The Base สะพานใหม่ คอนโด High Rise 14 ชั้น ติดถนนพหลโยธินและสถานีสายหยุด จาก แสนสิริ [รีวิวฉบับที่ 1672 ]

September 11, 2018 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1672 … สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะพาไปชม THE BASE สะพานใหม่ อีกหนึ่งโครงการใหม่จากแสนสิริ ซึ่งเป็นคอนโด High Rise สูง 14 ชั้น ตั้งอยู่ติดถนนพหลโยธินและสถานีสายหยุด รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ทำให้การเดินทางนั้นสะดวกทีเดียว อีกทั้งยังมี Facilities มาให้ครบครันเช่น ฟิตเนสที่ได้วิวแบบพาโนรามา และ Infinity edge pool ที่ชั้น Rooftop ขายแบบ Fully Furnished พร้อมให้ Home Automation ที่สามารถสั่งงานด้วยเสียงและแอพพลิเคชั่นมาด้วย ในราคาเริ่มต้น 2.29 ล้านบาท  เราไปชมกันค่ะ 

Fact @ 5 September 2561

  • THE BASE Saphanmai (เดอะ เบส สะพานใหม่)
  • BTS Sansiri Holding
  • UPPER CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : บางเขน
  • คอนโด High Rise 14 ชั้น 1 อาคาร 2 Tower จำนวน 820 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 68 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ  36% 
  • ที่ดินประมาณ 4ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง :  2561
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ :Q3 2563
  • 1 Bedroom 24.75 – 35.50 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.29-3.5 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 48.25 – 55.75 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น n/a ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.55 เมตร (ห้องมาตรฐาน) , 4.55 เมตร (ห้อง Loft ) 
  • ราคาห้องเริ่มต้น 2.29 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ AVERAGE ประมาณ 110,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : ผ่านแล้ว
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1685

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.887917, 100.604635

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

โครงการ THE BASE สะพานใหม่  ตั้งอยู่ติดกับถนนพหลโยธิน ไม่ไกลจากวงเวียนหลักสี่ อีกทั้งยังติดกับรถไฟฟ้าสถานีสายหยุดส่วนต่อขยายสายสีเขียวที่เชื่อมมาจาก BTS หมอชิต ดังนั้นการเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองจึงค่อนข้างสะดวก ในย่านนี้แต่เดิมจัดว่าเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยเก่าแก่ดังเดิม สภาพแวดล้อมสองฝั่งของถนนส่วนใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น ที่ชั้นล่างมักเปิดเป็นร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆ อีกทั้งยังอยู่ใกล้เขตทหาร สถานที่ราชการและสนามบินดอนเมือง จึงก่อให้เกิดชุมชนมีคนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก  แต่เดิมบริเวณนี้เป็นทำเลของบ้านพักอาศัยแนวราบ ต่อมาจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทำเลนี้มีการยกระดับความเจริญ คือการมาของรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่กำลังทำการก่อสร้างอยู่ ทำให้ที่ดินติดรถไฟฟ้าสถานีต่างๆเริ่มทยอยเปลี่ยนเป็นคอนโดกันเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีการตัดถนนใหม่เพื่อช่วยแก้ปัญหาการจราจรอีกด้วย

สำหรับ การเดินทางด้วยรถยนต์ สามารถใช้เส้นทางได้หลากหลาย ถ้าใช้ถนนพหลโยธินจะสามารถวิ่งไปยังรัชโยธิน ลาดพร้าวได้ หรือจะใช้วิ่งไปรังสิตก็ได้เหมือนกัน แต่จะมีการจราจรที่ติดบ้างตามเวลาเร่งด่วนซึ่งทำให้ต้องเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางพอสมควร และจากโครงการยังสามารถเดินทางไปยังถนนรามอินทรา ถนนแจ้งวัฒนะซึ่งสามารถใช้ไปยังปากเกร็ดหรือมีนบุรีได้ โดยแจ้งวัฒนะถือเป็นพื้นที่สำหรับการขยายเมืองซึ่งตอนนี้ได้มีสำนักงานและห้างสรรพสินค้าหลากหลาย เช่น ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เซ็นทรัล รวมถึงอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญที่เป็นวงเวียนและสะพานข้ามแยกถนนพหลโยธิน เป็นต้น อีกหนึ่งความสะดวกในการเดินทางคือ การตัดถนนเทพรักษ์เพื่อแก้ปัญหารถติดจากการก่อสร้างรถไฟฟ้า ทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น ซึ่งตามแผนการพัฒนาในอนาคตถนนเส้นนี้จะเชื่อมตั้งแต่ถนนวิภาวดีรังสิต ผ่านถนนพหลโยธิน ถนนวัชรพล ถนนสุขาภิบาล5 ถนนกาญจนาภิเษก ถนนหทัยราษฎร์ และถนนนิมิตรใหม่ เป็นการเชื่อมการเดินทางของกรุงเทพฯฝั่งตะวันออกให้เข้ามาที่ศูนย์กลางได้ง่ายขึ้น

ส่วนการเดินทางโดยไม่ใช้รถยนต์ นั้นสามารถเดินทางได้สะดวกเนื่องจากมีรถประจำทางผ่านถนนเส้นนี้อยู่หลายสาย และเป็นถนนหลักสามารถเรียกใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์หรือ Taxi ได้ง่าย นอกจากนั้นในอนาคต (ประมาณปี 2563 ) เมื่อรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายเพิ่มเติมเปิดใช้งานแล้ว ทำให้เดินทางจากโครงการสะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งโครงการของเราอยู่ติดกับสถานีสายหยุดซึ่งถือว่าช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางมากขึ้นค่ะ 

ความอุดมสมบูรณ์โดยรอบโครงการถือว่ามีพอสมควรภายในระยะไม่เกิน 10 กิโลเมตร มีทั้งมหาวิทยาลัยหลายแห่ง , โรงเรียน ,โรงพยาบาล , วัด , เขตพื้นที่ราชการ รวมถึงยังใกล้กับสนามบินดอนเมืองอีกด้วย ถ้าพูดถึงเรื่องการใช้ชีวิตอยู่อาศัยคงต้องคำนึงถึงแหล่งของกิน ซึ่งบริเวณรอบๆโครงการมีห้างสรรพสินค้า และ Hypermarket อยู่หลายที่ เช่น ห้างเซ็นทรัล รามอินทรา , Foodland , Tesco Lotus , Big C สะพานใหม่ ที่อยู่ในระยะเดินได้ประมาณ 5 นาที นอกจากนั้นยังอยู่ใกล้กับตลาดใหญ่ๆอย่างตลาดยิ่งเจริญ ตลาดออเงิน เป็นต้นทำให้หาของกินได้ง่ายพอสมควร อย่างตลาดยิ่งเจริญเป็นตลาดใหญ่ในย่านนี้มีครบเลยทั้งของแห้ง ของสด ของใช้ และ ร้านอาหาร มีลานจอดรถที่สามารถไปจอดได้สะดวก  และยังใกล้กับโรงพยาบาลเซ็นทรัลเยนเนอรัลที่อยู่ใกล้ๆกับโครงการ เวลาเจ็บป่วย ไม่สบายก็สามารถไปพบแพทย์ได้ทันท่วงที สองฝั่งถนนพหลโยธินใกล้กับโครงการส่วนใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น ด้านล้างเปิดเป็นร้านค้าร้านอาหาร ง่ายต่อการจับจ่ายใช้สอย ซอยทั้งสองฝั่งข้างทางเป็นชุมชนพักอาศัย มีบริษัทเล็กๆ ห้องพัก อพาร์ตเมนท์ บ้างประปราย โดยรวมแล้วค่อนข้างมีความอุดมสมบูรณ์และคึกคักตลอดทั้งวัน

เส้นทางรถไฟฟ้าที่ผ่านหน้าโครงการของเราคือรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว ซึ่งเชื่อมต่อมาจากสถานีหมอชิต ปัจจุบันกำลังก่อสร้างไปแล้วประมาณ 60 % มีกำหนดการเปิดบริการที่ต้นปี พ.ศ. 2563 ซึ่งโครงการตั้งอยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าสายหยุด มีสถานีอยู่ด้านหน้าโครงการเลยค่ะ สามารถเดินไปใช้งานได้สะดวก

การเดินทางไปโครงการในวันนี้เราจะไปโดยรถยนต์ เริ่มต้นจาก Central ลาดพร้าว ตรงไปเรื่อยๆตามถนนพหลโยธินเพื่อจะไปยังโครงการ The Base สะพานใหม่ โดยระยะทางจาก Central ลาดพร้าว ไปยังโครงการอยู่ที่ 9.9 กิโลเมตรค่ะ

เมื่อเราตรงมาเรื่อยๆพอเลยตัวสถานีสายหบุดไปแล้วจะต้องไปกลับรถที่แยกถนนเทพรักษ์ห่างจากโครงการระยะทางประมาณ 300 เมตร ตัวโครงการจะอยู่ทางขวามือค่ะ

การเดินทางในวันนี้เราเริ่มจาก Central ลาดพร้าว ซึ่งเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ชื่อดังในย่านลาดพร้าวตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน ในอนาคตจะมีสถานีห้าแยกลาดพร้าวอยู่หน้าห้างเลย โดยสถานีนี้จะเป็นสถานีแรกที่เชื่อมต่อกับสถานีหมอชิต ดังนั้นจากโครงการเราก็นั่งรถไฟฟ้ามา Central ได้เก๋ๆค่ะ

ตลอดการเดินทางวันนี้ เราตรงขนานกับเส้นทางรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวซึ่งปัจจุบันมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าอยู่จึงมีการกั้นพื้นที่ก่อสร้างตลอดเส้นทาง รถติดนิดนึงนะคะ คิดว่าแลกกับความสะดวกสบายในอนาคต

เมื่อตรงมาเรื่อยๆจะเจอกับแยกที่ถนนรัชดาภิเษกตัดกับถนนพหลโยธิน บริเวณนี้จะมี Community mall อย่าง Major รัชโยธิน ก็ถือเป็นห้างใหญ่และเป็นศูนย์รวมความบันเทิงในย่านนี้ค่ะ มีครบทั้งร้านค้า ร้านอาหาร มีตลาดนัดเสื้อผ้าด้วย

ตรงมาเรื่อยๆจะเจอกับแยกไปถนนงามวงศ์วาน ซึ่งเราจะตรงต่อไปก่อนนะคะ จะเห็นว่ารถไฟฟ้าก่อสร้างเป็นทางยาวเลย

บริเวณรอบข้างถนนเส้นนี้ส่วนใหญ่จะเป็นสถานที่ราชการ สังเกตทางด้านซ้ายมือคือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน เป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังในย่านนี้

เมื่อตรงมาอีกจะพบกับกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืชทางด้านซ้ายมือ ให้เราตรงไปเรื่อยๆค่ะ

เมื่อเราผ่านซอยพหลโยธิน 49/1 ให้เตรียมขึ้นสะพานข้ามคลองเล็กๆ ทางด้านหน้าค่ะ

ตรงมาเรื่อยๆจะพบกับวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน ทางด้านซ้ายมือตรงนี้ให้เตรียมชิดขวาเพื่อลอดอุโมงค์ ข้ามแยกหลักสี่ เพื่อตรงอยู่บนถนนพหลโยธินต่อไปค่ะ

ลอดใต้อุโมงค์ข้ามแยกไปเลย

พอขึ้นอุโมงค์มาแล้วทางด้านขวามือจะสังเกตเห็น Tesco Lotus สาขาหลักสี่ ซึ่งเป็นร้านค้า Hyper Market ที่อยู่ใกล้กับโครงการเรา มาแวะซื้อของก่อนกลับบ้านได้

ตรงมาเรื่อยๆถึงสามแยกถนนเทพรักษ์ให้กลับรถ ระยะทางจากตรงนี้ถึงโครงการประมาณ 300 เมตร แยกนี้จะมี Big C สาขาสะพานใหม่ซึ่งสามารถเดินมาได้จากโครงการ

กลับรถมาแล้วบริเวณหัวมุมจะพบกับโรงพยาบาล เซ็นทรัลเยนเนอรัลทางด้านซ้าย สามารถเดินจากโครงการมาได้ประมาณ 260 เมตร ด้านหน้าที่มองเห็นสถานีรถไฟฟ้าคือสถานีสายหยุด อยู่ด้านหน้าโครงการเราเลยค่ะ

โครงการ The Base สะพานใหม่จะอยู่ทางด้านซ้ายมือใต้สถานีรถไฟฟ้าสายหยุด สำนักงานขายจะอยู่ด้านหน้าโครงการติดถนนพหลโยธินเลยค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ

  • โรงพยาบาลเซ็นทรัล เยนเนอรัล 260 เมตร
  • Big C Supermarket 600 เมตร
  • ตลาดยิ่งเจริญ 900 เมตร
  • Tesco Lotus 1.3 กิโลเมตร
  • สำนักงานเขตบางเขน 2.1 กิโลเมตร
  • Central รามอินทรา 2.3 กิโลเมตร
  • วัดพระศรีมหาธาตุวรวิหาร 2.7 กิโลเมตร
  • กรมทหารราบที่ 11 3.3 กิโลเมตร
  • ม.ศรีปทุม 4.2 กิโลเมตร
  • โรงเรียนสารวิทยา 4.7 กิโลเมตร
  • ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ 6.0 กิโลเมตร
  • สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ 6.9 กิโลเมตร
  • สนามกอล์ฟราชพฤกษ์ 7.0 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 7.7 กิโลเมตร
  • สนามบินดอนเมือง 10.9 กิโลเมตร
  • Major รัชโยธิน 9.1 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลวิภาวดี 10.9 กิโลเมตร
  • Central ลาดพร้าว 11.7 กิโลเมตร

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

โครงการคอนโดมิเนียมที่มาขึ้นบนทำเลสะพานใหม่จะมีลักษณะเฉพาะตัวอยู่คือในบางพื้นที่จะสร้างสูงได้ไม่เกิน 45 เมตร เนื่องจากอยู่ในเขตปลอดภัยทางอากาศเพราะใกล้กับสนามบินดอนเมือง ทำให้เราจะเห็นคอนโดที่เป็น High Rise แต่สูงไม่เกิน 15 ชั้นในย่านนี้ค่ะ ทำให้สภาพแวดล้อมไม่มีอาคารที่สูงมากๆมาบดบังวิว ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพาณิชย์และตึกแถวมากกว่า รอบๆโครงการเราจะมีแค่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ที่มีอาคารพักอาศัยสูง 15 ชั้นที่อาจจะบังวิวทางทิศนั้นบางมุม นอกจากนั้นโดยรอบโครงการเป็นอาคารที่สูงไม่เกิน 5 ชั้น

สรุปอาคารข้างเคียงโครงการดังนี้ค่ะ

  • ทิศเหนือ ติดกับ อาคารพักอาศัยทหารสูง 5 ชั้น
  • ทิศตะวันออก ติดกับ ชุมชนที่อยู่อาศัยสูงประมาณ 2 ชั้น
  • ทิศใต้ ติดกับ ชุมชนที่อยู่อาศัยสูงประมาณ 2 ชั้น
  • ทิศตะวันตก ติดกับ สถานีเติมน้ำมัน ปตท.

ทิศเหนือ ติดกับอาคารพักอาศัยของทหาร สูง 5 ชั้น นอกนั้นก็เป็นวิวโล่งๆค่ะ

ทิศเหนือติดกับอาคารพักอาศัยของทหาร สูง 5 ชั้น ส่วนทิศตะวันออก เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยสูงประมาณ 2 ชั้น ทำให้ทัศนียภาพด้านนี้เห็นเป็นวิวชุมชนเมืองเป็นวงกว้าง

ทิศใต้ ของโครงการติดกับสถานีเติมน้ำมัน ปตท. ตรงนี้จะมี 7-Eleven เปิด 24 ชม.ให้สามารถเดินไปหาซื้อของกินได้ใกล้ๆค่ะ

ทิศตะวันตก หรือฝั่งตรงข้ามโครงการเป็นอาคารแถวสูง ประมาณ 4 ชั้นส่วนใหญ่เป็นที่พักอาศัยและมีร้านค้าด้านล่างบ้างบางส่วน ด้านหน้าโครงการติดกับสถานีรถไฟฟ้าสายหยุด ซึ่งมีระยะทางจากบันไดถึงโครงการประมาณ 30 เมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ The Base สะพานใหม่ เป็นคอนโด High Rise 14 ชั้น 1 อาคาร 2 Tower จำนวน 820 ยูนิต มีแนวความคิดในการออกแบบภายคือ “Characteristic Living” สะท้อนถึงเอกลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ โดยในย่านสะพานใหม่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการ ซึ่งจะแสดงถึงความมั่นคง แข็งแรง อาคารส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเส้นตรง โครงการ The Base สะพานใหม่จึงออกแบบให้มีความอ่อนช้อยผสมผสานความแข็งแกร่งและนุ่มนวลเข้าด้วยกัน กรอบอาคารจึงใช้เส้นโค้งในการตกแต่งเพื่อทำให้ตัวอาคารมีเอกลักษณ์มากขึ้น

 ตัวอาคารวางตามความยาวของที่ดินไปจนถึงด้านหลัง มี Clubhouse อยู่ทางด้านหน้าเป็นที่สำหรับนั่งพักผ่อนอ่านหนังสือ ส่วนด้านในอาคารพักอาศัยชั้น 1 ด้านหน้าเป็น Lobby Lounge และส่วนจอดรถทางด้านหลัง ห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 2 ไปถึงชั้น 14 โดยจะแบ่งเป็น 2 Tower ตั้งแต่ชั้น 7 เป็นต้นไป ห้องพักส่วนใหญ่ของโครงการจะมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.55 เมตร แต่จะมีห้องพักความสูงพิเศษ 4.55 เมตรที่เป็นห้อง Loft อยู่ที่ชั้น 14 (ยกเว้นห้องพักใต้สระว่ายน้ำด้านบนเป็นความสูงปกติ) Facilities ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ชั้น 14 และชั้น Rooftop เช่น Fitness , สระว่ายน้ำ , สวนสำหรับออกกำลังกาย เป็นต้น รายละเอียดจะเป็นยังไงเราไปดูกันเลยค่ะ

อาคารโดยรอบทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือติดกับสถานีรถไฟฟ้าสถานีสายหยุด ทิศตะวันตก ติดกับ สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ใครที่เดินทางโดยใช้รถอยู่แล้วสามารถเติมน้ำมันได้สะดวกมากๆ ส่วนทิศเหนือ ติดกับ อาคารพักอาศัยทหารสูง 5 ชั้น ทำให้บังวิวในบางชั้นของโครงการ ทิศตะวันออกด้านหลังโครงการ ติดกับ ชุมชนที่อยู่อาศัยสูงประมาณ 2 ชั้น ทำให้ด้านหลังไม่มีอาคารที่สูงบังวิวห้องพักอาศัยค่ะ

ทางเข้า-ออกติดถนนพหลโยธินแบ่งทางเข้า-ทางออกชัดเจนช่องทางละ 1 เลนมีป้อมรักษาความปลอดภัยด้านหน้าโครงการ ทางฝั่งขวาปัจจุบันเป็นสำนักงานขายซึ่งจะเปลี่ยนแปลงเป็นพื้นที่สวนสีเขียวและ Clubhouse ส่วนที่จอดรถจะอยู่ทางด้านหลังโครงการ ถนนรอบโครงการเป็นถนนเดินทางเดียวทำให้การเดินรถภายในโครงการ เป็นระเบียบ ไม่ต้องสวนกันให้สับสนค่ะ

บริเวณสำนักงานขายที่เรายืนอยู่เมื่อโครงการสร้างเสร็จจะเปลี่ยนเป็นพื้นที่สีเขียวและ Clubhouse ในอนาคต โดยการตกแต่งภายในสำนักงานขายนี้จำลองบรรยากาศให้คล้ายกับบริเวณ Lobby นั่นเองค่ะ

พื้นที่สำนักงานขายส่วนนี้เมื่อขายหมดแล้วจะถูกทำเป็นพื้นที่สวนด้านหน้าโครงการ จนถึงเส้นประสีแดงเป็นส่วน Clubhouse จะคงไว้เช่นเดิมค่ะ

พื้นที่ Clubhouse เป็นส่วนกลางสำหรับลูกบ้านมานั่งพักผ่อน เมื่อนัดเจอเพื่อนๆ หรือคุยธุระสามารถมาใช้งานตรงนี้ได้ โดยไม่ต้องพาไปถึงห้องทำให้มีความเป็นส่วนตัว Clubhouse จะมีทั้งหมด 2 ชั้น มีลิฟต์ให้บริการเป็น Universal Design สำหรับทุกเพศทุกวัย

การตกแต่งเรียบง่ายและใช้โทนสีแสดงถึงเอกลักษณ์ของโครงการ ที่ชั้นล่างจะมีห้องน้ำส่วนกลาง 1 ห้องบริเวณใต้บันได

ห้องน้ำมีการใช้วัสดุปูพื้นและผนังเป็นหินขัด (Terrazzo) เป็นวัสดุที่แข็งแรงทนทาน ดูแลรักษาและทำความสะอาดง่าย ไม่มีตะกอนหรือช่องยาแนวที่เป็นแหล่งสะสมฝุ่นเหมือนกับพื้นกระเบื้อง และยังมีความสวยงาม ซึ่งห้องน้ำของพื้นที่ส่วนกลางในโครงการจะใช้วัสดุเป็น Terrazzo เช่นเดียวกันด้วยค่ะ

ต่อไปเราจะไปดูทางด้านบนกันบาง โดยสามารถขึ้นไปยังชั้น 2 ได้ 2 ทางคือทางบันไดและทางลิฟต์ ถือว่ารองรับการใช้งานที่หลากหลาย

ด้านบนเป็นพื้นที่ Co-Working Space สำหรับลูกบ้านที่ไม่ชอบนั่งทำงานที่ห้องของตัวเองก็มาใช้งานบริเวณนี้ได้ค่ะ

ภาพจำลองบรรยากาศส่วน Co-Working Space มีโต๊ะทำงานหลากหลายรูปแบบ ทั้งนั่งเป็นกลุ่มและนั่งเดี่ยวให้ใช้ บริเวณนี้ยังมีหน้าต่างกระจกบานสูงทำให้เห็นวิวด้านหน้าโครงการซึ่งเป็นสถานีรถไฟฟ้าสายหยุด และพื้นที่สีเขียวรอบๆ Clubhouse

ต่อมาเรามาดูทางเข้าของโครงการกันบ้าง เมื่อเข้าโครงการมาแล้วจะมีส่วน Drop off อยู่ทางด้านหน้าใต้อาคารทำให้ไม่เปียกฝนตอนฝนตกและไม่ร้อนเข้าสู่ Lobby ได้เลย เมื่อรับ-ส่งเสร็จแล้วสามารถเลี้ยวกลับไปยังที่จอดรถได้ง่าย

Lobby ของโครงการมีชื่อว่า Botanical Lobby มีบรรยากาศธรรมชาติ ต้นไม้ห้อยจากเพดานเหมือนกับที่ตกแต่งในสำนักงานขาย พื้นกระเบื้องลายหินอ่อน มีการแบ่งที่นั่งออกเป็นหลายๆชุดเพื่อรองรับการใช้งานของลูกบ้านค่ะ

ด้านหลังโครงการจะมีสวนพักผ่อนอีก 1 จุด ให้ลูกบ้านที่อยู่ด้านหลังได้มีพื้นที่สำหรับนั่งเล่นพักผ่อนโดยที่ไม่ต้องเดินไปถึง Clubhouse ซึ่งบริเวณด้านหลังโครงการทั้งส่วนของสวนและถนนลดระดับลงจากพื้นถนนประมาณ 2 ชั้น ซึ่งสามารถวนเข้าที่จอดรถชั้นใต้ดินได้เลย

 ถนนรอบโครงการจะมีทางลาดลดระดับลงด้านหลัง ให้สามารถจอดรถที่ชั้นใต้ดินได้เลย

ต่อมาเรามาดูอีกหนึ่ง Highlight ของโครงการ นั่นก็คือ Sunshine Atrium เป็นโถงที่อยู่บริเวณชั้น 2 วางอยู่ตรงกลางระหว่างห้องพักทั้ง 2 ฝั่งยาวตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงด้านหลังอาคาร มีช่องแสงตรงกลางที่เป็นช่องเปิดยาวตั้งแต่ชั้น 2-6 เพื่อให้ได้รับแสงธรรมชาติ ลงไปสู่โถงชั้น 2 ที่มีการตกแต่งด้วยต้นไม้จริง พอมีโถงนี้อยู่ตรงกลาง ทำให้โถงทางเดินในชั้น 2-6 นั้น บางส่วนจะเป็น Single Corridor มองตรงนี้อาจจะเห็นภาพไม่ชัดเท่าไหร่ เดี๋ยวเราไปดูจากภาพจำลองบรรยากาศและแปลนกันนะคะ ส่วนบนชั้น Roof Top จะมีสวนหย่อมและสระว่ายน้ำ ที่มีสะพานโค้งเชื่อมระหว่าง 2 Tower อยู่สามารถเดินไปใช้ส่วนกลางเชื่อมกันได้ และสามารถเชื่อมระหว่าง 2 อาคารที่ชั้น 14 เพื่อใช้ fitness ของอีกอาคารได้โดยสะดวก

Sunshine Atrium หรือโถงบริเวณชั้น 2  ที่มีการตกแต่งด้วยผนังกระจกบิดมุมสะท้อนภาพต้นไม้ ทำให้สามารถมองเห็นต้นไม้ตรงกลางได้แม้ว่าจะอยู่ห้องที่ห่างออกมา ทำให้เกิดภาพสะท้อนต้นไม้ เห็นต้นไม้สีเขียวในโถงมากขึ้น และมีแสงธรรมชาติส่องลงมาจากด้านบน ให้บรรยากาศผ่อนคลาย ด้านหลังข้างผนังรอบๆโถงนี้จะเป็นส่วนของ Single Corridor นะคะ เป็นการออกแบบที่ทำให้แม้เราจะอยู่ในชั้นที่ไม่สูงมากแต่ก็ได้ความเป็นส่วนตัวค่ะ

นอนจากนั้นอาคารยังมีส่วนหย่อมย่อยๆอยู่บริเวณชั้น 6 เป็นพื้นที่สีเขียวให้พักผ่อน ออกมาเดินสูดอากาศยามเช้าหรือ เดินเล่นช่วงค่ำกับครอบครัว เพิ่มวิวให้ลูกบ้านได้มองสวนสีเขียวสบายตาอีกด้วย

ห้องออกกำลังกายของที่นี่จะอยู่ชั้น 14 เป็น Panoramic Gym สามารถมองวิวได้แบบ panorama และเปิดตลอด 24 ชั่วโมง รองรับผู้ใช้งานหลากหลายไลฟ์สไตล์ (ระยะแรกเปิด 24 ชั่วโมง แต่เมื่อจัดตั้งนิติบุคคลระยะเวลาในการใช้งานจะขึ้นอยู่กับนิติบุคคลค่ะ) ถัดไปจะเป็น Chillaxing Zone หรือ มุมนั่งพักผ่อน

Panoramic Gym มีเครื่องออกกำลังกายหลากหลาย ฝ้าเพดานตกแต่งแสงไฟให้ความรู้สึก Active ตลอดเวลาเหมาะกับการออกกำลัง โดยรอบเป็นหน้าต่างกระจกบานสูงให้เห็นวิวโดยรอบ

Chillaxing Zone บริเวณนั่งพักผ่อนชมวิวเมืองที่ชั้น 14 ก่อนเข้าสู่ห้อง Panoramic Gym ใครที่ชอบทำงานไปพร้อมๆกับวิวสวยๆน่าจะชอบบริเวณนี้มากๆค่ะ

ภาพจำลองบรรยากาศห้องน้ำผู้หญิง ในส่วน Panoramic Gym ตกแต่งด้วยหินขัด ดีไซน์สวยและผนังสีเหลืองให้ความรู้สึกตื่นตัวและสดชื่น

ภาพจำลองบรรยากาศห้องน้ำผู้ชายในส่วน Panoramic Gym ตกแต่งด้วยหินขัด และผนังสีน้ำเงินเคร่งขรึม

มาดู Facilities ด้านบนชั้น Rooftop กันบ้างค่ะ ในส่วนอาคารทางด้านหลังเรียกว่า Sunrise Lagoon มีสระว่ายน้ำ Free Form ลดระดับเป็นขั้นและมีเกาะต้นไม้อยู่รอบๆให้ความรู้สึกเหมือนได้พักผ่อนในรีสอร์ท

 สระว่ายน้ำเป็นแบบ Infinity Lap Pool ยาว 34 เมตร มีทั้งสระเด็กและสระผู้ใหญ่ มองเห็นวิวทางทิศตะวันออกและทิศเหนือ มีต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่นเหมาะกับการพักผ่อน และในตอนกลางคืนสระจะเปิดไฟ LED ย้อมเป็นสีชมพูอมส้ม เข้ากับสี  Facade ของอาคาร

ทางเชื่อมระหว่างตึกทั้ง 2 เป็นสะพานเกลียว Spiral Bridge เป็นสะพานทางลาด รองรับได้ทุกเพศ ทุกวัย ให้ใช้งานได้โดยไม่ต้องขึ้นบันได ถือว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่และน่าสนใจ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจการออกแบบ Universal Design ในพื้นที่ส่วนกลาง

ภาพจำลองบรรยากาศชั้น Rooftop ส่วน Hideaway Rooftop และ Sunrise Lagoon

ชั้น Rooftop ฝั่งอาคารทางด้านหน้าเรียกว่า Sunset Garden เป็นสวนพื้นที่สีเขียวมีพื้นที่ Jogging Track สำหรับวิ่งออกกำลังกาย และ Educational Playground ที่โครงการออกแบบร่วมกับ รพ.สมิติเวช ช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กๆ นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ นั่งดูดาวที่ Star Lounge ด้านบนนี้อีกด้วยค่ะ

ภาพจำลองบรรยากาศชั้น Rooftop ส่วน  Sunset Garden บริเวณชั้น Rooftop

ภาพวิวบริเวณชั้น Rooftop ของโครงการ โดยรอบอาคาร ส่วนใหญ่เป็นวิวชุมชนเมืองไม่ค่อยมีตึกสูงบังทัศนียภาพ ด้านบน

มาต่อกันที่ผังของโครงการกันค่ะ ทางเข้า-ออกของโครงการอยู่ติดถนนพหลโยธิน ทางเข้า-ออกแยกกันข้างละ 1 ช่องทาง เมื่อเข้ามาในโครงการเดินรถทางเดียว ทำให้สะดวกต่อการจราจร ซึ่งถนนทางด้านหน้าจะมีระดับสูงกว่าด้านหลัง ลดระกับลงให้สามารถเข้าไปจอดรถด้านใต้อาคารได้สะดวก มีพื้นที่ Drop off ด้านหน้าสามารถรับ-ส่งผู้โดยสารเข้าไปยังส่วน Lobby ได้เลย ซึ่งในโครงการจะแบ่งลิฟต์ออกเป็น 2 ส่วนลิฟต์โดยสารส่วนละ 2 ตัวล็อคชั้น(ยกเว้นชั้นที่มีพื้นที่ส่วนกลาง) และลิฟต์บริการส่วนละ 1 ตัวรวมทั้งโครงการมีลิฟต์ทั้งหมด 6 ตัว (รวมลิฟต์บริการ 2 ตัว) มีอัตราส่วนการใช้งานลิฟต์อยู่ที่ 205 : 1 ซึ่งถือว่าค่อนข้างหนาแน่น การใช้งานในช่วงเวลาเร่งด่วนอาจจะต้องรอนานสักหน่อยค่ะ

ในส่วนของชั้น 2 เป็นชั้นพักอาศัยชั้นแรก และมีส่วน Sunshine Atrium ที่โถงกลางยาวซึ่งสามารถเดินขึ้นมาใช้งานจากส่วน Lobby ได้ ลูกบ้านชั้นนี้ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องความเป็นส่วนตัว เนื่องจากมีประตูกั้นระหว่างพื้นที่ส่วนกลางกับโถงทางเดินเข้าสู่ห้องพักอาศัย ซึ่งห้องพักอาศัยในชั้นนี้เป็น Single Corridor ทั้งหมด ทำให้ลูกบ้านได้ความเป็นส่วนตัว  และแนวห้องพักทั้งหมดวางตามทิศเฉียงเหนือ-ใต้ ลดความร้อนเข้าสูงห้องพักในเวลากลางวันค่ะ

 

ชั้น 3 ถึง ชั้น 5 แตกต่างกันที่ทางเชื่อมของทางเดินหน้าห้องพัก นอกนั้นส่วนการวางผังห้องพักเหมือนๆกันคือ ห้องที่มีเยอะที่สุดในโครงการเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาดประมาณ 27 ตารางเมตรจะอยู่บริเวณตรงกลาง ริมอาคารตรงมุมเป็นห้อง 2 Bedroom สามารมองเห็นวิวได้ 2 ทิศทาง มีห้อง 1 Bedroom ขนาดประมาณ 24 ตารางเมตรอยู่ใกล้ๆกับห้อง 2 Bedroom โถงลิฟต์อยู่บริเวณกลางอาคารทำให้ไม่มีฝั่งไหนเดินไกลนัก ห้องพักส่วนใหญ่บริเวณรอบ Sunshine Atrium เป็น Single Corridor มีความเป็นส่วนตัวสูงและสามารถมองเห็น ต้นไม้ตรงกลาง Sunshine Atrium ได้

ชั้น 6 เป็นชั้นที่มีสวนส่วนกลางสามารถเดินออกมาใช้งานได้ ซึ่งชั้นนี้ลิฟต์จะไม่ได้ล็อคชั้นเพราะมีสวนที่เป็นพื้นที่ส่วนกลางอยู่ อาจจะทำให้ลูกบ้านที่อยู่ในชั้นนี้โซน Single Corridor เสียความเป็นตัวไปบ้างเล็กน้อย แลกกับการได้ออกมาใช้พื้นที่สวนได้สะดวก แต่ส่วนซ้ายขวาที่เป็นห้องพัก double load ก่อนเข้า Zone จะมีประตู access point เพื่อเพิ่มความส่วนตัว

ชั้น 7 เป็นชั้นแรกที่แบ่งเป็น 2 ตึกเนื่องจากตัวอาคารจะแยกออกจากกันเป็น 2 Tower ถ้าใครอยู่ Tower ไหนก็ต้องขึ้นลิฟต์ทางฝั่งนั้นนะคะ ไม่เช่นนั้นขึ้นไปจะหาห้องไม่เจอค่ะ ซึ่งห้องพักส่วนใหญ่ก็เป็นห้อง 1 Bedroom ขนาดประมาณ 27 ตารางเมตรอยู่ตรงกลาง ริมอาคารตรงมุมเป็นห้อง 2 Bedroom ตรงกลางระกว่าง 2 ตึกเป็นผนังกระจกรับแสงธรรมชาติให้ส่งเข้าไปถึงต้นไม้ด้านล่างบริเวณ Sunshine Atrium ชั้น 2

ชั้น 9 การวางผังห้องพักจะเหมือนกับชั้น 8 แต่ตรงกลางจะเห็นเป็นส่วนหลังคาของโถงกลาง แบ่งอาคารออกเป็น 2 ตึกชัดเจน ซึ่งห้อง 1B หัวมุมบริเวณ skylight จะได้หน้าต่างถึง 3 ด้าน

ชั้น 9 ถึงชั้น 13 มีการวางผังห้องพักที่เหมือนกัน คือ ห้อง 1 Bedroom ขนาดประมาณ 27 ตารางเมตรอยู่ตรงกลาง ตรงมุมอาคารเป็นห้อง 2 Bedroom ซึ่งมีความเป็นส่วนตัวที่สุดเนื่องจากไม่มีใครเดินผ่านหน้าห้องค่ะ

ชั้น 14 เป็นชั้นที่มี Facilities ส่วนกลางคือ Panoramic Gym และ Chillaxing Zone และห้องพักในชั้นนี้บริเวณสีส้มและน้ำตาลแดงเป็นห้องพักแบบ Loft ทั้งหมด (ยกเว้นส่วนห้องแถบน้ำตาลเข้มที่เป็นห้องความสูงปกติ) ผู้ที่พักชั้นนี้สามารถเดินออกมาพักผ่อนใช้งาน Fitness ได้เลย แต่อาจจะต้องเสียความเป็นส่วนตัวนิดหน่อยเพราะลูกบ้านชั้นอื่นก็สามารถเดินผ่านหน้าห้องของเราได้ เฉพาะ 3 ห้องก่อนเข้าประตู access point  จากชั้นนี้สามารถเดินขึ้นไปใช้สวนด้านบน Rooftop ได้โดยเดินขึ้นไปยัง  Spiral Bridge ที่รองรับการใช้งานได้ทุกเพศทุกวัยไม่ต้องเดินขึ้นบันไดค่ะ

ชั้น Rooftop อาคารด้านหน้า (ทิศตะวันตก) เป็นพื้นที่สวนส่วนกลาง Sunset Garden มีพื้นที่สนามเด็กเล่นละลู่วิ่งสำหรับออกกำลังกาย พร้อมลานดูดาวในเวลากลางคืน อาคารด้านหลัง (ทิศตะวันออก) เป็นส่วน Sunrise Lagoon มีสระว่ายน้ำ  Infinity Lap Pool ยาว 34 เมตร ให้ได้ใช้งานพร้อมกับมองวิวได้ 360 องศา

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • พื้นที่โถงต้อนรับ
  • คลับเฮาส์และพื้นที่สันทนาการกลางแจ้ง ชั้น 1
  • สวนส่วนกลางชั้น 1
  • สวนส่วนกลางชั้น 6
  • สนามเด็กเล่น และสวนดาดฟ้า
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 34 เมตร แบ่งสระเด็กและสระผู้ใหญ่
  • ห้องออกกำลังกายชั้น 14
  • ห้องพักผ่อนอเนกประสงค์
  • ห้องซักผ้า
  • ห้องอบไอน้ำ แยก ชาย/หญิง
  • อินเตอร์เน็ตไร้สายสำหรับโถงต้อนรับ, ส่วนสันทนาการ และคลับเฮาส์
  • จุดบริการชาร์จแบตเตอรี่ สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร รวมทั้งโครงการ 4 ตัว
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 205 :  1
  • Service Lift 2 ตัว (ฝั่งละ 1 ตัว)
  • ที่จอดรถประมาณ 36%
  • ระบบ CCTV / Access Card
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ตลอด 24 ชั่วโมง


Product Walkthrough

เรามาดูที่ห้องตัวอย่างห้องแรกกันค่ะ เป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 27.75 ตารางเมตร ซึ่งมีจำนวนมากที่สุดในโครงการ ซึ่งโครงการนี้ให้เฟอร์นิเจอร์เป็นแบบ Fully Furnished ให้เฟอร์นิเจอร์ครบแต่แบบจะแตกต่างจากห้องตัวอย่างเล็กน้อย การวางผังห้องเป็นสัดส่วนเมื่อเข้าห้องมาจะเจอกับส่วนครัวก่อน ซึ่งให้เป็นครัวปิดมีบานกระจกกั้นข้อดีคือแยกส่วนครัวชัดเจน สามารถทำอาหารหนักๆได้ เมื่อซื้อของเข้าห้องมาก็สามารถวางหรือเก็บในครัวได้เลย  ส่วนครัวยังมีพื้นที่ตั้งเครื่องซักผ้าไว้ให้ บางที่ไม่ได้ให้ทำให้ต้องนำไปวางที่ระเบียงทำให้ลดอายุการใช้งานของเครื่องลงได้ค่ะ ถัดจากครัวเข้ามาจะเจอกับห้องนอนเลยซึ่งมีพื้นที่รอบข้างเตียงค่อยข้างเยอะสามารถตั้งวางโต๊ะทำงานเล็กๆด้านข้างได้ มีพื้นที่นั่งเล่นอยู่บริเวณริมหน้าต่าง ทำให้นั่งเล่นโดยที่มีแสงจากธรรมชาติเข้ามาได้มากมองเห็นวิวได้เยอะ จากกระจกบานสูงที่สูงเกือบถึงฝ้าที่ทำให้ดูโปร่งสบาย  พื้นที่ระเบียงมีขนาดเล็กแต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานสำหรับตากผ้าและวาง Condensing Unit ห้องน้ำแยกส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจนมีบานกั้นกระจกให้ โดยที่ห้องทุกแบบจะได้ระบบ Home Automation ที่สามารถสั่งงานด้วยเสียง Voice command (สั่งปิด-เปิด ไฟ แอร์ ทีวี) และระบบบ้านอัจฉริยะ Home Automation (สั่งปิด-เปิด ไฟ แอร์ ทีวี) ให้ด้วยค่ะ

เฟอร์นิเจอร์ที่ได้ภายในห้องมีดังนี้ค่ะ

  • โต๊ะกินข้าว
  • โต๊ะหัวเตียง
  • โต๊ะทำงาน
  • เตียงนอน
  • เก้าอี้โต๊ะทำงาน
  • เก้าอี้โต๊ะกินข้าว 2 ตัว
  • ตู้เสื้อผ้า
  • Day-bed
  • เครื่องปรับอากาศ
  • เคาน์เตอร์ครัวและอุปกรณ์ภายในครัวยี่ห้อ MEX
  • สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ประกอบ

ซึ่งในช่วง Pre-Sale จะได้เครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาด้วย(แต่ยังไม่ระบุยี่ห้อ) ดังนี้

  • โทรทัศน์ 40 นิ้ว
  • เครื่อง Microwave 23 ลิตร
  • ตู้เย็นขนาด 9 คิว
  • เครื่องทำน้ำอุ่น

ประตูห้องพักอาศัยเป็นประตูลายไม้ติดตั้ง Digital Door Lock และช่องตาแมว

 Digital Door Lock ได้ของ Yale สามารถรองรับระบบได้ 4 อย่าง สามารถกดรหัส ไขกุญแจ สแกนบัตร และสามารถใช้บัตร Rabbit ได้ข้อดีคือเราไม่ต้องพกบัตรหลายใบสามารถใช้งานบัตร Rabbit ร่วมกับ Digital Door Lock ของห้องเราได้เลย

เมื่อเข้าห้องมาแล้วจะเจอกับส่วนครัวก่อน ซึ่งที่นี้ให้เป็นครัวปิดมีฉากกั้นกระจกสามารถรับแสงธรรมชาติที่เข้ามาจากระเบียงห้องได้ ข้อดีของครัวปิดคือสามารถทำอาหารที่มีกลิ่นได้บ้างโดยที่กลิ่นไม่กระจายไปทั่วห้อง แต่ก็มีข้อเสียของการที่ครัวอยู่ด้านหน้าสุดคือไม่สามารถเปิดประตูระบายอากาศออกไปที่ระเบียงได้ ต้องใช้เครื่องดูดควันอย่างเดียว

พื้นที่ส่วนครัวแบ่งเป็น 2 ฝั่ง คือฝั่งสำหรับทำครัว มีตู้เย็น อ่างล้างจาน เตา และออกแบบให้มีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า ซึ่งโครงการอื่นบางโครงการไม่มีที่วางเครื่องซักผ้าให้ทำให้ต้องวางที่ระเบียงอาจจะทำให้มีอายุการใช้งานที่สั้นลง อีกฝั่งเป็นที่นั่งสำหรับรับประทานอาหาร ซึ่งสำหรับห้องนี้เหมาะกับการอยู่อาศัยประมาณ 1 -2 คน

พื้นที่ส่วนครัว มีความกว้างประมาณ 2 เมตร ซึ่งว่างโต๊ะรับประทานอาหารแล้วสามารถเดินผ่านได้ แต่อาจจะเดินสวนกันลำบากหน่อย ถ้าอีกคนกำลังทำอาหารอยู่ พื้นส่วนครัวจะเป็นพื้นกระเบื้องเซรามิคสีดำสลับสีขาวเพิ่มลูกเล่นให้ห้องมีดีไซน์ดูไม่น่าเบื่อ ชุดครัวหน้าบานเมลามีนสีกรม Top ครัว หินควอทซ์สีขาว ซึ่งมีข้อดีคือสามารถทนรอยขีดข่วนได้แต่อาจจะทนความร้อนได้ไม่มากนัก เวลาจะวางหม้อหรือกะทะร้อนๆแนะนำให้วางบนผ้าอีกทีนึงค่ะ

พื้นที่สำหรับวางตู้เย็นมีขนาด 58 x 58 เซนติเมตรซึ่งใครที่ซื้อในช่วง Pre-Sale ก็จะได้ตู้เย็นด้วย แต่ยี่ห้อและรูปทรงอาจจะแตกต่างออกไปจากห้องตัวอย่าง ซึ่งต้องรอทางโครงการคอนเฟิร์มค่ะ

ลูกบ้านจะได้ชุดครัวเหมือนกับห้องตัวอย่างเลยค่ะ มีเคาน์เตอร์และชั้นเก็บของ Built-in ด้านบน ผนังเคาน์เตอร์ทางโครงการก็กรุกระเบื้องไว้ให้ ทำความสะอาดง่าย

ซึ่งช่องเก็บของด้านบนออกแบบให้มีฝาปิด 3 บาน มีช่องให้เก็บของที่ใช้บ่อยโดยไม่ต้องเปิด-ปิดบานบ่อยๆ พื้นที่เก็บของบริเวณเหนือเครื่องดูดควันจะเก็บของได้ไม่ลึกเนื่องจากด้านหลังเป็นท่อของเครื่องดูดควันไปปล่อยด้านนอกอาคาร

นอกจากจะมีพื้นที่วางเครื่องซักผ้าแล้ว ก็มีช่องวางเครื่อง Microwave ให้ด้วยค่ะ ด้านตู้เก็บของด้านล่างเคาน์เตอร์มีพื้นที่สำหรับเก็บจานชามและช่องเก็บช้อน ส้อมต่างๆด้านในลิ้นชัก พื้นที่ใต้อ่างล้างจานก็สามารถเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆได้

เตาที่ได้เป็นเตาไฟฟ้า 2 หัว มีพื้นที่ขอบของเคาน์เตอร์สามารถวางของใช้ในครัวจำพวกเครื่องปรุงต่างๆได้ ด้านข้างมีพื้นที่ระหว่างเตากับอ่างล้างจานไว้เตรียมอาหาร

เครื่องดูดควันเป็นระบบดูดอากาศไปยังนอกอาคารสามารถดูดกลิ่นได้ดีกว่าแบบหมุนเวียนอากาศ

อ่างล้างจานยี่ห้อ MEX ตั้งอยู่ถัดจากตู้เย็นใช้งานสะดวก มีพื้นที่ด้านข้างสำหรับวางจานที่ล้างเสร็จแล้ว

โต้ะรับประทานอาหารฝั่งนี้ทางโครงการก็ให้มาด้วยพร้อมกับเก้าอี้ทานอาหาร 2 ตัว ซึ่งออกแบบมาให้มีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ ถือว่าดีเลยค่ะเนื่องจากไปหาซื้อเองอาจจะหาขนาดที่เหมาะสมกับห้องได้ยาก

ถัดมาเมื่อเข้ามายังห้องนอนจะได้รับแสงธรรมชาติจากภายนอกเยอะ เนื่องจากมีประตูกระจกและหน้าต่างบานสูง ทำให้ห้องนอนดูโปร่ง สบายไม่อึดอัด มีตู้เสื้อผ้าและโทรทัศน์อยู่ทางปลายเตียง พื้นที่ห้องสามารถวางเตียงขนาดคิงไซส์ได้  พื้นห้องนอนเป็นพื้นลามิเนตลายไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่น

ห้องค่อนข้างกว้างเมื่อวางเตียงขนาดคิงไซส์แล้วยังมีพื้นที่ด้านข้างเหลืออยู่ประมาณข้างละ 1.2 เมตร ซึ่งสามารถวางโต๊ะหัวเตียง หรือจะเป็นโต้ะทำงานเล็กๆก็มีพื้นที่เพียงพอ

ส่วนพื้นที่ปลายเตียงจนถึงเคาน์เตอร์วาง TV มีพื้นที่ประมาณ 1 เมตร สามารถเดินได้สบายๆ เมื่อนอนอยู่บนเตียงมีระยะดู TV อยู่ที่ 3 เมตร ซึ่งเหมาะสมกับการดู TV ขนาด 40 นิ้วพอดี

ภายในห้องยังได้ระบบ Home Automation 2 ระบบ ในภาพคือระบบสั่งงานด้วยเสียง Voice command สั่งปิด-เปิด ไฟ แอร์ ทีวี ทำให้ไม่ต้องลุกเดินไปเปิด-ปิดเองสำหรับคนที่ไม่ชอบลุกไปปิดไฟตอนจะนอนอย่างผู้เขียนจะชอบมากค่ะ

ระบบ Home Automation อีกอันคือ ระบบบ้านอัจฉริยะ Home Automation ที่สั่งปิด-เปิด ไฟ แอร์ ทีวีผ่านทาง Application โทรศัพท์มือถือได้ สะดวกต่อการใช้งาน ถ้าลืมปิดไฟในห้องแต่ออกมาทำงานแล้วยังสามารถสั่งปิดไฟได้ทำให้ไม่เปลืองค่าไฟ หรือจะให้สั่งเปิดไฟก่อนกลับมาถึงห้องก็ได้

ส่วนปลายเตียงมี TV และเคาน์เตอร์โต๊ะเครื่องแป้ง จัดการใช้งานอย่างลงตัว มีตู้เสื้อผ้ามาให้ซึ่งทางโครงการให้มาเป็นตู้เสื้อผ้าทึบไม่เหมือนกับของห้องตัวอย่างนะคะ

มาดูด้านข้างเตียงด้านซ้าย มีระยะระหว่างเตียงและ Day Bed ที่โครงการให้มากว้างพอสามารถวางโต๊ะทำงานได้ หรือถ้าใครชอบสะสมของก็สามารถแต่งเป็นมุมโชว์ของสะสมของตัวเองก็ได้ค่ะ

พื้นที่บริเวณหน้าต่าง กว้าง 1.2 x 2.0 เมตร สามารถทำเป็นมุมทำงานได้เนื่องจากมีช่องแสงให้แสงธรรมชาติเข้ามา และมองเห็นวิวด้านนอกได้ ซึ่งทางโครงการได้ให้ Day Bed ขนาดพอดีมาด้วยค่ะ ถือว่าให้เฟอร์นิเจอร์มาแบบจัดเต็มมากๆแค่หิ้วกระเป๋าก็เข้ามาอยู่ได้เลย

มาดูส่วนระเบียงกันบ้างค่ะ ประตูออกสู่ระเบียงเป็นประตูกระจกสูงกรอบอลูมิเนียมสีดำผิวด้านบานเลื่อน 3 ตอน ให้แสงธรรมชาติเข้ามาในห้องได้มากและมองวิวได้ในมุมสูง

ด้านนอกระเบียงเป็นที่วาง Condensing Unit มีตะแกรงเหล็กถักบังสายตา Condensing Unit วางแบบหันข้างทำให้ความร้อนออกมาที่ระเบียง แนะนำให้ติดตั้งแผงเปลี่ยนทิศทางลมเพื่อให้ความร้อนออกจากบริเวณระเบียง ช่วยให้ตรงระเบียงไม่ร้อนสามารถออกมาใช้งานได้

พื้นที่ระเบียงมีขนาด 1.45 x 1.25 เมตร สามารถวางราวตากผ้าขนาดเล็ก หรือปลูกต้นไม้กระถางได้ พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาขนาด 30 x 30 เซนติเมตร ทำให้ทำความสะอาดง่าย และมีท่อระบายน้ำรองรับเวลาฝนตกและล้างระเบียงด้วยค่ะ

ราวกันตกของระเบียงสูง 1.13 เมตร ออกแบบเป็นตะแกรงเหล็กถัก ไม่บดบังวิวของห้องพัก

ส่วนห้องน้ำของห้องนี้จะอยู่ถัดจากส่วนครัว เข้าจากทางห้องนอน ด้านบนเหนือประตูห้องน้ำเป็นพื้นที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งที่ดีให้ลมเป่าทางด้านข้างตัวเวลาเรานอนค่ะ

เครื่องปรับอากาศที่ได้เป็นเครื่องประหยัดไฟเบอร์ 5 ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าไฟค่ะ เนื่องจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟคือเครื่องที่ปรับอุณหภูมิอย่างแอร์ ตู้เย็นและ Microwave เป็นต้น

ห้องน้ำแยกส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจน มีฉากกั้นห้องน้ำให้ พื้นปูกระเบื้องเซรามิคสีเทาเหมือนกับส่วนระเบียง ผนังปูกระเบื้องสีดำสลับสีขาวแบบเดียวกับส่วนครัวให้มีลูกเล่นภายในห้องน้ำ

พื้นห้องน้ำลดระดับลงประมาณ 3 เซนติเมตร ไม่ให้น้ำไหลไปยังพื้นห้องที่เป็นลามิเนตที่โดนน้ำแล้วไม่ดีค่ะทำให้พื้นบวมได้

กระจกที่ได้เป็นกระจกวงกลมสามารถเปิดเก็บของด้านในได้ อ่างล้างหน้าก็ได้เป็นอ่างเซรามิคตั้งลอยแบบในห้องตัวอย่างเลยค่ะ

อ่างล้างมือเซรามิค ยี่ห้อ Cotto ขนาดพอดี มีพื้นที่ด้านข้างเหลือสามารถติดตั้งชั้นวางของเพิ่มได้

สุขภัณฑ์ที่ได้ยี่ห้อ Cotto หรือเทียบเท่า มีพื้นที่รอบข้างนั่งได้สบายไม่อึดอัด ทางโครงการไม่ได้ติดสายชำระมาให้นะคะตรงนี้ต้องติดตั้งเอง

ฉากกั้นห้องน้ำเป็นฉากกั้นกระจกนิรภัยบานเลื่อน 3 ตอน กรอบเป็นอลูมิเนียมพ่นสีดำด้าน ประหยัดพื้นที่การใช้งานมากกว่าบานเปิดแบบสวิง

พื้นห้องน้ำไม่ลดระดับ มีธรณีที่ประตูห้องอาบน้ำเพื่อกันน้ำไหลไปส่วนแห้ง ให้น้ำไม่ไหลไปยังส่วนแห้งเวลาอาบน้ำแล้วมีน้ำขัง

พื้นที่อาบน้ำของห้องนี้อยู่ที่  1.05×0.90 เมตร เป็นระยะที่สามารถอาบได้สบายๆ

ผนังด้านฝักบัวมีพื้นที่ด้านซ้ายสำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นและด้านขวามีช่องเว้าเข้าไปสามารถวางเครื่องอาบน้ำเช่น สบู่ แชมพู ครีมนวดได้ค่ะ

ฝักบัวด้ามจับดีไซน์ทั่วไปจับถนัดมือสามารถปรับได้และรองรับเครื่องทำน้ำอุ่น

สวิตซ์เปิด-ปิดไฟ ของ Orvibo รองรับการสั่งการผ่านระบบ Home Automation

ห้องต่อมาที่เราจะพาไปดูคือห้องตัวอย่างของ 1 Bedroom ขนาด 34.25 ตารางเมตร จัดพื้นที่การใช้งานเป็นสัดส่วนดี ด้านหน้าเป็นครัวปิดเหมือนกับห้องแรกแต่จะมีส่วนห้องน้ำเข้าจากทางนี้ทำให้แบ่งการใช้งานที่เป็นส่วนเปียกและอาจจะมีกลิ่นไว้แยกกับส่วนห้องนอนเลย ฉากกั้นเป็นประตูกระจกก่อนจะเข้าไปยังส่วนของห้องนอนและห้องนั่งเล่น ห้องนี้จะได้ฉากกั้นกระจก ที่มุมห้องสามารถทำเป็น Walk-in Closet ขนาดใหญ่หรือจะเป็นห้องทำงานได้ พื้นที่ด้านข้างยังสามารถทำเป็นที่นั่งรับระทานอาหารสำหรับ 2-4 คนได้ ห้องนี้เมื่อวางเตียงคิงไซส์แล้วยังเหลือพื้นที่ด้านข้าง สำหรับทำเป็นส่วนนั่งเล่นได้ซึ่งทางโครงการได้ให้โซฟาขนาดพอดีกับพื้นที่มาด้วย ในห้องนี้จะได้พื้นที่ระเบียงยาว สามารถออกมาใช้งานได้มีพื้นที่สำหรับตากผ้าและวาง Condensing Unit เยอะ ภายในห้องจะเป็นยังไงเราไปดูกันเลยค่ะ

เฟอร์นิเจอร์ที่ได้ภายในห้องมีดังนี้ค่ะ

  • โต๊ะกินข้าว
  • โต๊ะกาแฟ
  • โต๊ะหัวเตียง
  • โต๊ะทำงาน
  • เตียงนอน
  • เก้าอี้โต๊ะทำงาน
  • เก้าอี้โต๊ะกินข้าว 2 ตัว
  • ตู้เสื้อผ้า
  • เครื่องปรับอากาศ
  • เคาน์เตอร์ครัวและอุปกรณ์ภายในครัวยี่ห้อ MEX
  • สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ประกอบ

ซึ่งในช่วง Pre-Sale จะได้เครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาด้วย(แต่ยังไม่ระบุยี่ห้อ) ดังนี้

  • โทรทัศน์ 40 นิ้ว
  • เครื่อง Microwave 23 ลิตร
  • ตู้เย็นขนาด 9 คิว
  • เครื่องทำน้ำอุ่น

เมื่อเข้ามาในห้องจะเห็นเคาน์เตอร์ครัวอยู่ทางซ้ายมือ ซึ่งห้องนี้จะได้ชุดครัวและพื้นเหมือนกับห้องแรกเลยค่ะแค่สลับฝั่งกันเท่านั้น แต่จะแตกต่างกันตรงที่ห้องนี้มีทางเข้าห้องน้ำอยู่ทางด้านขวามือ อยู่ส่วนเดียวกับครัว ซึ่งเป็นครัวปิดทำให้พื้นที่ด้านในห้องนอนไม่มีความชื้นจากห้องน้ำและกลิ่นจากครัวมารบกวน

พื้นที่ความกว้างส่วนครัวห้องนี้จะเล็กกว่าห้องแรกอยู่เล็กน้อย กว้าง 1.85 เมตร ทำให้ส่วนรับประทานอาหารไปอยู่ด้านในแทน

มีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นอยู่ที่ 60 x 60 เซนติเมตร ชั้นวางของและอุปกรณ์ที่ได้มากับชุดครัวเหมือนกับห้องแรกค่ะ

ห้องน้ำห้องน้ำแยกส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจน มีฉากกั้นห้องน้ำให้ วัสดุเหมือนกับห้องแรก แต่ห้องนี้จะมีพื้นที่ในส่วนอาบน้ำเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย

พื้นห้องน้ำลดระดับลงประมาณ 3 เซนติเมตร ช่วยไม่ให้น้ำไหลไปด้านนอกเมื่อมีน้ำขังหรือตอนล้างห้องน้ำค่ะ

กระจกที่ได้เป็นกระจกวงกลมสามารถเปิดเก็บของด้านในได้ อ่างล้างหน้าก็ได้เป็นอ่างเซรามิคตั้งลอยเหมือนกับห้องแรก

สุขภัณฑ์ที่ได้ยี่ห้อ Cotto หรือเทียบเท่า มีพื้นที่ด้านข้างห้องนี้ก็ไม่ได้สายชำระนะคะ ต้องติดตั้งเพิ่มเอง

ฉากกั้นห้องน้ำเป็นฉากกั้นกระจกนิรภัยบานเลื่อน 3 ตอน กรอบเป็นอลูมิเนียมพ่นสีดำผิวด้าน

พื้นที่อาบน้ำมากกว่าห้องแรกเล็กน้อย อยู่ที่ 1.15×0.90 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่สามารถอาบได้สบายๆ พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิคค่ะ

มีพื้นที่ด้านขวาสำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น และมีช่องเก็บอุปกรณ์อาบน้ำมาให้ ซึ่งถ้าเราอยากได้พื้นที่เพิ่มก็สามารถทำชั้นเพิ่มเองได้

พื้นที่ครัวปิดมีฉากกั้นกระจกสามารถรับแสงธรรมชาติที่เข้ามาจากระเบียงห้องได้ ฉากกั้นเป็นบานเลื่อนกระจกใส 3 ตอน กรอบอลูมิเนียมสีดำผิวด้าน พอเปิดเต็มบานแล้วจะได้ช่องเปิดที่ค่อนข้างกว้าง

เมื่อเข้ามาให้ห้องจะเจอกับส่วนรับประทานอาหารและ Walk-in Closet ก่อน ในห้องที่ลูกบ้านจะได้จริงๆจะมีฉากกั้นบานกระจกให้เป็นห้องอเนกประสงค์ ซึงสามารถจัดวางได้ตามความต้องการของลูกบ้านที่แตกต่างกัน เช่นคนที่ชอบทำงานที่บ้าน อาจจะจัดเป็นห้องทำงานเล็กๆ หรือคนที่ชอบแต่งตัว มีเสื้อผ้าเยอะก็สามารถทำเป็น Walk-in Closet ขนาดใหญ่ได้

ชุดรับประทานอาหารชุดนี้โครงการก็ได้ให้มาด้วยมีโต๊ะรับประทานอาหาร เก้าอี้นั่งทานอาหาร 2 ตัว ขนาดเท่ากับที่ได้ในห้องตัวอย่างแต่หน้าตาอาจจะแตกต่างไปบ้างค่ะ

บริเวณเส้นประคือพื้นที่ติดตั้งบานกระจกเลื่อนที่ทางโครงการติดมาให้ ทำให้พื้นที่ดูเป็นสัดส่วน

ซึ่งทางโครงการจะให้ตู้เสื้อผ้ามาด้วย เป็นตู้เสื้อผ้าไม่มีบานและได้โต๊ะแต่งหน้าด้วย

ถัดมาส่วนพื้นที่นอน เป็นห้องค่อนข้างกว้างสามารถเดินได้รอบด้านแบบสบายๆ มีระยะนอนดู TV อยู่ที่ 3.1 เมตร ซึ่งเหมาะสำหรับติดตั้ง TV ขนาด 40 – 42 นิ้ว ใครที่ชอบดูใหญ่หน่อยก็สามารถติดได้ถึง 46 นิ้ว ด้านข้างเตียงมีช่องแสงเป็นบานกระจกสูง ได้แสงธรรมชาติค่อนข้างมาก สามารถมองออกไปทางระเบียงได้

พื้นที่ด้านข้างเตียงทางฝั่งซ้าย มีความกว้างอยู่ที่ 1.4 เมตรซึ่งตรงนี้สามารถทำเป็นโต๊ะทำงานหรือชุดรับแขกเล็กๆได้ ทางโครงการจะได้โซฟ้าและโต๊ะน้ำชาขนาดเท่ากับห้องตัวอย่างมาด้วยค่ะ

ทางด้านปลายเตียงมีพื้นที่สำหรับตกแต่งเคาน์เตอร์ชั้นวาง TV ได้ตามความชอบของลูกบ้าน ซึ่งโครงการได้ให้ TV ขนาด 40 นิ้วมาด้วยค่ะ

เมื่อวางเตียงขนาด 5 ฟุตแล้วมีพื้นที่รอบข้างเตียงค่อนข้างเยอะ ใครที่ต้องการนอน 2 คนแนะนำให้ใช้เป็นเตียง 6 ฟุต จะนอนได้สบายกว่า โดยที่ยังมีพื้นที่รอบเตียงเดินได้รอบค่ะ

ส่วนปลายเตียง มีระยะตั้งแต่เตียงจนถึงผนังอยู่ที่ 1.45 เมตร สามารถวางชั้นวาง TV ได้ มีที่เหลือสำหรับเดินได้สบายๆค่ะ

พื้นที่ด้านขวาของเตียงเหลือความกว้างประมาณ 0.7 เมตร สามารถวางเป็นโต๊ะหัวเตียงเล็กๆ หรือชั้นวางของสะสมที่ชอบก็ได้

ภายในห้องนี้ก็รองรับระบบ Home Automation ทั้ง 2 ระบบ คือ ระบบสั่งงานด้วยเสียง Voice command และ  ระบบบ้านอัจฉริยะ Home Automation ที่สั่งปิด-เปิด ไฟ แอร์ ทีวีผ่านทาง Application โทรศัพท์มือถือ ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายมากขึ้น

เรามาดูที่ส่วนระเบียงกันบ้าง ระเบียงของห้องนี้ได้เป็นระเบียงยาว ประตูกั้นเป็นบานกระจกสูงบานสไลด์ 3 ตอน สามารถเห็นวิวได้กว้าง

พื้นระเบียงปูกระเบื้องเซรามิคสีเทา ระดับพื้นระเบียงต่ำกว่าระดับพื้นห้องประมาณ 10 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้น้ำฝนที่สาดเข้ามาที่ระเบียงไหลเข้ามาในห้องได้

โดยพื้นที่ระเบียงทั้งหมด กว้างประมาณ 0.7 x 3.6 เมตร ติดตั้ง Condensing Unit ปล่อยลมออกด้านนอกทำให้พื้นที่ระเบียงออกมาใช้งานได้ไม่ร้อน ตัวเครื่องห้อยจากด้านบน ทำให้ด้านล่างมีพื้นที่สำหรับตากผ้าโดยที่มีระแนงเหล็กถักช่วยบังสายตาจากข้างนอก

ราวกันตกของระเบียงสูง 1.13 เมตร ออกแบบเป็นตะแกรงเหล็กถัก ทำให้ไม่บดบังวิวของห้องพัก

พื้นที่ระเบียงมีไฟติดตั้งให้สำหรับออกมาใช้งานตอนกลางคืนด้วยค่ะ

สำหรับห้อง Studio ขนาด 24.75-25.50 ตารางเมตร จัดวางพื้นที่ใช้สอยให้เจอกับครัวก่อนเช่นเดียวกัน ถัดเข้าไปเป็นเตียงนอนและมีพื้นที่นั่งเล่นที่ด้านข้างเตียง ห้องน้ำเข้าจากทางด้านในห้องนอน จุดที่ต่างคือห้องนี้ไม่มีระเบียงจะปรับระเบียงเป็นพื้นที่ที่เอาไว้ใช้สอยในห้องได้แทนโดย Condensing Unit ของแอร์จะมีการซ่อนอยู่ เราไปชมดีเทลตรงส่วนนี้กันค่ะ

นี่คือโซนบริเวณหน้าต่างของห้อง Studio ที่ทางโครงการทำออกมาให้ดูเป็นตัวอย่างค่ะ ทางฝั่งขวาเป็นที่นั่งพักผ่อน ส่วนทางฝั่งซ้ายนั้นจะซ่อน Condensing Unit ของแอร์ อยู่ โดยที่พื้นที่ด้านบนสามารถเอาไว้วางของได้

เวลาจะซ่อมบำรุงก็เปิดฝาออกมาแบบนี้

ด้านในบริเวณผนังฝั่งที่อยู่ด้านนอกโครงการ จริงๆแล้วจะมีช่องระบายอากาศด้วยค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 5 September 2561

  • Unit Type :  1A-1B เนื้อที่ 24.75 – 26.75 ตร.ม. ราคาประมาณ  2.29 – 3.5 ล้านบาท หรือประมาณ  92,525 – 130,841 บาท/ตร.ม.
  • Unit Type :  1C-1D เนื้อที่ 27.5 – 29.5 ตร.ม. ราคาประมาณ  2.60-4.00 ล้านบาท หรือประมาณ  94,545 – 135,593 บาท/ตร.ม.
  • Unit Type :  1E-1G เนื้อที่ 32 – 35.5 ตร.ม. ราคาประมาณ  3.10-5.10 ล้านบาท หรือประมาณ  96,875 – 143,661 บาท/ตร.ม.
  • Unit Type : 2A-2C  เนื้อที่ 55 – 55.75 ตร.ม. ราคาประมาณ  5.70-8.00 ล้านบาท หรือประมาณ  103,636 – 143,497 บาท/ตร.ม.
  • Unit Type : 1LT  เนื้อที่ 25.5 – 34.25 ตร.ม. ราคาประมาณ  4.40-5.70 ล้านบาท หรือประมาณ  166,423 – 172,549 บาท/ตร.ม.
  • Unit Type : 2LT  เนื้อที่ 55.75 ตร.ม. ราคาประมาณ  n/a ล้านบาท
  • Fully Furnished
  • ฝ้าเพดานสูง 2.55 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • จองเริ่มต้น 20,000 บาท
  • ทำสัญญาเริ่มต้น  30,000 บาท
  • ดาวน์ 9% ผ่อนดาวน์ 19 งวด
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 58 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล

โครงการ THE BASE สะพานใหม่ ติดถนนพหลโยธิน การเดินทางเข้าเมืองและออกเมืองสะดวก มีระบบขนส่งสาธารณะที่ครบครัน(เมื่อรถไฟฟ้าเปิดให้บริการ) อยู่ในทำเลที่มีความอุดมสมบูรณ์มีร้านค้า ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆอย่างเซ็นทรัล หรือจะ Hypermarket อย่าง Tesco Lotus, Big C สะพานใหม่ ตลาดยิ่งเจริญ เป็นต้น โดยรอบสามารถหาของกินได้ง่าย และมีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอย่างสถานศึกษา โรงเรียน และโรงพยาบาลอยู่รอบๆโครงการ เช่น โรงพยาบาลเซ็นทรัลเยนเนอรัลที่สามารถเดินไปได้ภายใน 2 นาที มีสถานที่ทำงานอย่างสถานที่ราชการ อย่างเช่น โรงเรียนทหาร หอประชุม สโมสร ศูนย์ราชการ เป็นต้น

การเดินทางโดยใช้รถ

การเดินทางโดยใช้รถสามารถเดินทางได้สะดวกเนื่องจากโครงการติดถนนพหลโยธินและถนนวิภาวดีซึ่งเป็นถนนใหญ่สายหลักที่เป็นเส้นทางที่สามารถเชื่อมถนนหลักหลายๆสาย ตัวถนนพหลโยธินเองสามารถเข้าเมืองไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หรือจะออกเมืองไปทางรังสิตได้สะดวก มีถนนแยกหลายเส้นทางทั้งถนนแจ้งวัฒนะ ถนนรามอินทรา หรือจะผ่านถนนเทพรักษ์ไปออกยังแถววัชรพล-สุขาภิบาล 5 ได้ในเร็วนี้และในอนาคตยังไปออกถนนนิมิตใหม่เพื่อไปยังลำลูกกาได้อีกด้วย แต่อาจจะมีบางช่วงเวลาโดยเฉพาะเวลาเร่งด่วนของวันที่มีการจราจรหนาแน่นอาจจะทำให้ต้องเผื่อเวลาในการเดินทางมากขึ้น

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ

การเดินทางโดยรถสาธารณะสามารถทำได้สะดวก เนื่องจากมีรถประจำทางผ่านถนนพหลโยธินทั้งขาเข้าและขาออก มีสะพานลอยข้ามฝั่งใกล้ๆโครงการ สามารถเรียก Taxi ได้ง่ายนอกจากนั้นยังมีรถตู้วิ่งผ่านหลายสาย ทั้งทางเข้าเมืองไปอนุสาวรีย์ หมอชิต หรือไปรังสิต ปทุมธานี  ซึ่งเมื่อสถานีรถไฟฟ้าสร้างเสร็จแล้วจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางโดยไม่ใช้รถมากขึ้น โดยสถานีสายหยุดเป็นสถานีด้านหน้าโครงการ และสถานีสถานีวัดพระศรีฯ เป็นจุดเปลี่ยน Interchange กับสายสีชมพูด้วยค่ะ

วัสดุ

โครงการนี้ถือว่าให้วัสดุ Fully Furnished มาแบบจัดเต็มพร้อมเข้าอยู่ มี  มี Digital Door Lock , Day-bed , เครื่องปรับอากาศ , เคาน์เตอร์ครัวและอุปกรณ์ภายในครัวยี่ห้อ MEX ท็อป หินควอทซ์สีขาว พร้อม Hob and Hood , สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ประกอบมาตรฐานในระดับราคานี้ และช่วง Pre-Sale ยังได้เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างเช่น TV 40 นิ้ว , Microwave , เครื่องทำน้ำอุ่น และตู้เย็นให้ด้วย พื้นส่วนครัวเป็นพื้นกระเบื้องเซรามิคสีขาวสลับดำมีลูกเล่น พื้นห้องนอนเป็นลามิเนตลายไม้ ฝ้าสูง 2.55 เมตร ผนังก่ออิฐฉาบปูนเรียบ

การออกแบบ

การออกแบบโครงการทางเข้า-ออกเป็น One Way ทำให้จราจรภายในโครงการสะดวก และเนื่องจากที่ดินเป็นแนวยาวตัวอาคารจึงเป็นอาคารยาว มี Cord ตรงกลางห้องพักชั้น Low Rise เป็น Single Corridor ทำให้ไม่อึดอัดมีความเป็นส่วนตัว การออกแบบมีห้อง 1 Bedroom ส่วนใหญ่อยู่ตรงกลาง และห้อง 2 Bedroom อยู่ตรงมุมอาคาร พื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ห้องพักแยกกันชัดเจนทำให้ลูกบ้านมีความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวมากขึ้น การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางคำนึงถึง Universal Design มีลิฟต์ที่ Clubhouse และสะพานไปชั้น Rooftop โดยไม่ต้องขึ้นบันได

การออกแบบห้องพักอาศัยเป็นสัดส่วน ครัวที่ได้เป็นครัวปิด มีบานเลื่อนกระจกกั้น มีพื้นที่วางเครื่องซักผ้าอยู่ที่ส่วนครัวช่วยยืดอายุการใช้งานไม่ต้องไปวางที่ระเบียง พื้นที่ห้องนอนมีที่กว้างรอบด้านสามารถวางเตียง 6 ฟุตได้ ห้องพักทุกห้องสามารถมองเห็นวิวด้านนอกผ่านกระจกบานสูง ชั้น 14 มีห้องพักแบบ Loft สำหรับคนที่ชอบห้องที่มีฝ้าเพดานสูง

สาธารณูปโภค

สาธารณูปโภคของโครงการถือว่าได้ครบครัน มี Clubhouse ด้านหน้าโครงการ สวนหย่อมพื้นที่สีเขียวกระจายอยู่ทั่วโครงการ มี Lobby Lounge ด้านหน้าเข้าถึงง่าย ตกแต่งด้วยดีไซน์แปลกใหม่ ชั้น 2 เป็นชั้นห้องพักที่มี  Sunshine Atrium มีช่องเปิดรับแสงธรรมชาติจากชั้น 6 ลงมาข้างล่างทำให้ดูโปร่ง ชั้น 6 มีสวนให้ออกมาพักผ่อน ชั้น 14 มี  Panoramic Gym สามารถมองวิวได้แบบ panorama และเปิดตลอด 24 ชั่วโมง มี Chillaxing Zone บริเวณนั่งพักผ่อนชมวิวเมืองที่ชั้น 14 ด้านบนชั้น Rooftop มี มีสระว่ายน้ำ Infinity Lap Pool Free Form ดีไซน์เหมือนรีสอร์ท มองเห็นวิวทางทิศตะวันออกและทิศเหนือ  และสะพานเกลียว Spiral Bridge เชื่อมระหว่าง Rooftop ของ 2 ตึกเข้าด้วยกัน อาคารด้านหน้า มีพื้นที่ Jogging Track สำหรับวิ่งออกกำลังกาย และ Educational Playground และที่นั่งดูดาวที่ Star Lounge ในเวลากลางคืน ถือว่าได้ครบครันรองรับหลากหลายความต้องการของทุกคนจริงๆค่ะ
Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคา AVG 110,000 บาท/ตร.ม. ,5 September 2561

  • ทำเล 7.5/10 – หน้าโครงการติดถนนใหญ่และสถานีรถไฟฟ้า มีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างดี
  • เดินทางด้วยรถ  7.75/10 – ติดถนนพหลโยธิน  เดินทางได้หลายเส้นทาง แต่อาจจะรถติดบ้างตามเวลาเร่งด่วน
  • ไม่ใช้รถ (เมื่อรถไฟฟ้าเปิดให้บริการ) 8.5/10 – ติดสถานีรถไฟฟ้าสายหยุด สามารถเข้าเมืองได้ง่าย
  • วัสดุ 8/10 – ได้แบบ Fully Furnished พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชิ้นถือว่าครบครันสามารถเข้าอยู่ได้เลย วัสดุที่ให้ภายในห้องถือว่าอยู่ในระดับที่ดี
  • การออกแบบ 7.75/10 – การออกแบบได้ดี การวางผังมี Single Corridor มีโถงลิฟต์ 2 จุดช่วยกระจายความหนาแน่น มีการออกแบบห้องพักเป็นสัดส่วน ได้ครัวปิด จัดพื้นที่ภายในห้องได้หลากหลาย
  • สาธารณูปโภค 8.25/10 – มี Facilities หลากหลายกระจายตามชั้นต่างๆของอาคาร แต่จำนวนลิฟต์ค่อนข้างน้อยทำให้การใช้งานหนาแน่น
  • UPPER CLASS
  • 7.87 / 10.00 คะแนน (เมื่อรถไฟฟ้าเปิดให้บริการ)

BOTTOM LINE

THE BASE สะพานใหม่ เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดติดรถไฟฟ้าและถนนใหญ่ ในย่านสะพานใหม่ ได้ Facilities หลากหลาย เป็นคนชอบดีไซน์และวัสดุในห้องที่ค่อนข้างดี มีงบประมาณระดับ 2.29-8 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 16,000 – 56,000 บาท/เดือน

Share

Leave a Reply