The PARQ เปิดข้อมูลเฟสแรกโดย TCC Asset

June 13, 2018 23:370 comments

TCC Asset  เผยดีไซน์โครงการ The PARQ (เดอะ ปาร์ค) โครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบมิกซ์ยูส มูลค่ากว่าสองหมื่นล้านบาท บนทำเลทองติดถนนพระรามสี่ โดยในเฟสแรกมีมูลค่าการลงทุนแปดพันล้านบาท แบ่งเป็นพื้นที่สำนักงานเกรดเอ ‘The PARQ Workplace’ และพื้นที่ร้านค้าปลีกระดับพรีเมียม ‘The PARQ Life’ ตัวโครงการบูรณาการสถาปัตยกรรมล้ำสมัย การออกแบบอย่างยั่งยืน และบริการสมาร์ทเซอร์วิสแบบครบวงจรเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Life Well Balanced” หรือการใช้ชีวิตอย่างสมดุล มุ่งยกระดับการทำงานและการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ โดยโครงการ The PARQ มีกำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จภายในสิ้นปี พ.ศ. 2562 ตั้งเป้าที่จะเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์แห่งแรกที่ได้รับมาตรฐานอาคาร LEED Gold และWELL Gold ซึ่งการรับรองจากสองมาตรฐานอาคารนี้จะส่งผลให้ The PARQ เป็นโครงการที่ล้ำหน้าที่สุดในกรุงเทพมหานคร

นางสาวซู หลิน ซูน ประธานกรรมการเจ้าหน้าที่บริหารโครงการ The PARQ กล่าวว่า “เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัวดีไซน์ของโครงการ The PARQ อย่างเป็นทางการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของโครงการที่จะสร้างสถานที่ทำงานที่เอื้อต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี คำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์วิถีชีวิตรูปแบบใหม่ สามารถเข้าถึงทุกความสะดวกได้อย่างง่ายดาย พร้อมด้วยด้วยทำเลทองที่ตั้งอยู่ติดกับศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และยังเชื่อมต่อกับสถานี MRT ศูนย์สิริกิติ์และสวนเบญจกิติ โครงการ The PARQ จะช่วยเติมเต็มศักยภาพพื้นที่บริเวณรอบศูนย์ประชุมฯ ให้มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น” 

สำหรับภาพรวมด้านการออกแบบของโครงการในเฟสแรกนั้น ประกอบด้วยอาคารสำนักงานสูง 16 ชั้น ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง และเชื่อมต่อกันในส่วนชั้นบน ด้วยการออกแบบรูปลักษณ์อาคารที่โดดเด่น โดยพื้นที่สามชั้นล่างของอาคารเป็นพื้นที่ร้านค้าปลีกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทำงาน พื้นที่ทั้งหมดถูกเชื่อมต่อถึงกันด้วยสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่ นับเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ เพื่อความสมดุลของการใช้ชีวิตของคนทำงาน 

The PARQ Workplace (เดอะ ปาร์ค เวิร์คเพลส) เป็นพื้นที่สำนักงานระดับเกรด A สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการขององค์กรชั้นนำทั้งในประเทศและระดับสากลที่กำลังแสวงหาพื้นที่อันเปี่ยมด้วยนวัตกรรมที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของบุคลากร จุดเด่นของอาคารนี้คือขนาดพื้นที่ต่อชั้น (Floor Plate) ซึ่งปราศจากเสาภายใน (column-free) ขนาดใหญ่ถึง 5,000 ตารางเมตร และเพดานสูงถึง 3 เมตร เพื่อสร้างความยืดหยุ่นแก่ผู้เช่าในการจัดสรรและออกแบบพื้นที่สำนักงานของตนเอง The PARQ Workplace จึงเป็นสถานที่ทำงานแห่งอนาคตที่จะช่วยสร้างเสริมให้บุคคลากรในองค์กรมีสุขภาพกายและจิตใจที่ดี ผลที่ตามมาคือการทำงานที่มีประสิทธิผลมากขึ้นและสามารถรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพไว้กับองค์กรได้ นอกจากนี้ ทั้งสองฝั่งของอาคารยังมีล็อบบี้เป็นของตัวเอง พร้อมลิฟต์โดยสารที่กว้างขวางและเปิดเฉพาะชั้น และระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม ส่วนด้านนอกอาคารจะใช้กระจกสะท้อนแสง Low-E มีคุณสมบัติป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ ส่งผลให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น ส่วนระบบแสงสว่างจะเป็นไฟ LED ที่ทำงานโดยระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับแสงอาทิตย์ ระบบฝ้าเพดานที่เก็บเสียง และมีกลไกควบคุมคุณภาพอากาศภายในอาคารตลอดเวลา

“The PARQ ถือเป็นโครงการที่สร้างมาตรฐานใหม่ของอนาคตแห่งความยั่งยืนให้แก่กรุงเทพฯ และด้วยมาตรฐานอาคารระดับโลกอย่าง LEED และ WELL จะเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อให้เห็นว่าอาคารและชุมชนต่างก็สามารถร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรอันมีค่าเพื่ออนาคตที่ดียิ่งขึ้นได้ การตั้งเป้าที่จะได้การรับรองมาตรฐานทั้ง LEED และ WELL ควบคู่กันเป็นที่แรกในประเทศไทยถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับเรา เพื่อที่จะได้เป็นแบบอย่างอาคารสำนักงานและพื้นที่สำหรับไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด” นายอุรเสฏฐ นาวานุเคราะห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายพัฒนาสินทรัพย์ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ กล่าว

 

The PARQ Life (เดอะ ปาร์ค ไลฟ์) เป็นแหล่งรวมร้านค้าปลีก ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และ
ศูนย์อาหาร บนพื้นที่ 12,000 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิด ‘Eat Well and Shop Well’ รวมไปถึงการนำเสนอบริการด้านสุขภาพและความงาม ตลอดจนร้านค้าที่ดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “Life Well Balanced” ของ The PARQ Life ซูเปอร์มาร์เก็ตภายในโครงการจะมุ่งเน้นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอาหารปลอดสารพิษ อาหารเพื่อสุขภาพ รวมถึงอาหารมังสวิรัติที่หลากหลายกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ในขณะที่ศูนย์อาหารจะเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคด้วยอาหารโซเดียมต่ำ ใช้น้ำตาลและน้ำมันในปริมาณที่น้อยกว่าอาหารปกติ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้ามาทำงานและใช้บริการที่ The PARQ ถึง 15,000 คน และมีผู้ที่อยู่โดยรอบและภายในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์อีกราว 85,000 คน พื้นที่แห่งนี้จึงมีศักยภาพสูงที่จะเติบโตและสร้างความสมบูรณ์แบบให้แก่ The PARQ Life ได้
เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ โครงการยังใช้คอนเซ็ปต์ ‘Build Well’ ผ่านบริการอัจริยะต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับมาตรฐาน LEED และWELL อาทิ เครื่อง UV Emitter ตรวจจับรังสีอัลตราไวโอเลตเพื่อปรับปรุงคุณภาพอากาศในอาคาร ระบบการความคุมและระบายอากาศบริเวณอาคารที่จอดรถ เซ็นเซอร์ตรวจสภาวะก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในอากาศ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในห้องน้ำ และการออกแบบให้ภายในอาคารมีเสียงรบกวนต่ำที่สุด เป็นต้น ทั้งหมดนี้ออกแบบมาเพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมภายในอาคารที่เหนือระดับ The PARQ ยังออกแบบตามมาตรฐานของ WELL ซึ่งคำนึงถึงหัวใจสำคัญ 7 ประการ คือ

  • อากาศ: ระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับคุณภาพอากาศ สร้างคุณภาพอากาศภายในอาคารให้ดีที่สุด
  • น้ำ: น้ำดื่มผ่านระบบการกรองที่ได้มาตรฐาน สามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย
  • แสงร้อยละ 75 ของทุกพื้นที่ทำงานตั้งอยู่ภายในรัศมี 7.5 เมตรจากหน้าต่าง  เพิ่มการเข้าถึงแสงจากธรรมชาติ ช่วยให้ระบบการทำงานในร่างกายมนุษย์สมดุลขึ้น
  • สุขภาพกาย: การให้ความรู้ผ่านการจัดสัมมนาเกี่ยวกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมห้องสมุดสุขภาพออนไลน์สำหรับทุกคนภายในโครงการ·     สุขภาพจิต: ด้วยต้นไม้มากกว่า 350 ต้นภายในโครงการ ช่วยเติมเต็มความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ในการเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

การออกแบบผ่านแนวคิด Biophilic Design ของโครงการ The PARQ นั้น ให้ความสำคัญกับพื้นที่อาคารและสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพและประสิทธิภาพของมนุษย์ ภายในโครงการประกอบไปด้วยสวน ‘Q Garden’ (คิว การ์เด้น) ซึ่งเป็นสวนลอยฟ้าขนาด 3,400 ตารางเมตรที่
ร่มรื่นไปด้วยพรรณไม้นานาชนิดและตกแต่งด้วยธารน้ำอย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังได้จัดสรรพื้นที่สีเขียวอีกมากกว่า7,000 ตารางเมตร โดยผสมผสานอยู่ในพื้นที่ส่วนต่างๆ ทั่วทั้งโครงการ เพื่อให้ผู้ใช้ชีวิตใน
The PARQ และผู้มาเยือนสามารถเข้าถึงธรรมชาติได้ตลอดเวลาอีกด้วย

Share

Leave a Reply