QUARTER 31 ทาวน์โฮมรูปแบบ Cluster 3.5 ชั้น ในซอยสุขุมวิท 31 (สวัสดี) จาก Nye Estate [รีวิวฉบับที่ 1701]

October 15, 2018 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1701 สวัสดีค่ะ วันนี้เรามีโครงการทาวน์โฮมรูปแบบ Cluster ใจกลางเมืองมาฝากกันกับ Quarter 31 ซึ่งตั้งอยู่ในซอยสวัสดี (สุขุมวิท 31) โครงการนี้ความน่าสนใจอยู่ที่การจัดผังที่แตกต่างจากโครงการทั่วไปมากทีเดียว ซึ่งส่งผลต่ออไลฟ์สไตล์ในการอยู่อาศัยของลูกบ้านเลยนะคะ ทั้งการจอดรถใต้ดิน มีพื้นที่ระเบียงเชื่อมเข้าสู่ Facilities ได้ทุกหลัง ในโครงการที่มีจำนวนเพียง 20 ยูนิตเท่านั้น จะเป็นอย่างไรไปอ่านพร้อมๆ กันค่ะ

Fact @ 09 October 2018

  • Quarter 31 (ควอเตอร์ 31)
  • บริษัทผู้พัฒนาโครงการ : Nye Estate
  • SUPER LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : ซอยสุขุทวิท 31 (สวัสดี) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา
  • เนื้อที่โครงการ 2-2-32 ไร่ จำนวน 20 ยูนิต
  • ทาวน์โฮม 3.5 ชั้น
    • Type A หน้ากว้าง 6.1 ม. ขนาดที่ดิน 30-42 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 425 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ
    • Type B หน้ากว้าง 6.6 ม. ขนาดที่ดิน 33-42 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 431 ตร.ม. 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ
  • ราคาเริ่มต้น 44.9 ล้านบาท
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 063-996-9954

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.745194, 100.568883

ทำเลโครงการ Quarter 31 จัดเป็นทำเลทาวน์โฮมใจกลางเมืองเลยนะคะ เพราะอยู่ระหว่างถนนอโศกมนตรี, ทองหล่อ, สุขุมวิท และเพชรบุรี จัดเป็นย่านที่ครบครันทั้งอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า และไลฟ์สไตล์

ที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 (สวัสดี) ซอยดังที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงทีเดียวในซอยค่ะ มีร้านค้าร้านอาหาร คาเฟ่ ชื่อดังมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นสไตล์ญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นย่านที่คนญี่ปุ่นมาอาศัยอยู่เยอะค่ะ และด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้จึงทำให้ทำเลนี้มีราคาที่ดินสูงขึ้นเรื่อยๆ นะคะ ส่งผลให้เกิดโครงการแนวราบค่อนข้างยากเพราะราคาสูงและต้องรวบที่ดินได้ผืนใหญ่หน่อย ส่วนใหญ่ Developer จึงพัฒนาที่ดินไปเป็นคอนโดมิเนียมกันมากกว่านะคะ ทำให้เราจึงนานๆ ทีที่จะได้เห็นโครงการแนวราบเกิดขึ้น โดยหนึ่งใน Rare Item นี้ก็คือ Quarter 31 นี้เองค่ะ ซึ่งตอบโจทย์ดีทีเดียวสำหรับใครที่มีกำลังทรัพย์พอสมควร กำลังมองหาบ้านใหม่ใจกลางเมืองที่หาได้ยากแล้วในปัจจุบัน เน้นว่าต้องสามารถรองรับสมาชิกจำนวน 5-6 คนได้ พร้อมสังคมขนาดเล็ก ยูนิตไม่เยอะ โครงการนี้ก็ตอบโจทย์ได้ดีค่ะ

แม้ว่าทำเลโครงการอยู่กลางใจเมืองที่มีปริมาณรถเยอะ และรถมักจะติดแน่ๆ บนถนนใหญ่อย่างสุขุมวิทนะคะ แต่หัวใจหลักของซอยสวัสดีมีการวนลูปเป็นรูปสี่เหลี่ยม ทำให้ที่มีทางลัดเลาะในซอย จึงใช้เลี่ยงการจราจรจากถนนหลักได้ ซึ่งถนนบางส่วนเป็นทางวันเวย์ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นเลยทำลูกศรมาในแผนที่ให้ด้วยค่ะ

  • ถนนอโศกมนตรี
    • เข้าโครงการ วิ่งเข้าจากซอยสุขุมวิท 21/3 ได้เลยค่ะ เพราะซอยนี้สามารถเชื่อมเข้าซอยสวัสดีได้
    • ออกโครงการ เพื่อเข้าถนนอโศกมนตรีอาจจะต้องอ้อมสักหน่อย เนื่องจากติดโซนที่เป็นถนน One Way นะคะ โดยการวนลูปวงสีชมพูแล้วเลี้ยวออกซอยสุขุมวิท 21/3  ตามเดิมได้ค่ะ เนื่องจากซอยนี้เป็นซอย 2 Way ปกติ
  • ถนนสุขุมวิท
    • เข้าโครงการ ได้หลากหลายซอยนะคะ ทั้งจากซอยสุขุมวิท 31 (ซอยหลัก) สุขุมวิท 39 และ 49 สามารถเชื่อมมายังซอยสวัสดีได้หมดโดยไม่ต้องวิ่งบนถนนหลักเลยค่ะ
    • ออกโครงการ วนลูปทางสีชมพูออกซอยสุขุมวิท 31 หรือ 39 ก็สะดวกค่ะ
  • ถนนสุขุมวิท 55 หรือ ซอยทองหล่อ
    • เข้าโครงการผ่านซอยทองหล่อ 13 จากนั้นเชื่อมเข้าซอยพร้อมศรี 1 และเชื่อมเข้าซอยสวัสดีได้เลยค่ะ
    • ออกโครงการก็ใช้เส้นทางเดียวกันนะคะ
  • ถนนเพชรบุรี
    • เข้าโครงการอาจจะต้องอ้อมวนในทางสีชมพูตามรูปนะคะ เนื่องจากติดถนน 1 Way ไม่สามารถย้อนศรเข้าโครงการได้
    • ออกโครงการ ไปถนนเพชรบุรีเป็นถนนที่ใกล้กับโครงการมากที่สุด การออกจากโครงการเข้าถนนเส้นนี้จึงค่อนข้างสะดวกทีเดียว

ด้วยทำเลที่ตั้งของโครงการที่อยู่ในย่านพร้อมพงษ์ทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ที่อยู่รายรอบเยอะมาก แต่จากโครงการจะต้องพึ่งพารถยนต์กันสักหน่อย เพราะเรื่องแหล่งความเจริญอาหารการกินในระยะใกล้ๆ ก็จะอยู่ช่วงต้นซอยไปถึงกลางซอยสุขุมวิท 31 และจะคึกคักอีกทีคือบริเวณช่วงใกล้ถนนเพชรบุรีค่ะ

ร้านอาหารดังในซอยก็พอจะมีอย่าง Le Vendome, Exhibit Cafe’ ขับรถออกมาอีกหน่อยก็มีร้านอาหารดีๆ ให้เลือกเพียบ ทั้งแบบที่เป็นร้าน Stand Alone และแบบที่เป็นกลุ่มร้านอาหารหลายๆ ร้าน ได้แก่ 39 Boulevard, Seed, Taka Town นอกจากนี้ยังมี Fuji Supermarket อยู่ในซอยอีกด้วย และล่าสุดที่ไปลองมาคือร้าน Pepina ร้านอาหารอิตาเลี่ยนที่ดังพิซซ่า อร่อยดีนะคะ

ถ้าจะหาแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ๆอย่างศูนย์การค้า ก็แค่ออกมาถนนใหญ่ ก็จะมีตั้งแต่ Terminal 21 ที่แยกอโศก ไล่มาที่พร้อมพงษ์จะมี The District Em ซึ่งประกอบด้วยห้าง ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์ และ ดิ เอ็มสเฟียร์ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ 3 โครงการศูนย์การค้าระดับเวิร์ลคลาสใจกลางสุขุมวิทจากเดอะมอลล์ กรุ๊ป นอกจากนี้ยังมีวิลล่า มาร์เก็ต และสวนเบญจสิริ ที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการ  บริเวณย่านพร้อมพงษ์นี้จะอุดมไปด้วยชาวต่างชาติมากมาย โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่มักเลือกย่านนี้เป็นที่พักอาศัย จนกลายเป็นจุดเด่นอีกอย่างของย่านนี้ที่มีร้านอาหารญี่ปุ่นและร้านขายของญี่ปุ่นน่ารักๆ ให้เลือกเพียบ

และทำเลนี้ก็ตอบโจทย์เคนที่มีไลฟ์สไตล์ที่ชอบไปแหล่ง Hang Out อย่างทองหล่อ เอกมัย ในยามค่ำคืน ก็ถือว่าจากตัวโครงการสามารถใช้เส้นทางภายในซอยลัดเลาะไปได้สะดวก โดยไม่ต้องไปออกถนนใหญ่สุขุมวิทหรือเพชรบุรีเลยค่ะ

เส้นทางในการเดินทางวันนี้เราเริ่มต้นกันที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์นะคะ โดยขับมุ่งหน้าตรงไปทางอโศก ผ่านห้างตระกูล EM และสวนเบญจสิริ ตรงไปอีกหน่อยถึงแยกสวัสดี แล้วเลี้ยวขวาเข้าซอยสุขุมวิท 31 (สวัสดี) ตรงไปตามทางจนเจอทางแยกตรง Homework Cafe จากนั้นเลี้ยวซ้ายแล้ววิ่งไปตามทาง ตรงไปเรื่อยๆ ตามทางที่มุ่งหน้าออกไปยังถนนเพชรบุรีนะคะ สังเกตว่าเมื่อถึงแยกบริเวณ IPC International Kindergarten แล้วให้ขับตรงไปอีก โดยโครงการจะเลยจาก Australian International School Bangkok ไปหน่อย ฝั่งตรงข้ามกับ The Natural Place ค่ะ

เริ่มต้นกันที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์นะคะ ซึ่งสถานีนี้ถือเป็นสถานีที่ใกล้กับโครงการมากที่สุดค่ะ

สถานีนี้อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าเป็นแหล่งห้างหรูดังตระกูล EM อย่างปัจจุบันที่มีเปิดแล้วคือ Emporium และ EmQuartier แต่ในอนาคตจะมีเพิ่มขึ้นมาคือ Emsphere ด้วยนะคะ

ติดกับห้าง Emporium ก็จะเป็นสวนขนาดใหญ่ติดถนนสุขุมวิทอย่างสวนเบญจสิริค่ะ

เราขับตรงมาผ่านสวนเบญจสิริมาแล้วให้พยายามเบี่ยงมาเลนขวาสุดนะคะ เพื่อเตรียมเลี้ยวขวาเข้าซอยสุขุมวิท 31 บริเวณแยกสวัสดีค่ะ

ภายในซอยสวัสดี ถือเป็นซอยที่มีความคึกคักสูง ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ และโรงแรม รวมไปถึงคอนโดมิเนียมก็ต่างมาจับจองพื้นที่ในซอยนี้เช่นกัน เนื่องจากเป็นย่านใจกลางเมืองที่ชาวญี่ปุ่นอยู่อาศัยกันเยอะ และยังมีชุมชนเดิมที่มักเป็นบ้านคนมีฐานะกันนะคะ ถือว่าแถวนี้เกาะกลุ่มคนมีกำลังซื้อพอสมควรค่ะ บรรยากาศร้านค้าร้านอาหารจึงอยู่ในระดับกลางไปถึงหรูหราเป็นหลัก

ขับตรงมาจนถึงสี่แยกตัดบริเวณคาเฟ่ Homework หรือใครหลายคนมักรู้จักแยกนี้เพราะมีบ้านนักการเมืองดังอย่างคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเมื่อเจอแยกนี้แล้วให้เลี้ยวซ้ายค่ะ

เลี้ยวซ้ายมาแล้วให้ขับตรงไปเรื่อยๆ นะคะ

เจอทางแยกแล้วก็ยังตรงไปอยู่นะคะ โดยแยกที่เราเห็นนี้หากเลี้ยวซ้ายจะไปเชื่อมเข้ามหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒค่ะ ถือเป็นมหาวิทยาลัยที่ใกล้กับโครงการมากที่สุดนะคะ

ขับตรงมาแล้วเลี้ยวขวาตามเส้นทางที่จะมุ่งหน้าออกไปยังถนนเพชรบุรีนะคะ

เมื่อเห็นโรงเรียน IPC International Kindergarten แล้วให้เราขับตรงไปต่อค่ะ

จากโรงเรียนขับตรงมาอีก 200 ม. ก็จะถึงโครงการฝั่งซ้ายมือแล้วค่ะ

บรรยากาศโดยรอบโครงการต้องบอกเลยว่ามีความสงบ ไม่คึกคัก ด้วยความที่เป็นซอยตันด้วย และโดยรอบเป็นชุมชนบ้านพักอาศัยเดิม มีอพาร์ทเม้นท์ และโรงเรียน จึงเหมาะเป็นทำเลอยู่อาศัยดีทีเดียวนะคะ ซึ่งหากใครวางแผนมีเด็กๆ หรือมีเด็กๆ อยู่แล้วสามารถให้เด็กๆ เรียนหนังสือแถวบ้านได้เลยนะคะ นอกจากโรงเรียนที่เห็นในภาพด้านบนแล้ว ก็ยังมีโรงเรียนดังอีกเยอะมากในละแวกนี้ ที่ขับรถไม่เกิน 30 นาทีก็ถึงค่ะ ช่วยประหยัดเวลาการเดินทางได้ดีค่ะ

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

Hospital

  • Samitivej Sukhumvit
  • Bangkok
  • Bumrungrad
  • Sukhumvit

Mall

  • The Emquartier
  • The Emporium
  • Terminal 21
  • Central Embassy
  • Central Rama 9

Lifestyle

  • The Racquet club
  • Piman 49
  • The Commons
  • J avenue
  • Seenspace
  • 72 courtyard
  • Eight Thonglor
  • K village

School

  • Australian International school
  • IPC International Kindergarten
  • Anglo Singapore international school
  • ABC Pathsway International school
  • Modern International school
  • The First Steps International Pre-School
  • Srinakarinwirot Prasanmit School
  • The American school of Bangkok
  • Wells International School
  • Bangkok International preparatory & Secondary school

 


เจาะลึกตัวโครงการ + Product Walkthrough

เข้าสู่พาร์ทเจาะลึกโครงการแล้วนะคะ ปกติในโครงการทั่วไปเราจะพาไปดูส่วนกลางกันก่อนและค่อยมาดูโปรดักส์โครงการกันต่อ แต่สำหรับรีวิวนี้ขอมาแปลกกว่ารีวิวทั่วไปนะคะ เพราะการจัดผังโครงการนี้ถือว่าเป็นการจัดผังโครงการแนวราบที่แปลกใหม่ในไทยทีเดียวค่ะ เนื่องจากการเชื่อมพื้นที่ระหว่างบ้านและพื้นที่ส่วนกลาง (Facilities) มีการเชื่อมต่อกันเลย ไม่เหมือนโครงการทั่วไปที่มีขอบรั้วบ้านแยกชัดเจนกับพื้นที่ส่วนกลางนะคะ ทำให้รีวิวนี้เราจะพาไปชมพื้นที่ส่วนกลางไปพร้อมๆ กับภายในตัวบ้านเลยค่ะ

เริ่มดูกันในส่วนของ Master Plan กันก่อนนะคะ ด้วยที่ดินโครงการประมาณ 2 ไร่กว่า ทางโครงการจัดสรรให้มีจำนวนยูนิตเพียง 20 ยูนิต แบ่งเป็น Type A 10 ยูนิต และ Type B อีก 10 ยูนิตเท่าๆ กัน การเข้า-ออกโครงการทางรถยนต์นั้น จะเข้าจากซอยสุขุมวิท 31 จากนั้นวิ่งลงชั้นใต้ดินทั้งหมด ซึ่งในชั้นใต้ดินนี้จะมีถนนด้านล่างเชื่อมเพื่อเข้าถึงทุกยูนิตค่ะ และอยู่มีทางเดินรถเฉพาะชั้นใต้ดินเท่านั้น เพื่อให้ชั้น Ground (บนพื้นดิน) นี้ลูกบ้านสามารถใช้พื้นที่ดินได้บรรยากาศที่ดีมากที่สุด จึงปรับให้เป็นพื้นที่ส่วนกลางจัด Facilities แทน ประกอบด้วยสระว่ายน้ำ และสวน

โครงการนี้ด้วยความที่จำนวนยูนิตไม่มาก สังคมจึงค่อนข้างเป็นส่วนตัวสูง แต่ต้องบอกว่าไม่ได้เป็นความส่วนตัวแบบแยกเดี่ยวแต่ละยูนิตไปเลยนะคะ เหมือนโครงการบ้านระดับ Luxury ทั่วไป แต่ที่นี่ออกแบบให้เป็นส่วนตัวจากภายนอก แต่ภายในออกแบบให้เป็นสังคมที่ใกล้ชิดกันนะคะ สังเกตจากบ้านทุกหลังที่มีระเบียงหน้าบ้านเชื่อมกับพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด ไม่มีรั้วกั้น จึงให้บรรยากาศเหมือนเป็นบ้านที่อยู่ในบริเวณเดียวกันทั้งหมดนะคะ ซึ่งการออกแบบแบบนี้จะให้บรรยากาศคล้ายกับการพักอาศัยในสไตล์รีสอร์ทพอสมควรค่ะ

เริ่มต้นกันที่บริเวณหน้าโครงการนะคะ ด้วยความที่ทางเข้าโครงการจะเข้าแล้วลงที่จอดรถชั้นใต้ดินเลย ทำให้หลายคนเป็นกังวลเรื่องน้ำท่วมต่างๆ ทางโครงการมีการออกแบบเพื่อป้องกันในส่วนนี้ 2 ขั้นตอนด้วยกัน เบื้องต้นคือการทำเนินยกสูงกว่าถนนสาธารณะพอสมควรก่อนจะลงชั้นใต้ดิน ทำให้สามารถป้องกันน้ำได้พอสมควร และอีกขั้นตอนนึงคือจะมีบังเกอร์กันน้ำที่ทางโครงการจะมีไว้ให้เมื่อเกิดน้ำท่วมค่ะ

รั้วโครงการฝั่งที่ติดกับถนนในซอยสุขุมวิท 31 นี้จะเป็นรั้วสูง 3 ม. ที่ตรงกลางปลูกไม้พุ่มเพื่อบังสายตาให้กับด้านหลังบ้านของฝั่งอาคาร Type A

กลับมาที่ทางเข้า-ออกโครงการอีกรอบนะคะ รั้วประตูโครงการให้เป็นบานเลื่อนอัตโนมัติ 3 ตอน โดยใช้ระบบเปิด-ปิดแบบ Easy Pass ลักษณะการใช้งานเหมือนกับ Easy Pass ทางด่วน คือแค่รถมาอยู่ในรัศมีเซ็นเซอร์ ประตูจะเปิดโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องหาบัตรมาทาบ การใช้งานก็จะสะดวกกว่าค่ะ ส่วนด้านข้างมีประตูแยกสำหรับคนเดิน การเข้า-ออกต้องใช้ Keycard เช่นกันค่ะ

ถนนโครงการมีความกว้าง 6 ม. สวนทางกันนะคะ จะเป็นถนนลาดลงไปยังชั้นใต้ดิน โดยความสูงของชั้นใต้ดินมีความสูงอยู่ที่ 2.1 ม. นะคะ ยกตัวอย่างความสูงรถขนาดใหญ่เช่น รถ Hyundai H1 สามารถลงไปจอดได้ค่ะ แต่กระบะแบบทรงสูงไม่สามารถลงได้นะคะ ดังนั้นการขนของขนาดใหญ่จะต้องให้รถจอดบริเวณทางลาดเท่านั้นค่ะ

เข้ามาด้านล่างเป็นถนนที่เชื่อมทุกยูนิตบ้านนะคะ ความกว้างก็ตามเดิม 6 ม. มีไฟส่องสว่างให้ตลอดทาง ส่วนด้านข้างขวาของรูปคือทางเข้าส่วนที่จอดรถของบ้านแต่ละยูนิตค่ะ

เราเข้ามาดูภายในบ้านกันต่อนะคะ เริ่มจากแปลนชั้นใต้ดิน แบ่งออกเป็น 3 โซนหลักๆ ด้วยกัน เริ่มจากส่วนที่จอดรถ 4 คัน ด้านหน้า เข้ามาภายในบ้านชั้นนี้เปิดเข้ามาเป็นส่วน Foyer ก่อน หรือโถงต้อนรับ ซึ่งเชื่อมกับลิฟต์ฝั่งขวาและบันไดหลักของบ้านฝั่งซ้ายนะคะ หากเป็นเจ้าของบ้านพื้นที่การใช้งานหลักก็จะอยู่ตรง Foyer และขึ้นลิฟต์หรือบันไดได้เลย เพราะถัดไปคือโซน Service ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับแม่บ้านใช้เป็นหลักนะคะ จัดเป็นห้องเก็บของ ห้องนอนห้องน้ำแม่บ้าน พื้นที่ซักรีด ห้องครัว และหลังบ้านทำเป็นพื้นที่ซักล้างพร้อมสวนค่ะ

บริเวณที่จอดรถของบ้านนั้นจะไม่มีรั้วกั้นระหว่างถนนโครงการและที่จอดรถนะคะ ซึ่งการออกแบบแบบนี้จะตอบโจทย์คนที่ไม่ซีเรียสเรื่องของการกั้นพื้นที่เป็นสัดส่วน หรือมีรั้วรอบขอบชิดที่ชัดเจน แต่ได้ความสะดวกในการใช้งานแทน คือขับเข้าไปจอดได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาเปิด-ปิดประตู หรือหากต้องการรั้วบ้านที่ชัดเจนสามารถติดตั้งเพิ่มเติมได้นะคะ แนะนำว่าเป็นรั้วแบบรางเลื่อนหมุนเข้าผนังด้านข้าง

สำหรับขนาดของที่จอดรถสามารถรองรับการจอดรถได้ถึง 4 คัน เป็นแบบ 2 + 2 นะคะ วัสดุกรุผิวถนนใช้เป็นแผ่นพื้นทรายล้างแบบเซาะร่องตามขนาดของแผ่น พร้อมกับทำเป็นทางลาดเอียง เพื่อให้สามารถระบายน้ำได้ลงไปยังทางระบายน้ำริมถนนด้านหน้าบ้านได้ และความพิเศษอีกอย่างของที่จอดรถนี้คือติดตั้งไฟส่องสว่างแบบ Automatic Light ให้ ซึ่งจะจับเซ็นเซอร์หากมีวัตถุผ่านไฟจะเปิดเองโดยอัตโนมัติ ทำให้เวลาขับรถเข้าบ้านไม่ต้องเปิดไฟเองค่ะ

ด้านข้าง Built-in ตู้จดหมายให้ ลักษณะเป็นตู้ Built-in เข้าภายในผนัง หน้าบานสีดำเคลือบขอบด้านข้างเป็นโลหะสีทอง มีซ่อนไฟแบบ Down Light ให้เป็นมาตรฐาน

ด้านในสุดเป็นทางเข้าส่วนภายในบ้านนะคะ ส่วนฝั่งซ้ายยกพื้นเล็กน้อยให้สามารถวางของใช้ อุปกรณ์ขนาดใหญ่ หรืออะไรที่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าได้ค่ะ เพราะมีการติดตั้งปลั๊กไฟแบบกันน้ำให้ ส่วนฝั่งขวานั้นที่เห็นเป็นบานเปิด 2 บานจะเป็นส่วนในงานระบบนะคะ ไม่ใช่ห้องเก็บของ

บริเวณประตูทางเข้าบ้านมีทางลาดเอียงขึ้นแทนที่จะเป็นขั้นบันได ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการออกแบบ Universal Design เวลาเข็น Whell Chair ได้ง่าย ส่วนวัสดุประตูเป็น HDF ปิดผิวด้วยลามิเนตลายไม้

สำหรับประตูทางเข้าจากที่จอดรถนี้จะให้ Digital Door Lock จาก Hafele ซึ่งสามารถเข้าได้หลายวิธีด้วยกันนะคะ ทั้งจาก Keycard, Password และกุญแจปกติค่ะ

เข้ามาภายในบ้านเจอกับพื้นที่ Foyer หรือโถงต้อนรับเชื่อมกับฟังก์ชันทั้งหมด 2 โซนหลักๆ โซนแรกคือเชื่อมกับลิฟต์โดยสารและบันไดหลักของบ้าน ส่วนตรงไปเป็นโซน Service นะคะ โดยมีการแยกพื้นที่เป็นสัดส่วนมากขึ้นด้วยการยกพื้นขึ้นอีก Step และทำประตูแบ่งซ้าย-ขวาแทนที่จะเป็นประตูตรงกลาง เพื่อหลบสายตาหากแขกมาเยี่ยมและเข้าจากส่วนที่จอดรถค่ะ

สำหรับลิฟต์โดยสารนี้ทางโครงการให้มาเป็นมาตรฐานในทุกหลังนะคะ ซึ่งลิฟต์ก็เป็นส่วนนึงในการออกแบบ Universal Design นะคะ เพราะผู้สูงอายุที่นั่ง Wheel Chair ไม่จำเป็นต้องอยู่ได้เพียงชั้นล่างสุดอีกต่อไป สามารถขึ้น-ลงได้ในทุกชั้นผ่านลิฟต์โดยสารค่ะ

สำหรับลิฟต์โดยสารนี้ทางโครงการเลือกแบบที่สามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 6 คน แต่ต้องบอกว่าขนาดของลิฟต์ไม่ได้กว้างขวางมากนะคะ หากมี Wheel Chair เข้าไปในลิฟต์ก็จะเต็มแล้วนะคะ มากสุดคือ 1 Wheel Chair และ 1 คนเข็นค่ะ

เข้ามาภายในโซน Service นั้นฝั่งซ้ายมือเราจะเจอกับพื้นที่ของห้องน้ำและห้องนอนแม่บ้านนะคะ เดี๋ยวเราไปดูรายละเอียดกันทีละห้องค่ะ

สำหรับห้องน้ำแม่บ้านนี้ออกแบบมาขนาดใหญ่กว่าห้องน้ำแม่บ้านทั่วไปนะคะ แต่การจัดวางสุขภัณฑ์ภายในก็จะเหมือนห้องน้ำแม่บ้านทั่วไปอยู่คือไม่ได้แยกส่วนเปียก ส่วนแห้งมาให้เป็นสัดส่วน แต่ที่เรามองว่าดีกว่านอกเหนือจากขนาดแล้วคือเกรดสุขภัณฑ์และวัสดุในห้องน้ำด้วย เช่น กระจกเงาขนาดใหญ่ติดผนัง ที่ห้องน้ำแม่บ้านโครงการระดับเดียวกันอื่นๆ ไม่ได้ให้มา ซึ่งก็ถือว่าทางโครงการเอง คำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีของแม่บ้านด้วยเช่นกัน

สุขภัณฑ์อย่างอ่างล้างมือ และโถสุขภัณฑ์จาก TOTO ทั้งหมด

ถัดมาก่อนเข้าสู่ห้องนอนแม่บ้านฝั่งซ้ายมือ พื้นที่ตรงกลางนี้ออกแบบให้เป็นส่วน Laundry หรือซักรีด มีการเดินท่อน้ำทิ้งไว้ให้ สำหรับรองรับการวางเครื่องซักผ้า โดยสามารถวางได้ทั้งหมด 2 จุดด้วยกันค่ะ ส่วนบรรยากาศบริเวณนี้ไม่อึดอัด หรือทึบไปเพราะได้ประตูบานกระจกฝ้า ช่วยให้แสงเข้ามาภายในได้ดีระดับนึง แน่ๆ คือดีกว่าบานประตูทึบที่มักจะให้ในโครงการทั่วไป

ภายในห้องแม่บ้านสามารถวางเตียงขนาด Single Bed ได้พอดีๆ นะคะ ภายในห้องแม่บ้านดูไม่ทึบแม้จะอยู่ชั้นใต้ดินแต่ก็ได้ชุดหน้าต่างด้านบนให้ระบายอากาศได้ และมีแสงสว่างเข้าถึง ทั้งนี้ยังเพิ่มเติมในส่วนพัดลมดูดอากาศเพิ่มให้ เพื่อให้สามารถระบายอากาศได้ดีมากขึ้น ไม่อึดอัดค่ะ

ถัดมาที่ฝั่งขวาของพื้นที่ซักรีดนี้ จัดให้เป็นห้องครัวไทยด้านล่าง ซึ่งเป็นครัวที่ออกแบบให้เป็นแม่บ้านเป็นคนใช้งานนะคะ แต่จะมีอีกครัวฝรั่งที่อยู่ชั้นบน ในส่วนนั้นเป็นครัวที่ตั้งใจออกแบบไว้โชว์ด้วย และให้ลูกบ้านใช้งานเป็นหลักค่ะ

สำหรับชุดเคาน์เตอร์ครัวได้ตามมาตรฐานบ้านตัวอย่างเลยค่ะ เป็นเคาน์เตอร์ครัวพร้อมชั้น Built-in บานเปิดปิดผิวด้วยลามิเนต ส่วนท็อปครัวใช้หินแกรนิตมาตรฐาน ผนังด้านล่างเคาน์เตอร์กรุด้วยกระเบื้องเรียบร้อย ทำให้ทำความสะอาดได้ง่าย เหมาะกับการใช้งานในครัว

Sink ล้างมือเป็นหลุมเดี่ยวจาก Hafele ด้านหลังติดกับหน้าต่างบานเลื่อนเป็นตำแหน่งที่ดีนะคะ เพราะสามารถระบายความชื้นได้ง่าย

ส่วนเตาที่ได้จะเป็นเตาแก๊ส 2 หัว พร้อม Hood ด้านบน ทั้งหมดจาก Hafele เช่นกัน เรามองว่าตำแหน่งนี้อยู่ใกล้กับตู้เย็นมากไปนะคะ

ออกมาส่วนลานซักล้างด้านหลังบ้านสิ่งที่ชอบคือกำแพงสูงถึง 6 ม. เลยทีเดียวค่ะ ซึ่งเป็นความสูงที่สูงไปถึงชั้น 1 บางส่วนเลยนะคะ เพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ดี ส่วนลานซักล้างถือว่าให้มาขนาดใหญ่นะคะ ปูพื้นด้วยกระเบื้องมาตรฐาน โครงสร้างเป็นแบบลงเสาเข็มทั้งหมด มีความคงทนกว่าแบบที่ไม่ได้ลงเสาเข็มค่ะ

สำหรับปั๊มน้ำนี้ทางโครงการจะมีให้ทั้งหมด 2 ปั๊มด้วยกันแยกตำแหน่งเป็น 2 จุด คือชั้นล่างและชั้นบนสุด ลักษณะการใช้งานคือปั๊มด้านล่างปั๊มน้ำขึ้นไปเพื่อไปเก็บน้ำที่ถังชั้นบนสุด จากนั้นปั๊มด้านบนก็ปล่อยน้ำลงในชั้นต่างๆ ให้ได้ใช้งานได้คล่อง ทำให้น้ำไหลเต็มที่ได้เร็วและต่อเนื่องมากกว่า รวมไปถึงลดการใช้งานหนักของปั๊มได้ด้วยนะคะ ซึ่งในส่วนปั๊มน้ำ และถังเก็บน้ำทั้งหมดทางโครงการมีให้เป็นมาตรฐาน

ติดกับลานซักล้างออกแบบให้เป็น Pocket Garden ที่ปลูกต้นไม้สูงไว้ให้ความร่มรื่นได้ระดับนึง หลักๆ คือเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ภายในตัวบ้านนะคะ ส่วนด้านล่างเป็นต้นไม้พุ่มคลุมดินค่ะ โดยสวนนี้ทางโครงการก็จะปลูกให้เป็นมาตรฐานเช่นเดียวกัน

เงยหน้าขึ้นด้านบนจะเห็นบันไดหนีไฟด้านหลังบ้าน อันนี้ถือว่าให้มาเป็นมาตรฐานตามกฎหมายนะคะ ทางออกหนีไฟทุกชั้นส่วนใหญ่ออกจากทางห้องน้ำบริเวณพื้นที่อาบน้ำค่ะ ส่วนที่ได้มาเพิ่มเติมมากกว่ามาตรฐานคือการติดตั้ง Facade เหล็กขนาดใหญ่บังสายตาบริเวณบันไดหนีไฟให้ ทำให้รูปด้านของบ้านดูสวยงามมากขึ้น

ขึ้นมาที่ชั้น 1 กันต่อนะคะ ชั้นนี้ความน่าสนใจคือได้ Common Area ขนาดใหญ่ประกอบด้วยพื้นที่นั่งเล่นและครัวฝรั่ง รวมไปถึงฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume พร้อมระเบียงที่เชื่อมต่อกับสวนส่วนกลางนะคะ ส่วนโซนด้านหลังบ้านออกแบบให้เป็นห้องนอนชั้นล่างนะคะ ซึ่งทุกห้องนอนของบ้านนี้จะมีห้องน้ำในตัวทุกห้อง สะดวกในการใช้งานและเป็นส่วนตัวค่ะ ทั้งนี้หากจำนวนสมาชิกในบ้านไม่ได้มีเยอะ สามารถปรับห้องนอนชั้นล่างเป็นห้องอเนกประสงค์ต่างๆ เช่น ห้องทำงาน ห้องสะสมงานอดิเรก เป็นต้น ตามไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านได้เลยค่ะ

ลักษณะบันไดที่นี่เป็นบันไดรูปตัว U มีความกว้างของบันไดมากพอสมควรให้เดินได้สบายนะคะ ด้านข้างติดตั้งดวงโคม Walk Way ให้ด้วยเพิ่มความสวยงามและส่องสว่างบริเวณทางเดินได้ดีในช่วงกลางคืน ส่วนวัสดุลูกตั้งลูกนอนใช้ไม้จริงค่ะ

เมื่อขึ้นมาชั้น 1 นี้เราจะเจอกับส่วน Foyer ที่เชื่อมระหว่างส่วนหน้าบ้านและหลังบ้านนะคะ ซึ่งบริเวณหน้าบ้านนี้จะเป็นพื้นที่ Common Area เป็นพื้นที่ที่เน้นออกแบบมาเพื่อเป็นฟังก์ชันกึ่งพักผ่อนและรับแขกได้ในเวลาเดียวกัน ดังนั้นหากลูกบ้านต้องรับแขกบ่อยๆ ก็จะแนะนำให้บริเวณ Foyer ก่อนเข้าสู่ Common Area ทำประตูกั้นเป็นสัดส่วนก็จะเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับพื้นที่อื่นๆ ภายในบ้านได้ดีขึ้นนะคะ

เข้ามาสู่ส่วน Common Area กันต่อนะคะ พื้นที่นี้ก่อนจะเป็นบรรยากาศฝ้าเพดานแบบ Double Volume จะเป็นฝ้าเพดานทั่วไปก่อนนะคะ เนื่องจากเป็นส่วนยื่นของพื้นชั้นลอยนั่นเองค่ะ ในส่วนของพื้นนั้นเป็นพื้น Imported Porcelain Tile (Cotto Italia)

บรรยากาศส่วนนี้นอกจากที่โปร่งโล่งเพราะฝ้าเพดานสูงแล้ว ยังเป็นเพราะได้ชุดประตูกระจกขนาดใหญ่ พร้อมกระจกบาน Fix ทั้งด้านบนและด้านข้าง จึงเปิดรับแสงสว่างและวิวธรรมชาติภายนอกได้อย่างเต็มที่ค่ะ และในขณะเดียวกันก็ต้องบอกว่าลูกบ้านในโครงการอื่นๆ ที่ใช้งานพื้นที่ส่วนกลางอยู่ก็สามารถมองเห็นถึงบรรยากาศภายในบ้านเราได้ระดับนึงเช่นเดียวกันนะคะ ดังนั้นในส่วนนี้การจัดวางฟังก์ชันสำหรับการทำกิจกรรมภายในบ้านก็อาจจะต้องคำนึงถึงเรื่องความเป็นส่วนตัว ว่าระดับไหนที่ลูกบ้านรู้สึกโอเค ไม่เสียความเป็นส่วนตัวค่ะ

พื้นที่ในส่วนนี้จะเป็นพื้นที่โล่งนะคะ สามารถจัดพื้นที่ได้หลากหลายฟังก์ชันนะคะ ทั้งพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่รับประทานอาหาร และครัวฝรั่ง สำหรับด้านบนที่เป็นชั้นลอยนี้จะติดตั้งเป็นราวกันตกกระจกเป็นมาตรฐานนะคะ

สำหรับพื้นที่นั่งเล่นที่ทางโครงการได้จัดไว้ให้ดูนั้นสามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่กว่า 3 ที่นั่งได้สบาย พร้อมระยะทีวีประมาณ 1.8 – 2 ม. สามารถติดตั้งขนาดทีวีประมาณ 40″-50″ ได้

อีกฝั่งใกล้กับส่วนครัว สามารถจัดพื้นที่รับประทานอาหารได้ ซึ่งด้วยขนาดพื้นที่แล้วหากต้องการจัดโต๊ะขนาดที่นั่งสำหรับ 5-6 ที่นั่ง จะเหมาะกับกับการวางโต๊ะกลมเหมือนบ้านตัวอย่างมากกว่าการจัดแบบ Long Table ซึ่งจะไปขวางทางเดินได้ค่ะ

ถัดมาในส่วนของชุดครัวฝรั่งนี้ทางโครงการให้ชุดครัวจาก Poggenpohl แบรนด์นำเข้าจากเยอรมัน ซึ่งสิ่งที่ได้ประกอบด้วยชุด Built-in ทั้งหมดทั้งส่วนเคาน์เตอร์ และชั้นเก็บของ พร้อมทั้ง Island ด้วยนะคะ ในส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้าให้มาครบจากแบรนด์ Siemens โดยมีทั้ง Hob & Hood แบบ Induction, Oven และ Dish washer (เครื่องล้างจาน)

เริ่มต้นดูกันที่ส่วน Island ก่อนนะคะ สำหรับ Island นี้ออกแบบเป็นพื้นที่สำหรับเตรียมอาหารและการล้างต่างๆ ด้านบนมี Sink และพื้นที่ด้านข้าง Sink พอสมควรสำหรับเตรียมอาหารได้ดี ท็อปของ Island ใช้วัสดุคือหินควอทช์ ซึ่งจัดเป็นวัสดุเกรดดี มีความแข็งมากกว่ามีดหรือโลหะ ทำให้สามารถใช้มีดบนท็อปครัวได้โดยไม่ท็อปไม่เป็นรอยขีดข่วน

Sink แบบหลุมเดี่ยว ด้านข้างเซาะร่องและทำเป็นทางลาดเอียงเพื่อให้น้ำสามารถไหลลง Sink ได้ดีค่ะ ส่วนก็อกน้ำที่มีสายฉีดเพิ่มมาด้วย เหมาะกับการใช้งานครัวมากขึ้น

บริเวณมุมขวาบนของ Island เราจะเห็นปุ่มที่บอกให้กดลงแบบนี้ (ในรูปซ้าย) เมื่อกดไปแล้วสิ่งที่ขึ้นมาตามแรงกดนั้นคือปลั๊กไฟค่ะ โดยนอกจากจะมีปลั๊กแล้วยังมีช่องไว้เสียบ USB ได้ด้วย มีไว้เผื่อสำหรับเสียบไฟเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก หรือจะชาร์จ iPad เปิดดูคลิปทำอาหารระหว่างทำอาหารไปด้วย เป็นต้น

ด้านล่างให้เครื่องล้างจาน (Dish Washer) แบบ Built-in จาก Siemens

และติดกันเป็นชั้นเก็บของด้านล่าง เมื่อเปิดออกมาจะเห็นว่ามีถังขยะอยู่ภายในเลยนะคะ ไม่จำเป็นต้องวางถังขยะเพิ่มเติมให้เปลืองหรือขวางทางเดิน และยังดูเรียบร้อยอีกด้วยค่ะ

หันกลับมาด้านหลัง Island เป็นชั้นเก็บของทั้งหมดนะคะ โดยประกอบด้วยชั้นเก็บของแบบบานเปิดและลักษณะบานเลื่อนออกมาเพื่อให้หยิบจับของได้ง่ายขึ้น พร้อมกับตรงกลางที่ Built-in Oven จาก Siemens ให้

ถัดมาเป็นส่วนเคาน์เตอร์ครัวกันนะคะ ลักษณะจะเป็นเคาน์เตอร์ตัว L จัดพื้นที่หลักในการใช้งานคือ Hob and Hood ไว้สำหรับทำกับข้าว ส่วนอีกฝั่งด้านข้างเป็นพื้นที่วางตู้เย็น ซึ่งตู้เย็นนี้ทางโครงการไม่ได้มีให้เป็นมาตรฐานนะคะ แต่จะเว้นช่องว่างไว้สำหรับวางตู้เย็นขนาดใหญ่ Side by Side ได้

เริ่มเจาะลึกจากชั้น Built-in ด้านบนกันก่อนนะคะ บานเปิดทั้งหมดใช้แบบ Soft Close ด้านในมีช่องเก็บของพอสมควรให้เก็บได้เยอะดีค่ะ

ถัดมาในส่วน Top ครัวกันต่อนะคะ บริเวณ Top และผนังด้านหลังกรุด้วยหินควอทช์เชื่อมกันให้ความรู้สึกเป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งการที่กรุผนังด้านหลังให้นั้นช่วยให้การทำความสะอาดครัวง่ายขึ้น และไม่เป็นคราบสกปรก และส่วนผนังนี้ก็มีการทำรางสำหรับแขวนที่แขวนอุปกรณ์ต่างๆ ได้

ส่วน Hob and Hood ได้แบบ 4 หัวเตาแบบ Induction และ Hood ที่ใช้ระบบ Exhausted หรือการเดินท่อออกด้านนอก ซึ่งมีประสิทธิภาพในการดูดควันอาหารได้ดีกว่าแบบหมุนเวียนทั่วไป

สิ่งที่ชอบชั้นวางของด้านล่างที่ออกแบบมาได้เนี้ยบทีเดียวค่ะ จะเห็นว่าด้านหน้าเป็นเพียงบานเปิดเดียว แต่พอเลื่อนออกมาเราจะเห็นลิ้นชักซ่อนอยู่ทั้งหมด 3 ลิ้นชักนะคะ ซึ่งด้านบนมีชั้นวางด้านในเพิ่มเติมให้อีกเพื่อวางอุปกรณ์ครัวต่างๆ

ถัดมาที่ห้องนอนฝั่งด้านหลังบ้านกันนะคะ ซึ่งกั้นด้วยประตูบานใหญ่วัสดุเป็น HDF ปิดผิวลามิเนต

ภายในห้องปรับให้พื้นเป็น Engineering Wood สีโอ๊ค หนา 14 มม. ปูรองพื้นด้วยแผ่น Smart Board เพื่อให้เหมาะกับการจัดเป็นพื้นที่พักผ่อนนะคะ ซึ่งห้องนี้ฝั่งหลังบ้านได้ชุดหน้าต่างขนาดใหญ่สูงจากพื้นถึงฝ้านเพดาน (Full Height) ทำให้บรรยากาศในห้องโปร่งโล่งพอสมควร และได้รับวิวแบบเป็นส่วนตัวด้วย หากต้องการวิวเป็นพื้นที่สีเขียวมากขึ้น สามารถจัดสวนแบบ veriticle garden บนผนังกำแพงได้นะคะ เพราะที่นี่ให้กำแพงมาสูงถึงชั้น 2 ครึ่งชั้นเลยทีเดียวค่ะ

สำหรับพื้นที่ภายในห้องสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุ พร้อมมีพื้นที่เหลือสำหรับจัดฟังก์ชันอื่นเพิ่มเติม เช่น โต๊ะทำงานขนาดเล็ก หรือโต๊ะเครื่องแป้ง พื้นที่แต่งตัว เป็นต้นค่ะ แต่ทางบ้านตัวอย่างนี้ตกแต่งมาให้เป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวของคุณผู้ชาย เป็นไอเดียสำหรับใครที่มีสมาชิกในบ้านไม่มาก ก็สามารถปรับการใช้งานจากห้องนอนเป็นห้องอเนกประสงค์อื่นๆ ที่ตรงตามความต้องการเราได้ค่ะ

อีกฝั่งของห้องนี้ประกอบด้วยห้องเก็บของและห้องน้ำนะคะ สำหรับห้องเก็บของถือว่ากว้างขวางพอสมควร สามารถเก็บของได้เยอะดี และหากคุณผู้ชายคนไหนที่มักจะไปออกรอบ เล่นกอล์ฟนั้น พื้นที่นี้สามารถวางชุดไม้กอล์ฟได้เต็มที่เลยค่ะ

เข้ามาภายในห้องน้ำกันต่อนะคะ เปิดเข้ามาเราจะเจอกับโซนแห้งก่อน โดยเป็นส่วนอ่างล้างมือ โถสุขภัณฑ์ตามลำดับค่ะ ภายในห้องน้ำทั้งหมดกรุด้วยกระเบื้อง Imported Homogeneous Tile เล่นลายหินอ่อน

สำหรับโซนแห้งนี้ทางโครงการออกแบบให้มี Low Wall ที่ฝังอ่างล้างมือพร้อม Built-in ชั้นวางของด้านล่างให้เรียบร้อย โดยใช้ท็อปเป็นหินอ่อน ดูสวยงามค่ะ ส่วนสุขภัณฑ์ทั้งหมดจาก TOTO นะคะ โถสุขภัณฑ์ได้เป็นโถสุขภัณฑ์ชิ้นเดียวดูสวยงาม

ตู้กระจกบานใหญ่ด้านล่างติดไฟแบบ Indirect Light ให้ พร้อมกับมีหน้าบานที่ด้านใน Built-in ชั้นวางกระจกให้สำหรับเก็บอุปกรณ์เล็กๆ ต่างๆ เช่น แปรงสีฟัน ครีม เป็นต้น

อีกฝั่งของห้องน้ำคือพื้นที่อาบน้ำที่แยกการใช้งานส่วนเปียกและแห้งได้ชัดเจนด้วย ฉากกั้นกระจก Tempered

พื้นแยกโซนด้วยการยกธรณีขึ้นเล็กน้อย ส่วนขนาดพื้นที่ห้องน้ำกว้างขวางดีทีเดียวค่ะ

ฝักบัวที่ได้เป็นฝักบัวทั้งแบบ Rain Shower และสายอ่อนทั้งหมด ด้านบนติดตั้งพัดลมดูดอากาศให้เป็นมาตรฐาน

สิ่งที่ทำให้ห้องน้ำนี้มีความน่าสนใจเพิ่มขึ้นคือได้ชุดประตูบานเลื่อนกระจกฝ้า ซึ่งทำให้แสงธรรมชาติเข้ามาภายในห้องน้ำได้พอสมควร รวมไปถึงยังได้ความเป็นส่วนตัวตามเดิมนะคะ ซึ่งทุกห้องน้ำในห้องนอนของบ้านนี้จะได้หน้าต่างหรือประตูกระจกฝ้าทั้งหมดค่ะ

หากเปิดมาก็จะเป็นส่วนบันไดหนีไฟด้านหลังบ้านนะคะ

เราขึ้นมาต่อกันที่ชั้นลอยกันค่ะ ในชั้นนี้มีฟังก์ชันหลักๆ อยู่ 2 โซนด้วยกัน ฝั่งหน้าบ้านออกแบบให้เป็นพื้นที่ Multi-Purpose สามารถจัดสรรฟังก์ชันได้ตามไลฟ์สไตล์ลูกบ้านนะคะ ซึ่งพื้นที่นี้จุดเด่นคือได้วิวภายนอกและบรรยากาศที่โปร่งโล่งเพราะอยู่ติดกับส่วน Common Area ที่ได้ฝ้าเพดานแบบ Double Volume (สำหรับเส้นประสีเหลืองนั้น เป็นพื้นที่ที่ทางโครงการเพิ่มขึ้นมาในบ้านตัวอย่างนะคะ)

โซนด้านหลังบ้านจัดเป็นห้องนอนที่ 2 ได้ ซึ่งห้องนี้ขนาดพื้นที่เตียงนอนจะใหญ่กว่าห้องนอนชั้นล่างนะคะ ส่วนห้องน้ำก็มีการจัดฟังก์ชันได้เป็นสัดส่วนน่าสนใจ เพราะแยกการใช้งานทั้ง อ่างล้างมือ โถสุขภัณฑ์ และพื้นที่อาบน้ำ โดยเฉพาะส่วนโถสุขภัณฑ์ก็มีการกั้นพื้นที่ด้วยนะคะ

ขึ้นมาจากส่วนโถงบันไดแล้วก็จะเจอกับพื้นที่ Multi-Purpose เลยเป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อกันนะคะ ไม่มีการกั้นพื้นที่ในส่วนนี้ค่ะ

บรรยากาศส่วนนี้จริงๆ จะเปิดโล่งมากกว่านี้นะคะในบ้านมาตรฐานเนื่องจากมีเฉพาะราวกันตกเท่านั้น ส่วนที่เป็นฉากกั้นบานเกร็ดนั้นเป็นเพียงงานตกแต่งเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวมากขึ้นเท่านั้นค่ะ พื้นที่บริเวณชั้นนี้เป็นต้นไปจะใช้วัสดุพื้นหลักๆ คือ Engineering Wood เช่นเดียวกับห้องนอนชั้นล่างนะคะ สำหรับพื้นที่นี้สามารถจัดฟังก์ชันได้ใหญ่ๆ อยู่ 2 โซน โซนแรกคือฝั่งขวามือของภาพที่จัดเป็นพื้นที่เล่นของเด็กๆ ได้

และฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่เข้ามุม ก็สามารถจัดได้อีกฟังก์ชันค่ะ อย่างบ้านตัวอย่างออกแบบมาให้เป็น Study Cornor ของเด็กๆ

เข้ามาดูภายในห้องนอนโซนหลังบ้านกันต่อนะคะ

ในห้องนอนนี้มีขนาดพื้นที่กว้างขวางมากขึ้นจากห้องนอนล่าง ซึ่งหากดูจากภาพให้สังเกตว่ามีชุดกระจกฝั่งขวาเพิ่มขึ้นมานะคะ ซึ่งบริเวณกระจกฝั่งขวานี้ทางโครงการออกแบบให้จัดพื้นที่นี้เป็น Walk in Closet ได้ การมีกระจกตรงนี้ก็ทำให้บริเวณพื้นที่แต่งตัวไม่มืดเกินไป ได้รับแสงธรรมชาติเช่นเดียวกับพื้นที่เตียงนอน สำหรับเตียงนอนวางไซส์ใหญ่ 5-6 ฟุตได้สบายค่ะ

ส่วนกรณีบ้านตัวอย่างนี้จัดมาให้เป็นห้องฟิตเนสแทนนะคะ สามารถดูเป็นไอเดียได้เพราะห้องนอนนี้ในบ้านจริงที่ได้จะเป็นพื้นที่โล่ง ทั้งนี้จึงสามารถจัดสรรพื้นที่ได้ตามความต้องการ เช่นเดียวกับห้องนอนชั้นล่างที่จัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นแบบส่วนตัวแทน

หันกลับหลังมาอีกด้านเจอกับประตูบานเลื่อนเข้าสู่ห้องน้ำในห้องนี้นะคะ

ภายในห้องน้ำเปิดเข้ามาเจอกับเคาน์เตอร์อ่างล้างมือขนาดใหญ่ มีพื้นที่ข้างอ่างพอสมควรทั้ง 2 ฝั่ง พร้อมชุดตู้กระจกบานใหญ่ และฝั่งซ้าย-ขวาแบ่งพื้นที่เป็นพื้นที่อาบน้ำ พื้นที่โถสุขภัณฑ์อย่างเป็นสัดส่วนโดยการกั้นด้วยฉากกั้นกระจก Tempered

วัสดุของเคาน์เตอร์จะใช้เหมือนห้องน้ำในห้องนอนชั้นล่างนะคะ แต่เพิ่มเติมคือได้ขนาดใหญ่กว่าทั้งพื้นที่บนเคาน์เตอร์ และชุด Built-in เก็บของด้านล่าง

หันขวามาจากทางอ่างล้างมือ เป็นพื้นที่ส่วนโถสุขภัณฑ์ ซึ่งกั้นด้วยฉากกั้นกระจก พร้อมยกธรณีประตูขึ้นให้เรียบร้อย

ด้านล่างโถสุขภัณฑ์ทำ Low Wall ไว้สำหรับวางของได้ระดับนึงนะคะ ส่วนสเป็คสุขภัณฑ์ตามห้องนอนชั้นล่างเลยค่ะ เป็นโถสุขภัณฑ์ชิ้นเดียวจาก TOTO

ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีการกั้นพื้นที่เช่นเดียวกับส่วนโถสุขภัณฑ์นะคะ

เพิ่มเติมที่บริเวณนี้ก็ได้ชุดประตูบานเลื่อนกระจกฝ้าเช่นเดียวกับห้องน้ำในห้องนอนชั้นล่าง เพิ่มเติมคือบริเวณข้างฝักบัวเซาะผนังให้มีพื้นที่วางของใช้ เช่น ครีม สบู่ได้

ขึ้นมาที่ชั้น 2 กันต่อนะคะ ชั้นนี้จะเป็นชั้นห้องนอนทั้งชั้น แบ่งเป็นโซนหน้าบ้านและหลังบ้านค่ะ โดยโซนหน้าบ้านหรือห้องนอน 3 นี้จะมีข้อได้เปรียบทั้งเรื่องของเนื้อที่ภายในห้อง ขนาดห้องน้ำและได้ระเบียงส่วนตัวหน้าบ้าน แต่หากสมาชิกในบ้านคนไหนที่ไม่ได้เน้นพื้นที่ใช้สอยภายในห้องมากนัก แต่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นก็แนะนำเป็นห้องนอนด้านหลังบ้านแทนค่ะ ซึ่งการจัดวางจะเหมือนกับห้องนอนชั้น 1 นะคะ

ขึ้นมาเจอกับส่วนโถงลิฟต์ก่อนเลยนะคะ แต่เพิ่มเติมที่ว่าบริเวณด้านข้างโถงลิฟต์มีการจัดพื้นที่ไว้สำหรับเป็นเคาน์เตอร์บาร์ขนาดกะทัดรัดด้วย จะเป็นอย่างไรเดี๋ยวเราไปดูแบบละเอียดกันนะคะ

ก่อนไปดูนั้นหันกลับมาให้ดูส่วนโถงบันได ที่มีความใหญ่และโอ่โถงดีทีเดียวค่ะ ด้วยขนาดที่กว้างแล้วคือการทำ Sky light ไว้ด้านบนโถง จะสังเกตว่าแสงธรรมชาติเข้ามายังโถงได้ดีมาก ไม่จำเป็นต้องพึ่งโคมระย้าขนาดใหญ่ก็ได้ค่ะ ส่วนในตอนกลางคืนพึ่งพาไฟตาม Walk Way ก็ช่วยให้สว่างพอเดินได้สบายๆ อยู่ แล้วค่ะ

สำหรับพื้นที่เคาน์เตอร์บาร์นี้ออกแบบให้เป็นเคาน์เตอร์ที่ไม่สามารถติดตั้ง Sink ล้างจานได้นะคะ จะเป็นแบบเคาน์เตอร์วางของกิน ของว่างและตู้เย็นขนาดกะทัดรัดได้แทน เนื่องจากทางโครงการไม่ได้เตรียมเดินท่อน้ำมาให้ในส่วนนี้ค่ะ

เข้ามาดูภายในห้องนอนฝั่งหน้าบ้านกันก่อนนะคะ เปิดเข้ามาก็จะแยกพื้นที่ส่วนเตียงนอนและ Walk-in Closet เป็นสัดส่วนค่ะ โดยเราไปดูพื้นที่เตียงนอนกันก่อนนะคะ

ภายในพื้นที่เตียงนอนมีขนาดใหญ่พอสมควรเลยค่ะ สามารถจัดฟังก์ชันได้มากกว่าเพียงเตียงนอนนะคะ

อย่างด้านข้างเตียงด้านในสามารถจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นเพิ่มเติมได้เลยค่ะ

ส่วนอีกฝั่งจะติดกับประตูบานเลื่อนออกไปยังพื้นที่ระเบียงนะคะ

ขนาดระเบียงมีความกว้างกำลังดีให้ออกไปยืนสูดอากาศ ชมวิวพื้นที่ส่วนกลางได้ดีค่ะ

แต่ที่เราชอบเป็นพิเศษคือการทำฝ้าเพดานยื่นออกไปจากระเบียงพอสมควร ซึ่งช่วยเรื่องกันแดดและกันฝนได้ดีมากทีเดียวค่ะ และด้านข้างก็เป็นผนังยื่นออกมาลักษณะจากรูปจะเห็นว่าเป็นเหมือนกรอบรูปนะคะ หลายคนอาจจะรู้สึกว่าดูวิวได้แคบไปหน่อยไม่กว้างขวาง แต่ในทางกลับกันก็สามารถเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ เพราะจากระเบียงเราจะไม่หันไปเจอเพื่อนบ้านฝั่งเดียวกันที่ออกมาสูดอากาศริมระเบียงเช่นเดียวกันนะคะ

เข้ามาที่ส่วน Walk in Closet ภายใน Built-in ตู้เสื้อผ้าได้ขนาดใหญ่เป็นแถวตัว L ได้สบาย ด้วยขนาดพื้นที่ที่ค่อนข้างกว้างนะคะ สำหรับหน้าบานจะเป็นบานเปิดหรือบานเลื่อนก็ได้ค่ะ บานเปิดข้อดีคือสะดวกในการหยิบใช้ ส่วนบานเลื่อนข้อดีคือไม่กินที่ทางเดิน

อีกฝั่งตรงข้ามตู้เสื้อผ้าสามารถจัดเป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้นะคะ แต่ต้องเน้นแสงสว่างมากกว่านี้อีกหน่อยเพราะเป็นมุมที่ไม่ได้แสงสว่างภายนอก แสงอาจจะเพี้ยนได้เวลาแต่งหน้าค่ะ ส่วนตรงเข้าไปเชื่อมกับห้องน้ำในห้องนอนนี้ค่ะ

ภายในห้องน้ำนี้เราชอบมากเป็นพิเศษ เพราะชุดหน้าต่างกระจกฝ้าขนาดใหญ่ ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ให้แสงเข้ามาได้ดีห้องจึงดูกว้างขวางมากขึ้น

ส่วนขนาดพื้นที่ในห้องน้ำค่อนข้างกว้างขวางนะคะ จึงสามารถจัดเคาน์เตอร์อ่างล้างมือขนาดใหญ่ได้ ติดกันเป็นส่วนโถสุขภัณฑ์

ฝั่งตรงข้ามกั้นด้วยฉากกั้นกระจก Tempered กั้นพื้นที่อาบน้ำไว้ให้เป็นสัดส่วนค่ะ

หันกลับมาดูห้องนอนฝั่งหลังบ้านกันต่อนะคะ การจัดวางฟังก์ชันจะเหมือนกับห้องนอนฝั่งหน้าบ้านนะคะ แต่สังเกตว่าโซน Walk-in Closet จะกะทัดรัดลงมาหน่อย

บรรยากาศภายในห้องนี้แม้มีขนาดเล็กกว่าหน่อยแต่ก็ไม่ได้คับแคบนะคะ สามารถรองรับเตียงขนาด 5-6 ฟุต พร้อมพื้นที่ด้านข้างเตียงให้สามารถจัดฟังก์ชันเพิ่มได้

ฝั่งด้านหลังบ้านติดตั้งชุดหน้าต่างบานใหญ่สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานให้ สามารถเปิดรับวิวได้เต็มที่มากขึ้นค่ะ

ถัดมาในส่วน Walk-in Closet มีความกว้างทางเดินพอสมควรนะคะ ประมาณ 1.1 ม. สามารถเดินได้สะดวก ด้านข้างหลังทีวีฝั่งปลายเตียงออกแบบให้เป็นที่วางตู้เสื้อผ้า ส่วนโต๊ะเครื่องแป้งแนะนำให้อยู่ติดกับหน้าต่างเหมือนบ้านตัวอย่างนะคะ เพราะจะเหมาะกับการแต่งหน้ามากขึ้น ได้เช็คเฉดสีเวลาแต่งหน้าด้วยแสงจริงเลยค่ะ

ตู้เสื้อผ้าตามขนาดพื้นที่ใช้สอยในห้องนอนนี้สามารถจัดขนาดใหญ่ได้ระดับนึงนะคะ

เข้ามาภายในห้องน้ำกันต่อนะคะ การจัดวางฟังก์ชันจะเหมือนห้องน้ำในชั้นลอยทั้งหมดเลยค่ะ คือวางอ่างล้างมือตรงกลางและแยกโซนโถสุขภัณฑ์ และพื้นที่อาบน้ำด้วยฉากกั้นกระจก

ภายในพื้นที่อาบน้ำติดตั้งประตูบานเลื่อนกระจกฝ้าเชื่อมไปยังส่วนบันไดหนีไฟหลังบ้านได้เช่นเดิม

และบริเวณส่วนโถสุขภัณฑ์ก็เหมือนห้องน้ำชั้นลอยเช่นเดียวกันค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้นบนสุด หรือชั้น 3 ของบ้านนะคะ ชั้นนี้ออกแบบมาเป็นลักษณะ Penthouse เลยค่ะ เพราะมีเพียงห้อง Master Bedroom และ Bathroom เท่านั้น ฝั่งหน้าบ้านเป็นพื้นที่เตียงนอนและแต่งตัว พร้อมระเบียงขนาดใหญ่ให้ออกไปนั่งเล่นได้ค่ะ ส่วนด้านหลังบ้านนั้นเป็น Master Bathroom มีอ่างแบบ His and Her มีตู้เสื้อผ้าแยก 2 ฝั่ง ให้ใช้งานได้โดยไม่แย่งกัน คุณผู้หญิงฝั่งนึง คุณผู้ชายอีกฝั่งนึง พร้อมอ่างอาบน้ำที่ให้เป็นมาตรฐานนะคะ

ขึ้นมาที่ชั้น 3 แล้วจะสังเกตเห็น Sky light บริเวณโถงบันไดชัดมากขึ้นนะคะ ในส่วนนี้เนื่องจากทางโครงการมีการทำม่านกันแดดไปบางส่วนอาจจะเห็นไม่ชัดนะคะ จริงๆ จะเป็นกระจกใสด้านบนค่ะ หลายคนอาจจะกังวลเรื่องของการทำความสะอาดหรือน้ำขังบริเวณหลังคาแต่ด้วยความที่หลังคา Sky light นี้ออกแบบให้เป็นทางลาดเอียงจึงไม่มีน้ำขังได้ง่ายนะคะ สำหรับข้อดีของ Sky light เรามีอธิบายไปก่อนหน้านี้แล้วเรื่องแสงที่เข้าสู่โถงบันไดได้ดี ทั้งนี้พูดในแง่ความร้อนกันบ้างต้องบอกว่ากระจกก็นำความร้อนเข้าบ้านได้ดีเช่นกัน ดังนั้นจึงแนะนำให้ลูกบ้านติดตั้งม่านเช่นเดียวกับบ้านตัวอย่างนะคะ คือเป็นม่านโปร่งสีขาว ช่วยซับแดดได้พอสมควรและแสงยังเข้ามาในบ้านได้ดีค่ะ

บริเวณโถงทางเดินนี้หากต้องการพื้นที่การใช้งานมากขึ้น และเป็นสัดส่วนสามารถกั้นประตูบริเวณทางขึ้นบันไดได้นะคะ เพื่อให้โถงทางเดินนี้มีด้านนึงที่สามารถจัดฟังก์ชันเพิ่มได้ เช่นชั้น Built-in วางของประดับโชว์ต่างๆ

เดี๋ยวเราไปดูภายในห้องนอนกันก่อนนะคะ

เข้ามาภายในเราจะเจอกับพื้นที่เตียงนอนก่อนเลย ซึ่งด้วยความที่ห้องนี้ไม่ได้มีห้องน้ำในตัวเหมือนชั้นอื่นๆ จึงทำให้ได้พื้นที่ใช้สอยอื่นๆ เพิ่มมากขึ้นไปด้วยค่ะ

อย่างพื้นที่ด้านข้างเตียงก็ยังเหลือพื้นที่ขนาดใหญ่ที่พอจะจัดเป็นพื้นที่ใช้งานอื่นๆ ได้ เช่นในบ้านตัวอย่างที่จัดเป็นชุดโซฟานั่งเล่นนะคะ แต่ทั้งนี้ด้านหลังโซฟาก็จะเป็นส่วนระเบียงหน้าบ้าน ซึ่งการจัดในส่วนนี้ก็ต้องคำนึงเรื่องความสะดวกในการเดินเข้าออกด้วยนะคะ

ปลายเตียงนี้จริงๆ ในบ้านมาตรฐานจะเป็นพื้นที่โล่งเลยนะคะ แต่ทางโครงกั้นพื้นที่ด้วยกันจัดเป็นชั้นวางทีวี และด้านหลังจัดเป็นส่วน Walk-in Closet

ขนาดส่วน Walk-in Closet ถือว่าสามารถจัดได้ขนาดใหญ่ทีเดียวค่ะ และยังไม่พอนะคะ นี่เป็นเพียงหนึ่งในส่วน Walk-in Closet ของห้อง Master Bedroom เพราะจะมีพื้นที่สำหรับจัดให้เป็น Walk-in Closet ที่ห้องน้ำใหญ่ในชั้นนี้อีก 2 จุดด้วยกันค่ะ

ด้านข้างหลังของชั้นวางทีวีบ้านตัวอย่างจัดให้ดูด้วยการจัดเป็นโต๊ะเครื่องแป้งนะคะ ตรงไปตรงประตูนั้นจะเชื่อมออกส่วนระเบียงอีกจุดนึงค่ะ

บริเวณพื้นที่ระเบียงมีขนาดใหญ่ไว้ว่าชุดโต๊ะเก้าอี้สนามได้เฉพาะบริเวณที่เชื่อมกับ Walk-in Closet นะคะ ส่วนบริเวณที่เชื่อมกับพื้นที่เตียงนอนจะได้เหมือนภาพด้านบนค่ะ เหมาะกับออกมาเดินสูดอากาศเล่น

ก้มลงไปดูวิวด้านล่างก็จะเห็นส่วนสระว่ายน้ำและสวยตรงกลางตามภาพเลยค่ะ

เรามาดูภายในห้อง Master Bathroom กันต่อนะคะ

ลักษณะประตูในห้องน้ำก็ใช้เป็นประตูบานเลื่อน เลื่อนเปิดได้สะดวกดีค่ะ

เข้ามาออกแบบให้เหมือนโถงต้อนรับกลางภายในห้องน้ำของโรงแรมนะคะ เพราะออกแบบให้พื้นที่ตรงนี้กว้างขวางสามารถวางเก้าอี้โซฟาขนาดใหญ่ได้ สุดทางเป็นอ่างล้างมือฝังเคาน์เตอร์และตู้ Built-in ให้สวยงาม พร้อมได้อ่างแบบ His and Her อีกด้วยค่ะ

ฝั่งซ้ายและขวานั้นจะมีพื้นที่ว่างสำหรับให้จัดเป็น Walk-in Closet หรือจะปรับเป็นห้องเก็บของอื่นๆ ได้ค่ะ

ส่วนพื้นที่โถสุขภัณฑ์กั้นฉากกั้นกระจกให้เช่นเดิมค่ะ

ภายในมีพื้นที่ใหญ่กว่าห้องน้ำในโซนนี้ของทุกๆ ห้องที่ผ่านมา ดูโอ่โถงดีค่ะ พร้อมกับมีประตูกระจกฝ้าที่เพิ่มความสวยงามและแสงธรรมชาติเข้ามาภายในได้ดี ลด

อีกฝั่งเป็นโซนเปียกหรือพื้นที่อาบน้ำนะคะ ซึ่งก็จะกั้นด้วยฉากกั้นกระจกตามเดิม เพิ่มเติมคือมีทั้งพื้นที่อาบน้ำและอ่างอาบน้ำ

บรรยากาศภายในโปร่งโล่งมากขึ้นด้วยกระจกฝ้านี้ที่นำแสงเข้ามาได้ดี

ส่วนอ่างอาบน้ำที่ได้จาก Kasch สวยงามค่ะ

ส่วนพื้นที่อาบน้ำก็ได้ทั้งฝักบัวสายอ่อน และ Rain Shower ที่เดินท่อจากผนังถึงฝ้าเพดานเลยทีเดียว ทำให้งานภายในดูเรียบร้อย เนี๊ยบมากขึ้น

หลังจากดูบรรยากาศภายในบ้านเรียบร้อยแล้วเราจะออกไปชม Facilities ในโครงการกันนะคะ การเข้าถึงพื้นที่ส่วนกลางของที่นี่แตกต่างจากโครงการอื่นๆ โดยสิ้นเชิงก็ว่าได้ค่ะ ปกติเราเคยแต่เปิดประตูรั้วบ้าน ออกไปเจอถนนโครงการ และขับไปยัง Club House ใช่ไหมคะ แต่ที่นี่ไม่ต้องค่ะ เพียงเปิดประตูก็สามารถเดินออกไปใช้พื้นที่ส่วนกลางได้เลย ดังนั้นการเข้าถึง Facilities ของลูกบ้านในโครงการนี้จะง่ายกว่าโครงการอื่นมากพอสมควรนะคะ ซึ่งในแง่ความคุ้มค่าการใช้งาน รวมไปถึงค่าส่วนกลางที่ตกยูนิตละ 15,000 บาท/เดือนก็จะคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นค่ะ

เปิดออกมาเจอกับพื้นที่เฉลียง/ระเบียงหน้าบ้าน ซึ่งลูกบ้านสามารถจัดวางโต๊ะเก้าอี้นั่งเล่นแบบ Outdoor ของตัวเองได้ค่ะ บริเวณนี้ยังถือเป็นขอบเขตของบ้านตัวเองอยู่

ถ่ายย้อนกลับมาให้เห็นส่วนทางเชื่อมเป็นทางลาดเอียงนะคะ เพื่อให้ลูกบ้านที่เป็นผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงพื้นที่ส่วนกลางได้สะดวกด้วย

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางนี้แบ่งออกเป็นโซนหลักๆ คือ สระว่ายน้ำ และสวนหย่อมนะคะ โดยพาร์ทงาน Landscape นี้ได้ Shama เป็นผู้ออกแบบค่ะ เริ่มจากสระว่ายน้ำกันก่อนนะคะ ขนาดของสระอยู่ที่ 4 x 25 ม. ซึ่งความยาวนี้เป็นความยาวที่สามารถว่ายน้ำออกกำลังกายได้นะคะ แต่ด้วยความที่มีบางส่วนเป็นสระน้ำตื้นทำให้ความกว้างนั้นค่อนข้างเล็กไปหน่อย ทำให้เรามองว่าสระนี้จะเหมาะกับการแช่น้ำชิลๆ มากกว่าค่ะ

ที่เราชอบคือการจัด Day Bed ได้สวยงาม พร้อมกับบรรยากาศต้นไม้รอบข้างทำให้บริเวณนี้น่าใช้งานมากทีเดียวค่ะ

สำหรับบางยูนิตนั้น มีการจัดสวนเป็นต้นไม้ใหญ่บังสายตาภายในบ้านลูกบ้านฝั่งตรงข้ามได้บางส่วนนะคะ และจริงๆ แล้วลูกบ้านฝั่งตรงข้ามเองก็อยากได้วิวสวนมากกว่ามองเห็นภายในบ้านฝั่งตรงข้าม

พื้นที่ทางเดินรอบข้างกว้างขวางเดินได้ง่าย มีการจัดสวนและบ่อน้ำตื้นสร้างบรรยากาศ

ถัดมาหน่อยจัดพื้นที่เป็นม้านั่งใต้ร่มไม้ให้มานั่งเล่นได้ชิลๆ ในช่วงเช้าหรือเย็นนะคะ

ถัดมาเป็นบริเวณสวนหย่อมซึ่งทางโครงการออกแบบให้เป็นสนามหญ้าเพื่อให้เด็กๆ หรือน้องหมามาเดินเล่นได้ค่ะ และโครงการนี้อนุญาตให้เลลี้ยงน้องหมาได้นะคะ เน้นน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัมค่ะ

บริเวณรอบริมสนามทำทางเดินให้เดินได้รอบ พร้อมทั้งมีม้านั่งข้างสนามให้เรียบร้อย

บรรยากาศทางเดินอีกฝั่งล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่มที่เน้นเป็นไม้ดอกด้วยนะคะ ด้วยสีสันสดใสก็ช่วยสร้างความสดชื่นได้ดีค่ะ

บริเวณตรงกลางระหว่างอาคารนั้นปลูกไม้ใหญ่ให้เลยค่ะ เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้แก่บ้านทั้ง 2 หลัง และยังสร้างความร่มรื่นได้ดีอีกด้วยค่ะ

และปิดท้ายด้วยผังบ้าน Type A นะคะ สิ่งที่แตกต่างคือบริเวณชั้น 1 ที่ด้านหลังไม่ได้เป็นห้องนอนแล้วนะคะ แต่ปรับให้เป็นพื้นที่รับประทานอาหารและครัวแทน ทำให้ส่วน Common Area หน้าบ้านกลายเป็นพื้นที่นั่งเล่นอย่างเต็มพื้นที่ Type นี้จึงเหมาะกับครอบครัวที่มีสมาชิกไม่มาก และอยากได้พื้นที่ครัวฝรั่งที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น ปรับเป็นครัวปิดได้ค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 4 x 25 เมตร
  • สวนสาธารณะ 1 ไร่
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 10 จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร
  • Key Card Access ระยะไกล (Easy Pass)
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ เลื่อนไฟฟ้า 2 ตอน
  • ถนนภายในกว้าง 6 ม. วัสดุ Cobble stone/Ventora

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 09 October 2018

  • ราคาเริ่มต้น 44.90 ล้านบาท โปรโมชั่นเฉพาะวันงาน Grand opening 27-28 ตุลาคมนี้
  • จอง 500,000 บาท
  • ทำสัญญา (7 วันหลังจอง) 15%
  • โอน (30 วันหลังทำสัญญา) ​85%
  • ค่าส่วนกลาง 1,5000 บาท/หลัง/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า n/a ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

 

**27-28 ต.ค.นี้ โครงการ Quarter 31 จะเปิดให้เข้าชมโครงการเป็นครั้งแรก โดยเผยโฉมบ้านหรูแนวคิดใหม่ใจกลางเมืองย่านสุขุมวิท 31 ที่ตอบโจทย์ทุกแง่มุมของสุทรียภาพแห่งการอยู่อาศัย เอกสิทธิ์เฉพาะ 20 ครอบครัวเท่านั้นที่ได้ครอบครอง Free Hold แห่ง Prime Location ราคาเริ่มต้น 44.9 ล้านบาท
พิเศษ! เฉพาะวันที่ 27-28 ต.ค.รับสิทธิพิเศษมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท และร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดพิเศษ ถ่ายภาพสุด Exclusive โดย 21 day ช่างภาพ Celebrity ชื่อดัง**


เจาะลึกรวบยอด

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง – ที่ตั้งโครงการ Quarter 31 ถือเป็นทำเลที่มีความพิเศษโดยเฉพาะโครงการแนวราบ เพราะในย่านใจกลางเมือง พร้อมพงษ์ ใกล้อโศกแบบนี้ จัดว่าหาได้ยากแล้ว ฉะนั้นทำเลเรามองว่าถือเป็นตัวชูโรงโครงการในอันดับแรกที่สามารถดึงดูดกลุ่มครอบครัวขนาดใหญ่รองรับจำนวนสมาชิก 5-6 คนได้ ที่มองหาบ้านในเมืองอยู่ร่วมกัน ได้เป็นที่ดินของตัวเอง พร้อมกับเดินทางได้สะดวกไม่เสียเวลารถติดในเมือง

ความพิเศษของทำเลโครงการที่อยู่ในซอยสุขุมวิท 31 หรือเรียกกันติดปากว่าซอยสวัสดีนี้ มีทั้งข้อดีและข้อด้อยนะคะ ในแง่ข้อดีคือเป็นซอยที่เชื่อมเข้าถนนได้ 4 ทิศรอบๆ เลย อย่างถนนอโศกมนตรี ถนนสุขุมวิท ถนนสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) และใกล้ที่สุดคือถนนเพชรบุรี ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางได้ดีมาก ยิ่งเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน รถติดบนถนนใหญ่ การวิ่งในซอยถือเป็นการลัดเวลาที่ดีค่ะ สำหรับข้อด้อยของซอยนี้คือมีบางส่วนที่วิ่งแบบ One Way ดังนั้นการเข้า-ออกโครงการนี้จะมีทางที่ต้องอ้อมอยู่บ้าง แม้ว่าเราจะอยู่ใกล้บ้านแล้วแต่ก็ยังเข้าไม่ได้ ต้องอ้อมวนลูปวงกลมของซอยเพื่อเข้าโครงการอีกทีนั่นเองค่ะ

ส่วนการเดินทางรอง ที่ไม่พึ่งพารถยนต์ส่วนตัวนั้นเรามองว่ามีตัวเลือกเยอะมาก ไม่มีปัญหาในการเดินทางเท่าไหร่ เพราะออกจากโครงการประมาณ 200 ม. สามารถเรียกแท็กซี่หรือวินมอเตอร์ไซค์ได้เลย มีวิ่งอยู่ตลอด เพื่อออกไปต่อ BTS สถานีพร้อมพงษ์ได้ค่ะ ทั้งนี้แม้ไม่ได้อยู่ในระยะที่เดินได้แต่สำหรับโครงการแนวราบก็ถือว่าเป็นระยะที่ไม่ไกลค่ะ

ความปลอดภัย – ด้วยการจัดผังโครงการที่แปลกใหม่แตกต่างจากโครงการทั่วไป ทำให้พาร์ทนี้จะแบ่งการอธิบายเป็น 2 ข้อย่อยนะคะ 1. ความปลอดภัยภายในโครงการ 2. ความเป็นส่วนตัวภายในบ้าน สำหรับความปลอดภัยภายในโครงการถือว่ามีการจัดการได้ดีเป็นมาตรฐานค่ะ เริ่มจากหน้าโครงการที่มีประตูบานเลื่อนอัตโนมัติกั้นเป็นสัดส่วน เข้า-ออกด้วย Keycard Access พร้อม CCTV กว่า 10 จุด 2. ความเป็นส่วนตัวภายในบ้าน อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าเกี่ยวข้องกับการจัดผังโครงการนะคะ เพราะหลักๆ คือเฉลียงหน้าบ้านทุกหลังสามารถเข้าสู่พื้นที่ส่วนกลางได้หมด รวมไปถึงไม่มีการกั้นรั้วรอบขอบชิดที่ชัดเจนนะคะ ทั้งจากส่วนระเบียงและที่จอดรถชั้นใต้ดิน ทั้งนี้ความเป็นส่วนตัวภายในบ้านในโครงการนี้จะน้อยกว่าโครงการทั่วไปนะคะ แต่แลกมากกับบรรยากาศที่ดูเป็นสังคมเดียวกันมากขึ้น ความสะดวกในการเข้าถึงพื้นที่ส่วนกลางได้ดี ซึ่งรูปแบบนี้เหมาะกับคนที่ไม่ซีเรียสเรื่องความเป็นส่วนตัวภายในบ้านตัวเองที่ต้องมีรั้วกั้นขอบเขตชัดเจนนะคะ

วัสดุ – วัสดุภายในบ้าน เรามองว่าให้มามาตรฐานกับราคาที่จ่ายค่ะ ไม่ได้ให้มากหรือน้อยไปเพราะด้วยราคาตั้งต้นก็เริ่มที่ 44.9 ล้านบาทแล้ว ส่วนใหญ่วัสดุที่นี่เน้นเกรดดีทั้งหมด อย่างพื้นใช้ Engineering Wood หน้า 14 มม. พื้นกระเบื้อง Imported Homogeneous ชุดสุขภัณฑ์จาก TOTO ทั้งหมด (รวมทั้งสุขภัณฑ์ของแม่บ้านด้วย อันนี้เรามองว่าพิเศษแตกต่างจากโครงการระดับเดียวกันที่ห้องน้ำแม่บ้านไม่ได้ใส่ใจใช้ยี่ห้อดีเท่าไหร่) ลิฟต์โดยสาร 1 ตัว ชุดครัวจากPoggenpohl แบรนด์นำเข้าจากเยอรมัน พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง Dish Washer Oven และ Hob & Hood จาก Siemens

ตัวบ้าน – สำหรับการออกแบบถือเป็นอีกตัวชูโรงโครงการต่อจากทำเลนะคะ เพราะด้วยการจัดที่แปลกใหม่ หาได้ยากอย่างส่วนที่จอดรถที่นำลงไว้ชั้นใต้ดิน จึงสามารถเป็นทาวน์โฮมในเมืองที่มีที่จอดรถได้ถึง 4 คัน สิ่งที่เราชอบ 2 อย่างในบ้านที่มีงานดีไซน์น่าสนใจคือ 1. ชุดหน้าต่าง-ประตูกระจกฝ้าที่มีให้ทุกห้องน้ำเลย เพิ่มพื้นที่แสงในห้องน้ำได้ดีค่ะ และสร้างบรรยากาศให้สวยมากขึ้น 2. Sky Light ขนาดใหญ่ กลางโถงบันได ช่วยเพิ่มพื้นที่แสงให้ส่วนโถงได้ดีมาก และดูโอ่อ่ามากยิ่งขึ้น

สาธารณูปโภค – นับเป็นโครงการแนวราบในเมืองที่มี Facilities ส่วนกลางอย่างจริงจังนะคะ คือมีพื้นที่สวน สระว่ายน้ำ ส่วนใหญ่บ้านใจกลางเมืองจริงๆ แล้วจะมี Facilities เองในตัวบ้านเลย ไม่ก็ไม่มี Facilities นะคะ แต่โครงการนี้ถือว่าจัดมาให้พอสมควรสำหรับโครงการในเมือง พร้อมทั้งทุกยูนิตยังสามารถเข้าถึง Facilities ได้สะดวกอีกด้วยค่ะ ซึ่งก็แลกมากับค่าใช้จ่ายทุกเดือน เดือนละ 15,000 บาทนะคะ

Judgement

Quarter 31 เป็นโครงการระดับ  Super Luxury ที่มีราคาขายระดับ 44.9 ล้านบาทขึ้นไป  ปัจจัยในการเลือกซื้อนอกจากจะต้องดูเรื่องความคุ้มค่าทางการเงินแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกที่สำคัญ เช่น ความชอบส่วนบุคคล อารมณ์ และความรู้สึกส่วนตัวของผู้ซื้อ ที่ต้องนำมาใช้ประกอบการพิจารณา แต่ปัจจัยดังกล่าวมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล ดังนั้นทางทีมงานจะไม่มีการให้คะแนนความคุ้มค่าแก่โครงการค่ะ

BOTTOM LINE

โครงการ Quarter 31 เหมาะกับครอบครัวขนาดใหญ่มีกำลังเงินสูง มองหาบ้านใจกลางเมืองทำเลดี เข้า-ออกอโศก สุขุมวิท ทองหล่อและเพชรบุรีได้สะดวก มี Facilities ให้ใช้งานครบครัน รูปแบบโครงการและการจัดผังเหมาะกับไลฟ์สไตล์ตัวเอง ในงบประมาณเริ่มต้น 44.9 ล้านบาท

Share

Leave a Reply