PITI เอกมัย คอนโด High Rise ติดถนนเอกมัย ห่าง BTS เอกมัย 2 กม. พร้อมส่วนกลางจัดเต็มชั้นบนสุด จาก เสนาฮันคิว [รีวิวฉบับที่ 1671]

September 10, 2018 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1671… สวัสดีครับวันนี้ผมจะพาไปชมคอนโดใหม่ในย่านเอกมัยกับโครงการ PITI เอกมัย จาก เสนาฮันคิว เป็นคอนโด High Rise สูง 37 ชั้น 2 อาคาร ตั้งอยู่ติดถนนเอกมัย มาพร้อมกับ Facilities ขนาดใหญ่ 1,900 ตร.ม. พื้นที่จอดรถรวม 70% พร้อมบริการระดับ Elite Service ที่น่าสนใจ ในราคาเริ่มต้น 4.45 ล้านบาท รายละเอียดโครงการจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันเลยครับ

Fact @ 04 September 2018

  • PITI EKKAMAI (ปิติ เอกมัย)
  • บริษัท เสนาฮันคิว 3 จำกัด
  • LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : วัฒนา
  • คอนโด High Rise 37 ชั้น 2 อาคาร 879  ยูนิต และร้านค้า 3 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 15  ยูนิตที่อาคาร A
  • ที่จอดรถประมาณ 569 คัน รวมจอดซ้อนคัน 612 คัน คิดเป็น 70%
  • ที่ดินประมาณ 4-2-75 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง :  Q1 2561
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : Q4 2564
  • 1 Bedroom 29-40 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 51-64 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.8 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 4.45 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 170,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด 170,000-180,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : อยู่ระหว่างดำเนินการ
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • Call Center : 1775#63

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.737371, 100.588804

แผนที่จากทางโครงการ

ตัวโครงการ PITI เอกมัย ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 63 (เอกมัย) อย่างที่รู้กันดีว่าย่านนี้เป็นทำเลที่ค่อนข้างมีความเจริญสูง โดยเอกมัยเป็นโซนที่รองรับการขยายตัวมาจากทางทองหล่อและพร้อมพงษ์ จะมีความเจริญต่างๆพอกันแต่จะมีความสงบที่มากกว่า ย่านเอกมัยเป็นพื้นที่ถูกขนาบข้างด้วยถนนสุขุมวิทและถนนเพชรบุรี แม้ว่าจะเป็นที่รู้กันดีว่ารถติดมาก แต่ก็ยังมีทางลัดให้เลี่ยงรถติดได้หลายทาง นอกจากนี้ยังมีทางลัดให้สามารถไปทองหล่อได้ เช่น ซอยแจ่มจันทร์ หรือซอยทองหล่อ 10 (เอกมัย 5) และทางลัดไปยังถนนปรีดีย์ พนมยงค์ โดยใช้ซอยเอกมัย 22 หรือซอยเอกมัย 12 ก็ได้ครับ ฝั่งตรงข้ามถนนสุขุมวิท หากใครต้องการเข้าเมืองทางถนนพระราม 4 ก็จะมีซอยสุขุมวิท 36 และ 40 สามารถใช้เป็นถนนเชื่อมไปออกพระราม 4 ได้ และซอยสุขุมวิท  42 ก็สามารถใช้เชื่อมจากถนนพระราม 4 เข้ามายังถนนสุขุมวิทได้เช่นกัน

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวในย่านนี้ถือว่าค่อนข้างสะดวก แต่อาจจะพบปัญหาเรื่องรถติดสักหน่อย โดยเนื่องจากตัวซอยเอกมัยนี้จะเชื่อมต่ออยู่กับถนนหลักคือถนนสุขุมวิทและถนนเพชรบุรี นอกจากนั้นยังมีทางลัดเป็นซอยย่อยเชื่อมไปทองหล่อและซอยปรีดีพนมยงค์ได้ค่อนข้างเยอะ ทั้ง 3 ซอย ทองหล่อ เอกมัย ปรีดีย์พนมยงค์ นี้ เป็นถนนเชื่อมระหว่างถนนสุขุมวิทและเพชรบุรี ทำให้มีซอยลัดเลาะได้เยอะ มีตัวเลือกในการหลีกเลี่ยงปัญหารถติด นอกจากนั้นยังใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์และทางด่วนศรีรัชทั้งขาเข้าและออกเมืองอีกด้วย

หากเดินทางแบบไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัว ก็ถือว่าสะดวกอยู่ดีครับ เนื่องจากโครงการอยู่ในซอยเอกมัย จาก BTS เอกมัย ประมาณ 2 กิโลเมตร แต่ทางโครงการมีรถ Shuttle Service ทั้งหมด 4 คัน ให้บริการตลอด 24 ชม. สามารถรับส่งภายในโซนเอกมัย ทองหล่อ ได้โดยรอบตลอด ความพิเศษสุดคือหลังเที่ยงคืนหากเราไป Hang out บริเวณโดยรอบ สามารถเรียกรถ EV Shuttle Service ผ่าน Application ภายในโทรศัพย์มือถือมารับได้ และมีป้ายรถประจำทางห่างจากหน้าโครงการ 100 ม. อีกทั้งมี Taxi  พี่วินมอเตอร์ไซค์  รถกระป๊อ วิ่งภายในซอยตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน

ทำเลของโครงการ PITI เอกมัย ตั้งอยู่บนถนนเอกมัยตอนเหนือค่อนไปทางถนนเพชรบุรี โดยทำเลเอกมัยนั้นเป็นที่รู้จักกันดีว่าขึ้นชื่อเรื่องสถานบันเทิง ร้านอาหารชิคๆ เป็นแหล่งที่มีสีสันที่หนึ่งของกรุงเทพ อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมอาคารสำนักงาน จึงทำให้บริเวณนี้มีความคึกคักทั้งกลางวันและกลางคืน อีกทั้งยังสามารถทะลุออกไปพื้นที่ใกล้เคียงได้หลากหลาย เช่น เข้าซอยแจ่มจันทร์ทะลุไปทองหล่อ, ทางถนนเพชรบุรีก็ทำได้สะดวก อีกทั้งยังสามารถทะลุออกไปถนนสุขุมวิท 71 (ซอยปรีดีย์พนมยงค์) ได้ง่าย

โดยถนนเอกมัยนี้เป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถนนสุขุมวิทและเพชรบุรี ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของถนนเส้นนี้จะมากหรือน้อยก็จะอิงไปกับถนนใกล้เคียงด้วย

  • เอกมัยฝั่งใต้ ค่อนไปทางสุขุมวิทจะมีความอุดมสมบูรณ์สูง เนื่องจากอยู่ใกล้ถนนสุขุมวิทและรถไฟฟ้า BTS เอกมัย นอกจากนี้ยังมีทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรม มีห้างสรรพสินค้าอย่าง Gateway เอกมัยBig C เอกมัย มีร้านอาหารชิคๆน่านั่งและร้าน Hang out ให้เลือกหลากหลาย เป็นสีสันในยามค่ำคืนของย่านนี้
  • อกมัยฝั่งเหนือใกล้ถนนเพชรบุรีบริเวณที่ตั้งโครงการ PITI เอกมัย  จะมีความเจริญน้อยกว่าฝั่งใกล้ถนนสุขุมวิทหน่อย โดยสภาพแวดล้อมรอบๆโครงการจะเป็นอาคารพาณิชย์ ตึกแถว และคอนโดเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ในส่วนนี้จะมีความเงียบสงบมากกว่า และสามารถเชื่อมต่อไปทางพระราม9 ห้วยขวาง หรือจะขึ้นทางด่วนไปที่อื่นๆก็สะดวกครับ

การเดินทางในวันนี้เราจะเริ่มจาก BTS เอกมัย เพื่อดูสภาพแวดล้อมบนถนนเอกมัยที่มีทั้งอาคารสำนักงาน คอนโด ร้านอาหาร ห้าง และ Community Mall หลากหลาย ตรงไปเรื่อยๆประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะถึงโครงการโดยโครงการจะอยู่ภายในซอยเอกมัยค่อนไปทางถนนเพชรบุรี ทางขวามือ

เริ่มกันที่สถานีรถไฟฟ้า BTS เอกมัย ที่อยู่บนถนนสุขุมวิท สถานีนี้คนไม่ได้ขึ้นลงเยอะมากเท่าสถานีหลักๆ เช่น อโศก สยาม และไม่ได้เป็นสถานีที่เชื่อมไปยังรถไฟฟ้ามหานคร ทำให้ไม่ต้องต่อคิวหลายขบวนในการขึ้นรถครับ

จาก BTS เราเลือกใช้ทางออกหมายเลข 1 ที่ใกล้กับซอยเอกมัย (สุขุมวิท 63) มากที่สุด

ลงจากชานชาลามา 1 ชั้น ฝั่งซ้ายจะเห็น Gateway เอกมัย อยู่ฝั่งตรงข้ามซอยสุขุมวิท 63 (เอกมัย) ที่เราต้องเดินทางไปกัน หากใครต้องการไปเดิน Shopping ก่อนก็สามารถเดินเชื่อมไปได้ แต่ต้องเลือกทางออก 4 นะครับ

เดินมาชมวิวมุมสูงกันหน่อย ด้านล่างคือถนนสุขุมวิท ไป 3 กลับ 3 เลน ส่วนทางลงจะมีทางแยก 2 ทาง คือฝั่งขวามือจะเป็นทางลงไปที่หน้าปากซอยเอกมัยเลย ส่วนฝั่งซ้ายมือจะเป็นทางเดินไปเชื่อมกับทางเข้า Major เอกมัย

ลองเดินมาบน Sky Walk จะผ่านหน้าซอยเอกมัยพอดี จากมุมนี้จะเห็นบรรยากาศในซอยเอกมัยช่วงต้น ก็จะมีทั้งตึกสูงสลับกับอาคารพาณิชย์ ปนกันระหว่างอาคารสำนักงาน, คอนโดมิเนียม,
ห้างสรรพสินค้า ทำให้บรรยากาศค่อนข้างคึกคักตลอดทั้งวัน

เดินลงมาจาก BTS เอกมัย เราจะเจอทางฟุตบาทค่อนข้างกว้างเดินสบายๆ ด้านหน้ามีส่วนร้านอาหารของร้านบ้านไร่กาแฟ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม เปิดทำการตลอด 24 ชม. มีตั้งแต่กาแฟไปจนถึงเบียร์สด ซึ่งทางร้านก็มีจุดเด่นที่อาหารอีกด้วยครับ ซึ่งอาหารของทางร้านนี้จะรสชาติค่อนข้างจัดจ้าน สำหรับคนที่ชอบอาหารรสจัดเชิญทางนี้เลยครับ

เดินไปอีกนิดนึงจะถึงแยกเอกมัย-สุขุมวิท หากตรงไปจะสามารถเข้าเมืองไปอโศก-สยามได้ ส่วนเราจะเลี้ยวขวาเข้าถนนเอกมัยกันครับ

จากตรงนี้จะมีทางม้าลายสามารถข้ามไปยัง Major Cineplex เอกมัยได้ด้วย  ซึ่งบริเวณฝั่งด้านนั้นจะเป็นจุดสำหรับ ป้ายรถประจำทาง และตำแหน่งวินมอเตอร์ไซค์  ของปากซอยเอกมัยด้วยครับ

เลยจากจุดทางม้าลายเมื่อสักครู่มาสักนิด ทางฝั่งตรงข้ามจะสังเกตได้ว่าจะมีจุดประจำของเหล่าพี่วินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอยเอกมัยนี้ให้บริการอยู่ ซึ่งถ้าในช่วงเวลาหลังเลิกงานอาจจะต้องมีการต่อแถวเพื่อใช้งานกันบ้าง เพราะมีคนต้องการเดินทางเข้าไปภายในซอยค่อนข้างเยอะ อีกทั้งยังเรียกแท็กซี่อาจจะลำบากหน่อย ต้องร่นระยะเข้าไปภายในซอยอีกสักหน่อย เนื่องจากใกล้จุดทางเลี้ยวเข้าซอยเกินไป

มุ่งหน้าเข้าไปภายในซอยกันครับ ส่วนถัดไปจะเห็นโครงการ Horizon อยู่ทางขวามือ โดยเปิดพื้นที่ภายในอาคารให้เช่าเป็นร้านอาหาร, ออฟฟิศ และภายในโครงการเดียวกันยังมีคอนโดมิเนียม
สูงประมาณ 15-16 ชั้นด้วย ส่วนทางขวามือถัดไปนั้นคืออาคารคอนโด Noble Reveal

ไม่ไกลกันจะเป็นที่ตั้งของ Park Lane ที่เป็น Community Mall ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรปสีขาว ด้านในมีร้านค้า ร้านอาหารชิคๆหลายร้าน ด้านหน้ามี True Coffee ให้มานั่งจิบกาแฟ คุยงานกันได้

ถัดมาเป็นอาคารสำนักงานอีกแห่ง คือ Bangkok Business Center อาคารสำนักงาน ชั้นใต้ดินยังมี Food Court คอยให้บริการอีกด้วย

เลยมาหน่อยจะเจอ Big C Super Center และ Index Livingmall ภายในมีร้านอาหารและ Supermarket ให้มาซื้อของเข้าห้องกันได้

เยื้องๆ Cubic 63 จะเป็น Health Land เอกมัย ที่มีทั้งบริการนวดไทย นวดเท้า นวดอายุรเวท และโปรแกรมอื่นๆ รวมทั้งเอกมัยช็อปปิ้งมอลล์หรือเรียกอีกชื่อว่าเวิ้งโบราณ ที่เป็นแหล่งรวมร้านอาหาร คาเฟ่น่ารักๆ เช่น ร้าน Perhaps Rabbits’ ที่เป็นร้านเค้ก และร้านบ้านเพื่อน เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มบรรยากศชิลๆที่หลายคนชอบมา Hang out กัน เลี้ยวขวาไปเป็นเอกมัยซอย 10 ภายในซอยยังมีร้านค้าร้านอาหารให้เลือกอีก และยังสามารถทะลุออกถนนสุขุมวิท 71 หรือ ซอยปรีดี พนมยงค์ได้ครับ

ถัดมาอีกนิดหนึ่งก็จะถึงสี่แยก หากเลี้ยวซ้ายจะไปยังซอยทองหล่อ 10 (เอกมัย 5) ซึ่งเป็นซอยที่เชื่อมไปซอยทองหล่อได้ ถ้าเลี้ยวขวาจะไปซอยเอกมัย 12 ซึ่งสามารถเชื่อมไปซอยปรีดี พนมยงค์ได้
เราจะตรงต่อไปมุ่งหน้าถนนเพชรบุรีครับ

ตรงเลยสี่แยกเมื่อสักครู่ต่อมาซ้ายมือจะพบ ACMEN EKAMAI เป็นสถานที่สำหรับงานประชุม สัมมนา แต่งงาน ปาร์ตี้หรืออีเว้นท์ต่างๆ มีกิจกรรมมาจัดอยู่ตลอดครับ ฝั่งตรงข้ามมีร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อระดับตำนานของย่านนี้ วัฒนาพาณิช ที่เปิดมานานกว่า 60 ปีครับ

เลยมาอีกนิดเดียวก็จะพบตัวโครงการอยู่ฝั่งขวามือของถนนสุขุมวิท 63 (เอกมัย) ครับ

สำนักงานขายโครงการ ซึ่งต่อไปจะมีการปรับเปลี่ยนเป็น Third Place พื้นที่ส่วนกลางหน้าโครงการ ส่วนรายละเอียดจะเป็นยังไงไปดูกันครับ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

ที่ดินของ PITI เอกมัย เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว ด้านหน้าที่ติดถนนเป็นด้านแคบ มีที่ดินประมาณ 4-2-75 ไร่ ทางโครงการมีห้องพักอาศัยเริ่มที่ชั้น 9  ซึ่งเป็นระยะความสูงที่พ้นแนวของอาคารโดยรอบไปพอสมควร ซึ่งจะมีผลกระทบเพียงแค่ด้านที่มีอาคารสูงเท่านั้น ไปดูรายละเอียดในแต่ละทิศกันครับ

  • ทางทิศเหนือ : มีตึก Tai Ping 2 อาคาร สูง 33 ชั้น เป็นอาคารที่สร้างมานานแล้ว โดยมีผลกับแนวห้องพักทางทิศเหนือของตึก B บางส่วน และตึก A โดยมีระยะห่างประมาณ 25 เมตร จากแนวอาคารหลัก และส่วนที่ยื่นออกมาท้ายตึก A ประมาณ 16 เมตร แต่ทางโครงการก็ได้แก้ปัญหาด้วยการวางผังและใช้วัสดุภายในห้องช่วย เดี๋ยวไปดูรายละเอียดกันอีกทีครับ
  • ทิศตะวันออก : เป็นอาคารพักอาศัยประมาณ 1-3 ชั้น และ ซ.เอกมัย 22 ซึ่งสามารถทะลุไปซอยสุขุมวิท 71 (ปรีดีย์ พนมยงค์)
  • ทิศใต้ : พื้นที่ติดถนนสุขุมวิท63 (เอกมัย) เป็นอาคาร 4 ชั้น ทางอาคาร B เป็นอาคารพักอาศัย 1-3 ชั้น  และ อาคาร A เป็นพื้นที่ว่าง
  • ทิศตะวันตก : ติดกับถนนสุขุมวิท63 (เอกมัย) ถัดไปเป็น แนวอาคารพาณิชย์ บ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน และมีโรงพิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งมีพื้นที่จอดรถกลางแจ้งติดถนนด้านหน้า

พื้นที่รอบโครงการนะครับ เริ่มจากเดินไปทางขวาของโครงการกันก่อน มุ่งหน้าไปฝั่งถนนเพชรบุรีครับ มีทางเท้าขนาดประมาณ 3 เมตร ยกสูงขึ้นจากพื้นถนน เดินได้สะดวกครับ

ด้านข้างติดตัวโครงการมีอาคารสูง 4 ชั้น กำลังถูกปรับปรุงตัวอาคารอยู่ครับผม

ฝั่งตรงข้ามคือโรงพิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาลครับ ซึ่งจะมีซอยเข้าไป ภายในเป็นซอยตัน บริเวณส่วนติดถนนเป็นลานจอดรถกลางแจ้งครับ

เดินเลยมาทางถนนเพชรบุรีอีกนิดนึง จะมีเวิ้งภายในสามารถวนรถได้รอบ มีพื้นที่จอดรถให้ และภายในมีร้านชาบู ปิ้งย่าง สไตล์ญี่ปุ่นให้เลือกมากมายครับ อาทิเช่น Kingkong Buffet, Shibuya Shabu, Mongkok Sukiyaki เป็นต้นครับ

ด้านหน้ามีพี่วินมอเตอร์ไซค์ประจำอยู่ครับ ห่างจากตัวโครงการเพียง 50 เมตร

ฝั่งตรงข้ามมีปั๊มน้ำมันบางจากให้บริการ สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ถือว่าสะดวกมากเลยครับ

ปั๊มนี้ค่อนข้างใหญ่ ภายในปั๊มมีร้านค้า ร้านอาหารมากมาย อาทิเช่น ร้านกาแฟอินทนิล ซึ่นเป็นร้านกาแฟเจ้าประจำกับทางปั๊มบางจากอยู่แล้ว ร้านนม ขนมปัง เช่น มานีมีนม Soya รวมถึงร้าน A&W ร้านอาหารจานด่วนมีจุดเด่นของอาหารคือ เครื่องดื่มรูทเบียร์ และวาฟเฟิ้ล ภายในปั๊มมีที่จอดรถรองรับซึ่งสามารถเข้ามาใช้บริการทั้งหมดนี้กันได้ไม่ยากครับ

ร้านขายอุปกรณ์เครื่องครัว Kitchen World ภายในมีอุปกรณ์เครื่องครัวให้เลือกสรรค์มากมาย สำหรับลูกบ้านที่ชอบทำอาหารสามารถมาเดินแวะชมได้สะดวก

ฝั่งตรงข้ามถัดจากปั๊มน้ำมันก็จะเป็นแนวอาคารพาณิชย์เป็นที่พักอาศัยของคนในท้องที่นี้บ้าง ร้านค้าร้านอาหารบ้าง ปะปนกันไปครับ

เลยมาอีกนิดจะเป็นแยกเข้าไปซอยแจ่มจันทร์ ซึ่งความสำคัญของซอยนี้คือสามารถเชื่อมต่อไปยังถนนสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ)ได้ ซึ่งภายในซอยนี้เป็นซอยค่อนข้างแคบ แต่สามารถช่วยเป็นตัวเลือกในการเลี่ยงปัญหารถติดได้ครับ

ถัดมาอีกนิดนึงจะพบ SSP Tower อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ 27 ชั้น ในช่วงเช้าและเย็นของแต่ละวัน มีรถเข้าออกค่อนข้างเยอะครับ

ฝั่งตรงข้ามมีป้ายรถประจำทาง มีหลังคากันฝนให้ด้วยสะดวกครับ ป้ายรถประจำทางตรงนี้จะอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 250 ม.

เดินกลับมาที่หน้าโครงการ เดี่ยวเราลองไปดูฝั่งทางไปถนนสุขุมวิทกันบ้างนะครับ

ฝั่งตรงข้ามโครงการเป็น บริษัท วิชัย เทรดดิ้ง จำกัด บริษัทรับเหมาติดตั้งระบบเสียง ภาพและเเสง  เป็นอาคารสูงประมาณ 3 ชั้น ครับ

ทางเดินไปฝั่งถนนสุขุมวิท มีทางเท้าขนาดค่อนข้างใหญ่ประมาณ 3 เมตร เดินได้สะดวก ยกระดับสูงขึ้นจากถนนเช่นเดียวกันกับทางไปถนนเพชรบุรีครับ

ติดกับที่ตั้งโครงการทางด้านหน้าคืออาคารสูงประมาณ 4 ชั้น ซึ่งปัจจุบันไม่ได้เปิดใช้งานครับ

ฝั่งตรงข้ามมีตึกของบริษัท Intrigue เป็น บริษัทขายสินค้าเสื้อผ้าและชุดสูทที่นำเข้าจากประเทศอเมริกาและแคนาดา

เลยมาจะพบอาคาร 4 ชั้น ด้านหน้ามีร้านค้า ภายในเป็นซอยเข้าไปด้านใน ภายในมีร้านค้า บ้านพักอาศัยต่างๆ เป็นบ้านสูง 1-3 ชั้น

ฝั่งตรงข้ามมีร้าน G2C Glass Coating Club by Threebond เป็นร้านให้บริการเคลือบแก้วและบริการดูแลรถยนต์ ภายในมีร้านคาเฟ่ให้นั่งเล่นด้วยครับ

เลยต่อมาทางถนนสุขุมวิทเพียงไม่กี่ก้าว จะมีแนวอาคารพาณิชย์ที่ประกอบไปด้วยร้านค้าต่างๆมากมาย

อาทิเช่น ร้านขายยา ร้านตัดผม ร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ ร้านค้าขายของ เฟอร์นิเจอร์ ต่างๆ รวมถึงร้านอาหารครับ

ห่างจากตัวโครงการ ประมาณ 150 เมตร จะมี 7-eleven รวมถึงป้ายรถประจำทางคอยให้บริการอยู่ ด้านหน้ามีตู้ ATM ด้วยครับ

ฝั่งตรงข้ามเป็นซอยเอกมัย 22 ซึ่งสามารถทะลุไปออก ซอยสุขุมวิท 71 (ปรีดีย์ พนมยงค์) ได้ง่าย มีทางม้าลายเดินข้ามไปฝั่งตรงข้ามได้สะดวก

ตรงปากซอยเอกมัย 22 พอข้ามทางม้าลายมาแล้วนั้น จะพบจุดประจำพี่วินมอเตอร์ไซค์ให้บริการด้วยครับ

หัวมุมมีร้านอาหาร ต.เจริญชัย ร้านอาหาร เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 16.00 น. จำหน่ายอาหารมากมายโดยมีเมนูแนะนำคือ ข้าวผัดต้มยำ, ข้าวน้ำพริกลงเรือ, ผัดไทยกุ้งสด, หมูอบผัดพริกไทยดำ เป็นต้น

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • เอกมัย Shopping Mall – 750 m.
  • รพ.คามิลเลี่ยน – 750 m.
  • รร อนุบาล SP International School – 1.2 km.
  • J Avenue – 1.2 km.
  • Big C Supercenter เอกมัย – 1.2 km.
  • Foodland – 1.5 km.
  • Top’s ทองหล่อ – 1.6 km.
  • Ekamai International School – 1.6 km.
  • Kid’s Academy Internation School – 1.7 km.
  • Park Lane Ekamai – 1.8 km.
  • รพ.สมิติเวช – 1.9 km.
  • รพ.กรุงเทพ – 2 km.
  • BTS เอกมัย – 2 km.
  • The American School Of Bangkok – 2.1 km.
  • Gateway Ekamai – 2.2 km.
  • Major Cineplex Ekamai – 2.2 km.
  • Bangkok Mediplex Center – 2.2 km.
  • Wells International School – 2.6 km.
  • St.Andrews International School – 2.7 km.
  • รพ.สุขุมวิท – 2.9 km.
  • รพ.กล้วยน้ำไทย – 3.1 km.
  • Emporium and Emquartier – 3.3 km.
  • Terminal 21 – 4.3 km.


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ PITI เอกมัย ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 4-2-75 ไร่ เป็นคอนโด High Rise 37 ชั้น 2 อาคาร อาคาร A 401 ยูนิต และอาคาร B 478 ยูนิต ทั้งหมดรวม  879  ยูนิต และบริเวณด้านหน้าโครงการมี Third Place ซึ่งจะเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ประกอบไปด้วยร้านค้า 3 ยูนิต ได้แก่ Casa Lapin ที่ชั้น 1-2, ร้านค้า 1 ร้านที่ชั้นหนึ่ง และร้านอาหารที่ชั้น 2 ส่วนชั้น 3 จะเป็นพื้นที่ Co-working Space ดาดฟ้ามี Roof Garden สำหรับเดินเล่นพักผ่อนสำหรับลูกบ้านในโครงการ

เมื่อเข้าไปภายในโครงการ ตัวอาคารแยกออกเป็น 2 อาคาร มีการแยก Lobby ในแต่ละอาคาร โดยที่ชั้น 1-3 ของอาคารจะเป็นที่จอดรถปกติ และที่ชั้น 4-8 ของอาคาร เป็นที่จอดแบบ Automatic Parking รวมจอดซ้อนคันแล้วได้ทั้งหมด 612 คัน คิดเป็น 70% ซึ่งจากที่ได้ทำการสำรวจโครงการใกล้เคียงในพื้นที่มาแล้วนั้น ถือว่าเป็นโครงการมีจำนวนที่จอดรถมากที่สุดในย่านเอกมัยนี้เลยครับ และชั้น 9-36 คือพื้นที่ของห้องพักอาศัย มีชั้น 37 และ ดาดฟ้าเป็นจุดเชื่อม และพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ รวมพื้นที่ส่วนกลางโครงกลางประมาณ 1,900 ตร.ม. ถือว่าเป็นโครงการที่มีขนาดพื้นที่ส่วนกลางมากที่สุดเจ้าหนึ่งในย่านเอกมัยนี้อีกเช่นกัน

นอกเหนือจากนี้ทางโครงการยังมีบริการพิเศษ Elite Services เพิ่มเข้ามาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกบ้าน ได้แก่

  • EV Shutter Bus : รถรับส่งบริเวณพื้นที่โดยรอบเอกมัย-ทองหล่อ จากทางโครงการ 4 คัน มีไปส่ง BTS เอกมัย ทุกๆ 15 นาที
  • Smart Finder : หลังเที่ยงคืนสามารถเรียกรถ Shutter Bus จากทางโครงการไปรับได้ โดยเรียกรถและหาตำแหน่งผ่าน Application บนมือถือ
  • Midnight Reception & Butler service : มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล เรียกรถ Taxi , ช่วยหาข้อมูลที่เราต้องการให้ และอยู่ประจำทุกวันจนถึงเที่ยงคืน
  • Door Man & Bell Man : เจ้าหน้าที่เปิดประตูและช่วยยกของให้กับลูกบ้าน
  • Sena Solar-Powered condo : ทางโครงการติดตั้งแผง Solar Cells สำหรับนำพลังไฟฟ้ามาใช้ภายในโครงการ เพื่อลดค่าส่วนกลางให้ลูกบ้าน
  • Sena 360° Application : บริการหลังการขายครบวงจร เช่น แจ้งซ่อมต่างๆ 24 ชม. / บริการฝากขาย-เช่า / ตรวจเช็คการใช้ Solar cells / แจ้งเตือนพัสดุ / ระบบการจอง ติดตาม เรียกรถ / จ่ายค่าบิลต่างๆ / นิติบุคคล
  • Laundry Room : บริการซักรีดจากทางโครงการ

พื้นที่ด้านหน้าโครงการมี Third Place เป็นอาคาร 3 ชั้นมีชั้นดาดฟ้า ซึ่งจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ สามารถนั่งทำงาน เป็นจุดพักคอย นัดพบได้ ซึ่งพื้นที่ส่วนชั้น 1 และ 2 จะเปิดให้บุคคลภายนอกสามารถเข้ามาใช้บริการได้ ส่วนพื้นที่ชั้น 3 เป็นพื้นที่ส่วนตัวของลูกบ้านภายในโครงการ แบ่งพื้นที่ออกเป็น  3 ชั้น ได้แก่

  • ชั้น 1 : Casa Lapin, ร้านค้า 1 ร้าน (ยังไม่สรุปร้าน)
  • ชั้น 2 : Casa Lapin และ ร้านอาหาร
  • ชั้น 3 : Co-working Space ของลูกบ้านในโครงการ
  • ดาดฟ้า : Roof Garden สำหรับเดินเล่นพักผ่อน

ภาพทัศนียภาพจำลอง Drop Off ของโครงการ พื้นที่หลังคาค่อนข้างสูง ให้ความรู้สึกหรูหราภายในโครงการมี Drop Off ที่จะแยกไว้ในแต่ละอาคาร เพื่อความสะดวกในการใช้งาน โดยภายในโครงการมีจัดเส้นทางเดินรุชถแบบวนรถทางเดียว

ภาพทัศนียภาพจำลองภายใน Lobby ตกแต่งด้วยลักษณะคล้ายกับภายนอกอาคาร ภายในยังมีการใช้โทนสีเอิร์ทโทน ดูหรูหรา เรียบง่าย ฝ้ายกสูงติดกระจก Full Height สูงจากพื้นถึงฝ้า
ทำให้ภายในดูโปร่งโล่ง และมองเห็นวิวสวนของโครงการได้เต็มที่

ภาพทัศนียภาพจำลองส่วนพื้นที่ Co-Working Space ที่บริเวณชั้น 3 ของ Third Place ซึ่งภายในตกแต่งโทนสีสว่าง สบายตา ฝ้าเพดานยกสูงเช่นกัน พร้อมทั้งยังมีกระจก Full Height สูงจากพื้นถึงฝ้า ห้องจึงดูสบายตา แสงเพียงพอต่อการทำงานและอ่านหนังสือ

ภาพทัศนียภาพจำลองพื้นที่ออกกำลังกาย Sky Fitness ซึ่งเป็นอีกห้องที่เป็นจุดเด่นของโครงการ เพราะมีขนาด 400 ตร.ม. ซึ่งถือว่าเป็นขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ พอๆกับยิมออกกำลังกายที่ปกติเราต้องเสียเงินไปเล่นเลยครับ ซึ่งตำแหน่งของห้องนี้จะอยู่บนชั้นดาดฟ้า ทำให้สามารถมองเห็นวิวย่านเอกมัยโดยรอบในขณะออกกำลังกาย ภายในมีการจัดโซนอุปกรณ์อย่างชัดเจน แบ่งส่วนออกกำลังกายหนัก ออกกำลังกายเบา ห้องโยคะ รวมถึงมีต้นไม้ภายในห้องเพื่อเพิ่มความร่มรื่น และสบายตา

ภาพทัศนียภาพจำลองส่วน Boxing Area ซึ่งอยู่ใกล้กับส่วน Sky Fitness สามารถได้รับวิวเมืองจากชั้น 37  ภายในตกแต่งด้วยโทนสว่างทั้งฝ้าเพดาน รวมถึงผนังลายหินอ่อน ใช้กระจก Full Height เช่นกัน ทำภายในห้องได้แสงสว่างสบายตาครับ

ภาพทัศนียภาพจำลองห้อง Golf Simulation คือ ห้องออกกำลังกายตีกอล์ฟ จำลอง เป็นตัวเลือกที่หลากหลายในการออกกำลังกาย เหมาะกับกลุ่มผู้พักอาศัยโดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น ที่นิยมอยู่ในย่านเอกมัยกันครับ

ภาพทัศนียภาพจำลอง Sky Library สามารถรับวิวเมืองได้ทั้งสองฝั่ง ซ้ายขวา ภายในตกแต่งด้วยวัสดุเข้าถึงธรรมชาติ ใช้สีเอิร์ทโทนสบายตา มีกลิ่นไอของความเป็นญี่ปุ่นครับ

ภาพทัศนียภาพจำลอง Sky Lounge ภายในตกแต่งด้วยวัสดุเข้าถึงธรรมชาติ เป็นผนังกระจกโดยรอบทำให้สามารถมองเห็นวิวเมืองได้เต็มที่ครับ

ภาพทัศนียภาพจำลอง Tree House ทางโครงการคำนึงถึงผู้ใช้งานหลากหลายช่วงอายุหลายวัย ออกแบบให้มีพื้นที่รองรับสำหรับเด็กค่อนข้างน่าสนใจ ทำเป็น Tree House บ้านต้นไม้สำหรับเด็ก มีพื้นที่วิ่งเล่น พักผ่อน กลางแจ้ง สามารถมองเห็นและคอยดูแลความปลอดภัยได้ง่าย

ภาพทัศนียภาพจำลองสระว่ายน้ำของโครงการ โดยสระว่ายน้ำก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการตัวสระมีขนาด 50 x 7 เมตร ซึ่งสระความยาวเท่ากับสระโอลิมปิก สามารถว่ายน้ำออกกำลังกายได้จริง ตำแหน่งของสระจะอยู่ด้านบนของตัวอาคารพักอาศัยที่ชั้น 37 ทำให้สามารถมองวิวโดยรอบของเอกมัยได้ในมุมกว้างเต็มที่ โดยสระนี้เป็นสระน้ำเกลือ มีส่วนของสระเด็กแยกไว้ให้ รวมทั้งยังมีสระ Heated Pool ซึ่งเป็นสระน้ำอุ่นควบคุมอุณหภูมิ ให้เลือกใช้ด้วยครับ

ภาพทัศนียภาพจำลองห้อง IKIGAI จัดเป็นห้อง Highlight ของโครงการอีกหนึ่งห้องครับ ซึ่งถูกตั้งชื่อตามแนวคิดในการออกแบบของโครงการ คือ IKIGAI ซึ่งแปลว่า คุณค่าของการมีชีวิต หรือ เหตุผลในการตื่นขึ้นมาในทุกๆวัน ซึ่งพื้นที่ห้องนี้ที่ห้อมล้อมด้วยน้ำ และภายในตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีการคุมโทนสีและบรรยากาศโดยรอบ ซึ่งทางโครงการตั้งใจจัดพื้นที่ส่วนนี้ให้เป็นห้องที่ใช้สร้างแรงบันดาลใจ มานั่งพักผ่อน เป็นพื้นที่แห่งความสุขและสงบครับ

มาดูส่วนของโมเดลกันต่อครับ รูปแบบตัวอาคารวางตามลักษณะแนวที่ดิน ซึ่งเป็นแนวยาว โดยตัวแต่ละตัวอาคารมีการแบ่งจำนวนห้องพักในแต่ละอาคารอย่างใกล้เคียงกัน ตัวอาคารตกแต่งเรียบง่ายแต่ดูหรูหรา ตามแนวคิด ” Good Living Is A New Luxury “ โดยใช้เส้นแนวตั้ง สีเอิร์ทโทน ดูสงบเป็นธรรมชาติ พื้นที่โดยรอบจะจัดเป็นพื้นที่สีเขียว จุดนั่งพักผ่อน มีการปลูกต้นไม้ให้ความร่มรื่นโดยรอบโครงการ โดยมีพื้นที่ด้านหน้าโครงการ Third Place สำหรับเป็นพื้นที่รับรอง นัดพบ ของโครงการ โดยชั้น 1-2 ประกอบไปด้วย ร้านกาแฟ Casa Lapin 2 ชั้น ร้านค้าที่ชั้น 1 และร้านอาหารที่ชั้น 2 ซึ่งจะสามารถมีคนภายนอกเข้ามาใช้งานได้ เหมาะแก่การเป็นพื้นที่นัดพบ คุยงาน โดยไม่ต้องการให้แขกเข้าไปภายในโครงการ อีกทั้งยังมีชั้น 3 สำหรับ Co-working Space เพื่อเป็นพื้นที่ทำงาน และ Roof Top เป็นสนามหญ้าให้เดินเล่นสูดอากาศ โดยทางโครงการสงวนพื้นที่ไว้ให้เฉพาะสำหรับลูกบ้านของโครงการเท่านั้น

ตัวอาคารหลักแบ่งออกเป็น 2 อาคาร 37 ชั้น โดยมีชั้น 38 เป็นดาดฟ้า มีทั้งหมด 879 ยูนิต  ผมขอแบ่งตัวอาคารออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ไล่จากล่างขึ้นบนนะครับ

  • ชั้นด้านล่าง 1-8 เป็นอาคารเดียวกันครับ ซึ่งส่วนชั้น 1 เป็นชั้นต้อนรับของโครงการ มีการแยก Lobby ออกเป็น 2 อาคาร และชั้น 1-3 เป็นพื้นที่จอดรถแบบปกติ ชั้น 4-8 เป็นชั้น Automatic Parking
  • ชั้น 9-36 ซึ่งจะเป็นส่วนที่อาคารแยกออกเป็น 2 อาคาร เป็นส่วนของห้องพักอาศัยทั้งหมด โดยจะมีขนาดแต่ละชั้นค่อยๆเล็กลงเมื่อสูงขึ้นเรื่อยๆ
  • ชั้น 37 คือส่วนสุดท้าย คือส่วน Facilities และ ดาดฟ้า โดยที่ชั้น 37 จะมีพื้นที่ส่วนเชื่อมกันของสองตัวตึกด้วย จะมี Facilities ต่างๆดังนี้ครับ สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 50×7 เมตร, Heated Pool, Kid’s Pool, Sky Fitness ขนาดพื้นที่ 400 ตร.ม. Boxing Area, Golf Simulator, Sky Library Room, Tree House, IKIGAI Room

ทางโครงการมีทางเข้าออกเพียงทางเดียวคือทางติดถนนสุขุมวิท 63 (เอกมัย) ซึ่งทางเข้าใช้ระบบ Access Card โดยมีอาคาร Third Place 3 ชั้น แยกออกมา ตั้งอยู่ที่ทางเข้าออกโครงการ อาคาร Third Place ประกอบไปด้วย

  • ชั้น 1 : Casa Lapin, ร้านค้า 1 ร้าน (ยังไม่สรุปร้าน)
  • ชั้น 2 : Casa Lapin และ ร้านอาหาร
  • ชั้น 3 : Co-working Space ของลูกบ้านในโครงการ
  • ดาดฟ้า : Roof Garden สำหรับเดินเล่นพักผ่อน

เมื่อเข้ามาภายในจะพบวงเวียนที่หน้าอาคาร B เพื่อเป็นจุด Drop Off ของอาคาร B ภายในโครงการวนรถทางเดียวรอบตัวอาคาร มีจุด Drop Off  ที่อาคาร A และ B แยกกันชัดเจน โดยที่แนวอาคารทางด้านทิศใต้มีแนวที่จอดรถให้ด้วยครับ

เมื่อเลยวงเวียนหน้าตึก B เข้ามาวนมาทางด้านข้างอาคารฝั่งทิศเหนือ จะมีช่องสำหรับจอดรถ Automatic Parking ทั้งหมด 4 ช่อง อยู่ที่บริเวณกึ่งกลางของ อาคาร A และ B ทำให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายจากทั้งสองอาคาร อีกทั้งภายในยังมีพื้นที่พักคอยรอรถ Automatic Parking อยู่ใกล้ๆ ช่องจอด ทั้งสองอาคารอีกด้วย

ด้านหลังอาคารวนรถรอบปกติครับ โดยที่ด้านหลังตัวอาคารมีทางขึ้นไปจอดภายในอาคาร (ชั้น 2-3) ได้ซึ่งเป็นชั้นจอดรถแบบปกติครับ

ถนนรอบอาคารฝั่งทางด้านทิศใต้ มีช่องจอดที่ชั้น 1 เป็นช่องๆ ใต้อาคารทั้งหมด 40 ช่อง ครับ

แบบจำลองแยกส่วนดาดฟ้าของตัวโครงการ โดยชั้น 37 และ และชั้น 38 ซึ่งเป็นดาดฟ้า เป็นส่วนของ Facilities ต่างๆ ของโครงการ มีเนื้อที่รวมประมาณ 1,99 ตร.ม. ซึ่งมีขนาดค่อนข้างเยอะ จัดว่าเป็นโครงการที่มีขนาดพื้นที่ส่วนกลางมากที่สุดในย่านเอกมัยเลยก็ว่าได้ เราไปดูพื้นที่ทีละส่วนกันครับ

พื้นที่ชั้น 37 เป็นส่วนที่เชื่อมต่อกันของทั้งสองอาคาร มาดูส่วนสระว่ายน้ำกันก่อนครับ สระว่ายน้ำของโครงการนี้เป็นสระระบบเกลือมีขนาด 50 x 7 เมตร ซึ่งมีขนาดความยาวเทียบเท่าสระว่ายน้ำที่เอาไว้ใช้แข่งขันกันในกีฬาโอลิมปิก ซึ่งเราสามารถใช้ออกกำลังกายกันได้สบายๆเลยครับ โดยสามารถรับวิวบรรยากาศชั้น 37 ของโครงการ มีการแยกสระเด็กชัดเจน มีพื้นที่ข้างสระค่อนข้างใหญ่ครับ

ด้านในมีสระ Heated Pool ซึ่งเป็นสระน้ำอุ่นควมคุมอุณหภูมิ สำหรับคนที่ชอบแช่น้ำนั่งดื่มด่ำบรรยากาศครับ

อีกส่วนหนึ่งที่พิเศษคือห้อง IKIGAI ซึ่งอยู่ทางฝั่งทิศเหนือของโครงการ เป็นพื้นที่กึ่งๆ Semi-outdoor ที่ถูกล้อมด้วยน้ำและมีพื้นที่ยื่นออกไป ทำให้สามารถรับวิวได้มากถึง 3 ทิศ สามารถมานั่งชิลกันได้ครับ

พื้นที่ส่วนด้านบนของสระว่ายน้ำมีห้อง Sky Lounge สำหรับนั่งชิลรับวิวบรรยากาศสูงของอาคาร อีกทั้งด้านนอกของชั้นดาดฟ้ายังมีสวนที่เป็น Outdoor Seating รับวิวสระว่ายน้ำและเมืองไปด้วยกันอีกด้วยครับ

พื้นที่ส่วนกลางที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างสองฝั่ง คือส่วนของ Sky Library ที่มีจุดเด่นที่สามารถรับวิวได้ทั้งทั้งทิศเหนือและทิศใต้เลยครับ พื้นที่ด้านนอกอาคารเป็นพื้นที่สีเขียว โดยมีลักษณะคือการเล่นระดับของขั้นบันไดซึ่งจะเชื่อมโยงไปกับห้อง Library ที่อยู่ด้านในด้วยครับ ทำให้ภายในห้อง Library นอกจากจะนั่งอ่านบนโต๊ะกันแล้ว ยังจะมีstepให้นั่งเป็นขั้นบันไดอีกด้วย ซึ่งพื้นที่ส่วนภายนอกนี้จะปลูกต้นไม้ให้ความร่มรื่นอีกทั้งยังเป็นบรรยากาศที่ดีให้กับโครงการอีกด้วยครับ

ส่วนด้านบนของอาคาร B เป็นพื้นที่สวนขนาดใหญ่ โดยมีต้นไม้ตรงกลางและใช้ Amphitheatre เป็นพื้นที่นั่งพัก เดินเล่น รับลมและบรรยากาศสวนได้ดีทีเดียวครับ พื้นที่โดยรอบถูกล้อมด้วยต้นไม้ อีกทั้งยังมีบันไดขนาดใหญ่เป็นตัวเชื่อมระว่างชั้น 37 และ ดาดฟ้า นอกจากนั้นยังมีส่วน Tree House บ้านต้นไม้สำหรับเด็กๆ ในบริเวณนี้อีกด้วยครับ

Sky Fitness ห้องออกกำลังกายขนาดใหญ่ ผนังเป็นกระจกรอบด้าน ทำให้สามารถรับวิวได้หลายทิศทาง ภายในจัดส่วนอุปกรณ์ให้ได้รับวิวภายนอกในขณะใช้งานไปด้วยได้

ส่วนดาดฟ้าอาคาร A มีพื้นที่สำหรับติดตั้งแผง Solar Cell ซึ่งทางโครงการติดตั้งไว้ให้สำหรับนำไฟมาใช้ในโครงการ เพื่อลดค่าส่วนกลางให้กับลูกบ้าน โดยลูกบ้านสามารถเช็คได้ใน Application ของโครงการ

มาดูกันต่อที่ผังโครงการกันครับ โครงการ PITI เอกมัย ตั้งอยู่บนที่ดินประมาณ 4 ไร่ครึ่ง ภายในมีการเดินรถทางเดียวรอบโครงการ โดยโครงการมี Drop Off 2 จุด อยู่ที่ตึก A และ ตึก B ทำให้หากอาศัยอยู่อาคาร A ก็สามารถมีรถวนเข้าไปรับส่งได้ ไม่ต้องเดินออกมา มีพื้นที่จอดรถแบบปกติอยู่ประมาณ 40 ที่จอด โดยด้านข้างทางทิศเหนือของตัวอาคารหลังจากขับผ่าน Drop Off จุดแรกมา จะพบช่องสำหรับจอดรถ Automatic Parking จำนวน 4 ช่อง ซึ่งมีตำแหน่งอยู่ระหว่างตึก A และ ตึก B ทำให้สามารถเข้าถึงง่ายจากทั้งสองอาคาร นอกจากนั้นแล้วภายในอาคารยังมีพื้นที่พักคอยรถ พร้อมกับมีจอที่สามารถบอกตำแหน่งของรถได้ด้วยครับ ผ่านมาจะพบ Drop Off ของ อาคาร A เลยมาด้านหลังโครงการจะมีทางเข้าออกที่จอดรถภายในอาคารซึ่งจะขึ้นไปจอดที่ชั้น 2, 3 เลยผ่านมาที่ฝั่งข้างอาคารด้านทิศใต้ จะมีช่องแนวจอดรถแบบปกติเรียงอยู่มีประมาณ 34 คัน และที่ด้านหลัง Third Place อีก 6 คัน ครับ

ขึ้นมาที่ชั้น 2-3 จะเป็นชั้นจอดรถปกติทั้งแนวอาคารเลยครับ ซึ่งจะมีจุดวนขึ้นลงอยู่ที่ทิศตะวันออกของตัวอาคาร หรือทางด้านตำแหน่งทางขึ้นมานั่นเองครับ มีลิฟต์โดยสารที่นั้นนี้ สามารถขึ้นไปส่วนพักอาศัยได้เลยจากชั้นจอดรถ

 

ขึ้นมาที่ชั้น 4-8 จะเป็นส่วนจอดรถแบบ Mechanical Parking ทั้งหมดเลยครับ ซึ่งพื้นที่ของ Mechanical Parking นั้นจะประหยัดพื้นที่มากกว่าที่จอดรถปกติ ทำให้สามารถจอดรถได้มากยิ่งขึ้น

 

ชั้น 9 จะเป็นชั้นแรกของอาคารพักอาศัยครับ มาดูที่อาคาร B กันก่อนนะครับ อาคาร B มีโถงลิฟต์อยู่ทางฝั่งขวาของอาคาร ทำให้ห้องที่อยู่ฝั่งซ้ายสุดอาจจะต้องเดินไกลสักหน่อย แต่ก็แลกกันด้วยบรรยากาศวิวของห้องมุมอาคาร ซึ่งเป็นห้อง 2 Bedrooms ครับ ส่วนช่วงกลางอาคาร B จะเป็นห้อง 1 Bedroom ครับ มาที่ส่วนของอาคาร A กันต่อครับ อาคารนี้มีโถงลิฟต์อยู่ที่กลางอาคาร ทำให้ไม่มีห้องที่ต้องเดินไกลมากนัก ซึ่งห้องริมก็จะได้วิวมากกว่าห้องตรงกลางเป็นธรรมดาครับ โดยชั้นนี้จะพิเศษกว่าชั้นอื่นคือมีพื้นที่ที่อยู่บนชั้นจอดรถด้านล่าง ทำให้มีสวนหยอมด้านข้าง สามารถเดินออกไปสูดอากาศได้ครับ

มาที่ชั้น 10-24 เป็นส่วนที่พักอาศัย โดยในส่วนของตึก A ที่ไม่มีพื้นที่สวนหย่อมแล้วครับ ทำให้ตัวอาคารด้านริม ได้รับวิวเปิดโล่งอย่างเต็มที่ครับ โดยในชั้นนี้ตึก A จะมีห้องพักอาศัยทั้งหมด 15 ยูนิต ส่วนตึก B จะมีห้องพักอาศัยทั้งหมด 18 ยูนิต

ชั้น 31-34 ทางด้านอาคาร B มีจำนวนห้องต่อชั้นนั้นลดลง โดยห้องที่มุมทางเดินทิศตะวันตกซึ่งเป็นห้อง 2 Bedrooms 2 ห้องถูกตัดทิ้งไปครับ ในชั้นนี้ตึก A จะมีห้องพักอาศัยทั้งหมด 14 ยูนิต ส่วนตึก B จะมีห้องพักอาศัยทั้งหมด 16 ยูนิต

มาที่ชั้น 35 ยูนิตภายในชั้นจะลดจำนวนห้อง 1 Bedroom ลง เปลี่ยนเป็นห้อง 2 Bedrooms สังเกตว่าจะเป็นห้องแบบหน้ากว้าง ต่างจากห้องในชั้นล่างๆและทำให้จำนวนยูนิตต่อชั้นลดลงครับ ในชั้นนี้ตึก A จะมีห้องพักอาศัยทั้งหมด 11 ยูนิต ส่วนตึก B จะมีห้องพักอาศัยทั้งหมด 10 ยูนิต

ชั้น 36 ซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายของห้องพักอาศัย จะมีการลดจำนวนห้องลงอีกที่ส่วนของตึก B ครับ ทำให้ยูนิตต่อชั้นลดลงอีก ใครเลือกชั้นบนๆก็จะได้เรื่องความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้น เพื่อบ้านในชั้นนี้ก็จะมีน้อยกว่าชั้นล่างๆ ในชั้นนี้ตึก A จะมีห้องพักอาศัยทั้งหมด 10 ยูนิต ส่วนตึก B จะมีห้องพักอาศัยทั้งหมด 8 ยูนิต

ส่วนชั้น 37 เป็นชั้นที่เชื่อมทั้ง 2 อาคารเข้าหากัน โดยพื้นที่ชั้น 37 เป็นพื้นที่ Facilities ของโครงการทั้งชั้น ประกอบไปด้วยพื้นที่ต่างๆ ดังนี้ครับ

  • สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 50×7 เมตร พร้อมสระเด็ก
  • Heated Pool สระน้ำอุ่น ควบคุมอุณหภูมิ
  • Fitness ขนาด 400 ตร.ม. ภายในห้องตกแต่งเป็นกระจกรอบด้านสามารถรับวิวได้รอบ ภายในมีการจัดสัดส่วนการออกกำลังกายไว้เป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน แบ่งโซนเครื่องออกกำลังกาย
  • ห้อง Yoga ที่สามารถรับวิวภายนอกอาคารได้ด้วยเช่นกันครับ
  • Boxing Area
  • Golf Simulation
  • IKIGAI Room ชื่อห้องตามคอนเสปของโครงการ เป็นพื้นที่พักผ่อน ทำสมาธิ ของโครงการ
  • ส่วนช่วงกลางมีสวนโดยมีลักษณะคือการเล่นระดับของขั้นบันไดซึ่งจะเชื่อมโยงไปกับห้อง Library ที่อยู่ด้านในด้วยครับ ทำให้ภายในห้อง Library ก็ยังจะมี พื้นที่ให้เลือกอ่านหนังสือที่หลากหลายยิ่งขึ้น
  • ห้อง Spa
  • ห้องน้ำแยกชายหญิง ภายในมีห้อง Sauna

ชั้น 38 หรือ ชั้น Roof Top นั่นเอง ชั้นนี้เป็นพื้นที่เปิดโล่งเป็นส่วนใหญ่ครับ จะมีสวนและที่นั่งที่ถูกโอบล้อมด้วยต้นไม้ ซึ่งจะมีห้องเพียงห้องเดียวคือส่วนของ Co-kitchen ซึ่งเป็นพื้นที่ปาร์ตี้ พบปะสังสรรค์ ใชเป็นพื้นที่ทำอาหารกันได้ ตั้งอยู่ด้านบนสระว่ายน้ำ รับวิวได้มากกว่า 180 องศา

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 50×7 เมตร
  • Sky Fitness ขนาด 400 ตร.ม.
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • Co-Working Space
  • Sky Lounge
  • Heated Pool
  • IKIGAI Room
  • Library Room
  • The Third Place
  • Convenience Store
  • Tree House
  • Golf Simulater
  • Boxing Area
  • Midnight Reception
  • Butler Service
  • Laundry Room
  • Doorman & Bellman
  • Parking Guidance System
  • SENA Smart Feeder
  • Sena Solar-Powered Condos
  • Sena 360° Service Application
  • EV Shutter Bus
  • ลิฟต์โดยสารแบบล็อคชั้น 3 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก A 134 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก B 160 : 1
  • Service Lift 1 ตัว / อาคาร
  • ที่จอดรถประมาณ 569 คัน รวมจอดซ้อนคัน 612 คัน คิดเป็น 70% (Automatic Parking+จอดปกติ)
  • ระบบ CCTV / Access Card
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม.


Product Walkthrough

 

มาดูรายละเอียดในห้องพักอาศัยกันครับ เริ่มที่ห้องขนา 34.90 ตร.ม. ห้องนี้เป็นห้อง 1 Bedroom จัดมาให้แบบ Fully Furnished ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.8 ม. รูปร่างของห้องเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า จัดพื้นที่การใช้งานภายในห้องหลัก เป็น 5 ส่วน ได้แก่ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องนอน ห้องน้ำและระเบียงซักล้าง จัดพื้นที่การใช้งานในส่วนต่างๆไว้เป็นสัดส่วนชัดเจน เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอกับพื้นที่ส่วนห้องครัว เป็นครัวแบบปิด มีฉากกั้นมาให้ด้วย สามารถประกอบอาหารได้เต็มที่ ไม่ต้องห่วงเรืองกลิ่นและควันจะเข้าไปรบกวนห้องส่วนอื่น พื้นครัวเป็นกระเบื้อง มีเคาน์เตอร์ครัวมาให้ เลยเข้าไปจะเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร และห้องนั่งเล่น ที่สามารถรับแสงธรรมชาติและระบายอากาศได้ดี จัดพื้นที่ห้องนั่งเล่นสามารถวางชุดโซฟาขนาดกลาง 2-3 ที่นั่งได้ ส่วนในสุดคือโต๊ะทำงานชิดขอบหน้าต่าง ส่วนห้องนอนมีฉากกั้นแยกมาให้ แบ่งสัดส่วนความเป็นส่วนตัวชัดเจน มีพื้นที่ส่วน Walk in closet หน้าทางเข้าห้องน้ำ มีตู้เสื้อผ้าสำหรับแต่งตัวมาให้พร้อมเลย ห้องน้ำอยู่ภายในห้องนอนครับ เวลามีแขกมาก็อาจจะเสียเรื่องความเป็นส่วนตัวภายในห้องนอนไปบ้าง ภายในห้องน้ำมีจุดเด่นคือแยกสัดส่วนชัดเจน โดยมีฉากกั้นมาให้ทั้งส่วนของโถสุขภัณฑ์และส่วนอาบน้ำ ทำให้สามารถใช้ห้องน้ำพร้อมกัน 2 คนได้ ส่วนสุดท้ายริมด้านในสุดของห้องนอนคือระเบียงซักล้างครับ มีขนาดพอเหมาในงานได้จริง ซึ่งความพิเศษของระเบียงคือสามารถเข้าได้จากทางห้องรับแขกและทางห้องนอนได้สองทางครับ

ประตูเข้าห้องเป็นประตู HDF ขนาด Oversize  ซึ่งตัวเข้าห้องจะเป็นระบบ Digital Door Lock สามารถเข้าได้ด้วย 3 อย่างคือ Key Card, กุญแจ และ Password

มาดูภายในห้องกันครับ ส่วนแรกที่เราจะพบหลังจากเปิดประตูเข้ามานั้นคือส่วนห้องครัว ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นครัวปิด ทางโครงการให้ประตูบานเลื่อนติดตั้งพร้อมมาให้ด้วย ทำให้น่าจะตอบโจทย์ลูกบ้านท่านไหนที่ชอบทำอาหาร ก็จะไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นและควันไปรบกวนพื้นที่ส่วนอื่นอีกต่อไปครับ โดยภายในพื้นที่ครัวนี้ติดตั้งระบบดูดอากาศมาไว้ให้ด้วยครับ ซึ่งส่วนพื้นที่ครัวนี้จะมีระดับพื้นถึงฝ้า 2.5 เมตร พื้นห้องครัวจะเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60 x 60 เซนติเมตร ผนังเป็นฉาบเรียบทาสี เคาน์เตอร์ครัวปิดผิวด้วยหินเทียม ผนังหลังเคาน์เตอร์เป็นกระเบื้องคัดเกรดลายหินอ่อนครับ

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นนะครับ พื้นในห้องครัวใช้เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60×60 เซนติเมตร ง่ายแก่การทำความสะอาด พื้นที่ภายในมีขนาดประมาณ 1.3 x 1.85 เมตร จัดว่าค่อนข้างกว้างครับ  แม้มีคนยืนทำครัวอยู่ก็สามารถเดินผ่านได้สะดวกครับ โดยแบ่งส่วนเคาน์เตอร์ออกเป็น 2 ฝั่งซ้ายขวา Built-in มาให้เรียบร้อย โดยมีเว้นช่องสำหรับวางตู้เย็น และเครื่องซักผ้ามาให้ด้วยครับ ส่วนที่ติดผนังก็มีตู้ สำหรับเก็บรองเท้า เดี๋ยวเราไปชมรายละเอียดในแต่ละส่วนกันครับ

เคาน์เตอร์ฝั่งแรกกันก่อนครับ เป็นแนวเคาน์เตอร์ยาวตลอดแนว ปิดผิวด้วยหินเทียม มีบานเปิดด้านบนผิวเป็นเมลามีน High Gloss ชั้นกลางมีอ่างล้างจาน พื้นที่ทำครัวด้านข้าง และส่วนด้านล่างมีบานเปิดและลิ้นชักสำหรับเก็บอุปกรณ์เครื่องมือภายในครัว รวมถึงเว้นช่องไว้สำหรับวางเครื่องซักผ้าให้ด้วยครับ

หน้าบานไม้เมลามีน ผิว High Gloss ง่ายต่อการทำความสะอาด พื้นที่ด้านบนมีช่องค่อนข้างเยอะ หยิบจับสะดวกครับ

ส่วนด้านล้างนี้มาราวจับที่สามารถเปิดปิดขึ้นลงได้ ภายในเป็นช่องเก็บแก้วน้ำ รวมถึงมีราวแขวนที่วางไอแพดหรือแท็บเล็ตต่างๆ ได้ด้วยครับ สำหรับคนที่ต้องการเปิดสูตรอาหาร หรือดูคลิปหรือHow to ต่างๆไปด้วยในขณะทำครัว สะดวกมากครับ

ลงมาที่ช่วงกลาง เป็นส่วนเคาน์เตอร์ ปิดผิวด้วยหินเทียม มีข้อดีคือเป็นแผ่นเดียวกันทั้งแผ่น ทนทานต่อ กรด ด่าง สารเคมี ไม่มีรูพรุน ทำให้ไม่ดูดซึมน้ำ เคาน์เตอร์นี้ประกอบไปด้วยอ่างล้างจาน พื้นที่ทำครัวด้านข้างค่อนข้างเยอะ วางของได้สบายเลยครับ ส่วนผนังปิดผิวด้วยกระเบื้องคัดเกรด

ส่วนอ่างล้านจานของ MEX มีขนาดประมาณ 46 x 42 เซนติเมตร นอกจากนี้ยังมีแผ่นหินเทียมขนาด 16 x 42 เซนติเมตร โดยผิวของมันจะมีระดับทำ มุมเอียงเพื่อระบายน้ำไปทิศทางเดียว หน้าที่ของมันคือใช้วางจานชามที่ล้างเสร็จแล้วคว่ำไว้ หรือเพิ่มพื้นที่ในการทำครัวบนเคาน์เตอร์ได้ครับ

ด้านล่างมีหน้าบานเปิด ภายในมีพื้นที่เก็บของและลิ้นชักต่างๆ บานเปิดซ้ายสุดคือส่วนถังขยะ ติดกับฝาบาน เปิดหน้าบานออกก็มีการเลื่อนตัวถังขยะออกมาด้วย ง่ายต่อการใช้งาน ส่วนกลางเป็นลิ้นชักสำหรับเก็บช้อนส้อม จานชาม เรียงขนาดของชั้นจากเล็กไปใหญ่จากบนลงล่างตามลำดับครับ ส่วนขวาสุดคือช่องสำหรับใส่เครื่องซักผ้า ซึ่งทางโครงการเว้นไว้ให้ประมาณ 58 เซนติเมตร สามารถวางเครื่องซักผ้าแบบเปิดบานด้านหน้าไซต์มาตรฐานได้สบายๆครับ

อีกฝั่งก็เป็นเคาน์เตอร์เช่นกันครับ วัสดุเหมือนกันกับฝั่งตรงข้ามทุกอย่างแต่จะเป็นส่วนของเตาไฟฟ้า และมีช่องสำหรับวางตู้เย็น ส่วนติดผนังเป็นตู้เก็บรองเท้าไปดูรายละเอียดแต่ละจุดกันครับ

เริ่มจากส่วนซ้ายสุดที่ชิดผนังทางเข้ากันก่อนนะครับ คือตู้เก็บรองเท้า ภายในมีชั้นวางค่อนข้างเยอะ อีกทั้งฝาบานยังมีรายละเอียดที่แขวนอุปกรณ์ต่างๆให้อีกด้วย ส่วนตัวผมชอบส่วนนี้มากครับ เนื่องจากจะช่วยให้ไม่ต้องถอดรองเท้ามากองกันที่หน้าประตูห้อง

ทางโครงการแฝงความเป็นญี่ปุ่นเข้ามาด้วย คือการใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ ใช้พื้นที่ส่วนต่างๆอย่างคุ้มค่าที่สุด คือการติดที่แขวนกุญแจ แขวนอุปกรณ์ ที่บานด้านในของตู้รองเท้าครับ โดยส่วนชั้นรองเท้ามีระยะร่นเข้าไปทำให้มีพื้นที่สำหรับเก็บของที่แขวนได้พอสมควร สะดวกดีครับ

บานด้านบนมีลักษณะเดียวกันกับฝั่งตรงข้ามครับ ภายในจัดชั้นมาให้สะดวกครับ เก็บของได้หลากหลายเช่นกัน

ชั้นกลางลงมาคือส่วนของเตาไฟฟ้า ทางโครงการให้เตาไฟฟ้ามา 2 หัว พร้อมเครื่องดูดอากาศระบบ Touch Screen ที่ดูดควันออกไปนอกอาคาร เป็นผลิตภัณฑ์ของ MEX อีกทั้งยังเว้นพื้นที่ด้านข้างไว้ให้ด้วยครับ ถือว่าใข้งานสะดวก

ด้านล่างมีช่องเตรียมไว้ให้สำหรับวางไมโครเวฟ หรือเตาอบ ขนาดช่องค่อนข้างใหญ่สามารถวางได้หลากหลายขนาดเลยครับ ด้านล่างมีลิ้นชักขนาดใหญ่สำหรับใส่หม้อและกะทะเพื่อให้ง่ายในการใช้งานกับเตาไฟฟ้าด้านบนครับ

ครัวของห้องนี้เป็นครัวปิด ซึ่งจะสะดวกในการทำอาหารโดยไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นและควันจะเข้าไปรบกวนส่วนอื่นภายในห้อง ซึ่งทางโครงการให้ตัวฉากกั้นบานเลื่อนมาให้ เป็นประตูกรอบบานอลูมิเนียม Power Coating สีพิเศษ กระจกใสสไลด์สูงจากพื้นจรดฝ้า ทำให้ได้รับแสงจากระเบียง อีกทั้งยังทำให้ห้องดูโล่ง ไม่อึดอัด อีกด้วยครับ

ประตูมีตัวจับจะดวกติดตั้งพร้อมลางเลื่อนสไลด์ด้านล่างมาให้ครับ จะสังเกตว่า ส่วนต่อไปภายในห้อง จะเปลี่ยนเป็นพื้นอีกแบบครับ ซึ่งพื้นที่ส่วนบานสไลด์นี้เมื่อเปิดกว้างสุดจะมีระยะ 1.15 เมตร

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี ซึ่งส่วนพื้นที่ครัวนี้จะมีระดับพื้นถึงฝ้า 2.5 เมตร นอกจากนั้นยังติดไฟ Downlight มาให้ 1 ดวง พร้อมพัดลมดูดอากาศแบบส่งออกไปนอกอาคารด้วยครับ

ส่วนต่อมาภายในห้องนะครับ จะเป็นส่วนพื้นที่นั่งเล่น ซึ่งรวมถึงพื้นที่รับประทานอาหาร และพื้นที่ทำงานด้านในสุดด้วย ซึ่งเมื่อก้าวเท้าข้ามผ่านประตูบานเลื่อนจากส่วนครัว พื้นที่ในห้องส่วนนี้จะเป็น Hybrid Engineering wood เป็นวัสดุพิเศษที่ถูกออกแบบมาให้มีผิวสัมผัสที่เป็นไม้ แต่สามารถป้องกันน้ำและรอยขีดข่วนได้ดี อีกทั้งยังมีขนาดแผ่นที่ยาวถึง 2 เมตร ทำให้รอยต่อน้อย ได้ความรู้สึกเสมือนไม้จริง ส่วนระดับพื้นถึงฝ้า 2.8 เมตร รวมถึงกระจกขนาดใหญ่ที่รับแสงธรรมชาติได้ค่อนข้างเยอะ ทำให้ห้องดูโปร่งโล่งมากขึ้นครับ

ส่วนแรกที่เข้ามาด้านซ้ายมือคือส่วนของโต๊ะรับประทานอาหาร ซึ่งทางโครงการได้ให้มาด้วย จะมีขนาดตัวโต๊ะ 60 x 60 ซม. เหมาะสำหรับนั่งทาน 2 คนก็จริง แต่สามารถเอาเก้าอี้อีกตัวเข้ามาวางเป็น 3 ที่นั่งก็ได้ ซึ่งเมื่อจัดวางชิดผนังทำให้ได้พื้นที่ส่วนของห้องมากยิ่งขึ้นด้วยครับ

อีกฝั่งของห้องคือโต๊ะวางของขนาด 35 x 35 เซนติเมตร ซึ่งในส่วนนี้ทางโครงการก็ให้มาด้วยครับ ไว้สำหรับวางของ กุญแจรถ บัตรต่างๆ

พื้นที่ตรงกลางมีเหลือ 1.15 เมตร ตามระยะประตูบานเลื่อน พื้นที่ส่วนนี้เป็นพื้นที่แบ่งไปส่วนต่างๆของห้อง ซึ่งเป็นทั้งส่วนเชื่อมไปครัว ห้องนั่งเล่น ห้องนอน รวมถึงห้องน้ำด้วยเช่นกัน ถือว่ามีขนาดพื้นที่กว้าง สามารถเดินได้สะดวก

มาดูที่ส่วนห้องนั่งเล่นกันครับ มีการจัดพื้นที่ภายในห้องสำหรับห้องนั่งเล่นไว้ค่อนข้างเป็นสัดส่วน เหมาะกับผู้ใช้ประมาณ 1-2 คน วางชุดโซฟาแบบ 2-3 ที่นั้ง ได้พอดีกับการใช้งาน พร้อมชั้นวางของใต้ทีวี ส่วนด้านในเป็นพื้นที่ทำงานติดกับแผงกระจกขนาดใหญ่ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ส่วนต่างๆนี้ทางโครงการจะให้มาด้วยทั้งหมดครับ

ระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 2.3 เมตร ในระยะประมาณนี้สามารถเลือกทีวีขนาด 45″- 50″ ได้ครับ แต่ถ้าใครจะอยากนอนดูทีวีจากเตียงก็อาจจะเพิ่มขนาดของทีวีได้ครับ โดยใต้ทีวีมีชั้นวางของขนาด 0.22 x 2.25 เมตร เป็นแนวยาวมาให้ครับ Built-in ยกจากตัวพื้น ง่ายต่อการทำความสะอาด

พื้นที่ด้านในเป็นพื้นที่ทำงานทางโครการให้โต๊ะขนาด 2 x 0.5 เมตร ยาวตามแนวกระจก ซึ่งกระจกส่วนนี้เป็นกระจกขนาดใหญ่ ยกขอบขึ้นมาประมาณ 40 เซนติเมตร จากนั้นก็เป็นแนวกระจกประมาณ 2.2 เมตร โดยพื้นที่ตรงนี้มีจุดเด่นอีกข้อคือประตูที่สามารถเชื่อมต่อกับระเบียงได้ โดยไม่ต้องผ่านห้องนอนครับ ก็ทำให้ห้องนอนมีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

พื้นที่บริเวณนี้มีขนาดประมาน 1.2 x 2.2 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ค่อนข้างกว้าง สามารถพลิกเก้าอี้มานั่งดูทีวีด้วยกันได้ พื้นที่สามารถยกตะกร้าผ้าเดินเข้าออกระเบียงได้สะดวก

ที่ส่วนกระจกด้านผนัง เป็นแนวกระจกบน Fix กว้าง 2.1 เมตร และ กระจกบานกระทุ้งขนาด 1.7 x 0.6 เมตร สามารถเปิดระบายอากาศได้ครับ

ฝ้าเพดานภายในห้องนั่งเล่นจะได้แบบฉาบเรียบทาสี มีความสูง 2.8 เมตร ติดตั้งไฟ Downlight มาให้ พร้อมเครื่องปรับอากาศ 1 ตัว

ส่วนประตูกรอบบานอลูมิเนียม Powder Coating สีพิเศษ กระจกใส ขนาด 0.7 x 1.85 เมตร สามารถออกไปส่วนระเบียงได้ โดยไม่ต้องผ่านห้องนอน เมื่อมีผู้ใช้นอนอยู่ในห้องนอน แล้วอีกคนต้องการออกไประเบียง ก็ไม่ต้องเข้าไปรบกวนผ่านห้องนอน ถือว่าสะดวกมากครับ

โดยมีการยกขอบสูงขึ้นประมาณ 10 เซนติเมตร มีที่จับพร้อมตัวล็อคติดตั้งไว้ให้ ด้านข้างมีสวิทช์ไฟเปิดปิดที่ตัวระเบียงครับ

พื้นที่ภายนอกระเบียงมีขนาด 2.5 x 0.8 เมตร ปูด้วยกระเบื้องทั้งหมด มีการเก็บ Condensing unit แบบแขวนไว้ด้านบน ถูกบังด้วยระแนงเหล็กแนวนอน ทำให้มีพื้นที่ใช้งานระเบียงมากยิ่งขึ้น มีไฟกิ่งแขวนมาให้ 1 ดวงครับ

 

มาที่ส่วนต่อไปกันเลยครับ เป็นส่วนห้องนอนโดยจะมีประตูทางเข้าห้องนอนเป็นบานสไลด์ 3 ตอน ขนาดสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.8 เมตร ประตูกรอบบานอลูมิเนียม Powder Coating สีพิเศษ กระจกใส มีกรอบรางอยู่ที่พื้น เมื่อเปิดจนสุดจะมีระยะทางเดิน 1.65 เมตร ขนาดของกระจกแผ่นใหญ่ทำให้ห้องยังดูโล่งโปร่งอยู่ครับ อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกันของแสงธรรมชาติได้ดีอีกด้วย

รางของบานกระจกอยู่ที่พื้นครับ เวลาเดินอาจจะต้องระวังสักนิดนึง ระยะปลายเตียงถึงตัวบานกระจกมีระยะอยู่ที่ประมาณ 0.4 เมตร ซึ่งก็สามารถเดินได้ครับ แต่ถ้าต้องถือตะกร้าผ้าออกไปตากผ้าที่ระเบียง แนะนำให้ออกทางประตูห้องนั่งเล่นจะสะดวกกว่าครับ

เข้ามาดูในส่วนห้องนอนกันครับ ภายในห้องนอนพื้นที่ที่จัดให้มาถือว่าใช้งานแบบสบายๆ ไม่อึดอัด สามารถตั้งเตียงนอนขนาด 6 ฟุต เดินรอบเตียงได้รอบสะดวก ตำแหน่งห้องนอนจะอยู่ฝั่งริมติดหน้าต่าง ติดระเบียง ทำให้สามารถเปิดออกไปเดินสูดอากาศรับลมและ เมื่อปิดก็รับแสงธรรมชาติได้ดี ภายในห้องปูพื้นด้วย Hybrid Engineering Wood เช่นกันกับห้องนั่งเล่น ส่วนผนังเป็นแบบฉาบเรียบทาสี มีส่วนของพื้นที่แต่งตัว โดยห้องน้ำห้องเดียวของห้องซึ่งต้องเข้าจากทางห้องนอนครับ

ห้องนอนเป็นห้องที่สามารถทะลุออกไปส่วนระเบียงได้ ซึ่งแนวกระจกติดระเบียงก็กว้างสามารถรับแสงและระบายอากาศได้ดี

ประตูสไลด์ที่ระเบียงเป็นกรอบบานอลูมิเนียม Powder Coating สีพิเศษ กระจกใสเช่นเดียวกันส่วนอื่นๆ ซึ่งติดตั้งตัวล็อคและรางมาให้เรียบร้อย พร้อมใช้งานครับ

ส่วนพื้นที่ข้างทางเข้าออกระเบียงในห้องตัวอย่างค่อนข้างแคบครับ ซึ่งในห้องจริงเราสามารถขยับเตียงเข้ามาด้านในห้องมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มขึ้นที่ก่อนออกระเบียงครับ ให้เข้าออกได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

อีกส่วนหนึ่งเป็นจุดเด่นของห้องนอนนี้ คือจะมีพื้นที่แต่งตัวค่อนข้างกว้าง พร้อมตู้เสื้อผ้ามาให้ 2 ตู้บริเวณด้านหน้าห้องน้ำครับ

โดยพื้นที่หน้าตู้เหลือค่อนข้างเยอะพอสมควร ในห้องตัวอย่างมีพื้นที่เหลือประมาณ 90 เซนติเมตร จากขอบเตียงถึงหน้าบานตู้เสื้อผ้าครับ สามารถขยับเตียงเข้ามาได้อีกสักหน่อยครับ เพื่อเพิ่มพื้นที่ส่วนหน้าระเบียง

ตัวตู้เสื้อผ้าก็มีจุดเด่นอีกเช่นกันครับ คือส่วนตัวตู้ที่หน้าบานเป็นกระจก ภายในจะสามารถแขวนเสื้อผ้าได้ เป็นช่องเก็บของด้านล่าง จุดเด่นของตู้นี้คือบานกระจกแบบ Reflextion ครับ ซึ่งภายในตู้จะมีไฟ เมื่อเปิดไฟไว้ก็สามารถมองเห็นเสื้อผ้าภายในตู้ผ่านหน้าบานกระจกได้ แต่หากปิดไฟภายในตู้ ตัวหน้าบานกระจกตัวนี้จะทำหน้าที่เป็นกระจกเงา สามารถส่องเพื่อแต่งตัวได้ครับ

อีกตู้เป็นหน้าบานไม้ปกติซึ่งภายในของตู้นี้จะไม่เน้นแขวนเสื้อผ้าครับ แต่จะเน้นช่องวางเก็บหรือเก็บ Accessory ต่างๆ มากกว่า

ฝ้าเพดานห้องจริงจะได้เป็นแบบฉาบเรียบทาสีนะครับ มีไฟ Downlight ให้ พร้อมเครื่องประอากาศ 1 ตัว

มาดูในส่วนสุดท้ายของห้องนี้กันนะครับ ห้องน้ำของที่นี่จะมีความพิเศษอย่างนึงครับ คือจะมีการออกแบบให้มีการแบ่งสัดส่วนในแต่ละการใช้งานอย่างชัดเจน ในกรณีที่เช้าๆยุ่งๆ สามารถใช้ห้องน้ำร่วมกันได้ในเวลาเดียวกัน ช่วยประหยัดเวลาในการใช้งานได้ดีทีเดียวครับ ซึ่งภายในห้องน้ำจะใช้เป็นพื้นและผนังเป็นแกรนิตโต้ ส่วนกระจกบานกั้นสูง 2 เมตร ก็มีความพิเศษคือเป็นกระจก Tempered Laminate เนื้อกระจกแบบขุ่นในตัว ไม่ได้ติดฟิล์มหรืออะไร ทำให้ทนทานต่อการใช้งาน เวลาใช้งานก็ไม่โป๊ช่วยพลางสายตาได้ครับ

ทางเข้าห้องน้ำมีการยกขอบขึ้น 7 เซนติเมตรครับ ภายในประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ซ้ายสุดเป็นส่วนโถสุขภัณฑ์ ตรงกลางเป็นอ่างล้างหน้า และด้านขวาเป็นพื้นที่อาบน้ำ ซึ่งจะมีการยกขอบขึ้นเพื่อป้องกันน้ำเปียกส่วนอื่นๆ อีก 10 เซนติเมตรครับ อุปกรณ์ภายในห้องน้ำและบานกั้นทั้งหมดนี้ทางโครงการติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานครับ

มาดูที่ส่วนอ่างล้างหน้ากันก่อนครับ ตัวอ่างล้างหน้ามีตู้ใต้อ่างมาให้ด้วย ด้านหลังมีพื้นที่วางอุปกรณ์ต่างๆ มาพร้อมจกกระติดผนังสามารถเปิดได้ 2 ด้านครับ

กระจกสามารถเปิดได้ 2 ฝั่ง เพื่อแบ่งส่วนการเก็บของ อีกทั้งหน้าบานยังสามารถทำมุมได้หลายมุม น่าจะตอบโจทย์คุณผู้หญิงที่ต้องการเปลี่ยนมุมการส่องกระจก หรือดูทั้งสองมุมในเวลาเดียวกัน

ส่วนอ่างเป็นของ Cristina ขนาด 63 x 45 เซนติเมตร มีพื้นที่ด้านข้างอ่างวางสบู่ล้างมือ หรือ อุปกรณ์ต่างๆได้ อีกทั้งด้านหลังยังมีขอบอีกประมาณ 10 เซนติเมตร สำหรับวางอุปกรณ์ล้างหน้าแปรงฟันอีกด้วยครับ

ด้านล่างมีช่องใต้อ่าง ซึ่งนอกจากจะมีช่องเก็บของแล้วนั้น ยังจะเป็นส่วนเครื่องทำน้ำอุ่นของส่วนอาบน้ำด้วยครับ

ส่วนต่อมาคือส่วนโถสุขภัณฑ์ ซึ่งจะถูกแยกส่วนออกไปใช้เจน ประตูมีราวจับ เข้าออกได้สะดวก

ภายในมีพื้นที่ค่อนข้างสะดวกครับ ประมาณ 95 เซนติเมตร ตัวโถสุขภัณฑ์เป็นของ American Standard ติดตั้งพร้อมสายชำระและที่ใส่กระดาษชำระด้านข้าง โดยมีด้านหลังเป็นผนังเจาะช่องประมาณ 10 เซนติเมตร สำหรับวางของได้ด้วยครับ

อุปกรณ์สายชำระของ Kohler ขนาดพอดีใช้งานง่ายและที่ใส่กระดาษเป็นสีแสตนเลสทั้งคู่  ติดตั้งมาในตำแหน่งที่เหมาะสม พร้อมใช้งานครับ

ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีขนาดภายในประมาณ 1 x 0.9 เมตร ค่อนข้างใหญ่ มีช่องระบายน้ำที่มุม ยกขอบทางเข้าส่วนนี้สูงขึ้น 10 เซนติเมตร

ส่วนอาบน้ำมีให้เลือกทั้ง Hand Shower และ Rain Shower ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของ Kohler ทั้งชิ้น สามารถปรับระดับความแรงของน้ำได้จากตัวก็อกด้านล่าง เป็นสีสแตนเลสทั้งอัน เข้ากันกับส่วนอื่นของห้องน้ำ ใช้งานง่ายครับ

ตัว Hand Shower มีรูปทรงที่ค่อนข้างแปลกตา แต่มีปุ่มให้เลือกรุปแบบสายน้ำและความแรงของน้ำได้ ขนาดเบาจับได้ถนัดมือ

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี มีไฟ Downlight ให้ 3 ดวง และติดตั้งเครื่องดูดอากาศมาให้ด้วยครับ

ส่วนห้องตัวอย่างห้องที่ 2 ที่เราจะมาดูกันนี้นะครับ เป็นห้อง 2 Bedrooms ขนาดพื้นที่ 57 ตร.ม. ซึ่งตั้งอยู่บนอาคาร B (ปัจจุบันยังไม่เปิดขาย) ห้องนี้จัดมาให้แบบ Fully Furnished เช่นเดียวกัน พื้นห้องส่วนใหญ่ปูด้วย Hybrid Engineering Wood มีเพียงห้องครัวและห้องน้ำที่ปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ภายในห้องความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.8 m. รูปร่างของห้องเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า จัดพื้นที่การใช้งานภายในห้องหลักๆ เป็น 6 ส่วน ได้แก่ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว, ห้องนอน Master Bedroom, ห้องนอน Second Bedroom, ห้องน้ำ 2 ห้องและระเบียงซักล้าง มีการจัดพื้นที่การใช้งานในส่วนต่างๆไว้เป็นสัดส่วน แยกพื้นที่ส่วนกลางและส่วนพักผ่อนออกจากกันอย่างชัดเจน เมื่อเปิดประตูเข้ามาฝั่งขวามือจะเจอกับพื้นที่รับประทานอาหารซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของห้องนั่งเล่น เดินผ่านเข้ามาจะพบพื้นที่ห้องนั่งเล่นขนาดค่อนข้างกว้าง ที่สามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ได้ ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังระเบียงได้ หันกลับมาฝั่งซ้ายมือ ตรงข้ามกับห้องนั่งเล่นจะเป็นส่วนห้องครัวแบบปิด พื้นที่ครัวมีฉากกั้น ทำให้สามารถปรุงอาหารได้เป็นสัดส่วน อีกทั้งยังไม่ต้องกังวลปัญหาเรื่องกลิ่นและควันจะไปรบกวนส่วนอื่นของห้องอีกด้วย

ส่วนต่อมาเป็นทางเข้าสู่ส่วนพักผ่อน มีทางเดินเพื่อนำเข้าสู่พื้นที่ห้องนอนทั้ง 2 ห้อง โดยแยกออกเป็นซ้ายและขวาที่สุดทางเดิน โดยมีห้องน้ำหลักของห้องอยู่ระหว่างสุดท้างเดิน ซ้ายมือเป็นส่วนของห้องนอนรอง ซึ่งจะมีพื้นที่ภายในสำหรับตู้เสื้อผ้ามาให้ด้วย อีกฝั่งด้านขวาคือห้องใหญ่ติดริมอาคารพร้อมกระจกขนาดใหญ่เข้ามุม ภายในมีพื้นที่แต่งตัวและห้องน้ำส่วนตัวขนาดใหญ่พอสมควร ไปดูรายละเอียดภายในห้องกันเลยครับ

เข้ามาที่ส่วนแรกจะพบส่วนรับประทานอาหารซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของห้องนั่งเล่น พื้นภายในห้องนี้จะเป็นพื้น Hybrid Engineering Wood แบบเดียวกันกับห้อง 1 Bedroom เมื่อสักครู่นะครับ จะมีผนังเป็นแบบฉาบเรียบทาสีปกติ โดยภายในห้องนี้จะมีระดับพื้นถึงฝ้า 2.8 เมตร เช่นกันแต่ในส่วนห้องนั่งเล่นจะพิเศษหน่อยครับ คือทางโครงการจะมีการ Drop ฝ้าให้ในส่วนครัวและส่วนทางเดินจะมีระดับพื้นถึงฝ้า 2.5 เมตร ซึ่งภายในห้องนอนก็จะเป็นระยะ 2.8 เมตร ปกติครับ

ส่วนแรกคือส่วนห้องนั่งเล่นและส่วนพื้นที่รับประทานอาหาร ซึ่งทางโครงการจัดวางมาไว้ติดผนัง​ ซึ่งจะมีกระจกบาน Fix ขนาดประมาณ 70 x 1.5 เมตร มาให้ด้วยครับ ภายในเป็นส่วนพื้นที่นั่งเล่นค่อนข้างใหญ่ ด้านในเป็นกระจกเชื่อมต่อกับระเบียงที่สามารถรับแสงธรรมชาติเข้าสู่ภายในห้องได้ค่อนข้างเยอะ ทำให้สว่างทั้งห้องในเวลากลางวัน แทบจะไม่ต้องเปิดไฟกันเลยล่ะครับ

พื้นที่โต๊ะกินที่ถูกจัดไว้ให้สำหรับ 4 ท่าน มีขนาดประมาณ 75 x 130 เซนติเมตร และได้ตัวเก้าอี้ลักษณะนี้เลยครับ ซึ่งอาจจะบิดวางเอาด้านยาวขนานส่วนผนังก็จะสามารถเพิ่มพื้นที่ส่วนทางเดินตรงกลางได้อีกครับ และทำให้ห้องดูโล่งกว้างมากยิ่งขึ้น

โดยในห้องตัวอย่างจะเหลือพื้นที่จากโต๊ะถึงขอบผนังอีกฝั่งไว้เดินประมาณ 1.1 เมตร ซึ่งก็ถือว่าเยอะและเพียงพอต่อการเดินไปมาอย่างสบายๆ

ส่วนต่อมาคือส่วนพื้นที่นั่งดูทีวี มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง สามารถวางโซฟาตัว L หรือจะวาง 3 ด้านเลยก็ยังได้ครับ นอกจากนั้นยังติดกับประตูบานเลื่อนที่สามารถออกไปสูดอากาศที่ระเบียงได้ กระจกประตูขนาดใหญ่ทำให้รับแสงจากภายนอกได้เยอะ ทำให้ห้องดูสว่างตลอดทั้งวัน

ซึ่งบริเวณนี้จะมีระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 2.4 เมตร ในระยะประมาณนี้สามารถเลือกทีวีขนาด 45″- 50″ ได้ครับ

บานประตูสไลด์กรอบบานอลูมิเนียม Powder Coating สีพิเศษ กระจกแบบใสขนาด บานละ 0.9 เมตร สูง 2.5 เมตร สามารถออกได้ทั้งซ้ายและขวา

ประตูสไลด์ที่ระเบียงเป็นกรอบบานอลูมิเนียม Powder Coating สีพิเศษ กระจกใส เช่นเดียวกันส่วนอื่นๆ ซึ่งติดตั้งตัวล็อคและรางมาให้เรียบร้อย พร้อมใช้งานครับ มีขอบยกสูงขึ้น 10 เซนติเมตร ป้องกันน้ำไหลย้อนเข้าตัวห้องครับ

พื้นที่ภายนอกระเบียงมีขนาด 2.3 x 0.9 เมตร ปูด้วยกระเบื้องมีการเก็บ Condensing unit แบบแขวน ถูกบังด้วยระแนงเหล็กแนวนอน ทำให้มีพื้นที่ใช้งานระเบียงมากยิ่ง มีแนวเปิด-ปิดส่วนเก็บ Condensing unit ภายในเหลือพื้นที่ด้านหลังสามารถเก็บของได้อีกครับ แต่อาจจะต้องคำนึงถึงความร้อนและความชื้นด้วย ภายนอกมีไฟกิ่งมาให้ 1 ดวงครับ

กลับเข้ามาภายในห้องนั่งเล่น ฝั่งด้านในสุดคือส่วนครัว ซึ่งเป็นครัวปิด เราไปชมรายละเอียดกันครับ

ฝ้าที่จะได้ของส่วนห้องนั่งเล่นจะเป็นแบบในรูปเลยครับ โดยมีระยะด้านบนสุด 2.9 เมตร ลดด้านข้างลงมา เหลือ 2.7 เมตร มีการติดตั้งไฟซ่อนไว้ให้ พร้อมไฟ Downlight ให้มา 3 ดวง ระบบปรับอากาศเป็นแบบฝั่งใต้ฝ้า

ส่วนพื้นที่ครัวปิดมีส่วนแรกเลยคือส่วนฉากกั้นทำหน้าที่ปิดพื้นที่ให้ไม่ส่งกลิ่นและควันไปรบกวนส่วนอื่นๆภายในห้อง พร้อมทั้งตู้ใส่รองเท้าด้านข้างทั้งสองข้าง เหนือตู้มีกระจกบาน Fix สูงจรดฝ้า ทำให้ห้องครัวดูโล่ง ไม่ตัน อีกทั้งยังได้รับแสงจากระเบียงห้องได้อีกด้วยครับ

ส่วนตู้รองเท้าด้านข้างก็มีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเช่นเคยครับ มีทั้งลิ้นชักใส่ของ และที่แขวนร่มและกุญแจ ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆดีครับ

ประตูบานเลื่อนสูงจรดฝ้าส่วนครัว เป็นกรอบบานอลูมิเนียม Powder Coating สีพิเศษ กระจกใส่ เช่นเดียวกัน มีขนาด 2.5 x 0.9 เมตร

มีที่จับติดตั้งมาพร้อม อีกทั้งยังมีกำมะหยี่ ช่วยลดการกระแทกของประตู ทำให้เมื่อเวลาปิดเปิดจะไม่เกิดเสียงดังและกันฝุ่นได้

ประตูบานเลื่อนจะมีกรอบรางอยู่ด้านบน ทำให้ด้านล่างเป็นพื้นเรียบเสมอกันไปครับ ช่วยแก้ปัญหาการเดินสะดุด

ด้านล่างที่พื้นที่ขอบคิ้วขึ้นมาประมานครึ่งเซนติเมตร เป็นเหมือนตัวจบของพื้นทั้งสองฝั่งเพื่อเปลี่ยนเข้าส่วนครัวที่เป็นพื้นแกรนิตโต้ 60 x 60  เหมาะสมกับการใช้งานในครัวง่ายต่อการทำความสะอาด

รายละเอียดของชุดครัวจะเหมือนกับของห้อง 1 Bedroom เกือบทั้งหมดครับ โดยหน้าบานจะเป็นเมลามีนเคลือบเงา มีชั้นดึงลงมาเพื่อเก็บแก้ว และราวแขวน Taplet เช่นเดียวกัน

บานตู้มีตัวบานพับและเปิดปิดด้วยระบบ Soft Close ทำให้ไม่เกิดการกระแทก ลดปัญหาเรื่องเสียดังและความเสียหายได้ดี

เคาน์เตอร์ครัวปิดผิวด้วยหินเทียม มีลักษณะเป็นตัว L เกือบๆ จะ เป็นตัว U ด้วยซ้ำครับ ซึ่งในแต่ละด้านจะมีหน้าที่และอุปกรณ์แตกต่างกันไป โดยด้านในสุดจะเป็นส่วนของพื้นที่อ่างล้างจาน ส่วนตรงกลางเป็นพื้นที่เตาไฟฟ้า และส่วนที่เล็กที่สุดคือพื้นที่เตรียมอาหารครับ ซึ่งจะติดกับทางเข้าออกห้องครัว ด้านหลังเคาน์เตอร์ปิดผิวด้วยกระเบื้องคัดเกรดพิเศษ ง่ายต่อการทำความสะอาด

อ่างล้างจานยี่ห้อ MEX มีแผ่นหินเทียมให้มาเช่นกันครับ

เตาไฟฟ้าขนาดใหญ่ขึ้น แต่ได้เป็น 2 เตาเช่นเดิมครับ พร้อมกับเครื่องดูดอากาศที่ส่งอากาศออกไปภายนอกอาคาร ของ MEX ทั้งคู่เป็นระบบ Touch Screen ง่ายต่อการใช้งาน ด้านข้างเหลือพื้นที่เตรียมอาหารค่อนข้างเยอะ สะดวกทีเดียวครับ

ด้านล่างมีหน้าบานเปิด ภายในบานเปิดซ้ายสุดคือส่วนถังขยะติดกับฝาบาน เมื่อเปิดหน้าบานก็มีการเลื่อนตัวถังขยะออกมาด้วย ง่ายต่อการใข้งาน ส่วนขวาคือช่องสำหรับใส่เครื่องซักผ้า ซึ่งทางโครงการเว้นไว้ให้ประมาณ 58 เซนติเมตร สามารถวางเครื่องซักผ้าแบบเปิดบานด้านหน้าไซต์มาตรฐานได้สบายๆครับ

ส่วนอีกด้านที่เหลือเป็นช่องสำหรับเก็บอุปกรณ์ภายในครัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นลิ้นชักสำหรับเก็บช้อนส้อม หรือช่องสำหรับเก็บจานชาม กะทะ หม้อ รวมถึงมีการเว้นช่องไว้ให้สำหรับวางเตาอบหรือไมโครเวฟด้วยครับ

อีกด้านหนึ่งที่ยังไม่ได้พูดถึงคือช่องสำหรับวางตู้เย็น ซึ่งจะมีขนาดเว้นไว้ให้ประมาณ 1.2 เมตรเลยทีเดียว สามารถวางตู้เย็นรุ่นเปิดบานคู่ได้สบายๆครับ

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี ซึ่งส่วนพื้นที่ครัวนี้จะมีระดับพื้นถึงฝ้า 2.5 เมตร นอกจากนั้นยังติดไฟ Downlight มาให้ 1 ดวง พร้อมพัดลมดูดอากาศแบบส่งออกไปนอกอาคารด้วยครับ

มาที่ส่วนต่อไป เป็นทางเชื่อมไปยังส่วนพักผ่อนของตัวห้องครับ ซึ่งภายในจะประกอบไปด้วย 3 ห้องหลักๆ คือ ห้องนอนหลักและห้องน้ำในตัว, ห้องนอนรอง และ ห้องน้ำหลักของห้อง ครับ

โดยจะมีความกว้างของทางเดินอยู่ที่ประมาณ 1 เมตร ซึ่งถือว่าเดินเข้าออกกันได้สบายเลยครับ มีประตูแยกไป 3 ห้องต่างๆ ห้องนอนใหญ่ทางซ้ายมือ และห้องนอนรองทางขวามือ ส่วนห้องน้ำจะอยู่ระหว่างทางเดิน ซึ่งตำแหน่งของห้องน้ำวางอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เข้าถึงง่ายจากทุกพื้นที่ภายในห้อง อีกทั้งยังมีส่วนอาบน้ำสำหรับห้องนอนรอง ทำให้ผู้ใช้ในห้องนอนรองไม่ต้องเดินออกไปไกลก็สามารถเข้าถึงได้เลยครับ

เข้ามาส่วนห้องน้ำครับ ภายในห้องน้ำจัดแบ่งการใช้งานส่วนเปียกและส่วนแห้ง ตกแต่งด้วยโทนสว่าง ใช้ลายหินอ่อนในการตกแต่ง วัสดุปูพื้นและผนังคือกระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60×60 โดยทางโครงการให้ชุดอ่างล้างหน้าพร้อมกระจกเงายาวติดกระจกมาให้ และสุขภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ต่างๆภายในห้องน้ำ รวมไปถึงฉากกั้นอาบน้ำ ที่ช่วยป้องกันการกระเด็นของน้ำ และยังเป็นการแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจนอีกด้วยครับ

พื้นที่ภายในห้องน้ำมีพื้นที่การใช้งานค่อนข้างลงตัว เรียงลำดับส่วนแห้งและส่วนเปียกได้ดี พื้นที่ทางเข้ามีการยกขอบขึ้นมาประมาณ 2 เซนติเมตร ภายในส่วนอาบน้ำยกขอบขึ้น 10 เซนติเมตร

เข้ามาส่วนแรกที่จะพบคืออ่างล้างหน้าทางขวามือ ซึ่งจะมีรายละเอียดต่างๆ เหมือนกันกับของห้อง 1 Bedroom ครับ

อ่างล้างหน้ายี่ห้อ Cristina  มีพื้นที่ด้านข้างสามารถวางของได้ ด้านหลังมีเว้นขอบให้ 10 เซนติเมตรวางของ ด้านบนเป็นกระจกติดผนัง เปิดได้สองฝั่ง ส่วนด้านล่างมีหน้าบานเปิดได้ ไว้เก็บเครื่องทำน้ำอุ่นที่ส่วนอาบน้ำ และช่องเก็บของครับ

ภายในมีพื้นที่ค่อนข้างสะดวกครับ ตัวโถสุขภัณฑ์เป็นของ American Standard ติดตั้งพร้อมสายชำระและที่ใส่กระดาษชำระด้านข้าง โดยมีด้านหลังเป็นผนังก่อประมาณ 10 เซนติเมตร สำหรับวางของได้ด้วยครับ

ส่วนอาบน้ำมีฉากกั้นกระจกสูง 2 เมตร กระจก Tempered Laminate เนื้อกระจกแบบขุ่นในตัว พร้อมที่จับ ด้านล่างมีการก่อขอบขึ้นมา 10 เซนติเมตร ฝั่งตรงข้ามโถสุขภัณฑ์มีราวสแตนเลสสำหรับแขวนผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้า

ภายในส่วนอาบน้ำมีพื้นที่ 1.3 x 1 เมตร มีเว้นร่องผนังเป็นช่องขนาดประมาณ 0.45 x 0.3 เมตร มีจุดระบายน้ำอยู่ที่มุมครับ

ส่วนอาบน้ำมี Hand Shower ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของ Kohler ทั้งชิ้น สามารถปรับระดับความแรงของน้ำได้จากตัวก็อกด้านล่าง เป็นสีสแตนเลสทั้งอัน เข้ากันกับส่วนอื่นของห้องน้ำ ใช้งานง่ายอีกทั้งยังเว้นช่องสำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำด้านข้างไว้ให้ 2 ช่องครับ

ผ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี มีไฟ Downlight ให้ 2 ดวง พร้อมพัดลมดูดอากาศครับ

มาต่อกันที่ห้องนอนใหญ่ของห้องนี้กันเลยครับ ภายในห้องนอนพื้นที่ที่จัดให้มาถือว่าใช้งานแบบสบายๆ ไม่อึดอัด ระดับพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.8 เมตร พื้นที่สามารถตั้งเตียงนอนขนาด 6 ฟุต เดินรอบเตียงได้รอบสะดวก ตำแหน่งห้องนอนจะอยู่ฝั่งริมติดหน้าต่างบานFix และมีบานกระทุ้งให้สามารถเปิดออกรับลมได้ ภายในห้องปูพื้นด้วย Hybrid Engineering Wood เช่นกันกับห้องนั่งเล่น ส่วนผนังเป็นแบบฉาบเรียบทาสี มีส่วนของพื้นที่แต่งตัวในห้อง โดยมีห้องน้ำภายในตัวครับ ซึ่งภายในห้องนอนใหญ่มีพื้นที่ของห้องเก็บของมาให้อีกด้วยครับ

ห้องนอนเป็นห้องที่มีแนวกระจกกว้างสามารถรับแสงและระบายอากาศได้ดี อีกทั้งยังมีบานกระทุ้งให้เปิดรับลมกันอีกด้วย

จุดเด่นอีกจุดของห้องนี้คือมีกระจกที่เข้ามุม ทำให้สามารถรับวิวได้มากกว่า 180 องศา อีกทั้งยังมีบานกระทุ้งขนาด 1.6 x 0.5 เมตร เพื่อเปิดรับลมอีกด้วยครับ

ภายในห้องมีห้องเก็บของ ซึ่งหน้าบานอาจจะติดเตียงสักหน่อย เนื่องจากในห้องตัวอย่างมีการ Built-in ที่หัวเตียง ทำให้ระยะร่นมากกว่าเดิมครับ ห้องนี้มีความสำคัญมากกว่าที่หลายๆคนคิด ซึ่งคอนโดส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้มีมาให้เท่าไรนัก สำหรับของที่นานๆทีได้เอาออกไปใช้ หรือไม่รู้จะวางตรงไหนในห้อง ช่วยทำให้ห้องไม่ดูรก และมีพื้นที่เก็บของที่เป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้นครับ

ภายในห้องเก็บของมีขนาด 0.75 x 0.8 สามารถเก็บของขนาดใหญ่ได้พอสมควรเลย

ด้านข้างติดกระจกก็มีพื้นที่เหลือค่อนข้างเยอะ ประมาณ 40 เซนติเมตร สามารถวางโต๊ะข้างเตียงได้

พื้นที่ปลายเตียงอาจจะเหลือไม่เยอะมากนัก มีสวิทช์สำหรับติดตั้งทีวีแบบแขวนมาให้ ซึ่งในห้องตัวอย่างเหลือพื้นที่ประมาณ 40 ซม. หากติดทีวีแล้วอาจจะต้องเดินระวังหน่อยครับ

อีกมุมสำคัญของห้องนี้ คือส่วนแตกตัวหน้าห้องน้ำ ที่ทางโครงการออกแบบเตรียมมาไว้ให้ครับ โดยจะมีตู้เสื้อผ้าสองตู้ตั้งเป็นตัว L เป็นหน้าบานกระจกใส มีรายละเอียดอย่างที่กล่าวไปในห้องที่แล้ว ว่าเมื่อปิดไฟ จะมีคุณสมบัติสามารถเป็นกระจกเงาส่องตัวได้ด้วย

พื้นที่หน้าห้องน้ำเหลือค่อนข้างเยอะเลยครับ จากผนังถึงหน้าบานตู้ประมาณ 2 เมตรสามารถหมุนตัวดูกระจกได้สบายๆ

กรอบหน้าบานตู้ยังมีตัวจับที่ง่ายต่อการเปิดปิดอีกด้วยครับ

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี มีไฟ Downlight ให้ มีแอร์ติดตั้งให้ 1 ตัว

ภายในห้องน้ำ จะมีลักษณะเหมือนกับของห้อง 1 Bedroom คือจะมีการออกแบบให้มีการแบ่งสัดส่วนในแต่ละการใช้งานอย่างชัดเจน และมีกระจกบานกั้นสูง 2 เมตร ก็มีความพิเศษคือเป็นกระจก Tempered Laminate เนื้อกระจกแบบขุ่นในตัว เป็นตัวแบ่งในแต่ละโซนการใช้งาน

พื้นที่ภายในส่วนตรงกลางกว้างประมาณ 1 เมตร เข้า-ออกสะดวก อีกทั้งบานเปิดด้านข้างยังเป็นแบบผลักเข้าไปด้านในส่วนอาบน้ำและโถสุขภัณฑ์ ทำกรณีที่มีคนยืนแปรงฟันอยู่ อีกคนก็สามารถเดินเข้าออกได้สบายๆ ครับ

อ่างล้างหน้าก็จะเป็นแบบเดิมกับของอีกห้องนึง ตัวอ่างล้างหน้ามีตู้ใต้อ่างมาให้ด้วย  มาพร้อมจกกระติดผนังสามารถเปิดได้ 2 ด้านเช่นเคยครับ

ส่วนต่อมาคือส่วนโถสุขภัณฑ์ ซึ่งจะถูกแยกส่วนออกไปใช้เจน ประตูมีราวจับ เข้าออกได้สะดวก พร้อมสายชำระและที่ใส่กระดาษชำระ เช่นเดียวกันกับห้อง 1 Bedroom

ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีขนาดภายในประมาณ 1.2 x 0.9 เมตร ค่อนข้างใหญ่ มีรูระบายน้ำที่มุม ยกขอบทางเข้าส่วนนี้สูงขึ้น 10 เซนติเมตร

ส่วนอาบน้ำมีให้เลือกทั้ง Hand Shower และ Rain Shower ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของ Kohler ทั้งชิ้น สามารถปรับระดับความแรงของน้ำได้จากตัวก็อกด้านล่าง เป็นสีสแตนเลสทั้งอัน เข้ากันกับส่วนอื่นของห้องน้ำ ใช้งานง่ายครับ

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี มีไฟ Downlight ให้ 3 ดวง และติดตั้งเครื่องดูดอากาศมาให้ด้วยครับ

มาถึงห้องสุดท้ายครับ ห้องนอนรองซึ่งห้องนี้จะมีขนาดเล็กลงมาหน่อยจากห้องนอนหลัก จะยังคงมีระดับพื้นถึงฝ้า 2.8 เมตร เท่ากันกับห้องนอนหลัก ภายในมีพื้นที่สามารถเดินได้รอบด้านมีแนวกระจกทั้งแนวติดด้านข้าง

ภายในห้องติดบานหน้าต่างบานใหญ่พร้อมบานกระทุ้งให้เปิดรับลมระบายอากาศได้ อีกทั้งยังมีตู้เสื้อผ้าให้ 1 ตู้ ที่ปลายเตียง

ปลายเตียงมีตู้เสื้อผ้าให้ 1 ตู้แบบหน้าบานทึบ ซึ่งอาจจะมีระยะค่อนข้างชิดปลายเตียงเกินไปสักนิด อาจจะยืนแต่งตัวลำบาก แต่สามารถหยิบเสื้อผ้าออกมาแต่งตัวด้านข้างเตียงอีกฝั่งจะสะดวกกว่าครับ

หน้าบานมีที่จับที่ใช้งานได้สะดวก รวมทั้งลิ้นชักต่างๆด้านในมีการทำมุมให้ใช้งานง่ายครับ

ด้านข้างมีระยะเหลือพอสมควร ประมาณ 40 เซนติเมตร สามารถวางโต๊ะหัวเตียงเล็กๆได้ครับ

ช่วงปลายเตียงมีระยะแคบไปสักหน่อย จากในห้องตัวอย่างมีระยะปลายเตียงเหลือประมาณ 40 เซนติเมตร เนื่องจากห้องตัวอย่าง Built in ผนังที่หัวเตียงด้วย ห้องจริงจะได้พื้นที่มากกว่านี้อีกประมาณ 10 เซนติเมตรครับ

พื้นที่ด้านข้างนี้ค่อนข้างสะดวกครับ สามารถขยับเตียงจากฝั่งระเบียงเข้ามาอีกได้ เพื่อให้ได้พื้นที่รอบที่ไม่อึดอัดจนเกินไป ภายในห้องตัวอย่างเลือกติดทีวีแขวนผนังทางด้านนี้ ทำให้เว้นพื้นที่ส่วนนี้ไว้ค่อนข้างเยอะ แล้วไปลดพื้นที่ฝั่งติดผนัง ซึ่งก็เป็นไอเดียในการตกแต่งครับ แล้วแต่ความชอบ

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี มีไฟ Downlight ให้ พร้อมเครื่องปรับอากาศ 1 ตัวครับ

สวิทช์และปลั๊กไฟทั้งหมดใช้ของ Siemens ครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 04 September 2018 

  • ห้อง 1 Bedroom อาคาร A ชั้น 12 ห้อง 1202 เนื้อที่ 29 ตร.ม. ราคา 4.7 ล้านบาท หรือ 162,038 บาท/ตร.ม.
  • ห้อง 1 Bedroom อาคาร A ชั้น 17 ห้อง 1711 เนื้อที่ 31.5 ตร.ม. ราคา 5.28 ล้านบาท หรือ 167,746 บาท/ตร.ม.
  • ห้อง 1 Bedroom อาคาร A ชั้น 25 ห้อง 2508 เนื้อที่ 34.9 ตร.ม. ราคา 6.26 ล้านบาท หรือ 179,315 บาท/ตร.ม.
  • ห้อง 2 Bedrooms อาคาร B ชั้น 10 ห้อง 1014 เนื้อที่ 51 ตร.ม. ราคา 8.8 ล้านบาท หรือ 172,775 บาท/ตร.ม.
  • ห้อง 2 Bedrooms อาคาร B ชั้น 25 ห้อง 2507 เนื้อที่ 60 ตร.ม. ราคา 11 ล้านบาท หรือ 184,460 บาท/ตร.ม
  • Fully Furnished
  • ฝ้าเพดานสูง 2.8 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • Digital Door Lock
  • เครื่องปรับอากาศ
  • Shuttle Bus ไปกลับ BTS เอกมัย
  • จอง 20,000 / 30,000 บาท
  • ทำสัญญา 70,000 / 100,000 บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด
  • ค่ากองทุน 700 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลางปีแรก 59 บาท/ตร.ม./เดือน ปีที่สอง 65 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล ของโครงการ  PITI เอกมัย  ตั้งอยู่ในย่านเอกมัย-ทองหล่อ ซึ่งเป็นหนึ่งในทำเลที่ได้รับความนิยมทั้งจากคนไทยและชาวต่างชาติโดยเฉพาะญี่ปุ่น จึงจะเห็นคอนโดในย่านนี้หลายๆแห่งที่ใช้ไอเดียความเป็นญี่ปุ่นมาใช้ในการออกแบบที่พักอาศัย ทำเลเอกมัยจัดเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย ธุรกิจร้านค้า แหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารอร่อยต่างๆมากมาย เปิดทั้งกลางวันกลางคืน รวมทั้งมีร้านกินดื่มและแหล่งเอ็นเตอร์เทนเมนต์จำนวนมาก สำหรับที่ตั้งของโครงการจะอยู่เอกมัยช่วงปลายใก้ลไปทางถนนเพชรบุรี ทำเลนั้นอาจจะไม่คึกคักเท่าช่วงที่ใกล้กับถนนสุขุมวิทแต่ก็เดินทางได้สะดวกและมีความเงียบสงบมากกว่า สามารถทะลุออกไปถนนเพชรบุรีได้ง่าย อีกทั้งยังไปถนนทองหล่อและถนนปรีดีย์ พนมยงค์ได้ง่ายเช่นกันมีตัวเลือกในการเดินทางค่อนข้างเยอะอยู่ครับ

การเดินทางโดยใช้รถ ค่อนข้างสะดวก เนื่องจากถนนเอกมัยเป็นถนนที่เชื่อมต่อระหว่างถนนสุขุมวิทและเพชรบุรี แม้จะมีปัญหารถติดบ้างแต่ก็ยังมีทางเลือกตามซอยต่างๆให้เลี่ยงรถติดได้หลายทาง โดยจากตำแหน่งที่ตั้งสามารถเข้าออกได้ง่ายจากทางถนนเพชรบุรีด้วยเช่นกัน หรือจะข้ามสะพานไปถนนพระราม 9 ตรงยาวต่อไปรามอินทราก็ได้ นอกจากนี้ยังมีซอยที่สามารถทะลุไปทองหล่อได้ เช่น ใช้ซอยทองหล่อ 20 (เอกมัย 21) และ ซอยแจ่มจันทร์ ทางลัดไปยังถนนปรีดีย์ พนมยงค์ โดยใช้ซอยเอกมัย 22  และหากอยากเชื่อมต่อไปยังถนนพระราม 4 ก็จะมีซอยสุขุมวิท 36 และ 40 ฝั่งตรงข้ามซอยเอกมัย ที่สามารถใช้เป็นถนนเชื่อมไปได้ และซอยสุขุมวิท  42 ก็สามารถใช้เชื่อมจากถนนพระราม 4 เข้ามายังถนนสุขุมวิทได้เช่นกัน อีกทั้งโครงการจัดที่จอดให้ 70% เป็นที่จอดแบบ Automatic Parking +จอดปกติ ซึ่งจากที่ได้ทำการสำรวจโครงการใกล้เคียงในพื้นที่ ถือว่าให้จำนวนที่จอดรถมากที่สุดเลย

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ ด้วยตำแหน่งของโครงการห่างจากตัวสถานี BTS เอกมัยอยู่ประมาณ 2 กิโลเมตร แต่ทางโครงการมีรถ EV Shuttle Bus 4 คัน รับส่งตลอด ทุกๆ 15 นาที สามารถเรียกรถผ่าน Application และไม่ใช่เฉพาะสถานีรถไฟฟ้า BTS เพียงเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่โดยรอบในย่านเอกมัย-ทองหล่อ โดยใช้ GPS ในการชี้ตำแหน่งรับส่ง ซึ่งถือว่าสะดวกมากๆ ซึ่งตัวโครงการมีป้ายรถเมล์ประกบซ้ายขวา ระยะห่างประมาณด้านละ 150 เมตร พอๆกัน อีกทั้งภายในซอยเอกมัยยังมีวินมอเตอร์ไซค์ Taxi และ รถกะป้อ วิ่งอยู่ตลอดเวลา

การออกแบบโครงการ คอนเซ็ปต์ของโครงการคือ IKIGAI (อิคิไก)ในภาษาญี่ปุ่น หมายความว่า “เหตุผลของการมีชีวิตอยู่” ทางโครงการก็ตีความเพิ่มเติมด้วยการมีความสุขในทุกๆโมเม้นต์ ทุกๆวันของการใช้ชีวิต มาใช้ในออกแบบทุกอย่างภายในโครงการตั้งแต่ตัวอาคาร ภายในห้อง จนถึงพื้นที่ส่วนกลางและการบริการพิเศษจากทางโครงการ ส่วนตัวอาคารจัดวางผังโครงการเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า 2 อาคาร วางอาคารไปตามรูปร่างของที่ดิน ทางโครงการมีการออกแบบชั้นพักอาศัยโดยแบ่งออกเป็น 2 อาคาร ก็เพื่อที่จะเพิ่มมุมมองได้วิวจากตัวห้องพักที่ได้มากขึ้น รวมถึงแก้ปัญหาอาคารใกล้เคียงที่บังวิวของทางห้องพักด้วยครับ ซึ่งแนวอาคารส่วนใหญ่ห้องพักจะได้รับวิวในทิศเหนือและใต้ ยกชั้น Facilities เหลักเกือบจะทั้งหมดปไว้ชั้นบนสุดของทั้ง 2 อาคารให้ใช้งานรับวิวกันแบบเต็มที่ ส่วนที่เหลือพื้นที่โดยรอบก็จัดเป็นพื้นที่สีเขียวเพื่อความสวยงามร่มรื่น

การออกแบบห้องพัก ภายในตัวห้องทางโครงการออกแบบให้มีการจัดสัดส่วนตัวห้องค่อนข้างดีเลยครับ ออกแบบพื้นที่ภายในห้องพักเริ่มต้นที่ 29-64 ตร.ม. ถือว่าเป็นขนาดที่ใช้งานได้สะดวก สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ง่าย อยู่อาศัยสองคนขึ้นไปได้สบายๆ เน้นการใช้งานที่มีความต่อเนื่องกันแต่ก็มีการแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนไม่อึดอัด โดยในแต่ละส่วนนั้นมีบานเลื่อนกั้นหรือประตูแบ่งออกจากกันชัดเจน แต่ก็ยังคำนึงถึงมุมมองภายในห้อง จึงเลือกใช้วัสดุที่ทำให้ห้องโปร่งโล่งน่าอยู่อาศัย เน้นการใช้กระจกบานใหญ่รับแสงธรรมลาติได้ดี ส่วนครัวปิดเหมาะกับการประกอบอาหาร ห้องนอนพื้นที่ใหญ่ว่างเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้ ส่วนระเบียงเข้าได้ 2 ทาง จากห้องนอนและห้อง นั่งเล่นช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน ไม่ต้องเดินผ่านห้องนอนไประเบียงก็ได้ ห้องน้ำแบ่งการใช้งานต่างๆจากห้องน้ำทั่วไป หากอยู่กัน 2 คนสามารถใช้ห้องน้ำร่วมกันได้ในเวลาเดียวกัน มีประตูกระจกกั้นแบ่งพื้นที่ไว้ให้

วัสดุ โครงการจัดมาให้แบบ Fully furnished ซึ่งให้เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องมาค่อนข้างครบ พร้อมอยู่เลยครับ ส่วนวัสดุในแต่ละส่วนที่โครงการมีให้ก็เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น พื้นภายในห้อง Hybrid Engineering Wood เป็นพื้นไม้พิเศษ หน้ากว้างกันรอยขีดข่วน กันน้ำซึม พื้นครัวปูกระเบื้องแกรนิตโต้เหมาะกับส่วนครัวทำความสะอาดง่าย ได้ชุดครับ Built in อุปกรณ์ต่างๆของ MEX ส่วนห้องน้ำโถสุขภัณฑ์ American Standard อ่างล้างหน้า Cristina สายชำระและอุปกรณ์อาบน้ำจาก Kohler ให้ฉากกั้นอาบน้ำและส่วนต่างๆมาครบเป็นกระจก Tempered Laminate เนื้อกระจกแบบขุ่นในตัว พร้อมตู้เสื้อผ้ากระจก Reflextion พิเศษ

สาธารณูปโภค พื้นที่ส่วนกลางมีขนาดพื้นที่ประมาณ 1,900 ตร.ม.  ที่ชั้น 1, 37 และ roof top ประกอบด้วย Sky Fitness, Swimming Pool, Heated Pool, Kid Pool ,Spa Room, Steam Room, Sky Library, Co-Kitchen, Tree House, Boxing Area, Golf Simulator ซึ่งในแต่ละส่วนของ Facilities ที่ได้มานั้นถูกออกแบบมาให้มีความพิเศษ สระว่ายน้ำโอลิมปิค 50 เมตร เน้นรับวิวมุมสูงเปิดโล่ง มีสระ Heated Pool และสระเด็กมาด้วย ส่วนห้อง Library เชื่อมต่อกับสวนภายนอกเล่นระดับพื้นเป็นขั้นบันได ทำให้ภายใน Library นอกจากจะนั่งอ่านบนโต๊ะ ยังจะมีสเตปให้นั่งเป็นขั้นบันไดอีกด้วย ถือว่าจัดมาให้หลากหลาย นอกจากนั้นยังมีบริการพิเศษหรือที่เรียกว่า Elite Service ให้กับลูกบ้าน เช่น Concierge Counter  คอยบริการจนถึงเที่ยงคืน, รถ EV Shuttle คอยรับส่ง มีบริการตลอด 24 ชม. รวมทั้งยังมีบริการอื่นๆ ผ่าน Sena 360° Service Application อีกด้วย

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 170,000 บาท/ตร.ม.,04 September 2018

  • ทำเล 7.5/10 – ติดถนนเอกมัย ฝั่งค่อนไปทางถนนเพชรบุรี เดินทางสะดวก
  • เดินทางด้วยรถ 7.75/10 – ค่อนข้างสะดวก มีซอยลัดเป็นทางเลือกได้หลายเส้นทาง ไม่ไกลจากทางด่วน
  • ไม่ใช้รถ 7.5/10 – ห่างจาก BTS เอกมัยประมาณ 2 กม. เรียกรถสาธารณะง่าย มี EV Shuttle Service รับส่ง 24 ชม.
  • วัสดุ 8/10 –  Fully Furnished พร้อมอยู่ เหมาะกับการใช้งาน พื้น Hybrid Engineering Wood
  • การออกแบบ 8/10 – ออกแบบดีเน้นพื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชั่นลงตัว น่าอยู่อาศัย
  • สาธารณูปโภค 9/10 – มีพื้นที่จอดรถ 70% ส่วนกลางจัดเต็มชั้นบนสุด บริการพิเศษ Elite Services
  • LUXURY CLASS
  • 7.78 / 10.00

BOTTOM LINE

โครงการ PITI เอกมัย เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดในย่าน เอกมัย-ทองหล่อ ที่เดินทางสะดวกหรือไปใช้รถไฟฟ้า BTS ได้ แนวคิดโครงการชัดเจน ออกแบบจัดห้องลงตัว Fully Furnished พร้อมอยู่ ชอบใช้พื้นที่ส่วนกลางใหญ่ๆได้วิวมุมสูง มีบริการพิเศษต่างๆ มีงบประมาณระดับ 4.45 – 11 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 32,000 – 84,000 บาท/เดือน

Share

Leave a Reply