MARU เอกมัย 2 คอนโด High Rise 32 ชั้น ติดถนนเอกมัย ห่าง BTS เอกมัย 500 ม. จาก Major Development [รีวิวฉบับที่ 1598]

June 5, 2018 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1598 สวัสดีครับวันนี้พาไปชมโครงการ Maru เอกมัย 2 จาก Major Development เป็นคอนโด High Rise สูง 32 ชั้น ตั้งอยู่ในซอยเอกมัย ห่างจาก BTS เอกมัย 500 ม. มีห้องแบบ Duplex เพดานสูง เน้นพื้นที่ใช้สอย พร้อมพื้นที่ส่วนกลางหลากหลายและสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ ในราคาเริ่มต้น 5.4 ล้านบาท โครงการจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันเลยครับ

Fact @ 28 May 2018

  • Maru Ekkamai 2 (มารุ เอกมัย 2)
  • ​MJD Residences Co., Ltd.
  • LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ซ.เอกมัย (สุขุมวิท 63) เขตวัฒนา
  • คอนโด High Rise 32 ชั้น 333 ยูนิต และร้านค้า 1 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 15 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 165 คันคิดเป็น 48% ไม่รวมจอดซ้อนคัน (Automatic Parking 24 คัน และแบบปกติ 141 คัน)
  • ที่ดินประมาณ 1-2-77 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง :  ก.ค. 2018
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : มิ.ย. 2021
  • Studio ขนาด 29 – 30 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 5.4 ล้านบาท
  • 1 Bedroom ขนาด 33 – 35.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น n/a ล้านบาท
  • 2 Bedrooms ขนาด 54 – 60.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 9.9 ล้านบาท
  • 1 Bedrooms Duplex ขนาด 41 – 42 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 8.8 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms Duplex ขนาด 45 – 76 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น n/a ล้านบาท (Sold Out)
  • ฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร , Duplex 5.5 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 5.4 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 189,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด n/a บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : ผ่านแล้ว
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  :084 416 7777

สำหรับใครที่อยากชมทำเลโดยรอบโครงการเพิ่มเติมได้ที่ : พาชมทำเลโครงการ Maru เอกมัย 2 คลิกที่นี่ 

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.724613, 100.585176

แผนที่จากทางโครงการ Maru เอกมัย 2 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 63 (ซอยเอกมัย) อยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า BTS เอกมัย ประมาณ 500 เมตร

ที่ตั้งของโครงการ MARU เอกมัย 2 ตั้งอยู่ต้นซอยสุขุมวิท 63 หรือที่เรียกติดปากกันว่าซอยเอกมัย หากพูดถึงทำเลศักยภาพในปัจจุบัน ทำเลย่านเอกมัยจัดเป็นทำเลหนึ่งที่ได้รับความนิยม รองมาจากย่านทองหล่อ ด้วยความที่เป็นซอยคู่ขนาน มีความเชื่อมต่อกันทางกายภาพของพื้นที่และบริบทโดยรอบ อีกทั้งยังจัดเป็นทำเลทองของย่านธุรกิจ มีการเติบโตของที่อยู่อาศัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่องมาตลอด ปัจจุบันทองหล่อนั้นหนาแน่นจนเอกมัยกลายเป็นย่านที่ถูกพัฒนาเพื่อมารองรับความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นแหล่งความบันเทิงที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อีกด้วย ส่งผลให้มีความต้องการในเรื่องที่อยู่อาศัยสูงและได้รับความสนใจมากจากทั้งนักลงทุนชาวไทยและชาวต่างชาติอยู่เสมอ ด้วยความที่เป็นย่านที่มีความคล่องตัวทั้งการอยู่อาศัย การใช้ชีวิต การเดินทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวก ทำเลนี้จึงดึงดูดชาวต่างชาติให้เข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่มากขึ้น

การเดินทาง ซอยเอกมัยเป็นทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางลัดเข้า-ออกสู่เมืองทางฝั่งสุขุมวิท ที่สำคัญของคนในย่านนี้ ทำให้ซอยเอกมัยกลายเป็นซอยที่มีปริมาณรถค่อนข้างหนาแน่นโดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน การที่โครงการตั้งอยู่ต้นซอยจึงเป็นข้อได้เปรียบ ช่วยลดระยะเวลาในการเดินทาง ไม่ต้องฝ่าการจราจรที่ติดขัดมากนัก และใกล้กับเส้นทางรถไฟฟ้า ซึ่งซอยสุขุมวิท 63 นั้นเป็นซอยที่เชื่อมตรงถนนสุขุมวิท เเละถนนเพชรบุรีเข้าด้วยกัน ทำให้ซอยนี้สามารถเข้าได้จากถนนใหญ่ 2 เส้นทาง นอกจากนี้ภายในซอยเองยังสามารถลัดเลาะไปออกถนนทองหล่อ(สุขุมวิท 55) และถนนปรีดีพนมยงค์ (สุขุมวิท 71) ที่คู่ขนานอยู่ทั้ง 2 ฝั่ง หรือหากต้องการเข้าเมืองทางถนนพระราม 4 ก็จะมีซอยฝั่งตรงข้ามอย่างซอยสุขุมวิท 36 และ 40 สามารถใช้เป็นถนนเชื่อมไปออกพระราม 4 ได้ และซอยสุขุมวิท  42 ก็สามารถใช้เชื่อมจากถนนพระราม 4 เข้ามายังถนนสุขุมวิทได้

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ ถือว่าค่อนข้างสะดวกพอสมควร เมื่อลงจาก BTS สถานีเอกมัยเดินประมาณ 500 เมตรก็ถึงโครงการ เป็นระยะที่เดินได้สบายๆ สามารถเดินทางเข้าเมืองไปสยาม อนุเสาวรีย์ หมอชิด หรือออกนอกเมืองไปทางสำโรงได้สะดวกยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเดินทางโดยไม่ใช้รถอีกด้วย

จากทำเลโครงการ MARU เอกมัย 2 นั้นจัดว่ายังเข้าซอยไม่ลึกมาก อยู่ในช่วงต้นซอยอยู่ โดยภาพรวมโดยรอบจะเป็นอาคารสำนักงาน ร้านอาหาร และอาคารพาณิชย์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะมีความสงบมากกว่าพื้นที่ในแถบด้านในซอย ที่จะเป็นกลุ่มอาคารประเภท Pub & Restaurant ตรงนี้ก็เป็นข้อดีของทำเลอีกเช่นกันที่อยู่ในย่านท่องเที่ยวแต่ยังคงได้รับความสงบอยู่ในการอยู่อาศัยอยู่ แหล่งความอุดมสมบูรณ์แถวนี้มีความเจริญมานานแล้วและหาของกินง่ายมากเดินออกจากโครงการมาก็เจอเลย ในซอยเอกมัยมีร้านอาหารอร่อยและชื่อดังอยู่หลายร้านที่เปิดกลางวันและกลางคืน  ตั้งแต่หน้าปากซอยทาง BTS ก็จะมี Gateway เอกมัย , Major เอกมัย ภายในมีร้านอาหารหลายร้าน นอกจากร้านอาหารยังมีโรงหนังด้วย โดยมีระยะห่างจากโครงการในระยะเดินได้สบายๆ ถัดเข้ามาในซอยติดกับโครงการจะเลยเป็น Park Lane ภายในมี Max Value 24 ชั่วโมง , Big C , ร้านอาหาร, คาเฟ่, ร้านขายของแฟชั่น สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวยามราตรีย่านนี้ขึ้นชื่อหลายร้าน ทั้งร้าน นั่งเล่น, Demo Pub และร้านอาหารอื่นๆที่รวมกันอยู่ใน Arena 10 นอกจากนั้นก็มี Community Mall หลายที่ อย่าง เวิ้งโบราณ, The Third Place, Taste Thonglor คนชอบเที่ยวยามราตรีอยู่โครงการนี้สะดวกแน่นอน นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางไปห้างชื่อดังต่างๆ ได้ด้วยรถไฟฟ้า ทั้งห้างหรูอย่าง Emporium และ Emquartier ซึ่งอยู่ที่สถานีพร้อมพงษ์ถัดมาเพียง 2 สถานี หรือจะเป็น Terminal 21 ที่สถานีอโศก และ Siam Paragon ที่สถานีสยาม ก็สามารถเดินทางได้สะดวกมากๆ ด้วยการนั่งรถไฟฟ้าเพียงต่อเดียวถึงหน้าห้างกันเลยทีเดียวครับ

Maru เอกมัย 2 อยู่ห่างจากปากซอยเอกมัยฝั่งถนนสุขุมวิท ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟฟ้า BTS เอกมัย ประมาณ 500 เมตร เป็นระยะที่สามารถเดินได้สบายๆ สองข้างทางมีความคึกคักเต็มไปด้วยร้านค้าร้านอาหารให้ได้ช้อปได้แวะกันตลอดทาง เหมาะกับคนที่ต้องการเดินทางโดยไม่ใช้รถ

ต่อไปเรามาดูเส้นทางสำหรับรถยนต์ส่วนกันว่าเส้นทางในย่านนี้มีซอยลัด ซอยทะลุตรงไหนกันบ้าง การเดินทางเข้าเมืองจากโครงการโดยใช้เส้นทางพระราม 4 ต้องผ่านเส้นสุขุมวิทเพื่อเข้าพระราม 4 อีกที ซึ่งถนนสุขุมวิทและพระราม 4 จะเชื่อมกันด้วยสองซอยหลักๆ คือ ซอยสุขุมวิท 40 และ สุขุมวิท 42 ซึ่งทั้งสองซอยเป็นถนน One-Way ตามที่เห็นในรูป โดยซอย 42 จะมีปริมาณรถมากกว่า เนื่องจากอยู่ติด Gateway เอกมัย และเป็นซอยที่รถจากพระราม 4 ใช้ลัดมาเพื่อจะไปเลี้ยวขวาเข้าซอยเอกมัยนอกจาก 2 ซอยนี้ก็จะมี ซอยสุขุมวิท 36 ตรงข้ามทองหล่อ และ ซอยสุขุมวิท 44/1 กับ 46 ที่อยู่ติด BTS พระโขนงที่จะใช้แทนกันได้

มาดูซอยลัดฝั่งเอกมัยกันบ้าง มี ซอยทองหล่อ 10 (เอกมัย 5) เชื่อมจากทองหล่อมาเอกมัยตรงร้านนั่งเล่น-เอสโคบาร์ พอดี แล้วเชื่อมต่อไปยัง ซอยเอกมัย 12 ที่ไปทะลุถนนปรีดี พนมยงค์ที่ซอย 31 ได้ อีกทางลัดที่จะเลี่ยงรถติดตรงปากซอยเอกมัยได้ คือซอยเอกมัย 10 (ซอย Health Land) วิ่งลัดๆลงมาออกถนนสุขุมวิทที่ซอย 65

นอกจากนี้ยังมีทางด่วนต่างๆ ที่สามารถใช้งานเลี่ยงรถติดเพื่อเข้า-ออกเมืองได้สะดวก เริ่มที่ทางพิเศษเฉลิมมหานครเป็นเส้นทางที่จะวิ่งเข้าไปในเมืองฝั่ง สีลม สาทร และสามารถไปเชื่อมต่อกับทางพิเศษศรีรัชไปทางฝั่งจตุจักร วิภาวดีรังสิต ได้ ทางขึ้นทางด่วนอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 4.5 กม. ดูเหมือนไม่ไกลเท่าไหร่แต่การจะเดินทางไปขึ้นทางด่วนก็ต้องใช้เวลาพอสมควร โดยใช้ซอยสุขุมวิท 40 ทะลุมายังถนนพระราม 4 จากถนนพระราม 4 เลี้ยวขวาเข้าถนนกล้วยน้ำไท แล้วเลี้ยวขวาอีกทีเพื่อขึ้นทางด่วน ส่วนขากลับใช้เส้นทางเดียวกับขามา แต่ต่างกันที่ใช้ซอยสุขุมวิท 42 เชื่อมเข้าถนนสุขุมวิท แล้วชิดขวาเพื่อเลี้ยวเข้าซอยเอกมัยแทน

นอกจากทางพิเศษเฉลิมมหานคร ก็ยังมีตัวช่วยอย่างทางด่วนรามอินทราอาจนรงค์อีกเส้นทางหนึ่ง ซึ่งทางขึ้นทางด่วนมีระยะห่างจากโครงการประมาณ 2.6 กม. โดยวิ่งออกมาทางถนนสุขุมวิทแล้วเลี้ยวซ้ายขึ้นทางด่วนได้เลย ส่วนขากลับโครงการก็ลงทางด่วนบริเวณถนนพัฒนาการ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเอกมัย มีระยะจากจุดลงทางด่วนถึงโครงการประมาณ 3.8 กม.

เริ่มต้นการเดินทางวันนี้ด้วยรถไฟฟ้า BTS เอกมัย ที่ตั้งอยู่หน้าปากซอยสุขุมวิท 63 (ซอยเอกมัย) ซึ่งเป็นสถานีที่ใกล้โครงการมากที่สุด อยู่ห่างจากตัวโครงการประมาณ 500 เมตร

สำหรับใครที่อยากชมทำเลโดยรอบโครงการเพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่ : พาชมทำเลโครงการ Maru เอกมัย 2 คลิกที่นี่ 

เมื่อเราเดินลงมาจาก BTS เอกมัย ให้เราเดินมายังทางออกที่ 1 เพื่อไปยังซอยสุขุมวิท 63

บริเวณปากซอยสุขุมวิท 63 (ซอยเอกมัย) จาก Sky walk บนสถานี BTS เอกมัย มองลงมาทางถนนสุขุมวิทฝั่งซอยเอกมัย และมองเข้าไปทางถนนซอยเอกมัย ตอนนี้เป็นเวลาช่วงสายๆหลังจาก ชม.เร่งด่วนในช่วงเช้าปริมาณรถไม่ค่อยติดแล้ว แต่ก็ยังมีรถใช้งานเข้าออกซอยเอกมัยอยู่ตลอดเวลา จากปากซอยเอกมัยทางซ้ายมือจะเป็น Major เอกมัยครับ

เดินทางลงจาก BTS ทางออกที่ 1 จะเจอกับแผงขายของต่างๆ ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม มีขายตลอดเช้าถึงเย็น สามารถซื้ออาหารเช้าง่ายๆ ตรงนี้ก่อนขึ้นรถไฟฟ้าไปทำงานตอนเช้า หรือจะแวะซื้อกับข้าวก่อนกลับที่พักเป็นอาหารมื้อเย็นก็สะดวก

ทางเดินเท้าในซอยสุขุมวิท 63 จะมีแนวต้นไม้คอยบังแดดให้เป็นระยะ ดูร่มรื่นสบายตาดี และหน้าปากซอยตรงนี้จะเป็นร้านอาหาร คนจะคึกคักมากในช่วงเย็น

บริเวณหน้าปากซอยฝั่งซ้ายมือจะมีวินมอไซค์คอยให้บริการอยู่ด้วย จะได้ไม่ต้องเหนื่อยเดินเข้าไปยังตัวโครงการให้เมื่อย

อัตราค่าบริการจากหน้าปากซอยไปยังโครงการ ราคาประมาณ 15 บาทครับ

เดินเข้ามาอีกหน่อยจะเจอโครงการ Horizon อยู่ทางด้านขวา ซึ่งภายในอาคารเป็นพื้นที่ให้เช่าร้านอาหารและสำนักงานออฟฟิศ

ภายในซอยนี้มีรถเมล์วิ่งผ่านด้วย และจะมีป้ายรถเมล์อยู่เป็นระยะๆ โดยรถเมล์ที่ผ่านโครงการได้แก่ สาย 27 และ สาย 72

เดินเข้ามาในซอยเรื่อยๆก็จะเจอกับร้านอาหาร ร้านเหล้า และร้านสปา อยู่เป็นระยะๆ มีความอุดมสมบูรณ์ครบอยู่ระดับหนึ่งเลยทีเดียว

ถัดมาจะเป็น Rhythm เอกมัย ที่กำลังก่อสร้างอยู่ เป็นคอนโดมิเนียม High rise ซึ่งตอนนี้ขายหมดไปแล้วครับ

ร้านอาหารตามสั่งและข้าวราดแกงแบบง่ายๆ ใต้ตึกก็มีให้เลือกซื้อเลือกหากันได้นะครับ สามารถเดินมาซื้อทานกันได้ใกล้ๆ

ไม่ไกลกันจะเป็นที่ตั้งของ Park Lane ที่เป็น Community Mall ด้านในมีร้านค้า Max Valu เปิดตลอ 24 ชม. และร้านอาหารชิคๆหลายร้าน ด้านหน้ามี True Coffee ให้มานั่งจิบกาแฟคุยงานกันได้

หน้าปากซอยเอกมัย 2 มีเซเว่นและวินมอไซค์ตั้งอยู่ทางด้านขวา

ถัดมาอีกนิดจะมีร้านนั่งดื่มอย่าง Ekamai Beer House ให้ได้นั่งชิล์จิบเบียร์เย็นๆ หลังเลิกงานได้ด้วย

อาคารสำนักงานและออฟฟิศในซอยนี้ก็มีไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างอาคารสรชัยที่เป็นอาคารสำนักงานที่มีความสูงถึง 31 ชั้น และใต้อาคารยังมีธนาคารกรุงเทพตั้งอยู่ด้วย

เดินต่อมาอีกนิดเยื้องๆ ก่อนถึงโครงการจะมีปั้มเชลล์ให้ได้เติมน้ำมันกันใกล้ๆ ส่วนฝั่งตรงข้ามที่มีพื้นที่ติดกับรั้วโครงการจะเป็นบ้านพักอาศัยที่ปลูกต้นไม้ไว้อย่างร่มรื่น

เรามาถึงบริเวณหน้าสำนักงานขายกันแล้วครับ หน้าตาสำนักงานขายตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น เน้นวัสดุธรรมชาติไม้และกระจก ตามแนวคิดของโครงการ โดยสำนักงานอยู่ติดริมถนนซอยสุขุมวิท 63 สามารถมองเห็นสำนักงานขายและป้ายโฆษณาได้ชัดเจนครับ

ก่อนจะเข้าไปดูด้านใน เราลองมาเดินดูรอบๆโครงการกันต่ออีกสักนิด ซึ่งส่วนต่อมาบริเวณทางซ้ายของโครงการจะเป็นที่ตั้งของโรงแรม 999 มีความสูง 4 ชั้นครับ

ด้านข้างโรงแรมคือซอยเอกมัย 4 หน้าปากซอยมีวินมอไซค์ตั้งอยู่ สามารถเดินมาใช้บริการจากโครงการได้สบายๆ

อัตราค่าบริการของวินมอไซค์ (เอกมัยซอย 4-6) ถ้าเดินทางไป BTS หน้าปากซอยราคา 15 บาทครับ

ฝั่งตรงข้ามกับเอกมัยซอย 4 จะเป็นร้านอาหารใต้ตึกแถวที่มีความสูง 4 ชั้น

ย้อนกลับมาที่สำนักงานขายอีกครั้ง คราวนี้เราจะไปดูกันว่าสำนักงานขายและบริเวณโดยรอบเป็นอย่างไร

และถ้าหากใครขับรถยนต์ส่วนตัวมาสามารถนำรถมาจอดบริเวณด้านข้างของสำนักงานได้เลย ซึ่งบริเวณนี้เป็นทางเข้าหลักของโครงการในอนาคตครับ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

มาดูรอบๆ ที่ดินของโครงการ Maru เอกมัย 2 เริ่มจากทางเข้า-ออกหลักของโครงการสามารถเข้าจากซอยถนนสุขุมวิท 63 หรือซอยเอกมัย บริบทโดยรอบของโครงการส่วนใหญ่จะเป็นอาคารที่สูง 1-4 ชั้น ซึ่งจะไม่มีผลบังวิวระยะใกล้ เนื่องจากตัวโครงการจะมีชั้นพักอาศัยเริ่มต้นที่ชั้น 9 แต่จะมีบริเวณด้านหน้าหรือถนนฝั่งตรงข้ามโครงการจะเป็นที่ตั้งของ Bangkok Business Center ซึ่งเป็นอาคารสำนักงาสูง 30 ชั้น ตั้งอยู่ แต่ก็ไม่ได้อยู่ในระยะที่ประชิด เนื่องจากมีถนนเอกมัยและระยะร่นบริเวณด้านหน้าของโครงการเว้นระยะไว้อยู่ บริบทโดยรอบโครงการสามารถสรุปได้ ดังนี้

  • ด้านทิศเหนือ – ติดกับ โรงแรม 999 เป็นอาคารสูง 4 ชั้น
  • ด้านทิศใต้-  ติดกับ บ้านพักอาศัยสูง 1-2 ชั้น ที่มีบริเวณโดยรอบ
  • ด้านทิศตะวันออก – เป็นชุมชนดั้งเดิม อาคารพักอาศัยสูง 1-2 ชั้น
  • ด้านทิศตะวันตก – ติดกับถนนเอกมัย เลยถัดไปเป็นอาคาร Bangkok Business Center สูง 30 ชั้น

สำนักงานขายด้านในตกแต่งด้วยไม้และกระจกสไตล์ญี่ปุ่น มีโต๊ะให้นั่ง 2-3 ชุด มีโมเดลและห้องตัวอย่างให้ดู 2 แบบ โดยโครงการนี้จะมีเจ้าหน้าที่ ที่สามารถให้ข้อมูลโครงการแก่ชาวต่างชาติเข้ามาเยี่ยมชมโครงการได้ด้วยครับ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Bangkok Business Center – 20 เมตร
  • ปั้มน้ำมันเชลล์ – 50 เมตร
  • อาคารสำนักงานสรชัย – 100 เมตร
  • Park Lane  – 150 เมตร
  • Big C เอกมัย – 300 เมตร
  • ฮอไรซอน – 400 เมตร
  • บ้านไร่กาแฟ – 450 เมตร
  • Sherbet – 450 เมตร
  • Health Land – 500 เมตร
  • BTS เอกมัย – 500 เมตร
  • เวิ้งโบราณ – 600 เมตร
  • Major Cineplex เอกมัย – 700 เมตร
  • Gateway เอกมัย – 750 เมตร
  • นั่งเล่น – 750 เมตร
  • ท้องฟ้าจำลอง – 900 เมตร
  • DND – 900 เมตร
  • Demo – 1 กิโลเมตร
  • Arena 10 – 1 กิโลเมตร
  • The Third Place – 1.2 กิโลเมตร
  • The Tase Thonglor – 1.2 กิโลเมตร
  • Vanilla Garden – 1.3 กิโลเมตร
  • J Avenue – 1.5 กิโลเมตร
  • The Commons – 1.6 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท – 2.2 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

ภาพจำลองหน้าตาโครงการ Maru เอกมัย 2 เป็นคอนโดมิเนียม High Rise 32 ชั้น 1 อาคาร 333 ยูนิต มีขนาดที่ดินประมาณ 1-2-77 ไร่ ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 63 (ซอยเอกมัย) มีแนวคิดการออกแบบเน้น Lifestyle ของคนเมืองและเทรนด์ของการใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกันมากขึ้น ด้วยการนำพื้นที่ Indoor โดยเฉพาะ Co-Working Space มาใช้ร่วมกับพื้นที่ Outdoor ให้ได้สัมผัสและใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น เป็นโครงการที่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลางเป็นอย่างมาก สังเกตได้จากการนำพื้นที่ส่วนกลาง Facility ต่างๆมาอยู่ชั้นบนสุด ในวิวและทำเลที่ดีที่สุด มีการตกแต่งโดยรอบตัวอาคารให้มีความน่าอยู่อาศัย พื้นที่โดยรอบจัดเป็นพื้นที่สีเขียวไว้บริเวณด้านหน้าและไว้บนอาคารในชั้นต่างๆเป็นขั้นบันไดที่เข้าถึงง่ายใช้งานสะดวก เพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นเพียง 15 ยูนิต และห้องแบบ Duplex ที่จะให้ได้ Space ห้องที่กว้าง และพื้นถึงฝ้าเพดานสูงถึง 5.5 เมตร มีชั้น 2 ให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่บ้านมากขึ้น

ภายในโครงการมีฟังก์ชั่นและระบบต่างๆ ที่แปลกใหม่และน่าสนใจ ทั้งระบบการจอดรถแบบ Automatic Parking สามารถจอดรถได้ 24 คัน ซึ่งเมื่อรวมกับพื้นที่จอดรถแบบปกติอีก 141 คัน ทำให้สามารถจอดรถได้ถึง 48% ทำให้เหมาะกับคนใช้รถ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับล้างรถ พื้นที่ Co-Working Space ที่มีความหลากหลายและเหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงโครงการนี้ยังสามารถเลี้ยงสัตว์ได้อีกด้วย ซึ่งก็จะมีกฏระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่ต้องปฏิบัติตาม

ภาพจำลองบริเวณทางเข้า Lobby ตกแต่งด้วยกระเบื้องหิน กระจก และไม้ ตามแนวคิดของโครงการ ให้ความรู้สึกเรียบหรูและสัมผัสได้ถึงความเป็นธรรมชาติ

ภาพบรรยากาศจำลอง Sunken Living  บริเวณชั้น 1 มีการลดระดับพื้นลงไปด้านล่าง ทำเป็นโถงสูง และใช้กระจกโดยรอบเพื่อสร้างบรรยากาศเหมือนธรรมชาติล้อมรอบส่วนพักผ่อน มองเห็นวิวพื้นที่สีเขียวแบบมุมกว้าง

ภาพจำลองบรรยากาศ Co-Living Space มีพื้นที่และช่องเปิดเชื่อมต่อกับพื้นที่ธรรมชาติภายนอก มีชุดโต๊ะเก้าอี้และโซฟาหลายชุด เหมาะที่จะนั่งเล่นพักผ่อนกันได้หลายๆ คน

ภาพบรรยากาศจำลอง Karaoke Room เป็นห้องเก็บเสียงเพื่อการใช้งานที่เป็นส่วนตัว ภายในมีชุดโซฟา ทีวี เครื่องเสียง และเครื่องเล่นคาราโอเกะ ผนังด้านหนึ่งเป็นผนังกระจกสามารถ Take View ภายนอกได้

ภาพบรรยากาศจำลอง Quite room เป็นห้องที่เน้นบรรยากาศที่เงียบสงบ มีโต๊ะเก้าอี้และโซฟาที่มีฉากกั้นเพิ่มความเป็นส่วนตัวของแต่ละที่นั่ง เหมาะสำหรับใช้เป็นพื้นที่นั่งทำงานและอ่านหนังสือ 

ภาพบรรยากาศจำลองห้อง Fitness อยู่บนชั้น 32 ซึ่งเป็นชั้นที่สูงที่สุด ผนัง 2 ด้านเป็นผนังกระจกสามารถ Take View ในระยะไกลได้ ภายในมีเครื่องเล่นหลายชิ้นครบครัน

ภาพบรรยากาศจำลอง Co-Kitchen ภายในมีชุดโต๊ะเก้าอี้ขนาดใหญ่ และมีชุดทำครัว อุปกรณ์ทำครัวครบ สามารถทำอาหารหรือปาร์ตี้กันหลายๆ คนได้

ภาพบรรยากาศจำลอง Terrarium House เป็นพื้นที่อเนกประสงค์บนชั้นดาดฟ้า ที่รายล้อมไปด้วยสวนธรรมชาติด้านบน กรุด้วยผนังกระจกโดยรอบเพื่อให้ได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ภายในมีชุดโต๊ะและเก้าอี้สามารถนั่งทำงานชิลๆ ได้

 

 

ชั้น Ground floor เริ่มตั้งแต่บริเวณทางเข้า โดยถนนจะมีระยะร่นจากแนวโครงการด้านหน้าเข้ามาช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับโครงการ โดยทางเข้า – ออกใช้ระบบ Easy Pass เมื่อเข้ามาจะเจอกับที่จอดจักรยานทางด้านซ้ายมือ มี Drop-off สามารถจอดรับ-ส่ง มีที่จอดรถแบบ Automatic Parking และที่จอดแบบปกติที่ชั้นจอดรถชั้น 2-9 ส่วนพื้นที่ถนนทางด้านหลังโครงการออกแบบเป็นพื้นที่ล้างทำความสะอาดรถหรืออาบน้ำน้องหมาน้องแมวได้ตรงนี้ ทางเข้าอาคารทางด้านหน้าเน้นปลูกต้นไม้โดยรอบให้ความร่มรื่น

เมื่อเข้ามา Lobby ด้านในชั้นล่างประกอบด้วย พื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่นั่งคอย Sunket Living,  Co-Living Space, Meeting room สามารถประชุมหรือคุยงานแบบเป็นส่วนตัวได้ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ทำงานแบบ Outdoor ให้ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ โดยพื้นที่ส่วนกลางในชั้นนี้จะถูกออกแบบเป็นสัดส่วนไม่รบกวนซึ่งกันและกัน เน้นเชื่อมต่อถึงกันได้ด้วยสวนและธรรมชาติ ด้านในสุดจะเป็น Mailbox ก่อนจะถึงโถงลิฟต์ส่วนกลาง

โครงการนี้อนุญาติให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้ โดยจะต้องผูกสายจูงทุกครั้งเวลาที่พาน้องหมาน้องแมวออกมานอกห้อง  สัตว์เลี้ยงสามารถใช้ได้เฉพาะลิฟต์ Service ของโครงการเท่านั้น และห้ามนำสัตว์เลี้ยงไปยังชั้นส่วนกลางที่ไม่ได้รับอนุญาติ

ชั้น 2-7 เป็นชั้นจอดรถ ซึ่งทั้งโครงการสามารถจอดรถได้ 165 คัน หรือคิดเป็น 48% ไม่รวมซ้อนคัน มีโถงลิฟต์อยู่บริเวณตรงกลาง สามารถจอดรถแล้วเดินมาขึ้นลิฟต์ได้สะดวกไม่ไกลมากจากที่จอดทั้ง 2 ฝั่ง สามารถจอดรถได้ชั้นละ 20 คัน

ชั้น 8 ยังคงเป็นชั้นที่จอดรถ แต่จะมีพื้นที่บางส่วนเป็นที่จอดแบบ Automatic Parking ซึ่งสามารถจอดได้ทั้งหมด 24 คันทั้งโครงการ และมีพื้นที่จอดแบบปกติทั้งหมด 141 คัน ทั้งโครงการครับ

ชั้น 9 เริ่มเป็นชั้นพักอาศัย ห้องพักส่วนใหญ่จะหันหน้าไปทางทิศเหนือ -ใต้ โดยห้องหัวมุมส่วนใหญ่จะเป็นห้องขนาดใหญ่แบบ 2 Bedroom และจะไม่ถูกบังวิวจากรอบข้างเลยเพราะความสูงของอาคารโดยรอบจะสูงแค่ 1-4 ชั้นเท่านั้น ทำให้ห้องทุกห้องจะได้วิวที่เปิดโล่ง ส่วนห้องทางทิศตะวันตกจะเห็นอาคารสำนักงาน สูง 30 ชั้น ทางทิศใต้ โดยโครงการวางห้อง 2  Bedroom เอาไว้ให้ได้วิวเปิดโล่งจากทิศเหนือใต้ได้ด้วย ทางเดินภายในเป็นแบบ Double Corridor และในแต่ละชั้นจะมีจำนวนยูนิตทั้งหมด 15 ยูนิต ประกอบไปด้วย

  • Studio ขนาด 29 – 30 ตร.ม. จำนวน 6 ยูนิต
  • 1 Bedroom ขนาด 33 – 35.5 ตร.ม. จำนวน 4 ยูนิต
  • 2 Bedrooms ขนาด 54 – 60.5 ตร.ม. จำนวน 5 ยูนิต

ที่ชั้น 9 นี้มีความพิเศษอยู่ที่ยูนิตด้านหลังโครงการทางทิศตะวันออก จะเป็น 3 ยูนิตที่จะได้พื้นที่ระเบียงเพิ่มขึ้นใหญ่กว่าชั้นด้านบน โดยระเบียงนี้ทางโครงการจะปูเป็นหญ้าเทียมที่สามารถออกไปใช้งานได้จริง ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้จะไม่นับเป็นพื้นที่ขาย

มีการวางส่วน Service และงานระบบไว้ตรงกลางของตัวอาคารใกล้โถงลิฟต์ มีลิฟต์โดยสาร 2 ตัว และลิฟต์บริการ 1 ตัว มีบันไดหนีไฟในอาคาร 2 ตำแหน่ง และจะมียูนิตพิเศษอยู่ 1 ห้องที่สามารถเดินเข้าห้องได้เลยจากทางโถงลิฟต์ ทำให้ห้องนี้ได้ความเป็นส่วนตัว

ชั้น 10-27 เป็นชั้นพักอาศัยทั้งหมด  มีการจัดวางตำแหน่งและมีจำนวนห้องพักเช่นเดียวกับชั้น 9 ที่ได้อธิบายไปแล้วก่อนหน้านี้ เพียงแต่สิ่งที่หายไปคือยูนิตพิเศษทางด้านหลังที่ได้พื้นที่ระเบียงเพิ่มเติมนั้น ตั้งแต่ชั้น 10 เป็นต้นไปจะไม่มีแล้วนั่นเองครับ

ชั้น 28 มีความพิเศษตรงที่ห้องทุกห้องจะกลายเป็น Duplex ที่มีความสูงต่อชั้นอยู่ที่ 5.5 เมตร และยูนิตพักอาศัยบริเวณด้านหน้าจะหายไป แล้วถูกแทนที่ด้วยสวนและระเบียงส่วนกลางซึ่งทุกคนสามารถมาใช้งานได้ โดยในแต่ละชั้นจะมีจำนวนยูนิตทั้งหมด 14 ยูนิต ประกอบไปด้วย

  • 1 Bedrooms Duplex ขนาด 41 – 42 ตร.ม. จำนวน 9 ยูนิต
  • 2 Bedrooms Duplex ขนาด 45 – 76 ตร.ม. จำนวน 5 ยูนิต

ในชั้น 28 จะมียูนิตพิเศษอีก 1 ยูนิต จะได้พื้นที่ระเบียงเพิ่มเติมซึ่งระเบียงนี้จะเหมือนกับยูนิตพิเศษในชั้น 9 คือทางโครงการจะปูเป็นหญ้าเทียมที่สามารถออกไปใช้งานได้จริง และพื้นที่ระเบียงที่ได้ในส่วนนี้ทางโครงการจะไม่คิดเป็นพื้นที่ขายเช่นเดียวกันครับ

ชั้น 29-30 ยังคงเป็นชั้นพักอาศัยแบบ Duplex มีการจัดวางตำแหน่งและมีจำนวนห้องพักเช่นเดียวกับชั้น 28 ที่ได้อธิบายไปแล้วก่อนหน้านี้ เพียงแต่พื้นที่สวนบริเวณด้านหน้าและยูนิตพิเศษที่จะได้พื้นที่ระเบียงเพิ่มเติมทางด้านหลังจะไม่มีแล้วครับ

ชั้น 31 ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์ของโครงการ เพราะเป็นชั้นเริ่มต้น Facility หลักของโครงการต่อเนื่องกัน 3 ชั้น โดยชั้นนี้มีฟังก์ชั่นที่ค่อนข้างแปลกใหม่และน่าสนใจอยู่หลายฟังก์ชั่นด้วยกัน สระว่ายน้ำระบบเกลือ มีขนาดอยู่ที่ 20 x 6 เมตร มีสระเด็กและสระน้ำอุ่นที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ ให้อารมณ์แบบญี่ปุ่นเหมือนเรากำลังแช่ออนเซ็น บริเวณโดยรอบเป็น Pool Bed และ Day Bed สำหรับนั่งพักผ่อนริมสระว่ายน้ำ มีระเบียงและที่นั่ง พื้นที่ Co-Kitchen ให้ได้ประกอบอาหารทานกันในสวน ส่วนฟังก์ชั่นภายในประกอบด้วย Co-Creation Space เป็นห้องอเนกประสงค์ที่สามารถใช้นั่งทำงาน มีโต๊ะและอุปกรณ์ให้พร้อม ถัดมาเป็นห้อง Locker ห้องน้ำ และซาวน่าแบบแยกชาย-หญิง ติดกันเป็น Quitet Room เป็นห้องที่เงียบสงบ มีฉากกั้นพื้นที่นั่งต่างๆ เพิ่มความเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือที่ต้องการใช้สมาธิที่ต้องใช้ความเงียบ

โดยยูนิตพักอาศัยในชั้นนี้จะเป็นห้องแบบ 2 Bedroom Duplex จำนวน 2 ยูนิต ซึ่งต้องใช้ Key Card ผ่านเข้า-ออก เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน พื้นที่อีกฝั่งของอาคารจะเป็นห้อง Karaoke ซึ่งจะเป็นห้องเก็บเสียง ภายในจะมีชุดโซฟา ทีวีเครื่องเสียงและเครื่องร้องคาราโอเกะ สามารถใช้เป็นห้องปาร์ตี้ ร้องคาราโอเกะ หรือนัดดูฟุตบอลกันได้หลายๆ คน ติดกันเป็นห้อง Music Rehearsal เป็นห้องสำหรับซ้อมดนตรีที่เก็บเสียงได้เช่นกัน แต่ภายในห้องจะเป็นห้องเปล่า ทางโครงการไม่ได้มีเครื่องดนตรีเตรียมไว้ให้ ลูกบ้านต้องนำเครื่องดนตรีมาเอง และถัดมาจะเป็นบันไดที่ใช้สำหรับเดินขึ้นไปยังชั้น Facility ด้านบนที่ชั้น 32

แปลนอาคารชั้น 32 ยังคงเป็นชั้น Facility และยูนิตพักอาศัยที่ต่อเนื่องขึ้นมาจากชั้นด้านล่าง แต่ยูนิตพักอาศัยที่ชั้นนี้จะมีเพิ่มขึ้นมาอีก 2 ยูนิต ทำให้ชั้น 32 นี้จะมีจำนวนยูนิตทั้งหมด 4 ยูนิต ประกอบไปด้วย

  • 1 Bedrooms Duplex ขนาด 41 – 42 ตร.ม. จำนวน 2 ยูนิต
  • 2 Bedrooms Duplex ขนาด 45 – 76 ตร.ม. จำนวน 2 ยูนิต

ส่วน Facility ในชั้นนี้จะประกอบไปด้วย Yoga Room สำหรับเล่นโยคะและเต้นแอโรบิค, Lounge สำหรับนั่งพักผ่อนระหว่างออกกำลังกาย และ Fitness สำหรับออกกำลังกาย ภายในมีเครื่องเล่นครบ ซึ่งฟังก์ชั่นทุกห้องจะมีผนังกระจกทั้ง 2 ด้าน สามารถออกกำลังกายไปและชมวิวไปได้ด้วย

แปลนอาคารชั้นดาดฟ้า เป็นพื้นที่สวนและลานกิจกรรมต่างๆ สามารถขึ้นมานั่งพักผ่อน ชมวิว ปาร์ตี้บาบีคิวกันได้ที่ชั้นนี้ มีสนามเด็กเล่นเล็กๆ และยังมี Terraruim House แบบ Indoor กับ Co-Working Paviion แบบ Outdoor ที่สามารถนั่งทำงานอ่านหนังสือแบบอเนกประสงค์แบบใกล้ชิดและได้สัมผัสกับธรรมชาติให้ได้เลือกใช้งานตามความเหมาะสมอีกด้วย

มาดูที่ตัวโมเดลกันบ้าง ภาพรวมของโครงการ Maru เอกมัย 2 ตั้งอยู่ในซอยสุขุทวิท 63 (ซอยเอกมัย) ตัวอาคารเป็นอาคารสูง 32 ชั้น จำนวนยูนิตพักอาศัยทั้งหมด 333 ยูนิต มีที่จอดรถ 165 คันหรือคิดเป็น 48% ไม่รวมซ้อนคัน และยังมีที่จอดรถแบบ Automatic parking ให้บริการ รวมถึงสามารถเลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้ด้วย มีการจัดพื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่สีเขียวบริเวณด้านหน้า และบนอาคารในชั้นต่างๆ ที่เข้าถึงง่ายใช้งานสะดวก โดยเฉพาะห้อง Co-Working Space ต่างๆ ที่มักจะมีอยู่ในชั้น Facility และตามสวนหย่อม มีทั้งพื้นที่แบบ Indoor และ Outdoor ให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม

ด้านหน้าโครงการติดถนนซอยสุขุมวิท 63 (ซอยเอกมัย) ฝั่งตรงข้ามถนนเยื้องๆ กันเป็นอาคารสำนักงาน Bangkok Business Center สูง 30 ชั้น ด้านซ้ายติดกับโรงแรม 999 มีความสูง 4 ชั้น ส่วนทางด้านขวาและด้านหลังเป็นบ้านพักอาศัยสูง 1-2 ชั้น ทำให้ไม่มีปัญหาในเรื่องของการบล็อควิว เพราะชั้นพักอาศัยเริ่มต้นที่ชั้น 9 เป็นต้นไป

มาดูที่โมเดลด้านข้างกันครับ บริเวณชั้น 1 ทางด้านหน้าเป็นระยะถอยร่นของอาคารจะเป็นพื้นที่สีเขียว ถัดมาเป็น Lobby และพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ รวมถึงทางเข้าที่จอดรถแบบ Automatic parking และทางเข้าที่จอรถแบบปกติ โดยตั้งแต่ชั้น 2-8 จะเป็นชั้นจอดรถทั้งหมด สามารถจอดรถได้ 165 คัน หรือคิดเป็น 48% ไม่รวมซ้อนคัน แบ่งออกเป็นการจอดแบบ Automatic parking 24 คัน และการจอดแบบปกติ 141 คัน

ชั้นพักอาศัยเริ่มตั้งแต่ชั้น 9-32 โดยแบ่งออกเป็นชั้นที่ 9-27 จะเป็นรูปแบบห้องปกติตั้งแต่ Studio และ 1-2 Bedroom ขนาด 29-60.5 ตร.ม. มีความสูงจากพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.7 เมตร และในเฉพาะชั้น 9 บริเวณทางด้านหลังจะมียูนิตพิเศษที่จะได้พื้นที่ระเบียงให้ใช้งานเพิ่มได้ ต่อมาที่ชั้น 28-30 รูปแบบห้องจะเปลี่ยนเป็น 1-2 Bedroon Duplex มีความสูงจากพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 5.5 เมตร และที่ชั้น 28 บริเวณทางด้านหน้าจะมีสวนพักผ่อนของพื้นที่ส่วนกลางให้ออกไปนั่งเล่นชมวิวได้

ส่วนต่อมาจะเป็นชั้น Facility ตั้งแต่ชั้นที่ 31-32 ประกอบไปด้วยสวนหย่อม สระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส และห้องอเนกประสงค์ต่างๆ ซึ่งชั้น Facility นี้จะมีบางส่วนที่อยู่ทางด้านหลังเป็นยูนิตพักอาศัยร่วมด้วย เป็นห้องแบบ 1-2 Bedroon Duplex จึงทำให้พื้นที่ส่วนกลางมีความสูงต่อชั้นจากพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 5.5 เมตร และส่วนสุดท้ายจะเป็นชั้นดาดฟ้าที่จะมีสวนและพื้นที่อเนกประสงค์ต่างๆ สามารถขึ้นมานั่งชมวิว จัดปาร์ตี้บาบีคิว หรือนั่งทำงานอ่านหนังสือได้

ทางเข้าออกหลักของโครงการอยู่ติดกับถนนซอยสุขุมวิท 63 (ซอยเอกมัย) รั้วทางด้านหน้าโครงการเป็นรั้วไม้สีอ่อนดูสะอาดตาและเรียบง่าย มีป้ายชื่อโครงการขนาดใหญ่ชัดเจน มีประตูทางเข้าหลักสำหรับรถยนต์เข้าออกด้วยระบบ Easy pass และป้อม รปภ. อยู่ทางด้านหน้า รวมถึงมีประตูเล็กสำหรับคนเดินอยู่ทางด้านซ้ายของป้อม ปรภ. ซึ่งจะเดินผ่านสวนและต้นไม้สีเขียวก่อนเข้าไปยัง Lobby ทางด้านซ้ายของโครงการเป็นที่ตั้งของโรงแรม 999 สูง 4 ชั้น ส่วนทางด้านขวาจะเป็นบ้านพักอาศัยสูง 1-2 ชั้นครับ

เมื่อขับรถตรงเข้ามาจะเจอจุด Drop-off สามารถรับส่งคนและวนรถกลับได้จากตรงนี้ เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้านเพื่อไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามาวุ่นวายภายในโครงการมากเกินไปได้ดี และจากภาพทางด้านขวาของตัวอาคารนี้จะเห็นทางเข้าที่จอดรถแบบ Automatic parking และทางขึ้นแลมป์ที่จอดรถใต้อาคารแบบปกติด้วยครับ โดยจัดเป็นชั้นจอดรถตั้งแต่ชั้น 2-8 จอดรถทั้งหมด 165 คัน คิดเป็น 48% ไม่รวมซ้อนคัน

บริเวณชั้น 9 ที่เป็นชั้นพักอาศัยของตัวโครงการ ซึ่งเห็นได้ว่าจะมียูนิตพิเศษทางด้านหลังที่จะได้พื้นที่ระเบียงเพิ่มเติม ซึ่งทางโครงการจะปูหญ้าเทียมเอาไว้ให้ สามารถออกมาใช้งานได้จริง

ยูนิตพิเศษที่จะได้พื้นที่ระเบียงเพิ่มเติมอีกจุดหนึ่งคือห้องทางด้านหลังบริเวณชั้น 28 ซึ่งเป็นชั้นที่เริ่มมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบห้องชั้นพักอาศัยที่มีความสูงพื้นถึงฝ้าจากปกติ 2.7 เมตร เป็นห้องแบบ Duplex ซึ่งมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพิ่มขึ้นเป็น 5.5 เมตร

มาดูโมเดลชั้น Facility กันอีกด้านหนึ่ง ซึ่งทางด้านหลังของอาคารจะเป็นยูนิตพักอาศัยแบบ Duplex จึงทำให้ชั้น Facility ต่างๆ มีความสูงจากพื้นถึงฝ้ามากถึง 5.5 เมตร และทำเป็นผนังกระจกสูงจากพื้นถึงฝ้ารอบอาคาร จึงทำให้สามารถพักผ่อน ออกกำลังกาย และ Take view ไปได้พร้อมกันอย่างเต็มที่

โมเดลจากทางด้านหน้าจะเห็นการจัดสวนส่วนกลางเป็นแบบขึ้นบันได เริ่มต้นที่ชั้น 28 จะเป็นสวนพักผ่อนให้นั่งเล่นและชมวิวได้ และชั้น 31-32 จะเป็นชั้น Facility ประกอบไปด้วย Fitness สระว่ายน้ำ ห้องคาราโอเกะ และห้องอเนกประสงค์ต่างๆ ระเบียงและผนังโดยรอบจะเป็นผนังกระจกทำให้สามารถ Take view มุมกว้างมากขึ้น และมีสวนบนชั้นดาดฟ้าที่สามารถขึ้นไปชมวิว ปาร์ตี้ BBQ หรือนั่งทำงานอ่าหนังสือได้ท่ามกลางสวนและธรรมชาติ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Ground Floor
    • Guard house and Pedestrian entrance
    • Wellness yard
    • Entrance walkway with reflecting pond
    • Bicycle parking & Tire inflator
    • Community pods/Chatting circle
    • Teahouse pavilion
    • Cascading water feature
    • Extension Co-working terrace
    • Bark and bike wash
    • Car wash area
    • Sunken living room
    • Drop-off
    • Co-living space
    • Meeting room
    • Office and Commercial unit
    • Lobby
    • Laundry
    • Mailbox
    • Juristic office
    • Automatic parking
  • Floor 28
    • Garden (Study box, Napping box, Honeymoon seat terrace)
  • Floor 31
    • Co-creation space
    • Locker room
    • Sauna
    • Quiet room
    • Music rehearsal room
    • Karaoke room
    • Shallow pool with fountains
    • Kid’s pool
    • Outdoor shower area
    • Warm pool
    • Infinity edge swimming pool size 6 x 20 m.
    • Daybed
    • Sunset balcony
    • Outdoor Co-kitchen terrace
  • Floor 32
    • Fitness
    • Lounge
    • Aerial yoga room
  • Rooftop
    • Star gazing deck
    • Outdoor Co-working paliling
    • Napping hill
    • Terrarium house
    • Roof urban farm area
    • Outdoor chess terrace
    • BBQ sunken courtyard with seating box
    • BBQ pit & Preparation area
    • Children’s play forest
    • Relax hill
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 166 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 165 คันคิดเป็น 48% ไม่รวมจอดซ้อนคัน (Automatic Parking 24 คัน, จอดแบบปกติ 141 คัน)
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

สำหรับแบบห้องของโครงการนี้จะมีให้เลือกทั้งหมด 5 แบบ สามารถแบ่งออกเป็นห้องแบบปกติที่มีความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.7 เมตร และห้องแบบ Duplex ซึ่งมีความสูงจากพื้นถึงฝ้า 5.5 เมตร ขายแบบ Fully Fitted คือมีให้เฟอร์นิเจอร์เฉพาะบางส่วน เช่น ชุดเคาร์เตอร์ครัว เครื่องปรับอากาศ ชุดสุขภัณฑ์ และฉากกั้นอาบน้ำ โดยห้องพักจะมีให้เลือกดังนี้

  • Studio : 29-30 ตารางเมตร
  • 1 Bedroom : 33-35.5 ตารางเมตร
  • 2 Bedroom : 54-60.5 ตารางเมตร
  • 1 Bedroom Duplex : 41-42 ตารางเมตร
  • 2 Bedroom Duplex : 45-76 ตารางเมตร

ห้องตัวอย่างแบบแรกเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 29.5 ตร.ม. ถือว่าให้พื้นที่มาเยอะพอสมควรสำหรับห้องแบบ 1 Bedroom เมื่อเข้ามาทางประตูจะพบกับพื้นที่ครัว มีเคาน์เตอร์ครัวให้พร้อมใช้งาน ฝั่งตรงข้ามชุดครัวเป็นตู้เก็บของแบบ Built-in ถัดมาเป็นพื้นที่วางตู้เย็นและพื้นที่วางโต๊ะทานอาหาร แบ่งพื้นที่การใช้งานด้วยประตูกระจกบานเลื่อนอย่างเป็นสัดส่วน ช่วยป้องกันกลิ่นและความชื้นจากครัวเข้าไปรบกวนภายในห้องนอนได้ ถัดเข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่ห้องนอนสามารถวางเตียงแล้วยังมีพื้นที่พื้นที่โดยรอบใช้งานได้สะดวก มีพื้นที่ด้านข้างเตียงสามารถวางโต๊ะข้างเตียงได้ มีพื้นที่อเนกประสงค์บริเวณหน้าต่างสามารถวางโซฟาหรือโต๊ะทำงาน มีประตูกระจกบานเลื่อนเชื่อมไประเบียงด้านนอกได้ อีกฝั่งของตัวห้องจัดพื้นที่เป็น Walk in closet วางตู้เสื้อผ้า มีแนวทางเดินเชื่อมต่อไปยังห้องน้ำ โดยใช้ผนังกระจกในการแบ่งแยกสัดส่วนฟังก์ชั่นการใช้งาน ในห้องน้ำมีการแบ่งแยกส่วนเปียกกับส่วนแห้งออกจากกันด้วยฉากกั้นอาบน้ำ ติดตั้งสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆที่ต้องใช้งานให้ครบ

เมื่อเข้ามาภายในห้องตัวอย่างเราจะพบกับส่วนครัว แบ่งพื้นที่การใช้งานมีตู้เก็บของทางด้านซ้ายและเคาน์เตอร์ครัวทางด้านขวา

พื้นที่ทางเดินตรงกลางมีระยะเหลือประมาณ 1 เมตร สามารถเดินผ่านและใช้งานครัวได้สะดวก พื้นที่ภายในห้องทั้งหมดจะปูด้วยพื้นไม้ลามิเนต หนา 8 mm.

เคาน์เตอร์ครัวทางฝั่งขวาทางโครงการจะ Built-in ชุดครัวมาให้เหมือนในห้องตัวอย่าง

ตู้เก็บของทางด้านบนสามารถเก็บของได้พอสมควร หน้าบานตู้เป็นกระจกฝ้าน้ำหนักเบา ส่วนชั้นภายในเป็นไม้อัดปิดผิวลามิเนตครับ

ซึ่งบานตู้ทั้งหมดจะติด Soft close ที่ตัวบานพับเพื่อเวลาเปิด-ปิดใช้งานไม่เกิดเสียงดังลดการกระแทก

Top เคาน์เตอร์ครัวเป็นหินเทียม(Solid Surface)สีขาว มีความทนต่อกรดด่านได้ดี ผนังกรุกระเบื้องเซรามิกสามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย และที่โครงการมีให้คือ อ่างล้างจาน เตาไฟฟ้าและที่ดูดควันของ Frank ติดไฟส่องสว่างใต้ตู้แขวนผนัง และติดราวแขวนของอเนกประสงค์มาให้ ทางด้านขวาเป็นสวิตท์ไฟและปลั๊กสำหรับใช้คู่กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ

อ่างล้างจานที่ได้มีขนาด 45 x 52 ซม. เป็นอ่างขนาดกลาง ด้านข้างมีพื้นที่เหลือเล็กน้อยพอวางของได้นิดหน่อย

ตู้ด้านล่างสามารถเก็บของได้พอประมาณ พร้อม Built-in ถังขยะติดกับตู้มาให้แบบนี้เลย มีช่องวางไมโครเวฟอยู่ทางด้านล่างสามารถใช้งานได้สะดวก

ติดกันเป็นพื้นที่วางตู้เย็นและพื้นที่วางโต๊ะรับประทานอาหาร ซึ่งทางโครงการจัดมาให้ดูเป็นตัวอย่างไม่ได้แถมมาให้ครับ โดยที่ขนาดพื้นที่วางตู้เย็นคือ 70 x 75 ซม. สามารถวางตู้เย็นขนาดกลางได้ ส่วนพื้นที่ด้านข้างหากไม่ทำเป็นพื้นที่ทานอาหารก็สามารถใช้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์หรือใช้เป็นพื้นที่ชั้นวางของเพิ่มเติมก็ได้ครับ

โดยมีระยะจากผนังทึบทางด้านซ้ายไปถึงผนังกระจกทางด้านขวาอยู่ที่ประมาณ 2 เมตร เมื่อวางตู้หรือโต๊ะขนาดความกว้างประมาณ 30-60 เซนติเมตร ไปแล้วยังคงมีพื้นที่เหลืออีกประมาณ 1.7-1.4 เมตร สามารถเดินผ่านได้สะดวกครับ

ส่วนตู้เก็บของตรงข้ามเคาน์เตอร์ครัวนี้ทางโครงการก็ Built-in มาให้หน้าตาแบบนี้เลยครับ สามารถใช้เก็บของใช้ในบ้าน รองเท้า หรือของชิ้นใหญ่ๆ ได้ครับ บานประตูทางซ้ายของตู้จะติดกระจกเงาแนวตั้งด้านในบานประตูมาให้แบบนี้เลย เอาไว้ส่องเช็คความเรียบร้อยของตัวเองก่อนออกจากบ้านได้

พื้นที่ห้องครัวกับพื้นที่พักอาศัยภายในถูกกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกนิรภัย(Anneal Laminated Glass) กรอบอลูมิเนียมสีดำ ไม่มีตัวล็อคบานประตูและไม่มีรางบนพื้นให้เดินสะดุด ที่บานเลื่อนจะมีโช้คอยู่ด้านในประตู ลดการกระแทกช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน

พื้นที่ต่อมาเป็นส่วนห้องห้องนอน ซึ่งทางโครงการวางเตียง 5 ฟุต เอาไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง ทางโครงการไม่ได้แถมมาให้นะครับ เราจะได้เป็นห้องโล่งๆ เลย โดยเมื่อวางเตียงแล้วจะมีพื้นที่ข้างเตียงพอวางโต๊ะข้างเตียงและมีพื้นที่เหลือเดินผ่านได้สะดวกทั้ง 2 ฝั่ง

ทางด้านขวาของเตียงจะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ข้างหน้าต่าง และประตูกระจกบานเลื่อนเพื่อเปิดออกสู่ระเบียงห้อง

พื้นที่อเนกประสงค์ข้างเตียงนี้อยู่ติดกับหน้าต่างกระจกสามารถเปิดหน้าต่างบานกระทุ้งเพื่อระบายอากาศได้ หน้าต่างเข้ามุมสามารถ Take view ได้กว้างมากขึ้น มุมนี้จึงเหมาะที่จะวางโซฟาหรือโต๊ะอเนกประสงค์เพื่อใช้นั่งเล่น นั่งทำงาน หรืออ่านหนังสือได้ดี เพราะมีอากาศถ่ายเทและได้แสงธรรมชาติจากภายนอก

เมื่อวางโซฟาหรือโต๊ะอเนกประสงค์ไปแล้ว ยังมีพื้นที่เหลือข้างเตียงประมาณ 70 เซนติเมตร สามารถวางโต๊ะข้างเตียงและเดินผ่านได้สะดวก

ส่วนพื้นที่ปลายเตียงมีความกว้างประมาณ 1.4 เมตร สามารถวางโต๊ะวางทีวีได้ โดยที่ยังมีพื้นที่เหลืออีกประมาณ 1 เมตร ที่จะเดินผ่านได้สะดวกดีครับ

แอร์ที่ได้เป็นแอร์แบบ Wall type ยังไม่ระบุยี่ห้อโดยจะติดบริเวณผนังปลายเตียง ถัดมาเป็นส่วนของระเบียงห้อง กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียมสีดำพร้อมกระจกนิรภัย(Anneal Laminated Glass)สีเทาตัดแสง

โดยที่ประตูระเบียงนี้จะมีตัวล็อคติดตั้งมาให้ด้วย และมีธรณียกสูงขึ้นมาประมาณ 8 เซนติเมตร กันน้ำฝนสาดและรั่วซึมเข้ามาภายในห้อง

พื้นที่ระเบียงกว้างประมาณ 2 x 0.85 เมตร สามารถวางเครื่องซักผ้าได้โดยที่ทางโครงการมีการต่อระบบท่อน้ำดีและท่อน้ำทิ้งเอาไว้ให้ด้วย(ห้องตัวอย่างไม่มีให้ดูครับ)

ราวกันตกเป็นราวเหล็กสีดำ ความสูงประมาณ 1.1 เมตร

ด้านขวาของระเบียงจะมีราวกันตกสูงจากพื้นถึงฝ้า เพื่อใช้เป็นที่บังสายตาในการวาง Condensing air บริเวณระเบียงเหนือเครื่องซักผ้าครับ

ด้านบนติดไฟดาวน์ไลท์หน้าตาแบบนี้มาให้ 1 ดวง

ฝ้าเพดานในห้องจะได้เป็นฉาบเรียบทาสี มีไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้ามาให้ 4 จุด

มองกลับเข้ามาภายในห้องทางด้านขวาจะเป็นพื้นที่ทางเดินเป็น Walk in closet เชื่อมต่อไปยังห้องน้ำ

พื้นที่ข้างเตียงทางฝั่งซ้ายวัดจากขอบเตียงถึงขอบประตูกระจก จะมีความกว้างประมาณ 70 เซนติเมตร สามารถวางโต๊ะข้างเตียงและเดินผ่านได้สะดวกครับ

ผนังหัวเตียงจะติดตั้งชุดปลั๊กของ Panasonic มาให้ สามารถเสียบปลั๊กโคมไฟหัวเตียงหรือชาร์จแบตโทรศัพท์ได้

พื้นที่ส่วน Walk in closet ทางโครงการ Built-in เป็นตู้เสื้อผ้าแบบไม่มีหน้าบานมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งของจริงจะเป็นพื้นที่โล่งเอาไว้วางตู้เสื้อผ้าได้ แนะนำว่าให้ Built-in จะได้ขนาดตู้ที่พอดีกับพื้นที่จะดีกว่าครับ เนื่องจากพื้นที่มีขนาดที่จำกัดและหาเฟอร์นิเจอร์ที่พอดีและลงตัวได้ยาก

ฝ้าเพดานส่วน Walk in closet จะมีไฟดาวน์ไลท์ 1 จุด สำหรับใช้ในการแต่งตัวหน้าตู้เสื้อผ้าได้ดี

พื้นที่หน้าตู้เสื้อผ้าถึงประตูกระจกมีความกว้างเหลือประมาณ 85 เซนติเมตร สามารถใช้เป็นพื้นที่แต่งตัวและเดินผ่านได้สะดวก

ภายในห้องน้ำมีการติดตั้งฉากกันอาบน้ำแยกส่วนเปียกและส่วนแห้งออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน

ห้องน้ำกว้างขวางไม่อึดอัดครับ พื้นห้องน้ำมีการลดระดับจากพื้นห้องลงมาประมาณ 6 เซนติเมตร ขอบธรณีประตูเป็นหินเทียมที่ทนด่างและความชื้นได้ดี

ติดตั้งอ่างล้างหน้าและอุปกรณ์ก็อกน้ำของ Kohler ด้านบนเป็นกระจกบานใหญ่กรอบไม้สีธรรมชาติ และ Built-in ตู้เก็บของด้านล่างมาให้ ซึ่งเราจะได้เหมือนกับห้องตัวอย่างเลย

ขนาดอ่างล้างหน้าประมาณ 70 x 48 เซนติเมตร มีพื้นที่วางของที่ขอบอ่างเล็กน้อย ตู้ไม้ด้านล่างเป็นหน้าบานทึบปิดผิวลามิเนตลายไม้สีธรรมชาติ ติด Soft close ที่ตัวบานพับป้องกันการกระแทก พื้นที่ในตู้สามารถเก็บของใช้ภายในห้องน้ำได้พอสมควร

ตรงข้ามกับอ่างล้างหน้าเป็นโถสุขภัณฑ์ของ Hafele  มีพื้นที่โดยรอบโถทำให้ใช้งานได้สะดวกไม่อึดอัด พร้อมด้วยอุปกรณ์อื่นๆ ได้แก่ สายชำระและที่ใส่กระดาษทิชชู ติดอยู่ที่ผนังด้านหลัง

ที่ใส่กระดาษชำระและสายชำระติดมาให้ หน้าตาและขนาดเป็นแบบนี้เลยครับ ขนาดกำลังเหมาะมือดี

ด้านบนของโถสุขภัณฑ์ติดราวแขวนผ้าเช็ดตัวแสตนเลสมาให้ด้วยครับ สามารถใช้แขวนเสื้อผ้าได้

ส่วนสุดท้ายคือส่วนพื้นที่อาบน้ำ ซึ่งทางโครงการได้ติดตั้งชุดฉากกั้นอาบน้ำและบานประตูเปิด-ปิด ซึ่งทำมาจากกระจกนิรภัย (Tempered Glass) พร้อมด้วยชุดอุปกรณ์อาบน้ำสแตนเลสมาให้เรียบร้อย ส่วนที่ประตูกระจกตรงที่จับออกแบบให้สามารถแขวนผ้าเช็ดตัวได้ครับ

พื้นที่อาบน้ำมีขนาด 1.1 x 0.88 ม. สามารถอาบน้ำได้ไม่อึดอัด มีขอบกันน้ำยกสูงขึ้นมา 5 ซม. ป้องกันน้ำไหลซึมไปยังส่วนแห้ง และมีตัว stop กันประตูกระแทกกับผนังติดมาให้ด้วย

ชุดอาบน้ำเราจะได้เป็น Hand shower สแตนเลสของ Kohler ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานเหมือนกับห้องตัวอย่าง แต่โครงการจะไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้ ถ้าต้องการสามารถติดตั้งเองได้ภายหลัง 

Hand shower ขนาดพอดีมือ หัวยางขนาดกลางสามารถปรับระดับความแรงของสายน้ำได้ ผนังมีการเจาะช่องทำเป็นชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำได้

ฝ้าเพดานของห้องน้ำจะเป็นฉาบเรียบทาสี มีไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้า 2 จุด ทำให้ห้องน้ำดูสว่างมากขึ้น

ห้องตัวอย่างแบบ 1 Bedroom Duplex ขนาด 42 ตารางเมตร เมื่อเข้าประตูมาแล้วจะพบกับประตูห้องน้ำทางด้านขวา ฟังก์ชั่นในห้องน้ำมีการแบ่งแยกส่วนเปียกกับส่วนแห้งออกจากกันด้วยฉากกั้นอาบน้ำ พร้อมอุปกรณ์ต่างๆเช่นเดียวกับห้องตัวอย่างห้องแรก ทางด้านซ้ายทำเป็นตู้ Built-in ใต้บันไดเป็นตู้เสื้อผ้าและตู้เก็บของ เมื่อเดินเข้ามาด้านในของห้องอีกเราจะพบกับพื้นที่ Double space มีฝ้าเพดานสูงถึง 5.5 เมตร ทางด้านขวาถูกจัดให้เป็นพื้นที่เป็นครัวเปิด มีชุดเคาน์เตอร์ครัวเหมือนกับห้องตัวอย่างแรก แต่ไม่มีผนังกั้นแยกเป็นสัดส่วน พื้นที่ห้องนั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหาร จัดไว้ในพื้นที่ต่อเนื่องกัน ระเบียงห้องจะได้เป็นแนวยาวตลอดความกว้างของห้อง ติดกระจกขนาดใหญ่ที่มีความสูงตั้งแต่พื้นจนถึงฝ้า 5.5 เมตร สามารถเปิดประตูกระจกบานเลื่อนเพื่อออกไปใช้งานภายนอกระเบียงได้ และได้วิวแบบมุมกว้าง ทางซ้ายมือของตัวห้องจะเป็นบันไดเพื่อขึ้นยังชั้น 2 ของตัวห้อง ด้านบนเป็นพื้นที่ห้องนอนสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสสามารถมองเห็นพื้นที่ Double space บริเวณห้องนั่งเล่นมุมสูงได้ ข้อดีของห้องแบบ Duplex คือจะได้พื้นที่ในแนวตั้ง ห้องจะมีความโปร่งโล่งกว่าห้องแบบปกติ และทำให้การอยู่อาศัยเหมือนอยู่บ้าน 2 ชั้น

เมื่อเข้ามาภายในจะพบกับตู้ Built-in ใต้บันไดทางด้านซ้าย และประตูห้องน้ำทางขวา

ขนาดพื้นที่ทางเดินมีความกว้างประมาณ 1 เมตร สามารถเดินผ่านได้สะดวกครับ

ฟังก์ชั่นภายในห้องน้ำเหมือนกับห้องตัวอย่างห้องแรกเลยครับ มีชุดอ่างล้างหน้าอยู่ทางด้านขวา โถสุขภัณฑ์อยู่ตรงกลาง และพื้นที่อาบน้ำอยู่ทางด้านซ้าย

เริ่มที่ชุดอ่างล้างหน้า จะได้เป็นกระจกบานใหญ่กรอบไม้สีธรรมชาติ อ่างล้างหน้าและก็อกน้ำจาก Kohler พร้อม Built-in ตู้เก็บของไว้ใต้อ่างเหมือนห้องแรกเลยครับ

ขนาดพื้นที่ห้องน้ำมีการใช้งานส่วนเปียกส่วนแห้งออกจากกัน โดยพื้นที่ส่วนแห้งจะใช้พื้นที่ร่วมกันระหว่างอ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ สามารถใช้งานได้สะดวกครับ

ชุดโถสุขภัณฑ์ก็เป็นของ Hafele มีสายชำระและที่แขวนกระดาษชำระไว้ที่ผนังด้านข้างสามาถหยิบใช้งานได้สะดวก

โครงการจะติดฉากกั้นอาบน้ำมาให้แบบนี้ ที่จับประตูออกแบบให้แขวนผ้าเช็ดตัวได้

พื้นที่อาบน้ำขนาดประมาณ 0.75 x 1.45 เมตร สามารถอาบน้ำได้สะดวก ยกขอบสูง 5 เซนติเมตร เพื่อกันน้ำไหลซึมไปยังส่วนแห้ง และติดตัว stop ตรงหลังประตูป้องกันการกระแทกให้ด้วยครับ

ติดตั้ง Hand showerสแตนเลสของ Kohler สามารถปรับระดับความแรงของสายน้ำได้ และเจาะช่องผนังสำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำไว้ให้เหมือนกับห้องตัวอย่างห้องแรก

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี มีไฟดาวไลท์แบบฝังผ้า 2 จุด ทำให้ห้องน้ำสว่างมากขึ้น

กลับมาที่บริเวณหน้าห้องน้ำทางด้านซ้าย เราจะได้ชุด Built-in ตู้เสื้อผ้าและตู้เก็บของใต้บันไดแบบนี้เลย โครงตู้ด้านในเป็นไม้อัด ส่วนหน้าบานของตู้จะเป็นไม้บานทึบปิดผิวลามิเนตสีขาวครับ

ภายในตู้จะเป็นชั้นวางของและราวแขวนเสื้อผ้า บานตู้ฝั่งซ้ายติดกระจกเงาเต็มบานสามารถใช้ส่องดูความเรียบร้อยเวลาแต่งตัวได้

มีลิ้นชัก 4 ชั้นสามารถเก็บของใช้จุกจิกและเสื้อผ้าได้เยอะเลยครับ

บานตู้ทั้งหมดจะติด Soft close ที่ตัวบานพับเพื่อเวลาเปิด-ปิดใช้งานไม่เกิดเสียงดังลดการกระแทก และจะติดตั้งระบบส่องสว่างภายในตู้ให้แบบในห้องตัวอย่าง เป็นหลอดไฟ LED ที่ซ่อนไว้ด้านหลังครับ

ตู้ถัดมาจะมีเป็นลิ้นชักและชั้นวางของ สามารถเก็บของได้พอสมควร

มีอีกตู้ครับ เป็นช่องเล็กๆช่องเดียวเลย ใช้พื้นที่ใต้บันไดได้คุ้มมากๆ

ฝ้าเพดานบริเวณทางเดินมีความสูง 2.4 เมตร เป็นแบบฉาบเรียบทาสี ติดไปดาวน์ไลท์ 3 ดวงเรียงกันแบบนี้ ทำให้ทางเดินหน้าห้องน้ำไม่มืด สามารถใช้แต่งตัวที่หน้าตู้เสื้อผ้าได้ครับ

มองย้อนกลับไปทางประตูทางเข้า ทางด้านซ้ายจะเป็นที่วางตู้เย็น ส่วนทางด้านขวาจะเป็นบันไดขึ้นไปยังชั้นสองครับ จะเห็นได้ว่าตู้เสื้อผ้าที่ Built-in อยู่ใต้บันไดแทบจะมองไม่ออกเลย ซ่อนตู้ได้ดีกลมกลืนไปกับผนังเรียบร้อยดีมาก

เข้ามาด้านในห้องตัวห้องจะเป็นครัวเปิด ทางโครงการจะมีชุดตู้ Built-in และเคาน์เตอร์ครัวให้เหมือนกับในห้องตัวอย่าง Top เคาน์เตอร์ครัวเป็นหินเทียม(Solid Surface)สีขาว ผนังกรุ้วยเซรามิกเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย ด้านบนและล่างมีตู้บานเปิดสำหรับเก็บของต่างๆได้ มีอ่างล้างจาน และติดเตาไฟฟ้าและที่ดูดควันของ Frank

ติดกับเคาน์เตอร์ครัวจะเป็นพื้นที่วางตู้เย็น มีขนาด 70 x 60 เซนติเมตร สามารถวางตู้เย็นขนาดกลางได้ครับ

พื้นที่หน้าเคาน์เตอร์ครัวมีความกว้างจากตู้ถึงโต๊ะอาหารประมาณ 1.1 เมตร สามารถยืนประกอบอาหารได้สะดวก แต่พื้นตรงส่วนนี้จะได้เป็นพื้นลามิเนตหนา 8 mm จึงต้องระมัดระวังเรื่องความชื่นและน้ำกระเด็นจากส่วนครัวหน่อยครับ

ฝั่งตรงข้ามเคาน์เตอร์ครัวจะเป็นโต๊ะทานอาหาร ซึ่งทางโครงการได้จัดวางไว้เป็นแบบ 2 ที่นั่งให้ดูเป็นตัวอย่าง ของจริงไม่ได้ให้มานะ

พื้นที่ส่วนต่อมาเป็นห้องนั่งเล่นมีเพดานสูง 5.5 เมตร จึงทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง ผนังฝั่งระเบียงจะได้เป็นผนังกระจกบานใหญ่สูงจากพื้นจนเกือบถึงฝ้าแบบนี้เลย แต่ทางโครงการจะไม่ได้แถมผ้าม่านยาวแบบนี้มาให้ด้วยนะ ต้องไปหามาติดตั้งกันเอาเอง ส่วนผนังฝั่งซ้ายของจริงจะเป็นผนังทึบนะครับไม่ใช่ผนังกระจก สามารถวางชั้นวางทีวีชิดติดผนังหรือจะติดทีวีแขวนผนังเลยก็ทำได้ครับ

มองขึ้นไปด้านบนดูสูงโปร่งดีมาก ฝ้าเพดานจะได้เป็นฉาบเรียบทาสีและติดตั้งไฟดาวน์ไลท์ 4 ดวงตามห้องตัวอย่าง

พื้นที่บริเวณห้องนั่งเล่น สามารถวางโซฟาขนาดประมาณ 2-3 ที่นั่งไว้ตรงกลางห้องได้แบบนี้ได้ ผนังทางด้านหลังโซฟาในห้องจริงจะเป็นผนังเปล่าฉาบเรียบติด Wallpaper สีขาว และจะติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Wall type มาให้ตรงผนังทางด้านขวานี้ด้วยครับ

ประตูและหน้าต่างทางฝั่งระเบียง ได้เป็นกรอบอลูมิเนียมสีดำติดกระจกนิรภัย(Anneal Laminated Glass)สีเทาตัดแสง  มีความสูงตั้งแต่พื้นจนเกือบถึงฝ้า 5.5 เมตร ช่วยให้สามารถมองวิวแบบมุมกว้างได้เต็มที่

ขนาดพื้นที่ระเบียงจะเป็นแนวยาว ซึ่งระเบียงของจริงจะกว้างกว่าที่เห็นจากห้องตัวอย่าง พื้นที่ระเบียงในห้องจริงจะมีขนาดประมาณ 3.8 x 0.85 เมตร พื้นยกขอบขึ้นมาสูง 8 เซนติเมตรเหมือนห้องตัวอย่างห้องแรกป้องกันน้ำรั่วซึมเข้ามาในห้องครับ

ระเบียงทางด้านซ้ายมือจะเป็นผนังทึบและราวกันตกสูงจากพื้นถึงฝ้า เพื่อใช้เป็นที่แขวน Condensing air ให้เรียบร้อยและวางเครื่องซักผ้าได้ไม่เกะกะสายตาครับ

ภาพถ่ายมองย้อนกลับเข้ามายังตัวห้อง ฝ้าเพดานสูงโปร่ง มองเห็นบันไดและชั้นสอง ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน 2 ชั้นเลยครับ

บันไดภายในห้องเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความแข็งแรงทนทาน ที่ใต้บันได Built-in เป็นตู้เสื้อผ้าและตู้เก็บของมาให้ ส่วนผนังทางด้านขวานี้จะเป็นผนึงทึบเหมือนที่เคยได้กล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ครับ

ขึ้นบันไดมองลงมายังห้องนั่งเล่น จะเห็นการจัดพื้นที่การใช้งานในชั้นล่างทั้งหมด โดยเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องตัวอย่างจะจัดมาให้ดูการใช้พื้นที่เป็นตัวอย่างซึ่งของจริงจะไม่มีให้นะครับ สำหรับห้องจริงเราสามารถเลือกเฟอร์นิเจอร์เองตามความเหมาะสมกับการใช้งาน

บันไดมีความกว้างประมาณ 90 เซนติเมตร ลูกตั้งสูง 20 เซนติเมตร ลูกนอนกว้าง 23 เซนติเมตร และมีราวเหล็กสีดำสูง 1.1 เมตร เป็นบันไดแบบพาดยาวจากชั้นล่างขึ้นมาที่ชั้น 2 ของตัวห้องเลย

พื้นที่ชั้นบนสามารถวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตได้แบบนี้ครับ ข้างเตียงยังพอมีพื้นที่เหลือสามารถวางโต๊ะข้างเตียงได้ 1 ฝั่ง

ผนังด้านซ้ายของเตียงเป็นผนังกระจก ช่วยดึงแสงสว่างจากภายนอกเข้ามาภายในห้องได้ครับ

เมื่อมองลงไปจากชั้นบนจะเห็นพื้นที่ห้องนั่งเล่นทั้งหมดได้จากมุมสูงแบบนี้เลย ประมานว่าถึงจะนอนอยู่บนเตียงแต่ใครทำอะไรอยู่ข้างล่างรู้เห็นหมดทุกอย่างครับ เหมือนมองลงมาจากชั้นสองของบ้าน

พื้นที่ข้างเตียงฝั่งซ้ายเหลืออยู่ไม่มากครับ ประมาณ 20 เซนติเมตร ให้พอเลื่อนเปิด-ปิดผ้าม่าน และปูที่นอนได้

พื้นที่ปลายเตียงเหลืออยู่ประมาณ 50 เซนติเมตร เป็นระยะแค่พอเดินได้ แต่ถ้าอยากดูทีวีปลายเตียงแนะนำให้ติดแบบแขวนผนัง จะได้ไม่เกะกะทางเดินปลายเตียงนะครับ ซึ่งทางโครงการก็ได้เตรียมปลั๊กไฟและเดินสายทีวีไว้ให้เรียบร้อย

พื้นที่ด้านขวาของเตียงเหลืออยู่ประมาณ 1 เมตร ไม่พอที่จะวางเป็นตู้เสื้อผ้าครับเพราะจะมีพื้นที่ยืนแต่งตัวหน้าตู้น้อย ไม่สะดวกในการใช้งาน ฟังก์ชั่นตู้เสื้อผ้าจึงไปอยู่ที่หน้าห้องน้ำบริเวณชั้น 1 แทนเพื่อให้ใช้งานได้ต่อเนื่องกัน ส่วนพื้นที่ข้างเตียงตรงนี้เหมาะกับตั้งโต๊ะเครื่องแป้ง ชั้นหรือตู้เก็บของต่างๆ ผนังทางขวาด้านล่างจะมีปลั๊กไฟติดตั้งให้แบบห้องตัวอย่าง ส่วนผนังด้านบนทางโครงการจะติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Wall type ยังไม่ระบุยี่ห้อให้ในห้องนี้ด้วยครับ

ฝ้าเพดานมีความสูง 2.4 เมตรในชั้นที่ 2 ฝ้าฉาบเรียบทาสีและให้เป็นไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้ามาให้ 4 ดวง

สวิตซ์และชุดปลั๊กไฟทั้งหมดจะเป็นของ Panasonic หน้าตาแบบนี้ครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 8 May 2018

  • 1 Bedroom ชั้น 9 ห้อง 9S5 เนื้อที่ 29.50 ตร.ม. ราคา 5.43 ล้านบาท หรือ 184,100 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom ชั้น 17 ห้อง 17S5 เนื้อที่ 29.50 ตร.ม. ราคา 5.84 ล้านบาท หรือ 198,000 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom ชั้น 20 ห้อง 20S5 เนื้อที่ 29.50 ตร.ม. ราคา 5.99 ล้านบาท หรือ 203,300 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom Duplex ชั้น 30 ห้อง 30C5 เนื้อที่ 42 ตร.ม. ราคา 8.99 ล้านบาท หรือ 213,800 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom ชั้น 9 ห้อง 9B0S เนื้อที่ 59.50 ตร.ม. ราคา 11.08 ล้านบาท หรือ 186,300 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom ชั้น 12A ห้อง 12AB0S เนื้อที่ 59.50 ตร.ม. ราคา 11.5 ล้านบาท หรือ 193,400 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom ชั้น 20 ห้อง 20B0S เนื้อที่ 59.50 ตร.ม. ราคา 12.23 ล้านบาท หรือ 205,700 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom ชั้น 9 ห้อง 9B0N เนื้อที่ 59.50 ตร.ม. ราคา 11.08 ล้านบาท หรือ 186,300 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom ชั้น 17 ห้อง 17B0N เนื้อที่ 59.50 ตร.ม. ราคา 11.92 ล้านบาท หรือ 200,400 บาท/ตร.ม.
  • Fully Fitted
  • ฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร, Duplex สูง 5.5 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • Wallpaper
  • จอง 30,000 / 60,000 บาท
  • ทำสัญญา 3%
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ 31 งวด
  • ค่ากองทุน 750 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 75 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล – ที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยเอกมัย ถือว่ายังอยู่ในช่วงต้นๆซอย ในระยะ 500 ที่ยังเดินไปใช้ BTS ได้อยู่ อีกทั้งเอกมัยยังเป็นซอยที่สามารถเดินทางได้สะดวก ไปเชื่อมต่อกับถนนและซอยหลักโดยรอบได้ง่าย และเป็นย่านที่เป็นทั้งแหล่งที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ สำนักงาน ตลอดจนร้านค้าต่างๆ ทำให้ซอยนี้มีความคึกคักและอุดมสมบูรณ์สูง หาของกินของใช้ในซอยได้ง่าย หน้าปากซอยมี Gateway เอกมัย , Major เอกมัย ห่างจากโครงการในระยะเดินได้สบายๆ ถัดเข้ามาในซอยติดกับโครงการจะเลยเป็น Park Lane ภายในมี Max Value 24 ชั่วโมง, Big C , ร้านอาหาร, คาเฟ่, ร้านขายของแฟชั่น สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวยามราตรีย่านนี้ขึ้นชื่อหลายร้านนอกจากนั้นก็มี Community Mall หลายที่ อย่าง เวิ้งโบราณ, The Third Place, Taste Thonglor เป็นต้น

การเดินทางโดยใช้รถ – ซอยเอกมัยเป็นทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางลัดเข้า-ออกสู่เมืองทางฝั่งสุขุมวิทที่สำคัญของคนในย่านนี้ เพราะเป็นถนนที่เชื่อมตรงถนนสุขุมวิทเเละถนนเพชรบุรีเข้าด้วยกัน การที่โครงการตั้งอยู่ต้นซอยจึงเป็นข้อได้เปรียบ ช่วยลดระยะเวลาในการเดินทาง ไม่ต้องฝ่าการจราจรที่ติดขัดมากนัก และยังใกล้กับเส้นทางรถไฟฟ้า อีกทั้งภายในซอยเองยังสามารถลัดเลาะไปออกถนนทองหล่อ(สุขุมวิท 55) และถนนปรีดีพนมยงค์ (สุขุมวิท 71) ที่คู่ขนานอยู่ทั้ง 2 ฝั่ง หรือหากต้องการเข้าเมืองทางถนนพระราม 4 ก็จะมีซอยฝั่งตรงข้ามอย่างซอยสุขุมวิท 36 และ 40 สามารถใช้เป็นถนนเชื่อมไปออกพระราม 4 ได้ และอยู่ไม่ไกลจากจุดขึ้น-ลงทางด่วน สำหรับผู้ใช้รถทางโครงการจะมีที่จอดรถ 165 คันคิดเป็น 48% ไม่รวมซ้อนคัน เลือกใช้งานได้ทั้งจอดแบบปกติ หรือ Automatic Parking

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – ถือว่าค่อนข้างสะดวกพอสมควร เมื่อลงจาก BTS สถานีเอกมัยเดินประมาณ 500 เมตรก็ถึงโครงการ เป็นระยะที่เดินได้สบายๆ สามารถเดินทางเข้าเมืองไปสยาม อนุเสาวรีย์ หมอชิด หรือออกนอกเมืองไปทางสำโรงได้สะดวกยิ่งขึ้น ในซอยเอกมัยจะมีรถเมล์สาย 23 และสาย 72 วิ่งผ่าน ซึ่งป้ายรถเมล์ก็อยู่ไม่ไกลจากโครงการสามารถเดินไปรอรถได้ และมีวินมอไซค์คอยให้บริการทั้งวินบริเวณใกล้กับโครงการและวินหน้าปากซอยเอกมัย หรือจะะเรียกแท็กซี่ก็มีวิ่งผ่านในซอยอยู่ตลอดให้เลือกใช้บริการ

การออกแบบโครงการ – เป็นคอนโดมิเนียม High Rise 32 ชั้น 333 ยูนิต ซึ่งมีจำนวนยูนิตต่อชั้นที่ 15 ยูนิต บางชั้นมีเพียง 4 ห้องต่อชั้น ซึ่งก็ดูแล้วไม่หนาแน่น มีความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยพอสมควร จัดวางห้องในทิศเหนือ-ใต้ ช่วยให้ได้วิวแบบเปิดโล่ง โครงการมีการตกแต่งในสไตล์เรียบหรู เน้นวัสดุธรรมชาติ รวมถึงเน้นการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางที่มีฟังก์ชั่นหลากหลาย แบ่งพื้นที่โครงการในส่วนต่างๆ เป็นสัดส่วนชัดเจน พื้นที่ Facilities จะไม่ไปรบกวนกับส่วนพักอาศัย เน้นวางผังโครงการให้พื้นที่ส่วนกลางใช้ร่วมกันที่สวนชั้นล่าง ชั้น 1 , 30-31 และดาดฟ้าของตัวอาคารเป็นหลัก มีการกระจายพื้นที่สีเขียวไว้ตามส่วนอื่นๆของโครงการเพื่อผู้อยู่อาศัยสามารถเลือกใช้งานเข้าถึงได้ง่ายขึ้น รวมถึงโครงการนี้ยังสามารถเลี้ยงสัตว์ได้อีกด้วย

การออกแบบห้องพักอาศัย ภายในห้องถือว่าออกแบบพื้นที่ใช้สอยได้ค่อนข้างลงตัว ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom ขนาด 29.5 ตร.ม. ถือว่าให้พื้นที่มาเยอะพอสมควรสำหรับห้องแบบ 1 Bedroom มีการกั้นพื้นที่ด้วยประตูกระจกบานเลื่อนที่ช่วยแบ่งพื้นที่การใช้งานภายในห้อง ได้ครัวปิดเป็นสัดส่วนทำอาหารที่มีกลิ่นควันไม่รบกวนภายในห้องนอน  มีส่วน Walk in closet และห้องน้ำที่ใช้งานได้ต่อเนื่องกัน ส่วนห้อง 1 Bedroom Duplex ขนาด 42 ตร.ม. เป็นห้อง Double space สูงจากพื้นถึงฝ้า 5.5 ม. ได้พื้นที่ใช้สอยในแนวตั้ง ห้องจะมีความโปร่งโล่งกว่าห้องแบบปกติ และทำให้การอยู่อาศัยเหมือนอยู่บ้าน 2 ชั้น เน้นการใช้หน้าต่างบานใหญ่ดึงแสงธรรมชาติเข้ามาในห้องและได้วิวแบบมุมกว้าง แต่ได้ครัวเปิดจึงต้องระมัดระวังเรื่องกลิ่นควัน ห้องนอนจัดไว้ที่ชั้น 2 ของตัวห้อง เป็นส่วนตัวในการใช้งาน และออกแบบให้ใช้พื้นที่ใต้บันได้เป็นตู้เก็บของและตู้เสื้อผ้า ถือเป็นไอเดียที่ดีในการใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์และคุ้มค่า

วัสดุ – โครงการขายห้องแบบ Fully Fitted จึงเหมาะกับลูกค้าที่ชอบแต่งห้องเอง ที่โครงการมีให้คือ ชุดเคาน์เตอร์ครัว Top หินเทียม, หน้าบานตู้ Built-in ปิดผิวลามิเนต  ตู้ชั้นบนชุดครัวเป็นหน้าบานกระจกฝ้า, อ่างล้างจานของ Hafele, เตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันของ Frank, ผนังเคาน์เตอร์กรุด้วยกระเบื้องเซรามิกง่ายต่อการทำความสะอาด, พื้นห้องทั้งหมดเป็นพื้นลามิเนตหนา 8 mm, ผนังในห้องติด Wallpaper สีขาว, ประตูและหน้าต่างเป็นกระจกสีเทาตัดแสงกรอบอลูมิเนียมสีดำ ติดตั้งชุดสุขภัณฑ์เป็นของ Kohler โถสุขภัณฑ์ของ Hafele บันไดในห้อง Duplex และพื้นที่ชั้นสองเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก และได้ชุดตู้ Built-in ใต้บันได

สาธารณูปโภค – เป็นโครงการที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลางโดยกระจายไว้ตามชั้นต่างๆ เน้นออกแบบส่วนกลางที่ใกล้ชิดธรรมชาติมีฟังก์ชั่นให้เลือกใช้งานเยอะทั้งแบบ Indoor และ Outdoor เน้นปลูกต้นไม้จัดสวนพร้อมที่นั่งพักผ่อน ส่วนกลางในชั้นดาดฟ้าได้วิวมุมสูง ลูกบ้านสามารถเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสมและกิจกรรมที่สนใจ ถือได้ว่าทำออกได้ค่อนข้างครบครันและหลากหลาย ซึ่งส่วนกลางต่างๆก็จะมีฟังก์ชั่นภายในและอุปกรณ์เพิ่มติดตั้งให้ใช้ด้วย ส่วนอัตราส่วนลิฟต์ 166 :  1 นั้นหนาแน่นไปหน่อย แต่โครงการมีลิฟต์ Service ไว้ให้ใช้งานขนของต่างๆ ใช้พาสัตว์เลี้ยงขึ้น-ลงอาคารได้ แยกการใช้งานไว้สะดวกไม่ต้องรบกวนลิฟต์โดยสารหลักลูกบ้าน
Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 189,000 บาท/ตร.ม., 28 May 2018

  • ทำเล 7.75/10 – อยู่ในซอยเอกมัยช่วงต้นๆ เดินทางสะดวก หาของกินของใช้ง่าย
  • เดินทางด้วยรถ 7.75/10 – ค่อนข้างสะดวก มีซอยลัดเลาะได้หลายเส้นทาง ไม่ไกลจากทางด่วน
  • ไม่ใช้รถ 8/10 – ติดซอยหลักเอกมัย ไม่ไกลจากBTS เอกมัย เรียกรถสาธารณะง่าย
  • วัสดุ 7.5/10 – วัสดุมาตรฐานเหมาะกับการใช้งาน  Fully fitted ได้ของบางส่วน ต้องแต่งเองเพิ่ม
  • แบบ 8/10 – ออกแบบดีเน้นพื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชั่นลงตัว มีห้องเพดานสูง
  • สาธารณูปโภค 8/10 – หลากหลายน่าใช้งาน จัดแบ่งโซนดี เน้นพื้นที่สีเขียว
  • LUXURY CLASS
  • 7.8 / 10.00

BOTTOM LINE

โครงการ Maru เอกมัย 2  เหมาะกับคนที่กำลังมองหาคอนโดในย่านเอกมัยหรือใกล้เคียง เดินทางสะดวก ไม่ไกลจากรถไฟฟ้า เน้นพื้นที่ใช้สอยภายในห้อง มีห้องแบบ Duplex เพดานสูงให้เลือก ได้พื้นที่ส่วนกลางที่หลากหลายน่าใช้งานและสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ มีงบประมาณระดับ 5.4 – 12 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 38,000 – 86,000 บาท/เดือน

Share

Leave a Reply