MIELER สุขุมวิท 40 คอนโด Low Rise ระดับ Luxury เน้นห้องใหญ่ ยูนิตน้อย ลิฟต์ส่วนตัว จาก MJ One [รีวิวฉบับที่ 1646]

August 10, 2018 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1646 … โครงการ MIELER สุขุมวิท 40 คอนโด Low Rise ในซอยสุขใจ (เข้าจากสุขุมวิท 40) เน้นห้องใหญ่ 3 Bedroom และความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตเพียง 24 ยูนิตและ Private Lift Hall ที่เชื่อมต่อจาก Lobby ชั้นล่างถึงหน้าห้องพักอาศัย ซึ่งถือว่าหาได้น้อยมากที่จะมีโครงการในโซนใจกลางเมืองที่ออกแบบมาเพื่อรองรับครอบครัว 3-4 คน และมีจำนวนยูนิตน้อยเท่านี้ค่ะ โดยราคาเริ่มต้น 17.29 ล้านบาท

 

Fact @ 1 August 2018

  • MIELER SUKHUMVIT 40 (มีลเลอร์ สุขุมวิท 40)
  • MJ One Co., Ltd. (บริษัทในเครือ Major Development PLC.)
  • LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment ได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ซอยสุขุมวิท 40 เขตคลองเตย
  • คอนโด Low Rise 7 ชั้น 1 อาคาร 24 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 4 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 125 % ไม่รวมซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 0-3-36.4 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง :  ธ.ค. 2560
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : มี.ค. 2561
  • 3 Bedrooms 112.15 – 132.5 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 17.29 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 185,000 บาท/ตร.ม.
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • สำนักงานขาย : 087-529-5522, 02-051-7181

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.717026, 100.580842

โครงการ Mieler สุขุมวิท40 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 40 ทำเลอยู่ในย่านเอกมัย-ทองหล่อ ฝั่งซอยเลขคู่ ลักษณะของโครงการที่อยู่ทางฝั่งเลขคู่นี้มีความแตกต่างจากซอยฝั่งเลขคี่นะคะ แม้อยู่ในทำเลเดียวกัน ที่ชัดเจนคือบรรยากาศ โดยฝั่งเลขคี่จะมีความคึกคักมากกว่า มีร้านค้าร้านอาหารตลอด 24 ชม.ก็ว่าได้ ซึ่งเหมาะกับคนที่มีไลฟ์สไตล์ชอบบรรยากาศที่มีสีสัน กลับกันกับฝั่งเลขคู่หรือทำเลโครงการที่จะมีความสงบใจกลางเมือง ตอบโจทย์คนที่ต้องการอยู่ในเมืองแต่ต้องการความเป็นส่วนตัวเป็นหลัก  นอกจากนี้ฝั่งเลขคู่ยังมีเส้นทางลัดเยอะทำให้มีตัวเลือกในการเดินทางได้ทั้งจาก ถนนสุขุมวิท และ ถนนพระราม 4 จะสะดวกมากสำหรับคนที่เน้นเดินทางทั้ง 2 ฝั่ง

โดยจากโครงการสามารถเลือกใช้เส้นทางได้หลากหลาย ทั้งถนนพระราม 4 ไปออกสีลม, สามย่าน หรือใช้ถนน สุขุมวิทไปออกเพลินจิต, ชิดลม, สยาม หรือใช้ถนนเพชรบุรี ไปออกทางพญาไท เป็นต้น จึงทำให้ถนนใหญ่ และถนนซอยช่วงนี้เป็นจุดที่มีการจราจรหนาแน่นทั้งฝั่งเลขคู่และเลขคี่ เมื่อมองดูถนนที่ล้อมรอบซอยเอกมัยจะเห็นว่าเป็นถนนที่รถติดทั้งนั้น ดังนั้นการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวในย่านนี้ จะต้องเผื่อเวลากันหน่อยนะ โดย 2 เส้นทางหลักที่เป็นตัวเลือกในการเดินทางได้แก่

ถนนสุขุมวิท : ทางฝั่งถนนสุขุมวิทนั้นเป็นทำเลที่คึกคักเดินทางไปยัง ชิดลม เพลินจิต สยามได้สะดวก แต่รถติดหนักเอาการสำหรับใครที่เน้นใช้รถยนต์ส่วนตัว ซึ่งหากไม่ได้เน้นใช้รถอย่างเดียวนั้น ก็มีตัวเลือกอื่นอีกเยอะในการเดินทางได้สะดวกเช่นกัน อย่าง BTS เอกมัยที่อยู่ห่างจากโครงการไปประมาณ 700 ม. รวมไปถึงแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งผ่านภายในซอย เนื่องจากเป็นซอยสุขุมวิท 40 เป็นซอยลัดสามารถทะลุออกถนนสุขุมวิท – พระราม 4 ได้ ดังนั้นจึงมีรถสาธารณะให้ใช้บริการพอสมควรค่ะ

ถนนพระราม 4 : เป็นอีกตัวเลือกในการเดินทางไปยังพระโขนง หรืออีกฝั่งก็กลับรถไม่ไกลวิ่งไปทาง รัชดาภิเษก, สาทร, ศาลาแดงได้ และสำหรับใครที่ทำงานอยู่แถบแยกอโศกบนถนนรัชดาภิเษก ก็สามารถเลือกเส้นทางมายังพระราม 4 ไปทำงานแยกอโศกได้ แทนที่จะวิ่งเส้นหลักสุขุมวิท

การเดินรถในละแวกโครงการจะเป็นเส้นทางแบบ One Way ทั้งหมดนะคะ โดยซอยสุขุมวิท 40 เป็นถนน One Way ที่วิ่งจากถนนสุขุมวิทไปยังถนนพระราม 4 ส่วนซอยสุขุมวิท 42 เป็นซอย One Way ที่วิ่งแบบตรงกันข้าม โดยวิ่งเข้าจากทางถนนพระราม 4, กล้วยน้ำไทไปยังสุขุมวิท ทั้งนี้ซอยสุขใจ ซึ่งเป็นซอยทางเข้า-ออกโครงการจะเดินรถแบบ Two Way ค่ะ ดังนั้นใครที่ต้องการเดินทางจากโครงการไปทางไหน ไม่ว่าจะสุขุมวิท หรือพระราม 4 ก็สามารถเลือกวิ่งได้เลยค่ะ

สำหรับใครที่เดินทางโดยใช้ทางด่วนเป็นหลัก ก็มีทางด่วนเฉลิมมหานคร ที่อยู่ใกล้ๆกับโครงการ จัดเป็นระยะไม่ไกลสำหรับการขับรถ โดยทางด่วนฝั่งขาออกไปยังบางนาจะมีจุดทางขึ้น-ลงบริเวณถนนเกษมราษฎร์ ใกล้แยกศุลกากร การขึ้นทางด่วนจากโครงการก็ใช้ซอยสุขุมวิท40 วิ่งมาออกถนนพระราม4 เลี้ยวเข้าถนนเกษมราษฎร์ จากนั้นเลี้ยวขวาเพื่อขึ้นทางด่วน ส่วนขากลับบ้านพอลงจากทางด่วนก็วิ่งเส้นทางเดียวกันค่ะ แต่ต้องมาเข้าโครงการจากซอยสุขุมวิท 42

ทางด่วนอีกจุดหนึ่งคือ ทางพิเศษเฉลิมมหานครฝั่งขาเข้าไปยัง ดินแดง ดาวคะนอง แจ้งวัฒนะ สามารถใช้วิ่งเข้าเมืองฝั่ง สีลม สาทร ได้ การจะเดินทางไปขึ้นทางด่วนใช้ซอยสุขุมวิท 40 ทะลุมายังถนนพระราม 4 จากถนนพระราม 4 เลี้ยวขวาเข้าถนนกล้วยน้ำไท แล้วเลี้ยวขวาอีกทีเพื่อขึ้นทางด่วน ส่วนขากลับใช้เส้นทางเดียวกับขามา แต่ต่างกันที่ต้องใช้ซอยสุขุมวิท 42 ในการเข้าถึงโครงการ

นอกจากทางพิเศษเฉลิมมหานคร ก็ยังมีตัวช่วยอย่างทางด่วนรามอินทราอาจณรงค์อีกเส้นทางหนึ่ง โดยวิ่งออกมาทางถนนสุขุมวิทแล้วเลี้ยวซ้ายขึ้นทางด่วนได้เลย ส่วนขากลับโครงการก็ลงทางด่วนแล้ววนมาเข้าถนนพระราม 4 แล้วใช้ถนนซอยสุขุมวิท42 เข้าสู่โครงการ

ย่านเอกมัย-ทองหล่อ จัดเป็นย่านใจกลางเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงระดับ High Class อีกย่านในกรุงเทพมหานครเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งจะแบ่งเป็นโซนๆ  ดังนี้ค่ะ

  • ทองหล่อ (สุขุมวิท 55) : บรรยากาศในซอยคึกคักตลอดเวลา มีร้านค้าร้านอาหารหรู มีชื่อเสียงและ Community Mall ค่อนข้างหลากหลาย รวมไปถึงสถานที่ Hangout ในตอนกลางคืนอีกเช่นกัน จัดเป็นโซนที่ใกล้กับโครงการ ไปได้ง่าย
  • โซนเอกมัย (สุขุมวิท 63) : เป็นโซนที่ใกล้กับโครงการเช่นกัน ในโซนนี้จะมีศูนย์การค้าให้ได้ช็อปปิ้ง ดูหนังกัน อย่าง Gateway เอกมัย และ Major เอกมัย
  • โซนพร้อมพงษ์ : เป็นอีกโซนที่ขยับจาก BTS ทองหล่อมาเพียงสถานีเดียว แต่เป็นโซนที่มีศูนย์การค้าหรู อย่าง The EmDistrict (The Emporium, TheEmQuartier) มาเกาะกลุ่มอยู่ติด BTS พร้อมพงษ์ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกให้ได้ช็อปปิ้งกันไม่ไกลจากคอนโดเท่าไหร่
  • โซนพระราม 4 : จัดเป็นโซนที่มีอาคารสำนักงานกระจุกตัวอยู่อย่างคึกคัก โดยเฉพาะอาคารสำนักงานดังๆ เลยอย่างอาคารมาลีนนท์ (ช่อง 3) สำหรับใครที่ทำงานบนถนนพระราม 4 นั้นการเดินทางไป-กลับโครงการก็ยังถือว่าสะดวกนะคะ เพราะอยู่ไม่ไกลมากนัก และก็มีจุดกลับรถไม่ไกลด้วย ส่วนความอุดมสมบูรณ์นั้นจะอยู่แถบมาลีนนท์นี่แหละค่ะ โดยจะมี Hyper Market ขนาดใหญ่ขนาบข้างอย่าง Tesco Lotus Extra, Big C Extra ส่วนด้านหลังของ Big C นั้นจะเป็น Community Mall อย่าง K village ที่รวบรวมร้านอาหารและร้านค้าชื่อดังต่างๆ ไว้ค่อนข้างคึกคัก รวมไปถึงมีตลาดนัดด้านในอีกด้วยนะ

ส่วนบรรยากาศในซอยสุขุมวิท 40 นั้นแม้จะไม่ได้คึกคักเท่ากับซอยทองหล่อ ค่อนข้างเงียบสงบ แต่ก็เป็นซอยที่มีรถเข้า-ออกอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากเป็นซอยลัดสามารถทะลุเข้าพระราม4 – สุขุมวิทได้ โดยในช่วงต้นๆ ซอย ใกล้ถนนสุขุมวิทนั้น ในปัจจุบันมีโครงการคอนโดมิเนียม High Rise และ Low Rise เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเลย สลับกับบ้านเดี่ยว อพาร์ทเม้นท์ในซอยบ้าง ขยับมาช่วงค่อนไปทางถนนพระราม 4 นั้นส่วนใหญ่ยังเห็นความเป็นชุมชนดั้งเดิมอยู่นะคะ จากบรรยากาศที่มีตึกแถวติดริมถนนในซอยและซอยย่อย

สำหรับการเดินทางในวันนี้เริ่มต้นจากบริเวณหน้าสถานีขนส่งเอกมัยวิ่งเข้าถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าไปทางทองหล่อ จากนั้นตรงมาเรื่อยๆ แล้วเลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 40 วิ่งเข้ามาจากหน้าปากซอยประมาณ 600 ม. แล้วเลี้ยวเข้าซอยสุขใจ จะเห็นที่ตั้งโครงการอยู่ติดกับปากซอยสุขใจ (ฝั่งซอยสุขุมวิท 40) ส่วน Sales Gallery ของโครงการตั้งอยู่ระหว่างซอยสุขใจและซอยสมานฉันท์ โดยอยู่ถัดไปจากที่ตั้งโครงการประมาณ 50 ม. เท่านั้น

เริ่มต้นการเดินทางที่บริเวณสถานีขนส่งเอกมัย วิ่งบนถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าไปทางทองหล่อ

ผ่านท้องฟ้าจำลองและ Major Cineplex สุขุมวิทที่ภายในมีทั้งร้านค้า ร้านอาหารและโรงภาพยนต์

ผ่าน Unesco Bangkok

ตรงมาไม่นานหากสังเกตเห็นป้ายสีเขียวที่เขียนว่าเส้นทางลัด (สุขุมวิท 40) ให้เตรียมเลี้ยวซ้ายเลยค่ะ บริเวณหน้าปากซอยนี้ในอนาคตจะเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงาน T-One

บรรยากาศภายในซอยสุขุมวิท 40 ค่อนข้างเงียบสงบนะคะ ยังมีชุมชนอาศัยอยู่พอสมควร ด้านข้างถนนเป็นคลองบ้านกล้วยใต้ค่ะ รูปแบบการเดินรถของซอยนี้เป็น One Way วิ่งไปทางพระราม 4 นะคะ

เมื่อตรงมาประมาณ 600 ม.แล้วเราจะเห็นตัวโครงการที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างแล้วค่ะ

เลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขใจก็จะถึงที่ตั้งโครงการเลยค่ะ

ส่วน Sales Gallery อยู่ถัดจากที่ตั้งโครงการไปอีกหน่อยประมาณ 50 ม.เท่านั้นค่ะ สามารถแวะเข้ามาดูห้องตัวอย่างและสอบถามราคาจาก Sales ได้ที่นี่เลยค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สภาพแวดล้อมของ Mieler สุขุมวิท40 แวดล้อมด้วยโครงการพักอาศัยทั้งแนวราบและแนวสูง ซึ่งข้อดีคือได้บรรยากาศที่สงบค่ะ สำหรับเรื่องวิวนี้ฝั่งทิศเหนือจะโล่งสุด ส่วนทิศอื่นๆ อาจจะไม่ได้วิวระยะในทุกๆ ชั้นแต่ตัวอาคารจัดว่าไม่ได้อยู่ในระยะประชิดเสียจนขาดความเป็นส่วนตัวค่ะ

  • ทิศเหนือ – ติดกับถนนซอยสุขใจ ฝั่งตรงข้ามเป็น บ้านพักอาศัย อพาร์ทเม้นท์
  • ทิศตะวันออก – ติดกับตึกแถวสูง 2-3 ชั้น
  • ทิศใต้ – อพาร์ทเมนท์สูง 4 ชั้น
  • ทิศตะวันตก – คลองบ้านกล้วยใต้ ซอยสุขุมวิท 40 และโครงการ High Rise สูง 26 ชั้น

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Gateway Ekamai ~ 550 ม.
  • โรงพยาบาล กล้วยน้ำไท ~ 850 ม.
  • โรงพยาบาล สุขุมวิท ~ 900 ม.
  • Major Cineplex Sukhumvit  ~ 1 กม.
  • มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ~ 1 กม. (รวมระยะกลับรถ)
  • Big C Ekamai  ~ 1.6 กม.
  • ซอยทองหล่อ (สุขุมวิท55) ~ 1.5 กม.
  • Bangkok Prep (British Curriculum Preparatory and Secondary School) ~ 2.3 กม.
  • Wells International  School  ~ 2.4 กม.
  • J Avanue ~ 2.8 กม.
  • โรงเรียน นานาชาติเอกมัย ~ 2.8 กม.
  • โรงพยาบาล สมิติเวช สุขุมวิท ~ 3 กม.
  • Tops Market  (สุขุมวิท55) ~ 3.2 กม.
  • K-Village ~ 3.3 กม.
  • Emporium ~ 3.8 กม.
  • Emquartier ~ 4 กม.
  • Terminal 21 ~ 5.9 กม.

 


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Mieler สุขุมวิท 40 โครงการ Low Rise ระดับ Luxury จาก MJ One ที่ออกแบบในสไตล์ Glamorous กับ Modern twist และเน้นความเป็นส่วนตัวอย่างสูงสุดด้วยจำนวนยูนิตทั้งโครงการเพียง 24 ยูนิต โดยมียูนิตต่อชั้นสูงสุดเพียง 4 ยูนิต มาพร้อมกับ Private Lift Hall ทุกห้อง ซึ่งเชื่อมจาก Lobby ในชั้นล่างถึงหน้าห้องโดยตรง ส่วน Product โครงการนี้ตั้งใจออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวโดยเฉพาะ เพราะมีเพียง Type 3 Bedroom พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 112.5 – 132.5 ตร.ม. รองรับสมาชิกได้ 3-4 คน

บรรยากาศบริเวณส่วน Lobby เน้นความหรูหราด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนธรรมชาติ แทรกด้วยการตัดขอบและตกแต่งด้วยโลหะสีทอง

บริเวณพื้นที่ส่วน Lobby นี้มีการจัดพื้นที่สำหรับเป็นพื้นที่นั่งเล่นและรับรองแขกของลูกบ้านได้ โดยจัดวางชุดโซฟา 1 ชุดพร้อมเก้าอี้โซฟาขนาดใหญ่ ถัดไปด้านในเป็นส่วน Library Corner ซึ่งจัดเป็นพื้นที่อ่านหนังสือและพื้นที่ทำงานที่มีโต๊ะเก้าอี้ไว้สำหรับนั่งทำงานได้

บรรยากาศบริเวณ Private Lift Hall หน้าห้องชุดพักอาศัย

ปิดท้ายด้วยภายในห้อง Fitness ซึ่งมีเครื่องออกกำลังกายอยู่ประมาณ 3 เครื่องพร้อมมุมเวทเทรนนิ่ง โดยรอบห้องใช้กระจกขนาดใหญ่ทั้ง 2 ฝั่งจากฝั่งหน้าโครงการและอีกฝั่งหันเข้าหาสระว่ายน้ำ เพื่อให้ได้วิวสระว่ายน้ำค่ะ

ถัดมาดูที่ Master Plan จากทางเข้าโครงการบริเวณในซอยสุขใจ ในชั้นล่างแบ่งเป็น 3 โซนหลักๆ เริ่มจากส่วนที่จอดรถอยู่ชั้นล่างทั้งหมด โดยคิดเป็น 125% ไม่รวมซ้อนคัน หากนับ % ถือว่าให้มาพอสมควรค่ะ เพราะด้วยจำนวนยูนิตมีเพียง 24 ยูนิตเท่านั้น แต่ทั้งนี้การใช้งานจะพอเพียงไหมอาจจะต้องรอดูตอนอยู่อาศัยจริงอีกทีด้วยนะคะ เนื่องจากห้องพักอาศัยเป็นห้องขนาดใหญ่ทั้งหมด จึงมีจำนวนสมาชิกหลายคนต่อห้อง ซึ่งแต่ละคนก็อาจจะมีรถส่วนตัวของตัวเองอีกค่ะ

โซนถัดเป็นเข้ามาภายในอาคารมีจัดพื้นที่ส่วน Lobby ขนาดกะทัดรัดตามพื้นที่โครงการนะคะ ไว้สำหรับรับรองลูกบ้านและแขกของลูกบ้านเอง การแบ่งการใช้งานลิฟต์ถูกจัดเป็น 2 ฝั่งแยกการใช้งานอย่างชัดเจน เนื่องจากลิฟต์ออกแบบเป็น Private Lift ทั้ง 2 ตัว ดังนั้นการใช้งานลิฟต์ของลูกบ้านจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งของห้องลูกบ้าน หากอยู่ฝั่งซ้ายก็จะใช้ได้เพียงลิฟต์ฝั่งซ้ายค่ะ เมื่อเปิดลิฟต์มาก็จะถึงห้องพักของตัวเองเลยโดยตรง ไม่มีโถงทางเดิน เพิ่มความ Private มากขึ้น

ชั้น 2-7 เป็นชั้น Typical Floor Plan ค่ะ โดยแต่ละชั้นมีจำนวนยูนิตเพียง 4 ยูนิตเท่านั้น ทำให้ห้องทุกห้องอยู่บริเวณมุมอาคารทั้งหมด จึงได้รับวิวจากทั้ง 2 ทิศ นอกจากนี้แต่ละ Type ห้องก็มีข้อดีที่แตกต่างกันไปค่ะ สำหรับห้อง A และ B เป็นห้องพักอาศัยขนาด 132.5 ตร.ม. ได้ตำแหน่งหน้าห้องอยู่ทางทิศเหนือซึ่งข้อดีเลยคือ ไม่ต้องรับแดดยามบ่าย ซึ่งเป็นแดดร้อนและทำให้ห้องอมความร้อน ส่วนห้อง C และ D เป็นห้องไซส์เล็กลงมา อยู่ที่ 112.15-113 ตร.ม. ข้อดีคือมีผนังเพียงด้านเดียวที่ติดกับเพื่อนบ้าน เพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

อธิบายเพิ่มเติมสำหรับการใช้งาน Lift นะคะ ยกตัวอย่างกรณีลูกบ้านห้อง A จะต้องขึ้นลิฟต์จากชั้น 1 คือฝั่งลิฟต์ด้านบนของรูปเท่านั้น และลิฟต์จะเลือกเปิด-ปิดเฉพาะห้องของลูกบ้านห้อง A หรือประตูฝั่งซ้ายมือของลิฟต์ เมื่อเปิดแล้วก็จะถึงภายในห้องตัวเองเลยค่ะ ไม่มีโถงทางเดินรวมเหมือนโครงการทั่วไป

 

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบคลอรีน ขนาด 3.5 x 13 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง
  • Library Corner
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 12:  1
  • ที่จอดรถประมาณ 125 % ไม่รวมซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Access Card

 


Product Walkthrough

โครงการ Mieler สุขุมวิท 40 เน้นห้องพักอาศัยขนาดใหญ่เท่านั้นนะคะ โดยจะมีเพียง 3 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 112.5 – 132.5 ตร.ม. ตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวที่มีสมาชิก 3-4 คนเลยทีเดียวค่ะ ในส่วนของรูปแบบการขายจะเป็น Fully Fitted โดยรวมในส่วนของ ชุดครัว เครื่องปรับอากาศ และห้องน้ำพร้อมสุขภัณฑ์ภายในครบชุด จะเป็นอย่างไรไปชมในห้องตัวอย่างกันค่ะ


สำหรับห้องตัวอย่างคือ ห้อง 3 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 113 ตร.ม. จุดเด่นของห้องทุกห้องคือ Private Lift Hall หรือโถงต้อนรับก่อนเข้าสู่ภายในห้อง ซึ่งสามารถจัดพื้นที่ของตัวเองได้ (รวมอยู่ในพื้นที่โฉนด) เข้ามาเจอส่วนครัวปิดกั้นไว้เป็นสัดส่วน และเชื่อมเข้า Common Area ซึ่งจัดพื้นที่มาให้ค่อนข้างกว้างเปิดรับวิวและแสงธรรมชาติได้ดี พื้นที่ Common Area นี้สามารถจัดวางพื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่นั่งเล่นได้ มีระเบียงขนาดใหญ่ที่ใช้นั่งเล่นได้จริง

ห้องนอนของผังนี้ออกแบบห้องนอนไว้ 2 ห้อง ซึ่งมีความพิเศษที่แตกต่างกันไป สำหรับห้องที่อยู่ติดกับพื้นที่นั่งเล่นจะได้เป็นห้องนอนที่ได้วิวจากทั้ง 2 มุมห้อง รวมไปถึงกระจกเข้ามุมอีกด้วยทำให้ภายในห้องโปร่งโล่งมากขึ้น ส่วนห้องนอนอีกห้องมีระเบียงนั่งเล่นส่วนตัว และห้องน้ำที่ออกแบบเป็น Sexy Bath ค่ะ

สำหรับห้องนอนเล็กของผังนี้จะไม่ได้มีห้องน้ำในห้องนอนนะคะ แต่จะอยู่ติดกับห้องนอนแทนเพื่อใช้ห้องน้ำร่วมกับส่วน Common Area ด้วย รวมไปถึงหากครอบครัวไหนที่มีสมาชิกไม่มาก สามารถปรับห้องนอนนี้เป็นห้องอเนกประสงค์ได้เช่น ห้องทำงาน เป็นต้นค่ะ

จากส่วน Lift ขึ้นมาที่ห้องพักอาศัยจะเจอกับ Private Lift Hall ก่อนซึ่งบริเวณนี้ลูกบ้านสามารถจัดสรรพื้นที่ได้เองเลยค่ะ เช่นวางโต๊ะเก้าอี้รับรองแขก หรือ Built-in ชั้นวางรองเท้าก่อนเข้าห้องก็ได้เช่นกันค่ะ เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนตัวรวมอยู่ในโฉนดเรียบร้อย วัสดุตกแต่งบริเวณนี้ปูด้วยกระเบื้องลายหินธรรมชาติเฉดสีเดียวกับห้องตัวอย่าง ส่วนฝ้าเพดานด้านบนติดตั้งฝ้ากระจกพร้อมซ่อนไฟแบบ Indirect Light ให้ดูสวยงาม (สเป็คเดียวกับห้องตัวอย่าง)

ประตูห้องเป็นขนาด Oversize หน้าบานกรุด้วยวีเนียร์ผิวไม้สัก เซาะร่องย้อมสีเข้ม ด้านข้างนอก-ในติดงานสแตนเลสพับขึ้นรูปชุบสีทอง ตรงบริเวณช่วงมือจับกรุหนังเทียมของ VC Fabric หนังเกรดพรีเมียม ผิวนุ่มคล้ายหนังจริง พร้อม Digital Door Lock เป็นมาตรฐาน

เข้ามาภายในห้องเป็นโถงทางเดินยาวเชื่อมไปยังส่วน Common Area นะคะ โดยความสูงฝ้าเพดานภายในห้องมีความสูงอยู่ที่ 2.7 ม. ถือเป็นความสูงมากกว่ามาตรฐาน ส่งผลให้ภายในห้องโปร่งโล่งมากขึ้นได้ดี ส่วนพื้นห้องที่นี่ใช้เป็นพื้น Engineering Wood ความหนาพิเศษ 14 มม.ค่ะ

ฝั่งขวามือจากประตูทางเข้าห้องเป็นพื้นที่ครัวค่ะ

สำหรับพื้นที่ครัวนี้ถูกกั้นพื้นที่เป็นสัดส่วนด้วยประตูบานเลื่อนกระจก เพื่อให้เหมาะสมกับการทำครัวได้ดี โดยกลิ่นอาหารไม่ฟุ้งเข้าสู่โซน Common Area ค่ะ

สำหรับพื้นในห้องครัวปรับเปลี่ยนเป็นพื้นกระเบื้องขนาด 30 x 60 ซม. สีดำเงาเล่นลาย เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานได้ดีมากขึ้น เพราะกระเบื้องมีคุณสมบัติในด้านความคงทน และทำความสะอาดได้ง่าย

ลักษณะของการจัดเคาน์เตอร์ครัวเป็นรูปตัว L ซึ่งทำให้สามารถใช้งานพื้นที่ครัวได้เต็มที่และแยกฟังก์ชันการใช้งานได้เป็นสัดส่วนดีค่ะ โดยฝั่งซ้ายจากรูปเป็นโซนอ่างล้างจาน ตรงกลางเป็นส่วน Hob & Hood และฝั่งขวาจัดให้เป็นพื้นที่เตรียมอาหารและตู้เย็น

เริ่มต้นที่บริเวณชั้นวางของ Built-in ด้านบน ฝั่งซ้ายมือออกแบบเป็นชั้นวางของเน้นโชว์และหยิบจับง่าย สังเกตว่าจะเป็นชั้นลอยและหน้าบานกระจกสีชา พร้อมติดตั้งดวงโคมแบบ Down Light ด้านในเพิ่มความสว่างและความสวยงามได้ดีค่ะ บริเวณด้านล่างก็มีการติดตั้งราวแขวนอุปกรณ์ครัวต่างๆ ให้เรียบร้อย

อีกฝั่งเน้นเป็นตู้เก็บของซึ่ง Built-in สูงถึงฝ้าเพดานเลยทีเดียวเพื่อให้สามารถใช้พื้นที่ได้เป็นประโยชน์มากที่สุด สามารถเก็บของได้มากขึ้นค่ะ ทั้งนี้บริเวณชั้นบนของชั้นวางของอาจจะสูงไปสำหรับการเอื้อมเปิดนะคะ (โดยเฉพาะสาวๆ) คงต้องยืนบนเก้าอี้เล็กๆ ก่อนเปิดชั้นบนค่ะ

ส่วนบานเปิดทั้งหมดใช้วัสดุเป็น MDF หรือ Medium Density Fiberboard เนื้อไม้จะมีความแน่น ละเอียดและผิวเนียนมากกว่า Particle ที่มักนิยมใช้ในโครงการทั่วไป ส่วนการเปิด-ปิดเป็น Soft Close จาก Hettch

ในส่วนของ Top ครัวและ Back Splash ที่นี่ใช้หิน Quartz เป็นมาตรฐานนะคะ โดยคุณสมบัติของหิน Quartz คือมีความแข็งมากกว่ามีด ดังนั้นจึงมีความทนต่อการใช้งานครัวพอสมควร มีรอยขีดข่วนได้ยาก ในส่วนของ Sink ล้างจานให้มาเป็นหลุมเดี่ยวฝังในเคาน์เตอร์ค่ะ แอบเสียดายที่น่าจะให้เป็น Sink คู่ เพราะด้วยเนื้อที่ด้านข้างค่อนข้างเยอะสามารถใส่เพิ่มได้เพื่อให้เวลาล้างจานจะสะดวกกว่าด้วย

ถัดมาตรงกลางเป็นส่วน Hob & Hood จาก Teka หัวเตาเซรามิกแบบ 4 หัว ระบบ Touch Screen ส่วน Hood ใช้ระบบหมุนเวียนค่ะ

อีกฝั่งของเคาน์เตอร์มีพื้นที่สำหรับเตรียมอาหารค่อนข้างเยอะทีเดียวนะคะ รวมไปถึงมีการติดตั้งปลั๊กไฟให้บนเคาน์เตอร์เรียบร้อย ให้ง่ายสำหรับการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ได้

ถัดมาเป็นส่วนตู้เย็นนะคะ บริเวณหน้าบานของตู้เย็นจะเป็นชุดเดียวกับเคาน์เตอร์ครัวเลยค่ะ ดูสวยงามและเรียบร้อย

ลักษณะตู้เย็นเป็นแบบ Built-in โดยบานเปิดตู้เป็นบานเปิดเดียวกับตู้เย็น ภายในตู้เย็นแยกส่วนการแช่เย็นไว้ด้านบนและส่วนแช่แข็งไว้ด้านล่าง ขนาดกำลังดีค่ะ ไม่เล็กไป

ด้านล่างเคาน์เตอร์ครัวนอกจากเป็นชั้นเก็บของต่างๆ แล้วยังเป็นเว้นช่องว่างไว้สำหรับวางเครื่องซักผ้าขนาด 7 kg. และ Built-in Microwave ให้เป็นมาตรฐานด้วยค่ะ

ภายในช่องเก็บของใต้ Sink มีติดตั้งถังขยะให้เป็นมาตรฐาน ซึ่งทำให้พื้นที่เรียบร้อยมากขึ้น และการใช้พื้นที่ทางเดินสะดวกไม่มีถังขยะมาขวางทางเดิน

ลิ้นชักให้มาเกรดดีและแข็งแรงนะคะ ภายในมีพื้นที่เก็บของขนาดใหญ่และมีช่องวางสำหรับอุปกรณ์ขนาดเล็ก เช่น ช้อนส้อม ต่างๆ

ถัดจากส่วนครัวเข้าสู่โซน Common Area ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่เชื่อมห้องนอนทั้ง 3 ห้องและห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันภายนอกอีก 1 ห้องค่ะ โดยเราจะไปดูภายในห้องน้ำ และห้องนอนเล็กกันก่อนนะคะ

หากเราเดินมาจากหน้าประตูทางเข้าผ่านโถงทางเดินมาตรงๆ จะเห็นห้องน้ำและห้องนอนเล็กฝั่งขวามือก่อน

เข้ามาในห้องน้ำแบ่งโซนการใช้งานเป็น 2 โซนชัดเจน โดยแยกเป็นโซนเปียกและแห้ง คั่นกลางด้วยฉากกั้นกระจก Tempered แบบ Frameless ค่ะ ในส่วนของพื้นห้องน้ำใช้เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินธรรมชาติโทนสีเทา ฝ้าเพดานตกแต่งสวยงามโดยการซ่อนไฟแบบ Indirect Light ทั้ง 2 โซน (บริเวณอ่างล้างมือ และพื้นที่อาบน้ำ)

 

เริ่มต้นที่โซนแห้งกันก่อนนะคะ จากบริเวณอ่างล้างมือ จะได้ชุดกระจกเงากรอบสีทองพร้อมซ่อนไฟไว้ด้านหลัง ตามแบบห้องตัวอย่างเลยค่ะ

ในส่วนเคาน์เตอร์อ่างใช้ท็อปเป็นหินแกรนิตสำหรับห้องมาตรฐานค่ะ ด้านล่างไม่มี Built-in ชั้นเก็บของให้เหมือนห้องตัวอย่างนะคะ ลูกบ้านสามารถ Built-in เพิ่มเติมเองได้ค่ะ ซึ่งทางผู้เขียนแนะนำให้มีการ Built-in ชั้นวางเพิ่มเติมนะคะ เพราะจะได้สามารถใช้พื้นที่ใช้สอยด้านล่างได้เต็มที่

อ่างล้างมือเซรามิกจาก TOTO ส่วนก็อกน้ำจาก Grohe ค่ะ

โถสุขภัณฑ์เป็นรูปแบบชิ้นเดียวจาก TOTO อุปกรณ์ห้องน้ำต่างๆ เช่น สายฉีดชำระและที่แขวนทิชชู่จาก Grohe

ถัดมาที่พื้นที่อาบน้ำกั้นด้วยฉากกั้นกระจกแบบ Frameless ซึ่งมีความสวยงามและราคาสูงกว่าฉากกั้นกระจกที่มี Frame ทั่วไปนะคะ ลักษณะการเปิด-ปิดกระจกจะเป็นแบบบานเปิด ซึ่งง่ายในการใช้งาน

พื้นที่อาบน้ำมีการลดระดับลงจากโซนแห้งเล็กน้อยเพื่อกันน้ำไหลย้อนออกมายังโซนแห้งค่ะ ขนาดพื้นที่อาบน้ำถือว่าให้มาพอสมควรเลยนะคะ อาบน้ำได้สบายๆ

ฝักบัวทั้งสายอ่อนและ Rain Shower จาก Grohe มีการเดินระบบท่อไว้รองรับการติดตั้งระบบน้ำร้อนให้เรียบร้อยค่ะ ด้านข้าง Built-in ชั้นวางสบู่และครีมต่างๆ ให้เรียบร้อย

เข้าสู่ห้องนอนเล็กที่อยู่ใกล้กับห้องน้ำกันต่อนะคะ

ขนาดภายในห้องนอนเล็กนี้สามารถวางเตียงขนาด Single Bed ได้กำลังดี มีพื้นที่ด้านข้างเหลือสำหรับวางตู้เสื้อผ้าได้ค่ะ หรือจะจัดเป็นห้องอ่านหนังสือ (ตามห้องตัวอย่าง) หรือห้องทำงานได้ค่ะ เรียกว่าเป็นห้องอเนกประสงค์ สามารถจัดฟังก์ชันได้ตามไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่

ส่วนช่องเปิดหรือหน้าต่างจะเห็นว่าห้องนี้ไม่ได้เน้นรับวิวนะคะ แต่สามารถเพิ่มบรรยากาศโปร่งโล่งให้ภายในห้องได้รวมไปถึงระบายอากาศได้ค่ะ

อีกฝั่งของห้องที่ติดกับประตูทางเข้าห้องสามารถ Built-in ชั้นวางของหรือจัดเป็นชั้นวางทีวีได้ค่ะ

เข้ามาที่ส่วน Common Area กันต่อนะคะ พื้นที่นี้เชื่อมฟังก์ชันระหว่างพื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่นั่งเล่น บรรยากาศบริเวณนี้ค่อนข้างกว้างขวางและได้ช่องแสงขนาดใหญ่จากประตูบานเลื่อนกระจกส่วนระเบียง

สำหรับพื้นที่รับประทานอาหารนี้สามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารและที่นั่งได้ถึง 6 ที่นั่งด้วยกันค่ะ ส่วนฝ้าเพดานของห้องสังเกตว่าจะไม่เห็นเครื่องปรับอากาศเลย เพราะที่นี่ออกแบบให้เป็นรูปแบบ Conceal หรือการทำฝ้าซ่อนเครื่องปรับอากาศอีกที เพื่อให้ดูเรียบร้อยสวยงาม

สำหรับพื้นที่นั่งเล่นนี้มีขนาดใหญ่พอสมควรนะคะ และมีระยะทีวีกว้างตามหน้ากว้างของพื้นที่นั่งเล่นเลย จึงสามารถวางทีวีขนาดใหญ่ 60″ ได้

ความกว้างของพื้นที่สามารถวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่งพร้อมโต๊ะข้างโซฟาได้กำลังพอดีๆ ค่ะ

สำหรับช่องเปิดบริเวณ Common Area นี้นอกจากจะมีประตูบานเลื่อนกระจกแล้ว ด้านข้างยังมีชุดหน้าต่างบานกระทุ้งอีกชุดเพิ่มการระบายอากาศภายในห้องและยังเพิ่มช่องให้แสงธรรมชาติเข้าสู่ภายในห้องได้ดี

ส่วนระเบียงที่ติดกับพื้นที่นั่งเล่นนี้มีขนาดประมาณ 1 x 2.3 ม. (เฉพาะพื้นที่ระเบียงใช้งานเท่านั้น ไม่รวมกับที่กั้นโซนสำหรับ Condensing Unit เครื่องปรับอากาศ) ถือว่ามีขนาดพอสมควรนะคะ สามารถใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะจัดพื้นที่นั่งเล่นขนาดกะทัดรัด หรือจะยืนชมวิวชิลๆ ได้ ราวกันตกใช้เป็นกระจก Tempered มือจับสแตนเลส สวยงามและช่วยเพิ่มมุมมองของวิวได้ดี

ด้านข้างระเบียงบริเวณโซน Condensing Unit กั้นด้วยประตูระแนงเหล็กสวยงาม เป็นสัดส่วน ในส่วนของ Condensing Unit เป็นแบบยกแขวนหันเข้าระเบียง แต่มีการติดตั้งกริลล์เบี่ยงทิศทางลมร้อนออกด้านนอก เพื่อไม่ให้ส่วนระเบียงร้อนเสียบรรยากาศหากออกมานั่งเล่นหรือยืนชมวิวค่ะ

ถัดมาเป็นโซนห้องนอนใหญ่ทั้ง 2 ห้องนะคะ โดยเราจะเริ่มต้นที่ห้องนอน 2 หรือห้องฝั่งซ้ายมือของรูป

เข้ามาในห้องนอนเราจะเจอกับพื้นที่ห้องน้ำก่อนพื้นที่เตียงนอนนะคะ

จุดเด่นของห้องนอนนี้คือได้ห้องน้ำเป็นแบบ Sexy Bath หรือผนังกระจกใส ข้อดีเลยคือเพิ่มความโปร่งโล่งให้กับภายในห้องน้ำ เนื่องจากตำแหน่งห้องน้ำนี้อยู่ภายในอาคารไม่ได้ติดกับภายนอกอาคารที่สามารถติดตั้งชุดหน้าต่างได้ค่ะ แต่ห้องน้ำแบบ Sexy Bath ก็จะตอบโจทย์คนที่อยู่คนเดียว หรืออยู่เป็นคู่รักนะคะ หากใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นแนะนำให้ติดตั้งม่านบริเวณกระจกใส หรือจะติดเป็นฟิล์มฝ้าก็ได้เช่นกัน

สุดทางก่อนเข้าสู่ห้องน้ำมีพื้นที่สำหรับ Built-in ตู้เสื้อผ้าให้ แต่ไม่ได้ Built-in ตู้เสื้อผ้าไว้ให้นะคะ

บรรยากาศภายในห้องน้ำโปร่งโล่งและค่อนข้างสวยทีเดียวค่ะ สิ่งที่ชอบคือฉากกั้นกระจกแบบ Frameless ที่ทำให้บรรยากาศในห้องน้ำดูหรูหรามากขึ้น

โซนพื้นที่อาบน้ำจัดสเป็คอ่างล้างมือและกระจกเงาให้เช่นเดียวกับห้องน้ำภายนอกค่ะ โดยอ่างล้างมือจากยี่ห้อ TOTO และก็อกน้ำ Grohe

ขนาดเคาน์เตอร์อ่างมีขนาดใหญ่สามารถวางของใช้ต่างๆ ด้านข้างได้พอสมควร ส่วนด้านล่างไม่มีจัด Built-in ชั้นวางให้นะคะ

โถสุขภัณฑ์ชิ้นเดียวจาก TOTO เช่นเดิมค่ะ

สำหรับพื้นที่อาบน้ำกั้นด้วยฉากกั้นกระจก ลึกไปเป็นส่วนกระจกใสที่มองออกไปยังพื้นที่เตียงนอน ฝ้าเพดานส่วนนี้มีการซ่อนไฟแบบ Indirect Light ให้สวยงาม สำหรับฝักบัวได้เหมือนกับห้องน้ำภายนอก โดยจะได้ทั้งฝักบัวสายอ่อนและ Rain Shower ขนาดใหญ่ จาก Grohe

ส่วนพื้นที่เตียงนอนนี้สามารถรองรับเตียงขนาด 6 ฟุตได้สบาย พร้อมพื้นที่ด้านข้างเตียงพอสมควรสามารถวางโต๊ะข้างเตียงได้ทั้ง 2 ฝั่ง เพิ่มเติมคือการตกแต่งฝ้าเพดานด้านบนที่ซ่อนไฟแบบ Indirect Light ด้วยค่ะ

ปลายเตียงมีพื้นที่สำหรับจัดฟังก์ชันได้ เช่น ชั้นวางทีวีและโต๊ะทำงาน หรือจะ Built-in ชั้นวางของขนาดใหญ่ก็ได้เช่นกันค่ะ

บริเวณด้านข้างเตียงมีระเบียงส่วนตัวภายในห้อง ขนาดพื้นที่ระเบียงอยู่ที่ประมาณ 1.5 x 1.2 ม. สามารถออกมายืนสูดอากาศได้ค่ะ

ระเบียงนี้ข้อดีคือได้หลังคาคลุมถึงส่วนระเบียง ช่วยเรื่องแดดที่ส่องเข้ามาไม่ถึงภายในห้อง รวมไปถึงฝนไม่สาดด้วยเช่นกันค่ะ และด้านซ้ายมือกั้นระแนงเหล็กปิดพื้นที่ส่วน Condensing Unit ให้เรียบร้อยเป็นสัดส่วนค่ะ

เข้ามาบริเวณห้องนอนใหญ่อีกห้องนะคะ ห้องนี้จัดเป็น Highlight ของแปลนนี้เลยค่ะ จะเป็นอย่างไรเดี๋ยวไปดูภายในกันค่ะ

เริ่มต้นจากทางเข้าห้อง มีพื้นที่สำหรับ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่

ถัดเข้ามาจะเห็นว่าห้องนี้มีความโปร่งโล่งมากๆ ค่ะ เพราะอยู่ในตำแหน่งห้องมุม ซึ่งได้หน้าต่างจากทั้ง 2 ฝั่ง รวมไปถึงหน้าต่างเข้ามุมด้วย เปิดรับวิวภายนอกและช่วยให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้ดีทีเดียว

บริเวณเตียงสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้กำลังดีค่ะ (ขนาดเตียงในห้องตัวอย่าง 6 ฟุต) และยังเหลือพื้นที่ด้านข้างสำหรับวางโต๊ะข้างเตียง

รวมไปถึงจัดฟังก์ชันขนาดกะทัดรัดเพิ่มเติมได้เช่น พื้นที่นั่งอ่านหนังสือ

ปลายเตียงบริเวณหัวมุมห้องสามารถจัดเป็นพื้นที่โต๊ะทำงานขนาดกลางๆ ได้เลยค่ะ

ถัดมาที่ส่วนห้องน้ำภายในห้องนี้มี Highlight ที่น่าสนใจและแตกต่างจากห้องน้ำห้องอื่นๆ คือ ชุดอุปกรณ์ห้องน้ำที่เป็นเครื่องเงินทั้งหมด ออกแบบมาพิเศษให้เป็นสีทองแทนค่ะ จะสังเกตจากก็อกน้ำและฝักบัวได้ รวมไปถึงเป็นห้องน้ำที่อยู่ภายนอกด้วยจึงมีหน้าต่างในห้องน้ำ ช่วยระบายอากาศได้ดี

รูปแบบการจัดวางและการตกแต่งจะได้ตามห้องตัวอย่างเลยนะคะ สิ่งที่ไม่ได้ในห้องมาตรฐานคือชุด Built-in ด้านล่างของเคาน์เตอร์อ่างล้างมือและโคมไฟที่ติดบริเวณกระจกเงาเท่านั้นค่ะ

อ่างล้างมือเป็นแบบวางบนเคาน์เตอร์ มีขนาดอ่างใหญ่และสวยงาม ซึ่งเป็นสเป็คที่แตกต่างจากห้องน้ำห้องอื่นๆ นะคะ ส่วนก็อกน้ำเดินท่อซ่อนผนังดูเนี้ยบและเรียบร้อย รวมไปถึงสีทองที่หรูหรามากขึ้น

โถสุขภัณฑ์จาก TOTO เช่นเดิมค่ะ บริเวณนี้ที่แตกต่างจากห้องอื่นคือ ชุดอุปกรณ์ที่ได้เป็นสีทอง (สายฉีดชำระจะได้สีทองด้วยเช่นกันนะคะ ซึ่งจะมีปรับให้ในห้องมาตรฐาน)

บริเวณโซนพื้นที่อาบน้ำมีความพิเศษเพิ่มเติมคือได้หน้าต่างขนาดใหญ่ ช่วยระบายอากาศและช่วยให้แสงเข้ามาได้ดี ไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวเพราะกระจกที่ได้เป็นแบบฝ้า

ฝักบัวทั้งสายอ่อนและ Rain Shower เป็นสีทองทั้งหมดนะคะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 1 August 2018

  • 3 Bedroom Type D ชั้น 2 ห้อง 204 เนื้อที่ 113 ตร.ม. ราคา 18.57 ล้านบาท หรือ 164,336 บาท/ตร.ม.
  • 3 Bedroom Type A ชั้น 2 ห้อง 201 เนื้อที่ 132.5 ตร.ม. ราคา 23.1 ล้านบาท หรือ 174,339 บาท/ตร.ม.
  • Fully Fitted
  • ฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • จอง 100,000 บาท
  • ทำสัญญา 500,000 บาท
  • ค่ากองทุน 750 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 75 บาท/ตร.ม./เดือน
  • โปรโมชั่น : ส่วนลด 1,000,000 บาท

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล

โครงการ Mieler สุขุมวิท 40 ตั้งอยู่ในย่านทองหล่อ-เอกมัยฝั่งเลขคู่ ซึ่งมีความแตกต่างกับฝั่งเลขคี่พอสมควร เพราะอยู่ในโซนใจกลางเมืองแต่มีบรรยากาศเงียบสงบ เนื่องจากเป็นทำเลแหล่งที่อยู่อาศัยดั้งเดิมยังคงเห็นชุมชนเป็นบางส่วน จึงตอบโจทย์ได้ดีกับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวและบรรยากาศไม่คึกคักจนเกินไป นอกจากนี้ด้วยความที่ที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยสุขใจ ซึ่งเป็นซอยที่เชื่อมระหว่างซอยสุขุมวิท 40 และ 42 โดยทั้ง 2 ซอยนี้มีความสำคัญคือเป็นซอยลัดเชื่อมเข้าถนนสุขุมวิท และพระราม 4 ได้ จึงทำให้โครงการสามารถลัดเข้า-ออก และมีตัวเลือกลัดเพื่อเลี่ยงรถติดได้มากกว่าโครงการบนถนนใหญ่

การเดินทางโดยใช้รถ

จัดว่าสะดวก แม้จะอยู่ในซอยย่อยแต่เป็นซอยย่อยที่ลัดเข้าถนนหลักได้ทั้ง 2 เส้น (ถนนสุขุมวิท และพระราม 4) นอกจากนี้ยังสามารถขึ้น-ลงทางด่วนได้อีก 2 ทางด่วนคือ ด่วนเฉลิมมหานครและด่วนรามอินทราได้ จึงถือว่ามีตัวเลือกในการเดินทางค่อนข้างหลากหลายทีเดียวค่ะ ในส่วนของที่จอดรถก็ให้มาทั้งหมด 125% ไม่รวมซ้อนคัน ถือว่าเยอะกว่าโครงการทั่วไปพอสมควรเลยนะคะ แต่จะเพียงพอในการใช้งานไหมอาจจะต้องรอดูตอนเข้าอยู่จริงอีกที เนื่องจากโครงการเน้นขายห้อง 3 Bedroom ที่มีจำนวนสมาชิกในห้อง 3-4 คน ที่อาจจะมีรถยนต์ส่วนตัวของแต่ละคนได้ค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ

สำหรับการเดินทางโดยไม่ใช่รถเป็นการเดินทางที่รองลงมาจากการเดินทางด้วยรถยนต์นะคะ แต่มีตัวเลือกในการเดินหลากหลาย โดยที่สะดวกที่สุดคือรถไฟฟ้า โดยโครงการอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสถานีเอกมัย (ใกล้ที่สุด) ประมาณ 700 ม. ซึ่งไกลจากระยะเดินได้ง่ายออกไปหน่อย แต่สามารถเรียกแท็กซี่หรือวิ่งมอเตอร์ไซค์ไปต่อรถได้ง่ายค่ะ เนื่องจากเป็นซอยลัดถนนใหญ่จึงจึงมีรถสาธารณะค่อนข้างเยอะ

การออกแบบ

การออกแบบถือเป็นจุดเด่นของโครงการที่มีความแตกต่างจากโครงการทั่วไปทีเดียวค่ะ หัวใจหลักของโครงการเลยคือเรื่องความเป็นส่วนตัว เริ่มจากจำนวนยูนิตเพียง 24 ยูนิต และมียูนิตต่อชั้นเพียง 4 ยูนิตเท่านั้น พร้อมกับทำ Private Lift Hall ให้อีกด้วย จึงตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายในระดับ Luxury ที่ต้องการเน้นความเป็นส่วนตัวสูง

ส่วน Product โครงการเน้นห้องขนาดใหญ่ 3 Bedroom 112.3-132.5 ตร.ม. รองรับสมาชิก 3-4 คน สำหรับห้องขนาด 113 ตร.ม. (ห้องตัวอย่าง) ความน่าสนใจคือบริเวณ Common Area หน้ากว้างรับแสงธรรมชาติและเปิดรับวิวได้เต็มที่ ส่วนห้องนอนใหญ่ (Master Bedroom) จัดมาให้ถึง 2 ห้องที่มีจุดเด่นต่างกัน ห้องแรกเป็นห้องมุม ได้กระจกเข้ามุมทั้ง 2 ฝั่งทำให้ภายในห้องโปร่งโล่ง ส่วนอีกห้องมีระเบียงส่วนตัวพร้อมห้องน้ำแบบ Sexy Bath

วัสดุ

วัสดุที่ได้ตามราคาที่จ่ายค่ะ รูปแบบการขายเป็น Fully Fitted โดยสิ่งที่ได้มีชุดครัวครบชุด พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า Built-in ทั้งหมดจาก Teka ทั้ง Microwave ตู้เย็นและ Hob & Hood สุขภัณฑ์ห้องน้ำจาก TOTO และอุปกรณ์ห้องน้ำทั้งหมดจาก Grohe ในส่วนของพื้นห้องเป็น Engineering Wood หนา 14 มม. และพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินธรรมชาติ

สิ่งที่ชอบเพิ่มเติมคือการตกแต่งฝ้าเพดานแบบ Indirect Light ให้เยอะทีเดียวค่ะ สร้างบรรยากาศภายในห้องได้ดี รวมไปถึงฝ้าเพดานสูง 2.7 ม. ช่วยให้ห้องโปร่งโล่งมากขึ้น

สาธารณูปโภค

ถือว่าให้มามาตรฐานทั่วไปค่ะ มี Facilities อย่างสระว่ายน้ำ ฟิตเนส Lobby และ Library Corner ครบครัน ขนาดโดยรวมกะทัดรัดตามขนาดโครงการที่มีจำนวนยูนิตไม่มาก

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 185,000 บาท/ตร.ม., 1 August 2018

  • ทำเล 7.5/10 – ตั้งอยู่ในย่านทองหล่อ-เอกมัยฝั่งเลขคู่ บรรยากาศเงียบสงบ
  • เดินทางด้วยรถ 8.5/10 – สะดวกอยู่ในซอยย่อยที่ลัดเข้าถนนใหญ่ได้ทั้งสุขุมวิทและพระราม 4 ให้ที่จอด 125%
  • ไม่ใช้รถ 7/10 – ห่างจากรถไฟฟ้า 700 ม. หลุดระยะเดินแต่เรียกรถสาธารณะได้ไม่ยาก
  • วัสดุ 7.5/10 – ให้มามาตรฐานตามราคาขาย รูปแบบ Fully Fitted
  • แบบ 8/10 – เน้นความเป็นส่วนตัว ยูนิตน้อยและ Private Lift Hall แบบห้องจัดพื้นที่ลงตัว
  • สาธารณูปโภค 7/10 – ให้มาครบ ขนาดกะทัดรัดตามขนาดโครงการ
  • LUXURY CLASS
  • 7.58 / 10.00

BOTTOM LINE

โครงการ Mieler สุขุมวิท 40 เหมาะกับครอบครัวขนาด 3-4 คน มองหาคอนโดพื้นที่เยอะใจกลางเมืองย่านทองหล่อ-เอกมัย ได้ความเป็นส่วนตัวสูงด้วยยูนิตน้อยและ Private Lift ในราคาเริ่มต้น 18.5 ล้านบาท

Share

Leave a Reply