BAAN 365 พระราม 3 บ้านเดี่ยว 3 ชั้น และทาวน์โฮม 4 ชั้นครึ่ง บนถนนวงแหวนอุตสาหกรรม จาก LPN [รีวิวฉบับที่ 1627]

July 16, 2018 08:130 comments

รีวิวฉบับที่ 1627 สวัสดีค่ะ คุณผู้อ่าน Thinkofliving ทุกท่าน นานมากเเล้วนะคะที่เราไม่เห็นโครงการบ้านเเนวราบบนทำเลพระราม 3 และคงไม่บ่อยนัก ที่เราจะเห็น LPN เจาะตลาดกลุ่ม Premium แบบนี้ BAAN 365 พระราม นี้จึงเป็นโครงการล่าสุดจาก LPN ที่หลายๆคนจับตามองเลยว่า Mixed Products ที่มีทั้งบ้านเดี่ยวเเละทาวน์โฮมอยู่ในโครงการเดียวกัน และทำออกมาในระดับ Luxury to Super Luxury Class นี้จะออกมาเป็นอย่างไร เรามีรีวิวฉบับเต็มของโครงการ BAAN 365 พระราม 3 มาฝากกัน เราไปชมภาพบรรยากาศ และรายละเอียดต่างๆกันได้เลยค่ะ

Fact @ 10 July 201

  • BAAN 365 RAMA III (บ้าน 365)
  • บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
  • SUPER LUXURY CLASS สำหรับบ้านเดี่ยว และ LUXURY CLASS สำหรับทาวน์โฮม   (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ยานนาวา
  • เนื้อที่โครงการ 22-0-14.80 ไร่ จำนวน 99 ยูนิต
  • บ้านเดี่ยว 3 ชั้น 
    • The Pavilion Villa ที่ดิน 102 ตร.วาขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 480+45 ตร.ม. 4 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ 
    • The Pool Villa ที่ดิน 75 ตร.วาขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 480 ตร.ม. 4 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ
    • The Garden Villa ที่ดิน 56.7 ตร.วาขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 350 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ 
  • ทาวน์โฮม 4 ชั้นครึ่ง 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
    • The Corner ที่ดิน 34.6 ตร.วาขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 320-325 ตร.ม. 
    • The Center ที่ดิน 26.40 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 310 ตร.ม. 
  • ที่ดินแปลงมาตรฐาน 26.4 และ 56.7 ตร.วา
  • ราคาเริ่มต้น 18 ล้านบาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง สิงหาคม ปี 2560
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ กรกฎาคม 2563
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • โทร  : 02-689-6888

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด :​13.675668, 100.539562

แผนที่จากทางโครงการ เราจะเห็นว่าโครงการ BAAN 365 พระราม 3 นี้จะตั้งอยู่ระหว่างถนนวงเเหวนอุตสาหกรรม ถนนพระราม 3 และถนนยานนาวา ซึ่งใกล้กับสะพานภูมิพล 1 ที่เมื่อข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยานี้ไปก็จะเจอกับบางกระเจ้า พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ เปรียบเสมือนปอดแห่งใหม่ใกล้กรุงเทพ นอกจากนี้บนถนนพระราม 3 ยังเป็นเส้นทางการเดินรถ BRT รถสาธารณะ ที่มี Fast Lane สามารถใช้เดินทางเข้าเมืองไปยังสาทรได้ และยังใกล้กับทางด่วนศรีรัช ทางด่วนเฉลิมมหานครอีกด้วยค่ะ

เนื่องด้วยถนนพระราม 3 ตลอดแนวเส้นทางจะเป็นพื้นที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา อีกทั้งยังจัดเป็นย่านธุกิจที่สำคัญย่านหนึ่ง สังเกตในจากอาคารสำนักงานมากมายที่กระจายตัวกันอยู่ในพื้นที่ถนนพระราม 3 ตลอดแนวเส้นทาง ส่วนในด้านของความอุดมสมบูรณ์ในภาพกว้างแล้ว บริเวณในย่านนี้ก็มีทั้งห้างสรรพสินค้า ตลาด คอมมูนิตี้มอลล์ สามารถเดินทางไปถนนเจริญกรุง เพื่อไปเดินเล่นช้อปปิ้งที่ เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ (ASIATIQUE The Riverfront) แหล่งช็อปปิ้ง ร้านอาหาร และความบันเทิงริมน้ำที่เป็นที่นิยมของคนไทยและชาวต่างชาติได้

สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวนั้นจัดว่าเป็นการเดินทางหลักของโครงการนี้นะคะ ซึ่งถือว่ามีความสะดวกดีทีเดียว เนื่องจากโครงการอยู่ไม่ไกลจากถนนใหญ่อย่างถนนพระราม 3 และอยู่ไม่ไกลจากจุดขึ้นลงทางด่วนค่ะ ด้วยศักยภาพของถนนพระราม 3 นี้ เป็นถนนที่มีลักษณะเฉพาะตัวสูง โดยจะเป็นถนนที่เลียบขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยา ตามส่วนโค้งของแม่น้ำเลย ถ้าสังเกตจากในภาพด้านบน ถนนพระราม 3 จะเป็นถนนที่ยาวพอสมควรทีเดียว และการที่ถนนพระราม 3 นี้มีถนนเส้นอื่นๆวิ่งมาชนหลายเส้น ทำให้โครงการจะมีตัวเลือกในการเดินทางค่อนข้างเยอะ สามารถมีทางเลี่ยงทางลัดในการหนีรถติดได้ค่อนข้างดี และถ้าใครวิ่งเส้นพระราม 3 บ่อยๆจะพบว่าเป็นถนนที่รถไม่ค่อยติด เนื่องจากรถจะถูกระบายออกไปทางถนนเส้นอื่นๆ ยกเว้นแยกที่จะเลี้ยวไปสะพานภูมิพลในช่วงเร่งด่วน และถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ถนนสาธุประดิษฐ์นี้รถติดนี้จะรถติดนะคะ

  1. ถนนเจริญกรุง เป็นถนนที่ตัดจากพระราม 3 วิ่งขนานแม่นำ้เจ้าพระยา ทะลุไปเรื่อยๆจะ ไปเจอถนนจันทน์, สาทร, สีลม, สุรวงศ์, สี่พระยา จนไปถึง พระราม 4 แถวๆหัวลำโพง และต่อไปทางเยาวราช เส้นนี้รถติดหน่อย ถนนแคบ แต่ก็จะผ่านสถานที่สำคัญๆหลายอย่าง เช่น Asiatique, วัด, โรงแรมหรูริมน้ำ และ โรงเรียนดัง อีกหลายแห่ง
  2. ถัดมาเป็น ถนนเจริญราษฎร์ เป็นถนนเส้นสั้นๆที่ตัดจากพระราม 3 ไปยังถนนสาทร โดยจะผ่านถนนจันทน์ ถนนเส้นนี้จะมีความสำคัญตรงที่มีจุดขึ้น-ลงทางด่วนถนนจันทน์ด้วย แถมรถไม่ค่อยติด เมื่อเทียบกับเจริญกรุงหรือรัชดา และถ้าจะไปขึ้น สะพานสาทร(ตากสิน) ใช้เส้นนี้จะสะดวกเลยค่ะ
  3. ถนนรัชดาภิเษก  ซึ่งจะเป็นถนนที่มีทางด่วนและ สะพานพระราม 9 อยู่คู่ขนานทางด้านบน ถนนรัชดานี้จะอำนวยความสะดวกให้กับโครงการมาก เพราะจะตัดผ่านถนนหลายเส้น ทั้งถนนสาธุประดิษฐ์, ถนนนราธิวาสฯ, ถนนนางลิ้นจี่, ผ่านถนนเชื้อเพลิง, ห้าแยก ณ ระนอง, แยกคลองเตย วิ่งไปจนถึงอโศกได้ แถมยังผ่านจุดขึ้นลงทางด่วนอีกถึง 3 จุดด้วยกัน คือ ด่านบางโคล่ กับ ด่านสาธุประดิษฐ์ และ ด่านพระราม 3 การเข้าออกถนนเส้นนี้สามารถทำได้หลายทาง แต่ก็เป็นเส้นที่รถติดพอสมควรทีเดียวและที่ถัดจากถนนรัชดามา ก็จะมีถนนใหญ่ๆอีกสองเส้นคือ
  4. ถนนสาธุประดิษฐ์ ที่ตัดมาจากถนนจันทน์ (จริงๆใกล้ๆกันจะมีถนนยานนาวาหรือสาธุฯตัดใหม่อีกเส้นหนึ่ง) เส้นนี้ส่วนใหญ่จะใช้สำหรับคน Local เป็นหลัก แต่แถวๆแยกสาธุฯตัดถนนจันทน์ ของกินเพียบเลย
  5. ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ตัดมาจากสาทร โดยจะอยู่ไกลสุดของถนนพระราม 3 ผ่านโค้งเกือกม้าไปแล้ว และถนนวงแหวนอุตสาหกรรม เองที่เป็น “ถนน” พิเศษ ที่ตัดจากถนนพระราม 3 ไปเชื่อมกับ สะพานวงแหวนอุตสาหกรรม หรือ สะพานภูมิพล 1-2 เป็นเส้นทางลัด ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านบางกระเจ้า ไปลงสมุทรปราการได้ และสามารถวิ่งต่อไปยังถนนวงแหวนรอบนอกด้านใต้ ออกนอกเมืองไปได้เลย ถือเป็นเส้นทางพิเศษเฉพาะตัวสำหรับถนนเส้นนี้ ที่สะดวกในการไปสมุทรปราการ แบบที่ by-pass ทุกอย่าง ไม่ต้องไปรถติดบนเส้นสุขุมวิทเลย

ในส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะนั้นก็จะไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่นัก เนื่องจากถนนพระราม 3 นี้เแม้จะมี BRT คอยให้บริการอยู่ แต่ก็อยู่ในระยะที่เดินลำบาก เนื่องจากโครงการจะอยู่บนถนนวงเเหวนอุตสาหกรรมซึ่งไม่ใช่พระราม 3 หลัก เราอาจต้องใช้บริการเรียกรถผ่าน Application ต่างๆแทนค่ะ

สำหรับความอุดนสมบูรณ์รอบๆทำเลนี้จะมีทั้งร้านอาหารริมเเม่น้ำเจ้าพระยา โรงเรียน และสำนักงานขนาดใหญ่แทรกตัวอยู่ระหว่างที่พักอาศัย เช่น ธนาคารกรุงศรีสำนักงานใหญ่ และ I.C.C(บริษัทสหพัฒน์) อีกทั้งยังมี Community Mall อย่าง Int-intersect ที่สามารถเดินทางไปได้ใช้เวลาไม่เกิน 1o นาที หรือจะเป็นห้างสรรพสินค้าอย่าง Central พระราม 3 ใกล้ๆกันก็จะมีดิอัพ เเละTesco Lotus อยู่ โดยภาพรวมนับว่าเป็นทำเลที่ผสมความเป็นที่อยู่อาศัยเเละสำนักงานเข้าไว้ด้วยกันค่ะ

สำหรับเส้นทางการเดินทางในวันนี้เราจะเริ่มจากถนนพระราม 3 นะคะ สำหรับทำเลนี้ โครงการBAAN 365 พระราม 3 จะตั้งอยู่บนถนนวงเเหวนอุตสาหกรรม ซึ่งทางเข้าจะอยู่ใต้สะพานภูมิพล 1 เราจึงจะต้องเลี้ยวไปยังถนนยานาวากันก่อน เพื่อเลี้ยวซ้ายตัดเข้าไปยังเส้นวงแหวนอุตสาหกรรม ก่อนจะถึงโครงการทางซ้ายมือค่ะ

สำหรับเส้นทางการเดินทางเราจะเริ่มจากถนนพระราม 3 นะคะ มาจากเส้นพระราม 4 เจอแยกที่เลี้ยวขวาเข้าถนนยานนาวาก็ให้เลี้ยวขวาเลย ทางเลี้ยวจะอยู่ก่อนธนาคารกรุงศรี

พอเลี้ยวขวามาเราจะมาอยู่บนถนนยานนาวานะคะ ถนนยานนาวานี้จะไปตัดกับถนนวงแหวนอุตสาหกรรมด้านหน้า

ขับตรงมาเรื่อยๆเราจะเจอสี่เเยก ถนนเส้นที่ตัดผ่านนี้คือถนนวงเเหวนอุตสาหกรรม เราก็ชิดซ้ายเลี้ยวซ้ายไปเลย บริเวณนี้จะมีรถสองแถวจอดเรียงอยู่

พอเลี้ยวมาเราจะอยู่บนถนนวงแหวนอุตสาหกรรมเเล้ว ให้เราขับตรงไปอย่างเดียวเลย

ทางเข้าโครงการจะอยู่ทางซ้ายมือค่ะ ทางโครงการมีการจัดพื้นที่ทางเข้าให้โล่งดูปลอดภัย และฝั่งตรงข้ามที่เป็นพื้นที่ใต้สะพานลอยก็มีแนวต้นไม้มาตั้งเรียงไว้ให้ดูเรียบร้อยขึ้นค่ะ

ถึงโครงการ BAAN 365 พระราม 3 แล้ว เเลกบัตรเข้าโครงการได้เลย

ตัว Sales Gallery จะอยู่ตรง Clubhouse ของโครงการ เข้ามาจะอยู่ฝั่งขวามือค่ะ

สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการ

ตัวโครงการ BAAN 365 พระราม 3 รอบๆจะเป็นที่ดินเปล่า ทำเป็นที่พักอาศัยบ้าง สำนักงานบ้าง โกดังเก็บของบ้าง โดยส่วนมากเป็นอาคารเดิมอยู่เเล้ว

  • ทิศเหนือ ติดกับที่พักอาศัย 1-2 ชั้น,ที่ดินเปล่า และสำนักงาน
  • ทิศใต้ ติดกับที่ดินเปล่า, โครงการลุมพินีเพลส, ตึกแถว 3-4 ชั้นและอาคารสูง 8 ชั้น
  • ทิศตะวันออก ติดกับถนนวงเหวนอุตสาหกรรม , สะพานภูมิพล 1 และที่พักอาศัย 3-4 ชั้น
  • ทิศตะวันตก ติดกับที่พักอาศัย 1-2 ชั้นและตึกแถว 3-4 ชั้น

ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ติดกับ Sale Gallery โครงการลุมพินี เพลส พระราม 3 – ริเวอร์ไรน์

ทิศตะวันออกติดกับถนนวงแหวนอุตสาหกรรม และสะพานภูมิพล 1

ทิศตะวันออก หน้าโครงการ ติดกับร้านขายของข้างทางและที่พักอาศัย 3-4 ชั้น

ทิศตะวันออก ฝั่งตรงข้ามถนน มีลานกีฬาเอนกประสงค์ใต้สะพานภูมิพล 1

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น 

  • ห้างสรรพสินค้า
    • Int Intersect ~ 1.9 km.
    • เซ็นทรัล พระราม 3 ~ 3.6 km.
    • The Up ~ 4.2 km.
    • Tesco Lotus พระราม 3 ~ 4.7 km.
    • โฮมโปร พระราม 3 ~ 5.3 km.
    • Makro สาทร ~ 5.3 km.
    • Asiatique The  Riverfront ~ 7.6 km.
    • Robinson บางรัก ~ 9.7 km.
  • โรงพยาบาล
    • โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ~ 7.1 km.
    • โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ~ 7.3 km.
    • โรงพยาบาลเลิดสิน ~ 8.2 km.
    • โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ~ 8.2 km.
    • โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ~ 8.3 km.
  • สถานศึกษา
    • โรงเรียนเจ้าพระยาวิทยาคม ~ 2.9 km.
    • โรงเรียนสารสาสน์พัฒนา ~ 3.4 km.
    • โรงเรียนสารสาสน์พิทยา ~ 3.7 km.
    • โรงเรียนสารสาสน์เอกตรา ~ 3.7 km.
    • โรงเรียนนานาชาติสาทรใหม่ ~ 4.1 km.
    • โรงเรียนเซนต์ยอแซฟ ยานนาวา ~ 4.4 km.
    • โรงเรียนพระแม่มารีสาธุประดิษฐ์ ~ 4.8 km.
  • ร้านอาหาร
    • บัวริมแม่น้ำ ~ 2.4 km.
    • เสวยริเวอร์วิว ~ 2.5 km.
    • หัวปลาช่องนนทรี ~ 2.8 km.
    • บ้านกลางน้ำ ~ 3.3 km.
    • บุรีธารา ไวน์ บาร์ แอน์ เรสเอตร์รองท์ ~ 3.3 km.
    • โรงเบียร์เยอรมันตะวันเเดง พระราม 3 ~ 3.6 km.
    • Early Bite Cafe ~ 3.7 km.
    • Green Republic ~ 3.9 km.
    • ไก่ย่างกลางกรุง ~ 5.6 km.


เจาะลึกตัวโครงการ

 

BAAN 365 พระราม เป็นโครงการที่พักอาศัยเเนวราบ ของ LPN ตั้งอยู่บนถนนวงแหวนอุตสาหกรรม ทำเลพระราม 3 ใกล้สะพานภูมิพล 1 โครงการตั้งอยู่บนที่ดินขนาดประมาณ 22 ไร่ ประกอบไปด้วยพื้นที่ส่วนกลาง โซนบ้านเดี่ยว 3 ชั้น จำนวน 41 ยูนิต และโซนทาวน์โฮม 4 ชั้นครึ่ง จำนวน 58 ยูนิต รวมเป็นทั้งหมด 99 ยูนิต โดยทั้ง 2 โซนมีทางเข้าเฉพาะเเยกออกจากกัน แต่สามารถใช้งานพื้นที่ส่วนกลางร่วมกันได้ค่ะ

โครงการนี้ถูกออกแบบด้วยแนวคิด Simply Luxurious คือออกแบบเรียบง่ายแต่ดูสง่างาม สร้างด้วยความพิถีพิถันด้วยวัสดุที่ดูแข็งเเรงทนทาน การออกแบบตัวบ้านทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมมีการเชื่อมต่อพื้นที่ต่างๆทั้งภายในและภายนอก มีพื้นที่ใช้งานที่เป็น Semi-outdoor ให้สามารถใช้งานได้อย่างใกล้ชิดกันธรรมชาติให้มากที่สุด โดยคำว่า 365 นี่มาจาก 365 วัน คือบ้านที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้ตลอด 365 วัน และสามารถใช้ร่วมกันได้ทุก Generation โดยเน้นพื้นที่ใช้สอยที่ไม่อึดอัดจนเกินไป และมีรายละเอียดที่ออกแบบเพื่อให้ผู้อาศัยสามารถใช้งานได้ยังแก่เฒ่าไปพร้อมๆกันได้

สำหรับการวางผัง  เมื่อผ่านป้อมยามจากถนนวงเเหวนอุสาหกรรมเข้ามา จะเจอกับพื้นที่ส่วนกลางก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะเเยกไปยังส่วนบ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮม ข้อดีคือเราสามารถใช้พื้นที่ส่วนกลางนี้ได้โดยไม่ไปรบกวนส่วนพักอาศัย สามารถนัดเพื่อนมานั่งคุยเล่นหรือนัดประชุมงานก็ได้ ทำให้ส่วนพักอาศัยมีความเป็นส่วนตัว อีกทั้งถึงแม้ว่าโครงการนี้จะมีทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม แต่ทางโครงการจัดผังให้อยู่แยกกันนะ และแยกทางเข้าออกให้ด้วยเป็น Triple Gate ไปเลย จึงถือว่าเป็นส่วนตัวมากๆ ตัวบ้านวางผังในแนวทิศเหนือ-ใต้ ซึ่งเป็นทิศที่ไม่ได้รับแดดร้อนในตอนบ่าย มีการจัดเรียงบ้านเป็นบล็อกๆแต่ละบล็อกยูนิตไม่เยอะ ทำให้ไม่อึดอัดค่ะ โดยพื้นที่ส่วนกลางนี้จะคิดค่าส่วนกลางอยู่ที่ 100 บาทต่อ ตร.วา  ต่อเดือน เดี๋ยวเราจะพาไปดูบรรยากาศรอบๆของพื้นที่ส่วนกลางกันก่อน ก่อนที่จะไปยังส่วนที่เป็นบ้านพักอาศัยนะคะ

เริ่มมาจากทางเข้าหลักของโครงการ BAAN 365 พระราม 3 จากถนนใหญ่เราจะเห็นซุ้มประตูทางเข้าที่เรียบๆ แต่สูงใหญ่เเบบในภาพ ทางเข้าจะมีทั้งส่วนของทางเดินรถ และทางเดินเท้า มีการจัด Landscpae ไว้ทั้งสองข้างทาง โดยตัวซุ้มประตูทางเข้านี้จะถูกวางในตำแหน่งที่ลึกเข้าไปจากถนนประมาณหนึ่ง เพื่อเว้นระยะให้เพียงพอสำหรับรถที่จอดรอระหว่างที่ทางคุณรปภ. วอเช็กกับทางบ้านว่าอนุญาตให้คนที่มาหาเข้าไปได้หรือไม่

ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าทางเข้าซ้ายมือจะมี 2 เลนสำหรับผู้มาติดต่อ 1 เลน และลูกบ้านอีก 1 เลน ส่วนทางออกจะมีอยู่เลนเดียวค่ะ ตรงกลางเป็นป้อมยาม การออกแบบตรงนี้จะเน้นความสูงที่ทำให้ดูโปร่ง โอ่อ่า สง่างาม

ทางเข้ามีป้ายชื่อโครงการ BAAN 365 พระราม 3 บอกไว้ชัดเจน

ทางซ้ายมือเมื่อมองเข้าไปยังโครงการจะมีทางเดินเท้า และทางจักรยานไว้ให้ด้วย

การเข้าออกสามารถทำได้โดยการใช้ Key Card Access แบบ Easy pass คอยสั่งให้ไม้กั้นกระดกปิดเปิด ส่วนผู้มาติดต่อนั้นก่อนที่จะได้เข้าไปในโครงการจริงๆ ทางรปภ.จะให้แลกบัตรไว้ และจะมีการแจ้งกับทางลูกบ้านก่อนว่ามีผู้มาติดต่อ สามารถให้เข้าไปยังบ้านได้เลยหรือไม่ หรือจะเเค่มานั่งติดต่อ คุยงานกันที่ส่วนกลางเท่านั้น ตรงข้างป้อมยามนี้จะมีกล้องวงจรปิดติดไว้ด้วยค่ะ

หลังจากที่เราข้ามาได้เเล้ว จะเป็นถนนใหญ่กว้าง 13 เมตรพาเราไปยังส่วนกลางที่ตั้งอยู่ทางขวามือ ซึ่งจะอยู่ตรงข้ามกับทางเข้าส่วนทาวน์โฮมทางซ้ายมือ ส่วนทางเข้าบ้านเดี่ยวจะต้องตรงไปค่ะ จากภาพเราจะเห็นอาคารสำนักงานของธนาคารกรุงศรีได้ชัดเจนเลย เนื่องมาจากรอบๆโครงการจะเป็นอาคารเเนวราบแทบทั้งสิ้นค่ะ

หลังจากเข้ามาทางขวามือจะมีที่จอดจักรยาน โดยลูกบ้านสามารถปั่นจักรยานออกมาจอดบริเวณนี้ เพื่อมาใช้งาน Clubhouse หรือออกไปข้างนอกได้

ทางขวามือจะเป็นสวนหย่อมก่อนและเป็นอาคาร Clubhouse สูง 3 ชั้นค่ะ

พื้นที่สวนจะมีทางเดินรอบๆ เราสามารถมาเดินข้างๆ สามารถมาเดินออกกำลังกายหรือพาลูกๆมาวิ่งเล่นได้

ทางเดินจะมีระดับที่แตกต่างกัน และมีต้นไม้ใหญ่ปลูกทั้งสองฝั่งของทางเดิน ทำให้สวนตรงนี้ดูร่มรื่น และสามารถเดินเชื่อมไปยังอาคารส่วนกลางได้ค่ะ โดยพื้นที่บริเวณหน้าป้ายโครงการจะมีการลดระดับเป็นที่นั่งและทางเดิน สามารถปรับพื้นที่บริเวณนี้ทำกิจกรรมหรือ Workshop จากทางโครงการก็ได้นะคะ

สุดทางเดิน ติดกับตัวอาคาร จะมีพื้นที่สำหรับสนามเด็กเล่นเล็กๆ สีสันสดใส เตรียมไว้ให้คุณหนูๆมาวิ่งเล่นได้

กลับมาที่ถนนใหญ่ ก่อนถึงตัวอาคาร Clubhouse ทางซ้ายมือจะเป็นทางเข้าไปยังส่วนทาวน์โฮม ถ้าสังเกตดีดีเราจะเห็นว่าโครงการนี้เดินสายไฟให้ใต้ดินค่ะ ภายในโครงการจึงดูเรียบร้อย สะอาดตา

ทางเข้าส่วนทาวน์โฮมจะมีป้อมยามตรงกลางแยกส่วนเข้า-ออกคนละฝั่ง และมีทางเดินเท้าทั้งสองฝั่ง

มีรั้วเลื่อนอัตโนมัติ เปิดปิดด้วย Key Card Access

มายังส่วนของ Clubhouse กันบ้าง ตัวอาคารจะสูง 3 ชั้น โดยที่ชั้น 1 เป็นที่จอกรถและสำนักงานนิติบุคคล ชั้นสองเป็นสระว่ายน้ำ ห้องนั่งเล่นหรือ lobby ส่วนกลาง (ปัจจุบันเป็น Sale Gallery)  ห้องน้ำและล็อกเกอร์ ส่วนชั้น 3 มี Fitness, Multi purpose room และพื้นที่นั่งเล่นชั้นดาดฟ้า

ทางขึ้นจะสามารถขึ้นได้จากทางที่จอดรถ(มีลิฟท์ให้บริการ) หรือจะเดินขึ้นไปจากทางด้านหน้าโดยตรงเลยก็ได้นะคะ

มาดูที่จอดรถกันก่อน เมื่อเราเลี้ยวขวามาในอาคารส่วนกลางเราจะเจอที่จอดรถและสำนักงานนิติบุคคลตามที่บอก

ห้องสำนักงานนิดิบุคคลจะอยู่ทางขวามือ

ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นที่จอดรถ ซึ่งที่จอดรถก็จะมีทั้งที่ส่วนที่จอด Indoor และ Outdoor ค่ะ

บันไดทางขึ้นจะเป็นแบบในภาพ มีไฟติดข้างผนังทางเดินทั้งสองด้าน วัสดุเน้น Texture หินและไม้ เพื่อสร้างความรู้สึกของผู้ใช้งานให้ดูอบอุ่นและใกล้ชิดกับธรรมชาติ

เมื่อขึ้นมาจะเจอกับส่วนทางเข้า Sales Gallery มองไปทางขวามือจะเจอทางเดินเล็กๆ ตรงนี้เราจะเห็นวิวสะพานภูมิพล 1 ด้วยค่ะ

ทางเดินนั้นเป็นทางที่มีบันไดลงไปและสามารถใช้มายังสวนและสนามเด็กเล่นได้

 

พื้นที่ Sales Gallery ในปัจจุบัน เป็นพื้นที่ที่มี Double space ทำให้โถงตรงนี้ดูโปร่งโล่งหรูหรา ผนังด้านข้างเป็นกระจก แต่มีการออกแบบ Facade ด้านนอกที่ช่วยกรองเเสงทางด้านบน ทำให้ภายในห้องไม่ร้อนจนเกินไป สามารถใช้งานได้สบายมากขึ้น

ซึ่งเมื่อโครงการได้ปิดการขายครบจบเรียบร้อยเเล้ว พื้นที่ตรงนี้จะถูกปรับเป็น Lobby กลางของโครงการ ลูกบ้านสามารถนัดแขกหรือผู้มาติดต่อให้อยู่บริเวณนี้อย่างเดียวก็ได้ ถ้าไม่สะดวกที่จะให้เข้าบ้าน จากภาพจะเห็นประตูทางซ้ายมือที่เชื่อมไปยังทางเดินไปยังห้องน้ำ ลิฟท์ และสระว่ายน้ำค่ะ

บริเวณทางเดินที่จะไปยังส่วนสระว่ายน้ำ(ทางซ้ายมือ) จะมีเเนวกำแพงและต้นไม้กั้นบังสายตา เพื่อให้คนที่ใช้งานสระว่ายน้ำมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นขณะใช้งาน (การวางตำแหน่งสระว่ายน้ำไว้ชั้น 2 ก็เช่นกัน จะช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ) ส่วนทางขวามือของทางเดินจะเป็นบันไดขึ้นชั้น 3 ลิฟท์ และห้องน้ำ ที่มีล็อกเกอร์อยู่ด้านใน แนวทางเดินมีหลังคาปกคลุม แต่ในกรณีที่ฝนตก พื้นที่ตรงนี้ก็มีส่วนที่ฝนจะสาดเข้ามาอยู่ด้วย แต่ถ้าเราสังเกต พื้นทั้งสองฝั่งที่มีหินล้างโรยอยู่ จะเป็นตำแหน่งที่ช่วย Drain น้ำ ไม่ให้นองพื้นบริเวณนี้ได้

ซ้ายมือเดินขึ้นนิดหน่อยก็จะเป็นส่วนสระว่ายน้ำแล้วค่ะ

สระว่ายน้ำของที่นี่จะเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ มีขนาด 14.50×5.35 เมตร ลึก 1.20 เมตร มีพื้นที่ Deck ไม้นั่งชิลริมสระ

จากทางขึ้น ฝั่งขวามือจะเป็นพื้นที่ล้างตัวก่อนลงสระ เป็น Rain Shower ให้ สามจุดแบบนี้

รายละเอียดการลดระดับและรอยต่อของวัสดุไม้และกระเบื้องเรียบร้อยสวยงามดีค่ะ

ตรงข้ามจุดล้างตัวจะเป็นทางเดินไปยังที่นั่งอีกจุดหนึ่งริมสระ

เป็นที่นั่งในร่ม อยู่กลางน้ำแบบนี้ ได้บรรยากาศผ่อนคลายในพื้นที่ที่มีความเป็นส่วนตัวเช่นกัน

และมีเตียงที่ตั้งอยู่บนสระว่ายน้ำให้นั่งเล่นอีกด้วย

ฝั่งตรงข้ามสระว่ายน้ำจะเป็นห้องน้ำค่ะ โดยจะแยกห้องน้ำชายหญิง และมีห้องน้ำสำหรับผู้พิการให้หนึ่งห้องข้างๆลิฟท์

บรรยากาศภายในห้องน้ำหญิงจะตกแต่งด้วยลายหินอ่อนแบบนี้ มีกระจกบานใหญ่รับเเสงธรรมชาติ

ด้านในจะมีห้องน้ำ 2 ห้อง และห้อง Locker ค่ะ

ชุดอ่างล้างมือเป็นเเบบฝังใต้เคาน์เตอร์

ภายในห้องน้ำชาย เนื่องจากมีช่องแสงจากหน้าต่างจึงทำให้บรรยากาศภายในห้องดูโปร่งและสว่างค่ะ อีกทั้งยังช่วยระบายอากาศได้ด้วย

และห้องน้ำคนพิการที่อยู่ข้างๆลิฟท์

ไม่มีการลดระดับพื้น สามารถเข็นรถเข้าออกได้ บานประตูเป็นบานเลื่อน ด้านในมีพื้นที่พอสำหรับการหมุนรถเข็นรอบๆ และมีราวจับอำนวยความสะดวกให้พร้อมค่ะ

เดินขึ้นมายังชั้น 3 นะคะ ซ้ายมือจะเป็นห้อง Fitness ที่ให้บริการตั้งแต่0.60-22.00 น. ค่ะ ส่วนทางขวามือจะเป็น Multi-Purpose room

ภายในห้องฟิตเนสจะมีเครื่องเล่นให้ 11 เครื่องแบบในภาพ ผนังฝั่งนึงจะเป็นกระจก

มองไปสุดทางจะเป็นผนังกระจก มองไปยังพื้นที่ที่เป็น Sales Gallery ได้ มีการปูเเผ่นยางใต้เครื่องเล่น ลดการกระเเทกเมื่อใช้งานค่ะ

อีกฝั่งนึงเป็นกระจกที่สามารถมองไปยังวิวสระว่ายน้ำและภายในโครงการได้

ได้วิวสระว่ายน้ำเเบบนี้ และเห็นด้านหลังของอาคารทาวน์โฮมฝั่งตรงข้ามค่ะ

เมื่อเดินไป ทางขวามือจะเป็นลิฟท์ และ Multi-Purpose Room ส่วนทางซ้ายมือเป็นพื้นที่นั่งเล่นอีกจุดค่ะ

บริเวณชั้น 3 นี้จะมีห้องน้ำ ชาย-หญิงให้อย่างละห้องนะคะ ตั้งอยู่บริเวณโถงลิฟท์

Multi-Purpose Room  จะเป็นห้องโล่งๆให้ มีPantry เตรียมอาหารเเละโต๊ะสำหรับ 6 ที่นั่งไว้ให้ เราสามารถใช้พื้นที่บริเวณนี้ในการจัดปาร์ตี้ได้ โดยไม่ไปรบกวนพื้นที่ในบ้านตัวเอง

มีอุปกรณ์ต่างๆเเละปลั๊กไฟไว้ให้พร้อมเพรียง สามารถมาจัด Party ตรงนี้ได้ พื้นที่ก็แยกออกมาเป็นสัดส่วน ไม่รบกวนการใช้งานของพื้นที่อื่นๆด้วยค่ะ

ฝั่งตรงข้ามห้อง Multi-Purpose เป็นที่นั่งเล่นพักผ่อนอีกจุดนึงที่บอก

บรรยากาศจะได้เเบบนี้ มีชุดที่นั่งมาให้ตรงนี้มีลมพัดผ่านตลอดเวลาเพราะผนังเป็นอิฐบล็อกที่มีรูตรงกลาง ทำให้ลมพัดผ่านได้ โดยอิฐนี้เป็นงานสั่งทำพิเศษจากทางโครงการค่ะ

ฝั่งนึงจะเห็นวิวสระว่ายน้ำ

กลับมาที่ถนนหลักของโครงการกันอีกครั้งนะคะ เลย Club House มาจะเจอทางเข้าโซนบ้านเดี่ยว ซึ่งจะเลยคลองเล็กๆที่ตัดผ่านโครงการไป

มีการทำรั้วเเละเเนวกำแพงบังตา แต่บริเวณคลองที่ผ่านไม่ได้มีกลิ่นไม่พึงประสงค์อะไรพวกนี้เท่าไหร่ และมีต้นไม้รอบๆ ไม่ได้เป็นคลองเน่าหนอนนะคะ

เลยคลองมาก่อนถึงประตูทางเข้าโซนบ้านเดี่ยว ทั้งสองฝั่งจะมีพื้นที่สวนเล็กๆตามภาพ มีที่นั่งข้างๆให้ด้วย

ในส่วนของทางเข้าโซนบ้านเดี่ยวก็จะมีป้อมยามตรงการ และประตูรั้วเลื่อนอัตโนมัติ เข้า-ออกโดยใช้ Key Card Access แบบ Easy pass เช่นเดียวกันกับทางเข้าโซนทาวน์โฮมค่ะ

มีประตูแยกไว้สำหรับทางเดินคนให้มาด้วย

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Double gate มีป้อมยามทั้งหมด 3 จุด ทางเข้าโครงการ 1 จุด และทางเข้าโซนบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม โซนละ 1 จุด
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก หน้าโครงการ และประตูรั้วบานเลื่อนที่ทางเข้าโซนบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม
  • Key Card Access  ระยะไกล, รีโมท, Card+Bluetooth
  • ถนนหลักกว้าง 13 ม. และถนนภายในกว้าง 9.5 ม. วัสดุพื้น คสล.ทับหน้าด้วยแอลฟัสต์
  • ระบบ CCTV ทั้งหมด 65 จุด รวมใน Clubhouse
  • รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 14.50×5.35 เมตร ลึก 1.20 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ขนาด 8.40×6.00 ใส่เครื่องออกกำลังกาย ประมาณ 11 เครื่อง
  • สวนสาธารณะ 1 จุด พื้นที่ 265.31 ตร.วา
  • สวนหย่อม 16 จุด พื้นที่ 429.85 ตร.วา
  • สนามเด็กเล่นภายในสวนสาธารณะ
  • ระบบกันขโมย
  • Shock censor 4-6 จุดต่อหลัง
  • Motion censor 2 จุดต่อหลัง
  • CCTV เฉพาะบ้านเดี่ยว 4 จุดต่อหลัง
  • Watch Out  เฉพาะบ้านเดี่ยวแบบ Pool Villa 1 จุดต่อหลัง


Product Walkthrough

โครงการ BAAN 365  อย่างที่เราทราบกันว่าภายในโครงการจะถูกแยกเป็นทั้งแบบบ้านเดี่ยวเเละแบบทาวน์โฮม

ภายในทาวน์โฮม มีทั้งหมด 58 ยูนิต พื้นที่ใช้สอย จะมีขนาดตั้งแต่ 310-325 ตร.ม. มีห้องนอน 4 ห้อง ห้องน้ำ 5 ห้อง และที่จอดรถภายในตัวบ้าน 2 คันค่ะ โดยจะมีแบบให้เลือก 3 แบบคือ

  • The Center ตั้งอยู่แปลงกลาง บนที่ดินแปลงมาตรฐาน 26.4 ตร.วา
  • The Corner ตั้งอยู่บนที่ดินแปลงมุม
  • The Corner (Bay Window) ตั้งอยู่บนที่ดินแปลงมุม และมีผนังในส่วนพื้นที่ Dining Area ยื่นออกไปบนพื้นที่สวนด้านข้างค่ะ ในรีวิวนี้เราจะพาไปดูบ้านตัวอย่างที่เป็นทาวน์โฮมแบบนี้นะคะ เริ่มดูกันตั้งแต่ผังพื้นเลยดีกว่าค่ะ

พื้นที่ชั้น 1 จากทางเข้าบ้านสามารถจอดรถได้ 2 คัน มีประตูสำหรับคนเดินเข้ามาแยกออกมาจากรั้วที่จอดรถ เเละมีการปูพื้นทางเดินที่แยกชิ้นวัสดุออกจากกัน เมื่อเข้ามา เราจะเจอกับพื้นที่เฉลียงทางเข้าบ้าน และประตูทางเข้าที่จะอยู่ตำแหน่งเกือบกึ่งกลางบ้านค่ะ เมื่อเข้าบ้านมาเราจะเจอกับพื้นที่ Double Volume ที่เป็นส่วนของพื้นที่นั่งเล่นรับเเขกก่อน ซึ่งต่อเนื่องไปยังพื้นที่ส่วนรับประทานอาหาร ส่วนอีกฝั่งหนึ่งของตัวบ้านจะเป็นบันไดทางขึ้นชั้น 2 ซึ่งจะอยู่ติดกับทางเข้าบ้าน และมีห้องน้ำที่เป็น Powder room มีห้องเก็บของใต้บันได ในส่วนของฝั่งที่ดินกับหลังบ้านนั้นจะมีประตูบานเลื่อนกั้นพื้นที่ห้องครัวกับพื้นที่ส่วนรับประทานอาหารจากกัน จากภายในตัวบ้าน สามารถเปิดประตูบานเลื่อนออกไปยังพื้นที่ด้านหลังบ้านได้ โดยทางหลังบ้านจะมีพื้นที่ซักล้างที่มีเคาน์เตอร์ซักล้างเตรียมไว้ให้ รวมไปถึงมีแท๊งก์น้ำให้มา​ ณ บริเวณเดียวกัน มีรั้วล้อมรอบพื้นที่เเบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน

เมื่อเดินขึ้นมาจากชั้น 1 จะเจอกับชั้นลอย ที่สามารถมองไปยังพื้นที่นั่งเล่นรับแขก และพื้นที่ส่วนรับประทานอาหารของชั้น 1 ได บนชั้นนี้เป็นพื้นที่อเนประสงค์ สามารถจัดเป็นมุมพักผ่อน อ่านหนังสือ หรือทำงานได้ โดยมีระเบียงหลังบ้านเล็กๆ เปิดเชื่อมต่อไปยังสวนด้านหลัง สามารถใช้ระบายอากาศ รับวิวได้ค่ะ

ขึ้นมายังชั้น 2 ทั้งชั้นจะเป็นส่วนของ Master Bedroom ที่มีขนาดเต็มพื้นที่ ด้านหน้าจะเป็นพื้นที่สำหรับเตียงนอน ส่วนด้านหลังเป็นพื้นที่สำหรับทำเป็น Walk-in Closet และห้องน้ำ ภายในห้องน้ำจะได้อ่างล้างหน้าเเบบ His&Her พื้นที่อาบน้ำมีให้ทั้งแบบฝักบัวที่มี Rain Shower และอ่างอาบน้ำ พื้นที่หลังบ้านไม่ได้มีระเบียง แต่จะเป็นพื้นที่สำหรับวาง Condensing Unit เป็นต้น

ขึ้นมายังชั้น 3 จะเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้อง การจัดพื้นที่ใช้สอยภายในห้องจะได้ใกล้เคียงกัน คือสามารถวางเตียงได้แบบ King Size มีมุมวางตู้เสื้อผ้า และมุมสำหรับจัดเป็นโต๊ะเครื่องเเป้งหรือ Working Station ได้ โดยห้องทางด้านหลังจะมีพื้นที่ภายในห้องที่ดูใหญ่กว่า แต่ห้องทางด้านหน้าจะมีระเบียงเล็กๆให้มาแทน โดยห้องนอนทุกห้องจะมีห้องน้ำภายในตัวหมดเลย

เดินขึ้นมายังชั้น 4 ซึ่งเป็นชั้นสุดท้าย ชั้นนี้จะมีพื้นที่ที่เป็นส่วนของ indoor , Semi-outdoor และ Outdoor มีห้อง Multi-purpose ให้หนึ่งห้อง สามารถจัดเป็นห้องคาราโอเกะ ห้องทำงาน หรือห้องนั่งเล่นได้ มีห้องน้ำที่มีที่อาบน้ำให้ มีพื้นที่ที่เดินท่อน้ำเตรียมไว้ให้ สามารถจัดเป็นPantry ได้เช่นกัน เเละยังมีพื้นที่ภายนอก จัดเป็นสวนบนชั้นดาดฟ้าได้อีกด้วย

พื้นที่ชั้นนี้จะมี Gimmick การออกแบบที่สลับกันไปในแต่ละยูนิตคือ จะสลับพื้นที่ที่เป็นห้อง Multi-purpose ไว้หน้ากับหลัง สลับกันไปในแต่ละยูนิต ซึ่งจะช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัวในการใช้งานอย่างมาก เช่นเสียงจะไม่รบกวนกันระหว่างหลังขณะใช้งานเนื่องจากเป็นพื้นที่เปิด เป็นต้นค่ะ

ตัวทาวน์โฮมออกแบบสไตล์ Modern เน้นสีขาว เทา น้ำตาลเป็นหลัก มีการออกแบบหน้าตาอาคารภายนอก สลับการเล่นวัสดุและการยุบยื่นของอาคาร ลดทอนความสูง Flat ที่น่าเบื่อของอาคารทาวน์โฮมทั่วๆไป

ทางเข้าจะเเยกทางเดินคนออกจากประตูรั้วที่จอดรถ โดยรั้วที่จอดรถจะเป็นบานพับเปิดสุดทั้งสองฝั่ง ส่วนประตูทางเข้าคนจะอยู่ข้างๆกันโดยทางเข้ามีหลังคาปกคลุม

บริเวณประตูทางเข้ามีช่องสำหรับวางขยะอยู่หน้าประตู

เมื่อเปิดรั้วที่จอดรถออกสุดจะเจอกับที่จอดรถแบบนี้ ตัวพื้นที่จอดรถจะลงเสาเข็มไว้ให้ ตัวโครงสร้างเป็น Slab on ground วัสดุพื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ 60×30 ซม. ที่จอดรถจะมีขนาดประมาณ 5.8×4.8 เมตร สามารถจอดรถได้ 2 คัน ควรเป็นรถใหญ่คันนึงและรถเล็กคันนึงนะคะ

โครงสร้างที่จอดรถจะเเยกออกจากตัวบ้านทำให้ไม่มีรอยแตกร้าวระหว่างอาคารกับที่จอดรถ โดยระหว่างรอบต่อวัสดุ มีการนำหินล้างมาโรยตกแต่งเพิ่มเข้าไป ทางเดินคนก็จะเป็นการนำแผ่นพื้นมาวางกันเป็นแผ่นๆแยกจากกันเช่นกัน

ประตูทางเข้าบ้านจะอยู่บริเวณกึ่งกลาง มีเฉลียงหน้าบ้านระยะประมาณ 90 ซม.

ด้านนอกตัวบ้านมีช่องสำหรับเก็บของหรือเก็บรองเท้าให้มาพร้อมกันกับตัวบ้าน เราอาจจะจัดม้านั่ง outdoor ไว้ตรงนี้ สำหรับนั่งใส่รองเท้าก่อนออกจากบ้านหรือเข้าบ้านก็ได้นะคะ ตัวตู้จะมีความยาวอยู่ที่ประมาณ 2.4 เมตร

ฝั่งซ้ายของบ้านตรงด้านบนจะติดตั้ง Siren ไฟกระพริบส่งเสียงเตือนภัยเมื่อผู้บุกรุก ส่วนด้านล่างก็มีปลั๊ก และก๊อกน้ำซักล้างเตรียมไว้ให้ตรงนี้ 1 จุด

จะเห็นว่าทางโครงการทำบัวเป็นกระเบื้องสีเดียวกับพื้นมาให้ ซึ่งสะดวกต่อการซักล้างทำความสะอาด สีผนังจะได้ไม่บวมตอนโดนน้ำ และมีการทำบัวและผนังเป็นแนวเดียวกัน ไม่มียื่นออกมาค่ะ

ดูภาพรวมทางเข้ากันอีกซักรอบ เดี๋ยวเราจะพาเดินรอบๆตัวบ้านกันก่อนจะเข้าไปข้างในบ้านนะคะ

บ้านแบบ The Corner เป็นบ้านแปลงมุม ทำให้มีพื้นที่ที่สามารถจัดเป็นสวนทางด้านข้างบ้านได้ ในบ้านตัวอย่างจะพิเศษขึ้นมาอีกนิดคือแบบบ้านจะเป็นแบบ Bay Window ด้วย คือจะมีพื้นที่ส่วนรับประทานอาหารที่มีผนังกระจกยื่นออกมาจากแนวอาคาร ดังภาพ

เดินไปยังด้านหลังบ้านจะเป็นพื้นที่ที่สามารถจัดเป็นสวนพักผ่อนได้ ในบ้านตัวอย่างพื้นที่ดินรอบๆจะเป็นขนาดประมาณ 50 ตร.วาเลย ดังนั้นพื้นที่รอบๆบ้านเเละสวนด้านหลังจะขนาดใหญ่กว่าที่ดินแปลงมาตรฐานนะคะ สำหรับที่ดินเเปลงมาตรฐาน ขอบเขตที่ดินหลังบ้านจะอยู่เเนวเดียวกันกับรั้วซักล้างเลยค่ะ

มองกลับไปยังตัวบ้านจะเห็นถึงพื้นที่ด้านหลังที่เป็น Double Volume ชัดเจน มีการออกแบบPetternกระจกให้สลับเเนวกัน เพิ่มสีสันให้กับตัวอาคารค่ะ ด้านหน้าทางเข้าจะมีพื้นยื่นออกมารับกับสวน สามารถจัดที่นั่ง Outdoor ชมธรรมชาติได้

ตรงนี้จะเป็นพื้นที่ซักล้าง ที่จะมีประตูรั้วเปิดปิดกั้นแยกไว้ชัดเจน

โครงสร้างพื้นของพื้นที่ซักล้านนี้จะเป็น Slab on Ground เช่นเดียวกับที่จอดรถ ทาวน์โฮมทุกหลังจะมีแท๊งก์น้ำให้เเบบนี้ ตัวพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 0.30×0.60m.

ฝั่งที่ติดกับผนังอาคารมีเคาน์เตอร์ซักล้างให้ มีพื้นที่สำหรับวางของบนเคาน์เตอร์ได้ มีก๊อกน้ำซักล้าง ปลั๊กไฟ และเดินท่อเตรียมไว้สำหรับติดตั้งเครื่องซักผ้าได้บริเวณนี้ค่ะ ตัวเคาน์เตอร์จะได้เป็นหินเทียมค่ะ

กลับมาที่ทางเข้าบ้านกันนะคะ บานประตูทางเข้าจะได้เป็นบานประตูไม้สัก วงกบตะเคียนทอง ได้ Digital door lock ของ Yale

เปิดเข้ามาจะเจอกับพื้นที่ส่วนนั่งเล่น รับเเขกก่อนเลย ต่อเนื่องไปยังส่วนรับประทานอาหาร พื้นที่บริเวณนี้จะเป็น Open space โล่งๆ และด้วยความที่ด้านหลังเป็นผนังกระจกทั้งเเผง จึงทำให้พื้นที่ภายในชั้น 1 นี้ได้รับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ค่ะ

ลองเทียบกับบ้านเปล่าแปลงกลางดูก็ยังไม่รู้สึกอัดอัดเหมือนกับทาวน์โฮมทั่วๆไปนะคะ สำหรับวัสดุที่ให้ภายในบ้านตัวพื้นจะได้ กระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 0.60×0.60m. ผนังจะมีวอลล์เปเปอร์ให้มาพร้อมกับตัวบ้านและฝ้าเพดานจะได้แบบฉาบเรียบ ตัวไฟที่ให้มาจะเป็นไฟดาวน์ไลท์ฝังฝ้า ระยะจากพื้นถึงฝ้าเพดานของส่วนนี้จะอยู่ที่ 2.6 เมตร ความกว้างของพื้นที่ตรงนี้จะอยู่ที่ประมาณ 3.8 เมตร

ส่วนนั่งเล่นสามารถจัดได้สบายๆ สามารถหันชุดโซฟาเข้าไปยังหน้าบ้านเเละปรับให้ตำแหน่งวางทีวีอยู่ด้านหน้าแทนก็ได้นะคะ

สำหรับที่นั่งรับประทานอาหารสามารถจัดได้ 6-8 ที่นั่งตั้งกลางห้องและมีทางเดินรอบๆสบายเลย การออกแบบพื้นที่ที่เป็น Double Volume บวกกับกระจกสูงเต็มผนังไม่มีแนวคานกั้น ช่วยให้ภายในบ้านไม่รู้สึกว่าเหมือนทาวน์โฮมเท่าไหร่นะคะ

หันมาดูอีกฝั่งกันบ้างนะคะ ซ้ายสุดจะเป็นตำแหน่งบันไดขึ้นชั้น 2 ของบ้าน พื้นที่ใต้บันไดจะเป็นห้องเก็บของ และมีห้องน้ำอยู่ฝั่งตรงข้ามทางขึ้น ส่วนทางขวามือจะเป็นห้องครัว ที่ให้มาเป็นครัวปิด ตรงกลางจะเป็นตำแหน่งที่วางทีวี โดยตัวบ้านที่ให้มาจะมีการเดินปลั๊กไว้ให้อยู่ตรงผนังนี้อยู่เเล้ว ส่วนด้านบนเราจะเห็นชั้นลอยที่มีราวกันตกกั้น สามารถมองลงมายังพื้นที่ชั้น 1 ได้ค่ะ

ภายในส่วนครัวจะมี Built-in มาให้เป็นรูปตัว L ให้มาดังห้องตัวอย่างแบบนี้เลย พื้นที่ภายในครัวจะมีขนาดประมาณ 2.3×2.9 เมตร

ทางซ้ายมือจะเป็นตำแหน่งวางตู้เย็น

ส่วนทางขวามือจะเป็นตำแหน่งอ่างล้างจานที่ติดกับหน้าต่าง ช่วยให้ได้รับเเสงธรรมชาติ ระบายอากาศได้เต็มที่ค่ะ Top เคาน์เตอร์เป็นหินเทียมค่ะ

เตาไฟและเครื่องดูดควันเป็นของ TEKA นะคะ ชุดอุปกรณ์ภายในครัวต่างๆก็จะได้ตามรูปเลย ตัวอ่างล้างจานเราได้แบบ 2 ช่อง สามารถแบ่งการใช้งานได้ ถ้าช่องหนึ่งล้างผักอีกช่องหนึ่งก็เอาไว้ล้างจานได้

มาดูภายในห้องน้ำกันบ้าง ตัวห้องน้ำชั้น 1 จะเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room คือจะไม่มีพื้นที่สำหรับอาบน้ำ วัสดุภายในห้องน้ำทั้งพื้นและผนังกรุด้วยกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 0.60×0.60m. ห้องน้ำจะมีขนาดประมาณ 1.4×2.1 เมตร เป็นแนวยาว เมื่อเข้ามาจะเจอกับเคาน์เตอร์อ่างล้างมือเต็มความยาว ส่วนโถสุขภัณฑ์จะอยู่ทางซ้ายมือ กระจกเงาที่ได้ก็จะเต็มความยาวของผนังเลย มีปลั๊กไฟและชุดอุปกรณ์แขวนผ้าทางขวามือ

สุขภัณฑ์จะให้ของ American Standard ตามภาพ ตัวอ่างล้างมือจะเป็นแบบฝังบนเคาน์เตอร์ครึ่งหนึ่ง พื้นที่ด้านล่างเคาน์เตอร์มีช่องเก็บของ เก็บอุปกรณ์ใช้งานภายในห้องน้ำได้ วัสดุTop เคาน์เตอร์จะได้เป็นหินเทียม

ขึ้นไปยังชั้นลอยกันต่อนะคะ ตัวบันไดจะทำจากโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ลูกตั้งและลูกนอนจะเป็นไม้ตะแบก ตำแหน่งบันไดจะอยู่ตรงกับหน้าบ้านทางเข้าพอดี สามารถออกแแบบช่องเเสงให้เข้ามายังพื้นที่ส่วนนี้ได้ สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเปิดไฟในเวลากลางวัน

เมื่อขึ้นมายังชั้นลอยจะเป็นพื้นที่โล่งๆขนาดกว้างประมาณ 2.15 เมตร เชื่อมต่อไปยังระเบียงนอกบ้าน เราสามารถจัดพื้นที่ตรงนี้เป็นมุมทำงาน นั่งเล่นอ่านหนังสือได้ จากบ้านตัวอย่างทางขวามือจะเห็นเป็นผนังกระจกนะคะ แต่ในบ้านจริงตรงนี้จะเป็นราวกันตกแทน

ประตูทางออกไปยังระเบียงจะเป็นประตูบานเลื่อน 2 ตอนเปิดได้ทางเดียว วัสดุกรอบบานเป็นอลูมิเนียมพ่นสี ทำ Texture ทราย ตัวบานเป็นกระจกใสสี EURO GRAY 6mm. ขวาบนภาพจะเห็น Censor ติดตั้งไว้อีก 1 จุด ณ มุมนี้

ตัวระเบียงมีขนาดประมาณ 2.4×0.90 เมตร มีการเว้นระยะรอบพื้นโรยหินล้าง ตัววัสดุพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน เช่นกัน

พื้นที่ตรงระเบียงจะเป็นตำแหน่งทางหนีไปที่ต่อเนื่องลงมาจากด้านบน ซึ่งสร้างตามกฎหมายควบคุมอาคาร ที่กำหนดว่าบ้านที่สูงเกิน 4 ชั้นขึ้นไป หรือ 3 ชั้นแล้วมีชั้นดาดฟ้าด้านบนที่มีพื้นที่ใช้งานเกิน 16 ตร.ม. จะต้องมีทางหนีไฟเพิ่มเข้ามาด้วย

ขึ้นมายังชั้น 2 บนชั้นนี้จะเป็นพื้นที่ของห้อง Master Bedroom ทั้งชั้นเลยค่ะ

รายละเอียดภายในบ้านจะออกแบบให้แนวบัวผนังอยู่แนวเดียวกันกับกำแพง เพื่อความสะดวกในการใช้งาน จัดวางเฟอร์นิเจอร์ สามารถวางชิดผนังได้เลย ไม่มีพื้นที่ซอกหลืบระหว่างเฟอร์นิเจอร์และผนังให้กวนใจ เวลาของไหลตกลงไปหลังตู้ ส่วนฝ้าเพดานของบ้านก็มีรายละเอียดเซาะร่องตามขอบรอยต่อผนังและฝ้าเพดานเช่นกัน

เมื่อเข้ามาภายในห้อง Master Bedroom มองออกมายังหน้าบ้านจะเป็นตำแหน่งของห้องนอนพื้นที่บริเวณนี้จะมีขนาดกว้างประมาณ 4 เมตร และยาวประมาณ 5.6 เมตร สามารถวางเตียงเเบบ King Size ได้ มีพื้นที่เหลือสำหรับวางเก้าอี้นั่งเล่น โซฟา 1 ที่นั่ง หรือจัดมุมโต๊ะทำงานได้สบายๆ

สำหรับชั้น 2 พื้นที่ให้มาจะได้เป็นพื้นลามิเนตหนา 12 มม. ผนังมีวอลลเฟเอร์ให้ ฝ้าเพดานฉาบเรียบ และไฟดาวน์ไลท์ ห้องนี้ด้านหน้าจะมีหน้าต่างบานกระทุ้งเเละมีช่องเเสงเข้ามุมเป็น Bay Window เล็กๆให้ตามภาพทางขวามือค่ะ

มองย้อนกลับเข้ามาในบ้านตัวอย่างจะกั้นพื้นที่ Walk-in Closet และห้องน้ำแยกออกจากพื้นที่ห้องนอน

พื้นที่สำหรับจัดเป็น Walk-in Closet จะมีขนาดประมาณ 4×4 เมตร มีหน้าต่างบานเลื่อน รับแสงธรรมขาติได้เต็มที่

ด้านนอกหน้าต่างจะเป็นพื้นที่สำหรับวาง Condensing  unit ของแอร์

สามารถจัดตู้เสื้อผ้าเป็นตัว U ได้เลย พื้นที่กว้างขวางพอสมควรค่ะ

มายังห้องน้ำกันบ้าง ห้องน้ำจะแยกเป็นส่วนแห้งกับส่วนเปียก ซ้ายกับขวาชัดเจน  วัสดุพื้นเเละผนังเป็นประเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 และ 60×30 ซม. ตัวสุขภัณฑ์จะได้ของ American Standard สำหรับห้อง Master Bedroom ตัวเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าจะได้เป็นแบบ His&Her อ่างล้างมือฝังอยู่ใต้เคาน์เตอร์พื้นที่ส่วนนี้จะมีขนาดอยู่ที่ประมาณ 2.1×2.1 เมตร

หน้าตาของอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ของ American Standard

ระหว่างพื้นที่ส่วนแห้งเเละส่วนเปียกจะถูกกั้นด้วย Floor Drain แบบภาพ

พื้นที่อาบน้ำจะมีฉากกั้นกระจกให้ครึ่งหนึ่ง มีขนาดรวมๆปรัมาณ 2.1×1.8 เมตร มีหน้าต่างระบายอากาศด้านบนอ่างอาบน้ำ

พื้นที่อาบน้ำจะมีทั้งฝักบัวเเละ Rain Shower มีพื้นเป็นชั้นสำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำไว้ด้านข้าง

ตัวอ่างอาบน้ำจะเป็นของ American Standard เช่นกัน มีขนาดอ่างประมาณ 60×150 ซม.

โดยตัวอ่างก็จะมีฝักบัวมือจับมาให้ด้วยเช่นกันค่ะ

ขึ้นมายังชั้น3 กันเเล้วนะคะ บนชั้น 3 จะถูกแบ่งเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้อง เราจะเริ่มจากห้องทางซ้ายมือก่อนเลย

ห้องนอนนี้เมื่อเราเข้ามาจะเจอห้องน้ำก่อน เเละพื้นที่ห้องนอนจะอยู่ทางขวามือ

เข้ามาทางซ้ายมือจะเป็นตำแหน่งสำหรับวางตู้เสื้อผ้า สามารถทำ Built-inเป็นบานเปิดได้เเบบในบ้านตัวอย่าง

ภายในห้องน้ำจะเป็นทางเดินตรงกลาง ซ้ายมือจะเป็นพื้นที่ส่วนอาบน้ำที่ลดระดับลงไปเล็กน้อย ส่วนขวามือเป็นอ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ ภายในห้องนี้มีหน้าต่างรับแสงสว่างและระบายอากาศอยู่ด้านบนค่ะ

ชุดสุขภัณฑ์รุ่นที่ได้จะแตกต่างจากห้อง Master Bedroomนะคะ แต่ยังคงเป็นของ American Standard อยู่ ตัวอ่างล้างมือจะเป็นแบบฝังบนเคาน์เตอร์ครึ่งหนึ่ง ยังมีพื้นที่สำหรับเก็บของข้างใต้เหมือนเดิม และมีกระจกให้มาบานใหญ่เต็มแนวผนังค่ะ

พื้นที่ส่วนอาบน้ำจะไม่มีฉากกั้นให้มา มีฝักบัวอาบน้ำแบบมือจับมาให้ และช่องเก็บอุปกรณ์อาบน้ำข้างๆ สำหรับตำเเหน่งที่แขวนผ้าเช็ดตัว เราอาจเป็นไปวางที่เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าแทนหรือ นอกบริเวณนี้ เนื่องจากเวลาเราอาบน้ำ น้ำจะกระเด็นไปยังทางที่ติดตั้งราวเเขวนผ้าเช็ดตัวนี้เต็มๆเลย

มาดูภายในห้องตัวอย่างเทียบกับบ้านเปล่าบ้างนะคะ ตัวบ้านเปล่าจะเป็นแปลงกลาง ทำให้ได้หน้าต่างอยู่ด้านเดียวคือด้านหลัง ภายในห้องสามารถจัดวางเตียงขนาด King Size ได้ โดยหัวเตียงจะหันไปยังหน้าต่าง และปลายเตียงหรือทางขวามือของภาพจะเป็นตำแหน่งวางทีวีหรือWork Station แทน

หรือสำหรับบ้านแปลงกลาง เราสามารถหันหัวเตียงไปยังผนังบ้านด้านข้างแทน และปลายเตียงเป็นตำแหน่งห้องน้ำ เพื่อช่วยเรื่องความร้อนเเละเเสงเเดดตอนเช้าเข้ามายังหัวเตียงโดยตรงได้ค่ะ

มาถึงห้องนอนอีกห้องทางหน้าบ้านกันบ้าง การออกแบบพื้นที่ใช้งานจะคล้ายกับห้องที่ผ่านมา คือเมื่อเข้ามาจะเจอกับห้องน้ำก่อน ซ้ายมือเป็นตำแหน่งตู้เสื้อผ้า ส่วนทางขวามือเป็นส่วนห้องนอน

ภายในห้องน้ำใช้สุขภัณฑ์รุ่นเดียวกันกับห้องที่เเล้ว แต่มีการจัดผังเเตกต่างกัน คือห้องนี้จะเป็นแนวลึก วางสุขภัณฑ์ไว้ฝั่งนึงเเละแนวทางเดินไว้อีกฝั่งนึงค่ะ บ้านเเปลงมุมจะได้หน้าต่างระบายอากาศนะคะ ส่วนแปลงกลางจะได้เป็นพัดลมดูดอากาศเเทน

ภายในส่วนของห้องนอนก็จะวางเตียงแบบ King Size ได้ ห้องนี้จะมีระเบียงด้านหน้าให้มาด้วย บ้านเเปลงริมจะมีหน้าต่างด้านช้างเพิ่มเข้ามาค่ะ

พื้นที่ข้างระเบียงที่เว้าเข้าไปสามารถจัดเป็น Working Station ได้แบบในภาพเลย

พื้นที่ระเบียงมีขนาดประมาณ 1.50×1.00 เมตร ราวกันตกกระจก Tempered ด้านบนมีหลังคา มีไฟส่องสว่าง และฝ้าเซาะร่องกันคราบน้ำค่ะ

ขึ้นมายังชั้นบนสุดชั้นที่ 4 จะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ประมาณนึง เมื่อขึ้นมาจะเจอกับพื้นที่โล่งที่สามารถทำเป็น Pantryได้ ด้านในจะเป็นห้องน้ำ ทางขวามือจะเป็นพื้นที่ Semi-outdoor และห้องอเนกประสงค์ค่ะ

บริเวณที่เป็นเคาน์เตอร์จะไม่มีให้มานะคะ เเต่จะเดินงานระบบต่างๆเตรียมไว้ให้

ห้องน้ำชั้นนี้จะมีการวางผังคล้ายกับห้องน้ำชั้น 2 ในห้องนอนเล็กด้านหลังค่ะ

ภายในห้องอเนกประสงค์ สามารถจัดเป็นห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน ห้องคาราโอเกะ หรือห้องนอนก็ได้ บ้านตัวอย่างนี้วิวดีเลย มองไปเห็นสะพานภูมิพล1 อยู่ด้านนอกชัดเจน

มีประตูบานเลื่อน 4 ตอนเปิดไปยังพื้นที่ส่วน Semi-Outdoor  ตัวบานกระจกที่ให้มาเป็นบานที่สูงจรดฝ้าเพดาน ทำให้บรรกาศของห้องดูกว้างต่อเนื่องจากภายในไปยังภายนอก

พื้นที่Semi-outdoor เทียบกันระหว่างแปลงกลางเเละเเปลงมุม และอย่างที่บอกไปตอนต้นว่าในเเต่ละยูนิตที่อยู่ติดกับพื้นที่ส่วนนี้จะสลับหน้าหลังกันค่ะ ดังนั้น วิวที่ได้ก็จะแตกต่างกันออกไปด้วย ราวกันตกที่ได้จะเป็นแบบภาพล่างนะคะ ผนังที่กั้นระหว่างยูนิตจะมีไฟผนังให้มา

จากราวกันตกออกไปจะมีพื้นที่ยื่นออกมา สามารถวางต้นไม้กระถางตกแต่งสร้างบรรยากาศชั้นดาดฟ้าเพิ่มเติมได้ และอย่างที่บอกไป ตามกฏหมายอาคารที่ต้องมีบันไดหนีไฟ ตำแหน่งบันไดหนีไฟของอาคารก็จะอยู่ด้านหลังตรงนี้นี่เองค่ะ สามารถปีนลงไปยังระเบียงชั้นลอยเลยก็ได้

และแล้วก็มาถึงแบบบ้านที่เป็นจุดขายของโครงการ BAAN 365 พระราม 3 กันแล้วนะคะ ตัวบ้านแบบPool Villa กับแบบ Pavillion Villa นี่จะเหมือนกันทุกประการค่ะ แต่ตัว Paviilion จะตั้งอยู่บนที่ดินขนาดเกิน 100 ตร.วา และมี Pavillion ที่เป็นห้องอเนกประสงค์แยกออกมาจากตัวบ้าน 1 ห้อง ตำแหน่งด้านหลังใกล้สระว่ายน้ำ โดยแบบบ้าน Pool Villa จะเป็นแบบบ้านที่มีขนาด 480-525 ตร.ม. ประกอบไปด้วยพื้นที่ใช้สอย 4 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ ห้องพักผ่อน ห้องรับแขก ลานอเนกประสงค์ ห้องพระ ครัวไทย ส่วนเตรียมอาหาร ห้องรับประทานอาหาร ห้องแม่บ้าน ลิฟท์ และสระว่ายน้ำส่วนตัว  สำหรับแบบนี้จะพิเศษตรงที่มีห้องนอนผู้สูงอายุชั้นล่าง สามารถอยู่อาศัยกันได้หลาย Generation และบ้านนี้มีห้องนั่งเล่นอยู่ 2 จุด ชั้นล่างเอาไว้รับแขกหรือจัดปาร์ตี้ ส่วนชั้นบนจะเป็นส่วนตัวกว่าเอาไว้ใช้อย่างเป็น Private กันในครอบครัว

สำหรับบ้านเดี่ยวการออกแบบจะเน้นความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง สังเกตว่าพื้นที่หน้าบ้านจะปิดทึบ คนนอกบ้านมองไม่เห็นข้างใน แล้วไปเปิดโล่งที่ Court ด้านในแทน เป็นพื้นที่ที่ใช้ทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวซึ่งจะแล้วแต่แบบบ้านและขนาดของที่ดิน หลังใหญ่จะมีทั้งสระว่ายน้ำสวนและมีPavillion ที่ใช้รับแขกหรือจัดงานปาร์ตี้โดยไม่ไปรบกวนข้างในตัวบ้าน

สำหรับผังบ้านแบบPool Villa พื้นที่ชั้น 1 เมื่อเข้ามาจะเเยกทางเข้าที่จอดรถกับประตูทางเดินออกจากกัน โดยบ้านแบบนี้จะจอดรถได้ 3 คัน พื้นที่ด้านหลังที่จอดรถจะเป็นห้องเก็บของเก็บจักรยาน  เมื่อเข้าตัวบ้านมาจะเป็น Foyer เล็กๆที่สามารถทำ Built-in เป็นชั้นเก็บของ วางรองเท้าไว้บริเวณนี้ได้ ก่อนที่จะเจอกับพื้นที่ห้องนั่งเล่น รับแขกทางซ้ายมือ และทางขึ้นชั้นสองและห้องครัวทางขวามือ พื้นที่นั่งเล่น-รับแขกจะเป็นพื้นที่ Open Space ต่อเนื่องกันไป มีประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ เปิดเชื่อมต่อไปยังเฉลียงหลังบ้านและสระว่ายน้ำที่วางตัวเเนวยาวขนานไปกับตัวอาคาร สุดห้องรับแขกจะเป็นตำแหน่งของห้องน้ำ ที่มีพื้นที่สำหรับอาบน้ำไว้ให้ด้วย พื้นที่ห้องครัวไทยจะอยู่ทางขวามือ ทางเข้าจะอยู่ตรงข้างๆบันไดทางขึ้นชั้น 2 โดยมีทางออกจากส่วนครัวไปยังข้างบ้าน สามารถใช้เป็นทาง Service สำหรับแม่บ้านได้ โดยห้องนอนเเม่บ้านเเละห้องน้ำจะอยู่ปีกขวาของตัวบ้าน ฝั่งเดียวกันกับห้องครัว เมื่อเลยบันไดขึ้นชั้น 2 มาจะเป็นตำเเหน่งลิฟท์ และปลายสุดทางเดินจะเป็นห้องนอน 1 ห้องที่เตรียมไว้เพื่อเป็นห้องนอนของผู้สูงอายุ ห้องนี้จะมีระเบียงที่เชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำได้โดยตรง

เมื่อขึ้นมาชั้น 2 จะประกอบไปด้วยพื้นที่ส่วนนั่งเล่นเเละรับประทานอาหารอยู่ทางซ้ายมือ และห้องนอนอยูทางขวามือ 1 ห้อง ตัวห้องนอนเล็ก ชั้น 1,2 และ 3 จะอยู่ตำแหน่งเดียวกัน มีขนาดใกล้เคียงกัน มีระเบียงเหมือนกัน และได้วิวสระว่ายน้ำเหมือนกันค่ะ ส่วนพื้นที่ห้องนั่งเล่น พักผ่อน รับประทานอาหารทางซ้ายมือจากบันไดนั้น จะเป็นห้องโล่งๆ Open Space มี Pantryให้มาส่วนนึง ด้านหลัง Pantry เป็นส่วนของห้องน้ำ ที่เป็นเเบบ Powder Room มีเคาน์เตอร์กลางเป็น Island อยู่หน้า Pantry สามารถทำอาหารง่ายๆทานเป็นเเนว Breakfast ได้บริเวณนี้ ถัดมาจะเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร ที่สามารถจัดได้ 8-10 ที่สบายๆ วางกลางห้องเดินรอบๆได้ และยังมีพื้นที่ที่สามารถจัดเป็นชุดโซฟา นั่งเล่นพักผ่อน เป็นพื้นที่ส่วนกลางของบ้านที่ทุกคนสามารถมาใช้งานและทำกิจกรรมร่วมกันได้ พื้นที่ตรงนี้ยังสามารถเปิดเชื่อมไปยังระเบียงภายนอกขนาดใหญ่ เป็นพื้นที่ Semi-outdoor สามารถทำกิจกรรมภายนอกได้ด้วย ได้รับวิวสระว่ายน้ำ และยังมีบันไดที่สามารถเดินลงไปยังบริเวณสระว่ายน้ำชั้น 1 ได้โดยตรง

ขึ้นมายังชั้น 3 จะเจอกันพื้นที่ห้องพระก่อน ก่อนจะแยกเป็นห้องนอน 2 ห้อง ห้องนอนเล็กจะอยู่ตำแหน่งหลังบ้านได้รับวิวสระว่ายน้ำ มีห้องน้ำและระเบียงส่วนตัวอย่างที่บอกไป และมีห้องนอนใหญ่อยู่ทางด้านหน้าบ้าน พื้นที่ของห้องนอนใหญ่ มีขนาดกว้างมาก เมื่อเข้ามาจะเจอกับระเบียงด้านหน้าบ้านก่อน เเยกออกมาทางซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำ ภายในห้องน้ำจะประกอบไปด้วยเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าแบบ His&Her พื้นที่อาบน้ำแบบ Rain Shower และฝักบัวยืนอาบ มีฉากกั้นให้มาเรียบร้อย มีโถสุขภัณฑ์ด้านในสุดและอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่อยู่ภายในห้องน้ำ เดินตรงเข้ามาจะเป็นทางเดิน ที่เมื่อเเยกไปทางซ้ายมือจะเป็นพื้นที่สำหรับBuilt-in Walk-in Closet ขนาดใหญ่ สามารถจัดวางตู้ลักษณะตัวL ได้ มีisland ตรงกลางวางพวกเครื่องประดับได้อีก ฝั่งตรงข้ามตู้จะเป็นพื้นที่สำหรับโต๊ะเครื่องเเป้ง ซึ่งจะติดกับระเบียง มีทางออกสามารถเดินไปยังส่วนที่เป็นห้องนอนได้  และเมื่อมายังพื้นที่ส่วนนอน สามารถวางเตียง King Sizeได้ และมีมุมสำหรับจัดโซฟา ดูทีวีได้อีก โดยมีระเบียงออกสู่ด้านหลังของบ้าน มองเห็นวิวสระว่ายน้ำได้

การออกแบบตัวบ้านจะเป็นสไตล์ Modern Tropical เน้นสีขาว เทา น้ำตาล โทนสีไม้อบอุ่นมาเป็นโทนหลักในการออกแบบภายนอกตัวบ้าน จากหน้าบ้านจะเห็นแนวกระจกทั้งเเถบบริเวณชั้น 2 ที่เป็นพื้นที่ส่วนนั่งเล่น รับประทานอาหารดังที่บอกไป หลังคามีการยื่นชายคาออกมาเพื่อเป็น Shading ช่วยสร้างร่มเงาให้กับห้องนอนใหญ่บริเวณชั้น 3 ของตัวบ้าน

ทางเข้าจะแยกออกเป็นประตูรั้วเลื่อนอัตโนมัติ เลื่อนเปิดจอดรถได้ 3 คัน กับทางเดินคน (สามารถดูวัสดุและทางเข้าตัวบ้านจริงได้ด้านล่าง ในบ้านแบบGarden Villa นะคะ)

พื้นที่จอดรถมีหลังคายื่นออกมาปกคลุม เป็นหลังคากระจก มีดีไซน์ระแนงโทนสีน้ำตาลด้านล่างช่วยกรองแสง ทำให้พื้นที่บริเวณที่จอดรถไม่ทึบมืดจนเกินไป

ที่จอดรถมีหน้ากว้างประมาณ 7.4 เมตร สามารถจอดรถได้ 3 คัน ตัวพื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 0.60×0.30m. โครงสร้างลงเสาเข็มเเละเป็น Slab On Ground แยกโครงสร้างที่จอดรถกับตัวบ้านออกจากกัน ระหว่างรอบต่อเก็บรายละเอียดด้วยหินล้างรอบด้าน

บริเวณด้านหลังที่จอดรถจะเป็นพื้นที่เก็บของ ความกว้างของเเต่ละช่องจะอยู่ที่ประมาณ 2.4 เมตร สามารถเก็บอุปกรณ์ช่าง อุปกรณ์ซ่อมต่างๆ ที่เก็บจักรยานหรือที่เก็บของบริเวณนี้ได้ ความสูงของพื้นที่ตรงนี้จากพื้นถึงฝ้าเพดานจะอยู่ที่ 2.9 เมตร จากภาพ ทางซ้ายมือจะเป็นประตูทางเข้าหลักของบ้าน บริเวณหน้าประตูมีพื้นที่สำหรับวางม้านั่งเล็กๆไว้ สามารถใช้งานมานั่งใส่รองเท้าบริเวณนี้ได้ พื้นที่บริเวณนี้มีการออกแบบให้ดูใกล้ชิดกับธรรมชาติ เช่นการเลือกใช้วัสดุลายไม้ หรือลายหิน เป็นองค์ประกอบ

ประตูส่วนพื้นที่เก็บของด้านหน้าจะเป็นประตูบานเลื่อน มีการเก็บงานเช่นขอบวัสดุ รอยต่อระหว่างวัสดุที่ดูเรียบร้อยสวยงามสมราคา

เดี่ยวเราจะพาไปเดินดูรอบๆบ้านภายนอกก่อน เริ่มจากทางขวามือ ทางเดินจะถูกก่อขอบเอาไว้สำหรับวางพื้นเป็นเเผ่นๆแยกชิ้นทางเดินเเละโรยหินล้างรอบๆ

เลี้ยวซ้ายมาข้างตัวบ้านจะเจอกับประตูทางเข้าห้องครัว

พื้นจะถูกยกระดับขึ้นมาจากภายนอก 1 ขั้น มีดีไซน์ช่องโรงหินล้างอยู่ขอบพื้นที่ยกระดับขึ้นมา

ห้องนอนเเม่บ้านจะอยู่ติดกันกับประตูทางเข้าครัวค่ะ

เดินตรงมาเรื่อยๆจะเจอพื้นที่ใต้บันได ซึ่งเป็นตำแหน่งของพื้นที่ซักล้าง มีการเดินท่อเตรียมไว้ให้เรียบร้อย สามารถติดตั้งก๊อกน้ำ หรือเครื่องซักผ้าไว้ได้บริเวณนี้  จากภาพมองไปสุดทางจะเจอกับตำแหน่งกล้องวงจรปิดนะคะ โดยในบ้านเดี่ยวนี้จะให้กล้องวงจรปิดมา หลังละ 4 จุด

ตรงมาอีกนิดจะเจอช่องเข้าไปแบบนี้ สามารถเอาไว้วางCondensing unit ได้

หันซ้ายไปจะเจอกับห้องน้ำของแม่บ้านเป็นแบบนี้แหละค่ะคุณผู้อ่าน

ตรงมาสุดทางเดินเลี้ยวซ้ายมาจะเจอกับสระว่ายน้ำ ไม่สามารถเดินต่อออกไปได้ค่ะ

มาดูทางฝั่งซ้ายของบ้านกันบ้าง เมื่อเดินลัดมาทางซ้ายเเล้ว ทางนี้จะสามารถเดินไปยังสระว่ายน้ำได้โดยตรงเลย

ข้างผนังจะมีพื้นที่ส่วน Service ของสระอยู่ทางขวามือนี้ เป็นตำแหน่งใต้บันไดทางขึ้นชั้น 2 พอดี

สำหรับบ้านแบบ Pool Villa ที่มีที่ดินเกิน 100 ตร.วา จะได้ Pavilion เพิ่มมาอีกหลังนึงแบบภายนะคะ ตัว Pavilion จะตั้งอยู่ปลายสระว่ายน้ำ ตรงข้ามกับห้องนอนผู้สูงอายุเลย

ตัว Pavilionจะเป็นห้องกระจก 2 ด้าน เเล้วผนังทึบ 2 ด้าน สามารถเป็นสุดได้ เนื่องจากตัวโครงสร้างเสาจะอยู่คนละเเนวกับตัวประตู

ภายในตัว Pavilionจะตั้งอยู่ระดับเดียวกันกับเฉลียงเลย แต่จะมี Floor Drain ล้อมเอาไว้ภายนอกตามภาพ

มองจากภายในห้องออกไปจะเจอกับสระว่ายน้ำ สำหรับแบบที่เป็นบ้านเดี่ยว พื้นที่ให้มาจะเปลี่ยนจากพื้นลามิเนต ไปเเป็นพื้นไม้เอ็นจิเนียวูด หนา 14mm.

ภายในห้องสามารถทำเป็นห้องรับรองเเขก ห้องนั่งเล่น และห้องนอนเเขกได้ได้

ที่บอกว่าสามารถจัดเป็นห้องนอนได้อีกเพราะเมื่อเราเดินไปจนสุดจะมีพื้นที่ที่เหมาะกับการวางตู้เสื้อผ้า เเละทางขวามือจะเป็นห้องน้ำ ที่มีห้องอาบน้ำไว้ให้ด้วย

จาก Pavilion จะเห็นบ้านตัวบ้านด้านหลังทั้งหมด ทางซ้ายมือจะเป็นตำแหน่งของห้องนอนเล็ก 3 ห้อง มีระเบียงด้านหน้า สามารถรับวิวสระว่ายน้ำได้ ส่วนทางขวามือ ชั้น 1 และ 2 จะเป็นพื้นที่ตรงกลางที่ใช้ร่วมกันของครอบครัว เป็นห้องรับแขก ห้องนั่งเล่นพักผ่อน และห้องรับประทานอาหาร ส่วนชั้น 3 จะเป็นตำแหน่งของ Master Bedroom

มาดูทางเข้าบ้านหลักกันบ้างค่ะ บริเวณทางเข้าหลักทางซ้ายมือจะมีช่องวางร่มแบบในภาพ ทางขวามือเป็นม้านั่ง นั่งรอหรือใส่รองเท้า ผนังด้านหลังม้านั่งจะเป็นดีไซน์ผนังที่มีระแนงไม้ด้านหลัง ตัวบานประตูจะมีช่องเเสงทางด้านซ้ายมือ บานประตูทำจากไม้สักประกอบ ทั้งตัวบานเเละวงกบ

กลอนประตูจะได้เป็น Digital Door Lock ของ YALE

เข้ามาในบ้านจะเจอกับ Foyer ก่อน ซ้ายมือเป็นตำแหน่งที่สามารถทำ Built-in ชั้นเก็บของ ชั้นวางรองเท้าได้ ส่วนทางขวามือจะเป็นกำแะง ที่มีสวิทช์ไฟ และแผงควบคุม Home Automation

พื้นบ้านมีการเปลี่ยนระดับจากภายนอกขึ้นมายังภายในเล็กน้อย วัสดุพื้นจากภายนอกที่ใช้กระเบื้องแกรนิตโต้ เมื่อเข้าสู่ตัวบ้านจะเป็น กระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 0.60×0.60m. มีการเก็บขอบวัสดุด้วยเส้นสเตนเลสเรียบร้อยสวยงามสมราคา

แผงที่เป็นบานเก็บของเก็บรองเท้ามีความยาวประมาณ 2.2 เมตร เป็นฟังก์ชันที่คงถูกใจคุณผู้หญิงและเหล่า Sneaker Head กันมาก

ฝั่งขวาเป็น Keypad ระบบ Home Automation ภายในบ้านของ Risco สามารถควบคุมไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบเตือนภัยต่างๆภายในบ้านได้ และเชื่อมต่อกับ Application สามารถสั่งงานผ่าน Smart Phone ได้เช่นกัน

เข้ามาทางซ้ายมือจะเป็นห้องนั่งเล่นชั้น 1 สามารถมองออกไปยังสระว่ายน้ำด้านหลังบ้านได้ สุดทางเดินไปจะเป็นห้องน้ำ ในบ้านจริงจะให้ผนังติดวอลล์เปเปอร์ และฝ้าเพดานฉาพเรียบนะคะ

ความกว้างของห้องจะอยู่ที่ประมาณ 3.5 เมตร และยาวเกือบ 8 เมตร สามารถจัดเป็นโซฟานั่งพักผ่อน ดูทีวี รวมกับโต๊ะยาวนั่งรับประทานอาหารหรือนั่งทำงานบริเวณตรงนี้ก็ได้

เราสามารถเปิดประตูบานเลื่อนภายในห้องให้สุด เพื่อเชื่อมต่อไปยังส่วนสระว่ายน้ำได้เต็มที่เลยนะคะ พื้นที่ต่อเนื่องถึงกัน สวยงาม

ระหว่างพื้นภายในกับประตูรางเลื่อนมีการเก็บขอบวัสดุด้วยสเตนเลส และพื้นภายนอกจะลดระดับลงไปเล็กน้อยเพื่อกันน้ำไหลย้อนเข้ามายังภายในตัวบ้าน

สระว่ายน้ำจะมีขนาด 4.7×2.7 ลึก1.2 เมตร

มีทางเดินลงไปยังสระ กรุกระเบื้องลายหินอ่อนดูหรูหราไม่เบา ขอบสระใช้หินล้างโรยบังท่อน้ำล้น

ฝั่งซ้ายของตัวบ้านจะเป็นบันไดเดินขึ้นชั้น 2  มีไฟทางเดินอยู่ผนังด้านซ้ายเป็น Lighting ส่องสวยงามยามกลางคืน

ห้องน้ำชั้น 1 บริเวณนี้จะเป็นห้องแนวยาว วางชุดสุขภัณฑ์ชิดผนังฝั่งหนึ่ง เเละทางเดินฝั่งหนึ่ง

สุขภัณฑ์จะได้ของ American Standard ตัวอ่างล้างหน้าจะเป็นแบบวางบนเคาน์เตอร์ โดย Top เคาน์เตอร์จะเป็นวัสดุหินเทียม มีปลั๊กไฟให้ทางขวา เผื่อใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องน้ำ

พื้นที่ส่วนอาบน้ำจะลดระดับลงไป แยกส่วนเปียกและส่วนแห้งออกจากกัน ห้องน้ำจะไม่มีฉากกั้นกระจกให้มา แนะนำให้ติดเพิ่มเองนะคะ ขนาดพื้นที่ส่วนอาบน้ำจะอยู่ที่ประมาณ 0.90x.145 เมตร ใช้งานสะดวกเลย ห้องนี้มีหน้าต่างบานกระทุ้งสำหรับระบายอากาศและรับเเสงสว่างภายในห้องน้ำค่ะ

 

มาดูที่อีกฝั่งนึงของบ้านกันบ้าง ตรงกลางจะเป็นบันไดขึ้นชั้น 2 ทางขวามือจะเป็นห้องเก็บของและห้องครัว ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นลิฟท์โดยสาร และทางไปห้องนอนชั้นล่าง

มาดูห้องนอนกันก่อน เมื่อเข้าห้องมาจะมีพื้นที่ด้านข้างหน้าประตูเล็กน้อย สามารถจัดวางตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของได้ ก่อนที่จะเดินเข้าไปยังส่วนพื้นที่พักผ่อน เมื่อเข้ามายังส่วนห้องนอนวัสดุพื้นที่ได้จะเปลี่ยนไปเป็นพื้นไม้เอ็นจิเนียวูด 14mm.

ห้องนอนตำแหน่งนี้จะคล้ายกันทั้ง 3 ชั้นคือมีขนาดประมาณ 3.1×5.3 เมตร ตำแหน่งปลายเตียงสามารถติดตั้งทีวีแบบเเขวนผนังได้

ห้องน้ำอยู่ด้านในทางขวามือของห้องนอน หน้าห้องน้ำสามารถจัดเป็นตู้เสื้อผ้าเเละโต๊ะเครื่องเเป้งได้

ห้องน้ำชั้นล่างจะถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้สูงอายุใช้งานได้สะดวก คือจะไม่มีเฟรมอาบน้ำกั้น

พื้นภายในห้องน้ำและภายนอกจะอยู่ระดับเดียวกัน

ตัวอ่างล้างมือจะเป็นแบบฝังเข้าไปในเคาน์เตอร์ ชุดกระจกเงาจะได้เเนวสูงแบบในภาพ ใต้เคาน์เตอร์มีช่องสำหรับวางของเล็กๆน้อยๆไว้ ห้องน้ำนี้จะมีหน้าต่างบานเลื่อนสำหรับระบายอากาศเเละรับเเสงแดด

บริเวณที่อาบน้ำและโถสุขภัณฑ์ด้านหลังจะมีช่องสำหรับวางของวางอุปกรณ์อาบน้ำไว้ให้

ตัวโถสุขภัณฑ์ของห้องนี้ที่ได้จะเป็นระบบไฟฟ้าของ American Standard

พื้นที่ส่วนอาบน้ำจะไม่มีการลดระดับพื้นลง เพื่อความสะดวกในการใช้งาน แต่จะมีFloor Drain รอบๆพื้นที่

ภายในห้องนอนจะมีระเบียงส่วนตัวที่เปิดไปยังสระว่ายน้ำได้

ระเบียงจะมีขนาดประมาณ 1×2.8 เมตร

มองไปยังฝั่งตรงข้ามสระจะเจอกับPavilion จากตรงนี้จะเห็นถึงรายละเอียดชั้น 2 ที่มีจุดปลูกต้นไม้ด้านบน

ออกจากห้องนอนมาดูที่ลิฟท์กันบ้าง ตัวลิฟท์ภายในแบบบ้านเดี่ยวจะมีให้ทุกหลัง เป็นลิฟท์ของ Aritco จากประเทศสวีเดน สามารถใช้งานได้สูงสุด 410 กก. หรือประมาณ 5 คน ภายในลิฟท์จะเป็นส่วนพื้นเเละผนังด้านขวาส่วน Control ที่เลื่อนขึ้นลง ทำให้ระบบนี้ขนส่งค่อนข้างเบา จึงประหยัดไฟฟ้าได้มากในการใช้งาน ทางโครงการบอกมาว่า ค่าไฟฟ้าในการใช้ลิฟท์เทียบได้ใกล้เคียงกับค่าไฟฟ้าในการใช้ไดร์เป่าผมเลยค่ะ ภายในลิฟท์มีขนาดประมาณ 1.1×1.5 เมตร

ข้างบันไดอีกฝั่งจะเป็นประตูห้องเก็บของใต้บันไดทางซ้าย และประตูห้องครัวทางขวามือ

เมื่อเข้ามาในครัว จะเป็นแนวยาวเข้าไป มีเคาน์เตอร์ทั้งสองฝั่ง

ฝั่งนึงจะเป็นตำแหน่งเตา และมีพื้นที่เคาน์เตอร์รอบๆที่สามารถใช้เตรียมอาหารได้ ส่วนอีกฝั่งจะเป็นอ่างล้างจานและตำแหน่งตู้เย็นค่ะ

ช่องเก็บของภายในต่างๆที่ให้มากับ Built-in จะมีช่องประมาณนี้ นับว่าเยอะอยู่นะคะ

อ่างล้างจานเป็นแบบฝังลงไปในเคาน์เตอร์ที่มี top เป็นหินเทียม

เตาไฟให้ของ TEKA เช่นเดียวกับบ้านแบบทาวน์โฮม

ข้อดีของห้องนี้อย่างหนึ่งคือมีประตูนี้สำหรับเปิดระบายอากาศ เป็นของ Tostem โดยหน้าบานสามารถเลื่อนขึ้นลงเพื่อระบายอากาศได้โดยไม่ต้องกังวลว่าแมลงจะเข้ามาในห้องเพราะมีมุ้งลวดติดมาให้ด้วยค่ะ

กลับมายังบันไดบ้านกันบ้างนะคะ ตัวบันไดโครงสร้างจะเป็น คอนกรีตเสริมเหล็ก วัสดุปิดผิวบันไดทั้งลูกตั้งเเละลูกนอนจะได้เป็นไม้สักค่ะ

ตัวบันไดจะเป็นรูปตัว U มีราวกันตกที่มีมือจับเป็นไม้ ตัวราวเป็นบานกระจก เก็บขอบวัสดุรอยต่อระหว่างบันไดและพื้นด้วยเส้นสเตนเลส

ขึ้นมายังชั้นสองทางซ้ายมือจะเป็นส่วนพักผ่อนของบ้าน ประกอบด้วยห้องน้ำ ส่วน Pantry ส่วนรับประทานอาหาร และส่วนนั่งเล่น ส่วนทางขวามือจะเป็นห้องนอนค่ะ

ทางเข้าจะเป็นประตูบานเลื่อนกระจก กรอบบานเป็นอลูมิเนียม กระจกใสสี Euro Gray หนา 6 มม.

เมื่อเข้ามาเราจะเจอเคาน์เตอร์แบบ Island อยู่ก่อนเลย สามารถเตรียมอาหารเช้าบริเวณนี้ได้ อาจเอาเก้าอี้สตูลสูงมาวางเพิ่มได้เช่นกัน ตัวเคาน์เตอร์นี้จะให้มาพร้อมกันกับตัวบ้านค่ะ

ทางซ้ายมือของเคาน์เตอร์จะเป็น Pantry ส่วนทางด้านหลังจะเป็นช่องที่สามารถวางของตกแต่งหรือวางตู้เย็นได้ พื้นที่ให้จะเป็นพื้นไม้เอ็นจิเนียวูด 14mm. ระดับพื้นถึงฝ้าเพดานจะอยู่ที่ 2.7 เมตร

ช่องเปิดข้างเคาน์เตอร์กลางจะได้ประมาณนี้ ตัว Top เคาน์เตอร์จะเป็นหินเทียมค่ะ

ส่วนรายละเอียดเคาน์เตอร์อีกฝั่งจะเป็นเเบบนี้นะคะ สามารถวางตู้อบขนมได้ด้วย

เตาที่ให้จะได้เป็นเตาไฟฟ้าของ TEKA ส่วนอ่างล้างจานจะมีอยู่หลุมเดียวฝังลงไปในเคาน์เตอร์ตามภาพ

เลยส่วน Pantry เข้าไปทางซ้ายมือจะเป็นตำแหน่งของห้องน้ำ

ห้องน้ำชั้นนี้จะเป็น Power Roomไม่มีพื้นที่อาบน้ำ พื้นและผนังกรุด้วยกระเบื้องพอร์ซเลน มีหน้าต่างบานกระทุ้งสำหรับระบายอากาศและรับแสงธรรมชาติ

ตัวเคาน์เตอร์อ่างล้างมือจึงได้แบบยาวเลยประมาณ 1.20 เมตร มีช่องเก็บของด้านล่างเคาน์เตอร์ด้วย

สุขภัณฑ์ได้ของ American Standard ตามรูป

มายังส่วนรับประทานอาหารที่ต่อเนื่องมาจาก Pantry และยาวเชื่อมไปยังส่วนนั่งเล่น พื้นที่ตรงนี้สามารถจัดวางที่นั่งได้ 8-10 ที่นั่งเลยทีเดียว บริเวณนี้ค่อนข้างเปิดโล่ง มีหน้าต่างกว้างเต็มความยาวทั้งสองฝั่ง

บรรยากาศภายในก็จะสามารถมาใช้พื้นที่ส่วนนี้ได้ร่วมกันทั้งครอบครัวในเวลากลางวันนะคะ

ผนังทางด้านหลังสามารถเปิดสุดออกไปยังพื้นที่ระเบียงด้านนอก ซึ่งเป็นพื้นที่ Semi-outdoor ประมาณนึง

ระเบียงภายนอกชั้น 2 นี้จะมีขนาดกว้างสุดถึง 4.2 เมตร สามารถจัดปาร์ตี้บริเวณนี้ได้เต็มที่เลย

บริเวณระเบียงมีส่วนที่เป็นที่นั่งด้านหลังเป็นสวนที่สามารถปลูกต้นไม้ได้

มีประตูอีกทางที่เปิดไปเจอกับโถงหน้าบันไดค่ะ

จากระเบียงมองลงไปจะเจอกับสระว่ายน้ำ

มีทางเดินลงไปยังชั้น 1 อยู่ตรงนี้นะคะ

มาดูที่ห้องนอนอีกฝั่งหนึ่งของชั้น 2 กันบ้าง เมื่อเข้ามา เราสามารถจัดทั้งสองฝั่งเป็นตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของได้

บรรยากาศภายในห้องจะเหมือนกันกับชั้นล่าง

แต่ตำแหน่งห้องน้ำจะแตกต่างออกไป คือเมื่อเข้ามายังห้องน้ำเราจะเจอกับหน้าต่างเเละช่องเเสงขนาดใหญ่ก่อน ทางซ้ายมือจะเป็นเคาน์เตอร์เเละอ่างล้างหน้า ส่วนทางขวามือจะเป็นโถสุขภัณฑ์และพื้นที่อาบน้ำ

ตัวเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าจะได้แบบนี้

พื้นที่อาบน้ำจะมีฉากกั้นกระจกให้มาด้วยค่ะ

และมีระเบียงที่มองออกไปยังสระว่ายน้ำได้

ขึ้นชั้น 3 มา สิ่งแรกที่เจอเลยคือห้องพระ

มองย้อนกลับไปยังบันไดซักนิด ตัวบันไดจะมีช่องเเสงด้านข้างเป็นระยะ ช่วยให้บันไดไม่มืดนะคะ

บริเวณห้องพระจะไม่มีฉากกั้นให้แบบนี้ เราอาจต้องติดตั้งเพิ่มเอาเอง

เดินไปทางขวามือจะเป็นห้องนอนอีกห้อง

บรรยากาศและการจัดวางจะเหมือนกันกับห้องชั้น 2 เลย

รวมไปถึงห้องน้ำเช่นกันค่ะ

มาดูที่ห้องนอนใหญ่บ้าง

เข้ามาเราจะเจอกับระเบียงก่อนเลย ทางซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำ ส่วนทางขวามือจะเป็นส่วนWalk-in Closet พื้นที่โต๊ะเครื่องเเป้ง เเละส่วนที่นอนพักผ่อนถัดกันเข้าไป

ตัวระเบียงจะมีขนาดประมาณ 1.5×1.9 เมตร ประตูบานเลื่อนสูงเกือบจรดฝ้าเพดาน

มาดูห้องน้ำกันบ้าง เมื่อเข้ามายังห้องน้ำจะเจอกับเคาน์เตอร์ยาวตลอดแนวผนังฝั่งซ้าย ตัวอ่างให้แบบHis&Her ตรงไปเป็นพื้นที่อาบน้ำเเบบ Rain Shower มีฉากกั้นกระจกให้มา ทางขวามือเป็นอ่างอาบน้ำ ส่วนด้านในสุดเป็นตำแหน่งวางโถสุขภัณฑ์

เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าได้แบบ His & Her แบ่งกันใช้คนละครึ่ง

พื้นที่อาบน้ำจะเป็นแบบRain Shower

ขนาดจะอยู่ที่ประมาณ 1.1×1.5 เมตร ใช้งานได้สะดวกเลยค่ะ มีการลดระดับลงเล็กน้อยกันน้ำไหลย้อน

หน้าตา ชุด Rain Shower ของ American Standard

ตัวอ่างอาบน้ำจะได้ของ Bathroom Design รุ่น PASSION นอนขัดผิวเเช่น้ำได้สบาย ขนาดประมาณ 1.85×1.05 เมตร สูงจากพื้น 60 ซม. ตัวอ่างลึก 45 ซม.

มีฝักบัวให้มาด้วยแบบนี้ค่ะ

ตำแหน่งโถสุขภัณฑ์จะมีความเป็นส่วนตัวสุดๆ สุขภัณฑ์ที่ได้รุ่นนี้จะเป็นระบบไฟฟ้าของ American Standard ค่ะ

ออกจากห้องน้ำมา ทางเดินไปยังส่วนห้องนอน ทางซ้ายมือจะเป็นห้องWalk-in Closet ส่วนทางขวามือจะเป็นส่วนของโต๊ะเครื่องเเป้ง

พื้นที่Walk-in Closet เราสามารถกั้นเป็นห้องได้เลย พื้นที่ด้านในสามารถจัดวางตู้เสื้อผ้าเข้ามุมเป็นรูปตัว U ได้

มีขนาดเคลียร์ในประมาณ 2.5×2.15 เมตร สามารถวางชั้นวางของหรือชั้นเก็บพวก Assessories ไว้ตรงกลางห้องได้

ฝั่งตรงข้ามจะเป็นตำแหน่งโต๊ะเครื่องเเป้ง

พื้นที่ตรงนี้จะติดกับระเบียง ซึ่งสามารถเดินเชื่อมไปยังส่วนห้องนอนได้ด้วย

พื้นที่ตรงนี้จะมีขนาดประมาณ 1.5×2 เมตรค่ะ

เข้ามายังห้องนอนกันบ้าง พื้นที่จริงนี้จะมีขนาดประมาณ 3.5×5.5 เมตร ทำให้นอนจากวางเตียงขนาด King size ได้แล้ว ยังสามารถจัดมุมโซฟาพักผ่อนส่วนตัวภายในห้องได้อีกด้วย

ผนังด้านที่ติดกับหน้าบ้านก็จะได้กระจกเต็มเเนวผนัง มีหน้าต่างบานกระทุ้งที่สามารถเปิดระบายอากาศได้สองบานริมซ้าย-ขวา ปลายเตียงสามารถทำ Built-in ชั้นวางของชั้นวางทีวีได้ หรือจะติดตั้งทีวีเเบบแขวนผนังได้เช่นกัน

อีกฝากนึงของห้องจะติดกับประตูบานเลื่อนที่เชื่อมต่อไปยังระเบียง สามารถจัดเป็นโซฟาพักผ่อน มุมทำงานส่วนตัวบริเวณนี้ได้

ตัวระเบียงจะเป็นเเนวยาวขนานไปกับห้อง มีขนาดประมาณ 1×5.8 เมตร

มองออกไปจะเห็นวิวที่เป็นต้นไม้ตรงระเบียงชั้น2 และวิวสระว่ายน้ำค่ะ


ส่วนแบบบ้านเดี่ยวอีกแบบนึงจะมีชื่อว่า Garden Villa ค่ะ โดยบ้านเเบบนี้จะเป็นแบบบ้านที่มีจำนวนมากที่สุดของโครงการ สำหรับแบบนี้สามารถไปรับชมบ้านตัวอย่างได้ที่โครงการเลยนะคะ ตัว Garden Villa จะเป็นแบบบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยอยู่ที่ 340 ตร.ม. ประกอบไปด้วย 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ ห้องอเนกประสงค์ ห้องรับแขก ห้องรับประทานอาหาร ครัวไทย ส่วนเตรียมอาหาร ห้องพระ ห้องแม่บ้าน และลิฟท์ โดยมีกล้อง CCTV ติดไว้รอบบ้านทั้งหมด 4 จุด พร้อมระบบ Motion Censor และ Magnetic Censorค่ะ

ชั้น 1 จะเเยกทางเดินเข้ากับทางเข้าที่จอดรถออกจากกัน สามารถจอดรถได้ทั้งหมด 3 คัน ด้านหลังที่จอดรถจะมีตู้ Built-in สำหรับเก็บของ เก็บจักรยานได้ เมื่อเข้ามาจะเจอกับFoyer เล็กๆ สามารถเก็บรองเท้า ร่ม อะไรเล็กๆน้อยๆบริเวณนี้ได้ ก่อนที่จะเข้ามาเจอพื้นที่ Living Area ที่ต่อเนื่องไปกับพื้นที่ส่วนรับประทานอาหาร โดยพื้นที่บริเวณนี้จะถูกออกแบบให้เป็น Double Volume ซึ่งจะเเตกต่างจากแบบ Pool Villa ค่ะ นอกจากนั้นยังเป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อไปยังสวนด้านข้างของบ้านได้ สำหรับพื้นที่อีกฝั่งจะเป็นบันไดทางขึ้นชั้น 2 ,ลิฟท์ ,ห้องน้ำแบบPowder room ,ห้องครัว และส่วนบริการ เช่นพื้นที่ซักล้าง ห้องแม่บ้านจะอยู่อีกฝั่ง เดินเข้าจากภายนอกบ้านเท่านั้นค่ะ

ขึ้นมายังชั้น 2 จะเจอกับผนังโล่งที่มองลงไปเห็น Living Area ของชั้น 1 ก่อน จากบันได แยกไปทางซ้ายและขวาจะเป็นห้องนอนทั้ง 2 ฝั่ง โดยฝั่งขวาจะเป็นห้อง Master Bedroom ที่มีห้องน้ำใหญ่ อ่างล้างมือเป็นแบบ His&Her มีอ่างอาบน้ำเเละฝักบัวอาบน้ำ พื้นที่สำหรับ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ และพื้นที่ห้องนอน สามารถมองเห็นวิวสวน วิวหน้าบ้าน และมองเห็นพื้นที่ในบ้านส่วนห้องนั่งเล่นได้ สำหรับอีกฝั่งของบันได ข้างลิฟท์จะเป็นห้องเกํบของ และห้องนอนจะอยู่ถุดไป พื้นที่ห้องนอนมีขนาดเล็กลงมาจากห้อง Master Bedroom เล็กน้อย แต่ฟังก์ชันการใช้งานยังคงครบเช่นเดิม สามารถวางเตียงขนาด King Size ได้ มีพื้นที่ Work Staion , Walk-in Closet และห้องน้ำในตัว

สำหรับพื้นที่ชั้น 3 จะประกอบด้วยห้องนอน 2 ห้องและมี Sky Terrace ที่เป็นห้องแบบ semi-outdoor อยู่ตรงกลาง ฟังก์ชันในห้องนอนจะเหมือนเดิม โดยห้องด้านหน้าจะมีระเบียงเพิ่มเข้ามา ส่วนห้องด้านหลังจะมีพื้นที่สำหรับห้องน้ำและ Walk-in Closet ที่ใหญ่มากขึ้น สำหรับ Sky Terrace ตรงกลางจะเป็นห้องที่มีประตูบานเลื่อนเปิด-ปิดทั้งสองฝั่ง สามารถเปิดใช้งานรับลมรับแดดได้เต็มที่ หรือจะปิดไว้เหมือนเป็นห้องอีกห้องนึงก็ได้เช่นกัน แต่พื้นที่ภายในห้องมีการลดระดับจากตัวบ้าน และมีตำแหน่ง Drain น้ำ ไว้ให้อยู่แล้วค่ะ

ตัวบ้าน Style จะมีความคล้ายคลึงกันกับแบบ Pool Villa แตกต่างกันที่รายละเอียดการจัดวางฟังก์ชันค่ะ สำหรับเเบบบ้านเดี่ยวประตูรั้วที่จอดรถจะเป็นประตูบ้านเลื่อนอัตโนมัติให้มานะคะ ตัวซุ้มประตูทางเดินเข้าจะคล้ายกับแบบทาวน์โฮมเช่นกัน

โดยเเบบบ้านเดี่ยวจะมีห้งสำหรับทิ้งขยะแยกออกมาห่างจากทางเดินคนเข้าเเบบนี้ ฝั่งซ้ายมือที่เห็นจะเป็นตู้ไฟ ส่วนทางขวาจะเป็นประตูห้องขยะ

ทางเดินเข้าบ้านจะมีหลังคาคลุม มีกริ่งติดอยู่ทางซ้าย มีไฟฟ้าส่องสว่างอยู่ด้านบน เราอาจติดตู้จดหมายไว้ตรงนี้ได้นะคะ

บรรยากาศภายในชั้น 1 ส่วนนั่งเล่นรับเเขกที่เป็น Double Volume พื้นที่บริเวณนี้จะมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ 5.7 เมตร ซึ่งต่างจากปกติที่มีความสูงที่ 2.7 เมตรค่ะ

พื้นที่ตรงชั้น 1 จะเป็นพื้นที่ open Space ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังสวนด้านข้างบ้านได้

มองจากสวนกลับไปยังบ้านจะเจอกับบันไดทางขึ้นชั้น 2 ลิฟท์ ห้องครัว เเละจะเห็นได้ว่าจากชั้น 2 เมื่อเดินขึ้นไปเเล้วจะมีทางเดินเชื่อมที่สามารถมองลงมายังพื้นที่ชั้น 1 ได้ด้วยค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 10 July 2018 

  • บ้านเดี่ยว
    • The Pavilion Villa ที่ดิน 133.69 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 490 ตร.ม. ราคา 72.1 ล้านบาท
    • The Pool Villa ที่ดิน 79.57 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 490 ตร.ม. ราคา 49.02 ล้านบาท
    • The Garden Villa ที่ดิน 56.80 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 340 ตร.ม. ราคา 35.67 ล้านบาท
  • ทาวน์โฮม
    • The Corner (B/W) ที่ดิน 52.38 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 320 ตร.ม. ราคา 31.43 ล้านบาท
    • The Corner ที่ดิน 34.57 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 310 ตร.ม. ราคา 21.75 ล้านบาท
    • The Center ที่ดิน 26.40 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 310 ตร.ม. ราคา 18.35 ล้านบาท

ค่าใช้จ่ายต่างๆ ณ วันโอนกรรมสิทธิ์

  • เงินจอง 200,000 บาทสำหรับทาวนฺโฮม และ 300,000 บาท สำหรับบ้านเดี่ยว
  • ค่าจดจำนอง 1% ของจำนวนเงินกู้ สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมการโอน 1% ของราคาประเมิน(เฉพาะส่วนของลูกค้า)
  • ค่าอากรแสตมป์และค่าพยานในส่วนของผู้จะซื้อ 500 บาท
  • ค่าติดตั้งและประกันมิเตอร์น้ำประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าติดตั้งและประกันมิเตอร์ไฟฟ้า ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าส่วนกลาง 100 บาท/ตร.วา/เดือน ชำระล่วงหน้า 2 ปี
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 400,000 บาท

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล – บนทำเลพระราม 3 นั้นเป็นทำเลที่สามารถเดินทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวก มีเส้นทางให้เลือกหลากหลาย รวมไปถึงทางด่วนที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการ อีกทั้งบนถนนพระราม 3 เองยังมีสถานที่ทำงานตั้งอยู่ค่อนข้างมาก เช่นธนาคารกรุงศรีเป็นต้น และยังสามารถเดินทางไปยังแหล่งงานใกล้เคียงอย่างถนนสาทรและถนนพระราม 4 ได้ไม่ไกลด้วยค่ะ นอกจากนี้บนทำเลพระราม 3 นั้นเป็นถนนที่เลียบไปกับแม่น้ำเจ้าพระยา ดังนั้นบริเวณนี้จึงมีร้านอาหารประเภทริมน้ำค่อนข้างมาก และยังมีคอนโดสูงขึ้นอยู่มากเช่นกัน ทำให้เรื่องความอุดมสมบูรณ์ของทำเลนี้จัดว่าดีเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมี Community Mall อย่าง The Up และ INT intersect อยู่ไม่ไกล รวมไปถึงยังเป็นทำเลที่มีสถานศึกษาเช่นตระกูลสารสาสน์ต่างๆอยู่ไม่ไกลอีกด้วยค่ะ

การเดินทางด้วยรถยนต์ – โครงการนี้เหมาะสำหรับคนที่เดินทางโดยใช้รถยนต์เป็นหลักเลย ถนนรอบๆโครงการนับว่าเป็นถนนใหญ่ 4-8 เลน การจราจรไม่ติดมากนัก เมื่อเทียบกับทำเลเมืองโดยทั่วไป อีกทั้งยังสามารถเดินทางได้หลากหลายเนื่องจากมีถนนมาบรรจบกับหลายเส้น เช่นสามารถไปยังสาทรโดยผ่านถนนนราธิวาส เป็นต้นค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถยนต์ – ถึงเเม้ว่าบนถนนพระราม 3 จะเป็นถนนที่มีเส้นทางการเดินรถ BRT ผ่าน แต่จากทางเข้าโครงการซึ่งเป็นถนนวงเเหวนอุตสาหกรรม ยังไม่ใช่เส้นพระราม 3 โดยตรงนั้น ทำให้การที่จะเดินทางมายังจุดขึ้นลง BRT ค่อนข้างลำบากและไกลกว่าระยะเดินเท้าพอสมควร อีกทั้งบริเวณหน้าโครงการยังเป็นพื้นที่ใต้สะพาน จึงทำให้บรรยากาศไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไรนัก เเละไม่มีรถสาธารณะหรือมอเตอร์ไซด์บริเวณนั้น (ซึ่งอาจจะต้องรอโครงการลุมพินีเพลสที่เป็นคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จก่อน ถึงอาจจะมีวินมอเตอร์ไซด์หรือช่องทางการเดินทางโดยรถสาธารณะทางอื่นเพิ่มมากขึ้นให้เลือกใช้)

การออกแบบ – ภายในโครงการถูกออกแบบมาค่อนข้างดี ตั้งแต่การวางผังที่เเยกส่วนบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมออกจากกัน นอกจากจะช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัวเเล้ว ยังช่วยเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นมาอีกชั้นนึงด้วย ในส่วนการออกแบบตัวบ้านนั้น เน้นพื้นที่ใช้สอยที่สามารถใช้งานได้สบาย มีความเป็นส่วนตัวสูง เห็นได้จากตั้งแต่ทางเข้าบ้านที่ดูไม่ได้เปิดโล่งมาก แต่จะไปเปิดโล่งทางด้านหลัง ซึ่งมีพื้นที่ที่ออกแบบมาเป็นมุมมองส่วนตัว เช่นวิวสวน วิวสระว่ายน้ำ เป็นต้น ในส่วนของพื้นที่ใช้สอยก็มีการคำนึงถึงผู้อยู่อาศัยทุกวัย ต้องขนาดและฟังก์ชันที่ให้มาเต็มที่ตั้งแต่เเรก

วัสดุ – วัสดุต่างๆภายในโครงการจัดให้ในระดับมาตรฐานของโครงการระดับนี้ โครงสร้างก่ออิฐมอญ ผนังภายนอกบางส่วนทาสีเรียบ บางส่วนทาสีทำ Texture บางส่วนกรุกระเบื้อง ภายในให้กระเบื้องพอ=ร์ซเลน ห้องนอนส่วนทาวน์โฮมได้ลามิเนต 12 มม. ส่วนบ้านเดี่ยวจะได้เป็นเอนจิเนียร์วูด 14 มม. ประตูบ้าน ได้เป็นบานไม้สัก ส่วนประตูภายในบ้านจะได้บาน WPC (Wood-Plastic Composite) ปิดผิวลามิเนต วงกบไม้สังเคราะห์ ส่วนตัวกระจกจะได้กรอบบานอลูมิเนียมและกระจกใสสี EURO GRAY 6mm. สุขภัณฑ์ได้ของ American Standard เกือบทั้งโครงการ

สาธารณูปโภค – ต้องใช้ร่วมกันระหว่างบ้านเดี่ยวและทาว์โฮม มีพื้นที่ให้บริการอยู่ในระดับมาตรฐาน สำหรับทาวน์โฮมถือว่าได้ค่อนข้างดีในกรณีที่ใช้ส่วนกลางนี้เป็นประจำ แต่สำหรับบ้านเดี่ยวอาจไม่มีความจำเป็นในการมาใช้พื้นที่ตรงนี้มากนัก เช่นแบบบ้าน Pool Villa ที่มีสระว่ายน้ำอยู่ในบ้านอยู่เเล้ว เป็นต้น ในส่วนของระบบรักษาความปลอดภัย นับว่าโครงการนี้ให้มาค่อนข้างดีเลย ทั้งส่วนของโครงการที่มีรปภ. 24 ชม. Double Gate เพื่อ Screen คนเข้า-ออก หรือกล้องวงจรปิดที่มีให้ทั้งโครงการถึง 65 จุด ส่วนภายในบ้านโดนเฉพาะบ้านเดี่ยว ที่มีมาทั้งกล้องวงจรปิด Magnetic censor และ Motion censor

Judgement

เนื่องจากโครงการนี้มีทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมอยู่ด้วยกันจึงขอแยกการให้คะแนนดังนี้ค่ะ

ทาวน์โฮม

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 18 – 32 ล้านบาท, 10 July 2018

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.75/10 – ทำเลใกล้ถนนพระราม 3 รถไม่หนาแน่นมาก เดินทางเข้า-ออกเมืองสะดวก
  • ความปลอดภัย 7.75/10 – Double Gate รั้วรอบโครงการ รปภ 24 ชม. กล้องวงจรปิด 65 จุดทั่วโครงการ ตัวบ้านมี Magnetic & Motion censor ให้มาด้วย
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8.75/10 – พื้นที่ออกแบบดี มีขนาดใหญ่ มี Double Volume บรรยากาศไม่เหมือนทาวน์โฮม
  • วัสดุ 7.5/10 – มาตรฐานของโครงการราคานี้ มีการใส่ใจในรายละเอียดที่ดี
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 8.75/10 – ถนนกว้าง เสาไฟฟ้าลงดิน พื้นที่ส่วนหนึ่งใช้ร่วมกับบ้านเดี่ยวด้วย เลยทำให้พื้นที่สวนมีขนาดใหญ่กว่าโครงการประเภททาวน์โฮมทั่วๆไป
  • สาธารณูปโภค 8.5/10 – มีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่และมีหลากหลายให้เลือกใช้งาน แต่ต้องใช้ร่วมกันกับบ้านเดี่ยวด้วย
  • 8.05 / 10.00 

บ้านเดี่ยว

โครงการ BAAN 365 พระราม 3 ในส่วนของบ้านเดี่ยวนั้นเป็นโครงการระดับ SUPER LUXURY CLASS ที่ขายราคาตั้งแต่ 35 – 75 ล้านบาท ทำให้ปัจจัยในการเลือกซื้อนอกจากจะต้องดูเรื่องความคุ้มค่าทางการเงินแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกที่สำคัญ เช่น ความชอบส่วนบุคคล อารมณ์ และความรู้สึกส่วนตัวของผู้ซื้อ ที่ต้องนำมาใช้ประกอบการพิจารณา ซึ่งปัจจัยดังกล่าวมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล ดังนั้นทางทีมงานจะไม่มีการให้คะแนนความคุ้มค่าแก่โครงการลักษณะนี้นะคะ

BOTTOM LINE

BAAN 365 เป็นโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมะดับหรู เหมาะกับคนที่อยากได้บ้านทำเลพระราม 3 เดินทางเข้าเมืองได้ง่าย ใกล้ทางด่วน ชอบความเป็นส่วนตัว เหมาะกับครอบครัวขนาดกลางถึงใหญ่ สามารถอยู่กันได้ถึง 3 Generation มีการออกแบบที่โปร่งสบาย และคำนึงถึงการใช้งานทั้งภายในและภายนอกอาคาร สำหรับทาวน์โฮมมีงบประมาณ 18-30 ล้านบาทหรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 126,00-210,000 บาท และ สำหรับบ้านเดี่ยวมีงบประมาณ 35-75 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 245,000-525,000 บาทค่ะ 

ขอบบคุณสำหรับการติดตามอ่านรีวิวฉบับนี้นะคะ

Share

Leave a Reply