Iconature ศาลายา บ้านแฝด 2 ชั้น ใกล้มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จาก Prinsiri [รีวิวฉบับที่ 1601]

June 8, 2018 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1601 สวัสดีค่ะ วันนี้พาไปชมโครงการบ้านแฝดใกล้มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายากันค่ะ กับโครงการ Iconature ศาลายา บ้านแฝด 2 ชั้นที่ออกแบบมาในลักษณะเหมือนบ้านเดี่ยวขนาดที่ดินกะทัดรัด ไม่มีผนังไหนที่ติดกับเพื่อนบ้านเลย นอกจากนี้ยังออกแบบเน้นพื้นที่ใช้สอยภายในสูงสุด พร้อมกับฟังก์ชันภายในที่น่าสนใจทีเดียวค่ะ สำหรับใครที่กำลังมองหาบ้านเดี่ยวขนาดกะทัดรัด หยิบจับง่าย ใกล้มหาวิทยาลัยมหิดล ตามมาอ่านกัน

 

Fact @ 13 July 2015

  • Iconature Salaya (อิคอนเนเจอร์ ศาลายา)
  • บริษัท ปริญสิริ จำกัด
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : ถนน ศาลายา พุทธมณฑล
  • เนื้อที่โครงการ 39-0-07 ไร่ จำนวน 255 ยูนิต
  • บ้านแฝด 2 ชั้น
    • Sunlight ที่ดิน 37.1 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 151 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
    • Skylight ที่ดิน 39.9 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 155 ตร.ม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ
  • ที่ดินแปลงมาตรฐาน 38 ตร.วา
  • ราคาเริ่มต้น 3.69 ล้านบาท
  • โครงการเริ่มขาย Q3 2015
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1753

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.800988, 100.296119

สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการก็ต้องบอกว่าเป็นย่านชานเมืองแบบปริมณฑลค่ะ ตัวโครงการอยู่เลยพุทธมณฑลสาย 5 มาทางนครปฐมแล้ว บริบทรอบๆโครงการในระยะใกล้ส่วนใหญ่จะเป็นสถานศึกษา อย่างเช่น ม.มหิดล ศาลายา, มทร.รัตนโกสินทร์, สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร,โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบวรนิเวศศาลายา หรือวิทยาลัยสงฆ์ อย่างมหามงกุฎราชวิทยาลัย ศาลายา เป็นต้น ดังนั้นด้วยความที่มีสถานศึกษาค่อนข้างเยอะ จึงทำให้ความอุดมสมบูรณ์ตามมา ทั้งห้างสรรพสินค้า ตลาด ร้านขายของต่างๆ แต่บรรยากาศก็ยังคงความเป็นชานเมือง ไม่ได้ดูคึกคักหรือพลุกพล่านแบบในตัวเมืองกรุงเทพ แต่เป็นทำเลที่ยังสามารพัฒนาต่อไปได้อีกไกล เพราะอยู่ใกล้สถานที่สำคัญๆอย่าง สวนพุทธมณฑล, ตลาดสดศาลายา, สถานีรถไฟศาลายา, ตลาดดอนหวาย, วัดไร่ขิง, Makro, Community Mall อย่าง Brio และ Image Mall ส่วนห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆตอนนี้จะมี เซ็นทรัล ศาลายา กับ The Mall บางแคอยู่ ทำให้ทำเลในย่านนี้มีความคึกคักในตัวเองเพิ่มขึ้นมาก

แต่โดยรวมแล้วสภาพแวดล้อมส่วนใหญ่ในบริเวณนี้จะเป็นแหล่งโรงงาน อาคารพาณิชย์และที่อยู่อาศัยแนวราบสลับๆกันไป โรงงานก็มีทั้งที่ริมถนนและอยู่ในซอย ส่วนมากริมถนนจะปลูกเป็นตึกแถวสูง 3-4 ชั้น แทรกด้วยหมู่บ้านแนวราบตามบริบทของทำเลในย่านปริมณฑลที่มักเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนซะส่วนใหญ่  ส่วนบนถนนศาลายา-นครชัยศรีมาจนถึงโครงการจะมีสถานศึกษาค่อนข้างเยอะ ด้วยปัจจัยทั้งหลายที่กล่าวมาข้างต้น มีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ ด้วยความที่ทำเลอยู่ในย่านการศึกษา ทำให้มีเด็กจากทั้งต่างจังหวัดและในกรุงเทพไปเรียนที่ศาลายากันมาก โดยเฉพาะ ม.มหิดล ศาลายา ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยใหญ่ ซึ่งหากดูจากทำเลแล้วโครงการจะตอบโจทย์มากกับบุคลากรที่ทำงานในสถานศึกษารอบๆ หรือผู้ปกครองที่มองหาบ้านใกล้สถานศึกษาของลูกๆ

การเดินทางด้วยรถยนต์ จากโครงการสามารถเชื่อมต่อได้หลายเส้นทาง โดยใช้ทางเข้าออกหลักคือ ถนนศาลายา-นครชัยศรี (ทางหลวงชนบทนครปฐม 4006)  ไปได้ทั้งถนนศาลาธรรมสพน์, เข้าถนนทวีวัฒนาเพื่อไปยังเอกชัย, บางบอนได้  หรือไปบนถนนบรมราชชนนีก็จะสามารถทะลุถนนพุทธมณฑลสาย 2 -7 แล้วไปทะลุถนนเพชรเกษมได้ นอกจากนี้ยังสามารถไปยังถนนกรุงนนท์ –จงถนอมแล้วแยกไปถนนสำเร็จพัฒนาก็ได้ การจราจรอาจมีสะดุดบางช่วงเวลา เช่น ช่วงเช้าและช่วงเย็นเวลาที่คนต่างเดินทางไปเรียนและทำงาน แต่โดยรวมแล้วไม่ติดขัดมากนัก

ส่วนการเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง มีรถตู้จากโครงการรับ-ส่งถึง ม.มหิดล ศาลายา 20 บาท,รถตู้ปรับอากาศสายอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและสายเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ขึ้นได้ที่หน้ามอ, รถเมล์ผ่านหน้าโครงการ คือสาย 84 ก, 124, 515, 547 รวมทั้งรถเมล์อีกหลายสายที่ผ่านหน้า ม.มหิดลศาลายา, มีสถานีรถไฟที่สามารถใช้เข้าเมือง หรือจะไปต่างจังหวัดก็ได้ ในอนาคตจะมีการสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน ซึ่งสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีศาลายา ห่างจากโครงการ 4.5 กิโลเมตร

การเดินทางในวันนี้เราจะเริ่มจากแยกถนนบรมราชชนนีตัดกับถนนพุทธมณฑลสาย 4 ตรง ม.มหิดลศาลายา แวะดูสภาพแวดล้อมหน้ามหาวิทยาลัย แล้วขับตรงมาถึงแยกหอนาฬิกา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนศาลายา-นครชัยศรี ตรงมาเรื่อยๆจนถึงโครงการ Foret ศาลายา ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการ Iconature ศาลายาค่ะ

เรามาเริ่มกันที่ทางลงสู่ถนนพุทธมณฑลสาย 4 จากตรงนี้จะเห็นอาคารของ ม.มหิดลศาลายาแล้ว

ทางเข้าหลักของ ม.มหิดล ศาลายา จะอยู่บนเส้นพุทธมณฑลสาย 4 นี้เอง แน่นอนว่าเมื่อมีมหาวิทยาลัย ความอุดมสมบูรณ์ก็จะตามมา ทำให้ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยหรือที่เด็กๆจะเรียกกันติดปากว่า “หน้ามอ” มีทั้งอาคารพาณิชย์ หอพัก ร้านอาหาร และร้านขายของอุปโภคบริโภคหลากหลายมาก

บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยจะมีสะพานลอยไปยังฝั่งตรงข้ามเป็นช่วงๆ เดี๋ยวเราจะพาข้ามสะพานลอยไปดูความอุดมสมบูรณ์ที่หน้ามอกัน

ลงมาจากสะพานลอยจะเจอป้ายรถเมล์ และวินรถตู้ปรับอากาศ โดยหลักๆจะมี 2 สาย
-สายอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – ม.มหิดล ศาลายา (เชิงสะพานลอย รพ.ราชวิถี)
-สายเซ็นทรัลปิ่นเกล้า – ม.มหิดล ศาลายา

ซึ่งหากคุณผู้อ่านมีข้อมูลรถเพิ่มสามารถมาแชร์กันได้นะคะ

เดี๋ยวเราจะพาเดินทัวร์กัน ตรงนี้มีร้านขายไก่ทอดอยู่ ฝั่งตรงข้ามเป็นร้านหนังสือและร้านอาหารในอาคารพาณิชย์

เราเข้ามาเดินข้างในแล้ว จะเห็นว่าทางฟุตบาทค่อนข้างกว้าง สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านอาหารและร้านขายของหลากหลายที่ทยอยเปิดกันตั้งแต่เช้าไปจนถึงมืด เพื่อรองรับนักศึกษา

จากหน้ามอเราวิ่งตรงมาเรื่อยๆจนถึงแยกหอนาฬิกา หากตรงไปจะสามารถไปยังสถานีรถไฟศาลายาได้ แต่เราจะเลี้ยวซ้ายเข้าถนนศาลายา-นครชัยศรี เพื่อไปยังโครงการกัน

พอเลี้ยวเข้ามาบนถนนศาลายา-นครชัยศรี ฝั่งซ้ายมือจะยังเป็นเขตพื้นที่ ม.มหิดล ศาลายา ส่วนทางขวามือจะเห็นหลังคาสีเหลืองๆนั้นคือตลาดศาลายา เป็นตลาดใหญ่ทีเดียว

บรรยากาศของหน้ามอฝั่งนี้ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกพอสมควร  จะเห็นว่ามี 7Eleven และอาคารพาณิชย์ขายสินค้าหลากหลาย

โดยริมรั้วมหาวิทยาลัยฝั่งนี้ก็มีท่ารถตู้อีกหนึ่งท่า

ขับต่อไปจะเจอที่ว่าการอำเภอพุทธมณฑลอยู่ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัย

ไม่ไกลกันเป็นสี่แยก หากเลี้ยวขวาจะสามารถไปยังถนนกรุงนนท์-จงถนอม สามารถไปทะลุลำพระยา, แม่น้ำท่าจีน หรือตรงยาวไปนครปฐมได้ ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยอีกทาง เดี๋ยวเราจะตรงเพื่อไปโครงการกันนะคะ

เลยจากเขต ม.มหิดล ศาลายามาแล้ว ก็ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์อยู่อย่าง Tesco Lotus Mini รวมทั้งยังมีหอพักที่พบเห็นอยู่เรื่อยๆทั้งสองข้างทาง

ไม่ไกลกันก็มี Mini BigC ศาลายา

ตรงนี้เป็นกรมยุทธศึกษาทหารเรือ ฝั่งตรงข้ามกันเป็นหมู่บ้านนันทวัน

ถัดมาจะเป็น Makro ศาลายา สภาพแวดล้อมแถวนี้ค่อนข้างคึกคัก มีหอพักและอพาร์ทเมนต์ให้เช่าเยอะมาก

เลย Makro มาจะเจอสี่แยก หากเลี้ยวขวาจะไปสถานีรถไฟและโรงพยาบาลศาลายา ส่วนเลี้ยวซ้ายจะไป ม.เทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ หรือตรงไปเพื่อทะลุถนนบรมราชชนนีก็ได้ ตรงไปจะเจอสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

ถัดมาเป็นวิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร ฝั่งตรงข้ามกันเป็นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.พุทธมณฑล

ตรงนี้เป็นโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบวรนิเวศศาลายา โรงเรียนค่อนข้างใหญ่

 

เพราะขับมาอีกนิดก็จะเจอโครงการแล้ว โดยให้สังเกตป้ายทางเข้า “Foret Salaya” ให้เลี้ยวเข้าได้เลย เพราะโครงการ Iconature ศาลายา อยู่ในนั้นค่ะ

ถึงบริเวณหน้าโครงการใหญ่ Foret Salaya ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่อาศัยของ Developer อย่าง ปริญสิรินะคะ ภายในโครงการนี้มีทั้งหมด 3 โครงการย่อยด้วยกัน คือ Zelle ศาลายาที่เป็นคอนโดมิเนียม, City Sense เป็นทาวน์โฮม และโครงการบ้านแฝด + บ้านเดี่ยวอย่าง Iconature ค่ะ  โดยทั้ง 3 โครงการใช้ทางเข้า-ออกร่วมกันและถนนภายในโครงการ foret นี้จะเป็นถนนส่วนกลางที่ใช้ร่วมกันทั้ง 3 โครงการค่อยแยกย่อยไปตามโครงการตัวเองอีกที

ดูจากภาพมุมสูงจะเห็นได้ชัดเจนขึ้น สภาพแวดล้อมตัวโครงการ Iconature ศาลายา ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในโครงการใหญ่  Foret ศาลายา นี้ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่แนวราบ ที่เป็นเขตมหาวิทยาลัยและโครงการหมู่บ้านจัดสรรเกือบทั้งหมด จึงค่อนข้างได้เปรียบในเรื่องความเงียบสงบ และความสะดวกที่อยู่ติดถนนใหญ่อีกด้วยค่ะ

  • ทิศเหนือ ติดกับ ถนนศาลายา-นครชัยศรี ซึ่งเป็นถนนหลักของโครงการ
  • ทิศตะวันตก ติดกับ มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ศาลายา
  • ทิศตะวันออก ติดกับ ถนนส่วนบุคคลในโครงการซึ่งเป็นทางเข้า-ออกหลักของคอนโด กว้าง 16 เมตร
  • ทิศใต้ ติดกับ ทาวน์โฮม City Sense ทาวน์โฮม 2 ชั้น

เพิ่มเติมจากบริเวณหน้าโครงการ หากต้องการกลับรถเข้าเมือง หรือไปยัง ม.มหิดล ศาลายาก็ไปได้ง่าย เพราะจุดกลับรถอยู่ใกล้มาก เยื้องๆกับโครงการเลยค่ะ แต่ควรดูรถหน่อยนะคะ เพราะค่อนข้างกระชั้นระดับนึงค่ะ

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • มหามงกุฎราชวิทยาลัย ศาลายา  ~350 ม.
  • วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร ~ 550 ม.
  • โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบวรนิเวศศาลายา~ 700  ม.
  • สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ~ 700 ม.
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ~ 1.5 กม.
  • ตลาดสดศาลายา ~2.4 กม.
  • มหาวิทยาลัย มหิดลศาลายา ~ 2.5 กม
  • สถานีรถไฟศาลายา ~3.1 กม.
  • Central ศาลายา ~4.2  กม.
  • Brio Mall ~5.5 กม.
  • พุทธมณฑล ~ 5.8 กม.
  • ตลาดดอนหวาย ~6.5 กม.
  • วัดไร่ขิง ~11.5 กม.

 

 


เจาะลึกตัวโครงการ

Master Plan รวมของโครงการ  Foret อย่างที่กล่าวในข้างต้นว่า โครงการนี้ประกอบด้วยบ้านเดี่ยว (Iconature), ทาวน์โฮม (City Sence) และคอนโด (Zelle)  ด้านหน้าโครงการ Foret จะมีป้อมยามรักษาความปลอดภัยให้ 1 จุด เข้า-ออกด้วยการใช้ Access Card ระยะใกล้ พร้อมกล้อง CCTV เมื่อเข้ามาในโครงการจะมีถนน 2 เลน (เข้า-ออก) เชื่อมทั้ง 3 โครงการให้ใช้ร่วมกัน ตรงกลางระหว่าง Iconature และ City Sense คือ Sale Gallery ซึ่งในอนาคตยังไม่ระบุว่าจะทำเป็นอะไรค่ะ พื้นที่ยังเป็นของปริญสิริดูแลจัดการต่อ

สำหรับโครงการ Iconature ศาลายาเอง เป็นโครงการบ้านแฝดจำนวน 255 ยูนิต บนที่ดินร่วม 39 ไร่เศษ ภายในโครงการแยกออกมานั้นมีประตูทางเข้า-ออกแยกส่วนอีกทีเพื่อความเป็นส่วนตัวมากขึ้นของลูกบ้าน เรียกได้ว่าเป็น Double Gate (เมื่อนับจากหน้าโครงการที่ติดถนนใหญ่) และมี Club House แยกจากโครงการรวม เฉพาะลูกบ้านโครงการ Iconature โดยเฉพาะ โดยตำแหน่ง Club House จะอยู่ติดกับประตูทางเข้าโครงการเลย ข้อดีคือเป็นหน้าตาของโครงการ สามารถใช้ต้อนรับแขกได้ โดยไม่ต้องเชิญแขกเข้าบ้าน ลูกบ้านที่เลือกโซนใกล้ Club House จะได้เปรียบในเรื่องความสะดวกในการใช้งาน Club House นะคะ ใครที่ชอบใช้ Facilities แนะนำให้เลือกบ้านโซนด้านหน้าโครงการ ส่วนใครที่ชอบความเป็นส่วนตัวและไม่เน้นใช้ Facilities มากนักก็จะเหมาะกับโซนด้านหลังค่ะ

เริ่มต้นจากบริเวณด้านหน้าโครงการใหญ่ หรือ Foret Salaya นะคะ บริเวณนี้มีป้อมยามตรงกลาง แบ่งทางเข้า-ออกเป็นสองฝั่ง ซึ่งเป็นสัดส่วนดี การเข้า-ออกใช้ระบบ Easy Pass เปิด-ปิดด้วยไม้กั้นกระดกอัตโนมัติ ทำให้การเข้า-ออกสะดวกในการใช้งานมากขึ้น ไม่ต้องเปิดหน้าต่างมาทาบบัตรเหมือน Keycard Access ระยะใกล้

ด้านข้างมีทำทางเท้าให้เดินได้ง่าย และมีที่จอดจักรยานให้ด้วยนะคะ สำหรับใครที่เดินทางด้วยรถสาธารณะ สามารถขี่จักรยานออกจากบ้านมาจอดบริเวณนี้ได้เลยค่ะ ขากลับก็ขี่จักรยานกลับเข้าบ้านได้ไม่ต้องเดิน

ตรงเข้ามาเราจะเจอกับโครงการ Zelle ฝั่งขวามือก่อนเลยนะคะ ส่วน Iconature ตรงไปอีกประมาณ 230 ม. นับจากหน้าปากซอยที่ติดกับถนนใหญ่

เข้ามาในโครงการบรรยากาศค่อนข้างปลอดโปร่งและเป็นส่วนตัว เนื่องจากถนนนี้เป็นถนนส่วนบุคคลของทางโครงการเอง เลนทางซ้ายมือกว้าง  16 เมตร ทางขวามือกว้าง 12 เมตร รวมกว้าง 28  เมตร สองข้างทางและเกาะกลางปลูกต้นไม้ใหญ่ ช่วยให้บรรยากาศโครงการร่มรื่นมากทีเดียวค่ะ

ตรงมาอีกหน่อยเราจะเห็นซุ้มประตูโครงการ Iconature ศาลายา ฝั่งซ้ายมือนะคะ แต่ก่อนจะเข้าไปดูภายในโครงการจะพาไปชมบรรยากาศบนถนนโครงการกันอีกหน่อย สำหรับโครงการ Foret จากที่เราเห็นด้านหน้าโครงการมาบ้างแล้วจะสัมผัสได้ว่าโครงการค่อนข้างใส่ใจเรื่องความร่มรื่น เห็นได้จากต้นไม้ใหญ่ตลอดข้างทาง ซึ่งจริงๆ สามารถเรียกว่าเป็น Signature ของทางปริญสิริอยู่แล้วนะคะ และสองฝั่งข้างทางมีการออกแบบพื้นที่ Bike Lane ให้ด้วยเป็นสัดส่วนดีทีเดียวค่ะ สำหรับลูกบ้านออกมาปั่นจักรยานออกกำลังกายได้

จากหน้าโครงการเราตรงมาอีกหน่อยฝั่งซ้ายมือจะยังเป็นโครงการ Zelle ตลอดแนวนะคะ ส่วนฝั่งขวานั้นคือ Sale Gallery โครงการค่ะ ตรงไปในสุดคือโครงการ City Sense

เกาะกลางตรงนี้บรรยากาศดีมาก สมกับที่ตั้งแนวความคิดไว้ว่า O2

นอกจากความร่มรื่นโครงการแล้ว ทางโครงการก็มีให้บริการรถตู้รับ-ส่งลูกบ้านทั้ง 3 โครงการ ไปยังมหาวิทยาลัยมหิดลในทุกวันจันทร์-ศุกร์ ซึ่งมีอัตราค่าบริการอยู่ที่ 20 บาทต่อครั้ง ตอบโจทย์ลูกบ้านที่ทำงานอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย หรือลูกหลานที่เรียนอยู่ด้วยนะคะ ไม่ต้องเสียเวลาไปรับ-ส่ง

เข้ามาดูที่บรรยากาศของ Sale Gallery อีกหน่อยค่ะ แม้เมื่อขายโครงการเสร็จทางปริญสิริจะยังไม่มีนโยบายที่จะพัฒนาเป็นอะไรนะคะ แต่ปัจจุบันลูกบ้านสามารถเข้ามานั่งเล่น เดินเล่นบริเวณสวนได้ค่ะ

พื้นที่นั่งเล่นจะเป็นรูปแบบ Semi-Outdoor มี Long Table ไว้ให้นั่งเล่น นั่งทำงานได้ พร้อมกับม้านั่งแบบโยกชมวิวสวนได้ ซึ่งบริเวณนี้ลูกบ้านสามารถเข้ามาใช้งานได้ค่ะ

กลับมาที่บริเวณหน้าโครงการกันอีกครั้งนะคะ

บริเวณหน้าโครงการทำซุ้มโครงการสไตล์ Modern แบบอบอุ่นน่ารักดีนะคะ เป็นรูปแบบหลังคาบ้าน Gable ตรงกลางเป็นป้อมรปภ.

สำหรับทางเข้า-ออกโครงการบริเวณนี้ใช้รูปแบบ Easy Pass เช่นเดียวกันกับซุ้มโครงการด้านหน้าค่ะ แต่การเปิด-ปิดจะเปลี่ยนจากไม้กั้นกระดกอัตโนมัติ เป็นประตูบานเลื่อนอัตโนมัติแทนเพื่อความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวกับลูกบ้านในโครงการมากขึ้น นอกจากนี้บริเวณนี้ก็ติดตั้ง CCTV ให้อีกเช่นเดียวกัน

 

เข้ามาบริเวณถนนหลักภายในโครงการ ซึ่งมีความกว้างอยู่ที่ 12 ม. ออกแบบเป็น 2 เลนสวนทางกันได้สะดวก ในช่วงแรกของถนนใช้วัสดุเป็น Stamp Concrete ถัดมาจะเป็นถนนคอนกรีตมาตรฐาน สังเกตความเป็นปริญสิริคือต้นไม้ใหญ่รอบข้างถนนที่เรียกว่าจัดเต็มทีเดียวค่ะ

ฝั่งขวามือจากซุ้มประตูทางเข้าเลยจะเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งประกอบด้วยสวน สระว่ายน้ำและ Club House

บรรยากาศบริเวณสวนนะคะ มีพื้นที่พอสมควรประมาณ 670 ตร.วา ให้เด็กๆ มาวิ่งเล่นได้ หรือจะจูงน้องหมามาก็ได้ค่ะ

ติดๆ กันคือสระว่ายน้ำแบบ Outdoor ขนาด 19.6 x 10.5 ม. ถือเป็นสระขนาดใหญ่นะคะ รองรับลูกบ้านมาว่ายน้ำออกกำลังกายได้หลายคนทีเดียว ส่วนระบบใช้เป็นระบบเกลือซึ่งเป็นระบบที่กำลังฮิตกันในปัจจุบัน มีคลอรีนน้อยกว่าสระคลอรีนทั่วไปค่ะ

ติดกับสระเป็นทางเดินยาวเชื่อมไปยัง Club House ด้านหลัง โดยด้านข้างทำศาลานั่งเล่นและม้านั่งตลอดทาง เดี๋ยวเราไปดูด้านในกัน

พื้นที่บริเวณศาลานั่งเล่น ออกแบบได้น่ารักทีเดียวค่ะ ด้านในจัดม้านั่งให้มานั่งเล่นชิลๆ ได้ไม่โดนแดดและฝน

ถัดมาก็เป็นม้านั่งชิลๆ ให้มานั่งเล่นริมสระตลอดทางค่ะ สำหรับพื้นที่สระว่ายน้ำนี้แม้จะอยู่ติดกับซอยย่อยบ้านด้านหลัง แต่ด้วยการที่ทำพื้นยกระดับขึ้นพอสมควรทำให้พื้นที่บริเวณสระว่ายน้ำมีความเป็นส่วนตัวเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับปลูกต้นไม้ด้านข้างก็ช่วยบังสายตาได้ระดับนึงด้วยค่ะ

ถัดมาจะเป็นส่วน Club House นะคะ ซึ่งสระว่ายน้ำนี้จะเชื่อมกับทางเดินด้านหลัง Club House ซึ่งทะลุไปเข้าภายในห้องน้ำใน Club House สะดวกกับลูกบ้านที่ว่ายน้ำเสร็จสามารถเดินเข้าห้องน้ำได้เลยไม่ต้องเดินอ้อม

ถัดมาที่ด้านหน้า Club House กันต่อนะคะ รูปแบบ Club House ออกแบบมาสไตล์ Modern ชัดเจน ชอบตรงบันไดที่ทำความยาวไล่ลำดับจากล่างขึ้นบน ทำให้ดูโอ่อ่ามากขึ้น

ขึ้นมาเป็นพื้นที่ Semi-Outdoor ขนาดใหญ่ ฝั่งซ้ายเป็นทางเข้าไปยังส่วนห้องน้ำ ซึ่งจะเชื่อมกับทางเดินด้านหลังที่สามารถทะลุไปยังสระว่ายน้ำได้ค่ะ ส่วนฝั่งขวาตรงไปเป็นพื้นที่นั่งเล่นและฟิตเนส เดี๋ยวเราไปดูกัน

บรรยากาศส่วนพื้นที่นั่งเล่นแบบ Semi-Outdoor ชิลดีทีเดียวค่ะ เพราะบริเวณนี้ลมโกรกพอสมควรเลย เป็นช่องลมจากด้านหน้าและฝั่งสระว่ายน้ำ

เดินมาอีกหน่อยบริเวณนี้ชิลมากเรามานั่งเล่น อ่านหนังสือ และยังได้วิวสระว่ายน้ำไปด้วย

ติดกันคือห้องฟิตเนส ลักษณะจะเป็นห้องกระจกเข้ามุมทั้ง 2 ฝั่ง เปิดรับแสงสว่างภายนอกได้ดี และยังสามารถออกกำลังกายไปพร้อมชมวิวภายนอกได้ด้วย

ภายในห้องฟิตเนสนอกจากจะโปร่งโล่งด้วยกระจกใสทั้ง 2 ด้านแล้ว ยังได้ฝ้าเพดานสูงอีกด้วยค่ะ ส่วนเครื่องเล่นที่นี่มีให้ทั้งหมด 5 เครื่องรวมเวทเทรนนิ่งด้วย และมีอุปกรณ์สำหรับเล่นโยคะให้เรียบร้อย ทั้ง Mat (เสื่อโยคะ) และ Ball

วิวจากเครื่องเล่นมองไปทางสระว่ายน้ำนะคะ

ภายในห้องน้ำของ Club House แยกหญิง/ชาย ให้เรียบร้อย มีความสะอาดสะอาดน่าใช้งาน

ด้านข้างมีอ่างล้างมือพร้อมตู้ Locker ไว้บริการลูกบ้าน

ภายในห้องน้ำและห้องอาบน้ำสะอาดสะอ้าน ชอบที่ห้องอาบน้ำให้ทั้งฝักบัวสายอ่อนและ Rain Shower ด้วยค่ะ

จากถนนด้านหน้า Club House นะคะ เราจะเจอถนนที่ตัดมาซึ่งจะเป็นถนนหลักเชื่อมกับถนนซอยย่อยทั้งหมด

บรรยากาศถนนหลักนี้มีความกว้างเท่าเดิมค่ะ คือ 12 ม. ด้านข้างปลูกต้นไม้ทั้งแบบยืนต้น ไม้พุ่มและหญ้า ดูร่มรื่นมาก

ส่วนถนนภายในซอยมีความกว้างอยู่ที่ 8 ม. จัดเป็นความกว้างมาตรฐานนะคะ ส่วนบรรยากาศในซอยก็ร่มรื่นเช่นเดิม แม้ไม่มีต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านก็จัดให้เป็นไม้พุ่มตลอดทาง ส่วนความร่มรื่นหลักๆ จะได้จากต้นไม้ใหญ่ในบ้านที่ทางโครงการก็จัดสวนให้เป้นมาตรฐานเช่นกัน

และนอกจากนี้ใครที่ชอบความเป็นส่วนตัวนะคะ แนะนำให้เลือกบ้านที่อยู่ในซอยย่อยเพียง 4 หลังแบบนี้ ซึ่งจะมีเพียงบางส่วนในโครงการ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 19.6 x 10.5 เมตร แบ่งสระเด็กลึก และ สระผู้ใหญ่
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 5 เครื่อง
  • สวนสาธารณะ 670 ตร.วา
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ
  • รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร
  • Key Card Access แบบ Easy Pass
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก และ เลื่อนไฟฟ้า
  • ถนนหลักกว้าง 12 ม. และถนนภายในกว้าง 8 ม.

 


Product Walkthrough

สำหรับ Product โครงการ Iconature ศาลายา เป็นบ้านแฝดที่มีลักษณะเป็นบ้านเดี่ยวขนาดที่ดินน้อย โดยหน้าตาจะไม่เหมือนบ้านแฝดอย่างที่เราเข้าใจกันว่ามีพื้นที่ผนังส่วนนึงที่ติดกับเพื่อนบ้านเหมือนโครงการทั่วไป แต่การออกแบบที่นี่จะเป็นบ้านเดี่ยวเลยคือไม่มีพื้นที่ผนังส่วนไหนติดกับเพื่อนบ้าน เพียงแต่มีขนาดที่ดินไม่ถึง 50 ตร.วา ที่จะเคลมเป็นบ้านเดี่ยวนะคะ เลยเป็นบ้านเดี่ยวขนาดที่ดินน้อย ทำให้ได้บรรยากาศโปร่งโล่งและเป็นส่วนตัวเช่นเดียวกับบ้านเดี่ยว ในราคาที่หยิบจับง่ายขึ้นด้วยที่ดินที่น้อยลง

นอกจากนี้แนวความคิดการออกแบบถือว่าค่อนข้างแตกต่างจากโครงการข้างเคียงพอสมควรนะคะ เริ่มจากรูปลักษณ์ที่มีความ Modern เน้นโทนสี Monotone และหลังคา Lean ที่สามารถรองรับการติดตั้ง Solar Cell ได้ในอนาคต และที่ค่อนข้างน่าสนใจคือ การออกแบบที่เน้นพื้นที่ใช้สอยภายใน จะสังเกตได้ว่าตัวบ้านไม่มีระเบียงภายนอกในชั้นบน เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในกว้างขวางมากขึ้น เหมาะมากกับคนที่อยากได้ห้องใหญ่

สำหรับบ้านตัวอย่างที่เราจะพาไปชมกันหลังแรกคือ Skylight ที่ดิน 39.9 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 155 ตร.ม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

ความน่าสนใจของแปลนบ้านนี้ในชั้นแรกคือ การออกแบบที่รองรับสมาชิกได้ถึง 4-6 คน เพราะมีห้องนอนชั้นล่างสำหรับผู้สูงอายุ พร้อมห้องน้ำชั้นล่างที่มีพื้นที่อาบน้ำในด้วย นอกจากนี้คือส่วน Balcony (เฉลียง) ขนาดใหญ่ที่ทำพื้นแบบ Slab on Beam ให้เป็นมาตรฐาน (โครงสร้างเดียวกับตัวบ้าน) ข้อดีมากๆ คือไม่มีการทรุดแยกจากตัวบ้าน และสามารถใช้งานได้จริง ทั้งจะต่อเติมเป็นห้องอเนกประสงค์ภายในก็ยังได้ค่ะ ส่วนครัวได้เป็นสัดส่วน มีขนาดกำลังดีสามารถใช้เป็นครัวไทยได้เลย ไม่จำเป็นต้องต่อเติมด้านหลังส่วนลานซักล้าง

ชั้น 2 มีฟังก์ชันเพิ่มเติมคือพื้นที่อเนกประสงค์ (Multi-Purpose Area) ตรงกลาง สามารถจัดฟังก์ชันได้ตามไลฟ์สไตล์และเป็นมากกว่าเพียงโถงทางเดิน ด้านหน้าบ้านคือห้อง Master Bedroom มีพื้นที่เตียงนอนขนาดใหญ่ และ Walk-in Closet พร้อมห้องน้ำในตัว ส่วนด้านหลังบ้านแบ่งเป็นห้องนอนเล็กทั้ง 2 ห้องมีขนาดเท่าๆ กัน ตรงกลางเป็นห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันค่ะ การแบ่งห้องนอนเท่าๆ กันนี้ก็จะตอบโจทย์เรื่องความเท่าเทียมของเด็กๆ ได้

เริ่มต้นจากหน้าบ้านเป็นรั้วโปร่งบานเลื่อน สามารถติดตั้งเครื่องเปิด-ปิดประตูอัตโนมัติเพิ่มเติมได้ ด้านข้างเสามีกริ่ง ตู้จดหมาย และโคมไฟส่องสว่างเรียบร้อย อีกฝั่งเป็นช่องเปิดถังขยะจากหน้าบ้าน สำหรับให้รถเก็บขยะเปิดได้เลย

ภาพด้านบนเป็นบ้านตัวอย่างนะคะ สำหรับบ้านมาตรฐานให้ดูจากรูปด้านล่างนะคะ บริเวณพื้นที่จอดรถมีขนาดพอดีสำหรับจอดรถได้ 2 คัน พื้นให้เป็นคอนกรีตขัดเรียบ โครงสร้างบริเวณนี้เป็น Slab on Beam หรือพื้นที่มีเสาเข็มด้านล่าง ทำให้ตัวพื้นมีความแข็งแรง ทรุดตัวน้อยกว่าพื้นที่ไม่มีเสาเข็ม

ด้านขวามือ เริ่มจากหน้าบ้านมีการติดตั้งถังขยะให้จากภายในเป้นสัดส่วนเรียบร้อย ส่วนด้านข้างรอบบ้านนั้นทางปริญสิริมีการจัดสวนให้เป็นมาตรฐาน เป็นไปตาม Signature ของปริญสิริอยู่แล้วนะคะ ช่วยเพิ่มความร่มรื่นให้กับตัวบ้านได้ดีมากๆ โดยภายในสวนก็จะมีทั้งไม้ยืนต้น ไม้พุ่มและหญ้าคลุมดิน

ฝั่งที่ติดกับเพื่อนบ้านมีการปลูกต้นไม้เพื่อบังสายตาให้ สุดทางเป็นปั๊มน้ำและถังเก็บน้ำบนดินที่ทางโครงการให้เป็นมาตรฐานเช่นเดียวกัน

ฝั่งขวามือของที่จอดรถมีพื้นที่สวนกว้างขึ้นมาจากฝั่งซ้ายนะคะ โดยมีปลูกต้นไม้ใหญ่ให้มากขึ้น ทั้งนี้ต้นไม้ต่างๆ ที่ทางโครงการจัดให้จะเป็นไปตามหน้าตาและขนาดของแปลงที่ดินนั้นๆ นะคะ ทางโครงการจะเลือกให้เหมาะสมเอง

ส่วนตัวแล้วชอบต้นนี้มาก ลำต้นและกิ่งสวยดีทีเดียวค่ะ ใครทราบว่าเป็นไม้พันธุ์อะไรมาคอมเม้นท์บอกกันหน่อยนะคะ

ด้านข้างของตัวบ้าน หากใครซื้อแปลงที่มีที่ดินกว้างหน่อยสามารถจัดเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ Outdoor เหมือนตามบ้านตัวอย่างได้นะคะ แต่ทางโครงการจะไม่ได้ทำให้เป็นมาตรฐานนะคะ

สำหรับด้านหลังบ้านมีส่วนลานซักล้างใช้โครงสร้าง Slab on Beam เช่นเดียวกับพื้นที่จอดรถ คือมีการวางเสาเข็มให้เรียบร้อย พร้อมปูพื้นกระเบื้องที่ง่ายต่อการทำความสะอาดได้ดีค่ะ สำหรับบริเวณพื้นที่ซักล้างนี้จะเชื่อมกับครัวด้านในบ้านนะคะ

กลับมาที่บริเวณหน้าบ้านนี้จะมีบริเวณเฉลียงก่อนเจอส่วนประตูบานเลื่อนกระจกนะคะ ซึ่งบริเวณนี้สามารถวางชั้นวางรองเท้าต่างๆ ได้ สำหรับประตูบานเลื่อนกระจกที่นี่ให้มาขนาดมาตรฐาน เพิ่มเติมตรงที่มีบานกระจกแบบ Fixed ให้ด้านข้างด้วย ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ด้านในบ้านได้ดีมากขึ้น

เข้ามาภายในบ้านเป็นพื้นที่ส่วน Common Area ซึ่งเชื่อมระหว่างพื้นที่นั่งเล่น ด้านหน้าและพื้นที่รับประทานอาหารด้านหลังบ้านนะคะ บรรยากาศภายในโปร่งโล่งด้วยฝ้าเพดานที่สูง 2.8 ม. และประตูบานเลื่อนด้านข้าง ประตูหน้าบ้านและหน้าต่างหลังบ้านค่ะ ซึ่งช่วยให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้ระดับนึง พื้นให้เป็นพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้มาตรฐาน ที่พิเศษคือการ Drop ฝ้าให้พร้อมซ่อนไฟแบบ Indirect Light ให้ด้วย แต่มีเสียดายที่น่าจะให้ดวงโคมแบบ Down Light แทนซาลาเปา

พื้นที่นั่งเล่นมีขนาดกว้างขวางนะคะ สามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่พร้อมโต๊ะกลางและเก้าอี้โซฟาได้ดีเลยค่ะ ด้านหลังมีผนังไว้ให้ตกแต่งผนังได้ เช่น แขวนรูปต่างๆ ซึ่งจะแตกต่างจากโครงการอื่นที่เรามักเห็นเป็นราวบันได

พื้นที่รับประทานอาหารนี้วางโต๊ะขนาด 6 ที่นั่งได้เต็มที่สุดค่ะ ถ้าต้องการให้โล่งๆ เดินได้ง่ายจะเหมาะกับวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 4 ที่นั่งตามบ้านตัวอย่าง

หันมาฝั่งซ้ายจากประตูหน้าบ้านนะคะ เราจะเห็นห้องทั้งหมด 3 ห้องด้วยกัน เรียงจากซ้าย-ขวาของรูปเลย คือห้องนอนชั้นล่าง ระเบียง และห้องครัว

ภายในห้องนอนชั้นล่างนี้จะอยู่บริเวณหน้าบ้านนะคะ ห้องนี้มีขนาดที่สามารถวางเตียงแบบ Single Bed ได้กำลังดีมากสุดค่ะ  เพราะจะเหลือพื้นที่ไว้สำหรับวางตู้เสื้อผ้าได้ด้วย ข้อพิเศษของห้องนี้คือได้หน้าต่างจากทั้งฝั่งหน้าบ้านและฝั่งที่ติดกับระเบียงทำให้เวลาเปิดหน้าต่าง ลมสามารถพัดผ่านเข้ามาในห้องได้ดีมาก ห้องนี้หากใครต้องการทำเป็นห้องนอนผู้สูงอายุแนะนำให้เปลี่ยนเป็นพื้นลามิเนต หรือพื้นไม้ที่มีความนุ่มและไม่เย็นเท้าเท่ากระเบื้องนะคะ

ส่วนนอกจากนี้ห้องนี้ยังสามารถปรับเป็นห้องอื่นๆ ได้ตามความชอบของผู้อยู่นะคะ เช่น บ้านที่ไม่มีจำนวนสมาชิกเยอะ อยากทำเป็นห้องทำงานเป็นสัดส่วนก็สามารถทำได้ เนื่องจากบ้านมาตรฐานเราจะได้เป็นบ้านเปล่าเหมือนในรูปล่างค่ะ

มุมมองหันไปทางหน้าบ้านจะเห็นว่าหากเราวางเตียงขนาดประมาณ Single Bed หันชิดไปผนังด้านข้าง จะเหลือพื้นที่ข้างเตียงพอสมควรให้จัดเป็นตู้เสื้อผ้า หรือชั้นวางของต่างๆ ได้

อีกฝั่งสามารถจัดโต๊ะเครื่องแป้งขนาดกะทัดรัดได้ค่ะ อาจจะไม่ใหญ่เท่าในบ้านตัวอย่างนะคะ เนื่องจากห้องนี้บ้านตัวอย่างจัดวางแทนที่จะเป็นเตียงเป็นชุดโซฟาที่มีความยาวสั้นกว่าเตียง

ถัดมาที่ส่วนเฉลียงกันต่อ ในบ้านมาตรฐานบริเวณนี้มีประตูบานเลื่อนกระจกคั่นนะคะ

พื้นที่เฉลียงนี้เป็นพื้นที่อยู่ตรงกลางของบ้าน มีขนาดใหญ่ทีเดียวค่ะ ในบ้านจริงที่ได้จะเป็นรูปแบบเฉลียง Outdoor นะคะ สามารถทำเป็นพื้นที่ชมสวนได้ แต่หากต้องการพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านที่มากขึ้น ปรับเป็นอีกหนึ่งห้องอเนกประสงค์สามารถติดตั้งผนังเบาและหลังคาได้ค่ะ เช่นเดียวกับบ้านตัวอย่าง แนะนำให้เลือกโครงสร้างเบานะคะ ตัวบ้านจะได้ไม่ต้องรับน้ำหนักมากนัก ส่วนพื้นเฉลียงนี้ข้อดีมากๆ คือใช้โครงสร้างเดียวกับตัวบ้านเลย มีคานและเสาเข็มกันแตกร้าวได้

 

ภายในห้องครัวมีขนาดใหญ่พอสมควรเลยนะคะ สามารถทำชุดครัวรูปตัว L ซึ่งเหมาะกับการทำอาหารมากขึ้น ตำแหน่งการวางฟังก์ชันต่างๆ ที่เหมาะสมให้ดูจากบ้านตัวอย่างเลยค่ะ คือวางตู้เย็นห่างจากเตามากที่สุด วาง Sink ล้างจานคั่นกลางและอยู่ใกล้กับหน้าต่างบานเลื่อน เพื่อระบายอากาศและความชื้นได้ดี ทางโครงการได้เดินงานระบบต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ทางลูกบ้านเพียงทำเคาน์เตอร์ครัวเท่านั้นค่ะ

ฝั่งหลังบ้านมีหน้าต่างบานเลื่อนสำหรับระบายอากาศได้ดี และมีประตูออกไปยังส่วนลานซักล้าง

อีกฝั่งของบ้านเป็นห้องน้ำชั้นล่างและห้องเก็บของ

เริ่มจากห้องเก็บของใต้บันไดมีขนาดใหญ่พอสมควรนะคะ สามารถจุของได้หลากหลายดี ภายในปูพื้นเซรามิกมาตรฐาน มีความดวงโคมติดตั้งให้เป็นมาตรฐาน

ห้องน้ำชั้นล่างนี้มีพื้นที่อาบน้ำมาให้เสร็จสรรพ ง่ายต่อผู้สูงอายุที่นอนชั้นล่างไม่ต้องเดินขึ้นบันไดเพื่อไปอาบน้ำชั้นบนนะคะ ภายในห้องน้ำแบ่งส่วนเปียกและแห้งเป็นสัดส่วน โดยการก่อธรณีสูงขึ้นกันน้ำไหลย้อนได้ดี ส่วนบริเวณฝ้าเพดานก็มีการ Drop ฝ้าพร้อม Indirect Light เป็นมาตรฐานอีกด้วย

สุขภัณฑ์ต่างๆ ของโครงการใช้ยี่ห้อ Mogen Cotto และ American Standard ด้านหลังสุขภัณฑ์ก่อ Low Wall ไว้สำหรับวางของใช้จุกจิกต่างๆ ได้ดีเลย

สำหรับบริเวณพื้นที่อาบน้ำมีฝักบัวสายอ่อนให้เป็นมาตรฐาน ด้านข้างเซาะร่องสำหรับวางของใช้ต่างๆ ได้ดี รวมไปถึงมีหน้าต่างบานกระทุ้งแบบกระจกฝ้าให้สำหรับระบายอากาศและความชื้นภายในห้องน้ำได้

ขึ้นไปดูชั้น 2 กันต่อนะคะ โดยสำหรับบันไดขึ้นลงนี้จะอยู่บริเวณด้านหลังของพื้นที่นั่งเล่นเลย

ลักษณะของบันไดเป็นรูปตัว U โดยใช้โครงสร้างบันไดเป็นโครงสร้างสำเร็จรูป ลูกตั้ง-ลูกนอนใช้ไม้สำเร็จรูป ผิวขับเรียบ สวยงามดีค่ะ ส่วนใหญ่บ้านระดับราคาประมาณนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ติดตั้งไม้สำเร็จรูปตรงลูกตั้งให้ แต่ที่นี่ถือว่าให้มาพิเศษค่ะ พร้อมกับมีการซ่อนไฟให้บริเวณบันไดด้ววย

ด้วยความที่บันไดอยู่ขนาบทั้งผนังบ้านและผนังบริเวณพื้นที่รับประทานอาหาร ทำให้บริเวณตัวบันไดสว่าง โปร่งโล่งมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องพึ่งดวงโคมบริเวณนี้

ขึ้นมาชั้น 2 แล้วเราจะเจอกับพื้นที่อเนกประสงค์หรือ Multi-Purpose Area ก่อนเลย พื้นที่บริเวณนี้มีขนาดที่สามารถจัดฟังก์ชันได้มากถึง 2 ฟังก์ชันด้วยกัน ยกตัวอย่างจากบ้านตัวอย่างสามารถวางเปียโน และทำเป็นพื้นที่นั่งเล่นชั้นบนที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นได้

ในบ้านจริงบริเวณพื้นที่นั่งเล่นจะได้เป็นชุดหน้าต่างบานใหญ่แทนที่จะเป็นหน้าต่าง+Skylight นะคะ ซึ่งก็ได้ความสว่างน้อยลงมาหน่อยแต่ไม่ถึงกับมืดนะ ยังสามารถมองไปยังสวนชั้นล่างได้อีกด้วย มุมนี้จัดเป็นมุมพักผ่อนคลายของสมาชิกในบ้านก็เรียกได้ค่ะ

เดี๋ยวเราไล่ดูจากห้องนอนเล็ก ห้องน้ำรวม ห้องนอนเล็กอีกห้อง และจบด้วยห้อง Master Bedroom กันนะคะ

ภายในห้องนอนเล็กมีขนาดกะทัดรัดนะคะ โดยเหมาะสำหรับวางเตียงขนาด Single Bed ได้กำลังดีนะคะ

ด้านข้างมีพื้นที่เหลือสำหรับวางตู้เสื้อผ้าต่างๆ ได้

ถัดมาเป็นห้องน้ำรวมที่ใช้ร่วมกันกับห้องนอนเล็กทั้ง 2 ห้อง

ภายในห้องน้ำแยกส่วนเปียกและแห้งเป็นสัดส่วนดีมาก โดยยกธรณีขึ้นสูงกันน้ำไหลย้อน หากใครที่ไม่ต้องการน้ำกระเด็นออกไปยังส่วนแห้งในเวลาอาบน้ำ แนะนำให้ติดตั้งม่านพลาสติกนะคะ ประหยัดงบและใช้งานได้โอเคเลยค่ะ

สำหรับห้องนอนเล็กที่ 2 มีขนาดเท่ากับห้องนอนเล็กห้องเมื่อกี้นะคะ แต่พิเศษกว่าตรงที่ได้หน้าต่าง 2 ฝั่ง ทำให้ลมพัดผ่านมาในห้องนี้ดีกว่าห้องที่แล้ว บวกกับได้แสงธรรมชาติที่เข้ามาในห้องได้มากกว่า

มาดูห้อง Master Bedroom บริเวณหน้าบ้านกันต่อค่ะ

ภายในห้องนอนใหญ่มีพื้นที่กว้างขวางดีมาก สามารถวางเตียง 5-6 ฟุตได้สบายค่ะ พร้อมทั้งมีช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ยาวลงมาถึงพื้น ทำให้ตัวห้องโปร่งโล่งมากขึ้น

ปลายเตียงมีพื้นที่เข้ามุมที่สามารถจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นขนาดกะทัดรัดเพิ่มเติมได้ หรือจะวางโต๊ะเครื่องแป้ง / โต๊ะทำงานก็ได้เช่นเดียวกันค่ะ

อีกฝั่งเป็นพื้นที่ Walk -in Closet และห้องน้ำในห้องนอน ซึ่งในบ้านจริงจะไม่มีฉากกั้นบานเลื่อนมาให้นะคะ แต่หากใครชอบเพราะได้ความเป็นส่วนตัวและเป็นสัดส่วนดี แนะนำให้ติดตั้งเพิ่มเติมเหมือนบ้านตัวอย่างเลยค่ะ

ภายในสามารถจัดชุดตู้เสื้อผ้าแบบรูปตัว L ได้สูงสุด แต่หากใครต้องการโต๊ะเครื่องแป้งด้วยก็จะวางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่แบบตัว I แทน

ภายในห้องน้ำนี้มีความพิเศษกว่าห้องนำ้ห้องอื่นๆ คือได้หน้าต่างบานใหญ่ ช่วยให้แสงเข้ามาภายในห้องได้ดีมากขึ้น

รวมทั้งอ่างล้างมือที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น พร้อมกับมีพื้นที่ด้านข้างไว้สำหรับวางของ และ Built-in ตู้วางของด้านล่างให้ด้วยค่ะ ตัววัสดุอ่างทำมาจากไฟเบอร์เรซิน ถ้าหากเป็นเซรามิกได้จะดีมากๆ

ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีขนาดใหญ่มากขึ้นสามารถติดตั้งฉากกั้นกระจกแบบบานเลื่อนหรือบานเปิดได้ค่ะ

สำหรับบ้านตัวอย่างถัดไปคือบ้านแฝดขนาดกะทัดรัดลงมาจากบ้านหลังที่แล้วอยู่หน่อย โดยแบบ Sunlight จะมีที่ดิน 37.1 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 151 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ จะเหมาะกับครอบครัวที่มีสมาชิกน้อยกว่า เพราะมี 3 ห้องนอน จะสามารถรองรับได้ประมาณ 4 คน แลกมากับราคาบ้านที่ถูกกว่าประมาณ 5-6 แสนบาท (ราคาขึ้นอยู่กับขนาดที่ดินแต่ละแปลง ยกตัวอย่างจากแปลงขนาดมาตรฐาน)

สำหรับจุดเด่นของบ้าน Type นี้คือ พื้นที่ส่วน Common Area ด้านล่างที่มีความโปร่งโล่ง เนื่องจากความกว้างของพื้นที่ ประกอบกับมีช่องแสง (หน้าต่าง) ด้านข้างที่ติดกับสวนมากกว่า Type ก่อนหน้า รวมไปถึงพื้นที่ Common Area สามารถชมวิวสวนภายนอกจากพื้นที่นั่งเล่นได้เลย แตกต่างจากบ้านที่แล้วที่พื้นที่นั่งเล่นมองออกไปเห็นส่วนที่จอดรถนะคะ ด้วยความที่บ้านหลังนี้มีการลดทอนฟังก์ชันลงมา เช่น ไม่มีห้องนอนชั้นล่าง ห้องน้ำได้เป็นแบบ Powder Room แทน

ในชั้นบนนี้จะไม่ได้มีพื้นที่อเนกประสงค์ตรงกลางนะคะ แต่ข้อดีคือได้ห้องน้ำรวมขนาดใหญ่มากขึ้น รวมไปถึงห้องนอนทั้ง 2 ห้องมีขนาดใหญ่ และได้หน้าต่างทั้ง 2 ฝั่ง

เริ่มจากบริเวณที่จอดรถ บ้านจริงจะเป็นพื้นคอนกรีตเหมือนบ้านหลังที่แล้วนะคะ ขนาดที่จอดรถสามารถจอดได้ 1 คัน ใต้ร่มหลังคาบ้าน และอีก 1 คัน ด้านข้างบ้าน หากเป็นบ้านที่ดินมาตรฐานรถที่จอดข้างบ้านจะต้องเป็นรถขนาดเล็กหน่อยนะคะ

บรรยากาศสวนสวยเหมือนเดิม จัดสวนให้ในปริมาณเท่าๆ กันทั้ง 2 Type นะคะ โดยมีทั้งหญ้า ต้นไม้ใหญ่ พร้อมทั้งไม้พุ่ม

ด้านข้างบ้านหากใครซื้อแปลงที่มีที่ดินมากสามารถต่อเติมเพิ่มฟังก์ชันพื้นที่ด้านข้างได้ อย่างบ้านตัวอย่างที่จัดให้มีเฉลียงข้างบ้านไว้นั่งเล่นชมสวนได้

ส่วนด้านหลังบ้านที่ติดกับเพื่อนบ้านปลูกไม้พุ่มบังสายตาให้เรียบร้อยค่ะ

อีกฝั่งข้างบ้านมีพื้นที่ลานซักล้างให้เรียบร้อยนะคะ วัสดุและโครงสร้างต่างๆ จะใช้แบบเดียวกับบ้านหลังแรกนะคะ

กลับมาที่เฉลียงหน้าบ้าน บริเวณนี้ได้เฉลียงในร่มที่สามารถวางชั้นวางรองเท้าต่างๆ ได้ค่ะ จุดเด่นของบ้านหลังนี้คือพื้นที่ Common Area ด้านใน สามารถมองสวนหน้าบ้านผ่านจากประตูบานเลื่อนกระจกได้เลยค่ะ

สำหรับภายในบ้านบริเวณ Common Area มีความโปร่งโล่งมากทีเดียวค่ะ เพราะช่องแสง (หน้าต่าง) ด้านข้างบ้านได้ขนาดใหญ่ ส่วนฝ้าเพดานมีดรอปและซ่อนไฟให้บริเวณพื้นที่รับประทานอาหารนะคะ

อันนี้คือภาพจากพื้นที่นั่งเล่นที่มองออกไปเห็นสวนหน้าบ้าน เขียวสดชื่นดีค่ะ

ถัดมาเป็นพื้นที่ตรงกลางระหว่างพื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่นั่งเล่น สามารถจัดวางฟังก์ชันเพิ่มเติมได้เช่น พื้นที่ทำงาน พื้นที่วางตู้โชว์ต่างๆ หรือจะเป็นเคาน์เตอร์บาร์ก็ได้เช่นกันค่ะ

สำหรับพื้นที่รับประทานอาหารสามารถรองรับจำนวนที่นั่งได้ประมาณ 4-6 ที่นั่งกำลังดีค่ะ ด้านข้างของโต๊ะรับประทานอาหารนั้นจริงๆ ในบ้านมาตรฐาน (ย้อนกลับไปดูรูปบ้านมาตรฐานด้านบนได้) จะเป็นประตูบานเลื่อนออกไปยังสวนนะคะ แต่ทางโครงการตกแต่งบ้านตัวอย่างโดยการต่อเติมห้องขึ้นมาด้านข้างให้ดูเป็นตัวอย่างสำหรับใครที่มีพื้นที่ด้านข้างเหลือและอยากต่อเติมค่ะ

ห้องนี้จะมีขนาดเป็นไปตามที่ดินด้านข้างนะคะ ใครมีขนาดที่ดินเยอะก็สามารถต่อเติมได้เยอะนะคะ แนะนำเพิ่มเติมสำหรับใครที่สนใจจะต่อเติมให้เลือกทำโครงสร้างห้องนี้แยกกับตัวบ้านหลัก อย่าเชื่อมกัน เพราะด้วยความที่โครงสร้างของบ้านเป็น Prefabrication รวมไปถึงการทรุดตัวของหน้าดินที่แตกต่างกันอยู่แล้วไม่เหมาะกับการเชื่อมโครงสร้างเข้าด้วยกันจะทำให้เกิดการแตกร้าวได้ ให้สร้างแยกแล้วพื้นที่ที่แนบกับตัวบ้านใช้เป็นโฟมได้ค่ะ (รายละเอียดสามารถให้ทางโครงการแนะนำได้ค่ะ)

หันมาอีกฝั่งเป็นพื้นที่ครัวฝั่งขวาและฝั่งซ้ายประกอบด้วยห้องน้ำชั้นล่าง บันไดและห้องเก็บของ

ก่อนเข้าสู่ห้องครัวจะมีพื้นที่พอสมควรสามารถจัดให้เป็นฟังก์ชันเช่น เคาน์เตอร์เตรียมอาหาร เครื่องดื่ม ได้นะคะ เช่นเดียวกับบ้านตัวอย่าง

ส่วนในครัวมีขนาดกะทัดรัดจากบ้านหลังก่อนหน้า แต่ได้เป็นครัวปิดเช่นเดียวกัน สามารถทำเป็นครัวเปิดได้ค่ะ ประตูตรงกลางจะเชื่อมกับลานซักล้างด้านนอกบ้านนะคะ

เดี๋ยวเราไปดูบริเวณห้องน้ำ ห้องเก็บของ และขึ้นไปชั้นบนกันต่อนะคะ

ห้องน้ำจะเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room ซึ่งจะมีโถสุขภัณฑ์และอ่างล้างมือ ออกแบบไว้สำหรับต้อนรับแขกหรือใช้งานชั้นล่างเท่านั้นค่ะ

ฝั่งอ่างล้างมือกรุกระจกเงาขนาดใหญ่ให้ ส่วนฝั่งโถสุขภัณฑ์ติดตั้งหน้าต่างบานกระทุ้งระบายอากาศและความชื้นเรียบร้อยเช่นกันค่ะ สำหรับสเป็คสุขภัณฑ์จะเหมือนกับบ้านหลังแรกนะคะ

ในส่วนของพื้นที่เก็บของจัดว่าให้มาพอสมควรนะคะ และที่ดีคือมีการลดระดับพื้นลงเล็กน้อยกันฝุ่นเข้าได้หรือจะทำความสะอาดพื้นที่เก็บของก็จะไม่มาเปรอะพื้นภายนอกมากเท่ากับพื้นระดับเดียวกัน

ขึ้นมาที่บริเวณโถงบันไดแปลนบ้านนี้ดูโปร่งโล่งมากกว่าบ้านที่แล้วนะคะ ด้วยความที่ลักษณะบันไดเป็นแบบพับผ้าติดกัน และมีช่องแสงด้านบน จะดีมากถ้าได้ชานพักบันไดเต็มๆ แบบไม่มีขั้นสามเหลี่ยม ซึ่งจะทำให้เดินได้ง่ายมากขึ้น

ขึ้นมาเราจะเห็นห้องนอนใหญ่ฝัางขวามือ ตรงกลางเป็นห้องน้ำรวม และห้องนอนเล็ก 2 ห้องฝั่งซ้ายมือนะคะ

ภายในห้องนอนใหญ่มีความกว้างขวางและได้หน้าต่างเยอะทีเดียวค่ะ ทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง ส่วนขนาดภายในห้องสามารถวางเตียงไซส์ใหญ่ 5-6 ฟุตได้สบาย

ปลายเตียงมีพื้นที่เหลือสามารถจัดฟังก์ชันได้เช่น ชั้นวางของ ชั้นวางทีวีขนาดใหญ่ได้

อีกฝั่งมีพื้นที่สำหรับจัดโต๊ะทำงานขนาดกะทัดรัดได้นะคะ และถัดไปเป็นส่วน Walk-in Closet และห้องน้ำในห้องนอนใหญ่

สำหรับ Walk-in Closet มีพื้นที่เป็นสัดส่วนชัดเจน Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่พร้อมโต๊ะเครื่องแป้งได้เลย ตามบ้านตัวอย่างค่ะ

ห้องน้ำแยกโซนเปียกและโซนแห้งคนละฝั่ง โดยกั้นด้วยธรณียกสูง

ชุดสุขภัณฑ์ได้เช่นเดียวกับบ้านตัวอย่างก่อนหน้านะคะ คืออ่างล้างมือขนาดใหญ่ขึ้นจากห้องน้ำห้องอื่นๆ มี Built-in ตู้ด้านล่าง มีทำ Low Wall ให้วางของด้านหลังโถสุขภัณฑ์เรียบร้อย

ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีขนาดใหญ่สามารถติดตั้งฉากกั้นกระจกแบบบานเลื่อนได้สบายค่ะ

ถัดมาที่ห้องน้ำรวมและไปดูห้องนอนเล็กทั้ง 2 ห้องกันต่อนะคะ

ภายในห้องน้ำรวมนี้ได้ขนาดกำลังดีกับการใช้งานเลยค่ะ ชอบที่ได้พื้นที่อาบน้ำขนาดใหญ่ติดตั้งฉากกั้นกระจกได้ด้วย เมื่อเทียบกับบ้านหลังที่แล้ว ห้องน้ำรวมของบ้านหลังนี้มีขนาดใหญ่กว่านะคะ

สำหรับห้องนอนเล็กทั้ง 2 ห้องจะมีขนาดเท่าๆ กัน และมีหน้าต่างให้ทั้ง 2 ฝั่ง รวมกับการทำฝ้าเพดานแบบ Indirect Light ให้ด้วยเป็นมาตรฐาน ขนาดของเตียงที่เหมาะสมคือ Single Bed จะเหลือพื้นที่ด้านข้างมากที่จะเพิ่มฟังก์ชันอื่นๆ ได้เช่นโต๊ะทำงาน เป็นต้น แต่หากใครชอบนอนเตียงใหญ่ๆ สามารถใส่เตียงขนาดใหญ่สุดคือ 5 ฟุตนะคะ

ห้องนอนเล็กอีกห้องจะเหมือนกับห้องที่แล้วเลยค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 13 July 2015

  • Sunlight แปลง DU239 เนื้อที่ดิน 38.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 151 ตร.ม. ราคา 3.89 ล้านบาท
  • Sunlight แปลง SG012 เนื้อที่ดิน 53.3 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 151 ตร.ม. ราคา 5.7 ล้านบาท
  • Skylight แปลง DU200 เนื้อที่ดิน 39.9 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 155 ตร.ม. ราคา 4.29 ล้านบาท

 

  • จอง 10,000 บาท
  • ทำสัญญา 20,000 บาท
  • ดาวน์ 12% ผ่อนดาวน์ 18 งวด
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ n/a บาท
  • ค่าส่วนกลาง 34 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 3 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล – โครงการ Iconature ศาลายา จัดว่าตั้งอยู่ใกล้ศูนย์กลางของย่านศาลายา เพราะอยู่ห่างจากศูนย์กลางอย่างมหาวิทยาลัยมหิดลไปเพียง 4.5 กม. ใช้เวลาขับรถไม่นาน และหน้าโครงการเองติดกับถนนใหญ่ศาลายา-นครชัยศรี ทำให้บรรยากาศโดยรอบโครงการมีความคึกคักอุดมสมบูรณ์พอสมควร หาของกินของใช้ง่าย เพราะอยู่ในพื้นที่ใกล้มหาวิทยาลัยและสถานศึกษาใกล้เคียง

การเดินทางโดยใช้รถ – ด้วยทำเลโครงการที่ติดถนนใหญ่ทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น โดยถนนศาลายา-นครชัยศรี นี้ เป็นถนนที่เชื่อมไปได้ทั้งถนนบรมราชชนนี, ถนนพุทธมณฑลสาย 2 -7, ถนนกรุงนนท์ –จงถนอม และถนนเพชรเกษม ได้สะดวก เข้า-ออกเมืองได้ ส่วนทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก และวงแหวนรอบนอกฝั่งทิศตะวันตกจัดว่าอยู่ไม่ไกลจากโครงการมากนักในระยะขับรถ ใครที่ต้องการเข้าเมืองใช้ด่วนจะสะดวกสุดค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ โครงการนี้ข้อดีคือมีบริการรับ-ส่งด้วย Shuttle Van ต่อคนต่อเที่ยวละ 20 บาท รับ-ส่ง มหาวิทยาลัยมหิดล ดังนั้นบุคลากรหรือนักศึกษาไม่จำเป็นต้องพึ่งพารถส่วนตัวก็เดินทางได้ง่ายค่ะ ออกมาหน้าถนนใหญ่ก็มีตัวเลือกในการเดินทางหลากหลายนะคะ รถเมล์หรือวินมอเตอร์ไซค์ และในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนผ่านอีกด้วยค่ะ ซึ่งช่วยให้การเข้าเมืองหรือไปไหนมาไหนใกล้ๆ เป็นเรื่องง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น

วัสดุ – หากเทียบกับราคาแล้วถือว่าโครงการให้วัสดุมาค่อนข้างดีทีเดียวค่ะ ที่พิเศษและไม่ค่อยเห็นทั่วไปคือ การซ่อนไฟ และ Drop ฝ้าเพดานให้เป็นมาตรฐาน ฝ้าเพดานที่สูง 2.8 ม. นอกนั้นเป็นไปตามระดับราคานะคะ อย่างพื้นใช้แกรนิตโต้ และลามิเนต ยี่ห้อสุขภัณฑ์จาก Mogen Cotto และ American Standard

การออกแบบ – การออกแบบบ้านของโครงการน่าสนใจทีเดียวค่ะ โดยแนวความคิดหลักเลยคือบ้านเดี่ยวบนที่ดินกะทัดรัด ความรู้สึกจะไม่ใช่บ้านแฝดเลย เพราะไม่มีผนังด้านในที่ติดกับเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ยังเน้นพื้นที่ใช้สอยภายในมากที่สุด จะไม่มีระเบียงภายนอกในชั้นบน เพื่อให้ภายในห้องกว้างขวางมากขึ้น

  • Skylight – จุดเด่นคือเป็นบ้านที่รองรับสมาชิกได้ถึง 3 Generation เพราะมีห้องนอนชั้นล่าง พร้อมห้องน้ำชั้นล่างที่มีพื้นที่อาบน้ำในตัว นอกจากนี้ยังมีเฉลียงขนาดใหญ่ชั้นล่าง ซึ่งสามารถใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่นชมสวน หรือใครอยากจะต่อเติมผนังด้านนึง + หลังคาก็สามารถทำเป็นห้องอเนกประสงค์ได้ ในชั้น 2 มีพื้นที่อเนกประสงค์เพิ่มขึ้น สามารถจัดฟังก์ชันเพิ่มได้ เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยเพื่อจัดฟังก์ชันเพิ่ม
  • Sunlight – เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็กมีสมาชิกประมาณ 4 คน ไม่ได้ต้องการบ้านที่มีฟังก์ชันเยอะ แต่จะได้บ้านที่โปร่งโล่งมากขึ้น และแต่ละฟังก์ชันภายในขนาดใหญ่กว่า ในราคาที่ถูกกว่าแบบ Skylight ค่ะ

สาธารณูปโภค – โครงการจัดมาให้ครบครันทั้ง Club House ภายในโครงการเองเลย มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ Fitness และสวน นอกจากนี้ในโครงการใหญ่เองก็ทำบรรยากาศมาน่าอยู่ พร้อม Bike Lane อีกด้วยค่ะ ส่วน Signature ของปริญสิริ จัดเป็นอีก Benefit ที่ต้องมาคิดด้วย คือความร่มรื่นของต้นไม้ในโครงการ ความปลอดภัยให้มาพอสมควรเทียบกับราคาเพราะได้เป็น Double Gate และ Easy Pass

 

Judgement

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 3.5 – 6 ล้านบาท, 13 July 2015

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 8/10 – หน้าโครงการติดถนนใหญ่ เดินทางไปม.มหิดลสะดวก 
  • ความปลอดภัย 8/10 – ได้ Double Gate รปภ. และการเข้า-ออกแบบ Easy Pass
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 9/10 – ออกแบบได้น่าสนใจ และรูปแบบเป็นบ้านเดี่ยว เน้นพื้นที่ใช้สอย
  • วัสดุ 8/10 – เทียบกับราคาแล้วให้มาคุ้มค่า ที่เด่นคือฝ้าเพดาน Drop และซ่อนไฟ
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 9/10 – ร่มรื่น เน้นต้นไม้ใหญ่ ถนนกว้างมาตรฐาน
  • สาธารณูปโภค 8.5/10 – ครบครัน พอเพียง และแยกเฉพาะโครงการไม่ใช้รวมกับโครงการใหญ่ 
  • 8.15 / 10.00

BOTTOM LINE

Iconature ศาลายา เหมาะกับคนมองหาบ้านเดี่ยวในราคาหยิบจับง่าย มีให้เลือกสำหรับบ้านที่มีสมาชิกมากและบ้านที่เป็นครอบครัวขนาดเล็ก เน้นเดินทางไปมหาวิทยาลัยมหิดล และสถานศึกษาใกล้เคียงได้สะดวก ชอบบ้านที่เน้นพื้นที่ใช้สอยภายใน บรรยากาศร่มรื่น ได้ Facilities ครบครัน ในราคา 3.69 – 5.7 ล้านบาท

Share

Leave a Reply