TWO GRANDE MONACO บางนา-วงแหวน บ้านเดี่ยวระดับ Luxury สไตล์โมนาโค ติดถนนทางคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก จาก Goldenland [รีวิวฉบับที่ 1663]

August 31, 2018 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1663 …สวัสดีครับ วันนี้จะพาไปชมโครงการบ้านระดับ Luxury กับโครงการ TWO GRANDE MONACO บางนา-วงแหวน จาก Golden Land เป็นบ้านเดี่ยวหรูย่านบางนา-ตราด บนถนนทางคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก ใกล้กับห้าง MEGA Bangna และสนามบินสุวรรณภูมิ ออกแบบบ้านและคลับเฮาส์สไตล์โมนาโค ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากโบสถ์และพระราชวังของประเทศโมนาโกที่อยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ในราคาเริ่มต้น 20 – 60 ล้านบาท โครงการจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันเลยครับ

Fact @ 22 August 2018

  • TWO GRANDE MONACO Bangna-Wongwaen (ทู แกรนด์ โมนาโค บางนา-วงแหวน)
  • บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
  • LUXURY – SUPER LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : ถนนทางคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก เขต ประเวศ
  • เนื้อที่โครงการ 43-1-90 ไร่ จำนวน 77 ยูนิต
  • Ambroise (อองบัวส์) ที่ดิน 101 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 343 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 19 ล้านบาท (โปรโมชั่น)
  • Versailles (แวร์ซายน์) ที่ดิน 119 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 424 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 23.9 ล้านบาท (โปรโมชั่น)
  • Palais de Prince (ปาลา เดอ แปงซ์) ที่ดิน 147 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 602 ตร.ม. 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น n/a ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 3 เมตร
  • ราคาเริ่มต้น 20 – 60 ล้านบาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง : เม.ย. 2560
  • เริ่มเปิดขาย : พ.ย. 2560
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • สำนักงานขาย : 097-963-5551

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.675469, 100.691102

แผนจากทางโครงการครับ ตั้งอยู่บนถนนทางคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก

มาดูแผนที่จริงกันนะครับ โครงการ TWO GRANDE MONACO บางนา-วงแหวน ตั้งอยู่บนถนนทางคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก (ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9) หรือถนนหน้าบ้าน ซึ่งจะอยู่ถัดเข้าไปด้านในจากตัวโครงการแกรนด์ โมนาโค ที่เป็นเฟสแรกประมาณ 900 m. โดยจุดที่ตั้งของตัวโครงการยังคงอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งเลยลงมาทางด้านล่างอีกหน่อยก็จะเข้าเขตสมุทรปราการแล้วครับ

ความพิเศษของถนนทางคู่ขนานวงแหวนกาญจนาคือคนส่วนใหญ่จะใช้เป็นเส้นทางเพื่อข้ามไปมาระหว่างบางนา-ตราดและลาดกระบังได้โดยไม่ต้องเสียค่าทางด่วนแถมรถยังไม่ติดอีกด้วยนะ แล้วยังเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อกับทางลัดต่างๆได้ โดยเฉพาะถนนทางคู่ขนานวงแหวนกาญจนาด้านฝั่งซ้าย ภายในเป็นชุมชนดั่งเดิมและสถานศึกษาจึงมีเส้นทางลัดเลาะเชื่อมต่อกันเยอะ สามารถลัดไปออกบางนา-ตราด ช่วงก่อนถึงสะพานกลับรถเพื่อข้ามไป Mega Bangna ได้ทันที หรือจะใช้ลัดเพื่อไปออกถนนเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 เพื่อเชื่อมต่อไปยังถนนศรีนครินทร์หรือถนนพัฒนาการก็ได้ นอกจากนี้ถนนหลักอย่างบางนา-ตราด และถนนลาดกระบัง ยังเป็นเส้นทางหลักที่สำคัญที่ใช้เดินทางไปจังหวัดชลบุรีซึ่งเต็มไปด้วยโรงงาน นิคมอุตสาหกรรม และสถานที่ท่องเที่ยว ดังนั้นย่านบางนา-ตราดนี้ จึงเปรียบเสมือนประตูสู่ภาคตะวันออกของที่สำคัญของกรุงเทพฯเลยทีเดียว

ด้านความอุดมสมบูรณ์ถึงแม้ว่าถนนทางคู่ขนานวงแหวนกาญจนาซึ่งเป็นที่ตั้งโครงการจะค่อนข้างเงียบๆ เพราะเต็มไปด้วยหมู่บ้านแพงๆและชุมชนดั่งเดิม แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะคนที่อาศัยอยู่ทำเลนี้ส่วนใหญ่มีรถใช้กันอยู่แล้ว แหล่งจับจ่ายใช้สอยที่ใกล้ที่สุดคือตลาดนัมเบอร์วัน ราม 2 ในซอยรามคำแหง 2 ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่มาก มีทั้งของสด อาหารแห้ง และอื่นๆมากมาย เลยมาอีกหน่อยบริเวณหน้าปากซอยรามคำแหง 2 ยังมีห้าง Tesco Lotus ให้ได้ซื้อของไปตุนกันไว้ที่บ้านแบบยกแพ็คได้เลย แต่ถ้าอยากช้อปปิ้ง ดูเฟอร์นิเจอร์ หรือทานอาหารที่ร้านที่มีครบทุกอย่าง ก็ต้องที่ Mega Bangna ซึ่งเป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดในย่านและอยู่ไม่ไกลจากตัวโครงการด้วย เดินทางโดยใช้ทางลัดออกจากปากซอยรามคำแหง 2 ก็สามารถขึ้นสะพานกลับรถเข้าสู่ห้างได้โดยตรงเลย

ความอุดมสมบูรณ์อีกจุดหนึ่งจะอยู่แถวห้าง Central บางนา ซึ่งเป็นห้างเก่าแก่ที่มีมานานและเป็นศูนย์รวมอารยะธรรมของคนในย่านนี้กันเลยทีเดียว จึงทำให้บริเวณโดยรอบมีอาคารสำนักงานใหญ่ๆเกิดขึ้นหลายแห่งเช่น  Central City Tower, MD Tower, อาคารไพโรจน์กิจจา, บางนาธานี, Interlink Tower และ Bangna Tower นอกจากนี้ยังมีห้างขายอุปกรณ์และของตกแต่งบ้านมาเปิดกันอีกหลายแบรนด์ทั้ง  SB, Chic Republic, Index Living mall, ไทวัสดุ และห้าง HomePro ตรงกิ่งแก้ว ซึ่งเป็นแหล่งคมนาคมที่สำคัญอีกจุดหนึ่งของคนย่านบางนา-ตราด เพราะมีวินรถตู้ต่างๆที่ใช้เข้า-ออกเมืองอยู่บริเวณนี้เป็นจำนวนมาก รวมถึงรถบัสโรงงานรับ-ส่งพนักงานที่มาจากทางนิคมบางพลีหรือนิคมจากทางชลบุรี ก็จะมารับ-ส่ง พนักงานที่บริเวณนี้กันอย่างมากมายอีกด้วย นอกจากนี้ยังใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ รวมถึงพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะของกรุงเทพอย่างสวนหลวงร.9 และมีสนามกอล์ฟต่างๆอีกหลายแห่งในโซนนี้ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของชาวญี่ปุ่นและเจ้าของธุรกิจโรงงานในละแวกนี้อีกด้วย

สำหรับการเดินทางด้วยรถสาธารณะ ส่วนตัวโครงการเป็นทำเลที่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก เพราะหน้าโครงการจะไม่ค่อยมีรถประจำทางวิ่งผ่านนัก จะมีแท็กซี่ผ่านมาบ้างหรือจะใช้ Application Grab Taxi เรียกแท็กซี่มาก็จะสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยรถสาธารณะส่วนมากจะอยู่บนเส้นถนนบางนา-ตราด มีทั้งรถเมล์และรถตู้ที่ส่วนมากจะวิ่งเข้า-ออกเมืองระหว่างปากน้ำ สำโรง และบางปะกง ซึ่งจะใช้เส้นทางวิ่งบนถนนบางนา-ตราดตลอดทั้งสายเป็นหลัก สำหรับรถตู้นั้นจะมีวินหรือจุดต่อรถตู้ใหญ่ๆ 2 จุดคือ บริเวณฝั่งตรงข้าม Central บางนา และบริเวณด้านหน้ากับฝั่งตรงข้ามห้าง HomePro กิ่งแก้วครับ

สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าที่ใกล้โครงการมากที่สุดตอนนี้คือ Airport Rail Link สถานีบ้านทับช้าง ซึ่งอยู่บนถนนลาดกระบัง สามารถเชื่อมกับ BTS สายสีเขียว สถานีพญาไท และ MRT สายสีน้ำเงิน สถานีมักกะสัน แม้จะไม่ได้ใกล้มากนักแต่ก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการเดินทางเข้าเมืองได้สะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ในอนาคตจะมี โครงการ Airport Link ส่วนต่อขยายเชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง โดยแนวเส้นทางจะต่อขยายมาจาก สถานีพญาไท ขนานไปกับเส้นทางรถไฟสายเหนือและสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) มาสิ้นสุดที่สนามบินดอนเมือง รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงพัฒนาการ-สำโรง วิ่งผ่านบนเส้นศรีนครินทร์ และรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงบางนา-สุวรรณภูมิ วิ่งผ่านบนเส้นบางนา-ตราด อีกด้วย

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวถือว่าเป็นทำเลที่สะดวกมากทีเดียว อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าถนนทางคู่ขนานวงแหวนกาญจนาโดยเฉพาะฝั่งทางด้านซ้ายมีความพิเศษที่มีทางลัดสามารถเชื่อมต่อไปยังถนนสำคัญต่างๆเพื่อเลี่ยงรถติด ช่วยประหยัดเวลา และทำให้เราไม่ต้องไปเสียเวลากลับรถไกลๆ โดยเฉพาะถนนบางนา-ตราดเป็นถนนใหญ่ที่ต้องกลับรถด้วยสะพานกลับรถ เพราะฉะนั้นหากคุณพลาดสะพานกลับรถหนึ่งไปคุณจะต้องเสียเวลาขับรถไปสะพานต่อไปเป็นกิโลแน่นอน ซึ่งเส้นทางลัดที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับหมู่บ้านในทำเลนี้ได้แก่

  • เส้นทางสีแดง เป็นทางที่ลัดเลาะมาตามซอยรามคำแหง 2 เพื่อมาออกที่ถนนบางนา-ตราด ซึ่งเป็นช่วงก่อนถึงสะพานกลับรถพอดี สามารถชิดขวาขึ้นสะพานเพื่อกลับรถหรือจะเข้าห้าง Mega Bangna ได้ง่ายและสะดวกโดยที่ไม่ต้องไปเสียเวลาไปกลับรถไกลๆอีกด้วย โดยมีระยะทางจากโครงการรวมประมาณ 4.5 km.
  • เส้นทางสีเหลือง เป็นทางที่ลัดเลาะมาตามซอยหมู่บ้านทุ่งเศรษฐีเชื่อมต่อซอยวัดทุ่งลานนา เพื่อไปออกสู่ถนนเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 สามารถใช้เชื่อมต่อไปยังถนนศรีนครินทร์หรือถนนพัฒนาการได้ โดยมีระยะทางจากโครงการรวมประมาณ 5 km.

นอกจากนี้บริเวณห้าง Mega Bangna นี้ยังเป็นจุดตัดระหว่างทางด่วนพิเศษ 2 เส้นคือ วงแหวนกาญจนาภิเษก และทางด่วนบูรพาวิถี สำหรับวงแหวนกาญจนาภิเษกนั้นจะมีจุดขึ้น-ลง อยู่ทั้งหมด 4 จุดตามแผนที่ ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าจะขึ้นเพื่อเข้าหรือออกเมืองได้ที่จุดไหนก็ได้ทั้งนั้นโดยใช้คู่กับทางลัดเส้นสีแดงดังกล่าวที่ได้บอกไปแล้วยิ่งง่ายเข้าไปอีก

ส่วนจุดขึ้น-ลงทางด่วนบูรพาวิถีนั้นมีอยู่เป็นระยะๆบนถนนบางนา-ตราด ซึ่งจุดที่ใกล้ที่สุดก็คือบริเวณจุดตัดหน้าห้าง Mega Bangna อีกเช่นกัน โดยสามารถใช้ทางลัดสีแดงมาออกที่ถนนบางนา-ตราด เพื่อขึ้นสะพานกลับรถแล้วตรงมาเข้าทางด่วนบูรพาวิถีได้โดยตรงเลยด้วย

สำหรับการเดินทางในวันนี้ผมเลือกใช้เส้นทางจากถนนสุขุมวิทตัดเข้าสู่ถนนบางนา-ตราดที่บริเวณสี่แยกบางนา แล้วขับตรงมาเรื่อยๆบนถนนบางนา-ตราด โดยจะใช้จุดเริ่มต้นที่บริเวณหน้าห้าง Central บางนา ขับตรงมาตามทางเรื่อยๆประมาณ 6.5 km. จึงเบี่ยงซ้ายเพื่อออกสู่ทางหลักแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนทางคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก ขับตรงต่อมาอีกประมาณ 3.3 km. ก็จะเจอกับที่ตั้งโครงการอยู่ทางซ้ายมือครับ

เริ่มต้นที่บริเวณหน้าห้าง Central บางนา ซึ่งเป็นแหล่งความอุดมสมบูรณ์ ห้างสรรพสินค้า และอาคารสำนักงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งบนถนนบางนา-ตราด จากภาพจะเห็นห้าง Central บางนา, Big C, และอาคารสำนักงาน MD Tower อยู่ทางด้านซ้าย ให้ขับตรงไปเรื่อยๆบนถนนบางนา-ตราด โดยสามารถเลือกใช้ถนนเส้นในเพื่อความรวดเร็วและเลี่ยงรถติดด้านนอกได้ครับเพราะเรายังต้องไปกันอีกไกล

ขับตรงต่อมาเรื่อยๆจนเห็นป้ายสีน้ำเงินที่บอกทางไปขึ้นทางด่วนกาญจนาภิเษกซึ่งเป็นทำเลเดียวกับที่ตั้งโครงการให้เตรียมตัวชิดซ้าย แต่ให้เราขับตรงไปอีกหน่อยครับ อย่าพึ่งไปเลี้ยวตามป้ายนะ

มาตรงมาอีกหน่อย(เลยทางออกที่ป้ายสีน้ำเงินเมื่อครู่นี้บอกมาแล้ว) เราจะมองเห็น Tesco Lotus บางแก้ว อยู่ทางซ้ายมือ ให้ชิดซ้ายได้เลยครับ

พอเจอกับทางออกก็ให้เบี่ยงออกซ้ายเพื่อเข้าสู่ทางหลักด้านนอก สาเหตุที่ให้มาออกตรงนี้ก็เพราะว่าจุดออกก่อนหน้านี้รถจะติดมากเนื่องจากเป็นทางออกเพื่อขึ้นสะพานกลับรถและเป็นสะพานเข้าสู่ห้าง Mega Bangna อีกด้วย ขับเลยมาหน่อยจะได้ออกได้สะดวกๆไม่ต้องต่อคิวนานนะ

พอเบี่ยงซ้ายออกมาแล้วก็ให้ชิดซ้ายทันที โดยให้ชิดเลนทางซ้ายสุดตามป้ายสีเขียวไปพระโขนง-ลาดกระบัง ซึ่งเป็นช่องทางไปถนนทางคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษกครับ

ขับตรงต่อไปตามทางเรื่อยๆโดยใช้เลนทางฝั่งซ้ายนะ เพราะเป็นทาง two way จะมีรถทางด้านขวาสวนกลับมาด้วย จากถนนบางนา-ตราด ให้ขับตรงเข้ามาอีกประมาณ 3.3 km. ครับ

ขับตรงมาสักพักเราจะเจอกับทางแยกสำคัญซึ่งเป็นทางลัดของซอยรามคำแหง 2 เพื่อใช้ไปออกถนนบางนา-ตราดได้ จากตรงนี้ให้ขับตรงต่อไปอีกครับ

ขับตรงมาอีกสักพักจะมีจุดสังเกตคือจะเจอสะพานลอย แสดงว่าเราใกล้ถึงที่ตั้งโครงการแล้วครับ แล้วเมื่อเลยสะพานลอยมาอีกหน่อยเราจะเจอกับกำแพงรั้วใหญ่ๆสีเหลืองๆทางด้านซ้าย ซึ่งคือรั้วโครงการแกรนด์ โมนาโค เฟสที่แรกของโครงการนั่นเอง ให้เตรียมชลอรถเพื่อเลี้ยวเข้าสู่โครงการครับ

เมื่อขับตามรั้วโครงการมาเรื่อยๆจนถึงซุ้มประตูใหญ่ๆ ก็ให้เราเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ตัวโครงการได้เลย

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

เมื่อมาถึงโครงการแล้วเราก็มาดูบริบทโดยรอบโครงการกันสักหน่อย ติดกับตัวโครงการส่วนใหญ่เป็นโครงการหมู่บ้านจัดสรรเก่าดั่งเดิม และมีคลองปากน้ำพาดผ่านโครงการ ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

  • ด้านทิศเหนือ ติดกับ หมู่บ้านสวนหลวงวิลล์ ที่ว่าง และหมู่บ้านนาราทาวน์
  • ด้านทิศใต้ ติดกับ หมู่บ้านนิรันดร์วิลล์ 1 หมู่บ้านโกเด้น ทาวน์ 2 และชุมชนวัดทุ่งเศรษฐี
  • ด้านทิศตะวันออก ติดกับ ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (ถนนหน้าบ้าน) หรือทางคู่ขนานถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นทางเข้าหลักของโครงการ
  • ด้านทิศตะวันตก ติดกับ หมู่บ้านเดอะบัลโคนี่โฮม และหมู่บ้านนิรันดร์วิลล์

เรามาลองดูบรรยากาศด้านหน้าโครงการกันสักหน่อย เริ่มที่ซุ้มประตูทางเข้าที่ออกแบบสไตล์โมนาโคแบบยุโรปตะวันตก ให้ความรู้สึกหรูหราและใหญ่โตมากๆ

หันมามองทางด้านซ้ายเป็นถนนทางคู่ขนานกาญจนาภิเษกฝั่งมุ่งหน้าไปบางนา-ตราด

และหันมามองทางด้านขวาเป็นถนนทางคู่ขนานกาญจนาภิเษกฝั่งมุ่งหน้าไปลาดกระบัง จะเห็นได้ว่าบรรยากาศโดยรอบโครงการค่อนข้างเงียบสงบ ไม่มีร้านค้าร้านอาหารคึกคักในระยะเดินถึง จึงเป็นโครงการที่เหมาะกับการใช้รถไปซื้อของหรือทานอาหารด้านนอกมากกว่าครับ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • ม.รามคำแหง 2 ~ 1.9 km.
  • ตลาดนัมเบอร์วัน ราม 2  ~ 2.9 km.
  • Tesco Lotus  ~ 4.6 km.
  • Mega Bangna  ~ 6 km.
  • ตลาดกิ่งแก้ว  ~ 6.1 km.
  • Makro บางพลี  ~ 6.3 km.
  • รพ.จุฬารัตน์ 9  ~ 6.6 km.
  • รร.ราชวินิตบางแก้ว  ~ 6.8 km.
  • รพ.พริ้นซ์ ฮอสพิทอล สุวรรณภูมิ  ~ 6.9 km.
  • Summit Windmill Golf Club  ~ 7 km.
  • Bangna Towers  ~ 7.3 km.
  • HomePro  ~ 7.9 km.
  • รพ.จุฬารัตน์ 1  ~ 8.1 km.
  • มหาวิทยาลัยเนชั่น  ~ 8.7 km.
  • Interlink Tower  ~ 9 km.
  • Paradise Park  ~ 9.7 km.
  • Chic Republic  ~ 9.9 km.
  • ตลาดนัดบางแก้ว  ~ 10.1 km.
  • Thana City Country Club  ~ 10.8 km.
  • รพ.ศิครินทร์  ~ 10.9 km.
  • บางนาธานี  ~ 10.9 km.
  • ตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์  ~ 11.2 km.
  • Makro ศรีนคริทร์  ~ 11.3 km.
  • Bic C ศรีนคริทร์  ~ 11.3 km.
  • Secon  ~ 12.3 km.
  • CentralCity Tower  ~ 12.7 km.
  • Central บางนา  ~ 12.8 km.
  • Foodland ศรีนคริทร์  ~ 12.8 km.
  • Ha Ha Mall  ~ 12.9 km.
  • MD Tower  ~ 13 km.
  • Jas Urban  ~ 13 km.
  • รพ.ไทยนครินทร์  ~ 13.3 km.
  • ไบเทค บางนา  ~ 13.3 km.
  • SB  ~ 13.7 km.


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ TWO GRANDE MONACO บางนา-วงแหวน อยู่ติดกับถนนทางคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก(ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9) หรือถนนหน้าบ้าน ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 43-1-90 ไร่ และมีจำนวนทั้งสิ้น 77 ยูนิต ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นตัวเฟส 2 ที่พัฒนาต่อมาจากเฟสแรก โดยตัวเฟส 2 จะมีเขตที่ดินเริ่มตั้งแต่แนวคลองปากน้ำเป็นต้นไป

มาดูแผนผังโครงการกันบ้าง โครงการทั้ง 2 เฟสจะใช้ทางเข้า-ออกร่วมกัน ทำให้สามารถตรวจสอบความปลอดภัยได้ง่ายมากขึ้น เข้าออกด้วยระบบ Easy Pass มีการรักษาความปลอดภัยแน่นหนา มีถนนหลักอยู่ตรงกลางความกว้าง 8 m. เชื่อมต่อตั้งแต่หน้าทางเข้าโครงการไปจนถึงเฟส 2 ที่อยู่ทางด้านใน และมีถนนซอยย่อยกว้าง 6 m. โดยมีการทำถนนในโครงการทั้งหมดล้อมรอบตัวบ้านพักอาศัย ทำให้ “ไม่มีบ้านหลังไหนติดรั้วกำแพง” เลย ซึ่งช่วยในเรื่องของความปลอดภัยได้ดีและไม่มีซอยตันสามารถวนรถออกได้ง่าย และมี Clubhouse แยกออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน ทำให้ลูกบ้านทั้ง 2 เฟสจะได้ไม่ต้องมาแย่งกันใช้งานที่ Clubhouse เดียวกัน ช่วยแก้ปัญหาเรื่องความหนาแน่นและความไม่เป็นส่วนตัวได้ดี นอกจากนี้ยังมี Lake ขนาดใหญ่อยู่กลางโครงการ ทำให้ง่ายต่อการใช้งานของลูกบ้านทั้ง 2 เฟส รวมถึงมีการกระจายพื้นที่สวนและพื้นที่สีเขียวไว้ตามส่วนต่างๆ ของโครงการอีกด้วย

เริ่มต้นที่ซุ้มประตูทางเข้าโครงการทางด้านหน้ามีขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยสไตล์โมนาโคหรือสถาปัตยกรรมแบบ Baroque สอดคล้องกับแนวคิดโครงการซึ่งแสดงถึงความยิ่งใหญ่และหรูหราของโครงการได้เป็นอย่างดี ตกแต่งด้านข้างซุ้มประตูด้วยด้วยต้นไม้สีเขียวและน้ำพุอย่างสวยงาม มีป้ายชื่อโครงการขนาดใหญ่ชัดเจน

เมื่อผ่านซุ้มประตูเข้ามาจะพบกับป้อม รปภ. และสวนต้อนรับสีเขียวร่มรื่นทั้ง 2 ข้างทาง

ทางเข้าป้อม รปภ. จะแยกออกเป็นซ้าย-ขวา ซึ่งแต่ละฝั่งก็จะแยกย่อยออกเป็นอีก 2 ช่องทางคือ ช่องทางด้านซ้ายสำหรับลูกบ้านเป็นระบบ RFID หรือระบบ Easy Pass สามารถขับรถผ่านได้เลยโดยไม่ต้องแตะบัตร ส่วนช่องทางขวาสำหรับ Visitor ที่เข้ามาติดต่อ ซึ่งจะต้องทำการแลกบัตรกับ รปภ. ก่อนจึงจะเข้าไปได้

โครงการนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา ทั้งระบบ RFID ที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ลูกบ้านได้ดี ซึ่งไม้กระดกจะเปิดให้อัตโนมัติโดยไม่ต้องเปิดกระจกออกมาแตะบัตรให้เสียเวลาหรือต้องเปียกฝนในวันที่ฝนตก นอกจากนี้ยังมีระบบ CCTV ตรวจจับภาพผู้ขับและป้ายทะเบียนรถทั้งขาเข้าและขาออกอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีประตูรางเลื่อนเหล็กอัตโนมัติสำหรับเลื่อนปิดโครงการอีกชั้นหนึ่งอยู่ทางด้านหลัง

เมื่อเข้ามาภายในจะเจอกับวงเวียนแรก ถ้าเลี้ยวไปทางซ้ายมือจะไปยัง Clubhouse ของเฟสแรกได้ ส่วนเฟส 2 จะอยู่ทางด้านในให้ตรงเข้าไปครับ

ภาพบรรยากาศถนนหลักภายในโครงการ มีความกว้างของผิวถนน 8 m. สองข้างทางปลูกต้นไม้ตลอดเส้นทางให้ความร่มรื่นดีครับ

ถัดเข้ามาเราจะเจอวงเวียนอีกหนึ่งจุด ทางซ้ายจะเป็นทางไปยังส่วนพักอาศัยอื่นๆของเฟสแรก ส่วนทางขวาเป็นทางไป Sale Gallery ที่อยู่ที่ Clubhouse ของเฟส 2 ครับ

แวะมาดูด้านหลังวงเวียนกันสักเล็กน้อย เป็น Lake ขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางของโครงการ บริเวณรอบๆมีสวนและทางเดินดูร่มรื่นดีครับ

คราวนี้เราจะไปทางขวาของวงเวียนเพื่อไปยังโครงการเฟส 2 กันต่อนะ

เมื่อขับรถเข้ามาเรื่อยๆเราจะเจอกับสะพานข้ามคลองปากน้ำซึ่งกั้นแบ่งระหว่างพื้นที่เฟส 1 และเฟส 2 และเมื่อขึ้นสะพานมาแล้วเราจะมองเห็นอาคาร Clubhouse สีขาวสวยเด่นอยู่แต่ไกล

Clubhouse ตั้งอยู่ทางด้านซ้าย ซึ่งบริเวณด้านหน้าจัดเป็น Lake และมีสวนสีเขียวโดยรอบ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นปราสาทสีขาวที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามต้อนรับการกลับมาของลูกบ้านได้เป็นอย่างดี

ทางด้านขวาจัดเป็นสวนสไตล์ฝรั่งเศส มีความสวยงามและน่าเดินเล่นตอนแดดร่มๆเป็นอย่างมาก

ถัดเขามาด้านในจะเจอวงเวียนขนาดใหญ่อีกจุดหนึ่งซึ่งจะมีทางแยกออกไปยังส่วนพักอาศัยอื่นๆของโครงการ มีแนวต้นไม้และสวนสีเขียวอยู่โดยรอบทำให้ดูร่มรื่น และช่วยให้งานประติมากรรมสีขาวต่างๆที่อยู่ตรงกลางและรอบๆดูเด่นและสวยงามมากยิ่งขึ้นด้วย

เมื่อมองไปทางด้านซ้ายเป็นทางไป Clubhouse ของโครงการเฟส 2 และใช้เป็น Sale Gallery ในปัจจุบัน

ตรงเข้ามาจากวงเวียนทางด้านในจะเป็นส่วนพักอาศัยและบ้านตัวอย่างของโครงการครับ

ทางด้านขวาจัดเป็นสวนอีกจุดหนึ่งเหมาะสำหรับเดินเล่นพักผ่อน ซึ่งถ้าใครซื้อบ้านที่หันหน้าเข้าสวนนี้จะให้ความรู้สึกเหมือนมีสวนหน้าบ้านขนาดใหญ่ส่วนตัว และยังได้วิวสวนสีเขียวจากชั้น 2 ของตัวบ้านอีกด้วยนะ

กลับมาที่ Clubhouse ของโครงการ เป็นอาคารสีขาวขนาดใหญ่ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก Le Casino de Monte Carlo (เลอ คาสิโน เดอ มองเตอะ คาโล) เป็นบ่อนคาสิโนเลื่องชื่อของประเทศโมนาโกที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการหารายได้เข้าประเทศโดยบัญชาของกษัตริย์ ด้วยรูปแบบหลังคาโดมสูงและช่องเปิดอาคารที่เป็นจังหวะอย่างมีระเบียบ และใช้ลักษณะรายละเอียดประกอบอาคารด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาโรก (Baroque) ซึ่งถูกลดทอนบางส่วนเพื่อให้เหมาะสมกับยุคสมัยปัจจุบันมากขึ้น แต่ยังคงให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่และหรูหราแบบต้นฉบับได้ดี เหมาะที่จะใช้เป็นศูนย์รวมของลูกบ้านหรือเป็นส่วนต้อนรับแขกจากภายนอกซึ่งจะช่วยบ่งบอกระดับฐานะของเจ้าบ้านได้เป็นอย่างดี

เมื่อเข้ามาภายในจะเจอกับโถงต้อนรับเป็นสเต็ปบันไดอีกชั้นหนึ่ง ปูพื้นด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนสีขาวสะอาดตา ฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume ให้ความรู้สึกโอ่โถง และติด Chandelier ขนาดใหญ่ประดับอยู่ด้านบนช่วยเพิ่มความหรูหราและสวยงามได้เป็นอย่างดี

ตรงกลางมีเคาน์เตอร์ Reception ซึ่งปัจจุบันยังคงใช้เป็นสำนักงานขายอยู่ จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้รายละเอียดโครงการประจำอยู่ตลอดเวลา

เข้ามาด้านในทางฝั่งซ้ายปัจจุบันจัดเป็นส่วนต้อนรับซึ่งมีชุดโซฟาและโต๊ะเก้าอี้อยู่หลายชุด แต่ในอนาคตพื้นที่ในส่วนนี้จะกลายเป็น Fitness สำหรับให้ลูกบ้านได้มาออกกำลังกายกันได้ครับ

มาดูทางด้านขวาซึ่งเป็นพื้นที่ข้างหน้าต่าง ในปัจจุบันจัดเป็นชุดโซฟารับแขกเอาไว้ แต่ถ้าในอนาคตมีเครื่องออกกำลังกายเช่น ลู่วิ่งไฟฟ้า หรือเครื่องปั่นจักรยานมาวางเอาไว้ตรงนี้จะทำให้สามารถออกกำลังกายไปและ Take View สวนและสระว่ายน้ำด้านนอกได้ด้วยนะ

ด้านในสุดมีเคาน์เตอร์บาร์สำหรับนั่งจิบไวน์หรือจัดปาร์ตี้ได้ นอกจากนี้ทางด้านซ้ายและด้านขวายังมีห้องอเนกประสงค์ซึ่งใช้เป็นห้องรับรองแขกหรือไว้คุยธุระเป็นการส่วนตัวได้อีกด้วย

ส่วนอีกฝั่งหนึ่งของตัวอาคาร Clubhouse เป็นทางไปห้องน้ำครับ

ห้องน้ำเป็นแบบแยก ชาย-หญิง ภายในมีกระจกบานใหญ่ ฝ้าเพดานสูง และมีช่องแสงขนาดใหญ่จึงทำให้ห้องน้ำนี้โปร่งโล่งและสว่างมาก

ส่วนต่อไปเป็น Facilities แบบกลางแจ้งที่อยู่ทางด้านนอกซึ่งต้องผ่านประตูที่อยู่ทางด้านหลัง Reception

เมื่อออกจากประตูมาเราจะมองเห็นวิวทะเลสาบและสวนภายนอกได้ มีบันไดลดสเต็ปลงไปด้านล่างเล็กน้อยและมีทางแยกออกไปทางซ้ายกับขวา

เริ่มจากทางด้านซ้ายก่อนซึ่งเป็นทางไปสระว่ายน้ำครับ มีสเต็ปลงบันไดอีกเล็กน้อยเป็นการเล่นระดับเหมือนเรากำลังเดินอยู่ในปราสาทหลังใหญ่ที่มีชั้นหลายๆชั้น

สระว่ายน้ำเป็นแบบ Freeform มีความยาวตลอดแนวอาคาร Clubhouse บริเวณโดยรอบจัดเป็นสวนและแนวต้นไม้ รวมถึงมีชุดโต๊ะเก้าอี้หวายไว้นั่งพักผ่อนริมสระอีกด้วย

บรรยากาศอีกด้านของสระว่ายน้ำเมื่อมองออกไปจะเห็นทะเลสาบและสวนสีเขียวที่กว้างใหญ่สวยงามมากเลยทีเดียว สระเป็นแบบ Infinity edge pool ทำให้ผืนน้ำของสระเชื่อมต่อกับผิวน้ำของทะเลสาบได้เป็นอย่างดี ที่ปลายสุดของสระจัดเป็นน้ำตกหินเทียมสีดำช่วยสร้างบรรยากาศใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น นอกจากนี้ทางฝั่งขวาของสระยังมี Pool Jet และที่นั่งในสระ ที่สามารถนั่งพิงหลังนวดตัวพร้อมกับชมวิวของสวนและทะเลสาบไปได้ด้วย

ส่วนทางฝั่งซ้ายของสระเป็นบ่อ Jacuzzi และเป็นสระน้ำตื้น เด็กสามารถเล่นบริเวณตรงนี้ได้ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับผู้ปกครองที่นั่งดูแลอยู่ที่เก้าอี้หวายริมสระได้

คราวนี้เราจะไปดูทางด้านขวาของบันไดกันบ้างนะครับ

เมื่อเดินมาทางด้านขวาเราจะเจอกับบันไดลงไปด้านล่างซึ่งแยกออกอีกเป็นสองทาง โดยบันไดทางซ้ายเป็นทางไปสวนและทะเลสาบที่อยู่ทางด้านหน้าของ Clubhouse ส่วนบันไดทางขวาเป็นทางไปห้องน้ำที่อยู่ใต้อาคาร

เริ่มจากบันไดทางด้านซ้ายเมื่อเดินลงมาจะมีทางเดินที่ลัดเลาะมาตามริมทะเลสาบและสวนสีเขียวที่อยู่โดยรอบ นอกจากนี้ยังมีสนามพัตต์กอล์ฟที่เป็นสนามหญ้าเทียม พร้อมกับมีหลุมทรายอยู่ติดกันทางด้านซ้ายให้ได้ซ้อมฝีมือกันอีกด้วย ให้อารมณ์เหมือนได้ออกรอบที่สนามกอล์ฟจริงๆที่มีทั้งสวน ต้นไม้ บ่อทราย และบ่อน้ำครบสูตรเลยครับ

ส่วนบันไดทางด้านขวาเมื่อลงมาแล้วจะเจอกับห้องน้ำซึ่งแยกออกเป็นห้องน้ำชาย-หญิง และยังมีห้องน้ำคนพิการคอยให้บริการอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีทางเดินเชื่อมต่อไปยังลานจอดรถด้านหน้า Clubhouse ได้ ซึ่งสะดวกสำหรับคนที่ต้องการมาว่ายน้ำโดยตรงก็สามารถใช้เส้นทางนี้ได้เลยโดยไม่ต้องเดินขึ้นไปบนอาคารก่อนให้เสียเวลา

ตรงกลางเป็นห้องน้ำคนพิการ ภายในมีพื้นที่กว้างขวางสามารถใช้รถเข็นเข้ามาได้ และมีราวจับใช้สำหรับช่วยพยุงตัวด้วย

ทางด้านซ้ายเป็นห้องน้ำหญิง ภายในมีอ่างล้างหน้าหลายชุดและมีห้องน้ำหลายห้อง รวมถึงมีห้องอาบน้ำไว้คอยบริการอีกด้วย

ส่วนทางด้านขวาเป็นห้องน้ำชาย ซึ่งภายในก็มีอ่างล้างหน้า ห้องน้ำ และห้องอาบน้ำเหมือนกับห้องน้ำหญิง แต่จะมีโถปัสสาวะชายเพิ่มขึ้นมาด้วยครับ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Clubhouse
  • สระว่ายน้ำ Free Form 1 สระ ระบบเกลือ ยาว 20 เมตร
  • สระเด็ก (กลม) เส้นผ่านศูนย์กลาง 10 m.
  • Jacuzzi
  • Pool Jet
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง
  • สวนสาธารณะขนาดใหญ่ 2 แห่ง
  • สนามพัตต์กอล์ฟ
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 16 จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 2.5 เมตร
  • Key Card Access ระบบ Easy pass
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบรั้วกั้นไม้กระดก และแบบเลื่อนไฟฟ้า 2 ตอน
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic & Shock Sensor ทุกหลัง
  • ถนนหลักกว้าง 8 ม. และถนนภายในกว้าง 6 ม.


Product Walkthrough

โครงการ TWO GRANDE MONACO บางนา-วงแหวน เป็นโครงการที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจากความยิ่งใหญ่ของราชรัฐโมนาโก เป็นนครรัฐในยุโรปตะวันตก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศที่เล็กที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากนครรัฐวาติกัน โดยมีขนาดพื้นที่แค่ 1.96 ตารางกิโลเมตร เล็กกว่ากรุงเทพฯประมาณ 1,000 เท่า มีประชากร 30,000 กว่าคน แต่ด้วยขนาดประเทศที่เล็กมากจึงทำให้กลายเป็นประเทศที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดในโลก เป็นประเทศที่ไม่มีการจัดเก็บภาษีรายได้หรือภาษีมรดก แต่มีรายได้หลักจากการผูกขาดของธุรกิจคาสิโน ซึ่งก็คือ Le Casino de Monte Carlo (เลอ คาสิโน เดอ มองเตอะ คาโล) ที่ทางโครงการได้นำมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้าง Clubhouse ซึ่งแสดงถึงความหรูหราของโครงการได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้โมนาโกยังเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาต่อตารางเมตรละ 2-3 ล้านบาทกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าถ้าไม่รวยจริงจะมาอยู่ที่นี่ไม่ได้นะ เพราะถ้าคุณไปเดินที่ประเทศนั้นทุกๆ 1 ใน 3 คนที่คุณเดินผ่านจะเป็นคนรวยที่มีเงินในบัญชีมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ เป็นอย่างต่ำ เป็นเครื่องการันตีและยืนยันได้ว่าคนที่จะซื้อโครงการนี้จะเป็นคนที่สมฐานะและอยู่ในระดับเดียวกันแน่นอน

ส่วนตัวบ้านพักอาศัยของโครงการก็ได้แรงบันดาลใจมาจากพระราชวัง Le Palais Princier de Monaco ซึ่งเคยเป็นป้อมปราการเก่ามาก่อน ตัวบ้านจึงนำจุดเด่นของหอคอยป้อมปราการมาใช้ประกอบ จึงทำให้มีความสง่างามและเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเหมือนเป็นพระราชวังหรือคฤหาสน์ส่วนตัวที่สวยงาม นอกจากนี้ยังตกแต่งด้วยบัวประดับรับใต้ฝ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของโบสถ์คาทีดราล (Le Cathedrale de Monaco) ซึ่งเป็นโบสถ์ประจำชาติของนครรัฐโมนาโก และยังมีการตกแต่งผนังบางส่วนด้วยหินเพื่อสื่อถึงเมืองชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอีกด้วย สำหรับบ้านของโครงการจะมีอยู่ทั้งหมด 3 แบบ ประกอบด้วย

  • Ambroise (อองบัวส์) ขนาดที่ดิน 101 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 343 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ
  • Versailles (แวร์ซายน์) ขนาดที่ดิน 119 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 424 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ
  • Palais de Prince (ปาลา เดอ แปงซ์) ขนาดที่ดิน 147 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 602 ตร.ม. 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ

โดยจะมีบ้านตัวอย่างให้ดู 2 แบบคือ Ambroise (อองบัวส์) พื้นที่ใช้สอย 343 ตร.ม. และ Versailles (แวร์ซายน์) พื้นที่ใช้สอย 424 ตร.ม. ครับ

สำหรับบ้านตัวอย่างหลังแรก Ambroise (อองบัวส์) มีขนาดที่ดิน 101 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 343 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ มีทางเข้าบ้านทั้งหมด 2 ทางคือทางเฉลียงหน้าบ้านซึ่งเป็นทางเข้าหลัก และทางประตูกระจกบานเลื่อนที่ใช้ขนของเข้าครัวได้ง่าย ซึ่งตรงโถงทางเดินกลางบ้านนี้เองเป็นตัวทำให้เกิดฟังก์ชันการใช้งานของบ้านแยกออกเป็นปีกซ้ายและปีกขวา โดยทางปีกซ้ายเป็นพื้นที่ Common area ขนาดใหญ่ที่สามารถเข้ามาได้จากทางเข้าหลังของเฉลียงหน้าบ้าน ประกอบด้วยห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก ห้องทานอาหาร และพื้นที่อเนกประสงค์ซึ่งออกแบบเป็นส่วนยื่นผนังกระจกเข้ามุมแบบ Bay Window ทำให้เพิ่มมุมมองได้กว้างมากขึ้น

ส่วนทางปีกขวาเป็นห้องน้ำแบบ Powder room และห้องนอนชั้น 1 ซึ่งมีห้องน้ำในตัวด้วย พื้นที่ตรงกลางบ้านเป็นครัวปิด เชื่อมต่อไปยังลานซักล้างหลังบ้านซึ่งเป็นพื้นที่ส่วน Maid แยกออกจากพื้นที่เจ้าของบ้านอย่างเป็นสัดส่วน ประกอบด้วยห้องนอนและห้องน้ำของ Maid ส่วนบันไดขึ้นชั้น 2 จะอยู่กลางบ้านบริเวณส่วนหอคอย ใต้บันไดมีห้องเก็บของซ่อนอยู่ด้วย

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะมีโถงทางเดินเชื่อมต่อพื้นที่ห้องต่างๆของตัวบ้าน ประกอบด้วย Family area ห้องนอนเล็ก 2 ห้องซึ่งมีห้องน้ำในตัว และห้อง Master Bedroom มี Walk in closet และห้องน้ำขนาดใหญ่ มีทั้งอ่างอาบน้ำและ Shower box

รูปแบบของบ้านตกแต่งด้วยสไตล์โมนาโคที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพระราชวัง Le Palais Princier de Monaco และโบสถ์คาทีดราล (Le Cathedrale de Monaco) ของประเทศโมนาโกอย่างที่ได้กล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งดึงเอาจุดเด่นของหอคอยป้อมปราการและการตกแต่งด้วยบัวประดับรับใต้ฝ้ามาใช้ประกอบ จึงทำให้มีความสง่างามและเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเหมือนพระราชวังหรือคฤหาสน์ ตกแต่งผนังบางส่วนด้วยหินสีเทา และใช้โครงสร้างแบบ Arch โค้งซึ่งแสดงถึงสถาปัตยกรรมแบบ Baroque ของยุโรปตะวันตกได้เป็นอย่างดี ฟังก์ชันภายในมีจุดเด่นอยู่ที่ห้องนอนขนาดใหญ่และมีห้องน้ำในตัวทุกห้อง พร้อม Multi purpose area ที่ดีไซน์โปร่งมีช่องเปิดรับแสงธรรมชาติ และ Family area ที่มีพื้นที่กว้างขวางสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้ตามต้องการ รวมถึงมีพื้นที่ส่วน Maid แยกออกจากพื้นที่ของเจ้าของบ้านอย่างเป็นสัดส่วนอีกด้วย

เริ่มต้นที่บริเวณลานจอดรถหน้าบ้านมีความกว้างสามารถจอดรถได้ 3 คัน ใช้โครงสร้างแบบ Slab on Beam มีเสาเข็มรองรับ ทำให้พื้นมีความแข็งแรงและป้องกันการทรุดตัวได้ดีกว่าและปูพื้นด้วย Concrete Stamp ทำให้มีความเรียบร้อยสวยงามดี ไฟที่โรงจอดรถมีหลายจุด แบ่งออกได้เป็น 3 แถว ซึ่งพอดีกับรถ 3 คัน ทำให้ตอนกลางคืนจะมีแสงสว่างเพียงพอต่อการใช้งานจริงแน่นอนครับ

ถัดเข้ามาด้านในทางด้านซ้ายมือจะมีช่องเก็บของซ่อนอยู่ในเสาเรียบร้อยดี ไว้ใช้เก็บอุปกรณ์ล้างรถหรืออุปกรณ์ทำสวนได้ ส่วนทางด้านขวาเป็นประตูกระจกบานเลื่อนซึ่งสามารถใช้เป็นทางเข้าสู่ตัวบ้านได้เส้นทาง ซึ่งจะตรงกับทางเข้าพื้นที่ครัวด้านในตัวบ้าน

ประตูบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียมสีขาว ติดกระจกเขียวตัดแสงของ Lynn โดยประตูนี้เป็นทางเข้าบ้านรองอีกทางหนึ่งของตัวบ้าน สามารถใช้ขนของที่ซื้อมาจากในรถเข้าสู่ตัวบ้านหรือเข้าห้องครัวได้ง่ายโดยไม่ต้องอ้อมไปเข้าทางด้านหน้า และที่ผนังด้านขวามีกล่องขาวๆเป็นตัว Reader เป็นตัวอ่าน Key Card ทำงานร่วมกับระบบสัญญาณกันขโมยที่ติดอยู่ตามจุดต่างๆของตัวบ้าน ทำให้เราสามารถใช้ Key Card แตะเพื่อเปิด-ปิดระบบรักษาความปลอดภัยก่อนออกจากบ้านตอนมาถึงบ้านได้อย่างสะดวกทันทีเมื่อลงจากรถครับ

ทางเข้าหลักของตัวบ้านจะอยู่ทางด้านขวาของโรงจอดรถ จะสังเกตได้ว่าพื้นที่ทางเดินตรงส่วนนี้จะไม่มีหลังคาคลุม อาจทำให้แดดร้อนในเวลากลางวันหรือเปียกฝนในวันที่ฝนตกได้ในกรณีที่มีแขกมาหรือต้องใช้ทางเข้า-ออกที่ประตูหลักทางด้านหน้าของบ้านเป็นประจำ ซึ่งอาจต้องแก้ไขด้วยการใช้ประตูกระจกบานเลื่อนเมื่อสักครูซึ่งเป็นทางเข้าบ้านรองแทนทางเข้าบ้านหลักด้านหน้าครับ

มาถึงประตูทางเข้าหลักของตัวบ้านออกแบบเป็นซุ้มแบบ Arch โค้งสูงขึ้นไปจนถึงชั้น 2 ของตัวบ้าน ทำให้ดูภูมิฐานและสูงโปร่งมากยิ่งขึ้น

มีพื้นที่ทางด้านข้างของตัวบ้านสามารถจัดเป็นสวนเล็กๆได้ ซึ่งในบ้านจริงแบบบ้านจะเน้นพื้นที่ใช้สอยภายในเป็นหลักจึงสร้างบ้านเต็มพื้นที่ดิน ทำให้ในความเป็นจริงแล้วเราจะมีพื้นที่ข้างบ้านเหลืออยู่ประมาณ 2 m. นะครับ

สำหรับบ้านตัวอย่างด้านในสุดจัดทำเป็นสวนและบ่อน้ำประดับตกแต่งมาให้ดูเป็นตัวอย่าง สวยงามดีและได้บรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ เป็นไอเดียที่ดีช่วยเพิ่มมุมมองได้ทั้งจากภายในและภายนอกตัวบ้าน

กลับมาที่ทางเข้าหลักของตัวบ้านมีบันไดยกสเต็ปขึ้นไป 2 ขั้น และปูพื้นเฉลียงหน้าบ้านด้วยพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60 x 60 cm. มีลวดลายที่เรียบง่าย แต่หรูหราและสวยงามเข้ากับตัวบ้านได้ดี

ประตูทางเข้าเป็นประตูกรอบบานไม้สักทำสีเทา ติดกระจก Stain Glass ลวดลายสวยงาม พร้อมมือจับประตูของ Colt สีเงินสวยเข้ากับสีประตูได้ดี

เมื่อเข้ามาภายในจะพบกับพื้นที่ Common area ขนาดใหญ่ ปูพื้นด้วยหินเทียม Artificial Stone Verona ขนาด 60 x 60 cm. และมีความสูงจากพื้นถึงฝ้า 3 m. ซึ่งของจริงจะได้เป็นฝ้าฉาบเรียบทาสีพร้อมไฟดาวน์ไลท์ ไม่มี Drop ฝ้าให้แบบบ้านตัวอย่างนะ เนื่องจากมีฝ้าเพดานที่สูงกว่าบ้านปกติจึงสามารถแขวนโคมไฟขนาดใหญ่ได้ และมีช่องแสงเยอะจึงทำให้มีความโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ส่วนผนังของจริงจะติดวอลเปเปอร์อย่างดีนำเข้าจากต่างประเทศ

เริ่มที่พื้นที่แรกเป็นห้องนั่งเล่นหรือใช้เป็นห้องรับแขกก็ได้ มีพื้นที่กว้างขวางสามารถวางโซฟาชุดใหญ่ๆได้เต็มที่ และยังมีพื้นที่เหลือสามารถวางโต๊ะกลางสวยๆและโต๊ะวางโคมไฟประดับด้านข้างได้สบายๆ ด้านหลังโซฟาเป็นหน้าต่างกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ที่สามารถเลื่อนเปิดระบายอากาศ ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในบ้าน และยังสามารถ Take View สวนภายนอกได้เต็มที่โดยไม่มีเส้นกรอบกระจกมาบังสายตาเหมือนหน้าต่างบานเล็กๆทั่วไป

ระยะดูทีวีกว้างกว่า 4 m. สามารถใช้ทีวีจอใหญ่ๆขนาด 60 นิ้วได้เลย

ติดกันกับห้องนั่งเล่นเป็นพื้นที่ทานอาหารกับพื้นที่อเนกประสงค์ที่เชื่อมต่อกันโดยไม่มีผนังกั้นจึงทำให้ได้พื้นที่โปร่งโล่งขนาดใหญ่ สามารถจัดฟังก์ชันการใช้งานใหม่ได้ตามความต้องการ ถ้าใครที่อยากได้พื้นที่ที่เป็นสัดส่วนมากขึ้นก็อาจใช้เคาน์เตอร์บาร์หรือฉากกั้นแบบโปร่งมากั้นพื้นที่เพิ่มเติมได้ ซึ่งยังคงได้พื้นที่ฟังก์ชันที่เชื่อมถึงกันและยังโปร่งโล่งอยู่ครับ

พื้นที่ทานอาหารทางโครงการวางโต๊ะกลมขนาด 5 ที่นั่งมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งยังคงมีพื้นที่เหลือสามารถขยายเป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมขนาด 6 – 8 ที่นั่งเลยก็ได้ ผนังด้านข้างเป็นกระจกช่วงดึงแสงธรรมชาติเข้ามาทำให้พื้นที่ส่วนกลางบ้านนี้สว่างดีครับ

ติดกันทางด้านขวาเป็นพื้นที่ Multi purpose area สามารถใช้เป็นมุมพักผ่อนหรือมุมนั่งทำงานแบบส่วนตัวได้ จุดเด่นของพื้นที่ส่วนนี้อยู่ที่ผนังกระจกขนาดใหญ่สูงจากพื้นเกือบถึงฝ้า และยังได้เป็นกระจกเข้ามุมแบบ Bay Window ที่ช่วยเพิ่มมุมมองสามารถ Take View ภายนอกได้กว้างมากขึ้น ทำให้เกิดพื้นที่เชื่อมต่อกันระหว่างพื้นที่ภายในกับพื้นที่สวนด้านนอกได้ดียิ่งขึ้น

ประตูกระจกบานเลื่อนสามารถเปิดออกมาภายนอกได้ ซึ่งเราสามารถจัดเป็นสวนหรือบ่อน้ำสวยๆเพื่อออกมาชมหรือใช้งานได้ตามความชอบของแต่ละคน

ต่อจากพื้นที่ Common area จะมีโถงทางเดินเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ส่วนถัดไปของตัวบ้าน

บริเวณโถงทางเดินนี้จะเป็นจุดศูนย์กลางซึ่งเชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนต่างๆของตัวบ้านทั้งหมด ทั้งบันไดทางขึ้นชั้น 2 ประตูทางเข้ารองจากที่จอดรถ ประตูห้องอเนกประสงค์ ห้องน้ำ และห้องครัว รวมถึงพื้นที่ Common area เมื่อสักครู่นี้ด้วยครับ

เริ่มที่ประตูกระจกบานเลื่อนทางด้านซ้าย เป็นประตูทางเข้าบ้านรองที่เข้ามาจากที่จอดรถได้โดยตรง ซึ่งสะดวกในการขนของเข้าบ้านและไม่ต้องกลัวแดดร้อนหรือเปียกฝนด้านนอกเลยด้วย

ติดกันมีประตูไม้บานเกล็ดเล็กๆ ภายในมีกล่องควบคุมงานระบบต่างๆ ซ่อนเอาไว้ทำให้ดูเรียบร้อยดี และยังมีพื้นที่เหลือสามารถเก็บของเล็กๆน้อยๆได้

ฝั่งตรงข้ามกับประตูทางเข้าประกอบด้วยห้องอเนกประสงค์ทางด้านซ้าย ห้องน้ำอยู่ตรงกลาง และห้องครัวซึ่งกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนทางด้านขวา เป็นครัวปิด ช่วยป้องกันกลิ่นควันจากการประกอบอาหารเข้ามารบกวนในตัวบ้านได้

เริ่มที่ห้องครัวกันก่อน ภายในมีพื้นที่กว้างขวางสามารถยืนประกอบอาหารพร้อมกันทีละหลายๆคนได้ เคาน์เตอร์ครัวของจริงจะได้เป็น Top หินแกรนิตสีดำจีน โครงสร้าง คสล. แบบฝังผนัง ซึ่งจะไม่มีตู้แขวนผนังด้านบนและตู้ใต้เคาน์เตอร์แบบนี้มาให้นะครับ ส่วนผนังโดยรอบจะกรุกระเบื้องแกรนิตโต้มาให้ พร้อมมี Junction box สำหรับติดตั้ง Hob&Hood ที่ผนังมาให้เรียบร้อย หน้าต่างกระจกบานเลื่อนช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาและสามารถเปิดระบายอากาศได้ ส่วนพื้นที่วางตู้เย็นด้านขวามีความกว้างประมาณ 1.1 m. สามารถวางตู้เย็นขนาดใหญ่แบบ 2 ประตูได้แบบบ้านตัวอย่างกำลังดีเลยครับ

พื้นที่ครัวมีขนาดประมาณ 2.35 x 2.8 m. สามารถใช้งานหลายคนได้สบายๆ ปูพื้นด้วยหินเทียม Artificial Stone และลดระดับลงจากพื้นบ้านประมาณ 10 cm. ทำให้สามารถล้างทำความสะอาดครัวได้ง่าย

ประตูทางด้านซ้ายสามารถเปิดออกมาลานซักล้างหลังบ้านซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนของ Maid ได้

พื้นที่ของ Maid ทางด้านหลังประกอบด้วยลานซักล้างกว้าง 2 x 3 m. สามารถใช้งานได้สบายๆ ปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ และยังมีพื้นที่สามารถวางเครื่องซักผ้าได้ด้วย มีเคาน์เตอร์อ่างล้างจานกับพื้นที่เตรียมอาหาร และยังมีห้องนอนและห้องน้ำของ Maid แยกออกมาจากพื้นที่ของเจ้าของบ้านอย่างเป็นสัดส่วน

บรรยากาศด้านหลังบ้านซึ่งมีความกว้างเท่ากับพื้นที่บ้านจริง โดยพื้นที่รอบบ้านจะกว้างประมาณ 2 m.

กลับมาที่โถงทางเดินกันอีกครั้ง ซึ่งยังเหลือห้องอเนกประสงค์กับห้องน้ำ

ต่อไปเป็นห้องน้ำชั้นล่างจะได้เป็นแบบ Powder Room ซึ่งจะประกอบไปด้วยอ่างล้างหน้ากับโถสุขภัณฑ์ ไม่มีพื้นที่ส่วนอาบน้ำครับ ภายในห้องน้ำเราก็จะได้ทุกอย่างตามที่เห็นเหมือนบ้านตัวอย่างเลยนะ ยกเว้นอุปกรณ์และวัสดุตกแต่ง พื้นและผนังในห้องทั้งหมดเป็นหินจริง

เริ่มที่อ่างล้างหน้าทางขวามือ จะได้เป็นชุดเคาน์เตอร์และตู้แบบนี้เลย พร้อมกับติดตั้งกระจกเงาบานใหญ่มาให้ด้วยซึ่งของจริงจะได้เป็นกระจกเงาเรียบธรรมดาไม่มีกรอบไม้แบบนี้นะครับ

Top เคาน์เตอร์หินเทียม Galaxy Black 202 มีขนาด 58 x 90 cm. อ่างล้างหน้าของ Roca ขนาด 35 x 50 cm. ซึ่งแบรนด์ Roca เป็นชุดสุขภัณฑ์ดีไซน์นำเข้าจากยุโรป และมีพื้นที่ขอบเคาน์เตอร์ด้านข้างเหลืออยู่ประมาณ 20 cm. สามารถใช้วางของได้ ใต้เคาน์เตอร์ Built ตู้เก็บของแบบมีบานปิด ตัวตู้และหน้าบานทาสีพลาสวูดกันน้ำ 100% บานพับสแตนเลส ระบบ Soft close ปุ่มมือจับคริสตัลและหน้าบานลายคลาสสิค สามารถเก็บของหรืออุปกรณ์ที่จำเป็นภายในห้องน้ำได้ และมีขอบผนังหลังเคาน์เตอร์สามารถวางของเล็กๆน้อยๆเพิ่มเติมได้อีกด้วย

ฝั่งตรงข้ามเป็นโถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติของ Roca พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมมาให้พร้อมใช้งาน มีขอบด้านหลังกว้างประมาณ 12 cm. สามารถวางของเล็กน้อยได้

ติดตั้งสายชำระและที่แขวนกระดาษชำระมาให้พร้อมใช้งาน รวมถึงมีปลั๊กไฟแบบมีฝาครอบป้องกันน้ำและความชื้นของห้องน้ำติดตั้งมาให้ที่ผนังไว้ใช้งานคู่กับโถสุขภัณฑ์อีกด้วย

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟดาวน์ไลท์ 1 ดวง และยังมีช่องหน้าต่างบานกระทุ้งที่สามารถเปิดระบายอากาศและความชื้นได้อีกด้วย

ส่วนสุดท้ายเป็นห้องอเนกประสงค์ซึ่งทางโครงการจัดไว้เป็นห้อง Home Theater สำหรับดูหนังเอาไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งจริงๆแล้วเราสามารถจัดเป็นห้องนอนสำหรับแขกหรือห้องผู้สูงอายุที่ชั้นล่างได้ ส่วนผนังทางด้านซ้ายของจริงจะมีช่องหน้าต่างกระจกบานเลื่อนที่จะช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในห้องและทำให้ห้องนี้ไม่ทึบหรืออึดอัด

ส่วนทางด้านขวาเป็นพื้นที่หน้าห้องน้ำซึ่งถ้าห้องนี้เป็นห้องนอนเราจะสามารถ Built in ตู้เสื้อผ้าบริเวณนี้ได้ และมีพื้นที่หน้าตู้เหลือประมาณ 1 m. สามารถใช้ยืนแต่งตัวหน้าตู้ได้สะดวก

ที่ห้องชั้นล่างนี้จะมีห้องน้ำในตัวซึ่งมีพื้นที่อาบน้ำด้วย มีการแยกพื้นที่ส่วนเปียกและส่วนแห้งออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน ปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้แบบด้านกันลื่น และมีช่องหน้าต่างสามารถเปิดระบายอากาศและความชื้นได้

เริ่มที่พื้นที่ส่วนแห้งทางซ้ายมือประกอบด้วยเคาน์เตอร์อ่าง Top หินเทียม Galaxy Black 202 ขนาด 58 x 70 cm. อ่างล้างหน้าของ Roca ขนาด 42 x 50 cm มีพื้นที่ด้านข้างเหลือประมาณ 15 cm. สามารถวางของเล็กน้อยได้ และโถสุขภัณฑ์ของ Roca เช่นเดิมแต่จะไม่ได้เป็นแบบระบบอัตโนมัติเหมือนห้อง Powder Room นะ

ติดกันเป็นพื้นที่อาบน้ำขนาดประมาณ 0.80 x 1.5 m. สามารถยืนอาบน้ำได้สะดวก พื้นลดระดับลงประมาณ 5 cm. และปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้แบบด้านกันลื่น แต่จะไม่ได้ติดฉากกั้นอาบน้ำมาให้นะ แนะนำให้ติดเพิ่มเองเพื่อน้ำจะได้ไม่กระเด็นไปเลอะพื้นที่ส่วนแห้งทำให้เปียกหมดทั้งห้องได้ครับ

ติดตั้ง Hand Shower แบบปรับระดับความสูงได้ พร้อมช่องวางสบู่กับแชมพูที่ผนังด้านข้างและมีหน้าต่างกระจกฝ้าช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามา และสามารถเปิดระบายอากาศได้

Hand Shower ขนาดใหญ่จับถนัดมือ สามารถปรับรูปแบบของสายน้ำจากรูฝักบัวได้ ก๊อกน้ำแบบก้านโยกสามารถปรับความแรงของน้ำได้สะดวก และมี Junction box ไว้สำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นด้านบนอีกด้วย

ต่อไปเป็นบันไดทางขึ้นชั้น 2 ซึ่งใต้บันไดมีห้องเก็บของอยู่ด้วย โครงสร้างบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวด้วยไม้มะค่า ราวบันไดเป็นราวเหล็กดัดลวดลายสวยงามสูงประมาณ 1 m. มือจับราวบันไดใช้ไม้จริงสีเข้ากับพื้นบันได

บันไดบ้านเป็นรูปตัว U มีความกว้างประมาณ 1.2 m. สามารถเดินสวนกันได้สะดวก และมีลูกตั้งสูง 19 cm. และลูกนอนกว้าง 25 cm.

โถงบันไดนี้เป็นส่วนหอคอยของตัวบ้าน มีความสูงจากชานพักถึงฝ้าประมาณ 5 m. และมีช่องแสงขนาดใหญ่ที่ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาทำให้โถงบันไดสว่าง ด้านบนสามารถติด Chandelier สวยๆขนาดใหญ่ได้

ขึ้นมาโถงบันไดชั้น 2 ค่อนข้างสว่างเพราะได้แสงธรรมชาติจากหน้าต่างทรงสูง และมีพื้นที่เชื่อมต่อไปยังห้องต่างๆที่อยู่ชั้นบนได้ ทางเดินกว้างสามารถเดินผ่านได้สะดวก พื้นชั้น 2 ทั้งหมดปูด้วยพื้นปาร์เก้ไม้มะค่า ซึ่งเป็นไม้ที่นิยมมากที่สุดและเป็นไม้เนื้อแข็งที่มีความแข็งแรงสูง ให้ความรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติ ดูอบอุ่น สบายตา ข้อควรระวัของพื้นคือความชื้นหรือน้ำที่จะทำให้ไม้ปาร์เก้พองหรือบวม การใส่รองเท้าส้นสูงส้นแหลมเดินบนพื้นปาร์เก้ หรือการเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ที่จะทำให้เกิดรอยขูดขีดบนแผ่นปาร์เก้ได้ง่าย

ทางขวาของบันไดคือ Family area เป็นพื้นที่สำหรับครอบครัวชั้นบนที่ได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่าชั้นล่าง สามารถวางชุดโซฟาได้และมีระยะทีวีประมาณ 2.7 m. สามารถใช้ทีวีขนาด 46 – 50 นิ้วได้ มีช่องหน้าต่างบานเลื่อนช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในทำให้พื้นที่นี้รวมถึงโถงบันไดสว่างมากขึ้น

ติดกันเป็นทางเข้าห้องนอน 2 ห้อง เป็นห้องนอนขนาดกลางและห้องนอนขนาดเล็กทางด้านขวา

เริ่มที่ห้องนอนแรกเป็นขนาดกลาง ภายในมีพื้นที่กว้างขวางสามารถใช้เตียง King size ขนาดใหญ่ได้เลย และมีช่องแสงขนาดใหญ่ถึง 2 ช่อง ทำให้ภายในห้องสว่างและโปร่งโล่งมาก ซึ่งช่องหน้าต่างกระจกยังคงจุดเด่นที่เป็นช่องขนาดใหญ่ มีเส้นกรอบน้อย จึงทำให้สามารถ Take View ภายนอกได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

ปลายเตียงสามารถทำเป็นชั้นวางทีวีได้ โดยอาจใช้ทีวีขนาด 50 นิ้ว เพื่อนอนดูทีวีจากเตียงได้จะดีกว่าครับ เพราะระยะปลายเตียงถึงทีวีมีไม่มากนักอาจทำให้สายตาเสียหากเราจ้องดูทีวีจอใหญ่ๆที่ซื้อเผื่อนอนดูไกลๆจากบนเตียง

ทางด้านซ้ายของเตียงเป็นประตูกระจกบานเลื่อนที่ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในทำให้ห้องสว่างมากขึ้นและสามารถเปิดออกไปใช้งานระเบียงภายนอกได้

ประตูบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียมสีขาว ติดกระจกเขียวตัดแสงของ Tostem ที่เปิดเป็นแบบเซาะร่องเป็นแนวยาวตลอดทั้งบานดูเรียบร้อยกลมกลืนไปกับบานกรอบประตู และมีระบบ Magnetic Sensor เป็นสัญญาณกันขโมยติดอยู่ที่ขอบประตูและหน้าต่างทุกบานภายในบ้านอีกด้วย

สำหรับตัวล็อคของประตูบานเลื่อนจะเป็นแบบก้านโยกก้นหอยอยู่ตรงกลางแบบนี้ ใช้งานสะดวกดีครับ

พื้นที่ระเบียงลดระดับพื้นลงไปประมาณ 10 cm. เพื่อป้องกันฝนสาดหรือน้ำกระเด็นมาเลอะพื้นไม้ในห้อง และมีพื้นที่ระเบียงขนาดประมาณ 40 x 85 cm. เป็นระเบียงแบบที่มีหลังคา มีข้อดีคือจะช่วยป้องกันแสงแดดที่สาดเข้ามาในตัวบ้านได้ดีกว่า บ้านจะไม่ร้อน

มองย้อนกลับเข้ามาภายในห้อง อีกฝั่งจัดเป็นโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะอเนกประสงค์ข้างหน้าต่าง มีตู้เสื้อผ้า Built in แบบฝังผนัง และมีประตูทางเข้าห้องน้ำในตัว

ช่องหน้าต่างเป็นแบบกระจกบานเลื่อนที่สามารถเปิดระบายอากาศได้ด้วย ซึ่งการที่มีช่องแสงตรงจุดนี้ถือว่าดีมากเพราะจะทำให้ห้องสว่างทั้งด้านหน้าและด้านหลังห้อง นอกจากนั้นพื้นที่ตรงส่วนนี้ยังเป็นพื้นที่แต่งตัวหน้าตู้เสื้อผ้าด้วย มีพื้นที่หน้าตู้เสื้อผ้ากว้างสามารถแต่งตัวได้สะดวก

ห้องน้ำของห้องนอนชั้นบนจะมีพื้นที่อาบน้ำในตัวเหมือนกับห้องนอนชั้นล่าง แต่จะไม่มีฉากกั้นอาบน้ำและกรอบไม้ตรงกระจกเงาแถมมาให้นะ นอกนั้นเราจะได้ทุกอย่างตามที่เห็นนี้ทั้งหมดยกเว้นของตกแต่ง ปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้แบบด้านกันลื่น และได้ช่องหน้าต่างที่สามารถเปิดระบายอากาศและความชื้นได้แบบนี้ซึ่งถือว่าดีถูกสุขอนามัย

สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำทั้งหมดเป็นของ Roca เช่นเดิม ซึ่งเป็นแบรนด์นำเข้าจากรุโรป มีขนาดและฟังก์ชันการใช้งานเหมือนกับห้องนอนด้านล่าง

ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีการลดระดับลงประมาณ 4 cm. พื้นกระเบื้องแกรนิตโต้แบบด้านกันลื่น และมีขนาดพื้นที่ประมาณ 2 x 0.9 m. สามารถใช้งานพร้อมกันถึง 2 คนได้เลยโดยไม่อึดอัด

ติด Hand Shower มีรูปแบบมตรฐานการใช้งานเหมือนห้องน้ำชั้นล่าง พร้อมเจาะช่องวางสบู่และมี Junction box ไว้ติดเครื่องทำน้ำอุ่นได้เหมือนเดิม

ส่วนห้องนอนเล็กสุดของชั้น 2 ที่อยู่ติดกันเหมาะสำหรับลูกคนเล็กสุดของบ้านหรือใช้เป็นห้องนอนแขกที่สนิทกันก็ได้ มีพื้นที่สามารถวางเตียงขนาด 5 – 6 ฟุตได้สบายๆ

สำหรับห้องนี้มีพื้นที่ค่อนข้าง Compact กว่าห้องอื่นๆ แต่ก็ยังสามารถใช้งานได้สะดวก โดยพื้นที่ทางซ้ายและปลายเตียงเหลือกว้างประมาณ 80 cm. สามารถลุกออกจากเตียงหรือเดินผ่านได้สะดวก และยังมีพื้นที่ปลายเตียงเหลือสามารถวางชั้นวางทีวีปลายเตียงได้

อีกด้านของห้องเป็นตู้เสื้อผ้าและประตูห้องน้ำ มีพื้นที่เหลือค่อนข้างกว้าง สามารถใช้งานแต่งตัวหน้าตู้หรือเดินผ่านได้สะดวก

ภายในห้องน้ำมีขนาดและฟังก์ชันการใช้งานเหมือนกับห้องเมื่อสักครู่นี้เลย มีสุขภัณฑ์ของ Roca ครบพร้อมใช้งาน

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี ได้ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้า และช่องหน้าต่างที่เปิดระบายอากาศได้เหมือนกันทุกห้อง

ต่อไปเป็นห้อง Master Bedroom ที่อยู่อีกฝั่งของตัวบ้านแยกออกจากห้องอื่นๆเพื่อความเป็นส่วนตัวของเจ้าของบ้าน

ก่อนจะไปห้อง Master Bedroom เราลองมาดูที่แผงควบคุมสีขาวที่ติดอยู่ตรงผนังด้านซ้ายกันก่อน เรียกว่า Key pad ซึ่งเป็นตัวควบคุมระบบป้องกันและสัญญาณกันขโมยทั้งหมดภายในบ้าน ทำงานร่วมกับระบบ Chock Sensor และ Magnetic Sensor เป็นหน้าจอแบบแสดงผลแบบ Touch Screen

ห้อง Master Bedroom ภายในมีพื้นที่กว้างขวางที่สุดภายในบ้าน สามารถจัดฟังก์ชันได้หลากหลาย และได้ช่องแสง 2 ด้าน ทำให้ห้องดูโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น

ถ่ายมองย้อนกลับไปที่ปลายเตียงมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง สามารถวางชั้นวางทีวีและชุดโซฟาปลายเตียงได้ ซึ่งเราอาจใช้ทีวีจอใหญ่ๆ 50 – 60 นิ้ว เผื่อระยะนอนดูทีวีบนเตียงไปด้วยเลยก็ดีนะ

ด้านขวาของเตียงเป็นประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ สามารถเปิดออกไปใช้งานระเบียงภายนอกได้

พื้นที่ระเบียงลดระดับพื้นลงประมาณ 10 cm. เพื่อป้องกันฝนสาดหรือน้ำกระเด็นมาเลอะพื้นไม้ในห้อง และมีพื้นที่ระเบียงขนาดประมาณ 1.3 x 1.6 m. เป็นระเบียงไว้ออกมาสูดอากาศหรือชมวิวเปิดรับลมได้

มองย้อนกลับมาภายในห้อง คราวนี้เราไปดูอีกฝั่งของห้องกันนะครับ จากมุมนี้เราจะเห็นพื้นที่ห้องทั้งหมดซึ่งค่อนข้างกว้างขวางมากทีเดียว สามารถนำเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆมาลงได้หรือจะจัดแบ่งฟังก์ชันการใช้งานได้หลากหลายตามความชอบของเจ้าของห้อง

พื้นที่ข้างเตียงติดกับหน้าต่างจัดเป็นโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง หรือจะใช้เป็นมุมพักผ่อนอเนกประสงค์ไว้ทำงานอ่านหนังสือข้างหน้าต่างซึ่งได้แสงและวิวธรรมชาติภายนอกได้ดีครับ สำหรับคุณผู้หญิงอาจใช้จุดนี้เป็นโต๊ะแต่งหน้าเพราะแสงธรรมชาติจะทำให้แต่งหน้าได้ดี สีไม่ผิดเพี้ยนใช่มั๊ยล่ะครับ

พื้นที่ด้านในจัดเป็น Walk in closet ซึ่งเมื่อ Built in ตู้เสื้อผ้ารูปตัว L เต็มพื้นที่ห้องแล้วจะมีพื้นที่เหลือประมาณ 2.3 x 2.8 m. สามารถใช้งานยืนแต่งตัวได้สะดวก

ทางด้านขวามีมุมที่สามารถ Built เป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้ ติดกันเป็นประตูทางเข้าห้องน้ำ

สำหรับห้องน้ำของ Master Bedroom ค่อนข้างพิเศษกว่าห้องอื่นๆ นอกจากจะมีขนาดพื้นที่ที่ใหญ่กว่าแล้วยังมีฟังก์ชันพิเศษเพิ่มเติมเช่น อ่างล้างหน้าแบบ His&Her, อ่างอาบน้ำ, โถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติ, Sower box ที่มีฉากกั้นกระจกเรียบร้อย เดินท่องานระบบน้ำร้อนฝังไว้ในผนัง ส่วนพื้นและผนังทั้งหมดจะเป็นหินจริงครับ

เริ่มที่ทางซ้ายมือเป็นเคาน์เตอร์อ่างล่างหน้าแบบ His&Her ขนาด 0.58 x 1.8 m. Top เคาน์เตอร์เป็นหินเทียม Galaxy Black 202ให้ความรู้สึกหรูหรา อ่างล้างหน้าทั้งสองเป็นของ Roca เช่นเดิม มีขนาด 50 x 55 cm. มีพื้นที่ว่างตรงกลางกว้าง 54 cm. สามารถใช้วางสิ่งของได้ และมีขอบผนังด้านหลังกว้างประมาณ 12 cm. ก็สามารถใช้วางสิ่งของได้ยาวตลอดแนว ตู้ด้านล่างมีช่องเก็บของค่อนข้างเยอะพอสมควร มีหน้าบานทึบปิดเพื่อความเรียบร้อยและสวยงาม

ติดกันทางขวามือเป็นอ่างอาบน้ำของ Critina ขนาด 0.67 x 1.65 ลึก 45 m. สามารถลงแช่ในอ่างถึง 2 คนพร้อมกันได้สบายๆ ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่มีเฉพาะห้อง Master Bedroom เท่านั้น บริเวณโดยรอบอ่างมีขอบกว้างประมาณ 10 cm. สามารถใช้วางสิ่งของเล็กๆน้อยๆได้ ซึ่งตัวอ่างตั้งอยู่ติดกับช่องหน้าต่างกระจกบานเลื่อน ซึ่งนอกจากจะช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในและเปิดระบายอากาศกับความชื้นได้แล้ว ยังทำให้เราสามารถนั่งอาบน้ำไปและชมวิวภายนอกไปได้ด้วย

ทางด้านขวาของห้องน้ำมีโถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติของ Roca พร้อมปลั๊กไฟที่เตรียมไว้ใช้งานร่วมกันทางด้านหลัง และมีพื้นที่อาบน้ำซึ่งติดตั้งฉากกั้นกระจกนิรภัย Tempered Glass มาให้ด้วย ซึ่งทั้งหมดก็เป็นฟังก์ชันที่มีเฉพาะห้อง Master Bedroom เท่านั้น

ภายใน Shower box มีขนาดพื้นที่ประมาณ 1 x 1.5 m. และมีที่นั่งกว้างประมาณ 40 cm. ให้ด้วย ซึ่งเหมาะสำหรับผู้สูงอายุสามารถใช้นั่งอาบน้ำได้สะดวกมากขึ้น

ผนังเจาะช่องใช้วางสบู่หรือแชมพูได้ และติดตั้ง Hand Shower รูปแบบมาตรฐานเหมือนห้องอื่นๆมาให้ครับ

ปิดท้ายด้วยสวิตซ์และปลั๊กไฟภายในบ้านทั้งหมดเป็นของ Scheider Electric มีสีและหน้าตาแบบนี้เลยครับ

บ้านตัวอย่างหลังที่สอง Versailles (แวร์ซายน์) มีขนาดที่ดิน 119 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 424 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ แบบบ้านมีขนาดหน้ากว้างกว่าแบบแรก มีทางเข้าบ้านทั้งหมด 2 ทางเช่นกันคือทางเฉลียงหน้าบ้านซึ่งเป็นทางเข้าหลัก และทางประตูกระจกบานเลื่อนที่ใช้ขนของเข้าครัวได้ ซึ่งมีความแตกต่างจากบ้านแบบแรกตรงที่มีทางเดินเล็กๆของเฉลียงเชื่อมต่อระหว่างที่จอดรถกับประตูหลักหน้าบ้านได้

พื้นที่ภายในชั้นล่างถูกแบ่งออกเป็นพื้นที่พักผ่อนของเจ้าของบ้านทางด้านซ้ายซึ่งกินพื้นที่เกือบทั้งหมดของตัวบ้าน ประกอบด้วย Common area ขนาดใหญ่ที่ห้องนั่งเล่นกับห้องทานอาหารมีพื้นที่เชื่อมต่อกัน มีห้องทำงานหรือห้องอเนกประสงค์เพิ่มขึ้นตรงกลางบ้านในส่วนที่เห็นหอคอย และมีห้องนอนที่ชั้น 1 ซึ่งมีห้องน้ำในตัว พร้อม Powder room ที่ส่วนกลางภายนอกเหมือนกับแบบบ้านที่แล้ว ส่วนพื้นที่ทางด้านซ้ายของบ้านเป็นพื้นที่ครัวที่เชื่อมต่อกับล้านซักล้างหลังบ้านและพื้นที่ของ Maid ที่มีทั้งห้องนอนและห้องน้ำแยกออกจากพื้นที่เจ้าของบ้านอย่างเป็นสัดส่วน บันไดทางขึ้นชั้น 2 อยู่ตรงกลางและถูกดันให้อยู่ด้านหลังของบ้าน

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะมีพื้นที่โถงบันไดที่รวมกับพื้นที่ Family area และพื้นที่อเนกประสงค์ จึงทำให้กลายเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่สามารถจัดฟังก์ชันได้หลากหลาย และยังมีห้องนอนเล็ก 2 ห้องซึ่งมีห้องน้ำในตัว และห้อง Master Bedroom ซึ่งมี Walk in closet และห้องน้ำในตัวที่มีทั้งอ่างอาบน้ำและ Shower box ให้เลือกใช้งาน

รูปแบบของบ้านตกแต่งด้วยสไตล์โมนาโคที่ได้แรงบันดาลใจและดึงเอาจุดเด่นของสถาปัตยกรรมของประเทศโมนาโกมาใช้เช่นเดียวกับบ้านตัวอย่างหลังแรก จึงทำให้มีความสง่างามและเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเหมือนเป็นพระราชวังหรือคฤหาสน์ที่สวยงามไม่แพ้กัน ตัวบ้านมีขนาดพื้นที่หน้ากว้างเพิ่มมากขึ้น ฟังก์ชันภายในยังคงจุดเด่นอยู่ที่เน้นพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านที่ค่อนข้างกว้างขวางและโปร่งโล่ง มีห้องนอนขนาดใหญ่และมีห้องน้ำในตัวทุกห้อง เพิ่มพื้นที่ห้องทำงานอเนกประสงค์ และสามารถจอดรถได้เพิ่มเป็น 4 คันด้วย บ้านหลังนี้จึงเหมาะกับครอบครัวที่มีสมาชิกในบ้านที่มีขนาดที่ใหญ่และต้องการที่จอดรถเพิ่มมากขึ้นกว่าหลังแรก

เริ่มที่หน้าบ้านโดยผมได้ถ่ายตัวอย่างบ้านจริงมาให้ดูด้วย โดยจะเห็นรั้วหน้าบานเป็นรั้วเหล็กบานเลื่อนแบบ 2 ตอนสีดำ ซึ่งเราสามารถติดตั้งเป็นระบบอัตโนมัติเปิดประตูด้วยรีโมทคอนโทรลภายหลังได้ นอกจากนี้ยังมีประตูทางเข้าเล็กๆสำหรับคนทางด้านซ้ายแยกออกอย่างเป็นสัดส่วนอีกด้วย

ที่ด้านข้างของประตูรั้วมีจุดทิ้งขยะที่รถขยะสามารถเปิดประตูเก็บขยะไปทิ้งจากช่องเล็กๆภายนอกได้โดยไม่ต้องรบกวนเจ้าบ้าน

บริเวณลานจอดรถหน้าบ้านมีความกว้างสามารถจอดรถได้ 4 คัน ใช้โครงสร้างแบบ Slab on Beam มีเสาเข็มรองรับ ทำให้พื้นมีความแข็งแรงและป้องกันการทรุดตัวได้ดีกว่าและปูพื้นด้วย Concrete Stamp ทำให้มีความเรียบร้อยสวยงาม

มีตู้เก็บของซ่อนภายในผนังและมีประตูกระจกบานเลื่อนเป็นทางเข้ารอง สามารถขนของเข้าบ้านจากโรงรถได้สะดวกเช่นเดียวกับบ้านตัวอย่างหลังแรก แต่จุดพิเศษกว่าคือ มีช่องทางเดินเล็กๆเชื่อมต่อระหว่างโรงรถและเฉลียงหน้าบ้านได้โดยไม่ต้องเดินออกไปตากแดดหรือเปียกฝนกลางแจ้งเหมือนบ้านตัวอย่างหลังที่แล้วครับ

บริเวณหน้าบ้านเราสามารถทำเป็นทางเดินเชื่อมต่อมายังเฉลียงด้านหน้าหรือจะจัดเป็นทางเดินในสวนสวยๆก็ดูดีไปอีกแบบได้

พื้นที่ด้านข้างตัวบ้านก็สามารถจัดเป็นสวนได้เช่นกัน ซึ่งทางโครงการจัดเป็นบ่อน้ำและสวนสวยๆตรงบริเวณเฉลียงข้างบ้านให้ดูเป็นตัวอย่างไว้สำหรับออกมานั่งเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์ในสวนวันที่อากาศดีๆได้ครับ

พื้นที่รอบๆตัวบ้านจะกว้างประมาณ 2 m. สามารถเดินรอบบ้านหรือจะจัดสวนเป็นแนวต้นไม้เล็กๆน้อยๆก็ได้

เดินอ้อมมาจนถึงลานซักล้างบริเวณด้านหลังบ้านกันแล้วนะครับ ซึ่งมุมนี้มีรูปตัวอย่างของบ้านจริงมาให้ดูกันด้วย โดยพื้นที่บริเวณรอบบ้านของจริงทางโครงการจะปูพื้นทางเดินหินสีเทามาให้เต็มพื้นที่แบบในภาพ ทำให้เดินได้สะดวกและดูแลรักษาได้ง่ายมากขึ้น แต่ถ้าใครอยากได้พื้นที่เดินในสวนก็ต้องเอาออกและปลูกหญ้า วางทางเดินพื้นหินต่อๆกันก็สวยไปอีกแบบนะ

กลับมาที่ทางเข้าด้านหน้าของตัวบ้าน เฉลียงมีพื้นยกสเต็ปขึ้นไปเล็กน้อย ปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60 x 60 cm. มีลวดลายที่เรียบง่าย แต่หรูหราและสวยงาม ประตูทางเข้าเป็นประตูกรอบบานไม้สัก ติดกระจกสเตนกลาสลวดลายสวยงาม พร้อมมือจับประตูของ Colt สีเงินเหมือนบ้านตัวอย่างหลังแรกเลยครับ

เมื่อเข้ามาภายในเราจะเจอกับพื้นที่ Common area ขนาดใหญ่ ผนังทั้ง 3 ด้านเป็นกระจกจึงช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในทำให้ในบ้านสว่างและโปร่งโล่งมากขึ้น ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี ได้ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้า และมีความสูงจากพื้นถึงฝ้า 3 m. ปูพื้นด้วยหินเทียม Artificial Stone ขนาด 60 x 60 cm. ดูหรูหราและสวยงาม

มองย้อนกลับมาที่ด้านหน้าซึ่งสามารถใช้เป็นห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขกได้ และมีพื้นที่กว้างขวางสามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ได้สบายๆ ระยะดูทีวีเหลือเฟือกว้างประมาณ 4.5 m. สามารถใช้ทีวีจอใหญ่ๆขนาด 50 – 60 นิ้วได้เลย

ถัดเข้ามาด้านในเป็นพื้นที่วางโต๊ะรับประทานอาหาร ซึ่งสามารถใช้โต๊ะขนาด 6 – 8 ที่นั่งได้โดยยังมีพื้นที่โดยรอบสามารถเดินผ่านรอบโต๊ะได้สะดวก ทางด้านขวาสามารถทำเป็น Pantry ครัวเล็กๆและมีพื้นที่วางตู้เย็นได้ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกได้ดีโดยไม่ต้องเดินไปไกลถึงห้องครัว

อีกด้านหนึ่งของโต๊ะทานอาหารเป็นประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดออกไปใช้งานพื้นที่สวนภายนอกได้ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดพื้นที่เชื่อมต่อกับสวนภายนอกได้ดี ทานอาหารไปชมวิวสวนสีเขียวรอบบ้านไปสดชื่นดีครับ ซึ่งกรอบบานประตูและหน้าต่างกระจกของตัวบ้านทั้งหมดจะได้ช่องเคลียร์ขนาดใหญ่ เส้นกรอบน้อย สามารถ Take View ได้เต็มที่

ถัดเข้ามาทางด้านขวามือเป็นโถงทางเดินซึ่งเชื่อมต่อพื้นที่ต่างๆของตัวบ้าน

เริ่มต้นจากห้องทางด้านขวาซึ่งเป็นห้องทำงานอเนกประสงค์ โดยทางโครงการตกแต่งเป็นห้องจิบไวน์และตู้เก็บไวน์เต็มพื้นที่ห้อง ในความเป็นจริงแล้วเราสามารถจัดห้องนี้เป็นห้องนั่งเล่นส่วนตัว หรือห้องทำงานอ่านหนังสือก็เหมาะดีเพราะมีช่องหน้าต่างที่ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาได้ หรือจะเป็นห้อง Home Theater สำหรับคนรักการดูหนัง

ถัดมาเราจะเจอประตูกระจกบานเลื่อนทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งประตูทางขวาเป็นประตูที่ใช้เข้ามาจากโรงจอดรถหน้าบ้าน ส่วนประตูทางด้านซ้ายเป็นห้องนอนอเนกประสงค์ที่ชั้น 1 ครับ

ภายในห้องชั้นล่างทางโครงการจัดเป็นห้องนวดสปามาให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเราสามารถจัดเป็นห้องนอนผู้สูงอายุที่ชั้นล่าง หรือทำเป็นห้องนอนแขกได้ มีพื้นที่สามารถวางเตียงขนาด 5 – 6 ฟุตได้สบายๆ และที่ด้านในจะมีห้องน้ำในตัวด้วย

ในห้องน้ำมีขนาดฟังก์ชันมาตรฐานพร้อมสุขภัณฑ์ของ Roca ที่นำเข้ามาจากยุโรปครบพร้อมใช้งาน

ห้องน้ำกว้างสามารถใช้งานได้สะดวก ทางด้านขวาเป็นพื้นที่อาบน้ำที่ลดระดับลงไปเล็กน้อย ปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้แบบด้านกันลื่น มีขนาดประมาณ 1.6 x 0.90 m. สามารถใช้งานได้สะดวก มีข้อแนะนำกรณีที่ใช้ห้องนี้เป็นห้องนอนผู้สูงอายุ สำหรับห้องน้ำไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับรถเข็นหรือผู้สูงอายุโดยตรง เนื่องจากพื้นมีการลดระดับแบบปกติซึ่งสามารถแก้ไขหรือดัดแปลงให้เหมาะสมภายหลังได้ไม่ยากครับ

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทางสี และมีช่องหน้าต่างช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาทำให้ห้องน้ำสว่างและสามารถเปิดระบายอากาศหรือความชื้นได้

ถัดมาสุดปลายทางเป็นห้องครัว ทางด้านซ้ายเป็นห้องน้ำ ส่วนทางด้านขวาเป็นตู้เก็บของ

เริ่มที่ตู้เก็บของทางด้านขวา ใบแรกของจริงจะเป็นตู้เปล่าๆซึ่งเราสามารถ Built ชั้นๆเพื่อทำเป็นตู้เก็บรองเท้าได้ ส่วนตู้ใบที่สองภายในมีแผงควบคุมต่างๆซ่อนอยู่อย่างเรียบร้อย และมีพื้นที่เหลือเล็กน้อยสามารถเก็บของเพิ่มเติมได้

ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องน้ำซึ่งเป็นห้อง Powder Room คือจะประกอบด้วยอ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ โดยจะไม่มีพื้นที่ส่วนอาบน้ำ ภายในมีเครื่องสุขภัณฑ์ของ Roca ครบพร้อมใช้งาน พื้นและผนังในห้องทั้งหมดจะเป็นหินจริง และมีช่องหน้าต่างที่ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาและสามารถเปิดระบายอากาศและความชื้นได้

ได้เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า Top หินเทียม Galaxy Black 202 อ่างล้างหน้า ก๊อกน้ำ และโถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติของ Roca เหมือนกับบ้านตัวอย่างแรกเลยครับ

ส่วนสุดท้ายเป็นห้องครัว เคาน์เตอร์ครัวของจริงจะได้เป็น Top หินแกรนิตสีดำจีน โครงสร้าง คสล. แบบฝังผนัง ไม่มีตู้เก็บของเช่นเดียวกับบ้านตัวอย่างหลังแรก และมีช่องหน้าต่างกระจกบานเลื่อนที่ช่วงดึงแสงธรรมชาติเข้ามาและสามารถเปิดระบายอากาศได้

ภายในครัวมีพื้นที่กว้าง 1.6 m. สามารถใช้งานพร้อมกันหลายๆคนได้สบายๆ และมีพื้นที่วางตู้เย็นอยู่ทางด้านขวา กว้างประมาณ 1.1 m. สามารถวางตู้เย็นตู้ใหญ่ๆได้ ปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 cm. และมีการลดระดับลงจากพื้นบ้านเล็กน้อย ทำให้สามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้ง่าย

ถ่ายย้อนกลับมาให้ดูอีกฝั่ง ทางด้านขวามีประตูสามารถเปิดออกไปหลังบ้านได้

ภายนอกเป็นลานซักล้านและเป็นพื้นที่ส่วนของ Maid มีประตู 2 บานซึ่งแยกออกเป็นประตูห้องนอน Maid อยู่ทางด้านซ้าย และประตูห้องน้ำ Maid อยู่ทางด้านขวา ซึ่งเป็นพื้นที่ฟังก์ชันการใช้งานแยกออกจากเจ้าของบ้านอย่างเป็นสัดส่วน

กลับมาที่โถงทางเดินจะมีบันไดขึ้นสู่ชั้น 2 ของตัวบ้าน และมีห้องเก็บของใต้บันไดอยู่ด้วย โครงสร้างบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวด้วยไม้มะค่า ราวบันไดเป็นราวเหล็กดัดลวดลายสวยงามสูงประมาณ 1 m. มือจับราวบันไดใช้ไม้จริงสีเข้ากับพื้นบันได

บันไดบ้านเป็นรูปตัว U มีความกว้างประมาณ 1.4 m. ซึ่งกว้างกว่าบ้านหลังเล็กนิดหน่อยทำให้เดินสวนทางกันได้สะดวกมากขึ้น และมีลูกตั้งสูง 19 cm. และลูกนอนกว้าง 25 cm.

โถงบันไดนี้จะไม่ใช่ส่วนของหอคอยของตัวบ้านเหมือนกับบ้านแบบแรกนะ แต่ยังคงได้ฝ้าเพดานสูงและมีช่องแสงขนาดใหญ่ที่ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาทำให้โถงบันไดสว่างเช่นเดิม ส่วนด้านบนก็สามารถติด Chandelier สวยๆได้

โถงบันไดชั้น 2 ค่อนข้างสว่างเพราะได้แสงธรรมชาติจากหน้าต่างทรงสูง และมีพื้นที่เชื่อมต่อไปยังห้องต่างๆที่อยู่ชั้นบนได้ ทางเดินกว้างกว่าบ้านแบบแรกเล็กน้อย ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งและสามารถเดินผ่านได้สะดวกมากขึ้น พื้นชั้น 2 ทั้งหมดปูด้วยพื้นปาร์เก้ไม้มะค่า มีความแข็งแรง ให้ความรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติ ดูอบอุ่น ซึ่งข้อดีและข้อควรระวังต่างๆก็ได้บอกไปแล้วก่อนหน้านี้

หันมาทางด้านขวาฝั่งตรงข้ามบันได ตรงนี้แหละที่เป็นส่วนหอคอยของบ้านนี้ เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ซึ่งของจริงจะไม่มีผนังหรือประตูกั้น จึงทำให้เป็นพื้นที่เชื่อมต่อกับโถงบันไดกลายเป็นพื้นที่โปร่งโล่งขนาดใหญ่ได้ จากบ้านตัวอย่างเราสามารถจัดเป็นห้องพระ หรือมุมพักผ่อนอเนกประสงค์ได้ มีช่องแสง 2 ด้านช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามายิ่งทำให้โถงบันไดสว่างมากขึ้น

ติดกันทางด้านซ้ายเป็นพื้นที่ Family area ที่อยู่บนชั้น 2 ของตัวบ้าน ซึ่งได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาทำให้พื้นที่นี้สว่างและเปิดระบายอากาศได้ สามารถวางโซฟาได้โดยมีระยะดูทีวีกว้างประมาณ 4 m. สามาถใช้ทีวีจอใหญ่ๆขนาด 50 – 56 นิ้วได้

หันกลับมาทางด้านซ้ายมีประตูห้องนอนแยกออกอีก 2 ห้อง ซึ่งทางด้านซ้ายเป็นห้องนอนเล็ก และสุดทางเป็นห้องนอนขนาดกลาง

เริ่มที่ห้องนอนขนาดกลางกันก่อน ภายในมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง สามารถวางเตียง King size ขนาด 6 ฟุตได้สบายๆ และยังมีพื้นที่รอบเตียงเหลืออีกเยอะ สามารถเดินผ่านได้สะดวก

ปลายเตียงมีพื้นที่เหลือสามารถวางชั้นวางทีวีซึ่งสามารถใช้ทีวีขนาด 50 นิ้ว เผื่อสำหรับนอนดูทีวีบนเตียงได้ แต่ไม่แนะนำให้นั่งโซฟาดูทีวีที่ปลายเตียงเพราะจะมีระยะที่ใกล้มากเกินไปแค่เพียง 2 m. เดี๋ยวสายตาเสียนะ

ทางด้านขวาของเตียงมีประตูกระจกบานเลื่อนกว้างเต็มผนัง ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาและสามารถเปิดออกไปใช้งานระเบียงภายนอกได้

พื้นที่ระเบียงลดระดับพื้นลงไปประมาณ 10 cm. เพื่อป้องกันฝนสาดหรือน้ำกระเด็นมาเลอะพื้นไม้ในห้อง และมีพื้นที่ระเบียงขนาดประมาณ 4 x 1 cm. เป็นระเบียงที่มีหลังคาช่วยกันฝนกันแดด ไว้ออกมาสูดอากาศหรือชมวิวเปิดรับลมได้

ต่อไปเป็นพื้นที่ทางด้านซ้ายของเตียงโดยบ้านตัวอย่างทำผนังกั้นตรงกลางเพิ่มเติมทำให้ได้พื้นที่ที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น ซึ่งของจริงจะได้เป็นพื้นที่โล่งๆเชื่อมต่อกันทำให้ห้องกว้างขวางและโปร่งโล่งมาก

พื้นที่ทางด้านซ้ายถูกกั้นให้เป็นพื้นที่แต่งตัวและตู้เสื้อผ้า คล้ายๆกับเป็น Walk in closet แบบ Open plan ไปในตัว สามารถทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งข้างหน้าต่างซึ่งได้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาได้ดี หรือจะเปลี่ยนมุมนี้โดยเอาผนังกั้นออกแล้ววางชุดโต๊ะทำงานหรือโซฟาตัวใหญ่ๆไว้เป็นที่นั่งเล่นอเนกประสงค์ข้างเตียงก็ได้ ติดกันมีประตูทางเข้าห้องน้ำในตัวด้วย

ภายในห้องน้ำก็มีฟังก์ชันและสุขภัณฑ์ Roca ครบพร้อมใช้งานเหมือนห้องน้ำอื่นๆ ปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้แบบด้านกันลื่น และมีหน้าต่างที่ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาทำให้ห้องน้ำสว่างและสามารถเปิดระบายอากาศและความชื้นได้เช่นกัน

ถัดมาเป็นห้องนอนเล็กที่อยู่ติดกัน ภายในก็มีพื้นที่กว้างขวาง สามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตไว้กลางห้องได้โดยยังมีพื้นที่รอบเตียงเหลือสามารถเดินผ่านและใช้งานได้สะดวก

พื้นที่ปลายเตียงวัดจากขอบเตียงถึงผนังกว้าง 1.5 m. สามารถวางทีวีปลายเตียงหรือจะจัดเป็นโต๊ะทำงานอ่านหนังสือข้างหน้าต่างก็เหมาะดี

อีกด้านหนึ่งของห้องก็มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง สามารถ Built เป็นตู้เสื้อผ้าและมีพื้นที่แต่งตัวหน้าตู้ได้สะดวก ติดกันมีประตูทางเข้าห้องน้ำในตัว

ภายในห้องน้ำก็มีฟังก์ชันและสุขภัณฑ์ Roca ครบพร้อมใช้งานเหมือนห้องน้ำอื่นๆ

ห้องน้ำค่อนข้างกว้าง และมีพื้นที่อาบน้ำทางด้านขวาขนาดประมาณ 0.9 x 1.8 m. สามารถใช้งานได้สะดวก

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี ได้ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้า และมีหน้าต่างที่ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาทำให้ห้องน้ำสว่าง สามารถเปิดระบายอากาศและความชื้นได้เช่นกัน

สุดท้ายเป็นห้อง Master Bedroom ซึ่งอยู่อีกด้านของตัวบ้านแยกออกมาจากห้องอื่นๆเพื่อความเป็นส่วนตัว

ภายในห้อง Master Bedroom มีขนาดพื้นที่กว้างกว่าห้องอื่นๆค่อนข้างมาก จึงสามารถจัดฟังก์ชันห้องได้อย่างหลากหลาย โดยในความเป็นจริงแล้วผนังกระจกเงาทางด้านขวาจะเป็นหน้าต่างกระจกบานเลื่อนซึ่งจะทำให้ห้องนี้มีช่องแสงถึง 2 ด้าน จะทำให้ห้องดูสว่างและโปร่งโล่งมากกว่านี้อีกครับ

ปลายเตียงมีพื้นที่เหลือเฟือ สามารถวางทีวีและโซฟาปลายเตียงได้ โดยมีระยะทีวีประมาณ 4 m. สามารถใช้ทีวีขนาด 50 – 60 นิ้ว เผื่อระยะนอนดูบนเตียงไปด้วยเลยก็ได้

ติดกันทางด้านซ้ายของเตียงนอกจากจะมีช่องหน้าต่างบานกระทุ้งเล็กๆที่ข้างหัวเตียงแล้ว ยังมีประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ที่ช่วยดึงแสงธรราชาติเข้ามาและสามารถเปิดออกไปใช้งานระเบียงภายนอกได้

พื้นที่ระเบียงลดระดับพื้นลงไปประมาณ 10 cm. เพื่อป้องกันฝนสาดหรือน้ำกระเด็นมาเลอะพื้นไม้ในห้อง และมีพื้นที่ระเบียงขนาดประมาณ 1 x 6.4 m. ซึ่งถือเป็นระบียงที่ใหญ่ที่สุด และมีราวระเบียงโดยรอบเป็นราวเหล็กดัดสวยงามไม่เหมือนกับระเบียงอื่นๆที่จะเป็นผนังทึบหนาๆซะส่วนใหญ่ สามารถนั่งบนขอบระเบียงเพื่อรับลมชมวิวได้เลย

ถ่ายย้อนกลับมาอีกด้านของตัวห้องจัดเป็นตู้ Built in สามารถเก็บของโชว์ ของสะสม เครื่องประดับสวยๆ หรือเอกสารสำคัญต่างๆได้เยอะแล้วแต่ Lifestyle และความชอบของแต่ละคน

ทางด้านขวาเป็น Walk in closet ซึ่งเมื่อ Built in ตู้เสื้อผ้ารูปตัว L เต็มพื้นที่ห้องแล้วจะมีพื้นที่เหลือประมาณ 1.5 x 2.9 m. สามาถใช้งานยืนแต่งตัวได้สะดวก

ผนังทางด้านซ้ายจะ Built เป็นตู้เก็บของหรือโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้ ติดกันเป็นประตูทางเข้าห้องน้ำครับ

สำหรับห้องน้ำของ Master Bedroom ก็มีความพิเศษกว่าห้องอื่นๆเหมือนกับบ้านหลังแรกที่ไปดูมา นอกจากจะมีขนาดพื้นที่ที่ใหญ่กว่าแล้วยังมีฟังก์ชันพิเศษเพิ่มเติมเช่น อ่างล้างหน้าแบบ His&Her, อ่างอาบน้ำ, โถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติ และ Sower box ที่มีฉากกั้นกระจกเรียบร้อย เดินท่องานระบบน้ำร้อนฝังไว้ในผนัง ส่วนพื้นและผนังในห้องทั้งหมดจะเป็นหินจริง

เริ่มที่ตรงกลางเป็นเคาน์เตอร์อ่างล่างหน้าแบบ His&Her ขนาด 0.58 x 1.8 m. Top เคาน์เตอร์เป็นหินเทียม Galaxy Black 202ให้ความรู้สึกหรูหรา อ่างล้างหน้าทั้งสองเป็นของ Roca เช่นเดิน มีขนาด 50 x 55 cm. และมีพื้นที่ว่างตรงกลางกว้าง 54 cm. สามารถใช้วางสิ่งของได้ และมีขอบผนังด้านหลังกว้างประมาณ 12 cm. สามารถใช้วางสิ่งของต่างๆยาวตลอดแนวได้อีกเช่นกัน ตู้ด้านล่างมีช่องเก็บของค่อนข้างเยอะพอสมควร มีหน้าบานทึบปิดเพื่อความเรียบร้อยและสวยงาม

ทางด้านซ้ายเป็นอ่างอาบน้ำของ Critina ขนาด 0.67 x 1.65 ลึก 45 m. สามารถลงแช่ในอ่างถึง 2 คนพร้อมกันได้สบายๆ ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่มีเฉพาะห้อง Master Bedroom เท่านั้น บริเวณด้านข้างของอ่างมีพื้นที่กว้างประมาณ 38 cm. สามารถใช้วางของใช้ภายในห้องน้ำได้ ซึ่งตัวอ่างตั้งอยู่ติดกับช่องหน้าต่างกระจกบานเลื่อน ซึ่งนอกจากจะช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในและเปิดระบายอากาศกับความชื้นได้แล้ว ยังทำให้เราสามารถนั่งอาบน้ำไปและชมวิวภายนอกไปได้ด้วย

ส่วนทางฝั่งขวาเป็นพื้นที่โถสุขภัณฑ์และพื้นที่อาบน้ำซึ่งมีฉากกั้นอาบน้ำเป็นกระจกนิรภัย Tempered Glass ติดตั้งมาให้เพื่อแยกพื้นที่ส่วนแห้งกับส่วนเปียกออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน นอกจากนี้ยังมีจุดสังเกตอีกอย่างคือจะมีช่องหน้าต่างที่ผนังฝั่งนี้ด้วย จึงทำให้ห้องน้ำห้องนี้มีช่องหน้าต่างถึง 2 ด้าน จึงเกิด Ventilation การหมุนเวียนอากาศที่ดีกว่าห้องน้ำห้องอื่น

มาดูกันที่โถสุขภัณฑ์กันก่อน ซึ่งได้โถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติของ Roca พร้อมปลั๊กไฟที่เตรียมไว้ใช้งานร่วมกัน ด้านหลังติดตั้งสายชำระและที่แขวนกระดาษชำระมาให้พร้อมใช้งาน มีพื้นที่โดยรอบเหลือสามารถใช้งานได้สะดวกไม่อึดอัด

ส่วนภายใน Shower box มีขนาดพื้นที่ประมาณ 1 x 1.1 m. และมีที่นั่งกว้างประมาณ 40 cm. มาให้ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้สูงอายุสามารถใช้นั่งอาบน้ำได้สะดวกอีกด้วย

สำหรับแบบบ้านอื่นๆ มีดังนี้

แบบบ้าน Palais de Prince (ปาลา เดอ แปงซ์) ที่ดิน 147 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 602 ตร.ม. 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ มีขนาดพื้นที่หน้ากว้างมากที่สุด มีทางเข้าบ้านได้ทั้งหมด 2 ทางเช่นเดิม แต่จะได้เฉลียงหน้าบ้านที่ยาวมากขึ้น ภายในบ้านมีพื้นที่ Common area ค่อนข้างกว้างสามารถจัดฟังก์ชันได้หลากหลาย ประกอบด้วยห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก ห้องทางอาหารซึ่งมีพื้นที่มากพอสามารถทำ Iland ตรงกลางได้เลย และสามารถวางโต๊ะทางอาหารขนาดใหญ่ 8 – 10 ที่นั่งได้ ทางซ้ายสุดมีการนำมุมอเนกประสงค์จากแบบบ้านหลังเล็กกลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งออกแบบเป็นผนังกระจกยื่นออกไปจากตัวบ้านเป็นกระจกเข้ามุมแบบ Bay Window ช่วยเพิ่มมุมมองให้มากขึ้น ห้องตรงกลางบ้านเป็นห้องนอนชั้นล่างที่มีห้องน้ำในตัว ใช้เป็นห้องนอนแขกหรือห้องผู้สูงอายุได้ ส่วนทางด้านซ้ายของตัวบ้านมีห้องอนกประสงค์อยู่ติดกับห้อง Powder room และห้องครัวซึ่งเชื่อมต่อไปยังลานซักล้างด้านหลังและพื้นที่ส่วนของ Maid ที่มีห้องนอนและห้องน้ำแยกเป็นส่วนตัวไม่รบกวนพื้นที่เจ้าของบ้าน ส่วนบันไดทางขึ้นชั้น 2 จะอยู่ด้านหลังตรงกลางของบ้าน และมีห้องเก็บของใต้บันไดด้วย

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเจอกับพื้นที่โถงบันไดและ Family area ขนาดใหญ่ มีประตูแยกเข้าสู่ห้องนอนเล็ก 3 ห้องซึ่งมีห้องน้ำในตัวทุกห้อง และห้อง Master Bedroom ที่มีพื้นที่ใช้สอยกินพื้นที่ครึ่งหนึ่งของชั้น 2 ภายในสามารถจัดฟังก์ชันได้หลากหลาย มี Walk in closet และห้องน้ำในตัว ซึ่งมีทั้งอ่างอาบน้ำและ Shower box ให้เลือกใช้ด้วย

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 22 August 2018

  • Ambroise (อองบัวส์) ที่ดิน 101 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 343 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 19 ล้านบาท (โปรโมชั่น)
  • Versailles (แวร์ซายน์) ที่ดิน 119 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 424 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 23.9 ล้านบาท (โปรโมชั่น)
  • จอง 200,000 บาท
  • ทำสัญญา 1.5 ล้านบาท
  • ค่าส่วนกลาง 40 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 3 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง – โครงการ TWO GRANDE MONACO บางนา-วงแหวน ตั้งอยู่บนถนนทางคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก อยู่ถัดเข้าไปด้านในจากตัวเฟสแรก 900 m. เป็นเส้นทางเพื่อใช้ข้ามไปมาระหว่างบางนา-ตราดและลาดกระบัง แล้วยังเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อกับทางลัดต่างๆได้ง่ายอีกด้วย ตัวโครงการเป็นทำเลที่เน้นใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก สามารถใช้ทางลัดภายในซอยรามคำแหงไปออกถนนบางนา-ตราดเพื่อขึ้นทางด่วนต่างๆได้ง่าย ในอนาคตมีรถไฟฟ้าที่จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะเดินทางเข้า-ออกเมืองได้ง่ายขึ้น ด้านความอุดมสมบูรณ์มีแหล่งจับจ่ายใช้สอยที่ใกล้ที่สุด คือตลาดนัมเบอร์วัน ราม 2 ในซอยรามคำแหง 2 มีห้าง Tesco Lotus ที่ปากซอย และ Mega Bangna ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ไกลจากตัวโครงการ ส่วนอีกจุดหนึ่งอยู่แถวห้าง Central บางนา มีทั้งอาคารสำนักงาน ห้างขายอุปกรณ์และของตกแต่งบ้านหลายแบรนด์และวินรถตู้ ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ และพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ เช่น สวนหลวงร.9 และยังมีสนามกอล์ฟต่างๆอีกหลายแห่งอีกด้วย

ความปลอดภัย – ถือว่าทำได้ดี ตั้งแต่ซุ้มประตูที่เข้าออกได้แค่ทางเดียวทำให้ง่ายต่อการรักษาความปลอดภัย, แยกทางเข้า-ออก ของลูกบ้านและ Visitor, ระบบ RFID หรือ Easy Pass, กล้อง CCTV และการวางแปลนบ้านไม่ติดรอบรั้วโครงการเลย มีถนนกั้นทุกจุด ทำให้เพิ่มความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว, รั้วรอบโครงการสูง 2.5 m., ถนนหลักกว้าง 8 m. มีวงเวียนและลูกระนาดอยู่เป็นระยะช่วยจำกัดความเร็วรถในโครงการ, มี รปภ. ประจำอยู่ตามจุดต่างๆ และขี่รถจักรยานตรวจความเรียบร้อยทั่วทั้งโครงการอยู่เป็นระยะๆ รวมถึงติดตั้งระบบ Chock Sensor และสัญญาณกันขโมยตามจุดต่างๆภายในบ้านทุกหลัง

การออกแบบผังโครงการ – ออกแบบได้ค่อนข้างดี มีทางเข้า-ออกแค่ทางเดียวใช้งานร่วมกันทั้ง 2 เฟส ถนนหลักวิ่งตรงยาวเข้าไปด้านในไม่ซับซ้อน มีถนนล้อมรอบตัวบ้านเกือบทุกหลัก ไม่มีซอยตันวนรถกลับง่าย วางส่วนกลางของโครงการง่ายต่อการเข้าถึง ใช้การแบ่งแยกเฟสด้วยคลองและสะพานคั่น โครงการมี Clubhouse , Lake กับสวนต่างๆของตัวเองไม่ต้องใช้ร่วมกับเฟสแรก ซึ่งอยู่ทางด้านหน้าของเฟส 2 เป็นส่วนต้อนรับลูกบ้านและรับรองแขกภายนอกจะได้ไม่เข้าไปรบกวนส่วนพักอาศัยด้านใน เน้นการจัดสวนกระจายตามจุดต่างๆของโครงการทำให้บ้านที่หันหน้าเข้าหาหรืออยู่ใกล้สวนจะได้วิวสวนขนาดใหญ่ และมีวงเวียนเป็นระยะทำให้วนรถกลับได้ง่าย

การออกแบบบ้าน – ถือว่าเป็นโครงการที่มี Concept ในการออกแบบชัดเจนสไตล์โมนาโค โดยได้แรงบันดาลใจมาจากพระราชวัง Le Palais Princier de Monaco ซึ่งนำจุดเด่นของหอคอยป้อมปราการมาใช้ประกอบ จึงทำให้ตัวบ้านมีความสง่างาม มีเอกลักษณ์โดดเด่นเหมือนเป็นคฤหาสน์ส่วนตัว ตกแต่งด้วยบัวประดับรับใต้ฝ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของโบสถ์คาทีดราล (Le Cathedrale de Monaco) ตกแต่งผนังบางส่วนด้วยหินสื่อถึงเมืองชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ใช้โครงสร้างแบบ Arch โค้งแสดงถึงสถาปัตยกรรมแบบ Baroque ของยุโรปตะวันตก

มีบ้านทั้งหมด 3 แบบ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 343 – 602 ตารางเมตร เน้นพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้ตามต้องการ จัดแปลนบ้านโดยแบ่งแยกพื้นที่การใช้งานออกเป็นปีกซ้ายและปีกขวาอย่างเป็นสัดส่วน ห้องนอนทุกห้องมีห้องน้ำในตัวพร้อมช่องแสงสามารถระบายอากาศได้ดี ติดตั้งระบบ Chock Sensor และสัญญาณกันขโมยตามจุดต่างๆภายในบ้านทุกหลังเพื่อความปลอดภัย พื้นที่ส่วน Maid แยกออกจากพื้นที่ของเจ้าของบ้านอย่างเป็นสัดส่วน

วัสดุ –  โครงการเลือกใช้วัสดุในส่วนต่างๆได้เหมาะสมกับราคาและการใช้งาน โครงสร้างบ้านก่ออิฐมวลเบา ที่จอดรถโครงสร้างแบบ Slab on Beam ปูพื้นด้วย Concrete Stamp, ประตูทางเข้ากรอบบานไม้สัก ติดกระจก Stain Glass , พื้นชั้นล่างเป็นหินเทียม Artificial Stone Verona , พื้นชั้นบนเป็นพื้นปาร์เก้ไม้มะค่า, บันไดคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวไม้มะค่า, ประตูบานและหน้าต่างเลื่อนกรอบอลูมิเนียมสีขาว ติดกระจกเขียวตัดแสงของ Lynn, สัญญาณกันขโมย Reade กับ Key Pad พร้อมระบบ Chock Sensor และ Magnetic Sensor, วอลเปเปอร์นำเข้าจากเกาหลี , Top เคาน์เตอร์ครัวหินแกรนิตสีดำ , Top เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าหินเทียม Galaxy Black 202, สุขภัณฑ์ทั้งหมดในห้องน้ำของ Roca, สำหรับห้อง Master Bedroom ได้อ่างล้างหน้าแบบ His&Her, อ่างอาบน้ำ Critina, โถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติของ Roca, ฉากกั้นอาบน้ำ, ห้อง Powder room และห้องน้ำ Master Bedroom พื้นและผนังห้องน้ำทั้งหมดเป็นหินจริง และเดินงานระบบท่อน้ำร้อนแบบฝังผนังเฉพาะห้อง Master Bedroom

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ – ถือว่าทำได้ดี ออกแบบพื้นที่สีเขียวให้มีความสอดคล้องกับรูปแบบและแนวคิดโครงการสไตล์ฝรั่งเศษ ช่วยเพิ่มบรรยากาศในการอยู่อาศัย มีแนวต้นไม้มารับทั้งสองฝั่งถนนตั้งแต่ถนนเข้าโครงการ รวมถึงพื้นที่วงเวียนตรงกลางก็ดูร่มรื่น ภายในโครงการมี Lake ขนาดใหญ่พร้อมสวนโดยรอบในพื้นที่เฟส 1 และยังมี Lake ของพื้นที่เฟส 2 แยกออกเป็นของตัวเองต่างหากอีกด้วย สวนในโครงการกระจายอยู่ตามจุดต่างๆช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและความร่มรื่นของโครงการได้ดี

สาธารณูปโภค – โครงการมี Clubhouse ทั้งหมด 2 จุดแยกออกเป็นของเฟส 1 และเฟส 2 ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวไม่ต้องแย่งกันใช้ โดยเฉพาะตัว Clubhouse ของเฟส 2 เป็นอาคารสีขาวขนาดใหญ่ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก Le Casino de Monte Carlo (เลอ คาสิโน เดอ มองเตอะ คาโล) ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่และหรูหรา เหมาะที่จะใช้เป็นศูนย์รวมของลูกบ้านหรือเป็นส่วนต้อนรับแขก ภายในอาคารมีโถงต้อนรับขนาดใหญ่พร้อมพื้นที่ Fitness ภายนอกอาคารมีสระว่ายน้ำ Infinity edge pool พร้อม Pool Jet และ Jacuzzi มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำอยู่ใต้อาคาร นอกจากนี้ยังมี Lake สวนสไตล์ฝรั่งเศษโดยรอบ และสนามพัตต์กอล์ฟไว้คอยบริการแก่ลูกบ้านอีกด้วย

Judgement

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 20 – 60 ล้านบาท, 22 August 2018

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.75/10 – ทำเลเดินทางสะดวก มีทางลัดออกบางนา-ตราด ใกล้ทางด่วน ใกล้ห้าง
  • ความปลอดภัย 8.5/10 – รั้วกั้นไม้กระดก RFID, กล้อง CCTV, รปภ.24 ชม., ถนนรอบโครงการ,ระบบ Chock Sensor และ Magnetic Sensor ทุกหลัง, รั้วรอบโครงการ 2.5 m.
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8.25/10 – ออกแบบสวย แนวคิดชัดเจน เน้นพื้นที่ใช้สอยใช้งานลงตัว
  • วัสดุ 8/10 – เหมาะสมกับราคาและการใช้งานของโครงการระดับนี้
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 8/10 – โครงการใหญ่เน้นพื้นที่สีเขียว ออกแบบ Landscape ได้ดี
  • สาธารณูปโภค 8.5/10 – ทะเลสาบใหญ่ สวน 2 แห่ง Clubhouse สวยหรูหรา สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สนามพัตต์กอล์ฟ
  • 8.06 / 10.00

BOTTOM LINE

TWO GRANDE MONACO บางนา-วงแหวน เหมาะกับครอบครัวขนาดใหญ่ที่มองหาบ้านหลังใหญ่ในทำเลย่านบางนา เดินทางสะดวกใกล้ทางด่วน ใกล้ห้างและสนามบินสุวรรณภูมิ  บ้านเน้นพื้นใช้สอยกว้างขวางมีความหรูหราระดับ Luxury ชอบการออกแบบที่เป็นเอกลักษ์สถาปัตยกรรม Baroque สไตล์โมนาโคแบบฝรั่งเศส ส่วนกลางและพื้นที่สีเขียวสวยเข้ากับบรรยากาศโครงการ เน้นความปลอดภัยที่ดี มีงบประมาณราคา 20 – 60 ล้านบาท

Share

Leave a Reply