The Author รัชดา 32 ทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่ง โถงสูง Double Volume ในซอยรัชดา 32 จาก Tryn Asset [รีวิวฉบับที่ 1705]

October 19, 2018 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1705 … วันนี้มาดูโครงการแถวรัชดากันบ้างครับ หากใครกำลังมองหาทาวน์โฮมในย่านนี้กันอยู่ โครงการที่พาไปชมวันนี้ถือว่าน่าสนใจทีเดียวครับ โครงการ The Author รัชดา 32 เป็นทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่ง อยู่ในซอยรัชดา 32 เดินทางสะดวก เชื่อมต่อถนนหลักหลายสาย เน้นพื้นที่ใช้สอยภายใน พร้อม Double Volumeโปร่งโล่ง มีระบบ Voice Command และ Home Automation  ในราคาเริ่มต้น 9.9 ล้านบาท จะเป็นอย่างไรไปชมกันเลยครับ

Fact @ 19 October 2018

  • The Author Ratchada 32 (ดิ ออเธอร์รัชดา 32)
  • Tryn Asset
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : ซอยรัชดา 32 แยก 19-4 เขตจตุจักร
  • เนื้อที่โครงการ 1 ไร่ตร.. จำนวน 14 ยูนิต
  • ทาวน์โฮม 3.5 ชั้น ที่ดิน 20.9 – 30.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 227 ตร.ม.
  • หน้ากว้าง 5.2 เมตร 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
  • เพดานสูง 2.7 เมตร, ชั้นลอยพื้นที่ห้องนั่งเล่น สูง 6.5 เมตร
  • ราคาเริ่มต้น 9.9 ล้านบาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง : ธันวาคม 2560
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ : ธันวาคม 2561
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • สำนักงานขาย : 091-395-3333

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.816475, 100.584909

แผนที่จากทางโครงการครับ

สำหรับทำเลที่ตั้งของโครงการ The Author รัชดา 32 ตั้งอยู่ภายในซอยรัชดาภิเษก 32 แยก 19-4 ซึ่งเป็นซอยเชื่อมต่อระหว่างถนนรัชดาภิเษก กับ ลาดพร้าว-วังหิน ตำแหน่งที่ตั้งอยู่ถัดเข้ามาในซอยย่อย เป็นทำเลชุมชน อีกทั้งยังสามารถไปเชื่อมต่อกับ ลาดพร้าว-วังหิน โชคชัย 4 นาคนิวาส ตลอดจนทะลุออก ประเสริฐมนูกิจและประดิษฐ์มนูธรรม ด้เลย โดยข้อดีของการตั้งอยู่ทำเลในซอยคือจะสามารถเดินทางเข้า-ออก โครงการหลายช่องทางไปถนนหลักโดรอบได้ มีตัวเลือกในการเดินทางที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหารถติดโดยรอบได้ ซึ่งการที่ตัวโครงการอยู่ในซอยแยกย่อยนั้น ทำให้มีความสงบรอบๆ ในระยะเดินไปได้ถึง จะเป็นบริเวณซอย รัชดาภิเษก 32 ซึ่งก็มี ร้านค้า 7-eleven ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และถ้าออกมาที่ถนนเส้นหลักต่างๆโดยรอบ ทางด้านนอก เช่นลาดพร้าว-วังหิน และโชคชัย 4 หรือจะเป็นฝั่ง ถนนรัชดาภิเษก ถือเป็นถนนหลักที่มีความอุดมสมบูรณ์ในตัวสูงมากๆทั้งนั้น และมีพี่วิน แท็กซี่ วิ่งไปมาตลอดด้วย

การสัญจรเข้า-ออก แนะนำให้ใช้รถยนต์ส่วนตัวก็จะสะดวกดีครับ เนื่องจากโครงการอยู่ในซอยสามารถเข้าได้จากหลายช่องทาง มีถนนหลักที่อยู่โดยรอบทำเลของโครงการประกอบไปด้วย ถนนรัชดาภิเษก ถนนลาดพร้าว ถนนพหลโยธิน ถนนประเสริฐมนูกิจ และถนนเลียบด่วนรามอินทรา ซึ่งล้วนแต่เป็นถนนที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง และเป็นถนนสายสำคัญทั้งนั้น มีที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน และแหล่งชุมชนอยู่โดยรอบ ทำให้ย่านนี้มีแหล่งอำนวยความสะดวกต่างๆครบ ไม่ว่าจะออกไปด้านไหนก็มีตลาด ร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และแหล่งจับจ่ายใช้สอยต่างๆได้ง่ายไปหมด นอกจากนั้นยังสามารถไปขึ้นทางยกระดับอุตราภิมุขและทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ได้ไม่ยากอีกด้วย

สำหรับการเดินทางระบบสาธารณะ ก็ถือว่ามีรองรับอยู่พอสมควรเลย ช่วยเป็นตัวเลือกในการเดินทางได้ดีเช่นกันครับ โดยบริเวณโครงการที่ซอยรัชดาภิเษก 32 มีรถประจำทางผ่านค่อนข้างเยอะ ยังมีพี่วินมอเตอร์ไซต์รออยู่ที่ปากซอยห่างจากโครงการเพียงประมาณ 150 เมตร อีกทั้งยังมีรถแท็กซี่วิ่งไปมาผ่านตลอด นอกจากนี้ยังมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน MRT ลาดพร้าว ห่างจากโครงการประมาณ 2.8 กิโลเมตร ซึ่งในอนาคตยังจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีเขียวที่ใกล้จะเปิดให้ใช้บริการกันอยู่ใกล้ตัวโครงการอีกด้วย

มาดูที่ความอุดมสมบูรณ์กันบ้าง เริ่มจากรอบๆตัวโครงการก่อนและค่อยๆขยายออกไป โดยรอบพื้นที่โครงการจะค่อนข้างเงียบหน่อย เนื่องจากเป็นโซนพักอาศัยเกือบทั้งหมด จะได้ในเรื่องของความสงบเป็นส่วนตัวมาทดแทน แต่ก็ไม่ไกลจากแหล่งความเจริญแค่ขยับออกมาสักหน่อย ที่ซอยรัชดาภิเษก 32 ซึ่งก็อยู่ในระยะเดิน บริเวณรอบๆนั้นจะมี 7-eleven ร้านค้า ร้านอาหาร รวมถึงร้านกาแฟ กระจายกันอยู่ตามริมถนน ถัดออกมาอีกแค่นิดเดียวก็พบความอุดมสมบูรณ์อีกมากมายเลยทีเดียว โดยจะมีถนนหลักที่มีความอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยแหล่งของกินของใช้ เริ่มที่ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นถนนที่ค่อนข้างจะคึกคัก อยู่ในช่วงถนนที่เชื่อมต่อระหว่างถนนลาดพร้าวและถนนพหลโยธิน ซึ่งก็สามารถไปบริเวณ 5 แยกลาดพร้าว หรือฝั่งรัชโยธินได้ไม่ยาก หรือจะเป็นอีกฝั่งบนถนนลาดพร้าว-วังหิน เป็นถนนที่มีของกินเยอะ รวมถึงมี Comunity Mall ด้วย เลยถัดไปอีกสักหน่อยก็จะเป็นโชคชัย 4 ที่มีชื่อเสียงในเรื่องอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์เริ่มตั้งแต่ต้นซอยยาวจนถึงท้ายซอยเลยก็ว่าได้

ซึ่งถ้าออกไปที่ถนนหลักโดยรอบ ก็จะมีห้างสรรพสินค้าสเกลที่ใหญ่มากยิ่งขึ้น หรือตลาดนัดต่างๆโดยรอบก็มีรองรับอยู่แทบจะทุกด้านเลยก็ว่าได้ อาทิเช่น

  • ทางฝั่ง ลาดพร้าว เซนทรัลลาดพร้าว ยูเนี่ยนมอลล์ ตลาดนัดจตุจักร ตลาดสะพาน 2 ตลาดโชคชัย 4
  • ทางฝั่งเกษตรนวมินทร์ จะมี Comunity Mall อย่างเช่น Avenue City, The Walk, ตลาดหัวมุม
  • ทางฝั่งเลียบด่วนเอกมัยรามอินทรา ก็มีพวก Central Festival Eastville, CDC, Tesco Lotus, Home Pro The Crystal รวมถึงร้านอาหารจำพวก Bar & Restaurant ต่างๆอีกมากมาย

ดังนั้นผมขออนุญาตแนะนำเส้นทางในการลัดเลาะออกไปยังถนนสายหลักต่างๆรอบโครงการ รวมถึงทางไปยังด่านทางด่วน เพื่อขึ้นใช้งานทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และทางยกระดับอุตราภิมุข ไปดูรายละเอียดเส้นทางกันเลยครับ

เส้นทางลัดเลาะจากโครงการออกไปยังถนนหลักทางด้านทิศใต้ ซึ่งจะเป็น ถนนลาดพร้าว เป็นถนนอีกเส้นที่มีความเจริญมากๆ แต่เส้นนี้มีปัญหารถติดค่อนข้างเยอะ ซึ่งในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ให้บริการอีกด้วย รวม 23 สถานี เริ่มต้นที่จุดเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน สายเฉลิมรัชมงคล ที่แยกรัชดา – ลาดพร้าว และสิ้นสุดเส้นทางบริเวณแนวถนนปู่เจ้าสมิงพราย

  • เส้นสีเขียว : เส้นทางเชื่อมต่อกับ ลาดพร้าว โดยไปทางถนนรัชดาภิเษก มีระยะประมาณ 2.3 กิโลเมตร

เส้นทางลัดเลาะจากโครงการออกไปยังถนนหลักทางด้านทิศตะวันตก ซึ่งจะเป็น ถนนพหลโยธิน  ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่มีความเจริญคักคึกสูงมาก

  • เส้นสีเหลือง : เส้นทางเชื่อมต่อกับ ถนนพหลโยธิน โดยไปทางถนนรัชดาภิเษก มีระยะประมาณ 4.7 กิโลเมตร
  • เส้นสีเขียว : เส้นทางเชื่อมต่อกับ ถนนพหลโยธิน โดยไปทางถนนเสนานิคม มีระยะประมาณ 4.5 กิโลเมตร

เส้นทางลัดเลาะจากโครงการออกไปยังถนนหลักทางด้านทิศเหนือ ซึ่งจะเป็น ถนนประเสริฐมนูกิจ หรือที่นิยมเรียกกันในชื่อ ถนนเกษตร-นวมินทร์ สามารถเดินทางไป งามวงค์วาน หรือฝั่ง รามอินทรา ได้ครับ

  • เส้นสีเขียว : เส้นทางเชื่อมต่อกับถนนประเสริฐมนูกิจ โดยวิ่งไปบน ถนนลาดพร้าว-วังหิน  มีระยะทางประมาณ 3.7 กิโลเมตร

เส้นทางลัดเลาะจากโครงการออกไปยังถนนหลักทางด้านทิศตะวันออก ซึ่งจะเป็น ถนนประดิษฐ์มนูธรรม หรือ เลียบด่วนเอกมัยรามอินทรา สามารถเดินทางไป เอกมัย พระราม 9 และฝั่ง บางเขน รามอินทรา ได้

  • เส้นสีเขียว : เส้นทางเชื่อมต่อกับถนนประดิษฐ์มนูธรรม โดยวิ่งไปทาง ลาดพร้าว-วังหิน เชื่อมต่อเข้า ถนน สังคมสงเคราะห์ ออกถนนประดิษฐ์มนูธรรม มีระยะทางประมาณ 5.6 กิโลเมตร

มาดูเส้นทางการขึ้นทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ กันบ้าง ซึ่งถือเป็นทางด่วนที่สามารถเชื่อมต่อกับฝั่ง รามอินทรา หรือจะเป็นฝั่งเข้าเมือง พระราม 9 เอกมัย ก็ไปได้ง่ายครับ โดยจุดแรกที่จะพาไปดูคือจุดขึ้นทางด่วนฝั่งมุ่งหน้าไปยังพระราม 9 และจุดลงทางด่วนฝั่งมุ่งหน้าไปพระราม 9 เช่นกันครับ

เส้นสีแดง :  คือด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษโยธินพัฒนาฝั่งมุ่งหน้าไปพระราม 9 จากโครงการขับไปทางสุคนธสวัสดิ์ ทะลุออกประเสริฐมนูกิจ จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนนเลียบด่วนรามอินทรา เพื่อขึ้นที่ด่านโยธินพัฒนา ระยะทางจากโครงการถึงด่านเก็บค่าผ่านทางประมาณ 6.8 กิโลเมตร เส้นทางนี้จะสามารถเลี่ยงรถติดตรงบริเวณหน้า Central Festival Eastville ได้

เส้นสีฟ้า : จุดลงทางด่วนฝั่งมุ่งหน้าไปพระราม 9 พอลงแล้ว วิ่งบนถนนประเสริฐมนูกิจเพื่อไปกลับรถเข้าทางซอยสังคมสงเคราะห์ เลยไปเชื่อมต่อกับถนนลาดพร้าว 41 เข้าตัวโครงการ โดยจะมีระยะทางประมาณ 7.8 กิโลเมตร

อีกเส้นทางการขึ้นทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ซึ่งจะไปทางฝั่งรามอินทรา และกลับจากฝั่งรามอินทราเช่นกันครับ

เส้นสีแดง :  คือด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษลาดพร้าว มีแนวทางมุ่งหน้าไปรามอินทรา โดยจากโครงการขับไปทางถนนลาดพร้าว-วังหิน เชื่อมต่อออกถนนลาดพร้าว จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าเลียบด่วน เพื่อขึ้นทางด่วนที่ด่านลาดพร้าว ระยะทางจากโครงการถึงด่านเก็บค่าผ่านทางประมาณ 6.9 กิโลเมตร

เส้นสีฟ้า : จุดลงทางด่วนฝั่งมุ่งหน้าไปรามอินทรา พอลงแล้ววิ่งเข้าถนนประเสริฐมนูธรรมและเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุคนธสวัสดิ์ เชื่อมเข้าถนนสตรีวิทยา 2 ต่อโดยจะมีระยะทางประมาณ 7.2 กิโลเมตร

มาดูทางด่วนอีกฝั่งกันครับ คือ ทางยกระดับอุตราภิมุข ซึ่งเป็นทางด่วนที่สามารถเชื่อมต่อกับไปยังฝั่งดินแดงและฝั่งดอนเมือง ซึ่งในภาพนี้ มาดูส่วนของทางขึ้นทางด่วนฝั่งมุ่งหน้าไปยังดอนเมือง และฝั่งลงจากทางด่วนทางฝั่งมุ่งหน้าไปดอนเมืองเช่นกันครับ

เส้นสีแดง :  คือด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษลาดพร้าวขาออก มีแนวทางมุ่งหน้าไปดอนเมือง จากโครงการออกจากถนนรัชดาภิเษก ทะลุออกไปถนนลาดพร้าว มาวนกลับรถบริเวณ 5 แยกลาดพร้าว และขึ้นทางด่วนบนถนนวิภาวดี ระยะทางจากโครงการถึงด่านเก็บค่าผ่านทางประมาณ 5 กิโลเมตร

เส้นสีฟ้า : จุดลงทางด่วนฝั่งมุ่งหน้าไปดอนเมือง พอลงแล้ว วิ่งบนถนนวิภาวดีสักพักให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนรัชดาภิเษกเพื่อกลับรถและเข้าโครงการทางซอย รัชดาภิเษก 32 โดยจะมีระยะทางประมาณ 6.7 กิโลเมตร

มาดูอีกฝั่งกันบ้างครับ หากต้องการเดินทางโดยใช้ ทางยกระดับอุตราภิมุข เป็นเส้นทางไปยังฝั่งดินแดง และเป็นทางลงทางด่วนจากฝั่งที่มุ่งหน้าไปดินแดงเช่นกัน

เส้นสีแดง :  คือด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษลาดพร้าว มีแนวทางมุ่งหน้าไปฝั่งดินแง จากโครงการออกจากถนนรัชดาภิเษก ทะลุออกไปถนนลาดพร้าว มาวนกลับรถบริเวณ 5 แยก ลาดพร้าว จากนั้นเข้าถนน หอวัง ข้างๆ โรงเรียนหอวัง และขึ้นทางด่วนบนถนนวิภาวดี ระยะทางจากโครงการถึงด่านเก็บค่าผ่านทางประมาณ 5.8 กิโลเมตร

เส้นสีฟ้า : จุดลงทางด่วนฝั่งมุ่งหน้าไปดินแดง พอลงแล้ว วิ่งบนถนนวิภาวดีสักพักให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุทธิสาร จากนั้นเลี้ยวซ้ายอีกทีเข้าถนนรัชดาภิเษก และเข้าโครงการทางซอย รัชดาภิเษก 32 โดยจะมีระยะทางประมาณ 5.7 กิโลเมตร

วันนี้จะพาเดินทางไปโครงการ The Author Ratchada 32 โดยเริ่มต้นบนถนนรัชดาภิเษกฝั่งมุ่งหน้าไปดินแดงนะครับ เมื่อขับมาเรื่อยๆ ทางถนนรัชดาภิเษก เจอแยกเข้าซอย รัชดาภิเษก 32 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปเลยครับ จากนั้นตรงต่ออีกประมาณ 1 กิโลเมตร จะพบแยกเข้าซอย รัชาภิเษก 32 แยก 19 ให้เลี้ยวขวาเข้าไปเลย ตรงต่อไปประมาณ 170 เมตร ก็จะพบตัวโครงการอยู่ทางขวามือครับ ไปชมรายละเอียดของเส้นทางกันเลยครับ

เริ่มต้นที่ เดินทางมาบนถนนรัชดาภิเษก ฝั่งมุ่งหน้าไปถนนลาดพร้าว ตรงต่อไปเรื่อยๆเลยครับ ถนนรัชดาภิเษกเป็นถนน 8 เลน ขนาดใหญ่ ขับสบาย แต่ในช่วงเวลาเข้างานและเลิกงาน ก็ติดหนักเหมือนกันครับ

เมื่อตรงมาเรื่อยๆ จะพบซอยรัชดาภิเษก 32 อยู่ทางซ้ายมือ ให้เลี้ยวเข้าไปเลยครับ

ภายในซอยเป็นถนน 2 เลน บรรยากาศโดยรอบค่อนข้างคึกคัก มี 7-eleven และ Lotus Express มีอาหาร ร้านค้าขายของเรียงรายตลอดสองข้างทาง

เมื่อเข้ามาสักระยะจะมีแยกเพื่อไปยังรัชดา 36 หรือทางไป ม.ราชภัฐจันทรเกษมด้วยเช่นกัน ให้เราตรงต่อไปเลยนะครับ มุ่งหน้าไปยังฝั่งถนนลาดพร้าว-วังหิน

ตรงต่อเข้ามาเรื่อยๆภายในซอยรัชดาภิเษก 32 ให้เรามุ่งหน้าไปทาง ลาดพร้าว-วังหิน ซึ่งสองข้างทาง ก็มีร้านค้า ร้านอาหารประปรายตลอดสองข้างทางเช่นกัน อาจจะไม่คึกคักเท่ากับบริเวณต้นซอยที่เข้ามาจากถนนรัชดาภิเษก แต่ถึงแม้จะมีความคึกคักน้อยกว่าแต่ก็มีความเงียบสงบเข้ามาทดแทนครับ

เมื่อตรงเข้ามาจากถนนรัชดาภิเษกประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึง ซอย รชดาภิเษกแยก 19-4 ครับ ซึ่งให้เราเลี้ยวขวาเข้าไปเลย

เมื่อตรงเข้ามาประมาณ 170 เมตร จะพบโครงการ The Author รัชดา 32 อยู่ทางขวามือ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม ~  2.1 กิโลเมตร
  • MRT ลาดพร้าว 2.8 กิโลเมตร
  • ศาลแพ่งรัชดา ~  3.0 กิโลเมตร
  • โรงเรียนสตรีวิทยา2 ~  4.3 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน ~4.8 กิโลเมตร
  • เซ็นทรัลลาดพร้าว ~ 5.4 กิโลเมตร
  • เซ็นทรัลเฟสติวัลอีสต์วิลล์~ 5.6 กิโลเมตร
  • สวนจตุจักร ~ 5.8 กิโลเมตร
  • เมเจอร์รัชโยธิน ~  6.0 กิโลเมตร
  • เดอะคริสตัล​พาร์ค​ ~ 6.3 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลวิภาวดี ~ 6.4 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ~ 6.7 กิโลเมตร
  • CDC ~ 7.1 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ  The Author รัชดา 32 ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1 ไร่ 4.00 ตร.. จำนวน 14 ยูนิต เป็นรูปทรง 4 เหลี่ยม โดนจะหันหน้าเข้าหากันฝั่งละ 7 หลัง มีถนนขนาด 6 เมตร คั่นอยู่ระหว่างกลาง บริบทโดยรอบส่วนใหญ่เป็นพื้นที่พักอาศัย จึงทำให้มีความเงียบสงบ ไม่วุ่นวาย แต่หากเดินออกไปเพียง 150 เมตร ก็สามารถเชื่อมต่อกับถนน รัชดาภิเษก 32 ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์และคึกคัก ได้ไม่ยาก มาดูพื้นที่โดยรอบโครงการกันครับ ว่าติดกับอะไรบ้าง

  • ทิศเหนือ : ติดกับอาคารบ้านพักอาศัย ปะปนกับพื้นที่เปล่า
  • ทิศตะวันออก : มีถนนหน้าโครงการคั่นอยู่ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านพักอาศัย 2 ชั้น
  • ทิศใต้ : ติดกับบริษัทขายอุปกรณ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีอาคารสูงประมาณ 4 ชั้น อาจจะมีผลกับบ้านที่อยู่ตรงแนวอาคารบ้างของเรื่องวิวหลังบ้าน แต่ก็สามารถช่วยบังแดดได้ในเวลากลางวันเช่นกัน
  • ทิศตะวันตก : ติดกับ แนวอาคารทาวน์โฮม 3 ชั้น แต่มีระยะค่อนข้างห่าง สามารถมีแสงแดดและลมผ่านได้สบายๆครับ

เริ่มที่ด้านขวามือของตัวโครงการกันก่อนเลยนะครับ เมื่อเดินออกมาจากหน้าโครงการขวาหันเลย ก็จะพบกับเส้นทางถนนลึกต่อเข้าไปภายในซอย สปอยด์ก่อนเลยครับว่าสุดซอยเป็นซอยตัน แต่จะมีอะไรบ้างนั้น ลองเดินไปดูกันครับ

ข้างๆ ติดกับตัวโครงการเราเลย มีบริษัทที่ทำเกี่ยวกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตั้งอยู่ ภายในมีอาคารสูงประมาณ 3-4 ชั้น มีความสูงพอๆกับทาวน์โฮมของโครงการซึ่ง ซึ่งจะมีผลกับบ้านบางหลังที่มีด้านหลังบ้านที่มีตำแหน่งเป็นแนวเดียวกันกับตัวอาคาร อาจจะถูกบล็อควิวบริเวณระเบียงหลังบ้านไปบ้าง

ฝั่งตรงข้ามมีพื้นที่โล่ง ซึ่งมีแนวไม้เรื้อยติดเต็มรั้วที่ดิน มองจากมุมนี้เริ่มจะเห็นอาคารภายในซอยแล้ว ลองเดินลึกเข้าไปอีกหน่อยครับ

เมื่อเดินเข้ามาจะพบโครงการ Pete Condomunium คอนโด 11 ชั้น ภายในมีผู้อยู่อาศัย ปัจจุบันโครงการปล่อยขายมือสองและปล่อยเช่าเรื่อยๆ ทำให้มีรถเข้าออกบริเวณนี้ตลอดครับ

สุดท้ายซอยเป็นบ้านพักอาศัย 2 ชั้น มีรั้วรอบมิดชิดครับ

กลับมาที่บริเวณหน้าโครงการเรา ฝั่งตรงข้ามเลย คือฝั่งด้านข้างของบ้านอาคารพักอาศัย 2 ชั้น มีแนวรั้วบ้านยาวตลอดแนว

มาดูที่ฝั่งซ้ายมือกันบ้างครับ ซึ่งเป็นฝั่งที่เราพาเดินทางมาเมื่อสักครู่ แต่ตัวโครงการอยู่เยื้องๆกับ 3 แยก ผมจะพาไปดูฝั่งแยกที่ไปด้านขวามือกันก่อนนะครับ

เมื่อเข้ามาในซอยแยกย่อยนี้ เป็นซอยถนน 2 เลน มีบ้านพักอาศัยเรียงรายตามสองข้างทาง ซึ่งเป็นบ้านขนาด 2 ชั้นทั้งหมด ทำให้บริบทโดยรอบบริเวณนี้ค่อนข้างเงียบ สงบ ไม่วุ่นวาย

นี่คือบ้านหลังที่อยู่ตรงข้ามโครงการเราเมื่อสักครู่ครับ ดีที่หันด้านข้างตัวบ้านให้กับทางเข้าโครงการของเรา ซึ่งจะไม่ได้เผชิญหน้ากันโดยตรง ทำให้ไม่รบกวนกันมากนัก อีกทั้งยังเป็นอาคาร 2 ชั้น ซึ่งถือว่าไม่ได้มีผลกระทบเรื่องวิวหรือมุมมองกับบ้านภายในโครงการมากนัก

ตรงต่อไปภายในศอย ก็เป็นบรรยากาศพื้นที่ดินว่างเปล่า และบ้านพักอาศัย 2 ชั้น มีแผงลอยขายลูกชิ้นบ้าง แล้วแต่บางวันครับ

เดินลึกเข้าไป ฝั่งขวามือก้ยังจะเป็นบ้านพักอาศัย มีทั้งแบบ 1 ชั้น และ  2 ชั้น สลับกันไปครับ

เมื่อเดินมาได้ประมาณ 100 เมตร จะมีซอยแยกย่อยไป ซึ่งซอยด้านหน้าหากตรงต่อไป จะสามารถไปออกรัชดา 32 ได้เช่นกัน ส่วนเลี้ยวขวา ไป รัชดาภิเษก 32 แยก 19-4-2 ก็จะสามารถไปทะลุออกลาดพร้าว 41 ได้ครับ เป็นเส้นทางลัดเลาะเพื่อแก้ปัญหารถติด และเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมในการเดินทางที่ดีทีเดียว

ภายในซอยก็มีร้านอาหาร 1 ร้าน สามารถเดินมาทานกันได้เหมือนกัน ไม่ไกลมากนัก

กลับมาที่หน้าโครงการ และผมจะพาไปชมเส้นทางฝั่งซ้ายมือของโครงการ ที่เป็นทางตรงกลับไป รัชดาภิเษก 32 ครับ ซึ่งเป็นเส้นทางที่เราพาเดินทางมาก่อนหน้านี้ ไปดูกันครับ

เดินเลยจากโครงการมาไม่กี่ก้าว จะพบบ้านพักอาศัย 2 ชั้น ซึ่งภายในเขาเปิดเป็นร้านอาหารตามสั่งด้วย วันนี้ผมก็ได้มาฝากท้องไว้ที่นี่เช่นเดียวกันได้ทานแกงเขียวหวานกับผัดซิอิ้วไป รสชาติอาหารใช้ได้ ราคาไม่แพง แนะนำเลยครับ

เดินต่อมาก็จะพบอาคารบ้านพักอาศัย 2 ชั้นเรียงรายไป บริบทโดยรอบโครงการจะมีลักษณะคล้ายๆกันในทุกๆด้าน ส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัยและพื้นที่ว่างเปล่าครับ

ฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่ว่างเปล่าล้อมรั้วไว้ ภายในมีต้นไม้ขึ้นสูงพอสมควร ยังไม่ได้รับการดูแลเท่าไรนัก

เดินเลยต่อมาจะมีแยกให้เลี้ยวไปขวามือได้ คือซอย รัชาภิเษก 32 แยก 19-4-1 มีบ้านพักอาศัย 2-3 ชั้นอยู่บริเวณหัวมุม

ภายในนอกจากบ้านพักอาศัยแล้วนั้น ก็จะมีเป็นพื้นที่ว่างเมื่อสักครู่ เส้นทางนี้สามารถไปทะลุออกรัชาภิเษก 32 ได้

ตรงต่อมาในซอยหลักของเราเช่นเดิม บริเวณใกล้กับถนนรัชดาภิเษก เริ่มมีความคักคึกมาให้เห็นมากยิ่งขึ้น เช่น การจอดรถริมถนนที่หนาแน่นขึ้น และรถต่างๆเริ่มผ่านไปมามากยิ่งขึ้นครับ

ขวามือมีซอยแยกย่อยออกไปอีกเช่นกัน คือซอยรัชดาภิเษก 32 แยก 19-2

ภายในมีอาคารที่อยู่อาศัย อพาร์ทเม้นต์ ทำให้มีรถจอดค่อนข้างเยอะครับ

ตรงต่อออกมาจนสุด​จะพบกับซอยรัชดาภิเษก 32 ที่เราพึ่งเลี้ยวเข้ามาตอนพามาโครงการ ห่างจากตัวโครงการเราประมาณ 170 เมตร จะเห็นว่าริมถนนมีความคึกคักเข้ามาในซอยโครงการเราด้วย

ปากซอยซ้ายมือมีพี่วินมอเตอร์ไซต์ รอให้บริการกันอยู่ครับ

ส่วนฝั่งตรงข้ามมีอาคารตึกแถวเรียงราย ภายในมีร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ เรียกได้ว่าครบเลยทีเดียว

เลี้ยวไปฝั่งขวามือเพียงไม่กี่เมตร ก็จะพบ 7-eleven พร้อมลานที่จอดรถด้านหน้า ห่างจากตัวโครงการประมาณ 200 เมตร

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ xxx จุด
  • VDO Door Phone
  • รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตรและรั้วโปร่งต่อเพิ่ม 3 เมตร
  • Key Card Access
  • Remote Control สำหรับประตูทางเข้า
  • ประตูรั้วโครงการแบบเลื่อนไฟฟ้า
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic & Shock Sensor ทุกหลัง
  • ถนนหน้าโครงการกว้าง 6 ม. และถนนภายในกว้าง 6 ม.


Product Walkthrough

ตัวโครงการ The Author Ratchada 32 มีพื้นที่ 1-4 ไร่ จำนวน 14 ยูนิต เป็นทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่ง รูปแบบบ้านภายในโครงการเป็นทาวน์โฮม 3.5 ชั้น หน้ากว้าง 5.2 เมตร มีแบบเดียว ขนาดพื้นที่ใช้สอย 227 ตารางเมตร แปลงที่ดินมาตราฐานมีขนาด 20.9 – 30.4 ตารางวา จัดเป็นโครงการที่อยู่อาศัยขนาดเล็ก ที่เน้นความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยเพราะจำนวนยูนิตไม่มาก พื้นที่โดยรอบส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ ไม่พลุกพล่าน และเงียบสงบ ภายในแบ่งเป็น 2 ฝั่ง หันหน้าเข้าหากัน ฝั่งละ 7 หลัง วางแนวอาคารตามทิศเหนือ-ใต้ ได้เรื่องการถ่ายเทอากาศ ลมพัดผ่านดี โดยภายในโครงการจะมีถนนกว้าง 6 เมตร อยู่ตรงกลางระหว่างบ้าน 2 ฝั่ง ถนนภายในโครงการมีระดับสูงขึ้นจากถนนหน้าโครงการประมาณ 50 ซม. ระบบไฟฟ้าเป็นแบบฝังใต้ดินทั้งหมด

โครงการนี้จะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการจึงไม่ต้องเสียค่าบริหารดูแลโครงการเหมือนกับโครงการอื่นๆ เน้นการดูแลความปลอดภัยไว้ที่ประตูด้านหน้า ซึ่งจะเป็นประตูเลื่อนอัตโนมัติ พร้อมระบบ VDO Door Phone และเข้า-ออกแบบ Easy Pass โดยในแต่ละบ้านจะได้บัตรผ่าน Easy Pass และ Remote Control สำหรับผ่านเข้า-ออก หลังละ 2 ชุด และสามารถควบคุมการเปิด-ปิดประตูผ่าน Application ได้ด้วย รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร และรั้วโปร่งต่อเพิ่มอีก 3 เมตร ภายในโครงการติดกล้อง CCTV ให้ 3 ตำแหน่ง ตัวบ้านแต่ละหลังมีระบบ Magnetic & Shock Sensor ทุกหลัง ผนังตัวอาคารเป็นแบบผนังสองชั้นช่วยป้องกันเรื่องเสียง ได้ความแข็งแรงและกันความร้อน  ปัจจุบันพื้นที่โครงการเริ่มเปิดขายแล้ว ตัวบ้านบางส่วนกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างและมีที่สร้างเสร็จพร้อมขายแล้วอีกบางส่วน ตอนนี้มีบ้านตัวอย่างให้สามารถมาเยี่ยมชมโครงการได้ครับ

เป็นบ้านทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่ง บนพื้นที่ดิน 20.9 – 30.4 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 227 ตร.ม.  3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ หน้ากว้าง  5.2 เมตร โครงสร้างอาคารเป็นแบบก่ออิฐฉาบปูน มีการลงเสาเข็มทั้งส่วนที่จอดรถด้านหน้าและชานด้านหลัง โดยข้อดีของอาคารนี้คือ ตำแหน่งบันไดบ้านจะอยู่ที่กลางอาคาร ทำให้แต่ละชั้นจะสามารถแบ่งพื้นที่เป็นส่วนหน้าและส่วนหลัง แยกลักษณะการใช้งานพื้นที่ได้ง่าย จัดแบ่งสัดส่วนแต่ละห้องได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทุกพื้นที่ของบ้านหลังนี้สามารถเปิดหน้าต่างและมีช่องแสงเชื่อมต่อกับภายนอกได้ สามารถรับลมและระบายอากาศได้ดี นอกจากนี้ยังมีการออกแบบที่คำนึงถึงการนำแสงจากภายนอกเข้าสู่ภายในตัวอาคารอีกด้วย ไปดูรายละเอียดแต่ละชั้นกันเลยครับ

ชั้น 1 เริ่มจากพื้นที่จอดรถสามารถจอดรถได้ 2 คัน พื้นที่เข้าสู่ตัวบ้านมีการยกระดับพื้นขึ้นเพื่อแยกส่วนกลางใช้งาน ประตูทางเข้าทำมุมหันข้าง เพื่อความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น เมื่อเปิดประตูเข้าสู่ตัวบ้านจะพบพื้นที่ Foyer เป็นพื้นที่สำหรับใส่และถอดรองเท้า ซึ่งจะมีระดับพื้นยกสูงจากส่วนอื่นของพื้นชั้น 1 ถัดมาเป็นห้อง Dining Room บริเวณนี้มีระดับพื้นถึงฝ้า 2.7 เมตร ซึ่งพื้นที่นี้จะรวมครัวไว้ด้วยกัน เมื่อดูจากขนาดและตำแหน่งแล้วนั้น ห้องนี้สามารถจัดเป็นห้องรับแขกได้ เวลามีแขกมาก็ไม่จำเป็นต้องพาขึ้นไปที่ห้อง Living Room ที่ชั้น 2 สามารถใช้พื้นที่นี้เป็นห้องรับแขกได้อีกด้วย นอกจากนั้นแล้วพื้นที่บริเวณนี้ยังสามารถเปิดประตูหลังบ้านเชื่อมต่อกันชานด้านหลังได้ บริเวณใต้บันไดมีการลดระดับลงไป เพื่อเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room พร้อมห้องเก็บของด้านข้าง

ชั้น 2 ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะมีโถงทางเดินหน้าบัน เป็นตัวแบ่งพื้นที่การใช้งานออกเป็นด้านหน้าบ้านและด้านหลังบ้าน ซึ่งด้านหน้าจะเป็นห้อง Living Room แบบ Double Volume มีระดับพื้นถึงฝ้า 6.5 เมตร ผนังแนวกระจกสูง ยาวตลอดแนว สามารถรับแสงจากภายนอกได้อย่างเต็มที่ ส่วนพื้นที่ด้านในตัวบ้านเป็นห้องนอนพร้อมระเบียง สามารถจัดเป็นห้องทำงานก็ได้แล้วแต่การใช้งาน

ชั้นลอย ชั้นนี้จะมีห้องด้านหลังจัดเป็นห้องนอนมีห้องน้ำในตัว ส่วนพื้นที่ด้านหน้าบ้าน จะเป็นพื้นที่โถงทางเดินที่สามารถเชื่อมต่อกับห้อง Living Room ของชั้น 2 ได้

ชั้น 3 เป็นชั้นของห้องนอนหลัก Master Bedroom ซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็นพื้นที่เดียวกันทั้งชั้น จึงทำให้มีประตูเข้าอยู่ที่บริเวณหน้าบันไดเลย ภายในประกอบไปด้วยส่วนด้านหน้าเป็นห้อง Master Bedroom มาพร้อมแนวกระจกทำมุมเอียง ที่เห็นจากภายนอกอาคาร ส่วนพื้นที่ด้านหลังบ้านเป็นส่วนของ Walk-in Closet และ ห้องน้ำ ซึ่งมีการแบ่งสัดส่วนชัดเจน

รูปด้านอาคารเป็นสไตล์โมเดิร์น เน้นวัสดุเป็นไม้และกระจก ซึ่งจะมีการหักมุมองศาของกระจก ทำให้ภายนอกอาคารเกิดมิติของกรอบอาคาร ดูแล้วไม่แบนเรียบเสมอกันจนเกินไป โดยการเอียงหน้าต่างทำมุมในลักษณะนี้จะทำให้พื้นที่ภายในบ้านได้มุมมองและแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาภายในตัวบ้านที่แตกต่างจากหน้าต่างทั่วไป ถือเป็นการปรับรูปด้านอาคารที่น่าสนใจดีครับ

ทางเข้าบ้านหน้ากว้าง 5.2 เมตร พื้นถนนหน้าบ้านเป็นคอนกรีตพิมพ์ลาย (Stamp Concrete) ส่วนพื้นด้านในบริเวณที่จอดรถเป็นแกรนิตโต้ มีการลงเสาเข็มในส่วนของพื้นที่จอดรถ ซึ่งรวมถึงพื้นที่ระเบียงหลังบ้านด้วยเช่นกัน มีแนวกรอบอาคารที่ยื่นออกมาตรงที่จอดรถเล็กน้อย ผนังระหว่างบ้านเป็นผนังทึบสีขาวล้วน สำหรับรั้วของบ้านแต่ละหลังทางโครงการจะให้ลูกบ้านเลือกได้ว่าอยากจะติดรั้วที่หน้าบ้านตัวเองหรือไม่ หรือใช้รั้วหน้าโครงการเพียงชั้นเดียว เข้ามาแล้วสามารถเลี้ยวเข้าไปจอดได้เลย ไม่ต้องเปิดอีกชั้น

เมื่อเดินเข้ามาที่บริเวณหน้าบ้าน ผนังที่ล้อมรอบทั้งหมดเป็นไม้คอนวูด ตีเว้นร่องแนวตั้งทำให้มุมมองบริเวณนี้ดูสูงโปร่งและมีการใช้วัสดุตกแต่งหน้าบ้านดูสวยขึ้น โดยทางเข้าบ้านจะยกระดับพื้น และวางแนวประตูทางเข้าบ้านไว้อีกฝั่ง ไม่ปะทะกับหน้าบ้านโดยตรง เพื่อความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ประตูทางเข้ายกสเตปขึ้นจากพื้น 3 ขั้น โดยจะสูงประมาณขั้นละ 18 เซนติเมตร

ประตูหน้าบ้านเป็นบานไม้ลามิเนตสีเข้ม ขนาดค่อนข้างสูงทีเดียว มาพร้อมตัวจับและตัวล็อคติดตั้งให้พร้อมใช้งาน

เมื่อเข้ามาด้านในจะพบพื้นที่แรกเป็นเสมือน Foyer ของบ้าน เป็นพื้นที่เตรียมพร้อมสำหรับเข้าไปใช้งานส่วนต่างๆภายในตัวบ้าน ใช้สำหรับวางของ เปลี่ยนรองเท้าสำหรับเข้า-ออก มีการยกระดับพื้นเพื่อเป็นตัวแบ่งพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านอีก โดยจะมีบันไดทางเดิน 3 ขั้น เพื่อเข้าสู่พื้นที่ต่อไปภายในบ้าน ขนาดทางเดิน 1.5 เมตร บันไดมีลูกนอน 40 ซม. กว้างเดินสบาย และลูกตั้ง 14 ซม. ระดับไม่สูง เดินง่าย อีกทั้งยังมีขอบอลูมิเนียมเก็บมุมให้อีกด้วย

เมื่อเข้ามาถึงพื้นที่ภายในตัวบ้าน จะมีส่วนพื้นที่ Dining Room อยู่ที่บริเวณด้านในของตัวบ้าน พื้นที่บริเวณนี้มีระดับความสูงจากพื้นถึงฝ้า 3.2 เมตร พื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้เช่นกัน ขนาดภายในค่อนข้างกว้าง พื้นที่บริเวณนี้จะรวมพื้นที่ครัวเปิดไว้ด้วย โดยในบ้านตัวอย่างจะทำเป็นแนวเคาน์เตอร์ครัวยาวริมผนัง ตรงกลางสามารถจัดเป็นได้ทั้งพื้นที่รับประทานอาหาร และพื้นที่รับแขกไปด้วยเลยก็ได้ มีช่องแสงที่ด้านหลังบ้าน ซึ่งในบ้านมุมจะมีผนังด้านข้างเหมือนบ้านตัวอย่างให้มาด้วยครับ ส่วนในบ้านหลังแปลงปกติ จะไม่มีประตูด้านข้างมาให้ แต่เราก็สามารถใช้ผนังบริเวณนี้ทำเป็นผนังส่วนแขวนทีวี หรือทำเป็นชั้นวางของต่างๆได้ครับ

ส่วนพื้นที่ด้านในของตัวบ้าน มีแนวช่องแสงให้ ซึ่งเป็นประตูเชื่อมต่อกับพื้นที่หลังบ้านและข้างบ้าน ขอย้ำอีกทีนะครับว่าในบ้านตัวอย่างหลังนี้เป็นบ้านหลังมุม จึงทำให้มีประตูด้านข้างมาด้วย ดูแล้วบ้านหลังมุมจะมีข้อดีที่ได้ช่องแสงค่อนข้างเยอะ รวมถึงสวนด้านข้างด้วย ซึ่งหากเป็นแปลงมาตรฐานหลังกลางจะมีเพียงประตูด้านหลังบ้านเท่านั้น

ประตูกระจกเหล่านี้สูงประมาณ 2.5 เมตร เป็นประตูกระจกกรอบบานอลูมิเนียมพ่นสี กระจกเขียวตัดแสง มีรางที่พื้น เมื่อเปิดกว้างแล้วจะมีระยะเดินอยู่ที่ประมาณ 1.4 เมตร สามารถเดินถือของเข้าออกได้สะดวกทีเดียว

กรอบบานตัวล็อคและรางส่วนประตูกระจกถูกติดตั้งไว้ให้แล้วอย่างดี โดยมีรางอยู่ที่พื้น ยกสูงขึ้นมาเล็กน้อย

พื้นที่ระเบียงด้านหลังมีความกว้าง 2 เมตร วัสดุปูพื้นจะได้เป็นไม้คอนวูด ปูพื้นไว้ให้นะครับ สามารถจัดเป็นสวน พื้นที่นั่งเล่น อ่านหนังสือทำงานกันได้

บริเวณแท็งค์น้ำด้านหลังก็มีแนวไม้ตีปิดไว้ให้เรียบร้อยทีเดียวครับ

เมื่อกลับเข้ามาที่ตัวบ้าน บริเวณข้างทางเข้ามาห้อง Dining Room จะมีพื้นที่ข้างๆลดระดับลงไป คือส่วนของทางเข้าห้องน้ำซึ่งมีการลดระดับลงจากพื้นห้อง Dining Room ประมาณ 22 เซนติเมตร

พื้นที่บริเวณนี้มีหลากหลายฟังค์ชั่นการใช้งานทีเดียว ฝั่งซ้ายมือคือประตูห้องน้ำของชั้น 1 นี้ ฝั่งด้านหน้าคือพื้นที่ของห้องเก็บของใต้บันได ส่วนขวามือคือพื้นที่ว่าง ซึ่งสามารถวางเครื่องซักผ้าได้

บริเวณด้านในมีพื้นที่ให้สามารถวางเครื่องซักผ้าได้ไม่บังทางเดิน ผนังด้านข้างติดแผงควบคุมไฟต่างๆภายในบ้าน

เข้ามาดูส่วนห้องน้ำของชั้น 1 กันครับ ห้องนี้เป็นแบบ Powder Room คือเป็นห้องน้ำแบบไม่มีส่วนอาบน้ำ พื้นมีการลดระดับลงไปประมาณ 12 เซนติเมตร พื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60 x 60 ซม. ผิวด้านสีเข้ม ผนังเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ผิวมันครับ มีระดับพื้นถึงฝ้าประมาณ 2.3 เมตร

ภายในมีขนาดกำลังดี แบ่งสัดส่วนชัดนะครับ โดยส่วนของอ่างล้างหน้าทำเป็นเคาน์เตอร์ยาว สามารถใช้วางของได้ด้วย อีกทั้งยังมีช่องแสงจากส่วนของพื้นที่จอดรถเข้ามาได้อีกด้วย

ส่วนอ่างล้างหน้า มีกระจกติดผนังให้ด้วย แต่จะไม่ได้ทรงแบบในรูปนะครับ ส่วนตัวอ่างมีเคาน์เตอร์ Built-in มาให้ยาวตลอดแนวผนัง ขนาด 200 x 37 เซนติเมตร วางของได้เยอะทีเดียวครับ

อ่างล้างหน้ายี่ห้อ Kohler ขนาด 42 x 46 เซนติเมตร มีพื้นที่วางของด้านข้างได้ครับ

ถัดมาอีกฝั่งจะเป็นตำแหน่งโถสุขภัณฑ์ของ Kohler มีสายชำระและที่ใส่กระดาษชำระติดตั้งไว้ให้ในตำแหน่งที่เหมาะสม มีจุดระบายน้ำอยู่ที่มุมครับ

ที่จับสายชำระของ Kohler ขนาดพอดีมือ แบบกดด้านหลัง อีกฝั่งมีที่ใส่กระดาษชำระ ไม่มีที่กันน้ำให้นะครับ

บริเวณผนังฝั่งติดด้านหน้าโครงการมีช่องแสงให้มาด้วยครับ  เป็นหน้าต่างบานกระทุ้งสามารถเปิดระบายอากาศภายในห้องน้ำได้

ด้านบนเป็นฝ้าแบบฉาบเรียบทาสี มีไฟ Downlight มาให้ 1 ดวง พร้อมกับ พัดลมดูดอากาศครับ

มาดูกันต่อที่ส่วนของบันได เพื่อขึ้นไปชั้น 2 กันครับ ซึ่งตำแหน่งของบันไดที่ชั้น 1 นี้ อยู่บริเวณ Foyer ด้านหน้าทางเข้าบ้าน ซึ่งข้อดีของการมี Foyer บริเวณนี้

  • เป็นการแบ่งส่วนพื้นที่การใช้งานในแต่ละส่วนให้ชัดเจนด้วยระดับพื้นที่แตกต่างกัน
  • ห้อง Dining Room มีระดับพื้นถึงฝ้าที่มากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีระดับพื้นลดลง
  • ห้องน้ำที่มีตำแหน่งอยู่ใต้บันได แต่ด้วยการลดระดับพื้นลงไปของตัวห้องน้ำจากพื้นห้อง Dining Room รวมถึงตำแหน่งบันไดที่มีการยกขึ้นมา ทำให้ห้องมีระดับพื้นถึงฝ้าสูง ไม่ทำให้รู้สึกแคบ
  • บันไดมีระยะไม่ยาว และลูกตั้งบันไดไม่ชันจนเกินไป แต่ละขั้นจึงมีลูกตั้งอยู่ที่ประมาณ 18  เซนติเมตร ซึ่งถือว่าใช้งานได้สะดวก

บันไดเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวด้วยไม้เทียม มีขนาดลูกตั้งอยู่ที่ประมาณ 18 เซนติเมตร ลูกนอนอยู่ที่ประมาณ 37 เซนติเมตร มีขนาดความกว้างบันได 1 เมตร ถือว่าขนาดเดินสบายเลยครับ อีกทั้งยังมีไฟส่องแสงสว่างติดมาให้ อยู่ที่ระดับประมาณข้อเท้า เพื่อส่องให้เห็นตัวบันได ปลอดภัยยิ่งขึ้นไปอีกครับ

บันไดเป็นลักษณะตัว U มีชานพักแบบไม่ซอยถี่มาก พร้อมทั้งยังมีราวจับให้ตลอดแนวทางเดิน

รายละเอียดอีกจุดที่ผมชอบของบ้านหลังนี้คือ เขาออกแบบมาให้บันไดอยู่บริเวณกลางบ้าน เป็นตัวแบ่งสัดส่วนต่างๆ ภายในตัวอาคาร แม้จะไม่ได้มีตำแหน่งติดหน้าหรือหลังอาคาร ซึ่งเป็นจุดที่จะรับแสงจากภายนอกได้ง่าย แต่ก็ยังสามารถทำให้โถงบันไดของทุกๆชั้น มีช่องแสงจากภายนอกอาคารเข้ามาได้ ซึ่งส่วนของชั้นนี้ มีช่องแสงที่เจาะต่อเข้ามาจากส่วนของห้อง Living Room ที่ชั้น 2 ซึ่งเดี๋ยวผมจะไปอธิบายภายในห้องอีกที ส่วนชั้นอื่นๆจะมีรายละเอียดของช่องแสงบันไดยังไง ลองติดตามดูกันนะครับ

มาถึงชั้นที่ 2 พื้นจะถูกเปลี่ยนเป็นไม้ลามิเนตหนา 12 มม. มีขอบบัวไม้ลามิเนตที่ผนังด้วย ซึ่งอย่างที่บอกแล้วเมื่อสักครู่ว่าบันไดเป็นตัวแบ่งสัดส่วนการใช้งานของตัวบ้าน เราไปดูฝั่งด้านหน้าบ้านกันก่อนละกันครับ

บริเวณด้านหน้าบ้าน ส่วนห้องที่เราจะได้มานั้นจะเป็นห้องเปล่านะครับ  ตำแหน่งห้องหันไปทางด้านหน้าบ้านมองเห็นวิวได้เต็มที่ และเป็นช่องแสงขนาดใหญ่ ทำห้อง Living Room มีความโปร่งโล่งมากขึ้น โดยความพิเศษของห้องนี้คือมีระดับฝ้าเพดานแบบ Double Volume สูงจากพื้นถึงฝ้า 6.5 เมตร ซึ่งที่ริมกระจก มีสายไฟต่อไว้ให้ สำหรับใครที่ต้องการติดตั้งม่านไฟฟ้าด้วยครับ

ห้องนี้มีความกว้างสูงโปร่ง รายละเอียอีกจุดคือส่วนที่ผมกล่าวไว้เรื่องของช่องแสงบันไดครับ สังเกตทางฝั่งกระจกภายในอาคาร ซึ่งจะสามารถเชื่อมต่อไปที่โถงบันไดได้ครับ กระจกในส่วนนี้ทำหน้าที่นำแสงจากภายนอกอาคารเข้าสู่โถงบันได ทำให้โถงบันไดสว่าง ปลอดภัย ไม่ต้องใช้ไฟในเวลาช่วงกลางวัน โดย 2 บานล่าง จะเป็นส่วนของโถงบันไดชั้น 1 ขึ้นมาที่ชั้น 2 นี้ ส่วน 2 อันบน เป็นส่วนของโถงบันไดของชั้น 2 ที่ขึ้นไปยังชั้น 3 ครับ ซึ่งหากใครที่มองว่าอาจจะเสียเรื่องของความเป็นส่วนตัว ผมแนะนำให้หาม่านมาปิดไว้ได้ ทางโครงการได้ทำไว้ให้ลักษณะนี้มาเพื่อเป็นตัวเลือกในการใช้งาน ถือเป็นรายละเอียดที่น่าสนใจครับ

ส่วนบริเวณผนังฝั่งริมอาคาร ซึ่งในบ้านมุม ก็จะมีช่องแสงมาให้ดังเช่นในรูป ส่วนบ้านปกติ จะเป็นผนังทึบฉาบเรียบทาสี ซึ่งเราสามารถใช้เป็นทีวีแบบแขวนผนังได้ ก็จะได้พื้นที่ที่จะต้องวางทีวีเพิ่มมา ทำให้พื้นที่ใช้สอยดูเพิ่มขึ้นไปอีก

ในห้องตัวอย่างนี้ตกแต่งด้วยการวางโซฟาขนาดใหญ่พอสมควร มีระยะทีวีอยู่ที่ประมาณ 2.3 เมตร ซึ่งใครที่อยากใช้ไอเดียของห้องนี้ไปเป็นแนวทางในการตกแต่ง ก็ควรใช้ทีวีอยู่ที่ประมาณ 30-40 นิ้วครับ

ด้านบนมีชั้นลอยที่สามารถมองลงมาเชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนนี้ได้ด้วยนะครับ

ฝ้าเพดานที่สูง 6.5 เมตร ของห้องนี้ เป็นแบบฉาบเรียบทาสี มีไฟ Downlight ให้ทั้งหมด 4 ดวง

ช่วงระยะทางเดินหน้าบันไดมีระยะประมาณ 1.5 เมตร ของบ้านจริงจะค่อนข้างโล่งครับ สามารถทำชั้นวางของ หรือ built-in ตู้ต่างๆ ได้อีกด้วย

มาดูที่ส่วนพื้นที่ด้านหลังของตัวบ้านกันต่อครับ ซึ่งส่วนแรกก่อนจะถึงห้องหลังสุดของบ้าน จะมีห้องน้ำของชั้นนี้ ซึ่งตำแหน่งจะอยู่ตรงกลางบ้านทำให้สามารถเข้าใช้งานได้ง่ายจากทั้งห้องที่อยู่ด้านหน้าบ้านและห้องที่อยู่หลังบ้าน สำหรับห้องน้ำที่อยู่ด้านในตัวบ้านลักษณะนี้จะเน้นระบายอากาศและความชิ้นผ่านเครื่องดูดอากาศเท่านั้นเพราะไม่มีช่องเปิดครับ

ภายในห้องน้ำมีการจัดสัดส่วนชัดเจน โดยการไล่ระดับส่วนแห้งส่วนเปียก พื้นภายในลดระดับลงมาจากพื้นประมาณ 5 เซนติเมตร พื้นภายในเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ผิวด้าน ส่วนผนังเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ผิวมัน สุขภัณฑ์เป็น Kohler ทั้งหมดครับ

พื้นที่ภายในถือว่ามาตรฐานครับ ไม่เล็กไม่ใหญ่ ห้องน้ำมีการลดระดับจากพื้นภายในตัวบ้าน ประมาณ 5 เซนติเมตร ซึ่งส่วนอาบน้ำไม่ได้ให้ฉากกั้นมาด้วยนะครับ ต้องติดตั้งเอง

อ่างล้างหน้ามีการ Built-in เคาน์เตอร์ด้านใต้อ่างมาให้ ซึ่งเป็นแบบหน้าบานเปิด 1 บาน ยกสูงจากพื้น ป้องกันความชื้นและง่ายต่อการทำความสะอาด

อ่างล้างหน้าของ Kohler ขนาด 60×50 ซม. ที่ขอบอ่างมีพื้นที่สำหรับวางอุปกรณ์ ซึ่งที่ด้านหลังมีการก่อขอบขึ้นมา ขนาด 2.3 x 0.2 เมตร เป็นพื้นที่วางของได้ ด้านข้างอ่างมีปลั้กไฟแบบมี Water Proof ไว้ให้ด้วย สำหรับใข้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า สะดวกทีเดียวครับ

โถสุขภัณฑ์ Kohler มีสายชำระและที่ใส่กระดาษชำระรูปแบบเดียวกันกับของห้องน้ำชั้น 1 ติดตั้งไว้ให้ในตำแหน่งที่เหมาะสม พร้อมใช้งาน

ส่วนอาบน้ำ ในบ้านจริงจะไม่ได้มีฉากกั้นมาให้นะครับ ต้องหามาติดเอง แต่อุปกรณ์ส่วนอื่นๆของห้องน้ำห้องนี้ ทางโครงการให้มาทั้งหมดเลย

พื้นที่อาบน้ำมีการลดระดับ ประมาณ 4 เซนติเมตร พื้นกั้นขอบอลูมิเนียมแบ่งส่วนไว้ใช้เจน ภายในมีพื้นที่ประมาณ 1 x 1.1 เมตร

ส่วนอาบน้ำเป็น Hand Shower ของ Kohler มีพื้นที่วางสบู่ และสามารถปรับตำแหน่งได้ ที่ผนังด้านข้างทางโครงการติดตั้ง Junction Box มาให้สำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น

Hand Shower ขนาดกระทัดรัด สามารถปรับการไหลของน้ำได้หลายรูปแบบ

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี มีไฟ Downlight ให้ 2 ดวง พร้อมทั้งเครื่องดูดอากาศ

มาที่ส่วนต่อไปครับ เป็นพื้นที่ส่วนหลังสุดของบ้าน หน้าห้องยังมีพื้นที่ให้ Built-in หรือวางโต๊ะตู้อะไรได้อีกเยอะพอสมควรเลยครับ ไปดูภายในกันครับ

ห้องที่อยู่ด้านในของบ้าน เป็นห้องที่มีขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถทำเป็นห้องนอน ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น ก็ได้ โดยจะมีช่องแสงอยู่ที่ส่วนหลังบ้านติดระเบียง สามารถเปิดเพื่อระบายอากาศ รับลมได้

พื้นที่ภายในห้อง มีระดับพื้นถึงฝ้าสูง 2.7 เมตร ในห้องตัวอย่างจัดเป็นห้องทำงาน ซึ่งวางโต๊ะสำหรับนั่งทำงาน พร้อม Built-in ชั้น ตู้ต่างๆ ริมผนัง ก็เหลือพื้นที่ภายในค่อนข้างเยอะ

ประตูด้านหลังสามารถเปิดเพื่อระบายอากาศ หรือออกไปเดินรับลมได้ ซึ่งมีระยะเปิดรวมประมาณ 1.5 เมตร

ประตูกระจกขอบอลูมิเนียมพ่นสี กระจกเขียวตัดแสง มีตัวจับและตัวล็อคติดตั้งมาให้ พร้อมกับรางที่พื้นซึ่งมีระดับสูงจากพื้นเล็กน้อย

ระเบียงมีความยาวเท่าหน้ากว้างบ้านเลยครับ คือ 5 เมตร มีความกว้างแค่ 60 เซนติเมตร โดยมีการแขวน CDU. ไว้ที่ริมระเบียง พร้อมระแนงเหล็กบังสายตาให้ด้วยครับ ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟกลม 1 ดวง

มาดูที่ส่วนต่อไปกันครับ สำหรับพื้นที่ชั้นลอย ของบ้านหลังนี้ รูปแบบบันไดเป็นลักษณะเดิม แบบเดียวกันกับที่เราใช้ขึ้นมาจากชั้น 1

มีรูปแบบเป็นตัว U เช่นเดียวกัน มีไฟด้านข้าง และราวจับตลอดแนว

มีช่องแสงจากห้อง Living Room ช่วยให้โถงบันไดชั้นลอยขั้นมาที่ชั้น 3 มีแสงสว่างจากภายนอกมาช่วยในเวลากลางวัน

เมื่อขึ้นมาที่ชั้นลอยนี้ มีขนาดโถงทางเดินที่ชั้นนี้เท่ากันกับของชั้นเมื่อสักครู่ เราไปดูที่ส่วนด้านหลังกันก่อนนะครับ

ห้องด้านหลัง มีระยะทางเข้าชิดกับตัวบันไดเลย บริเวณขวามือมีห้องน้ำภายใน ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกันกับห้องน้ำชั้นล่าง พื้นที่ภายในทางเข้าห้องมีขนาดเท่ากับโถงทางเดินหน้าบันได ในบ้านตัวอย่างมีการ Built-in เป็นตู้มาให้ดู ซึ่งก็จะยังเหลือพื้นที่หน้าห้องน้ำพอสมควรเลย

ภายในห้องมีขนาดเท่ากันกับของห้องชั้น 2 ซึ่งมีตำแหน่งประตูออกไปที่ระเบียงเหมือนกันเลยครับ

พื้นที่ภายในของบ้านตัวอย่างจัดเป็นห้องนอนเด็กชิดผนังซึ่งสามารถวางเตียง 3.5 ฟุต ชิดผนังได้ ไม่ทับกับหน้าต่าง อีกทั้งยังเหลือพื้นที่ตรงกลางค่อนข้างเยอะทีเดียว

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี มีไฟ Downlight ให้ 4 ดวง

ประตูด้านหลังสามารถเปิดเพื่อระบายอากาศ หรือออกไปเดินรับลมได้เช่นกัน ซึ่งมีระยะเปิดรวมประมาณ 1.5 เมตร

ประตูกระจกขอบอลูมิเนียม พ่นสี กระจกเขียวตัดแสง มีตัวจับและตัวล็อคติดตั้งมาให้ พร้อมกับรางที่พื้นซึ่งมีระดับสูงจากพื้นเล็กน้อย

ระเบียงที่ชั้นนี้ก็มีลักษณะเหมือนของชั้น 2 ครับ คือมีขนาด 5 x 0.6 เมตร โดยมีการแขวน CDU. ไว้ที่ริมระเบียง พร้อมระแนงเหล็กบังสายตาให้ ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟกลม 1 ดวง

มีพื้นที่ส่วนหน้าห้องน้ำสำหรับวางตู้เสื้อผ้า หรือทำตู้เสื้อผ้า Built-in ติดผนังได้ เป็นการแบ่งพื้นที่การใช้งานไปในตัว เหมือนมี Walk in Closet อยู่หน้าห้องนำ้พอดี

ห้องน้ำชั้นนี้มีขนาดและลักษณะเท่ากันกับห้องของชั้น 2 แต่มีโทนสีที่แตกต่างกัน พื้นและผนังเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้

พื้นที่ภายในลดระดับลงมาจากพื้นชั้นลอยประมาณ 5 เซนติเมตร ส่วนพื้นนี่อาบน้ำก็ลดลงอีก 5 เซนติเมตรเช่นกัน

อ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์มีขนาดและรูปแบบจะเหมือนกับห้องน้ำในชั้นล่าง เป็นของ Kohler ครับ

พื้นที่อาบน้ำมีขนาด 1 x 1.1 เมตร ลดระดับลงประมาณ 5 เซนติเมตร มีจุดระบายน้ำอยู่ที่มุม

ส่วนอาบน้ำเป็น Hand Shower ของ Kohler เช่นเดียวกัน มีตำแหน่งของ Junction Box ติดไว้ให้เช่นเดียวกันครับ

บริเวณตรงข้ามโถสุขภัณฑ์ มีรางแสตนเลสสำหรับแขวนผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าครับ ฝ้าเพดานแบบฉาบเรียบมีไฟ Downlight ให้ 2 ดวง พร้อมทั้งพัดลมดูดอากาศครับ

บริเวณชั้นลอย มีตำแหน่งที่สามารถเชื่อมต่อกับ Living Roomได้ครับโดยมีขนาดความกว้างประมาณ 1.5 เมตร

มุมมองที่มองลงไปเชื่อมต่อกับห้อง Living Room ครับ อีกทั้งยังเป็นจุดที่สามารถรับแสงจากภายนอกเข้ามายังพื้นที่ภายในอาคารได้ดีอีกด้วย

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี มีไฟ Downlight เรียงตามแนว 3 ดวงครับ

ขึ้นไปดูที่ชั้นสุดท้ายกันครับ ซึ่งเป็นชั้นของห้องนอนใหญ่ทั้งชั้น มีพื้นที่หน้าสนใจหลายส่วนเหมือนกันครับ ขึ้นไปดูกันเลย

บันไดยังคงเป็นลักษณะเดิมตัว U มีช่องแสงจากชั้นลอย ทำให้โถงบันไดสว่างในช่วงเวลากลางวัน

ช่องแสงของโถงบันไดชั้นนี้ครับ ช่องล่างเล็กๆขนาด 1 x 0.7 เมตร เป็นช่องแสงที่ได้จากห้อง Living Room ส่วนกระจกด้านบนขนาดประมาณ 2.6 x 0.7 เมตร มาจากห้องนอนใหญ่ เดี๋ยวผมจะไปอธิบายภายในห้องนอนใหญ่อีกทีครับ

ชั้นนี้เป็นชั้นห้องนอนใหญ่ทั้งชั้น ทำให้ทางโครงการออกแบบให้ทั้งส่วนหน้าและส่วนหลังของทั้งชั้นนี้เป็นส่วนเดียวกัน จึงมีประตูกั้นส่วนของห้องที่บริเวณหน้าบันไดเลยครับ ซึ่งมีระยะเปิด 90 ซม.

บริเวณหน้าทางเข้าห้องของชั้นนี้ จะเชื่อมต่อกับบันไดเลย โดยจะมีระยะหย้าประตูบานเลื่อนหน้าห้องประมาณ 40 ซม. เวลาใช้งานจริงต้องระวังหน่อยมีพื้นที่ยืนแบบพอดีใช้งานครับ

ชั้นนี้มีระดับพื้นถึงฝ้า 2.7 เมตร เช่นเดียวกันชั้นอื่นๆครับ พื้นที่ภายในมีขนาดเท่าโถงทางเดินหน้าบันของชั้นอื่นๆครับ ประมาณ 1.5 เมตร ไปดูฝั่งห้องนอนใหญ่กันก่อนนะครับ

บริเวณพื้นที่หน้าบ้านเป็นหน้านอนใหญ่ ซึ่งมีขนาดค่อนข้างกว้างเหมาะแก่การเป็น Master Bedroom โดยมีหน้าต่างฝั่งหน้าบ้านคอยรับแสงธรรมชาติ และสามารถเปิดระบายอากาศได้ด้วยครับ

ภายในห้องสามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุต ได้อย่างสบายๆ พร้อมทั้งยังมีพื้นที่เหลือ สามารถเดินได้รอบด้าน

ในห้องตัวอย่างวางโซฟาไว้ที่ปลายเตียงซึ่งมีที่นั่งสำหรับดูทีวี ซึ่งมีระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 2 เมตร หากว่าจะติดตั้งทีวีควรใช้ทีวีขนาดประมาณ 30-40 นิ้ว ซึ่งถ้าหากต้องการนอนดูทีวีด้วย ก็อาจจะต้องติดใหญ่กว่านี้อีกสักหน่อยนะครับ

ลักษณะเด่นของห้องนี้คือตัวกระจกที่เป็นกระจกเอียง โดยการเอียงหน้าต่างทำมุมในลักษณะนี้จะทำให้พื้นที่ภายในห้องนอนใหญ่นี้ได้มุมมองที่แตกต่างจากเดิม มองได้มากกว่า 180 องศา และแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาภายในตัวห้องก็จะแตกต่างจากหน้าต่างทั่วไป ซึ่งช่วยเป็นรูปด้านอาคารที่น่าสนใจอีกด้วยครับ

ส่วนที่ผนังฝั่งปลายเตียงเหมาะแก่การทำเป็นชั้นวางทีวี หรือหากต้องการพื้นที่ห้องมากยิ่งขึ้น ก็ใช้เป็นทีวีติดผนังครับ

ไปดูที่ส่วนหลังของชั้นนี้กันบ้างครับ คือส่วนของ Walk-in Closet และห้องน้ำครับ เนื่องจากต้องการทำให้เป็นส่วนเดียวกันทั้งชั้น จึงทำให้ไม่มีส่วนของประตูกั้น

ภายในเป็นพื้นทีค่อนข้างกว้างครับ มีช่องแสงจากด้านหลังบ้านด้วยเช่นกัน สามารถเปิดระบายอากาศได้ ห้องนี้มีส่วนของพื้นที่แห้ง และเปียกอยู่ร่วมกัน ซึ่งก็เหมาะที่จะอยู่ในตำแหน่งหลังบ้าน ที่เป็นส่วนตัวในการใช้งาน ติดผนังด้านหลังมีหน้าต่างที่ช่วยระบายอากาศและความชื้นได้

ภายในสามารถ Built-in รอบด้านเป็นตู้เสื้อผ้าและชั้นวางต่างๆ แบบในห้องตัวอย่าง อาจจะช่วยเป็นไอเดียในการตกแต่งห้องได้ครับ

อีกส่วนหนึ่งของพื้นที่ภายในห้องนี้ คือส่วนของห้องน้ำ ซึ่งจะมีความพิเศษพอสมควรเลยครับ โดยจะมีการลดระดับพื้นลงจากพื้นห้องส่วน Walk-in Closet ประมาณ 2 ซม. เป็นการแบ่งส่วนพื้นที่การใช้งานและเปลี่ยนจากพื้นไม้ลามิเนตหนา 12 มม. เป็นพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้ผิวหยาบ ขนาด 60 x 60 ซม. ซึ่งภายในเป็นส่วนการใช้งานออกเป็น 3 ส่วนชัดเจน ตรงกลางเป็นส่วนของอ่างล้างหน้า ส่วนซ้ายเป็นโถสุขภัณฑ์ และส่วนขวาเป็นส่วนอาบน้ำ

พื้นที่อ่างล้างหน้าเป็นแบบ His & Her แยกออก 2 อ่าง แต่ละอ่างมีกระจกแยก ซึ่งจะไม่ได้ตามในรูปนะครับเป็นรูปทรงอื่น ทั้ง 2 อ่างอยู่บนเคาน์เตอร์ Top หินแกรนิตขนาด 2.3 x 0.6 เมตร สามารถวางอุปกรณ์ได้เยอะทีเดียว

อ่างล้างหน้า Kohler ขนาด 60 x 47 ซม. เท่ากันทั้งสองอ่าง โดยมีปลั้กไฟแบบ water proof ติดอยู่ที่ผนังทั้งสองอ่างเช่นเดียวกัน

บริเวณนี้มีฝ้าเป็นแบบฉาบเรียบทาสี มีไฟ Downlight ให้ 2 ดวง ตามตำแหน่งของอ่างล้างหน้าครับ

มาดูที่ส่วนอาบน้ำห้องนี้จะมีฉากกั้นมาให้ด้วยนะครับ ภายในมีอุปกรณ์อาบน้ำทั้งแบบ Hand Shower และ Rain Shower จาก Kohler ครับ

พื้นที่อาบน้ำภายในลดระดับพื้นลงไป 3 ซม. มีขนาดพื้นที่ 1.2 x 1 ซึ่งมีขอบที่นั่งสูง 45 ซม. ก่อขึ้นมาด้วยเช่นกัน

พื้นที่ยกสูงขึ้นมามีขนาด 0.8 x 0.4 ซม. พร้อมราวแสตนเลสแขวนเสื้อผ้าและผ้าเช็ดตัว มีจุดระบายน้ำอยู่ที่มุมครับ

ฝ้าเป็นแบบฉาบเรียบทาสี ให้ไฟ Downlight มา 1 ดวง พร้อมทั้ง เครื่องดูดอากาศ

ส่วนห้องโถสุขภัณฑ์ มีพื้นที่ติดผนังหลังบ้าน มีหน้าต่างสามารถเปิดระบายอากาศได้ ขนาด 1.4 x 0.8 เมตร ช่วยระบายอากาศ และลดความชื้นภายในห้องน้ำได้

ภายในห้องน้ำมีขนาดเท่ากับส่วนอาบน้ำ โถสุขภัณฑ์ Kohler พร้อมสายชำระ และที่ใส่กระดาษชำระ ลักษณะเดียวกันกับห้องน้ำห้องอื่นภายในบ้านครับ

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี มีไฟ Downlight ให้ 1 ดวงครับ

สวิทช์ไฟในบ้านเป็นแบบ Touch Screen ของยี่ห้อ Mcohome ทั้งหลังครับ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 19 October 2018

  • บ้านแปลงมาตรฐาน พื้นที่ใช้สอย 227 ตร.ม. ที่ดิน 20.9 ตร.วา ราคา 9.9 ล้านบาท
  • จองและทำสัญญา  n/a บาท
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ 30,000 บาท

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง – สำหรับทำเลที่ตั้งของโครงการ The Author รัชดา 32  ตั้งอยู่ภายในซอย รัชดาภิเษก 32 แยก 19-4 ซึ่งเป็นซอยเชื่อมต่อระหว่างถนนรัชดาภิเษก กับ ลาดพร้าว-วังหิน บรรยากาศภายในซอยเป็นทำเลชุมชน ในซอยก็จะสามารถลัดเลาะเข้า-ออกได้หลายทาง และถ้าออกมาที่ถนนเส้นหลักต่างๆโดยรอบ ทางด้านนอก เช่นลาดพร้าว-วังหิน และโชคชัย 4 หรือจะเป็นฝั่ง ถนนรัชดาภิเษก ถือเป็นถนนหลักที่มีความอุดมสมบูรณ์ในตัวสูงมากๆทั้งนั้น และมีพี่วิน แท็กซี่ วิ่งไปมาตลอด การเดินด้วยรถยนต์ส่วนตัวถือว่าสะดวก เนื่องจากมีทางเข้าออกโครงการหลายทาง

นอกจากนั้นยังสามารถไปขึ้นทางยกระดับอุตราภิมุขและทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ได้ไม่ยากอีกด้วย ส่วนการเดินทางระบบสาธารณะมีให้เลือกใช้หลากหลาย โดยที่ซอยรัชดาภิเษก 32 มีรถประจำทางผ่าน มีพี่วินมอเตอร์ไซต์อยู่ที่ปากซอยห่างจากโครงการประมาณ 150 เมตร อีกทั้งยังมีรถแท็กซี่วิ่งไปมาผ่านตลอด หรือจะไปใช้รถไฟฟ้าใต้ดิน  MRT ลาดพร้าว ห่างจากโครงการประมาณ 2.8 กิโลเมตร ซึ่งในอนาคตยังจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีเขียวที่ใกล้จะเปิดให้ใช้บริการกันอยู่ใกล้ตัวโครงการอีกด้วย

ส่วนความอุดมสมบูรณ์พื้นที่โดยรอบโครงการในระยะเดินไปได้ถึงที่ซอยรัชดาภิเษก 32 ก็มีร้านค้า 7-eleven ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ถ้าออกมาหน่อยที่ถนนหลักและซอยโดยรอบถือว่าอุดมสมบูณ์สูง เพราะเป็นย่านชุมชนมีที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน อยู่โดยรอบ ทำให้ย่านนี้มีครบทั้งตลาด ร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และแหล่งจับจ่ายใช้สอยต่างๆได้ง่ายไปหมด 

ความปลอดภัย – เนื่องจากเป็นโครงการแบบไม่ได้จัดสรร จึงไม่มีการเก็บค่าส่วนกลางรายเดือน (มีเก็บเพียงครั้งแรกครั้งเดียว 30,000 บาท) โครงการใช้วิธีดูแลความลปอดภัยโดยใช้ประตูรั้วอัตโนมัติ แบบ Easy Pass และมีรีโมทคอนโทล ในการเปิดเข้า-ออกโครงการ มีระบบ VDO Door Phone ซึ่งสามารถโทรเข้าไปภายในตัวบ้านได้จากหน้าโครงการ และสามารถสั่งเปิดประตูผ่าน Application ได้ มีระบบ CCTV ที่บริเวณหน้าประตูและภายในโครงการ รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตรและรั้วโปร่งต่อเพิ่ม 3 เมตร ภายในบ้านมีสัญญาณกันขโมยระบบ Magnetic & Shock Sensor ทุกหลัง ผนังตัวอาคารเป็นแบบผนังสองชั้นช่วยป้องกันเรื่องเสียง ได้ความแข็งแรง และป้องความร้อนได้ 

การออกแบบโครงการ – ผังโครงการออกแบบให้เป็นโครงการแบบปิด มีประตูทางเข้าโครงการจุดเดียวใช้ร่วมกันทั้งหมด ภายในโครงการมีทั้งหมด 14 ยูนิต แบ่งเป็นฝั่งละ 7 หลังหันหน้าเข้าหากันวางแนวอาคารตามทิศเหนือ-ใต้ ได้เรื่องการถ่ายเทอากาศ ลมพัดผ่านดี มีถนน 6 เมตรอยู่ตรงกลางระบบไฟฟ้าเป็นสายไฟฟ้าแบบฝังลงดินทั้งหมด เรียกว่าเป็นโครงการขนาดเล็กจำนวนยูนิตน้อย ได้เรื่องความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย

การออกแบบพื้นที่ใช้สอย – ภายนอกอาคารมีรูปด้านที่ค่อนข้างมีมิติ ดูทันสมัยสไตล์โมเดิร์น เน้นการใช้วัสดุที่เป็นไม้และกระจก  ที่จอดรถและชานหลังบ้านเป็นแบบลงเสาเข็มให้ ภายในตัวบ้านมีการแบ่งพื้นที่ด้วยการเล่นระดับพื้น และใช้บันไดเป็นตัวแบ่งสัดส่วนพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านในแต่ละชั้น ซึ่งถึงแม้ตำแหน่งบันไดจะอยู่กลางบ้าน แต่ยังคำนึงถึงเรื่องแสงภายนอกให้ทะลุเข้าไปถึงโถงบันไดได้ มีพื้นที่ Double Volume ในชั้น 2 ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งและมุมมองในแนวตั้งภาบในตัวบ้าน พื้นที่ภายในห้องนอนหลักออกแบบใช้กระจกฝั่งหน้าบ้านให้เอียงมุมองศา เป็นการเพิ่มมุมมองใหม่ๆจากภายในอาคารสู่ภายนอก และทำให้รูปด้านหน้าบ้านดูโดดเด่นมีมิติมากขึ้น

วัสดุ – ถือว่าได้มาตรฐานเหมาะสมกับการใช้งานขิงบ้านในระดับราคานี้ โดยจะได้ตั้งแต่กรอบอาคารทางเข้าบ้าน และชานหลังบ้าน ประตูเข้าบ้านติดตั้งระบบ Digital Door Lock ภายในบ้านมีระบบ Home Automation สวิทช์ไฟ Touch Screen ทั้งหลัง และ Voice Command สามารถสั่งเปิดปิดไ้ด้ด้วยเสียง  พื้นชั้น 1 และห้องน้ำ เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ พื้นชั้นอื่นๆเป็นไม้ลามิเนต หนา 12 มม. พร้อมบัวไม้ลามิเนตที่ผนัง อุปกรณ์และสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำทั้งหมดเป็นของ Kohler ระบบไฟเป็นไฟ Downlight ทั้งหลัง

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ – เนื่องจากเป็นโครงการที่ไม่ได้ถูกจัดสรรแบบที่กล่าวไปแล้ว ทำให้ไม่ได้มีพื้นที่ส่วนกลางมาให้ แต่ทางโครงการก็ยังจัดชานระเบียงหลังบ้าน ปูไม้คอนวูดมาให้ใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนนั่งเล่น อ่านหนังสือ หรือใครที่ชอบความร่มรื่นก็สามารถจัดเป็นสวนส่วนตัวภายในบริเวณบ้านได้ครับ

สาธารณูปโภค – เป็นโครงการไม่มีพื้นที่ส่วนกลาง

Judgement

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 9.9 ล้านบาท, 19 October 2018

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.5/10 – อยู่ในซอยทำเลอยู่อาศัยไม่พลุกพล่าน ถ้าออกมาถนนหลักหาของกินของใช้ง่าย เดินทางสะดวกด้วยเส้นทางลัด
  • ความปลอดภัย 7.5/10 – ประตูอัตโนมัติ Easy Pass และ Remote , รั้ว 3+3 เมตร, VDO Door Phone, CCTV, Digital Door Lock เปิดประตูผ่าน APP ได้ มี Magnetic & Shock Sensor ให้ทุกหลัง
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8.5/10 – ออกแบบแตกต่างจากทาวน์โฮมทั่วไป จัดพื้นที่ภายในดี เน้นพื้นที่ใช้สอย มีพื้นที่โถงสูง Double Volume
  • วัสดุ 8.5/10 – เหมาะสมตามมาตรฐานและการใช้งานในแต่ละจุด ได้ Voice Command , Home Automation ผนัง 2 ชั้น
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.5/10 – มีชานระเบียงด้านหลังบ้านปูพื้นไม้เทียมมาให้ สามารถตกแต่งทำสวนได้ สายไฟฟ้าลงดิน
  • สาธารณูปโภค – เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการที่อยู่อาศัยขนาดเล็ก ที่ไม่มีส่วนกลาง ดังนั้นโครงการนี้จึงไม่มีคะแนนสาธารณูปโภค
  • 7.8/ 10.00 

BOTTOM LINE

The Author รัชดา 32 เป็นโครงการที่เหมาะกับคนที่ต้องการหาบ้าน หรือทำงานในพื้นที่ย่านรัชดาภิเษกหรือใกล้เคียง ใช้รถเป็นหลัก ได้ทำเลชุมชนเงียบสงบ เน้นความเป็นส่วนตัวเพื่อนบ้านน้อย ตัวบ้านออกแบบสวยทันสมัย เน้นพื้นที่ใช้สอยภายในแตกต่างจากทาวน์โฮมทั่วไป เน้นอยู่อาศัยไม่เน้นส่วนกลาง มีงบประมาณ 10-12 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อน 70,000-80,000 ต่อเดือน

Share

Leave a Reply