The Plant เทพารักษ์ – บางนา บ้านเดี่ยว 2 ชั้น บนถนนเทพารักษ์ ใกล้ทางด่วนบางพลี-สุขสวัสดิ์ จาก พฤกษา [รีวิวฉบับที่ 1661]

August 28, 2018 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1661  … สวัสดีครับทุกท่านวันนี้ผมจะพาไปชมโครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น บนถนนเทพารักษ์ ใกล้ทางด่วนบางพลี-สุขสวัสดิ์ และ Big C Supercenter บางพลี กับโครงการ The Plant เทพารักษ์-บางนา จาก พฤกษา เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เน้นพื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชั่นลงตัว 3 ห้องนอน เน้นความปลอดภัยมีอุปกรณ์ Smart Home ทุกหลังในราคาเริ่มต้น 3.89 ล้านบาท โครงการจะเป็นอย่างไรไปชมกันเลยครับ

Fact @ 21 August 2018

  • Tha Plant Thepharak-Bangna (เดอะแพลนท์ เทพารักษ์-บางนา)
  • บจก.พนาลี เอสเตท ในเครือ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : ต.บางพลี อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
  • เนื้อที่โครงการ 56-1-38.4 ไร่ จำนวน 254 ยูนิต
  • Propose ที่ดิน 50 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 120 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 3.89 ล้านบาท
  • Peace ที่ดิน 50 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 133 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 4.63 ล้านบาท
  • Pricey ที่ดิน 50 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 142 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 4.83 ล้านบาท
  • เพดานชั้น 1 สูง 2.6 เมตร, ชั้น 2 สูง 2.7 เมตร
  • ราคาเริ่มต้น 3.89 ล้านบาท
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ 50,000 บาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง : ส.ค. 2560
  • คาดว่าแล้วเสร็จ : ธ.ค. 2561 (บางส่วน)
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1739

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.584447, 100.733197

แผนที่จากโครงการนะครับ จะเห็นว่าตัวโครงการตั้งอยู่ภายในซอยประมาณ 1.5 km. เข้าจากถนนเทพารักษ์ ซึ่งตำแหน่งทำเลที่ตั้งของโครงการพื้นที่โดยรอบถูกรายล้อมไปด้วยตลาด, Big C Supermaket, โรงพยาบาล

โครงการ The Plant เทพารักษ์-บางนา ตั้งอยู่บนถนนเทพารักษ์ แยกเข้ามาในซอย ซึ่งตำแหน่งโครงการสามารถวิ่งเชื่อมต่อไปบางนา-เทพารักษ์-กิ่งแก้วได้สะดวก และยังออกไปนิคมอุตสาหกรรมและนิคมอื่นๆ ได้ เป็นทำเลที่สามารถเดินทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวกอีกทำเลหนึ่งในย่านสมุทรปราการ อีกทั้งยังมีทางด่วนในพื้นที่ให้เลือกใช้ 2 เส้นทาง คือ ทางพิเศษบูรพาวิถี และ ทางด่วนบางพลี-สุขสวัสดิ์ ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับพื้นที่อื่นได้ง่าย ทำเลที่ตั้งของโครงการอยู่ในระยะที่ถือว่าใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งบนถนนเทพารักษ์ และถนนบางนา-ตราด ถูกรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณูปโภคต่างๆ ทั้งแหล่งช็อปปิ้ง โรงพยาบาล โรงแรม รวมถึงสถานศึกษาต่างๆ มากมาย รวมไปถึงเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิได้ง่ายแม้จะอยู่โซนชานเมืองก็ตาม

พื้นที่โดยรอบส่วนใหญ่เป็นโครงการพักอาศัยแนวราบ ซึ่งบริเวณย่านนี้ถือว่าเหมาะแก่การเป็นที่อยู่อาศัย จะสังเกตุได้ว่าตัวโครงการ The Plant เทพารักษ์-บางนา ตั้งอยู่ภายในซอยก็จริง แต่โดยรอบนั้นถูกห้อมล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ในพื้นที่จะมีตลาดสดและตลาดนัดถึง 3 จุด รวมถึง Tesco Lotus และ Big C Supercenter ที่อยู่เลยไปทางถนนกิ่งแก้วบางพลี  ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดในบริเวณนี้ ภายในมีส่วนห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารแบรนด์ดัง รวมถึงโรงหนัง ให้บริการ หากเลยไปทางฝั่งถนนบางนา-ตราด ก็จะพบกับแหล่งความเจริญอีกมากมาย อาทิเช่น Mega บางนา IKEA, ตลาดกิ่งแก้ว, Market Village เป็นต้น

เนื่องจากตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนเทพารักษ์ มีทางด่วน 2 สายสำคัญอยู่ใกล้เคียงประกอบไปด้วย ทางพิเศษบูรพาวิถี และ ทางด่วนบางพลี-สุขสวัสดิ์ ซึ่งจุดแรกที่จะแสดงให้ดูคือทางขึ้นทางพิเศษบูรพาวิถี ขึ้นลงทางด่วนที่ใกล้กับตัวโครงการดังนี้

  • เส้นทางขึ้นทางด่วนบูรพาวิถี (เส้นสีเหลือง) : ออกจากซอยหน้าโครงการเลี้ยวซ้ายตามทางบนถนนเทพารักษ์ วิ่งไปเรื่อยๆ จนพบแยกเข้าซอยสุขาภิบาล 6 หรือชื่อเรียกว่า ซอยวัดหลวงพ่อโต เป็นถนน 2 เลนวิ่งสวนกัน ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับวิ่งหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัด เพื่อจะไปทะลุเข้าถนนบางนา-ตราด ตรงต่อไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร เตรียมขึ้นทางพิเศษบูรพาวิภี ฝั่งมุ่งหน้าไปแยกบางนา รวมระยะทางประมาณ 9.5 กิโลเมตร
  • เส้นทางขึ้นทางด่วนบูรพาวิถี (เส้นสีแดง) :ใช้เส้นวิ่งถนนหลักเส้นถนนกิ่งแก้ว-บางพลี ก็ได้เช่นกันไปจนถึงสี่แยกบางนา-ตราด แล้วเลี้ยวซ้าย ตรงต่อไปอีกประมาณ 500 m.จะสังเกตุเห็นจุดขึ้นทางด่วน
  • เส้นทางจากจุดลงทางด่วนบูรพาวิถี (เส้นสีม่วง)  : ลงทางด่วนบางพลี วิ่งบนถนนบางนา-ตราด สามารถกลับรถจากถนนกิ่งแก้ว หรือจุดกลับรถถนนบางนา-ตราด แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนกิ่งแก้ว-บางพลี วิ่งตรงยาวไปจนถึงสี่แยกคลองขุดแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเทพารักษ์

จุดขึ้นลงทางด่วนบางพลีสุขสวัสดิ์อีกจุดไปสุขุมวิทเพื่อเชื่อมต่อไปยัง โซนพระราม3, บางประอิน โดยจะมีจุดขึ้นลงดังนี้

  • เส้นทางขึ้นทางด่วนบางพลี-สุขสวัสดิ์ – ด่านเทพารักษ์ (เส้นสีเหลือง ):โดยออกจากหน้าโครงการเลี้ยวซ้ายตามทางวิ่งตามถนนเทพารักษ์ วิ่งไปเรื่อยๆข้ามแยกคลองขุดไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร เตรียมตัวชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวขึ้นทางด่วนบางพลี-สุขสวัสดิ์ รวมระยะทางประมาณ 9.5 กิโลเมตร
  • เส้นทางจากจุดลงทางด่วนบางพลี-สุขสวัสดิ์ (เส้นสีม่วง) : ไปโครงการ ฝั่งมุ่งหน้ามาถึงแยกตัดกับถนนเทพารักษ์ เตรียมตัวกลับรถที่สะพานเกือกม้าเพื่อเข้าสู่ถนนเทพารักษ์ จากนั้นขับตรงมุ่งหน้าไปฝั่งบางพลี ผ่านแยกคลองขุด และกลับรถเข้าโครงการ รวมระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร

วันนี้เราจะพาเดินทางไปโครงการโดยใช้เส้นทางถนนเทพารักษ์ ซึ่งสามารถมาได้จากทางถนนสุขุมวิท โดยจะเริ่มต้นจาก Palm Island เป็น Avenue ขนาดไม่ใหญ่มาก ภายในมีแหล่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบเหมือนกันครับ โดยจะวิ่งต่อเนื่องบนถนนเทพารักษ์ ข้ามแยกเทพารักษ์ที่ตัดกับถนนศรีนครินทร์  มุ่งตรงต่อไปลอดใต้ทางด่วนบางพลี-สุขสวัสดิ์ (ทางด่วนกาญจนาภิเษก) ตรงต่อไปข้ามแยกคลองขุด ที่ตัดกับถนนกิ่งแก้ว-บางพลี ตรงต่อไปบนถนนเทพารักษ์ฝั่งมุ่งหน้าไปบางพลีประมาณ 4 กิโลเมตร จะพบตัวโครงการอยู่ทางฝั่งขวามือ หน้าปากซอยใกล้กับจุดกลับรถจุดสังเกตุซ้ายมือจะเป็น Showroom รถฮุนได ด้านขวามือจะเป็น มบ.กฤษดานคร และตลาดบางพลีซิตี้ แต่จุดกลับรถจุดนี้ใกล้กับตัวหน้าโครงการมากไป อาจจะอันตรายในการใช้งานจุดนี้ ซึ่งผมแนะนำให้เลยไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร เพื่อกลับรถในจุดต่อไปครับ จากนั้นกลับรถมาและเลี้ยวเข้าซอยข้างตลาดบางพลีซิตี้ ตรงเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร จะพบตัวโครงการ The Plant เทพารักษ์-บางนา

มุ่งหน้ามาบนถนนเทพารักษ์นะครับ เดินทางมาจากถนนสุขุมวิท ตรงต่อไปบนถนนเทพารักษ์ ฝั่งมุ่งหน้าไปบางพลี เข้ามาในถนนเทพารักษ์ประมาณ 2 กิโลเมตร สังเกตุที่ฝั่งซ้ายมือจะพบ Palm Island Avenue ขนาดไม่ใหญ่มากครับ ภายในมี Big C ธนาคารต่างๆ และร้านค้า ร้านอาหารมากกว่า 50 ร้าน ภายในมีที่จอดรถบริการมากกว่า 200 คัน

ตรงต่อมาเรื่อยๆ บนถนนเทพารักษ์จะพบแยกเทพารักษ์ซึ่งเป็นแยกที่ตัดกับถนนศรีนครินทร์ แยกนี้ค่อนข้างใหญ่ รถเยอะ ซึ่งในช่วงเวลาเช้าและเย็นของวัน จะค่อนข้างติดทีเดียวครับ ให้เราข้ามแยกตรงต่อไปบนถนนเทพารักษ์ครับ

มุ่งหน้าตรงต่อไปบนถนนเทพารักษ์ ฝั่งไปบางพลี บริเวณนี้ใกล้จะแยกไปถนนกาญจนาภิเษก, บางนา-ถนนพระราม 2 ให้เราตรงต่อไปตามถนนเทพารักษ์

เมื่อตรงมาเรื่อยๆ บนถนนเทพารักษ์ ฝั่งมุ่งหน้าไปบางพลี จะลอดใต้ทางด่วนบางพลี-สุขสวัสดิ์ (ทางพิเศษกาญจนาภิเษก) ครับ ให้เรามุ่งหน้า ตรงต่อไปเลย

ตรงต่อมาเรื่อย ๆ ข้ามแยกคลองขุดมา บนถนนเทพารักษ์ จะพบ Big C Supercenter บางพลี ซึ่งที่นี่ถือเป็นห้างสรรพสินค้าใหญ่สุดในย่านนี้ ภายในประกอบไปด้วย ร้านค้าร้านอาหารชั้นนำ โรงภาพยนต์ ธนาคาร เปิดให้บริการตั้งแต่ 9.00 – 23.00 ครับ

ขับเลย Big C Supercenter บางพลี มาประมาณ 3 กิโลเมตร จะพบปากซอยโครงการ The Plant เทพารักษ์-บางนา อยู่ฝั่งขวามือ ซึ่งบริเวณนี้จะมีจุดกลับรถอยู่เยื้อง ๆ ซอยเข้าโครงการ ซึ่งมีระยะค่อนข้างกระชั้นเกินไป และถนนเส้นนี้มีรถวิ่งตลอด ทำให้อาจจะอันตรายเกินไปในการกลับรถแล้วเบี่ยงชิดซ้ายเพื่อเข้าซอย แนะนำว่าให้เลยไปอีกหน่อยเพื่อกลับรถในจุดถัดไปครับ

มุ่งหน้าเลยซอยเข้าโครงการมาบนถนนเทพารักษ์อีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร เพื่อกลับรถครับ

กลับรถกลับมาบนถนนเทพารักษ์ ฝั่งมุ่งหน้าไปถนนศรีนครินทร์ ขับตรงต่อมาอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร จะพบเต้นท์ของตลาดบางพลีซิตี้ จุดสังเกตุคือป้ายทางหลวงบอกชื่อโครงการ อยู่หน้าตลาดบางพลีซิตี้ ให้เราชิดซ้ายเพื่อเตรียมเลี้ยวเข้าซอยที่อยู่ด้านข้างตลาดบางพลีซิตี้ ให้เราชิดซ้ายเพื่อเตรียมเลี้ยวเลยครับ

เลี้ยวซ้ายเข้าซอยข้างตลาดบางพลีซิตี้ครับ ซอยนี้อยู่ติดกับตลาดเลยครับ

ขับตรงต่อไปภายในซอยข้างตลาดบางพลีซิตี้ ต้นซอยฝั่งซ้ายเป็นตลาดบางพลีซิตี้ ด้านหลังมีห้องน้ำและที่จอดรถให้บริการ ฝั่งขวาเป็นห้องเช่า มีร้านต่างๆ ให้บริการ เช่น ร้านขายยา ร้านนวด ร้านตัดผม ร้านล้างรถ ค่อนข้างครบครับ

เมื่อตรงเข้ามาภายในซอยจะพบโรงเรียนอนุบาล Neo Child อยู่ทางขวามือครับ ตรงต่อไปเพื่อเข้าสู่โครงการ

ถนนภายในโครงการส่วนนี้มีขนาดความกว้าง 18 เมตร มีการดูแลอย่างสวยงาม ขนาบข้างด้วยต้นไม้ซ้ายและขวา นำสายตาเข้าสู่ตัวโครงการ

เมื่อเข้ามาสุดจะพบวงเวียนขนาดใหญ่ เป็นส่วนแบ่งแยก 2 โครงการของทางพฤกษาครับ โดยจะพบโครงการ THE PLANT เทพารักษ์-บางนา อยู่บริเวณทางซ้ายมือ และฝั่งขวาเป็นโครงการ ภัสสร เทพารักษ์-บางนา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการของพฤกษาที่อยู่

จากถนนเทพารักษ์ตรงเข้ามาภายในซอย จนถึงวงเวียนต้นไม้ขนาดใหญ่ มีระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร ตัวผังพื้นที่โครงการมีลักษณะเป็นเส้นตรงยาวเข้าไป พื้นที่โดยรอบของบริเวณนี้ส่วนใหญ่เป็นหมู่บ้านที่พักอาศัยแนวราบค่อนข้างเยอะ มาดูกันครับว่าโครงการของเรามีเพื่อนบ้านเป็นใครกันบ้าง

  • ทางทิศเหนือ : นับจากหน้าโครงการภายในซอยจะติดกับถนนที่ลากยาวเข้ามา เป็นเส้นทางเข้าออกหลักของโครงการ  โดยพื้นที่ด้านข้างยังเป็นพื้นที่ว่างเปล่า มีเพียงโรงเรียนอนุบาล Neo Child ตั้งอยู่ ส่วนจะมีอาคารตั้งก็จะเป็นส่วนตลาดหน้าปากซอยไปเลย ห่างจากโครงการ 1.5 กิโลเมตร
  • ทิศตะวันออก : ทิศตะวันออกจะติดกับพื้นที่ดินเปล่ายาวตลอดแนว ซึ่งจะมีเพียงทิศตะวันออกที่ค่อนไปทางทิศเหนือเล็กน้อย ที่จะติดกับคลองตรง และฝั่งตรงข้ามคลองคือหมู่บ้านพักอาศัยแนวราบ
  • ทิศใต้และทิศตะวันตก : ตัวโครงการติดกับโครงการ Passorn เทพารักษ์-บางนาโอบล้อมตลอดแนวทิศใต้ไปจนถึงทิศตะวันตก ซึ่งถือว่าเป็นโครงการเพื่อนบ้านอย่างแท้จริง เนื่องจากใช้ทางเข้าออกโครงการร่วมกัน โดยจะมีจุดแยกกันบริเวณวงเวียนต้นไม้ขนาดใหญ่ และยังเป็นโครงการจากพฤกษาเช่นเดียวกันอีกด้วย

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ

  • ตลาดนัดบางพลีซิตี้ ~ 1.5 กิโลเมตร
  • ตลาดนัดเรือบิน ~ 2.7 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 ~ 3 กิโลเมตร
  • ตลาดกุนธรบางพลี ~ 4 กิโลเมตร
  • วัดบางพลี ~ 4.4 กิโลเมตร
  • Big C Supercenter ~ 4.6 กิโลเมตร
  • โรงเรียนศรีดรุณ ~ 5.5 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลบางนา 5 ~ 6.5 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยหัวเฉียว ~ 6.9 กิโลเมตร
  • ตลาดสุธาวี ~ 7.2 กิโลเมตร
  • โรงเรียนวัดมงคลนิมิตร ~ 7.8 กิโลเมตร
  • Market Village ~ 8.2 กิโลเมตร
  • ตลาดกิ่งแก้ว ~ 8.4 กิโลเมตร
  • Makro บางพลี ~ 8.5 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลบางนา 2 ~ 10 กิโลเมตร
  • Mega บางนา ~ 12.5 กิโลเมตร
  • Tesco Lotus บางนา ~ 12.6 กิโลเมตร
  • สนามบินสุวรรณภูมิ ~ 22 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

ถนนทางเข้าโครงการที่ข้ามมาจากคลองแล้วตรงมาจะเจอวงเวียนต้นไม้มีขนาดความกว้าง 18 เมตร ซึ่งใช้ร่วมกันกับโครงการ Passorn เทพารักษ์-บางนา เข้ามาภายในโครงการ ถนนบริเวณซุ้มประตูทางเข้ามีขนาดความกว้าง 20 เมตร แบ่งเป็นช่องทางเข้าออกเข้าของลูกบ้านและแขก ฝั่งละ 2 ช่องทาง รวมเป็น 4 ช่องทาง บริเวณด้านข้างถูกโอบล้อมด้วยสวนต่างๆ ตามมุมที่โครงการจัดไว้ให้ ดูชุ่มชื่นตลอดทาง เนื่องจากพื้นที่ภายในโครงการเป็นแนวยาวเข้าไป ทำให้การเดินรถในโครงการไม่ซับซ้อนจะมีถนนหลัก ขนาดความกว้าง 12 เมตร ไปเชื่อมต่อกับซอยย่อยต่างๆ ซึ่งแต่ละซอยย่อยจะไม่ลึกมาก ขนาด 8 เมตร มีจำนวนบ้านแต่ละซอยประมาณ 6 หลัง ข้อดีคือค่อนข้างเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย รูปแบบผังไม่ซับซ้อน ดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยได้ง่าย ซึ่งถ้าใครเลือกบ้านที่อยู่ท้ายหมู่บ้านก็จะก็อาจจะไกลจากส่วนกลางหน่อยแต่ก็ได้เรื่องความสงบไม่พลุกพล่าน ส่วนใครเลือกทางฝั่งด้านหน้าโครงการจะได้เรื่องความสะดวกใกล้ทางเข้า-ออก และส่วน Clubhouse สำหรับพื้นที่สีเขียวทางโครงการจัดไว้ตรงกลางของพื้นที่โครงการ ทำให้ลูกบ้านสามารถมาใช้งานร่วมกันได้ง่าย 

เมื่อตรงเข้ามาภายในจากถนนด้านหน้าของโครงการ จะถูกต้อนรับด้วยวงเวียนต้นไม้ขนาดใหญ่ ที่เป็นส่วนแบ่งฝั่งของ 2 โครงการจากพฤกษา ซึ่งจะมีป้ายโครงการทั้งสองขนาดใหญ่บอกในตำแหน่งที่เห็นชัดเจน เข้าใจง่าย พื้นมีการทำลวดลายเป็นสีตามรัศมีของวงเวียน พื้นที่โดยรอบถูกประดับด้วยต้นไม้หลายขนาดและสนามหญ้า

 

โครงการ The Plant เทพารักษ์-บางนา ซึ่งเป็นโครงการที่ผมจะพาทุกคนมาเยี่ยมชมกันในวันนี้ครับ ด้านหน้าตกแต่งด้วยสไตล์ Modern ภายใต้ Concept English New Town ซึ่งจะดูทันสมัยโดยรอบประดับด้วยต้นไม้ดูสบายตาครับ

ป้ายโครงการมีขนาดค่อนข้างใหญ่ สามารถสังเกตุเห็นได้จากระยะไกลค่อนข้างชัดเจน ตกแต่งด้วยแนวเส้นตั้งที่ดูมีความทันสมัย ใช้โทนสีเรียบๆ สบายตา บริเวณด้านหน้ามีสวนและสนามหญ้าพร้อมกับมีไฟสนามติดตั้งเป็นจุดๆ

บริเวณประตูซุ้มโครงการ ดูเรียบง่าย ทันสมัย ยังมีการใช้ลักษณะของเส้นในแบบเดียวกับตัวป้ายและรั้วเมื่อสักครู่ เพื่อความกลมกลืนและเชื่อมต่อกัน พื้นมีการทำลวดลายไว้ มีการแบ่งการเข้าออกชัดเจนแบ่งแยกฝั่งซ้ายขวา โดยมีป้อม รปภ.อยู่ตรงกลาง ง่ายต่อการควบคุม

ฝั่งทางเข้าโครงการมีการแบ่งแยกช่องทางเข้าของลูกบ้าน และแขก เพื่อแลกบัตร ระบบรักษาความปลอดภัยครบ ส่วนของป้อม รปภ. วัสดุหลักเป็นกระจก ทำให้สามารถสังเกตุได้รอบด้าน

ระบบการเข้าออกของที่นี่ใช้ระบบ Key Access ระยะใกล้ สำหรับส่วนของลูกบ้าน ส่วนของแขกที่มาในโครงการต้องแลกบัตรกับรปภ. ซึ่งระหว่างช่องทางเข้าทั้งสอง และ ป้อมรปภ. มีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้จุดละ 1 ตัว ทั้งสองฝั่งทางเข้าและทางออกโครงการ

ประตูเลื่อนปิดโครงการมีการทำช่องเก็บและรางไว้อย่างเรียบร้อย

ส่วนด้านหน้านี้มีขนาดความกว้างถนนอยู่ที่ 20 เมตร พื้นที่ภายในโครงการ (ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการก่อสร้าง) เมื่อเข้ามาภายในโครงการพื้นที่จุดแรกที่จะเห็นคือตัว Club House ทางซ้ายมือครับ ผมลองจำลองตำแหน่งคร่าวๆให้ดู และเนื่องจากพื้นที่ของโครงการเป็นแนวยาว พอเข้ามาจะพบถนนหลักทางเดียวบังคับตรงเข้าไปจนสุดพื้นที่โครงการ แล้วแบ่งแยกเข้าซอยย่อยซ้าย-ขวา ตลอดเส้นทาง ซึ่งภายในถนนทางหลักของโครงการนี้กว้างจะ 12 เมตร ส่วนภายในซอยกว้าง 8 เมตร

ส่วนกลางของโครงการนี้ประกอบไปด้วย Club House 2 ชั้น ด้านบนเป็นพื้นที่ห้องออกกำลังกาย ส่วนด้านล่างเป็นพื้นที่พักผ่อน สระว่ายน้ำระบบเกลือ ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แยกสระผู้ใหญ่ และสระเด็ก มีพื้นที่ co-working space ที่สามารถนั่งทำงานนั่งพักผ่อนได้สบายๆ ทางโครงการยังให้ความใส่ใจในส่วนของทางลาดสำหรับผู้สูงอายุที่สามารถมาทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวในวันพักผ่อน มี Jogging Track สำหรับวิ่งออกกำลังกายรอบสวน

เมื่อตรงเข้ามาจะพบส่วนแรกคือส่วนของสำนักงานขาย ภายในจะแบ่งเป็นซอยย่อยกว้าง 8 เมตร ลักษณะประมาณนี้ครับ  ดูเรียบร้อยเป็นระเบียบ ซึ่งซอยแรกนี้ถูกแบ่งเป็นสำนักงานขาย บ้านตัวอย่าง และฝั่งตรงข้ามคือที่จอดรถ

ที่จอดรถทั้งหมด 7 คัน ตกแต่งโดยรอบด้วยพุ่มไม้ พื้นทำลายต่อเนื่องกับบริเวณหน้าโครงการ สายงาม

ฝั่งตรงข้ามเป็นสำนักงานขาย ซึ่งเป็นตัวบ้านแบบใหญ่ที่สุดของโครงการ (Pricey) ภายในดูกว้างขวาง สวยงามครับ

ด้านในมีสวนที่จัดขึ้นมาเพื่อประดับบ้านตัวอย่าง เมื่อโครงการขายเสร็จก็จะรื้อทำเป็นพื้นที่ถนนภายในซอยครับ

โครงการนี้มีบ้านทั้งหมด 3 แบบครับ เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นทั้งหมด ซึ่งแบบแรกคือบ้าน Propose ขนาดที่ดินเริ่มต้น 50 ตร.ว. ขึ้นไป ขนาดพื้นที่ใช้สอย 120 ตร.ม.  3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3.89 ล้านบาท

แบบที่ 2 มีขนาดใหญ่ขึ้นมา คือแบบ Peace ขนาดที่ดินเริ่มต้น 50 ตร.ว. ขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 133 ตร.ม.  3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 4.63 ล้านบาท

แบบที่ 3 มีขนาดใหญ่ที่สุด คือแบบ Pricey ขนาดที่ดินเริ่มต้น 50 ตร.ว. ขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 142 ตร.ม.  3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 4.83 ล้านบาท

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Club House 2 ชั้น
  • สระว่ายน้ำระบบเกลือ
  • สระเด็ก
  • ห้องออกกำลังกาย
  • สวนสาธารณะ
  • Jogging Track รอบสวนสาธารณะ
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ
  • รั้วรอบโครงการสูง 3เมตร
  • Key Card Access
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดกอัตโนมัติ
  • ถนนหลักกว้าง 12 ม. และถนนภายในกว้าง 8 ม.

ระบบรักษาความปลอดภัยที่ตัวบ้าน

  • กล้อง CCTV ที่โรงจอดรถ
  • อุปกรณ์ Smart Home ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้า และระบบสัญญาณกันขโมย ผ่าน App บนมือถือ
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic & Shock Sensor
  • Door Sensor ติดที่ประตูและหน้าต่างบริเวณชั้น 1

Product Walkthrough

 

เรามาเริ่มกันที่แบบบ้านเล็กที่สุดก่อนนะครับ แบบบ้าน Propose มีพื้นที่ใช้สอย 120 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ แบบบ้านนี้มีการจัดสัดส่วนพื้นที่ค่อนข้างดี สามารถเข้าตัวบ้านได้ 2 ทาง จากทางด้านหน้าบ้านส่วนห้องนั่งเล่น และจากที่จอดรถ ส่วนชั้น 1 ของบ้านหลังนี้แบ่งออกเป็นส่วนนั่งเล่น รับประทานอาหาร ห้องน้ำที่มีพื้นที่อาบน้ำและครัว ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ซักล้างหลังบ้านได้ครับ ส่วนตัวบันไดของบ้านหลังนี้จะอยู่ทางด้านหลังของตัวบ้านช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยทางด้านหน้าของตัวบ้านให้ใช้งานได้เต็มพื้นที่มากยิ่งขึ้น และสามารถรับแสงธรรมชาติได้ดี

ขึ้นมายังชั้น 2 จะเป็นส่วนพักอาศัยจัดเป็นห้องนอนทั้งหมด ใช้โถงทางเดินบันไดเป็นตัวแจกเข้าในแต่ห้อง ประกอบด้วยห้องนอน 3 ห้อง ห้องน้ำ 1 ห้อง สำหรับห้องนอน 3 ห้องถูกแบ่งเป็น ห้องนอนใหญ่อยู่ที่หน้าบริเวณตัวบ้าน มีพื้นภายในค่อนข้างเยอะ ภายในมีส่วน Walk in Closet เชื่อมต่อกับห้องน้ำ ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน และยังได้พื้นที่ระเบียงทางด้านหน้าบ้านอีกด้วย ถัดมาเป็นส่วนห้องนอน 2 ซึ่งจะมีจุดเด่นที่ระเบียงขนาดใหญ่ด้านข้างตัวบ้าน สามารถเป็นพื้นที่พักผ่อนหรือนั่งรับลมได้ มาถึงห้องนอนห้องสุดท้ายที่บริเวณหลังบ้าน ห้องนี้มีขนาดค่อนข้างเล็กลงมาหน่อยจะไม่มีส่วนระเบียง สามารถวางเตียงขนาดสำหรับ 1 คนนอนได้ ส่วนสุดท้ายเป็นห้องน้ำของชั้นสองนี้ ห้องน้ำตั้งอยู่บริเวณด้านหลังตัวบ้าน ทำให้ระบายอากาศได้ดี สามารถเข้าออกได้ 2 ทาง จากโถงบันไดและห้องนอนใหญ่ 

บ้านของโครงการ The Plant เทพารักษ์-บางนา มีการนำเทคโนโลยี Smart Home มาใช้ ซึ่งจะติดตั้งให้กับบ้านทุกหลัง มีอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้

  • RM Pro :IR/R 1 set เครื่องสีดำตัวนี้ จะทำให้เราสามารถสั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในบริเวณที่เจ้าเครื่องนี้ตั้งอยู่ได้ โดยผ่าน Application ในมือถือ เช่น หากเราไม่อยู่บ้านนานๆ สามารถสั่งการเปิดไฟที่บ้านในเวลากลางคืน และปิดไฟในตอนเช้าได้ เพื่อความปลอดภัย ทางโครงการมีให้ 1 ตัว
  • IP Camera กล้องวงจรปิดที่บริเวณโรงจอดรถ 
  • Switch ไฟเปิด-ปิด แบบ Touch Screen 
  • Motion Sensor ตัวจับสัญญาณความเคลื่อนไหว หากมีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้น จะส่งสัญญาณเตือนไปที่ Application ในมือถือของเรา 
  • Door Sensor ติดที่หน้าต่างและประตูของบริเวณชั้น 1 

แบบบ้าน Propose มีพื้นที่ใช้สอย 120 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถตกแต่งด้วยสไตล์ Modern ภายใต้ Concept English New Town แบบบ้านนี้มีการจัดสัดส่วนพื้นที่ค่อนข้างดี สามารถเข้าตัวบ้านได้สองทาง โดยโครงสร้างตัวบ้านเป็น Precast Concreate พื้นที่โดยรอบจะมีการจัดสวนให้เบื้องต้น โดยจะมีต้นไม้ใหญ่ให้ 2 ต้น และไม้พุ่มโดยรอบให้ครับ

มาดูที่ส่วนด้านหน้าตัวบ้านกันครับ หน้าบ้านประกอบด้วยสองส่วนหลักๆ คือ ทางเข้าหลักที่เป็นส่วนพื้นที่รับแขก มีประตูกระจกบานสไลด์สามารถเข้าถึงได้ง่าย รับบรรยากาศและแสงจากธรรมชาติได้เยอะ อีกส่วนหนึ่งคือโรงจอดรถซึ่งจะสามารถเข้าไปภายในตัวบ้านได้เช่นกัน ไปเชื่อมต่อกับส่วนครัวด้านหลังบ้านได้ง่าย ซึ่งถ้าวันไหนไปจ่ายตลาดถือกับข้าวกลับมา ก็สามารถเข้าได้จากประตูทางเข้าจากที่จอดรถมุ่งตรงสู่ห้องครัวได้เลย ไม่ต้องเดินผ่านห้องนั่งเล่น หมดกังวลเรื่องกลิ่นรบกวนส่วนอื่นในตัวบ้าน ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเข้าบ้าน แล้วแต่สถานการณ์ครับ

บริเวณที่จอดรถของบ้านหลังนี้มีขนาดหน้ากว้าง 5 เมตร ลึก 3 เมตร ซึ่งแนวลึกเพียง 3 เมตร นั้นไม่สามารถเก็บรถเข้าไปภายในใต้ชายคาได้หมดทั้งคัน ควรทำกันสาดหรือชายคาเพิ่มด้านหน้า เพื่อที่จะสามารถปกคลุมรถที่นำเข้ามาจอดได้เต็มทั้งคัน บริเวณนี้มีประตูเข้าตัวบ้านได้อย่างที่กล่าวมาแล้วนั้น มีระดับตัวบ้านขึ้นจากพื้นประมาณ 40 ซม. มีขั้นบันไดให้ 1 ขั้น ลูกตั้งสูง 20 ซม. ลูกนอนขนาด 30 ซม. ถือว่าใหญ่และสะดวกปลอดภัย ฝ้ามีไฟ Downlight แบบ Photo Cell เปิดปิดไฟอัตโนมัติในเวลากลางคืน 4 ดวง อีกทั้งทางโครงการยังติดตั้งกล้อง CCTV ให้ 1 จุด อีกด้วยครับ

พื้นที่ทางเข้าหลักหน้าบ้าน มีการยกพื้นสูงจากพื้นดินประมาณ 40 ซม. ทำเป็นบันได 2 คั่น ซึ่งจะเป็นเหมือนชานหน้าบ้าน สามารถนั่งใส่รองเท้าได้ โดยทั้งสองขั้นนี้มีขนาดหน้ากว้าง ตามแนวเสาอาคาร คือ 3.5 เมตร ยกเป็นขั้นบันไดสองระดับแบ่งพื้นที่การใช้งานในส่วนระเบียงด้านหน้ากับพื้นหน้าบ้าน บริเวณที่เสาด้านข้างมีไฟกิ่งให้แสงสว่างอยู่ที่เสาต้นละ 1 ดวง 

ประตูทางเข้าบ้านใช้เป็นประตูบานสไลด์กระจกเขียวตัดแสง กรอบบานอลูมิเนียมอบขาว พร้อมกระจกเขียวตัดแสง  ติดตั้งกรอบและบานมาให้พร้อมใช้งาน ดังภาพบ้านตัวอย่างเลยครับ

เข้ามาด้านในบ้านส่วนแรกที่เจอจะเป็นห้องนั่งเล่น สำหรับบ้านจริงเราจะเป็นตัวบ้านเปล่าไม่มีตกแต่งนะครับ ตัวบ้านชั้น 1 ภายในพื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60×60 ซม. ระยะจากพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.6 เมตร ผนังติดด้วย Wallpaper ซึ่งเราจะได้มากับทางด้วยบ้านด้วยครับ สามารถเลือกสีเองได้ 

ส่วนแรกห้องนั่งเล่นมีขนาดตามหน้ากว้างของตัวบ้านทางฝั่งนี้ 3.5 เมตร มีช่องเปิดสองฝั่ง คือประตูทางเข้าด้านหน้า และกระจกด้านข้าง ซึ่งทั้งสองส่วนนี้เป็นกรอบบานอลูมิเนียมอบขาว บานกระจกเป็นกระจกเขียวตัดแสง ฝ้าเป็นแบบทาสีฉาบเรียบ มีไฟ Downlightให้ 4 ดวงครับ

ห้องนั่งเล่นมีหน้ากว้างเท่าแนวช่วงเสา แต่มีแนวลึกค่อนข้างเยอะ สามารถวางโซฟายาวหรือโซฟารูปตัว L ได้ครับ โดยมีระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 3.2 เมตร

ส่วนถัดมาในตัวบ้านคือส่วนรับประทานอาหาร ซึ่งใช้พื้นที่โถงกลางบ้าน เป็นจุดวางโต๊ะรับทานอาหาร พื้นที่บริเวณนี้ทำหน้าที่แบ่งไปส่วนต่างๆ ด้วยเช่นกัน ด้านข้างมีประตูกระจกบานสไลด์บานใหญ่ สามารถรับแสง ระบายอากาศได้ดีทีเดียวครับ

ส่วนพื้นที่โถงกลางบ้านสามารถวางโต๊ะอาหารสำหรับ 4 ที่นั่งได้ แต่แนะนำวางโต๊ะรับประทานอาหารชิดผนัง เพื่อที่จะเพิ่มพื้นที่ทางเดินให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ทางเดินไปมาในส่วนต่างๆของตัวบ้าน ทั้งจากทางเข้าประตูโรงจอดรถ ห้องน้ำ ห้องครัว หรือแม้กระทั่งบันได ก็ต้องเดินผ่านพื้นที่บริเวณนี้ทั้งหมด

ผ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสีครับ ช่องแสงรอบแนวบ้านค่อนข้างเยอะ ทำให้ภายในบ้านดูโปร่ง ไม่อึดอัด และสว่างในช่วงเวลากลางวัน

จากบริเวณส่วนรับประทานอาหารเป็นพื้นที่แจกไปส่วนต่างๆ  ฝั่งด้านซ้ายของตัวบ้าน มีประตูทางเข้าจากที่จอดรถ ห้องน้ำ ห้องครัว

ประตูเข้าบ้านจากที่จอดรถและประตูห้องน้ำ อยู่ติดกันครับประตูทางเข้านี้สามารถมุ่งตรงสู่ส่วนรับประทานอาหาร หรือห้องครัวได้เลยโดยไม่ต้องผ่านห้องนั่งเล่น และตำแหน่งห้องน้ำก็ถือว่าถูกจัดไว้ได้อย่างเหมาะสม นอกจากอยู่ริมอาคารทำให้ระบายอากาศได้ดีแล้วนั้น ยังอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงง่ายจากทุกจุดในตัวบ้านอีกด้วย จัดว่าสะดวกต่อการใช้งาน

ภายในห้องน้ำชั้น 1 ถูกจัดส่วนไว้อย่างชัดเจน พื้นและผนังปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาดเล็ก มีการแบ่งโซนแห้ง โซนเปียกไว้เป็นสัดส่วน มีช่องแสงและระบายอากาศ สุขภัณฑ์ใช้ของ Kohler และ Englefield 

พื้นที่ภายในถือว่ามาตรฐานครับ ไม่เล็กไม่ใหญ่ ห้องน้ำมีการลระดับจากพื้นภายในตัวบ้าน ประมาณ 5 เซนติเมตร มีการแบ่งโซนอาบน้ำชัดเจน โดยการ ลดระดับพื้นอีกครั้งลงประมาณ 3 เซนติเมตร เพื่อป้องกันน้ำเปียกในส่วนอื่น

อ่างล้างมือ Kohler บริเวณส่วนบนของอ่างสามารถวางสบู่ล้างมือได้ และด้านหลังยังมีผนังก่อขึ้นมา กว้างประมาณ 10 ซม. ไว้วางของได้อีกด้วยครับ

โถสุขภัณฑ์ Kohler พร้อมสายชำระและที่ใส่กระดาษชำระ ติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม พร้อมใช้งานครับ

ที่ใส่กระดาษชำระมีแถบกั้นน้ำให้ สะดวกต่อการใช้งานกระดาษชำระ ส่วนสายฉีดมีขนาดกระทัดรันจับถนัดมือครับ

พื้นที่อาบน้ำมีการลดระดับพื้นลงประมาณ 3 เซนติเมตร ภายในมีพื้นที่อาบน้ำประมาณ 80×120 เซนติเมตร มีจุดระบายน้ำอยู่ที่มุมห้องน้ำ

ส่วนอาบน้ำเป็นแบบ Hand Shower มีชั้นวางสบู่ติดตั้งไว้ให้ ซึ่งส่วนนี้ไม่มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้ สามารถติดตั้งเพิ่มเองได้ครับ

Hand Shower สามารถปรับความแรงน้ำได้ สายฝักบัวอาบน้ำของ Englefield สามารถปรับรูปแบบของน้ำได้หลายแบบ

ห้องน้ำมีช่องแสงและช่องระบายอากาศออกภายนอกตัวอาคาร ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี มีไฟ Downlight ฝั่งตรงข้ามสุขภัณฑ์มีที่แขวนผ้าเช็ดตัว

ออกมาภายในห้องน้ำหันไปสู่ฝั่งห้องครัวนะครับ ตรงข้ามห้องครัวจะพบห้องเก็บของใต้บันได ขนาดประตูห้องเก็บของ 145 x 65 เซนติเมตร สามารถเก็บของชิ้นใหญ่เข้าออกได้สะดวกเลยครับ ส่วนฝั่งตรงข้ามคือห้องครัวของบ้าน

ครัวเป็นแบบครัวเปิดนะครับ ไม่มีฉากกั้นมาให้ ซึ่งสิ่งที่เราจะได้คือพื้นที่เปล่า แต่จะต่อท่องานระบบต่างๆ เตรียมไว้ให้ในภาพเป็นไอเดียในการตกแต่ง ซึ่งมีพื้นที่ที่เราสามารถติดตั้งฉากกั้นกลิ่นและควันเพื่อไม่ให้ไปรบกวนพื้นที่ส่วนอื่นได้

พื้นที่ภายในห้องครัวถือว่ากว้างเลยครับ สามารถช่วยกันยืนทำอาหารได้หลายคนเลย อีกทั้งยังสามารถวางเครื่องซักผ้าไว้ในพื้นที่ห้องครัวได้ด้วย โดยผมวัดขนาดคร่าวๆจากบ้านตัวอย่างมา หากตกแต่งลักษณะประมาณนี้ จะมีพื้นที่หน้าตู้เย็นถึงผนังประมาณ 1.4 เมตร มีพื้นที่ทำครัว อยู่ที่ประมาณ 1.6×2 เมตรครับ

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี มีไฟเหลี่ยมให้ 1 ดวงครับ

พื้นที่ด้านหลังครัวสามารถทะลุออกพื้นที่ซักล้างด้านหลังบ้านได้ ประตูล็อคสองชั้น ค่อนข้างปลอดภัย

พื้นที่ด้านหลัง โครงสร้างแยกกับตัวบ้าน เป็นพื้นหล่อกับพื้น ลดระดับลงจากตัวบ้าน ประมาณ 40 เซนติเมตร มีบันได 1 ขั้น พื้นที่ซักล้างด้านหลังมีขนาดประมาณ 2 x 1.2 เมตร พื้นที่ด้านข้างสามารถตกแต่งทำเป็นครัวไทยด้านหลังบ้านได้ครับ

ด้านหลังมีไฟกิ่งให้แสงสว่าง 1 จุด บริเวณนี้ไม่มีพื้นที่วาง Condensing Units มาให้ ทำให้อาจจะต้องแขวนกับด้านหลังอาคาร ฝ้าชายคาเป็นแบบมีรูระบายความร้อน ปิดชายคาสองชั้นสวยงามครับ

พื้นที่รับประทานอาหารอีกฝั่งหนึ่งจะเป็นฝั่งของบันได และ ประตูออกด้านข้างของตัวบ้านครับ ซึ่งมีข้อดีคือทำให้ตัวบ้านสว่างตลอดวัน จะสังเกตุเห็นช่องแสงรอบตัวบ้าน ที่ออกแบบมาเพื่อให้ได้รับแสงธรรมชาติ และการระบายอากาศภายในบ้านได้เป็นอย่างดี

บันไดโครงสร้างเหล็กวัสดุปิดผิวเป็นไม้ยาง มีขนาดความกว้าง 1 เมตร ลูกตั้งขนาด 18 เซนติเมตร ลูกนอน 25 เซนติเมตร

บันไดมีช่องแสง สว่างตลอดวัน และมีส่วนชานพักบันได ขนาดประมาณ 1 x 1 เมตร โดยมีแนวราวจับยาวตลอดช่วงบันได ราวจับสูงจากพื้น 90 เซนติเมตร

ชั้น 2 ของบ้านหลังนี้ พื้นปูด้วยไม้ลามิเนตหนา 8 มม. พร้อมบัวผนังสำเร็จรูปสูง 10 ซม. ระยะพื้นถึงฝ้า 2.65 เมตร ซึ่งชั้น 2 คือส่วนของพื้นที่พักผ่อนของตัวบ้าน โดยประกอบไปด้วย 3 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ โดยห้องนอนที่จะได้จะเป็นห้องเปล่าทั้งหมดครับ โถงบันไดมีช่องแสงและช่องระบายอากาศ นอกจากจะให้ความสว่างกับโถงบันไดแล้วนั้น ยังให้ความสว่างกับพื้นที่ในตัวบ้านส่วนชั้น 2 ได้อีกด้วย

ขึ้นมาด้านบนจะมีพื้นที่หน้าโถงบันไดประมาณ 2 x 2 เมตร สำหรับแจกไปส่วนต่างๆ ของชั้น 2 ครับ

เข้ามาดูที่ส่วนของห้องนอนใหญ่กันก่อนเลยครับ ห้องนอนห้องนี้ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่หน้าบ้าน ทำให้มีช่องแสงค่อนข้างเยอะ อีกทั้งยังมีระเบียงด้านหน้าบ้านให้ออกไปรับชมบรรยากาศหน้าบ้านอีกด้วย

ส่วนผนังปลายเตียงเป็นแนวยาวมีพื้นที่ค่อนข้างเยอะ สามารถทำชั้นวางของตกแต่งได้ โดยในห้องตัวอย่างแขวนทีวีที่ผนัง มีระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 3 เมตร สามารถนอนดูได้สบายๆครับ

ห้องตัวอย่างวางเตียงขนาด King Size 6 ฟุต ให้ดู และยังมีพื้นที่โดยรอบเหลือค่อนข้างเยอะ พื้นที่ข้างเตียงสามารถวางโต๊ะหัวเตียงได้ สะดวกสบายต่อการเดินออกไประเบียงและใช้งานพื้นที่

ปลายเตียงมีพื้นที่เหลือสบายๆเลยครับ ในห้องตัวอย่างวางชั้นใต้ทีวี เหลือพื้นที่ทางเดินอีกประมาณ 50 เซนติเมตร

พื้นที่ข้างเตียงอีกฝั่งมีการจัดพื้นที่ไว้ให้ เหมาะสำหรับเป็นพื้นที่แต่งตัว และวางโต๊ะเครื่องแป้ง หรือโต๊ะทำงาน โดยจากขอบเตียงถึงผนังห้องน้ำ มีพื้นที่ประมาณ 2.2 เมตร

ข้อดีของห้องนี้คือมีส่วนพื้นที่ระเบียงด้านหน้า ทำให้สามารถรับวิว แสง และระบายอากาศได้ดี นอกจากนั้นยังสามารถรับรู้ถึงการเข้าออกบ้านได้ง่าย

จะเห็นได้ว่าพื้นที่ข้างเตียงยังเหลือสำหรับการเข้าออกระเบียงอย่างสะดวก โดยพื้นระเบียงมีการลดระดับจากตัวบ้านลงเล็กน้อย ก่อขอบขึ้นมาสูงประมาณ 17 เซนติเมตร เพื่อป้องกันน้ำย้อนกลับเข้ามาภายในห้อง

ประตูระเบียงเป็นประตูสไลด์บานเลื่อน กรอบบานอลูมิเนียมอบขาว กระจกเขียวตัดแสง ติดตั้งรางพร้อมตัวล็อคให้เรียบร้อยพร้อมใช้งานครับ

พื้นที่ระเบียงมีขนาดความยาวตามแนวเสาอาคาร แต่ไม่กว้างมากนัก โดยระเบียงส่วนนี้มีขนาด 0.6 x3.5 เมตร ราวระเบียงเหล็กสีดำสูง 90 เซนติเมตร

กลับเข้ามาภายในห้องนอน อีกฝั่งเป็นพื้นที่ที่ถูกออกแบบมาสำหรับแต่งตัว หน้าห้องน้ำ มีที่วางตู้เสื้อผ้า ที่วางโต๊ะริมกระจก ส่วนห้องน้ำที่สามารถเข้าได้จากห้องนอนหลักอยู่ข้างประตูทางเข้าห้อง

พื้นที่บริเวณนี้มีความกว้าง แต่ในห้องตัวอย่างจะไม่สามารถเปิดหน้าบานตู้เสื้อผ้าได้ทั้ง 2 ฝั่ง ควรเอาโต๊ะข้างเตียงออก แล้วเลื่อนโต๊ะทำงานมาชิดเตียง เพื่อให้สามารถมีพื้นที่เปิดปิดตู้เสื้อผ้าได้ทั้งสองบาน

ห้องน้ำของชั้นนี้ ประกอบไปด้วยส่วนล้างมือ โถสุขภัณฑ์ และส่วนอาบน้ำครบ โดยมีการแบ่งแยกโซนอย่างชัดเจน เมื่อเข้ามาจะพบส่วนล้างหน้าติดผนังก่อขึ้นมาขนาดประมาณ 10 ซม. เพื่อวางของ ส่วนที่สองเป็นโถสุขภัณฑ์ ส่วนในสุดคือส่วนอาบน้ำซึ่งจะมาพร้อมฉากกั้นอาบน้ำให้เราด้วยครับ โดยภายในห้องมีหน้าต่างละระบายอากาศ และทำให้ได้รับแสงธรรมชาติ ช่วยให้ไม่ต้องใช้ไฟในเวลากลางวัน

ห้องน้ำห้องนี้มีทางเข้าสองทาง ทางแรกมาจากฝั่งโถงบันไดชั้นสอง ซึ่งจะทำให้สามารถใช้ร่วมกันกับห้องนอนอีก 2 ห้องได้ด้วยกัน อีกทางหนึ่งมาจากห้องนอนใหญ่ครับ โดยพื้นที่ภายในมีลักษณะเป็นตัว L พื้นห้องน้ำลดระดับลงจากพื้นตัวบ้าน 3 เซนติเมตร

อ่างล้างหน้า Kohler  มีผนังก่อขึ้นมาด้านหลังสำหรับวางของ ขาดประมาณ 10 ซม. เช่นเดียวกันกับห้องน้ำชั้น 1

โถสุขภัณฑ์ Kohler พร้อมสายชำระและที่ใส่กระดาษชำระ ติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม พร้อมใช้งานเช่นเดียวกันกับห้องน้ำชั้น 1 ครับ

พื้นที่อาบน้ำมีฉากกั้นอาบน้ำมาให้ ทำให้ป้องกันการกระเด็นของน้ำได้ดี พื้นที่ส่วนอาบน้ำมีพื้นที่ 1.1 x 1.2 เมตร มีจุดระบายน้ำอยู่ที่มุมห้องน้ำ

Hand Shower เป็นของ Englefield สามารถปรับระดับน้ำได้ และเลือกลักษณะการไหลของน้ำได้ พร้อมที่วางสบู่ด้านข้าง ด้านล่างมีก๊อกน้ำสำหรับซักล้าง มีการติดตั้ง Junction Box ไว้ให้สำหรับเครื่องทำน้ำอุ่น

ฝ้าเป็นแบบฉาบเรียบทาสี มีไฟ Downlight ให้ 2 ดวง ตรงข้ามอ่างล้างหน้า มีราวแสตนเลสสำหรับแขวนผ้าเช็ดตัวให้ด้วยครับ

ห้องนอนที่ 2 ของบ้านหลังนี้เป็นห้องที่มีลักษณะเด่นที่ระเบียงค่อนข้างใหญ่ สามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้ สามารถปรับแต่งห้องนี้เป็นห้องพักผ่อนสำหรับครอบครัวได้อีกด้วย

ขนาดตัวห้องไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่มีช่องแสงทั้งสองด้าน ทำให้ตัวห้องสว่างตลอดวัน ส่วนตัวผมแนะนำให้วางเตียงชิดผนังครับ เพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้สอยตรงกลางห้อง ทีวีติดตั้งแบบแขวนผนัง ก็จะได้พื้นที่ชั้นวางทีวีเพิ่มมากขึ้น

โดยยังมีพื้นที่ปลายเตียงสำหรับวางตู้เสื้อผ้าด้านข้างได้อีกด้วย

ตรงกลางห้องมีประตูสไลด์บานเลื่อนสำหรับออกไปที่ระเบียง ทำให้ห้องสว่างตลอดเวลากลางวัน

ฝ้าภายในห้องเป็นแบบฉาบเรียบ มีไฟ downlight ให้ 4 ดวง

กรอบบานเป็นอลูมิเนียมอบขาว บานกระจกเขียวตัดแสง ติดตั้งให้พร้อมรางและตัวล็อคเรียบร้อย โดยพื้นที่ระเบียงมีการลดระดับลงจากตัวบ้านเล็กน้อย และยกขอบสูง 17 เซนติเมตรกั้นภายในและภายนอก มีพื้นที่ประมาณ 1.75 x 3 เมตร ซึ่งถือว่าค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว สามารถทำกิจกรรมครอบครัวได้ เช่น BBQ ปาร์ตี้ หรือนั่งจิบเครื่องดื่มสังสรรค์กัน เป็นต้น

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบ มีไฟ Downlight มาให้ 1 ดวง ซึ่งถ้าใช้งานระเบียงนี้เวลากลางคืนบ่อยๆ อาจจะติดตั้งไฟเพิ่มเติม ซึ่งก็มีพื้นที่ผนังไว้สำหรับสามารถติดตั้งเพิ่มได้ครับ

ส่วนของห้องนอนห้องสุดท้ายของบ้านหลังนี้นะครับ ขนาดจะเล็กกว่าสองห้องแรก อยู่ทางด้านในของตัวบ้าน มีแนวกระจกทั้งสองด้าน สามารถรับแสงได้เต็มที่ ซึ่งทางผมแนะนำว่าให้วางเตียงชิดผนัง เพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้งานของห้อง หรือสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงาน อ่านหนังสือ นั่งเล่น ก็สามารถครับ

สามารถวางเตียงหรือโซฟาชิดผนัง ทำให้เหลือพื้นที่ภายในห้องค่อนข้างเยอะ ตามรูปเหลือพื้นที่กว้างประมาณ 2.2 เมตร สามารถทำเป็นพื้นที่ทำงานได้อีกสบายๆ เลยครับ

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี ได้ไฟ Downlight 2 ดวงครับ

 

มาถึงบ้านแบบที่สองที่เราจะพามาชมกันในวันนี้นะครับ คือบ้าน Pricey หลังใหญ่ที่สุดของโครงการนี้มาพร้อมกับพื้นที่ใช้สอย 142 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำและที่จอดรถในร่ม 2 คัน บ้านถูกจัดเป็นสัดส่วนพื้นที่ค่อนข้างดี บ้านหลังใหญ่นี้มีทางเข้าบ้านหลักๆแค่ทางเดียวครับ ไม่มีทางเข้าส่วนที่จอดรถ ภายในชั้น 1 ถูกจัดเป็น ส่วนห้องนั่งเล่นด้านหน้า พื้นที่รับประทานอาหาร ครัวเปิด ที่สามารถทะลุออกไปส่วนซักล้างด้านหลังบ้านได้ และส่วนห้องน้ำแบบ Powder Room (ไม่มีส่วนอาบน้ำ)

ขึ้นมาที่ชั้น 2 เป็นส่วนของพื้นที่พักผ่อนทั้งหมด มี 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ โดยแบ่งเป็นห้องนอนหลักอยู่ที่บริเวณด้านหน้า ตัวห้องมีขนาดพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ ห้องนี้ได้ระเบียงหน้าบ้าน และมีพื้นที่ walk in closet ภายในห้องสำหรับแต่งตัว นอกจากนั้นแล้วยังมีห้องน้ำส่วนตัวภายในห้องอีกด้วย ต่อมาที่ห้องนอน 2 ซึ่งมีจุดเด่นคือมีระเบียงขนาดใหญ่สามารถทำกิจกรรมครอบครัว จัดปาร์ตี้สังสรรค์ได้เลยครับ หรือจะปรับเปลี่ยนห้องนี้เป็นส่วนพื้นที่พักผ่อนของชั้นสองก็ยังได้ ส่วนห้องนอนห้องสุดท้ายนั้นมีขนาดเล็กลงมาครับ ไม่มีพื้นที่ระเบียง และส่วนสุดท้ายคือห้องน้ำของชั้นนี้ครับ ใช้ร่วมกันระหว่างห้องนอน 2 และห้องนอน 3

บ้านของโครงการ The Plant เทพารักษ์-บางนา มีการนำเทคโนโลยี Smart Home มาใช้ ซึ่งจะติดตั้งให้กับบ้านทุกหลัง มีอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้

  • RM Pro :IR/R 1 set เครื่องสีดำตัวนี้ จะทำให้เราสามารถสั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในบริเวณที่เจ้าเครื่องนี้ตั้งอยู่ได้ โดยผ่าน Application ในมือถือ เช่น หากเราไม่อยู่บ้านนานๆ สามารถสั่งการเปิดไฟที่บ้านในเวลากลางคืน และปิดไฟในตอนเช้าได้ เพื่อความปลอดภัย ทางโครงการมีให้ 1 ตัว
  • IP Camera กล้องวงจรปิดที่บริเวณโรงจอดรถ
  • Switch ไฟเปิด-ปิด แบบ Touch Screen 
  • Motion Sensor ตัวจับสัญญาณความเคลื่อนไหว หากมีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้น จะส่งสัญญาณเตือนไปที่ Application ในมือถือของเรา 
  • Door Sensor ติดที่หน้าต่างและประตูของบริเวณชั้น 1 

แบบบ้าน Pricey มีพื้นที่ใช้สอย 142 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถตกแต่งด้วยสไตล์ Modern ภายใต้ Concept English New Town ขนาดพื้นที่ที่ใหญ่กว่าบ้านหลังแรกคือจะมีห้องน้ำเพิ่มขึ้นมาที่ชั้นสอง นอกจากนั้นก็จะกระจายให้พื้นที่ในส่วนต่างๆ กว้างมากยิ่งขึ้น หลังนี้สามารถเข้าตัวบ้านได้ทางเดียว โดยมีโครงสร้างตัวบ้านเป็น Precast Concreate พื้นที่โดยรอบจะมีการจัดสวนให้เบื้องต้น โดยจะมีต้นไม้ใหญ่ให้ 2 ต้น และไม้พุ่มโดยรอบครับ

มาดูที่ส่วนด้านหน้าตัวบ้านกันครับ หน้าบ้านประกอบด้วยสองส่วนหลักๆ คือ ส่วนทางเข้าที่เป็นส่วนพื้นที่รับแขก มีประตูกระจกบานสไลด์สามารถเข้าถึงได้ง่าย รับบรรยากาศและแสงจากธรรมชาติได้เยอะ อีกส่วนหนึ่งคือโรงจอดรถสามารถจอดรถได้ 2 คัน ไม่มีส่วนเข้าตัวบ้านจากทางที่จอด

ส่วนที่จอดรถของบ้านหลังนี้มีขนาดเท่ากันกับบ้านหลังเล็ก พื้นที่ใต้ชายคา 3 x 5 เมตร จะเหมือนกับบ้านหลังแรกคือไม่สามารถจอดรถใต้ชายคาได้ทั้งคันอาจจะต่อเติมชายคาด้านหน้าเพิ่มภายหลัง ตัวบ้านมียกระดับขึ้นจากพื้นประมาณ 40 ซม. มีขั้นบันไดให้ 1 ขั้น ลูกตั้งสูง 20 ซม. ลูกนอนขนาด 30 ซม. ถือว่าใหญ่และสะดวกปลอดภัย ฝ้ามีไฟ Downlight แบบ Photo Cell เปิดปิดไฟอัตโนมัติในเวลากลางคืนให้ 4 ดวง อีกทั้งทางโครงการยังติดตั้งกล้อง CCTV ให้ 1 จุด อีกด้วยครับ 

ส่วนทางเข้าบ้าน มีพื้นที่ชานหน้าบ้านยื่นออกมามี 2 ขั้น สามารถนั่งใส่รองเท้าได้โดยทั้งสองขั้นนี้มีขนาดหน้ากว้าง ตามแนวเสาอาคาร คือ 3.5 เมตร บริเวณที่เสาด้านข้างมีไฟกิ่งประดับคอยให้แสงสว่างอยู่ที่เสาต้นละ 1 ดวง

ประตูทางเข้าบ้านเป็นประตูบานเลื่อนกรอบบานอลูมิเนียมอบขาว พร้อมกระจกเขียวตัดแสง ติดตั้งรางและตัวล็อคไว้ให้เรียบร้อยครับ

เข้ามาภายในตัวบ้าน พื้นชั้น 1 ถูกปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ 60×60 ระดับพื้นถึงฝ้า 2.6 เมตร ผนังปูด้วย wallpaper ซึ่งเราสามารถเลือกสีได้จากทางโครงการครับ

เข้ามาส่วนแรกเป็นห้องนั่งเล่นครับ พื้นที่ค่อนข้างกว้างใช้งานได้สะดวกและทำให้จัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ง่าย ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี มีแนวไฟ Downlight ให้ 2 แถว ยาวไปจนถึงพื้นที่รับประทานอาหารเลยครับ

มีระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 3.2 เมตร จะสังเกตุได้ว่ากระจกบานใหญ่หน้าบ้าน รับแสงเข้าสู่ภายในได้ค่อนข้างเยอะ ทำให้ในช่วงเวลากลางวันอาจจะไม่ต้องเปิดไฟเลยด้วยซ้ำ

ส่วนต่อมาคือพื้นที่รับประทานอาหาร บริเวณนี้จะอยู่ด้านในของตัวบ้าน มีช่องเปิดทั้งด้านข้างและด้านหลัง ทำให้มีแสงเข้าถึงตลอด ตัวบ้านดูโปร่งโล่งสบายตา บริเวณนี้มีประตูบานกระจกสามารถเชื่อมต่อกับสวนด้านข้างได้ครับ

แนวฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีเชื่อมต่อกันกับส่วนของพื้นที่ห้องนั่งเล่นด้วย เป็นไฟ Downlight 4 ดวงในส่วนของพื้นที่นั่งเล่น และอีก 4 ดวงของพื้นที่รับประทานอาหารครับ

พื้นที่ส่วนโต๊ะรับประทานอาหารสามารถตั้งชิดผนังเพื่อเพิ่มพื้นที่ได้ ในกรณีที่ลูกบ้านอยู่กันไม่เยอะ หรือจะ Built-in แบบในบ้านตัวอย่างเป็นส่วนแนวที่นั่งรับประทานอาหารก็ได้ครับ เป็นไอเดียในการออกแบบ

อีกฝั่งของโต๊ะรับประทานอาหาร มีส่วนที่แยกไปครัว(ซ้ายสุด)ห้องน้ำ และบันได(ขวาสุด) ตามลำดับ

มาดูที่ส่วนห้องน้ำกันก่อนครับ ทางไปห้องน้ำชั้น 1 จะมีการลดระดับพื้นเป็นขั้นลงไป 10 ซม. บริเวณด้านหน้าทางเข้าห้องน้ำ

ใต้บันไดมีห้องเก็บของ ขนาดประตูห้องเก็บของกว้าง 60 x 90 ซม.

เข้ามาภายในห้องน้ำชั้น 1 ส่วนนี้เป็นห้องน้ำแบบ Powder Room จะไม่มีส่วนอาบน้ำให้ใช้ มีเพียงอ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ครับ เนื่องจากอยู่ใต้บันไดทำให้ห้องน้ำห้องนี้มีระยะจากพื้นถึงฝ้า 2.15 เมตร

พื้นที่ใช้งานภายในประมาณ 2 x 1.5 เมตร พื้นห้องน้ำลดระดับลงจากพื้นบ้าน 5 เซนติเมตร

ตัวอ่างล้างหน้ามีผนังก่อขึ้นมา ขนาดประมาณ 10 ซม. อยู่ด้านหลังใช้วางของและมีกระจกติดผนังให้พร้อมใช้งาน

อ่างล้างหน้าเป็นผลิตภัณฑ์จาก Kohler ครับ มีขนาด 57×45 ซม. บริเวณส่วนบนของอ่างสามารถวางสบู่ล้างมือได้

โถสุขภัณฑ์ Kohler พร้อมสายชำระและที่ใส่กระดาษชำระ ติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม พร้อมใช้งานครับ

ที่ใส่กระดาษชำระมีที่กั้นน้ำให้ สะดวกต่อการใช้งานกระดาษชำระ ส่วนสายฉีดมีขนาดที่จับถนัดมือครับ

ด้านในมีกระจกระบายอากาศ และสามารถรับแสงได้ด้วย ฝ้าฉาบเรียบทาสี ฝั่งตรงข้ามมีราวแสตนเลส สำหรับแขวนผ้าขนหนูครับ

ต่อมาเป็นส่วนเชื่อมต่อกับครัวนะครับ ครัวของบ้านหลังนี้เป็นครัวเปิด แต่มีพื้นที่สามารถติดฉากกั้นหรือประตูเพิ่มเติมได้ เพื่อป้องกันกลิ่นและควันไม่ให้ออกมารบกวนพื้นที่ส่วนอื่นของบ้าน ทางเดินเข้าไปในครัวค่อนข้างกว้าง สะดวกเลยครับ มีขนาดประมาน 1.5 เมตร

ภายในห้องครัวค่อนข้างใหญ่ พื้นที่กว้าง มี ใช้เปิดระบายอากาศได้ 1 ช่อง ชุดครัวต่างๆนี้ทำขึ้นในบ้านตัวอย่างเพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบนะครับ บ้านจริงจะเป็นครัวโล่งๆ ไม่มีชุดครัวให้ แต่จะต่อท่องานระบบต่างๆ เตรียมไว้ให้ ด้านข้างมีประตูสามารถเชื่อมต่อออกไปกับตัวหลังบ้านได้

พื้นที่ครัววัดากขอบเคาน์เตอร์ถึงผนังอีกฝั่งมีพื้นที่ประมาณ 2 x 2.5 เมตร ซึ่งถือว่าค่อนข้างกว้าง เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อออกไปด้านหลังซึ่งเป็นส่วนซักล้าง ทำให้วางเครื่องซักผ้าในบริเวณนี้ได้สบายๆ

มีประตูและหน้าต่างบ้าน fix หนึ่งบาน ฝั่งด้านหลังบ้าน ประตูสามารถเชื่อมออกหลังบ้านได้ครับ เป็นประตูบานล็อคสองชั้น

ฝ้าเพดานภายในห้องครัว จะเป็นฝ้าฉาบเรียบทาสี ได้ไฟเหลี่ยม 1 ดวง

พื้นที่ด้านหลัง โครงสร้างแยกกับตัวบ้าน เป็นพื้นหล่อกับพื้นลดระดับลงจากตัวบ้าน ประมาณ 40 เซนติเมตร มีบันได 1 ขั้น พื้นที่ซักล้างด้านหลังมีขนาดประมาณ 2×1.6 เมตร พื้นที่ด้านข้างสามารถตกแต่งทำเป็นครัวไทยด้านหลังบ้านได้ครับ

ด้านหลังมีไฟกิ่งให้แสงสว่าง 1 จุด บริเวณนี้ไม่มีจัดวาง Condensing Units มาให้ ทำให้อาจจะต้องแขวนกับด้านหลังอาคาร

ฝ้าชายคาเป็นแบบมีรูระบายความร้อน ปิดชายคาสองชั้นสวยงามครับ

ส่วนของบันไดขึ้นชั้นสอง ตำแหน้งอยู่บริเวณข้างห้องน้ำ หลังส่วนผนังทีวีของห้องนั่งเล่น ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

บันไดโครงสร้างเหล็ก วัสดุปิดผิวด้วยไม้ยาง มีขนาดความกว้าง 1 เมตร ลูกตั้งขนาด 18 เซนติเมตร ลูกนอน 25 เซนติเมตร

ลักษณะบันไดแบบตัว U มีชานพักตรงกลาง โดยชานพักทางขวามือจะถูกซอยเป็นขั้นบันไดเวลาใช้งานต้องระวังหน่อยนะครับ แต่ก็จะมีแนวราวจับตลอดทางครับ

โถงบันไดมีช่องเปิดขนาดใหญ่ สว่างทั้งโถงบันได และพื้นที่ชั้นสอง มีไฟติดผนังหนึ่งดวงคอยให้แสงสว่างในเวลากลางคืน

พื้นชั้นสองเป็นพื้นลามิเนตหนา 8 มม. พร้อมบัวผนังสำเร็จรูปสูง 10 ซม. ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.65 ม. พื้นที่ส่วนที่ขึ้นมีขนาดทางเดิน 1 เมตร แจกไปห้องต่างๆ โดยพื้นที่ชั้นสองจะประกอบไปด้วยห้องนอน 3 ห้อง ห้องน้ำ 2 ห้องครับ

มาเริ่มกันที่ห้องนอนหลักกันก่อนนะครับ ห้องนอน Master Bedroom ขนาดค่อนข้างใหญ่ มีพื้นที่แต่งตัวภายในห้อง และห้องน้ำส่วนตัวพร้อมเลยครับ ห้องนอนห้องนี้ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่หน้าบ้าน ทำให้มีช่องแสงค่อนข้างเยอะ อีกทั้งยังมีเบียงด้านหน้าบ้านให้ออกไปรับชมบรรยากาศหน้าบ้านอีกด้วย

ผนังปลายเตียงควรติดตั้งเป็นทีวีแบบแขวนเพื่อเพิ่มพื้นที่ทางเดิน บ้านตัวอย่างทำ Build in เป็นชั้นหนังสือ วางของใช้ต่างๆ ทำให้ห้องดูกว้างและมีพื้นที่ทางเดินมากยิ่งขึ้น

พื้นที่ข้างเตียงฝั่งระเบียงสามารถเดินเข้าออกได้สะบายครับ มีระยะจากเตียงประมาณ 50 ซม.

พื้นที่ส่วนปลายเตียงก็เหลือระยะค่อนข้างเยอะ ทำให้เดินไปมาโดยรอบเตียงได้สะดวกมากครับ

พื้นที่ข้างเตียงฝั่งติดกับห้องน้ำ มีพื้นที่ที่ถูกออกแบบไว้สำหรับเป็นโต๊ะเครื่องแป้งและส่วน Walk-in Closet ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของห้องนี้ครับ

ห้องนี้มีตำแหน่งอยู่ด้านหน้าตัวบ้านจึงทำให้ได้ส่วนพื้นที่ระเบียงด้านหน้าบ้าน ทำให้สามารถรับวิว แสง และระบายอากาศได้ดี

ประตูระเบียงเป็นประตูสไลด์บานเลื่อน กรอบบานอลูมิเนียมอบขาว พร้อมกระจกเขียวตัดแสง ติดตั้งรางพร้อมตัวล็อคให้เรียบร้อยพร้อมใช้งานครับ

พื้นที่ระเบียงมีขนาดความยาวตามแนวเสาอาคาร แต่ไม่กว้างมากนัก โดยระเบียงส่วนนี้มีขนาด 0.9 x 3.5 เมตร ใหญ่กว่าในส่วนของบ้านแบบแรก ราวระเบียงเหล็กสีดำสูง 90 เซนติเมตร

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี มีไฟ Downlight ให้หนึ่งดวง ผนังเจาะรูช่องแสงไว้ ทำให้สามารถรับลมได้มากขึ้น

กลับเข้ามาภายในห้องนอน อีกฝั่งเป็นพื้นที่ที่ถูกออกแบบมาสำหรับแต่งตัวหน้าห้องน้ำ มีที่วางตู้เสื้อผ้า ที่วางโต๊ะริมกระจก ส่วนห้องน้ำจะแตกต่างจากบ้านหลังแรก คือภายในห้องนอนใหญ่นี้จะมีห้องน้ำที่แยกเป็นส่วนตัวเลยครับ ไม่ต้องใช้ร่วมกับห้องอื่นๆ

พื้นที่ Walk-in Closet ส่วนนี้ ถูกออกแบบมาอย่างเป็นสัดส่วนเพื่อใช้งานง่าย เพราะอยู่ติดกับประตูทางเข้าห้องน้ำเลย พื้นที่ภายในค่อนข้างกว้างแต่ในส่วนนี้ทางโครงการไม่ได้มี ตู้มาและฉากบานเลื่อนให้นะครับ เป็นเพียงไอเดียในการออกแบบครับ

พื้นที่ภายในหลังจากวางตู้แล้วนั้นเหลือพื้นที่ประมาณ 1.6 x 1.2 เมตร ถือว่ากว้างขวางทีเดียว สามารถใช้งานได้สะดวก ออกจากห้องน้ำมามีพื้นที่ยืนแต่งตัวหน้าตู้เสื้อผ้าได้เลย แต่ระยะการแต่งตัวกับกระจกแบบเต็มตัว

สามารถวางตู้เสื้อผ้าได้ทั้งสองฝั่ง Build in เข้าไปกับพื้นที่พอดิบพอดี ดูเรียบร้อยเป็นสัดส่วน สามารถนำไปเป็นไอเดียในการตกแต่งได้นะครับ

ภายในห้องน้ำค่อนข้างกว้างทีเดียวครับ เข้ามามีการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ชัดเจน โดยจะพบกับส่วนของ อ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ก่อน จากนั้นจะเชื่อมต่อไปยังพื้นที่อาบน้ำภายใน ซึ่งก็จะได้ฉากกั้นอาบน้ำมาให้อีกด้วย ทำให้ยิ่งมีการแบ่งสัดส่วนได้ลงตัวมากยิ่งขึ้น

ห้องน้ำทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า พื้นภายในห้องน้ำ ถูกลดระดับลงประมาณ 5 เซนติเมตร แยกส่วนอาบน้ำชัดเจน มีก่อขอบขึ้นประมาณ 5 เซนติเมตร

เดินเข้ามาในห้องน้ำจะพบกับส่วนอ่างล้างหน้าก่อนเลยครับ พร้อมบานกระจกติดผนังที่ติดตั้งไว้ให้พร้อมใช้งาน โดยส่วนบนของขอบอ่างสามารถวางของได้ เช่นสบู่ล้างมือ แก้วใส่แปรงสีฟัน เป็นต้น

ส่วนพื้นที่โถสุขภัณฑ์ค่อนข้างกว้าง มีสายชำระและที่ใส่กระดาษชำระติดตั้งไว้ให้พร้อม ด้านหลังเป็นผนังก่อ ประมาณ 10 ซม. สำหรับวางของใช้ มีจัดระบายน้ำที่มุมห้องน้ำ

ส่วนอ่างล้างหน้า ใช้เป็นผลิตภัณฑ์ของ Englefield มีตู้ใต้อ่างให้ด้วย ภายในตู้สามารถเก็บของได้ ซึ่งตัวตู้จะยกสูงจากพื้น เพื่อป้องกันการโดนน้ำ และทำความสะอาดได้ง่าย

ส่วนห้องอาบน้ำยกขอบสูงจากพื้นห้องน้ำประมาณ 5 เซนติเมตร และ มีฉากกั้นให้ ภายใน เป็นระบบ Hand Shower มีหน้าต่างบานเลื่อนที่ด้านบน สามารถรับแสงและระบายอากาศออกภายนอกอาคารได้

พื้นที่อาบน้ำมีขนาด 1 x 1.5 เมตร ถือว่าค่อนข้างสะดวกเลยครับ มีรูระบายน้ำอยู่ที่มุมห้อง

Hand Shower ของ Englefield สามารถปรับระดับสายน้ำได้หลายแบบ นอกจากนั้นยังมี Junction Box ติตตั้งมาให้สำหรับติดเครื่องทำน้ำอุ่น ที่วางสบู่ และก๊อกน้ำด้านล่างด้วยครับ

ฝ้าภายในห้องน้ำเป็นแบบฉาบเรียบทาสี มีไฟ Downlight ให้ 1 ดวง ภายในห้องน้ำมีหน้าต่างบานเลื่อน ถึง 2 จุด สามารถรับแสงและระบายอากาศได้อย่างดี

มาดูห้องนอนถัดมากันบ้าง ห้องนี้เป็นห้องนอนเล็กสุดครับ เหมาะสำหรับการนอนคนเดียว โดยภายในห้องมีตำแหน่งหน้าต่าง 2 จุด เพื่อรับแสงและระบายอากาศ หากลูกบ้านหลังไหนทำเป็นห้องสำหรับเด็ก อาจจะติดตั้งเหล็กดัด เพิ่มที่หน้าต่างเพื่อความปลอดภัย

ภายในห้องนี้ทางโครงการจัดเป็นห้องนอนสำหรับเด็ก นำเตียงไว้ที่ชิดผนังเพื่อที่จะได้พื้นที่ห้องมากยิ่งขึ้น บริเวณหัวเตียงสามารถทำเป็นชั้นเก็บของได้ครับ สามารถดูไอเดียการจัดพื้นที่ตัวอย่างไปใช้ได้ครับ

นอกจากการวางเตียงและตู้เสื้อผ้าแล้วนั้น พื้นที่ภายในยังเหลือสำหรับเดินเข้าออกได้อย่างสะดวกเลยทีเดียวครับ

ฝ้าเพดานของห้องนี้เป็นฝ้าแบบฉาบเรียบทาสี มีไฟ Downlight ให้

มาดูห้องนอนที่ 3 กันนะครับ เป็นห้องที่มีลักษณะเด่นที่ระเบียงค่อนข้างใหญ่ สามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้ ขนาดตัวห้องไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่มีช่องแสงทั้งสองด้าน ทำให้ตัวห้องสว่างตลอดวัน สำหรับบางครอบครัวที่มีสมาชิกไม่มากนัก สามารถปรับแต่งห้องนี้เป็นห้องพักผ่อนสำหรับครอบครัว ใช้ทำกิจกรรมร่วมกันก็ได้

ส่วนตัวผมแนะนำให้วางเตียงชิดหนังครับ เพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้สอยตรงกลางห้อง ทีวีติดตั้งแบบแขวนผนัง ก็จะได้พื้นที่ชั้นวางทีวีเพิ่มมากขึ้น

มีระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 2.3 เมตรครับ พื้นที่ทางเดินเข้าออกระเบียงถือว่าสะดวกครับค่อนข้างกว้าง

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี มีไฟ Downlight ติดตั้งให้ 4 ดวงครับ

ตรงกลางห้องมีประตูสไลด์บานเลื่อนสำหรับออกไปที่ระเบียง ทำให้ห้องสว่างตลอดเวลากลางวัน

กรอบบานเป็นอลูมิเนียมอบขาว บานกระจกเขียวตัดแสง ติดตั้งให้พร้อมรางและตัวล็อคเรียบร้อย โดยพื้นที่ระเบียงมีการลดระดับลงจากตัวบ้านเล็กน้อย และยกขอบสูง 17 เซนติเมตรกั้นภายในและภายนอก

มีพื้นที่ประมาณ 1.5 x 2.6 เมตร ซึ่งถือว่าค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว ตัวโครงรั้วระเบียงเป็นเหล็กดัดสีดำด้านหนึ่ง ทำให้ลมสามารถพัดผ่านไปมาได้ตลอดครับ พื้นที่สามารถทำกิจกรรมครอบครัวได้ เช่น BBQ ปาร์ตี้ หรือนั่งจิบเครื่องดื่มสังสรรค์กัน เป็นต้น

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบ พร้อมช่องระบายอากาศ มีไฟ Downlight มาให้ 1 ดวง ซึ่งถ้าใช้งานระเบียงเวลากลางคืนบ่อย อาจจะต้องติดตั้งไฟเพิ่มเติม

ห้องน้ำอีกห้องบนชั้นสองนี้ ใช้ร่วมกัน 2 ห้องนอน ประกอบไปด้วยส่วนล้างมือ โถสุขภัณฑ์ และส่วนอาบน้ำครบ โดยมีการแบ่งแยกโซนอย่างชัดเจน เมื่อเข้ามาจะพบส่วนล้างหน้า และโถสุขภัณฑ์  ติดผนังด้านหลัง ระยะประมาณ 10 ซม. เพื่อวางของ ส่วนในสุดคือส่วนอาบน้ำซึ่งจะมาพร้อมฉากกั้นอาบน้ำให้เราด้วยครับ โดยภายในห้องมีหน้าต่างระบายอากาศ และทำให้ได้รับแสงธรรมชาติ ช่วยให้ไม่ต้องใช้ไฟในเวลากลางวัน

พื้นที่ใช้งานสำหรับห้องนี้ มีการแยกพื้นที่อาบน้ำออกอย่างชัดเจน โดยระดับพื้นห้องน้ำจะลดลงจากพื้นที่ภายนอก 5 เซนติเมตร และพื้นที่อาบน้ำก็มีการก่อขอบขึ้นมาประมาณ 5 เซนติเมตรเช่นกัน

ตัวอ่างล้างหน้ามาพร้อมกระจกบบานติดผนัง ด้านหลังมีขอบผนังก่อ ระยะประมาณ 10 ซม. เพื่อวางของใช้ ซึ่งบริเวณอ่างล้างหน้าเองก้ยังสามารถวางได้อีกด้วย

ตัวอ่างและโถสุขภัณฑ์ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Kohler ทั้งคู่ มีตำแหน่งสายชำระและที่เก็บกระดาษชำระติดตั้งไว้พร้อมใช้งาน เช่นเดียวกับห้องน้ำห้องอื่น ๆ เลยครับ

ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีขนาด 1 x 1.5 เมตร ซึ่งถือว่ากว้างพอสมควร มีรูระบายน้ำอยู่ที่มุมห้องน้ำครับ

ส่วนอาบน้ำเป็นระบบ Hand Shower ของ Englefield สามารถปรับระดับน้ำได้ และเลือกลักษณะการไหลของน้ำได้ พร้อมที่วางสบู่ด้านข้าง ด้านล่างมีก๊อกน้ำสำหรับซักล้าง มีการติดตั้ง Junction Box ไว้ให้สำหรับเครื่องทำน้ำอุ่น ด้านข้างมีช่องเปิดสำหรับระบายอากาศและสามารถรับแสงได้ทั้งวัน

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี มีไฟ Downlight ให้ครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 21 August 2018

  • แบบ Propose เนื้อที่ 52 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 120 ตร.ม. ราคา 3.89 ล้านบาท
  • แบบ Peace 2 เนื้อที่ 62.3 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 133 ตร.ม. ราคา 4.74 ล้านบาท
  • แบบ Peace 2 เนื้อที่ 62.6 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 133 ตร.ม. ราคา 4.83 ล้านบาท
  • จองและทำสัญญา 20,000 บาท
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 50,00 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 30 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 3 ปี
  • ค่าจดจำนอง 1% ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง – โครงการ The Plant เทพารักษ์-บางนา ตั้งอยู่บนถนนเทพารักษ์ ซึ่งต้องเข้าซอยไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร ซึ่งซอยนี้มีเพียงโครงการ The Plant เทพารักษ์-บางนา และ The Passorn ของทางพฤกษาเช่นกัน เพียงสองโครงการ เป็นถนนตัดใหม่ทำให้การเข้า-ออกสะดวก โดยรอบที่ตั้งโครงการส่วนมากเป็นบ้านพักอาศัยแนวราบค่อนข้างเยอะ เนื่องจากเป็นพื้นที่แหล่งงานใกล้กับนิคมอุตสาหกรรม ทำให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกและความอุมสมบูรณ์โดยรอบครบครัน ตั้งแต่ตลาดไปจนถึงห้างสรรพสินค้าต่างๆ นอกจากนั้นถนนเทพารักษ์ยังเป็นถนนที่ขนานกันกับถนนบางนา-ตราดซึ่งมีเป็นถนนสายหลักที่สำคัญ เข้า-ออกเมืองได้สะดวกเช่นกัน ใกล้กับพื้นที่โครงการจะมีทางด่วนบูรพาวิถีและทางด่วนบางพลี-สุขสวัสดิ์ให้เลือกใช้ได้ อีกทั้งยังไม่ไกลจากสนามบินสุวรรณภูมิอีกด้วย ซึ่งเหมาะกับคนที่มองหาบ้านในย่านสมุทรปราการ ที่เน้นเดินทางสะดวกไปสนามบินได้ง่าย

ความปลอดภัย – โครงการค่อนข้างมุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัย สังเกตุได้จากการทำประตูเข้าออกโครงการโดยแยกช่องลูกบ้านและผู้มาเยี่ยมเยียนอย่างชัดเจน บริเวณซุ้มประตูมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด เข้าออกภายในโครงการด้วยระบบ Key Card Access ระยะใกล้ และยังมีรปภ. ดูแลตลอด 24 ชั่วโมงด้วยครับ มาที่ตัวบ้านตัวโครงการก็จัดชุดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอัตโนมัติ หรือ Smart Home มาให้ ซึ่งประกอบไปด้วย ชุดสั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่าน Application, ตัวจับสัญญาณความเคลื่อนไหว, Door Sensor, กล้องวงจรปิดที่บริเวณโรงจอดรถ ให้กับบ้านทุกหลังอีกด้วยครับ

การออกแบบโครงการ – โครงการนี้ออกแบบภายใต้ Concept English Modern ซึ่งก็มีให้เราเห็นตั้งแต่ทางเข้าโครงการ ตลอดจนถึงตัวอาคารเลยครับ โดยที่ด้านหน้าป้ายโครงการ ซุ้มประตู มีการออกแบบให้ดูทันสมัยเรียบง่าย ต่อเนื่องมาจนถึงบริเวณ Club House โครงการก็ดูเรียบง่าย ทันสมัย จัดวางผังโครงการเป็นแนวยาว ถนนหลักกว้าง 12 เมตร ไปเชื่อมต่อกับซอยย่อยต่างๆ ซึ่งแต่ละซอยย่อยจะไม่ลึกมากกว้าง 8 เมตร มีจำนวนบ้านแต่ละซอยประมาณ 6 หลัง ข้อดีคือค่อนข้างเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย รูปแบบผังไม่ซับซ้อน ดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยได้ง่าย ใครเลือกบ้านที่อยู่ท้ายหมู่บ้านก็อาจจะไกลจากส่วนกลางหน่อยแต่ก็ได้เรื่องความสงบไม่พลุกพล่าน ส่วนใครเลือกทางฝั่งด้านหน้าโครงการจะได้เรื่องความสะดวกใกล้ทางเข้า-ออก และส่วน Clubhouse

การออกแบบบ้านและพื้นที่ใช้สอย – ส่วนตัวบ้านเป็นบ้านสไตล์ Modern แนวคิด English New Town เน้นการใช้แนวเส้น ที่มีการคุมโทนสีให้กลมกลืนกัน วัสดุภายในใช้สีที่ดูสบายตา เข้ากับภายนอกอาคาร เป็นบ้านที่ออกแบบเน้นฟังก์ชันและพื้นที่ใช้สอย ให้มีความลงตัวต่อเนื่องกัน ได้ห้องนอน 3 ห้องนอนในทุกแบบ เน้นช่องเปิด หน้าต่าง ในส่วนต่างๆของตัวบ้าน ได้แสงธรรมชาติ ระบายอากาศได้ดี ตัวบ้านมีความโปร่งโล่งมากขึ้น ได้ระเบียงถึง 2 ตำแหน่งในชั้นสอง โดยภาพรวมถือว่าจัดพื้นที่ภายในที่มีการจัดเป็นสัดส่วนชัดเจนเข้าใจง่ายตอบโจทย์การใช้งานพื้นที่ในแต่ละส่วนได้ดี

วัสดุ – วัสดุต่างๆจัดว่าได้มาตรฐานเหมาะกับการใช้งานในแต่ละส่วน ผนังจะติดวอล์ลเปเปอร์ให้ สามารถเลือกสีเองได้ ฝ้าฉาบเรียบทาสีขาว ฝังไฟดาวน์ไลท์แบบกลม ชั้นล่างพื้นมีการปูกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 ซม. ชั้นบนปูพื้นไม้ลามิเนตพร้อมบัวผนังสำเร็จรูปสูง 10 ซม. แต่ห้องครัวได้เป็นห้องเปล่ามีงานระบบเตรียมไว้ให้เราต้องมา Built in ครัวเอง ชุดประตูหน้าต่างเป็นอลูมิเนียมอบขาว พร้อมกระจกเขียวตัดแสง ส่วนชุดสุขภัณฑ์ห้องน้ำจะได้ของ KOHLER หรือ ENGLEFIELD และส่วนอาบน้ำมีฉากกั้นมาให้ บันไดใช้เป็นโครงสร้างเหล็กคลุมผิวด้วยไม้ยางมีราวจับมาให้ มีห้องเก็บของใต้บันได  มีอุปกรณ์ Smart Home ให้อีกด้วย

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ – พื้นที่สีเขียวภายในโครงการถือว่าตกแต่งได้ดี มีแนวต้นไม้มารับตั้งแต่ถนนเข้าโครงการ รวมถึงพื้นที่วงเวียนตรงกลางก็ดูร่มรื่น ภายในมีส่วนพื้นที่สวนขนาด 1 ไร่ พร้อมลู่วิ่งออกกำลังกายรอบสวน ส่วนในแต่ละตัวบ้านทางโครงการมีการจัดพื้นที่สวนให้ โดยจะมีต้นไม้ใหญ่ 2 ต้น และสวนหย่อมให้ในบ้านแต่ละหลัง ช่วยเสริมบรรยากาศโครงการให้ดูร่มรื่นขึ้นไปอีกครับ

สาธารณูปโภค – พื้นที่ส่วนกลางของโครงการอยู่บริเวณด้านหน้าโครงการ เป็นภาพลักษณ์ที่ดีในการเข้าถึง ภายในมีส่วนสระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 10 x 20 เมตร สามารถว่ายออกกำลังกายได้และยังมีพื้นที่ออกกำลังกายให้อีกด้วย จัดว่าไม่มากไม่น้อยเหมาะกับขนาดและจำนวนบ้านในโครงการ มาใช้งานได้ได้สะดวกไม่หนาแน่น

Judgement

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 3 – 5 ล้านบาท, 21 August 2018

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.5/10 – โครงการอยู่ในกลุ่มหมู่บ้านด้วยกันค่อนข้างสงบ ต้องเข้าซอยจากถนนเทพารักษ์ประมาณ 1.5 กม.
  • ความปลอดภัย 8/10 – รั้วกั้นไม้กระดกอัตโนมัติ , Key Card Access,  แยกส่วนเข้าของลูกบ้าน-ผู้มาเยี่ยม, รปภ.หน้าหมู่บ้าน 24 ชม., CCTV, อุปกรณ์ Smart Home ทุกหลัง
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8/10 – แบบสวย มีให้เลือกหลายขนาด จัดพื้นที่เหมาะสม น่าอยู่อาศัย
  • วัสดุ 7.5 /10 – มาตรฐานของระดับนี้ เหมาะสมกับการใช้งาน
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 8/10 – มีพื้นที่สีเขียวโดยรอบ ถนนกว้างได้มาตรฐาน มีต้นไม้ใหญ่ให้ในบ้านทุกหลัง
  • สาธารณูปโภค 7.5/10 – มี Club House 2 ชั้น พร้อมสระว่ายน้ำ สระเด็ก
  • 7.70 / 10.00 

BOTTOM LINE

The Plant เทพารักษ์-บางนา เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เหมาะกับคนที่กำลังมองหาบ้านในย่านถนนเทพารักษ์ เน้นทำเลที่สงบไม่พลุกพล่าน ใกล้แหล่งงานและนิคมอุตสหกรรม ใกล้ทางด่วนและสนามบิน เป็นทำเลใช้รถยนต์ส่วนตัว เป็นครอบครัวขนาดเล็ก-กลาง มองหาบ้าน 3 ห้องนอน ที่เน้นการจัดพื้นที่ภายในบ้านลงตัว มีส่วนกลางหลักๆครบ สำหรับคนที่สนใจต้องมีงบประมาณ  3.8 – 5 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 25,000 – 45,000 บาท ยังไงก็ลองพิจารณากันดูครับ

Share

Leave a Reply