The Civilize ลาดพร้าว โฮมออฟฟิศ 4 ชั้น พร้อมห้องใต้หลังคา ในซอยสตรีวิทยา 2 และนาคนิวาส 48 จาก อินเตอร์ พร็อพเพอร์ตี้ [รีวิวฉบับที่ 1694]

October 6, 2018 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1694… สำหรับเจ้าของธุรกิจท่านไหนที่กำลังมองหาโฮมออฟฟิศที่ตอบโจทย์ Work Life Balance มีทั้งพื้นที่ทำงานและพื้นที่พักอาศัยผสมผสานไปด้วยกัน โครงการ The Civilize ลาดพร้าว เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียวครับ ด้วยพื้นที่ระเบียงขนาดใหญ่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมพื้นที่รับแขกแบบ Double Volume มีที่จอดรถรองรับ 6 คัน โดยเฟส 1 จัดเต็มมาให้แบบ Fully Furnished ไม่ต้องแต่งเพิ่มเหมาะกับกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กที่กำลังมองหาที่ตั้งธุรกิจพร้อมอยู่อาศัยในย่านลาดพร้าว ในราคา 19.9 ล้านบาท

Fact @ 28 September 2018

  • The Civilize (เดอะ ซิวิไลซ์)
  • บริษัท อินเตอร์ พร็อพเพอร์ตี้ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด
  • LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : ซอยสตรีวิทยา 2 และ ซอยนาคนิวาส 48 เขตลาดพร้าว
  • เนื้อที่โครงการ 1-0-68 ไร่ จำนวน 8 ยูนิต
  • โฮมออฟฟิศ 3 ชั้นครึ่ง
  • ชื่อบ้านแบบที่ 1 ที่ดิน 47 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 410 ตร.ม. 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 6 ที่จอดรถ
  • ชื่อบ้านแบบที่ 2 ที่ดิน 60-73 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 410 ตร.ม. 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 6 ที่จอดรถ
  • เพดานสูง 2.5 เมตร
  • ราคาเริ่มต้น 19.9 ล้านบาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง : Q4 2017
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ : Q2 2019
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • สำนักงานขาย : 02-892-1905, 099-264-5490, 080-545-9669

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.824991, 100.601305 (Phase 1) และ 13.822295, 100.613135 (Phase 2 )

พิกัดสำนักงานขาย : 13.822144, 100.602654

สำหรับทำเลโครงการ The Civilize ลาดพร้าว นี้ ผมต้องขอเกริ่นก่อนสักหน่อยว่า เป็นโครงการโฮมออฟฟิศที่ไม่ได้เป็นรูปแบบการจัดสรรเป็นโครงการ ซึ่งทาง Developer เค้าก็ได้ที่ดินมา 2 แปลง ในโซนใกล้ๆกัน ย่านสตรีวิทยา2 ซึ่งแปลงที่ดินทั้งคู่ไม่ได้อยู่ติดกันแต่ก็ไม่ไกลจากกันเท่าไรนัก โครงการมีทั้งหมด 8 ยูนิต โดยแบ่งออกเป็น 2 เฟส  ซึ่งทั้ง 2 เฟส จะขายในราคาเดียวกันที่ 19.9 ล้านบาทครับ

  • Phase 1 : มี 2 ยูนิต ทำเลที่ตั้งอยู่ภายในถนนสตรีวิทยา 2 ซอย 10 แยก 3 ซึ่งสามารถเข้าได้จากถนนโชคชัย 4, ถนนนาคนิวาส, และ ถนนเสนานิคม สำหรับ Phase 1 นี้จะมีขนาดที่ดิน 47 ตร.ว. หน้ากว้างที่ดิน 8 เมตร และขายให้แบบ Fully Furnished
  • Phase 2 : มี 6 ยูนิต ทำเลที่ตั้งอยู่ภายในซอยเสมอดามาพงศ์ ซึ่งสามารถเข้าได้จากถนนนาคนิวาสเท่านั้น ซึ่งสำหรับ Phase 2 จะมีขนาดที่ดิน 59-73 ตร.ว. หน้ากว้างที่ดิน 8.5 เมตร และขายแบบ Fully Fitted

ซึ่งในรีวิวตัวนี้ที่ผมจะพามาชม เราจะมาดูกันที่ส่วนของ Phase 1 นะครับ ส่วน Phase 2 เพียงแค่แสดงตำแหน่งให้ทราบกันไว้เฉยๆครับ

ทำเลที่ตั้งของโครงการ The Civilize ลาดพร้าว อยู่ภายในซอย สตรีวิทยา 2 ซอย 10 แยก 3  ถนนซอยสตรีวิทยา เป็นซอยที่เชื่อมระหว่างถนนนาคนิวาสและถนนโชคชัย 4 อีกทั้งยังสามารถทะลุออกถนนเสนานิคมด้านบนได้อีกด้วย ที่ตั้งโครงการถือว่าตั้งอยู่ถัดเข้ามาในซอยย่อย ซึ่งเป็นทำเลชุมชน ได้ความเงียบสงบไม่วุ่นวายเหมือนถนนซอยหลัก สามารถมาโครงการได้ทั้งจากทางฝั่งลาดพร้าว หรือจากทางเกษตร-นวมินทร์ ก็ได้ถือว่าไม่ลึกเท่าไรครับ โดยข้อดีของการตั้งอยู่ในซอยย่อยเนี่ยก็คือ จะสามารถเดินทางเข้า-ออก โครงการได้หลายช่องทาง มีตัวเลือกในการเดินทางที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหารถติดโดยรอบได้ ซึ่งการที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยแยกย่อยนั้น ทำให้มีความสงบรอบๆ ในระยะเดินอาจจะไม่คึกคัก หาอาหารการกินยากหน่อย แต่ถ้าออกมาที่ถนนเส้นหลักต่างๆโดยรอบ ทางด้านนอก เช่น นาคนิวาส โชคชัย 4 และลาดพร้าว-วังหิน ถือเป็นถนนหลักที่มีความอุดมสมบูรณ์ในตัวสูงมากๆ และมีพี่วิน แท็กซี่ วิ่งไปมาตลอดด้วย

การสัญจรเข้า-ออก แนะนำให้ใช้รถยนต์ส่วนตัวครับ เนื่องจาโครงการอยู่ในซอยย่อย จึงไม่มีค่อยมีรถสาธารณะผ่าน ต้องออกมาที่ถนนซอยหลักถึงจะมีให้เรียกได้ ส่วนถนนหลักที่อยู่โดยรอบทำเลของโครงการ ประกอบไปด้วย ถนนลาดพร้าว ถนนพหลโยธิน ถนนประเสริฐมนูกิจ และถนนเลียบด่วนรามอินทรา ซึ่งล้วนแต่เป็นถนนที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง เป็นถนนสายสำคัญทั้งนั้นในย่านนี้ มีที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน และแหล่งชุมชนอยู่โดยรอบ ทำให้ย่านนี้มีแหล่งอำนวยความสะดวกต่างๆครบ ไม่ว่าจะออกไปด้านไหนก็มีตลาด ร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และแหล่งจับจ่ายใช้สอยต่างๆได้ง่ายไปหมด นอกจากนั้นยังสามารถไปขึ้นทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ได้ไม่ยากอีกด้วย

สำหรับการเดินทางระบบสาธารณะ จะอธิบายเผื่อสำหรับกลุ่มของพนักงานที่อยู่ในตัวโครงการ The Civilize ลาดพร้าว บนเส้นนาคนิวาสนี้มีรถเมล์สาย 156 นะครับ ที่วิ่งมาจากบางกะปิผ่านบิ๊กซีลาดพร้าว แล้วเข้าซอยลาดพร้าว 71 มาเข้าถนนนาคนิวาส และไปถนนสุคนธสวัสดิ์ ไปออกถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา และมุ่งหน้าไปแฟชั่นไอส์แลนด์ครับ นอกจากนี้ยังมีรถกระป๊อวิ่งผ่านตลอดทั้งเส้นอีกด้วย มีจำนวนเยอะอยู่ หาง่ายไม่ต้องรอนาน ตัวเลือกเสริมก็มีพี่วินตามริมปากซอยใกล้จุดคนพลุกพล่านเป็นช่วงๆ แท็กซี่ไม่ต้องพูดถึงเลยครับมีเพียบ และสิ่งสุดท้ายคือโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ที่ริมถนนลาดพร้าวด้านหน้าอย่างสถานีโชคชัย 4 และ ลาดพร้าว 71

มาดูที่ความอุดมสมบูรณ์กันบ้าง เริ่มจากรอบๆตัวโครงการก่อนและค่อยๆขยายออกไป โดยรอบพื้นที่โครงการจะค่อนข้างเงียบหน่อย เนื่องจากเป็นโซนพักอาศัยเกือบทั้งหมด จะได้ในเรื่องของความสงบเป็นส่วนตัวมาทดแทน แต่ก็ไม่ไกลจากแหล่งความเจริญแค่ขยับออกมาสักหน่อย ก็พบความคึกคักได้รอบทิศเลยก็ว่าได้ครับ โดยจะมีถนนหลักทั้ง 3 ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ที่เต็มไปด้วยแหล่งของกิน ของใช้ บนถนนนาคนิวาส เป็นถนนที่มีอาคารสำนักงาน อาคารพักอาศัย ค่อนข้างเยอะ หรือจะเป็นโชคชัย 4 ที่มีชื่อเสียงในเรื่องอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์เริ่มตั้งแต่ต้นซอยยาวจนถึงท้ายซอยเลยก็ว่าได้ และถนนลาดพร้าว-วังหิน ก็มีของกินค่อนข้างเยอะ แถมยังมี Comunity Mall  ในเส้นด้วย

แต่ถ้าอยากจะไปเดินห้างสรรพสินค้าสเกลที่ใหญ่มากยิ่งขึ้น หรือตลาดนัดต่างๆโดยรอบก็มีรองรับอยู่แทบจะทุกด้านเลยก็ว่าได้

  • ทางฝั่งเกษตรนวมินทร์ จะมี Comunity Mall อย่างเช่น Avenue City, The Walk, ตลาดหัวมุม
  • ทางฝั่งเลียบด่วนเอกมัยรามอินทรา ก็มีพวก Central Festival Eastville, CDC, Tesco Lotus, Home Pro The Crystal รวมถึงร้านอาหารจำพวก Bar & Restaurant ต่างๆอีกมากมาย
  • ทางฝั่ง ลาดพร้าว มีตลาดสะพาน 2 และ ตลาดโชคชัย 4 ให้เดินเล่นชิลๆกัน

ดังนั้นผมขออนุญาตแนะนำเส้นทางในการลัดเลาะออกไปยังถนนสายหลักต่างๆรอบโครงการ รวมถึงทางไปยังด่านทางด่วน เพื่อขึ้นใช้งานทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ไปดูรายละเอียดเส้นทางกันเลยครับ

เส้นทางลัดเลาะจากโครงการออกไปยังถนนหลักทางด้านทิศตะวันตก ซึ่งจะเป็น ถนนพหลโยธิน และ ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่มีความเจริญคักคึกสูงมาก อีกทั้งยังใกล้กับแนวรถไฟฟ้าอีกด้วย

  • เส้นสีเขียว : เส้นทางเชื่อมต่อกับ ถนนพหลโยธิน  โดยไปทางถนนเสนานิคม 1 เพื่อเชื่อมต่อไปยังถนนเสนานิคมหลักจากนั้นจึงสามารถออกถนนพหลโยธินได้ โดยมีระยะประมาณ 4.4 กิโลเมตร
  • เส้นสีเหลือง : เส้นทางเชื่อมต่อกับ ถนนรัชดาภิเษก โดยถนนรัชดาภิเษก 32 ผ่านถนนโชคชัย 4 และ ถนนลาดพร้าว-วังหิน มีระยะประมาณ 3.7 กิโลเมตร

เส้นทางลัดเลาะจากโครงการออกไปยังถนนหลักทางด้านทิศตะวันใต้ ซึ่งจะเป็น ถนนลาดพร้าว เป็นถนนอีกเส้นที่มีความเจริญมากๆ และในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ให้บริการอีกด้วย เส้นนี้มีปัญหารถติดค่อนข้างเยอะ ผมจึงยกตัวอย่างมาให้ดูกัน 3 เส้นทางนะครับ

  • เส้นสีเหลือง : เส้นทางเชื่อมต่อกับ ถนนลาดพร้าว โดยวิ่งไปบนถนนลาดพร้าว-วังหิน ทะลุออกไปทางซอย ลาดพร้าว 41 มีระยะทางประมาณ 4.5 กิโลเมตร
  • เส้นสีเขียว : เส้นทางเชื่อมต่อกับ ถนนลาดพร้าว โดยวิ่งไปบน ถนนโชคชัย 4 มีระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร
  • เส้นสีฟ้า : เส้นทางเชื่อมต่อกับ ถนนลาดพร้าว โดยวิ่งไปบนถนนนาคนิวาส ทะลุออกไปยังซอยลาดพร้าว 71 มีระยะทางประมาณ 5.4 กิโลเมตร

เส้นทางลัดเลาะจากโครงการออกไปยังถนนหลักทางด้านทิศเหนือ ซึ่งจะเป็น ถนนประเสริฐมนูกิจ หรือที่นิยมเรียกกันในชื่อ ถนนเกษตร-นวมินทร์ สามารถเดินทางไป งามวงค์วาน หรือฝั่ง รามอินทรา ได้ครับ และในอนาคตอาจจะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลให้บริการกันด้วยครับ

  • เส้นสีเหลือง : เส้นทางเชื่อมต่อกับถนนประเสริฐมนูกิจ โดยวิ่งไปบนถนนเสนานิคม 1 มีระยะทางประมาณ 2.3 กิโลเมตร
  • เส้นสีเขียว : เส้นทางเชื่อมต่อกับถนนประเสริฐมนูกิจ โดยวิ่งไปบน ถนนลาดพร้าว-วังหิน  มีระยะทางประมาณ 3.8 กิโลเมตร

เส้นทางลัดเลาะจากโครงการออกไปยังถนนหลักทางด้านทิศตะวันออก ซึ่งจะเป็น ถนนประดิษฐ์มนูธรรม หรือ เลียบด่วนเอกมัยรามอินทรา สามารถเดินทางไป เอกมัย พระราม 9 และฝั่ง บางเขน รามอินทรา ได้

  • เส้นสีเหลือง : เส้นทางเชื่อมต่อกับ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม โดยผ่านทางถนนนาคนิวาส 16 มีระยะทางประมาณ 2.3 กิโลเมตร
  • เส้นสีเขียว : เส้นทางเชื่อมต่อกับถนนประดิษฐ์มนูธรรม โดยวิ่งไปทาง ถนนนาคนิวาส จากนั้นเข้าถนน สังคมสงเคราะห์และเชื่อมต่อออกถนนประดิษฐ์มนูธรรม มีระยะทางประมาณ 3.8 กิโลเมตร

มาดูเส้นทางการขึ้นทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ กันบ้าง ซึ่งถือเป็นทางด่วนที่สามารถเชื่อมต่อกับฝั่ง รามอินทรา  หรือจะเป็นฝั่งเข้าเมือง พระราม 9 เอกมัย ก็ไปได้ง่ายครับ โดยจุดแรกที่จะพาไปดูคือจุดขึ้นทางด่วนฝั่งมุ่งหน้าไปยังรามอินทรา และจุดลงทางด่วนฝั่งมุ่งหน้าไปรามอินทราเช่นกันครับ

เส้นสีแดง :  คือด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษลาดพร้าว มีแนวทางมุ่งหน้าไปรามอินทรา โดยจากโครงการขับไปทางถนนนาคนิวาส ผ่านถนนสังคมสงเคราะห์เข้าสู่ลาดพร้าว 71 และไปวนกลับรถเพื่อเข้าด่าน ระยะทางจากโครงการถึงด่านเก็บค่าผ่านทางประมาณ 6.2 กิโลเมตร

เส้นสีฟ้า : จุดลงทางด่วนฝั่งมุ่งหน้าไปรามอินทรา พอลงแล้ววิ่งเข้าถนนประเสริฐมนูธรรมและเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุคนธสวัสดิ์ เชื่อมเข้าถนนสตรีวิทยา 2 ต่อ โดยจะมีระยะทางประมาณ 5.5 กิโลเมตร

อีกจุดหนึ่งคือด่านเก็บค่าผ่านทางฝั่งมุ่งหน้าเข้าเมือง พระราม 9 เอกมัย และจุดลงทางด่วนจากฝั่งมุ่งหน้าไปทางพระราม 9 เช่นกันครับ

เส้นสีแดง :  คือด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษโยธินพัฒนา มีแนวทางมุ่งหน้าไปทางพระราม 9 โดยจากโครงการขับไปทางถนนสุคนธสวัสดิ์ และเข้าสู่ถนนประดิษมนูธรรม เพื่อเข้าด่าน มีระยะทางประมาณ 7.4 กิโลเมตรครับ

เส้นสีฟ้า : จุดลงทางด่วนฝั่งมุ่งหน้าไปพระราม 9 สังเกตุป้ายทางลง ถ.ลาดพร้าวครับ เมื่อลงแล้วให้กลับรถเพื่อนเข้าทางถนนสังคมสงเคราะห์ จากนั้นเชื่อมต่อไปยังนาคนิวาส และเข้าโครงการ มีระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตรครับ

วันนี้ผมจะพาทุกคนไปชมโครงการ The Civilize ลาดพร้าว Phase 1 กันนะครับ ซึ่งจะเดินทางเริ่มต้นที่ถนนประเสริฐมนูกิจ เลี้ยวขวาที่แยกวังหินเข้าสู่ถนนลาดพร้าว-วังหิน ตรงต่อมาอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะเลี้ยวเข้าซอยโชคชัย 4  84 ตรงต่อไปอีกประมาณ 500 เมตร ก็เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนโชคชัย 4 จากนั้นอีก 250 เมตร เลี้ยวซ้ายอีกครั้งเข้าซอยโชคชัย 4 78 เพื่อไปทะลุ ซอยสตรีวิทยา 2 ซอย 10 เลี้ยวขวาและตรงไปอีกประมาน 250 เมตร จะพบ ซอยสตรีวิทยา 2 ซอย 10 แยก 3 เลี้ยวเข้าไปภายในประมาณ 100 เมตร ก็จะพบตัวโครงการอยู่ทางซ้ายมือครับ ไปดูรายละเอียดตามเส้นทางกันเลย

เริ่มต้นที่ถนนประเสริฐมนูกิจฝั่งมุ่งหน้าไปรามอินทราครับ ขับตรงมาเรื่อยๆ เมื่อเห็นป้ายให้เตรียมตัวชิดขวาเพื่อเลี้ยวเข้าวังหินครับ

เลี้ยวขวาที่แยกวังหินเพื่อเข้าสู่ถนนลาดพร้าว – วังหิน

ตรงตามซอยเข้ามาเรื่อยๆนะครับ ภายในซอยเป็นถนน 4 เลน ขับสบายๆ บรรยากาศค่อนข้างครึกครื้น ข้างทางเป็นอาคารพาณิชย์ซะเป็นส่วนใหญ่ ร้านค้าร้านอาหารเต็มไปหมดเลยครับ มุ่งตรงต่อไปเพื่อเข้าสู่ถนนโชคชัย 4 ครับ

เมื่อตรงมาบนถนนลาดพร้าว-วังหิน ประมาณ 2 กิโลเมตร จะมีแยกให้เลี้ยวซ้ายไป ถนนโชคชัย 4 ครับ แยกค่อนข้างคึกคักเลย มี KFC Drive Thru และ Tesco Lotus รวมถึง 7-eleven หลายจุดภายในซอย

เมื่อตรงเข้ามาในซอยประมาณ 500 เมตร จะไปโผล่ที่ถนนโชคชัย 4 ให้เราเลี้ยวขวาออกจากซอยครับ เพื่อวิ่งไปบนถนนโชคชัย 4

วิ่งต่อมาอีก 200 เมตร จะพบแยกให้เลี้ยวเข้าซอย โชคชัย 4 78 ที่สามารถไปทะลุเข้า ถนนสตรีวิทยา 2 ซอย 10 ได้เลยครับ บรรยากาศภายในซอยโชคชัย 4 มีร้านค้าร้านอาหารเรียงราย ถนนโชคชัย 4 มีบางช่วงที่เป็นถนน 4 เลนจะสามารถจอดรถที่ริมถนนได้ด้วย และบางช่วยก็เป็น 2 เลน ไม่สามารถจอดรถได้ ปะปนกันไปภายในซอย ในช่วงที่จอดรถได้ จะมีร้านค้าร้านอาหารค่อนข้างคึกคักครับ ทำให้ทั้งซอยนี้มีร้านค้าร้านอาหารสลับกันไปยาวตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอยเลยครับ

ตรงเข้ามาในซอยโชคชัย 4 – 78 บรรยากาศภายในซอยจะมีความเป็นชุมชนมากยิ่งขึ้น ริมข้างทางเริ่มเป็นบ้านเดี่ยวพักอาศัย ต้นไม้ใหญ่ พื้นที่โล่ง เงียบสงบขึ้นมาทันทีเลยครับ ริมข้างทางยังคงมีเสาไฟให้แสงสว่างตอนกลางคืน แต่มีระยะค่อนข้างห่าง อีกทั้งยังมีแค่ฝั่งเดียว ยังไงจะเดินรถเวลากลางคืนก็ต้องระวังกันด้วยนะครับ ผมเป็นห่วง

เมื่อตรงต่อมาประมาณ 700 เมตร จะทะลุเข้าซอยสตรีวิทยา 2 ซอย 10 แล้วครับ จากนั้นให้เราเลี้ยวซ้าย เพื่อมุ่งหน้าไป ซอยสตรีวิทยา 2 ซอย 10 แยก 3 ที่เป็นที่ตั้งโครงการครับ

เมื่อตรงต่อมาประมาณ 250 เมตร ก็จะพบ ซอยสตรีวิทยา 2 ซอย 10 แยก 3 ที่เป็นที่ตั้งโครงการแล้วครับ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปภายในซอยเลย บริบทโดยรอบที่ผ่านมาเป็นอาคารพักอาศัยเกือบทั้งหมด มีหมู่บ้านจัดสรร อาคารสำนักงานและร้านค้าร้านอาหารแทรกบ้างแต่ค่อนข้างน้อย ภายในซอยมีพี่วินมอไซวิ่งตลอดครับ

เมื่อตรงเข้ามาอีกประมาณ 100 เมตร จะพบโครงการ The Civilize ลาดพร้าว Phase 1 อยู่ทางซ้ายมือครับ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น (เรียงจากใกล้ไปไกล)

  • The JAS ~ 1.7 กิโลเมตร
  • Green Plaza ~ 1.9 กิโลเมตร
  • Plaza Lagoon ~ 1.9 กิโลเมตร
  • โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ~ 2.5 กิโลเมตร
  • ตลาดวังหินยิ่งเจริญ ~ 2.6 กิโลเมตร
  • รพ.เปาโล ~ 3.2 กิโลเมตร
  • Central Eastville ~ 3.8 กิโลเมตร
  • วัดลาดพร้าว ~ 3.9 กิโลเมตร
  • The Walk ~ 4.2 กิโลเมตร
  • ตลาดโชคชัย 4 ~ 4.2 กิโลเมตร
  • ตลาดบางเขน ~ 4.3 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทร์เกษม ~ 4.4 กิโลเมตร
  • The Crystal ~ 4.7 กิโลเมตร
  • CDC ~ 5.3 กิโลเมตร
  • ตลาดสะพาน 2 ~ 5.5 กิโลเมตร
  • นวมินตร์ ซิตี้ อเวนิว ~ 5.5 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ~ 5.7 กิโลเมตร
  • สน.โชคชัย ~ 5.9 กิโลเมตร
  • ตลาดหัวมุม ~ 6.3 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาล ลาดพร้าว ~ 7.3 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

พื้นที่โครงการในส่วนของ Phase 1 ตั้งอยู่ในซอย สตรีวิทยา 2 ซอย 10 แยก 3 จำนวน 2 ยูนิต ยูนิตละ 47 ตร.ว. เป็นอาคารสำนักงาน 3 ชั้นครึ่ง มีชั้นใต้หลังคา 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 6 ที่จอดรถ ตั้งอยู่ในย่านชุมชนพักอาศัย ซอยที่ตั้งเป็นซอยตัน สามารถเข้าออกได้ทางเดียว มาดูพื้นที่รอบๆกันครับว่ามีอะไรบ้าง

  • ทิศเหนือ : ถนนซอย สตรีวิทยา 2 ซอย 10 แยก 3 กว้าง 8 เมตร และ อาคารพักอาศัย 2 ชั้น
  • ทิศตะวันออก : หอพัก 2 ชั้น
  • ทิศใต้ : พื้นที่ว่าง
  • ทิศตะวันตก : อาคาร 2 พักอาศัย 2 ชั้น

ตัวสำนักงานขายโครงการอยู่ติดถนนสตรีวิทยา 2 ซอย 10 มีพื้นที่จอดรถ และต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ภายนอกตกแต่งด้วยหญ้าเทียม ตัวอาคารเป็นกระจกรอบด้านดูโปร่งกว้าง

ตัวอาคารเป็นทาวน์โฮมแฝดติดกัน เป็นคู่ๆ ภายนอกตกแต่งด้วยสีดำ พื้นเป็นคอนกรีตเครือบเงา มีแนวรั้วรอบด้าน รั้วหน้าบ้านเป็น รั้วไฟฟ้าใช้รีโมทควบคุมยาว 8 เมตร

ไปดูที่ฝั่งซ้ายของตัวโครงการกันก่อนนะครับ คือด้านภายในซอย สตรีวิทยา 2 ซอย 10 แยก 3 นั่นเอง ซึ่งก่อนหน้านี้เล่าไปแล้วว่าภายในเป็นซอยตัน ภายในซอยจะมีรายละเอียดยังไงกันบ้าง ไปดูกันครับ

ฝั่งซ้ายติดตัวโครงการคืออาคารพักอาศัย 2 ชั้น เป็นบ้านส่วนตัวของคนในพื้นที่

ตรงต่อเข้าไปภายในซอย มีแนวบ้านพักอาศัยส่วนบุคคล และมีซอยภายใน ไม่มีรถภายนอกผ่านเข้าออก มีเพียงแต่รถคนในซอยเท่านั้น ทำให้บริบทค่อนข้างเงียบสงบ

เมื่อตรงต่อเข้าไปภายในซอย  จะมีซอยแยกเข้าไปอีกซอย รอบๆ มีต้นไม้ปกคลุมค่อนข้างๆหนา มีเสาไฟส่องสว่างให้ตามจุดเสาไฟฟ้า

ภายในซอยย่อยเป็นซอยตัน ภายในเป็นบ้านพักอาศัย และพื้นที่ว่างซึ่งมีต้นไม้ปกคลุมหนาทีเดียวครับ

ตรงข้ามซอยแยะย่อยเมื่อสักครู่ มีบ้านพักอาศัยสองชั้นอีกหลังหนึ่ง ยกพื้นสูงขึ้นจากตัวถนน และมีรั้วมิดชิดตกแต่งสวยงาม

ส่วนด้านในของซอย พื้นที่ด้านซ้ายและขวาเป็นพื้นที่ว่างเปล่า ถูกปกคลุมเต็มไปด้วยต้นไม้ ด้านในสุดของซอยเป็นบ้านพักอาศัยขนาดใหญ่ 3 ชั้น มีรถเข้าออกอยู่เป็นประจำครับ

กลับมาที่ฝั่งตรงข้ามโครงการของโครงการเรา คือบ้านพักอาศัย 2 ชั้น เลี้ยงสุนัข 2 ตัวด้วยครับ อ้วนๆ กำลังน่ารักทีเดียว

มาดูที่ฝั่งขวามือออกไปยังหน้าปากซอยกันครับ ถนนบริเวณนี้มีบ้านพักอาศัยส่วนบุคคล ทำให้การจอดรถภายในซอยทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากถนนที่ค่อนข้างแคบและไม่สามารถจอดรถหน้าบ้านคนอื่นได้ การที่โครงการให้ที่จอดรถมาสำหรับรองรับ 6 คัน ถือว่าเป็นข้อดีอีกหนึ่งจุดของโครงการกับพื้นที่นี้ครับ

ติดตัวโครงการทางด้านขวามีหอพัก 2 ชั้นยาวตลอดแนวอาคาร ซึ่งทางโครงการจะติดตั้งแนวรั้วเหล็กต่อเพิ่มเติมจากรั้วที่มีอยู่แล้วขึ้นให้อีก เพื่อความเป็นส่วนตัว แต่ยังจะใช้วัสดุที่สามารถมีลมผ่านได้ จึงสามารถระบายอากาศได้ด้วย ถือว่าแก้ปัญหาไ้ด้ดีครับ

เลยถัดออกมามีบ้านพักอาศัย 2 ชั้น มีรั้วมิดชิด

ถัดมาเป็นพื้นที่ว่างเปล่า ปกคลุมด้วยหญ้า ไม่ถือว่ารกมากครับ

ฝั่งตรงข้ามมีอีกซอยแยกเข้าไป ซึ่งเป็นซอยตันเช่นกัน ภายในมีอาคารพักอาศัยประมาณ 4-5 หลังได้ มีรถเข้าออกเป็นประจำครับ

ออกมาจากซอยย่อย ส่วนใกล้กับหน้าปากซอยมีอาคารสำนักงาน เป็นลักษณะอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น พร้อมที่จอดรถฝั่งตรงข้าม พื้นที่บริเวณนี้มีคนค่อนข้างเยอะ มีรถเข้าออกตลอด ซึ่งเป็นส่วนที่เราต้องผ่านเข้าออกโครงการ

ฝั่งตรงข้าม ทาวน์โฮมที่กำลังก่อสร้าง มีที่จอดรถของอาคารพาณิชย์เมื่อสักครู่ พร้อมกันสาดป้องกันแดดและฝน พื้นที่ที่มีรถเข้าออกตลอด สังเกตได้ว่าช่วงหน้าปากซอยนี้มีอาคารที่มีรถเข้าออกเยอะอยู่ติดกันหลายอาคาร หากจะเลี้ยวเข้าออกก็ต้องระวังด้วยนะครับ

หน้าปากซอย สตรีวิทยา 2 ซอย 10 แยก 3 มีกระจกสะท้อนในฝั่งตรงข้ามช่วยเรื่องความปลอดภัย แต่มีเพียงด้านเดียว บริเวณนี้มีเสาไฟให้แสงสว่างในตอนกลางคืน หากออกมาจากซอย มุมมองทางด้านซ้ายมือค่อนข้างทึบเหมือนกัน หากดูจากป้ายซอยที่น่าจะโดนรถมาชนจนเอียงแล้วนั้น จะเข้าจะออกก็ต้องระมัดระวังกันสักนิดนึงนะครับ ผมเป็นห่วง

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ระบบกล้อง CCTV ให้หลังละ 6 ตัว
  • รั้วรอบอาคารสูง 2.5 เมตร (ทางฝั่งติดหอพักมีต่อรั้วเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5 เมตร)
  • ประตูรั้วอัตโนมัติ เปิด-ปิดด้วยรีโมท
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic & Shock Sensor ทุกหลัง
  • ถนนหน้าต้วบ้านกว้าง 8 ม. (ถนนซอยสาธารณะ)


Product Walkthrough

ตัวอาคารเป็นบ้านโฮมออฟฟิศ 3 ชั้นครึ่ง มีห้องใต้หลังคา พื้นที่ดิน 47 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 410 ตร.ม.  3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 6 ที่จอดรถ หน้ากว้าง ที่ดิน 8 เมตร หน้ากว้างอาคาร 5.5 เมตร โครงสร้างอาคารเป็นแบบก่ออิฐฉาบปูน มีการลงเสาเข็มทั้งส่วนที่จอดรถด้านหน้า และชานด้านหลัง แปลนมีตัวบันไดอยู่ที่กลางอาคาร ทำให้แต่ละชั้นจะสามารถแบ่งพื้นที่เป็นส่วนหน้าและส่วนหลัง แยกลักษณะการใช้งานพื้นที่ได้ง่าย จัดแบ่งสัดส่วนแต่ละห้องได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ดูจากพื้นที่การใช้งานแล้วตัวอาคารมีลักษณะเหมาะกับพักอาศัยและทำงานไปพร้อมกันได้ ส่วนพื้นที่ทำงานจะอยู่ในชั้น 1 และชั้นลอย ที่เหลือจัดเป็นส่วนพักอาศัยเกือบทั้งหมด โดยข้อดีของอาคารนี้คือมีพื้นที่ที่ค่อนข้างหลากหลาย ให้พื้นที่แต่ละชั้นมาค่อนข้างกว้าง สามารถปรับการใช้งานได้ง่าย และออกแบบให้มีมุมพักผ่อนหย่อนใจควบคู่ไปกับพื้นที่ทำงาน นอกจากนั้นยังเน้นการรับแสงและลมจากธรรมชาติค่อนข้างเยอะ มีการรับแสงจากธรรมชาติในทุกๆพื้นที่ ทำให้อาคารดูโปร่งโล่ง และมีแสงสว่างเพียงพอต่อการทำงานด้วยครับ

ชั้น 1  ภายนอกอาคาร มีที่จอดรถ สำหรับ 6 คัน บนที่ดินหน้ากว้าง 8 เมตร พร้อมสวนด้านข้างที่ทางโครงการจัดมาให้ ด้านหลังมีชานนั่งเล่นเชื่อมต่อกับส่วนภายในบ้านได้ เมื่อเข้ามาในตัวบ้าน จะมีระยะความสูงพื้นถึงฝ้า 2.5 เมตร ส่วนหน้าสุดของตัวบ้านคือห้องประชุม ผนังโดยรอบล้อมด้วยกระจก ถัดเข้าไปจะเป็นส่วนของห้องน้ำ และห้องรับแขกของบ้าน ซึ่งจะสามารถเชื่อมกับชานด้านหลังบ้านได้ โดยพื้นที่ส่วนรับแขกมีระยะความสูงจากพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ประมาณ 5.8 เมตร แบบ Double Volume ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งและมุมมองที่น่าสนใจภายในตัวบ้าน

ชั้นลอย จากชั้นนี้จนถึงชั้นบนสุดจะมีระยะความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.5 เมตร ทั้งหมด ชั้นนี้เป็นชั้นทำงาน โดยจะมีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทำงานค่อนข้างกว้าง และพื้นที่ห้องทำงานของผู้บริหารที่จะสามารถมองลงไปเห็นพื้นที่ของห้องรับแขกได้ด้วย

ชั้น 2 เป็นพื้นที่ของห้องนั่งเล่นพร้อมระเบียงที่มีบ่อปลาและต้นไม้เทียมสำหรับสร้างบรรยากาศและให้ร่มเงา และส่วน Pantry พร้อมโต๊ะรับประทานอาหาร มีห้องน้ำส่วนกลาง และด้านหลังบ้านมีห้องนอนที่มีห้องน้ำภายในตัว อีกทั้งยังมีระเบียงขนาดใหญ่หลังบ้านอีกด้วย

ชั้น 3 เป็นส่วนของพื้นที่พักผ่อน โดยจะเป็นห้องนอน Master Bedroom ทั้งชั้น ภายในมีส่วน Walk-in Closet ที่ค่อนข้างใหญ่เป็นอีกหนึ่ง Highlight ให้กับเหล่าคุณผู้หญิงของโครงการ รวมถึงห้องน้ำในตัวที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษอีกด้วย ห้องนอนจะอยู่ที่ส่วนหน้าบ้าน มีระเบียงที่มีขนาดเล็กลง แต่ได้ความร่มรื่นเชื่อมต่อมาจากต้นไม้ที่ระเบียงของชั้น 2 ด้วยเช่นกัน

ชั้นใต้หลังคา เป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ทำกิจกรรมต่างๆ ในชั้นนี้ประกอบไปด้วยห้องนอน 1 ห้อง ห้องครัว ระเบียงด้านหลัง ห้องอเนกประสงค์ด้านหน้า และพื้นที่ระเบียงหน้าบ้านเป็นพื้นหญ้าเทียมขนาดใหญ่ เป็นมุมสังสรรค์ นั่งชิลรับลมกันได้อย่างดีเลยครับ

ฟังผมเล่าคร่าวๆจากผังกันแล้ว จะเห็นได้ว่ามีพื้นที่ที่น่าสนใจค่อนข้างเยอะ คงอยากจะไปดูของจริงกันแล้ว ไปชมรายละเอียดในแต่ละส่วนกันเลยครับ

โฮมออฟฟิศ 3 ชั้นครึ่ง มีห้องใต้หลังคา พื้นที่ดิน 47 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 410 ตร.ม.  3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 6 ที่จอดรถ หน้ากว้าง ที่ดิน 8 เมตร หน้ากว้างอาคาร 5.5 เมตร ตัวอาคารตกแต่งสไตล์โมเดิร์นเน้นพื้นที่ใช้สอยภายใน อาคารทุกยูนิตของโครงการนี้จะหันหน้าไปทางทิศเหนือทั้งหมด ทำให้เหมาะแก่การที่จะวางพื้นที่ที่ใช้งานมากในเวลากลางวันไว้ทางหน้าบ้าน เพราะจะไม่ร้อนมากนัก อีกทั้งยังมีช่องแสงที่ค่อนข้างเยอะ

ตัวโครงการมีแบบบ้านแบบเดียว จะต่างก็ตรงพื้นที่ดินในส่วนของ Phase 2 จะใหญ่กว่า แต่ในส่วนของ Phase 1 ที่เรากำลังจะเข้าไปชมกันนี้ทางโครงการจัดเต็มมาให้แบบ Fully Furnished คือจะได้เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างตามในรูปที่จะได้เห็นกันเลยครับ

พื้นที่จอดรถด้านหน้าเป็นพื้นคอนกรีตเคลือบมัน โครงสร้างลงเสาเข็มให้เรียบร้อย ไม่ต้องห่วงว่าจะทรุดกัน บริเวณนี้สามารถจอดรถได้ 6 คัน ซ้อนกัน เป็นแนวแถวละ 3 คัน 2 แถว มี 2 คันที่สามารถจอดในร่มได้ โดยบริเวณนี้มีพื้นที่เชื่อมต่อไปหลังบ้านทางบริเวณสวนด้านข้าง ซึ่งทางโครงการปลูกหญ้ามาให้ด้วย ก่อนจะเข้าไปภายในตัวบ้าน เราอ้อมไปดูฝั่งด้านข้างและด้านหลังบ้านกันก่อนละกันครับ

ทางฝั่งด้านข้าง มีพื้นที่เว้นไว้ให้ประมาณ 2.5 เมตร สำหรับเป็นสวนข้างบ้าน มีชานระเบียงยื่นออกมาจากส่วนของห้องประชุมด้านหน้า ให้เปิดออกมายืนสูดอากาศกันได้หลังจากที่ประชุมกันเครียดๆ เป็นการเปิดแนวช่องแสงที่ดีอีกทางด้วยเช่นกัน

กรณีติดตั้งเครื่องปรับอากาศในบ้าน ในส่วนของ Condensing Unit จะไม่มีพื้นที่สำหรับวางไว้ให้  จึงทำให้ต้องติดตั้งแบบแขวนแทน หากไม่ได้ซีเรียสเรื่องความสวยงามด้านข้างของตัวบ้าน ก็ถือว่าเป็นการประหยัดพื้นที่ที่ดีครับ

พื้นที่ด้านหลังบ้าน ทำเป็นชานวัสดุเป็นไม้เทียมกันน้ำยก ระดับสูงจากพื้นประมาณ 40 เซนติเมตร สำหรับพักผ่อนโดยมีแนวต้นไม้ที่ทางโครงการจัดมาให้เช่นกัน พร้อมทั้งได้ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ต่างๆด้านหลังนี้ด้วยครับ

กลับมาที่ส่วนด้านหน้าบ้านกัน ส่วนพื้นที่ด้านหน้าถัดจากพื้นที่จอดรถ จะมีรางระบางน้ำติดกับพื้นที่ชานด้านหน้าที่ยกระดับสูงขึ้นจากพื้นประมาณ 20 เซนติเมตร พร้อมทั้งห้องควบคุมไฟฟ้าอยู่ทางขวามือ ในส่วนนี้จะได้เป็นฝ้าแบบฉาบเรียบพร้อมไฟ Downlight 2 ดวงครับ

ประตูทางเข้าหลักหน้าบ้านเป็นประตู HDF ลายไม้ กรอบบาน Over Size พร้อมที่จับลูกบิดแบบหมุนมาพร้อมตัวล็อค ติดตั้งไว้ให้พร้อมใช้งานเลยทีเดียว

เมื่อเข้ามาภายในบ้าน พื้นภายในบ้านเป็นพื้นแกรนิตโต้ที่นำเข้าจากสเปน ส่วนแรกที่อยู่ด้านหน้าสุด ซึ่งจะเห็นตั้งแต่อยู่ภายนอกอาคารด้วยซ้ำ คือส่วนของห้องประชุม ส่วนถัดมาเป็นส่วนห้องน้ำ ซึ่งในขณะที่เข้าไปเก็บภาพ ห้องน้ำยังติดตั้งไม่เสร็จเรียบร้อยดี จึงขออนุญาตไม่ได้ถ่ายรูปภายในห้องน้ำมาให้ดูนะครับ จากนั้นส่วนในสุดของชั้น 1 คือส่วนห้องรับแขก ซึ่งจะมีการยกระดับพื้นขึ้นอีกประมาณ 40 ซม. เป็นการแบ่งพื้นที่การใช้งานระหว่างโถงด้านหน้า กับพื้นที่ห้องรับแขกด้านใน

ห้องประชุมตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าอาคาร ภายในปูพื้นด้วยกระเบื้องลายไม้ ผนังและฝ้าเป็นแบบฉาบเรียบทาสีดำ พร้อมทั้งไฟ Downlight 2 ดวง และ โคมแขวนอีก 2 ดวง อีกทั้งยังเปิดรับช่องแสงถึง 3 ด้าน ซึ่งถือเป็นข้อดี แต่ผมแนะนำว่าควรจะติดม่านให้สามารถปิดได้ด้วย ในกรณีที่ต้องการความเป็นส่วนตัว หรือหากมีการเปิดทีวี หรือใช้จอในการประชุมต่างๆ ม่านก็จะช่วยในเรื่องของการสะท้อนของแสงจากภายนอกให้ไม่รบกวนจอด้วยเช่นกันครับ

ภายในได้โต๊ะประชุมแบบ 6 ที่นั่ง ซึ่งจริงๆ แล้วสามารถเพิ่มเก้าอี้นั่งได้ถึง 8 คนด้วยซ้ำ พื้นที่โดยรอบเหลือสำหรับเดินได้รอบแบบสะดวก ถือว่าพื้นที่ภายในค่อนข้างโอเคครับ

พื้นที่ Highlight ของชั้น 1 นี้คงหนีไม่พ้นพื้นที่รับแขกส่วนนี้ครับ ซึ่งถูกตกแต่งไว้อย่างดี มีระดับพื้นถึงฝ้า 5.8 เมตร แบบ Double Volume มีแนวช่องแสง 2 ช่วงบนล่าง ช่วยเพิ่มมุมมองในแนวตั้งและทำให้ได้รับแสงสว่างอย่างเต็มที่ ภายในห้องประกอบด้วยเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้น ซึ่งเราจะได้ทั้งหมดที่เห็นภายในภาพเลยครับ พื้นที่รับแขกค่อนข้างกว้าง สามารถวางโซฟาขนาดใหญ่ หรือจะวางเป็นตัว L ก็ได้แบบสบายๆ ผนังด้านหลังถูกออกแบบให้มีดีเทลโดยการเล่นระดับผนังและมีไฟอยู่ภายใน การตกแต่งภายในโทนสีทำเป็นสีโทนสว่างสบายตา

พื้นที่ภายในกว้างเท่าระยะหน้ากว้างอาคาร 5.5 เมตร ทำให้มีระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 4.5 – 5 เมตรเลยทีเดียว อาจจะต้องติดตั้งทีวี ที่มีขนาดใหญ่สักหน่อย ข้อดีของห้องนี้คือมีขนาดกว้าง โปร่งโล่ง ดูสบายตา แต่แนวกระจกสูงที่หันไปทางทิศใต้ในช่วงกลางวันอาจจะโดนแดดบ้าง แต่ก็มีชายคาด้านหลังยื่นไปช่วงบังแดดได้พอสมควร

แนวกระจกขนาดใหญ่ 3 ตอน เป็นกรอบอลูมิเนียม Anodized กระจกเขียวตัดแสง เปิดทางเดียวรวบไปทางด้านซ้ายมือ แบบ Double Slice ทำให้ได้พื้นที่การเปิดค่อนข้างกว้าง เมื่อเปิดสุดแล้วจะมีระยะประมาณ 3 เมตร รับลมระบายอากาศได้ดี ถือว่ากว้างเลยทีเดียวครับ ด้านหลังบ้านก็มีชานส่วนที่พาไปชมกันแล้วก่อนหน้านี้

กรอบบานตัวล็อคและรางส่วนประตูกระจกถูกติดตั้งไว้ให้แล้วอย่างดี โดยมีรางอยู่ที่พื้น ยกสูงขึ้นมาเล็กน้อย

มองกลับเข้ามาภายในค่อนข้างโล่งทีเดียวครับ ด้านบนเป็นพื้นที่ของชั้นลอย ซึ่งเป็นชั้นทำงานจะมีห้องทำงานผู้บริหารอยู่สามารถมองเห็นกันได้จากพื้นที่รับแขกด้านล่างนี้ เราขึ้นไปดูข้างบนกันเลยครับ

ทางชึ้นเป็นบันไดแนวตรงเส้นเดี่ยว มีชานพัก 1 จุด ซึ่งได้รับช่องแสงจากแนวกระจกหน้าบ้านของชั้นบนด้วยครับ

บันไดของบ้านหลังนี้เป็นบันไดโครงสร้างเหล็กปิดผิวด้วยไม้จริง Ash Wood มีความกว้าง 1.1 เมตร พร้อมลูกตั้งประมาณ 20 เซนติเมตร ลูกนอนประมาณ 30 เซนติเมตร พร้อมราวรั้วเหล็กแนวตั้งตลอดแนว อีกฝั่งมีไฟติดผนัง คอยให้แสงสว่าง ถือว่าปลอดภัยดีครับ

เมื่อขึ้นมาชั้น 2 เป็นพื้นที่ของห้องทำงานทั้งหมด พื้นจะเป็นพื้นไม้ลามิเนตครับ ระดับพื้นถึงฝ้าจากชั้นนี้ขึ้นไปจะมีระดับ 2.5 เมตร ทั้งหมด ส่วนเฟอร์นิเจอร์ต่างๆก็จะได้ตามภาพเลยครับ

พื้นที่ทำงานค่อนข้างกว้าง ชุดโต๊ะทำงานเป็นแบบหันหน้าเข้าหากัน มีขนาด 1.2 x 4.9 เมตร เป็นแนวยาว มีพื้นที่สามารถเดินได้รอบ ด้านบนมีแผงไฟให้แสงสว่างตลอดแนว ซึ่งเราสามารถติดตั้งโต๊ะเพิ่มเติมได้นะครับ มีพื้นที่ด้านหน้าบ้านเหลืออีกพอสมควรเลย

อีกส่วนที่ทางโครงการคำนึงถึงคือ ตัวพื้นที่ห้องทำงานอยู่ค่อนไปทางฝั่งหน้าบ้านทางทิศเหนือ โดยธรรมชาติของแสงแดด พระอาทิตย์จะอ้อมจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกในแนวทิศใต้เป็นส่วนใหญ่ ทำให้พื้นที่ทิศเหนือได้รับแสงแดดน้อยกว่า พื้นที่ทำงานของเราจึงไม่ร้อนมากนัก อีกทั้งยังมีช่องเปิดจากด้านข้าง และด้านหน้า ทำให้ห้องทำงานได้รับแสงค่อนข้างเยอะครับ

ภายในเข้ามามีห้องทำงานของผู้บริหารที่เราได้เห็นกันไปบ้างแล้วจากห้องรับแขกด้านล่าง ซึ่งห้องนี้จะมีลักษณะเป็นกระจก ทำให้สามารถเห็นพื้นที่โดยรอบได้ง่าย ใครที่แอบนอน หรือเล่นเฟสบุ๊คในเวลางาน ก็ต้องระวังกันให้ดีเลยล่ะครับ แต่ถ้าห้องนี้ต้องการความเป็นส่วนตัวในการทำงานแนะนำให้ติดม่าน มูลี่ หรือกระจกฝ้าเพิ่มครับ

ภายในประกอบไปด้วยเครื่องปรับอากาศ โต๊ะทำงาน 1 ชุด และเก้าอี้สำหรับแขกหรือพนักงานที่เข้ามาคุยธุระอีก 2 ตัว มีขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถวางโซฟา โต๊ะวางของได้ด้วยครับ

มุมมองจากห้องผู้จัดการที่เชื่อมต่อลงไปยังพื้นที่รับแขกด้านล่าง ข้อดีอีกอย่างของจุดนี้คือจะได้รับแสงธรรมชาติจากส่วนห้องรับแขกด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นแสงที่ได้รับความสว่าง แต่ไม่ได้รับความร้อน รวมๆแล้วทั้งชั้นนี้มีช่องแสงเรียกว่า 3 ด้านเลยก็ว่าได้ ทำให้แทบจะไม่ต้องเปิดไฟช่วยเลยครับ ในเวลากลางวัน ประหยัดได้เยอะเหมือนกัน

ออกมาเตรียมขึ้นไปสู่ชั้น 2 ของบ้านกันครับ บันไดจากแนวตรงจะเปลี่ยนเป็นรูปตัว U ครับ พื้นที่ใต้บันได้จริงๆ ยังเหลือให้ใช้ประโยชน์ได้อีก เช่นวางชุดโซฟา หรือแนวเก้าอี้ ทำเป็นมุมนั่งพัก ทางโครงการทำมาให้เป็นกรอบบานกระจกตลอดแนว เป็นอีกจุดที่ช่วยเชื่อมต่อแสงไปให้ส่วนบริเวณบันไดด้วยเช่นกัน

ขึ้นมาด้านบนชั้น 3 พื้นจะเป็นไม้ลามิเนตเช่นเดิม แต่ผนังจะมีบัวให้มาประมาณ 8 เซนติเมตร เป็นแบบฉาบเรียบทาสีเช่นเดิมครับ ส่วนแรกที่จะพบคือห้องน้ำ และพื้นที่ว่างด้านหน้า มีพื้นที่เหลือพอสมควรเลย ทำเป็นเคาน์เตอร์หรือโต๊ะวางของก็ได้ครับ

ห้องน้ำส่วนนี้ก็ยังติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆไม่เสร็จดีนะครับ แต่จะถ่ายมาให้ดูพื้นที่ภายในกันก่อน ซึ่งภายในแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนอ่างล้างหน้า ส่วนโถสุขภัณฑ์และส่วนอาบน้ำ ภายในห้องน้ำมีการลดระดับลงจากตัวพื้นบ้านปกติ 2 ขั้น ประมาณ 3 และ 5 เซนติเมตร รวมแล้วพื้นห้องน้ำลดระดับต่ำกว่าพื้นบ้านประมาณ 8 เซนติเมตร โดยจะมีพื้นลาดเอียงไประบายน้ำที่จุดของพื้นที่อาบน้ำครับ

เมื่อเข้ามาภายในห้อง ไปดูส่วนหลังบ้านกันก่อนละกันนะครับ ผนังส่วนทางเข้าด้านข้างเป็นกระจกดำสะท้อน built-in มาให้เรียบร้อย

ภายในห้องส่วนนี้เป็นห้องนอนแรกของตัวบ้านนะครับ อาจจะไว้เป็นห้องรับรองของแขก หรือผู้สูงอายุ เนื่องจากเป็นห้องนอนห้องอื่นๆ จะอยู่ในชั้นที่สูงขึ้นไปอีกทั้งนั้น ภายในค่อนข้างกว้าง มีช่องแสงทางเดียวคือทางหลังบ้าน มีห้องน้ำในตัวจัดว่าสะดวกครับ

ตำแหน่งห้องน้ำอยู่ติดผนังฝั่งทิศใต้ สามารถระบายอากาศและได้รับความร้อน พร้อมระเบียงกระจกบานสไตล์คู่กรอบบานอลูมิเนียม anodized กระจกเขียวตัดแสงเช่นเดิม

พื้นที่ภายในห้องน้ำเป็นอีกส่วนที่ยังไม่เสร็จนะครับ แต่พื้นที่การใข้งานภายในคล้ายกับห้องข้างนอกเมื่อสักครู่ มีครบทั้งอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์จาก Kohler และส่วนอาบน้ำ ภายในมีการลดระดับพื้นลงประมาณ 8 เซนติเมตร พื้นและผนังตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหิน

ฝ้าภายในเป็นแบบฉาบเรียบทาสี มีไฟ downlight ให้ 2 ดวง และ เครื่องปรับอากาศจาก Daikin ครับ

ระเบียงขนาดใหญ่ด้านหลัง กว้างเท่าแนวหน้ากว้างอาคารที่ 5.5 x 2 เมตร ปูด้วยกระเบื้องเซรามิก ราวระเบียงเป็นเหล็กดัดทำเป็นซี่ๆ สูงจากพื้นประมาณ 1 เมตร โดยพื้นที่ระเบียงหลังบ้านทั้งหมดของโครงการจะอยู่ทางทิศใต้ ด้วยขนาดพื้นที่ขนาดนี้ ในช่วงแดดร่มสามารถนั่งเล่น หรือทำกิจกรรมภายนอกได้เลย อีกทั้งยังเป็นตำแหน่งวาง condensing unit ด้วย พื้นที่ด้านหลังโครงการเป็นพื้นที่ว่างเปล่า ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ตาบอดเลยยังไม่ถูกพัฒนา ถือเป็นข้อดีของเราที่จะได้วิวด้านหลังโล่งไม่มีอะไรมาบังครับ

กลับเข้ามาในส่วนตัวบ้าน พื้นที่แรกที่จะพบคือส่วนครัวซึ่งเป็นครัวแบบเปิด ไม่ได้มีการกั้นแบ่งพื้นที่ ซึ่งหากจะประกอบอาหารเน้นทำอาหารเบาๆมากกว่า กลิ่นและควันจะได้ไม่ไปรบกวนส่วนอื่นภายในห้องครับ ซึ่งแนวเคาน์เตอร์ทั้งหมดนี้จะได้มาด้วยเช่นกัน มีการเว้นช่องวางตู้เย็นด้านข้างไว้ให้เรียบร้อย ไปดูรายละเอียดแต่ละส่วนกันครับ

เริ่มที่ชั้นบนสุดเป็นบานเปิด ภายในแบ่งช่องสำหรับเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ใส่แก้ว จาน ชาม ทั่วไป

ชั้นกลางเป็นส่วนของประกอบอาหาร ประกอบไปด้วยอ่างล้างจาน และเตาไฟฟ้าและที่ดูดควัน พร้อมพื้นที่เตรียมอาหาร Top เคาน์เตอร์เป็นไม้จริง ผนังด้านหลังเป็นกระจกฟิล์มดำแบบในรูปเลยครับ ทำความสะอาดง่าย

อ่างล้างจานแบบ 2 หลุม เลือกน้ำร้อนน้ำเย็นได้ ค่อนข้างสะดวกเลยครับ

เตาไฟฟ้าแบบ 4 หัว จาก Smeg พร้อมที่ดูดควันของ Electrolux มีให้เลือกหลายขนาด เหมาะแก่การทำอาหารกินกันในออฟฟิศครับ

ส่วนพื้นที่ด้านล่างเป็นลิ้นชั้น 2 ระดับ แบ่งช่องไว้ใส่สำหรับเก็บของได้หลากหลายขนาด

หน้าบานแต่ละจุดมีที่จับถนัดมือดีครับ ดีไซน์เรียบสวย ดูเข้ากับตัวบ้าน

พื้นที่ต่อมาคือพื้นที่รับประทานอาหาร ซึ่งทางโครงการจัดไว้ให้เป็นโต๊ะยาวสำหรับ 6 ที่นั่ง แต่ถ้านั่งจริงๆ สามารถนั่งได้ถึง 8 ที่นั่งได้

โต๊ะทานข้าวที่จะได้มีขนาด 2.45 x 0.95 เมตร พร้อมเก้าอี้ 6 ตัว ซึ่งโครงการมีให้ พื้นที่โดยรอบยังเหลือให้เดินเข้าออกสบายๆ ขนาบข้างด้วยกระจกเงาสีชาทองดูสวยงามและทำให้ห้องดูกว้างยิ่ง และกระจกใสสามารถรับแสงภายนอกได้ดี สามารถเปิดรับลมหรือระบายอากาศได้ เป็นบานสไลด์ขนาด 1.3 x 1.3 เมตร

เข้ามาที่ส่วนหน้าบ้านของชั้นนี้จะเป็นพื้นที่ Living Room ของตัวบ้าน มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าพื้นที่รับแขกที่ชั้น 1 โดยเฟอร์นิเจอร์เราก็จะได้ทั้งหมดตามภาพเลยครับ มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง วางโซฟาตัว L ขนาดใหญ่ สำหรับนั่งได้ประมาณ 4-5 ที่นั่ง ยังเหลือพื้นที่รอบๆค่อนข้างเยอะ สามารถนำเก้าอี้มาเสริมได้อีกด้วยครับ มีระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 5 เมตร สามารถติดทีวีขนาดใหญ่ได้สบายๆ

ส่วนด้านหน้าเป็นเคาน์เตอร์วางทีวีที่ถูก built-in ไว้ให้เรียบร้อย มีดีไซน์เรียบง่าย แต่ค่อนข้างลงตัวกับตัวผนังกระจกชาดำด้านหลัง ทำให้ห้องดูเป็นตรีมเดียวกัน

ลิ้นชักด้านล่างสามารถเปิดได้ทั้งหมด ใส่ของได้เยอะทีเดียวครับ

กรอบบานตู้เป็นระบบโช๊คอัพ ช่วยลดการกระแทก พร้อมระบบ Solf Close ทำให้หน้าบานเรียบ ไม่ต้องมีที่จับ ดูเรียบร้อยสวยงาม ส่วนลิ้นชักด้านล่างมีกรอบรางเลื่อน ทำให้ลิ้นชักไม่ตกราง ปลอดภัยแข็งแรงดีครับ

ส่วนพื้นที่ด้านหน้านี้ก็มีส่วนแนวกระจกเช่นเดียวกันกับส่วนของห้องรับแขกที่ชั้น 1 แต่จะเปิดไปเป็นส่วนของหน้าบ้าน แนวกระจกขนาดใหญ่ 3 ตอน บานละ 1.6 เมตร เป็นกรอบอลูมิเนียม anodized กระจกเขียวตัดแสง เปิดทางเดียวรวบไปทางด้านขวามือ แบบ Double Slice ทำให้ได้พื้นที่การเปิดค่อนข้างกว้าง เมื่อเปิดสุดแล้วจะมีระยะประมาณ 3 เมตร

ภายนอกพื้นที่ระเบียงถูกปกคลุมด้วยหญ้าเทียม มีบ่อปลาขนาด 2.5 x 1.5 ลึก 20 เซนติเมตร และต้นไม้เทียมด้านข้าง ไม่ต้องกังวลเรื่องการเก็บกวาดใบไม้ หรือรากจะมีผลกับโครงสร้างอาคาร ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับห้อง นอกจากนั้นแล้วยังเป็นภาพลักษณ์หน้าอาคารที่สวยงามอีกด้วยครับ

วิวจากพื้นที่ระเบียงชั้น 2 ของโครงการ เริ่มจะอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าอาคารโดยรอบ บริเวณนี้มีลมพัดผ่านค่อนข้างสะดวก เย็นสบายดีครับ

หรือจะเปิดหน้าบานสุด นั่งรับลม ชมบ่อปลา ก็เป็นจุดที่ได้บรรยากาศดีมากๆ อีกจุดหนึ่งของโครงการ

ส่วนบันไดของชั้นสองถูกกั้นด้านข้างด้วยกระจกเงาเคลือบฟิล์มสีดำ เสร็จจากชั้นห้องนั่งเล่นแล้ว ต่อไปจะเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนของตัวบ้าน ซึ่งก็คือชั้นของ Master Bedroom มีจุดที่น่าสนใจหลายจุดเหมือนกัน ขึ้นไปดูต่อกันที่ชั้น 3 กันเลยครับ

เมื่อขึ้นมาแล้วนั้น ก็จะมีพื้นที่โถงหน้าบันไดกว้างพอสมควรเช่นเดิมครับ คล้ายกับชั้น 2 เมื่อสักครู่ แต่จะไม่มีส่วนของห้องน้ำรวมแล้ว แสดงว่าพื้นที่ห้องน้ำที่หายไปต้องกลายไปเป็นพื้นที่อะไรสักอย่างภายในห้องนอนใหญ่แน่ๆ เข้าไปดูกันเลยครับ

เมื่อเข้ามา ไปดูทางส่วนหน้าบ้านกันก่อนนะครับ จะพบกับพื้นที่ทำงาน มีโต๊ะทำงานวางไว้ให้ ในช่วงเช้าหรือก่อนนอนเผื่ออยากอ่านหนังสือ หรือดูเอกสารอะไรสักนิดสักหน่อย ขี้เกียจลงไปที่ชั้นลอย ก็ใช้มุมนี้เป็นพื้นที่นั่งอ่านนั่งทำงานได้ครับ

เมื่อเดินเข้ามาที่ส่วนหน้าบ้าน จะพบพื้นที่ห้องนอน Master Bedroom ขนาดค่อนข้างใหญ่ทีเดียวครับ มาพร้อมกับเตียงและโต๊ะหัวเตียงซ้ายขวา หัวเตียงแนะผนังปิดผิวด้วยไม้โอ๊ค โซฟาสำหรับ 2 ที่นั่ง ที่ปลายเตียง แถมเก้าอี้ยาวอีก 1 ตัว และ ชั้นวางทีวีมาให้ด้วย

พื้นที่ห้องมีขนาดค่อนข้างกว้าง ทำให้พื้นที่รอบเตียงสามารถเดินได้สะดวก ในขณะที่วางโซฟาที่ปลายเตียงแล้วนั้น ก็ยังเหลือพื้นที่ในการเดินไปมาแบบสบายๆ ถือว่าเป็นห้องที่โปร่งโล่ง เหมาะแก่การนอนอย่างยิ่ง

พื้นที่โซฟาปลายเตียงมีระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 2.3 เมตร ซึ่งเหมาะกับทีวีประมาณ 40-50  นิ้ว แต่ถ้าหากอยากจะนอนดูด้วย ก็อาจจะต้องเพิ่มขนาดอีกสักหน่อยครับ

ชั้นวางทีวีที่ Built-in มาให้นั้น สามารถเก็บของได้ค่อนข้างเยอะ มีหน้าบานเป็นกระจกสลับกับไม้ บานต่างๆเหล่านี้ สามารถเปิดได้ทุกอัน มีทั้งเปิดขึ้นด้านบนและเปิดลงด้านล่าง ส่วนชั้นข้างล่างก็ดึงออกมาเป็นลิ้นชักได้ เอาเป็นว่าแค่ผมเปิดหน้าบานทั้งหมดเพื่อจะถ่ายรูปก็เหนื่อยแล้ว ให้มาเยอะจริงๆครับสำหรับพื้นที่เก็บของในส่วนนี้

มาที่กระจกด้านหน้าซึ่งเป็นแบบเดียวกันกับชั้น 2 เมื่อสักครู่ แนวกระจกขนาดใหญ่ 3 ตอน บานละ 1.6 เมตร เป็นกรอบอลูมิเนียม anodized มาพร้อม กระจกเขียวตัดแสง เปิดทางเดียวรวบไปทางด้านขวามือ แบบ Double Slice ครับ ได้ช่องกว้างประมาณ 3 เมตร รับลมกันไปเต็มๆ

เมื่อเปิดแล้วได้สุดแนวหน้าระเบียงหญ้าเทียมของชั้นนี้เลยครับ อาจจะงงกันว่าทำไมระเบียงชั้นนี้ได้เล็กลง เป็นเพราะว่ามีส่วนของต้นไม้เทียมของชั้น 2 โผล่ขึ้นมา สร้างบรรยากาศไปอีกแบบ

ซึ่งระเบียงของชั้นนี้มีขนาดประมาณ 3.2 x 2 เมตร ซึ่งถือว่ากว้างพอสมควรครับ มายืดสูดอากาศยามเช้า หรือจะยืนดูดาวตอนกลางคืน ก็คงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียว

บรรยากาศจากระเบียงด้านหน้าของชั้น 3 จะเริ่มอยู่สูงกว่าอาคารโดยรอบทั้งหมดแล้ว เรียกได้ว่าเห็นหลังคาบ้านของบ้านรอบๆเกือบจะทุกหลังเลยครับ บรรยากาศโปร่งโล่ง ลมดี ผมไปยืนสูดอากาศมาแล้ว เหมาะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ น่าจะเป็นมุมโปรดของเจ้าของบ้านได้ไม่ยาก

มุมมองกลับเข้าไปในตัวห้อง จะเห็นฝั่งหลังบ้านอยู่ไกลๆ บอกได้เลยว่าเป็นอีกหนึ่ง Highlight ของบ้านหลังนี้เหมือนกันครับ ไปดูกัน

กลับมาที่พื้นที่ทำงานส่วนทางเข้าห้อง จะเห็นส่วนด้านหลังบ้านเป็นห้องแยกไปด้านหลัง พื้นที่ส่วนนี้ก็คือ Walk-in Closet ขนาดใหญ่พอสมควร โดยจะมีห้องน้ำและระเบียงในตัวครับ

พื้นที่บริเวณนี้มีขนาดหน้ากว้างห้อง 3.3 เมตร เป็นแนวกระจกทั้งหมด รวมทั้งประตู สามารถรับทั้งแสงฝั่งหน้าบ้านและหลังบ้านได้ หน้าห้องมีเก้าอี้สำหรับนั่งให้ด้วย ภายในห้องยังมีเครื่องปรับอากาศแยกให้อีกต่างหาก

เมื่อเข้ามาภายในห้องเป็นราวแขวนรูปตัว L ชิดริมผนังห้องทั้งหมดเป็น อีกทั้งยังมีตู้เก็บของและะราวแขวนตรงกลาง  ชั้นบนสุดเป็นพื้นที่สำหรับวางกระเป๋า ส่วนชั้นล่างเป็นลิ้นชักเก็บของแยกทั่วไป พร้อมโต๊ะเครื่องแป้ง สามารถเดินได้รอบ

ส่วนห้องน้ำเป็นแบบ Sexy Bath เป็นผนังกระจกหมดทั้ง 3 ส่วน ซึ่งก็ดูสวยน่าใช้งาน แต่ในกรณีที่จะปรับเปลี่ยนชั้นนี้เป็นชั้นทำงานเพิ่มเติม ห้องน้ำส่วนนี้อาจจะต้องปรับในส่วนของผนังกระจกให้มิดชิดมากยิ่งขึ้นอีกหน่อยครับ

ภายในห้องน้ำมีการแบ่งสัดส่วนชัดเจน พื้นที่ตรงกลางเป็นส่วนอ่างล้างหน้า ส่วนซ้ายไปส่วนอาบน้ำ ส่วนขวาเป็นโถสุขภัณฑ์ โดยห้องน้ำมีแนวลึก 2.2 เมตร ส่วนอาบน้ำและส่วนของโถสุขภัณฑ์มีฉากกั้นมาให้ทั้งหมด

ภายในส่วนโถสุขภัณฑ์มีการลดระดับพื้นลงประมาณ 3 เซนติเมตร มีขนาดประมาณ 1.2 x 2.2 เมตร

ปัจจุบันภายในห้องยังตกแต่งไม่เสร็จนะครับ แอบเก็บภาพคร่าวๆมาให้ดูกันก่อน ส่วนพื้นที่อ่างล้างหน้า มีขนาด 1.2 เมตร ให้มาพร้อมเคาน์เตอร์แขวนลอย กับกระจกเงาติดผนัง

ภายในส่วนอาบน้ำมีการลดระดับพื้นลงประมาณ 3 เซนติเมตร มีขนาดประมาณ 1.5 x 2.2 เมตร

ด้านหลังมีประตูออกไปที่ระเบียงหลังบ้านซึ่งเป็นกรอบบานอลูมิเนียม anodized และกระจกเขียวตัดแสงเช่นเคย

ออกมาที่พื้นที่ระเบียงด้านหลัง มีขนาดเท่ากันกับของส่วนชั้น 2 ก่อนหน้านี้ คือ 5.5 x 2 เมตร พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิก ราวเหล็กดัดเป็นแนวระเบียง พื้นที่ด้านหลังได้วิวพื้นที่เปล่าทางทิศใต้เช่นเดิมครับ

ขึ้นไปต่อที่ชั้นบนสุดของตัวอาคารกันครับ ซึ่งเป็นชั้นใต้หลังคานั่นเอง บันไดของชั้นนี้จะมีความพิเศษตรงที่บริเวณผนังที่ติดหน้าอาคารจะมีช่องแสงจากแนวพื้นที่ภายนอก พื้นที่ของชั้นนี้ถูกออกแบบมาให้มีพื้นที่ระเบียงค่อนข้างใหญ่มาชนกับส่วนของบันได และเปิดช่องแสงเข้าสู่ตัวบันไดได้ด้วย

เมื่อขึ้นมาด้านบนจะถูกแจกออกเป็นส่วนหน้ากับส่วนหลังคา โดยพื้นที่ด้านหลังจะมีทั้งหมด 2 ห้อง ไปดูที่ห้องแรกกันก่อนครับ

ห้องแรกติดผนังฝั่งทิศตะวันออกเป็นส่วนของห้องนอน ในบ้านถูกจัดให้เป็นห้องนอนเด็ก มีเตียงสองชั้น โต๊ะทำงาน รวมถึงชั้นวางของมาให้พร้อม ภายในมีพื้นที่ค่อนข้างเยอะ จริงๆสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้เลยทีเดียวครับ ด้านในสุดของตัวห้องมีหน้าต่างทะลุออกพื้นที่ระเบียงได้

ด้านหลังมีประตูออกไปที่ระเบียงหลังบ้านซึ่งเป็นกรอบบานอลูมิเนียม anodized และกระจกเขียวตัดแสงเช่นเคย

ออกมาที่พื้นที่ระเบียงด้านหลัง มีขนาดเท่ากันกับของส่วนชั้น 2 และ 3 ก่อนหน้านี้ คือ 5.5 x 2 เมตร พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิก ราวเหล็กดัดเป็นแนวระเบียง พื้นที่ด้านหลังได้วิวพื้นที่เปล่าทางทิศใต้ แต่ที่จะต่างคือมีประตูทางออกมาระเบียง 2 ฝั่ง คือเชื่อมกันกับอีกห้องด้วยครับ ส่วนอีกห้องจะเป็นห้องอะไร ไปดูกัน

ห้องนี้ถูกออกแบบมาให้เป็นห้องพื้นที่ครัวไทย ฝ้าด้านบนที่ลาดลงมานี้อาจจะเจาะติดเครื่องดูดอากาศ ทำเป็นครัวไทยก็ได้ หรือจะเป็นพื้นที่ซักล้าง ที่นำผ้าไปตากที่ส่วนของระเบียงก็ได้เช่นกัน สังเกตจากแนวสวิทช์ไฟที่ให้มาภายในห้องค่อนข้างเยอะ รวมถึงงานเดินท่องานประปาที่พื้นและผนังมาให้แล้ว แต่ก็สามารถปรับเป็นห้องใช้งานอื่นๆได้ ตามการใช้งานของแต่ละครอบครัว

มาที่ส่วนพื้นที่ด้านหน้าบ้านของชั้นนี้ มีพื้นที่ภายในจัดเป็นส่วนของพื้นที่ห้องกิจกรรมต่างๆ ใช้นั่งเล่น พักผ่อน เล่นเกมและมีส่วนเชื่อมต่อกับระเบียงด้านนอก

พื้นที่ภายในห้องมีขนาดประมาณ 3 เมตร ผนังมีปลักไฟไว้สำหรับติดตั้งทีวีแขวนผนังได้ สำหรับทำส่วนพื้นที่ดูหนัง หรือสำหรับท่านผู้ชายทั้งหลายอาจจะเป็นห้องดูบอลให้เชียร์กันกับเพื่อนร่วมงานก็เป็นอีกมุมที่น่าสนใจครับ

มีประตูเชื่อมต่อกับระเบียงด้านนอก สามารถระบายอากาศได้ดี พร้อมบานประตูอลูมิเนียม anodized กระจกเขียวตัดแสงเช่นเดิม ขนาดหน้าบานบานละประมาณ 90 เซนติเมตร

พื้นที่ภายนอกเป็นระเบียงขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีช่วงเพดานจุดที่สูงที่สุดอยู่ที่ 6 เมตร ขึ้นชื่อว่าเป็นห้องใต้หลังคาหลายคนอาจจะกังวลเรื่องความร้อน แต่ตัวอาคารนี้ มีการยกหลังคาค่อนข้างสูง ทำให้ลมผ่านตลอด ระบายอากาศได้ดี ในส่วนของวัสดุตัวหลังคามีฉนวนกันความร้อน ใต้ฝ้าที่ลาดเอียงนี้ยังมีช่องว่างสำหรับระบายอากาศอีกด้วย จึงช่วยแก้ปัญหาเรื่องความร้อนออกไปได้เยอะทีเดียว ทางโครงการทำพื้นและผนังทั้งหมดเป็นหญ้าเทียมให้เรียบร้อย มาพร้อมกับโต๊ะสนาม 1 ชุด ตามรูปเลยครับ

พื้นที่ด้านนอกนี้มีขนาดประมาณ 5 x 5.5 เมตร พื้นที่ส่วนนี้ถือว่าเป็นอีกพื้นที่ที่ดูน่าสนใจของตัวโครงการ สามารถสังสรรค์ จัดปาร์ตี้ ย่าง BBQ กันได้ รวมถึงผู้ที่พักอยู่บนชั้นนี้ แต่หากต้องการใช้ห้องน้ำ ก็ต้องวลงไปที่ชั้น 2 ถือว่าค่อนข้างไกลพอสมควร โดยรวมแล้วถือว่าเป็นอาคารที่มีพื้นที่ที่น่าสนใจหลายจุด นับว่าเป็นสถานที่ทำงานที่ได้ทำงานท่ามกลางบรรยากาศดีๆหลายพื้นที่ มีมุมพักผ่อนย่อนใจให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย การทำงานที่มีประสิทธิภาพควรเริ่มจากสิ่งแวดล้อมที่ดีเสมอครับ

ปลั๊ฟไฟในโครงการใช้ของ Panasonic ทั้งหมดครับ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 28 September 2018

  • โฮมออฟฟิศ 3 ชั้นครึ่ง 6 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 410 ตารางเมตร ที่ดิน 47 ตารางวา
  • ราคา 19.9 ล้านบาท
  • จอง 100,000 บาท
  • ทำสัญญา 300,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง – โครงการตั้งอยู่ภายในซอยสตรีวิทยา 2 ซอย 10 แยก 3  ซึ่งเป็นทำเลชุมชน ได้ความเงียบสงบไม่วุ่นวายเหมือนถนนซอยหลัก สามารถเดินทางเข้า-ออก โครงการได้หลายช่องทาง มีตัวเลือกในการเดินทางที่หลากหลาย ในระยะเดินอาจจะไม่คึกคัก หาอาหารการกินยากหน่อย แต่ถ้าออกมาที่ถนนเส้นหลักต่างๆโดยรอบ ทางด้านนอก เช่น นาคนิวาส โชคชัย 4 และลาดพร้าว-วังหิน ถือเป็นถนนหลักที่มีความอุดมสมบูรณ์ในตัวสูงมากๆ และมีพี่วิน แท็กซี่ วิ่งไปมาตลอดด้วย แต่ถ้าอยากจะไปเดินห้างสรรพสินค้าสเกลที่ใหญ่มากยิ่งขึ้น หรือตลาดนัดต่างๆโดยรอบก็มีรองรับอยู่แทบจะทุกด้านเลยก็ว่าได้ Avenue City, The Walk, ตลาดหัวมุม ทางฝั่งเกษตร-นวมินตร์ Central Eastville, CDC, Tesco Lotus, Home Pro The Crystal รวมถึงร้านอาหารจำพวก Bar & Restaurant ต่างๆอีกมากมายทางฝั่งเลียบด่วน เอกมัย-รามอินทรา และ ตลาดสะพาน 2 และ ตลาดโชคชัย 4 ทางฝั่งลาดพร้าว นอกจากนั้นยังมีทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ให้บริการอยู่ไม่ไกลอีกด้วยครับ

ความปลอดภัย – ตัวโครงการเป็นโครงการแบบเปิด ไม่ได้เป็นโครงการจัดสรร จึงทำให้ไม่ได้มีส่วนกลางคอยดูแล บริบทภายในซอยสตรีวิทยา 2 ซอย 10 แยก 3 เป็นซอยตัน เข้าออกภายในซอยได้ทางเดียว มีความเป็นชุมชนพักอาศัยค่อนข้างสูง เงียบสงบ สังเกตแต่ละบ้านจะมีรั้วปิดมิดชิด ซึ่งโครงการเราก็ให้รั้ว 2.5 เมตรรอบด้าน พร้อม CCTV 6 ตัวรอบภายนอกอาคารมาให้ รั้วหน้าบานเป็นรั้วอัตโนมัติ สั่งการด้วยรีโมท ประตูรั้วกว้าง 8 เมตร หากจัดโครงการอยู่ในประเภทที่ไม่ถูกจัดสรรก็ถือว่าให้สิ่งอำนวยความสะดวกเรื่องความปลอดภัยมาดีครับ

การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย – การออกแบบพื้นที่ใช้สอยส่วนใหญ่เน้นไปในแนวทางของพื้นที่ทำงานและส่วนพักอาศัยเป็นส่วนใหญ่ สังเกตได้จากพื้นที่ต่างๆถูกออกแบบมาด้วยแนวคิดที่เน้นการรับบรรยากาศที่สอดคล้องกันของทั้งภายในและภายนอกอาคาร พื้นที่ระเบียงมีขนาดใหญ่และมีหลายจุด เลือกใช้ผนังกระจกสามารถเปิดเชื่อมต่อภายในกับภายนอกได้ดี พื้นที่ภายในจึงดูโปร่งไม่อึดอัด เช่นส่วน พื้นที่รับแขกเป็น Double Volume ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน อีกทั้งยังทำให้ตัวอาคารรับแสงได้มากแถมยังเชื่อมต่อกับภายนอกได้ดีอีกด้วย นอกจากนั้นแล้วยังมีส่วนของชั้นพักอาศัยที่ถูกออกแบบมาเฉพาะ เช่นส่วน walk-in closet และห้องน้ำของห้องนอนใหญ่ ที่ถูกออกแบบมาให้เป็นพื้นที่พักอาศัยส่วนตัว หากจะมีการดัดแปลงไปเป็นพื้นที่ทำงานก็ทำได้ครับ แต่อาจจะต้องปรับพื้นบางส่วนให้ดูเป็นส่วนตัวในการใช้งานหน่อย เช่น ห้องน้ำ ดังนั้นในภาพรวมถือว่าที่นี้ทำเรื่องของการออกแบบให้เป็นโฮมออฟฟิศที่เน้นพื้นที่พักอาศัยถือว่าทำได้ดีเลยครับ ได้ทำงานในพื้นที่ที่มีบรรยากาศดีๆ ถูกจัดให้มีพื้นที่พักผ่อนไปพร้อมๆกับพื้นที่ทำงาน แต่หากจะมองในแง่ของโฮมออฟฟิศที่เน้นพื้นที่ทำงานเยอะๆเป็นหลัก ก็ถือว่าทำได้อยู่ครับแต่อาจจะต้องปรับพื้นที่บางส่วนสักหน่อย

วัสดุ – ด้วยราคาประมาณนี้ส่วนตัวผมมองว่าได้วัสดุระดับมาตรฐานครับ เนื่องจากตัวโครงการ Phase 1 นี้ให้มาเป็นแบบ Fully Furnished ด้วยซึ่งก็ถือว่าให้มาเยอะเหมือนกันครับ พื้นชั้น 1 เป็นแกรนิตโต้นำเข้าจากสเปน ส่วนของชั้นอื่นๆ เป็นพื้นลามิเนตมีบัวผนังให้ บันไดโครงสร้างเหล็กปิดผิวด้วยไม้จริง พร้อมทั้งปูหญ้าเทียม ต้นไม้เทียม บ่อปลาให้ที่ระเบียงด้านหน้าและหลังบ้าน ให้ไฟทั้งหลังให้เป็น Downlight ทั้งหมด ในบางห้องมีการ Built-in ผนัง ตู้และชั้นต่างๆมาให้ ประตูและหน้าต่างกรอบบานอลูมิเนียม anodized กระจกเขียวตัดแสง

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ – ตัวโครงการเป็นโครงการแบบเปิด ไม่ได้เป็นโครงการจัดสรร จึงทำให้ไม่ได้มีส่วนกลางคอยดูแล ส่วนตัวบ้านก็มีพื้นที่สวนด้านข้างให้นิดหน่อย กว้างประมาณ 2.5 เมตร ยาวเข้าไปด้านหลัง นอกนั้นจะเป็นส่วนหญ้าเทียม ต้นไม้เทียม และบ่อน้ำ ที่ระเบียงแต่ละชั้น ก็ถือว่ามีการสร้างมุมมองธรรมชาติไว้ในตัวโครงการ ให้ดูร่มรื่นสบายตา มีการเชื่อมต่อกับภายในตัวอาคารได้ดีทีเดียวครับ

สาธารณูปโภค – ตัวโครงการเป็นโครงการแบบเปิด ไม่ได้เป็นโครงการจัดสรร จึงทำให้ไม่ได้มีส่วนกลางให้คอยดูแลและไม่มีค่าส่วนกลาง

Judgement

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 19.9 ล้านบาท, 28 September 2018

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.25/10 – อยู่ในซอยย่อย สงบไม่พลุกพล่าน เข้าออกได้หลายเส้นทาง มีแหล่งความเจริญโดยรอบ
  • ความปลอดภัย 7.5/10 – รั้วอัตโนมัติ 8 เมตร มีกำแพงรั้ว 2.5 เมตร รอบตัวบ้าน มี CCTV 6 ตัว
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8/10 – เน้นพื้นที่ใช้สอย จัดพื้นที่ในส่วนต่างๆได้ดีน่าใช้งาน
  • วัสดุ 8/10 – มาตรฐานของระดับนี้ ให้มาแบบ Fully Furnished พร้อมอยู่
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 8/10 – มีสวนด้านข้างและหลังบ้าน บนระเบียงมีหญ้าเทียม ต้นไม้เทียม และบ่อปลา สร้างบรรยากาศ
  • สาธารณูปโภค 7/10 – ตัวโครงการเป็นโครงการแบบเปิด ไม่ได้เป็นโครงการจัดสรร จึงทำให้ไม่ได้มีส่วนกลางคอยดูแล
  • 7.53 / 10.00 

BOTTOM LINE

The Civilize ลาดพร้าว เป็นโครงการโฮมออฟฟิศที่เน้นพื้นที่พักอาศัยที่ลงตัว ออกแบบให้ตอบโจทย์ Work Life Balance เหมาะกับกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กที่กำลังมองหาที่ตั้งธุรกิจพร้อมอยู่อาศัยในย่านลาดพร้าว ทำเลเงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน เน้นใช้รถยนต์ส่วนตัว มีงบประมาณอยู่ที่ 19.9 ล้านบาท

Share

Leave a Reply