DOLCE ลาซาล คอนโด Low Rise ในซอยลาซาล 7 ใกล้ BTS แบริ่ง จาก สิรยศ [รีวิวฉบับที่ 1698]

October 11, 2018 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1698 … สวัสดีค่ะ โครงการ DOLCE ลาซาล เป็นโครงการคอนโด Low Rise ตั้งอยู่ช่วงต้นๆซอยลาซาลเลย โครงการนี้มาพร้อมกับดีไซน์ Luxury ในราคาที่สามารถจับต้องได้ เริ่มต้นที่ 1.69 ล้านบาท พร้อมกับความเป็นส่วนตัว จำนวนยูนิตไม่มากที่ 178 ยูนิต เดินทางสะดวกใกล้รถไฟฟ้า BTS แบริ่งประมาณ 800 เมตร เราไปดูรายละเอียดของโครงการนี้กันเลยดีกว่าค่ะ

Fact @ 30 August 2018

  • โดว์เช่ ลาซาล (DOLCE LASALLE)
  • SIRAYOS Co.,Ltd (บริษัท สิรยศ จำกัด)
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : บางนา
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร 178 ยูนิต
  • อาคารจอดรถ 1 ชั้น
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 28 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 69 คันคิดเป็น 50% รวมจอดซ้อนคันอีก 20 คัน
  • ที่ดินประมาณ 0-5-68 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : พ.ย. 2561
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : Q4 2563
  • Studio 24.8 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท
  • 1 Bedroom 29.8 – 34 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 45 – 51 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.4 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.5 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 75,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด 69,000 บาท/ตร.ม. (ห้อง 24 ตร.ม.)
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : ผ่านแล้ว
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS แบริ่ง ได้ที่: มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS แบริ่ง
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • โทร  : 02-117-3463-4

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.664783, 100.606758 

แผนที่จากทางโครงการค่ะ โครงการตั้งอยู่ในซอยลาซาล 7 ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าเเบริ่ง ซึ่งถือได้ว่ายังเป็นช่วงต้นของซอยเเบริ่งนะคะ ลาซาลซอย 7 นี้ถือว่าเป็นซอยตัน ทำให้รถที่เข้า-ออกภายในซอยนี้มีไม่มากนัก ได้ความเป็นส่วนตัวอยู่ค่ะ

โครงการ Dolce ลาซาล ตั้งอยู่ภายในซอยลาซาล 7 ซึ่งแยกมาจากซอยลาซาลอีกที ซอยนี้เป็นซอยที่เชื่อมต่อระหว่างถนนสุขุมวิทและถนนศรีนครินทร์ได้ โดยมีซอยแบริ่งที่อยู่ข้างๆกันอีกซอยนึง ที่มีความอุดมสมบูรณ์หนาแน่น และมีคนอยู่อาศัยกันมาก สำหรับคนบางนา บริเวณนี้นับว่าเป็นอีกแหล่งนึงที่มีการพัฒนามากเเหล่งนึงเลย เนื่องด้วยเป็นอีกพื้นที่นึงที่ใกล้กับรถไฟฟ้า มีเเหล่งงานหรือออฟฟิศขนาดย่อม SMEs แทรกตัวอยู่ภายในซอยนี้ค่อนข้างมาก อีกทั้งยังเป็นเเหล่งของสถานศึกษาชื่อดังของชาวสมุทรปราการอีกด้วย โดยเฉพาะโรงเรียนนานาชาติที่ตั้งอยู่เเถวนี้เยอะมาก ทั้ง St.Andrews, Bangkok pattana ,Berkeley หรือถ้าเป็นโรงเรียนเอกชนดังๆหน่อยก็จะมีอย่างเซนโยบางนา อัสสัมบางนา เป็นต้น

เมื่อออกจากซอยลาซาลไปยังถนนสุขุมวิท ถนนนี้จะเป็นถนนหลักที่มีรถไฟฟ้าเปิดให้บริการอยู่ ทำให้มีตัวเลือกในการเดินทางเพื่อเข้าเมืองง่ายขึ้นแบบไม่ต้องใช้รถส่วนตัวสามารถเดินทางขาออกไปยังสมุทรปราการได้ หรือจะเข้าเมืองไปยังสยาม สีลม ก็นับว่าสะดวกเช่นกัน หรือเมื่อไปยังถนนศรีนครินทร์ ฝั่งขาเข้าจะพาเรายังไปเส้นพัฒนาการ หรือจะยาวต่อเนื่องไปยังบางกะปิก็ได้ ส่วนฝั่งขาออกนั้น จะผ่านเทพารักษ์ ไปยังสมุทรปราการได้เลย โดยทั้งถนนศรีนครินทร์ และถนนสุขุมวิท จะไปตัดกันที่ถนนบางนาตราด ฝั่งขาออกก็จะพาเราไปยังถนนวงเเหวนรอบนอก ไปฉะเชิงเทรา หรือไปชลบุรีได้ หรือจะพาเราไปยังเส้นวงแหวนรอบนอก กาญจนาภิเษก ที่ทำให้การเดินทางเชื่อมต่อไปรอบๆตัวเมืองอย่างรามอินทรา หรือพระราม 2 ง่ายมากขึ้น ส่วนฝั่งขาเข้านั้น จะพาเราไปยังสำโรง คลองเตย หรือกลับเข้าเส้นสุขุมวิทได้ค่ะ

ความอุดมสมบูรณ์หลักๆของโครงการเราจะอิงกับพื้นที่บริเวณใกล้รถไฟฟ้าเเละภายในซอยลาซาลเป็นหลัก ซึ่งข้างๆสถานีรถไฟฟ้าแบริ่งนั้น จะมีร้านค้า ร้านอาหาร ตลาดเล็กๆตั้งอยู่ อำนวยความสะดวกให้เราซื้ออะไรกินก่อนไปทำงานหรือกลับจากทำงานก็ได้ ส่วนภายในซอยส่วนมากก็จะมีทั้งร้านสะดวกซื้อ และร้านอาหารที่ตั้งอยู่ข้างทางและในตึกแถวภายในซอย ซึ่งก็มีเรื่อยๆทั้งเส้นถนน หากินง่าย สะดวกสบายท้องค่ะ

ส่วนความอุดมสมบูรณ์ประเภทห้างสรรพสินค้าของทำเลนี้ก็จะมีอยู่เลียบถนนทั้งเส้นบางนา-ตราด และถนนศรีนครินทร์ โดยบนถนนเส้นบางนา-ตราดนั้น ส่วนมากจะหนาเเน่นอยู่ที่ฝั่งขาออก โดยต้นถนนบางนา-ตราด บนถนนสุขุมวิทก็จะมี The Coast ที่เป็น Community mall อยู่หนึ่งแห่ง ตรงข้ามกันกับ Exhibition Hall อย่าง Bitec บางนา ที่มีหลายฮอลล์ จัดเเสดงสินค้า จัดงานคอนเสิร์ตกันใกล้ๆเลย ส่วนความอุดมสมบูรณ์ทางด้านจับจ่ายใช้สอยจุดใหญ่ๆก็จะมีตรงเซ็นทรัล พลาซ่า บางนา ที่เป็นห้างเก่าเเก่ อยู่คู่กับคนเเถวนี้มานาน ตรงนั้นจะมีทางเชื่อมต่อไปยังถนนศรีนครินทร์ได้อีกด้วย ทำให้บริเวณนั้นจะมีร้านรวงแบบ Stand Alone เเละ Community Mall อยู่ภายในซอย ส่วนที่เป็นถนนใหญ่ก็จะมี Hyper Market อย่าง Big-C และ Little Walk ที่เป็น Community Mall เอาใจคนนอนดึกเปิดให้บริการตลอด 24 ชม. นอกจากนี้ต่อเนื่องกันมาก็จะมีร้านขายเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่กันเนืองเเน่น ตั้งแต่ SB Design , Chic Republic ที่จะเน้นดีไซน์หรูหราแฟชั่นขึ้นมาหน่อยและก็มี Index Living mall อยู่ใกล้ๆกัน พอมาใกล้ๆกับทางด่วนกาญจนาภิเษก ที่เป็นอีกไฮไลท์ของคนแถวนี้เลยก็คือ Mega Bangna ห้างใหญ่ เเบรนด์ครบ จบที่เดียว (แต่อาจจะไม่ครบภายในวันเดียว) ก็จะตั้งอยู่ใกล้ๆกับสี่แยกจุดตัดระหว่างบางนา-ตราดเเละทางด่วนกาญจนา ซึ่งตรงข้ามกันก็จะมี Tesco Lotus อยู่ด้วย

ในส่วนถนนศรีนครินทร์ ตั้งแต่พัฒนาการมาเลยก็จะมีห้างร้านอยู่ตามทางเลย ตั้งแต่ธัญญาปาร์คที่เน้นเรื่องการศึกษาของเด็กๆ ไล่มายังซีคอนแสควร์ ตลาดนัดรถไฟทางด้านหลัง พาราไดซ์ปาร์ค (ตลาดเสรี) หรือจะข้ามไปยังฝั่งลาซาลเเบริ่งก็มีทั้ง Makro , Big-C , Foodland , The JAS Urban เลือกเดินทางได้ตามความสะดวกเลยค่ะ นี่ไม่นับร้านอาหารภายในซอยบางนา ลาซาล แบริ่ง ที่เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงอยู่หลายๆร้าน เริ่มมีหลายๆแบรนด์มาเปิด Flagship Store กันเเล้วอย่างเช่น Uniqlo เป็นต้น เรียกได้จริงๆว่าเป็นอีกทำเลนึงที่มีตัวเลือกให้เลือกได้ตลอด 24 ชม.เลยค่ะ

สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้กับโครงการเรามากที่สุดอย่างที่บอกได้จะเป็น รถไฟฟ้าสายสีเขียว BTS สถานีแบริ่ง ซึ่งนับว่าเป็นสายหลักของคนกรุงในปัจจุบันเลยก็ว่าได้ สามารถใช้เดินทางไปยังในเมืองได้สะดวกรวดเร็ว ทำให้การเดินทางจากฝั่งนี้ไปยังสีลม สาทร ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือเหลือบ่ากว่าเเรงอีกต่อไป และในอนาคตอันใกล้ เส้นนี้ก็จะเปิดใช้บริการสถานีเพิ่มเติมจากตอนนี้ที่สุดที่สำโรง เป็นสมุทราปราการ โดยคาดว่าน่าจะเปิดใช้งานได้ปี 2562 นี้ค่ะ

บริเวณนี้ก็จะมีแผนการสร้างรถไฟฟ้าอื่นๆอีกนะคะ เช่น รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง เส้นนี้จะเน้นการให้บริการตั้งแต่ถนนลาดพร้าวมายังสิ้นสุดตรงสำโรง โดยสถานีเเรกที่ลาดพร้าวนั้นจะสามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีลาดพร้าวได้ และสุดยังสถานีสำโรงที่เชื่อมต่อกับ BTS สถานีสำโรงนั่นเองค่ะ เส้นนี้จะเป็นระบบแบบ Monorail และปัจจุบันก็มีการเริ่มก่อสร้างกันเเล้วนะคะ โดยเส้นนี้จะผ่านถนนศรีนครินทร์เป็นหลักค่ะ

สุดท้ายเเล้วอีกเส้นนึงที่เหมาะกับคนที่ต้องการเดินทางเชื่อมต่อไปยังสนามบินได้ง่ายคือ รถไฟฟ้า Light Rail บางนา-สุวรรณภูมิค่ะ คือจากเดิมเนี่ย การเดินทางไปสนามบินหลักของประเทศอย่างสนามบินสุวรรณภูมินั้น ถ้าเราไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัว ก็จะต้องเรียกรถเเท็กซี่ หรือเป็น Airport Rail Link ที่เริ่มต้นจากสถานีพญาไทเท่านั้นใช่ไหมค่ะ แต่โครงการรถไฟฟ้าสายนี้ เอื้อประโยชน์ให้คนที่อยู่ย่านชานเมืองแถบสมุทรปราการสามารถใช้งานเข้าตรงไปยังสนามบินได้ง่ายขึ้นด้วย โดยเริ่มต้นมาจากบางนา มุ่งตรงเข้าไปยังสุวรรณภูมิเลย

สำหรับเส้นทางการเดินทางในวันนี้ เราจะเริ่มจากทางด่วนเฉลิมมหานครขาออก บริเวณหน้าจุดพักรถ ขับตามทางตรงมายังสมุทรปราการ ตรงตามทาง ตามแนวรถไฟฟ้ามาเลย ผ่าน BTS บางนา เเละเลี้ยวซ้ายเข้าซอยลาซาล (ก่อนถึงสถานีแบริ่ง) เข้ามาไม่ถึง 500 เมตร ก็จะเจอซอยลาซาล 7 เลี้ยวซ้ายเข้ามาเกือบสุดซอยโครงการ DOLCE ลาซาล ของเราจะอยู่ทางซ้ายมือค่ะ เราไปดูเส้นทางกันดีกว่า ว่าจะพบเจอกับอะไรบ้าง

เริ่มต้นกันที่ทางด่วนเฉลิมมหานครฝั่งขาออกนะคะ ตรงนี้จะมีจุดพักรถขนาดใหญ่อยู่ ซึ่งจะมีทั้งปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ เเละร้านอาหารเช่น Burger King ให้แวะซื้อ แวะกินก่อนออกเดินทาง หรือกลับเข้าบ้าน สำหรับทางด่วนเส้นนี้ ใช้เดินทางเข้าไปยังตัวเมืองได้ สามารถเชื่อมต่อไปยังทางด่วนศรีรัชก็ได้นะคะ เพื่อใช้เดินทางไปยังเอกมัย รามอินทรา

เราตรงตามทางมา ให้ออกทางออกที่ 17B  หรือตรงตามป้ายบอกทางไปยังสมุทรปราการนั่นเองค่ะ

ทางด่วนจะพาเราโค้งตามทางมายังถนนสุขุมวิทนะคะ ซึ่งเป็นถนนที่มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านนั่นเอง ซึ่งถนนเส้นนี้ เราสามารถใช้เดินทางเข้าเมืองไปยังสยามได้เลย ขับตรงๆไปอย่างเดียวเลยค่ะ  เมื่อลงทางด่วนมายังเส้นสุขุมวิทแล้ว ทางซ้ายมือของเราจะเจอกับ Bitec Bangna สถานที่จัดเเสดงสินค้าขนาดใหญ่ มีมากมายหลาย Hall มีงานจัดต่อเนื่องตลอดทั้งปี นอกจากงาน Expo , Trade , Fair ต่างๆเเล้ว ยังเป็นสถานที่ที่จัดคอนเสิร์ตอีกด้วยนะคะ

เลยทางเข้าBitec Bangna มา ก็จะเจอกับตัวสถานี BTS บางนาเเล้วค่ะ

ให้เราขับไปตามทางเลียบรถไฟฟ้าไปเรื่อยๆนะคะ

ก่อนจะถึงสถานีเเบริ่ง ทางซ้ายมือจะเป็นทางเข้าไปยังซอยลาซาลหรือที่ตั้งของโครงการเรานั่นเอง โดยถนนเส้นนี้สามารถเชื่อมต่อไปยังถนนศรีนครินทร์ได้ค่ะ ตรงข้ามกับซอยลาซาลจะเป็นตำแหน่งของ Sale Office ของโครงการ DOLCE ลาซาล นั่นเองค่ะ สำหรับคนที่ขับรถมา ให้ขับตรงไปกลับรถข้างหน้าเอานะคะ

บรรยากาศ Sale Office ของโครงการนะคะ ทางเข้าอยู่ทางเดียวกันกับสมบัติหมูกระทะเลยค่ะ

เลี้ยวซ้ายเข้าซอยลาซาลมาเลย ต้นซอยติดถนนใหญ่ จะมี 7-eleven ตั้งอยู่ เป็นสาขาที่มีที่จอดรถอยู่ด้านหน้าด้วยนะคะ อำนวยความสะดวกให้กับคนใช้รถเเถวนี้ดีค่ะ

เลย 7-eleven มานิดเดียวก็จะมีพี่วินให้บริการอยู่ คนต่อคิวใช้บริการหนาแน่นทั้งเช้าเเละเย็นเลยค่ะ โดยการเดินทางเข้าไปยังโครงการของเราที่อยู่ในซอย 7 นั้น ก็จะมีค่าบริการอยู่ที่ 10 บาทเท่านั้นเอง

ตรงมาเล็กน้อยจะเจอกับ Center point Studio เป็นสตูดิโอขนาดใหญ่ ที่เอาไว้ถ่ายหนัง ถ่ายโฆษณานั่นเองค่ะ ถ้าใครดูรายการอย่าง The Voice เค้าก็ใช้ Studio นี้ถ่ายทำรายการนะคะ วันดีคืนดีก็จะมีศิลปินมาจัดคอนเสิร์ตที่นี่อยู่เหมือนกัน เคยมาดูที่นี่อยู่ครั้งนึง ถือว่าเดินทางสะดวกใช้ได้เลยค่ะ

ในซอยลาซาลนี้ บรรยากาศข้างทางจะมีอาคารประเภทตึกเเถวอยู่เป็นส่วนใหญ่นะคะ ความอุดมสมบูรณ์หรือพวกร้านอาหารก็จะมีร่ายเรียงไปตามทางเลยค่ะ ก๋วยเตี๋ยว อาหารตามสั่ง เลือกกินได้ตามสบายเลย หรือจะเป็นพวกร้านสะดวกซื้อก็มีเรื่อยๆข้างถนนค่ะ

พอมาถึงซอย 7 ก็เลี้ยวซ้ายเข้าซอยไปเลย

ลาซาลซอย  7 นี้ ต้นซอยก็จะมีวินมอเตอร์ไซค์ให้บริการเหมือนกันนะคะ สำหรับผู้อยู่อาศัยที่อยู่ในซอยลึกๆ เราแนะนำให้เตี๊ยมกับพี่วินไว้ ให้มารับตอนเช้าก่อนเดินทางออกไปทำงานก็ดีเหมือนกันค่ะ เพราะตัวโครงการอยู่ลึกเข้าไปในซอยระยะพอๆกับที่มาจากถนนสุขุมวิทเข้าซอยลาซาลมาเลย เดินเอาช่วงอากาศร้อนๆก็เหนื่อยได้เลยค่ะ

ซอยนี้เป็นซอยตันนะคะ รถขับสวนกันได้ ภายในซอยส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัย 1-2 ชั้น สลับกับอาคารประเภทอพาร์ตเมนต์ ข้างทางมีรถจอดบ้างประปราย แต่ก็ไม่ได้ขับลำบากมากนัก เพราะว่าเป็นซอยตันด้วยเเหละค่ะ ทำให้ภายในซอยมีความสงบพอประมาณ ไม่มีรถเข้าออกพลุกพล่าน

เข้ามาเกือบสุดทาง ก็จะเจอโครงการเราอยู่ทางซ้ายมือค่ะ

สภาพเเวดล้อมรอบๆโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

โครงการ DOLCE ลาซาล เป็นโครงการที่อยู่ภายในซอยลาซาล 7 ซึ่งเป็นซอยตัน โดยโครงการนี้จะอยู่เกือบท้ายซอยเลยค่ะ ภายในซอยนี้ส่วนมากจะเป็นอาคารพักอาศัยเป็นหลัก มีทั้งเป็นบ้านสูง 2-3 ชั้น และมีทั้งอพาร์ตเมนต์เเบบ Low Rise อยู่หลายอาคารภายในซอย เเละเนื่องจากซอยนี้เป็นซอยตัน ทำให้รถที่เข้าออกภายในซอยนี้มีไม่มากนัก ไม่วุ่นวายเท่าไหร่ค่ะ ส่วนพื้นที่ข้างเคียงของโครงการนั้น

  • ทิศเหนือ จะติดกับอพาร์ตเมนต์สูง 5 ชั้น โดยตัวอพาร์ตเมนต์จะอยู่ติดกับโครงการเราทางมุมซ้ายบน(มองจากรูป) ห้องที่อยู่บริเวณนี้ก็จะเสียเปรียบหน่อย ตรงที่มองออกไปจะเห็นด้านข้างของอาคาร
  • ทิศใต้ ติดกับบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น และถัดออกไปเป็นอพาร์ตเมนต์ที่กำลังก่อสร้างอยู่ (ไม่เเน่ใจเรื่องความสูง น่าจะใกล้เคียงกันกับโครงการของเราค่ะ)
  • ทิศตะวันออก ติดกันกับซอยลาซาล 7 ฝั่งตรงข้ามถนนจะเป็นที่ดินเปล่า
  • ทิศตะวันตก ติดกับโครงการจะเป็นที่ดินเปล่า และพื้นที่โล่ง

ทิศเหนือ จะติดกับอพาร์ตเมนต์สูง 5 ชั้น

ทิศใต้ ติดกับบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น และถัดออกไปเป็นอพาร์ตเมนต์ที่กำลังก่อสร้างอยู่

ทิศตะวันออก ติดกันกับซอยลาซาล 7 และที่ดินเปล่าฝั่งตรงข้ามโครงการ

ทิศตะวันตก มองเข้าไปยังพื้นที่โครงการค่ะ ณ ปัจจุบันมีการเตรียมพื้นที่ก่อสร้างเเล้ว ด้านหลังโครงการจะเป็นที่ดินเปล่า และพื้นที่โล่ง

บรรยากาศภายในซอยลาซาล 7 ค่ะ ส่วนมากจะเป็นบ้านพักอาศัยแทบทั้งสิ้น ไม่ค่อยมีร้านค้า ร้านอาหารให้บริการ ต้องเดินออกไปยังซอยลาซาลหลักเพื่อหาของกินนะคะ

จากหน้าโครงการมองไปยังท้ายซอยค่ะ เป็นซอยตัน

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • International school (St. andrew) ~ 1.3 km.
  • Summer Lasalle ~ 1.7 km.
  • ไบเทค บางนา ~ 2.5 km.
  • Bangkok Pattana International School ~ 2.5 km.
  • Lasalle Avenue ~ 3.2 km.
  • รพ. ศิครินทร์ ~ 5.1 km.
  • Central Bangna ~ 5.2 km.
  • รพ. ไทยนครินทร์ ~ 5.6 km.
  • Jas Urban ~ 7.4 km.
  • Mega Bangna ~ 11.6 km.


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ DOLCE ลาซาล เป็นโครงการประเภทคอนโดมิเนียม Low Rise ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 686 ตร.วา ประกอบไปด้วยห้องพักจำนวนทั้งสิ้น 178 ยูนิต ตัวอาคารออกแบบมาด้วยสไตล์แบบ European Modern มีความคลาสสิคผสมกับโมเดิร์น มีการใช้เส้นสายแนวตั้งและGrillกันแดดตรงระเบียงตกแต่งทำให้อาคารดูมีมิติมากขึ้น อีกทั้งโทนสีจะใช้สีขาว-น้ำตาลในการออกแบบ ดูคลาสสิคตาม Concept ค่ะ โดยพื้นที่แต่ละชั้นจะถูกแบ่งดังนี้ ชั้น 1 จะเป็นชั้นสำหรับจอดรถ ชั้น 2 จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดและห้องพัก ส่วนชั้น 3-8 จะแบ่งเป็นห้องพักทั้งหมดค่ะ รูปแบบของห้องพักประกอบไปด้วยห้องเเบบ Studio , 1 Bedroom และ 2  Bedroom

ผังพื้นชั้น  1 ทางโครงการไม่มีมาให้ดูนะคะ เเต่จะเป็นพื้นที่จอดรถทั้งหมด ทางเข้าอาคารจะเป็นรั้วทึบสลับกับรั้วโปร่ง โดยการเข้า-ออกโครงการจะต้องใช้ Key Card ในการเข้า-ออกผ่านรั้วกั้นไม้กระดกหน้าโครงการซึ่งอยู่บริเวณตรงกับทางเข้า-ออกพอดี

สำหรับที่จอดรถของโครงการนี้ จะมีเงื่อนไขอยู่นิดนึงที่ห้องแบบ Studio และ 1 Bedroom จะมีโควต้าให้จอดได้ยูนิตละ 1 คัน แต่สำหรับห้อง 2 Bedroom จะมีสิทธิ์จอดได้ยูนิตละ 2 คันนะคะ โดยที่จอดรถของโครงการมีประมาณ 69 คันคิดเป็น 50% รวมจอดซ้อนคันได้อีกประมาณ 20 คันค่ะ

ตัวอาคารจะออกแบบเป็นรูปตัว U ฝั่งด้านหน้าโครงการก็จะเห็นเป็นห้องพักเป็นแผงแบบนี้ ส่วนด้านหลังจะเป็นขาของตัว U โอบล้อมพื้นที่ส่วนกลางที่อยู่ตรงกลางซึ่งเดี๋ยวเราจะมีภาพอีกฝั่งหนึ่งให้ชมกันด้วยค่ะ

ส่วนด้านหลังโครงการจะเป็น Court เล็กๆส่วนตัว ซึ่งพื้นที่ส่วนกลางจะตั้งอยู่บนชั้น 2 ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นจากชั้นล่าง และการวางผังฝั่งที่อยู่ด้านหลังจะเป็นการจัดห้องพักล้อมรอบส่วนกลาง เน้นการเปิดมุมมองภายในทำให้ห้องพักตรงนี้ได้วิวส่วนตัวค่ะ

พื้นที่ชั้น 2 จะเริ่มเป็นห้องพักอาศัยเเละพื้นที่ส่วนกลางค่ะ ชั้นนี้จะมีจำนวนยูนิตน้อยหน่อยเนื่องจากอยู่ร่วมกับพื้นที่ส่วนกลางโดยจะมีจำนวนยูนิตทั้งหมด 19 ยูนิตต่อชั้น การเข้าถึงห้องพักอาศัยของชั้นนี้จะต้องมี Key Card เพื่อใช้เข้า-ออกส่วนที่พักนะคะ โดยจะมีประตูกั้นอยู่บริเวณโถงลิฟต์ ลิฟต์มีจำนวน 2 ตัว เป็นลิฟต์ล็อคชั้น อัตราส่วนลิฟต์เท่ากับ89:  1 พื้นที่ฝั่งด้านในจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด ดังนั้นห้องพักในชั้นนี้ก็จะได้ Single Corridor และเข้าถึงส่วนกลางได้ง่ายค่ะ จะเหมาะกับคนที่ชอบเดินมาใช้พื้นที่ส่วนกลางได้ง่ายหรือคนที่อยากอยู่ชั้นที่มีจำนวนยูนิตไม่เยอะ สำหรับพื้นที่ส่วนกลางจะมีส่วนที่เป็น Laundry , Fitness , Lobby ที่มี Double Volume , Game Room , สวน และสระว่ายน้ำ โดยสวนที่เป็นสวน สระว่ายน้ำ และ Game Room จะต้องเดินออกมายังนอกอาคาร เป็นสะพานเชื่อมต่อไปยังพื้นที่โซนนี้อีกที โดยจะมีการเจาะพื้นของชั้น 2 บางส่วน เป็น Void ลงไปยังชั้น 1 ที่เป็นชั้นจอดรถ ทำให้ได้เเสงสว่างลงไปยังพื้นที่จอดรถได้ด้วย สำหรับพื้นที่สระว่ายน้ำและสวนกลางเเจ้ง เวลาฝนตกหรือกลางวันที่เเดดร้อนมากมาก อาจไม่สะดวกที่จะออกมาใช้งานเท่าไหร่ แต่ก็ยังดีที่มีตัวอาคารล้อมรอบ ทำให้เกิดร่มเงาให้พื้นที่สระ สามารถยืดเวลาการใช้งานแบบมีร่มเงาได้ยาวนานขึ้น

 

โดยการเข้าถึงพื้นที่ส่วนกลางนั้น นอกจากห้องซักรีด ฟิตเนสและ Lobby ที่อยู่ภายในอาคารเเล้ว พื้นที่ส่วนอื่นๆจะต้องเดินข้ามสะพานออกมายังคอร์ทตรงกลางก่อนแล้วถึงจะเดินไปใช้งานได้ อย่างเช่นห้อง Game Room ค่ะ อาจะจะลำบากเล็กน้อยถ้าฝนตกนะคะ

สะพานที่เชื่อมส่วนกลางภายในอาคาร มายังส่วนกลางที่อยู่ภายนอกอาคาร จะเป็นช่องเเสงที่ส่องไปยังพื้นที่จอดรถชั้น 1 ทำให้พื้นที่ส่วนจอดรถไม่มืดทึบเกินไปค่ะ

บรรยากาศจำลองภายในห้องฟิตเนส มองออกไปยังพื้นที่สวนเเละสระว่ายน้ำภายนอก

ภาพจำลองบรรยากาศวิวที่ได้เมื่อมองออกมาจากฟิตเนสนะคะ ทางขวามือจะเห็น Lobby ส่วนทางซ้ายมือจะเป็น Game Room

บรรยากาศจำลองห้อง Game Room เราสามารถมานั่งเล่นบอร์ดเกมส์กับเพื่อนได้ด้วย

บรรยากาศจำลอง Lobby มีทั้งพื้นที่ที่จัดเป็นโซฟาพักผ่อนกับโต๊ะนั่งทำงาน สามารถมานั่งเปลี่ยนบรรยากาศชมวิวสระว่ายน้ำและสวนไปอ่านหนังสือไปก็ได้

ภาพจำลองบรรยากาศสระว่ายน้ำภายในโครงการ สระนี้จะเป็นระบบน้ำเกลือ กว้าง 5 เมตร ยาว 20 เมตร ลึก 1.2 เมตร

ภาพจำลองบรรยากาศสวนและสระว่ายน้ำส่วนกลางของโครงการอีกมุมหนึ่ง ซึ่งรอบๆสระจะมีการจัดสวนหย่อมและมีที่นั่งมาให้พักผ่อนด้วย ในเวลากลางคืนก็จะมีการจัด Lighting แทรกอยู่ตามมุมต่างๆค่ะ

ภาพจำลองบรรยากาศสวนและสระว่ายน้ำส่วนกลางของโครงการ

ขึ้นมาชั้น 3 จะเริ่มเป็นห้องพักอาศัยเเล้วค่ะ โดยจะมีบางส่วนที่ยังคงเป็นพื้นที่ Double Volume ของส่วนกลางชั้น 2 อยู่ โครงการนี้จะมีทางเดินเป็น  Double Corridor โดยจะออกแบบให้ประตูห้องฝั่งตรงข้ามเยื้องๆกันอยู่บ้างเพื่อความเป็นส่วนตัว การวางผังห้อง โดยส่วนใหญ่จะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom แต่จะมีห้องเเบบ 2 Bedroom อยู่ตรงมุมอาคาร และห้องเเบบ 1 Bedroom Type A3 ที่จะได้ตำแหน่งมุมอาคารไป ส่วนห้องแบบ Studio จะอยุ่เป็นห้องหัวมุมวิวภายใน และห้องวิวภายนอกทางทิศเหนือ ซึ่งจะเป็นห้องที่ประจันหน้ากับด้านข้างของอพาร์ตเม้นต์ข้างโครงการเราพอดีค่ะ สำหรับชั้น 3 นี้ จะมีจำนวนยูนิตต่อชั้นอยู่ที่ 23 ยูนิตต่อชั้นค่ะ

ชั้น 3-7 จะเป็น Typical Floor การจัดวางผังโดยรวมจะเหมือนกันกับชั้น 2 ทุกอย่างแต่จะมีห้องที่ได้วิวคอร์ทกลางอาคารเพิ้มขึ้น ทั้งห้องแบบ Studio , 1 Bedroom และ 2 Bedroom

ห้องพักที่ชั้น 8 จะพิเศษขึ้นมาหน่อย เนื่องจากเป็นชั้นสูงสุด คาดว่าจะไม่มีวิวจากรอบข้างโครงการมาบังเเล้ว การออกแบบจึงจัดให้ชั้นนี้เป็นชั้นที่มีห้องแบบ 2 Bedroom มากขึ้นด้วย โดยเเค่ชั้นนี้ชั้นเดียวก็มีห้อง 2 Bedroom 9 ยูนิตเเล้วค่ะ (ในขณะที่ชั้นอื่นจะมีห้อง 2 Bedroom ชั้นละ 2-3 ยูนิต)

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก
  • LOBBY & LIBRARY
  • SALTED WATER POOL สระว่ายน้ำระบบเกลือ กว้าง 5 เมตร ยาว 20 เมตร ลึก 1.2 เมตร
  • FITNESS
  • WORKPLACE
  • GAME ROOM
  • GARDEN
  • FIBER OPTIC SYSTEM
  • 24 HRS. SECURITY & CCTV
  • KEY CARD ACCESS
  • LAUNDRY
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 89:  1
  • ที่จอดรถประมาณ 69 คันคิดเป็น 50% รวมจอดซ้อนคันอีก 20 คัน


Product Walkthrough

วันนี้เราจะมีห้องตัวอย่างมาให้ดูกันทั้งหมด 2 ห้องนะคะ เป็นห้องแบบ Studio 1 ห้อง และห้อง 1 Bedroom อีก 1 หรือ โดยเราจะเริ่มกันที่ห้องแบบ Studio กันค่ะ โครงการนี้จะขายเป็นแบบ Full Fitted นะคะ แต่จะมีชุดครัว ห้องน้ำ ตู้เสื้อผ้า และแอร์ให้มาทุกยูนิตค่ะ

Studio Type ที่มีมาให้ดูจะเป็นห้อง Type S2 ค่ะ ห้องนี้จะเป็นห้องเเนวลึก ขนาด 24.8 ตร.ม. โดยเมื่อเข้ามาจะเจอกับพื้นที่ส่วนครัวและห้องน้ำก่อนเลย ก่อนจะเป็นพื้นที่สำหรับจัดวางโซฟาและเตียงนอนถัดเข้าไป โดยพื้นที่ที่เป็นส่วนพักอาศัยนั้นถือว่าได้ค่อยข้างกว้างนะคะ ดูแล้วไม่อึดอัด ปลายเตียงกว้าง มีทางเดินใช้งานสบายพอสมควร เเต่ตรงนี้เราก็จะต้องเลือกที่จะวางเป็นโซฟาพักผ่อน หรือจะเป็นโต๊ะทานอาหารเเทนนะคะ เนื่องจากพื้นที่มีค่อนข้างจำกัดอยู่ ส่วนถ้าใครชอบที่จะทำอาหารจริงจัง แนะนำให้ติดประตูบานเลื่อนกั้นส่วนครัวกับส่วนพักผ่อนก็ได้นะคะ จะได้ช่วนให้เวลาทำอาหารกลิ่นอาหารและควันไม่ไหลเข้าห้องมาติดหมอนติดผ้าห่ม สะอาดมากขึ้นค่ะ ห้องนี้จะได้ระเบียงกว้างนะคะ ห้องนี้จะไม่มีงานระบบสำหรับติดตั้งเครื่องซักผ้าให้ แต่ภายในโครงการจะมีห้อง Laundry มาให้เเล้วค่ะ (เฉพาะห้อง Studio เท่านั้นที่ไม่มีการเดินงานระบบสำหรับติดตั้งเครื่องซักผ้า)

เริ่มที่ทางเข้ากันก่อนเลย บานประตูห้องหน้าตาที่ได้เป็นแบบนี้นะคะ เป็นบานสำเร็จรูปปิดผิวด้วยลามิเนตกว้าง 80 ซม. สูง 2 เมตร มีติดตั้ง Digital door lock ให้มาของ Colt ซึ่งใช้ได้ทั้ง Keycard กุญแจ และ Password ในการเข้าห้อง

ตัวอย่าง Key Card ที่ใช้เข้าออกห้องค่ะ

สำหรับห้องแบบ Studio เมื่อเข้ามา เราจะเจอกับส่วนของครัวกันก่อนเลย อยู่ทางขวามือ และทางซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำค่ะ ภายในห้องจริงจะไม่มีประตูบานเลื่อนกระจกให้แบบนี้นะคะ ซึ่งตรงนี้ทางโครงการก็ติดตั้งให้เป็นไอเดีย ในกรณีที่ใครซื้อห้องเเบบ Studio ไว้ แต่อยากปรับให้ส่วนครัวกับพื้นที่ห้องนอนเเยกออกจากกัน เพื่อให้ขณะใช้งานทำครัว ควันและกลิ่นก็จะไม่ไหลลอยไปติดโซฟาหรือเตียงนอน จนเป็นอันนอนไม่ได้ การที่จะติดตั้งประตูบานเลื่อนกระจกนี้ก็นับว่าเป็นไอเดียที่ไม่เลวเลยค่ะ

วัสดุภายในห้องของโครงการนี้ จะได้พื้นเป็นพื้นกระเบื้องยางไวนิล ที่จะมีคุณสมบัติที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดี และยืดหยุ่นไม่ทำให้แตกหักง่าย ผนังและฝ้าเพดานจะได้เป็นฉาบเรียบทาสีขาว ไฟได้ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้าค่ะ บานประตูจะใช้เป็นบานประตูสำเร็จรูป สำหรับทางเข้าห้องจะกรุลามิเนตให้ พร้อมกับติดตั้ง Digital Door lock ยี่ห้อ Colt ส่วนประตูห้องน้ำจะได้เป็นประตูสำเร็จรูปทาสีเคลือบพิเศษเเทน ส่วนประตูและหน้าต่างกระจกนั้นกรอบบานจะได้เป็นอลูมิเนียมลูกฟักกระจกใส ส่วนครัว Top เคาน์เตอร์จะได้หินแกรนิต ชุดอุปกรณ์ครัวของ Hefele ส่วนห้องน้ำจะได้สุขภัณฑ์ของ American Standard ห้องอาบน้ำมีฉากกั้นให้เป็นกระจก Tempered หนา 6 มม.

หันหน้ามาทางขวามือจะเป็นตำแหน่งวางเคาน์เตอร์ครัวกับตู้เย็นนะคะ  โดยพื้นที่ทั้งหมดจะมีขนาดความกว้างอยู่ที่ 2 เมตร โดยจะมีพื้นที่ส่วนเคาน์เตอร์กว้างประมาณ 1.3 เมตร Top เคาน์เตอร์เป็นหินแกรนิตดำ backsplash จะได้เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้เเทน สะดวกในการทำความสะอาดค่ะ ตัวบานจะกรุด้วยลามิเนต และมี Soft Close ให้มาด้วย

ครัวนี้โครงการจะทำมาให้นะคะ แต่จะไม่ได้ให้เครื่องใช้ไฟฟ้ามา ช่องเปิดข้างในต่างๆก็ตามที่เห็นเลยค่ะ ถือว่าโอเคเลยนะคะสำหรับห้องแบบ Studio มีช่องวางไมโครเวฟให้ด้วยค่ะ

พื้นที่เคาน์เตอร์มีอ่างล้างจานและเตาไฟฟ้าให้ เเต่พื้นที่สำหรับเตรียมอาหารก็จะเล็กๆหน่อยแบบในภาพเลย Top เคาน์เตอร์เป็นหินแกรนิตดำ backsplash จะได้เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้

อ่างล้างจานได้ของ Hafele แบบหลุมเดียวเหมาะกับการใช้งานในห้อง Studio

ชุดเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันก็ของ Hafele เช่นกัน โดยเครื่องดูดควันเป็นระบบหมุนเวียนอากาศค่ะ

เดี๋ยวเราจะพาไปดูฝั่งตรงข้ามกับครัวกันบ้าง ซึ่งจะเป็นห้องน้ำนะคะ

ที่นี่จะมีธรณีประตูกั้นขึ้นมาแบบนี้ 1.คือกันน้ำไหลออกมาเลอะเทอะนอกห้องน้ำ และ 2. ช่วยให้ประตูไม่ชนพื้น ทำให้ประตูที่เป็นประตูสำเร็จรูปมีโอกาสที่จะบวมน้ำลดลงค่ะ (แต่ตอนใช้งานก็ต้องระวังหน่อย อย่าให้ประตูโดนน้ำบ่อยๆนะคะ)

เข้ามายังห้องน้ำ จะเจอกับอ่างล้างมือด้านหน้าเราก่อน ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นโถสุขภัณฑ์และพื้นที่อาบน้ำค่ะ โดยห้องนี้จะมีขนาดโดยรวมประมาณ 1.85 x 1.95 เมตร ภายในกรุด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60×60 ซม. และมีพัดลมดูดอากาศมาให้ (เนื่องจากห้องนี้ไม่ติดผนังภายนอกอาคาร จึงไม่มีหน้าต่างไว้ระบายกากาศภายในห้องนะคะ)

ระยะทางเดินก็ถือว่าเดินสบายเลยค่ะ

พื้นที่อ่างล้างมือจะเป็นอ่างเเบบฝังเคาน์เตอร์กึ่งนึงนะคะ ติดตั้งมาพร้อมกระจกเงาเเบบนี้เลย ไม่มีเฟรมกระจกค่ะ

อ่างล้างมือจะได้ของ American Standard มีพื้นที่เคาน์เตอร์กว้าง 40 ซม.​สามารถวางอุปกรณ์ล้างหน้าแปรงฟัง หรือครีมบำรุงผิวต่างๆได้ สำหรับคุณผู้หญิงก็อาจจะมายืนทาครีมตรงนี้เลยก็ได้ มีปลั๊กไฟพร้อมฝาครอบมาให้ พร้อมการใช้งานไดร์เป่าผมเต็มที่ค่ะ

ส่วนตำแหน่งของโถสุขภัณฑ์จะอยู่เข้ามุมข้างประตูพอดี ด้านบนจะเห็นว่ามีพัดลมระบายอากาศติดตั้งมาไว้ให้ด้วย

โถสุขภัณฑ์ก็ได้ของ American Standard เช่นกัน มีสายฉีดชำระและชุดวางกระดาษทิชชู่มาให้พร้อมครบเซ็ท

พื้นที่อาบน้ำจะอยู่ตรงมุมห้องพอดี มีฉากกั้นกระจกติดตั้งไว้ให้ เป็นกระจก Tempered หนา 6 มม.ค่ะ

บานประตูเป็นบานเปิดเข้า ทำให้ใช้งานเสร็จน้ำที่เกาะอยู่ตรงประตูไม่ไหลหยดมายังพื้นที่ห้องน้ำส่วนแห้งที่อยู่ข้างนอกนะคะ พื้นที่ห้องอาบน้ำจะอยู่ที่ประมาณ 0.925 x 1.1 เมตร ถือว่าเป็นระยะที่โอเค ใช้งานหมุนตัวสะดวก

ฝักบัวอาบน้ำก็จะให้มาเเบบนี้ ไม่มีที่วางสบู่อะไรให้มานะคะ ติดตั้งเพิ่มเอาเองได้เลย

สายฝักบัวจับง่ายค่ะ หน้าตาให้มาเเบบนี้ของ American Standard เช่นกัน

มาดูพื้นที่นอน+พักผ่อนกันบ้าง ห้องนี้มีหน้ากว้างประมาณ 3.65 เมตร ทำให้บรรยากาศห้องส่วนนี้ดูกว้างเลยนะคะ ความสูงห้องอยู่ที่ 2.5 เมตร ซึ่งก็ถือว่ากลางๆอยู่ เเต่ข้อดีของห้องนี้คือจะไม่มีหน้าต่าง แต่จะเป็นประตูบานเลื่อนกระจกที่กว้างเกือบ 3 เมตร เชื่อมต่อกับระเบียงห้องนอนหน้ากว้างเช่นกัน เลยทำให้ออกไปใช้งานได้ ห้องก็ได้รับความสว่างเป็นเต็มที่เลย

เมื่อเข้ามายังส่วนพักผ่อน ในห้องตัวอย่างจะจัดวางเป็นโซฟาเเบบ 2 ที่นั่งไว้ ซึ่งตรงนี้นี่เเหละค่ะที่จะเป็นตำแหน่งที่เราจะมานั่งกินข้าวด้วย หรือถ้าใครชอบที่จะนั่งโต๊ะเป็นกิจลักษณะ ก็สามารถเลือกเป็นโต๊ะทานข้าว 2-4 ที่นั่ง วางด้านกว้างโต๊ะชิดผนังเเทนก็ได้ พื้นที่ตรงนี้ก็จะกลายเป็นมุมทานข้าว + นั่งทำงานไปในตัว ส่วนมุมห้องที่จัดเป็นโต๊ะเครื่องเเป้ง เราก็เลือกเอาโซฟามาตั้งแทน แบบ 1 ที่นั่ง นอนเอนหลังอ่านหนังสืออะไรไปก็ได้นะคะ

อย่างในห้องตัวอย่างเมื่อจัดออกมาแล้ว ทางเดินระหว่างโต๊ะกลางของโซฟา กับผนังห้องก็จะเหลือความกว้างประมาณ 65 ซม. ยังเป็นระยะที่เดินใช้งานได้สะดวกอยู่นะคะ ส่วนความกว้างของระยะที่สามารถวางโซฟาได้ ก็จะอยู่ที่ประมาณ 1.60- 2.00 เมตร ขึ้นอยู่กับขนาดเตียงที่เราจะเลือกอีกทีอยู่ดีค่ะ

สำหรับเตียงนอนนี่ ถ้าใครให้ความสำคัญกับการนอนจริงจัง อยากได้เตียงกว้างๆ ก็มีพื้นที่ที่สามารถวางได้ค่อนข้างสบายเลยค่ะ (โครงการก็ตั้งใจว่าให้ลูกบ้านเลือกเฟอร์นิเจอร์เอง เพื่อตรงกับความต้องการของตัวเอง)

พื้นที่ปลายเตียงก็จะเป็นผนังทึบยาวประมาณ 3.8 เมตร มีตู้เสื้อผ้ากว้าง 1.2 เมตรให้มานะคะ ส่วนพื้นที่ที่เหลือก็เเล้วแต่ผู้อยู่อาศัยเลยค่ะ จะจัดเป็นมุมทำงาน โต๊ะเครื่องเเป้ง หรือ ชั้นวาง TV ก็ได้ โดยห้องนี้จะมีแอร์ติดตั้งมาให้ 1 ตัว ขายพร้อมห้องค่ะ

ตู้เสื้อผ้าที่ให้มาจะเป็น Built-in สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานเลย เป็นแบบบานเลื่อน มีช่อง ราวเเขวน และลิ้นชักให้มาตามนี้เลยค่ะ

ระยะปลายเตียงภายในห้องตัวอย่างมีขนาดประมาณ 1.2 เมตรเลย ถือว่ากว้างมากเลยนะคะ

มาอีกฝั่งนึงของเตียงบ้าง จะเป็นทางเดินเล็กๆกว้าง 30 ซม. ติดกับประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ เชื่อมออกไปยังระเบียงห้องนอนค่ะ

ประตูที่ได้จะเป็นบานเปิด 2 ตอน กว้างเกือบ 3 เมตร ทำให้ได้รับเเสงสว่างเข้ามายังภายในห้องได้เต็มที่ เเละไม่มีกรอบเฟรมวงกบมาให้เห็นเยอะๆ

ตัวรางประตูจะมีรางด้านในเพิ่มอีกราง เอาไว้เผื่อในกรณีที่ต้องการติดมุ้งลวดเพิ่มเติมได้ค่ะ

พื้นที่ระเบียงจะกว้าง 60 ซม. และยาวสุดผนังห้องเลย มีราวกันตกสูง 90 ซม.ให้มาหน้าตาเเบบนี้

อีกมุมนึงของระเบียงจะเป็นที่วาง Condensing Unit ที่สามารถเป่าออกไปยังนอกห้องได้ มีระแนงบังตาสร้างความเรียบร้อยเมื่อมองจากภายนอกเข้าอาคาร และทำให้พื้นที่ระเบียงส่วนอื่นสามารถเดินออกมาใช้งานได้สะดวกค่ะ

เรามาต่อกันที่ห้องตัวอย่างอีกห้องนึงกันค่ะ เป็นห้องแบบ 1 Bedroom ในห้องตัวอย่างจะเป็น Type A1 ขนาด 30.4 ตร.ม.ค่ะ ห้องนี้จะเป็นห้องหน้ากว้าง ที่เเบ่งพื้นที่นั่งเล่นเเละห้องนอนออกจากกันชัดเจน โดยเมื่อเข้าห้องมาจะเป็นพื้นที่ส่วนครัวก่อนเลย และเป็นส่วนทานข้าวและนั่งเล่น ต่อเนื่องยาวไปยังระเบียงห้อง โดยครัวที่ได้จะเป็นครัวเปิดนะคะ ซึ่งเราจะทำเป็นครัวปิดก็ได้ โดยการติดตั้งประตูบานเลื่อนเพิ่มเติมเอาเอง แต่ก็ต้องกะระยะดีๆให้เหลือพื้นที่สำหรับโต๊ะทานข้าวค่ะ ห้องนี้ระเบียงจะมีเฉพาะส่วนรับเเขกเท่านั้น โดยห้องนอนจะไม่ได้ระเบียงค่ะ แต่ห้องนอนจะเป็นห้องที่กั้นออกมาเป็นสัดส่วน ประตูปิดทึบ ถ้าเราอยู่กันกับเเฟน เพื่อนเเฟนมา เราอยู่ในห้องนอนก็จะไม่รบกวนมองเห็นกันค่ะ ส่วนห้องน้ำอยู่ในห้องนอนก่อน กั้นส่วนเปียกส่วนแห้งเป็นสัดส่วนดี ถ้าเพื่อนอยากจะมาใช้งานต้องเดินผ่านห้องนอนมาเข้าห้องน้ำ ซึ่งตรงนี้ก็อาจสูญเสียความเป็นส่วนตัวไปนิดนึงถ้ามีแขกมาบ้าน

 

เมื่อเข้าห้องมาเราจะเจอกับเคาน์เตอร์ครัวทางซ้ายมือ เเละพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานข้าวทางขวามือ ซึ่งจะต่อเนื่องไปยังพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนดูทีวี ที่ติดกับระเบียงค่ะ พื้นที่ตรงนี้จะมีหน้ากว้างอยู่ที่ประมาณ 2.6 เมตร ถือว่าโอเคนะคะ ตัววัสดุทั้งหมดยังคงเหมือนห้องที่เเล้วค่ะ พื้นจะได้เป็นกระเบื้องยางไวนิลลายไม้

มองย้อนกลับมาฝั่งหน้าห้องจะเป็นครัวและพื้นที่รับประทานอาหาร ซึ่งจัดพื้นที่ไว้เป็นสัดส่วน

หันมาที่ครัวกันก่อน ห้องนี้จะมีพื้นที่ครัวกว้างมากขึ้น อยู่ที่ประมาณ 1.7 เมตร โดยจะมีการติดตั้งงานระบบสำหรับวางเครื่องซักผ้าเอาไว้ให้ได้ด้วยค่ะ

ช่องเปิดสำหรับเก็บของต่างๆก็ตามที่เห็นเลย ถือว่าเยอะดีในระดับนึงนะคะ เราอาจจะซื้อพวกชั้นที่เป็นช่องๆมาเพิ่ม เอาไว้วางช้อนส้อม มีดอะไรต่างๆเองค่ะ

ตัวเคาน์เตอร์ก็จะได้ Top เป็นหินเเกรนิต และ Backsplash เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ค่ะ เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน และอ่างล้างจานยังเป็นของยี่ห้อง Hafele เหมือนเดิมนะคะ

อีกฝั่งนึงของครัวจะเป็นตำแหน่งสำหรับวางโต๊ะทานอาหารและตู้เย็น ซึ่งตรงที่วางตู้เย็นโครงการไม่ได้ Built-in มาให้เเบบนี้นะคะ เป็นพื้นที่โล่งๆ เราสามารถทำตามได้ ส่วนพื้นที่วางโต๊ะทานข้าวเราสามารถเลือกขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 4 ที่นั่งได้เลยค่ะ ทีพื้นที่รอบๆเหลืออยู่

ระยะเข้าออกสำหรับ 2 ที่นั่งก็จะพอดีๆหน่อย แต่ถ้าไม่มี Built-in ด้านหลังตรงตู้เย็นก็จะได้ความกว้างมากขึ้น เราสามารถเลือกโต๊ะใหญ่ได้ หรือโต๊ะแบบพับได้มาวางเพื่อการประหยัดเนื้อที่ และเราสามารถมานั่งทำงานตรงนี้ด้วยก็ได้ค่ะ

พื้นที่ทางเดินกว้างมากเลยค่ะ จากตู้เย็นมายังเคาน์เตอร์เหลือที่ประมาณ 1.70 เมตรเลย

ต่อมายังส่วนนั่งเล่นกันบ้าง พื้นที่ตรงนี้ก็จะได้ความเป็นส่วนตัวหน่อย เรานั่งดูทีวีอยู่เเฟนกลับบ้านมาเข้าห้องนอนก็จะไม่เดินตัดหน้าเรารบกวนการดูซีรีย์อะไรของเราได้ ระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 2.2 เมตร กำลังดีเลยค่ะ

สามารถเลือกโซฟาเเบบ 2 ที่นั่งได้ มีความกว้างให้วางโซฟาประมาณ 2 เมตร

ผนังส่วนสำหรับวางชั้นวางทีวีมีความกว้างประมาณ 1.6 เมตร เราจะทำ Built-in ก็ได้ หรือจะซื้อชั้นวางทีวีมาวางก็ได้ค่ะ

พื้นที่ตรงนี้จะสามารถเดินออกไปยังระเบียงได้ ต่อเนื่องกันไปด้วยประตูบานเลื่อน 2 ตอน ขนาดกว้างประมาณ 1.8 เมตร ทำให้เเสงเข้าได้เต็มที่ เปิดระบายอากาศได้ด้วย

มีธรณีประตูสูงขึ้นมาจากพื้นกันฝุ่นและน้ำไหลเข้าห้องได้ เเละมีรางเพิ่ม สำหรับติดตั้งมุ้งประตูไว้ให้เช่นเคย

ระเบียงมีขนาดกว้างเพิ่มขึ้น อยู่ที่ประมาณ 90 ซม. ยาว 1.9 เมตร

และส่วนที่กั้นไว้สำหรับวาง Condensing unit มีประตูเปิด-ปิด โดยเฉพาะไว้ให้ แต่เป็นเเบบเป่าข้างนะคะ มีประตูก็จะช่วยลดความร้อนได้ระดับนึง แต่ไปติดตั้งกริลเบี่ยงลมร้อนเพิ่มก็จะช่วยได้มากขึ้นค่ะ

มองจากระเบียงมายังทางเข้า ห้องก็ดูกว้างขวางพอสมควรเลยค่ะ

ประตูห้องนอนเป็นประตูสำเร็จรูปนะคะ เเอบเสียดายที่เป็นลูกบิดกลมอยู่ ส่วนแอร์ ห้องนี้จะให้เเอร์ทั้งหมด 2 ตัว อยู่ที่ห้องนอนและห้องนั่งเล่นค่ะ

เข้ามายังห้องครัวห้องนี้ที่ให้มาในห้องมาตรฐานจะเป็นห้องโล่งนะคะ มีแต่ตู้เสื้อผ้าให้มา อยู่หลังประตู เดี๋ยวเราจะพาไปดูกัน

หันมาทางขวามือจะเป็นตำแหน่งวางเตียง เราสามารถเลือกเตียงเเบบ Queen Size หรือ King Size ได้เลย ตามความชอบของเรา

ข้างเตียงฝั่งประตูทางเข้า ในห้องตัวอย่างเหลือพื้นที่ประมาณ​ 1.3 เมตรเลย เฟอร์นิเจอร์ตรงส่วนนี้โครงการไม่ได้ให้นะคะ เราจะทำเป็นมุมโต๊ะเครื่องเเป้ง และ Built-in ชั้นวางของเพิ่มขึ้นก็เป็นไอเดียที่ไม่เลวนะคะ

ทางโครงการมีมีปลั๊กไฟและงานระบบเตรียมไว้ให้เเล้ว สำหรับ Built-in เป็นโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงานค่ะ

ส่วนปลายเตียงก็จะเเคบเล็กน้อย เหลือทางเดินประมาณ 45 ซม. ถ้าใครชอบนอนดูทีวี แนะนำให้ติดตั้งทีวีเเบบเเขวนเเทนจะสะดวกกว่าค่ะ

ในห้องตัวอย่างจะวางเตียงชิดกระจกเลย มีช่องเล็กๆสำหรับติดตั้งผ้าม่าน

ห้องนอนจะได้หน้าต่างสุดขอบผนังเลย เป็นบานเลื่อน 2 ตอน เเละ Low wall สูงจากพื้น 30 ซม. ทำให้เเสงสว่างเข้าห้องได้เต็มที่ และเปิดระบายอากาศรับลมได้เต็มที่เช่นกัน

มองจากระเบียงมายังภายในห้องกันนะคะ เราจะเห็นว่าตู้เสื้อผ้าจะอยู่ข้างประตูเลย และจะมีทางเดินไปยังห้องน้ำใกล้ๆกัน

หน้าตาปลั๊กและสวิตช์ที่โครงการให้มาค่ะ

ตู้เสื้อผ้าชิ้นนี้จะ Built-in มาให้ เป็นบานเลื่อนเปิด ขนาดกว้าง 1.2 เมตร หน้าตาวัสดุ ขนาด เหมือนในห้อง studio ค่ะ

เดินมายังห้องน้ำกันบ้าง ประตูห้องน้ำเป็นบานสำเร็จรูปเช่นเคย ลูกบิดกลม และยกระดับธรณีห้องกันน้ำไหลเข้าห้อง และสะดวกในการทำความสะอาดค่ะ

ห้องน้ำของ 1 Bedroom Type นี้จะมีการวางผังต่างออกไปค่ะ แต่ยังคงเเยกส่วนเปียกและส่วนแห้งออกจากกันอยู่

โดยพื้นที่ส่วนเเห้งนั้นจะมีขนาดประมาณ​1.35 x 1.65 เมตร ทางเดินอยู่ตรงกลางตรงกับประตูเลย

ชุดอ่างล้างมือเป็นของ American Standard แต่จะเป็นแบบฝังใต้เคาน์เตอร์แทนนะคะ

พื้นที่เคาน์เตอร์อยู่ที่ 60 x 90 ซม. วางของได้มากขึ้น ส่วนวัสดุ Top จะเหมือนกันกับครัว คือ หินแกรนิตสีดำ

ตัวโถสุขภัณฑ์อยู่ในสุด สามารถใช้งานได้อย่างเป็นส่วนตัว

ส่วนพื้นที่อาบน้ำ เมื่อเข้าห้องน้ำมาจะอยู่ทางซ้ายมือค่ะ โดนมีฉากกั้นให้มาเช่นเคย

มีธรณีประตูให้มาด้วย ขนาดพื้นที่ใช้สอยส่วนเปียกนี้จะอยุ่ที่ประมาณ 1.25 x 0.85 เมตร ระยะใหญ่ขั้น ให้งานสบาย หมุนตัวสะดวก

ฝักบัวของ American Standard เช่นกัน ไม่มีที่วางสบู่มาให้ เลือกซื้อติดตั้งกันเองนะคะ


เราลองมาดูแปลนห้องแบบอื่นๆกันบ้างค่ะ

โครงการนี้มีแบห้อง Studio อีกแบบที่มีขนาด 24.6 ตร.ม. เป็นห้อง Type S1 อันที่จริงแปลนของห้องนี้คล้ายกับห้องตัวอย่างที่เราพาไปชมกันมากนะคะ เพียงแต่ห้องนี้จะมีหน้ากว้างที่กว้างกว่า และมีความลึกของห้องที่สั้นกว่าเล็กน้อย ทำให้พื้นที่รวมของห้องต่างกันเพียง 0.2 ตร.ม.ค่ะ ซึ่งมันก็จะส่งผลต่อการจัด LayOut ของเเปลนห้องอยู่เหมือนกัน ตรงที่ส่วนครัวจะได้พื้นที่มากขึ้นทั้ง 2 ฝั่งทางเดิน คือมีพื้นที่บนเคาน์เตอร์กว้างพอจัดเตรียมอาหารเเล้วค่ะ และสามารถจัดมุมโต๊ะทานข้าวสำหรับ 1-2 ที่นั่งได้ คือจำนวนฟังก์ชันการใช้งานก็อาจจะเพิ่มขึ้น แต่ความกว้างขวางเดินสบายก็จะลดลงไปหน่อย เช่นพื้นที่หน้าตู้เสื้อผ้าก็จะเเคบลง ระเบียงเล็กลงประมาณนี้ค่ะ

มาดูผังห้อง 1 Bedroom Type A2 กันบ้างค่ะ ห้องนี้มีขนาด 33.9 ตร.ม. เป็นห้องหน้ากว้างนะคะ ห้องนี้ถ้าเทียบกับห้องตัวอย่างก็มีการจัดวางที่อิงเเนวคิดที่ว่า พื้นที่ห้องนอนแยกออกจากพื้นที่นั่งเล่น พักผ่อนเป็นสัดส่วนค่ะ โดยห้องนี้จะมีการจัดพื้นที่ส่วนครัวที่ต่างออกไป คือเเนวเคาน์เตอร์ครัวจะขนานไปกับความกว้างของห้องเลยอยู่ข้างประตู ทำให้เราสามารถวางโต๊ะยาว อีกฝั่งนึงได้พื้นที่นั่งกินข้าว คล้ายๆกับเคาน์เตอร์ครัวอีกฝั่งได้ด้วย ส่วนพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นกับเครื่องซักผ้าก็จะเเยกออกมาอีกฝั่ง ดูเป็นสัดส่วน ภายในห้องนอนก็จะมีหน้ากว้างที่กว้างขึ้น ทำให้สามารถจัด Built-in ปลายเตียงเป็นโต๊ะทำงาน โต๊ะเครื่องแป้งและชั้นวางทีวีไปในตัวได้ ส่วนห้องน้ำจะเป็นผังเเนวยาวไปแทนค่ะ

ห้อง 1 Bedroom อีกห้องที่ดูน่าสนใจคือห้องแบบ A3 ค่ะ โดยห้องนี้จะเป็นห้องที่อยู่หัวมุมอาคาร ชั้น 3-8 ชั้นละ 1 ยูนิต รวมทั้งโครงการมี 6 ยูนิตเท่านั้น โดยรูปร่างของห้องแบบนี้จะเป็นรูปตัว L การเข้าถึงต่างๆก็จะเพิ่มเรื่องความเป็นส่วนตัวเรื่องการเข้าถึงด้วยค่ะ ห้องนี้เนื่องจากเป็นห้องหัวมุม ทำให้เราจะได้หน้าต่าง 2 ฝั่งผนังด้วยนะคะ เห็นได้ชัดจากภายในห้องนอนเลย ห้องนี้เมื่อเข้ามาเราจะเจอกับส่วนครัวที่เป็นครัวเปิดก่อน เเละเป็นพื้นที่โซฟารับแขก ที่ต่อเนื่องไปยังพื้นที่ระเบียงคล้ายๆกับห้อง 1 Bedroom แบบอื่นๆ แต่พอเข้ามายังในห้องนอนจะมีทางเดินที่เดินผ่านห้องน้ำทางขวามือ ออกไปห้องนอนเเทน โดยห้องน้ำจะเป็นผังที่แตกต่างออกไปโดยจะเจอกับส่วนแห้งก่อน เป็นทางเดินตรงกลางเเยกออก 2 ฝั่งซ้ายขวา ส่วนห้องอาบน้ำจะอยู่ตรงกลางตรงไป ส่วนพื้นที่ห้องนอนก็จะมีพื้นที่ดูกว้างขวางอยู่สบาย

สำหรับห้องเเบบ 2 Bedroom ของโครงการนี้ จะมีขนาดตั้งแต่ 45.4 – 51.1 ตร.ม. โดยจะมีห้อง B1 , B2 , B3 อยู่ตั้งแต่ชั้น 2-7 เป็นห้องที่อยู่หัวมุมอาคาร ส่วนห้อง B4 , B5 , B6 จะมีเฉพาะชั้น 8 เท่านั้นค่ะ โดยห้องทั้งหมดจะได้เป็นครัวเปิด  มีห้องนอนใหญ่ที่นอนได้ 2 คน 1 ห้อง กับห้องนอนเล็กที่นอนได้คนเดียวอีก 1 ห้อง การออกแบบทุกห้องจะเน้นไปที่พื้นที่นั่งเล่นรับแขกที่จะอยู่ติดกับระเบียง  และมีห้องน้ำ ห้องเดียวที่สามารถเข้าได้ 2 ทางค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 3 October 2018

  • Studio ห้อง 4-18 พื้นที่ 24.8 ตร.ม. ราคา 1.779 ล้านบาท หรือ 71,718 บาท/ตร.ม.
  • Studio ห้อง 7-22 พื้นที่ 24.6 ตร.ม. ราคา 1.955 ล้านบาท หรือ 79,500 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom ห้อง 2-9 พื้นที่ 30.4 ตร.ม. ราคา 2.219 ล้านบาท หรือ 73,000 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom ห้อง 5-23 พื้นที่ 30.7 ตร.ม. ราคา 2.364 ล้านบาท หรือ 77,000 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom ห้อง 6-12 พื้นที่ 34.8 ตร.ม. ราคา 2.766 ล้านบาท หรือ 79,000 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom ห้อง 8-1 พื้นที่ 46.5 ตร.ม. ราคา 3.743 ล้านบาท หรือ 80,500 บาท/ตร.ม.
  • Full fitted + ตู้เสื้อผ้า
  • ฝ้าเพดานสูง 2.5 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • จอง 20,000-30,000 บาท
  • ทำสัญญา 30,000-50,000 บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ 16 งวด
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตร.ม./เดือน (ชำระล่วงหน้า 1 ปี)

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล – โครงการ DOLCE ลาซาล ตั้งอยู่ในซอยลาซาล 7 ซึ่งเข้าไปในซอยลาซาลช่วนต้นๆทางซ้ายมือ ซอยลาซาล 7 จะห่างจากรถไฟฟ้าประมาณ 450 เมตร เเละเดินเข้าไปในซอยอีกประมาณ​ 350 เมตรก็จะถึงโครงการ โดยสามารถเดินเข้าไปหรือว่าเรียกรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างเพื่อเข้า-ออกโครงการได้ ตัวโครงการนอกจากไปยังถนนสุขุมวิทหรือเส้นรถไฟฟ้าได้ง่ายเเล้ว ยังสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปออกยังถนนศรีนครินทร์และไปยังบางนา – ตราดต่อได้ด้วย ความอุดมสมบูรณ์โดยรอบโครงการ จะหนาแน่นช่วงต้นซอยติดกับถนนสุขุมวิท ซึ่งจะมีทั้ง ร้านค้า Hypermarket ตลาดที่เปิดตลอดทั้งวัน เเละภายในซอยลาซาลก็จะมีร้านอาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว ตามข้างทางให้เเวะทานสะดวก ภายในซอย 7 เองจะเป็นซอยที่มีที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ เป็นซอยตัน รถไม่พลุกพล่าน แต่ก็ไม่ค่อยจะมีร้านค้าร้านอาหารภายในซอยเท่าไรนัก ต้องเดินออกมายังถนนลาซาลเเทน

การเดินทางโดยใช้รถ – เป็นทำเลที่ใช้รถสะดวกพอประมาณ อาจจะมีการจราจรติดขัดบ้างช่วงต้นซอยลาซาลไปยังเส้นสุขุมวิทในช่วงเวลาเร่งด่วน ตัวโครงการสามารถเดินทางเข้าออกเมืองได้ทั้งเส้นสุขุมวิทเอง เส้นศรีนครินทร์ และถนนบางนา-ตราด ในแง่ของทางด่วนก็จะมีทางด่วนบริเวณซอยสุขุมวิท 62 , ทางด่วนบางนาอยู่บริเวณ แยกบางนาและทางด่วนวงแหวน กาญจนาภิเษก อยู่บริเวณพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ถึงมีระยห่างจากโครงการประมาณ 5-6 km. ในแง่ของจำนวนที่จอดรถมีให้ประมาณ 50% ไม่รวมจอดซ้อนคัน ถือว่าดีในระดับหนึ่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งโดยรอบ แต่ก็ยังไม่ถือว่าเยอะเท่าไหร่

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – โครงการห่างจากรถไฟฟ้าประมาณ 800 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นระยะที่แดดแรงเดินก็เหนื่อยหอบได้เหมือนกัน อาศัยใช้บริการพี่วินน่าจะเหมาะสมกว่า โดยพี่วินนี่ก็จะให้บริการทั้งปากซอย 7 และ ปากซอยลาซาลเลย ราคาก็ 10 บาทเท่านั้น ขาเข้ามาจากรถไฟฟ้าก็ไม่เท่าไหร่ เเต่ขาออกไปถ้าต้องเดินไปเรียกพี่วินปากซอย ระยะก็จะครึ่งนึงของการเดินไปรถไฟฟ้าเเล้ว อาจจะต้องรอดูอีกทีว่าเมื่อสร้างเสร็จ จะมีพี่วินมาดักรอหน้าโครงการใช้ช่วงเวลาเช้าๆหรือไม่ ตัวโครงการยังไม่ยืนยันว่าจะมีรถ Shuttle Bus ให้บริการรับส่งหรือไม่ อยากให้รอถามจากทางโครงการอีกทีค่ะ

วัสดุ – ได้พื้นเป็นพื้นกระเบื้องยางไวนิล ที่จะมีคุณสมบัติที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนได้ดี และยืดหยุ่นไม่ทำให้แตกหักง่าย ผนังและฝ้าเพดานจะได้เป็นฉาบเรียบทาสีขาว ไฟได้ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้าค่ะ บานประตูจะใช้เป็นบานประตูสำเร็จรูป สำหรับทางเข้าห้องจะกรุลามิเนตให้ พร้อมกับติดตั้ง Digital Door lock ยี่ห้อ Colt ส่วนประตูห้องน้ำจะได้เป็นประตูสำเร็จรูปทาสีเเทน ส่วนประตูและหน้าต่างกระจกนั้นกรอบบานจะได้เป็นอลูมิเนียมลูกฟักกระจกใส ส่วนครัว Top เคาน์เตอร์จะได้หินแกรนิต ชุดอุปกรณ์ครัวของ Hefele ส่วนห้องน้ำจะได้สุขภัณฑ์ของ American Standard ห้องอาบน้ำมีฉากกั้นให้เป็นกระจก Tempered หนา 6 มม.

การออกแบบ – โครงการมีการออกแบบมาด้วย European Modern Style ซึ่งเมื่อมองจากทัศนียภาพจำลองที่ทำออกมาเเล้วดูโก้หรูคลาสสิก เหมาะกับคนที่ชื่นชอบสไตล์แบบนี้ ตัวโครงการมีจำนวนยูนิตไม่มาก แต่มีรูปแบบห้องให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่ Studio ไปจนถึง 2 Bedroom โดยโครงการนี้ชั้น 1 จะเป็นพื้นที่สำหรับจอดรถ และพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดจะถูกยกขึ้นมายังชั้น 2 เเทน ทำให้การใช้งานอย่างสระว่ายน้ำมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และการจัดวางอาคารเป็นรูปตัว U ที่เปิดมุมมองไปยังด้านหลังของโครงการก็จะช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้นอีก ในส่วนของห้องพัก ส่วนมากจะออกแบบให้มาเป็นครัวเปิด เเต่ก็เป็นครัวเปิดที่สามารถต่อเติมเพิ่มมาเป็นครัวปิดได้ และในทุกๆห้อง เน้นพื้นที่ระเบียงที่สามารถใช้งานได้ ไม่ใช่แค่วาง Condensing Unit อย่างเดียว

สาธารณูปโภค – พื้นที่ส่วนกลางของโครงการจะอยู่ที่ชั้น 2 เป็นหลัก จะอยู่รวมกับตรง Court ตรงกลาง ทำให้ตัวอาคารได้มุมมองพื้นที่ส่วนกลางนี้ได้ด้วย และสร้างความเป็นส่วนตัวจากสายตาคนนอกเนื่องจากการที่ยกพื้นที่ส่วนกลางนี้มาไว้ที่ชั้น 2 และเปิดมุมมองไปยังด้านหลังอาคาร มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส Games Room เเละ Lobby ที่เป็น Double Volume ตกแต่งออกมาดูหรูหราและสงบ ระบบรักษาความปลอดภัยอยู่ในระดับมาตรฐาน ใช้ Key Card เข้าออก และรปภ. 24 ชม. จำนวนลิฟต์โดยสารมี 2 ตัวทั้งอาคาร สัดส่วนอยู่ที่ 89:  1 ความหนาแน่นปานกลาง

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคา AVG 75,000 บาท/ตร.ม., 30 August 2018

  • ทำเล 7.5/10 – อยู่ในซอยลาซาลช่วงต้น เดินทางเข้า-ออกเมืองสะดวก มีร้านอาหารและสิ่งอำนวยความสะดวกตลอดซอย
  • เดินทางด้วยรถ 7.75/10 – เดินทางสะดวก สามารถเชื่องต่อได้ทั้งสุขุมวิท ศรีนครินทร์ บางนา-ตราด ที่จอดรถพอประมาณ
  • ไม่ใช้รถ 7.5/10 – สามารถเดินไปรถไฟฟ้าได้(แต่แอบเหนื่อย) มีวินมอเตอร์ไซค์ให้บริการ ใกล้รถไฟฟ้า
  • วัสดุ 7.5/10 – ตามมาตรฐานโครงการระดับนี้ บางอย่างเช่นพื้น เคาน์เตอร์ได้ค่อนข้างดี บางอย่างดูแปลกตา เช่นประตูและลูกบิดกลม
  • แบบ 7.75/10 – มีแบบหลากหลายให้เลือก การจัดวางภายในห้องกำลังดี
  • สาธารณูปโภค 7.75/10 – ถือว่าดีเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตที่ไม่มากและราคาประมาณนี้
  • MAIN CLASS
  • 7.59 / 10.00

BOTTOM LINE

DOLCE ลาซาล เป็นโครงการที่เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว เน้นการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นหลัก อาจเป็นคนที่พื้นเพอยู่ย่านบางนา-สมุทรปราการ ที่ยังคงต้องทำงานภายในตัวเมือง ชื่นชอบในสไตล์ที่ดูหรูหรา ในราคาที่ยังคงจับต้องได้ง่าย มีงบประมาณ 2-4 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 14,000-28,000 บาทต่อเดือน

 

อ่านจบกันแล้วใครที่สนใจ โครงการนี้จะมี Pre-Sale ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 ที่สำนักงานขายโครงการใกล้รถไฟฟ้าแบริ่งเลยค่ะ

Share

Leave a Reply