พาชมทำเล Whizdom อโศก-สุขุมวิท คอนโดหรู วิวทะเลสาบ ใจกลางย่านอโศก จาก MQDC [รีวิวฉบับที่ 1668]

September 6, 2018 07:040 comments

รีวิวฉบับที่ 1668 … สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาไปชมทำเลโครงการ Whizdom อโศก-สุขุมวิท คอนโดหรูตัวใหม่ล่าสุดจาก MQDC บนทำเลใจกลางย่านอโศก ด้านหน้าโครงการติดถนนรัชดาภิเษก ด้านหลังติดซอยสุขุมวิท 16 ที่สำคัญคือได้วิวทะเลสาบด้วยนะ ใช่…ทะเลสาบใจกลางเมืองกรุงเทพเนี่ยแหละครับ เริ่มอยากรู้กันแล้วล่ะสิ ถ้างั้นเราไปชมกันเลยครับ

สำหรับข้อมูลของโครงการ Whizdom อโศกสุขุมวิท  สามารถชมได้ที่ คลิกที่นี่

Location
พิกัด : 13.732062, 100.560117

โครงการ Whizdom อโศก-สุขุมวิท ตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษกใกล้กับแยกอโศกมนตรี และมีที่ดินด้านหลังติดกับซอยสุขุมวิท 16 โดยถนนรัชดาภิเษกนี้เป็นถนนสายสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างถนนสุขุมวิทกับถนนพระราม 4 ดังนั้นถนนรัชดาภิเษกฝั่งขาเข้าจึงมีการจราจรค่อนข้างหนาแน่นพอสมควรเพราะเป็นถนนเส้นที่นิยมตัดเข้าถนนอโศกมนตรีเพื่อเชื่อมต่อไปถนนเพชรบุรีได้ง่ายที่สุด และสามารถเชื่อมต่อถนนสุขุวิทที่แยกอโศกเพื่อเลี้ยวซ้ายเข้าเมืองไปทางเพลินจิต ชิดลม สยาม ได้โดยตรง หรือจะเลี้ยวขวาเพื่อออกเมืองไปบางนา สมุทรปราการก็ได้ ส่วนถนนพระราม 4 ก็สามารถไป CBD ที่สำคัญอีกโซนหนึ่งอย่างสีลม สาทร หรือจะลงใต้ไปพระราม 3 และออกเมืองไปคลองเตย พระโขนง หรือบางนาได้ครับ นอกจากนี้ในที่ด้านหลังโครงการยังทำทางเข้า-ออกสำหรับคนเดินที่ถนนซอยสุขุมวิท 16 จึงทำให้เราสามารถเดินกลับบ้านมาจาก Skywalk ผ่านซอยนี้ได้ในระยะทางที่ใกล้กว่า โดยไม่ต้องไปอ้อมที่ด้านหน้าถนนใหญ่ครับ

มาดูด้านความอุดมสมบูรณ์กันบ้างนะ ต้องบอกว่าทำเลนี้ถือเป็นทำเลย่านอโศกฝั่งใต้และตัวโครงการเองก็ตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษกฝั่งขาออก ดังนั้นความอุดมสมบูรณ์จึงอิงตั้งแต่ถนนสุขุมวิทบริเวณใกล้กับแยกอโศก และลงมาตามเส้นถนนรัชดาภิเษกไปจนถึงย่านพระราม 4 เริ่มตั้งแต่ถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าเต็มไปด้วยอาคารสำนักงานและห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ อย่าง Terminal21, Interchange21 และ Exchange Tower ที่อยู่ตรงแยกอโศก หรือถ้านั่ง BTS ย้อนกลับมาที่สถานีพร้อมพงษ์ก็มีห้างหรูอย่าง EmQuartier และ Emporium ส่วนบนถนนรัชดาภิเษกซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการก็จะเต็มไปด้วยอาคารสำนักงานใหญ่ๆ ทั้ง C.T.I. Tower, Lake Ratchada Complex และ Ocean Tower รวมถึงมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของกรุงเทพอย่างสวนเบญจกิติซึ่งมีทะเลสาบขนาดใหญ่อยู่ฝั่งตรงข้ามโครงการ และในอนาคตยังมีสวนป่าเบญจกิติเฟสต่อๆไปเกิดขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ความอุดมสมบูรณ์ย่านพระราม 4 ก็มีไม่แพ้กัน เริ่มตั้งแต่แยกพระราม 4 ติดกับศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์จะมี Mega Project อย่าง The PARQ ซึ่งเป็นอาคาร Mixed-use ขนาดใหญ่ที่พัฒนาโดย TCC มูลค่าโครงการกว่า 14,000 ล้านบาท ประกอบด้วยอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงแรม 5 ดาว และศูนย์ประชุม รวมถึงตอนนี้ก็มีการขยายศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เพิ่มขึ้นเป็น 200,000 ตารางเมตร อีกด้วย ส่วนฝั่งตรงข้ามก็จะมี FYI CENTER มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท พัฒนาโดย Golden Land เป็นอาคารสำนักงาน 2 อาคารสูง 12 ชั้น และยังมี Modena By Fraser เป็นโรงแรมสูง 14 ชั้น พื้นที่ 10,000 ตารางเมตร ซึ่งปัจจุบันอาคารสำนักงานและโรงแรมก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการแล้วครับ และนอกจากนี้ในอนาคตก็จะมี Mega Project อีกแห่งหนึ่งซึ่งยังคงเกาะไปตามแนวสถานีรถไฟฟ้า MRT คือ ONE BANGKOK ที่อยู่ใกล้ๆ กับ MRT ลุมพินี และอยู่ใกล้กับสวนลุมพินีด้วย เป็นอาคาร Mixed-use ขนาดใหญ่ที่พัฒนาโดย TCC อีกเช่นกัน มูลค่าโครงการกว่า 120,000 ล้านบาท ประกอบด้วยอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงแรม และร้านค้า ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2564 ครับ

ส่วนในปัจจุบันความเจริญของย่านพระราม 4 ก็มีมากพอสมควร โดยจะอยู่บริเวณห้าง Big C และ Tesco Lotus ซึ่งแถวๆ นั้นจะเต็มไปด้วยอาคารสำนักงานอีกเช่นกัน ทั้งอาคารมาลีนนท์, บจก.เอสโซ่, อาคารสิรินรัตน์ และ Green Tower รวมถึงภายในซอยอารีย์ยังเป็นย่านคนมีเงินอยู่อาศัยกันเยอะ เพราะเป็นซอยที่เชื่อมต่อไปออกพร้อมพงษ์ที่มีห้างหรูได้ จึงทำได้ในซอยหลัง Big C นี้มีทั้ง K Village และคอมมูนิตี้มอล์ที่รวมร้านอาหารและภัตตาคารญี่ปุ่นแพงๆ อย่าง Nihomachi อีกด้วย

อีกหนึ่ง Highlight ของทำเลย่านนี้คือใกล้กับสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของกรุงเทพฯถึง 4  สวน เริ่มตั้งแต่สวนลุมพินีซึ่งมีเนื้อที่กว่า 360 ไร่ และมีทางจักรยานลอยฟ้าสามารถขี่จักรยานข้ามถนนมาเชื่อมต่อกับสวนป่าเบญจกิติและสวนเบญจกิติได้ โดยสวนเบญจกิติเป็นสวนที่มีจุดเด่นคือมีทะเลสาบขนาดใหญ่บนเนื้อที่กว่า 130 ไร่ ภายใต้แนวคิดป่ารักษ์น้ำ รวมไปถึงมีสวนป่าเบญจกิติซึ่งเดิมทีเป็นพื้นที่ของโรงงานยาสูบ แต่ปัจจุบันได้ส่งมอบให้กรมธารักษ์และถูกพัฒนาเป็น “สวนป่าเบญจกิติ” เพื่อให้กลายเป็นปอดแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ โดยได้แบ่งพื้นที่การพัฒนาออกเป็น 3 เฟสด้วยกันคือ เฟสแรกขนาดพื้นที่ 61 ไร่ ในปัจจุบันได้เปิดใช้บริการแล้วครับสามารถเดินเข้าไปชมสวนหรือวิ่งออกกำลังกายกันได้แล้วนะ ส่วนเฟสที่ 2 มีเนื้อที่ 170 ไร่ และเฟสที่ 3 มีเนื้อที่ 89 ไร่ ซึ่งรวมแล้วมีขนาดพื้นที่กว่า 320 ไร่เลยทีเดียว ถ้ายังไม่จุใจยังมีสวนสาธารณะอีก 2 แห่งที่สามารถขี่จักรยานไปตามฟุตบาทเพื่อไปต่อได้อีกด้วย มีทั้งสวนชูวิทย์เนื้อที่ 6 ไร่ และสวนเบญจสิริเนื้อที่ 29 ไร่ ซึ่งตัวโครงการ Whizdom อโศก-สุขุมวิท อยู่ในทำเลที่เรียกได้ว่าอยู่ตรงกลางซึ่งรายล้อมไปด้วยสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของกรุงเทพฯทั้ง 4 แห่งเลยทีเดียว สำหรับคนชอบออกกำลังกายหรือรักธรรมชาติต้องไม่พลาดแน่ๆ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถก็สะดวกมากๆ เพราะแยกอโศกเป็นทำเลที่ตั้งของรถไฟฟ้า Interchange ของ BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท ซึ่งอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 500 m. ทำให้เรามีทางเลือกให้การเดินทางเพิ่มมากขึ้น หรือจะเลือกใช้ MRT ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 950 m. ก็ได้นะ ถ้ากรณีที่อยากใช้ MRT แต่ไม่อยากไปขึ้นที่สถานีสุขุมวิทเพราะกลัวคนเยอะ

มาลองซูมดูใกล้ๆกันบ้าง อย่างที่บอกว่าระยะจากทางลง Skywalk ของ BTS อโศก บริเวณหน้า Exchange Tower จนมาถึงโครงการทางด้านหลังจากซอยสุขุมวิท 16 มีระยะทางประมาณ 500 m. เท่านั้น ซึ่งถือเป็นระยะที่เดินได้สบายๆ ครับ มีทางเท้าให้เดินและมีคนเดินอยู่ตลอดเวลาไม่เปลี่ยวแน่นอน หรือถ้าขี้เกียจเดินที่หน้าปากซอยสุขุวิท 16 ก็มีวินมอไซค์อยู่นะ ส่วนขาไปปากซอยก็มีวินมอไซค์ที่อยู่หลัง Lake Ratchada Complex ในระยะเพียง 50 m. เท่านั้นเอง แล้วถ้าจะนั่งวินไป MRT ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หรือพระราม 4 ก็จะมีวินมอไซค์อยู่ติดหัวมุมทางด้านหน้าขวาของโครงการเลยครับ ส่วนถ้าเราอยากจะไปสวนเบญจกิติก็มีสะพานลอยอยู่ในระยะเพียง 170 m. สามารถข้ามไปวิ่งออกกำลังกายหรือเดินชมสวนกันได้ง่ายๆ

ด้านการใช้ทางด่วนจะมีจุดขึ้นทางพิเศษเฉลิมมหานครแถวๆ เพลินจิต ซึ่งเราต้องไปกลับรถไกลพอสมควรเกือบถึงแยกพระราม 4 ระยะทางประมาณ 1.2 km. จากนั้นจึงตัดเข้าถนนสุขุมวิทวิ่งตรงไปทางเพลินจิตแล้วจึงเลี้ยวขวาขึ้นทางด่วนได้ในระยะทางประมาณ 4.4 km. ซึ่งถนนรัชดาฝั่งขาเข้านั้นรถจะติดมากตรงแยกอโศก(จากภาพเป็นเวลาประมาณ 8.00 น.) ต้องเผื่อเวลาดีๆด้วยนะครับ

มีอีกจุดหนึ่งที่อยากแนะนำเพราะไหนๆโครงการนี้ก็ตั้งอยู่ถนนฝั่งขาออกอยู่แล้วและรถติดน้อยกว่าขาเข้าด้วย ฉะนั้นเราสามารถที่จะมาขึ้นทางพิเศษเฉลิมมหานครที่พระราม 4 ได้ ซึ่งถึงแม้จะอ้อมกว่าสักเล็กน้อยแต่ก็ช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่าพอสมควร ไม่ต้องเสี่ยงรถติดที่แยกอโศกให้เสียเวลาครับ

ส่วนขากลับจาก ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ก็ให้ใช้ทางลงที่เพลินจิตเข้าสู่ถนนสุขุมวิท และเลี้ยวขวาที่แยกอโศกเพื่อตัดเข้าสู่ถนนรัชดาภิเษกซึ่งมีระยะเพียง 2 km. เท่านั้นเอง แต่รถก็ติดมากอยู่ดีนะโดยเฉพาะเวลาหลังเลิกงาน

อีกสิ่งหนึ่งที่ควรรู้สำหรับคนใช้รถใช้ถนนก็คือจุดกลับรถบนถนนรัชดาภิเษก ตลอดทั้งเส้นจะมีจุดกลับรถแค่ 2 จุดคือหัวกับท้าย และทางลัดต่างๆ ประกอบด้วย

  • เส้นสีแดง คือ จุดกลับรถเพื่อย้อนกลับเข้าเมืองซึ่งต้องไปกลับตรงบริเวณเกือบถึงแยกพระราม 4 มีระยะทางประมาณ 1.2 km.
  • เส้นสีเขียว คือ จุดกลับรถกรณีที่มาจากพระราม 4 และต้องกลับรถเพื่อมาโครงการ โดยมีระยะทางประมาณ 250 m. ซึ่งถือว่าเป็นระยะไม่กระชั้นชิดมากนัก สามารถเบี่ยงซ้ายเพื่อเตรียมเลี้ยวเข้าสู่โครงการได้ครับ
  • เส้นสีเหลือง เป็นถนนซอยสุขุมวิท 16 ที่อยู่ด้านหลังโครงการ สามารถเชื่อมต่อไปยังซอยเศรษฐีทวีทรัพย์เพื่อไปยังพระราม 4 ได้โดยมีระยะทางประมาณ 1.8 km. ซึ่งเส้นทางดังกล่าวจะมีบางช่วงที่เป็นทาง One way จะต้องขับตามเส้นทางดังภาพ ส่วนขากลับสามารถขับตรงมาตามทางปกติได้เลยครับ
  • เส้นสีฟ้า สามารถเชื่อมต่อไปออกพร้อมพงษ์ได้โดยใช้ซอยสุขุมวิท 24 มีระยะทางรวมจากโครงการมาตามเส้นสีเหลืองแล้วแยกออกมาตามเส้นสีฟ้ารวมประมาณ 2.8 km.

มาดูสภาพแวดล้อมโดยรอบที่ตั้งโครงการกันบ้างนะครับ โครงการ Whizdom อโศก-สุขุมวิท ตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษก และมีที่ดินด้านหลังติดกับซอยสุขุมวิท 16 โดยถนนรัชดาภิเษกเป็นถนนหลักเส้นใหญ่ซึ่งมีสวนเบญจกิติเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่อยู่ทางฝั่งขาเข้า และมีอาคารสำนักงานใหญ่ๆ ตั้งเรียงรายอยู่ทางฝั่งขาออก ซึ่งอาคารขนาดใหญ่หลายๆ อาคารจะมีพื้นที่เชื่อมต่อกับซอยสุขุมวิท 16 ที่อยู่ทางด้านหลังเช่นเดียวกับตัวโครงการ Whizdom เนื่องจากภายในซอยเป็นย่านชุมชนที่อยู่อาศัย มีร้านค้าร้านอาหารที่มีความอุดมสมบูรณ์มากกว่าฝั่งถนนใหญ่ด้านหน้า นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยโรงแรมและร้านนั่งดื่มซึ่งมีชาวต่างชาติพักอาศัยอยู่บริเวณนี้เป็นจำนวนมากเช่นกัน และที่สำคัญตัวโครงการ Whizdom จะสามารถมองเห็นวิวทะเลสาบขนาดใหญ่ของสวนเบญจกิติที่ด้านหน้าทางทิศตะวันตก รวมถึงมองเห็น City Line ไกลๆ และได้ดูพระอาทิตย์ตกดินสวยๆอีกด้วย ส่วนทางด้านข้างซ้ายกับขวาเป็นตึกอาคารสำนักงานสูง 32 และ 38 ชั้น ส่วนทางด้านหลังก็มีคอนโดมิเนียมสูง 26 ชั้นแต่ก็ไม่ได้อยู่ในระยะประชิดมากนะ ยังพอเห็นวิวได้อยู่บ้าง ทำเลจริงๆจะเป็นอย่างไร เราลองไปเดินดูพร้อมๆกันเลยครับ

สำหรับการเดินสำรวจในวันนี้ผมขอแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆด้วยกันคือ

  • เส้นสีแดง คือ เส้นทางเริ่มต้นตั้งแต่สถานี BTS อโศก เดินตาม Skywalk มาตามเส้นทางในซอยสุขุมวิท 16
  • เส้นสีเหลือง คือ เส้นทางเลียบถนนใหญ่รัชดาภิเษกทางด้านหน้า รวมไปถึงฝั่งตรงข้ามและสวนเบญจกิติด้วย
  • เส้นเขียว คือ เส้นทางโซนพระราม 4 เริ่มตั้งแต่ MRT ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ไปจนถึงแยกพระราม 4 และทางลัดจากซอยอารีย์ข้าง BigC ที่เชื่อมต่อมายังซอยสุขุมวิท 16 ได้

เริ่มต้นการเดินทางวันนี้ที่สะดวกที่สุดคือรถไฟฟ้า BTS อโศก ให้ใช้ทางออกที่ 6 เพื่อมายังโครงการครับ

เป็นที่ทราบกันดีว่า BTS อโศก เป็นสถานี Intercgange ระหว่างรถไฟฟ้า BTS สถานีอโศก และรถไฟฟ้ามหานคร MRT สถานีสุขุมวิท ซึ่งคนจะค่อนข้างเยอะมากๆ และมีทางเดินเชื่อมไปใต้ดินได้จากสถานี BTS เลยด้วย นอกจากนี้ตัวสถานียังมีทางเชื่อมต่อกับห้างใหญ่อย่าง Terminal21 ที่มีของขายต่างๆ มากมายและมีโรงภาพยนต์ขนาดใหญ่อยู่ชั้นบนด้วย แล้วยังขึ้นชื่อเรื่อง Foodcourt ที่มีอาหารถูกและอร่อยมากอีกด้วย ถ้าใครที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นประจำแล้วต้องกลับบ้านมาลงที่สถานีนี้ก็แนะนำให้แนะทานอาหารที่นี่กันก่อนกลับบ้านได้นะครับ

ส่วนทางไปโครงการให้เดินต่อไปตามทาง Skywalk ที่เชื่อมต่อข้ามแยกอโศกมนตรีที่ขึ้นชื่อว่ารถติดมาก แต่เราเดินอยู่บน Skywalk ก็เดินข้ามไปแบบชิลๆสบายๆได้เลย

เดินมาจะเจอป้ายบอกทางแยกทางซ้ายไปอาคาร Interchange21 หรืออาคารซิตี้แบงค์ และตรงไปอีกหน่อยจะเป็นทางไปอาคาร Exchange Tower ซึ่งเป็นทางไปโครงการนะครับ

เรามาแวะดูที่อาคาร Interchange21 กันก่อนนะ อาคารนี้มีทีเด็ดซ่อนอยู่เผื่อใครบางคนอาจได้ใช้เส้นทางนี้ก็ได้

เมื่อเข้ามาภายในอาคารเราจะเห็นป้ายบอกทางไป MRT สุขุมวิท ซึ่งเราสามารถไปรถไฟฟ้ามหานครได้โดยผ่านอาคารนี้ได้ โดยลงบันไดเลื่อนภายในอาคารตามป้ายมาเรื่อยๆ จนมาถึงชั้นที่มี Family Mart จะมีประตูกระจกบานเลื่อนที่เปิดออกไปภายนอกอาคาร ข้อดีของเส้นทางนี้คือเราสามารถมา MRT สุขุมวิท ได้โดยไม่ต้องเสี่ยงเปียกฝนหรือแดดร้อนๆด้านนอกมากนัก ถึงแม้จะเดินบน Skywalk ได้แต่ถ้าฝนสาดแรงๆก็เปียกได้เหมือนกันนะ

เมื่อออกมาด้านนอกจะมาโผล่ฝั่งตรงข้ามของ Terminal21 พอดี และทางฝั่งนี้ก็มีทางเข้าสถานีรถไฟฟ้า MRT สุขุมวิท เช่นกันนะ

อีกอย่างหนึ่งคือสถานีรถไฟฟ้า MRT สุขุมวิท นี้จะมี Metro Mall ตั้งอยู่ด้วย ภายในมีร้านสะดวกซื้อและร้านกาแฟหลายร้าน เหมาะสำหรับคนชอบนั่งทำงานตามร้านกาแฟโดยที่ไม่อยากไปเบียดเสียดแย่งกับคนอื่นตามห้างใหญ่ๆ เพราะที่นี่ก็มีคนมาใช้บริการอยู่พอสมควร แต่ยังพอมีที่นั่งเหลือให้ได้เลือกกันได้ตามอัธยาศัย หรือถ้าไม่อยากเสียตังค์ค่ากาแฟ ที่สุดปลายทางเดินนี้ก็มีจุดนั่งพักซึ่งมีปลั๊กไฟให้เสียบคอมหรือชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือได้ด้วยนะ

กลับมาที่ Skywalk ถ้าเรามองมาทางขวามือจะเห็นทางลงบริเวณด้านหน้าอาคาร Exchange Tower ซึ่งเราจะต้องลงตรงนั้นแล้วเดินไปตามทางเท้าเลียบถนนรัชดาภิเษกเรื่อยๆ จะเป็นเส้นทางไปโครงการครับ

เมื่อลงบันไดจาก Skywalk มาแล้วจะมาอยู่ที่หน้าอาคาร Exchange Tower บริเวณสี่แยกอโศกพอดี ให้เดินไปตามทางเดินเรื่อยๆ สังเกตได้ว่าตามทางเดินจะมีต้นไม้คอยให้ร่มเงาอยู่เป็นระยะๆ เดินได้ไม่ร้อนมากครับ

หันไปมองฝั่งตรงข้ามถนนเป็นอาคารสำนักงานตามตึกแถวเก่าดั่งเดิมครับ

เดินมานิดเดียวเราก็มาถึงหน้าปากซอยสุขุมวิท 16 กันแล้ว เดี๋ยวเราจะลองเข้าไปดูภายในซอยกันก่อนนะครับว่ามีสภาพแวดล้อมเป็นยังไงบ้าง

หน้าปากซอยมีเซเว่นตั้งอยู่ และหน้าเซเว่นก็มีวินมอไซค์ตั้งเรียงรายอยู่ทั้ง 2 ข้างทาง มีอัตราค่าโดยสารจากปากซอยถึงตัวโครงการประมาณ 15 บาทเท่านั้น แต่ระยะทางไม่ได้ไกลมาก ถ้าอยากประหยัดตังค์ในกระเป๋าก็สามารถเดินได้นะครับ

ถัดเข้ามาทางซ้ายมือจะมีอาคารสีชมพูสดใสเป็นโรงแรม Clover Asoke ซึ่งมีชาวต่างชาติมาพักอาศัยอยู่ตลอดเวลาเลยครับ

หันไปทางด้านขวาก็มีอีกโรงแรมชื่อเก๋ๆว่า โรงแรม “มาดูซิ”

บรรยากาศภายในซอยระหว่างทางก็มีทางเท้าให้เดินได้สะดวกนะ มีคนเดินผ่านอยู่ตลอดเวลา เสียอย่างเดียวคือไม่มีแนวต้นไม้หรือกันสาดให้หลบแดดได้เลย ใครกลัวแดดอาจต้องพกร่มกันด้วยนะครับ ส่วนถนนซอยนี้ก็มีรถผ่านเข้าออกอยู่ตลอดเวลา ค่อนข้างคึกคักมากเลยทีเดียว

ตึกสีเทาๆส้มๆทางขวามือนี้ก็เป็นโรงแรมอีกแล้ว ชื่อว่าโรงแรม Citadines Sukhumvit 16 Bangkok โรงแรมซอยนี้เยอะมากๆครับ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็เยอะเช่นกัน

ส่วนทางซ้ายคือ City Lake Tower เป็นคอนโดมิเนียมเก่าสูง 28 ชั้น

ติดกันก็มีคอนโดมิเนียม Domus สูง 12 ชั้น เป็นตึกที่ดูใหม่กว่าหน่อยครับ

เดินต่อมาหันมามองทางด้านซ้ายเราจะเจอกับหมู่ตึกสูง 2 อาคารซึ่งขึ้นอยู่เคียงข้างกัน ได้แก่ The Lake คอนโดมิเนียมสูง 36 ชั้น และ Column Tower โรงแรมและอาคารสำนักงานสูง 20 ชั้น

ที่ด้านล่างจะเห็นว่ามีช่องระหว่างอาคารซึ่งรถสามารถผ่านได้ โดยเส้นทางนี้จะสามารถเชื่อมต่อกับถนนรัชดาภิเษกที่อยู่ทางด้านหน้า ซึ่งเปิดให้คนทั่วไปสามารถใช้ได้ด้วยนะ แต่เป็นทาง One way ใช้ได้เฉพาะขาเข้ามาจากถนนรัชดาภิเษกเพื่อลัดมาที่ซอยสุขุมวิท 16 นี้ได้เท่านั้น

ทาง One way เชื่อมต่อระหว่างถนนรัชดาภิเษกทางด้านหน้ามาสู่ถนนซอยสุขุมวิทที่อยู่ทางด้านหลัง

มาต่อกันที่ในซอยสุขุมวิท 16 ทางซ้ายมี Food Land ที่เปิดบริการตลอด 24 ชม.อยู่ด้วย ภายในมีซุปเปอร์สามารถมาแวะซื้อของสดมาประกอบอาหารทานเองได้นะครับ

นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารที่เปิดบริการตลอด 24 ชม. อยู่ภายในอีกด้วย เรียกได้ว่าอยู่ที่นี่ไม่อดตายแน่นอน แต่ราคาอาจจะสูงกว่าร้านทั่วไปหรือที่ Terminal21 นะครับ

ฝั่งข้ามมีร้านอาหารชื่อ 32 December Patisserie & Bistro เป็นร้านสีขาวเหมือนบ้านอังกฤษ บรรยากาศน่ารักมาก เมนูอาหารมีทั้งฟิวชั่น ไทย และอาหารฝรั่ง

ถัดเข้ามาก็มีเซเว่นอยู่ตรงนี้ด้วยนะ ไม่ต้องเดินไปปากซอยให้เมื่อย นอกจากนี้ยังมีร้านค้าร้านอาหารอื่นๆอีก ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์มากเลยทีเดียว

หันมาดูทางขวามือเป็นอาคารจอดรถที่มี Food Land กับร้านอาหารอยู่ด้านล่างอาคารซึ่งได้พาไปดูมาแล้วเมื่อสักครู่ ส่วนตามริมทางจะมีรถเข็นขายของเต็มไปหมด โดยเฉพาะวันธรรมดาที่มีพนักงานออฟฟิศเยอะมากเป็นพิเศษ

ที่ใต้ตึกอาคารจอดรถ Food Land  ช่วงเวลาพักเที่ยงจะเห็นพนักงานเดินเข้า-ออก ที่ลานจอดรถของอาคารจอดรถนี้กันเยอะเลยครับ เดี่ยวเราลองตามเขาขึ้นบันไดไปดูว่าด้านบนมันมีอะไร

ขึ้นมาถึง…ตกใจเหมือนกันนะ ผมก็พึ่งเคยเห็นว่ามี Food Court อยู่บนนี้ เรียกว่ากินข้าวกันกลางลานจอดรถเลยทีเดียว จากที่ลองสอบถามแม่ค้าดูได้ความว่า ร้านอาหารเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของตลาดปลาวาฬ ซึ่งเดิมทีก็มีที่ตั้งอยู่ตรงที่ตั้งโครงการ Whizdom ปัจจุบันนี่เอง เพียงแต่ว่าร้านค้าเหล่านี้มาตั้งชั่วคราวเท่านั้นนะ ยังไม่แน่ว่าจะตั้งขายกันถาวรรึเปล่า ปัจจุบันเปิดทำการจันทร์-ศุกร์ เวลาประมาณ 6.00 – 14.00 น. เป็นร้านอาหารที่เปิดสำหรับพนักงานบริษัทในย่านนี้นั่นเองครับ

กลับออกมาที่ด้านนอก ติดกันกับอาคารจอดรถ Food Land  คือที่ตั้งโครงการซึ่งจะเห็นว่ามีการล้อมรั้วปิดเรียบร้อย ตรงนี้แหละคือจุดที่บอกว่าเป็นตลาดปลาวาฬเก่า แล้วตอนนี้ตลาดย้ายไปอยู่ที่ไหนกันล่ะ?

คำตอบคือ ในซอยฝั่งตรงข้ามของที่ตั้งโครงการนั่นเอง จะเห็นว่าช่วงพักเที่ยงมีพนักงานออฟฟิศออกมาเดินกันเยอะมากๆ

ภายในซอยนี้เป็นซอยตัน ที่ด้านในสุดเป็นที่ตั้งของตลาดปลาวาฬปัจจุบันซึ่งเดินเข้ามาแค่ 30 เมตรเท่านั้น นอกจากนี้ในซอยนี้ยังเป็นที่ตั้งของคลีนิคทำฟันและร้านอาหารอีกด้วย

ภายในตลาดปลาวาฬมีทั้งของซื้อของขายและมีร้านอาหารอยู่ด้านหลัง เป็นตลาดสำหรับพนักงานออฟฟิศ เปิดทำการจันทร์-ศุกร์ เวลาประมาณ 6.00 – 14.00 น. เดิมทีที่ตรงนี้เป็นลานจอดรถเก่ามาก่อนและตลาดนี้พึ่งย้ายมาจากที่ตั้งโครงการ Whizdom เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้เอง

มาต่อกันที่ฝั่งตรงข้ามโครงการเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น Tensui ที่กำลังมีการทำรั้วใหม่โดยขยับเข้าไปประมาณ 1 m. เพื่อขยายทางเดินสาธารณะให้กว้างมากขึ้นสามารถเดินได้สะดวกขึ้นครับ

ร้านอาหารญี่ปุ่นนี้มีทางเข้าอยู่ที่ซอยสามมิตรด้านข้างซึ่งในระหว่างที่กำลังปรับปรุงรั้วอยู่ก็ยังเปิดทำการปกตินะครับ สามารถเข้าไปอุดหนุนกันได้

ภายในซอยสามมิตรซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโครงการก็มีคอนโดสูงชื่อ Lake Avenue สูง 26 ชั้น ตั้งอยู่ด้วยครับ ซึ่งซอยนี้ยังมีทางต่อลึกเข้าไปทางขวาอีกนิดหน่อยด้วย

เมื่อเลี้ยวขวามาจะเห็นตึกสูง 2 ฝั่งคือ Millenium Residence เป็นหมู่ตึกสูง 51 – 53 ชั้น และโรงแรม Shama Lakeview Asoke

ซอยสามมิตรนี้เป็นซอยตันนะ จะมีถนนเส้นสุดที่ Millenium Residence นี่แหละครับ

กลับมาที่ด้านหน้าโครงการอีกครั้ง คราวนี้เรามาดูฝั่งโครงการกันบ้างว่าโดยรอบติดกับอะไรบ้าง ด้านหลังโครงการติดกับถนนซอยสุขุมวิท 16 ซึ่งโครงการจะมีประตูทางออกสำหรับคนเดินด้านหลังซอยนี้ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกบ้านมากเลยทีเดียว

ทางด้านขวาติดกับอาคารจอดรถสูง 6 ชั้น ที่ด้านล่างมี Food Land และร้านอาหาร 24 ชม. ซึ่งสำหรับอาคารจอดรถเป็นที่สาธารณะก็จริง แต่ก็มีคนใช้งานแต่ช่วงเวลากลางวัน แต่คอนโดส่วนใหญ่คนจะอยู่กันช่วงเวลากลางคืนมากกว่า เพราะฉะนั้น จึงไม่มีผลเรื่องความไม่เป็นส่วนตัว นอกจากนี้ความสูงของอาคารจอดรถของโครงการด้านข้างอาจมีความสูงแค่ประมาณชั้นจอดรถของโครงการ Whizdom ก็ได้ครับ

หันมามองขึ้นไปตรงๆกันบ้าง จะเห็นว่าทางถนนด้านหน้าฝั่งที่ติดถนนรัชดาภิเษกจะถูกขนาบข้างด้วยอาคารสูง 2 ด้านคือ Lake Ratchada Complex สูง 38 ชั้น และ C.T.I. Tower สูง 32 ชั้น ส่วนทางด้านหลังที่ติดถนนซอยสุขุมวิท 16 จะมีอาคารสำนักงานสูง 6 ชั้น และอาคารจอดรถสูง 6 ชั้น

มาต่อที่ทางด้านซ้ายที่เป็นอาคารสำนักงานสูง 6 ชั้น และชั้นจอดรถของ Lake Ratchada Complex

ซึ่งอาคาร Lake Ratchada Complex จะมีทางเชื่อมไปที่ถนนรัชดาภิเษกได้ แต่ปกติจะไม่ได้เปิดให้คนทั่วไปใช้นะครับ

นอกจากนี้ที่ใต้อาคารจอดรถของ Lake Ratchada Complex ยังมีร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ และคลีนิคอยู่ด้วย รวมถึงมีวินมอไซค์อยู่ด้านหน้าด้วย ราคาตามนี้เลยครับ

เดินลึกเข้ามาในซอยจะมีร้านอาหารและร้านนั่งดื่มสวยๆหลายร้าน ส่วนใหญ่จะมีชาวต่างชาติมานั่งอยู่ตั้งแต่ช่วงกลางวันไปจนถึงดึกๆ เลยครับ

ถัดมาจะมีอาคารสูงๆคือโรงแรม Shama Lakeview Asoke ที่เราได้เห็นตอนที่เข้าไปในซอยสามมิตรนั่นเองครับ

ที่ด้านหน้าโรงแรม Shama Lakeview Asoke จะมีวินมอไซค์อยู่ด้านหน้าด้วย

และที่ใต้โรงแรมก็มีร้านกาแฟและร้านสะดวกซื้อ Lawson ด้วยครับ

ส่วนฝั่งตรงข้ามก็มีร้านนวดแผนไทยซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติมากๆ ใครปวดเมื่อยตามร่างกายก็สามารถเดินมานวดตรงนี้ได้ใกล้ๆเลยครับ

มาต่อกันที่เส้นทางที่สองเป็นเส้นทางสีเหลืองกันเลยครับ ซึ่งเราจะเดินไปตามทางเท้าเลียบถนนรัชดาภิเษกและข้ามถนนไปยังสวนเบญจกิติและสวนป่าเบญจกิติที่อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยครับ

คราวนี้เราลองมาทางถนนใหญ่ด้านหน้ากันบ้างนะครับ เริ่มต้นที่หน้าปากซอยสุขุมวิท 16 จะมีทางเท้าเดินอย่างดี มีคนเดินผ่านไปผ่านมาเยอะมากครับ

เดินมาอีกหน่อยจะเจอป้ายรถเมล์ และทางด้านหน้าจะเห็นสะพานลอยอยู่ไม่ไกลด้วย

ถัดมาจะเจอโรงแรม Madusi ที่เราได้เห็นด้านหลังตึกจากในซอยเมื่อกี้

ส่วนตึกต่อมาคือคอนโด The Lake ซึ่งมีสะพานลอยอยู่ด้านหน้าพอดีเลย

ลองขึ้นมาดูด้านบนสะพานลอยกันก่อนนะครับ ทางด้านนี้เป็นทางเข้าเมืองไปสี่แยกอโศกมนตรี ซึ่งจะเห็นได้ว่ารถฝั่งเข้าเมืองรถค่อนข้างติดมากนะครับ นี่ขนาดเป็นช่วงบ่ายแล้วนะ

ส่วนอีกด้านเป็นทางฝั่งขาออก จะมองเห็นสวนเบญจกิติด้วยนะ ส่วนรถฝั่งขาเข้าก็จะติดมาจนถึงตรงนี้เลย

กลับมาที่ด้านล่าง อาคารต่อมาคือ Columm Tower เป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ด้านหลังมี Food Land ด้วยนะ

ถัดมาเป็น C.T.I. Tower เป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่อีกเช่นกัน และเป็นอาคารที่อยู่ติดกับที่ดินโครงการ

ผมแอบเห็นมีพนักงานเดินไปทางด้านข้างของตึก C.T.I. Tower เราลองตามเขาไปดูกันดีกว่าครับว่าเขาเดินไปไหนกัน

ทางเดินด้านข้างเชื่อมต่อไปที่อาคารจอดรถของ Food Land ที่จะมีร้านค้าร้านอาหารอยู่ในลานจอดรถ ซึ่งประตูเหล็กนี้จะปิดประมาณ 2 – 3 ทุ่มครับ

มาต่อกันที่ด้านหน้าโครงการ เป็นทางเท้าอย่างดีกว้าง 3 m. และมีต้นไม้คอยให้ร่มเงาได้บ้างเล็กน้อย

ส่วนทางด้านขวาของโครงการจะมีวินมอไซค์อยู่ด้วย สะดวกมากๆ ถือว่าอยู่ด้านหน้าติดกับโครงการเลยครับ อัตราค่าโดยสารตามนี้เลย

ถัดมาก็คืออาคาร Lake Ratchada Complex สูง 38 ชั้น ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ที่อยู่ติดกับโครงการเลยครับ

เดินตรงต่อมาจะมีป้ายรถเมล์อยู่ด้านหน้าอาคาร Lake Ratchada Complex

ตึกสูงสุดท้ายคือ Ocean Tower เป็นอาคารสำนักงานสูง 32 ชั้นครับ

ด้านหน้าอาคาร Ocean Tower มีทางม้าลายอยู่ด้วย สามารถข้ามไปสวนเบญจกิติที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้ครับ

ที่ทางเดินฝั่งตรงข้ามจะมีวินมอไซค์อยู่เป็นระยะๆ และจะมีรถมอไซค์วิ่งสวนไป-มา เดินระวังกันด้วยนะครับ

ไหนๆก็ข้ามมาฝั่งตรงข้ามแล้ว เราก็เดินมาดูฝั่งตรงข้ามที่ตั้งโครงการกันบ้างครับ จะเห็นได้ว่าโครงการถูกขนาบข้างด้วยอาคารสูง 2 ตึก

ทางด้านซ้ายคือ C.T.I. Tower เป็นอาคารสำนักงานสูง 32 ชั้น

ส่วนทางด้านขวาคือ Lake Ratchada Complex เป็นอาคารสำนักงานสูง 38 ชั้น

คราวนี้มาดูสวนเบญจกิติกันบ้าง เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า 130 ไร่ เราสามารถเดินมาใช้บริการ ชมสวน นั่งปิคนิค และออกออกกำลังกายได้ง่ายๆโดยใช้สะพานลอยข้ามมาจากฝั่งตรงข้าม ซึ่งสวนนี้มีระยะเวลาเปิดปิดคือตั้งแต่ตี 5 ถึง 3 ทุ่ม

ภายในสวนจะมีทะเลสาบขนาดใหญ่ภายใต้แนวคิด “ป่ารักษ์น้ำ” ซึ่งจะมีลู่วิ่งโดยรอบทะเลสาบสามารถมาวิ่งออกกำลังกายกันได้นะ

หันมาดูทางด้านซ้ายของทะเลสาบ เราจะเห็นแนวอาคารตึกสูงตั้งเรียงรายกันอยู่ โดยระหว่างอาคารกระจกสีฟ้า 2 อาคารคือ C.T.I. Tower และ Lake Ratchada Complex เป็นที่ตั้งโครงการ ซึ่งจะมาสามารถมองเห็นทะเลสาบและสวนสีเขียวของสวนเบญจกิตินี้ได้ครับ

นอกจากลู่วิ่งรอบๆทะเลสาบแล้วก็ยังมีทางจักรยานให้ได้ขี่กันในสวนที่มีต้นไม้ธรรมชาติสีเขียวดูร่มรื่นอีกด้วย หรือเราจะเอาเสื่อมานั่งปิคนิคเล่นก็ได้นะครับ

นอกจากนี้สวนเบญจกิติยังมีประตูที่สามารถเชื่อมต่อกับสวนป่าเบญจกิติที่อยู่ทางด้านหลังได้ด้วย เป็นเฟสแรกที่โรงงานยาสูบได้คืนพื้นที่ตรงนี้ให้กลายเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ เป็นปอดแห่งใหม่ของคนกรุงเทพครับ โดยเราสามารถเปิดประตูรั้วเพื่อเดินข้ามไปยังสวนป่าได้ตามระยะเวลาเปิดปิดทำการของสวนเบญจกิติ หรือถ้าใครขี่จักรยานมาแล้วไม่อยากเสียเวลาลงมาเปิดหรืออยากขี่ได้ต่อเนื่องก็สามารถเลี้ยวไปทางขวาเพื่ออ้อมไปออกด้านข้างได้ครับ

ภายในสวนป่าเบญจกิติแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายส่วน ซึ่งพื้นที่เฟสแรกที่เริ่มพัฒนาและเปิดให้บริการแล้วมีขนาด 61 ไร่ แบ่งออกเป็นลานจอดรถ พื้นที่ลานกว้างเอาไว้นั่งเล่นชมดอกไม้นานาพันธ์ และพื้นที่ด้านในสุดจะเป็นสวนป่าครับ

สวนป่าด้านในมีการปลูกต้นไม้ไว้เยอะพอสมควรเลย ซึ่งถ้าต้นไม้เหล่านี้ในอนาคตโตขึ้นก็จะร่มรื่นและหนาแน่นมากขึ้นจนกลายเป็นป่าได้ สมชื่อสวนป่าจริงๆครับ นอกจากนี้ยังมีทางเดิน ม้านั่งพักผ่อน และถนนโดยรอบให้ได้มาขี่จักรยานชมสวนเล่นกันอีกด้วย

มาที่เส้นทางที่ 3 เส้นสีเขียว โซนพระราม 4 เริ่มตั้งแต่ MRT ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ไปจนถึงแยกพระราม 4 และทางลัดจากซอยอารีย์ข้าง BigC ที่เชื่อมต่อมายังซอยสุขุมวิท 16 ได้

ตัดภาพมาที่รถไฟฟ้า MRT คราวนี้ผมจะพาไปดูทำเลอีกจุดหนึ่งของเส้นถนนรัชดาซึ่งมีความเจริญไม่แพ้กัน ก็คือ MRT สถานีศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หรือบริเวณแยกพระราม 4 นั่นเองครับ

เมื่อมาถึงศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ซึ่งจะมีสถานี MRT อยู่ที่ด้านหน้าเลยครับ ตอนนี้ผมเลือกที่จะมาขึ้นฝั่งตรงข้ามกับศูนย์ประชุมนะ

ฝั่งนี้เป็นชุมชนซอยไผ่สิงโตซึ่งเป็นชุมชนดั่งเดิมและเริ่มมีโครงการคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นแล้ว

มองตรงไปจะเห็นอาคารกระจกขนาดใหญ่ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดใหม่ก็คือ Modena By Fraser เป็นโรงแรมสูง 14 ชั้นพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร

ถัดมาก็มีอีกโครงการที่เป็น Mega Project ที่ได้เปิดการแล้วคือ FYI CENTER เป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ที่ด้านล่างมีร้านค้าร้านอาหารอยู่ด้วย

ที่แยกพระราม 4 มีสะพานลอยอยู่ด้วย ขึ้นมาดูบนสะพานจะเห็นได้ว่ามีการจราจรค่อนข้างตึกคักมากเลยทีเดียว

มีภาพทั้ง 4 เส้นทางมาฝากกันด้วยครับ จะเห็นได้ว่ารถส่วนใหญ่ของย่านนี้จะมุ่งหน้าไปทางพระราม 4 สังเกตได้จากภาพด้านบนทางขวาเป็นภาพที่มุ่งหน้าไปทางพระราม 4 และภาพด้านล่างทางขวาเป็นภาพที่ถนนมุ่งหน้ามาจากทางสวนลุมครับ ถ้างั้นเราลองไปดูที่พระราม 4 กันดีกว่านะว่ามันมีอะไรกันทำไมคนถึงไปเยอะจัง

เริ่มต้นที่แยกซอยอารีย์ที่อยู่ข้างๆ BigC พระราม 4 ฝั่งตรงข้ามเป็น Tesco Lotus พระราม 4 สาเหตุที่เลือกเริ่มตรงนี้เพราะซอยนี้แหละคือทางลัดที่สามารถเชื่อมต่อกับซอยสุขุมวิท 16 ซึ่งเป็นที่ตั้งโครงการได้ จะเห็นได้ว่าตรงโซนนี้ก็ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์และคึกคักมากเลยทีเดียวนะ

ลองขึ้นมาดูบนสะพานลอย จะเห็นหมู่ตึกอาคารสำนักงานสำคัญๆหลายตึก ทั้งอาคารมาลีนนท์ของช่อง 3, อาคารของบจก.เอสโซ่แห่งประเทศไทย, อาคารสิรินรัตน์ และ Green Tower ดูปริมาณรถนั่นสิครับ ตอนนี้เป็นเวลาเลิกงานแล้วคนออกจากออฟฟิศกำลังจะกลับบ้านกันเยอะมากๆ

จากถนนพระราม 4 เลี้ยวเข้าซอยอารีย์ จะเป็นเส้นทางที่จะกลับไปยังโครงการได้ครับ เมื่อเลี้ยวเข้ามาในซอยอารีย์ด้านข้างทางขวาจะเป็น BigC พระราม 4 ถนนซอยนี้จะมีรถผ่านคึกคักตลอดเวลาเพราะเป็นซอยที่เป็นทางลัดเพื่อเชื่อมต่อกับถนนสำคัญและซอยต่างๆได้หลายเส้นทาง คนส่วนใหญ่จึงใช้เส้นทางนี้เพื่อเลี่ยงรถติดบนถนนใหญ่กันได้ครับ

เมื่อขับมาสักพักเราจะเจอกับทางแยกบริเวณหน้า K Village ถ้าเราขับตรงไปจะสามารถเชื่อมต่อไปยังซอยสุขุมวิท 26 เพื่อไปออกพร้อมพงษ์ได้ หรือถ้าเราเลี้ยวขวาจะไปยังซอยอรรถกระวีซึ่งเป็นซอยสั้นๆ ขนานไปกับซอยอารีย์ ภายในซอยอรรถกระวีจะมีคอมมูนิตี้มอลล์ ร้านอาหารญี่ปุ่น และร้านนั่งดื่มสวยๆอยู่หลายร้าน อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับห้างหรูอย่าง EmQuartier และ Emporium ที่ BTS สถานีพร้อมพงษ์ และยังใกล้ใจกลางเมืองอโศกอีกด้วย จึงทำให้ที่ดินแถวนี้มีราคาแพงมากครับ ส่วนถ้าเราจะกลับไปยังโครงการจะต้องเลี้ยวซ้ายนะ

สำหรับซอยทางด้านซ้ายนี้จะเป็นซอย One way สลับกับ Two way เป็นบางช่วง ซึ่งเราไม่สามารถขับรถตรงมาจากซอยสุขุมวิท 16 มาออกที่ซอยอารีย์ข้าง BigC ได้โดยตรง แต่จะต้องเลี้ยวออกไปที่ถนนใหญ่พระราม 4 ก่อนหน้านี้ไม่กี่ซอยครับ แต่สำหรับขากลับที่เป็นทาง One way เราสามารถขับตรงยาวๆไปได้เลย

เมื่อกลับมาถึงที่หน้าโครงการก็เป็นเวลาเย็นมากแล้ว จะเห็นพฤติกรรมของคนแถวนี้คือจะข้ามสะพานลอยเพื่อมาออกกำลังกายที่สวนเบญจกิติกันในช่วงเย็นเป็นจำนวนมาก แสดงว่าคนกรุงเทพโดยเฉพาะคนแถวนี้เป็นคนที่รักและใส่ใจสุขภาพกันมากๆเลยนะครับเนี่ย

แถมอีกนิด มาถึงช่วงเวลากลางคืนกันบ้าง พอดีมีพี่ที่รู้จักกันและเขาคุ้นเคยทำเลแถวนี้แนะนำให้ลองมาเดินดูตอนกลางคืนว่าถ้าคิดจะมาอยู่ที่นี่แล้วกลับบ้านตอนดึกๆจะสามารถเดินได้จริงไม่เปลี่ยวใช่หรือไม่ แล้วเราควรจะใช้เส้นทางไหนจึงจะเหมาะสมกับการเดินตอนกลางคืนมากกว่ากันระหว่างเส้นทางในซอยสุขุมวิท 16 กับเส้นทางบนถนนหลักเลียบถนนรัชดาภิเษกทางด้านหน้าครับ งั้นเราไปลองดูกันเลยดีกว่า

เริ่มจากภายในซอยสุขุมวิท 16 (เวลา 21.30 .) บริเวณต้นๆซอยจะยังมีคนเดินกันอยู่พอสมควร มีไฟข้างทางส่องสว่างอยู่ตลอดทางและมีรถขับผ่านอยู่ตลอดเวลา ไม่เปลี่ยวและไม่มืดสามารถเดินได้นะครับ แต่ถ้าเข้ามาเลย Food Land จนถึงหน้าโครงการก็จะเงียบๆหน่อย แต่ถ้าคอนโดสร้างเสร็จ มีแสงไฟ มีรปภ. และมีคนอยู่มากขึ้นก็จะมีความคึกคักและปลอดภัยมากกว่านี้เยอะเลยครับ

ส่วนสำหรับทางเดินด้านหน้าเลียบถนนรัชดาภิเษก ตั้งแต่หน้าปากซอยสุขุมวิท 16 จนมาถึงป้ายรถเมล์จะยังพอมีไฟส่องสว่างและมีคนอยู่บ้างพอสมควร แต่ถ้าเลยสะพานลอยเป็นต้นไปก็จะเริ่มเงียบๆมืดๆ เพราะเนื่องจากฝั่งตรงข้ามเป็นสวนเบญจกิติที่ไม่มีแสงไฟในตอนกลางคืน จึงทำให้ตลอดเส้นทางค่อนข้างมืดและเปลี่ยวพอสมควร อีกอย่างถนนเส้นนี้ตอนกลางคืนค่อนข้างโล่ง รถจึงใช้ความเร็วค่อนข้างมาก อันตรายกว่าถนนในซอยที่รถใช้ความเร็วมากไม่ได้และเป็นย่านชุมชนมากกว่า ปลอดภัยกว่าด้วยครับ

สรุปรีวิวทำเลที่ตั้ง

สำหรับทำเลของโครงการ Whizdom อโศกสุขุมวิท ตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษกฝั่งขาออก ใกล้กับสี่แยกอโศกมนตรี มีพื้นที่ด้านหลังติดกับซอยสุขุมวิท 16 เรียกได้ว่าอยู่บนทำเลใจกลางเมืองย่านอโศก มีอาคารสำนักงานและห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หลายแห่ง แต่ที่ดินในย่านนี้ถูกพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยค่อนข้างน้อยเพราะที่ดินมีราคาสูงมาก ที่ตั้งโครงการอยู่ทางอโศกฝั่งใต้ มีจุดเด่นคือใกล้สวนเบญจกิติ ได้วิวสวนและทะเลสาบ วิวอีกฝั่งได้เป็น City View จึงเหมาะกับคนมองหาคอนโดวิวสวนสวยๆ ส่วนการเดินทางเป็นทำเลที่เดินทางสะดวก มีทางเลือกทั้งรถไฟฟ้า BTS และ MRT หรือรถสาธารณะต่างๆ กรณีใช้รถยนต์ก็สะดวกเพราะใกล้ทางพิเศษเฉลิมมหานคร สามารถเข้า-ออกเมืองได้ง่าย ซอยสุขุวิท 16 ก็เป็นซอยลัดใช้เลี่ยงรถติดไปเชื่อมต่อซอยลัดอื่นๆหรือไปพระราม 4 ได้

ด้านความอุดสมบูรณ์มีครบหาของกินของใช้ง่าย ที่อยู่ใกล้ๆก็มีห้าง Terminal 21 หรือในซอยสุขุมวิท 16 ก็มีร้านสะดวกซื้อหลายแห่ง ร้านค้า ร้านอาหาร และ Food Land เปิด 24 ชม. ส่วนในวันทำงาน จ-ศ ก็มีตลาดและร้านอาหารตอนกลางวันเปิดบริการพนักงานออฟฟิศในย่านนี้ราคาไม่แพงเป็นกันเอง  นอกจากนี้ยังใกล้กับสวนเบญจกิติสามารถเดินข้ามสะพานลอยไปฝั่งตรงข้ามโครงการได้เลย ได้สถานที่พักผ่อนออกกำลังกายสาธารณะขนาดใหญ่ใกล้กับโครงการ ถูกใจคนรักสุขภาพและธรรมชาติแน่นอนครับ

วันนี้คงต้องขอจบการพามาชมรีวิวทำเลเท่านี้ก่อนครับ หากมีความก้าวหน้าของโครงการยังไงจะเอาเพิ่มเติมให้ครับ สำหรับข้อมูลของโครงการ Whizdom อโศกสุขุมวิท  สามารถชมได้ที่ คลิกที่นี่  หรือโทร. 1265

Share

Leave a Reply