั้งโครงการนะครับ แต่ก็สามารถเดินทางมาได้สะดวกทั้ง 2 ที่ด้วยรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีบางหว้า โดย Sale Gallery จะตั้งอยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้า BTS บางหว้า ตรงบริเวณทางออกที่ 4 ริมถนนเพชรเกษมตามภาพในแผนที่ ส่วนที่ตั้งโครงการจะอยู่ที่ถนนเทอดไทซึ่งสามารถเดินบน Skywalk เชื่อมต่อจากสถานีมาลงที่หน้าปากซอยได้เช่นเดียวกัน

มาเริ่มต้นที่รถไฟฟ้า BTS สถานีบางหว้า ซึ่งไม่ว่าจะไปที่ตั้งโครงการหรือ Sale Gallery ก็ให้ตามป้ายไปยังทางออกที่ 3 – 4

เมื่อออกมาจากสถานีแล้วจะเจอทางแยก ถ้าเราไปทางขวาตามป้ายบอกทางไปทางออกที่ 4 จะสามารถไปยัง Sale Gallery ได้ ส่วนถ้าต้องการไปที่ตั้งโครงการจะต้องไปทางซ้าย แต่ก่อนอื่นผมจะพาไปดูที่ตั้งของ Sale Gallery ทางด้านขวาซึ่งอยู่ใกล้กว่ากันก่อนนะ

เมื่อเรามาทางขวาและลงบันไดมาตามป้ายบอกทางออกที่ 4 จะเจอกับป้ายชื่อโครงการ “บีท คอนโด” ตัวใหญ่เบ้อเริ่มอยู่ทางซ้ายมือก่อนที่จะลงบันไดไปถึงด้านล่างซะอีกครับ

โดยโครงการดัดแปลงอาคารพาณิชย์ธรรมดาให้กลายเป็น Sale Gallery ซึ่งตั้งอยู่ติดบันไดทางออกที่ 4 ของ BTS สถานีบางหว้า แบบนี้เลย หาได้ไม่ยากนัก ซึ่งหากจะเข้าไปชมด้านในก็จะต้องเดินย้อนกลับมาเข้าทางเข้าที่อยู่ใต้สะพานนะ

ภายในมีการตกแต่งเหมือนกับ Lobby และพื้นที่ส่วนกลางในอาคารจริงของโครงการ ที่เน้นเป็นวัสดุไม้ตัดกับผนังสีน้ำเงิน สื่อถึงความสดชื่นและการพักผ่อนคล้ายบรรยากาศสบายๆริมชายทะเล ฟังก์ชันภายในมีโมเดลตั้งอยู่ทางขวา และชุดโซฟาตั้งอยู่ทางซ้าย ด้านในสุดมีเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ส่วนห้องตัวอย่างจะอยู่ชั้น 2 ต้องขึ้นบันไดทางขวาที่อยู่หลังโมเดลไปครับ

ต่อไปเราจะเดินทางไปยังที่ตั้งโครงการที่อยู่บนถนนเทอดไทกันต่อนะ จากสถานีรถไฟฟ้า BTS บางหว้า สามารถเดินบน Skywalk เพื่อไปยังโครงการได้ไม่ยาก ด้วยระยะทางรวมประมาณ 630 m.

เริ่มที่ BTS สถานีบางหว้า จากตรงนี้จะต้องไปทางซ้ายนะ

Skywalk นี้มีความยาวประมาณ 350 m. ข้อดีคือเป็นเส้นทางปลอดภัย มี รปภ. และกล้องวงจรปิดคอยดูแลเป็นระยะตลอดทาง แถมด้วยมีหลังคาคลุมทั้งเส้นไม่ต้องเสี่ยงเดินตากแดดตากฝนกลางแจ้ง และยังมีที่จอดจักรยานไว้คอยบริการด้วย

อีกหนึ่งจุดสำคัญคือ Skywalk นี้สามารถเชื่อมต่อกับท่าเรือบางหว้าได้ด้วย ซึ่งจะมีบันไดทางซ้ายมือเดินลงไปด้านล่างได้ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก โดยในตอนเช้าและตอนเย็นจะมีคนมาใช้บริการเยอะพอสมควร เพราะค่อนข้างสะดวกรวดเร็ว

เมื่อเดินมาจนเจอทางแยก ทางซ้ายจะเป็นทางลงไปท่าเรือ ให้เราไปทางขวาตามป้ายบอกทางไปคอนโดนะครับ

เมื่อเดินมาจนสุดทางจะเจอทางลงบันได 2 ฝั่ง ให้ลงบันไดทางด้านขวาเพื่อลงไปที่ถนนเทอดไทครับ

ก่อนลงจากสะพาน ลองมาดูภาพรวมของถนนเทอดไทจากมุมสูงกันสักเล็กน้อย เป็นถนนขนาด 2 เลน และสองข้างทางเป็นชุมชนแนวราบสูง 2 – 4 ชั้น ถ้าตรงไปจนสุดสายจะเชื่อมต่อกับถนนบางแคเพื่อไปออกถนนเพชรเกษมหรือถนนกัลปพฤกษ์ได้

ลงมาที่ด้านล่างกันบ้างครับ จะเห็นว่าบันได Sklwalk จะตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าคล้ายกับเป็นปากซอยแบบนี้ เมื่อลงมาแล้วจะต้องเดินเข้าไปอีกประมาณ 280 m.

ฝั่งตรงข้ามกับบันไดผมเห็นมีป้ายราคาวินมอไซค์อยู่ด้วย แต่ก็ไม่ได้มีวินมานั่งคอยหรอกนะ เป็นการติดเอาไว้ให้ดูอัตราค่าโดยสารซึ่งถ้าใครไม่อยากเดินให้เมื่อยก็สามารถรอใช้บริการพี่วินหรือรถสาธารณะอื่นๆได้ เพราะถนนเส้นนี้มีรถสาธารณะวิ่งผ่านอยู่ตลอดเวลาจึงเรียกได้ไม่ยาก โดยอัตราค่าโดยสารจากตรงนี้ไปโครงการก็ประมาณ 10 บาทครับ

เดินต่อเข้ามาภายในซอยเรื่อยๆ จะเป็นบ้านพักอาศัยและอาคารพาณิชย์อยู่ตลอด 2 ข้างทาง ไม่ค่อยมีร้านค้าคึกคักช่วงต้นซอยมากนัก จะมีก็แต่ร้านอาหารตามสั่งธรรมดา 1 – 2 ร้านเท่านั้น และอีกข้อสังเกตคือถนนเส้นนี้ไม่มีทางเท้าให้เดิน ฉะนั้นจึงค่อนข้างอันตรายพอสมควร เพราะถนนก็ไม่ได้ใหญ่มาก รถสวนทางกันได้แบบพอดี คนที่เดินริมถนนต้องใช้ความระวัดระวังพอสมควร

เมื่อเดินเข้ามาประมาณ 280 m. จะเจอกับที่ตั้งโครงการซึ่งล้อมรั้วเมทัลชีทเอาไว้เรียบร้อยอยู่ทางซ้ายมือ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

มาดูบริบทโดยรอบโครงการกันครับ ส่วนมากเป็นชุมชนที่พักอาศัยแนวราบธรรมดา สูง 2 – 4 ชั้น และมีที่ว่างด้านหลังรอการพัฒนาอีกเยอะพอสมควร สามารถสรุปได้ดังนี้

ทิศเหนือ เป็นด้านหน้าโครงการที่อยู่ติดกับถนนเทอดไท ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น และมองเห็นคอนโดศุภาลัยสูง 35 ชั้น

ทิศใต้ ติดกับพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่

ทิศตะวันออก ติดกับบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น และมองเห็นคอนโด Aspire สูง 33 ชั้น

ทิศตะวันตก ติดกับคลองวัดอ่างแก้วและบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น ถัดไปไม่ไกลจะมองเห็นวัดอ่างแก้วด้วย

ลองมาเดินดูรอบๆโครงการกันสักหน่อยนะ โครงการมีที่ดินอยู่ติดถนนเทอดไทเป็นแนวยาวทำให้เป็นจุดสังเกตได้ง่าย หน้างานล้อมรั้วเมทัลชีทไว้เรียบร้อย

ทางด้านซ้ายติดกับทางเข้าออกโครงการเป็นบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น

ฝั่งตรงข้ามก็เป็นบ้านและอาคารสูง 2 ชั้นเช่นกัน ภายในประกอบธุรกิจโรงไม้นะครับ

และถ้าใครได้ไปดูสถานที่จริง ณ ตอนนี้จะเห็นว่ามีประตูทางเข้าอยู่ตรงกลาง Site อยู่ทางด้านหน้า ประตูนี้มีไว้เพื่อให้บ้านหลังที่อยู่ด้านใน ณ ตอนนี้ได้ใช้เป็นทางสัญจรชั่วคราวไปก่อน เพราะโครงการได้ซื้อที่ดินด้านหน้านี้ไว้ทั้งหมดแล้ว และจะทำถนนทางเข้า-ออกใหม่ให้กับบ้านหลังนี้ในจุดอื่นแทนครับ ซึ่งเราจะเห็นได้จากแปลนหรือโมเดลในพาร์ทต่อไปนะ

ติดกับรั้วโครงการทางด้านขวาคือคลองวัดอ่างแก้ว ลำน้ำสะอาดดี ไม่มีขยะ ไม่มีกลิ่นรบกวน

ต่อไปจะมีสะพานข้ามคลองที่อีกฝั่งหนึ่งเป็นที่ตั้งของวัดอ่างแก้ว

บริเวณหน้าวัดนี้ค่อนข้างคึกคักขึ้นมาหน่อย มีเซเว่นและร้านอาหารอยู่บ้างพอสมควร

ที่ปากซอยข้างเซเว่นเป็นที่ตั้งของวินมอไซค์ซึ่งอยู่ห่างจากทางเข้าโครงการประมาณ 200 m. อัตราค่าโดยสารดังนี้ มาใช้บริการกันได้

ติดกับวัดจะมีโรงเรียนวัดอ่างแก้ว ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนมีร้านอาหารเช่นร้านก๋วยจั๊บตั้งอยู่ และที่บริเวณเขตหน้าวัดกับโรงเรียนจะมีรั้วกั้นเหมือนเป็นทางคนเดินให้ด้วย เพื่อความปลอดภัยอยู่ช่วงหนึ่งตรงนี้เท่านั้น

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • BTS บางหว้า  – 630 ม.
  • MRT บางหว้า  – 630 ม.
  • ซีคอน บางแค – 3 กม.
  • ตลาดบางแค  – 5 กม.
  • Tesco Lotus กัลปพฤกษ์  – 5 กม.
  • Makro กัลปพฤกษ์  – 5 กม.
  • Tesco Lotus บางแค   – 5 กม.
  • Asiatique  – 7 กม.
  • Central พระราม 2  – 9 กม.
  • Central พระราม 2  – 11 กม.
  • มหาวิทยาลัยสยาม – 2 กม.
  • ร.ร.ฐานปัญญา – 4 กม.
  • ร.พ.พญาไท 3  – 2 กม.
  • ร.พ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า – 5 กม.
  • ร.พ.ตากสิน – 7 กม.
  • ร.พ.เพชรเกษม 2 – 8 กม.


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Beat Bangwa Interchange เป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร จำนวน 402 ยูนิต ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 2-3-72 ไร่ ออกแบบด้วยแนวคิด “ใช้ทุกจังหวะชีวิตที่เป็นคุณ” โดยใช้ระแนงของระเบียงห้องที่นอกจากจะเป็น Facade ที่สำคัญแล้วยังช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัวได้อีกด้วย ชั้นจอดรถจะมีเฉพาะชั้น 1 – 3 ของอาคาร A เท่านั้น จอดรถประมาณ 156 คันคิดเป็น 39% รวมจอดซ้อนคัน ส่วน Facilities จะเริ่มตั้งแต่ที่ชั้น 1 กับชั้น 3 ของอาคาร B และชั้น 4 ของอาคาร A เป็นการกระจาย Facilities ไว้ในส่วนต่างๆ และสามารถเชื่อมถึงกันได้ ทำให้เหมือนได้พื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ขึ้น ส่วนชั้นพักอาศัยอาคาร A จะเริ่มตั้งแต่ชั้น 4 – 8 และอาคาร B จะเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 – 8

มาดูแปลนกันครับ โครงการแบ่งออกเป็น 2 อาคาร ด้านหน้าโครงการติดกับถนนเทอดไท โดยที่ทางเข้าอาคารจริงๆจะอยู่ด้านข้างจากถนนซอยเล็กๆ ซึ่งเป็นถนนภาระจำยอมที่เชื่อมต่อไปสู่บ้านหลังที่อยู่ด้านใน ส่วนด้านหน้าโครงการจัดเป็น Plaza แบบเปิดโล่ง ไม่มีกำแพงมาล้อมรั้วให้อึดอัด ทำให้คนภายนอกก็สามารถเข้ามาใช้งานร้านค้าได้ แต่จะไม่สามารถเข้ามารบกวนพื้นที่ภายในโครงการ รวมถึงมี Drop-off สำหรับรถขนขยะแยกออกไปอยู่ทางด้านนอกอย่างเป็นสัดส่วน

เส้นทางการเดินรถเมื่อผ่านป้อมยามที่อยู่ด้านหน้าโครงการเข้ามาแล้ว หากเป็นรถแท็กซี่หรือคนภายนอกที่จะมาส่งก็สามารถจอดรับ-ส่งคนที่ Drop-off แล้วก็วนกลับออกไปได้เลย ไม่ต้องเข้ามารบกวนพื้นที่ด้านในส่วนอื่น แต่ถ้าเป็นลูกบ้านก็จะต้องเอารถเข้าไปจอดใต้อาคาร A ภายในเดินรถทางเดียวและมีทางลาดขึ้นไปจอดชั้นบนได้ ส่วนอาคาร B จะเป็นห้องพักอาศัยตั้งแต่ชั้นแรก และจะมี Facilities อยู่ตรงกลางระหว่างอาคารแยกออกมาทำให้เป็นสัดส่วนดี ง่ายต่อการใช้งานของทั้ง 2 อาคาร ประกอบด้วยห้อง Game room และห้อง Fitness

มาดูโมเดลกันบ้างครับ ทางเข้า-ออก รถมีแค่ทางเดียวทำให้ง่ายต่อการดูแลรักษาความปลอดภัย สำหรับถนนทางเข้าที่เป็นภาระจำยอมนี้ด้านในจะมีประตูรั้วอีกชั้นหนึ่งแยกออกเป็นสัดส่วนเพื่อความเป็นส่วนตัวของบ้านที่อยู่ด้านหลังโครงการ ส่วนด้านหน้าโครงการก็จะมี Shop และจัดเป็น Plaza แบบเปิดโล่ง มีที่นั่งหลายจุดเพื่อให้คนภายนอกก็สามารถเข้ามาใช้งานได้โดยที่โครงการก็ยังคงได้ความเป็นส่วนตัวสูง

มาดูมุมมองทางด้านหลังโครงการก็จะเห็นพื้นที่โดยรอบโครงการ โดยทางด้านข้างและด้านหลังโครงการจะมีถนนภาระจำยอมที่ตรงมาสู่บ้านพักอาศัยดั่งเดิมที่อยู่ด้านหลังโครงการได้ รวมถึงยังมองเห็น Facilities อื่นๆที่อยู่ทางด้านหลัง ทั้ง Basketball court, Co-Working space และ Fitness

ภาพบรรยากาศจำลองพื้นที่ส่วนกลางชั้น 1 ของโครงการ ซึ่งประกอบด้วย Lobby, Game room, Fitness และ Co-Working space ตกแต่งด้วยไม้และผนังสีน้ำเงินเข้มเหมือนกับที่ Sale Gallery เลยครับ

แปลนชั้น 2 สำหรับอาคาร A จะยังคงเป็นชั้นจอดรถ และอาคร B จะเป็นชั้นพักอาศัยเช่นเดิม แต่อาคาร Facilities ที่อยู่ตรงกลางจะเป็น Void เพราะว่าชั้น 1 ที่เป็น Facilities ห้อง Fitness และ Co-Working space จะเป็นห้องแบบเพดานสูง

มาพูดถึงเรื่องลักษณะของอาคาร B กันก่อนนะ อาคารเป็นรูปตัว U โดยด้านในจะเว้นระยะห่างจากอาคารส่วนกลางประมาณ 6 m. ตามกฏหมาย ซึ่งก็ไม่ได้เป็นระยะที่ประชิดมากหรือทำให้รู้สึกอึดอัดจนเกินไป วิวของห้องชั้น 2 ที่หันเข้ามาด้านในก็จะมองเห็นถนนและสวนระหว่างอาคาร รวมถึงห้อง Fitness ที่อยู่ชั้น 1 ซึ่งเป็นห้องแบบเพดานสูงอีกด้วย ส่วนวิวของห้องอื่นๆที่หันหน้าออกด้านนอกก็จะมองเห็นบ้านพักอาศัย 2 ชั้นและพื้นที่สีเขียวด้านหลังโครงการซึ่งได้วิวเปิดโล่งดี

โถงลิฟต์และห้องงานระบบอื่นๆของอาคารจะอยู่ช่วงกลางๆค่อนไปทางด้านหน้าของที่ดินเพื่อสะดวกเวลาเข้า-ออกโครงการ ดังนั้นห้องที่อยู่ด้านหลังสุดอาจต้องเดินไกลกว่าเพื่อนเล็กน้อย แต่ก็แลกมากับได้วิวที่ดีที่สุดและได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มอีกด้วย ส่วนบันไดหนีไฟจะอยู่ทั้งส่วนหัวและส่วนท้ายของอาคาร 2 ตำแหน่ง Corridoor ในอาคารนี้จะมีช่องเปิดของช่องลมและช่องแสงแค่เพียงบริเวณโถงลิฟต์เท่านั้น จึงอาจทำให้ทางเดินภายในดูไม่ปลอดโปร่งไปบ้าง

แปลนชั้น 3 ยังคงเหมือนเดิมทั้งอาคาร A และอาคาร B ที่เพิ่มเติมขึ้นมาคืออาคาร Facilities ตรงกลาง ที่ชั้นนี้จะมีสระว่ายน้ำและสวน ทำให้อาคาร A และ B ตั้งแต่ชั้น 3 เป็นต้นไปที่หันหน้าเข้าสู่ด้านในโครงการจะสามารถ Take View พื้นที่ส่วนกลางนี้ได้

นอกจากนี้ยังมีสะพานเชื่อมต่อระหว่างอาคาร B และอาคาร Facilities เพิ่มเติมอีกด้วย เป็นช่องทางในการใช้ลิฟต์โดยสารเพื่อมาใช้งาน Facilities ของอาคาร B จึงทำให้มีประตูกั้นตรงโถงลิฟต์กับส่วนพักอาศัยเพิ่มอีกชั้นหนึ่งเพื่อความเป็นส่วนตัว ส่วนอาคาร A ก็มีทางเชื่อมต่อมายังอาคาร Facilities ได้เช่นกัน แต่ว่าจะอยู่ที่ชั้น 4 นะ เดี๋ยวเราไปดูกันต่อเลยครับ

พอมาดูที่โมเดลก็จะเห็นว่ามีช่องเล็กๆบนสวน Step Garden ของอาคาร Facilities ที่สามารถเชื่อมต่อกับชั้น 4 ของอาคาร A ได้นั่นเอง นอกจากนี้ยังเห็นรายละเอียดอื่นๆที่ไม่ได้โชว์ให้เห็นในแปลนเช่น ข้างใต้ของสวน Step Garden จะมีพื้นที่ด้านล่างซึ่งทำเป็นห้องน้ำอยู่ด้วย และพื้นที่พักผ่อนข้างสระว่ายน้ำจะหันหน้าออกไปทางช่องว่างระหว่างอาคาร ซึ่งนอกจากจะทำให้ได้มองออกไปยังวิวที่ค่อนข้างเปิดโล่งแล้วยังช่วยไม่ให้ต้องหันหน้าเข้าหาห้องพักอาศัยในชั้นนี้ของอาคาร B แก้ไขปัญหาความไม่เป็นส่วนตัวได้อีกด้วยครับ

ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณอาคาร Facilities ชั้นสวนและสระว่ายน้ำที่อยู่ตรงกลางโครงการ เป็นจุดที่เหมือนเป็นศูนย์รวม Activities ของโครงการและยังทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงามกว่าการมองออกไปด้านนอกอาคารได้อีกด้วย

แปลนชั้นที่ 4 ชั้นนี้เป็นชั้นที่มีความสำคัญต่ออาคาร A มากที่สุด เพราะเริ่มเป็นชั้นพักอาศัยและยังมีสวนขนาดใหญ่เป็นของตัวเองอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีทางเชื่อมที่สามารถไปยังชั้น 3 ของอาคาร Facilities หรืออาคาร A ได้อีก ตรงโถงลิฟต์ของอาคาร A จะมีประตูกระจกกั้นอีกชั้นสำหรับส่วนพักอาศัยเพื่อความปลอดภัยและเป็นส่วนตัว

คราวนี้มาพูดถึงผังอาคาร A กันบ้างนะครับ ตัวอาคารมีลักษณะเป็นรูปตัว C ต่างจากอาคาร B เพราะจะมีช่องเปิดระหว่างอาคารน้อยกว่า โถงลิฟต์จะอยู่ทางด้านขวาจึงทำให้ห้องทางด้านซ้ายอาจต้องเดินไกลขึ้นนิดหน่อยแต่ได้ความเป็นส่วนตัวนะ วิวติดคลองและมองเห็นวัดอ่างแก้วด้วย ใครที่ไม่ชอบวิวนี้ก็อาจต้องเลี่ยงไปซื้อวิวอื่นแทนครับ

ภาพโมเดลบริเวณด้านหน้าอาคาร สามารถมองเห็นทั้งสวนและทางเชื่อมต่อกับอาคาร B รวมถึง Drop-Off ของรถขนขยะที่อยู่ด้านหน้า ซึ่งถือเป็นข้อดี เพราะนอกจากจะทำให้รถขยะไม่ต้องขับเข้ามาในโครงการมาสร้างความรำคาญหรือส่งกลิ่นและสิ่งสกปรกต่างๆแล้ว ยังช่วยแก้ไขปัญหาการจอดรถแล้วไม่กีดขวางการจราจรอีกด้วย เพราะถนนเทอดไทก็เป็นถนน 2 เลนที่รถจำเป็นต้องสวนทางกันตลอดเวลา

ภาพบรรยากาศจำลองของสวนชั้น 4 ของอาคาร A เป็นสวนเล่นระดับสำหรับนั่งพักผ่อนและช่วยสร้างบรรยากาศดีที่ภายในโครงการได้ อีกข้อหนึ่งที่อยากให้สังเกตคือห้องพักที่อยู่ชั้นเดียวกับสวนหรือสระว่ายน้ำและมีระแนง Window Shade เพิ่มเติมจาก 1 ชิ้น เป็นแบบบานเลื่อน 3 ชิ้นแทน ทั้งนี้เพื่อช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวให้แก่ห้องพักเหล่านี้เพิ่มเติมนั่นเอง ดูจากในรูปนี้ก็จะสามารถเห็นได้เลยครับ

เมื่อพูดถึงระแนงที่เป็น Window Shade ของอาคารแล้ว เราจะมาพูดต่อกันอีกหน่อยนะ ถ้ามองจากโมเดลด้านหน้าที่ติดกับถนนเทอดไทจะมี Facade ที่แตกต่างไปจากด้านอื่นๆ โดยเส้นสายสีขาวระหว่างชั้นจะทำหน้าที่เป็นกันสาดให้กับชั้นอื่นๆ และยังช่วยพรางสายตาจากมุมมองของคนด้านล่างเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้อีกเล็กน้อย ระแนง Shading ของ Facade ได้รับแรงบัลดาลใจมากจากคำว่า “Beat” ที่เป็นชื่อของโครงการ ที่แปลว่า “จังหวะ”

จังหวะในที่นี้รากศัพท์อาจหมายถึงจังหวะของเสียงเพลงหรือดนตรี แต่ความหมายของโครงการอยากเปรียบเปรยถึงจังหวะของชีวิตที่มีหลากหลาย ทั้งจังหวะการพักผ่อนที่ต้องการความเงียบสงบ จังหวะการทำงานที่ต้องการความตื่นตัวเบาๆ หรือจังหวะการออกกำลังกายที่ต้อง Active อยู่เสมอ ทั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าโครงการสามารถรองรับกลุ่มคนที่มีความต้องการที่หลากหลายของจังหวะชีวิตที่แตกต่างกันหรือปรับเปลี่ยนได้อยู่เสมอนั่นเองครับ

ปิดท้ายด้วยแปลนชั้น 5 – 8 ซึ่งจะเป็นชั้นพักอาศัยทั้งหมด โดยมีอีกจุดหนึ่งที่อยากให้สังเกตคือตำแหน่งห้องพักสีแดงในแปลนที่ผมทำไว้ ทางโครงการจะเรียกห้องนี้ว่า 1 Bedroom Extra คือจะเป็นห้องที่อยู่ในตำแหน่งมุมต่างๆของอาคาร ทำให้ในห้องมีขนาดพื้นที่และฟังก์ชันที่แตกต่างจากแบบห้องมาตรฐานเล็กน้อย เช่น บางห้องได้ห้องครัวแบบปิดเพิ่มต่างจากเดิมที่เป็นครัวเปิด หรือบางห้องได้ห้องนั่งเล่นที่หน้ากว้างเพิ่มขึ้น เป็นต้น ทั้งนี้แบบห้องเหล่านี้ไม่ได้มีผลกับราคาที่สูงขึ้นแต่อย่างใด คิดราคาตามตารางเมตรแบบปกติเช่นเดิม ซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่อยากได้ฟังก์ชันแบบใดเป็นพิเศษเพิ่มเติมก็ลองเลือกดูและสอบถามกับทางเซลเพิ่มเติมได้นะครับ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby
  • Shop & Plaza
  • Active Space – พื้นที่กิจกรรมและกีฬากลางแจ้งด้านข้างริมคลอง
  • Creative space – Lobby & Co working space
  • Comfort space – สระว่ายน้ำ+jacuzi และพื้นที่พักผ่อนรอบสระ
  • Ozone space – สวนลอยฟ้าชั้น 4
  • Fit and Firm space – Fitness room
  • Fun and learning space – ห้องเล่นเกมส์และเรียนรู้
  • Shade space – พื้นที่สวนโดยรอบ
  • Laundry room
  • Mailbox
  • Library corner
  • 24/7 Convenience store
  • Shuttle service ไปส่งท่าเรือบางหว้า
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 100.5 :  1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก A 67 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก B 134 : 1
  • ที่จอดรถประมาณ 156 คันคิดเป็น 39% รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Access Card
  • Security guards 24 hours


Product Walkthrough

โครงการมีห้องพักทั้งหมด 3 แบบ ขายแบบ Partly Furnished คือให้เฟอร์นิเจอร์เกือบทั้งหมดจากที่เห็นในห้อง โดยแบบห้องประกอบด้วย

  • 1 Bedroom 25.6 – 32.3 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus 32.5 – 39.9 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 45.7 – 51.1 ตร.ม.

โดยที่ Sale Gallery จะมีห้องตัวอย่างให้ดู 2 แบบ คือ 1 Bedroom และ 2 Bedroom จะเป็นอย่างไรลองไปชมกันเลยครับ

ห้อง One Bedroom เป็นแบบห้องมาตรฐานที่มีจำนวนเยอะที่สุดในโครงการ ลักษณะห้องเป็นแบบสี่เหลี่ยมเกือบจัตุรัสทำให้ได้ห้องที่ดูหน้ากว้าง เมื่อเข้ามาในห้องจะเจอกับ Common area ประกอบด้วยพื้นที่ครัวเปิด โต๊ะทานอาหาร และห้องนั่งเล่นที่อยู่ติดกับระเบียงห้อง ส่วนห้องนอนจะอยู่ทางด้านขวาซึ่งกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนเป็นสัดส่วนดี แต่ถ้าเปิดออกก็จะทำให้ห้องกว้างขวางและโปร่งโล่งมากขึ้นได้ ห้องน้ำจะเข้าจากทางโซนห้องนอน ภายในแยกพื้นที่ส่วนเปียกส่วนแห้งออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน ห้องแบบนี้เหมาะกับการอยู่อาศัย 1 – 2 คน ชอบห้องที่โปร่งโล่งไม่อึดอัด และไม่เน้นการทำอาหารจริงจัง

เมื่อเข้ามาภายในห้องจะเจอกับพื้นที่ Common area ที่โปร่งโล่งแบบนี้ แต่ยังได้ความเป็นส่วนตัวเพราะยังไม่สามารถมองเห็นพื้นที่ห้องนอนที่อยู่ทางขวาได้ พื้นปูด้วยกระเบื้องยางไวนิล ผนังและฝ้าฉาบเรียบทาสี ความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.45 m.

สำหรับห้องจริงได้เป็นประตูหน้าห้องเป็นบานไม้อัดบานทึบและติดตั้ง Digital Door Lock ของ Hyundai มาให้แบบนี้ ซึ่งมีฟังก์ชันสามารถตั้งค่าปลดล็อคได้ถึง 4 แบบคือ

  • ไขกุญแจแบบปกติ
  • ใช้ Key Card
  • ตั้งรหัสผ่าน
  • รองรับระบบ Rabbit Card

เริ่มที่พื้นที่ครัวซึ่งเป็นส่วนแรกที่เปิดประตูเข้ามาเจอกันก่อนนะ ห้องนี้ได้เป็นครัวเปิด ด้วยระยะฟังก์ชันของห้องไม่สามารถกั้นห้องเพื่อทำครัวปิดได้ โดยเคาน์เตอร์ครัวจะได้ตามที่เห็นในห้องตัวอย่างเลยครับ

พื้นที่หน้าเคาร์เตอร์ครัววัดจากโต๊ะทานอาหารกว้างประมาณ 1 m. สามารถใช้งานหรือเดินผ่านได้สะดวก พื้นเป็นกระเบื้องยางไวนิลซึ่งทนความร้อนและความชื้นได้ดีกว่าพื้นไม้ลามิเนต สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย

ด้านซ้ายสุดเป็นพื้นที่วางตู้เย็นขนาดประมาณ 60 x 70 cm. โดยสามารถใช้ตู้เย็นทรงสูงได้เพราะของจริงจะไม่มีตู้แขวนด้านบนตู้เย็นส่วนนี้นะ และเวลาซื้อตู้เย็นต้องคำนึงถึงบานเปิดตู้ด้านที่ถูกต้องกับห้องของเราด้วยนะครับ จะได้ใช้งานได้สะดวกๆ

ตู้แขวนด้านบนจะได้ตามนี้เลยยะกเว้นตู้แขวนบนตู้เย็น สามารถเก็บของได้เยอะพอสมควร แต่ตู้ด้านขวาจะไม่มีช่องของเครื่องดูดควันแบบในห้องตัวอย่างนะครับ เพราะเครื่องดูดควันที่ได้จะเป็นแบบหมุนเวียนภายในไม่ได้ดูดออกไปด้านนอก (ช่างทำผิดแบบ) ฉะนั้นตู้นี้จะมีพื้นที่เก็บของที่มากกว่านี้ครับ

เคาน์เตอร์ครัวจะได้ตามนี้ Top เป็นไม้ลามิเนตลายหินอ่อน ต้องระมัดระวังเรื่องความชื้นในการใช้งานหน่อยนะครับ ส่วนผนังจะเป็นฉาบเรียบทาสีธรรมดาไม่ได้เป็นลามิเนตลายหินอ่อนแบบนี้ ได้อ่างล้างจานของ MEX ขนาด 40 x 40 cm. และได้เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควันของ MEX เช่นกัน มีพื้นที่ตรงกลางประมาณ 20 cm. พอทำอาหารหรือวางของเล็กๆน้อยๆได้

จะเห็นว่าเคาน์เตอร์ครัว บริเวณส่วนเตาประกอบอาหารจะอยู่ชิดมาทางฝั่งชั้นวางทีวี เวลาใช้งานจริงอาจจะเลอะหรือกระเด็นมาทางด้านข้างได้กรณีทำอาหารจริงจัง ลักษณะนี้อาจใช้วิธีการติดฉากกั้นเพิ่มแค่ในส่วนของเคาน์เตอร์ระหว่างเตากับชั้นวางทีวีนิดหน่อยก็ได้ เวลาต้ม ผัด หรือทอดอะไร ไอน้ำหรือน้ำมันจะได้ไม่กระเด็นไปโดนทีวีหรือตู้ด้านข้าง

ตู้ด้านล่างสามารถเก็บของชิ้นใหญ่ๆได้ บานตู้ทุกบานติด soft close และลิ้นชักมี 2 ชั้น พร้อมติดโช๊คกันการกระแทกมาให้อีกเช่นกัน ที่เปิดตู้เป็นแบบปาดมุม และมีที่วางไมโครเวฟด้านล่างทำให้สามารถใช้งานได้ง่าย

ฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่วางโต๊ะทานอาหาร ซึ่งโต๊ะนี้โครงการไม่ได้แถมมาให้นะครับ ตกแต่งให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น โดยขนาดพื้นที่นี้สามารถใช้โต๊ะขนาด 2 ที่นั่งได้แบบนี้ ซึ่งด้านหลังโต๊ะเมื่อลองเลื่อนเก้าอี้ออกมานั่งดูแล้วยังคงมีพื้นที่เหลืออีกเล็กน้อยสามารถวางตู้รองเท้าเล็กๆเพิ่มได้นะ

ถัดมาด้านในเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่นซึ่งอยู่ติดกับระเบียง โดยเราจะได้ของทุกอย่างตามนี้ยกเว้นของตกแต่งพวกหมอน พรม โต๊ะกลาง และทีวี

ระยะดูทีวีกว้างประมาณ 2 m. สามารถใช้ทีวีขนาด 42 – 46 นิ้วได้ หรือจะติดใหญ่ๆเผื่อระยะนอนดูจากเตียงในห้องนอนก็ได้นะ โซฟาที่ได้เป็นขนาด 2 ที่นั่ง แต่สีของจริงจะเป็นสีน้ำเงินนะครับ เพราะไฟห้องเป็นสีส้มเลยทำให้ดูกลายเป็นสีม่วงไปแทน

ชั้นวางทีวีได้เป็น Built in มาเป็นตู้ที่มีลิ้นชัก 4 ช่องแบบนี้ เป็นแบบแขวนผนังไม่ได้วางบนพื้นแบบห้องตัวอย่างนะ สามารถเก็บของได้ค่อนข้างเยอะพอสมควร Top ตู้ด้านบนเป็นไม้ลามิเนตลายหินอ่อนเช่นเดียวกับเคาน์เตอร์ครัว

ฝ้าเพดานฉาบเรียนทาสี พร้อมไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้า 3 ดวง และของจริงจะมีอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยติดตั้งมาให้ด้วยนะ แต่จะไม่มีปริงค์เกอร์ดับไฟ เครื่องปรับอากาศก็จะติดตั้งอยู่ที่ผนังด้านซ้ายตามห้องตัวอย่างเลยครับ

ติดกันเป็นประตูกระจกบานเลื่อนซึ่งช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในและสามารถเปิดออกไปใช้งานภายนอกได้ กรอบเป็นอลูมิเนียมสีดำ กระจกสีชาดำตัดแสง พื้นที่ระเบียงภายนอกขนาดประมาณ 2.1 x 0.9 m. มีขอบธรณีสูง 13 cm. ระวังสะดุดด้วยนะ

ราวระเบียงเป็นเหล็กธรรมดาสูง 1 m. และสำหรับห้องที่อยู่ด้านหน้าโครงการอย่างที่ได้บอกไว้ตอนต้นว่า รูปด้านของอาคารจะมีขอบระเบียงยื่นออกไปอีกประมาณ 30 cm. แล้วแต่ทำเลของห้องนั้นๆ ช่วยในเรื่องของกันสาดและป้องกันการมองเห็นจากคนที่อยู่ด้านล่างได้เล็กน้อย

ทางด้านขวาเป็นพื้นที่วางเครื่องซักผ้า และระเบียงตรงส่วนนี้จะเป็น Window Shade ที่เป็น Facade ของโครงการ ซึ่งจะช่วยพรางสายตาจากภายนอกทำให้ดูเรียบร้อยขึ้นได้ เพราะของจริงด้านบนจะมี Condensing unit แขวนอยู่ด้วย เครื่องซักผ้าจึงควรเลือกใช้แบบฝาหน้าแบบนี้นะ

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีน้ำเงินทั้งหมดแบบห้องตัวอย่าง และด้านหลังจะมีก๊อกน้ำและปลั๊กไฟไว้ต่อกับเครื่องซักผ้าพร้อมใช้งาน

กลับเข้ามาภายในห้อง ส่วนต่อไปเป็นห้องนอนซึ่งกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 3 ตอน เวลามีแขกมาบ้านก็ปิดประตูก็จะได้ความเป็นสัดส่วนและเป็นส่วนตัวมากขึ้น อาจเพิ่มผ้าม่านเข้ามาอีกชั้นหนึ่งจะได้มองไม่เห็นภายห้องนอน แต่ถ้าเวลาปกติอยู่คนเดียวก็เปิดเอาไว้จะได้ห้องโล่งๆสบายๆแบบนี้แหละครับ

บานกรอบเป็นอลูมิเนียมสีดำเช่นเคย แต่จะมีที่เปิดแบบเซาะร่องให้แบบนี้ ประตูแบบ 3 ตอนข้อดีคือสามารถเปิดออกได้กว้างสุดถึง 1.5 m. แต่ถ้าวัดจากระยะโซฟาถึงผนังจะมีทางเดินเหลือกว้างประมาณ 80 cm. สามารถเดินผ่านได้สะดวก และถ้าเลื่อนเก้าอี้ออกมาเวลาทานอาหารจะไม่สามารถเดินผ่านได้นะ แต่นั่งได้พอดีเลยครับ

ภายในห้องนอนเราจะได้เตียงแบบที่เห็นในห้องตัวอย่างเลยครับ วางเตียงชิดหน้าต่างทำให้มีพื้นที่ปลายเตียงและด้านขวาเหลือให้ได้ใช้งานได้สะดวก

ปลายเตียงเหลือทางเดินกว้างประมาณ 50 cm. สามารถเดินผ่านได้สะดวก และด้านซ้ายของเตียงเว้นไว้ประมาณ 25 cm. เผื่อระยะเปิด-ปิดผ้าม่านเท่านั้น

ช่องหน้าต่างขนาดใหญ่สูงจากพื้นเกือบถึงฝ้า ขนาดประมาณ 2 x 2 m. ช่องใหญ่สุดทางขวาขนาด 1.3 x 1.3 m. สามารถ Take View ภายนอกได้ดีโดยไม่มีบานกรอบมากั้นให้กวนใจ ส่วนด้านซ้ายมีหน้าต่างบานกระทุ้งแบบทรงยาว สามารถเปิดระบายอากาศได้

ฝั่งตรงข้ามทางขวาของเตียงเป็นตู้เสื้อผ้า ซึ่งของจริงจะไม่ได้แบบนี้นะ จะมีตัวอย่างให้ดูอยู่อีกห้องหนึ่งเดี๋ยวจะพาไปดูต่อไปครับ พื้นที่หน้าตู้กว้างประมาณ 90 cm. สามารถใช้งานได้สะดวก

ผนังปลายเตียงมีพื้นที่สามารถติดทีวีแขวนผนังได้นะ เพราะทางโครงการเตรียมปลั๊กไฟไว้ให้อยู่ด้านล่างเรียบร้อยแล้ว ตำแหน่งเครื่องปรับอากาศก็จะติดอยู่ตรงนี้ตามห้องตัวอย่างเลย

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้า 2 จุด และของจริงจะมีอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยติดมาให้ด้วย ไม่มีสปริงค์เกอร์ดับไฟนะ

ต่อไปเป็นห้องน้ำซึ่งจะเข้าได้จากทางห้องนอน ภายในแยกพื้นที่ส่วนแห้งและส่วนเปียกออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน และเราจะได้ของทุกอย่างที่เห็นภายในห้องนี้ยกเว้นอุปกรณ์ตกแต่ง

พื้นที่ส่วนแห้งขนาดประมาณ 1.45 x 1.35 m. สามารถใช้งานได้สะดวก ปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้แบบด้านกันลื่นลายหินสีเทา

อ่างล้างหน้าของ Mogen ขนาดประมาณ 59 x 48 cm. มีขอบด้านหลังสามารถวางสิ่งของเล็กๆน้อยได้ พร้อม Built ตู้ด้านล่างซึ่งมีที่เปิดสามารถแขวนผ้าขนหนูได้ ภายในก็สามารถเก็บสิ่งของที่จำเป็นในห้องน้ำได้ มีหน้าบานปิดเรียบร้อยดีครับ

ติดกันมีโถสุขภัณฑ์ของ Mogen พร้อมติดตั้งสายฉีดชำระ ที่แขวนกระดาษชำระ และติดราวสแตนเลสที่ผนังฝั่งตรงข้ามมาให้พร้อมใช้งาน

ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีขนาดประมาณ 0.9 x 1.1 m. มีขอบธรณีสูง 5 cm. ช่วยป้องกันน้ำไหลซึมออกมาพื้นที่ส่วนแห้งด้านนอกได้ ประตูเปิดเข้าไปด้านในช่วยให้หยดน้ำไม่หกออกมาด้านนอก และติด stopper ป้องกันการกระแทกมาให้พร้อมใช้งาน

ติดฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัย Tempered Glass มาให้แบบนี้ ที่เปิดประตูสามารถแขวนผ้าเช็ดตัวได้ด้วย

Hand Shower สแตนเลส หัวฝักบัวเป็นยางสีดำขนาดพอดีมือสามารถปรับรูปแบบของสายน้ำได้ ก๊อกน้ำแบบก้านโยกไว้ปรับความแรงของน้ำ ติดที่วางสบู่มาให้แบบนี้แต่ถ้าใครวางของไม่พอก็หามาติดเพิ่มได้ไม่ว่ากัน ส่วนด้านบนตรงที่พักหัวฝักบัวจะมีดีไซน์พิเศษสามารถปรับองศาได้ค่อนข้างหลากหลาย และที่ผนังจะติด Junction box ไว้ต่อเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้พร้อมใช้งานด้วยครับ

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี ติดตั้งไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้า 2 จุด และมีพัดลมดูดอากาศให้ด้วยครับ

ต่อไปเป็นห้อง Two Bedroom ซึ่งจะเป็นห้องที่อยู่ตามมุมอาคาร ทำให้ได้ช่องหน้าต่างถึง 2 ด้าน เมื่อเข้ามาในห้องพื้นที่ส่วนแรกจะเป็นครัวก่อน และจะได้เป็นครัวปิดที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ถัดมาด้านในเป็น Common area ขนาดใหญ่ ประกอบด้วยพื้นที่ทานอาหารและห้องนั่งเล่นซึ่งเชื่อมต่อกับพื้นที่ระเบียงห้อง กลางห้องจะมีโถงทางเดินเล็กๆที่แยกออกไปยังส่วนต่างๆของห้อง ประกอบด้วยห้องน้ำซึ่งจะต้องใช้งานร่วมกันทั้งหมดภายในห้อง ห้องนอนเล็ก และห้อง Master Bedroom ซึ่งมี Walk in closet ในตัวด้วย ห้องนี้เหมาะสำหรับอยู่อาศัย 2 -3 คน ที่ต้องการห้องนอน 2 ห้องที่กั้นด้วยผนังทึบได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และมีครัวปิดสามารถทำอาหารได้จริงจัง

มาดูห้องตัวอย่างกัน เมื่อเข้ามาภายในส่วนแรกที่เจอคือห้องครัว เป็นครัวปิดสามารถทำอาหารจริงจังได้ ทางเดินหน้าเคาน์เตอร์กว้าง 1 m. สามารถใช้งานหรือเดินผ่านได้สะดวก

เคาน์เตอร์ครัวจะได้ Built in ตามแบบในห้องตัวอย่างเลยครับ ซึ่งสีตู้ก็จะเป็นสีดำแบบนี้ ต่างจากห้องที่แล้วที่เป็นสีขาว

ตู้ด้านซ้ายสุดสามารถเก็บของได้ และที่ด้านล่างจะใช้เป็นตู้เก็บรองเท้าก็ได้นะ สามารถใส่รองเท้าได้ประมาณ 4 คู่ ถ้าใครรองเท้าเยอะก็อาจต้องหาที่เก็บเพิ่มนะ ตรงนี้ก็ไว้เก็บคู่ที่ต้องใช้ประจำแล้วกันครับ

เคาน์เตอร์ครัวจะมีฟังก์ชันเหมือนกับห้องที่แล้วเลยครับ แต่จะมีขนาดกว้างกว่าประมาณ 30 cm. ทำให้มีพื้นที่วางของหรือประกอบอาหารเพิ่มมากขึ้น และเก็บของได้มากขึ้นด้วย

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี และได้ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้า 1 ดวง

ต่อไปเป็นประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 3 ตอน ซึ่งสามารถปิดออกได้กว้างประมาณ 90 cm. และยังช่วยป้องกันกลิ่นจากห้องครัวไม่ให้เข้าไปรบกวนพื้นที่โซนพักผ่อนภายในได้

บานกรอบเป็นอลูมิเนียมสีดำ มีที่เปิดแบบเซาะร่อง และได้กระจกใสธรรมดา เดินรางที่พื้นซึ่งอาจเก็บฝุ่นบ้างและระวังเดินสะดุดกันด้วยนะ

เมื่อเข้ามาในห้องจะมองไม่เห็นพื้นที่ภายในห้องทั้งหมด ซึ่งค่อนข้างดีเพราะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ลองถ่ายรูปมองย้อนกลับไปให้ดู โครงการตกแต่งให้ดูเป็นพื้นที่วางตู้เย็นเป็นตัวอย่าง อาจเพิ่มตู้เก็บของเล็กๆได้อีกนิดหน่อย เพราะถ้าจะให้ดีประตูบานเลื่อนควรเปิดไปอีกด้านมากกว่า ซึ่งจะทำให้พื้นที่ข้างตู้เย็นกลายเป็นพื้นที่ปิดที่สามารถวางตู้เพิ่มได้อีก โดยพื้นที่ตรงส่วนนี้กว้างประมาณ 1.75 m. ทำหน้าที่เหมือนเป็น Foyer หน้าห้องก่อนจะเข้ามายังพื้นที่ภายใน

ตรงส่วนนี้จะได้ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้า 1 ดวง ทำให้โถงทางเข้าหน้าห้องไม่มืดจนเกินไป

ส่วนโต๊ะทานอาหารทางโครงการจัดมาให้ดูเป็นตัวอย่าง สามารถวางโต๊ะขนาด 4 ที่นั่งได้แบบนี้ ซึ่งระยะระหว่างโต๊ะกับผนังด้านซ้ายยังมีพื้นที่เหลือ 60 cm. สามารถเดินผ่านได้สะดวกอยู่ครับ

ถัดมาด้านในเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่นซึ่งจะอยู่ติดกับพื้นที่ระเบียง

ระยะดูทีวีกว้างประมาณ 2.5 m. สามารถใช้ทีวีขนาด 46 – 50 นิ้วได้ ชั้นวางทีวีเราจะได้แบบห้องที่แล้วไม่ใช่แบบนี้นะ ส่วนโซฟาก็จะได้เป็นสีนี้แต่จะเป็นเบาะผ้าไม่ใช่เบาะหนังแบบนี้ โต๊ะกลางนี่ก็ไม่ได้เน้อ

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี ได้ไฟดาวน์ไลท์ฝังฝ้า 2 ดวง และจะมีอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยติดตั้งมาให้ด้วย แต่ไม่มีปริงค์เกอร์ดับไฟนะ เครื่องปรับอากาศก็ติดตั้งอยู่ที่ผนังด้านขวาตามห้องตัวอย่างเลยครับ

ประตูกระจกบานเลื่อนเป็นแบบ 2 ตอน ที่เปิดออกได้ค่อนข้างกว้าง บานกรอบเป็นอลูมิเนียมสีดำ กระจกสีชาดำตัดแสง ขอบธรณีประตูสูง 13 cm. พื้นที่ระเบียงขนาดประมาณ 0.8 x 2.8 m. และได้ราวระเบียงเหล็กสูง 1 m.

ถ้าจากภาพที่แล้วผมเปิดประตูทางฝั่งขวา ทั้งที่จริงควรเปิดฝั่งซ้าย นั่นเป็นเพราะทางซ้ายตรงระเบียงมีเครื่องซักผ้าวางขวาอยู่ และจากแปลนห้องรวมถึงในห้องตัวอย่างเองพื้นที่ทางด้านซ้ายนี้ก็พื้นที่เตรียมไว้วางเครื่องซักผ้าอยู่แล้วด้วย สังเกตจากงานระบบที่ทำไว้ได้ ส่วนฝั่งขวาจะมี Window Shad ทรงสูงคอยพรางตาอยู่ จะใช้เป็นพื้นที่ติด Condensing unit  3 ตัว จึงทำให้ไม่มีพื้นที่ด้านล่างเหลือพอจะวางเครื่องซักผ้าได้ ส่วนฝ้าเพดานจะฉาบเรียบทาสีน้ำเงินเช่นเคย พร้อมติดไฟดาวน์ไลท์มาให้ 1 ดวง

ต่อไปจะเป็นส่วนของห้องน้ำและห้องนอน ซึ่งจะมีโถงทางเดินกว้างประมาณ 1 m. เป็นตัวแจกไปยังฟังก์ชันต่างๆ สามารถเดินผ่านได้สะดวก

เริ่มที่ห้องน้ำทางขวากันก่อนนะ ภายในมีฟังก์ชันครบเหมือนกับห้องตัวอย่างแรกเลยครับ

พื้นที่ส่วนแห้งมีขนาดประมาณ 1.6 x 1.35 m. สามารถใช้งานได้สะดวก

สุขภัณฑ์ทั้งหมดเป็นของ Mogen เช่นเคย ประกอบด้วยอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ สายชำระ ที่แขวนกระดาษชำระ และมีราวสแตนเลสไว้แขวนผ้าเช็ดตัวติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน

ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีขนาดประมาณ 0.9 x 1.1 m. มีขอบธรณีสูง 5 cm. ช่วยป้องกันน้ำไหลซึมออกมาพื้นที่ส่วนแห้งด้านนอกได้ ประตูเปิดเข้าไปด้านในช่วยให้หยดน้ำไม่หกออกมาด้านนอก และติด stopper ป้องกันการกระแทกมาให้พร้อมใช้งาน

ติดฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัย Tempered Glass มาให้แบบนี้ ที่เปิดประตูสามารถแขวนผ้าเช็ดตัวได้

ที่ต่างออกไปจากห้องที่แล้วคือจะได้ Rain Shower เพิ่มมาด้วย หัวฝักบัวเป็นสแตนเลสรูขนาดใหญ่ซึ่งทนทานกว่าแบบเดิม แต่ไม่สามารถปรับรูปแบบสายน้ำได้ มีก๊อกแบบก้านโยกไว้ปรับความแรงของสายน้ำ ติดตั้งที่วางสู่มาให้หรือจะเพิ่มเองก็ได้ และเสาของ Rain Shower สามารถปรับความสูงต่ำรวมถึงปรับองศาของ Shower ได้ด้วย นอกจากนี้ของจริงจะมี Junction box ไว้ต่อเครื่องทำน้ำอุ่นติดตั้งมาให้ด้วยนะ

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี พร้อมติดตั้งไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้า 2 จุดเช่นเคย มีพัดลมดูดอากาศให้ด้วยครับ

ติดกันเป็นห้องนอนเล็ก ห้องนี้เราจะได้เป็นห้องเปล่านะ มีให้เฉพาะตู้เสื้อผ้าและผ้าม่านเท่านั้น โดยโครงการวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต ไว้ชิดกับหน้าต่างให้ดูเป็นตัวอย่าง ทำให้มีพื้นที่ด้านขวาเหลือสามารถใช้งานได้

หน้าต่างขนาดใหญ่นี้ได้เหมือนกับห้องตัวอย่างแรกเลยเพราะเป็นชุดเดียวกัน

ปลายเตียง Built ตู้เสื้อผ้ามาให้ ซึ่งตู้นี้เองที่จะมีให้ในห้อง One Bedroom ที่แล้วด้วยครับ หน้าบานเป็นกระจกแบบนี้เปะทุกอย่างตามที่เห็นเลย

บานกรอบอลูมิเนียม มีที่เปิดแบบเซาะร่อง กระจกใสสีชา มีช่องด้านบนสามารถวางของได้ และลิ้นชักด้านล่างก็เก็บของได้พอสมควรเช่นกัน

ด้านขวาของเตียงกว้างประมาณ 1.25 m. ห้องตัวอย่างจัดเป็นโต๊ะเครื่องแป้งเอาไว้ให้ดู หรือจะทำเป็นพื้นที่อเนกประสงค์อื่นๆก็ได้แล้วแต่ Lifestyle คนอยู่ และผนังฝั่งนี้จะติดเครื่องปรับอากาศเอาไว้ให้ด้วย

ฝ้าเพดานในห้องนี้ก็ฉาบเรียบทาสี แต่จะได้ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้าถึง 3 ดวง พร้อมอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยด้วย

สุดท้ายคือห้อง Master Bedroom โดยเราจะได้แบบในห้องตัวอย่างนี้เลยครับ ผนังปลายเตียงสามารถติดทีวีแขวนผนังได้ และมีช่องหน้าต่างแบบเดียวกับห้องอื่นๆที่ผ่านมา แน่นอนว่าซ่อนรางม่าน ติดรางเดี่ยว และได้ม่านทึบอีกเช่นเคย

พื้นที่ปลายเตียงและทางด้านขวากว้าง 35 cm. พอให้เดินผ่านแบบพอดีตัวและไว้เปิด-ปิดม่านได้เท่านั้น

อีกด้านของห้องมีพื้นที่ประมาณ 1.25 x 1.3 m. สามารถวางโต๊ะเครื่องแป้งตรงนี้ได้ และผนังด้านบนติดเครื่องปรับอากาศมาให้อีก 1 ตัว

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี ได้ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้า 2 ดวง และจะมีอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยติดมาให้ด้วย

ต่อไปเป็น Walk in closet ซึ่งห้องตัวอย่างจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนแบบนี้ แต่ของจริงจะไม่ได้แถมให้นะ จะเอาไปใช้เป็นไอเดียแต่งห้องหรือจะปล่อยไว้โล่งๆก็ได้ครับ

ภายในจะ Built ตู้เสื้อผ้าแบบไม่มีหน้าบานมาให้แบบนี้เลย ไม่ได้แค่ไฟในตู้กับอุปกรณ์ตกแต่งเท่านั้น

ขนาดพื้นที่หน้าตู้กว้างประมาณ 1 x 2 m. สามารถใช้งานได้สะดวก

ตู้ทางด้านซ้ายสุดจะมีหน้าบานกระจกเงาติดมาให้ไว้ใช้ส่องแต่งตัวได้ และเปิดออกจะมีชั้นเก็บของภายในค่อนข้างเยอะ สังเกตดีๆชั้นนี้จะมีความลึกน้อยกว่าตู้ด้านข้าง เนื่องจากด้านหลังตรงนี้เป็นเสาโครงสร้างนั่นเองครับ ด้านบนมีช่องเก็บของชิ้นใหญ่ๆได้ มีไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้า 2 ดวง และด้านล่างก็มีลิ้นชักหลายช่อง สามารถเก็บของได้เยอะทีเดียว

ส่วนสวิตซ์และปลั๊กไฟในห้องทั้งหมดเป็นของ Bticino หน้าตาแบบนี้

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

อีกหนึ่ง Type ที่ไม่มีห้องตัวอย่างให้ดูคือห้อง One Bedroom Plus ฟังก์ชันค่อนข้างดีเพราะเป็นห้องหน้ากว้าง เมื่อเข้ามาภายในจะเจอกับพื้นที่ Common area ประกอบด้วยโต๊ะทานอาหารและห้องนั่งเล่นซึ่งอยู่ติดกับระเบียง โดยระเบียงนี้เป็นระเบียงยาว มีมุมทึบที่สามารถซ่อน Condensing unit ได้ ฟังก์ชันอื่นๆจะถูกแบ่งออกเป็นซ้ายกับขวา เริ่มจากทางซ้ายติดกับโต๊ะอาหารเป็นห้องครัวที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนทำให้ได้พื้นที่ครัวปิด สามารถทำอาหารจริงจังได้ ติดกันเป็นห้องอเนกประสงค์ซึ่งกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนอีกเช่นกัน สามารถจัดเป็นห้องนอนเล็กได้ถ้าต้องการ แต่ถ้าเปิดประตูบานเลื่อนแบบ 3 ตอนออก ก้จะได้เชื่อมต่อกับพื้นที่ห้องนั่งเล่นทำให้ห้องกว้างและโปร่งโล่งมากขึ้น ส่วนทางด้านขวาติดกับทางเข้าห้องเป็นห้องน้ำ ภายในแยกฟังก์ชันส่วนแห้งกับส่วนเปียกออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน ติดกันเป็นห้องนอนซึ่งกั้นด้วยผนังทึบทำให้ได้ความเป็นส่วนตัว ภายในสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตไว้กลางห้องแล้วยังมีพื้นที่โดยรอบเหลือสามารถใช้งานได้สะดวก มีช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ช่วยดึงแสงเข้ามาภายในห้องและเปิดระบายอากาศได้ด้วย ห้องนี้เหมาะกับอยู่อาศัย 2 – 3 คน ที่ชอบห้องหน้ากว้าง เป็นสัดส่วน และมีความเป็นส่วนตัว สามารถทำอาหารได้จริงจังด้วย

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 24 October 2018

  • 1 Bedroom ขนาด 25.6 – 32.3 ตร.ม. ราคา 1.59 ล้านบาท (โปรโมชั่น), ราคาปกติ 1.78 – 2.48 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Plus ขนาด 32.5 – 39.9 ตร.ม. ราคา 2.28 – 3.12 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms ขนาด 45.7 – 51.1 ตร.ม. ราคา 3.17 – 3.99 ล้านบาท
  • Partly Furnished
  • ฝ้าเพดานสูง 2.45 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • เตียงนอน
  • ซ่อนรางม่าน + ม่านทึบ
  • Shuttle Service ไปส่งที่ท่าเรือบางหว้า
  • จอง 5,000 บาท
  • ทำสัญญา 26,000 – 40,000 บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ 15 งวด
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 39 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล – โครงการ Beat Bangwa Interchange ตั้งอยู่บนถนนเทอดไท ถึงแม้จะเป็นถนนรองแต่ก็เป็นถนนสายสำคัญที่วิ่งตัดผ่านถนนสายหลักหลายสาย ทำเลชุมชนเงียบสงบและมีแนวโน้มจะพัฒนาไปได้อีกมาก เนื่องจากการขยายตัวของเมืองและอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า Interchange ที่สำคัญแห่งหนึ่งของฝั่งธนฯ ความอุดมสมบูรณ์ใกล้ที่สุดต้องไปแถวซีคอนหรือ The Mall บางแค ส่วนถนนเทอดไทก็เป็นทำเลชุมชนที่เงียบสงบเหมาะแก่การอยู่อาศัย

การเดินทางโดยใช้รถ – ค่อนข้างสะดวก เป็นทำเลชานเมืองที่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ง่ายด้วยวงแหวนกาญจนาภิเษกหรือทางด่วนศรีรัช ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 8.3 – 8.8 km. โดยใช้เวลาในการเดินทางเพียง 10 – 15 นาทีเท่านั้น ที่จอดรถ 39% รวมจอดซ้อนคัน ถือว่าน้อยไปหน่อย

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – เป็นทำเลที่มีตัวเลือกในการเดินทางที่หลากหลาย โครงการอยู่ติดถนนหลักสามารถเรียกสาธารณะได้ง่าย มีวินมอไซค์อยู่ในระยะเดิน 200 m. รวมถึงมีรถไฟฟ้า BTS สถานีบางหว้า ให้เลือกใช้ด้วย ถึงแม้ระยะห่างจะอยู่ที่ 630 m. แต่ก็ยังเป็นระยะที่สามารถเดินถึงได้ และมี Skywalk ให้ได้ใช้ทำให้เดินได้ปลอดภัยมากขึ้น แต่อาจตัดคะแนนความปลอดภัยในการเดินที่ถนนเทอดไทได้เล็กน้อยสำหรับคนกะจะไม่ใช้พี่วินมอไซค์ เพราะสองข้างทางไม่มีทางเท้าให้เดินได้ปลอดภัยนัก รถอาจเฉี่ยวได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีท่าเรือให้เลือกใช้งานได้ในระยะ 450 m. อีกด้วย

การออกแบบโครงการ – โครงการมีแนวคิดในการออกแบบโดยใช้คำว่า “Beat” หรือ “จังหวะ” มาใช้เป็น Facade ที่นอกจากจะช่วยเรื่องความสวยงามและสื่อถึงความเป็นจังหวะตาม concept แล้ว ยังช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัวในการพรางสายตาจากคนภายนอกอีกด้วย ผังอาคารชอบตรง Plaza ด้านหน้ากับตรง Drop-Off ของรถขนขยะ ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ควรแยกออกไปอยู่ด้านนอกอาคารพักอาศัยทั้งคู่เพื่อความเป็นส่วนตัวและไม่รบกวนพื้นที่ในโครงการ ส่วนลักษณะการวางอาคารทั้ง 2 จะเป็นแบบโอบล้อมเพื่อเน้นสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ดีในโครงการมากกว่าการ Take View ภายนอก ส่วนกลางโครงการมีส่วนเชื่อมถึงกันระหว่างอาคารทั้ง 2 ทำให้ได้พื้นที่ขนาดใหญ่ขึ้นดี

การออกแบบห้องพัก – ออกแบบห้องกว้างและเป็นสัดส่วน รวมถึงได้ความเป็นส่วนตัวเวลาเปิดประตูหน้าห้องจะมองไม่เห็นพื้นที่ภายในห้องทั้งหมดอีกด้วย แต่ฉากกั้นบานเลื่อนในบางตำแหน่งเปิดใช้งานแล้วเดินผ่านไม่ค่อยต่อเนื่อง แต่โดยรวมแล้วยังคงสามารถใช้งานได้ดี ตัวห้องเน้นพื้นที่ Common area ขนาดใหญ่ที่สามารถเชื่อมต่อกับส่วนพักผ่อนได้ทำให้เกิดความโปร่งโล่งมากขึ้น และระเบียงมี Window Shade ที่ช่วยพรางสายตาจากภายนอก เพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ดี ส่วนตำแหน่งห้องน้ำเน้นอยู่ด้านในอาคารต้องระมัดระวังเรื่องความชื้นและการระบายอากาศไว้หน่อย

วัสดุ – ให้มาค่อนข้างดีหลายอย่างนะ แต่ขายแบบ Partly Furnished คือให้เฟอร์นิเจอร์เกือบทั้งหมดจากที่เห็นในห้องอาจต้องแต่งเพิ่มเองบางส่วน พื้นกระเบื้องยางไวนิล กรอบประตูหน้าต่างอลูมิเนียมสีดำ กระจกสีชาดำเข้มตัดแสง เคาน์เตอร์ครัว Top ไม้ลามิเนต อ่างล้างจานกับ Hob&Hood ของ MEX สุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมดของ Mogen ได้ฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัย Tempered Glass และยังซ่อนรางม่าน ติดรางม่านเดี่ยวพร้อมม่านทึบ Built ชั้นวางทีวีกับตู้เสื้อผ้า ได้โซฟากับเตียงนอนผ้ากำมะหยี่อีกด้วย

สาธารณูปโภค – ให้มาหลากหลายดี และมีการกระจายอยู่ในส่วนต่างๆ ตั้งแต่ชั้น 1 มี Fitness กับ Co-Working space ชั้น 3 อาคาร B มี Swimming Pool และเชื่อมต่อกับชั้น 4 ที่เป็นส่วน Garden ของอาคาร A ทำให้ได้พื้นที่ส่วนกลางที่ค่อนข้างใหญ่กว่าที่เห็น โดยพื้นที่ส่วนกลางส่วนใหญ่จะอยู่ตรงกลางระหว่างอาคาร ช่วยสร้าง Activities และบรรยากาศที่ดีในโครงการได้

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 69,000 บาท/ตร.ม., 24 October 2018

  • ทำเล 7.75/10 – เป็นย่านชุมชน หาของกินไม่ยาก ทำเลอนาคต รถไฟฟ้า Interchange
  • เดินทางด้วยรถ 7.5/10 – ใกล้ทางด่วน ถนนรองตัดผ่านถนนหลักหลายสาย ที่จอดรถน้อย
  • ไม่ใช้รถ 8.25/10 – สะดวก เรียกรถสาธารณะง่าย ตัวเลือกการเดินทางหลากหลาย
  • วัสดุ 8/10 – ค่อนข้างดี เหมาะสมกับราคา Partly Furnished ต้องซื้อเพิ่มอีกหน่อย
  • แบบ 7.75/10 – ห้องกว้าง เน้นความเป็นส่วนตัวและโปร่งโล่ง ฟังก์ชันครบ
  • สาธารณูปโภค 8.5/10 – หลากหลายและกระจายอยู่หลายจุด เชื่อมต่อถึงกันดี ได้พื้นที่ขนาดใหญ่
  • MAIN CLASS
  • 7.9 / 10.00

BOTTOM LINE

โครงการ Beat Bangwa Interchange เหมาะกับคนที่ทำงานหรืออาศัยอยู่ย่านฝั่งธนฯ ย่านบางแค ทำเลเรียกรถสาธารณะง่ายและมีตัวเลือกในการเดินทางที่หลากหลาย เน้นใช้งานพื้นที่ส่วนกลาง และชอบแบบห้องโปร่งโล่งแต่ได้ความเป็นส่วนตัว มีงบประมาณระดับ 1.59 – 3.99 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 11,000 – 28,000 บาท/เดือน

Share

Leave a Reply